แผนการจัดการเรียนรู
มุง เนนสมรรถนะอาชพี และบูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
วิชางานซอมแซมปรับเปลี่ยนรปู ทรงเสื้อผา รหสั วชิ า ๑๔๐๑-๖๑๐๒
หลกั สตู รวชิ าชพี ระยะสนั้ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๘
สาขาวชิ าผา และเครื่องแตงกาย
กลมุ วชิ างานออกแบบ และธุรกิจเครือ่ งแตง กาย
แผนกผาและเครอื่ งแตง กาย
ภาคเรียนท่ี ๑ ปการศกึ ษา ๒๕๖๑
จัดทาํ โดย
นางพิมพ พิมพช นกธาดา
วทิ ยาลยั สารพัดชางอดุ รธานี
สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศกึ ษาธิการ
คาํ นาํ
หลักสูตรรายวิชา
จุดประสงครายวิชา
สมรรถนะรายวิชา
คาํ อธบิ ายรายวิชา
สัปดาหท่ี หนวยการเรียนรู จํานวนช่วั โมง
ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ รวม
หัวขอเรื่อง
รวม ๗ ๑๑ ๑๘
ชื่อหนวย หนว ยการเรียนรูและส
หนวยที่ ๑ ความรู
หนว ยท่ี ๒
หนว ยที่ ๓
หนว ยที่ ๔
หนวยที่ ๕
สมรรถนะประจําหนวย คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค
สมรรถนะ
ทักษะ
แผนการจัดการเรียนรมู ุงเนนสมรรถนะ
๑. สาระสําคญั
๒. สมรรถนะประจาํ หนวย
๓. จุดประสงคก ารเรียนรู
๔. เน้อื หาสาระการเรยี นรู
๔.๑ อปุ กรณเครื่องมอื เคร่ืองใชใ นการตัดเยบ็
อุปกรณเครอ่ื งมือเครอื่ งใชใ นการวดั ตัวและการสรางแบบ
-
-
-
อปุ กรณเ ครอ่ื งเคร่ืองใชใ นการวางแบบตัดและการตดั ผา
อปุ กรณเครื่องมือเคร่ืองใชในการเย็บ
อปุ กรณเคร่อื งมือเครือ่ งใชในการรีด
๑. เตารีด
๕. ขน้ั ตอนการสอน
๕.๑ การนาํ เขาสูบทเรยี น
๕.๒ การเรยี นรู
๕.๓ การสรุป
๕.๔ การวัดและประเมนิ ผล
๖. สือ่ การเรยี นรู/แหลงการเรียนรู
๘. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธกับ วชิ าอ่นื
๙. การวดั และประเมินผล เครือ่ งมือประเมนิ เกณฑก ารประเมนิ
ที่ แนวทางการประเมินผล
รวม ๑๐๐
เกณฑการใหระดบั คะแนน
๑๐. บนั ทกึ หลงั สอน
๑๐.๑ ผลการใชแ ผนการจดั การเรยี นรู
๑๐.๒ ปญหา/อปุ สรรคทพ่ี บจากการสอน
๑๐.๓ แนวทางการแกไ ขปญหาหรือขอเสนอแนะอ่นื ๆ
แผนการจัดการเรียนรูม ุงเนนสมรรถนะ
๑. สาระสาํ คัญ
