ใบนำเสนองาน
แบบสรุปองค์ความรู้จากการศกึ ษาหรือแปล จากหนังสอื อย่างนอ้ ย 2 เล่ม
องค์ความรทู้ ี่สามารถนำมาเปน็ แนวทางการปรบั Mindset ของตนเอง
เร่ือง ถอดรหสั ลบั สมองเงนิ ลา้ น
และ คดิ แบบยิว ทำแบบญ่ีปนุ่
ผนู้ ำเสนองาน
นางพมิ พ์ พมิ พช์ นกธาดา
กล่มุ ที่ 13 เลขที่ 5
วิทยากรพี่เลี้ยง
ผอ.นิยม แสงวงศ์
รายงานการศึกษาคน้ คว้าองคค์ วามร้ฉู บบั นเ้ี ป็นสว่ นหนึง่ ของหลกั สตู ร
การพัฒนาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาก่อนแตง่ ต้ังให้ดำรงตำแหนง่
รองผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษา สงั กัดสำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
ระหวา่ งวันท่ี 1-15 เมษายน 2565
ใบนำเสนองาน
แบบสรุปองค์ความรู้จากการศกึ ษาหรือแปล จากหนังสืออย่างนอ้ ย 2 เล่ม
องค์ความร้ทู ่ีสามารถนำมาเปน็ แนวทางการปรับ Mindset ของตนเอง
วทิ ยากรพเ่ี ลีย้ ง ผอ.นิยม แสงวงศ์ กลมุ่ ที่ 13 เลขท่ี 5
ชอ่ื -นามสกุล นางพิมพ์ พมิ พ์ชนกธาดา
องค์ความรทู้ ่ีได้จากการศกึ ษาค้นควา้ เรยี นร้เู พื่อพัฒนาตนเองและการนำไปประยกุ ตใ์ ช้จากหนังสือ
ชอื่ ถอดรหสั ลับสมองเงนิ ล้าน (Secrets of the Millionaire Mind)
สรุปสาระสำคัญของหนงั สือ
ฮาร์ฟ เอเคอร์ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การของตนเองที่ผู้ผ่านการเรียนรู้ในโลกธุรกิจ ที่สามารถ
เปลี่ยนตัวเองจากบุคคลล้มละลายที่สิ้นเนื้อประดาตัว สู่การสร้างรายได้และเป็นมหาเศรษฐีที่มีรายได้หลาย
พันล้าน ดว้ ยเคลด็ ลบั และแนวคิดท่ีค้นพบระหว่างการใช้ชวี ิต ซ่ึงเปน็ แบบอย่างผทู้ ี่สามารถฟน้ื ตัวและกลายเป็น
ผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหนังสือฉบับนี้ได้บอกเล่าแนวคิด และวิธีการคิดท่ี
แตกตา่ งระหว่าง “คนรวย” และ “คนจน” ซ่ึงมคี วามเสมอภาคทางด้านร่างกาย สตปิ ญั ญา สมอง และโอกาส
เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างและสร้างช่องว่างระหว่างคนคือ “ความคิด” จึงเหมาะที่จะเรยี นรู้เพื่อเข้าถึงหรอื เข้าใจ
แนวคดิ ของผูท้ ีป่ ระสบความสำเรจ็ จากการเรียนร้ขู อ้ ผดิ พลาดในอดตี ตามลำดับตอ่ ไปนี้
ความแตกต่างระหวา่ งคนรวยและคนจน 17 ประการ
1. คนรวยเชื่อว่า ฉันกมุ ชะตาชีวิตของตวั เอง คนจนเชอ่ื ว่า ฉนั ถกู ลขิ ิตใหเ้ ป็นอย่างน้ี
เป็นความคิดที่แตกต่าง ซึ่งเป็นรูปแบบการเปลี่ยนแปลงแนวคิดใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลง
ความเช่อื โดยเฉพาะอย่างย่ิงความเชื่อที่ถูกผูกโยงกับหลักศาสนา เพือ่ ทจ่ี ะได้สัมผัสกบั คำวา่ ประสบความสำเร็จ
ดังเช่นบุคคลอื่น ซึ่งผู้ที่ประสบความสำเร็จเกือบทั้งหมด มีแนวคิดสำคัญที่ว่า “ตนเอง” คือผู้ที่กำหนดชะตา
ชีวิตที่สำคัญของตนเอง อนาคตล้วนแล้วแต่ถูกกำหนดจากการปฏิบัตแิ ละความสามารถของตนเอง ไม่ได้เกดิ
จากลขิ ติ สวรรค์ หรือชะตาชีวติ ตามความเชอ่ื
2. คนรวยเลน่ เกมการเงนิ เพอื่ เอาชนะ คนจนเลน่ เกมการเงินเพื่อไมใ่ หแ้ พ้
สำหรับข้อคิดนี้ยกตัวอย่างเปรียบเสมือนการทำงาน คนรวยทำงานเพื่อหวังความมั่นคง
