The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มืออาจารย์และนิสิต ปีการศึกษา 2564 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pitsanu.su, 2021-08-02 03:14:48

คู่มืออาจารย์และนิสิต ปีการศึกษา 2564 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คู่มืออาจารย์และนิสิต ปีการศึกษา 2564 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Keywords: คู่มือนิสิต,คู่มือ,บัณฑิตวิทยาลัย,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,KU

สารบาญ

เอกลกั ษณของมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร Iหนา

คณุ ลกั ษณะบณั ฑติ ท่พี ึงประสงค มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร IV
วสิ ัยทศั นข องบัณฑติ วิทยาลัย V
ท่ที าํ การบณั ฑติ วิทยาลัย VI
ผบู รหิ ารบัณฑิตวทิ ยาลัย VII
สาํ นักงานเลขานกุ าร VIII
สอบถามรายละเอียด IX
ขอ บงั คับมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร วาดว ยการศกึ ษาระดับบณั ฑติ ศกึ ษา
ของบณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร พ.ศ. 2559 1
- หมวด 1 การรบั เขา ศกึ ษา 3
- หมวด 2 การลงทะเบยี น 5
- หมวด 3 อาจารยร ะดับบณั ฑติ ศกึ ษา 8
- หมวด 4 ระบบการศึกษา 19
- หมวด 5 การลาพักการศึกษา การหมดสถานภาพ และการคนื สถานภาพ 36
- หมวด 6 วินยั นสิ ติ 38
- หมวด 7 การรบั ปรญิ ญา 41
- หมวด 8 บทเฉพาะกาล 41
คาํ แนะนําและเรอ่ื งท่ัวไปท่ีนสิ ติ ควรทราบ 43
รหสั สาขาวชิ า 65
ระเบยี บวา ดวยการบริหารจดั การทรพั ยสินทางปญญาและสทิ ธิประโยชน
จากวิทยานิพนธ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร พ.ศ. 2551 85
กาํ หนดอตั ราคาธรรมเนียมการศกึ ษาระดบั บณั ฑติ ศึกษา
ภาคปกติ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร 88

สารบาญ(ตอ ) หนา
กําหนดอัตราเงนิ ชว ยเหลือนสิ ติ ผปู ระสบภัย 93
ขอ ปฏิบตั ิในการจา ยเงินชว ยเหลอื นิสติ ผปู ระสบภยั 95
การระบุชือ่ อาจารยท่ีปรึกษาวทิ ยานพิ นธและระบุสงั กดั 97
98
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ในผลงานวทิ ยานพิ นธ
ท่ตี พี มิ พเผยแพรในวารสารหรือสงิ่ พมิ พท างวชิ าการ
แบบฟอรมคํารอ งของบณั ฑิตวทิ ยาลยั

























ขอ้ บงั คบั มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
ว่าด้วยการศึกษาระดบั บณั ฑติ ศึกษาของบณั ฑติ วทิ ยาลัย

มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559

โดยที่เปน็ การสมควรกาหนดใหม้ ีข้อบงั คบั มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ว่าด้วยการศึกษา
ระดับบัณฑิตศึกษาของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อให้สอดคล้องกับ
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2558
และประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรื่อง แนวทางการบริหารเกณฑ์มาตรฐานระดับอุดมศึกษา
พ.ศ. 2558 ตลอดจนการเป็นมหาวทิ ยาลัยในกากับของรฐั

อาศัยอานาจตามความในมาตรา 22 (2) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พ.ศ. 2558 และโดยอนุมัติของสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการประชุมคร้ังที่ 10/2559
เม่ือวันจันทรท์ ่ี 14 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2559 จงึ ใหอ้ อกข้อบังคบั ไว้ดงั น้ี

ขอ้ 1 ขอ้ บังคบั น้ีเรยี กว่า “ข้อบงั คบั มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ว่าดว้ ยการศกึ ษาระดบั
บัณฑติ ศกึ ษาของบัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559”

ข้อ 2 ขอ้ บังคบั นี้ใชบ้ ังคบั ต้งั แต่ภาคตน้ ปกี ารศึกษา 2559 เปน็ ต้นไป

ขอ้ 3 ให้ยกเลิก
3.1 ประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่อง ข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาระดับ
บัณฑิตศึกษาของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2556 ประกาศ ณ วันท่ี 29
พฤษภาคม พ.ศ. 2556

3.2 ประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่อง ข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาระดับ
บัณฑติ ศึกษาของบัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2558 ประกาศ
ณ วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558

ข้อ 4 ในข้อบงั คับนี้
“สภามหาวทิ ยาลยั ” หมายความวา่ สภามหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์
“มหาวทิ ยาลยั ” หมายความวา่ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์
“บัณฑิตวิทยาลัย” หมายความว่า บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
“อธกิ ารบดี” หมายความวา่ อธิการบดีมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์
“คณบดีบณั ฑติ วทิ ยาลยั ” หมายความวา่ คณบดบี ัณฑติ วทิ ยาลยั
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
“นสิ ติ ” หมายความวา่ นสิ ติ ระดบั บัณฑติ ศกึ ษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
“คณะกรรมการวิชาการ” หมายความวา่ คณะกรรมการวชิ าการ
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์

ขอ้ 5 ใหอ้ ธิการบดีรักษาการตามข้อบงั คบั นี้
กรณีใดทีม่ ไิ ดก้ าหนดไวใ้ นขอ้ บังคบั น้ี หรอื มไิ ด้กาหนดเปน็ ระเบียบปฏิบัติไว้ในข้อบังคับน้ี
ให้อธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการวิชาการมีอานาจออกระเบียบวิธีปฏิบัติ
และสั่งปฏิบัติการได้ตามท่ีเห็นสมควร ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดต่อประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
เรอ่ื ง เกณฑม์ าตรฐานหลักสตู รระดบั บัณฑิตศึกษา ฉบบั ท่บี ังคับใชใ้ นปัจจุบนั
ในกรณที ไี่ มส่ ามารถปฏิบัติตามข้อบังคับน้ีได้ ให้เสนออธิการบดีโดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการวิชาการพิจารณาเปน็ รายกรณีไป

2

หมวด 1
การรับเข้าศึกษา

ข้อ 6 คณุ สมบตั ิของผ้มู สี ิทธสิ์ มัครเขา้ ศึกษา
6.1 หลกั สูตรประกาศนียบตั รบณั ฑติ
สาเร็จการศึกษาหรือกาลงั ศึกษาในปกี ารศึกษาสุดท้าย ระดับปริญญาตรหี รือเทยี บเทา่
6.2 หลักสูตรปริญญาโท
สาเร็จการศึกษาหรือกาลังศึกษาในภาคการศึกษาสุดท้าย ระดับปริญญาตรีหรือ
เทยี บเทา่ และมผี ลการสอบภาษาองั กฤษได้ตามเกณฑท์ ่ีมหาวิทยาลัยกาหนด
6.3 หลักสตู รประกาศนียบัตรบณั ฑติ ช้ันสงู
สาเรจ็ การศกึ ษาหรอื กาลังศึกษาในภาคการศกึ ษาสุดทา้ ย ระดับประกาศนยี บัตรบัณฑิต
หรอื ระดบั ปริญญาตรีท่ีมรี ะยะเวลาการศกึ ษา 6 ปี หรือระดบั ปริญญาโทหรอื เทียบเทา่
6.4 หลกั สูตรปริญญาเอก
สาเร็จการศึกษาหรือกาลังศึกษาในภาคการศึกษาสุดท้าย ระดับปริญญาตรีหรือ
เทยี บเท่าทีม่ ผี ลการเรียนดีมาก หรอื ปรญิ ญาโทหรือเทยี บเทา่ และมีผลการสอบภาษาองั กฤษได้
ตามเกณฑท์ ม่ี หาวทิ ยาลยั กาหนด
6.5 มคี ุณสมบตั ิอ่นื ตามท่ีกาหนดไวใ้ นหลกั สูตร
6.6 ไมม่ ีลกั ษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

6.6.1 เปน็ ผมู้ ีความประพฤติเสยี หายอยา่ งรา้ ยแรง
6.6.2 เป็นคนวกิ ลจริต
6.6.3 เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือเป็นโรคสาคัญท่ีจะเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อ
การศกึ ษา
6.6.4 ถูกคดั ช่อื ออกจากสถานศกึ ษาเพราะกระทาความผิดทางวินัย

3

การรับสมัคร ใบสมัครและหลักฐาน ให้เป็นไปตามประกาศของบัณฑิตวิทยาลัย
ในแต่ละภาคการศกึ ษา

ข้อ 7 การพิจารณารับเขา้ ศกึ ษา
7.1 คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา
ในระดับบัณฑิตศึกษา โดยภาควิชาหรือสาขาวิชาเป็นผู้เสนอรายชื่อคณะกรรมการ
ซ่ึงประกอบด้วยอาจารย์ประจาหลักสูตรไม่น้อยกว่า 3 คน โดยอย่างน้อย 2 คน ต้องเป็น
อาจารยผ์ ู้รบั ผดิ ชอบหลกั สตู ร
7.2 คณะกรรมการสอบคัดเลอื กบคุ คลเขา้ ศกึ ษาในระดบั บัณฑิตศกึ ษา มหี น้าท่ีพจิ ารณา
รับบุคคลเข้าศึกษา ทั้งนี้จะรับบุคคลใดเข้าศึกษาในสถานภาพนิสิตใด โดยเงื่อนไขใด ให้อยู่ใน
ดลุ ยพินจิ ของคณะกรรมการสอบคดั เลือกบุคคลเขา้ ศึกษาในระดบั บัณฑติ ศกึ ษา โดยความเห็นชอบ
ของหัวหน้าภาควชิ าหรอื ประธานสาขาวชิ าและคณบดีบณั ฑติ วทิ ยาลยั

ข้อ 8 สถานภาพของผู้เข้าศึกษา
ผู้เขา้ ศึกษามี 2 สถานภาพ คือ นสิ ิตสามญั และนสิ ติ ทดลองเรยี น
8.1 นิสิตสามัญ หมายถึง นิสิตท่ีมีคุณสมบัติครบถ้วนและผ่านการพิจารณาคัดเลือก
เข้าศึกษาแล้ว
*8.2 นสิ ติ ทดลองเรียน หมายถึง นิสิตท่ีผ่านการพิจารณาคัดเลือก และสาขาวิชามีความ
ประสงคร์ ับเขา้ ศกึ ษาเพ่ือทดลองเรยี น โดยจะไม่มสี ิทธิ์รับปริญญา ประกาศนียบตั รบัณฑิต หรือ
ประกาศนยี บัตรบณั ฑิตชน้ั สงู จากมหาวิทยาลยั เมอ่ื มีคุณสมบัติครบถ้วนหรือผ่านการทดลองเรียน
โดยมเี งอื่ นไขตามทส่ี าขาวิชากาหนด จงึ จะเปลีย่ นสถานภาพเป็นนิสิตสามญั ได้

* สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการประชุมคร้ังท่ี 6/2564 เม่ือวันท่ี 28 มิถุนายน พ.ศ. 2564

มีมติอนุมัติให้ปรับปรุงข้อบังคับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของ
บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ข้อ 8 สถานภาพของผู้เขา้ ศึกษา ข้อย่อย 8.2

