The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานคุณธรรมในชั้นเรียน จิตอาสาพัฒนาตน ป.6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kwang.ceo, 2022-07-20 11:51:35

โครงงานคุณธรรมในชั้นเรียน จิตอาสาพัฒนาตน ป6

โครงงานคุณธรรมในชั้นเรียน จิตอาสาพัฒนาตน ป.6

โครงงานคุณธรรมในช้นั เรียน

เรื่อง “จิตอาสา พัฒนาตน”
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6

โรงเรียนวัดนางบวช
สานกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3

นายอดิศร กลา้ หาญ
ตาแหนง่ ครู

หน้า |ก

คำนำ

โครงงานคุณธรรมในช้นั เรยี น เรอ่ื ง “จติ อาสา พัฒนาตน” ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประจำภาคเรยี นที่ ๑
ปีการศึกษา ๒๕๖5 จัดทำขึ้นภายใต้โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ของโรงเรียนวัดนางบวช โดยโครงการนี้มี
วัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดนางบวช มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น มีจิต
อาสาที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้น ซึ่งเป็นการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6 ทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจช่วยกันมีความรับผิดชอบ มีจิตอาสา ช่วยกันทำความสะอาด ไม่ทิ้งเศษ
ขยะในห้องเรียน หอ้ งเรยี นมีความสะอาดเรยี บรอ้ ยเปน็ ประจำทกุ วนั

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงงานน้ีนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษาไม่มากก็น้อย หากมีความผิดพลาด
ประการใด ตอ้ งขอภัยมา ณ ท่ีนี้ดว้ ย

นายอดศิ ร กลา้ หาญ
ผจู้ ัดทำ

โครงงานคุณธรรมในช้นั เรยี น “จิตอาสา พัฒนาตน”
อดิศร กล้าหาญ

หน้า |ข

สารบัญ หน้า

เร่ือง 1
1
หลักการและเหตผุ ล 1
ความสำคญั ของโครงงาน 3
4
- เหตุผลทเ่ี กิดแรงบันดาลใจ ความจำเปน็ ปัญหาหรอื ความต้องการที่จะทำโครงงาน 4
- แนวคดิ หลกั การสำคัญท่เี กี่ยวข้องกับโครงงาน 5
วัตถปุ ระสงค์ 6
เป้าหมาย 7
กระบวนการผลติ ผลงานหรือขนั้ ตอนการดำเนนิ งาน 7
ปจั จยั ความสำเร็จ 7
บทเรียนทไ่ี ด้รับ
การเผยแพร่
เง่อื นไขความสำเร็จ
ภาคผนวก

โครงงานคุณธรรมในช้นั เรยี น “จติ อาสา พัฒนาตน”
อดิศร กลา้ หาญ

หน้า |๑

โครงงานคณุ ธรรมในชน้ั เรียน โรงเรยี นวัดนางบวช
โครงการโรงเรียนคณุ ธรรม สพฐ.

เร่ือง “จิตอาสาจ พัฒนาตน”
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6

1. หลกั การและเหตุผล

ตามที่โรงเรียนวัดนางบวชได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหน่วยลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน จากสำนักงานลูกเสือ
แห่งชาติ โดยมีผู้บริหาร ครู และลูกเสือ-เนตรนารี โรงเรียนวัดนางบวชได้ผ่านการอบรมหลักสูตรลูกเสือจิตอาสา
พระราชทาน โดยได้รับพระมหากรณุ าธคิ ณุ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว โปรดเกลา้ โปรดกระหม่อมพระราชทาน
หลักสูตรลูกเสือจิตอาสาพระราชทานและพระราชทานตราสัญลักษณ์ลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน เมื่อวันที่
๑๒ เมษายน ๒๕๖๔ ในการฝึกอบรมและส่งเสริมให้ลูกเสือน้อมนำหลักการและวิธีการของโครงการจิตอาสา
พระราชทานไปจดั กิจกรรมจติ อาสาในสถานศกึ ษาและชุมชนได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ โดยจัดให้มกี ารฝึกอบรมบุคลากร
ทางการลูกเสือวิทยากรแกนนำประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาในสถานศึกษาในสังกัดจังหวัด
สพุ รรณบรุ ี พร้อมมอบหมายให้ผูบ้ ังคับบัญชาลูกเสอื จากสถานศึกษาท่ีผ่านการฝึกอบรมดำเนนิ การรบั สมัครลกู เสือและ
จัดฝกึ อบรมลูกเสอื จติ อาสาพระราชทานในสถานศึกษานน้ั