หวังความก้าวหน้าในชีวิต แต่คนจนทำงานเพียงเพื่อเงินตัวเดียว ดังนั้นผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีข้อแตกต่างกัน
เป้าหมายต่างชีวติ เปลี่ยน ดังนั้นลองปรับความคิดและมองข้างหน้าให้มากขึ้น รับรองไดเ้ ลยว่าจะเป็นอกี หนง่ึ
คนทีจ่ ะพบกับคำว่าประสบความสำเรจ็ ไดอ้ ย่างแนน่ อน
3. คนรวยท่มุ เทเพ่ือความรวย คนจนแค่อยากรวย
ความรำ่ รวยคือจดุ มงุ่ หมายสูงสุดตามธรรมชาติของมนษุ ย์ ไมว่ ่าใครก็อยากรวยด้วยกันท้ังนั้น
แต่จะแตกต่างกันตรงที่ว่าคนรวยเมื่อคิดได้จะมีการลงทุนเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมา ในขณะที่คนจนไม่กล้า
เริ่มต้น หวาดกลัวการลงทนุ ขาดทุน หรือการทมุ่ เท มเี พียงความอยากได้แตไ่ ม่อยากลงทุน ซึง่ เปน็ อปุ สรรคทาง
ความคิดที่ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างยงิ่
4. คนรวยคิดการใหญ่ คนจนคดิ การเล็ก
คนท่ีประสบความสำเร็จเลือกท่อี อกจากพน้ื ที่ปลอดภัย (Saft zone) ซ่งึ ทำให้เกิดความเสี่ยง
และการคาดหวังที่สูง แตค่ นทจ่ี ะรวยไดส้ ่วนใหญ่เลือกท่ีจะเสี่ยงและกา้ วผ่านพืน้ ที่ปลอดภยั เชน่ คนรวย เลือก
กูเ้ งินและทรัพย์สนิ จำนวนมากเพอ่ื มาลงทุนทำธุรกจิ แต่คนจนคดิ เพยี งแคก่ เู้ งินเพื่อปดิ หน้ีสิน โดยกอ่ หน้ีใหม่
5. คนรวยมงุ่ ความสนใจไปทีโ่ อกาส คนจนมุ่งความสนใจไปทอี่ ุปสรรค
ไม่วา่ จะดำเนินการในสว่ นไหนกต็ ามจะต้องพบเจอกับอุปสรรคและขวากหนามด้วยกันทั้งนั้น
แต่มีสองแนวคิดที่บ่งบอกไดเ้ ลยว่าแนวคดิ ไหนจะนำพาไปสูค่ วามสำเร็จได้มากท่ีสุดนั่นคอื การคิดว่าอุปสรรค
เหล่านั้นเป็นโอกาสที่เพิ่มเข้ามาให้ตนเองได้ศึกษาเรียนรู้ แนวคิดเช่นนี้ส่วนมากเป็นการสร้างเกราะให้เรามี
ภูมิต้านทานได้มากยิ่งขึ้นและส่วนใหญ่คนรวยจะเป็นเช่นนี้ สำหรับคนจนจะคิดเพียงว่าเป็นอุปสรรค
ขวากหนามเพียงเทา่ น้นั ไม่ได้มองเชิงลกึ เลยวา่ ส่ิงที่อยเู่ บ้ืองหนา้ สอนอะไรเราบ้าง จึงไม่ใช่เร่อื งท่ีแปลกที่คนจน
หลายคนเกดิ ความท้อ
6. คนรวยช่ืนชมผู้ร่ำรวยและประสบความสำเร็จคนอนื่ ๆ คนจนชิงชงั ผูร้ ำ่ รวยและประสบ
ความสำเรจ็
หากเปล่ียนจากการเกลียดชงั อจิ ฉา เปน็ การช่ืนชมและนำแนวคิดประสบการณ์ที่เขาผ่านมา
ประยุกต์ใช้กับการทำงานของตัวเองบ้าง มันไม่ได้มีสาระที่จะต้องไปอิจฉาหรือชิงชัง เพราะไม่ได้ก่อให้เกิด
ประโยชนเ์ ลย ตรงกนั ขา้ มหากมีความเปน็ มิตรเรายงั สามารถเขา้ ไปขอความชว่ ยเหลือ หรือคำปรึกษาได้อกี ด้วย
7. คนรวยคบหาสมาคมกบั คนที่มองโลกในแง่ดแี ละประสบความสำเร็จ คนจนขลกุ อยู่กบั คนที่
มองโลกในแง่รา้ ยหรือไมป่ ระสบความสำเร็จ
คล้ายกับสำนวนสุภาษิตไทย “คบคนพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตพาไปหาผล” เพราะ
ส่ิงแวดล้อมท่ดี ีจะหลอ่ หลอมพฤติกรรมและแนวคิดให้สร้างสรรคแ์ ละเรยี นรู้จากกล่มุ ตรงกนั ข้ามหากเราอยู่ใน
สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ย่อมจะเรียนรู้และซึมซับอคติ ความคิดในแง่ลบ จากกลุ่มจนยากจะประสบความสำเร็จ
