The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-01-14 01:15:32

รายงานฟุตบอล

รายงานฟุตบอล

รายงาน

เร่ือง…ฟุตบอล

จัดทาโดย

นางสาวณีรนุช คงนะ
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 5/1

เสนอ

คุณครู ดวงพร อินทร์กลุ

โรงเรียนหนองปรือพิทยาคม

คานา
รายงานเล่มนีจ้ ัดทาขึน้ เพอ่ื เป็ นส่วนหน่ึงของวชิ าฟุตบอล ช้ัน ม.5/1 เพอ่ื ให้
ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องกฬี า.ฟุตบอลและได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพอ่ื เป็ นประโยชน์
กบั การเรียน

ผู้จดั ทาหวงั ว่า รายงานเล่มนีจ้ ะเป็ นประโยชน์กบั ผู้อ่าน หรือนักเรียน
นักศึกษา ที่กาลงั หาข้อมูลเร่ืองนีอ้ ยู่ หากมีข้อแนะนาหรือข้อผดิ พลาดประการใด
ผู้จัดทาขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นีด้ ้วย

สารบัญ 1-2
ประวตั คิ วามเป็ นมาของกฬี าฟตุ บอล 3-7
ทกั ษะพนื้ ฐานของกีฬาฟุตบอล 8-9
มารยาทกฬี าฟตุ บอล

ประวตั แิ ละความเป็ นมาของกฬี าฟุตบอล

ฟุตบอล (Football) หรือซอคเกอร์ (Soccer) เป็นกีฬาท่ีไม่สามารถยนื ยนั ถิ่นกาเนิดไดช้ ดั เจน เนื่องจากแต่
ละชนชาติตา่ งมีการละเล่นท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยคลึงกบั กีฬาฟุตบอลในปัจจุบนั เช่นท่ีฝรั่งเศสมีการละเล่นท่ี
เรียกวา่ ลาซูเลอ (La soule) ส่วนอิตาลีกม็ ี จิคิโอ เดล คาลซิโอ (Gioco Del Calcio) และหากถกเถียงกนั วา่
ประเทศใดเป็ นผใู้ หก้ าเนิดกีฬาฟุตบอลกค็ งไมส่ ามารถหาขอ้ ยตุ ิได้ เพราะต่างขาดหลกั ฐานการยนื ยนั ที่
เป็นรูปธรรมซ่ึงสามารถใชใ้ นการอา้ งอิง

แรกเร่ิมตามหลกั ฐานวทิ ยาศาสตร์ที่พสิ ูจนไ์ ด้ มีการเล่นกีฬาท่ีคลา้ ยฟุตบอลในบนั ทึกคูม่ ือทางการทหาร
ของประเทศจีนระหวา่ งราชวงศฮ์ นั่ ในศตวรรษที่สองและสามก่อนคริสศกั ราช เรียกวา่ “ซือ-ซู” (Tsu-

Chu) ซ่ึงหมายถึงการเตะลูกหนงั ดว้ ยเทา้ โดยผเู้ ล่นที่มีช่ือเสียงในยคุ น้นั ต่างถูกนกั ประพนั ธ์และนกั
ประวตั ิศาสตร์ยกยอ่ งใหเ้ ป็นวรี บุรุษของชาติ[1]
ในญี่ป่ ุนก็มีกีฬาที่คลา้ ยกนั ช่ือเคมาริ (Kemari) เป็นการละเล่นที่ตอ้ งยนื เป็ นวงกลม แลว้ ผเู้ ล่นต่างส่งบอล
ใหก้ นั และกนั โดยพยายามไมใ่ หบ้ อลสัมผสั พ้นื เมื่อเทียบกบั ซือ-ซู แลว้ เป็นกีฬาที่ไม่มีปัจจยั ของการ
แขง่ ขนั ไม่มีการแยง่ กนั ครองบอล แตก่ ย็ งั มีการเล่นกนั มาจนถึงปัจจุบนั
นอกจากน้ียงั พบกีฬาเอพิสคีรอส (Episkyros) ของกรีก แต่หลกั ฐานรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมหลงเหลือ
อยนู่ อ้ ยมาก[2] และยงั คน้ พบกีฬาที่คลา้ ยคลึงกนั ซ่ึงเรียกวา่ ฮาร์ปาสตมั (Hatpastum) ของโรมนั ท้งั น้ี
วธิ ีการเล่นคือมีประตูคนละขา้ ง แลว้ นาลูกบอลไปยงั จุดหมาย อาจดว้ ยการเตะ ทุ่ม หรือขวา้ งลูกไป
ดา้ นหนา้ ตามช่ือ ฮาร์ปาสตมั ซ่ึงหมายถึงการเหวย่ี งไปขา้ งหนา้ กีฬาชนิดน้ีเป็ นท่ีนิยมในช่วงปี ค.ศ. 700-
800 อยา่ งไรก็ตามเม่ือโรมนั นาไปเผยแพร่ท่ีองั กฤษ แทบจะไม่พบการใชเ้ ทา้ เล่นกีฬาชนิดน้ี

