บุญฉลอง ภักดีวิจิตร
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง
กลุ่มขุนแผนฟ้าฟื้ น
1.นายกษิดิศ เอียดแก้ว เลขที่ 2
เลขที่ 6
2.นายจิรวัฒน์ ณรงค์ฤทธิ์ เลขที่ 10
3.นายธีปกรณ์ เลขที่ 14
4.นายบวรวิทย์ เชาวลิต
เลขที่ 18
สว่างวงศ์ เลขที่ 22
เลขที่ 26
5.นายพงศพัศ สัสดี เลขที่ 30
เลขที่ 34
6.นายวทัญญู ชูสุวรรณ์ เลขที่ 38
7.นายสิรวิชญ์ ไชยจันทร์
8.นางสาวชวิศา จำปาทอง
9.นางสาวนันท์นภัส พรมมา
10.นางสาวอัยลดา พลการ
ม. 5/9
รายวิชา ศ32102 นาฏศิลป์ไทย
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ
คำนำ
ชีวประวัติศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงนี้ จัดทำขึ้นเพื่อ
เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการนาฏศิลป์ไทย ศ32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
เพื่อการเรียนรู้ในเรื่องชีวประวัตของศิลปินแห่งชาติที่คณะผู้จัดทำได้
เลือกมานำเสนอ เพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียน
คณะผู้จัดทำหวังว่า ชีวประวัติศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการ
แสดงนี้ จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหา
ข้อมูลเรื่องนี้ หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดทำ
ขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
คณะผู้จัดทำ
31 ธันวาคม 2564
สารบัญ หน้า
เรื่อง 1-3
4-11
ครอบครัวและการศึกษา 12
ผลงาน 13
เกียรติคุณ
เอกสารอ้างอิง
1
ฉลอง ภักดีวิจิตร หรือชื่อจริงว่า บุญฉลอง ภักดีวิจิตร
เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้กำกับละครโทรทัศน์ มีฉายาที่วงการภาพยนตร์
ขนานนามให้คือ "เจ้าพ่อหนังแอ็คชั่น" ได้รับยกย่องให้เป็นเป็นศิลปิน
แห่งชาติ พ.ศ. 2556 สาขาศิลปะการแสดง (ผู้สร้าง-ผู้กำกับภาพยนตร์
และละครโทรทัศน์) จากกระทรวงวัฒนธรรม
2
ครอบครัวและการศึกษา
ฉลอง ภักดีวิจิตร ชื่ออื่นๆที่ผู้คนเรียกกัน เช่น อาหลง , ลุงหลง ,
อาหลอง , ฟิลิปฉลอง , ป.ฉลอง สมรสกับสุมน ภักดีวิจิตรเมื่อปี พ.ศ.
2509 มีบุตรด้วยกันสามคนคือ เฉิด, กัญจน์ และบุญจิรา ภักดีวิจิตร
แต่ภายหลังสุมนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ.
2557 และปลายปีหลังจากที่ภรรยาเสียชีวิตนั้น ฉลองได้สมรสใหม่กับ
พิมพ์สุภัค อินทรี วัย 38 ปี โดยเข้าพิธีแต่งงานที่ จังหวัดศรีสะเกษ
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2557
3
ครอบครัวและการศึกษา
ฉลอง ภักดีวิจิตร เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2474 (อายุ 90 ปี)
สี่พระยาบางรัก กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เป็นบุตรคนที่สี่จาก
ทั้งหมดห้าคนของรองอำมาตย์โทพุฒ ภักดีวิจิตร ซึ่งรับราชการในกอง