เชน่ กนั
8. คนรวยเตม็ ใจโปรโมทตวั เองและคุณค่าของตวั เอง คนจนมองการขายและโปรโมชั่นในแงล่ บ
การโปรโมทหรือสอ่ื สารตนเอง เป็นการสรา้ งเครดิตและช่ือเสียง เพ่อื เพ่มิ พนู ความเช่ือม่นั ของ
ผอู้ ่ืน ซึง่ คนรวยจะชนื่ ชมผทู้ ่ีโปรโมทตนเอง และผู้อื่นเสมอ รวมถึงช่ืนชอบที่จะโปรโมทตนเอง เพ่ือให้ผู้อื่นรับรู้
เร่อื งราวอยบู่ อ่ ยคร้ังอย่างเต็มใจและมีความสุข แตกต่างจากคนจนท่ีมองเรื่องการโปรโมทเป็นการโออ้ วด และ
มักมองวา่ โปรโมช่นั ต่าง ๆ เปน็ การตลาดแง่ลบ ทำเพ่อื ตบตาคนซอื้ หรือหลอกลวงอย่างไมเ่ ตม็ ประโยชน์
9. คนรวยมองปัญหาเปน็ เร่ืองเล็ก คนจนมองปญั หาเป็นเรอื่ งใหญ่
ในการลงมอื ทำอะไรน้นั ไม่ว่าลว้ นได้สัมผัสกับปญั หาดว้ ยกันทง้ั นนั้ ไม่ว่าจะเป็นเรอ่ื งเลก็ หรือ
เรื่องใหญ่ หากเรามองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ ก็สามารถแก้ไขได้ง่าย แต่หากมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็ยากที่จะแก้ไข
ปัญหา เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่มองเหน็ ปัญหาเป็นเรื่องใหญจ่ ะเกดิ กำแพงความท้อแท้ในการแก้ไข ซึ่งคนรวยและ
คนฉลาดใช้วิธีการแบ่งปัญหาเป็นส่วนย่อย ๆ เพื่อแก้ไขทีละส่วนได้อยา่ งครบถ้วน จนปัญหาใหญ่ถูกแก้ไขได้
โดยงา่ ย
10. คนรวยเป็นผ้รู บั ผิดชอบทยี่ อดเย่ียม คนจนเป็นผูร้ ับผิดชอบท่ยี อดแย่
ทุกสิ่งที่ลงมือกระทำ ไม่ว่าด้วยตนเองหรือผู้ใต้บังคับบัญชา คนรวยจะถือว่าเป็นความ
รับผดิ ชอบของตนเองดว้ ยกันทั้งส้นิ ดังนั้น เขาพรอ้ มที่จะเผชิญหนา้ กับความผิดพลาด และรบั ผดิ ชอบกับทุกส่ิง
ที่เกย่ี วข้องกับตนเอง ในขณะที่คนจน จะพยายามหาเหตุผลเพือ่ กล่าวโทษกับผู้อ่นื หรือปัดปญั หาไปจากตนเอง
ซึ่งทำให้ตนเองพน้ จากความรบั ผดิ ชอบอยเู่ สมอ
11. คนรวยเลอื กท่จี ะได้รับเงินตามผลงาน คนจนเลือกท่ีจะไดร้ บั เงนิ ตามระยะเวลาทที่ ำงาน
ในการทำงานตรงกันข้ามกันเลยระหว่างคนรวยกับคนจน เนื่องจากคนรวยจะทำงานเพื่อ
ตนเอง จะนึกถึงผลในระยะยาว แต่คนจนมองได้แค่เพียงรายได้ หรือผลตอบแทนที่ตนเองจะไดร้ ับเฉพาะการ
ทำงานแต่ละครง้ั เท่านน้ั
12. คนรวยเลอื กท้งั สองทาง คนจนเลือกทางใดทางหนงึ่
เมอ่ื มที างเลือกหรอื โอกาสในการทำงาน หรอื มวี ิธกี ารทำงานท่มี ากกวา่ 1 ชอ่ งทาง คนรวยจะ
เลือกทำทุกช่องทางหรือสำรองไว้ในทุกทางเลือก เพื่อให้สามารถแก้ไขหรือรับกับการแก้ไขปัญหาได้อย่าง
ครบถ้วน ต่างจากคนจนที่ส่วนใหญ่เลือกที่จะทำทางเลือกเพียง 1 ช่องทาง ที่ตนเองถนัด มีความเช่ียวชาญ
เทา่ นัน้ เพราะเช่อื วา่ เปน็ การแก้ไขปัญหาท่งี ่ายและเร็วทีส่ ุด
13. คนรวยสนใจมูลค่าทรพั ย์สนิ คนจนสนใจแต่รายไดจ้ ากการทำงาน
แสดงถึงความแตกต่างในการพิจารณาค่าตอบแทนท่ีแตกต่างกนั โดยคนรวยมองเห็นถงึ
ความสำคญั ของภาพรวมมลู ค่าทรัพย์สนิ ท่เี กิดจากการทุ่มเทงานมากกว่าจะมองเหน็ เพียงรายได้ตอบแทนงาน
14. คนรวยเกง่ เร่อื งการบริหารเงิน คนจนเกง่ เร่ืองการบริหารเงินแบบผดิ ๆ
สะทอ้ นลักษณะการบรหิ ารจัดการเงิน ซึ่งคนรวยมรี ูปแบบวธิ กี ารบรหิ ารจัดการเงินทเี่ พ่มิ พูน
