เชียงใหม่ น่าน แพร่ THEJOURNEY Coming Soon น.ส.ณัฐธัญ จำ ปาทิ พ ย์ ม.5/ 10 เล ขที่17 ลำ ปาง ความงามที่ไม่เลือนหายตามกาลเวลา ลำ พูน
ฉันวางแผนเที่ยวโดยเริ่มจากในลำ ปางก่อนคือ บ้านป่อป่งนัก หรือ พิพิธภัณฑ์มณฑลทหารบกที่ 32 เป็นบ้านใน ค่ายสุรศักดิ์ มนตรี ตั้งอยู่ในเขตตำ บลพิชัย อำ เภอเมืองลำ ปาง จังหวัด ลำ ปาง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2468 ความพิเศษของบ้านหลังนี้ คือเป็นบ้านที่มีหน้าน้ต่างจำ นวนมากถึง 469 บาน หน้าน้ต่างใน ภาษาคำ เมือง เรียกว่า "ป่อป่ง" บ้านหลังนี้จึงถูกเรียกว่าบ้านป่อป่ง นัก และบ้านป่อป่งนักเคยใช้เป็นพลับพลาที่ประทับของ พระบาท สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เมื่อครั้งที่พระองค์ เสด็จพระราชดำ เนินมณฑลพายัพ ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2469 และต่อมาเดือนมีนาคม พ.ศ. 2501 พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำ เนินมาเยี่ยม ราษฎรในภาคเหนือ ได้จัดให้เป็นพลับพลาที่ประทับอีกครั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์ มนตรี ฤดูการของการปิดเทอมมาถึงแล้ว หลายๆคนคงจะคงจะหาส ถานที่พักผ่อนหย่อนใจจากความเครียด ฉันเองก็ไปเที่ยวเผื่อพัก ผ่อนเหมือนกัน เนื่องจากครอบครัวของฉันชื่นชอบการท่องเที่ยว แนวประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมโบราณ ในครั้งนี้ของฉันจึง ตัดสินใจเที่ยวใกล้ๆบ้าน
ตัวบ้านสร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมยุโรปแบบคลาสสิค สมัย กรีกผสมสถาปัตยกรรมไทย มีลักษณะเป็น อาคารไม้ 2 ชั้น ยกพื้้นเตี้ย มีหน้าน้มุขแบบ 5 เหลี่ยม จำ นวน 5 มุข มีช่องลม ลายฉลุที่เรียกว่าขนมปังขิง (gingerbread) หน้าน้ต่าง เป็น บานเกล็ดไม้อยู่รายล้อมรอบบ้าน มีจำ นวนมากถึง 250 บาน มีบันไดจำ นวน 2 บันได ได้แก่ บันไดด้านหน้าน้สำ หรับเจ้า นาย ส่วนบันไดด้านหลัง สำ หรับข้าราชบริพาร ชั้นล่าง จัดเป็นที่แสดงอาวุธยุทโยปกรณ์บณ์างส่วนที่ใช้ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ชั้นบนจำ ลองห้องต่างๆ อาทิ ห้องโถงที่ประทับแรมครั้งเสด็จ ห้องทรงงาน ห้องบรรทม โต๊ะรับประทานอาหาร และที่สำ คัญบ้านป่อป่งนักยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำ ละครเรื่อง สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอนคุณชายปวรรุจในปี พ.ศ. 2556 ซึ่ง เป็นละครที่โด่งดั่งในขณะนั้นและฉันชื่นชอบมากเป็นอันดับ ต้นๆในดวงใจทำ ให้รู้สึกประทับใจในบ้านหลังนี้มากเพราะให้ ความรู้สึกอบอุ่น อากาศถ่ายเทสะดวกและให้บรรยากาศย้อน ยุคเหมือนว่าได้ย้อนอดีตไปราวปี พ.ศ. 2500
หลังจากได้เที่ยวชมบ้านป่อป่งนัก ฉันก็เริ่มรู้สึกหิวพ่อของฉัน แนะนำ ให้เราไปร้านอาหารบ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดาม มูเซอร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 20 ถนนสุเรนทร์ ตำ บล สบตุ๋ย อำ เภอเมืองลำ ปางเป็นร้านอาหารเปิดใหม่ที่น่าสนใจมาก จริงๆก่อนหน้าน้นี้ฉันเคยเห็นบ้านหลังนี้แล้ว ในตอนนั้นยังเป็น บ้านที่มีต้นไม้ขึ้นรกเต็มไปหมดแต่ก็เห็นว่าสวยดี ฉันยังรู้สึก ว่าน่าเสียดายที่ไม่มีใครมาปรับปรุงหรือดูแล แต่พอปรับปรุง ทำ เป็นร้านอาหาร จัดสวนอย่างสวยงาม ทำ ให้ตัวบ้านดูสวย สง่างามขึ้นไปอีก อาหารที่นี่ราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียวแต่คุ้มค่ากับรสชาติ และบรรยากาศ
บ้านพระยาสุเรนทร์ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล โดดเด่นเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์และยืนยันคำ กล่าวที่ว่า “คนงามต้องลำ พูน แม่บุญต้องเชียงใหม่ ทันสมัยต้องลำ ปาง” ที่ สะท้อนความรุ่งเรืองเฟื่องฟูของลำ ปางในยุคสัมปทานป่าป่ ไม้ ซึ่ง ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในชุมชนกาดกองต้าและท่ามะโอ ซึ่งที่นี่ เป็นอดีตเคหสถานของ มหาอำ มาตย์ตรี พระยาสุเรนทรราชเสนา (เจิม จารุจินดา) ผู้ว่าราชการจังหวัดลำ ปางคนแรก นอกจากมุมร้านอาหารแล้วยังมีมุมบาร์สำ หรับจิบค็อกเทลดื่มด่ำ ไปกับ บรรยากาศที่คลาสสิค แต่ด้วยความที่ฉันไม่ดื่มแอลกอฮอร์จึงเดิน เที่ยวชมสถาปัตยากรรมภายในบ้านที่มีความคลาสสิค และทันสมัยในตัว
เสน่ห์สุโขทัยที่ ตากไว้ในใจเธอ จัดทำ โดย น.ส.ชนัญชิดา ทอ งสุข 5|1 0 เลขที่ 3 6