ซอมแซมผายีนส สวนมากจะมีลักษณะแบบการขาดในลักษณะขาดเปอย ซ่ึงการขาดใน
ลกั ษณะน้เี ปน เรอื่ งปรกติของการใชง านกางเกงยีนส ท่ีถึงแมวากางเกงยีนสจะตัดเย็บจากผาท่ีมีความหนาและ
ทนทาน แตเมื่อใสท ํากจิ กรรมตา ง ๆ และซักไปเรื่อย ๆ นน้ั ตัวผาของกางเกงจะบางลง จนเปอยขาดไดในท่ีสุด
หรอื อกี ทางนึงท่เี ปนตัวเรงใหเกิดการขาดในลักษณะน้ีคือการใสกางเกงที่เล็กเปนพิเศษ โดยเฉพาะกางเกงทรง
Skinny หรือ การใสกางเกงทรงอ่ืน ๆ แตมีความแนนชวงตนขา
๒. สมรรถนะประจําหนวย
๓. จุดประสงคการเรยี นรู
๔. เน้อื หาสาระการเรยี นรู
การขาดลกั ษณะนจ้ี รงิ ๆเกิดไดทั่วตวั กางเกง แตที่เกิดไดง าย และบอยทีส่ ุด คือ บรเิ วณเปากางเกง และ
หวั เขา เน่อื งจากสองจุดนเ้ี ปนตําแหนงท่กี างเกงยนี สเกิดการเสยี ดสีมากท่สี ดุ (ใครที่ใสกางเกงแบบรัดตน ขา พอ
อา นมาถึงตรงน้นี าจะนึกออกเลย) ลักษณะเดน คือบริเวณรอยขาดจะมีลักษณะเปอยเปนขุยๆ
อาการเริ่มตนของการเปอยขาดบริเวณเปากางเกง
การขาดอีกลักษณะน้ัน คอื การขาดแบบฉกี ขาด ซงึ่ แบบนส้ี ว นมากเกดิ จากการโดนเกี่ยวจากวตั ถุ
ตางๆ ลกั ษณะรอยขาดจะคอนขางเรียบเหมือนรอยตัด บางคร้ังเปน รอยทีใ่ หญและยาวมาก
ลกั ษณะการขาดแบบฉกี ขาด
วิธกี ารแกไขนนั้ ในเบ้ืองตนถา ตองการซอ มแซมใหก างเกงยีนสก ลับมามลี กั ษณะใกลเ คียงกอนการขาด
สามารถทําไดด วยวิธดี ังตอ ไปน้ี
๑. การชุน
วิธนี ีเ้ หมาะกบั การซอ มแซมแผลเล็กๆท่เี พิ่งเร่ิมเกดิ ขึน้ บนตวั กางเกง ขอดีคือจะแทบไมเ ห็นรองรอย
การซอ ม เรียกวา เนียนเหมือนไมมีอะไรเกิดข้ึน เพราะวธิ ีการชุน ทําโดยใชดายสเี ดียวกบั เน้อื ผา เย็บสานกัน
จนเปน เนอื้ เดียวกับเนื้อผา เดิม เพอื่ ปกปด รอยขาด
รอยขาดเล็กๆที่กดิ จากการเปอยของเน้ือผา
ลองพลิกกางเกงตวั เกงดู ถาเร่ิมมองเหน็ รอยเปอ ยแบบผา บางๆใกลจ ะขาด ใหนาํ กางเกงไปหาชา งเยบ็
ผา แลว บอกใหเ คาชนุ ใหกอ นท่จี ะขาดเปน รูใหญเลยครับ
รูปตัวอยา งกางเกงที่ผา นการซอมดวยวธิ ีการชนุ
๒. การปะ
สําหรับวิธีน้ีเหมาะสําหรับการซอมแซมในบริเวณที่รอยขาดมีขนาดใหญ ไมวาจะเปนรอยขาด
รปู ทรงกลม หรอื ส่เี หลี่ยม วิธกี ารคือนําผา อกี ชน้ิ คัดใหม ขี นาดใหญก วารอยขาด จากนน้ั เย็บติดเขาไปเพื่อปดรูป
