The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by lalitphat2016, 2022-07-12 02:13:32

นาฏศิลป์

นาฏศิลป์

บุ ค ค ล สำ คั ญ ข อ ง
นาฏศิลป์ไทย

ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี

จั ด ทำ โ ด ย
น . ส . ศิ ริ ภั ค จั น ท ร ม . 5 / 4 เ ล ข ที่ 22

1 ประวัติท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี

ท่านผู้หญิงแผ้วเกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นบุตร
คนที่สองจากทั้งหมดสามคนของเฮงและสุทธิ สุทธิบูรณ์
มีพี่สาวชื่อทับทิม คลี่สุวรรณและน้องชายชื่อ
สหัส สุทธิบูรณ์ ส่วนย่าเคยมีตำแหน่งเป็นพนักงาน
ฝ่ายในในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
และเธอเคยอยู่ในพระบรมมหาราชวังกับย่า แต่หลัง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต
จึงกลับบ้านเดิมที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

ขณะอายุได้แปดปีบิดามารดาหมายจะให้เธอ
ไปเรียนหนังสือกับเอ็ดนา ซาราห์ โคล หรือแหม่มโคล
เพราะในยุคสมัยนั้นผู้หญิงไม่ใคร่มีโอกาสได้ร่ำเรียน
ดั่งบุรุษเพศ ต่อมามีคนจากวังสวนกุหลาบมาบอกกล่าว
ว่าสมเด็จพระเชษฐาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมาทรงก่อตั้ง
คณะละครเด็กเล็กในวัง โดยให้เรียนหนังสือและเรียนรำละครด้วย ด้วยเหตุนี้
ท่านผู้หญิงแผ้วจึงถวายตัวเข้าพระตำหนักวังสวนกุหลาบ โดยมีท้าวนารีวรคณารักษ์

(แจ่ม ไกรฤกษ์) เป็นผู้ปกครอง เมื่ออยู่ที่นั่นเธอได้เล่า
เรียนจนอ่านออกเขียนได้ ทั้งยังแตกฉานสามารถ
แต่งกลอนได้ดี กอปรกับเป็นหญิงที่มีดวงหน้า

สะสวยเพรียบพร้อมด้วยจรรยามารยาท จึงได้รับการ
สนับสนุนด้านการศึกษาอย่างเต็มที่

หลังการถวายตัวเข้าวัง ท่านผู้หญิงแผ้วได้รับการฝึกฝน 2

นาฏศิลป์จากท้าววรจันทร์ (เจ้าจอมมารดาวาด ในรัชกาลที่ 4)

เจ้าจอมมารดาเขียน ในรัชกาลที่ 4 เจ้าจอมมารดาทับทิม ในรัชกาล

ที่ 5 หม่อมแย้มในสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์(ช่วง บุนนาค) หม่อมอึ่ง

ในสมเด็จพระบัณฑูรฯ และหม่อมแก้วในเจ้าพระยาสุรวงษ์ฯ ซึ่งล้วนเป็นนาง

ละครผู้มีชื่อ นอกจากวังสวนกุหลาบแล้ว เธอยังมีโอกาสไปฝึกฝนการแสดงที่วัง

แพร่งนราของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์สามารถรับบท

เป็นตัวเอกทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เช่นแสดงเป็น อิเหนาและดรสาจากเรื่อง

อิเหนา หรือ สีดา พระพิราพ และทศกัณฐ์ จากเรื่อง รามเกียรติ์ จนทำให้เธอ

กลายเป็นนางละครที่มีชื่อเสียงยิ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้า

อยู่หัว จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเธอเคยออก

แสดงถวายหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมาแล้ว

หลายครั้ง

ท่านผู้หญิงแผ้วสำเร็จการศึกษาวิชาสามัญจาก
โรงเรียนในวังสวนกุหลาบ และสำเร็จการศึกษา
ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.ศ. 3) จากโรงเรียน
ประชาพิทยากร นอกจากนี้เธอยังมีความรู้ด้าน
ภาษาฝรั่งเศสจากภคินีที่โรงเรียนพระหฤทัย
คอนแวนต์และศึกษาภาษาอังกฤษจาก
คุณหญิงดอรีสราชานุประพันธ์ ทั้งมี
ความรู้ด้านมารยาททางสังคมและ
การปฏิบัติตน

