51
3.2 นางกาเหวา่ บา้ นแทน่ บา้ นเลขที่ 334 จิระ ตาํ บล ในเมือง อาํ เภอ เมือง
จงั หวดั นครราชสีมา โทร 044- 264467
3.3 นายใหญ่ วเิ ศษพลกรัง บา้ นเลขที่ 1235 ชุมชนวดั ทุง่ สวา่ ง-ศาลาลอย ตาํ บล ในเมือง
อาํ เภอ เมือง จงั หวดั นครราชสีมา โทร 081 – 5473 – 409
3.4 นางเลก็ หวงั ตรงกลาง บา้ นเลขท่ี 1234 ชุมชนหนา้ ยา่ โม ตาํ บล ในเมือง อาํ เภอ
เมือง จงั หวดั นครราชสีมา โทร 081 – 5473 – 409
3.5 นายบุญสม สงั ขส์ ุข เป็นผใู้ หส้ ัมภาษณ์ คณะครู กศน.ตาํ บล เป็นผสู้ มั ภาษณ์
นายกสมาคมหมอเพลงโคราช 386/145 ม. 6 ต.บา้ นเกาะ อ. เมือง จ. นครราชสีมา 30000
มือถือ 089 5792686 โทรสาร 044 276794
4. ส่ือแหล่งเรียนรู้ในชุมชน
4.1 ชุมชนวดั หวั สะพาน ตาํ บลในเมือง อาํ เภอเมือง จงั หวดั นครราชสีมา
4.2 ลานอนุสาวรียค์ ุณยา่ โมตาํ บลในเมือง อาํ เภอเมือง จงั หวดั นครราชสีมา
4.3 ชุมชนวดั ศาลาลอย ตาํ บลในเมือง อาํ เภอเมือง จงั หวดั นครราชสีมา
4.4 สมาคมหมอเพลงโคราช 386/145 ม. 6 ต.บา้ นเกาะ อ. เมือง จ. นครราชสีมา 30000
มือถือ 089 5792686 โทรสาร 044 276794
4.5 บา้ นคุณยา่ โม บา้ นเลขท่ี 536/1 ถ.จอมพล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
การวดั ผลประเมนิ ผล
1. การประเมินความกา้ วหนา้
1.1 ซกั ถาม
1.2 สงั เกต
2. การประเมินผลรวม
2.1 ตอบแบบสอบถาม
2.2 สะทอ้ นผล
52
หัวเรื่องที่ 3 ทกั ษะการร้องเพลงโคราช
จานวน 80 ชั่วโมง
สาระสาคญั
1. ความรู้พ้นื ฐานในการร้องเพลงโคราช
1.1 การยกครู หมายถึง การไหวค้ รูบาอาจารยก์ ่อนข้ึนทาํ การแสดงทุกคร้ัง
1.2 การไหวค้ รูหมายถึง เป็นพิธีกรรมท่ีจดั ข้ึนเพ่ือรําลึกถึงครูบาอาจารยจ์ ดั ทาํ ข้ึนปี ละ 1 คร้ัง
1.3 อุปกรณ์ประกอบการร้องเพลงหมายถึง ใชเ้ พียงการปรบมือเป็นการใหจ้ งั หวะในระหวา่ ง
การร้องเพลง
1.4 เวทีเพลงโคราชหมายถึงเวทีการแสดง
1.5 ท่ารําหมายถึงเป็นทา่ รําที่ประกอบการแสดงตามบทกลอนท่ีร้องน้นั ๆ
1.6 ภาษาโคราชหมายถึงภาษาถิ่นที่เป็นเอกลกั ษณ์ของวถิ ีชีวิตคนโคราช
2. การฝึกร้องเพลงโคราช
3.1 การฝึกการยกครูและการไหวค้ รูเป็นการไหวค้ รูบาอาจารยท์ ่ีประสิทธ์ิประศาสตร์วชิ าการ
ร้องเพลง การต่อกลอนเพลงโคราช
3.2 การฝึกเขียนกลอนโคราชน้นั จะเป็นการฝึกต่อกลอนโดยผเู้ รียนจะตอ้ งฝึกท่องคาํ กลอนที่
ครูเพลงแต่งไว้
3.3 การฝึกร้องเพลงโคราชเป็นการฝึกร้องคาํ กลอนใหส้ อดคลอ้ งทาํ นองขอเพลงโคราช
3.4 การฝึกท่ารําเพลงโคราชเพอื่ ใหก้ ารร้องเพลงโคราชดูสนุกสนานน่าสนใจมากข้ึนจึงไดใ้ ช้
ทา่ ราํ ประกอบการร้องตามคาํ กลอน
3.5 ข้นั ตอนการร้องเพลงโคราชผเู้ รียนตอ้ งหดั ร้องคาํ เอ้ือนเพลงตอนตน้ ก่อน
4. ข้นั การอนุรักษเ์ พลงโคราช
4.1 ระดบั บุคคล
4.2 ระดบั คอบครัว
4.3 ระดบั ชุมชน
53
ตวั ชี้วดั
1. อธิบายการยกครู การไหวค้ รู การแตง่ กาย อุปกรณ์ประกอบการร้องเพลง เวทีร้องเพลงโคราช
ทา่ ราํ และภาษาโคราชได้
2. สามารถฝึกการยกครู การไหวค้ รู การฝึกเขียนกลอนเพลงโคราช การฝึกร้องเพลงโคราช การ
ฝึกทา่ รําเพลงโคราช และปฏิบตั ิข้นั ตอนการร้องเพลงโคราชได้
3. สามารถอนุรักษร์ ้องเพลงโคราชได้
54
ทกั ษะการร้องเพลงโคราช
1.ความรู้พืน้ ฐานในการร้องเพลงโคราช
1.1 การยกครูและการไหวค้ รู
ผมู้ ีใจรักในการท่ีจะเป็นหมอเพลงแลว้ มกั ไปฝากตวั เป็ น
ศิษย์ กบั ครูเพลงโดยตรง มีบางรายท่ีบิดามารดาหรือผปู้ กครอง
ตอ้ งการใหล้ ูกเป็ นหมอเพลงกน็ าํ ไปฝากกบั ครูเพลง และบางรายท่ีครู
เพลง เห็นวา่ มีแววจะเป็ นหมอเพลงที่ดี กม็ กั จะขอตวั ไปอยดู่ ว้ ย ครูจะ
ดูหน่วยกา้ นของผทู้ ่ีจะเป็ นศิษย์ ดูกิริยาท่าทาง เสียงและปฏิภาณ การ
ทดสอบเพือ่ รับเป็ นลูกศิษย์ อาจทาํ ไดโ้ ดย ใหร้ ้องวา่ เพลงกอ้ มใหฟ้ ัง
ถา้ เห็นวา่ มีแวว พอจะเป็ นหมอเพลงได้ กร็ ับไว้ ก่อนจะหดั ตอ้ งมีการ
ยกครูก่อน
อุปกรณ์ที่จะใชค้ ือ
1. กรวย 6 กรวย ( ลกั ษณะเป็นกรวยกน้ แหลม )
2. ดอกไมข้ าว 6 คู่
3. เทียน 6 เล่ม
4. ธูป 6 ดอก
5. ผา้ ขาว 1 ผนื ยาวประมาณ 4 ศอก
6. เงิน 6 บาท บางครูก็ 12 บาท
เม่ือรับไวเ้ ป็นศิษยแ์ ลว้ ผทู้ ี่จะหดั เพลง กจ็ ะพกั อยทู่ ี่บา้ นครู ช่วยครูทาํ งานในตอนกลางวนั
ตอนกลางคืนจะตอ่ เพลงกบั ครู ซ่ึงเป็นการตอ่ เพลงแบบปากต่อปาก ไมม่ ีการเขียนหรือจดไว้ เพราะคนใน
สมยั ก่อน มีผรู้ ู้หนงั สือนอ้ ย หมอเพลงที่มีช่ือเสียงมากในยคุ ก่อน บางคน
ไม่รู้หนงั สือ การต่อกลอนในลกั ษณะน้ีจะตอ่ กนั คืนละ 1 กลอนเท่าน้นั
ศิษยจ์ ะตอ้ งทอ่ งจนข้ึนใจ และตอ้ งวา่ ใหค้ รูฟังในตอนเชา้ ก่อนท่ีจะออกไป
ทาํ งานใหค้ รู ถา้ จาํ ไม่ไดก้ จ็ ะตอ้ งต่อกนั ใหมใ่ นคืนต่อไป จนกวา่ จะจาํ ได้
นอกจากจะต่อกลอนแลว้ ครูยงั ใหฝ้ ึกการเอ้ือนทาํ นอง และออกเสียงตวั
กล้าํ "ร ล" อีกดว้ ย
1.2 การแต่งกาย
55
ผหู้ ญิง นุ่งผา้ โจงกระเบน เป็ นผา้ พ้ืนทอมือสีเขม้ เช่น สีดาํ สีน้าํ ตาล สีกรมท่า คาดเขม็ ขดั เงิน เขม็ ขดั
ทอง หรือเขม็ ขดั นาก ไมน่ ิยมนุ่งซ่ิน สวมเส้ือตดั เยบ็ จากผา้ ฝ้ายทอมือ เส้ือที่นิยมใช้ เรียกวา่ เส้ือ "คอ
กระโจม" และเส้ือ "อีแปะ" หญิงชาวไทยเบิง้ จะใชเ้ ส้ือประเภทน้ีไปวดั แตง่ งานใชส้ ไบเฉียงห่มทบั เส้ือ หรือ
สวมเส้ือแขน กระบอกห่มสไบทบั เส้ือ ถา้ อยบู่ า้ นมกั ใชผ้ า้ คาดอกแทนการสวมเส้ือ ตดั ผมทรงดอกกระทุ่ม
ไม่นิยมดดั ผม และแตง่ หนา้ เพยี งใชแ้ ป้งเมด็ บรรจุกระป๋ องทาหนา้ กินหมากทาํ ใหป้ ากแดง ใชส้ ีผ้งึ ทาปาก
เพ่ือไม่ใหป้ ากแหง้ การบาํ รุงผวิ ใชข้ มิน้ ผสมกบั ดินสอพอง ทาตวั และทาหนา้ สาํ หรับเครื่องประดบั นิยมใช้
ทองมากกวา่ เพชรพลอย และนิยมใชต้ ุม้ หูมากกวา่ สร้อยและแหวน สะพายยา่ มแทนกระเป๋ า ของที่ใส่ในยา่ ม
ไดแ้ ก่ เครื่องใชส้ ่วนตวั เครื่องมือในการประกอบอาชีพ ขา้ วห่อและอื่น ๆ ผชู้ าย ในอดีต ชายนุ่งโจงกระเบน
สวมเส้ือคอกลมไม่ผา่ อก นุ่งกางเกงขาก๊วย กางเกงขาส้นั กาง เกงขายาว หากอยบู่ า้ นนุ่งผา้ ถุงและไม่สวมเส้ือ
เมื่อออกนอกบา้ นสวมเส้ือคอกลม ปกฮาวาย หรือปกเชิ้ต มีผา้ ขาวมา้ พาดบ่า เหมือนสไบ ตดั ผมทรงดอก
กระทุม่ สะพายยา่ มไมส่ วมรองเทา้
ผชู้ าย ส่วนใหญ่จะนุ่งผา้ โจงกระเบน ผา้ ที่จะนาํ มานุ่งส่วนใหญ่ จะเป็นผา้ ไหมหางกระรอก ซ่ึงเป็น
ผลิตผลของชาวโคราชผลิตกนั ข้ึนมาเอง หรือบางทีกใ็ ชผ้ า้ มว่ งแทนก็มี เส้ือที่ใชน้ ้นั เป็ นเส้ือคอกลม แขนส้ัน
สีไมจ่ าํ กดั มีผา้ ขาวมา้ คาดเอว ภาษาโคราชวา่ ใชผ้ า้ ขาวมา้ "เคียนพุง" เครื่องประดบั อื่น ๆ นอกจากน้ีแลว้
ส่วนใหญไ่ ม่มี หมอเพลงบางคนกแ็ ขวนพระเคร่ืองบา้ ง
ผหู้ ญิง นุ่งผา้ โจงกระเบน เหมือนหมอเพลงผชู้ าย ผา้ ที่ใชน้ ุ่งกเ็ ป็นผา้ ไหมหางกระรอกหรือผา้ มว่ ง
เส้ือนิยมสวมเส้ือรัดรูป ไมม่ ีปก แขนส้นั ในสมยั ก่อนน้นั ผหู้ ญิงไมส่ วมเส้ือ มีแต่ผา้ รัดอก และใชผ้ า้ สะไบ
เฉียง พาดไหล่ นอกจากน้ีบางคนนิยมใชพ้ ลูจีบทดั หู ท้งั น้ีเพราะผหู้ ญิงไม่รู้จกั ชายหูชายตา ครูเพลงเลย
สอน ใหห้ ดั ชาํ เลืองดูพลูจีบที่ทดั หู
1.3 พิธีไหวค้ รู
ก่อนข้ึนเวที หมอเพลงจะไหวค้ รูก่อน เคร่ืองไหวค้ รู ซ่ึงเจา้ ภาพเป็นผหู้ ามาใหป้ ระกอบดว้ ย ผา้ ขาว
1 ผนื กรวยพระ 6 กรวย ดอกไม้ ธูป เทียน และเงินคา่ ยกครู 6 บาท สาํ หรับงานธรรมดา ส่วนงานศพ 12 บาท
ผา้ ขาวน้นั จะไดค้ ืนจากหมอเพลง เม่ือเสร็จงานแลว้ หมอเพลงจะไหวค้ รูทุกวนั โดยหวั หนา้ ท่ีไป จะเป็นผูน้ าํ
ไหว้ หลงั จากแตง่ ตวั เสร็จก่อนข้ึนเวที การไหวค้ รู หมอเพลงจะไหวบ้ ุพการี และบางคนก็ไหวพ้ ญามารดว้ ย
คือขอใหพ้ ญามาร ทาํ ลายฝ่ ายตรงขา้ มใหย้ อ่ ยยบั จาํ กลอนไม่ได้ ในบทไหวค้ รูก็ดูไม่จริงจงั และแทรกอารมณ์
ขนั ไวม้ าก
1.4 เวทีเพลงโคราช
ลกั ษณะเวทีเพลงโคราช
ในสมยั ก่อนน้นั การเล่นเพลงโคราชไมจ่ าํ กดั สถานท่ี อาจเล่นบนบา้ นหรือลานบา้ นกไ็ ด้ เพยี งแตน่ าํ
ครกตาํ ขา้ ว (ครกซอ้ มมือ) มาวางคว่าํ ลง แลว้ หาถงั ตกั น้าํ วางไวบ้ นครกน้นั เพอ่ื ใหห้ มอเพลงไดด้ ่ืมแกค้ อแหง้