2. ความสำคญั ของโครงงาน

นิยามศัพท์เฉพาะใน การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมด้านความมีวินัยโดยใช้กิจกรรม “จิตอาสา พัฒนาตน”
ของนักเรียนโรงเรยี นวดั นางบวช ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6

1. การขบั เคลือ่ นคุณธรรมด้วย กจิ กรรม“จิตอาสา พัฒนาตน” หมายถงึ กจิ กรรมที่ ฝกึ ฝนการทำงามเป็นทีม
ให้องค์ความรู้กับนักเรยี นบนพื้นฐานของการเรยี นรู้แบบมีส่วนร่วมของนักเรียน โดยมีครูและแกนนำนักเรียนเปน็ ผู้จัด
กระบวนการในกจิ กรรม “จติ อาสา พฒั นาตน”

2. จิตอาสา หมายถึง การให้ การเสยี สละ การทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ หรือสงิ่ ทเ่ี ปน็ ประโยชน์แก่
ผูอ้ ื่น โดยไมห่ วังผลตอบแทน ด้านหนึ่งกเ็ พอื่ เป็นการฝึกฝนตนเองเพ่ือลดอตั ตาตนเอง ในขณะท่ี “จิตสำนึกสาธารณะ”
นอกจากการอทุ ศิ ตนเพ่อื ประโยชน์ส่วนรวม ยังรวมถึงการใชแ้ ละการรักษาสิ่งของที่เป็นของส่วนรวมอีกด้วย

3. พัฒนาตน หมายถึง การที่บุคคลพยายามที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนด้วยตนเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม
เหมาะสมกว่าเดิม ทำให้สามารถดำเนินกิจกรรม แสดงพฤติกรรม เพื่อสนองความต้องการ แรงจูงใจ หรือเป้าหมายที่
ตนต้งั ไว้

เหตุผลท่เี กดิ แรงบนั ดาลใจ ความจำเป็น ปญั หาหรอื ความตอ้ งการที่จะทำโครงงาน
ในสภาวะปัจจุบัน ปัจจัยแวดล้อมของนักเรียนมีผลต่อการดำเนินชีวิตของนักเรียนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ
นักเรียนที่กำลังศึกษาในระดับประถมศึกษาพบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีปัญหาด้านระเบียบวินยั ต่อตนเองและต่อสังคม
ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่ความผิดพลาดร้ายแรง ส่งผลต่อวิถีชีวิตในอนาคต ซึ่งสถานศึกษาก็มีส่วนทำให้นักเรียน
ขาดระเบียบวินัย ทั้งเนื่องจากการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันมุ่งเน้นการให้ความรู้ทางด้านวิชาการซึ่งสอดคล้อง
กับอีริค ฟรอบน์ (1988) ท่ีกล่าววา่ ในเวลาท่ีเรามุ่งสอนแต่วชิ าความรู้ เรากลับสญู เสียการสอนอีกอย่างหน่ึงซ่ึงเป็นสิ่ง
สำคัญที่สุด ตอ่ การพัฒนาการของมนุษย์ น้นั กค็ อื การสอนให้มีคุณธรรม จริยธรรมด้านตา่ งๆโดยเฉพาะมีวินัยในตนเอง

โครงงานคณุ ธรรมในชน้ั เรียน “จิตอาสา พฒั นาตน”
อดศิ ร กลา้ หาญ

หน้า |๒

มคี วามมุง่ ม่ัน อดทน แลไวตอ่ การรบั ร้คู วามต้องการของผู้อ่ืน ซึง่ การสอนเช่นนี้เพียงมีผู้ใหญท่ ่ีมี วุฒิภาวะ และมีความ
รัก ความเมตตา คอยอยใู่ กลช้ ิดเดก็ เท่าน้นั กท็ ำได้แล้ว

