The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ไม่มีเวียงพระลอ ไม่มีเวียงสะหรอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pipope2562, 2020-04-17 02:43:24

ไม่มีเวียงพระลอ ไม่มีเวียงสะหรอง

ไม่มีเวียงพระลอ ไม่มีเวียงสะหรอง

ผดิ พลาด! ตวั เลขไม่สามารถถกู แสดงในรูปแบบท่รี ะบุ



บันทึกการวิเคราะห์จากข้ อเท็จจริ งเพื่ออธิ บายเรื่ องราวทาง
ประวตั ิศาสตร์ของเมืองสองนี ้เป็นการสืบค้นและวิเคราะห์ข้อมลู ตามหลกั
วิธีการทางประวัติศาสตร์ เพ่ือให้สามารถอธิบายข้อคาถามที่เกิดขึน้ จาก
ความเห็นแย้ ง เนื่องจากการนาเสนอข้ อมูลบางอย่าง ในอดีตอาจ
คลาดเคลือ่ นจากข้อเทจ็ จริง หรืออาจมีความรู้ความเข้าใจเรื่องราวตา่ งๆทไ่ี ม่
ถูกต้ อง ทางคณะกรรมการเขียนประวัติศาสตร์เมืองสองยินดีรับฟั ง
ข้อเท็จจริงท่ีเป็นประโยชน์และข้อเสนอแนะท่ีเป็นเหตเุ ป็นผล ขอขอบคณุ
ทกุ ฝ่ายทใ่ี ห้ข้อมลู ท่ีเป็นประโยชน์ จงึ รวบรวมและทาเป็นบนั ทกึ นีข้ นึ ้



บันทกึ การวิเคราะห์จากประสบการณ์ท่เี ก่ียวข้องกับเมืองสอง

ในอดีตเช่ือวา่ เมืองสองเป็นเมืองท่ีวิวฒั นาการมาจาก เวียงสรอง ที่เคยล่มสลาย
จนถูกทิง้ ร้ างไป เหลือเพียงเวียงโบราณท่ีรอพิสูจน์เชิงโบราณคดีที่คาดว่าคงมีคาตอบ จน
สามารถบ่งบอก อายุ และวิถีชีวิตของคนในยคุ นนั้ มีเรื่องราวที่อาจบอกเล่าได้จากโบราณวตั ถุ
หรือศิลปวตั ถุเหล่านนั้ มากมาย แต่จนแล้วจนรอดเราก็ยงั ไม่พบว่าจะมีใคร หรือหน่วยงานใด
ทาการสืบค้นเพ่ือหาคาตอบเหลา่ นนั้ อย่างจริงจงั

ท่ีมีก็เพียงตานาน คาบอกเล่า และยงั มีหลกั ฐานจากวรรณกรรมอมตะ เร่ืองลิลิต
พระลอ เทา่ นนั้ ให้เรานามาวเิ คราะห์ถงึ ความน่าจะเป็น แล้วนามาร้อยเรียงสร้างเป็นภาพที่คาด
ว่า หากเป็นไปตามการวเิ คราะห์ ผนวกเข้ากบั ตรรกะ ด้วยเหตดุ ้วยผลหลายๆอยา่ งแล้วภาพของ
เวียงสรองคงจะเป็นอยา่ งนี ้

๑. เวียงโบราณดงั กล่าวน่าจะมีมาแต่ดงั้ เดิมตามเส้นทางโบราณเพ่ือไปมาหาสู่
กัน เพ่ือการค้าขาย ที่แคว้นหริภูญชัย สุโขทัย และโยนกเชียงแสนเคยทา
การค้าต่อกนั ในพทุ ธศตวรรษท่ี ๑๙-๒๐ เป็นต้นมา หรืออาจมีมาตงั้ แต่ก่อน
หน้ านนั ้

๒. จากการศึกษาโบราณวัตถุจากวัดร้ างโบราณเขตอุทยานแห่งชาติแม่ยม
ได้แก่วดั ไจ วดั แยง และอีกหลายวดั ทาให้เช่ือได้ว่า ชมุ ชนโบราณ ไม่ได้มีแต่
เฉพาะเวียงสรองเทา่ นนั้ คงมีชมุ ชนโบราณอีกหลายแห่งตามที่ราบล่มุ นา้ ยม
ตลอดเส้นทาง