หากพูดถึงถึสถานที่ท่ที่อท่งเที่ยที่วที่ เกี่ยกี่วข้องกับกัเมือมืงมรดกโลกและมี ประวัติวัอัตินอัยาวนานคงเป็นป็ที่ไที่หนไปไม่ ได้นด้อกจากสุโขทัยทั และก็หก็ลีกลีเลี่ยลี่งไปไม่ ได้ว่าจะต้องเป็นป็อุทยานประวัติวัศติาสตร์ สุโขทัยทั นั้นนั้เอง ย้อย้นกลับลัไปเมื่อมื่ ประมาณ 2ปีที่แที่ล้ว เมื่อมื่ฉันฉั ได้ยิด้นยิครู พูดว่าพวกเรากำ ลังลัจะไปทัศทั นศึกศึษาที่นี่ที่ นี่ มันมัทำ ให้ฉันฉัรู้สึรู้กสึห่อห่เหี่ยหี่วไม่อม่ยากทำ อะไร แต่ก็ไก็ม่สม่ามารถเลือลืกได้ เพราะนี้ยันี้งยัแค่เริ่มริ่ต้นต้… เช้าของวันวัที่ 18 มีนมีาคม 2564 เวลา 5.00น. ฉันฉัตื่นตื่มาด้วย ความงัวงัเงียงีและรีบรี ไปอาบน้ำ แต่งเพื่อพื่ที่จที่ะไปโรงเรียรีน พอมาถึงถึก็เก็ห็นห็ รสบัสบัหลายครั้งรั้เรียรีงรายอยู่ข้ยู่ ข้างสนามหน้าบุญชูตรีทรีอง พร้อร้มกับกัเหล่า อากงอาม่าม่ที่ปที่ระออกกำ ลังลักาย ไม่นม่านเพื่อพื่นๆก็ถก็ยอยมาขึ้นขึ้รถกันกัมี ครูคอยเช็คช็ชื่อชื่นักนัเรียรีนอยู่ตยู่ลอด นักนัเรียรีนก็จก็ะรวมทั้งทั้มัธมัยมศึกศึษาปี ที่1ที่-3 ของโปรแกรมภาษาอังอักฤษ ก่อก่นออกเดินดิทางก็มีก็เมีสียสีงแว่วจาก ด้านหน้ารถว่ามีใมีครต้องการยาแก้เมารถหรือรื ไม่ เพราะต้องกินกิกันกั ไว้ ก่อก่นแต่ฉัต่นฉัก็ปก็ฏิเฏิสธไป การเดินดิทางครั้งรั้นี้ค่นี้อค่นข้างจะพิเพิ ศษกว่าครั้งรั้ ใด คือคืฉันฉัแทบจะไม่นม่อนเลย เรียรีกได้ว่าเม้าท์มอยกับกัเพื่อพื่นที่นั่ที่งนั่ข้าง ตลอดทาง จนตอนนี้ก็นี้ ไก็ม่สม่ามารถอธิบายได้ว่าทำ ไมถึงถึมีเมีรื่อรื่งให้พูด เยอะขนาดนี้ในี้นตอนนั้นนั้เพื่อพื่นของฉันฉับ้างก็นั่ก็งนั่กินกิขนม บ้างก็นก็อน สลบไสล
ผ่านไปสักสั3ชั่วชั่ โมงก็มีก็วี่มี วี่แวี่ววว่าจะถึงถึแล้ว เพราะออกไปรอบๆก็จก็ะ เห็นห็คล้ายเมือมืงโบราณต่างๆ ทุกคนต่างรีบรีตื่นตื่ขึ้นขึ้มาดู และแล้ว ก็เก็ห็นห็ ป้ายอุทยานประวัติวัศติาสตร์สุร์สุโขทัยทัพอลงจากรถมาก็ต้ก็ ต้องมา เข้าแถวฟังฟัไกด์พูดสิ่งสิ่ที่ต้ที่ ต้องปฏิบัฏิตบัรตาม อันอัดับดัแรกคือคืเราได้ไป นั่งนั่รถราง รถที่ฉัที่นฉันั่งนั่คนขับขัเป็นป็ผู้ชผู้าย ขับขัได้ชำด้ ชำชาญคล่อล่งแคล่ว มาก เขาก็จก็ะบรรยายตามสถานที่ต่ที่ ต่างๆที่ขัที่บขัผ่าน ว่าที่ตที่รงนี้ สำ คัญคัและมีคมีวามเป็นป็มาอย่าย่งไร ในจุดแรกที่มที่าถึงถึก็คืก็อคืวัดวัมหาธาตุ วัดวันี้เนี้ป็นป็วัดวัที่สำที่สำคัญคัที่สุที่สุด เปรียรีบดังดัวัดวัหลวงประจำ ราชธานีสุโขทัยทัภายในประกอบด้วย เจดีย์ดี ย์ประธาน วิหวิาร มณฑป อุโบสถ(โบสถ์) และเจดีย์ดี ย์รายรวม แล้วมากกว่า ๒๐๐ องค์ (เยอะมากแสดงว่าคนในสมัยมัก่อก่นมี ฝีมืฝีอมืกันกัมากเลยทีเดียดีว) เจดีย์ดี ย์ประธานเป็นป็เจดีย์ดี ย์ทรง“ดอกบัวบั ตูม” หรือรื “ทรงพุ่มพุ่ข้าวบิณบิฑ์”ฑ์ที่คที่งความเป็นป็เอกลักลัษณ์ของ งานสถาปัตปัยกรรมสุโขทัยทัอย่าย่งเด่นด่ชัดชัสืบสื ตกทอดมาจนถึงถึ ปัจปัจุบันบั ให้ลูกหลานอย่าย่งเราได้ดูด้ ดูและชื่นชื่ชม
นอกจากนี้ยันี้งยัได้สันสั นิษฐานว่าองค์ เจดีย์ดี ย์ประธานวัดวัมหาธาตุเป็นป็ที่บที่รรจุ พระบรมสารีริรีกริ ธาตุของพระสัมสัมาสัมสั พุทธเจ้า โดยชั้นชั้ล่างสุดมีพมีระพุทธ สาวกเดินดิพนมมือมื ประทักทัษิณ ส่วน บนฐานเดียดีวกันกัยังยัมีปมีรางค์ 4 องค์ ประจำ อยู่บยู่ริเริวณมุมทั้งทั้ 4 ทิศ และ บริเริวณมุมทั้งทั้ 4 ทิศยังยัมีเมี จดีย์ดี ย์ทรง ปราสาทแบบศรีวิรีชัวิยชัผสมลังลักา 4 องค์ และยังยัมี “เจดีย์ดี ย์5 ยอด” เป็นป็เจดีย์ดี ย์รองประธานของวัดวั ถูกสันสั นิษฐานว่าภายในบรรจุอัฐิอัขฐิอง พระมหาธรรมราชาลิไลิท และมี “วิหวิาร พระศรีศรีากยมุนี” หรือรื “วิหวิารหลวง” เป็นป็อีกอีหนึ่งนึ่จุดเด่นด่มีนัมีกนัท่อท่งเที่ยที่ว จากทั่วทั่ทุกสารทิศไม่ว่ม่ ว่าจะเป็นป็คนไทย หรือรืชาวต่างชาติ ต่างก็เก็ดินดิเข้ามาถ่าย รูปกันกัมากมาย
ต่อต่มารถก็ไก็ด้เคลื่อลื่นไปที่วัที่ดวัตระพังพัทอง โดยไกด์ได้เล่าให้ ฟังฟัว่าที่นี่ที่ นี่เนี่ป็นป็วัดวับนเกาะกลางน้ำ ซึ่งซึ่คำ ว่าตระพังพัมีรมีากศัพศัท์ มาจากภาษาเขมรว่า “ตรฺพำ ง” แปลว่า บ่อบ่หรือรืสระน้ำ ที่ขุที่ขุดขึ้นขึ้ และคติกติารสร้างวัดวับนเกาะกลางน้ำ ได้รับรัอิทอิ ธิพลมาจากการ เผยแผ่พุผ่ พุทธศาสนาลัทลัธิลังลักาวงศ์ ซึ่งซึ่แพร่หร่ลายในสมัยมัสุโขทัยทั เป็นป็ราชธานี ภายในวัดวัมี “เจดีย์ดี ย์ประธาน” เป็นป็เจดีย์ดี ย์ทรง ลังลักา หรือรืทรงระฆังฆัมีลัมีกลัษณะเฉพาะที่เที่รียรีกว่าเจดีย์ดี ย์ทรงระฆังฆั สมัยมัสุโขทัยทั ด้านหลังลัของเจดีย์ดี ย์ประธานมี “พระอุโบสถ” ที่ สร้างขึ้นขึ้ ใหม่บม่นฐานพระอุโบสถหลังลัเก่าสมัยมัสุโขทัยทัภายใน ประดิษดิฐาน “หลวงพ่อพ่ขาว” เป็นป็พระประธาน นอกจากนี้ ยังยั มีมมีณฑปจัตุจัตุรมุข ประดิษดิฐาน “รอยพระพุทธบาทเบื้อบื้งขวา” ที่ สร้างขึ้นขึ้ตั้งตั้แต่สมัยมัพระมหาธรรมราชาลิไลิท กรุงสุโขทัยทัขับขัมา เรื่อรื่ยๆก็จก็ะเห็นห็วัดวัศรีสรีวาย สำ หรับรัฉันฉัคิดคิว่าวัดวันี้เนี้ป็นป็วัดวัที่ไที่ม่ไม่ด้ ใหญ่มญ่าก แต่ยัต่งยัคงความขลังลัของศิลปะลพบุรี ทั้งทั้นี้ยันี้งยัมีคมีวาม เชื่อชื่ที่ว่ที่ ว่าแต่เดิมดิที่เที่คยเป็นป็เทวสถานในศาสนาฮินดูก่อก่นแปลง เป็นป็พุทธสถาน มีพมีระปรางค์ 3องค์เรียรีงกันกัสวยงามมาก ศิลปะต่างๆยังยัมีสมีภาพที่สที่มบูรณ์แบบ