รายได้และทรัพย์สนิ ต่างจากคนจนท่มี ุ่งเนน้ การใช้หนี้สินมากกวา่ การแสวงหาสนิ ทรพั ย์
15. คนรวยใหเ้ งนิ ทำงานหนักเพอื่ ตัวเอง คนจนทำงานหนักเพ่ือใหไ้ ด้เงิน
คนรวยมุง่ ม่ันทำงานหนกั โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตตนเองและพัฒนาตนเองใน
ทกุ ด้านไปพรอ้ มกับการวางแผนการเติบโตในอนาคต ในขณะท่ีคนจนมุง่ การทำงานหนักเพื่อหวงั ผลตอบแทนท่ี
คมุ้ ค่าเปน็ ตัวเงิน หรอื คา่ ตอบแทนขาดการวางแผนรองรบั การพฒั นาตนเอง
16. คนรวยมุ่งไปข้างหน้าแมจ้ ะหวาดกลัว คนจนปล่อยใหค้ วามกลัวหยดุ ย้งั ตนเอง
คนรวยกล้าทำ กล้าลุยในอปุ สรรคปญั หา หรือหนทางข้างหนา้ เพราะความเส่ยี งนำมาซึ่ง
ความสำเรจ็ หรือลม้ เหลว แต่คนจนเลอื กท่ีจะหยุด เพราะหวาดกลวั ความล้มเหลว โดยไม่สนใจความสำเรจ็
17. คนรวยเรยี นรู้และเติบโตอยู่ตลอดเวลา คนจนคิดวา่ ตวั เองรู้ดีอยูแ่ ล้ว
ทัศนคติด้านองค์ความรแู้ ละการเรียนรู้ คนรวยพรอ้ มทจ่ี ะเรียนรอู้ ยู่ตลอดเวลา เพอื่ ใหต้ นเอง
เติบโตและก้าวไปข้างหน้า ขณะท่คี นจนคิดวา่ ตนเองเรียนรู้และเข้าใจทุกอย่างถ่องแท้ ไมจ่ ำเปน็ ต้องเรยี นรู้และ
พัฒนาตนเองตอ่ ไปอีก
การประยกุ ตใ์ ช้ในการพฒั นาตนเองและงานในหน้าที่
การเรยี นรเู้ พอื่ พัฒนาตวั เองข้ึนเร่ือย ๆ น้นั เป็นการสรา้ งประสิทธภิ าพในการทำงานของตวั เอง เพราะ
โลกไม่เคยหยุดเดิน แต่ละวันมีวิวัฒนาการและสิ่งใหม่เกิดขึ้นอยูเ่ สมอ การเรียนรู้และเลือกที่จะศึกษาจึงเป็น
หนทางทช่ี าญฉลาดสำหรับผูท้ ่ีต้องการความกา้ วหนา้ และร่ำรวย โดยสรุปการประยกุ ต์จากบทเรยี นของหนังสือ
ฉบับนี้คือ “เปลี่ยนทัศนคติแนวคิดให้สอดคล้องกับแนวทางของผู้ประสบความสำเร็จ” ถึงแม้ว่าจะเกิดความ
ย้อนแย้งขึ้นในใจ แต่เมื่อกลับมาคิดทบทวนอีกครั้ง จะพบว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เรากำลังทำในแต่ละวัน ล้วนแล้วแต่
เปน็ การทำเพอ่ื พัฒนาตนเอง เพือ่ เติบโต และก้าวหน้า ทง้ั ในหน้าที่การงาน เศรษฐกจิ ครอบครัว และการดูแล
สุขภาพ ดังนั้น การปรับเปลี่ยนแนวคิด โดยเรียนรู้จากผู้ประสบความสำเร็จแล้วย่อมสำคัญมาก ๆ ที่จะช่วย
พฒั นาตนเองใหก้ า้ วไปข้างหน้าไดอ้ ยา่ งรวดเร็วยง่ิ ข้นึ
ทั้งน้ี แมแ้ ตก่ ารพัฒนาตนเองส่กู ารเป็นรองผู้อำนวยการ ซึ่งเปน็ การปรับเปลย่ี นตนเองจากครูผู้สอนเข้า
สู่ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา จะตอ้ งมีการปรบั เปลีย่ นแนวคดิ และวิธีการทำงานใหส้ อดคลอ้ งกบั หนา้ ท่ี และมกี ารวาง
แผนการปฏบิ ัตงิ านอย่างชัดเจน มีเปา้ หมาย และแนวทางในการเดนิ ทางไปยงั เปา้ หมายท่ีหลากหลายทางเลือก
ที่สำคัญคือต้องเปิดใจ และเข้าใจถึงความแตกต่าง พยายามเรียนรู้จากผู้บริหารทีม่ ากประสบการณ์ทีป่ ระสบ
ความสำเรจ็ อย่างสูงสุดหลากหลายท่านเป็นแบบอยา่ ง รวมถึงเรยี นร้เู ทคโนโลยแี ละวิทยาการใหม่ ๆ ท่กี ้าวหน้า
และพัฒนาขึ้นแต่ละวัน ให้ตามทันกับทุกสิ่ง ซึ่งบทเรียนท่ีเราได้เรียนรู้และพัฒนาขึ้นแลว้ นัน้ จะเป็นแนวทาง