๓. จากการศึกษาวิจัยของ วรเมธ ชัยมงคล นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย
เชียงใหม่ ที่ได้รายงานผลการศึกษาเวียงสะเอียบและซากฟอสซิล ในที่
ประชมุ คณะกรรมการท่ีปรึกษาอทุ ยานแห่งชาติแม่ยม ครัง้ ท่ี ๑/๒๕๖๒ วนั ท่ี
๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติแม่ยมท่ีได้พูดถึงแหล่งชมุ ชนการค้าเหนือน่านนา้ แม่ยมใน
อดีตว่า เป็นการค้าขายที่เปิดกว้าง ซึ่งศิลปวัตถุและโบราณวตั ถุที่พบมีทงั้
ของจีน จากเตาเผาของชา่ งสกลุ พะเยา และจากเตาเผาอ่ืนๆทวั่ ภาคเหนือ ณ



จุดนีค้ งเป็นจุดนดั พบ มีการนาสินค้าจากแผ่นดินจีนมาค้าขายแลกเปลี่ยน
กบั อีกหลายชมุ ชนทางเรือ หรือทางอื่นเชน่ ววั ตา่ งหรือเกวียน เป็นต้น
๔. จากการศึกษาพงศาวดารโยนกและพงศาวดารน่าน พบข้อมลู บางอย่างที่
กล่าวถึงเมืองสองโบราณ
๕. จากการไปศึกษาข้อมลู ประวตั ิศาสตร์ บ้านเวียงสอง ท่งุ ช้าง น่าน ทาให้เรา
เช่ือว่า สงครามแยง่ ชงิ อานาจในยคุ เทิง-ลอ อาจเกี่ยวข้องกบั เวียงสรองท่ีถกู
ทิง้ ร้ างไป แม้ว่าขณะนีย้ ังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด แต่ช่วงเวลาของ
สงครามที่เกิดขึน้ นนั้ สอดคล้องใกล้เคียงกบั ช่วงเวลาที่เชื่อว่ามีการเกิดขึน้
ของวรรณกรรมลิลติ พระลอ
ในฐานะนกั วิชาการทางการศึกษาอยากเสนอมมุ มองที่ถูกต้องและชดั เจนตาม
ข้อเท็จจริง และตามที่ปรากฏในลิลิตพระลอ เป็นความถูกต้องท่ีไม่ต้องมาตีความกนั อีก ไม่ใช่
เป็นมมุ มองเชิงธุรกิจ แต่เป็นหลกั เพื่อให้เกิดความยง่ั ยืนทางการศึกษา โดยนาประสบการณ์ใน
อดีตเพ่ือใช้เป็นบนั ทกึ เร่ืองราวประกอบการศึกษาประวตั ิศาสตร์เมืองสองและใช้เป็นหลกั ฐาน
อ้างอิงตอ่ ไป

ประเดน็ ท่ี ๑ คือ”เวียงสอง”กบั เวียง”สะหรอง”
ช่ือ “เมืองสรอง” ปรากฏอย่ใู นหนงั สือ “ลิลิตพระลอ” เช่ือว่าคือเวียงโบราณในเมืองสอง

ที่ถูกทิง้ ร้างนั่นเอง ถูกเรียกว่า เวียงสรอง เพราะอยู่ในขอบเขต คือเวียง(คูเวียง) และกาแพง
ล้อมรอบ ส่วนเมืองสองคือพนื ้ ที่ทงั้ หมดในอาเภอสอง (รวมทงั้ เวียงสรอง)

แนวเนินดินสามชนั้ บง่ บอกวา่ เป็นกาแพงเมืองโบราณ ล้อมรอบตวั เวยี งรูปร่างคล้ายหอยสงั ข์เช่ือวา่ เป็นเวยี งสรอง



เวียงสรอง เขียนด้วยอกั ขรวธิ ีเดียวกนั กบั เวียงสรวง หรือแมนสรวง อ่านว่า
เวียงสวง หรือแมนสวง ไมไ่ ด้อ่านวา่ เวียงสะหรวง หรือแมนสะหรวง ตามที่ปรากฏในลิลิต
พระลอ (ในบทกวีที่ ๕ และที่ ๖) ในเมื่อ สรวง อ่านว่า สวง ดงั นน้ั สรอง จึงควรอา่ นวา่ สอง
เช่นเดียวกนั อกั ขรวิธีเช่นนีป้ รากฏเป็นชือ่ ของ อ.แม่สรวย อา่ นวา่ แม่สวย ไม่ไดอ้ า่ นว่า แม่สะ
หรวย และ อ.บ่อสร้าง อ่านวา่ บ่อสา้ ง ไม่ไดอ้ ่านวา่ บ่อสะหร้าง เป็นตน้