ในยคุ ท่ียงั ไมม่ ีไฟฟ้าแสงสวา่ ง ชาวบา้ นมกั จะทาํ ไตช้ า้ ง หรือไตร้ ุ่งใหแ้ สงสวา่ งแทน ลกั ษณะของไตช้ า้ งหรือ
56
ไตร้ ุ่ง ทาํ ดว้ ยไมไ้ ผย่ าวประมาณ 5 ศอก ปลายขา้ งหน่ึงจกั ดว้ ยมีด แผอ่ อกสานดว้ ยไมไ้ ผเ่ ป็นรูปกระทะใส่ดิน
กรุ ใส่ชนั ผสมไมผ้ ุ ๆ หรือแกลบ จุดใหแ้ สงสวา่ ง ปลายอีกขา้ งหน่ึงฝังดินใกล้ ๆ กบั ครก ตอ่ มาใชต้ ะเกียงเจา้
พายุ หรือตะเกียงลาน จุดแทนไตร้ ุ่ง เวที ก็เปล่ียนมาเป็ นลาํ ดบั คือ มีเสา 4 เสา ยกพ้นื ปูกระดาน สูงจาก
พ้ืนดินประมาณ 1 เมตร หลงั คามุงดว้ ยกา้ นมะพร้าว ที่กลางพ้ืนเวทีก็ยงั มีถงั ใส่น้าํ ต้งั อยเู่ ช่นเดิม เมื่อก่อน ท่ียงั
ไมม่ ีเครื่องขยายเสียงน้นั หมอเพลงตอ้ งเสียงดงั พอที่จะฟังไดย้ นิ แตป่ ัจจุบนั ส่ิงท่ีช่วยใหแ้ สงสวา่ ง ในการ
เล่นเพลงโคราชคือ ไฟฟ้าและมีเคร่ืองขยายเสียง ที่ดงั กวา่ เสียงหมอเพลงในคร้ังก่อน ๆ เป็นประโยชน์ท้งั
ผฟู้ ังและหมอเพลง
1.5 ท่าราํ
ท่ารําพอจะจาํ แนกออกเป็น 2 ลกั ษณะ คือ
1.5.1ท่ารําชา้ ลกั ษณะการราํ ผชู้ าย จะกางแขนท้งั สองขา้ งออกพองาม มือแบออกราํ ข้ึนลงขา้ งตน้
ส่วนขา ยา่ งตามจงั หวะ ของกลอนเพลง สมยั ก่อนผชู้ ายจะวาดวงแขนกวา้ ง ผหู้ ญิงรําเหมือนฝ่ ายชาย ต่างกนั
ท่ีจีบมือ และวงแขนแคบ
1.5.2. ทา่ รําเร็ว ฝ่ ายชายจะรําเหมือนท่าราํ ชา้ แต่เร่งจงั หวะการราํ ใหเ้ ร็วข้ึนตามกลอนเพลง อีกท้งั
ตอ้ งรํารุดหนา้ เขา้ หาฝ่ ายหญิง ทาํ นองวา่ จะเขา้ ไปถูกเน้ือตอ้ งตวั ทา่ ราํ เหมือนทา่ รําชา้ เมื่อฝ่ ายชายรุกมา
หญิงกจ็ ะราํ ถอยหนี มือท้งั สอง ตอ้ งคอยรําปัดป้อง มิใหฝ้ ่ ายชายถูกเน้ือตอ้ งตวั ได้ แต่อยา่ งไรก็ตามมีขอ้ หา้ ม
สาํ หรับหมอเพลง ฝ่ ายชาย จะถูกเน้ือตอ้ งตวั ฝ่ ายหญิงไม่ไดป้ รัชญาเบ้ืองหลงั ทา่ ราํ มีวา่ การที่ผชู้ ายวาดวง
แขนกวา้ ง เป็นการแสดงการปกป้อง คุม้ ครองฝ่ ายหญิง ผหู้ ญิงวาดวงแขนแคบ แสดงการฉอเลาะ ตอนแรก
ชายจะรุกหญิงถอย และตอนหลงั หญิงจะรุก ชายถอย แสดงวา่ หญิงจะชนะทุกคร้ัง ในเรื่องเพศ
1.6 ลาํ ดบั ข้นั ของการเล่นเพลงโคราช
การเล่นเพลงโคราชซ่ึงกลอนเพลงมีช่ือเรียกตามเน้ือหาต่างๆ แตพ่ อจะสรุปการเล่นเป็ นข้นั ๆ
ไดด้ งั น้ี
1. เพลงเกร่ิน ฝ่ ายชายจะข้ึนเวทีก่อน บอกเกริ่นให้รู้ถึงเหตุท่ีจดั ใหม้ ีการเล่นเพลงข้ึนเพ่อื อะไร
งานอะไร ใครเป็นเจา้ ภาพ มีจุดประสงคอ์ ยา่ งไร ใหผ้ ูท้ ี่มาฟังไดท้ ราบ และอาจมีการขออภยั ผชู้ มก่อน
ถา้ สุ้มเสียง หรือการแสดง บกพร่อง
2. เพลงเชิญ ฝ่ ายชายจะตอ้ งร้องเชิญใหฝ้ ่ ายหญิงลงจากเรือนมาเพือ่ วา่ เพลงกบั ตน เพลงตดั เชิญ
ฝ่ ายหญิงจะร้องแกว้ า่ การท่ีลงมาชา้ เพราะเป็นผหู้ ญิงก็ตอ้ งแตง่ กายใหส้ วยงาม อาจล่าชา้ ไปบา้ งตอ้ งขออภยั
3. เพลงถามข่าว ฝ่ ายชายจะถามผหู้ ญิงวา่ ชื่ออะไร บา้ นอยทู่ ี่ไหน มีอาชีพอะไร
4. เพลงเปรียบ เป็นเพลงท่ีท้งั สองฝ่ ายกระทบกระเทียบเสียดสีซ่ึงกนั และกนั
5. เพลงไหวค้ รู ร้องเพอื่ ระลึกถึงครู อาจารยซ์ ่ึงนาํ ความรู้สงั่ สอนมา ไหวท้ ้งั คุณพระรัตนตรัย และ
พญามาร
6. เพลงปรึกษา หลงั จากไหวค้ รูแลว้ ก็จะปรึกษากนั วา่ จะเริ่มเล่นเร่ืองอะไรก่อนดี
7. เพลงเก้ียว เพลงเก้ียวน้ีมีหลายอยา่ ง ท้งั เก้ียวธรรมดาและเก้ียวหลอก ๆ
57
8. เพลงชวน เก้ียวแลว้ เม่ือชอบพอกนั ก็ชวนกนั หนีหรือชวนไปชมนก ชมไม้
9. เพลงชมธรรมชาติ พรรณนาความงามของธรรมชาติ
10. เพลงเรื่อง เป็นเพลงท่ีเล่าเร่ืองใดเร่ืองหน่ึงโดยเฉพาะ เช่น เร่ืองเวสสนั ดร สุภมิต เกสินี เป็นตน้
11. เพลงลองปัญญา เป็นการซกั ถามประวตั ิของบางสิ่งบางอยา่ ง เพอ่ื ทดสอบปัญญา
12. เพลงเก้ียวแกมจาก ฝ่ ายหญิงและชายส่งั ลากนั อวยชยั ใหพ้ รฝ่ ายตรงกนั ขา้ ม บางทีก็ชวนไปอยู่
ดว้ ยกนั
13. เพลงปลอบ เป็นเพลงท่ีบอกอยา่ ใหเ้ สียอกเสียใจเมื่อลา
14. เพลงจาก เป็นเพลงที่บอกถึงความจาํ เป็นตอ้ งจากลา
15. เพลงคร่าํ ครวญ แสดงถึงความรันทดในการพลดั พรากจากกนั
16. เพลงใหพ้ ร เป็นการใหพ้ รเจา้ ภาพ ผดู้ ู รวมถึงหมอเพลงดว้ ยกนั
17. เพลงลา กล่าวลาเจา้ ภาพ ผดู้ ู และหมอเพลงท่ีร่วมเล่นดว้ ยกนั
เพลงโคราชสมยั ปัจจุบนั อาจจะมีการแสดงอ่ืน ๆ เขา้ แทรกเพ่ือเปลี่ยนบรรยากาศใหผ้ ฟู้ ังคลายความลา้
จากการฟัง หรืออาจเป็นการแทรกเพื่อทาํ ตามคาํ ขอผชู้ มก็ได้ เช่นแทรกลาํ ตดั เพลงฉ่อย หมอลาํ เพลงลูกทุ่ง
แหล่ ฯลฯ ในยคุ ก่อนน้นั จะมีการแทรกเพยี งแหล่โคราชเทา่ น้นั แต่ตอ่ มา อาจจะเป็นเพราะอิทธิพลของการ
แสดงอื่น ๆ เขา้ มามีบทบาทข้ึน จึงทาํ ใหม้ ีการผสมผสานทางดา้ นการแสดงกนั มากข้ึน
ความเช่ือในการเล่นเพลงโคราช
ส่วนใหญห่ มอเพลงจะมีความเชื่อในเร่ืองโชคลางพอสมควร เช่นในการกา้ วข้ึนโรงเพลง จะมีการดูทิศ
ตามฤกษร์ ับ กา้ วแรกท่ีข้ึน จะตอ้ งเลือกดูตามทิศทาง โดยการหายใจ ถา้ ขา้ งซา้ ยคล่อง ก็กา้ วขาซา้ ยข้ึน ทาํ นอง
เดียวกนั ถา้ ขา้ งขวาหายใจสะดวก กก็ า้ วขา้ งขวาข้ึน เป็ นตน้ เม่ือข้ึนเวทีไปแลว้ กม็ ีการเป่ าคาถามหานิยม
เพ่อื ใหผ้ ฟู้ ังชื่นชอบตนก็มี หมอเพลงบางคนเช่ือวา่ หลงั คาโรงเพลงน้นั ถา้ หากมีการมดั ดว้ ยตอก หรือส่ิงอื่น
ใดจะทาํ ใหค้ าถาอาคม สติปัญญาในการวา่ เพลงเส่ือมลงไปดว้ ย กข็ อร้องใหแ้ กม้ ดั ตอกออกกม็ ี
2. การฝึ กและข้ันตอนการร้องเพลงโคราช
เพลงโคราช ต้งั แตย่ คุ แรกมาจนถึงยคุ ปัจจุบนั เริ่มต้งั แต่เพลงส้ัน ๆ มาจนถึงเพลงยาว ๆ ท่ี
ใชเ้ ล่นกนั ในปัจจุบนั น้ีแบ่งได้ 5 ประเภท คือ
- เพลงขดั อนั เป็นเพลงส้นั ๆ มีสัมผสั อยแู่ ห่งเดียว คือ ระหวา่ งวรรคท่ี 1 กบั วรรคท่ี 2
เทา่ น้นั ส่วนวรรคที่ 3 และ 4 ไม่มีสัมผสั ( สัมผสั ที่ใชเ้ ป็นสัมผสั สระ ) เช่น
เออ้ เอ่อ....สะรุสะระ อีแมก่ ะทะขวั่ ถว่ั เมิด้ บุญผวั แลว้ เหมือนไขไ่ ก่ร่างรัง
เออ้ เอ่อ....สะรุสะระ อีแม่กระทะขวั่ หมี่ รู้วา่ กินไม่เมิ้ด มึงจิขวั่ มากทาํ ไม
( ในขอ้ 2.1.2 น้ี จะเห็นไดว้ า่ มีการเล่นอกั ษรเพิ่มเขา้ มาแต่ยงั ไม่บงั คบั ลกั ษณะน้ีจะกลายเป็นสมั ผสั บงั คบั ใน
สมยั หลงั )
- เพลงกอ้ ม เป็นเพลงส้นั ๆ เช่นเดียวกบั เพลงขดั อนั แตเ่ พม่ิ สัมผสั ในระหวา่ งวรรคที่ 3
58
และ 4 ซ่ึงไม่มีในในเพลงขดั อนั เช่น ทาํ กะตอ้ งกะแตง้ อยูเ่ หมือนกะแต๋งคอกะติก ขอให่พี่ซกั หน่อย จะเอา
ไปฝากถ่วยน่ามพริก
- เพลงหลกั เป็นเพลงท่ีเพม่ิ จาํ นวนวรรคจาก 4 วรรคในเพลง 2 ประเภทตน้ มาเป็น 6
วรรค เพลงประเภทน้ีจะเห็นวา่ การเริ่มใชส้ มั ผสั ประเภทอกั ษรเด่นชดั ข้ึนเช่น
- อนั คนเราทุกวนั เปรียบกนั กะโคม พอคนโห่ควนั โหม ก็ลอยบนเวหา พอเมิด้ ควนั โคม
คืน ก็ตก๊ ลงพ้นื สุธา...ใหญ่
- เกษาวา่ ผม แก่แลว้ บานผเี มื่อผมดาํ งามดี กล็ บั มาหายดาํ ไม่เป็นผลดีดอกผม จะไม่นิยม
มนั ทาํ ...ไม
- เพลงสมยั ปัจจุบนั คือเพลงท่ีใชร้ ้องเล่นกนั ในปัจจุบนั มีขนาดยาวกวา่ สมยั ก่อน ๆ แต่ถา้
ร้องจะร้องชา้ บางทีจงั หวะไม่สม่าํ เสมอ ข้ึนอยกู่ บั ผรู้ ้อง ร้องชา้ หรือร้องเร็วไมส่ ม่าํ เสมอเช่น
โอโ้ อ่
...... ประเทศของไทยเราถึงคราวแคบ มนั ตอ้ งมีคนแอบดอกนาพ่เี อย
.......คนแฝงเพลงโคราช สมยั เจริญจา้ งเป็นเงินมากแ็ พง .......เองจะวา่ กนั ยงั ไงจะถูกใจคน
ฟังขอใหห้ นุ่มนาํ หนา้ พอ
.......เหนื่อยมาจะนาํ นอน ถา้ เข่าใจครรไลจร ใหช้ ่ีนิ่วนาํ ทาง
.......อุปมาเหมือนยงั พระ.....เดินนาํ เณร (ตบมือ)
สมยั ววิ ฒั นพ์ ฒั นา เขากา้ วหน่ามิใช่น่อย
มาฉนั จะเดินซ่อนรอย ขอแต่ใหพ้ ีช่ ายนาํ
ถา้ ยงั ไม่จรจะนาํ ไปถึงจุด๊ ฉนั คงไมย่ ดุ๊ พยายาม
จะนาํ นอ้ งเข่าไปเขาใหญ่ หรือดงพญา....เยน็
- เพลงจงั หวะราํ เพลงประเภทน้ี เป็นท่ีใชร้ ้องกนั อยใู่ นสมยั ปัจจุบนั เช่นเดียวกบั ที่กล่าว
มาแลว้ ในขอ้ 2.4 แตกตา่ งกนั ที่ตรงจงั หวะราํ น้ีจะเล่นสมั ผสั มาก และสม่าํ เสมอ สามารถเคาะจงั หวะตามได้