สำคัญให้กบั ผอู้ ืน่ ไดด้ ำเนนิ รอยตามในครัง้ ตอ่ ไป
จงึ เห็นไดว้ ่า หนังสอื เล่มน้ี สะทอ้ นแนวคิดทแ่ี ตกต่างจากมุมมองของคนทมี่ ีประสบการณ์และผ่านการ
เรียนรู้โลกกว้างมาอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้ง ซ่ึงหากสามารถเรียนรู้เข้าใจ และน้อมนำมาพัฒนาปรับปรุง
ตนเองให้ได้อย่างสมบูรณ์ ครบถ้วน หรือเพียง 70% ของแนวทาง ย่อมทำให้การปฏิบัติงานหรือการพัฒนา
คณุ ภาพชวี ติ เป็นไปในทศิ ทางทีถ่ กู ต้อง เรยี กได้ว่า “เรียนรู้ใหร้ ำ่ รวย” ซง่ึ นอกจากเร่อื งเงนิ ตราแลว้ ส่งิ สำคัญคือ
ทศั นคตบิ วก ท่ีสะทอ้ นจากข้อคดิ แต่ละข้อไดอ้ ย่างมากมาย เปน็ การฝึกฝนใหค้ ิดอย่างชาญฉลาด สอดคล้องกับ
หลกั พระพุทธศาสนา ทสี่ อนใหค้ นปลอ่ ยวาง และคดิ สรา้ งสรรคท์ ำแต่สิง่ ทด่ี ีงาม ละเวน้ สิ่งทจี่ ะก่อให้เกิดผลลบ
ต่อตนเองและครอบครัว
ใบนำเสนองาน
แบบสรปุ องคค์ วามรู้จากการศึกษาหรือแปล จากหนงั สืออยา่ งนอ้ ย 2 เล่ม
องคค์ วามรทู้ สี่ ามารถนำมาเป็นแนวทางการปรบั Mindset ของตนเอง
วทิ ยากรพเ่ี ลย้ี ง ผอ.นิยม แสงวงศ์ กลุม่ ท่ี 13 เลขท่ี 5
ช่ือ-นามสกลุ นางพมิ พ์ พมิ พช์ นกธาดา
องค์ความรู้ที่ไดจ้ ากการศึกษาคน้ คว้าเรียนรูเ้ พอื่ พัฒนาตนเองและการนำไปประยกุ ตใ์ ช้จากหนังสอื
ชื่อคดิ แบบยิว ทำแบบญี่ปนุ่
สรปุ สาระสำคัญของหนังสือ
"ยิว" และ "ญี่ปุ่น" คือสองชนชาตทิ ี่สรา้ งปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ ได้อยา่ งน่าทึ่ง ชาวยิวขึ้นช่ือวา่ มี
ความคิดที่หลักแหลม มองการณ์ไกล และตัดสินใจได้เฉียบคม ส่วนชาวญี่ปุ่นก็มีความมุ่งมั่นจริงจัง ละเอียด
รอบคอบ และมีจิตวิญญาณของนักสู้ ถ้าเราสามารถคิดแบบชาวยิวและทำแบบชาวญี่ปุ่น ตามที่ผู้เขียน
(ฮอนดะ เคน) มโี อกาสได้เจอกบั เศรษฐีชาวยวิ คนหนง่ึ ท่ีอเมริกา ชายผูน้ ั้นได้ถา่ ยทอดวิธคี ิดทชี่ าวยิวส่งต่อกันมา
จากรุ่นสู่รุ่นให้กับเขา เขาจึงนำกลับไปปรับใช้ที่ญี่ปุ่นจนสามารถเปลี่ยนชีวิต แล้วกลายเป็นเจ้าของธุรกิจที่
ร่ำรวยและมีความสขุ ไดอ้ ย่างเหลอื เชอ่ื
หนงั สอื เล่มน้เี ผยวธิ ีคดิ เหล่านน้ั อยา่ งละเอยี ด เรยี บเรยี งผ่านเรอื่ งราวและประสบการณต์ รงของผู้เขียน
คือ การสอนแนวคิดการใช้ชวี ิตใหไ้ ปสู่เป้าหมายของการประสบความสำเร็จ ผ่านบทสนทนาระหว่าง “เศรษฐี
ชายชราชาวยิว” ผู้อพยพมาอยู่อเมริกาและทำธุรกิจเพชรพลอยจนประสบความสำเร็จ กับ “ชายหนุ่มชาว
ญี่ปุ่น” ที่เดินทางมาทำงานอาสาสมัครในอเมริกาเป็นเวลา 1 ปี หัวข้อท่ีสนทนาคือ “การใช้ชีวิตให้ประสบ
ความสำเร็จ” โดยนำเสนอ “เคล็ดลับ” ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของคุณ “เกลเลอร์” (ชื่อของชายชราชาวยิว)
โดยเนื้อหาในแตล่ ะบทสรุปได้ ดังนี้
เคล็ดลับที่ 1 รู้ทันกลไกของสังคม สะท้อนความเข้าใจว่าความคิด การกระทำของตัวเรา ไม่ได้เกิด
จากตัวเราเอง แต่หลาย ๆ ครั้งเกิดจากกลไกของสังคม เช่น กฎการทำงาน โดยกลไกของสังคมคือเน้นที่
ค่าตอบแทนเป็นหลัก คนก็เลยไม่ค่อยได้ทำสิ่งที่ชอบ และขาดอิสรภาพไป คนมีอิสรภาพ เช่น นักลงทุน, จิตร