แบบแผน กรมรถไฟหลวง กับมารดาชื่อลิ้นจี่ เข้าศึกษาระดับชั้น
มัธยมศึกษาที่โรงเรียนวัดสุทธิวราราม พี่น้องทุกคนล้วนอยู่ในวงการ
สร้างภาพยนตร์ทุกคน ได้แก่ วิจารณ์ ภักดีวิจิตร, เขียวหวาน ภักดี
วิจิตร และวินิจ ภักดีวิจิตร นอกจากนี้ยังมีน้องชายของพุฒ ซึ่งมีศักดิ์
เป็นอาของเขา คือ สด ภักดีวิจิตร (สดศรี บูรพารมย์) ก็เป็นผู้กำกับ
ภาพยนตร์ ส่วนพี่ชายอีกคน บุญศรี ภักดีวิจิตร ทำงานการรถไฟแห่ง
ประเทศไทย อดีต วิศวกรกำกับการแผนกปรับประแจและเครื่องมือ
กองโรงงานบำรุงทาง ฝ่ายการช่างโยธา ฉลองเริ่มเห็นการทำงานด้าน
ภาพยนตร์ของครอบครัวตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ศึกษาที่โรงเรียน
วัดสุทธิวรารามจนถึง ม.6 จากนั้น สำเร็จการศึกษาระดับเตรียม
อุดมศึกษาปีที่ 2 จากโรงเรียนอำนวยศิลป์
ผลงาน 4
บุญฉลอง เข้าสู่วงการภาพยนตร์ด้วยการเป็นตากล้องมาก่อนโดยทำ
หน้าที่เป็นตากล้องถ่ายทำภาพยนตร์ให้กับผู้สร้างภาพยนตร์หลายรายเช่น
วัชรภาพยนตร์ , ภาพยนตร์สหะนาวีไทย , ธาดาภาพยนตร์ , นพรัตน์
ภาพยนตร์ ฯลฯ ภาพยนตร์เรื่องแรกคือเรื่องแสนแสบในปี พ.ศ. 2493
ผลงาน 5
ส่วนภาพยนตร์ที่ฉลอง ภักดีวิจิตร แสดงฝีมือ กำกับการแสดงเป็น
เรื่องแรกก็คือ ภาพยนตร์ 16 ม.ม. (ฟิล์ม 16 มม.เป็นเครื่องวัดฟิล์มที่
ได้รับความนิยมและประหยัดในอดีต 16 มม. หมายถึงความกว้างของ
ฟิล์ม) เรื่อง จ้าวอินทรี นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา – พิสมัย วิไลศักดิ์
สร้างโดย รามาภาพยนตร์ของ สุมน ภักดีวิจิตร โดยใช้นามว่า ดรรชนี
ในการกำกับการแสดง ออกฉายเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2511
ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้สร้าง-ถ่ายภาพ และกำกับเอง จากนั้น ฉลอง
มีงานกำกับภาพยนตร์ 16 ม.ม.ให้กับ บูรพาศิลปะภาพยนตร์อีก 2
เรื่อง คือเรื่อง ลูกปลา และเรื่องสอยดาวสาวเดือน จากนั้นเขาเริ่มมี
ชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่อง ฝนใต้ ที่ฉลองสร้างและกำกับการ
แสดงออกฉายในปี 2513 เป็นภาพยนตร์ เป็นบทประพันธ์ของ
เทอด ธรณินทร์ เขียนบทภาพยนตร์โดย ส.อาสนจินดา นำแสดงโดย
สมบัติ เมทะนี – เพชรา เชาวราษฏร์ พร้อมด้วยนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง
เพลิน พรหมแดน, กังวานไพร ลูกเพชร, นวลละออง รุ้งเพชร ร่วม
แสดง และยังต่อด้วยภาพยนตร์เรื่อง ฝนเหนือ
ฝนใต้ ฝนเหนือ
ผลงาน 6
กระแสภาพยนตร์เพลงในช่วงนั้นแรงมาก จนฉลองต้องสร้าง
ระเริงชล ออกมาฉายอีกในปี 2515 นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี ,
เพชรา เชาวราษฏร์ นักร้องลูกทุ่งก็มี เพลิน พรหมแดน , สังข์ทอง สีใส
ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ 3 ล้านบาท หลังจากนั้นฉลองทำภาพยนตร์สู่