3 สะใภ้หลวง

ขณะท่านผู้หญิงแผ้วมีอายุได้ 13 ปี ได้เข้าไปเรียน
นาฏศิลป์กับเจ้าจอมมารดาทับทิม ในรัชกาลที่ 5 และ
ทำการแสดงที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้แสดงคู่
กับคุณหญิงเทศ นัฏกานุรักษ์ โดยเธอได้แสดงเป็น
เมขลา ส่วนคุณหญิงนัฏกานุรักษ์แสดงเป็นรามสูร ต่อ
มาได้แสดงเรื่อง อิเหนา รับบทเป็น ดรสา ที่กระโดด
กองไฟตายตามระตู เป็นที่ต้องพระหฤทัยของสมเด็จ
พระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวง
นครราชสีมา และทรงขอเธอเข้าเป็นหม่อมห้าม มีนาม

ว่า หม่อมแผ้วนครราชสีมา แม้จะเป็นการเสกสมรสกับ
หญิงสามัญชนแต่ก็ไม่มีผู้ใดขัดพระทัย ส่วนหนึ่งก็เพราะเจ้านายพระองค์นี้เป็นที่
ห่วงใยของพระราชชนกชนนีเพราะมีพระพลานามัยไม่สู้สมบูรณ์มานาน เธอ
เปี่ ยมสุขยิ่งในฐานะหม่อมในสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรม
หลวงนครราชสีมาซึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นรัชทายาทอันดับหนึ่งแห่งกรุงสยาม
หลังการทิวงคตของสมเด็จพระเชษฐาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวง
พิษณุโลกประชานาถเมื่อ พ.ศ. 2463 ต่อมาได้ทรงนำความกราบบังคมทูล
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับ

หม่อมแผ้วเข้าเป็นสะใภ้หลวง ถือเป็นหญิงสามัญชนที่ไม่ใช่ลูก
หลานขุนนางคนแรกที่ได้เป็นสะใภ้หลวง และได้พระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นทุติยจุลจอมเกล้า
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2466

ทว่าชีวิตสะใภ้หลวงได้สิ้นสุดลง เมื่อสมเด็จพระ 4

เชษฐาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวง

นครราชสีมาประชวรด้วยพระโรคพระวักกะอักเสบ

ก่อนทิวงคต ณ พระตำหนักวังสวนกุหลาบ

พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2467

(ปฏิทินแบบปัจจุบัน พ.ศ. 2468) สิริพระชนมายุได้

36 พรรษา ยังความทุกข์เข้าสู่จิตใจของหม่อมแผ้ว

ยิ่งนัก โดยเธอเคยกล่าวเกี่ยวกับความรู้สึกของตน

หลังการทิวงคตของสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้า

อัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมาไว้ว่า

"...ตอนนั้นพระองค์ท่านมีพระชนมายุได้ 36 ปี ฉันอายุได้ 25 ปี ฉันรู้สึกว้าเหว่
และเศร้าโศกถึงกับเป็นลมพับไป และรู้สึกว่าโลกนี้
ช่างไม่มีอะไรแน่นอนทั้งสิ้น..."ในปี พ.ศ. 2470
หม่อมแผ้ว ได้กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่ง
หม่อมห้ามสะใภ้หลวง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
เจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาต และได้
ถวายคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้า
ที่ได้รับพระราชทานไว้

สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา และ
ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ณ พระตำหนักวังสวนกุหลาบ

5 สมรสหนที่สองและปัจฉิมวัย

ท่านผู้หญิงแผ้วจึงสมรสใหม่กับพลตรี หม่อมสนิท
วงศ์เสนี (หม่อมราชวงศ์ตัน สนิทวงศ์) พระโอรส
ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ กับ
หม่อมแจ่ม ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น
หม่อมสนิทวงศ์เสนี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2467

เป็นทูตทหารประจำประเทศฝรั่งเศส ประเทศ
อังกฤษ และประเทศอิตาลี เป็นอัครราชทูตประจำ
ประเทศโปรตุเกส และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
อุตสาหกรรม (พ.ศ 2491 – 2492)ท่านผู้หญิงแผ้วได้ติดตามสามีซึ่งรับราชการ
เป็นทูตประเทศต่าง ๆ ทั้งสองมีบุตร-ธิดาด้วยกันจำนวน 4 คน คือ

1.หม่อมหลวงแต้ว สนิทวงศ์
2.ท่านผู้หญิงนวลผ่อง เสนาณรงค์ สมรสกับพลเอก แสวง เสนาณรงค์
3.พ.ต.อ. (พิเศษ) หม่อมหลวงเติม สนิทวงศ์ สมรสกับโสภี โชติกพุกกณะ
4.หม่อมหลวงตวง สนิทวงศ์ สมรสกับหม่อมเจ้ารังษีนภดล ยุคล

ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2543
อายุ 96 ปี มีพิธีพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543
ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส
กรุงเทพมหานคร

ผลงาน 6

ผลงานเกี่ยวกับการแสดงศิลปะนาฏกรรม เช่น ท่ารำของ
ตัวพระ นาง ยักษ์ ลิง และตัวประกอบ การแสดงโขน ละครชาตรี
ละครนอก ละครใน ละครพันทาง
และระบำฟ้อนต่างๆ เป็นผู้คัดเลือก
การแสดง จัดทำบทและเป็นผู้ฝึก
สอน ฝึกซ้อม อำนวยการแสดง
ถวายทอดพระเนตรหน้าพระที่นั่ง
ในวโรกาสต้อนรับพระราชอาคันตุกะ อาคันตุกร และงานของรัฐบาล หน่วย
งานองค์กรต่างๆ จัดต้อนรับเป็นเกียรติแก่แขกผู้มาเยือนประเทศไทย เป็นผู้
คัดเลือกตัวละครให้เหมาะสมตามบทบาทในการแสดงต่างๆ เป็นผู้คัดเลือก
การแสดงวางตัวศิลปินผู้แสดงต่างประเทศเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี และเผย
แพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยเป็นผู้ฝึกสอนและอำนวยการฝึกซ้อมในการแสดงโขน
ละคร การละเล่นพื้นเมิง ระบำรำฟ้อนต่างๆ ที่กรมศิลปากรจัดแสดงแก่
ประชาชน ณ โรงละครแห่งชาติ สังคีตศาลา ในต่างจังหวัดและทางสถานี
โทรทัศน์ต่างๆ ตลอดทั้งร่วมในงานของหน่วยราชการ องค์กร สถาบันการ
ศึกษา และเอกชน เป็นวิทยากรบรรยายและตอบข้อซักถามในการอบรมวิชา

นาฏศิลป์และวรรณกรรม และ
เป็นที่ปรึกษาในการสร้าง
นาฏกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นด้วย

7 ผลงาน

ในด้านบทวรรณกรรมสำหรับใช้แสดง ได้ค้นคิดปรับปรุง
เสริมแต่งให้เหมาะสมกับยุคสมัย ดำเนินไปโดยถูกต้องตามระเบียบ
แบบแผนอันมีมาแต่ดั้งเดิม เช่น บทละครเรื่องอิเหนา ตอนเข้าเฝ้าท้าวดาหา
ตอนลมหอบ ตอนอุณากรรมชนไก่ ตอนบุษบาชมศาล ตอนศึกกระหมังกุหมิง
ตอนประสันตาต่อนัก เรื่องสังข์ทอง ตอนเลียบเมือง ตอนเลือกคู่หาปลา ตอน
ตีคลี ตอนนางมณฑาลงกระท่อม เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพลายเพชรพลาย
บัวออกศึก ตอนพระไวยแตกทัพ เรื่องไกรทอง ตอนที่ 1 ตะเภาแก้ว ตะเภา
ทอง และบริวารไปเล่นน้ำ ตอนที่ 2 ตามนางวิมาลากลับไปถ้ำ เรื่องพระอภัย
มณี ตอนพบนางละเวง ตอนนางละเวงพบดินถนัน ตอนหนีนางผีเสื้อสมุทร
เรื่องไชยเชษฐ์ ตอนนางสุวิญชาถูกขัน ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 เรื่องมโนราห์
บางตอนเกี่ยวกับพรานบุญ เรื่องรถเสนบาง เรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก
เรื่องสังข์ศิลป์ชัย ตอนท้าวเสนากุฏเข้าเมือง เรื่องเงาะป่า เรื่องคาวี ตอนได้นาง
ใจกลองศึก เรื่องสุวรรณหงส์ ตอนเสี่ยงว่าว-ชมถ้ำ บทโขน ตอน ปราบกากนา
สูร ตอนไมยราพสะกดทัพ ตอนศึกบรรลัยกัลป์ ตอนปล่อยม้าอุปการ

นอกจากนี้ ยังได้คิดประดิษฐ์กระบวนท่ารำขึ้นใหม่ไว้อีกมาก เช่น
กระบวนท่าร่ายรำในการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่
1-2 กระบวนท่าร่ายรำในการแสดงนาฏกรรมของกรมศิลปากร และกระบวนท่า

ร่ายรำชุดต่าง ๆที่กรมศิลปากรจัดแสดง

รางวัล : ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฏีมาลา เข็มศิลปวิทยา
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514


Click to View FlipBook Version