ฟุตบอลเริ่มมีกติกาการแขง่ ขนั ที่แน่นอน เม่ือองั กฤษไดก้ ่อต้งั สมาคมฟุตบอลในปี ค.ศ.1962 (พ.ศ. 2406) ในผบั ที่
มีช่ือวา่ ฟรีเมสันส์ (Freemasons Tavern) ในกรุงลอนดอน โดยมีการร่างกฎการแข่งขนั ฟุตบอลในสมุดจดรายงาน
ดว้ ยลายมือของเอบีเนเซอร์ คอบบ์ มอร์เลย์ (Ebenezer Cobb Morley) ซ่ึงปัจจุบนั ถูกจดั แสดงในหอสมุดแห่งชาติ
องั กฤษ (British Library) ภายในสมุดประกอบดว้ ยกฎตน้ ฉบบั ของฟุตบอล 13 ขอ้ [3] จากน้นั เกมการแขง่ ขนั
ฟุตบอลกถ็ ูกพฒั นาเรื่อยมา

ทกั ษะพนื้ ฐานของการเล่นกฬี าฟุตบอล

1.การเดาะลูกบอล

การเดาะลูกบอลเป็นการบงั คบั ลูกบอลโดยใชส้ ่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย คือ หลงั เทา้ เขา่ หนา้
ขา ศีรษะ ขา้ งเทา้ ดา้ นนอก ขา้ งเทา้ ดา้ นใน หนา้ อกและไหล่

2.การหยดุ ลูกบอล

การหยดุ ลูกบอล หมายถึง การบงั คบั ลูกบอลท่ีเคล่ือนที่มาในลกั ษณะต่าง ๆ ใหอ้ ยกู่ บั เทา้ บนพ้ืนดิน
หรือเคล่ือนไหวไปในลกั ษณะที่อยใู่ นครอบครอง หลกั ทวั่ ไปในส่วนตา่ ง ๆของร่างกายช่วยในการบงั คบั ลูก
บอลน้นั ตอ้ งอาศยั การผอ่ นตาม เพ่อื ใหล้ ูกบอลอยใู่ นครอบครอง ซ่ึงหมายถึงเทา้ ร่างกายจะตอ้ งอยใู่ นมุมของ
ลูกบอลท่ีเคล่ือนที่เขา้ มา แลว้ บงั คบั ใหล้ ูกบอลหยดุ นิ่ง

3.การเล้ียงลูกบอล

การเล้ียงลูกบอลเป็นการครอบครองลูกบอลใหเ้ คล่ือนท่ีไปขา้ งหนา้ หรือกลบั หลงั โดยใชเ้ ทา้ หรือ เพอื่
ทาการหลบหลีกคู่ต่อสู้ เป็นทกั ษะที่มีประโยชน์เป็นอยา่ งมากในการเล่นฟุตบอล ตอ้ งอาศยั การฝึกฝนจน
ชานาญ

4.การโหม่งลูกบอล
การโหม่งลูกบอลเป็ นการใชศ้ ีรษะบริเวณหนา้ ผากบงั คบั ลูกบอลท่ีลอยมาในอากาศใหเ้ ปลี่ยน

ทิศทาง หรือส่งใหเ้ พ่อื นร่วมทีม หรือเพื่อทาประตู
5.การทุม่ ลูกบอล

การทุม่ ลูกบอล คือ การทุ่มลูกเขา้ สู่สนามตามกติกา เม่ือลูกบอลออกทางดา้ นขา้ ง ฝ่ ายตรงกนั ขา้ ม
จะตอ้ งมาทุม่ ลูกตรงจุดที่ลูกบอลออกเขา้ สู่สนามทุกคร้ัง
6.การยงิ ประตู

การยงิ ประตเู ป็ นการฝึกสืบเน่ืองมาจากการส่งและการเตะลูกบอล แตก่ ารยงิ ประตตู อ้ งเพิ่มแรง
เหวยี่ ง แรงดีดขณะเขา้ ปะทะลูกบอลมากกวา่ เดิมในการยงิ ประตู