4

ขอ้ 9 การขึ้นทะเบียนเปน็ นสิ ิต
9.1 ผผู้ ่านการรับเข้าศึกษาต้องเป็นผู้สาเร็จการศึกษาแล้ว และมีสิทธิ์เข้าศึกษาได้เพียง
หนง่ึ สาขาวิชาเทา่ นนั้ ทง้ั น้จี ะขึน้ ทะเบียนเป็นนิสิตเกนิ กว่า 1 สาขาวิชาในขณะเดยี วกนั ไม่ได้
9.2 ผู้ผ่านการรับเข้าศึกษาต้องชาระค่าธรรมเนียมการศึกษา และรายงานตัว
ที่บัณฑิตวิทยาลัย ตามประกาศของบัณฑิตวิทยาลัย มิฉะนั้นถือว่าสละสิทธิ์ บัณฑิตวิทยาลัย
จะไมค่ นื คา่ ธรรมเนียมการศึกษา ไมว่ า่ กรณใี ดๆ ทง้ั ส้นิ

หมวด 2
การลงทะเบยี น

ขอ้ 10 การลงทะเบยี นเรยี น
นิสิตต้องลงทะเบยี นเรียนตามกาหนดของมหาวทิ ยาลยั
10.1 การลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาปกติให้ลงทะเบียนเรียนไม่เกิน 15 หน่วยกิต
ส่วนในภาคฤดูร้อนให้ลงทะเบียนเรียนไม่เกิน 7 หน่วยกิต ทั้งน้ี ในภาคการศึกษาแรกให้
ลงทะเบียนเรยี นไม่นอ้ ยกว่า 9 หนว่ ยกติ
กรณีท่ีมีความจาเป็นต้องลงทะเบียนเรียนไม่เป็นไปตามกาหนด ต้องได้รับความเห็นชอบ
จากอาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักหรืออาจารย์ที่ปรึกษาการศึกษาค้นคว้าอิสระ และ
หวั หนา้ ภาควิชาหรอื ประธานสาขาวิชา โดยต้องได้รบั อนุมัติจากคณบดีบัณฑติ วทิ ยาลยั
10.2 การลงทะเบียนเรียนล่าช้า ต้องกระทาภายใน 2 สัปดาห์นับจากวันเปิด
ภาคการศึกษาปกติ ส่วนในภาคฤดูร้อนให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกาหนด หากพ้นกาหนด
การลงทะเบียนเรียนล่าช้าต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักหรือ
อาจารย์ทป่ี รึกษาการศึกษาค้นคว้าอิสระ และหัวหน้าภาควิชาหรือประธานสาขาวิชา โดยต้อง
ไดร้ ับอนมุ ตั ิจากคณบดบี ัณฑติ วิทยาลัย

5

10.3 นิสิตที่ไม่ลงทะเบียนเรียนให้เสร็จส้ินภายใน 2 สัปดาห์ นับแต่วันเปิดภาค
การศกึ ษาจะหมดสถานภาพนิสิตตามขอ้ 32 (8)

10.4 นิสิตต้องตรวจสอบสถานภาพนิสิตก่อนลงทะเบียนเรียนทุกครั้ง หากไม่มีสิทธิ์
ลงทะเบียนเรียนแต่ได้ลงทะเบียนเรียน หรือชาระค่าธรรมเนียมการศึกษาไปแล้ว ถือว่า
การลงทะเบยี นน้ันเปน็ โมฆะ และจะไม่คนื คา่ ธรรมเนียมการศึกษาไม่วา่ กรณีใด ๆ ทงั้ สิ้น

ข้อ 11 การขอเพม่ิ ขอลด และขอถอนรายวิชา
11.1 การขอเพิ่ม ขอลด หรือการเปลี่ยนแปลงรายวิชาเรียน หมู่เรียน ต้องกระทาภายใน
2 สัปดาห์แรกนับจากวันเปิดภาคการศึกษาปกติ ส่วนภาคฤดูร้อนให้เป็นไปตามท่ีมหาวิทยาลัย
กาหนด
11.2 การขอถอนรายวิชาเรียนบางรายวชิ าภายหลังจาก 60 วนั นับจากวนั เปดิ ภาคการศกึ ษา
ปกติ หรอื ภายในกาหนดตามปฏิทนิ การศึกษาของแต่ละภาคการศกึ ษา จะต้องได้รับความเห็นชอบ
จากอาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักหรืออาจารย์ที่ปรึกษาการศึกษาค้นคว้าอิสระ ท้ังน้ีต้อง
ดาเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันสอบไล่ของภาคการศึกษาน้ัน ๆ ไม่น้อยกว่า 7 วันตามกาหนดใน
ปฏิทนิ การศกึ ษา

ข้อ 12 การลงทะเบยี นเพือ่ รักษาสถานภาพนสิ ิต
12.1 นิสิตท่ีเรียนรายวิชาครบตามโครงสร้างหลักสูตรและเรียนรายวิชาตามเงื่อนไข
การรับเข้าศึกษาแล้ว แต่ยังไม่สาเร็จการศึกษา ให้ลงทะเบียนรักษาสถานภาพนิสิตทุกภาค
การศกึ ษาปกติ ดงั นี้

(1) กรณียังไม่สอบปากเปล่าข้ันสุดท้าย ให้ชาระค่าบารุงการศึกษาระดับ
บณั ฑิตศึกษาและคา่ ธรรมเนียมพเิ ศษคณะ

(2) กรณีสอบผ่านปากเปล่าข้ันสุดท้ายแล้ว ให้ชาระค่าบารุงการศึกษาระดับ
บณั ฑิตศึกษา

6

12.2 นิสิตท่ีเรียนรายวิชาไม่ครบตามโครงสร้างหลักสูตร และไม่ครบตามเง่ือนไข
การรับเข้าศึกษา ท่ีจะลาพักการศึกษา ต้องชาระค่าบารุงการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและ
ค่าธรรมเนียมพิเศษคณะในภาคการศึกษาปกติท่ีลาพักการศึกษานั้น และลงทะเบียนเรียนเพื่อ
รกั ษาสถานภาพนิสติ

12.3 นิสิตที่ประสงคจ์ ะจบการศึกษาในภาคฤดูร้อน จะต้องชาระค่าบารุงการศึกษาระดับ
บณั ฑติ ศึกษาภาคฤดรู อ้ น

12.4 การลงทะเบียนเพ่ือรักษาสถานภาพนิสิต ต้องชาระค่ารักษาสถานภาพนิสิตและ
ลงทะเบียนเรียนโดยระบุ “รักษาสถานภาพนิสิต” ให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ นับจากวัน
เปดิ ภาคการศกึ ษาปกติ มฉิ ะนั้นจะหมดสถานภาพนสิ ิตตามขอ้ 32 (8)

ขอ้ 13 การลงทะเบยี นเรยี นข้ามสถาบนั
13.1 นสิ ิตจะขอลงทะเบยี นเรยี นรายวิชา ณ สถาบนั อน่ื ได้ เมือ่ ได้รบั ความเห็นชอบจาก
อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักหรืออาจารย์ท่ีปรึกษาการศึกษาค้นคว้าอิสระ และหัวหน้า
ภาควชิ าหรอื ประธานสาขาวชิ า โดยตอ้ งไดร้ ับอนุมัติจากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ภายใต้เงื่อนไข
ดังน้ี

(1) รายวิชาทีห่ ลกั สตู รกาหนด มิไดเ้ ปดิ สอนในมหาวทิ ยาลัย ในภาคการศึกษาและ
ปกี ารศึกษานนั้

(2) รายวิชาต้องเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา หรือการทาวิทยานิพนธ์หรือ
การศึกษาคน้ คว้าอิสระ

13.2 ผลการศึกษาของรายวิชาท่ีนิสิตลงทะเบียนเรียนข้ามสถาบันจะไม่นามาคานวณ
แต้มคะแนนเฉล่ียสะสม

13.3 นิสิตต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าลงทะเบียนเรียนข้ามสถาบัน ตามอัตราท่ีสถาบัน
นนั้ ๆ กาหนด

7

กาหนดเวลา วิธีการ การชาระค่าธรรมเนียมการศึกษาและการลงทะเบียนให้เป็นไป
ตามรายละเอยี ดท่ีบณั ฑิตวิทยาลยั กาหนดในแตล่ ะภาคการศึกษา

ขอ้ 14 คา่ ธรรมเนียมการศึกษา
14.1 อตั ราคา่ ธรรมเนียมการศกึ ษา ใหเ้ ป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย โดยอนุมัติ
ของท่ีประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และอาจแก้ไขเปล่ียนแปลงได้
โดยไมต่ ้องแจ้งล่วงหน้า
14.2 นิสิตจะต้องชาระค่าธรรมเนียมการศึกษา ตามวิธี ตามขั้นตอน และตามวันท่ี
มหาวิทยาลัยกาหนด การผอ่ นผันการชาระคา่ ธรรมเนียมการศกึ ษาใหเ้ ปน็ อานาจของอธิการบดี
โดยผ่อนผันไดไ้ มเ่ กิน 1 ภาคการศึกษา
14.3 การยกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษาประเภทต่างๆ ให้เป็นอานาจของอธิการบดี
โดยจดั ทาเปน็ ประกาศของมหาวิทยาลยั ในแต่ละประเภทที่ได้รับการยกเว้น
14.4 ค่าธรรมเนียมการศึกษาไม่สามารถขอคืนได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ท้ังสิ้น เว้นแต่คณบดี
บัณฑิตวิทยาลัยโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัยเสนออธิการบดี
พิจารณาคนื ค่าธรรมเนยี มการศึกษาเป็นกรณไี ป

หมวด 3
อาจารย์ระดับบัณฑติ ศกึ ษา

ขอ้ 15 อาจารยร์ ะดับบณั ฑิตศึกษา ประกอบด้วย
15.1 อาจารย์ประจา หมายถึง บุคคลท่ีดารงตาแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์
รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ ในมหาวิทยาลัย มีหน้าท่ีรับผิดชอบตามพันธกิจของ
การอุดมศกึ ษาและปฏิบัตหิ น้าที่เตม็ เวลา

8

15.2 อาจารย์ประจาหลักสูตร หมายถึง อาจารย์ประจาท่ีมีคุณวุฒิตรงหรือสัมพันธ์กับ
สาขาวิชาของหลักสูตรท่ีเปิดสอน ซ่ึงมีหน้าที่สอนและค้นคว้าวิจัยในสาขาวิชาดังกล่าว ทั้งนี้
สามารถเป็นอาจารย์ประจาหลักสูตรหลายหลักสูตรได้ในเวลาเดียวกัน แต่ต้องเป็นหลักสูตร
ที่อาจารยผ์ ู้นน้ั มีคณุ วฒุ ิตรง หรือสมั พนั ธก์ ับสาขาวิชาของหลักสูตร

15.3 อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร หมายถึง อาจารย์ประจาหลักสูตรท่ีมีภาระหน้าที่
ในการบริหารและพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน ตั้งแต่การวางแผน การควบคุม
คุณภาพ การตดิ ตามประเมนิ ผลและการพัฒนาหลักสูตร อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรต้องอยู่
ประจาหลักสูตรน้ันตลอดระยะเวลาที่จัดการศึกษา โดยจะเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร
เกนิ กว่า 1 หลักสูตรในเวลาเดยี วกนั ไม่ได้ ยกเว้นพหวุ ทิ ยาการหรอื สหวทิ ยาการ ให้เปน็ อาจารย์
ผ้รู บั ผิดชอบหลกั สูตรไดอ้ กี หนึง่ หลกั สูตรและอาจารยผ์ รู้ ับผิดชอบหลักสูตรสามารถซ้าได้ไม่เกิน
2 คน ทัง้ นี้ อาจารย์ผ้ทู รงคณุ วุฒพิ ิเศษไม่สามารถเป็นอาจารยผ์ ู้รับผดิ ชอบหลกั สตู รได้