กร, นกั เขียน, นกั กีฬา, คนถอื สทิ ธิบัตรต่าง ๆ คนไรอ้ สิ รภาพ เช่น พนักงานบรษิ ัท, ข้าราชการ, หมอ, นกั บญั ชี,
CEO, นกั ธุรกจิ ขนาดกลางและยอ่ ม การรู้ทนั สังคมน้ันจดั เป็นดา่ นแรกของการมอี ิสรภาพ
เคล็ดลับที่ 2 รู้จักตัวเอง และทำสิ่งที่ชอบ โดยต้องรู้จักแยกความชอบออกจากความถนัดก่อน แล้ว
ทำความเขา้ ใจกับตวั เองวา่ เกิดมาเพราะอะไร จะไดท้ มุ่ เทใหก้ บั สิง่ ๆ นน้ั แล้วสิง่ ๆ นน้ั กม็ ักจะมาพร้อมกับเงิน
ท่มี ากด้วย ซึ่งจัดเปน็ งานทด่ี ีที่สดุ คอื รกั ในสิ่งทีท่ ำและไดเ้ งินดี
เคล็ดลับที่ 3 รู้จักมองคนและสิ่งต่าง ๆ บนโลกให้แตกฉาน พยายามคิดและฝึกมองกระแสโลก
กระแสสังคม กระแสเงนิ หรือกระแสคนแบบ ความสำเร็จ หรือการเปน็ เศรษฐี โดยประกอบด้วยเทคนิคคือ
1) มีความมน่ั ใจว่าขายได้
2) ทำตัวให้คนอืน่ ไว้วางใจ เช่ือใจ
3) พูดให้เหน็ ภาพ และสร้างอารมณร์ ว่ ม
4) ร้เู ร่ืองตัวสินค้าและบริการที่จะขายอยา่ งทะลปุ รโุ ปร่ง
5) มีเทคนคิ ปิดการขาย
. เคล็ดลับที่ 6 ฝึกฝนจนเป็นอัจฉริยะด้านการพูด เพราะการพูดคือหัวใจของการสื่อสาร เป็นการ
แสดงออกถึงเจตนารมณ์ของผู้พูดไปถึงผู้ฟัง การพูดกับตัวเองก็สำคัญ พูดแต่เรื่องใดก็จะพบเจอแต่เรื่องน้ัน
เพราะฉะน้นั ควรท่จี ะพดู แตเ่ รอื่ งดี ๆ กบั ตัวเองเข้าไว้
เคลด็ ลับท่ี 7 ร้จู กั การใชเ้ ครอื ข่ายคนรู้จัก หรือ Connection ใหเ้ กดิ ประโยชน์ โดยยกตวั อย่างการ
คำนวณใกลต้ วั เช่น คนทกุ คนจะมีคนร้จู ักประมาณ 300 คน เพราะฉะนัน้ ถา้ นับคนรจู้ ักของคนรจู้ กั แต่ละคนไป
น้นั เรากจ็ ะมีคนรูจ้ ักได้มากถึง 300 x 300=90,000 คน และถา้ นับตอ่ ไปอกี ขนั้ หนึง่ กจ็ ะกลายเป็น 300 x 300
x 300= 27,000,000 คน ซง่ึ เอามาประยกุ ต์ใช้กับมุมมองธรุ กิจได้โดย ถา้ เราทำให้คนรู้จกั 300 คน ประทับใจ
ในสินคา้ และบรกิ ารของเรา คนรูจ้ กั 300 คนน้ี ก็จะไปบอกตอ่ คนรู้จกั เขาอีก 300 คน ทำให้เรามลี ูกค้ามากขึ้น
เป็น 90,000 คน มีอยู่ 4 เคลด็ ลับในการคบหาผอู้ ่ืน
1) ปรารถนาให้ผู้อ่ืนไดพ้ บกับเร่ืองดี ๆ
2) คบหาผคู้ นใหห้ ลากหลาย
3) คบหากบั กลมุ่ คนที่เหนือกว่าตัวเอง
4) คบหาผอู้ ืน่ โดยยงั รกั ษาเกยี รติของตนเอง
เคลด็ ลบั ท่ี 8 เรียนรูก้ ฎของเงนิ คือ ต้องสรา้ งทง้ั ความร้แู ละทัศนคตทิ ่ีถกู ตอ้ งเกี่ยวกับเงิน เริ่มจากการ
ปรบั ทัศนคตใิ หด้ ีต่อตัวเงนิ กอ่ น ไมใ่ ชค่ ดิ วา่ เงินเป็นสิง่ ทห่ี ้ามใช้ แตค่ ิดวา่ รจู้ กั ใช้เงนิ เพอ่ื แสดงให้เห็นถึงความรัก
และความรสู้ กึ ขอบคณุ เงนิ ก็จะหมนุ เวียนกลับมาหาตวั เราอีกครงั้ สว่ นความรเู้ รอ่ื งเงินแบง่ เป็น รจู้ ักหาเงนิ รวู้ ่า
จะหาเงนิ ไดจ้ ากแหลง่ ไหน, รู้จกั ใช้เงนิ , รู้จกั ปกปอ้ งเงนิ ไม่เอาเงนิ ไปใช้ในสิง่ ทไ่ี มจ่ ำเปน็ รวมถึงการปกป้องจาก
เพื่อนหรือภาครัฐด้วย, รู้จักลงทุน และรู้จักแบ่งปัน โดยอย่าไปรอวันที่รวยก่อนค่อยแบ่งปัน ควรรู้จักแบ่งปนั
ต้งั แต่วนั ที่ยงั ไมม่ ี
เคลด็ ลบั ที่ 9 เรียนรเู้ รอ่ื งธุรกิจ กลา่ วถึงกระแสการไหลของเงนิ ในวงการธุรกิจ นนั่ คอื พนักงานได้รับ