ทุกคนเคยได้ยิด้นยิคำ ว่า “ตระพังพัตระกวน” ตามหนังนัสือสื ประวัติวัศติาสตร์หร์รือรื ไม่ ฉันฉั ไม่คิม่ดคิ ไม่ฝัม่นฝัว่าภาพที่อที่ยู่ใยู่นหนังนัสือสืวันวั นั้นนั้วันวันี้ฉันี้นฉักลับลัได้มาเห็นห็ด้วยตาตัวตัเอง มันมัตั้งตั้อยู่บยู่นเกาะ กลาง ภายในวัดวัมีเมีจดีย์ดี ย์รายขนาดเล็กล็และเจดีย์ดี ย์ประธานองค์ ใหญ่ทญ่รงลังลักาเป็นป็จุดเด่นด่สำ คัญคัด้านหน้าวิหวิารประดิษดิฐาน พระพุทธรูปางมารวิชัวิยชัจากฝั่งฝั่ ไปบนเกาะมีสมี ะพานเล็กล็ๆสร้าง ทอดเชื่อชื่มดูมีเมีสน่ห์น่ ห์สวยงาม และที่ขที่าดไม่ไม่ด้สำ หรับรัผู้หผู้ญิงญิเราก็ คือคืการถ่ายรูปค่ะ แต่ฉัต่นฉั ไม่ไม่ด้ถ่ายเพราะรู้สึรู้กสึเริ่มริ่ร้อร้นแล้ว เลยถ่ายให้เพื่อพื่นแทน วิววิข้างๆสวยยิ่งยิ่กว่าภาพวาดอีกอี…. หลังลัจากถ่ายรูปเสร็จร็รถก็ไก็ด้ขับขัวนไปที่จุที่จุดเริ่มริ่ต้นต้ แต่มันมัยังยัไม่จม่บเท่านี้ เหล่าคณะครูได้เช่ารถจักจัรยานให้พวกเรากันกัคนละคันคั สามารถขี่เขี่ล่นล่ ได้ จนกว่าจะถึงถึเวลานัดนัหมายประมาณเที่ยที่งตรง ฉันฉัและเพื่อพื่นๆก็ขัก็บขัวนไป ขณะนั้นนั้ก็เก็จอนักนัเรียรีนโรงเรียรีนอื่นอื่ มาเที่ยที่วด้วยเหมือมื นกันกัก็เก็ลยโบกมือมืทักทัทายกันกัอากาศที่นั่ที่นนั่ก็ ร้อร้นอยู่เหมือมื นกันกัเพื่อพื่นก็เก็ริ่มริ่บ่นบ่เล็กล็น้อยแต่ในทางกลับลักันกัก็ มีคมีวามสุข หลังลัจากนั้นนั้ก็มก็ากถ่ายรูปรวมกันกัเป็นป็ชั้นชั้ๆ ก่อก่นกลับลั พอขึ้นขึ้รถมาสีหสี น้าทุกคนจากปกติก็ติเก็ปลี่ยลี่นเป็นป็สีแสี ดงเลือลืดฟาด เลยทันทัที สงสัยสั จะเหนื่อนื่ยกันกันิดหน่อน่ย(คงไม่นิม่ นิดละ ฮ่าฮ่าฮ่า) พอออกรถมาเรายังยัไม่ตม่รงไปรับรัประทานอาหารกลางวันวัทันทัที
แต่เรากลับลัเดินดิทางไปอีกอีสถานที่หที่นึ่งนึ่ที่ขึ้ที่ขึ้นขึ้ชื่อชื่ว่าเป็นป็พระพูดได้ เมือมืงพระร่วง หรือรืพระอจนะแห่งวัดวัศรีชุรีชุม ตามตำ นานเล่ากันกั ว่า เมื่อมื่ครั้งรั้สมเด็จด็พระนเรศวรมหาราช ทรงยกกองทัพทั ไปปราบ กฎที่เที่มือมืงสวรรคโลก ได้มีกมีารมาชุมนุม ที่วัที่ดวัศรีชุรีชุมก่อก่น การรบในครั้งรั้นี้เนี้ป็นป็ การรบระหว่างคนไทยเราด้วยกันกั ทำ ให้เหล่าทหารไม่มีม่กำมี กำลังลัใจใน การรบและไม่อม่ยากรบ สมเด็จด็พระนเรศวรมหาราชจึงจึ ได้มีกมีารวางแผนสร้างขวัญวัและ กำ ลังลัใจให้กับกัทหารเหล่านั้นนั้ โดยการให้ทหารนายหนึ่งนึ่ปีน บันบั ไดขึ้นขึ้ ไปทางด้านหลังลัขององค์พระพุทธรูป และพูดให้กำ ลังลั ใจแก่เหล่าทหาร ด้วยเหตุนี้เนี้องที่ทำที่ทำให้เกิดกิตำ นาน “พระพูดได้” ขึ้นขึ้ พระพุทธอจนะ ถือถื เป็นป็ที่เที่ลื่อลื่งลือลืถึงถึความศักศัดิ์สิทธิ์ และมีมมี นต์ เสน่ห์น่ ห์มีเมีอกลักลัษณ์ชวนให้นักนัท่อท่งเที่ยที่วมาเที่ยที่วชม และสักสัการะ อย่าย่งไม่ขม่าดสายค่ะวัดวัศรีชุรีชุมนั้นนั้มีกมีารสร้างที่แที่ปลกกว่าวัดวัทั่วทั่ ไป โดยใช้มณฑปที่มีที่พมีระพุทธรูปขนาดใหญ่ปญ่ระดิษดิฐาน พอไปเห็นห็ ก็รู้ก็รู้สึรู้กสึขนลุกขึ้นขึ้มาเล็กล็น้อย พระประธานเปรียรีบเป็นป็อุเทสิกเจดีย์ดี ย์ และมีพมีระวิหวิารต่อต่ออกมาแบบที่เที่ป็นป็ที่นิที่นิยมในสมัยมันั้นนั้นักนั โบราณคดีใดีห้ความเห็นห็ว่ามณฑปพระอจนะ น่าน่จะสร้างโดยมีคมีติ เป็นป็พระคันคั ธกุฎี คือคืที่ปที่ระทับทัของพระพุทธเจ้าในสมัยมัพุทธกาล นั่นนั่เอง และแน่นน่อนว่าต้องถ่ายรูปเช็คช็อินอิก่อก่นกลับลั…
สำ หรับรัข้าวกลางวันวัพวกเราไปกินกิกันกัที่ร้ที่ ร้านขนมจีนจี บ้านนาสุโขทัยทัร้านตั้งตั้อยู่ที่ยู่ ที่เที่มือมืงเก่า อำ เภอศรีสัรีชสันาลัยลั บรรยากาศภายในร้านค่อค่นข้างดีเดีลยทีเดียดีว ทางร้านได้จัดจั อาหารเป็นป็แบบบุฟเฟต์ให้ทุกคนได้เลือลืกมากมายตามความ ชอบ อาทิ น้ำ ยากะทิ, น้ำ เงี้ยงี้ว, น้ำ ยาป่า, แกงเขียขีวหวาน และน้ำ พริกริเสริฟริพร้อร้มเส้นขนมจีนจี 5 สีที่สี ที่มีที่ ไมีด้มาจากการผสม น้ำ จากผักผัและสมุนไพร ทำ ให้เวลากลิ่นลิ่จะได้กด้ลิ่นลิ่หอมของสมุนไพรอ่ออ่นๆเตะจมูกอยู่ ตลอดเวลา ส่วนเครื่อรื่งดื่มดื่ก็จก็ะเป็นป็น้ำ เปล่าและน้ำ หวานต่างๆ โดยรวมแล้วอาหารที่นี่ที่ นี่ก็นี่อก็ร่อร่ยมาก รสชาติถูติ ถูกปาก ฉันฉักินกิอิ่มอิ่ แปล้เลย ในขณะที่รที่อคณะครูที่กำที่กำลังลัรับรัประทานอาหาร ฉันฉั และเพื่อพื่นๆก็ไก็ปทำ ธุระส่วนตัวตักันกัจากนั้นนั้ก็เก็ดินดิมาดูหน้าร้าน พบว่ามีขมีองฝากล่อล่หน้าล่อล่ตามาก พร้อร้มกับกัคำ พูดชักชัชวนของพี่พพี่นักนังานที่บที่อกว่า ถ้าไม่ซื้ม่ ซื้อซื้นะแปลว่าเรายังยัมาไม่ถึม่งถึสุโขทัยทั นั่นนั่ก็คืก็อคื ถั่วถั่ทอดกลอย เป็นป็ที่นิที่นิยมกันกัมากในสุโขทัยทัมี วัตวัถุดิบดิหลักลัเป็นป็ถั่วถั่ลิสลิง แป้ง น้ำ ตาล กะทิ ไข่ และกลอย ปั้นปั้เป็นป็แผ่นผ่แล้วนำ ไปทอด เนื้อนื้ สัมสัผัสผัที่ชิที่ ชิมตอนแรกคือคืความกรอบ มันมั หวาน(มาก)จากทั้งทั้ถั่วถั่ลิสลิงและกลอย อีกอีทั้งทั้ยังยัมี กลิ่นลิ่หอม (พูดกี่ทีกี่ ทีน้ำ ลายก็ไก็หลออกมา) สุดท้าย เลยเหมามาประมาณ 2ถุงใหญ่ และอย่าย่งที่สที่อง ก็คืก็อคืทอฟฟี่นฟี่มกับกัทุเรียรีน จริงริๆอันอันี้สนี้ามารถหา ซื้อซื้ ได้ที่ด้ ที่ไที่หนก็ไก็ด้ แต่ในเมื่อมื่มาแล้วก็จก็ะเอาไป ฝากคนลุงๆป้าๆที่บ้ที่ บ้านละกันกั