ดังนั้นจึงเป็นภาระงานที่สำคัญของสถานศึกษา ที่ต้องจัดกิจกรรมเพื่อดำเนินการพัฒนาผู้เรียน ให้มีวินัย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความรับผิดชอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนและเป็นกิจกรรมที่นอกเหนือจาก
การเรียนการสอนในห้องเรียน ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนมีความเจริญงอกงาม ในด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม ร่างกาย
และจิตใจ เพอื่ พัฒนานักเรียนให้เป็นบุคคลท่ีมีความรู้ความสามารถ มีความประพฤตทิ ่ีดีงาม มรี ะเบียบวินัย มีความคิด
ไตร่ตรอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แสวงหาความรู้ อยู่เสมอรู้จักนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป
(นงเยาว์ กัลยาลักษณ์.2541: 11) โดยเฉพาะครูผู้สอนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารโรงเรียนที่ส่งผลไปถึง
การพัฒนาพฤติกรรมของนักเรียน สร้างเสริมให้มีความประพฤติมีระเบียบวินัย มีคุณธรรม และจริยธรรมพร้อมที่จะ
เจริญเติบโต เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติต่อไปในอนาคต จึงมีหน้าที่ร่วมกันส่งเสริมพัฒนา ควบคุม และแก้ไข
ความประพฤติของนักเรียนให้อยู่ในระเบียบวินัยก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ในการอยู่ร่วมกันของนักเรียน เพื่อให้
กจิ กรรมการเรียนการสอนเปน็ ไปอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ และพัฒนานกั เรยี นให้มีคุณธรรมที่พึงประสงค์ตามกำหนดไว้ใน
หลักสูตรในเรื่องมีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีความรับผิดชอบ มีสัมมาคารวะ เห็นคุณค่า และอนุรักษ์
วฒั นธรรมในท้องถิ่น

โรงเรียนวัดนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดการสอนในระดับชั้นอนุบาล 2
ถึงชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 และจากการสำรวจสภาพปัจจุบนั และปัญหาในการจดั กิจกรรม การเรียนการสอน และการ
สังเกตพฤติกรรมนักเรียน พบว่า นักเรียนส่วนหนึ่งมีปัญหาด้านความมีวินัยในตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเข้า
แถว การเดนิ แถว ในการดำเนนิ กิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน ซงึ่ นักเรยี นมักจะละเลยการปฏิบตั หิ นา้ ที่ มีการคุยเล่นกัน
ระหวา่ งอยู่ในแถวและระหว่างเดนิ แถว ไมเ่ รียงลำดับสว่ นสูง โดยเฉพาะการเดนิ ไปยงั หอ้ งเรียนต่างๆ ซง่ึ นักเรียนมักจะ
ทำตามใจชอบ ต่างคนต่างไม่เคารพซึ่งกันและกัน เลียนแบบการกระทำต่างๆ ตามสื่อหรือเกมที่รุนแรงโดยไม่คำนึงถึง
ความเสยี หายท่จี ะเกดิ ขน้ึ ภายหลงั จากการกระทำของตนเอง ไมร่ ้จู ักยอมรับผิด และไมย่ อมขอโทษผู้อ่ืน และด้านความ
ตรงต่อเวลาพบว่านักเรียนมักจะมาเรียนสายและกลับบ้านไม่ตรงต่อเวลา เป็นประจำ ทำให้นักเรียน ไม่มีเวลาในการ
แสวงหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง ทำให้ขาดโอกาสที่ดีในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า
ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับนักเรียนเป็นเสมือนภัยเงียบ ซึ่งจะส่งผลต่อพฤติกรรมของนักเรียนในอนาคต เพราะเกิดจาก
การท่นี กั เรียนขาดคุณธรรมด้านวินยั ในตนเอง

จากสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้จัดทำโครงงานจึงมีความสนใจ เพื่อตอบสนองในพระมหากรุณาธิคุณจาก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานหลักสูตรลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน และ
โรงเรียนวัดนางบวชยังเป็นหน่วยลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน จึงเล็งเห็นความสำคัญนอกจากการฝึกอบรมให้กับ
ลูกเสือ-เนตรนารใี นโรงเรยี นแล้ว ยังประสงค์นำแนวทางลูกเสอื จติ อาสามาถา่ ยทอดให้กับนกั เรียนคนอน่ื ๆทไ่ี มไ่ ด้เข้ารับ
การอบรมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน โดยดำเนินการจัดทำโครงงานคุณธรรมในชั้นเรียน เพื่อปลูกฝังและสร้าง
จิตสำนึกความเป็นพลเมอื งทเ่ี ข้มแข็งและบำเพญ็ ประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนอยา่ งตอ่ เนื่องและยั่งยนื ต่อไป