กฎกติกาการเล่นฟุตบอล

รวมกฎ กติการและพ้ืนฐานการเล่นฟุตบอล ของหนงั สือ สกายบุก๊ ในกติการขอ้ ท่ี 12 ฟาวลแ์ ละการระเมิดกติกา
ดงั น้ี(คดั ตาม นส.ทุกคา)โทษโดยตรง การลงโทษดว้ ยการใหฟ้ รีคิกโดยตรงจะเกิดข้ึนในการท่ีทาฟาวลต์ าม
กติการท้งั 6 รายการที่ ผ้ตู ดั สินพจิ ารณาแล้วเห็นว่าใช้ความรุนแรง ทาด้วยความต้งั ใจ และขาดความย้งั คิด
1. เตะหรือพยายามเตะร่ายกายคูแ่ ข่งขนั
2. ดึงหรือพยายามดึงคูแ่ ข่งขนั
3. กระโดดเขา้ ใส่คู่แข่งขนั
4. ชาร์จคู่แข่งขนั
5. ผลกั คูแ่ ขง่ ขนั
6. ยงิ บอลอดั คูแ่ ข่งขนั
การลงโทษโดยตรงจะเกิดข้ึนไดอ้ ีกถา้ มีการฟาวลใ์ น 4 ลกั ษณะดงั ต่อไปน้ี
7. ปะทะคู่แข่งขนั เพือ่ ใหไ้ ดบ้ อลมาครอบครอง โดยเขา้ ปะทะก่อนที่จะไดบ้ อล
8. กอดคู่แขง่ ขนั
9. ถ่มน้าลายใส่คู่แขง่ ขนั
10. เจตนา ใชแ้ ขนเล่นบอล
การต้งั บอลเพ่ือเตะโทษท้งั โดยตรงและโดยออ้ มจะเกิดข้ึน ณ บริเวณจุดท่ีมีการฟาวลเ์ กิดข้ึน
การเตะโทษ การเตะโทษเกิดข้ึนหลงั จากมีการฟาวลใ์ น 10 ลกั ษณะที่กล่าวมาขา้ งตน้ ในเขตโทษของตวั เอง

โทษโดยออ้ ม เกิดข้ึนเมื่อผเู้ ล่นและผรู้ ักษาประตูทาฟาวลใ์ นเขตประตู โดยมีลกั ษณะการฟาวลด์ งั ต่อไปน้ี
1. ผรู้ ักษาประตูสมั ผสั บอลคร้ังท่ีสองหลงั จากปล่อยลูกฟุตบอลจากมือไปแลว้
2. สมั ผสั บอลอีกคร้ังหน่ึงหลงั จากปล่อยบอลใหเ้ พอ่ื นร่วมทีมแลว้ เพื่อนส่งคืนกลบั มา
3. สัมผสั บอลจาการทุมคืนโดยเพ่อื นร่วมทีม
4. ถ่วงเวลา
5. ผเู้ ล่น แสดงท่าทางอนั ตราย ในการเล่น
6. ขวางการเล่นของคูแ่ ขง่ ขนั
7. ขวางผรู้ ักษาประตไู ม่ใหป้ ล่อยบอลหรือเร่ิมเกม
8. ทาฟาวล(์ ตามขอ้ อื่นๆ)หลงั ผตู้ ดั สินเป่ าหยดุ เกม
การคาดโทษ การคาดโทษในเกมฟุตบอลมี 2 วธิ ี คือ
1. การตกั เตือน ซ่ึงผตู้ ดั สินอาจจะคาดโทษดว้ ยใบเหลืองก็ได้
2. ถา้ ผเู้ ล่นยงั ไมย่ อมปรับปรุงวธิ ีการเล่นอาจจะโดนใบเหลืองท่ีสอง ซ่ึงเป็นใบแดงให้ออกจากการแข่งขนั หรือ
อาจจะโดนคาดโทษดว้ ยใบแดงใหอ้ อกจากการแข่งขนั เลย
การคาดโทษดว้ ยใบเหลือง มี 7 รูปแบบดงั น้ี
1. ไม่มีน้าใจเป็นนกั กีฬา
2. ไมย่ อมรับคาตดั สินท้งั วาจาและทา่ ทาง
3. พยายามละเมิดกติกาการแข่งขนั
4. หน่วงเหนี่ยวการเล่นเกมใหม่
5. อยใู่ นระยะที่ต่ากวา่ 10 หลา เม่ือมีการเตะมุมและเตะกินปล่าว