จากนั้นนั้ ไม่นม่านล้อล้ก็หก็มุนไปที่สุที่สุดท้ายของวันวันี้คืนี้อคื เขื่อขื่นภูมิพมิล ตั้งตั้อยู่ที่ยู่ ที่จัที่งจัหวัดวัตาก ใช้เวลานั่งนั่รถไป 1ชั่วชั่ โมง กว่าๆ หันหั ไปรอบๆ พบว่าไม่มีม่ ใมีครนอนเลยสักสันิดต่างก็ตั้ก็งตั้หน้า ตั้งตั้ตารอ ระหว่างก็จก็ะเป็นป็เหมือมื นเนินขึ้นขึ้เขาเป็นป็ ธรรมชาติที่ติ ที่ ลงตัวตัท้องฟ้าครึ้มรึ้ๆราวกับกัจะมีฝมี นแต่ก็ไก็ม่ใม่ช่ ก่อก่นจะถึงถึก็จก็ะมี ด่านตรวจของทหารให้จอดรอก่อก่น พอถึงถึที่หที่มายก็เก็ห็นห็ เขื่อขื่น ขนาดใหญ่สุญ่ สุดลูกหูลูกตา เขื่อขื่นภูมิพมิลมีขื่มี ขื่อขื่เดิมดิว่า เขื่อขื่นยันยัฮี เป็นป็เขื่อขื่นเอนกประสงค์แห่งแรกในประเทศไทย สร้างเป็นป็ เขื่อขื่นคอนกรีตรีรูปโค้งขนาดใหญ่ที่ญ่ ที่สูที่สูงที่สุที่สุดในประเทศไทยและ เอเชียชีอาคเนย์ จัดจัอยู่ใยู่นอันอัดับดั 8 ของโลก มีคมีวามสูงจากฐานถึงถึสันสั เขื่อขื่น 154 เมตร นอกจากนั้นนั้จะเป็นป็ที่ผที่ลิตลิกระแสไฟฟ้าเพื่อพื่ ใช้งานแล้ว ยังยัเป็นป็แหล่งเพาะพันพั ธุ์สัตสัว์น้ำ จืดจืที่สำที่สำคัญคัของเมือมืงไทย มีเมีส้นทางเดินดิศึกศึษาธรรมชาติหติลานเส้นทาง บรรยากาศตอน เย็นย็ก็ชิก็ ชิลๆดีมดีาก มีลมีมเย็นย็สบายพัดพัอยู่ตยู่ลอดเวลา ถ่ายรูปได้ สวยเข้าถึงถึแหล่งธรรมถึงถึมากที่สุที่สุด เมื่อมื่เสร็จร็เรียรีบร้อร้ยก็ไก็ด้เดินดิ ทางมุ่งมุ่หน้ากลับลัโรงเรียรีน ถึงถึ โรงเรียรีนประมาณหนึ่งนึ่ทุ่มทุ่นิด
หลังลัจากเดินดิทางถึงถึบ้านก็ไก็ม่ไม่ด้รีบรีวางกระเป๋าและเอาของ ฝากไปแบ่งบ่ ให้ทุกคนกินกิเนื่อนื่งจากด้วยความเหนื่อนื่ยล้าจึงจึ ไป อาบน้ำ พอนึกนึๆไปแล้วก็คิก็ดคิว่ามันมัเป็นป็ที่ดีที่มดีาก เพราะได้ไป เที่ยที่วหลากสถานที่ที่ที่ ที่ไที่ม่เคยไปทั้งทั้นั้นนั้ทั้งทั้เยือยืนเมือมืงเก่า ชิม อาหารของจังจัหวัดวัสุโขทัยทัของฝาก และเขื่อขื่น ทั้งทั้หมดมันมัเต็มต็ ไปด้วยความทรงจำ ดีๆดีที่ไที่ม่อม่าจลืมลืเลือลืนทั้งทั้กับกัตัวตัเราเอง เพื่อพื่นๆ รุ่นรุ่น้องและคุณครู :)
จั ด ทำ โ ด ย น . ส . ช นั ญ ชิ ด า ท อ ง สุ ข 5 / 1 0 เ ล ข ที่ 3 6 ชวนน้องท่อง(เที่ยว)น่าน
เชื่อชื่ว่าหลายคนยังยัมีคำมี คำถามอยู่ใยู่นใจว่าจะวางแผนไปเที่ยที่วไหนเมื่อมื่มี เวลาช่วงหยุดยาวปีใหม่ บางคนก็อก็าจจะไปท่อท่งเที่ยที่วพักพัผ่อผ่น กลับลัต่าง จังจัหวัดวัไปหาและสังสัสรรค์กับกัหาญาติ พี่น้พี่ น้อง ฉันฉัก็เก็ป็นป็หนึ่งนึ่ ในนั้นนั้เช่นช่ กันกัที่ต้ที่ ต้องกลับลัไปหาย่าย่ที่อที่ยู่น่ยู่าน่น จังจัหวัดวัที่เที่ต็มต็ ไปด้วยความรักรัความ ผูกพันพัที่สที่ามารถทำ ให้ใครหลายๆคนหลงรักรั เมื่อมื่ ไม่นม่านมานี้ก่นี้อก่นปีใหม่ไม่ม่กี่ม่ กี่วักี่นวัพ่อพ่และแม่ขม่องฉันฉั ได้ตัด้ดตัสินใจที่ จะไปเยี่ยยี่มย่าย่ที่น่ที่าน่น อำ เภอสองแคว พร้อร้มกันกัชวนฉันฉั ไปด้วย ใน ตอนแรกฉันฉัก็ไก็ด้ปด้ฏิเฏิสธที่จที่ะไปเพราะว่าขี้เขี้กียกีจนั่งนั่รถเป็นป็เวลานานกว่า 5ชั่วชั่ โมง แต่ทุต่ ทุกคนก็ไก็ด้เกลี่ยลี่กล่อล่มให้ไปเพราะเวลาไม่นี้ม่ นี้ไนี้ม่ไม่ด้มีมมีา บ่อบ่ยๆ เย็นย็วันวันั้นนั้ฉันฉัเลยรีบรีแพ็คพ็ของเพื่อพื่จะออกเดินดิทางในวันวัพรุ่งนี้ ในวันวัรุ่งขึ้นขึ้ฉันฉัก็ตื่ก็ ตื่นตื่ตามเวลาปกติแติต่ก็ไก็ม่ไม่ด้ทด้านเข้าเช้าแต่อต่ย่าย่งได้ เพราะว่าง่วงนิดหน่อน่ย ขึ้นขึ้รถมาก็นั่ก็งนั่ฟังฟัเพลงพร้อร้มกับกัเอนตัวตันอน เส้นทางการเดินดิทางก็จก็ะไม่ค่ม่อค่ยลำ บากเท่าไหร่แร่ต่ก็รก็ายล้อล้มไปด้วยภูเขา ที่ชัที่นชัมากมายภูมิทัมิ ศทั น์ที่สที่วยงาม แต่สิ่งสิ่หนึ่งนึ่ที่ฉัที่นฉังงมากก็คืก็อคืถนนก็ที่ก็ ที่ก็ที่ ก็ สร้างบางที่ ย้อย้นกลับลัไปเมื่อมื่5ปีที่แที่ล้วที่ฉัที่นฉัมาเปรียรีนเทียบกับกัตอนนี้ มันมัก็ยัก็งยัไม่เสร็จร็สักสัที แต่ก็เก็ห็นห็ความคืบคืหน้ามาสักสันิด ต้องผ่านจังจัหวัดวั แพร่ ที่นี้ที่ นี้ก็นี้ถืก็อถืว่ามีคมีวามเจริญริขึ้นขึ้กว่าเมื่อมื่ก่อก่นตั้งตั้เยอะ ฉันฉักึ่งกึ่หลับลักึ่งกึ่ตื่นตื่ ในรถ นอนแล้วนอนอีกอีมันมัก็ยัก็งยัไม่ถึม่งถึสักสัที จากนั้นนั้ก็แก็วะเข้าห้องน้ำ สักสั ที แต่ฉัต่นฉัจำ ชื่อชื่ ไม่ไม่ด้แด้ล้ว ห้องน้ำ ที่นี่ที่ นี่เนี่ป็นป็ห้องน้ำ สาธารณะที่จที่ะต้องจ่าย ค่าบริกริารด้วย แต่สภาพภายในใช้ไม่ไม่ด้เลยสกปรกมากราวกับกัไม่มีม่ ใมีคร มาทำ ความสะอาดเลยสักสันิดรู้สึรู้กสึผิดหวังวัอยู่เล็กล็น้อย ขับขัรถมาอีกอีสักสั ประมาณชั่วชั่ โมงกว่าก็ถึก็งถึจังจัหวัดวัน่าน่น
เข้ามาในตัวตัเมือมืง ที่นี่ที่ นี่เนี่ปลี่ยลี่นไปเยอะ มากจากแต่ก่อก่น ขับขัๆผ่านมาก็จก็ะเห็นห็สถาน ที่ท่ที่อท่งเที่ยที่วมากมายไม่ว่ม่ ว่าจะเป็นป็ทั้งทั้วัดวั คาเฟ่ พิพิพิ ธพิภัณภัฑ์ต่ฑ์ ต่างๆ ผู้คผู้นต่างมาท่อท่ง เที่ยที่วกันกัที่เที่ห็นห็ผ่านขณะมองออกไปนอก หน้าต่างรถก็จก็ะมี วัดวัมิ่งมิ่เมือมืง ส่วนตัวตัคิดคิว่า วัดวันี้มีนี้คมีวามคล้ายกับกัวัดวัร่อร่งขุนที่เที่ชียชีงราย เพราะวัดวัมิ่งมิ่เมือมืงเป็นป็วัดวัที่มีที่สีมีขสีาว ประติมติากรรมศิลปะแบบเชียชีงแสนตั้งตั้อยู่ ใจกลางเมือมืงน่าน่น นอกจากนี้ยันี้งยัเป็นป็ที่ ประดิษดิฐานของเสาพระหลักลัเมือมืง ผ่านมาก็จก็ะเป็นป็วัดวัภูมินมิทร์ วัดวัขึ้นขึ้ชื่อชื่ลือลืชาของจังจัหวัดวัไฮไลต์สำ คัญคั ของวัดวันี้จนี้ะอยู่ที่ยู่ ที่ภที่าพของปู่ม่ปู่าม่ยย่าย่ม่าม่นที่ไที่ด้รับรัการขนานนามว่าเป็นป็ภาพ กระซิบรักรับรรลือลื โลก ตามมาด้วยวัดวันี้เนี้ลย วัดวัพระธาตุช้างค้ำ วรวิหวิาร ขณะที่นั่ที่งนั่อยู่ใยู่นรถสิ่งสิ่ที่เที่ห็นห็ ได้โดดเด่นด่ก็คืก็อคืเจดีย์ดี ย์นั้นนั้เอง