น้ันๆ วิธีนี้แมวาจะทําใหเกิดรองรอยบนตัวกางเกงยีนส แตส่ิงท่ีเปนขอดีกวาการซอมดวยการชุน คือเปนการ
ซอ มทคี่ งทนกวา กลาวคอื การจะกลบั มาขาดซํ้าอกี ครัง้ นนั้ ยากกวา นนั่ เอง
รอ งรอยการปะบนตัวกางเกง
การซอมดวยวิธีการปะนั้นสามารถใชเปนวิธีในการตกแตงตัวกางเกงยีนสไดดวยนอกเหนือไปจากการ
ซอ ม โดยไมไดจ าํ กัดวา ผาท่นี ํามาใชปะน้ันจะตอ งเปน ผา ที่มสี ีเดียวกับตัวกางเกง เสมอไป เพราะวาการใชโทนสี
ท่ีตา งออกไปนนั้ ก็ทําใหเกิดการตดั กันของสี จนดสู วยงามไดเชน กัน
ใชผ าเดนิมสีเขม กวา ตวั กางเกงเพือ่ ใหเกิดการตัดกันของสี
ในกรณีท่ีอยากเพิ่มลูกเลนใหมากไปกวาการปะดวยผาเดนมิ ก็สามารถใชวสั ดอุ น่ื ๆ เชนหนงั หรอื หนัง
กลบั หรือผาลวดลายตา งๆ รวมไปถงึ การใชดายสีอ่นื ๆมาเย็บ ก็จะทําใหกางเกงยนี สของเรานัน้ ดสู นกุ สนานข้นึ
ไดม ากเลยทเี ดยี ว
การใชห นังเปนวัสดุในการนํามาปะ รวมถงึ การใชด ายที่มีสีตางไปจากตัวกางเกง
การปะกางเกงดว ยผา ชนดิ อ่ืนๆนอกเหนือไปจากผาเดนิม
ท้ังสองวิธีที่ไดแนะนํากันไปนั้น ถือเปนวิธีการซอมแซมระดับเบสิค ซึ่งบางคนที่มีความสามารถในการ
ตดั เยบ็ อาจจะสามารถซอมแซมไดดวยตัวเอง หรือถาไมเชนน้ันก็สามารถใหชางเย็บผาทําใหได แตหากวาใคร
ยังรสู ึกวา การซอมแซมแบบนีม้ ันธรรมดาไป ผมยงั มีอกี วิธมี าแนะนาํ กนั โดยวิธีนี้เรียกวา Boro โดยมีตนกําเนิด
มาจากประเทศญ่ปี ุน การ Boro นนั้ มพี ้นื ฐานมากจากคนยากจนสมัยกอนที่นําเอาเศษผามาเย็บตอกัน เพ่ือให
กลายเปนผาผืนใหญ ใชหมใหความอบอุน หรือไมก็นํามาเย็บตอกันเพื่อซอมแซมบริเวณที่เกิดรอยฉีกขาด
ตอมาไดพัฒนาข้ึนเปนงานฝมือ และชวงไมก่ีปมาน้ีเร่ิมมีการนําวิธีการแบบนี้มาใชเพื่อสรางเอกลัษณใหกับ
เสอ้ื ผา
ลักษณะของผา Boro
การซอมแซม หรือแมแ ตก ารจงใจทําเพื่อการตกแตงกางเกงยีนสนั้น สวนมากจะใชผาหลากหลายชนิด
รวมไปถงึ เสน ดา ยหลากสี และมขี นาดเสนไดที่แตกตา งกัน การเย็บ Boro นั้นไมมีรูปแบบที่ตายตัว ถือเปนงาน
ฝมือท่ีตองใชเทคนิคอยางมาก อยางเชน การเย็บดวยดาย Shashiko ชวยเพ่ิมความแข็งแรงบริเวณรอยขาด