และขณะที่ร้อง ผรู้ ้องจะราํ ขยม่ ตวั ไปตามจงั หวะเพลงดว้ ย โดยจะเริ่มราํ เมื่อวา่ ไปแลว้ ประมาณ 4 วรรค
เพราะใน 4 วรรคตน้ น้ีจงั หวะยงั ไม่กระช้นั หรือคงที่ อาจชา้ บา้ งเร็วบา้ ง จะรําดว้ ยกไ็ ดแ้ ต่เป็นการรําชา้ ๆ ไป
ราํ จงั หวะเร็วท่ีวรรคที่ 5 - 8 เป็นการจบท่อนแรก พร้อมท้งั ตบมือ 1 คร้ัง พอข้ึนท่อนที่ 2 จะร้องชา้ ลงเพื่อ
เตรียมจบหรือเตรียมลง การรําหลอกล่อกนั ระหวา่ งชายและหญิง คือถา้ ฝ่ ายชายร้อง ฝ่ ายหญิงก็จะราํ ดว้ ย ถา้
ฝ่ ายหญิงร้องฝ่ ายชายกจ็ ะราํ ดว้ ย การรําจึงเป็นการรําทีละคู่
แบ่งตามลกั ษณะกลอน จะไดเ้ ป็น 5 ประเภทคือ เพลงคู่สอง เพลงคูส่ ่ี เพลงคู่แปด และเพลงคูส่ ิบ
สอง การแบ่งเช่นน้ี เป็ นการกาํ หนดประเภทคลา้ ยแบบท่ีแบง่ ตามววิ ฒั นาการนน่ั เอง คือเพลงคูส่ องกบั คูส่ ่ี
เป็นเพลงกอ้ ม ส่วนเพลงคูห่ ก กบั คู่แปดเป็นเพลงที่ใชร้ ้องกนั ในปัจจุบนั ซ่ึงท้งั สองประเภทน้ี มีความ
แตกต่างกนั เพยี งเล็กนอ้ ย ในดา้ นจาํ นวนคาํ ในวรรค ส่วนเพลงคูส่ ิบสองน้นั เป็นเพลงท่ีดดั แปลง มาจากเพลง
59
คูแ่ ปด โดยเพม่ิ จาํ นวนคาํ ในวรรคมากข้ึน และร้องเร็วมาก จงั หวะถี่ยงั ไมแ่ พร่หลายนกั ในปัจจุบนั เพราะ
หมอเพลงส่วนใหญ่ จะคิดคาํ ไม่ทนั กบั ที่ตอ้ งวา่ เร็ว ๆ จึงปรากฎใหเ้ ห็น เพียงเล็กนอ้ ยเท่าน้นั
แบง่ ตามเน้ือหาของเพลง จะไดห้ ลายชนิด เช่น เพลงเกริ่น เพลงเชิญ เพลงไหวค้ รู เพลงถามข่าว
เพลงชวน เพลงชมนกชมไม้ เพลงเก้ียวเพลงเปรียบ เพลงสาบาน เพลงด่า เพลงคร่ําครวญ เพลงสู่ขอ เพลง
เก้ียวแกมจาก เพลงจาก เพลงลา เพลงพาหนี เพลงปลอบ เพลงไหวพ้ ระ เพลงตวั เดียว เพลงเร่ือง ( นิทาน )
เป็ นตน้
เน้ือหาของเพลงโคราชมีหลายรส ท้งั คาํ สงั่ สอนคาํ ด่า กระทบกระเทียบเปรียบเปรยและกล่าวเป็น
นยั ถึงเร่ืองเพศ เป็นการใชภ้ าษาเชิงสัญลกั ษณ์ และการใชค้ าํ ตรงๆ จนคนที่ไมช่ ิน กบั เพลงปฎิพากยพ์ ้นื บา้ น
ฟังไมไ่ ด้ เพราะเห็นวา่ หยาบโลนจนเกินไป ถา้ ผฟู้ ังเพลงชอบใจ จะโห่ฮิว้ แทนการปรบมือ
เน้ือหาของเพลงโคราชเก่ียวขอ้ งกบั สิ่งต่อไปน้ี
1. สุภาษิต และคาํ สัง่ สอน
2. เจตคติต่อสงั คม
3. ความเช่ือถือและคา่ นิยม
4. ความเป็นอยู่ อาชีพ และสภาพสังคม
5. วรรคดีไทย
6. นิทานพ้นื บา้ นและนิทานชาดก
7. ประวตั ิศาสตร์และวรี สตรีไทย
8. การใชป้ ฏิภาณไหวพริบในการพดู จาโตต้ อบกนั
9. ความรัก
10. ธรรมในพุทธศาสนา
เน้ือหาของเพลงโคราช ข้ึนอยกู่ บั โอกาสที่จะเล่น และบางคร้ัง ก็แลว้ แต่เจา้ ภาพท่ีหาเพลงโคราชไป
เล่น เป็นผกู้ าํ หนดวา่ จะใหเ้ ล่นเรื่องอะไร หมอเพลงโคราชรุ่นเก่า จะเนน้ เร่ืองการใชป้ ฏิภาณไหวพริบ นิทาน
ชาดก และเคร่งครัดมากในเร่ืองสอนศีลธรรม หมอเพลงโคราชรุ่นใหม่ มกั จะเล่นตามคาํ เรียกร้องของผฟู้ ัง
และบางคน ไม่เคร่งครัดในเร่ืองศีลธรรมมากนกั
ขอ้ สงั เกตุวา่ วดั หลายแห่งในชนบทของนครราชสีมา เช่นท่ี อาํ เภอพมิ าย และอาํ เภอจกั ราช เวลา
เทศนม์ หาชาติ จะมีการแหล่ประกอบ เพลงแหล่เหล่าน้นั จะตอ้ งมีเพลงโคราชควบอยเู่ สมอ
2.1 การฝึกยกครูและการไหวค้ รู
การยกครูเพลงโคราช ตอ้ งเตรียมอุปกรณ์ดงั น้ี
กรวยพระ (กรวยกน้ ป้านหรือกรวยปากเป็ ด) ใส่ดอกไม้ 1ชุด หมากพลู 1 คาํ เทียน 1 เล่ม ธูป 3 ดอก
เงิน 6 บาท ในการตอ่ เพลงโคราชจากครูเพลงตอ้ งใชค้ วามพยายาม ขยนั ฝึกฝนประกอบกบั พรสวรรค์ ใน
60
เรียนเพลงโคราชจะมีการอาบน้าํ มนต์ โดยตอ้ งเตรียมเครื่องพิธีนอกจากของยกครูอีกต่างหาก ไดแ้ ก่ กรวย
พระใส่ดอกไม้ 6 ชุด เทียน 6 เล่ม ผา้ ขาว 1 ผนื เงิน 6 บาท ธูป 18 ดอก
2.2 การเขียนกลอนโคราช
เน้ือหาของเพลงโคราช
ข้ึนอยกู่ บั โอกาสท่ีจะเล่น และบางคร้ัง ก็แลว้ แตเ่ จา้ ภาพที่หาเพลงโคราชไปเล่น เป็ นผกู้ าํ หนดวา่
จะใหเ้ ล่นเร่ืองอะไร หมอเพลงโคราชรุ่นเก่า จะเนน้ เรื่องการใชป้ ฏิภาณไหวพริบ นิทานชาดก และเคร่งครัด
มากในเรื่องสอนศีลธรรม หมอเพลงโคราชรุ่นใหม่ มกั จะเล่นตามคาํ เรียกร้องของผูฟ้ ัง และบางคน ไม่
เคร่งครัดในเร่ืองศีลธรรมมากนกั
ขอ้ สังเกตุวา่ วดั หลายแห่งในชนบทของนครราชสีมา เช่นท่ี อาํ เภอพมิ าย และอาํ เภอจกั ราช เวลา
เทศนม์ หาชาติ จะมีการแหล่ประกอบ เพลงแหล่เหล่าน้นั จะตอ้ งมีเพลงโคราชควบอยเู่ สมอ
แมจ้ ะทราบวา่ คณะสัมผสั ของเพลงโคราชเป็นอยา่ งไร แต่การเขียนกลอนหรือแต่งกลอน ไม่อาจ
กระทาํ ไดง้ ่ายนกั การบรรจุคาํ ลงตามคณะ ใหถ้ ูกตอ้ งสมั ผสั บงั คบั ไดน้ ้นั ไมไ่ ดห้ มายความวา่ จะสามารถร้อง
เป็นทาํ นองได้ เช่นเดียวกนั กบั ท่ีปรากฏในวรรณคดีบางประเภท โดยเฉพาะวรรณคดีการละคร วา่ มีกลอน
บทละครบางเร่ือง ที่ไม่สามารถนาํ ไปร้องหรือเล่นละครไดจ้ ริง เพราะแมจ้ ะถูกตอ้ งตามสัมผสั บงั คบั ทุก
ประการ แตล่ ีลาของกลอน ไม่สอดคลอ้ งกบั ทาํ นองการร้อง
เพลงโคราชกเ็ ช่นเดียวกนั ผทู้ ี่จะเขียนกลอนโคราชไดน้ ้นั จะตอ้ งเป็ นผทู้ ่ีรู้จกั ทาํ นองจงั หวะ และลาํ
นาํ ของเพลงโคราชไดว้ า่ เป็นอยา่ งไร ตอ้ งจาํ ไดแ้ ม่นวา่ ลาํ นาํ ทาํ นองและจงั หวะเป็นอยา่ งไร นน่ั ยอ่ มหมายถึง
วา่ ผทู้ ี่จะจดจาํ ลาํ นาํ จงั หวะและทาํ นองไดน้ ้นั จะตอ้ งเป็นผทู้ ่ีเคยฝึกหดั ร้องเพลงโคราชใหจ้ าํ ไดม้ ากๆ หมนั่
ฝึกฝน จนรู้เสียงสูง เสียงต่าํ เสียงส้นั เสียงยาว และฟังจงั หวะแม่นยาํ หรือเคยชิน เม่ือไดส้ ัมผสั กบั กลอน
เพลงบอ่ ยๆ ก็จะจาํ ไดข้ ้ึนใจ เม่ือจะแตง่ กลอน หรือนึกกลอนใหม่ ก็ใชค้ าํ ไปตามทาํ นอง หรือจงั หวะท่ีจาํ ได้
น้นั เป็นเกณฑ์ ดงั น้นั แมห้ มอเพลงโคราช จะไมไ่ ดเ้ รียนหรือศึกษาเก่ียวกบั คณะสมั ผสั หรือลกั ษณะกลอน
เพลงโคราช ในภาคทฤษฎี แตจ่ ากการท่องกลอนบ่อยๆ ฝึ กหดั วา่ เพลงดว้ ยความพยายาม ก็จะรู้ไดว้ า่ คาํ คลอ้ ง
จองหรือสมั ผสั และลีลาของเพลงเป็นอยา่ งไร ถา้ หากมีความรู้การใชค้ าํ หรือมีความรู้แตกฉานในดา้ นภาษา
กจ็ ะสามารถหาคาํ มาใส่ในกลอน ใหส้ ามารถร้องเป็นเพลงได้ ครูเพลงทว่ั ไป จึงแตง่ กลอนเพลงได ้้ใน
ลกั ษณะเขียนไปตามลีลาน้ี หรือหมอเพลง ที่มีประสบการณ์พอสมควร จะสามารถดน้ กลอนหรือวา่ กลอน
สดไดท้ นั ที ส่วนท่ียงั ไมช่ าํ นาญ ใชว้ ธิ ีท่องจาํ กลอนเพลงใหไ้ ดม้ ากๆ จึงจะสามารถสงั เกตไดว้ า่ หมอเพลงคน
เดียวกนั ถา้ เขาเล่นต่างโอกาส ต่างสถานท่ี มกั จะมีเน้ือร้อง และทาํ นองซ้าํ ๆ กนั อยมู่ าก หรือสังเกตไดอ้ ีกวา่
หมอเพลงหลายๆ คน ท่ีเรียนมา จากครูคนเดียวกนั ก็จะมีลีลาการร้อง ทาํ นอง จงั หวะเพลงคลา้ ยคลึงกนั
สาํ หรับผทู้ ่ีจะฝึกหดั เขียน หรือแต่งกลอนเพลงโคราช กจ็ ะตอ้ งมีคุณสมบตั ิเช่นเดียวกนั คือ ศึกษา
ส่วนประกอบตา่ งๆ ของเพลงโคราชใหเ้ ขา้ ใจ และตอ้ งร้องเพลงโคราชได้ เมื่อเขียนมาแลว้ กล็ องร้องดู ถา้
ตรงไหนใชเ้ สียงผดิ ไป จากลีลาของเพลง กส็ ามารถแกไ้ ข หรือปรับเขา้ กบั ลีลาน้นั ได้
2.3 การฝึกร้องเพลงโคราช
61
ลาํ ดบั ข้นั ของการเล่นเพลงโคราช
การเล่นเพลงโคราชซ่ึงกลอนเพลงมีชื่อเรียกตามเน้ือหาตา่ งๆ แตพ่ อจะสรุปการเล่นเป็ นข้นั ๆ ได้
ดงั น้ี
1. เพลงเกริ่น ฝ่ ายชายจะข้ึนเวทีก่อน บอกเกร่ินให้รู้ถึงเหตุท่ีจดั ใหม้ ีการเล่นเพลงข้ึนเพื่ออะไร งาน
อะไร ใครเป็นเจา้ ภาพ มีจุดประสงคอ์ ยา่ งไร ใหผ้ ทู้ ่ีมาฟังไดท้ ราบ และอาจมีการขออภยั ผชู้ มก่อน ถา้ สุ้ม
เสียง หรือการแสดง บกพร่อง
2. เพลงเชิญ ฝ่ ายชายจะตอ้ งร้องเชิญใหฝ้ ่ ายหญิงลงจากเรือนมาเพ่อื วา่ เพลงกบั ตน
เพลงตดั เชิญ ฝ่ ายหญิงจะร้องแกว้ า่ การท่ีลงมาชา้ เพราะเป็นผหู้ ญิงกต็ อ้ งแต่งกายใหส้ วยงาม อาจล่าชา้ ไป
บา้ งตอ้ งขออภยั
3. เพลงถามข่าว ฝ่ ายชายจะถามผหู้ ญิงวา่ ชื่ออะไร บา้ นอยทู่ ่ีไหน มีอาชีพอะไร
4. เพลงเปรียบ เป็นเพลงท่ีท้งั สองฝ่ ายกระทบกระเทียบเสียดสีซ่ึงกนั และกนั
5. เพลงไหวค้ รู ร้องเพ่ือระลึกถึงครู อาจารยซ์ ่ึงนาํ ความรู้สั่งสอนมา ไหวท้ ้งั คุณพระรัตนตรัย และ
พญามาร
6. เพลงปรึกษา หลงั จากไหวค้ รูแลว้ ก็จะปรึกษากนั วา่ จะเริ่มเล่นเรื่องอะไรก่อนดี