เพราะมันมัมี ความสูงมากอีกอีทั้งทั้ยังยัมีสีมี เสีหลือลืงทองงามอร่าม หลังลัจากที่ไที่ด้ทำด้ ทำการค้นหา ข้อมูลเพิ่มพิ่เติมติ ได้ว่าเจดีย์ดี ย์ได้รับรัอิทอิ ธิพลจากศิลปะแบบสุโขทัยทัพร้อร้มกับกั ภาพจิตจิรกรรมฝาผนังนัอันอัเก่าแก่ในนี้ด้นี้ ด้วย และที่น้ที่ น้อยหน้าไม่ไม่ด้ก็ด้คืก็อคืวัดวั ศรีพัรีนพัต้นต้ตอนแรกก็ไก็ม่รู้ม่ รู้จักจัชื่อชื่หรอก แต่ส่วนตัวตัสิ่งสิ่ที่ชที่อบก็คืก็อคื สถาปัตปัยกรรมพญานาคเจ็ดจ็เศียศีรสีทสีองอร่ามขนาดใหญ่ ถึงถึแม้จม้ะยังยัไม่ เคยเขาไปสัมสัผัสผับรรยากาศภายในแบบจริงริๆจังจัๆ แต่เขาว่ากันกัว่าภายใน มีโมีรงเก็บก็เรือรืเลิศลิเกียกีรติศัติกศัดิ์ ที่เที่ป็นป็เรือรืขุดด้วยไม้ต้ม้นต้เดียดีวที่ใที่หญ่ที่ญ่ ที่สุที่สุด ในประเทศไทยอีกอีด้วย…บรรยายแล้วบรรยายอีกอีก็ยัก็งยัไม่ถึม่งถึที่หที่มายสักสัที ฮ่า ฮ่า ฮ่า
แล้วเราก็จก็ะเห็นห็สภาพความเป็นป็อยู่ขยู่องผู้คผู้นแถวนั้นนั้ทั้งทั้เด็กด็เล็กล็ เด็กด็ โต ผู้ใผู้หญ่ ส่วนมากคนแถวนั้นนั้ก็จก็ะมีอมีาชีพชีทำ ไร่ รับรัจ้างต่างๆ ทำ ให้เด็กด็รุ่นรุ่ ใหม่สม่มัยมันี้ก็นี้ทก็ยอยกันกั ไปทำ งานกันกัที่เที่มือมืงกรุงกันกั เมื่อมื่ถึงถึ ปีใหม่เช่นช่นี้ก็นี้จก็ะกลับลัมา จากนั้นนั้ ไม่น่ม่าน่นก็ถึก็งถึที่บ้ที่ บ้านย่าย่ เปลี่ยลี่นแปลงไปเหมือมื นกันกัพอลงจากรถก็รัก็บรัเอาสัมสัภาระไปเก็บก็ ให้ เข้าที่ จากนั้นนั้ ไม่นม่านย่าย่ก็กก็ลับลัมาบ้าน ฉันฉัและย่าย่สวมกอดกันกัด้วย ความอบอุ่นอุ่ฉันฉัก็นั่ก็งนั่พักพัผ่อผ่นตามอัธอัยาศัยศัย่าย่ก็จก็ะไปจัดจัเตรียรีม ห้อง ปูผ้าห่มที่นที่อนให้ ส่วนฉันฉัพ่อพ่และแม่ก็ม่มก็ารับรัประทานอาหาร กลางวันวักับกัอาที่หที่น้าบ้าน จากนั้นนั้ก็ไก็ป นอนกลางวันวัข้างบนเพราะรู้สึรู้กสึเหนื่อนื่ยล้า บรรยากาศในตอนกลางวันวัค่อค่ยข้างที่จที่ะ ร้อร้นแต่ไม่มม่ากเท่าไหร่ พอตื่นตื่มาก็ลก็งมา เล่นล่ข้างล่าง จะเป็นป็ ได้ว่าภายในบ้านก็จก็ะ เป็นป็ ไปด้วยของเล่นล่เด็กด็ทั้งทั้หมดนี้ก็นี้เก็ป็นป็ ของลูกของอาของฉันฉั ไม่นม่านอาก็ไก็ด้ทำด้ ทำ ยำ วุ้นวุ้เส้นใส่กุ้ส่ กุ้งมาให้ทาน มันมัเป็นป็รสชาติ ที่อที่ร่อร่ยครบรส เปรี้ยรี้ว เผ็ดผ็หวาน ลงตัวตัที่สุที่สุด ฉันฉัรู้สึรู้กสึว่าตัวตัเองเหมือมื นเป็นป็ เจ้าหญิงญิ ไม่ต้ม่ ต้องทำ อะไรสักสัอย่าย่ง มีแมีต่ คนคอยเอามาให้ช่างเป็นป็อะไรที่แที่สน สบายจริงริๆ
วันวันี้ก็นี้ ไก็ม่มีม่อมี ะไรมากทั้งทั้กินกิและนอน ไม่มีม่อมี ะไรให้ทำ เลย ไม่ไม่ด้อด้อกไปด้านนอก พอตกเย็นย็มาก็ต้ก็ ต้องรีบรีอาบน้ำ เพราะอากาศที่นุ้ที่นุ้หนาวกว่าลำ ปาง ทุกคนที่นี้ที่ นี้เนี้ข้านอนตั้งตั้แต่หัวหัค่ำ พ่อพ่กับกัแม่ฉัม่นฉันอนตั้งตั้แต่ทุ่ต่ ทุ่มทุ่กว่าๆ ส่วนย่าย่อาและน้องก็นก็อน ประมาณ 2-3ทุ่มทุ่กว่าๆ ซึ่งซึ่ต่างจากฉันฉัมากที่ปที่กตินติอนตอนเที่ยที่ง คืนคืฉันฉัเลยตัดตัสินใจที่จที่ะนอนชั้นชั้ล่างแทนเพื่อพื่ ไม่ใม่ห้รบกวนคน อื่นอื่ก่อก่นนอนก็ไก็ด้กิด้นกิ โยเกิร์กิตร์เย็นย็ๆหนึ่งนึ่แก้วและอากาศค่อค่นข้าง จะเย็นย็มากฉันฉัเลยต้องห่มผ้าห่มประมาณสามชั้นชั้ ได้ แต่รู้สึรู้กสึว่า นอนสบายดีเดีหมือมื นเปิดแอร์อร์ยู่ตยู่ลอดเวลาทั้งทั้ๆที่เที่ป็นป็อากาศ ธรรมชาติ
จากนั้นนั้ ไม่นม่านก็อก็อกเดินดิทางต่อต่ ไปที่ Cocoa Valley Cafe อาของ ฉันฉัเป็นป็คนแนะนำ บอกว่าต้องมาที่นี่ที่ นี่ในี่ห้ได้ ที่จที่อดรถที่นี้ที่ นี้ค่นี้อค่นข้างแคบ พอเข้าไปข้างในก็จก็ะเห็นห็ผู้คผู้นมากมายต่อต่ ซื้อซื้ โกโก้กันกัอยู่ ที่นี้ที่ นี้ปนี้ลูก แบบอินอิทรีย์รี ย์ใช้เวลากว่า 3 ปีในการดูแลจนได้ผด้ลโกโก้ และนำ ผล โกโก้จากสวนมาผ่านกรรมวิธีวิอธีย่าย่งพิถีพิพิถีถัพินถัตั้งตั้แต่ขั้นขั้ตอนการหมักมั การตาก ใช้เวลากว่า 1เดือดืนในการแปรรูปเมล็ดล็จากนั้นนั้จึงจึแปรมา เป็นป็ช็อช็คโกแล็ตล็แท้100% นอกจากนี้บนี้รรกายาศดีค่ดีอค่นข้างสงบดี มีมุมีมุ น่าน่รักรัๆสำ หรับรัให้นั่งนั่และถ่ายรูป โทนที่ใที่ช้ในการตกแต่งจะเป็นป็ โทน น้ำ ตาลมองออกไปจะเป็นป็เป็นป็สีเสีขียขีวของต้นต้ ไม้ เช้าวันวัต่อต่มาและก็เก็ป็นป็วันวัสุดท้าย เพราะเรามากันกัแค่สองวันวัถึงถึอย่าย่งนั้นนั้ก็ตก็าม สิ่งสิ่ที่อที่ยากจะบอกก็คืก็อคือากาศที่นี้ที่ นี้สนี้บายมาก สูดเอาออกซิเจนได้เต็มต็ ปอด แพลนในวันวันี้ คือคืการไปเที่ยที่ววัดวัภูเก็ตก็, Cocoa Valley Cafe และฟาร์มร์เห็ดห็บ้านหัวหัน้ำ การเดินดิทาง ไปในแต่ละที่ค่ที่อค่นค้างจะใช้เวลา เราเริ่มริ่กันกั ที่วัที่ดวัภูเก็ตก็กันกัเลย ตั้งตั้อยู่ที่ยู่ ที่บ้ที่ บ้านเก็ตก็หมู่ 2 ตำ บลวรนคร อำ เภอปัวปัมีภูมี ภูมิทัมิ ศทั น์ที่สที่วยงาม มากทางด้านหลังลัวัดวัจะติดติกับกัทุ่งทุ่นาสีเสีขียขีวขจี สุดลูกหูลูกตา มองลงไปด้านล่างจะมีแมีม่น้ำม่ น้ำ ไหลผ่านเป็นป็ที่อที่าศัยศัของปลาและสัตสัว์น้ำ ต่างๆ เราสามารถให้อาหารได้ นอกจากนี้ยันี้งยัมี อุโบสถทรงล้านนาประยุกต์ จิตจิรกรรมฝาผนังนั สามมิติมิ ติเป็นป็ที่ปที่ระดิษดิฐาน “หลวงพ่อพ่แสนปัวปั หรือรืหลวงพ่อพ่พุทธเมตตา” ที่ศัที่กศัดิ์สิทธิ์ ฉันฉัก็ไก็ด้ไปกราบสักสัการะมาเพื่อพื่ความเป็นป็สิริ มงคลอีกอีด้วย