โครงงานคณุ ธรรมในช้นั เรยี น “จติ อาสา พัฒนาตน”
อดศิ ร กล้าหาญ

หน้า |๓

แนวคิด หลักการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโครงงาน สามารถอ้างอิงถึงแนวคิด หลักการ ทฤษฎี รูปแบบ
วธิ ีการ ฯลฯ ทนี่ ำมาใชใ้ นการออกแบบโครงงาน
แนวคดิ ทฤษฎีท่ีเก่ยี วข้องในการพฒั นานวัตกรรมขับเคลอ่ื นคุณธรรม “วินัยสร้างคน แถวตรงเดินตรง เยาวชน
คุณธรรม” ที่สะท้อนคุณธรรมความมีระเบียบวินัยด้านการเดินแถว ของนักเรียนโรงเรยี นวัดนางบวช สังกัดสำนักงาน
เขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 ประกอบด้วย เนื้อหาสาระดังนี้
1.1 หลักปรัชญาของ “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมี
พระราชดำรัสชีแ้ นะแนวทางการดำเนนิ ชีวติ แก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ตง้ั แตก่ ่อนเกดิ วิกฤติการณท์ างเศรษฐกิจ
และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อใหร้ อดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง และยั่งยืนภายใต้
กระแสโลกาภวิ ตั นแ์ ละความเปล่ียนแปลงต่าง ๆ
ความพอเพยี ง หมายถึง ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล รวมถึงความจำเปน็ ท่ีจะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัว
ที่ดี พอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความ
รอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการ
ทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าท่ีของรัฐ นักทฤษฎีและ
นักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจรติ และให้มีความรอบรู้ทีเ่ หมาะสมดำเนินชีวิตด้วยความ
อดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
(สำนักงาน กปร.2550 : 5)
แนวความคดิ หลกั ของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง คือ เขม็ ทิศเพอื่ การดำรงอยู่และปฏิบัตติ นหรอื การขบั เคล่อื น
การพัฒนาให้ประเทศเจริญอย่างมั่นคงและยั่งยืนในมิติต่าง ๆ เป็นการดำเนินตามทางสายกลาง ก้าวทันต่อโลก โดย
ใช้ไดท้ ั้งระดับบุคคล ครอบครวั ชุมชน ประเทศ เปน็ การมองโลกในลักษณะทเ่ี ป็นพลวัต มีการเปลย่ี นแปลง มีความไม่
แน่นอนเป็นการปฏิบัติมุ่งผลทั้งระยะสั้นและระยะยาว ความพอเพียง เป็นทั้งผลและวิธีการ (End and mean)
จากการกระทำโดยผล คือ การพัฒนาที่สมดุลในทุกๆ ด้าน และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม
สิ่งแวดลอ้ ม และวัฒนธรรม ในขณะเดียวกัน วิธีการนำความรูไ้ ปใช้ ต้องมองทั้งในด้านเหตุและผลควบคู่กันไป ภายใต้
พลวัตทั้งภายใน และภายนอกประเทศการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปขับเคล่ือนสู่การปฏิบัติ สามารถดำเนินการ
โดยผา่ นการสมั มนาแลกเปล่ยี นเรียนรูใ้ นเวทีระดับต่าง ๆ และนำไปปรบั ใช้ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมท้ังทางกายภาพ
และทางสงั คมของตนเอง
1.2 แนวทางการสร้างวนิ ยั และการสร้างวนิ ยั ในโรงเรียน
มีนักวิชาการและนักการศึกษา ได้ให้แนวทางการสร้างวินัย และการสร้างวินัยในโรงเรียนไว้ดังนี้สำนักงาน
คณะกรรมการวัฒนธรรมแหง่ ชาติ (2540 :21) ให้แนวคดิ ในการสรา้ งวนิ ัย ไว้ 5 ประการ คอื
1. การทำให้เกิดพฤติกรรมเคยชิน โดยให้บุคคลรู้เพิ่มและปฏิบัติพฤติกรรมที่ดี เพื่อเป็นพื้นฐานและปฏิบัติ
ตอ่ เนอ่ื งจนเกิดเปน็ พฤติกรรมเคยชินทด่ี ี
2. การใช้วัฒนธรรมในสังคม เป็นแนวปฏิบัติผสมผสานกับหลักการ ทำให้เป็นพฤติกรรมท่ี เคยชิน เช่น การ
ทำความเคารพด้วยการไหว้ เมื่อพบผู้ใหญ่ เป็นสิ่งที่เขาทำได้ง่าย แต่การเข้าแถวไม่ใช่วัฒนธรรมไทย เด็กไม่ได้เห็น
แบบอย่างที่ดีอยู่เสมอ ดงั เชน่ การไหวข้ องไทย ดังน้ัน การไหวจ้ ึงง่ายต่อการปฏบิ ัติมากกว่าการเขา้ แถว