15.4 อาจารยผ์ ู้สอน หมายถึง อาจารยป์ ระจาหรอื อาจารย์พิเศษ ท่ีได้รบั มอบหมายหรอื
แตง่ ตั้งให้ทาหนา้ ท่ีสอนในรายวชิ าหรือบางหวั ขอ้ ในแต่ละรายวชิ า

15.5 อาจารย์ที่ปรึกษา หมายถึง อาจารย์ประจาหรืออาจารย์พิเศษท่ีได้รับการแต่งต้ัง
ให้รับผิดชอบกระบวนการเรียนรู้เพื่อวิทยานิพนธ์หรือการศึกษาค้นคว้าอิสระของนิสิต
เฉพาะราย เช่น การพิจารณาโครงการ การให้คาแนะนาและควบคุมดูแล รวมท้ังการประเมิน
ความกา้ วหน้าและการสอบวิทยานิพนธห์ รอื การศึกษาค้นคว้าอิสระของนิสติ

15.6 ผทู้ รงคุณวุฒภิ ายนอก หมายถงึ ผู้ทมี่ ิได้เป็นอาจารยป์ ระจาหรอื บคุ ลากรในมหาวทิ ยาลยั
15.7 ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิพเิ ศษ หมายถึง ผูท้ ี่มหาวทิ ยาลยั แต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ประจาหลักสตู รใด
หลกั สตู รหนงึ่ ซง่ึ กาหนดหนา้ ทร่ี บั ผิดชอบชัดเจน ตามระยะเวลาที่กาหนด
15.8 อาจารยพ์ ิเศษ หมายถึง ผ้สู อนทไี่ มใ่ ช่อาจารยป์ ระจา
15.9 อาจารย์บัณฑิตพิเศษ หมายถึง อาจารย์พิเศษหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการแต่งตั้ง
จากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยให้รับผิดชอบกระบวนการเรียนรู้เพ่ือวิทยานิพนธ์หรือการศึกษา
ค้นควา้ อิสระของนิสิตเฉพาะราย

9

ข้อ 16 จานวน คณุ วฒุ ิ และคณุ สมบัติของอาจารย์
16.1 ประกาศนียบัตรบณั ฑิต

16.1.1 อาจารย์ประจาหลักสูตร มีคุณวุฒิข้ันต่าปริญญาโทหรือเทียบเท่า
และมีผลงานทางวิชาการท่ีไม่ใช่ส่วนหน่ึงของการศึกษาเพื่อรับปริญญา และเป็นผลงานทาง
วิ ช า ก า ร ท่ี ไ ด้ รั บ ก า ร เ ผ ย แ พ ร่ ต า ม ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ ที่ ก า ห น ด ใน ก า ร พิ จ า ร ณ า แ ต่ งต้ั งใ ห้ บุ ค ค ล
ดารงตาแหนง่ ทางวชิ าการอย่างน้อย 3 รายการ ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการ
ต้องเป็นผลงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ หรือในรายงาน
สบื เนอื่ งจากการประชมุ วชิ าการ

สาหรับหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิชาชีพ อาจารย์ประจาหลักสูตร
ต้องมคี ณุ สมบตั เิ ป็นไปตามมาตรฐานวิชาชพี น้นั

16.1.2 อาจารยผ์ รู้ ับผิดชอบหลักสูตร จานวนอย่างน้อย 5 คน มีคุณวุฒิปริญญเอก
หรอื เทียบเทา่ หรือข้ันต่าปริญญาโทหรือเทียบเท่าที่มีตาแหน่งรองศาสตราจารย์ และมีผลงาน
ทางวิชาการที่ไม่ใช่ส่วนหน่ึงของการศึกษาเพื่อรับปริญญา และเป็นผลงานทางวิชาการ
ทไ่ี ดร้ ับการเผยแพร่ตามหลกั เกณฑ์ที่กาหนดในการพิจารณาแต่งตั้งให้บุคคลดารงตาแหน่งทาง
วิชาการอย่างนอ้ ย 3 รายการ ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัย
ท่ีได้รับการเผยแพร่ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ หรือในรายงานสืบเน่ืองจากการประชุม
วชิ าการ

กรณีที่มีความจาเป็นอย่างย่ิงสาหรับสาขาวิชาที่ไม่สามารถสรรหาอาจารย์
ผู้รับผิดชอบหลักสตู รครบตามจานวน หรือมีจานวนนิสติ น้อยกว่า 10 คน ทางมหาวทิ ยาลัยต้อง
เสนอจานวนและคุณวุฒิของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรที่ มีนั้นให้คณะกรรมการ
การอุดมศกึ ษาพิจารณาเปน็ รายกรณี

16.1.3 อาจารยผ์ สู้ อน ต้องเป็นอาจารย์ประจาหรืออาจารย์พเิ ศษ ทม่ี ีคุณวุฒขิ ้ันต่า
ปริญญาโทหรือเทียบเท่าในสาขาวิชานั้นหรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน หรือในสาขาวิชา
ของรายวิชาทส่ี อน และตอ้ งมปี ระสบการณด์ ้านการสอนและมีผลงานทางวิชาการที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่ง
ของการศึกษาเพ่ือรับปริญญา และเป็นผลงานทางวิชาการที่ได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์

10

ทีก่ าหนดในการพิจารณาแต่งต้ังให้บุคคลดารงตาแหน่งทางวิชาการอย่างน้อย 1 รายการ ในรอบ
5 ปยี ้อนหลงั

ในกรณีอาจารย์พิเศษ อาจได้รับยกเว้นคุณวุฒิปริญญาโท เว้นแต่มีคุณวุฒิข้ันต่า
ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และมีประสบการณ์การทางานที่เก่ียวข้องกับวิชาท่ีสอนมาแล้ว
ไมน่ ้อยกวา่ 6 ปี ทง้ั นี้ อาจารยพ์ ิเศษตอ้ งมีชัว่ โมงสอนไมเ่ กินรอ้ ยละ 50 ของรายวิชา โดยมีอาจารย์
ประจาเปน็ ผรู้ ับผดิ ชอบรายวชิ าน้นั

สาหรับหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิชาชีพ อาจารย์ผู้สอนต้อง
มคี ุณสมบัติเปน็ ไปตามมาตรฐานวชิ าชพี นนั้ ๆ

16.2 ปรญิ ญาโท
16.2.1 อาจารย์ประจาหลักสูตร มีคุณวุฒิขั้นต่าปริญญาโทหรือเทียบเท่า

และมีผลงานทางวิชาการท่ีไม่ใช่ส่วนหน่ึงของการศึกษาเพื่อรับปริญญา และเป็นผ ลงาน
ทางวิชาการที่ได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ท่ีกาหนดในการพิจารณาแต่งตั้งให้บุคคลดารง
ตาแหน่งทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการ
ต้องเป็นผลงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ เว้นแต่หลักสูตร
แผน ก แบบ ก 2 และแผน ข สามารถใช้การเผยแพร่ในรายงานสบื เนือ่ งจากการประชมุ วิชาการได้

16.2.2 อาจารย์ผรู้ บั ผิดชอบหลกั สูตร จานวนอยา่ งนอ้ ย 3 คน มีคุณวุฒิปริญญาเอก
หรือเทียบเท่า หรือขั้นต่าปริญญาโทหรือเทียบเท่าที่มีตาแหน่งรองศาสตราจารย์
และมีผลงานทางวิชาการท่ีไม่ใช่ส่วนหน่ึงของการศึกษาเพื่อรับปริญญา และเป็นผลงาน
ทางวิชาการท่ีได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดในการพิจารณาแต่งตั้งให้บุคคลดารง
ตาแหน่งทางวชิ าการอยา่ งน้อย 3 รายการ ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการต้อง
เป็นผลงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ เว้นแต่หลักสูตร
แผนกแบบก2และแผนข สามารถใช้การเผยแพร่ในรายงานสืบเน่อื งจากการประชมุ วิชาการได้

กรณีท่ีมีความจาเป็นอย่างยิ่งสาหรับสาขาวิชาท่ีไม่สามารถสรรหาอาจารย์
ผู้รับผดิ ชอบหลกั สตู รครบตามจานวน หรอื มีจานวนนสิ ติ นอ้ ยกวา่ 10 คน ทางมหาวิทยาลัยต้อง

11

เสนอจานวนและคุณวุฒิของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรท่ีมีน้ัน ให้คณะกรรมการ
การอุดมศึกษาพิจารณาเปน็ รายกรณี

16.2.3 อาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์และการศึกษาค้นคว้าอิสระ แบ่งออกเป็น
2 ประเภท คือ

(1) อาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักและการศึกษาค้นคว้าอิสระ ต้อง
เป็นอาจารย์ประจาหลักสูตร มีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่าปริญญาโทหรือ
เทยี บเทา่ ทม่ี ีตาแหน่งรองศาสตราจารย์ และมีผลงานทางวชิ าการที่ไม่ใชส่ ว่ นหน่งึ ของการศึกษา
เพ่อื รับปริญญา และเปน็ ผลงานทางวชิ าการทไี่ ด้รบั การเผยแพร่ตามหลกั เกณฑ์ที่กาหนดในการ
พิจารณาแต่งต้ังให้บุคคลดารงตาแหน่งทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการ ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง
โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัยท่ีได้รับการเผยแพร่ในวารสารระดับชาติหรือ
นานาชาติ เว้นแต่หลักสูตรแผน ก แบบ ก 2 และแผน ข สามารถใช้การเผยแพร่ในรายงานสืบเนื่อง
จากการประชุมวิชาการได้

(2) อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม (ถ้ามี) ต้องมีคุณวุฒิและคุณสมบัติ
ดงั น้ี

อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมที่เป็นอาจารย์ประจา ต้องมีคุณวุฒิ
และผลงานทางวิชาการเชน่ เดยี วกบั อาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธห์ ลกั

สาหรับอาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมท่ีเป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก
หรืออาจารย์บัณฑิตพิเศษต้องมีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า และมีผลงานทางวิชาการ
ทไี่ ดร้ ับการตีพิมพเ์ ผยแพร่ในวารสารทีม่ ชี อื่ อยู่ในฐานข้อมูลที่เป็นที่ยอมรับในระดับชาติ ซ่ึงตรง
หรือสัมพันธ์กับหัวข้อวิทยานิพนธ์หรือการศึกษาค้นคว้าอิสระ ไม่น้อยกว่า 10 เรื่อง หรือ
ในระดบั นานาชาติ ไม่นอ้ ยกว่า 5 เรือ่ ง

ก ร ณี ผู้ ท ร ง คุ ณ วุ ฒิ ภ า ย น อ ก ท่ี ไ ม่ มี คุ ณ วุ ฒิ แ ล ะ ผ ล ง า น ท า ง วิ ช า ก า ร
ตามที่กาหนดข้างต้น ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความเช่ียวชาญ
และประสบการณ์สูง เป็นท่ียอมรับ ซึ่งตรงหรือสัมพันธ์กับหัวข้อวิทยานิพนธ์หรือการศึกษา