ตลาดนอก โดยเริ่มจากเรื่อง 2 สิงห์ 2 แผ่นดิน (The Brothers) ที่ออก
ฉายในปี 2515 ซึ่งฉลองร่วมมือกับ ฉั่นทงหมั่น อดีตหัวหน้าฝ่ายโฆษณา
ของชอร์แห่งฮ่องกง ดารานำฝ่ายไทยมี สมบัติ เมทะนี แสดงร่วมกับ
นางเอกใหม่ลูกครึ่งไทย เยอรมันที่เพิ่งแสดงเป็นเรื่องแรก อโนมา ผลา
รักษ์ ส่วนดาราฮ่องกงก็มีเกาหย่วน พระเอกเงินล้านของชอร์และ หยีห้วย
อดีตนางงามไซโก้ พร้อมด้วยดาวร้ายอย่าง เฉินซิง และ เถียนฟง มาร่วม
แสดง ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายทั่วเอเชีย โดยฝ่ายฮ่องกงจะเป็นผู้ดำเนิน
การ เพราะชำนาญกว่า นอกจากนี้จะส่งไปฉายที่นิวยอร์ก, ซานฟรานซิสโก,
ชิคาโก และลอสแอนเจลิส ด้วย
ผลงาน 7
ภาพยนตร์ที่ถือว่าสู่ตลาดต่างประเทศได้ประสบความสำเร็จคือ
เรื่อง ทอง (GOLD หรือ S.T.A.B.) นำแสดงโดย เกร็ก มอร์ริส
(Greg Morris) พระเอกผิวสีของอเมริกา โด่งดังมาจากภาพยนตร์
ซีรีส์เรื่อง ขบวนการพยัคฆ์ร้าย (Mission Impossible) โดยการ
ติดต่อของ ดร. ดำริ โรจนเสถียร ฝ่ายจัดการต่างประเทศ และยังมี
นางเอกชาวเวียดนามคือ เถิ่ม ถุย หั่ง ส่วนดาราไทยคือ
สมบัติ เมทะนี, กรุง ศรีวิไล , อโนมา ผลารักษ์ , ดามพ์ ดัสกร ,
ดลนภา โสภี , กฤษณะ อำนวยพร ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้งบกว่า
10 ล้านบาท สามารถทำรายได้ทั้งในประเทศ ฉลองขายให้ฮ่องกง
และไต้หวัน และโดยเฉพาะที่อเมริกา ขายให้หนึ่งล้านเหรียญ (20
ล้านบาท)
ผลงานในยุคปัจจุบันทางด้านงานละคร ฉลองเป็นผู้บุกเบิก
ละครแนวแอ็คชั่นของทางช่อง 7 สี คือ “ระย้า” นำแสดงโดย
พีท ทองเจือ กับฉัตรมงคล บำเพ็ญ และยังมีผลงานกำกับละคร
อีกมากมาย
ผลงาน 8
ผลงานกำกับภาพยนตร์ ระเริงชล
ถล่มมาเฟีย
จ้าวอินทรี (2511) ใต้ฟ้าสีคราม
ลูกปลา (2512)
สอยดาวสาวเดือน (2512)
ฝนใต้ (2513)
ฝนเหนือ (2513)
ระเริงชล (2515)
2 สิงห์ 2 แผ่นดิน (2515)
ทอง (2516)
ตัดเหลี่ยมเพชร (2518)
ไอ้เพชร (2519)
ตามฆ่า 20,000 ไมล์ (2520)
ถล่มมาเฟีย (2520)
ขยี้มือปืน (2520)
ใต้ฟ้าสีคราม (2521)
รักข้ามโลก (2521)
ไอ้หนุ่มตังเก (2522)
คนละเกมส์ (2522)
ผ่าปืน (2523)
ทอง 2 (2525)
ล่าข้ามโลก (2526)
สงครามเพลง (2526)
ผลงาน 9
ผลงานกำกับภาพยนตร์ เพชรเสี้ยนทอง
ผ่าปืน 91
ผ่าโลกบันเทิง (2527)
ซากุระ (2527)
นักเพลงผู้ยิ่งใหญ่ (2527)
ปล้นลอยฟ้า (2528)
เปิดโลกมหาสนุก (2528)
ยิ้ม (2529)
ร้อยป่า (2529)
เพชรเสี้ยนทอง (2530)
ทอง 3 (2531)
ทอง 4 (2533)
ผ่าปืน 91 (2534)
มังกรเจ้าพระยา (2537)
สุดขีดมังกรเจ้าพระยา 2 (2539)
ทอง 7 (2547)
อังกอร์ 3 (2561)
โครตไอ้เขี้ยม
ปิดโลกมหาสนุก
ผลงาน 10
ผลงานละครโทรทัศน์ทางช่อง 7
บริษัท บางกอ
ก ออดิโอ วิชั่น จำกัด
- ระย้า (2541)
- ดาวคนละดวง (2542)
- รักซึมลึก (2542)