7. เพลงเก้ียว เพลงเก้ียวน้ีมีหลายอยา่ ง ท้งั เก้ียวธรรมดาและเก้ียวหลอก ๆ
8. เพลงชวน เก้ียวแลว้ เม่ือชอบพอกนั กช็ วนกนั หนีหรือชวนไปชมนก ชมไม้
9. เพลงชมธรรมชาติ พรรณนาความงามของธรรมชาติ
10. เพลงเร่ือง เป็นเพลงท่ีเล่าเร่ืองใดเร่ืองหน่ึงโดยเฉพาะ เช่น เร่ืองเวสสนั ดร สุภมิต เกสินี เป็นตน้
11. เพลงลองปัญญา เป็นการซกั ถามประวตั ิของบางสิ่งบางอยา่ ง เพ่อื ทดสอบปัญญา
12. เพลงเก้ียวแกมจาก ฝ่ ายหญิงและชายสัง่ ลากนั อวยชยั ใหพ้ รฝ่ ายตรงกนั ขา้ ม บางทีกช็ วนไปอยู่
ดว้ ยกนั
13. เพลงปลอบ เป็นเพลงที่บอกอยา่ ใหเ้ สียอกเสียใจเม่ือลา
14. เพลงจาก เป็นเพลงท่ีบอกถึงความจาํ เป็นตอ้ งจากลา
15. เพลงคร่ําครวญ แสดงถึงความรันทดในการพลดั พรากจากกนั
16. เพลงใหพ้ ร เป็นการใหพ้ รเจา้ ภาพ ผดู้ ู รวมถึงหมอเพลงดว้ ยกนั
17. เพลงลา กล่าวลาเจา้ ภาพ ผดู้ ู และหมอเพลงท่ีร่วมเล่นดว้ ยกนั
เพลงโคราชสมยั ปัจจุบนั อาจจะมีการแสดงอื่น ๆ เขา้ แทรกเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศใหผ้ ฟู้ ังคลายความลา้
จากการฟัง หรืออาจเป็นการแทรกเพื่อทาํ ตามคาํ ขอผชู้ มก็ได้ เช่นแทรกลาํ ตดั เพลงฉ่อย หมอลาํ เพลงลูกทุ่ง
แหล่ ฯลฯ ในยคุ ก่อนน้นั จะมีการแทรกเพยี งแหล่โคราชเท่าน้นั แต่ตอ่ มา อาจจะเป็นเพราะอิทธิพลของการ
แสดงอื่น ๆ เขา้ มามีบทบาทข้ึน จึงทาํ ใหม้ ีการผสมผสานทางดา้ นการแสดงกนั มากข้ึน
62
2.4 การฝึกทา่ รําเพลงโคราช
การรําประกอบการร้องเพลงโคราช มีท่ารําที่พอจะจาํ แนกไดเ้ ป็น 2 ลกั ษณะ คือ
1. ทา่ รําชา้ ลกั ษณะการราํ ผชู้ ายจะกางแขนท้งั สองขา้ งออกพองาม มือแบออกรําข้ึนลงขา้ งตน้ ส่วนขา
ยา่ งตามจงั หวะ ของกลอนเพลง สมยั ก่อนผชู้ ายจะวาดวงแขนกวา้ ง ผหู้ ญิงรําเหมือนฝ่ ายชาย ต่างกนั ท่ีจีบมือ
และวงแขนแคบ
2. ทา่ ราํ เร็ว ฝ่ ายชายจะรําเหมือนท่า
ราํ ชา้ แต่เร่งจงั หวะการรําใหเ้ ร็วข้ึนตาม
กลอนเพลง อีกท้งั ตอ้ งรํารุดหนา้ เขา้ หาฝ่ าย
หญิง ทาํ นองวา่ จะเขา้ ไปถูกเน้ือตอ้ งตวั ท่า
รําเหมือนท่ารําชา้ เม่ือฝ่ ายชายรุกมา หญิงก็
จะรําถอยหนี มือท้งั สอง ตอ้ งคอยราํ ปัด
ป้อง มิใหฝ้ ่ ายชายถูกเน้ือตอ้ งตวั ได้ แต่
อยา่ งไรก็ตาม มีขอ้ หา้ มสาํ หรับหมอเพลง
ฝ่ ายชาย จะถูกเน้ือตอ้ งตวั ฝ่ ายหญิงไม่ได้
ภูมิปัญญาดา้ นนนั ทนาการของเพลง
โคราช ไดบ้ ่งบอกถึงเบ้ืองหลงั ท่ารํา
ประกอบเพลงโคราชกล่าวกนั วา่ การท่ี
ผชู้ ายวาดวงแขนกวา้ ง เป็นการแสดงการ
ปกป้องคุม้ ครองฝ่ ายหญิง ส่วนการที่ผหู้ ญิง
วาดวงแขนแคบ แสดงการฉอเลาะ ออเซาะ
63
ท่ารําตอนแรกชายจะเป็นฝ่ ายรุก หญิงจะเป็นฝ่ ายถอย และตอนหลงั หญิงจะรุก ชายจะถอย แสดงใหเ้ ห็นวา่
หญิงจะเป็ นฝ่ ายชนะทุกคร้ัง ในเร่ืองเพศ ตามความเช่ือของคนสมยั ก่อนท่ีฝ่ ายชายตอ้ งยอมอ่อนขอ้ ใหฝ้ ่ าย
หญิงท่ีถือวา่ เป็นเพศแม่
2.5 ข้นั ตอนการเล่นเพลงโคราช
เพลงโคราช มีลกั ษณะและวธิ ีเล่น ดงั น้ี
1. ผเู้ ล่น
ประกอบดว้ ยสองฝ่ าย คือ ฝ่ ายชายและฝ่ ายหญิง ซ่ึงปกติจะมีชาย 2 คน และหญิง 2 คน ในสมยั ก่อนไมม่ ี
สงั กดั คณะ ซ่ึงใครท่ีวา่ เพลงเก่งกส็ ามารถข้ึนมาร้องเพลงได้ ส่วนใหญ่จะประทะคารมกนั อยา่ งเผด็ มนั
2. การแต่งกาย
ท้งั ชายและหญิงมกั จะสวมเส้ือตามสมยั นิยม และนุ่งโจงกระเบน ฝ่ ายชายจะมีผา้ คาดเอวบางทีเป็น
ผา้ ขาวมา้ ไหม, ฝ้ายหรือผา้ แพร สามเหล่ียม หรือส่ีเหลี่ยมผนื ผา้ ตามถนดั
3. โรง
ลกั ษณะโรง ยกพ้ืนสูง 1 เมตร หรืออาจสูงกวา่ น้นั ตามความเหมาะสม ขนาดกวา้ งยาวขา้ งละ 3 เมตร
เป็นส่ีเหลี่ยมจตั ุรัส ตรงกลางโรง มีตะเกียงเจา้ พายุ ถา้ ในสมยั น้ีกใ็ ชไ้ ฟฟ้า มีเครื่องเสียง เช่น ไมโครโฟนและ
ลาํ โพง สาํ หรับหลงั คา สมยั ก่อนมุงแฝก ปัจจุบนั มุงดว้ ยสงั กะสีหรือกระเบ้ือง ทาํ ในลกั ษณะเพิงตรง ๆ เพ่อื
กนั น้าํ คา้ ง กนั แดด และกนั ฝน เพราะโรงเพลงโคราชมกั ต้งั อยกู่ ลางแจง้ เพ่ือใหผ้ ชู้ มไดม้ องเห็นอยา่ งชดั เจน
ข้นั การอนุรักษเ์ พลงโคราช
1 ระดบั บุคคล
2 ระดบั คอบครัว
3 ระดบั ชุมชน
การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
1. บรรยาย
2. ศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองจากเอกสาร อินเทอร์เน็ต และแหล่งเรียนรู้ในชุมชน
3. สัมภาษณ์ภูมิปัญญา
4. พบกลุ่ม อภิปรายแลกเปล่ียนเรียนรู้
5. สาธิตและฝึกปฏิบตั ิ ณ แหล่งเรียนรู้ในชุมชน
6. ฝึกปฏิบตั ิดว้ ยตนเองจนเกิดความชาํ นาญที่บา้ นหรือ ณ แหล่งเรียนรู้ฝึกเขียนและตรวจสอบ
ความเป็นไปไดข้ องโครงการประกอบอาชีพเพลงโคราช
7. สรุปและนาํ เสนอโครงการประกอบอาชีพเพลงโคราช
64
ส่ือและแหล่งเรียนรู้
1. ส่ือเอกสาร
1.2 หนงั สือ โคราชของเรา ผแู้ ต่ง ฯพณฯ สุวจั น์ ลิปตพลั ลภ ปี ที่พมิ พ์ 2542 โรงพิมพ์
บริษทั มงั กรการพิมพ์ (1994)จาํ กดั
1.3 หนงั สือเพลงโคราช เล่ม ๑ – ๒ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั นครราชสีมา ปี ท่ีพมิ พ์ ๒๕๕๕
จาํ นวน ๑,๐๐๐ เล่ม เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั เน่ือในวโรกาสทรง
เจริยพระชนมายุ ๗ รอบ ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๔
2. สื่ออิเลคทรอนิกส์
2.1 CD เร่ือง เพลงโคราช
2.2 เร่ือง ประวตั ิความเป็ นมาของเพลงโคราช
3. สื่อภูมิปัญญา
3.1 นายกาํ ป่ัน บา้ นแท่น บา้ นเลขท่ี 334 จิระ ตาํ บล ในเมือง อาํ เภอ เมือง จงั หวดั
นครราชสีมา โทร 044- 264467
3.2 นางกาเหวา่ บา้ นแท่น บา้ นเลขท่ี 334 จิระ ตาํ บล ในเมือง อาํ เภอ เมือง จงั หวดั
นครราชสีมา โทร 044- 264467
3.3 นายใหญ่ วเิ ศษพลกรัง บา้ นเลขท่ี 1235 ชุมชนวดั ทุ่งสวา่ ง-ศาลาลอย ตาํ บล ในเมือง
อาํ เภอ เมือง จงั หวดั นครราชสีมา โทร 081 – 5473 – 409
3.4 นางเลก็ หวงั ตรงกลาง บา้ นเลขที่ 1234 ชุมชนหนา้ ยา่ โม ตาํ บล ในเมือง อาํ เภอ เมือง
จงั หวดั นครราชสีมา โทร 081 – 5473 – 409
3.5 นายบุญสม สังขส์ ุข เป็นผใู้ หส้ มั ภาษณ์ คณะครู กศน.ตาํ บล เป็ นผสู้ ัมภาษณ์
นายกสมาคมหมอเพลงโคราช 386/145 ม. 6 ต.บา้ นเกาะ อ. เมือง จ. นครราชสีมา 30000 มือถือ 089
5792686 โทรสาร 044 276794
4. สื่อแหล่งเรียนรู้ในชุมชน
4.1 ชุมชนวดั หวั สะพาน ตาํ บลในเมือง อาํ เภอเมือง จงั หวดั นครราชสีมา
4.2 ลานอนุสาวรียค์ ุณยา่ โมตาํ บลในเมือง อาํ เภอเมือง จงั หวดั นครราชสีมา
4.3 ชุมชนวดั ศาลาลอย ตาํ บลในเมือง อาํ เภอเมือง จงั หวดั นครราชสีมา
4.4 สมาคมหมอเพลงโคราช 386/145 ม. 6 ต.บา้ นเกาะ อ. เมือง จ. นครราชสีมา 30000 มือถือ
089 5792686 โทรสาร 044 276794
การวดั ผลประเมนิ ผล
65
1. การประเมินความกา้ วหนา้
1.1 ซกั ถาม
1.2 สงั เกต
2. การประเมินผลรวม
2.1ฝึกการยกครู และการไหวค้ รู
2.2 ฝึกเขียนกลอนเพลงโคราชไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 2 วรรค
2.3ฝึกร้องเพลงโคราช ไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 1 วรรค
2.4 ฝึกท่าราํ เพลงโคราช และปฏิบตั ิข้นั ตอนการร้องเพลงโคราชประกอบการราํ
2.5 ฝึกท่ารําเพลงโคราช และปฏิบตั ิข้นั ตอนการร้องเพลงโคราช ประกอบการรําบนั ทึก
ใส่เคร่ืองเล่นมือถือ แลว้ ส่งครูทางไลน์กลุ่ม กศน.ตาํ บล
3. อธิบายการอนุรักษร์ ้องเพลงโคราชใส่สมุดบนั ทึกการเรียนรู้ ส่งครูที่ปรึกษา
บรรณานุกรม
ถาวร สุบงกช และคณะเพลงโคราช : การศึกษาในเชิงวเิ คราะห์และวจิ ารณ์ นครราชสีมา : เน่ืองใน
โอกาสฉลอง 80 ปี วทิ ยาลยั ครูนครราชสีมา (มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครราชสีมา)
ปรีชา อุยตระกลู กบั นฤมล ปิ ยวทิ ย์ การศึกษาวฒั นธรรมพ้ืนบา้ นที่เก่ียวขอ้ งกบั เดก็ ในจงั หวดั นครราชสีมา
รายงานการวิจยั อดั สาํ เนา ๒๕๓๓
วทิ ยาลยั ครูนครราชสีมา วฒั นธรรมพ้นื บา้ นนครราชสีมา,โคราชออฟเซ็ทการพิมพ,์ นครราชสีมา ๒๕๓๐
ศูนยว์ ฒั นธรรมจงั หวดั นครราชสีมา ของดีโคราชเล่มที่ ๑ จอหมายจากโคราช สาํ นกั งานคณะ กรรมการ
วฒั นธรรมแห่งชาติ ๒๕๒๕.