6. เขา้ สนามแขง่ โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต
7. พยายามออกจากสนามโดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต
การคาดโทษดว้ ยใบแดง มี 7 รูปแบบดงั น้ี
1. ทาฟาวลอ์ ยา่ งรุนแรง
2. ผดิ ระเบียบวนิ ยั นกั เตะอยา่ งรุนแรง
3. ถ่มน้าลายใส่ร่างกายคู่แข่งขนั หรือวา่ คนอ่ืนๆ
4. เจตนาใชแ้ ขนปัดบอล กรณีท่ีคูแ่ ขง่ ขนั ส่งบอลขา้ มเส้นประตู เช่นเดียวกบั ผรู้ ักษาประตูที่ใชแ้ ขนปัดบอลนอก
เขตประตูของตวั เอง
5. ขดั ขวางการเขา้ ไปทาประตขู องคู่แข่งขนั หรือในจงั หวะท่ีมีการยงิ จุดโทษ
6. ใชภ้ าษาท่ีหยาบคาย ด่าคู่แข่งขนั เพอ่ื นร่วมทีมหรือผตู้ ดั สิน
7. ถูกคาดโทษดว้ ยใบเหลืองมาก่อนแลว้ 1 ใบ
กติกาการล้าหนา้
ตาแหน่งลา้ หน้า เกดิ ขึน้ เม่ือ
1. ผเู้ ล่นอยใู่ กลก้ บั เขตประตคู ู่แข่งขนั มากกวา่ บอลที่กาลงั เล่นและกองหลงั ตวั สุดทา้ ย
2. ผเู้ ล่นอยใู่ นตาแหน่งล้าหนา้ เกี่ยวขอ้ งกบั เกม
3. ผเู่ ล่นอยใู่ นตาแหน่งล้าหนา้ เกี่ยวขอ้ งกบั คูแ่ ข่งขนั
4. ไดเ้ ปรียบจากการยนื ในตาแหน่งล้าหนา้
ขอ้ 2, 3 และ 4 ข้ึนอยกู่ บั ดุลพินิจของผตู้ ดั สินตาแหน่งไม่ลา้ หน้า เกดิ ขึน้ เมอ่ื
1. ผเู้ ล่นอยใู่ นแดนตวั เอง

2. ผเู่ ล่นอยใู่ นระดบั เดียวกนั กบั กองหลงั ตวั สุดทา้ ย
3. ผเู่ ล่นอยใู่ นระดบั เดียวกนั กบั กองหลงั สองคนสุดทา้ ย
4. รับบอลจากการเตะจากเส้นประตูตวั เอง
5. การทุม่
6. การเตะมุม
มารยาทของการเล่นฟุตบอล
การเล่นฟุตบอลกเ็ หมือนกบั การเล่นกีฬาประเภทอื่นๆ ท่ีผเู้ ล่นจาเป็นตอ้ งมีมารยาทในการเล่น
เพือ่ ใหก้ ารเล่นดาเนินไปดว้ ยดี นอกจากน้ีผดู้ ูกค็ วรมีมารยาทในการดูเช่นเดียวกนั จึงจะทาใหเ้ กิดผลดี
ตอ่ การกีฬาอยา่ งสมบรู ณ์

มารยาทของผเู้ ล่นฟุตบอลที่ดี
1. มีความรักและความสามคั คีในหมคู่ ณะ เอ้ือเฟ้ื อเผือ่ แผช่ ่วยเหลือกนั
2. มีน้าใจนกั กีฬา แสดงการขอโทษเม่ือรู้วา่ ตนเองกระทาผดิ รู้จกั ใหอ้ ภยั เม่ือเพอ่ื นผดิ พลาด
รู้จกั แพเ้ มื่อตนเองมีความสามารถและฝีมือไม่มากนกั
3. มีความรับผดิ ชอบในหนา้ ท่ีของตนตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย
4. ปฏิบตั ิตามกฎกติกาการเล่นโดยเคร่งครัด
5. เชื่อฟังการตดั สินของผตู้ ดั สิน โดยไมแ่ สดงกิริยาท่ีไม่เหมาะสมแก่ผตู้ ดั สินในการตดั สิน
ไมก่ ระทาการใดๆ อนั เป็นการยว่ั ยหุ รือกลนั่ แกลง้ ผเู้ ล่นฝ่ ายตรงขา้ ม
6. มีความอดทน เสียสละ
7. กลา้ ตดั สินใจ แสดงความคิดเห็น และแสดงออกในสิ่งที่ถูกตอ้ ง
8. มีความสุภาพเรียบร้อย ปฏิบตั ิตนอยใู่ นระเบียบประเพณีท่ีดีงาม

บรรณานุกรม
https://sites.google.com/site/prawatifutbxl55/prawati-laea-khwam-pen-ma-

khxng-kila-futbxl
https://sites.google.com/site/kilafutbxlkilayxdniym/thaksa-futbxl-beuxng-tn

https://sites.google.com/site/kilafutbxl0/32131


Click to View FlipBook Version