ค่าตอบแทนจากการบริการลูกค้า ส่วนเจ้าของร้านก็ได้รับค่าตอบแทนจากยอดขายที่ทำได้ จากนั้นยอดขาย
ส่วนหนง่ึ ก็ถูกแบง่ มาใหเ้ จา้ ของห้าง โดยมเี คลด็ ลบั ในเร่อื งธรุ กจิ คือ
1) คน้ หาสิ่งท่ชี อบ
2) ศึกษาทุกเรื่องที่จำเป็นต่อความสำเร็จในธุรกิจที่ทำ โดยการมองหาคนที่โดดเด่นในสาย
ธรุ กิจน้นั ๆ และศึกษาวิธกี ารทำงานจากเขา
3) เร่มิ จากเล็ก อยา่ รบี ขยาย เพราะจะเสีย่ ง
4) สร้างวงจรทที่ ำกำไร
5) สร้างระบบที่เดินต่อไปได้แม้ไม่มีเรา เหมือนตัวอย่างในหนังสือ คือคุณเกลเลอร์ที่เป็น
เจา้ ของหา้ ง เงนิ กจ็ ะไหลเขา้ กระเปา๋ เขาอยู่เรื่อย ๆ แม้จะไมไ่ ดม้ าบริหารห้างแลว้ ก็ตาม
เคล็ดลบั ท่ี 10 ฝึกใช้ “ตะเกียงวิเศษ” ใหช้ ำนาญ ตะเกยี งวิเศษของอลาดนิ ในท่นี ี้คอื ความกล้าท่ีจะ
ฝันต่อไป แม้มันจะยงั ไม่เป็นจริง บทนี้เน้นไปท่ีการตั้งเป้าหมาย และมีเคล็ดลับการตั้งเป้าหมายอย่างครา่ ว ๆ
คือ ตั้งเป้าหมายที่เร้าใจ, ระบุขั้นตอนในการลงมือทำ, กำหนดรางวัลและบทลงโทษ, จินตนาการภาพที่ทำ
เป้าหมายได้สำเร็จ และที่สำคัญที่สุดคือการลงมือทำ (ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จ
เพราะเอาแต่คดิ เอาแต่วางแผน แตไ่ ม่ลงมอื ทำ)
เคล็ดลับท่ี 11 การรู้จักขอความช่วยเหลือจากคนอ่ืน อย่าไปทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว เพราะคน
เก่ง ๆ หรอื ผเู้ ช่ียวชาญทง้ั หลาย กว่าเขาจะมาไดใ้ นระดบั น้ตี อ้ งฝกึ ปรอื ฝมี ือกันเป็นสิบ ๆ ปี การจะไปเรียนรูด้ ้วย
ตัวเองโดยใชร้ ะยะเวลาเท่านั้น จัดว่าเป็นการเสยี เวลาอย่างมาก เช่น ทนายความ, นักบญั ชี ท่ีมีส่วนสำคัญมาก
ต่อการประสบความสำเร็จทางธรุ กจิ
เคลด็ ลับที่ 12 เขา้ ใจคณุ ค่าของการมีคชู่ ีวิต บทนเ้ี นน้ ในเรอ่ื งการใหค้ วามสำคญั กับความสัมพันธ์กับ
คู่ชีวิต สามีภรรยา และคนรอบ ๆ ตัว คนเราจะมีความสุขและสงบจริง ๆ เมื่อได้มีความรู้สึกผูกพันกับคน ๆ
หนึ่งอยา่ งลกึ ซ้ึง มคี ำทเี่ รยี กว่า Mastermind คือ การทีจ่ ติ ใจของคนสองคนหรอื มากกวา่ มีความปรารถนาหรือ
เปา้ หมายเดียวกัน ซ่งึ จะก่อใหเ้ กดิ พลงั อันยิ่งใหญ่จนสามารถสรา้ ง “ปาฏหิ าริย์” ได้
เคล็ดลบั 5 ข้อท่ีชว่ ยใหป้ ระสบความสำเรจ็ ในชวี ิตคู่ นำเสนอเคลด็ ลบั ท่ีจะทำให้ประสบความสำเร็จ
ในชีวิตคู่ เชน่
1) เม่ือมีปญั หาใหพ้ ดู คยุ และ แก้ปญั หาทันที
2) ต้องเหน็ พอ้ งต้องกนั 100% กอ่ นท่จี ะตัดสินใจเรือ่ งต่าง ๆ โดยเฉพาะเรือ่ งสำคญั ๆ
3) รู้สกึ ขอบคุณกนั และกันอยู่เสมอ
4) รบั ผิดชอบตอ่ ความสุขของตวั เอง
5) ตอ้ งมีชะตาชีวติ รว่ มกัน
เคล็ดลับที่ 13 สร้างจิตสำนึกเศรษฐี ที่จะช่วยดึงดูดความมั่งคั่ง สิ่งดี ๆ และโอกาสดี ๆ เข้ามาหา
ตัวเองอย่เู สมอ ๆ กำหนดจิตให้ตัวเองรู้สึกให้เห็นภาพตวั เองในแบบท่ีปรารถนา มีเทคนิคคือ การวาดภาพและ
เขียนมนั ลงไปในกระดาษ
เคล็ดลับที่ 14 กล้าตัดสินใจและลงมือทำ มีประโยคหนึ่งในบทนี้คือ “ความเสี่ยงที่สูงที่สุดใน
การตัดสินใจคือ การไม่ตัดสินใจทำอะไรเลย” ซึ่งเปรียบเสมือนกับดักที่อันตรายที่สุดในการตัดสินใจคือ