อกั ขรวิธีของภาษาล้านนาโบราณ ท่านเขียน ส ใน ระฯ คือ ระฯส เท่ากับ
พยญั ชนะไทยกลางคือ สร แต่ออกเสียงเพียง ส ไม่มีควบกล้า หรือเปลี่ยนเป็นตวั ไหล ดงั นน้ั
ระฯสอฯง สรอง จึงอา่ นวา่ สอง เท่านน้ั

ภาพเวียงสรองท่ียงั คงปรากฏแนวกาแพงเมืองอยา่ งชดั เจนซง่ึ มีลกั ษณะเป็น ๒ เวยี งตามภาพท่ีแสดง

และหากพิจารณาจากฉนั ทลกั ษณ์ของร่ายในบทกวีที่ ๕ และ ๖ คือ
บทกวี (๕) “กล่าวถึงขนุ ผูห้ า้ ว นามท่านท้าวแมนสรวง เป็นพระยาหลวง
ผา่ นเผา้ เจ้าเมืองสรวงมีศกั ดิ์ ฯลฯ” 1

1กระทรวงศกึ ษาธิการ แบบเรียนลิลิตพระลอ



บทกวี (๖) “มีพระยาหน่ึงใหญ่ ธไสร้ทรงนามกร พิมพิสาครราช พระบาทเจ้า
เมืองสรอง สมบตั ิสองราชา มีมหิมาเสมอกนั ฯลฯ” 2

ฉันทลกั ษณ์ประเภทร่ายในลิลิตพระลอนนั้ มีลกั ษณะท่ีแตกต่างจากร่ายโบราณ
เรียกว่า ร่ายสภุ าพ ซงึ่ พฒั นามาจากร่ายโบราณ ซง่ึ มีวรรคละ ๓-๑๔ คา แต่ในลิลิตพระลอโดย
มากมกั จะปรากฏจานวน ๕-๗ คา และมีการส่งสมั ผสั ที่คาสดุ ท้ายของวรรค และคารับสมั ผสั
ตงั้ แต่คาแรกถึงคาสุดท้ายของวรรค ส่วนการลงท้ายบทของร่ายสุภาพนัน้ แตกต่างจากร่าย
โบราณซง่ึ จบเมื่อเนือ้ ความจบ แต่ร่ายสภุ าพจบดว้ ย โคลงสองสภุ าพ3

หากพิจารณาตาม (๕) นามท่านท้าวแมนสรวง นบั แล้วมี ๕ คาพอดี และใน (๖) หาก
อ่าน “พระบาทเจ้าเมืองสรอง” เป็นเมืองสอง ก็จะมีจานวนคาเป็น ๕ คาพอดี ถ้าอ่านเป็น
เมืองสะหรอง ก็จะมีจานวนคาเป็น ๖ คา หากให้เลือก กวีควรเลือก ๕ คามากกว่า ๖ คา
เพ่ือให้อยู่ในความเป็นร่ายสุภาพตามกรอบฉันทลกั ษณ์ ดังนนั้ ความเป็นเมืองสองจึงน่ามี
ความเป็ นไปได้มากกว่าเมืองสะหรองมาตงั้ แต่แรกเริ่ม อนั เป็นเจตนาดงั้ เดมิ ของกวี

ซากโบราณสถานทมี่ เี พยี งหลกั ฐานภาพถา่ ยขาวดาซง่ึ ปัจจบุ นั ได้บรู ณะครอบองค์เดมิ ไว้ เช่ือวา่ คอื อนสุ รณ์สถานสามกษัตริย์

แล้วเวียงสะหรอง (เวียงสรอง) ล่ะมีไหม คาตอบคือ ไม่มีเวียงสะหรอง มีแต่
เวียงสรอง(อ่านว่าเวียงสอง) เทา่ นนั้ !