ใขณะเดยี วกนั ก็เกิดความสวยงามเนือ่ งจากสี และขนาดของดายทต่ี างกัน
การซอมแซมรอยขาด ดว ยวิธีการ Boro ดวยดา ย Sashiko
สาํ หรบั การซอ มแซมกางเกงในลักษณะน้ี ถือไดว าตองใชฝมือเฉพาะทางรวมไปถึงอุปกรณ และ
วัสดุที่แตกตางจากการซอมกางเกงยีนสโดยท่ัวไป ถาใครสนใจกางเกงยีนสที่มีลักษณะนี้ ก็อาจจะตองมองหา
แบรนดจากประเทศญป่ี ุนทป่ี จ จบุ ันเรมิ่ มีหลายแบรนดทท่ี ําเสอ้ื ผาออกมาในลกั ษณะน้ี
การซอมแซมดวยวิธตี า งๆที่กลาวมานัน้ ไมไดจ ํากดั อยูท่ีการซอมแซมกางเกงยนี สเ ทาน้ัน
สามารถทําไดกบั เส้ือเชิต้ ยนี ส หรือแจคเกต็ ดว ยเชน กนั
เสอ้ื เชิ้ตท่ีใชการซอมแซมเปน การตกแตง ตวั เสื้อเพ่ือความสวยงาม
๕. ขน้ั ตอนการสอน
๕.๑ การนาํ เขาสูบทเรยี น
๕.๒ การเรยี นรู
๕.๓ การสรุป
๕.๔ การวัดและประเมนิ ผล
๖. สือ่ การเรยี นรู/แหลงการเรียนรู
๘. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธกับ วชิ าอ่นื
๙. การวดั และประเมินผล เครือ่ งมือประเมนิ เกณฑก ารประเมนิ
ที่ แนวทางการประเมินผล
รวม ๑๐๐
เกณฑการใหระดบั คะแนน
๑๐. บนั ทกึ หลงั สอน
๑๐.๑ ผลการใชแ ผนการจดั การเรยี นรู
๑๐.๒ ปญหา/อปุ สรรคทพ่ี บจากการสอน
๑๐.๓ แนวทางการแกไ ขปญหาหรือขอเสนอแนะอ่นื ๆ
แผนการจัดการเรียนรมู ุงเนนสมรรถนะ
๑. สาระสําคญั
๒. สมรรถนะประจาํ หนวย
๓. จุดประสงคก ารเรียนรู
๔. เนือ้ หาสาระการเรยี นรู
๔.๑ การวดั ตัวเพื่อตัดเยบ็ เสือ้ ผา
๑. วิธีการวดั ตวั -พืน้ ฐาน :
ใชส ายวดั ๒ เสน เสน หน่งึ ผูกไวร ะดบั เอวธรรมดา ใชหนว ยวดั เซ็นตเิ มตร
(๑) ยาวหนา : วดั จากปุมคอหนา (รอยบุม) ลงมาถงึ เอว
(๒) ยาวหลัง : วดั จากปมุ คอหลงั (กระดกู คอ) ลงมาถึงเอว
(๓) ไหล : วดั ดานหลงั ความกวางจากปุมไหลซาย -ถงึ ปมุ ไหลด า นขวา
(๔) บาหนา : วัดจากรอยตอแขนขา งหนงึ่ ไปขางหนึง่ (ประมาณแนวรกั แรหนีบ)
(๕) บาหลงั : วดั จากรอยตอ แขนดา นหนงึ่ ไปดานหนง่ึ
(๖) รอบอก : วัดรอบผานสว นท่ีนนู สุดของอก ใหเปนแนวเดยี วกัน
อยาใหสายวดั ตกหยอ น/หรือยกสูง
(๗) รอบเอว : วดั จากสวนที่เล็กทีส่ ุดของลําตวั
(๘) รอบสะโพกเล็ก : วดั ตา่ํ จากเอวประมาณ ๘-๑๒ ซม.