ศูนยว์ ฒั นธรรมจงั หวดั นครราชสีมา ของดีโคราชเล่มที่ ๓ บนั ทึกจากโคราช สาํ นกั งานคณะกรรมการ
วฒั นธรรมแห่งชาติ ๒๕๒๕.
วรี ะ เลิศจนั ทึก,เพลงโคราชในกระแสโลกาภิวตั น์,วทิ ยานิพนธ์ศิลปะศาสตร์มหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั
มหาสารคาม,๒๕๔๑
ถาวร สุบงกชและคณะ เพลงโคราช โรงพมิ พ์ ทีพพี ริ้นท์ จาํ กดั ปี ท่ีพิมพ์ ๒๕๓๖
สาํ นกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั นครราชสีมา,ปูมเมืองโคราช.บจม.สมบูรณ์การพมิ พ,์ ๒๕๔๙
66
ฯพณฯ สุวจั นล์ ิปตพลั ลภ ,โคราชของเรา, บริษทั มงั กรการพิมพ,์ ๒๕๔๒
กาํ ปั่น บา้ นแทน่ ,เร่ืองเล่าจากครูเพลง, สาํ นกั พมิ พ์ ตะวนั รุ่ง ซินดิเคท,๒๕๕๔
ณฏั ฐพนั ธ์ เขจรนนั ท์ และคณะ,การบริหารการดาํ เนินงานและการผลิต,บริษทั เอก็ ซเปอร์ เน็ท จาํ กดั
๒๕๔๕
http://edu.stou.ac.th/EDU/UploadedFile/7.pdf
http://pco.kpru.ac.th/webplan/jobbudget%20sicha/koomuakrongkarn/%EO%B8%B4.pdf
อาจารยก์ าํ ป่ัน บา้ นแทน่ บา้ นเลขท่ี 336 ถนนจิระ ตาํ บลในเมือง อาํ เภอเมือง จงั หวดั นครราชสีมา
โทรศพั ท์ 081-8762164,044-264467
นางกาเหวา่ โชคชยั บา้ นเลขที่ 336 ถนนจิระ ตาํ บลในเมือง อาํ เภอเมือง จงั หวดั นครราชสีมา
โทรศพั ท์ โทรศพั ท์ 081-8762164,044-264467
นายสวา่ ง บา้ นดอนผวา บา้ นเลขท่ี 346 บา้ นบุญนิมิต หมูท่ ่ี 11 ตาํ บลหวั ทะเล อาํ เภอเมือง
จงั หวดั นครราชสีมา
นายบุญสม สงั ขส์ ุข เป็นผใู้ หส้ ัมภาษณ์ คณะครู กศน.ตาํ บลเป็นผสู้ มั ภาษณ์
นายกสมาคมหมอเพลงโคราช 386/145 ม.6 ตาํ บลบา้ นเกาะ อาํ เภอเมือง จงั หวดั นครราชสีมา 30000
โทรศพั ท์ 0895792686 โทรสาร 044276794
ภาคผนวก
67
ภาคผนวก ก.
ใบความรู้
68
ใบความรู้ที่ 1 ภาษาโคราช
ภาษาโคราชเป็นภาษาผสมผสานมีลกั ษณ์ก่ึงภาษากลางและภาษาอีสาน มีเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั
นิยมพดู เฉพาะบางอาํ เภอไดแ้ ก่ อาํ เภอพิมาย อาํ เภอโนนสูง อาํ เภอขามสะแกแสง อาํ เภอโชคชยั อาํ เภอ
เมือง จงั หวดั นครราชสีมา อาํ เภอนางรอง จงั หวดั บุรีรัมย์ ภาษาโคราชมีมากกวา่ พนั คาํ บางคาํ เลิกใชไ้ ป
นานแลว้ ขอเสนอภาษาโคราชที่ยงั พดู กนั อยู่
คาทใี่ ช้ ความหมาย
1. โกรกกราก รีบด่วน
2. ข่อหล่อแข่แหล่ ไม่เป็ นแก่นสาร
3. ขีซ่ บร่อง ถูกโดยบงั เอิญ,ฟลคุ
4. ขฮ่ี ดต๊ดหาย ขวญั หนีดฝี ่ อ
5. เข่าเปี ยก ข้าวต้ม
6. เข่าต้ม ข้าวต้มมดั
7. งดึ ประหลาด , อศั จรรย์
8. จาโอ อ้วก, อาเจียน
9. จั๊กเด่ ไม่รู้, ไม่รู้จัก
10. จิเป็ นไอ๋ จะเป็ นอะไร
11. ดกี ว่ั ดกี ว่า
12. ดอกเด่ ต่างหาก เช่น อนั นีข้ องฉันดอกเด่
(ดอกไม้อะไรทจ่ี ังหวดั อื่นไม่มี มเี ฉพาะที่โคราช ตอบ ดอกเด่)
13. ดา ด้วย เช่น ขอไปดา
14. ต่ืม เตมิ , แถม เช่น บัตรตื่มเงินโทรศัพท์
15. บ้านเอง บ้านเรา เช่น โคราชบ้านเอง
16. มะเขือละดอน มะเขือพวง
17. มุ ๆ มิ ๆ ตามประสาไม่สนใจใคร
18. เสมอหร่ึม ไม่สนใจใคร
19. ระเวกิ้ ขวกั ไขว่
20. ระยกึ ระยนึ ขวกั ไขว่
21. สะออน น่ารัก
22. หนหวย 69
23. ไอเยอ
24. ไอ๋ ราคาญ
25. คือ อะไรนะ (ส่วนใหญ่คนพมิ ายพดู กนั )
26. ทรพี อะไรนะ
27. ทาแนว เหมือน
28. พดู เดิม ทบั พี
29. หมาน ทาพนั ธ์ุ เช่น เกบ็ ไว้ทาแนว
30. ยบิ ผ่า นินทา
โชคดี, รวย
เยบ็ ผ้า
คาํ วา่ “โหง่ย” แปลวา่ ลม้ ไมเ่ ป็นทา่ เช่น อา้ วไป๋ พิงฝายงั งนั่ ไดย้ งั ไง เด๋วกโ็ หง่ยหรอก
คาํ วา่ “โนน” แปลวา่ พ้ืนที่ไม่สม่าํ เสมอ สูงข้ึนกวา่ พ้นื ราบ เช่น คบั รถเบ๋าๆ ระวงั โนนขา่ งหน่า
คาํ วา่ “สะออน” แปลวา่ ยกยอ่ ง เชิดชู สวยงาม เช่น ลูกใครน่ี ทาํ ไมเป็นตาสะออน ซะปาย
คาํ วา่ “ละเวก๊ิ ” แปลวา่ วนุ่ วาย ไมอ่ ยกู่ บั ที่ เช่น อีนางนงั่ เฉยๆดุ๊อยา่ ละเวกิ่ หลาย
คาํ วา่ “กะตอ๊ ด” แปลวา่ กระเถิบ เขยบิ เช่น ช่วยกะตอ๊ ดไป๋ หน่อยดุ๊ คนอื่นจิไดน้ ง่ั ได้
คาํ วา่ “ตะเหลิด” แปลวา่ เกินไป, เลยไป เช่น ไอ่นาย จอดๆๆ ขบั รถตะเหลิดแลว้
คาํ วา่ “พดู เดิ๋ม” แปลวา่ นินทา เช่น ไอ่นาย มีคนพูดเดิ๋มมึงเดะ๊
คาํ วา่ “บ่อนนอน” แปลวา่ ที่นอน เช่น ไอน่ ายอยา่ พากนั ไป๋ เล่นบนบ่อนนอน
คาํ วา่ “ดูถวั่ ะ” แปลวา่ ดูซิ เช่น ดูถวั่ ะ ดูถว่ั ะ แกหกั อกฉนั ได้
คาํ วา่ “เดิ้ง” แปลวา่ บา้ ง เช่น กิ๋นเดิ้ง คือ กินบา้ ง
คาํ วา่ “ไอน่ าย” แปลวา่ คาํ เรียกเดก็ ผชู้ าย เช่น ไอ่นายมานี่จกั เด๋ียวดุ๊
คาํ วา่ “อีนาง” แปลวา่ คาํ เรียกเดก็ ผหู้ ญิง เช่น อีนาง กลบั บา้ นได่แลว้
คาํ วา่ “วะ่ ” แปลวา่ หายอึดอดั ผา่ นพน้ ไป เช่น สอบเสร็จแลว้ คอ่ ยวะ่ หน่อย
70
คาํ วา่ “กง” แปลวา่ ตรง เช่น ดูใหม้ นั กงแนวดุ๊
คาํ วา่ “นิ” แปลวา่ เหรอ เช่น จิงนิ คือ จริงเหรอ
คาํ วา่ “สัยหยดื ” แปลวา่ น่าขยะแขยง
คาํ วา่ “เขา่ ” แปลวา่ ขา้ ว เช่น กิ๋นเขา่ ก๋ินน้าํ กนั ยงั คือ กินขา้ วกินน้าํ กนั หรือยงั
คาํ วา่ “ไป๋ ” แปลวา่ ไป เช่น ไป๋ ดา คือ ไปดว้ ย
คาํ วา่ “หน่า” แปลวา่ หนา้
คาํ วา่ “คบั รถ” แปลวา่ ขบั รถ
คาํ วา่ “โอะ๊ ” แปลวา่ โอย๊
คาํ วา่ “หมู่” แปลวา่ เพอื่ น เช่น เด๋ียวฉนั ไปเที่ยวกะหมู่เดอ้
คาํ วา่ “จก๊ั กะไอ” แปลวา่ ไมร่ ู้อะไร, ทาํ ไม, คืออะไร
คาํ วา่ “จก๊ั , จก๊ั เด่ะ, จกั๊ แหล่ว” แปลวา่ ไมร่ ู้, ไม่ทราบ, ไม่รู้หรอก
คาํ วา่ “แก, แก่” แปลวา่ เธอ, คุณ
คาํ วา่ “ด่วน” แปลวา่ รีบเร่งเกินไป เช่น อยา่ ด่วนทาํ คือ อยา่ เพ่ิงทาํ
คาํ วา่ “จน่ ” แปลวา่ ไมว่ า่ ง ไม่มีเวลา วนุ่ วาย เช่น อยา่ มากวนดุ๊ งานกาํ ลงั จน่
คาํ วา่ “งึด” แปลวา่ อศั จรรยใ์ จ ประหลาดใจ เช่น เป็ นตางึดเหนาะ
คาํ วา่ “ก๋ิน” แปลวา่ กิน
คาํ วา่ “พอกะเทิน” แปลวา่ ขาดๆ เกินๆ (ไมพ่ อดี)
คาํ วา่ “กะตะ๊ กะเติ้ง” แปลวา่ เหมือน ขาดๆ เกินๆ
คาํ วา่ “จิ” แปลวา่ จะ เช่น จิรักหรือจิหลอก แค่มาหยอกแลว้ หลอกใหฝ้ ัน ฝันๆ
71
คาํ วา่ “แกกด็ าย” แปลวา่ คุณก็ (ไม่น่าทาํ )
คาํ วา่ “กะตา้ ” แปลวา่ ตระกร้า หรือ ชะลอม
คาํ วา่ “อึน” แปลวา่ อบั ช้ืน
คาํ วา่ “ข่ีล่อ” แปลวา่ โกหก ไมเ่ ป็นความจริง
คาํ วา่ “หุย” แปลวา่ ไอ ไม่ใช่ไอแคก็ ๆ แต่เป็ นไอน้าํ ไอแดด เช่น เวลาหุงขา้ วแลว้ มีไอข้ึนมา
คาํ วา่ “สัมมาป๊ิ ” แปลวา่ จิปาถะ ตา่ งๆ นาๆ
คาํ วา่ “บกั เอบ๊ ” แปลวา่ ใหญ่โต
คาํ วา่ “ประตู๋” แปลวา่ ประตู
คาํ วา่ “บ๋อล” แปลวา่ บอล
คาํ วา่ “เตะ้ ” แปลวา่ เตะ
คาํ วา่ “เคียด” แปลวา่ โกรธ
คาํ วา่ “เจบ้ ” แปลวา่ เจบ็
คาํ วา่ “แมใ่ หญ่” แปลวา่ ยาย
คาํ วา่ “พอ่ ใหญ่” แปลวา่ ตา
72
ใบความรู้ท่ี 2 ประวตั ิเพลงโคราช
เพลงพืน้ บ้านของชาวนครราชสีมา
มหี ลายอย่าง เช่น เพลงกล่อมลกู
เพลงกลองยาว(เถดิ เทงิ ) เพลงเซิ้งบ้ังไฟ
เพลงแห่นางแมว เพลงปี่ แก้ว
เพลงหม่งเหม่ง เพลงลากไม้ เพลงเชิด
เพลงช้ าเจ้ าหงส์ ดงลาไย
แต่เพลงทเี่ ล่นกนั แพร่หลาย
และมอี ายุยืนยาวมาจนถึงปัจจุบนั นี้
คือ เพลงโคราช
เพลงโคราชจะเริ่มเล่นต้งั แตเ่ มื่อใด ไม่ปรากฏหลกั ฐานท่ีแน่ชดั หลกั ฐานจากคาํ บอกเล่าตอ่ ๆ กนั มา มีเพยี ง
วา่ สมยั ทา้ วสุรนารี ( คุณยา่ โม ) ยงั มีชีวติ อยู่ ( พ.ศ. 2313 ถึง 2395 ) ทา่ นชอบเพลงโคราชมาก เร่ืองราวของ
เพลงโคราชไดป้ รากฏหลดั ฐานชดั เจน คือในปี พ.ศ. 2456 ท่ีสมเด็จพระศรีพชั รินทราบรมราชินีนาถ พระราช
ชนนีพนั ปี หลวง เสดจ็ มานครราชสีมาทรงเปิ ดถนนจอมสุรางคย์ าตร์ และเสด็จไปพิมาย ในโอกาสรับเสดจ็
คร้ังน้นั หมอเพลงชายรุ่นเก่าชื่อเสียงโด่งดงั มากชื่อนายหร่ี บา้ นสวนข่า ไดม้ ีโอกาสเล่นเพลงโคราช