12

ค้นคว้าอิสระ โดยผ่านความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย และแจ้งคณะกรรมการ
การอดุ มศกึ ษารบั ทราบ

16.2.4 อาจารย์ผสู้ อบ
16.2.4.1 อาจารย์ผู้สอบวิทยานิพนธ์ ต้องประกอบด้วยอาจารย์ประจา

หลักสูตรและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก รวมไม่น้อยกว่า 3 คน ท้ังนี้ ประธานกรรมการสอบต้อง
ไม่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักหรืออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม โดยอาจารย์
ผู้สอบวทิ ยานพิ นธต์ ้องมีคณุ วฒุ ิ คุณสมบตั ิ และผลงานทางวชิ าการดงั นี้

(1) กรณอี าจารย์ประจาหลกั สตู ร ต้องมีคณุ วุฒปิ ริญญาเอกหรือ
เทียบเท่า หรือข้ันต่าปริญญาโทหรือเทียบเท่าท่ีมีตาแหน่งรองศาสตราจารย์ และมีผลงาน
ทางวิชาการที่ไม่ใช่ส่วนหน่ึงของการศึกษาเพื่อรับปริญญา และเป็นผลงานทางวิชาการที่ได้รับ
การเผยแพร่ตามหลักเกณฑท์ ีก่ าหนด ในการพจิ ารณาแต่งต้ังใหบ้ คุ คลดารงตาแหน่งทางวชิ าการ
อย่างนอ้ ย 3 รายการ ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัย
ทีไ่ ดร้ บั การเผยแพร่ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ เว้นแต่หลักสูตรแผน ก แบบ ก 2 และ
แผน ข สามารถใชก้ ารเผยแพร่ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวชิ าการได้

(2) กรณีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ต้องมีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือ
เทียบเทา่ และมีผลงานทางวชิ าการทีไ่ ด้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารที่มีช่ืออยู่ในฐานข้อมูล
ทีเ่ ปน็ ท่ยี อมรับในระดับชาติ ซ่ึงตรงหรือสัมพันธ์กับหัวข้อวิทยานิพนธ์หรือการศึกษาค้นคว้าอิสระ
ไมน่ ้อยกวา่ 10 เรอ่ื ง หรือในระดบั นานาชาติ ไม่นอ้ ยกว่า 5 เรอื่ ง

กรณผี ู้ทรงคุณวุฒิภายนอกท่ีไม่มีคุณวุฒิและผลงานทางวิชาการ
ตามทก่ี าหนดขา้ งตน้ ผูท้ รงคุณวุฒภิ ายนอกจะตอ้ งเปน็ ผู้มีความรูค้ วามเช่ียวชาญและประสบการณส์ งู
เป็นท่ียอมรับ ซ่ึงตรงหรือสัมพันธ์กับหัวข้อวิทยานิพนธ์หรือการศึกษาค้นคว้าอิสระ โดยผ่าน
ความเหน็ ชอบจากสภามหาวทิ ยาลัย และแจง้ คณะกรรมการการอุดมศกึ ษารบั ทราบ

16.2.4.2 อาจารย์ผู้สอบการศึกษาค้นคว้าอิสระ ต้องมีองค์ประกอบ
คุณวุฒิ คณุ สมบัติ และผลงานทางวิชาการ เหมอื นกบั อาจารย์ผู้สอบวิทยานพิ นธ์

13

16.2.5 อาจารย์ผู้สอน ต้องเป็นอาจารย์ประจาหรืออาจารย์พิเศษ ที่มีคุณวุฒิ
ขน้ั ตา่ ปรญิ ญาโทหรอื เทยี บเท่า ในสาขาวชิ านนั้ หรือสาขาวชิ าทสี่ ัมพนั ธก์ ัน หรอื ในสาขาวชิ าของ
รายวิชาที่สอนและต้องมีประสบการณ์ด้านการสอนและมีผลงานทางวิชาการที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่ง
ของการศึกษาเพื่อรับปริญญาและเป็นผลงานทางวิชาการที่ได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์
ที่กาหนดในการพิจารณาแต่งต้ังให้บุคคลดารงตาแหน่งทางวิชาการอย่างน้อย 1 รายการ
ในรอบ 5 ปียอ้ นหลงั

ท้ังนี้ อาจารย์พิเศษต้องมีช่ัวโมงสอนไม่เกินร้อยละ 50 ของรายวิชา โดยมี
อาจารยป์ ระจาเป็นผรู้ ับผดิ ชอบรายวิชานั้น

16.3 ประกาศนยี บัตรบัณฑิตชั้นสูง
16.3.1 อาจารย์ประจาหลักสูตร มีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือ

ขน้ั ตา่ ปริญญาโทหรือเทียบเท่าท่ีมีตาแหน่งรองศาสตราจารย์ และมีผลงานทางวิชาการท่ีไม่ใช่
ส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญา และเป็นผลงานทางวิชาการที่ได้รับการเผยแพร่ตาม
หลักเกณฑ์ท่ีกาหนดในการพิจารณาแต่งต้ังให้บุคคลดารงตาแหน่งทางวิชาการอย่างน้อย 3
รายการ ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัยท่ีได้รับการเผยแพร่ใน
วารสารระดับชาตหิ รือนานาชาติ

สาหรับหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตช้ันสูงทางวิชาชีพ อาจารย์ประจา
หลกั สูตรต้องมีคณุ สมบัติเปน็ ไปตามมาตรฐานวิชาชีพน้นั ๆ

16.3.2 อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร จานวนอย่างน้อย 5 คน มีคุณวุฒิ
ปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่าปริญญาโทหรือเทียบเท่าท่ีมีตาแหน่งศาสตราจารย์ และ
มผี ลงานทางวชิ าการท่ไี มใ่ ชส่ ่วนหน่งึ ของการศึกษาเพอ่ื รับปรญิ ญา และเป็นผลงานทางวิชาการ
ท่ีได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ท่ีกาหนดในการพิจารณาแต่งต้ังให้บุคคลดารงตาแหน่ง
ทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการ ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็น
ผลงานวิจยั ที่ได้รบั การเผยแพร่ในวารสารระดบั ชาติหรอื นานาชาติ

14

กรณที มี่ คี วามจาเป็นอย่างย่ิงสาหรับสาขาวิชาท่ีไม่สามารถสรรหาอาจารย์
ผรู้ ับผดิ ชอบหลักสูตรครบตามจานวน หรอื มีจานวนนสิ ิตน้อยกว่า 10 คน ทางมหาวิทยาลัยต้อง
เ ส น อ จ า น ว น แ ล ะ คุ ณ วุ ฒิ ข อ ง อ า จ า ร ย์ ผู้ รั บ ผิ ด ช อ บ ห ลั ก สู ต ร ท่ี มี นั้ น ใ ห้ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร
การอุดมศกึ ษาพิจารณาเป็นรายกรณี

16.3.3 อาจารย์ผู้สอน ต้องเป็นอาจารย์ประจาหรืออาจารย์พิเศษ ที่มีคุณวุฒิ
ปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่าปริญญาโทหรือเทียบเท่าที่มีตาแหน่งรองศาสตราจารย์
ในสาขาวิชานั้นหรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน หรือในสาขาวิชาของรายวิชาท่ีสอน และต้องมี
ประสบการณ์ด้านการสอนและมีผลงานทางวิชาการที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการศึกษาเพ่ือรับ
ปรญิ ญา และเป็นผลงานทางวิชาการท่ีได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ท่ีกาหนดในการพิจารณา
แต่งต้ังใหบ้ คุ คลดารงตาแหน่งทางวิชาการอยา่ งนอ้ ย 1 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง

ในกรณีของอาจารย์พิเศษ อาจได้รับการยกเว้นคุณวุฒิปริญญาเอก แต่มี
คณุ วฒุ ิขัน้ ต่าปริญญาโทหรือเทยี บเท่า และมีประสบการณ์การทางานที่เกี่ยวข้องกับวิชาที่สอน
มาแลว้ ไมน่ ้อยกว่า 4 ปี ทง้ั นี้ อาจารย์พิเศษตอ้ งมีชัว่ โมงสอนไม่เกินร้อยละ 50 ของรายวิชา โดยมี
อาจารย์ประจาเปน็ ผ้รู บั ผดิ ชอบรายวชิ านน้ั

สาหรับหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตช้ันสูงทางวิชาชีพ อาจารย์ผู้สอน
ต้องมคี ณุ สมบตั ิเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชพี น้ันๆ

16.4 ปรญิ ญาเอก
16.4.1 อาจารย์ประจาหลักสูตร มีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือ

ขัน้ ตา่ ปริญญาโทหรือเทียบเท่าที่มีตาแหน่งรองศาสตราจารย์ และมีผลงานทางวิชาการท่ีไม่ใช่
ส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญา และเป็นผลงานทางวิชาการท่ีได้รับการเผยแพร่ตาม
หลักเกณฑ์ท่ีกาหนดในการพิจารณาแต่งต้ังให้บุคคลดารงตาแหน่งทางวิชาการอย่างน้อย 3
รายการ ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างนอ้ ย 1 รายการต้องเป็นผลงานวจิ ัยที่ได้รับการเผยแพร่
ในวารสารระดบั ชาติหรอื นานาชาติ

15

16.4.2 อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร จานวนอย่างน้อย 3 คน มีคุณวุฒิ
ปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่าปริญญาโทหรือเทียบเท่าท่ีมีตาแหน่งศาสตราจารย์
และมีผลงานทางวิชาการที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญา และเป็นผลงานทาง
วิชาการท่ีได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดในการพิจารณาแต่งตั้งให้บุคคลดารง
ตาแหน่งทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการ ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการต้อง
เป็นผลงานวจิ ยั ทไ่ี ด้รบั การเผยแพรใ่ นวารสารระดับชาติหรือนานาชาติ

กรณีที่มีความจาเป็นอย่างย่ิงสาหรับสาขาวิชาท่ีไม่สามารถสรรหาอาจารย์
ผู้รบั ผดิ ชอบหลักสตู รครบตามจานวน หรือมจี านวนนสิ ติ น้อยกวา่ 10 คน ทางมหาวิทยาลัยต้อง
เ ส น อ จ า น ว น แ ล ะ คุ ณ วุ ฒิ ข อ ง อ า จ า ร ย์ ผู้ รั บ ผิ ด ช อ บ ห ลั ก สู ต ร ที่ มี น้ั น ใ ห้ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร
การอดุ มศึกษาพิจารณาเป็นรายกรณี

16.4.3 อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาวิทยานิพนธ์ แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท คือ
(1) อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก ต้องเป็นอาจารย์ประจา

หลักสูตรมีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่าปริญญาโทหรือเทียบเท่าที่มีตาแหน่ง
รองศาสตราจารย์ และมีผลงานทางวิชาการที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญา และ
เป็นผลงานทางวิชาการท่ีได้รับการเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดในการพิจารณาแต่งต้ังให้
บุคคลดารงตาแหน่งทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการ ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1
รายการต้องเปน็ ผลงานวิจยั ทไี่ ด้รบั การเผยแพร่ในวารสารระดบั ชาติหรอื นานาชาติ

(2) อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม (ถ้ามี) ต้องมีคุณวุฒิและ
คณุ สมบัติ ดังน้ี

อาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมที่เป็นอาจารย์ประจา ต้องมี
คุณวฒุ แิ ละผลงานทางวิชาการเช่นเดยี วกับอาจารย์ที่ปรึกษาวทิ ยานพิ นธห์ ลกั

สาหรับอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมท่ีเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ
ภายนอก หรืออาจารย์บัณฑิตพิเศษ ต้องมีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า และมีผลงานทาง
วิชาการท่ีได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารท่ีมีช่ืออยู่ในฐานข้อมูลที่เป็นท่ียอมรับในระดับ
นานาชาติ ซ่ึงตรงหรอื สมั พันธ์กบั หัวข้อวทิ ยานิพนธ์ ไมน่ อ้ ยกวา่ 5 เรอื่ ง

16

กรณีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกท่ีไม่มีคุณวุฒิและผลงานทางวิชาการ
ตามที่กาหนดข้างต้น ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและ
ประสบการณ์สูงมาก เป็นที่ยอมรับ ซ่ึงตรงหรือสัมพันธ์กับหัวข้อวิทยานิพนธ์ โดยผ่าน
ความเหน็ ชอบจากสภามหาวทิ ยาลัย และแจ้งคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษารับทราบ

16.4.4 อาจารย์ผู้สอบวิทยานิพนธ์ ต้องประกอบด้วยอาจารย์ประจา
หลักสตู รและผูท้ รงคุณวฒุ ิภายนอก รวมไม่น้อยกว่า 5 คน

ท้ังน้ี ประธานกรรมการสอบต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก โดยอาจารย์
ผสู้ อบวทิ ยานิพนธ์ต้องมีคณุ วุฒิ คุณสมบัติ และผลงานทางวิชาการดังนี้

(1) กรณีอาจารย์ประจาหลักสูตร ต้องมีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือ
เทียบเท่า หรือขั้นต่าปริญญาโทหรือเทียบเท่าที่มีตาแหน่งรองศาสตราจารย์ และมีผลงานทาง
วิชาการที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการศึกษาเพ่ือรับปริญญา และเป็นผลงานทางวิชาการท่ีได้รับการ
เผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ท่ีกาหนดในการพิจารณาแต่งต้ังให้บุคคลดารงตาแหน่งทางวิชาการ
อย่างน้อย 3 รายการ ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัย
ทไี่ ดร้ ับการเผยแพร่ในวารสารระดับชาติหรอื นานาชาติ

(2) กรณีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ต้องมีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือ
เทยี บเทา่ และมีผลงานทางวชิ าการที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารที่มีช่ืออยู่ในฐานข้อมูล
ที่เปน็ ท่ียอมรบั ในระดับนานาชาติ ซงึ่ ตรงหรือสัมพันธ์กับหัวข้อวิทยานพิ นธ์ ไม่น้อยกวา่ 5 เรอ่ื ง

กรณผี ู้ทรงคุณวฒุ ิภายนอกที่ไม่มีคณุ วุฒิและผลงานทางวชิ าการตาม
ทก่ี าหนดขา้ งต้น ผทู้ รงคุณวฒุ ภิ ายนอกจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความเช่ียวชาญและประสบการณ์
สงู มาก เป็นทย่ี อมรบั ซึง่ ตรงหรือสัมพันธก์ บั หวั ข้อวิทยานพิ นธ์ โดยผ่านความเห็นชอบจากสภา
มหาวิทยาลัย และแจง้ คณะกรรมการการอุดมศึกษารับทราบ

16.4.5 อาจารย์ผู้สอน ต้องเป็นอาจารย์ประจาหรืออาจารย์พิเศษ
ที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่าปริญญาโทหรือเทียบเท่าที่มีตาแหน่ง
รองศาสตราจารย์ ในสาขาวชิ านั้น หรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน หรือในสาขาวิชาของรายวิชาท่ีสอน
และต้องมีประสบการณ์ด้านการสอนและมีผลงานทางวิชาการท่ีไม่ใช่ส่วนหน่ึงของการศึกษา

17

เพ่อื รบั ปรญิ ญา และเปน็ ผลงานทางวิชาการท่ีได้รบั การเผยแพรต่ ามหลักเกณฑ์ท่ีกาหนดในการ
พจิ ารณาแต่งตัง้ ใหบ้ คุ คลดารงตาแหนง่ ทางวิชาการอย่างนอ้ ย 1 รายการในรอบ 5 ปยี อ้ นหลัง

ในกรณีรายวิชาท่ีสอนไม่ใช่วิชาในสาขาวิชาของหลักสูตร อาจให้อาจารย์ที่มี
คุณวุฒิระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่าที่มีตาแหน่งทางวิชาการต่ากว่ารองศาสตราจารย์
ทาหน้าท่ีอาจารยผ์ ู้สอนกไ็ ด้

ท้ังนี้ อาจารย์พิเศษต้องมีชั่วโมงสอนไม่เกินร้อยละ 50 ของรายวิชาโดยมี
อาจารยป์ ระจาเปน็ ผรู้ ับผิดชอบรายวิชาน้นั

ขอ้ 17 กรรมการที่ปรึกษาประจาตัวนิสติ
นิสิตต้องเสนอคาร้องขอแต่งต้ังคณะกรรมการท่ีปรึกษาประจาตัวนิสิต โดยความ
เห็นชอบของคณะบุคคลท่ีขอแต่งต้ังและหัวหน้าภาควิชาหรือประธานสาขาวิชา เพื่อให้คณบดี
บัณฑิตวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ท้ังน้ีให้เสร็จส้ินภายในภาคการศึกษาท่ี 4 นับต้ังแต่เริ่ม
เขา้ ศึกษา
ขณะที่นิสิตยังไม่มีกรรมการหรือคณะกรรมการท่ีปรึกษาประจาตัวนิสิต ให้หัวหน้า
ภาควิชาหรือประธานสาขาวิชา หรืออาจารย์ในภาควิชา ซึ่งมีชื่อในทาเนียบอาจารย์บัณฑิตวิทยาลัย
ท่ีหัวหน้าภาควิชาหรอื ประธานสาขาวชิ ามอบหมายเป็นผแู้ นะนาการศกึ ษา

ข้อ 18 ภาระงานทปี่ รกึ ษาวิทยานิพนธแ์ ละการศกึ ษาค้นควา้ อสิ ระ
18.1 อาจารย์ประจาหลักสูตร 1 คน ให้เป็นอาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักของนิสิต
ปริญญาโทและปรญิ ญาเอกตามหลกั เกณฑ์ ดงั นี้
กรณีอาจารย์ประจาหลักสูตรมีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า และมีผลงานทาง
วิชาการตามเกณฑ์ ใหเ้ ปน็ อาจารยท์ ปี่ รึกษาวทิ ยานพิ นธ์ของนสิ ิตระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
รวมได้ไมเ่ กนิ 5 คนต่อภาคการศกึ ษา

18

กรณีอาจารย์ประจาหลักสูตรมีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า และดารงตาแหน่ง
ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ข้ึนไป หรือมีคุณวุฒิปริญญาโทหรือเทียบเท่าที่มีตาแหน่ง
รองศาสตราจารย์ขึ้นไป และมีผลงานทางวิชาการตามเกณฑ์ ให้เป็นอาจารย์ท่ีปรึกษา
วิทยานพิ นธข์ องนิสิตระดบั ปริญญาโท และปรญิ ญาเอกรวมไดไ้ มเ่ กิน 10 คนต่อภาคการศึกษา

กรณีอาจารย์ประจาหลักสูตรมีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า และดารงตาแหน่ง
ศาสตราจารย์ ซึ่งมีความจาเป็นต้องดูแลนิสิตเกินกว่าจานวนท่ีกาหนด ให้เสนอสภามหาวิทยาลัย
พิจารณา กรณมี ีความจาเป็นต้องดูแลนิสิตมากกว่า 15 คนต่อภาคการศึกษา ให้ขอความเห็นชอบ
จากคณะกรรมการการอุดมศึกษาเปน็ รายกรณี

18.2 อาจารยป์ ระจาหลกั สตู ร 1 คน ให้เป็นอาจารย์ท่ีปรึกษาการศึกษาค้นคว้าอิสระของ
นสิ ิตปริญญาโทได้ไมเ่ กิน 15 คนต่อภาคการศกึ ษา

หากเป็นอาจารย์ท่ีปรึกษาท้ังวิทยานิพนธ์และการศึกษาค้นคว้าอิสระ ให้คิดสัดส่วน
จานวนนิสิตท่ีทาวทิ ยานิพนธ์ 1 คน เทียบได้กับจานวนนิสิตที่ศึกษาค้นคว้าอิสระ 3 คน เว้นแต่
รวมแล้วตอ้ งไม่เกนิ 15 คนตอ่ ภาคการศึกษา

18.3 อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร ต้องทาหน้าที่อาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์หรือ
อาจารย์ผสู้ อบวิทยานพิ นธ์ หรอื อาจารยผ์ ู้สอนในหลักสตู รนน้ั ดว้ ย

หมวด 4
ระบบการศกึ ษา

ข้อ 19 ระบบการจดั การศึกษา
19.1 ปีการศกึ ษาหนึง่ ๆ แบง่ ออกเปน็ สองภาคการศกึ ษาปกติ (semester) คือ ภาคต้น
และภาคปลาย และอาจมีภาคฤดูร้อน (summer session) ต่อจากภาคปลายอีกหนึ่งภาคก็ได้
ภาคการศึกษาหน่ึง ๆ มีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า 15 สัปดาห์ ส่วนภาคฤดูร้อนมี

19

ระยะเวลาการศึกษาประมาณ 6 สัปดาห์ ทั้งนี้ ต้องมีช่ัวโมงเรียนของแต่ละรายวิชาเท่ากับ
ชวั่ โมงเรยี นในภาคการศึกษาปกติ

19.2 การคดิ หนว่ ยกิต
หน่ึงหน่วยกิตเทียบเท่าการบรรยาย การอภิปรายปัญหา สัปดาห์ละ 1 ช่ัวโมง หรือ
การปฏิบัตกิ าร สปั ดาหล์ ะ 2 ถงึ 3 ช่วั โมงต่อภาคการศกึ ษาปกติ

19.2.1 รายวชิ าภาคทฤษฎี ท่ีใช้เวลาบรรยายหรืออภิปรายปัญหาไม่น้อยกว่า 15
ช่ัวโมงต่อภาคการศึกษาปกติ ใหม้ คี ่าเท่ากับ 1 หนว่ ยกติ ระบบทวภิ าค

19.2.2 รายวิชาภาคปฏิบัติ ที่ใช้เวลาฝึกหรือทดลอง ไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง
ตอ่ ภาคการศกึ ษาปกติ ใหม้ คี ่าเทา่ กับ 1 หน่วยกติ ระบบทวิภาค

19.2.3 การฝึกงานหรือการฝึกภาคสนาม ที่ใช้เวลาฝึกไม่น้อยกว่า 45 ชั่วโมงต่อ
ภาคการศกึ ษาปกติ ให้มคี า่ เท่ากับ 1 หน่วยกิตระบบทวภิ าค

19.2.4 การทาโครงงานหรือกิจกรรมการเรียนอื่นใดตามท่ีได้รับมอบหมาย ซึ่งใช้
เวลาทาโครงงานหรือกิจกรรมน้ันไม่น้อยกว่า 45 ช่ัวโมง ต่อภาคการศึกษาปกติ ให้มีค่าเท่ากับ
1 หนว่ ยกิต ระบบทวภิ าค