เราพึ่งพึ่รู้ว่าที่นี้ที่ นี้มีนี้รีมีสรีอร์ตร์ด้วยเรียรีกว่า Cocoa Valley Resort มีทั้มี ทั้งทั้หมด 13ห้อง แบ่งบ่เป็นป็ 6ประเภท ราคาก็จก็ะแตกต่างกันกัออกไป ตามประเภท ส่วนที่สุที่สุดท้ายของวันวันี้ก็นี้คืก็อคื ฟาร์มร์ เห็ดห็บ้านหัวหัน้ำ ทางขับขัรถขึ้นขึ้ ไปก็ลำก็ลำบากอยู่ นิดหนึ่งนึ่เพราะต้องขับขัขึ้นขึ้เขา แต่ก็คุ้ก็คุ้มค่าที่ มาที่นี่ที่ นี่รนี่ายล้อล้มไปด้วยต้นต้ ไม้ มีจุมีจุดชมวิววิมี ชิงช้าให้นั่งนั่แต่ฉัต่นฉั ไม่นั่ม่งนั่เพราะกลัวลัตกลง ไป มีที่มี ที่นั่ที่งนั่ ให้เลือลืกหลายโซน ทั้งทั้ชั้นชั้ล่าง ชั้นชั้บนและโซนต้นต้ ไผ่ที่ผ่ ที่ฉัที่นฉั ไปนั่งนั่ฉันฉั ได้ สั่งสั่น้ำ มาดื่มดื่แต่สิ่งสิ่ที่ต้ที่ ต้องสุ่งที่นี้ที่ นี้จนี้ริงริๆก็คืก็อคื พิซพิ ซ่าเห็ดห็พิซพิ ซ่าเห็ดห็, เห็ดห็หอมอบชีสชี, ยำ เห็ดห็สามสหายและเห็ดห็หอมอบวุ้นวุ้เส้น ราคาก็ไก็ม่แม่พงมากแถมยังยัอร่อร่ยอีกอีด้วย นั่งนั่อยู่สัยู่กสัพักพัก็กก็ลับลัแต่ก่อก่นที่จที่ะเข้าบ้านก็ไก็ด้ไปแวะที่โที่ลตัสตัปัวปั ไป ซื้อซื้ของกินกิของใช้ที่จำที่จำเป็นป็ฉันฉั ซื้อซื้ โดนัทนัขนมปังปัและสตอเบอร์รี่ร์ รี่ กลับลัมาพร้อร้มกับกัน้ำ หวาน พอถึงถึบ้านก็นั่ก็งนั่เล่นล่ ไม่นม่านก็รัก็บรัประทาน อาหารเย็นย็เหมือมื นเดิมดิอาบน้ำ อุ่นอุ่ดูทีวี ดื่มดื่นมหนึ่งนึ่กล่อล่งแล้วก็นก็อน เก็บก็แรง…
วันวันี้ก็นี้เก็ป็นป็วันวัเดินดิทางกลับลัลำ ปางแล้วรู้สึรู้กสึ ไม่อม่ยากกลับลัเลย อยากอยู่ต่ยู่อต่อีกอีหลายๆวันวัแต่ก็ไก็ม่สม่ามารถเลือลืกได้ ก่อก่นกลับลัก็ไก็ด้ลาย่าย่ และอา ตอนแรกย่าย่ ให้เงินงิมาเพื่อพื่ที่จที่ะให้เอาไปใช้ แต่ฉัต่นฉัก็ไก็ด้ปด้ฏิเฏิสธ ไป ย่าย่ ได้ทำด้ ทำข้าวเหนียวหมูทอดและข้าวปุกงาให้กินกิระหว่างทางรองทอง จะบอกว่ามันมัอร่อร่ยมากจนตาฉันฉัลุกวาว ตอนขากลับลัพบว่ามีรมีถสัญสั จร เยอะมาก ต่างคนต่างเดินดิทางกลับลัไปทำ งานเนื่อนื่งจากหมดวันวัหยุดปี ใหม่นั่ม่นนั่เอง ฉันฉัก็นก็อนในรถเหมือมื นเดิมดิตื่นตื่มาอีกอีทีก็มก็าทานข้าวเที่ยที่งที่ แพร่ ร้านชื่อชื่ว่าครัวรัจิ้นจิ้สด อาหารพื้นพื้ เมือมืง ตั้งตั้อยู่ที่ยู่ ที่สี่ที่ สี่แสี่ยกน้ำ โค้ง ถนน แพร่-ลอง ต.ป่าแมต เปิดบริกริารตามปกติ ทุกวันวัเวลา 09:30 - 20:00 น. ตามชื่อชื่เลยก็คืก็อคืเป็นป็ร้านอาหารพื้นพื้ เมือมืงที่เที่ปิดบริกริารมานาน กว่า 25ปี คนค่อค่นข้างเยอะเลยทีเดียดีว อาหารเด็ดด็เลยก็คืก็อคืฮกนึ่งนึ่ยำ ใส้หวาน ซกเล็กล็แกงอ่ออ่มเนื้อนื้ส้มตำ ปลาร้า หลู้หลู้มู ลาบขมสุก จิ้นจิ้นึ่งนึ่ เครื่อรื่งในลวก ส้าจิ้นจิ้และต้มขม แต่ที่ต่ ที่ฉัที่นฉัสั่งสั่ก็คืก็อคืตำ ไข่เค็มค็ตำ หมูยอ คอหมูย่าย่ง เนื้อนื้ย่าย่ง ลาบขมดิบดิและลาบอีสอีาน จานที่เที่สริฟ์ริ ฟ์มาค่อค่นข้างเล็กล็ก็ที่ก็ ที่คิที่ดคิ ไว้ แต่ก็ไก็ม่เป็นป็ ไรรสชาติก็ติอก็ร่อร่ยดีใดีช้ได้ เลย ราคาก็ไก็ม่แม่รงมาก (ฉันฉั ไม่ไม่ด้จ่ายเลยสักสับาทแม่เป็นป็คนจัดจัการทั้งทั้ นั้นนั้) จากนั้นนั้ก็มุ่ก็มุ่งมุ่ตรงกลับลับ้านทันทัที พอถึงถึบ้านก็รีก็บรี ไปกอดหมาทันทัที คิดคิถึงถึมาก จากนั้นนั้ก็ไก็ปออกกำ ลังลักาย ทานข้าว อาบน้ำ และนอน พอย้อย้นนึกนึกลับลัไปก็รู้ก็รู้สึรู้กสึว่าเป็นป็ทริปริที่ปที่ระทับทั ประทับทั ใจมาก การที่เที่ราไปเจอคนที่เที่รารักรัหลังลัจากที่ไที่ม่ไม่ด้ เจอกันกัมานาน ทำ ให้ฉันฉัมีคมีวามสุกมากขึ้นขึ้เหมือมื นมีอมี ะไร มาเติมติเต็มต็ ในสิ่งสิ่ที่ขที่าดหายไป ชอบทุกๆที่ที่ที่ ที่ไที่ด้ไป ชอบ ทุกๆสิ่งสิ่ที่ไที่ด้กิด้นกิแม้ว่ม้ ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ร่ ไก็ม่สม่า มารบลืมลืเลือลืนความทรงจำ นี้ไนี้ด้…
ล่องใต้ เที่ยวสงขลา จัดทำ โดย : น.ส.พัชราภา ชัยเนตร์ ม.๕/๑๐ เลขที่ ๓๘
นึกถึงความทรงจำ ที่ได้ไปภาคใต้ครั้งแรกในชีวิต ฉันก็ ยังตื้นตันใจจนถึงทุกวันนี้ ตอนนั้นเมื่อประมาณปลายเดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๕ ฉันได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมที่ จังหวัดสงขลา โดยเป็นการเดินทางไปกับคณะกรรมการสภา นักเรียน ซึ่งก่อนไปคือฉันเครียดมากเพราะคิดว่าคนภาคใต้ไม่ กินหมู เลยคิดว่าตัวเองจะอาศัยอยู่กับพวกเขาไม่ได้ (ฉันไม่ได้ บูลลี่นะ แต่ฉันคิดแบบนั้นจริง ๆ) ฉันก็เลยลองหาข้อมูลด้วย ตัวเองทางอินเทอร์เน็ต และถามทางคุณครูด้วย เพราะฉัน ต้องไปอาศัยกับคนที่นู่นแบบโฮสต์ ฉันจะได้ไม่รู้สึกแปลก แยกและคุยกับเขารู้เรื่อง ล่องใต้ เที่ยวสงขลา
ฉันเดินทางโดยนั่งรถตู้จากโรงเรียนไปถึงสนามบิน เชียงใหม่ หลังจากนั้นฉันก็นั่งเครื่องบินไปยังสนามบินหาดใหญ่ ราคาตั๋วเครื่องบินจากเชียงใหม่ไปหาดใหญ่ ประมาณ ๕,๐๐๐ บาท ราคานี้ถือว่ากำ ลังพอดีเลย หลังจากที่ฉันถึงอำ เภอ หาดใหญ่ ฉันก็ได้ไปทานข้าวต้มรถแดง ตั้งอยู่บริเวณตลาดกิมห ยง จะมีรถสองแถวสีแดงเป็นจุดสังเกต ซึ่งข้าวต้มร้านนี้โด่งดัง มากในอำ เภอหาดใหญ่ วัตถุดิบหลัก ๆ ในข้าวต้มถ้วยนี้ (ใส่ทุก อย่าง) ก็จะมี หมูหวาน กระเพาะหมู ซี่โครงหมู และเครื่องในไก่ ถ้วยนี้มีราคา ๖๕ บาท นับว่าเป็นข้าวต้มที่อร่อยที่สุดที่ฉันเคย ทานมาเลย และสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ก็คือ คนใต้ก็กินหมูเหมือนกัน ต่อไปฉันก็ได้ไปที่พักอาศัยก็คือที่บ้านของโฮสต์ฉัน หลังจากนั้น เราก็แยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัย
โฮสของฉันชื่อว่า เชอร์รี่ เป็นประธานนักเรียนของโรงเรียน หาดใหญ่วิทยาลัย เชอร์รี่พาฉันไปเที่ยวที่ต่างๆรอบอำ เภอหาดใหญ่ และให้ความรู้ฉันมากมาย โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยตั้งอยู่กลางเมือง หาดใหญ่ โรงเรียนนี้มีทั้งหมด ๒๐ ห้อง ซึ่งมีสายการเรียนที่หลากหลาย มาก (อาหารอร่อยด้วย) และโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยมีสถานที่ท่อง เที่ยวใกล้ๆโรงเรียนนี้มากมาย เช่น สวนสาธารณะเทศบาลนคร หาดใหญ่ และ เขาคอหงส์ ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากที่โรงเรียนประมาณ 10 นาที
เช้ามา ฉันก็ได้ไปสวนสาธารณะเทศบาลนคร หาดใหญ่ ซึ่งเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๕.๐๐ น. ถึง ๒๑.๐๐ น. ฉันเดินทางโดยรถตุ๊ก ๆ (รถสองแถว) ที่ฉันเรียกแบบนี้เพราะคนที่นี่เขาเรียกว่ารถตุ๊ก ๆ แต่ ทางภาคเหนือเรียกว่ารถกะป้อ โดยจะต้องเสียค่าบริการ คนละ ๒๐ บาท พอถึงที่สวนสาธารณะแล้ว ฉันก็นั่งรถ ขึ้นไปที่เขาคอหงส์เป็นอันดับแรก ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมด ๕ นาที (ฉันเมารถมาก เพราะขึ้นเขาและโค้งเยอะสุด ๆ) พอถึงแล้ว ฉันแทบตกใจ ลิงเยอะมากมีเป็นฝูงเลย หากสงสัยว่าทำ ไมเขาคอหงส์ถึงมีลิง เยอะ ก็เพราะว่าพื้นที่บนเขาคอหงส์ยังเป็นพื้นที่ป่า และอีก ส่วนหนึ่งก็มาจากคนเรานี่แหละ ชอบโยนอาหารให้ลิงกิน ทำ ให้มีลิงลงมาหาอาหารตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ ที่แรกที่ฉัน ไปบนเขาคอหงส์คือ พระโพธิสัตว์กวนอิมนครหาดใหญ่ สามารถเข้าไปสักการะได้ฟรี ส่วนใหญ่คนที่มามักจะเป็นคน ประเทศมาเลเซีย เพราะจังหวัดสงขลาติดกับประเทศมาเลเซีย
หลังจากนั้นฉันก็นั่งรถขึ้นเขาคอหงส์ไปจนถึงยอด ฉันก็ได้ไปสักการะพระพุทธมงคลมหาราช ซึ่งเป็นพระพุทธ รูปประจำ เมืองหาดใหญ่ แล้วทำ ไมถึงเป็นพระพุทธรูป ประจำ เมืองหาดใหญ่?? ก็เพราะพระพุทธมงคลมหาราชมี ขนาดใหญ่ และมีผู้คนขึ้นไปสักการะเป็นจำ นวนมาก อีก ทั้งบนยอดเขาคอหงส์มีกระเช้าลอยฟ้าอีกด้วย เป็นกระเช้า ลอยฟ้าแห่งแรกในประเทศไทย ค่าบริการชาวไทยคนละ ๑๐๐ บาท แต่ถ้าเป็นนักเรียน/นักศึกษา จะมีค่าบริการ คนละ ๕๐ บาท ส่วนค่าบริการชาวต่างชาติ จะมีค่าบริการ คนละ ๒๐๐ บาท ซึ่งจะเปิดให้บริการวันอังคารถึงวัน อาทิตย์ เวลา ๙.๐๐ น. ถึง ๒๐.๐๐ น. บนยอดเขาคอ หงส์ยังมีจุดชมวิวเมืองหาดใหญ่แบบพาโนรามาอีกด้วย
พอชมวิวเสร็จฉันก็ลงมาเที่ยวที่สระน้ำ สวนสาธารณะหาดใหญ่ ฉันมาปั่นเป็ดเล่นกับเพื่อน ๆ ของฉัน ค่าบริการคนละ ๒๐ บาท มีเวลา ไม่จำ กัด รวมทั้งหลังจากปั่นเป็ดเสร็จแล้ว ฉันก็ได้มานั่งระบายสี ปูนปลาสเตอร์ ราคาตัวละ ๓๐ บาท (ราคาแล้วแต่ขนาด) แถมฟรีเสื่อ และสี ฉันจึงได้ระบายสีริมสระน้ำ อากาศเย็นและสงบสุขมาก ๆ พอถึง เวลา ๑๗.๐๐ น. จะมีชมรมผู้สูงอายุมาเต้นแอโรบิกที่บริเวณศาลากลาง สระน้ำ ซึ่งมีเป็นประจำ ทุกวัน (ฉันอยากไปเต้นด้วยจริง ๆ รู้สึกปวดหลัง สุด ๆ )
หลังจากนั้น เพื่อนๆของฉันได้พาไปกินร้านอาหารชื่อดัง ในเมืองหาดใหญ่ ก็คือ ร้านเฝออินเตอร์ หรือ เฝอหม้อไฟ เป็น ร้านอาหารบุฟเฟต์ ชาบู ปิ้งย่าง ซึ่งเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ น. ถึง ๒๒.๓๐ น. ฉันได้ไปชิมอาหารที่นี้ครั้งแรก หมู ไม้ไผ่อร่อยมาก คล้ายๆหมูเด้ง แต่รสชาติหวานกว่า และนุ่มกว่า อีกทั้งเส้นเฝอ ฉันไม่เคยทานมาก่อน ได้ลองครั้งแรก รู้สึกว้าว และอยากมาลองอีกครั้ง พอเรากินเลี้ยงกันเสร็จก็แยกย้ายกลับ ที่พักอาศัย เพื่อรอผจญภัยในวันต่อไป…
วันต่อมาฉันได้ไปเที่ยวสถานที่โด่งดังในจังหวัดสงขลา หลาย แห่ง ที่แรกที่ฉันไปคือ เกาะยอ ที่ตั้งอยู่บริเวณกลางทะเลสาบสงขลา ฉันได้ไปเรียนรู้เรื่องผ้าทอเกาะยอ หรือ ผ้าเกาะยอ ซึ่งเป็นผ้าพื้นเมือง ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา ผ้าทอมีความประณีตและมีสีสันที่ สวยงาม โดยมีการทอยกดอกที่มีลวดลายอ่อนนุ่ม ถือว่าเป็น สัญลักษณ์หัตถกรรมพื้นบ้านของภาคใต้และยังเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำ บลหนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP ปี ๒๕๔๙ ราคาผ้าทอเกาะยอส่วน ใหญ่จะประมาณ ๑,๐๐๐ บาทขึ้นไป หลังจากนั้นฉันก็ได้เดินทางไปที่ พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา สถาบันทักษิณคดีศึกษา ตำ บลเกาะยอ จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่บริเวณสะพานติณสูลานนท์ (มีจุดชมวิวถนนด้วย นะ) ซึ่งเป็นสะพานคอนกรีตที่ยาวที่สุดในประเทศไทยและเป็นสะพาน ที่ใช้ข้ามทะเลสาบสงขลา สะพานนี้มีความเชื่อว่าหากเรากลั้นหายใจ จนถึงสุดสะพานได้ เราจะสามารถขอพรได้ ๑ ข้อ (แต่ฉันทำ ไม่ได้ ๕๕๕+)
พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา สถาบันทักษิณคดี ศึกษานี้จัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิต ขนมธรรมเนียม ท้องถิ่น ศิลปหัตถกรรม ตลอดจนประวัติศาสตร์ อัน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญา ของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในภาคใต้ของประเทศไทย โดยจะแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ อาทิ ห้องกระต่ายขูด มะพร้าว ห้องการละเล่นของเด็กภาคใต้ ห้อง พิพิธภัณฑ์เสียง เป็นต้น เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. ถึง ๑๗.๐๐ น. โดยจะ ต้องเสียค่าเข้าชมคนละ ๕๐ บาท หากเป็นชาวต่าง ชาติจะเสียค่าเข้าชมคนละ ๑๐๐ บาท ฉันได้เดินดู พิพิธภัณฑ์ประมาณ ๒ ถึง ๓ ชั่วโมงได้ เพราะ วัฒนธรรมของพวกเขาน่าสนใจมาก และมีความ ขลัง โบราณ และเข้าถึงได้ง่าย ทำ ให้รู้สึกสนุกกับ การเรียนรู้ ฉันนั่งพักอยู่ในพิพิธภัณฑ์เป็นเวลานาน เพื่อนั่งรอรถก่อนจะไปย่านเมืองเก่าสงขลา (ฉันตื่น เต้นมาก)
ฉันถึงที่ย่านเมืองเก่าสงขลาในช่วงเวลาบ่าย ๆ ฉันจึงได้ไปทานข้าวกับเพื่อน ๆ ฉันสั่งข้าวยำ ปักษ์ใต้ ซึ่งเป็นอาหารประจำ ภาคใต้มาลองชิมดู จานนี้ราคา ๔๐ บาท มีรสชาติเปรี้ยว เค็ม หวาน (อร่อยดี) ฉันเดิน เที่ยวให้อาหารพอย่อยได้ จนเจอกับสตรีทอาร์ตชื่อดัง แห่งแรกของจังหวัดสงขลา จำ ลองมาจากร้านน้ำ ชาฟุ เจา วันนี้ฉันไปโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น หรือเรียกง่ายๆ ว่า โรงสีแดง เพราะเป็นโรงสีขนาดใหญ่ที่มีสีแดง โรง สีข้าวโบราณแห่งนี้ที่มีอายุมากกว่า ๑๐๐ ปี เปิดให้ บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ น. ถึง ๑๘.๐๐ น. ภายในเป็นอุทยานการเรียนรู้เกี่ยวกับจังหวัดสงขลาและ บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของจังหวัดสงขลา ที่เที่ยวต่อ ไปของทริปนี้คือ เขาตังกวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๕ นาที
เขาตังกวน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำ คัญแห่งหนึ่งในอ.เมือง จ.สงขลา มีลักษณะเป็นเนินเขาสูง จากระดับน้ำ ทะเลประมาณ 2,000 ฟุต หากเดินขึ้นไปบนยอดเขา ซึ่งใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที จะพบกับ พระ เจดีย์หลวง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในโบราณสถานที่สำ คัญของเมืองสงขลา อีกทั้ง บนเขาตังกวนยังสามารถเห็นวิวเมืองสงขลาได้แบบ ๓๖๐ องศา ฉันได้เห็น วิวหาดสมิหลา เกาะหนูและเกาะแมวด้วย แต่ขนาดของเกาะหนูมีขนาด ใหญ่กว่าเกาะแมวอีกนะ (ตามเรื่องเล่าสมัยโบราณ) จนมาถึงที่เที่ยว สุดท้ายของวันนี้ คือหาดสมิหลา ใช้ระยะเวลาในการเดินทางแค่ ๒ นาที
ในระหว่างทางไปหาดสมิหลา ฉันได้พบกับปู เสฉวนบก ตอนแรกฉันคิดว่ามันเป็นหอย (เพราะฉัน ไม่เคยเห็นสักครั้งนึงเลยในชีวิต) ปูเสฉวนบกเป็นปูที่ อาศัยอยู่ในเปลือกหอย ซึ่งสามารถออกมาจาก เปลือกเพื่อผสมพันธุ์และเปลี่ยนขนาดเปลือกหอย ตามขนาดตัวได้ แต่จะตายลงภายใน ๒๔ ชั่วโมง ซึ่ง น้องปูเสฉวนปกนี้ มักอาศัยอยู่ใน่ป่าใกล้ชายฝั่ง เนื่องจากต้องกินน้ำ เค็มเพื่อเพิ่มแคลเซียมและเกลือ แร่ให้กับร่างกาย ฉันแวะมาสังเกตลักษณะของมัน และเดินทางไปผจญภัยที่หาดสมิหลาต่อ
หาดสมิหลา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำ คัญที่ มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา อยู่ในเขตเทศบาลเมือง นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นนางเงือกที่นั่ง อยู่บนโขดหินเป็นจำ นวนมากขึ้นทุกปี ฉันนั่งอยู่ริม หาดอย่างนั้นเป็นเวลานาน เพื่อรอชมพระอาทิตย์ ตกดิน มันเป็นช่วงเวลาที่สงบสุขจริง ๆ ฉันกลับถึงที่ พักในช่วงเวลาค่ำ พอถึงฉันได้รีบเก็บกระเป๋า สัมภาระต่าง ๆ เพราะพรุ่งนี้ตอนเช้าจะต้องกลับ จังหวัดลำ ปางแล้ว เช้าของอีกวัน ฉันได้ไปเที่ยว ตลาดกิมหยงก่อนจะไปที่สนามบินหาดใหญ่
ตลาดกิมหยง เป็นตลาดขายของฝากและของที่ ระลึกขนาดใหญ่ในอำ เภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตลาด กิมหยงเปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหาดใหญ่ อาจเป็นเพราะเสน่ห์สำ คัญของการมาเยือนเมืองนี้ อยู่ที่ การช้อปปิ้งสินค้านานาชนิด ฉันได้ซื้อของฝากกลับไปให้ พ่อและแม่ หมดไปประมาณ ๕๐๐ กว่าบาท แต่ฉันว่า ตลาดกิมหยงมีสินค้าที่ราคาถูกมาก และมีของที่หลากหลาย ฉันถึงสนามบินหาดใหญ่ในช่วงเวลาบ่าย
ฉันได้นั่งเล่นรอถึงเวลาขึ้นเครื่องบิน นึกถึง ความทรงจำ ที่ผ่านมา มันเป็นช่วงเวลาที่ประทับใจ และชวนคิดถึงเสียจริง ความสวยงามของจังหวัด สงขลา วัฒนธรรมโบราณที่หลากหลาย (แอบขลัง) มี ความเชื่อที่แตกต่างจากภาคเหนือ ซึ่งสื่อถึงประเพณี และวัฒนธรรมของภาคใต้ได้อย่างชัดเจน ช่วงเวลาที่ ผ่านมา ฉันมีความสุขมาก เรื่องที่เครียดต่าง ๆ ฉัน กลับคลายเครียดและปล่อยวาง ฉันจึงคิดว่า บางครั้ง การที่เราได้เที่ยวในที่แปลกใหม่และได้เรียนรู้อะไร ใหม่ ๆ ทำ ให้เราได้ใช้ชีวิตนี้ของเราอย่างคุ้มค่า และ ไม่เสียดายภายหลังเมื่อไม่มีโอกาสแล้ว