โครงงานคณุ ธรรมในช้ันเรียน “จิตอาสา พฒั นาตน”
อดิศร กลา้ หาญ

หน้า |๔

3. การใช้องค์รวม เป็นความสัมพันธ์ระหว่างจิตใจ พฤติกรรมและสติปัญญา ซึ่งเป็นหลักการทางการศึกษา
และหลักการพัฒนาจริยธรรม คือ มีความเข้าใจในความสำคัญของสิ่งที่จะกระทำ มีความพอใจ และยอมรับในสิง่ ที่จะ
กระทำ ยอ่ มทำไปสู่ความพร้อมในการกระทำ

4. การใช้แรงหนุนสภาพจิต เป็นการตั้งความมุ่งมั่นหรืออุดมการณ์และพยายามปฏิบัติตามเป้าหมายที่อาจ
มุ่งมั่นไว้ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปรียบเทียบแม้ความภาคภูมิใจในผลการปฏิบัติหากใช้มากเกินไป จะกลายเป็นดูถูกดู
หม่นิ ผอู้ ่ืน อันเกดิ จากการเปรยี บเทียบและพึ่งพากำลังใจจากภายนอก

5. การใช้กฎเกณฑ์บังคับ เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้สำเร็จ ได้ชั่วระยะหนึ่ง เมื่อไม่มีผู้ใดควบคุม วินัยก็จะหายไป
จึงเปน็ วิธีที่ไมถ่ ูกตอ้ ง

1.3 การสร้างวินัยให้กบั เด็ก
การสร้างวินัยให้กับเด็กยอมรับนั้นวินัยหรือกฎทุกกฎต้องมีลักษณะ 3 ประการ ดังนี้ (นวลศิริ เปาโรหิตย์,
2540 : 30-34)
1. กฎตอ้ งสมเหตผุ ล หมายความว่า สิ่งทอ่ี ยากใหเ้ ด็กทำนัน้ ควรเปน็ สง่ิ ที่เป็นไปไดจ้ ำเป็น และเป็นเรื่องที่เด็ก
ทำไดใ้ นระดบั อายขุ องเขา
2. กฎต้องถูกต้องชัดเจนไม่คลุมเครือ คือ ต้องแน่ใจว่ากฎที่ตั้งขึ้นในเด็กทุกเรื่องเป็นสิ่งชัดเจนอย่าให้มีข้อ
สงสัยหรือโตเ้ ถียงได้
3. กฎต้องบังคับได้ คือ ต้องมีการกำหนดโทษ ถ้าทำผิดก็ต้องลงโทษอย่างจริงจังทำอย่างต่อเนื่องและ
สมำ่ เสมอ