ถวายเพลงท่ีเล่นใชเ้ พลงหลกั เช่นกลอนเพลงท่ีวา่ "ขา้ พเจา้ นายหรี่อยบู่ ุรีโคราชเป็นนกั เลงเพลงหดั บา่ วพระ
ยากาํ แหง ฯ เจา้ คุณเทศา ทา่ นต้งั ใหเ้ ป็นขนุ นาง.....ตาํ แหน่ง" ความอีกตอนเอ่ยถึงการรับเสด็จวา่
"ไดส้ ดบั วา่ จะรับเสด็จเพื่อเฉลิมพระเดชพระจอมแผน่ ดินโห่สามลา ฮาสามหลนั่ เสียงสนน่ั ....ธานินทร์"
( สมเดจ็ พระพนั ปี หลวง ทรงเป็นผบู้ งั คบั การพิเศษประจาํ กรมทหารมา้ นครราชสีมา จนถึง พ.ศ. 2462 เม่ือ
เสด็จนครราชสีมา นายหร่ี สวนขา่ กม็ ีโอกาสเล่นเพลงถวาย ) เพลงโคราชมีโอกาสเล่นถวายหนา้ พระท่ีนงั่
ในงานชุมนุมลูกเสือคร้ังที่ 1 ในนามการแสดงมหรสพของมณฑลนครราชสีมา เก่ียวกบั กาํ เนิดของเพลง
โคราช มีท้งั ท่ีเป็นคาํ เล่าและตาํ นานหลกั ฐานจากคาํ บอกเล่าของหมอเพลงอีกจาํ นวนหน่ึงเล่า ตอ่ ๆ กนั มาวา่
ในสมยั รัตนโกสินทร์มีสงครามระหวา่ งไทยกบั เขมร เม่ือไทยชนะสงครามเขมรคร้ังไร ชาวบา้ นจะมีการ
เฉลิมฉลองชยั ชนะ ดว้ ยการขบั ร้องและร่ายรํากนั ในหมู่สกท่ีเขาเรียกวา่ " ซุมบา้ นสก " ใกล้ ๆ กบั ชุมทาง
รถไฟ ถนนจิระและเร่ิมเล่นเพลงโคราชกนั ท่ีหมูบ่ า้ นน้ี ท่าทางการรํารุกรําถอย และการป้องหู มีผสู้ ันนิษฐาน
วา่ ประยกุ ตม์ าจากการเล่นเจรียง ที่เป็นเพลงพ้ืนบา้ นของชาวสุรินทร์ผสมผสาน กบั เพลงทรงเคร่ืองของภาค
กลาง
73
ตานานเพลงโคราช
เก่ียวกบั ตาํ นานของเพลงโคราชน้นั ผรู้ ู้และหมอเพลงเล่าใหฟ้ ังวา่ มีนายพรานคนหน่ึงช่ือเพชรนอ้ ย
ออกไปล่าสัตว์ ในเขตหนองบุนนาก บา้ นหนองบุนนาก อาํ เภอโชคชยั จงั หวดั นครราชสีมา คืนหน่ึงแกไป
พบลูกสาวพญานาค ข้ึนมาจากหนองน้าํ มานงั่ ร้องเพลงคนเดียว พรานเพชรนอ้ ยไดย้ นิ เสียง จึงแอบเขา้ ไปฟัง
ใกล้ ๆ แกประทบั ใจ ในความไพเราะ และเน้ือหาของเพลง จึงจาํ เน้ือและทาํ นองมาร้องใหค้ นอื่นฟัง ลกั ษณะ
เพลงท่ีร้องเป็ นเพลงกอ้ ม หรือเพลงคูส่ อง
อีกตาํ นานหน่ึงเล่าวา่ ชาวโคราชไดเ้ พลงโคราชมาจากอินเดีย โดยพระยาเขม็ เพชรเป็นผนู้ าํ มาพร้อม ๆ
กบั ลิเก และลาํ ตดั โดยใหล้ ิเกอยกู่ รุงเทพฯ ลาํ ตดั อยภู่ าคกลาง และเพลงโคราชอยทู่ ี่นครราชสีมา เพลงโคราช
ระยะแรก ๆ เป็นแบบเพลงกอ้ ม คนที่เรียนรู้เพลงโคราช จากพระยาเขม็ เพชร ชื่อตาจนั บา้ นสก อยู่ "ซุม
บา้ นสก" ติดกบั สถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ
ตาํ นานท้งั สองถึงแมจ้ ะตา่ งกนั ในดา้ นกาํ เนิดแต่ตรงกนั อยา่ งหน่ึงที่กล่าววา่ เพลงโคราชระยะแรกเล่น
แบบเพลงกอ้ ม
ก้อม เป็นภาษาโคราชและภาษาอีสาน แปลวา่ ส้ัน เพลงกอ้ มหมายถึง เมือง
เพลงส้นั ๆ วา่ โตต้ อบกล่าวลอย ๆ ท้งั ที่มีความหมายลึกซ้ึง หรือไม่มี
ความหมายเลยกไ็ ดว้ ฒั นธรรมไทยในปัจจุบนั ถูกแทนท่ีดว้ ยเพลงสมยั ใหม่
เด็กและเยาวชนหนั ไปสนใจเพลงสากลมากข้ึนทาํ ใหศ้ ิลปะของไทยอนั
งดงามเร่ิมจางหายไป แต่หากทา่ นใดที่มีโอกาสไดม้ ายงั เมืองนครราชสีมาหรือเรียกกนั ติดปากวา่
โคราช ทา่ นคงจะประจกั ษต์ ่อสายตาแลว้ วา่ ความคิดที่กล่าวในเบ้ืองตน้ ไม่ถูกตอ้ งเสมอไป
74
การร่ายร่าํ ของชาวชายหญิงเหล่าน้ีนอกจากจะไดย้ นิ เสียงหวั เราะและความเพลิดเพลินของผคู้ นท่ี
สญั จรผา่ นไปมาจะสามารถสัมผสั ไดแ้ ลว้ เน้ือเพลงยงั แฝงไปดว้ ยคติธรรมในการดาํ เนินชีวติ ท่ีดีงามแมว้ า่ เน้ือ
เพลงบางวรรค บางตอน จะขดั หูเพราะมีคาํ หยาบรวนไปบาง แตน่ ้นั ก็เป็นการบอกถึงการแสดงน้ี น้นั กค็ ือ
เพลงโคราช เดก็ และเยาวชนในปัจจุบนั ไดห้ นั ไปสนใจกบั ส่ิงที่เป็นสากลมากข้ึนจนลืมไปวา่ ไปวา่ ศิลปะ
และวฒั นธรรมในทอ้ งถ่ินตนเองทรงคุณคา่ และงดงามเพียงใด
75
การแบ่งประเภทของเพลงโคราชน้นั แบ่งไดห้ ลายวิธี พอจะแยกกล่าวไดด้ งั น้ี
1. แบ่งตามโอกาสท่ีจะเล่น ได้ 2 ประเภท
เพลงอาชีพ ไดแ้ ก่ เพลงโคราชท่ีเล่นเป็นอาชีพ มีการวา่ จา้ งเป็ นเงินตามราคาท่ีกาํ หนดเพลงประเภทน้ี
จะเล่นในงานฉลองหรือสมโภชตา่ ง ๆ เช่น งานศพ งานบวชนาค ทอดกฐินงานประจาํ ปี หรือเล่นแกบ้ น
ผปู้ ระกอบอาชีพเพลงโคราชน้ีเรียกวา่ " หมอเพลง" การเล่นจะเล่นเป็นพธิ ีการ มีเวที การแต่งกายตามแบบ
ของหมอเพลงและมีการยกครู เป็นตน้
เพลงชาวบ้าน เพลงประเภทน้ีเป็นเพลงของชาวบา้ นท่ีร้องเล่นกนั ในยามวา่ งงานเพือ่ ความสนุกสนาน
เช่น ในงานลงแขก ไถนา หรือเกี่ยวขา้ ว หรือพบปะพดู คุยกนั ในวงสุราชาวบา้ นท่ีวา่ เพลงได้ จะวา่ เพลง
โตต้ อบกนั เพ่อื ความสนุกสนาน ไม่มีพิธีรีตอง ไม่ตอ้ งสร้างเวทีหรือ " โรงเพลง " และไม่มีการแตง่ กายแบบ
หมอเพลงอาชีพ
2. แบง่ ตามววิ ฒั นาการของเพลงโคราช ต้งั แต่ยคุ แรกมาจนถึงยคุ ปัจจุบนั เร่ิมต้งั แต่เพลงส้นั ๆ มาจนถึง
เพลงยาว ๆ ท่ีใชเ้ ล่นกนั ในปัจจุบนั น้ีแบ่งได้ 5 ประเภท คือ
2.1 เพลงขดั อนั เป็นเพลงส้ัน ๆ มีสัมผสั อยแู่ ห่งเดียว คือ ระหวา่ งวรรคที่ 1 กบั วรรคที่ 2 เทา่ น้นั ส่วนวรรคที่
3 และ 4 ไมม่ ีสมั ผสั ( สัมผสั ท่ีใชเ้ ป็นสัมผสั สระ ) เช่น
2.1.1 เออ้ เอ่อ....สะรุสะระ อีแม่กะทะขว่ั ถว่ั
เมิ้ดบุญผวั แลว้ เหมือนไข่ไก่ร่างรัง
2.1.2 เออ้ เออ่ ....สะรุสะระ อีแมก่ ะทะขว่ั หมี่
รู้วา่ กินไมเ่ มิ้ด มึงจิขวั่ มากทาํ ไม
( ในขอ้ 2.1.2 น้ี จะเห็นไดว้ า่ มีการเล่นอกั ษรเพิ่มเขา้ มาแต่ยงั ไมบ่ งั คบั ลกั ษณะน้ีจะกลายเป็นสัมผสั บงั คบั
ในสมยั หลงั )
2.2 เพลงกอ้ ม เป็นเพลงส้ัน ๆ เช่นเดียวกบั เพลงขดั อนั แตเ่ พมิ่ สัมผสั ในระหวา่ งวรรคท่ี 3 และ 4 ซ่ึง
ไม่มีในในเพลงขดั อนั เช่น
ทาํ กะตอ้ งกะแตง้ อยเู่ หมือนกะแต๋งคอกะติก
ขอให่พี่ซกั หน่อย จะเอาไปฝากถ่วยน่ามพริก
76
2.3 เพลงหลกั เป็นเพลงท่ีเพ่มิ จาํ นวนวรรคจาก 4 วรรคในเพลง 2 ประเภทตน้ มาเป็น 6 วรรค เพลง
ประเภทน้ีจะเห็นวา่ การเริ่มใชส้ มั ผสั ประเภทอกั ษรเด่นชดั ข้ึนเช่น
2.3.1 อนั คนเราทุกวนั เปรียบกนั กะโคม
พอคนโห่ควนั โหม ก็ลอยบนเวหา
พอเมิ้ดควนั โคมคืน ก็ตก๊ ลงพ้ืนสุธา...ใหญ่
2.3.2 เกษาวา่ ผม แก่แลว้ บานผี
เม่ือผมดาํ งามดี ก็ลบั มาหายดาํ
ไมเ่ ป็นผลดีดอกผม จะไมน่ ิยมมนั ทาํ ...ไม
2.4 เพลงสมยั ปัจจุบนั คือเพลงท่ีใชร้ ้องเล่นกนั ในปัจจุบนั มีขนาดยาวกวา่ สมยั ก่อน ๆ แต่ถา้ ร้องจะ
ร้องชา้ บางทีจงั หวะไม่สม่าํ เสมอ ข้ึนอยกู่ บั ผูร้ ้อง ร้องชา้ หรือร้องเร็วไม่สม่าํ เสมอ เช่น
โอโ้ อ่...... ประเทศของไทยเราถึงคราวแคบ มนั ตอ้ งมีคนแอบดอกนาพี่เอย
.......คนแฝงเพลงโคราช สมยั เจริญจา้ งเป็นเงินมาก็แพง
.......เองจะวา่ กนั ยงั ไงจะถูกใจคนฟังขอใหห้ นุ่ม นาํ หนา้ พอ
.......เหนื่อยมาจะนาํ นอน ถา้ เขา่ ใจครรไลจร ใหช้ ่ีน่ิวนาํ ทาง
.......อุปมาเหมือนยงั พระ.....เดินนาํ เณร (ตบมือ)
สมยั ววิ ฒั นพ์ ฒั นา เขากา้ วหน่ามิใช่น่อย
มาฉนั จะเดินซ่อนรอย ขอแตใ่ หพ้ ่ีชายนาํ
ถา้ ยงั ไม่จรจะนาํ ไปถึงจุด๊ ฉนั คงไมย่ ดุ๊ พยายาม
จะนาํ นอ้ งเขา่ ไปเขาใหญ่ หรือดงพญา....เยน็
2.5 เพลงจงั หวะราํ เพลงประเภทน้ี เป็นท่ีใชร้ ้องกนั อยใู่ นสมยั ปัจจุบนั เช่นเดียวกบั ท่ีกล่าวมาแลว้ ใน
ขอ้ 2.4 แตกต่างกนั ที่ตรงจงั หวะรําน้ีจะเล่นสมั ผสั มาก และสม่าํ เสมอ สามารถเคาะจงั หวะตามได้ และขณะท่ี
ร้อง ผรู้ ้องจะราํ ขยม่ ตวั ไปตามจงั หวะเพลงดว้ ย โดยจะเริ่มรําเมื่อวา่ ไปแลว้ ประมาณ 4 วรรค เพราะใน 4
วรรคตน้ น้ีจงั หวะยงั ไม่กระช้นั หรือคงที่ อาจชา้ บา้ งเร็วบา้ ง จะราํ ดว้ ยกไ็ ดแ้ ต่เป็นการรําชา้ ๆ ไปรําจงั หวะเร็ว
ท่ีวรรคท่ี 5 - 8 เป็นการจบท่อนแรก พร้อมท้งั ตบมือ 1 คร้ัง พอข้ึนทอ่ นท่ี 2 จะร้องชา้ ลงเพอื่ เตรียมจบหรือ
เตรียมลง การรําหลอกล่อกนั ระหวา่ งชายและหญิง คือถา้ ฝ่ ายชายร้อง ฝ่ ายหญิง ก็จะรําดว้ ย ถา้ ฝ่ ายหญิงร้อง