(๙) รอบสะโพกใหญ : วัดรอบ ตรงสวนท่ีใหญที่สุดของสะโพก
(๑๐) อกสงู : วดั จากปุมคอ - ยอดอก
(๑๑) รอบรักแร : ตงั้ แขนแลว ปลอ ยลง วัดตง้ั ฉากรอบแขนใหพอดี
(๑๒) แขนกวาง วัด ๕ สวน
๑) กา นแขนชิดรกั แร
๒) ระหวางรักแร-ขอศอก
๓) ขอศอก
๔) ระหวา งขอศอก-ขอ มอื
๕) ขอมอื
ภาพการวัดตวั
๒. วธิ กี ารวัดตัวกระโปรง กางเกง
๔.๒ การแกไขขอ งบกพรองดว ยเส้อื ผา
นอกจากนี้หลกั การทางศลิ ปะตา ง ๆ ยงั ชว ยแกไขปญหา และอาํ พรางขอบกพรอ งตา ง ๆ ของ
รา งกายไดอ ีก ดังตัวอยา งทจ่ี ะกลาวตอไปนี้
๑. รูปรา งผอมสูง ถึงแมจ ะมีรปู รา งดี แตห ากใสเ ส้ือผา รดั รูปมากเกนิ ไป เชนใสเ สือ้ แขนกุด หรือผา
ยืดบางรัดรูปจะเนนใหเหน็ สรรี ะทีผ่ อมบางชัดเจน ควรใสเสื้อผา ผาทห่ี นา ๆ หรือจบี พองฟู เพราะจะเสรมิ ใหด ี
หนาขน้ึ และมบี ุคลิกท่ีดีข้นึ
๒. รปู รา งอว นเต้ยี หากคอสั้นทําใหค อดยู าวขน้ึ ควรใสเส้อื คอวี หรอื คอเชิรท จะชว ยใหใ บหนา ดยู าว
ขน้ึ ไมค วรใสเ ส้ือปด คอจะทาํ ใหคอสัน้ ลง ลวดลายของเสื้อผาควรเปนดอกเล็กๆ และลายตงั้ หา มใสฟ องน้ํา
เสริมไหลเพราะจะดูหนาข้ึน ไมค วรใสช ุดติดกันเพราะจะเนนขนาด และตดั กนั อยา งชดั เจน นอกจากนี้ควรสวม
กระโปรง และเส้ือแยกช้ิน และมีสีเขม ไมควรใชผา หนาเพราะจะเพ่มิ ความอว นข้ึนอีก
๓. สะโพกใหญ ไมควรสมเสื้อเอวลอย เพราะจะเนนสะโพกชัดเจน ควรสวมกระโปรงทต่ี ดั เย็บจาก
ผา นิ่ม ๆ พรว้ิ ทง้ั ตัว สีเขม เพอ่ื อําพราง ไมควรสวมกระโปรงหรือกางเกงทรี่ ดั รปู เพราะจะเนนความใหญข อง
สะโพก และควรสวมกระโปรงคลมุ เขาเพื่อกระชดั สะโพกมากข้ึน
๔. หนาอกใหญ สวมเส้ือที่มีปกหรอื คอวี เพราะจะทําใหทรวงอกดเู ล็กลง ใสเส้ือสเี ขม ตดั เย็บดว ยผา
ทบ่ี างเบา หลกี เลี่ยงเสื้อที่มลี วดลาย หรอื มกี ระเปา ทห่ี นา อก เพราะจะทาํ ใหเ กดิ จุดเดน และเพมิ่ ความหนาให
หนา อกได
๕. ไหลแ คบ ควรสวมเสอ้ื ผา ทม่ี ีฟองน้ํา และเลือกผาพร้วิ บาง ไมมีใครท่ีจะมรี ปู รางสวย หรอื สมบูรณ
ไปทุกอยาง หากแตไดน ําหลักการทางศลิ ปะมาประยุกตใช ก็จะสามารถทาํ ใหความบกพรองนน้ั ลดลง และมี
บคุ ลิกภาพท่ีดีขน้ึ ได
ในปจจบุ ัน ไมว า สถานการณของโลกจะเปลยี่ นแปลงไปอยา งไรก็ตาม แตห ลักการทางศิลปะตา ง ๆ