19.2.5 การศึกษาค้นคว้าอิสระ ที่ใช้เวลาศึกษาค้นคว้าไม่น้อยกว่า 45 ชั่วโมง
ต่อภาคการศกึ ษาปกติ ให้มีค่าเทา่ กับ 1 หน่วยกิตระบบทวิภาค

19.2.6 วทิ ยานิพนธ์ ท่ีใช้เวลาศึกษาค้นคว้าไม่น้อยกว่า 45 ชั่วโมงต่อภาคการศึกษา
ปกติ ใหม้ คี า่ เท่ากับ 1 หน่วยกติ ระบบทวภิ าค

19.3 นสิ ติ ตอ้ งมีเวลาเรียนไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดของรายวิชาน้ัน
จึงมสี ิทธ์ิเขา้ สอบไล่ เว้นแตไ่ ด้รบั อนญุ าตจากอาจารย์ประจาวิชา

ข้อ 20 โครงสรา้ งหลกั สตู ร
20.1 ประกาศนียบัตรบัณฑิตและประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ให้มีจานวน
หน่วยกติ รวม ตลอดหลักสตู รไมน่ ้อยกวา่ 24 หน่วยกติ

20

20.2 ปรญิ ญาโท ให้มีจานวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสตู รไมน่ ้อยกวา่ 36 หน่วยกิต โดยแบ่ง
การศึกษาเปน็ 2 แผน คอื

แผน ก เป็นแผนการศึกษาทเ่ี น้นการวิจยั โดยมกี ารทาวทิ ยานพิ นธ์ ดงั นี้
แบบ ก 1 ทาเฉพาะวิทยานิพนธ์ ซ่ึงมีค่าเทียบได้ไม่น้อยกว่า 36 หนว่ ยกิต โดย

ภาควิชาหรือสาขาวิชาอาจกาหนดให้เรียนรายวิชาเพ่ิมเติม หรือทากิจกรรมทางวิชาการอ่ืน
เพิ่มขึ้นก็ได้โดยไมน่ บั หน่วยกติ แตจ่ ะตอ้ งมีผลสมั ฤทธิต์ ามทีบ่ ัณฑติ วทิ ยาลยั กาหนด

แบบ ก 2 ทาวิทยานิพนธ์ซึ่งมีค่าเทียบได้ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต และ
ศึกษารายวิชาอกี ไม่นอ้ ยกวา่ 12 หน่วยกติ

แผน ข เป็นแผนการศึกษาทเ่ี นน้ การศกึ ษางานรายวชิ า โดยไมต่ อ้ งทาวทิ ยานิพนธ์
แต่ตอ้ งมกี ารศึกษาค้นควา้ อสิ ระไม่น้อยกว่า 3 หน่วยกิต และไมเ่ กิน 6 หน่วยกติ

20.3 ปริญญาเอก แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 แบบ โดยเน้นการวิจัยเพ่ือพัฒนา
นกั วชิ าการและนกั วิชาชพี ชนั้ สงู คือ

แบบ 1 เป็นแผนการศึกษาท่ีเน้นการวิจัย โดยมีการทาวิทยานิพนธ์ที่ก่อให้เกิด
ความรู้ใหม่ ภาควิชาหรือสาขาวิชาอาจกาหนดให้เรียนรายวิชาเพ่ิมเติม หรือทากิจกรรมทาง
วชิ าการอื่นเพิ่มขึ้นกไ็ ด้โดยไมน่ บั หน่วยกติ แต่จะต้องมีผลสัมฤทธิ์ตามท่ีบัณฑิตวิทยาลัยกาหนด
ดังนี้

แบบ 1.1 ผู้เข้าศึกษาท่ีสาเร็จปริญญาโท จะต้องทาวิทยานิพนธ์
ไม่น้อยกวา่ 48 หน่วยกติ

แบบ 1.2 ผู้เข้าศึกษาท่ีสาเร็จปริญญาตรี จะต้องทาวิทยานิพนธ์
ไม่น้อยกว่า 72 หนว่ ยกติ

ทง้ั นี้ วทิ ยานพิ นธ์ตามแบบ 1.1 และแบบ 1.2 จะตอ้ งมีมาตรฐานและ
คณุ ภาพเดยี วกนั

แบบ 2 เปน็ แผนการศึกษาท่เี น้นการวิจยั โดยมีการทาวิทยานิพนธ์ที่มีคุณภาพสูง
และกอ่ ให้เกดิ ความก้าวหนา้ ทางวิชาการและวิชาชพี และศึกษางานรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ดังนี้

21

แบบ 2.1 ผู้เข้าศึกษาท่ีสาเร็จปริญญาโท จะต้องทาวิทยานิพนธ์
ไม่น้อยกวา่ 36 หน่วยกติ และศกึ ษางานรายวชิ าอีกไมน่ ้อยกวา่ 12 หน่วยกิต

แบบ 2.2 ผู้เข้าศึกษาที่สาเร็จปริญญาตรี จะต้องทาวิทยานิพนธ์
ไมน่ ้อยกวา่ 48 หนว่ ยกติ และศกึ ษางานรายวิชาอกี ไมน่ อ้ ยกว่า 24 หนว่ ยกติ

ทง้ั นี้ วิทยานพิ นธ์ตามแบบ 2.1 และแบบ 2.2 จะต้องมีมาตรฐานและคุณภาพ
เดยี วกนั

20.4 หลักสูตรใดท่ีต่างจากข้อ 20.1 ข้อ 20.2 และข้อ 20.3 ให้เสนอขอความเห็นจาก
บัณฑิตวิทยาลัย เพื่อเสนอต่อมหาวิทยาลัยและคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นกรณีไป

ข้อ 21 ระยะเวลาการศึกษา
21.1 ประกาศนียบัตรบัณฑิตและประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ใช้เวลาศึกษาไม่เกิน
3 ปีการศึกษา
21.2 ปริญญาโท ใช้เวลาศึกษาไม่เกิน 5 ปีการศึกษา
21.3 ปริญญาเอก

(1) ผู้ที่สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้วเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก
ใหใ้ ชเ้ วลาศกึ ษาไมเ่ กนิ 8 ปีการศกึ ษา

(2) ผู้ท่ีสาเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทแล้วเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก
ใหใ้ ช้เวลาศกึ ษาไม่เกิน 6 ปกี ารศกึ ษา

ทั้งนี้ ต้องลงทะเบียนเรียนในระดับปริญญาเอก ไม่น้อยกว่า 4 ภาคการศึกษาปกติ
โดยเรียนทมี่ หาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไมน่ อ้ ยกวา่ 3 ภาคการศึกษาปกติ

หากพ้นระยะเวลาการศึกษาตามที่กาหนดถอื วา่ หมดสถานภาพนิสิตตามขอ้ 32 (9)
21.4 สาหรับนิสิตที่ขอเปล่ียนสาขาวิชาเอก ต้องเรียนตามหลักสูตรใหม่ให้สาเร็จ
การศึกษาภายในระยะเวลาการศึกษาที่กาหนดในข้อ 21.1 ข้อ 21.2 และข้อ 21.3 โดยนับ
ระยะเวลาจากท่ีไดศ้ กึ ษามาแล้วรวมกบั ระยะเวลาทจ่ี ะศึกษาตอ่

22

ขอ้ 22 การวัดและการประเมนิ ผลการศึกษา

22.1 ระดบั คะแนน ความหมาย และแต้มระดบั คะแนนมดี ังนี้

ระดบั คะแนน ความหมาย แต้มคะแนน

A ดีเยยี่ ม (excellent) 4.0

B+ ดีมาก (very good) 3.5

B ดี (good) 3.0

C+ คอ่ นขา้ งดี (fairly good) 2.5

C พอใช้ (fair) 2.0

D+ ออ่ น (poor) 1.5

D ออ่ นมาก (very poor) 1.0

F ตก (fail) 0.0

I ยังไมส่ มบรู ณ์ (incomplete) -

S พอใจ (satisfactory) -

U ไมพ่ อใจ (unsatisfactory) -

P ผ่าน (passed) -

N ยังไมท่ ราบระดับคะแนน -

(grade not reported)

ระดับคะแนน I ใช้เฉพาะกรณีท่ีนิสิตมีงานบางส่วนในวิชาน้ันยังไม่สมบูรณ์ แต่มีผล

การวดั ผลอยา่ งอ่ืนของวิชานน้ั ตลอดภาคการศึกษา และเปน็ ทพ่ี อใจของอาจารยผ์ สู้ อน

ระดับคะแนน S และ U ใช้สาหรับรายวิชาท่ีนิสิตลงทะเบียนเรียนประเภทไม่นับหน่วยกิต

(audit) รวมถึงรายวิชาการศึกษาค้นคว้าอิสระ และรายวิชาวิทยานิพนธ์ ท่ีนิสิตลงทะเบียน

ประเภทนับหน่วยกิต (credit)

ระดับคะแนน P ใชส้ าหรับรายวิชาทีไ่ ม่นาค่าของหน่วยกิตมาคานวณแต้มคะแนนเฉล่ีย

สะสม การฝึกงานที่ไม่มีหน่วยกิต หรือรายวิชาที่มีการเทียบโอนจากการลงทะเบียนเรียนข้าม

สถาบัน

23

ระดบั คะแนน N ใชเ้ ฉพาะกรณีที่ยงั ไมไ่ ดร้ บั รายงานการประเมินผลการศึกษา
22.2 การแก้ไขระดับคะแนน I และ N จะต้องกระทาให้เสร็จส้ินภายใน 30 วัน หลังวัน
ส่งคะแนนวันสุดท้ายของภาคการศึกษานั้น การผ่อนผันต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์
ผู้รับผิดชอบรายวิชา และได้รับอนุมัติจากคณบดีเจ้าสังกัดรายวิชาน้ัน ทั้งนี้ต้องไม่เกิน
สิ้นภาคการศึกษาปกติถัดไป หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือว่านิสิตผู้นั้นได้ระดับคะแนน F หรือ U
ในรายวิชานัน้
22.3 การแก้ไขระดับคะแนนต้องมีเหตุผลความจาเป็นพร้อมเอกสารประกอบ
การพิจารณา โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา คณะกรรมการ
ประจาคณะเจ้าสังกัดรายวิชานั้น และได้รับอนุมัติจากรองอธิการบดีท่ีได้รับมอบหมายให้ดูแล
งานด้านวชิ าการ
22.4 คะแนนสอบได้ สอบตก

22.4.1 นิสิตประกาศนียบัตรบัณฑิต นิสิตประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง และนิสิต
ปริญญาโทท่ีเรียนวิชาระดับปริญญาตรี ถ้าได้ระดับคะแนน F ต้องเรียนซ้า ส่วนวิชาท่ีนับเป็นวิชา
ระดับบัณฑิตศึกษาทุกรายวิชา ถ้าได้ระดับคะแนนต่ากว่า C ถือว่าต่ากว่ามาตรฐานและต้อง
เรยี นซ้า

22.4.2 นิสิตปริญญาเอก ถ้าได้แต้มระดับคะแนนในรายวิชาท่ีลงทะเบียนเรียน
แบบนับหน่วยกิตทกุ รายวิชาไดร้ ะดบั คะแนนตา่ กวา่ C ถือว่าตา่ กว่ามาตรฐานและตอ้ งเรยี นซ้า