“การยืดระยะเวลาการตัดสินใจออกไปเร่ือย ๆ เพราะมันคือการที่พวกเขาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ตัดสินใจ”
จริง ๆ แล้วบทน้ีเนน้ ให้เราเปน็ คนกลา้ ที่จะตดั สินใจ และลงมือทำ ตัดสินใจอยา่ งแนว่ แน่ และใช้สัญชาตญาณ
ช่วยในการตัดสนิ ใจ
เคลด็ ลบั ท่ี 15 รู้จักวิธรี บั มือกับความล้มเหลว คอื ความลม้ เหลวท่ีสุดคือการทเี่ ราล้มเลิกความตั้งใจ
และไมล่ กุ ข้นึ มาจากความลม้ เหลวนัน้ ๆ อีกเร่อื งทน่ี ่าสนใจคือ การใช้ชีวิตอยู่กับปจั จุบัน ไม่เอาพลงั งานในชีวิต
ไปจมอยกู่ ับอดีต หรือนึกไปถึงอนาคตท่ยี งั มาไมถ่ ึง
เคล็ดลับที่ 16 อย่าลืมที่จะมีความฝนั อย่าลืมความฝันของตัวเอง พลังของความฝันของคน ๆ หนึ่ง
นนั้ ย่งิ ใหญม่ าก
เคล็ดลับท่ี 17 ยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะดีหรือจะร้ายก็ขึ้นกับว่าเรามองมันยังไง
ตระหนักไว้ว่า คนสำเร็จทุกคนต้องเจอกับอปุ สรรคเสมอ ๆ
การประยุกต์ใช้ในการพฒั นาตนเองและงานในหน้าท่ี
หนงั สอื เล่มนี้เป็นหนังสอื ทส่ี อนเคลด็ ลบั ในการใช้ชีวติ ได้ครบถว้ นมาก เปน็ อกึ หน่งึ แนวคดิ หน่งึ ทเ่ี ทา่ นน้ั
โดยสอนให้ผู้อ่านเป็นคน “ตัดสินใจรอบคอบ และเด็ดขาด” สะท้อนภาพคนที่ประสบความสำเร็จท่ีส่วนใหญ่
จะตดั สนิ ใจอย่างเด็ดขาดว่าจะเปน็ อสิ ระจากเงนิ จะเป็นคนทีม่ ีอสิ รภาพ จะตอ้ งตัดสินใจแบบนก้ี ่อน
ซึง่ เปน็ รปู แบบการคดิ ท่เี อาเร่อื งเงินเปน็ ปัจจัยภายหลัง เน้นการคดิ และการเรียนรเู้ ปน็ สำคญั ก่อน โดย
สะท้อนให้เห็นถึงวิธีการเอาตัวเองออกจากการควบคุมของเงิน ได้แก่ 1) ตระหนักรู้ว่ากำลังถูกเงินควบคุม
2) มองให้ออกวา่ มสี มั พันธ์กับเงินอย่างไร 3) เผชิญหน้ากับความสมั พนั ธ์ในอดีดท่ีเคยมีกับเงิน 4) ส่ังสมความรู้
เรื่องเงิน 5) ขัดเกลาสัญชาตญาณเรื่องเงิน 6) ปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์กับเงินให้อยู่ในระดับปกติธรรมดา
7) เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องธุรกิจและการลงทุน และ 8) เข้าใจความหมายของเงิน ซึ่งช่วยให้เห็นถึงหลักในการ
ทำงานอยา่ งเด็ดขาด โดยปราศจากการควบคุมของกลไกทางสงั คมอย่างชาญฉลาด เพราะเงินมีลกั ษณะเฉพาะ
อยู่ 3 ขอ้ ได้แก่ แลกเปล่ยี นได้ เก็บรักษาได้ และเพม่ิ จำนวนได้
ซึ่งแนวคิดจากหนงั สือเลม่ นี้ จะแตกตา่ งจากถอดรหัสลับสมองเงินลา้ น (Secrets of the Millionaire
Mind) แม้จะเกิดจากเศรษฐีทัง้ 2 ท่านเหมือนกัน ทั้งนี้ จะเห็นไดว้ ่าไม่มีสิ่งใดถูกต้องที่สุด และสิ่งใดผิดพลาด
มากทีส่ ดุ ซ่งึ ทุกแนวทางสามารถนำไปปรับใช้กับแต่ละบุคคลได้อยา่ งเหมาะสม หรอื เพียงแคน่ ำบางสว่ นไปปรับ
ใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะแนวคิดในการบริหารจัดการชีวิตในฐานะผู้บริหาร ซึ่งต้อง “เด็ดขาดและกล้า
ตดั สินใจ” เพราะกระบวนการในการเปน็ ผ้นู ำ ส่งิ สำคญั ท่ีสดุ คอื การกลา้ ตัดสนิ ใจอย่างรอบคอบ ละเอยี ด ถีถ่ ้วน
จึงจะเกิดผลลัพธท์ ่มี ปี ระสทิ ธิภาพสูงสุดนัน่ เอง