- ฝนแรก (2542)
- อังกอร์ (2543)
- สามดรุณ (2543) อังกอร์
- ทอง 5 (2544)
- ล่าสุดขอบฟ้า (2545)
- ฝนใต้ (2546)
- มาทาดอร์ (2547)
- อังกอร์ 2 (2548)
- เหล็กไหล (2549)
- ฝนเหนือ (2550)
- ชุมแพ (2550) อุบัติรักเกาะสวรรค์
- ทอง ๙ (2551)
- ผ่าโลกบันเทิง (2551)
- เสาร์ ๕ (2552)
- นักฆ่าขนตางอน (2553)
- อุบัติรักเกาะสวรรค์ (2554)
- เสาร์ 5 ตอน ทับทิมสยาม (2554)
เสาร์ 5 ตอน ทับทิมสยาม
ผลงาน 11
ผลงานละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 ทอง 10
บริษัท บางก
อก ออดิโอ วิชั่น จำกัด
- พ่อตาปืนโต (2555)
- ดุจตะวันดั่งภูผา (2555)
- เลือดเจ้าพระยา (2556)
- แข่งรักนักซิ่ง (2557)
- หวานใจนายจิตระเบิด (2558)
- ทอง 10 (2559)
บริษัท อินทรีย์ ออดิโอ วิชั่น จำกัด
- ทิวลิปทอง (2560)
บริษัท โกลด์ ซี พี จี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
- พ่อตาปืนโต ตอน หลานข้าใครอย่าแตะ (2561)
- มังกรเจ้าพระยา (2563)
- สมบัติมหาเฮง (2563)
- ปล้นลอยฟ้า (2564)
- หุบพญาเสือ (2565)
เกียรติคุณ 12
พ.ศ. 2507 ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง 2 ตัวสาขารางวัลผู้ถ่ายภาพยอด
เยี่ยมประจําปี 2507 จากเรื่องผู้พิชิตมัจจุราช
พ.ศ. 2508 ได้รับรางวัลพระสุรัสวดี กำกับภาพยอดเยี่ยม จากเรื่อง
ละอองดาว
พ.ศ. 2517 ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองประจำปี 2517 โดยสมาคม
หอการค้าไทย เรื่องทอง ได้รับ รางวัล 3 ตุ๊กตาทอง คือ
รางวัลยอดเยี่ยมลำดับภาพและตัดต่อ
รางวัลยอดเยี่ยมถ่ายภาพ
และรางวัลยอดเยี่ยมบันทึกเสียง
พ.ศ. 2551 ได้รับรางวัลเกียรติยศ ปูชนียบุคคลแห่งวงการบันเทิง
จาก สตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส 2007
พ.ศ. 2555 ได้รับรางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จ จากงานประกาศ
ผลรางวัลสตั๊นท์แมนยอดเยี่ยมครั้งที่ 1
พ.ศ. 2555 ได้รับรางวัลรางวัลมณีเมขลาเกียรติยศ บุคคลดีเด่นผู้ทรง
คุณค่าในวงการโทรทัศน์ จากงาน รางวัลเมขลา ครั้งที่ 24
ประจำปี 2554
พ.ศ. 2556 ได้รับยกย่องให้เป็นเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง
(ผู้สร้าง-ผู้กำกับภาพยนตร์และละครโทรทัศน์)
พ.ศ. 2558 ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่
สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 4 จตุตถดิเรกคุณาภรณ์
(จ.ภ.)
13
เอกสารอ้างอิง
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.//(2564).//ฉลอง ภักดีวิจิตร.//สืบค้นเมื่อ
31 ธันวาคม 2564,/จากhttps://th.wikipedia.org/wiki
ฉลอง ภักดีวิจิตร.//(2564).//สืบค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2564,/
จากhttps://www.wiki.th-th.nina.az/