22.5 การคดิ แต้มคะแนนเฉลยี่ สะสม
22.5.1 การคิดแต้มคะแนนเฉลี่ยสะสมของนิสิตให้คิดจากแต้มระดับคะแนน

ทุกรายวิชาที่นิสิตลงทะเบียนเรียน ทั้งรายวิชาท่ีสอบได้ และรายวิชาที่สอบตก โดยแยกวิชา
ระดับปริญญาตรีเปน็ สว่ นหนง่ึ ต่างหาก

สาหรับรายวิชาหรือกลุ่มรายวิชาที่เทียบโอนจากต่างสาขาในมหาวิทยาลัยจะนามา
คานวณแต้มคะแนนเฉลี่ยสะสม

ส่วนรายวิชาหรือกลุ่มรายวิชาที่เทียบโอนจากต่างสถาบันอุดมศึกษาจะ ไม่นามา
คานวณแต้มคะแนนเฉล่ยี สะสม

24

22.5.2 กรณีนิสิตสอบตกในรายวิชาระดับปริญญาตรี เมื่อเรียนซ้าและสอบได้
แตย่ ังไมท่ าให้แต้มคะแนนเฉลีย่ สะสมถงึ 2.50 อาจเรียนรายวิชานน้ั ซ้าอกี หรือลงทะเบียนเรียน
รายวิชาอื่นในระดับปริญญาตรี เพ่ือยกแต้มคะแนนเฉล่ียสะสมได้ ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบ
ของอาจารย์ที่ปรึกษา หัวหน้าภาควิชาหรือประธานสาขาวิชา และได้รับอนุมัติจากคณบดี
บณั ฑิตวทิ ยาลยั

22.5.3 วิชาระดับบัณฑิตศึกษา ที่มีระดับคะแนนตั้งแต่ B ขึ้นไป ไม่อนุญาตให้
ลงทะเบียนเรยี นซา้ เพอื่ ยกแต้มคะแนนเฉลี่ยสะสม

22.5.4 นิสติ ทจ่ี ะมสี ิทธ์ิได้รบั ประกาศนยี บตั รบณั ฑติ ปรญิ ญาโท ประกาศนียบัตร
บัณฑิตช้ันสูง และปริญญาเอก ต้องได้แต้มคะแนนเฉล่ียสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ากว่า 3.00
จากระบบ 4 แตม้ คะแนนหรือเทยี บเท่า

ส่วนแต้มคะแนนเฉล่ียสะสมของวิชาระดับปริญญาตรีที่กาหนดให้เรียนเป็นวิชา
พืน้ ฐาน ตอ้ งไม่ตา่ กว่า 2.50

22.5.5 มหาวิทยาลัยจะระงับการออกใบแสดงผลการศึกษา และใบรับรองใด ๆ
ให้แก่นิสิต หากนิสิตค้างชาระหนี้สินภายในหรือภายนอกท่ีเก่ียวข้องกับมหาวิทยาลัย ถึงแม้
จะได้มีการประกาศผลการศึกษาไปแล้วก็ตาม

ข้อ 23 การสอบภาษาองั กฤษของนสิ ิตบัณฑิตศึกษา
นิสิตปริญญาโทและปริญญาเอก ต้องสอบผ่านภาษาอังกฤษตามความต้องการของ
บณั ฑติ วทิ ยาลยั ตามขอ้ ใดข้อหนึง่ ต่อไปน้ี
23.1 เข้าทดสอบภาษาอังกฤษและสอบผ่านตามเกณฑ์ท่ีบัณฑิตวิทยาลัยกาหนด
23.2 ได้รับการเทียบใบรับรองความรู้ภาษาอังกฤษทั้งข้อเขียนและปากเปล่าจาก
ผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษ KU-EPT หรือ TOEFL หรือ IELTS หรืออ่ืน ๆ ตามที่บัณฑิตวิทยาลัย
กาหนดโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการวชิ าการ
23.3 นิสิตท่ีไม่ผ่านเกณฑ์ข้อ 23.1 หรือ 23.2 อาจเข้าเรียนวิชาภาษาอังกฤษตาม
ความตอ้ งการของบณั ฑิตวทิ ยาลยั และต้องสอบผ่านตามเกณฑ์ทีบ่ ณั ฑิตวทิ ยาลยั กาหนด

25

23.4 การสอบภาษาอังกฤษสาหรบั นสิ ิตปริญญาเอก
นิสิตปริญญาเอกต้องสอบผ่านภาษาอังกฤษเพ่ือความสมบูรณ์แห่งหลักสูตรปริญญาเอก
ดงั นี้

(1) การสอบข้อเขียน ใช้ผลคะแนนทดสอบ KU-EPT ตามเกณฑ์ท่ีบัณฑิตวิทยาลัย
กาหนด หรอื เข้าเรียนและสอบผ่านวิชาภาษาอังกฤษตามความต้องการของบัณฑติ วทิ ยาลยั

(2) การสอบปากเปล่า เป็นการสอบรายบุคคล สาหรับนิสิตท่ีสอบผ่านข้อเขียนแล้ว
นิสิตต้องยื่นคาร้องต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย โดยผ่านความเห็นชอบของอาจารย์ท่ีปรึกษา
วิทยานิพนธ์หลัก และหัวหน้าภาควิชาหรือประธานสาขาวิชา ซึ่งกรรมการสอบจะประกอบด้วย
ผู้เช่ียวชาญภาษาต่างประเทศสองคน และผู้แทนบัณฑิตวิทยาลัยหนึ่งคน โดยบัณฑิตวิทยาลัย
จะแต่งตั้งจากกรรมการประจาตวั นสิ ติ

23.5 การยกเวน้ การสอบภาษาองั กฤษให้อยใู่ นดลุ ยพินจิ ของคณะกรรมการวิชาการ

ขอ้ 24 การสอบวดั คณุ สมบัติระดับปรญิ ญาโทและระดบั ปรญิ ญาเอก
24.1 คณุ สมบตั ผิ ู้มีสิทธ์ิสอบ

(1) ปริญญาโท
หลักสูตรแผน ก แบบ ก 1 ต้องสอบวัดคณุ สมบัติ ซึง่ จะมสี ทิ ธ์สิ อบได้เมื่อลงทะเบียน
เรยี นครบ 1 ภาคการศึกษา และก่อนสอบปากเปล่าขั้นสุดท้ายไม่น้อยกว่า 120 วัน การสอบ
อาจเป็นแบบขอ้ เขยี นหรอื ปากเปลา่ หรือท้ังสองอยา่ ง
(2) ปริญญาเอก
หลักสูตรแบบ 1.1 และแบบ 1.2 ต้องสอบวัดคุณสมบัติ ซึ่งจะมีสิทธิ์สอบได้เมื่อ
ลงทะเบียนเรยี นครบ 1 ภาคการศึกษา และก่อนสอบปากเปล่าขั้นสุดท้ายไม่น้อยกว่า 120 วัน
การสอบอาจเป็นแบบข้อเขยี นหรอื ปากเปล่าหรอื ทัง้ สองอย่าง
หลักสูตรแบบ 2.1 และแบบ 2.2 ต้องสอบวัดคุณสมบัติ โดยสอบผ่านรายวิชา
ระดับบัณฑิตศึกษาตามโครงสร้างหลักสูตรมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 (ไม่รวมหน่วยกิต
วทิ ยานพิ นธ์) การสอบตอ้ งสอบทัง้ แบบข้อเขียนและปากเปลา่

26

24.2 วธิ ีการสอบ
24.2.1 การสอบข้อเขยี น
(1) ปริญญาโท
หลักสูตรแผน ก แบบ ก 1 ให้นิสิตเลือกสอบในสาขาวิชาท่ีเก่ียวข้องกับ

การทาวิทยานิพนธ์ โดยความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก หัวหน้าภาควิชา
หรือประธานสาขาวิชา และได้รับอนุมัติจากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ท้ังน้ี การแต่งตั้ง
คณะกรรมการในการสอบของสาขาวิชาท่ีนิสิตเลือกสอบจะแต่งตั้งโดยหัวหน้าภาควิชาหรือ
ประธานสาขาวชิ านนั้ โดยมอี าจารย์ทป่ี รึกษาวิทยานพิ นธห์ ลกั ทาหนา้ ที่เปน็ ผปู้ ระสานงาน

(2) ปริญญาเอก
หลักสูตรแบบ 1.1 และแบบ 1.2 ให้นิสิตเลือกสอบสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
กับการทาวิทยานิพนธ์ โดยความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก หัวหน้า
ภาควิชาหรือประธานหลักสูตรแล้วแต่กรณี และได้รับอนุมัติจากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ทั้งนี้
การแต่งตั้งคณะกรรมการในการสอบของสาขาวิชาท่ีนิสิตเลือกสอบจะแต่งตั้งโดยหัวหน้า
ภาควิชาหรือประธานสาขาวิชานั้น โดยมีอาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักทาหน้าที่เป็น
ผู้ประสานงาน
หลักสูตรแบบ 2.1 และแบบ 2.2 จัดสอบโดยคณะกรรมการท่ีหัวหน้า
ภาควิชาหรือประธานสาขาวิชาแล้วแต่กรณี ท่ีนิสิตเรียนเป็นวิชาเอก เสนอขอแต่งต้ังโดยมี
อาจารยจ์ ากสาขาวิชาที่เกี่ยวขอ้ งร่วมเป็นกรรมการ และไดร้ บั อนมุ ตั ิจากคณบดีบัณฑิตวทิ ยาลยั
24.2.2 การสอบปากเปลา่
(1) ปรญิ ญาโท
หลกั สูตรแผน ก แบบ ก 1 ใหน้ สิ ติ เลือกสอบสาขาวชิ าที่เกย่ี วข้องกับการทา
วิทยานิพนธ์ โดยความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก หัวหน้าภาควิชาหรือ
ประธานสาขาวิชา และได้รับอนุมัติจากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ทั้งน้ี มีอาจารย์ท่ีปรึกษา
วทิ ยานิพนธ์หลักทาหนา้ ทเี่ ปน็ ประธานในการสอบ ในกรณีท่ีมคี ณะกรรมการท่ปี รกึ ษาวทิ ยานพิ นธ์
ไมถ่ ึง 3 คน ให้ภาควิชาหรือสาขาวชิ าเสนอช่อื อาจารยป์ ระจาเพ่มิ เตมิ ให้ครบ 3 คน