3. วัตถปุ ระสงค์

๑. เพอื่ พัฒนานักเรยี นใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจในหลกั การและวิธกี ารของโครงงานจิตอาสาพัฒนาตน
2. เพื่อพัฒนาขัดเกลานักเรียนทางร่างกาย จิตใจและสติปัญญา ให้เห็นคุณค่าของการช่วยเหลือผู้อื่นอัน
สง่ ผลใหเ้ กดิ การสร้างความสัมพนั ธ์ท่ีดรี ะหว่างตัวนักเรียน โรงเรยี นและชุมชนในการสร้างความตระหนักให้เห็นคุณค่า
ของตนเอง
3. เพื่อให้นักเรยี นมคี วามเช่ือม่นั ในการกระทำความดีและช่วยเหลอื สังคม

4. เปา้ หมาย

๑. ดา้ นปริมาณ คือ จดั ฝึกอบรมนกั เรยี นระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 โรงเรยี นวัดนางบวช จำนวน 13 คน
๒. ด้านคุณภาพ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดนางบวช โดยการใช้โครงงานในชั้นเรียน
ขบั เคลือ่ นคุณธรรม “จติ อาสา พฒั นาตน” ทีส่ ะทอ้ นความมรี ะเบียบวินยั การมจั ติ อาสา ของนกั เรยี นช้ันประถมศึกษา
ปที ี่ 6 โรงเรยี นวดั นางบวช สังกัดสำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 ไดก้ ำหนดผลการปฏบิ ัติ
ในครั้งนี้คือ พฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดนางบวชมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของ
คุณธรรมอัตลักษณ์ความมีจิตอาสา “ลดลง” และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของคุณธรรมอัตลักษณ์ความมีจิตอาสา
“เพ่มิ ข้นึ ”

โครงงานคณุ ธรรมในชน้ั เรียน “จิตอาสา พฒั นาตน”
อดศิ ร กลา้ หาญ

หน้า |๕

5. กระบวนการผลิตผลงานหรอื ขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน

กระบวนการพฒั นานโครงงานเปน็ กระบวนการท่ีต้องใช้ยุทธศาสตรม์ ามีสว่ นรว่ มของครูและนักเรียนใน ช้ันเรียนโดยใช้
กระบวนการวิจัยในการพัฒนาอย่างเป็นระบบการผลิตการสร้างนวัตกรรมขบั เคลือ่ นคุณธรรมดว้ ยกิจกรรม “จิตอาสา
พฒั นาตน” มีรายละเอียดดงั นี้

5.1 ขั้นวางแผนการดำเนินงาน (Action plan)
5.1.1. ศึกษาสภาพปัญหาของนกั เรยี นในช้ันเรยี นเกี่ยวกับการมีจติ อาสา
5.1.2. ศึกษาขอ้ มูลที่เก่ยี วข้อง

5.2 รปู แบบกระบวนการจัดกิจกรรม (Activity Process)
5.2.1 สร้างความตระหนัก โดยให้นักเรียนร่วมกันสำรวจปัญหาที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนด้านจิต

อาสา สาเหตุ วิเคราะห์ ผลกระทบ และแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกนั
5.2.2 ให้ความรู้กับนักเรียนด้านการมีจิตอาสา ในช่วงเชา้ ของกิจกรรมหน้าเสาธงและการเรยี นวิชา

ลกู เสือ – เนตรนารี
5.2.3 ดำเนินจดั กจิ กรรม “จติ อาสา พฒั นาตน” ดังน้ี
5.2.4 ครูและนกั เรียนประเมนิ พฤตกิ รรมตนเองกอ่ นดำเนนิ กจิ กรรม