ฝ่ ายชายกจ็ ะรําดว้ ย การรําจึงเป็นการราํ ทีละคู่
77
3. แบ่งตามลกั ษณะกลอน จะไดเ้ ป็น 5 ประเภทคือ เพลงคูส่ อง เพลงคูส่ ี่ เพลงคู่แปด และเพลง คู่สิบ
สอง การแบง่ เช่นน้ี เป็นการกาํ หนดประเภทคลา้ ยแบบที่แบ่งตามววิ ฒั นาการนน่ั เอง คือเพลงคู่สองกบั คู่ส่ี
เป็นเพลงกอ้ ม ส่วนเพลงคู่หก กบั คูแ่ ปดเป็ นเพลงท่ีใชร้ ้องกนั ในปัจจุบนั ซ่ึงท้งั สองประเภทน้ี มีความ
แตกตา่ งกนั เพยี งเลก็ นอ้ ย ในดา้ นจาํ นวนคาํ ในวรรค ส่วนเพลงคูส่ ิบสองน้นั เป็นเพลงท่ีดดั แปลง มาจากเพลง
คูแ่ ปด โดยเพิ่มจาํ นวนคาํ ในวรรคมากข้ึน และร้องเร็วมาก จงั หวะถ่ียงั ไม่แพร่หลายนกั ในปัจจุบนั เพราะ
หมอเพลงส่วนใหญ่ จะคิดคาํ ไม่ทนั กบั ท่ีตอ้ งวา่ เร็ว ๆ จึงปรากฏใหเ้ ห็น เพยี งเล็กนอ้ ยเท่าน้นั
4. แบ่งตามเน้ือหาของเพลง จะไดห้ ลายชนิด เช่น เพลงเกริ่น เพลงเชิญ เพลงไหวค้ รู เพลงถามข่าว
เพลงชวน เพลงชมนกชมไม้ เพลงเก้ียวเพลงเปรียบ เพลงสาบาน เพลงด่า เพลงคร่ําครวญ เพลงสู่ขอ เพลง
เก้ียวแกมจาก เพลงจาก เพลงลา เพลงพาหนี เพลงปลอบ เพลงไหวพ้ ระ เพลงตวั เดียว เพลงเรื่อง (นิทาน )
เป็ นตน้
ววิ ฒั นาการของเพลงโคราช ในด้านเน้ือหา
เน้ือหาของเพลงโคราชมีหลายรส ท้งั คาํ สง่ั สอน คาํ ด่า กระทบกระเทียบเปรียบเปรย และกล่าวเป็นนยั ถึง
เรื่องเพศ เป็ นการใชภ้ าษาเชิงสัญลกั ษณ์ และ การใชค้ าํ ตรงๆ จนคนท่ีไมช่ ิน กบั เพลงปฎิพากยพ์ ้นื บา้ น ฟัง
ไม่ได้ เพราะเห็นวา่ หยาบโลนจนเกินไป ถา้ ผฟู้ ังเพลงชอบใจ จะโห่ฮิ้วแทนการปรบมือ
เน้ือหาของเพลงโคราชเกี่ยวขอ้ งกบั ส่ิงต่อไปน้ี
1. สุภาษิต และคาํ สง่ั สอน
2. เจตคติต่อสงั คม
3. ความเชื่อถือและคา่ นิยม
4. ความเป็นอยู่ อาชีพ และสภาพสังคม
5. วรรคดีไทย
6. นิทานพ้นื บา้ นและนิทานชาดก
7. ประวตั ิศาสตร์และวรี สตรีไทย
8. การใชป้ ฏิภาณไหวพริบในการพดู จาโตต้ อบกนั
9. ความรัก
10. ธรรมในพทุ ธศาสนา
78
เน้ือหาของเพลงโคราช ข้ึนอยกู่ บั โอกาสท่ีจะเล่น และบางคร้ัง กแ็ ลว้ แตเ่ จา้ ภาพที่หาเพลง
โคราช ไปเล่น เป็นผกู้ าํ หนดวา่ จะใหเ้ ล่นเรื่องอะไร หมอเพลงโคราชรุ่นเก่า จะเนน้ เรื่องการใชป้ ฏิภาณไหว
พริบ นิทานชาดก และเคร่งครัดมากในเร่ืองสอนศีลธรรม หมอเพลงโคราชรุ่นใหม่ มกั จะเล่นตามคาํ
เรียกร้องของผฟู้ ังและบางคนไมเ่ คร่งครัดในเรื่องศีลธรรมมากนกั
มีข้อสังเกตว่า วดั หลายแห่งในชนบทของนครราชสีมา เช่นท่ีอาํ เภอ พิมาย และอาํ เภอจกั ราช เวลา
เทศน์มหาชาติ จะมีการแหล่ประกอบ เพลงแหล่เหล่าน้นั จะตอ้ งมีเพลงโคราชควบอยเู่ สมอ
เพลงโคราช หมายถึงเพลงร้องโตต้ อบชายหญิง เป็นเพลงพ้นื บา้ นชนิดหน่ึงชองชาวไทยโคราช
มีรูปแบบเน้ือหา และการเล่นเพลงเป็นเอกลกั ษณ์ อนั สะทอ้ นใหเ้ ห็นโลกทศั น์ ค่านิยม และ
วฒั นธรรมบางประการของชาวไทยโคราช
เพลงโคราชแบบด้ังเดมิ หมายถึงเพลงโคราชท่ียงั คงเอกลกั ษณ์ด้งั เดิมในการเล่นเพลง เช่น รูปแบบ
เน้ือหาของกลอนเพลง การแต่งกายของหมอเพลง โรงเพลง ท่าราํ ตลอดจนขนบในการเล่นเพลงเพลง
โคราชแกบ้ น หมายถึงเพลงโคราชที่เล่นประกอบพธี ีกรรม แกบ้ นถวายแด่ทา้ วสุรนารี มีรูปแบบทว่ั ไป
เช่นเดียวกบั เพลงโคราชด้งั เดิม แตล่ ดข้นั ตอนบางอยา่ งลง
เพลงโคราชประยกุ ต์หรือเพลงโคราชซิ่ง หมายถึงเพลงโคราชท่ีประยกุ ตท์ ้งั รูปแบบและเน้ือหาของการ
เล่นเพลงใหเ้ ขา้ กบั ปัจจุบนั ซ่ึงมีลกั ษณะใกลเ้ คียงกบั การแสดงเพลงลูกทุง่ และนิยมใชเ้ คร่ืองดนตรีสากล
ประกอบ และมีหางเครื่องดว้ ย
หมอเพลง หมายถึงนกั ร้องเพลงโคราช ในอดีตหมอเพลงจะตอ้ งเป็ นผูร้ ู้และมีความสามารถในการเล่นเพลง
อยา่ งมาก แตป่ ัจจุบนั นิยมใชเ้ รียกผทู้ ่ีประกอบอาชีพเป็นนกั ร้องเพลงโคราชหมอเพลงแบง่ ตามอายแุ ละ
ประสบการณ์ดงั น้ี
1. หมอเพลงรุ่นใหญ่หรือหมอเพลงอาวโุ ส คือหมอเพลงอายุ 50 ปี ข้ึนไป
2. หมอเพลงรุ่นเล็กคือหมอเพลงท่ีอายุ 50 ปี ลงมา
79
หมอเพลงโคราช
นายใหญ่ วิเศษพลกรัง เกิดที่จงั หวดั นครราชสีมา เป็นศิลปิ นพ้นื บา้ นท่ีมี
ความเช่ียวชาญอยา่ งเอกอุในการร้องเพลงโคราชเป็ นที่ยอมรับของ
ประชาชนเกือบท้งั ประเทศ เป็นหมอเพลงโคราชท่ีมีปฏิภาณไหวพริบ
โตต้ อบคู่โตไ้ ดอ้ ยา่ งเฉียบคม มีความไพเราะในเน้ือหาสาระตามแบบฉบบั
ของเพลงโคราช จนไดร้ ับการขนานนามวา่ “ใหญเ่ พลงงาม” และ “ใหญ่
เมืองคงดาํ รงศิลป์ ” นายใหญ่ วเิ ศษพลกรัง ไดท้ ุ่มเทชีวติ ใหก้ บั เพลงโคราชมาตลอด แมจ้ ะยตุ ิการรับงาน
แสดงไปแลว้ แตก่ ็ยงั ถ่ายทอดความรู้ดา้ นเพลงโคราชใหแ้ ก่ลูกศิษยอ์ ยเู่ สมอ นบั เป็นผทู้ รงคุณานุกลูแก่วงการ
ศิลปิ นพ้นื บา้ น มีบทบาทในการอนุรักษส์ ืบสาน ถ่ายทอดและสร้างสรรคว์ ฒั นธรรมพ้ืนบา้ นใหค้ งอยเู่ ป็น
เอกลกั ษณ์ไทยสืบไป
นายกาปั่น บ้านแท่น
สานักงาน เพลงโคราชกาปั่น บ้านแท่น
ทอ่ี ยู่ : 334 จิระ ตาํ บลในเมือง อาํ เภอเมืองนครราชสีมา นครราชสีมา 30000
โทรศัพท์ :044264467 กาํ ปั่น บา้ นแทน่ ปี พ.ศ.2546
(ช่ือเร่ือง)
80
บณั ฑติ กติ ติมศักด์ิ
คณะ : ศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต
สาขา : ศิลปะการแสดงและดนตรี
ประวตั ิชีวติ และการศึกษา
ช่ือ-สกกลุ : นายกาํ ปั่น ขอ่ ยนอก (บา้ นแท่น)
เกิด : วนั ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2494 ท่ีบา้ นแทน่ ตาํ บลโพนทอง อาํ เภอบวั
ใหญ่ จงั หวดั นครราชสีมา
บิดา : นายดี ข่อยนอก
มารดา : นางเพยี ร ขอ่ ยนอก
อาชีพบิดา-มารดา : เกษตรกร (ทาํ นา)
การสร้างสรรค์ผลงานและเผยแพร่ต่อสาธารณชน
นอกจากรับงานแสดงท่ีเจา้ ภาพมาวา่ จา้ งในท่ีตา่ งๆแลว้ ยงั ไดผ้ ลิตผลงาน
ที่เผยแพร่ตอ่ สาธารณชนท้งั ในรูปแบบ เทป, วดี ิโอ วซี ีดี คาราโอเกะ ดงั มี
รายละเอียดดงั น้ี
เกย่ี วกบั เทป
-ผลิตเทปเพลงโคราชเร่ือง มนุษยโ์ ลกลา้ นปี 2 มว้ น 2 ตอน
-ผลิตเทปเพลงโคราชเรื่อง ประวตั ิหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ 3 มว้ น 3 ตอน
กจิ กรรมทสี่ ร้างความภูมใิ จ
-งานเปิ ดพพิ ธิ ภณั ฑ์ตาํ นานชีวติ ผลงานเพลงโคราช ท่ีผมเป็นผมหา
งบประมาณจาํ นวน 1,100,500 บาท (หน่ึงลา้ นหน่ึงแสนหา้ ร้อยบาท) จาก
กองทุนซิฟ จดั ทาํ ข้ึนโดยเก็บรวบรวมกลอนเพลงโคราชเอาไวใ้ น
คอมพวิ เตอร์ ประมาณ 100,000 กลอน และป้ันหุ่นทา่ ราํ เพลงโคราช
จดั หาภาพและประวตั ิครูเพลงนาํ มาติดไวเ้ พ่ือการศึกษา โดยพิพิธภณั ฑน์ ้ี
อยทู่ ่ี สาํ นกั ศิลปะและวฒั นธรรม มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครราชสีมา
งานช่วยเหลือสังคม
-ร่วมกบั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครราชสีมา จดั ทาํ สื่อ เพลงโคราช งดเหลา้
เขา้ พรรษาโดยไม่คิดมูลคา่ แสดง)
-ร่วมกบั เทศมรตรีนคร นครราชสีมา จดั งานปิ ดถนนคนเดิน (ฝ่ ายจดั กา
-ร่วมงานลอยกระทง งานฉลองชยั ชนะทา่ นทา้ วสุรนารี (คุณยา่ โม)
81
งานด้านวชิ าการ
-ร่วมกบั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครราชสีมา ร่างหลกั สูตร การเรียนการ
สอนเพลงโคราชสาํ เร็จเป็นหลกั สูตรปริญญาตรี กาํ ลงั รอการบรรจุเขา้
หลกั สูตรจากกรมศิลปากร
-เขียนเรื่องส้ันจาํ นวน 30 เรื่อง เกี่ยวกบั เพลงโคราชและความเป้นอยขู่ อง
คนโคราชในอดีตลงพมิ พใ์ นนิตยสาร Welcome to Korat
งานถ่ายทอดด้านวชิ าการ
--สอนเพลงโคราชที่บา้ นพกั ของตนเองทุกวนั อาทิตย์ (มีลูกศิษยท์ ่ีผา่ นการ
อบรมประมาณ 120 คน)
-รับเชิญไปเป็ นวทิ ยากร และร่วมงานต่างๆ ท้งั ภาครัฐและเอกชน
-เป็นครูสอนพิเศษใหก้ บั วทิ ยาลยั นาฏศิลป์ นครราชสีมา ต้งั แตป่ ี พ.ศ.