27

(2) ปริญญาเอก
หลักสูตรแบบ 1.1 และแบบ 1.2 ให้นิสิตเลือกสอบสาขาวิชาท่ีเกี่ยวข้อง
กับการทาวิทยานพิ นธ์ โดยความเหน็ ชอบของอาจารย์ทปี่ รึกษาวิทยานิพนธ์หลักหวั หนา้ ภาควิชา
หรือประธานสาขาวิชา และได้รับอนุมัติจากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ทั้งน้ี มีอาจารย์ท่ีปรึกษา
วิทยานิพนธ์หลักทาหน้าท่ีเป็นประธานในการสอบ ในกรณีที่มีคณะกรรมการที่ปรึกษา
วทิ ยานพิ นธ์ไมถ่ งึ 3 คน ใหภ้ าควิชาหรือสาขาวิชาเสนอชือ่ อาจารยป์ ระจาเพมิ่ เตมิ ให้ครบ 3 คน
หลักสูตรแบบ 2.1 และแบบ 2.2 บัณฑิตวิทยาลัยจะแต่งตั้งคณะกรรมการ
อย่างน้อย 3 คน ประกอบด้วยอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก อาจารย์ที่ปรึกษา
วิทยานิพนธ์ร่วม (ถ้ามี) และผู้แทนบัณฑิตวิทยาลัย 1 คน โดยมีอาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์
หลกั ทาหน้าที่เป็นประธานในการสอบ ในกรณีไม่มีอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมให้ภาควิชา
หรอื สาขาวชิ าเสนอช่ืออาจารย์ประจาเพิม่ เติมไดอ้ กี 1 คน
24.3 ในกรณีสอบไม่ผ่านในครั้งแรก ให้มีการสอบแก้ตัวอีกคร้ังหน่ึงภายใน 90 วัน
นับจากวันสอบคร้ังแรก ในกรณีที่สอบไม่ผ่านเป็นคร้ังท่ีสอง ถือว่าหมดสถานภาพนิสิต
ตามขอ้ 32 (6)
24.4 การสอบจะผ่านได้โดยความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ของคณะกรรมการท่ีทา
การสอบ

ขอ้ 25 การสอบประมวลความรรู้ ะดับปริญญาโท
25.1 คณุ สมบตั ิผู้มีสิทธิ์สอบ

25.1.1 หลักสูตรแผน ก แบบ ก 2 อาจจะสอบประมวลความรู้ โดยสอบผ่าน
รายวชิ าระดับบัณฑิตศกึ ษาตามโครงสรา้ งหลักสูตรมาแล้วไมน่ อ้ ยกว่า 3 ใน 4 (ไม่รวมหน่วยกิต
วิทยานิพนธ์) ทั้งนกี้ ารสอบประมวลความรูใ้ หอ้ ย่ใู นดุลยพินจิ ของสาขาวิชา

25.1.2 หลักสูตรแผน ข ต้องสอบประมวลความรู้ โดยสอบผ่านรายวิชา
ระดับบัณฑิตศึกษาตามโครงสร้างหลักสูตรมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 (ไม่รวมหน่วยกิตการศึกษา
คน้ ควา้ อิสระ)

28

การสอบอาจเปน็ แบบขอ้ เขียนหรอื ปากเปล่าหรือท้ังสองอยา่ ง
25.2 วิธีการสอบ

25.2.1 การสอบข้อเขียน
หลักสูตรแผน ก แบบ ก 2 และหลักสูตรแผน ข จัดสอบโดยคณะกรรมการการ
สอบที่หัวหน้าภาควิชาหรือประธานสาขาวิชาที่นิสิตเรียนเป็นวิชาเอกเสนอขอแต่งตั้ง โดยมี
อาจารยจ์ ากสาขาวิชาท่เี ก่ยี วขอ้ งร่วมเปน็ กรรมการ และได้รบั อนมุ ตั ิจากคณบดบี ัณฑติ วทิ ยาลัย
25.2.2 การสอบปากเปลา่
หลักสูตรแผน ก แบบ ก 2 และหลักสูตรแผน ข บัณฑิตวิทยาลัยจะแต่งตั้ง
คณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน ประกอบด้วยอาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักหรืออาจารย์
ทีป่ รกึ ษาการศกึ ษาค้นคว้าอิสระ อาจารยท์ ี่ปรกึ ษาร่วม (ถา้ มี) และผู้แทนบณั ฑติ วิทยาลัย 1 คน
โดยมีอาจารย์ท่ีปรึกษาวทิ ยานิพนธ์หลักหรืออาจารย์ทีป่ รึกษาการศึกษาค้นคว้าอิสระ ทาหน้าที่
เป็นประธานในการสอบ ในกรณีไม่มีอาจารย์ท่ีปรึกษาร่วม ให้ภาควิชาหรือสาขาวิชาเสนอช่ือ
อาจารยป์ ระจาเพมิ่ เตมิ ไดอ้ กี 1 คน
25.3 ในกรณีสอบไม่ผ่านในคร้ังแรก ให้มีการสอบแก้ตัวอีกคร้ังหนึ่งภายใน 60 วัน
นับจากวันสอบครั้งแรก ในกรณีสอบไม่ผ่านเป็นคร้ังท่ีสอง ถือว่าหมดสถานภาพนิสิตตาม
ขอ้ 32 (6)
25.4 การสอบจะผ่านได้โดยความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ของคณะกรรมการที่ทา
การสอบ

ขอ้ 26 วทิ ยานพิ นธ์
26.1 นิสิตต้องส่งโครงการวิทยานิพนธ์ท่ีได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
ท่ีปรึกษาประจาตัวนิสิต และหัวหน้าภาควิชาหรือประธานสาขาวิชา เพื่อขออนุมัติจากคณบดี
บณั ฑิตวิทยาลยั ดงั นี้

26.1.1 นสิ ิตปริญญาโท กอ่ นสนิ้ ภาคการศึกษาปกตทิ ี่ 4 นับแต่เริ่มเข้าศึกษา
26.1.2 นสิ ิตปรญิ ญาเอก ก่อนสน้ิ ภาคการศึกษาปกตทิ ่ี 6 นับแต่เร่มิ เขา้ ศึกษา

29

มฉิ ะนน้ั จะตอ้ งหมดสถานภาพนิสิตในภาคการศึกษาตอ่ ไป ตามขอ้ 32 (7)
26.2 การเสนอขออนุมัติโครงการวิทยานิพนธ์

26.2.1 ปริญญาโท ให้นิสิตปรึกษาเพื่อกาหนดรายละเอียดโครงการวิทยานิพนธ์
กับอาจารย์ที่ปรึกษา หลังจากได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการท่ีปรึกษาประจาตัวนิสิต
และหัวหน้าภาควิชาหรือประธานสาขาวิชา ให้ย่ืนเสนอขออนุมัติจานวน 1 ชุด ต่อคณบดี
บัณฑิตวิทยาลัย ท้ังน้ี ต้องได้รับอนุมัติโครงการวิทยานิพนธ์ก่อนสอบปากเปล่าข้ันสุดท้าย
ไมน่ ้อยกวา่ 90 วนั

26.2.2 ปรญิ ญาเอก ใหน้ สิ ิตปรึกษาเพอ่ื กาหนดรายละเอียดโครงการวิทยานิพนธ์
กับอาจารย์ท่ีปรึกษา หลังจากได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการท่ีปรึกษาประจาตัวนิสิต
และหัวหน้าภาควิชาหรือประธานสาขาวิชา ให้ยื่นเสนอขออนุมัติจานวน 1 ชุด ต่อคณบดี
บัณฑิตวิทยาลัย ทั้งน้ี ต้องได้รับอนุมัติโครงการวิทยานิพนธ์ก่อนสอบปากเปล่าขั้นสุดท้าย
ไม่น้อยกว่า 270 วนั

26.3 การเปล่ียนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับโครงการวิทยานิพนธ์ที่ได้รับอนุมัติแล้ว ให้ยื่น
คาร้องที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ปรึกษาประจาตัวนิสิต และหัวหน้าภาควิชา
หรือประธานสาขาวิชา ต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อขออนุมัติการเปล่ียนแปลง ทั้งนี้การนับ
เวลา 90 วัน หรอื 270 วนั ตามขอ้ 26.2 ให้นบั จากวนั ทไี่ ดร้ บั อนมุ ัติโครงการวทิ ยานิพนธ์

26.4 การเรียบเรียงและจัดพิมพ์วิทยานิพนธ์ต้องเป็นไปตามท่ีกาหนดในคู่มือ
วิทยานิพนธ์ของบัณฑิตวิทยาลัย ฉบับที่ใช้บังคับในขณะนั้น หรือตามเง่ือนไขที่กาหนดไว้ใน
ประกาศของบณั ฑติ วิทยาลัย

26.5 ผลงานวิทยานิพนธ์ต้องผ่านการตรวจสอบการลอกเลียนงานวรรณกรรม
ตามทบ่ี ัณฑติ วิทยาลัยกาหนด

30

ขอ้ 27 การสอบปากเปล่าขน้ั สุดทา้ ย
27.1 บัณฑิตวิทยาลัยแต่งต้ังคณะกรรมการสอบปากเปล่าขั้นสุดท้าย ประกอบด้วย
ประธานการสอบ ผูท้ รงคณุ วฒุ ภิ ายนอกสถาบัน อาจารย์ที่ปรกึ ษาวิทยานพิ นธ์หลกั หรืออาจารย์
ทปี่ รกึ ษาการศกึ ษาค้นคว้าอิสระ และอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม (ถ้ามี) โดยคณะกรรมการดังกล่าว
ต้องมีคุณวุฒิ คุณสมบัติ และผลงานทางวิชาการ ตามข้อ 16.2.4 สาหรับหลักสูตรระดับ
ปรญิ ญาโท และข้อ 16.4.4 สาหรบั หลักสตู รระดบั ปริญญาเอก
27.2 นิสิตต้องเสนอวิทยานิพนธ์หรือการศึกษาค้นคว้าอิสระให้คณะกรรมการสอบ
ปากเปล่าข้นั สุดทา้ ยได้อ่านล่วงหนา้ ไม่นอ้ ยกว่า 7 วัน กอ่ นถึงวนั สอบ
27.3 วิทยานิพนธ์หรือการศึกษาค้นคว้าอิสระที่นาเข้าสอบปากเปล่าข้ันสุดท้าย ต้องมี
รูปแบบสมบูรณ์ตามแบบของคู่มือวิทยานิพนธ์ และผ่านการตรวจสอบการลอกเลียน
งานวรรณกรรม
27.4 วิธกี ารจดั สอบ จะต้องเป็นระบบเปิดใหผ้ สู้ นใจเขา้ รบั ฟงั ได้
27.5 การสอบปากเปล่าขั้นสุดท้ายจะผ่านได้ โดยความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ของ
คณะกรรมการสอบ
27.6 เม่ือผ่านการสอบปากเปล่าขั้นสุดท้ายแล้ว นิสิตต้องแก้ไขวิทยานิพนธ์หรือ
การศึกษาค้นคว้าอิสระให้เรียบร้อยและสมบูรณ์ ตามคาแนะนาของคณะกรรมการสอบ
ปากเปล่าข้ันสุดท้าย และส่งวิทยานิพนธ์หรือการศึกษาค้นคว้าอิสระ ตามขั้นตอนและเวลาที่
บัณฑิตวิทยาลยั ประกาศใชใ้ นขณะน้นั หากไมส่ ามารถส่งวิทยานิพนธ์หรือการศึกษาค้นคว้าอิสระ
ฉบับสมบูรณ์ พร้อมส่งหลักฐานการขอจบการศึกษาภายใน 120 วัน นับจากวันสอบปากเปล่า
ขน้ั สดุ ทา้ ย ใหถ้ อื ว่าการสอบปากเปล่าข้นั สุดทา้ ยครั้งนนั้ เป็นโมฆะ

ขอ้ 28 การเปลีย่ นสาขาวชิ าเอก
28.1 การเปล่ยี นสาขาวชิ าเอกอาจกระทาได้ในกรณีมีเหตุผลอันสมควร ท้ังน้ี โดยความ
เห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษา หัวหน้าภาควิชา หรือประธานสาขาวิชาของสาขาวิชาเอกเดิม

31


Click to View FlipBook Version