2 เร่ืองเดียวกนั
3 ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต ,อ่านลิลิตพระลอฉบบั วิเคราะห์และถอดความ, สานกั พิมพ์แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั พิมพ์ครัง้ ที่ ๑ ปทุมวนั
กรุงเทพฯ ๒๕๔๕ ๙



ประเด็นที่ ๒ คือ เรื่อง “เวียงลอ” และ “เวียงพระลอ”

เวียงลอ เป็นเมืองโบราณในเขตล้านนาตงั้ อยใู่ นเขตตาบล ลอ และตาบลหงส์หิน

อาเภอจนุ จงั หวดั พะเยา มีแม่นา้ อิงไหลผ่านกลางเมือง ทาให้เวียงลอแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
ฝั่งเหนือของแม่นา้ อิง อย่ใู นเขตตาบลหงส์หิน และฝ่ังใต้อย่ใู นเขตตาบลลอ จากคาเล่าผ้เู ฒ่าผู้
แก่และตามหลกั ฐานต่างๆนนั้ เช่ือว่าเวียงลอเป็นเมืองเดียวในเขตล้านนาท่ีปรากฏหลักฐาน
แนวคันดินกัน้ ลานา้ แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญา ในการทาระบบชลประทานขนาดใหญ่ที่มี
ประโยชน์ด้านควบคุมนา้ เพ่ือใช้ในด้านการเกษตร และเพ่ือป้องกันนา้ ท่วม พืน้ ที่เกษตร
รวมทัง้ ศาสนสถานต่างๆ และที่ตัง้ บ้านเรือนของชุมชน ภายในเขตกาแพงเมืองพบวัดร้ าง
มากกวา่ 50วดั ตามวดั ร้างจะพบพระพทุ ธรูปหินทรายและพระพทุ ธรูปทองสาริดจานวนมากแต่
ถกู ทาลายไปเกือบหมด พบเศษภาชนะดินเผาทงั้ วฒั นธรรมหริภญุ ไชยตอนปลาย และภาชนะ
ดินเผาจากแหล่งเตาล้านนา นามาเก็บไว้ให้อนุชนรุ่นหลงั ได้ศึกษาต่อไปท่ีพิพิธภณั ฑ์เวียงลอ
วดั ศรีปิงเมือง

ส่วน เวียงพระลอ ไม่มีอยู่จริงในพืน้ ท่ีอาเภอสอง การเกิดข้ึนของชื่อ “เวียง
พระลอ” เป็ นเรื่องของครอบครัวหน่ึงในพืน้ ทีห่ มู่ที่ ๓ ตาบลบา้ นกลาง อาเภอสอง จงั หวดั แพร่
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ที่เปิ ดร้านอาหารและได้นาเอาชื่อเวียงพระลอมาเป็ นชื่อร้านอาหารของ
ตนเอง

การนาช่ือเวียงพระลอมาใช้เพ่ือการค้า ในความรู้สกึ ของคนเมืองสองในขณะนนั้
มองเห็นว่า ผู้ประกอบการต้องการนาเอากระแส”พระลอ”มาสร้างภาพให้แก่ร้านของตนเอง
เท่านนั้ และมองเห็นว่าพ่อค้ามกั ใช้วิธีการเช่นนีม้ าสร้างความสนใจให้แก่ลูกค้า เหมือนกบั การ
นาเอาชื่อ ”ก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิต” มาเป็นช่ือร้าน โดยที่ข้อเท็จจริงคือพืน้ ท่ีที่มาเปิดก็ไม่ใช่รังสิต
และไม่ทราบว่าเจ้าของเคยมีกิจการก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่รังสิตจริงหรือไม่ แถมยงั มีการสร้างความ
เช่ือถือให้แก่ตวั เองโดยเตมิ คาว่า”เจ้าเก่า”เข้าไปด้วย ดงั นนั้ การที่ผ้คู ้ารายหนงึ่ ไปนาเอาช่ือ”เวียง
พระลอ”มาเป็นช่ือร้านจงึ ไมม่ ีใครสนใจท้วงตงิ