ท่ีกลา วมายังคงนํามาประยุกตใชไ ดเ ปน อยางดี ถึงแมว า ในอนาคตเทคโนโลยีจะเขามามีบทบาทมากขึน้ ก็ตาม
ภาพท่ี ๙
๕. ขน้ั ตอนการสอน
๕.๑ การนาํ เขาสูบทเรยี น
๕.๒ การเรยี นรู
๕.๓ การสรุป
๕.๔ การวัดและประเมนิ ผล
๖. สือ่ การเรยี นรู/แหลงการเรียนรู
๘. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธกับ วชิ าอ่นื
๙. การวดั และประเมินผล เครือ่ งมือประเมนิ เกณฑก ารประเมนิ
ที่ แนวทางการประเมินผล
รวม ๑๐๐
เกณฑการใหระดบั คะแนน
๑๐. บนั ทกึ หลงั สอน
๑๐.๑ ผลการใชแ ผนการจดั การเรยี นรู
๑๐.๒ ปญหา/อปุ สรรคทพ่ี บจากการสอน
๑๐.๓ แนวทางการแกไ ขปญหาหรือขอเสนอแนะอ่นื ๆ
แผนการจัดการเรียนรมู ุงเนนสมรรถนะ
๑. สาระสําคญั
๒. สมรรถนะประจาํ หนวย
๓. จุดประสงคก ารเรียนรู
๔. เนอื้ หาสาระการเรียนรู
การซอมแซมเส้ือผา
เคลด็ ลบั
๕. ขน้ั ตอนการสอน
๕.๑ การนาํ เขาสูบทเรยี น
๕.๒ การเรยี นรู
๕.๓ การสรุป
๕.๔ การวัดและประเมนิ ผล
๖. สือ่ การเรยี นรู/แหลงการเรียนรู
๘. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธกับ วชิ าอ่นื
๙. การวดั และประเมินผล เครือ่ งมือประเมนิ เกณฑก ารประเมนิ
ที่ แนวทางการประเมินผล
รวม ๑๐๐
เกณฑการใหระดบั คะแนน
๑๐. บนั ทกึ หลงั สอน
๑๐.๑ ผลการใชแ ผนการจดั การเรยี นรู
๑๐.๒ ปญหา/อปุ สรรคทพ่ี บจากการสอน
๑๐.๓ แนวทางการแกไ ขปญหาหรือขอเสนอแนะอ่นื ๆ
แผนการจัดการเรียนรมู ุงเนนสมรรถนะ
๑. สาระสําคญั
๒. สมรรถนะประจาํ หนวย
๓. จุดประสงคก ารเรียนรู
๔. เนื้อหาสาระการเรียนรู ตน ทุนการผลิต
๑. ความหมายของตน ทนุ การผลิต
๒. องคป ระกอบของตน ทุนการผลิต
๓. การคํานวณตน ทนุ การผลติ
ตน ทนุ การผลิต = ตนทุนวัสดุ + ตนทนุ แรงงาน + คา โสหุย
๔. การวเิ คราะหต น ทุนการผลิต
๕. ขน้ั ตอนการสอน
๕.๑ การนาํ เขาสูบทเรยี น
๕.๒ การเรยี นรู
๕.๓ การสรุป
๕.๔ การวัดและประเมนิ ผล
๖. สือ่ การเรยี นรู/แหลงการเรียนรู
๘. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธกับ วชิ าอ่นื
๙. การวดั และประเมินผล เครือ่ งมือประเมนิ เกณฑก ารประเมนิ
ที่ แนวทางการประเมินผล
รวม ๑๐๐
เกณฑการใหระดบั คะแนน
๑๐. บนั ทกึ หลงั สอน
๑๐.๑ ผลการใชแ ผนการจดั การเรยี นรู
๑๐.๒ ปญหา/อปุ สรรคทพ่ี บจากการสอน
๑๐.๓ แนวทางการแกไ ขปญหาหรือขอเสนอแนะอ่นื ๆ