โครงงานคุณธรรมในช้ันเรียน “จิตอาสา พฒั นาตน”
อดิศร กลา้ หาญ

หน้า |๖

5.2.5 ครอู ธบิ ายวธิ กี ารดำเนินการใหน้ ักเรยี นฟังถึงวิธกี ารดำเนนิ กิจกรรม
5.2.6 ครูสาธิตวิธีการทำกิจกรรมจิตอาสารูปแบบต่างๆ ให้กับนักเรียน โดยสอดแทรกในช่วง
กิจกรรมเขา้ แถวหน้าเสาธง และในรายวิชาลกู เสือ-เนตรนารี
5.2.7 ครใู ห้คะแนนการประเมินของแต่ละคน โดยทจ่ี ะตอ้ งใหน้ กั เรียนรบั รูค้ ะแนนที่ตนได้รับ
5.2.8 ให้นักเรียนร่วมกันปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกันโดยทำงานเปน็ หมู่คณะคือ หัวหน้าห้องจะเปน็
แกนนำในการไปทำกจิ กรรมอาสาตา่ งๆในห้องเรยี นและภายในโรงเรยี น
5.2.9. มอบหมายให้นักเรียนแกนนำหรือตัวแทนดำเนินการคอยสังเกตตรวจสอบ พฤติกรรมการ
ของเพื่อนนักเรียนแต่ละคนเพื่อให้คะแนนในแต่ละสัปดาห์ ตลอดภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 มีระดับ
การให้คะแนน (1) พอใช้ (2) ดี และ (3) ดมี าก และสะสมคะแนนไปจนถงึ สัปดาหส์ ุดท้ายของภาคเรยี นที่ 2
เพ่ือสรปุ และประเมิน นำคะแนนแต่สัปดาห์แสดงบนป้ายคะแนน
5.2.10 การเสริมแรงทางบวกด้วยการให้กำลังใจ รางวัล การชื่นชม การปฏิบัติกิจกรรมในแต่ละ
เดือน โดยนักเรียนทีไ่ ด้คะแนนสูงสุดจะได้การชืน่ ชม และรางวัลจากครูประจำช้ัน และให้กำลังใจกับนักเรียน
คนอื่นๆที่ไม่ได้รับรางวัลให้รีบพัฒนาตนในการเป็นจิตอาสาปฏิบัติกิจกรรมต่อในครั้งต่อไปในสัปดาห์สุดท้าย
ของภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 จะมอบเกียรติบตั รใหก้ ับนักเรยี นที่มพี ฤติกรรมจิตอาสาดีเดน่
5.2.11. ประเมินผลพฤติกรรมด้านการมีจิตอาสา โดยนักเรียนท่ีเข้าร่วมกิจกรรมในสัปดาห์สุดทา้ ย
ของการจัดกิจกรรม
5.3 วิเคราะห์ข้อมลู และแปรผลข้อมูล (Data analysis)
นำข้อมูลที่ได้จากผลการใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนคุณธรรมด้วยกิจกรรม “จิตอาสา พัฒนาตน” ที่สะท้อน
คุณธรรม อตั ลกั ษณด์ ้านความมีจิตอาสา ของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรยี นวดั นางบวช สงั กัดสำนักงานเขต
พ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 มาปรับปรงุ และพฒั นาโครงงานและนำโครงงานที่ปรบั ปรงุ แล้ว กลบั ไป
ใชก้ ับนักเรียนโรงเรยี นวัดนางบวชทุกระดับชั้นเรยี น ในปกี ารศึกษาต่อไปเพ่ือให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะอันพึง
ประสงคเ์ พม่ิ ขึ้นและยง่ั ยนื

6. ปจั จัยความสำเร็จ

การจัดทำโครงงานขับเคลื่อนคุณธรรมด้วย “จิตอาสา พัฒนาตน” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนวัดนางบวช เป็นไปตามจุดประสงค์ในการส่งเสริมการมีจิตอาสา มีคุณธรรมจริยธรรมและด้านความมีวินัย
ให้นกั เรียนมีจติ อาสาท่ดี ขี น้ึ โดยนกั เรยี นระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6มีพฤติกรรมจติ อาสา ภาพรวมอย่ใู นระดบั ดี และ
ประเมินโครงงาน “จติ อาสา พฒั นาตน” ใหน้ กั เรียนมีจติ อาสา อยใู่ นระดบั ดีมากทสี่ ดุ โดยมปี ัจจัยความสำเรจ็ ดงั น้ี

1. ได้รับความรว่ มมือจากนักเรียนในช้นั เรียน โดยตระหนกั ถึงความสำคัญ และประโยชนข์ องการส่งเสริมการ
มีจิตอาสา มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและดา้ นความมวี ินัย