และบงั เอญิ มีเหตกุ ารณ์ท่ีไม่มีใครคาดคดิ ได้เกิดขนึ ้ ในวนั เปิดร้าน คือ ลกู ค้าที่มา
นงั่ ด่ืมกิน อย่โู ต๊ะใกล้กนั แล้วเกิดการไมพ่ อใจอีกฝ่ายหนง่ึ จนชกั ปืนออกมายิงขม่ ข่กู นั และรุนแรง
ถึงขนั้ ตามออกมาไล่ยิงกนั เหมือนในหนงั ในเวลาต่อมาก็เกิดเหตกุ ารณ์ ท่ีเจ้าของร้านฝ่ายชาย
(ปัจจบุ นั ถึงแก่กรรมแล้ว)แอบไปก๊กุ กิ๊กกับสาวเสริฟจนหนีตามกันไปตงั้ หลกั แหล่งอย่ทู ่ีอ่ืน ทิง้



ภรรยาหย่าร้างกนั ไปอยา่ งไม่ใยดี ซงึ่ เป็นเร่ืองท่ีหาคาอธิบายไมไ่ ด้ว่าเหตกุ ารณ์ดงั กลา่ วเป็นเรื่อง
ของอาถรรพ์ หรือเป็นเหตบุ งั เอญิ ที่เกิดขนึ ้ ในเวลาไลเ่ รี่ยกนั

ทุกคนคิดไปในทิศทางเดียวกันว่า คงเกิดอาถรรพ์จากการที่ไปเอาชื่อเวียง
พระลอมาเป็นชื่อร้าน ชาวบา้ นบอกว่า “ขึด” ภรรยาเจา้ ของร้าน(ปัจจุบนั ถึงแก่กรรมแลว้ )จึงเลิก
กิจการและปลดป้ายซึ่งทาจากไมก้ ระดานแผ่นใหญ่ กวา้ งมากกวา่ ๒๐ นิ้ว และยาวมากกว่า ๔
ศอก นาเอาไปไวท้ ีว่ ดั พระธาตพุ ระลอ ซึ่งต่อมาทางฝ่ ายบ้านเมือง(ไม่ทราบว่าเป็นผูใ้ ด) เห็นว่า
เป็ นป้ายที่แกะสลักสวยงามและมีคาว่าพระลออยู่ด้วย จึงนาเอาป้ายดังกล่าวมาลบคาว่า
หอ้ งอาหารซ่ึงเป็นตวั ขนาดเล็กออก แล้วแกะสลกั ลูกศรบอกทิศทางทบั ลงไป แทนตาแหน่งเดิม
แลว้ นาไปติดตงั้ ไวข้ า้ งๆวดั คมุ้ ครองธรรม โดยลูกศรชี้ไปทางวดั พระธาตพุ ระลอ มีนยั ว่าเป็นป้าย
บอกทางไปสู่ เวียงพระลอ ตามความเข้าใจของตนเอง จนกลายเป็นความสบั สนทางความคิด
แก่คนทีม่ าพบเห็น และมีการตง้ั คาถามถึงความไม่ถูกตอ้ งของการสือ่ ความหมายมาโดยตลอด
และที่สุดก็มีการนาเอาป้ายดังกล่าวออกไป แต่คาว่าเวียงพระลอที่ถูกสื่อความหมายให้แก่
สงั คมชวั่ ระยะเวลาหนึ่งนนั้ ยงั คงถูกบนั ทึกเอาไวใ้ นสมองของคนที่คล้อยตาม โดยไม่พิจารณา
ขอ้ เท็จจริง และยงั คงวนเวียนหลอกหลอนมาจนถึงปัจจบุ นั

จากความสับสนในครัง้ นัน้ ยงั สร้ างความเข้าใจผิดเกิดขึน้ แก่คนที่มาเที่ยวชม
เมืองสองในทานองวา่ เมืองสองเป็นเวียงพระลอ และยงั ทาให้มีการนาความเข้าใจผิดนีม้ าวิภาค
วิจารณ์กนั อย่างกว้างขวางว่า หากเช่ือว่าเรื่องพระลอในลิลิตพระลอเป็นการนาเอาเร่ืองจริงใน
อดีตมานาเสนอ เมืองสองเป็นเมืองที่มีช่ือสอดคล้องกบั เวียงสรองในลิลิตฯ ก็นา่ จะเป็นเมืองของ
พระเพือ่ นพระแพง แล้วทาไมจงึ มีช่ือเวียงพระลอซ้อนขนึ ้ มาอีกช่ือหนงึ่ ในเมืองเดียวกนั

แม้แตก่ วีนกั แต่งเพลง “แอว่ เมืองเหนือ” อลั บมั้ “คาเมืองอมตะลา้ นนา” (ขออภยั
ท่ีต้องกล่าวพาดพงิ ) ก็ยงั นาเอาคาวา่ ”เมืองพระลอ วดั จ่อแฮรุ่งเรือง พระบาทมิ่งเมือง เมืองแป้
งามแต๊เสีย้ มใจ๋ ....” มาสื่อสารในบทเพลง เพ่ือให้เข้าใจว่าสิ่งท่ีกล่าวถึงคือ “เมืองแพร่” แต่ส่ิงท่ี
เกิดขนึ ้ นา่ จะมาจากความเข้าใจผิดดงั ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนนั่ เอง



เพลง”แอว่ เมืองเหนือ” ในอลั บมั้ “คาเมืองอมตะ” (ขออนญุ าตเจ้าของอลั บมั้ นาภาพท่ี
คนสง่ มาให้มาเป็นหลกั ฐานอ้างอิง) และมองภาพพระธาตพุ ระลอซึง่ เช่ือวา่ เป็นเพียง
อนสุ รณ์สถานท่บี รรจอุ ฐั ิธาตขุ องสามกษัตริย์ พระลอ พระเพอ่ื น พระแพง เทา่ นนั้

ตามเร่ืองราวที่ปรากฏในลิลิตพระลอนัน้ พระลอเองเป็นหนุ่มรูปงามมาจาก
แคว้นอ่ืน โดยฐานะแม้จะมียศศกั ดเ์ิ ป็นท้าวพญาแมนสรวง สืบทอดอานาจต่อจากผ้เู ป็นพอ่ แต่
การใช้วิธีลกั ลอบเข้าเมืองสองจนได้เสียกับสองเจ้านางฝ่ ายเมืองสรองนนั้ ถือว่าเป็นการหยาม
เกียรติฝ่ ายเมืองสรอง ในอดีตทงั้ สองเมืองเคยส้รู บทาสงครามจนทาให้เมืองสรองต้องสญู เสีย
ท้าวพญาซงึ่ มีฐานะเป็นป่ขู องพระเพื่อนพระแพง จะเรียกว่าเป็นศตั รูกนั ก็ไม่ผิดนกั การทาเช่นนี ้
จงึ สร้างความโกรธแค้นให้กบั อีกหลายฝ่าย และทาให้เกิดการตอบโต้อย่างรุนแรงตดิ ตามมา

แม้จะมีบางฝ่ ายอยากให้เร่ืองราวจบด้วยดี เพื่อให้สองเมืองคืนดีต่อกัน แต่
พระลอ”ผิดผี” คือลบหล่ผู ้หู ลกั ผ้ใู หญ่ฝ่ายเวียงสรอง จนเร่ืองราวจบลงด้วยโศกนาฏกรรม พระ
ลอจึงไม่อาจนบั ได้ว่าเป็นเขยของเมืองสรองอย่างถกู ต้องตามจารีตประเพณี ไม่เข้าตามตรอก
ออกตามประตู ต้องได้รับการตาหนิ และไม่ถือว่าได้ครอบครองเวียงสรอง ดงั นนั้ เวียงสรองจึง
ไม่ใช่เวียงพระลอ ตามท่ีใครๆอยากจะให้เป็น

บนั ทึกนีค้ งช่วยตอบข้อสงสยั โดยนาข้อเท็จจริงต่างๆมาประกอบอ้างอิง หากไม่
นาข้อเทจ็ จริงมาบนั ทกึ ไว้ ณ ท่ีนี ้ข้อสงสยั นีน้ ีค้ งเป็นปริศนาที่ยากจะอธิบายจริงๆ

มาถึงตรงนีฟ้ ันธงได้เลยว่าในเมืองสองไม่มีเวียงพระลอ มีแต่เวียงสรอง
(ซ่งึ อ่านว่าเวียงสอง) ตามท่ีได้บอกกล่าวถงึ ท่ีมาตงั้ แตต่ ้นเทา่ นนั้

พิภพ เรืองวิทยากลู สภาวฒั นธรรมอาเภอสอง อาเภอสอง จงั หวดั แพร่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒


Click to View FlipBook Version