2. เป้าหมาย แผนงาน และกลยุทธใ์ นจดั การกจิ กรรมทีช่ ดั เจน
3. บรรยากาศ สภาพแวดล้อมเออื้ อำนวยตอ่ จัดกิจกรรม
4. เป็นกิจกรรมที่เขา้ ถึงได้งา่ ยต่อการปฏบิ ตั ิ และเกิดการแข่งขันเพ่อื พฤติกรรมทางบวก
5. เป็นกจิ กรรมท่ปี ฏิบตั ิอยา่ งต่อเนอ่ื งและเห็นไดช้ ัดเจนเป็นรูปธรรม
6. มีแรงจงู ใจ ดว้ ยการยกยอ่ งชมเชย หรอื ให้รางวลั
7. ติดตามและประเมินผลอย่างเปน็ ระบบ

โครงงานคุณธรรมในช้ันเรียน “จติ อาสา พัฒนาตน”
อดิศร กล้าหาญ

หน้า |๗

7. บทเรียนที่ไดร้ ับ

การจัดทำโครงงาน “จิตอาสา พัฒนาตน” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดนางบวช
อำเภอเดิมบางนางบวช จงั หวดั สุพรรณบรุ ี สามารถใชร้ ปู แบบการประเมนิ พฤติกรรมเป็นรายวัน เพ่อื เพ่มิ ความถ่ีในการ
กระตุ้นพฤติกรรมด้านจิตอาสา สามารถพัฒนาให้เกิดพฤติกรรมเชิงบวกหรือพฤติกรรมอันพึงประสงค์ได้รวดเร็วขึ้น
ควรทบทวนและอธิบายให้ความรู้เพิ่มเติม และชื่นชมยินดีกับนักเรียนที่มีพฤติกรรมเชิงบวก และเสริมกำลังใจแก่
นักเรยี นที่มีพฤติกรรมไมพ่ ึงประสงค์

8. การเผยแพร่

การพัฒนานวัตกรรมขับเคลื่อนคุณธรรมด้วย “จิตอาสา พัฒนาตน” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนวัดนางบวช สำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาสพุ รรณบรุ ี เขต 3 เผยแพร่ผลงาน

1. เผยแพร่ผลงานผา่ นชอ่ งทางเวบ็ ไซดข์ องโรงเรยี นที่ www.wnb.ac.th

สแกน QR Code

2. เผยแพร่ผลงานผา่ นชอ่ งทาง Facebook ของโรงเรียนวัดนางบวช

สแกน QR Code

9. เงื่อนไขความสำเร็จ

รูปแบบการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ มีการบูรณาการเชื่อมโยงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อปลูกฝัง
การมจี ิตอาสา มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมความดีป้องกนั การทุจริตด้วยรูปแบบ “จติ อาสา พัฒนาตน” จะมีความสำเรจ็ คอื

1. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมและการติดตามของครูประจำชั้นโดยสามารถใช้รูปแบบการประเมิน
พฤติกรรมเปน็ รายวัน

2. ความต่อเนอื่ งและยง่ั ยืนในการดำเนินงานโดยเพ่มิ ความถี่ในการกระต้นุ พฤติกรรมด้านจติ อาสา
3. มีการพฒั นาใหเ้ กดิ พฤติกรรมเชงิ บวกหรือพฤติกรรมอันพงึ ประสงค์
4. ครูจะต้องมีการทบทวนและอธิบายให้ความรเู้ พิ่มเติมใหก้ ับนักเรียนอยู่เป็นประจำ

ลงชือ่ .........................................ผู้จัดทำโครงงาน
(นายอดศิ ร กลา้ หาญ)

ครูประจำช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6

ลงชอ่ื .........................................ผู้อนมุ ตั ิโครงการ
(นางสาวศศปิ ระภา พันธ์เุ ผอื ก)
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวดั นางบวช

โครงงานคณุ ธรรมในช้นั เรยี น “จติ อาสา พฒั นาตน”
อดิศร กลา้ หาญ

หน้า |๘

ภาคผนวก

โครงงานคุณธรรมในชน้ั เรยี น “จติ อาสา พัฒนาตน”
อดศิ ร กลา้ หาญ

หน้า |๙

ภาพการจัดกจิ กรรม

โครงงานคณุ ธรรมในชัน้ เรียน “จติ อาสา พัฒนาตน”
อดิศร กล้าหาญ

ห น ้ า | ๑๐

โครงงานคุณธรรมในช้นั เรียน “จติ อาสา พฒั นาตน”
อดศิ ร กลา้ หาญ


Click to View FlipBook Version