2539- ปัจจุบนั
รางวลั และประกาศเกยี รติคุณทไ่ี ด้รับ
-เขม็ เชิดชูเกียรติจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปี
2542
-ใบประกาศเกียรติคุณและโล่รางวลั ส่ือพ้ืนบา้ นภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ยอดเยยี่ ม ปี 2542-2543 จากศูนยป์ ระสานงานเพื่อเยาวชนแห่งชาติสาํ นกั
นายกรัฐมนตรี มอบใหโ้ ดย ฯพณฯ ทา่ น ชวน หลีกภยั นายกรัฐมนตรี
ขณะน้นั
ส่ิงทต่ี ้องการอยากจะทาต่อไป
-เผยแพร่เพลงโคราชใหด้ งั ไปไกลใหม้ ากท่ีสุดเทา่ ท่ีจะเป็นไปได้
-ถ่ายทอดใหค้ นรุ่นใหม่ เพื่อใหเ้ ขาไดเ้ ป็ นศิลปิ นเพลงโคราชใหม้ ากที่สุด
-แสวงหาและปลูกฝังใหค้ นหนั กลบั มาชอบเพลงโคราชให้มากท่ีสุด
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครราชสีมา
ใบความรู้ที่ 2.1
การแต่งกายและฝึ กท่าราเพลงโคราช
82
การแต่งกายของเพลงโคราช
การแต่งกายของหมอเพลงโคราชผชู้ ายน้นั ส่วนใหญ่จะนุ่งผา้ โจงกระเบน ผา้ ที่จะนาํ มานุ่ง ส่วนใหญ่
จะเป็นผา้ ไหมหางกระรอก ซ่ึงเป็นผลิตผลของชาวโคราชผลิตกนั ข้ึนมาเอง หรือบางทีก็ใชผ้ า้ มว่ งแทนก็มี
เส้ือท่ีใชน้ ้นั เป็นเส้ือคอกลม แขนส้ัน สีไม่จาํ กดั มีผา้ ขาวมา้ คาดเอว ภาษาโคราชวา่ ใชผ้ า้ ขาวมา้ "เคียนพุง"
เครื่องประดบั อ่ืน ๆ นอกจากน้ีแลว้ ส่วนใหญ่ไมม่ ี หมอเพลงบางคนก็แขวนพระเคร่ืองบา้ ง ส่วนการแตง่
กาย ของฝ่ ายหญิงน้นั นุ่งผา้ โจงกระเบนเหมือนหมอเพลงผชู้ ายผา้ ท่ีใชน้ ุ่งกเ็ ป็นผา้ ไหมหางกระรอกหรือ
ผา้ มว่ ง
เส้ือนิยมสวมเส้ือรัดรูป ไมม่ ีปก แขนส้ัน ในสมยั ก่อนน้นั ผูห้ ญิงไม่สวมเส้ือ มีแต่ผา้ รัดอก และใชผ้ า้
สไบเฉียง พาดไหล่ นอกจากน้ีบางคนนิยมใชพ้ ลูจีบทดั หู ท้งั น้ีเพราะผหู้ ญิงไม่รู้จกั ชายหูชายตา ครูเพลงเลย
สอน ใหห้ ดั ชาํ เลืองดูพลูจีบท่ีทดั หู
ท่ารา
ท่าราํ พอจะจาํ แนกออกเป็น 2 ลกั ษณะคือ
1. ท่าราช้า ลกั ษณะการรําผชู้ าย จะกางแขนท้งั สองขา้ งออกพองาม มือแบออกรําข้ึนลงขา้ งตน้
ส่วนขา ยา่ งตามจงั หวะ ของกลอนเพลง สมยั ก่อนผชู้ ายจะวาดวงแขนกวา้ ง ผหู้ ญิงรําเหมือนฝ่ ายชาย ต่างกนั
ท่ีจีบมือและวงแขนแคบ
2. ท่าราเร็ว ฝ่ ายชายจะราํ เหมือนทา่ รําชา้ แต่เร่งจงั หวะการรําใหเ้ ร็วข้ึนตามกลอนเพลง อีกท้งั ตอ้ งราํ
รุดหนา้ เขา้ หาฝ่ ายหญิง ทาํ นองวา่ จะเขา้ ไปถูกเน้ือตอ้ งตวั ทา่ ราํ เหมือนทา่ ราํ ชา้ เม่ือฝ่ ายชายรุกมา หญิงกจ็ ะ
รําถอยหนี มือท้งั สองตอ้ งคอยราํ ปัดป้อง มิใหฝ้ ่ ายชายถูกเน้ือตอ้ งตวั ได้ แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม
มขี ้อห้าม สาํ หรับหมอเพลงฝ่ ายชายจะถูกเน้ือตอ้ งตวั ฝ่ ายหญิงไม่ได้
ปรัชญาเบื้องหลงั ท่ารา มีวา่ การท่ีผชู้ ายวาดวงแขนกวา้ ง เป็นการแสดงการปกป้อง คุม้ ครองฝ่ ายหญิง
83
ผหู้ ญิงวาดวงแขนแคบ แสดงการฉอเลาะ ตอนแรกชายจะรุกหญิงถอย และตอนหลงั หญิงจะรุก ชายถอย
แสดงวา่ หญิงจะชนะทุกคร้ัง ในเรื่องเพศ
ข้นั ตอนในการเล่นเพลงโคราช
การเล่นเพลงโคราชแบบด้งั เดิมมีลาํ ดบั ข้นั ตอนชดั เจนและมีช่ือเรียกตามเน้ือร้องของเพลงดงั น้ี
1.เพลงเกริ่น เมื่อหมอเพลงชายข้ึนเวที จะวา่ เพลงเกร่ินเพื่อบอกคนดูให้รู้ถึงเหตุที่จดั ให้มีการเล่นเพลงและ
เป็นการขออภยั หากมีขอ้ บกพร่องแต่ปัจจุบนั ใชก้ ารพดู แทนการวา่ เพลง
2.เพลงเชิญ ฝ่ ายชายจะตอ้ งร้องเชิญฝ่ ายหญิงลงจากเรือนมาวา่ เพลงกบั ตน
3.เพลงตดั เชิญ เป็นฝ่ ายหญิงที่จะร้องแกฝ้ ่ ายชายถึงการลงมาล่าชา้
4.เพลงถามขา่ ว ฝ่ ายชายจะเป็นฝ่ ายถามเร่ืองราวของฝ่ ายหญิง
5.เพลงเปรียบ เป็นเพลงท่ีท้งั สองฝ่ ายวา่ กระทบเสียดสีกนั
6.เพลงไหวค้ รู ร้องเพ่ือระลึกถึงคุณครูอาจารย์
7.เพลงปรึกษา หลงั จากไหวค้ รูแลว้ ปรึกษาวา่ จะเริ่มเล่นเพลงเร่ืองอะไรก่อน
8.เพลงเก้ียว มีท้งั เก้ียวธรรมดา และเก้ียวหลอก
9.เพลงชวน เมื่อชอบพอกนั แลว้ ก็ชวนกนั หนี หรือชวนชมธรรมชาติ
10. เพลงชมธรรมชาติ พรรณนาถึงธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
11.เพลงเรื่อง เป็นเพลงที่ใชเ้ วลาคอ่ นขา้ งนานข้ึนอยกู่ บั เรื่อง
12.เพลงลองปัญญา ซกั ถามความรู้ หรือประวตั ิของบางส่ิง
13.เพลงเก้ียวแกมจาก ฝ่ ายชายและหญิงสัง่ ลา อวยชยั บางทีก็ชวนไปดว้ ยกนั
14.เพลงปลอบ เป็นการร้องปลอบอีกฝ่ ายหน่ึงวา่ อยา่ เสียใจท่ีตอ้ งจากกนั
15.เพลงจาก บอกถึงความจาํ เป็นท่ีตอ้ งจากกนั
16.เพลงคร่ําครวญ แสดงถึงความรันทดในการพลดั พรากจากกนั
17.เพลงใหพ้ ร เป็นการใหพ้ รเจา้ ภาพ ผฟู้ ังรวมถึงหมอเพลงดว้ ยกนั
84
18.เพลงลา กล่าวลาเจา้ ภาพ ผฟู้ ังและหมอเพลงที่เล่นดว้ ยกนั
รูปแบบของกลอนเพลงโคราช มีแบบท่ียดื หยนุ่ ไดบ้ า้ งตามลกั ษณะของเพลงพ้ืนบา้ น แต่มีกาํ หนด
จงั หวะสัมผสั สระและคาํ แน่นอนรัดกุม บางคร้ังจะไดย้ นิ ขอ้ ความส้ัน บางคร้ังก็ยา ท้งั น้ีเพราะกลอนเพลงมี
หลายรูปแบบ เช่น เพลงคู่สอง เพลงคู่ส่ี เพลงคู่หก เพลงคู่แหด และเพลงคูส่ ิบสอง หมอเพลงรุ่นเก่ามกั
เล่นคู่หก เพราะกาํ ลงั เหมาะในดา้ นจงั หวะและเน้ือความ ถา้ เล่นเพลงยาว ๆ เช่น เพลงคู่สิบสอง มกั เล่น
คาํ เล่นสมั ผสั ทาํ ใหใ้ จความไม่เด่น
เพลงกอ้ ม หรือเพลงคู่สองเป็นเพลงส้ัน ๆ ตอ่ มามีผดู้ ดั แปลง เพมิ่ ถอ้ ยคาํ เพิ่มจงั หวะใหย้ าวข้ึนเป็นเพลง
คู่ส่ี แตย่ งั คงเรียกวา่ เพลงกอ้ มอยู่ ต่อมาไดพ้ ฒั นาเป็นเพลงเขา้ จงั หวะราํ เรียงเพลงคูห่ ก โดยเพิม่ จาํ นวน
คาํ จาํ นวนวรรค จากเพลงคูส่ ี่ แลว้ จึงพฒั นาเป็ นเพลงคู่หกคู่แปด และคู่สิบ (หรือคูส่ ิบสอง) เพลงคู่หก คู่
แปด จะมีหกหรือแปดจงั หวะในแตล่ ะบท ส่วนเพลงคูจ่ ะมีถึงสิบจงั หวะ ดงั น้นั จึงกระช้นั ถี่ตอ้ งใชค้ าํ เป็น
จาํ นวนมาก เพลงคูส่ ิบจึงใชร้ ําไมไ่ ดแ้ ละหมอเพลงไม่นิยมใชเ้ พราะตอ้ งคิดหาคาํ มาใชจ้ าํ นวนมาก
ความเชื่อในการเล่นเพลงโคราช
ส่วนใหญห่ มอเพลงจะมีความเช่ือในเร่ืองโชคลางพอสมควร เช่นในการกา้ วข้ึนโรงเพลง จะมีการดู
ทิศ ตามฤกษร์ ับ กา้ วแรกท่ีข้ึน จะตอ้ งเลือกดูตามทิศทาง โดยการหายใจ ถา้ ขา้ งซา้ ยคลอ่ ง ก็กา้ วขาซา้ ยข้ึน
ทาํ นองเดียวกนั ถา้ ขา้ งขวาหายใจสะดวก ก็กา้ วขา้ งขวาข้ึน เป็นตน้ เมื่อข้ึนเวทีไปแลว้ ก็มีการเป่ าคาถามหา
นิยม เพอื่ ใหผ้ ฟู้ ังชื่นชอบตนกม็ ี หมอเพลงบางคนเช่ือวา่ หลงั คาโรงเพลงน้นั ถา้ หากมีการมดั ดว้ ยตอก หรือ
สิ่งอ่ืนใดจะทาํ ใหค้ าถาอาคม สติปัญญาในการวา่ เพลงเส่ือมลงไปดว้ ย กข็ อร้องใหแ้ กม้ ดั ตอกออกกม็ ี
รูปแบบของเพลงโคราชมีหมอเพลงต้งั ชื่อแตกต่างกนั ไป ไมเ่ รียกช่ือวา่ เพลงคูแ่ ต่เรียกช่ือ เช่นของพอ่
นอ้ ย วงศค์ ง บอกวา่ เพลงโคราชมี 4 ชื่อคือ
1. ลิ้นทะเล 2. ระลอกคล่ืนกระทบฝัง
3. ราชสีห์ชกั รถ 4. พยคั ฆข์ า้ มหว้ ย
ลีลาของกลอนก็เป็นไปตามลกั ษณะช่ือ แตเ่ ร่ืองน้ีเป็นเรื่องท่ีต่างคนต่างคิดประดิษฐข์ ้ึน ยงั ไมเ่ ป็นท่ีรู้จกั
แพร่หลาย ที่กล่าวมาขา้ งตน้ น้นั เป็ นววิ ฒั นาการของเพลงโคราชในดา้ นรูปแบบ
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
ใบความรู้ที่ 3 พื้นฐานการฝึ กขับร้องเพลงโคราช
85
การเขยี นกลอนเพลงโคราช
แมจ้ ะทราบวา่ คณะสมั ผสั ของเพลงโคราชเป็นอยา่ งไร แต่การเขียนกลอนหรือแตง่ กลอน ไมอ่ าจ
กระทาํ ไดง้ ่ายนกั การบรรจุคาํ ลงตามคณะ ใหถ้ ูกตอ้ งสัมผสั บงั คบั ไดน้ ้นั ไมไ่ ดห้ มายความวา่ จะสามารถร้อง
เป็นทาํ นองได้ เช่นเดียวกนั กบั ที่ปรากฏในวรรณคดีบางประเภท โดยเฉพาะวรรณคดีการละคร วา่ มีกลอน
บทละครบางเร่ือง ที่ไมส่ ามารถนาํ ไปร้องหรือเล่นละครไดจ้ ริง เพราะแมจ้ ะถูกตอ้ งตามสมั ผสั บงั คบั ทุก
ประการ แตล่ ีลาของกลอน ไมส่ อดคลอ้ งกบั ทาํ นองการร้อง
เพลงโคราชกเ็ ช่นเดียวกนั ผทู้ ่ีจะเขียนกลอนโคราชไดน้ ้นั จะตอ้ งเป็นผทู้ ี่รู้จกั ทาํ นองจงั หวะ และ ลาํ นาํ
ของเพลงโคราชไดว้ า่ เป็น อยา่ งไร ตอ้ งจาํ ไดแ้ มน่ วา่ ลาํ นาํ ทาํ นองและจงั หวะ เป็นอยา่ งไรนนั่ ยอ่ มหมายถึงวา่
ผทู้ ่ีจะจดจาํ ลาํ นาํ จงั หวะและทาํ นองไดน้ ้นั จะตอ้ งเป็ นผทู้ ี่เคยฝึกหดั ร้องเพลงโคราชใหจ้ าํ ไดม้ าก ๆ หมนั่
ฝึกฝน จนรู้เสียงสูง เสียงต่าํ เสียงส้นั เสียงยาวและฟังจงั หวะแมน่ ยาํ หรือเคยชิน เม่ือไดส้ มั ผสั กบั กลอนเพลง
บอ่ ย ๆ กจ็ ะจาํ ไดข้ ้ึนใจ เม่ือจะแตง่ กลอน หรือนึกกลอนใหม่ กใ็ ชค้ าํ ไปตามทาํ นอง หรือจงั หวะท่ีจาํ ไดน้ ้นั
เป็นเกณฑ์ ดงั น้นั แมห้ มอเพลงโคราช จะไม่ไดเ้ รียนหรือศึกษาเก่ียวกบั คณะสมั ผสั หรือลกั ษณะกลอนเพลง
โคราช ในภาคทฤษฎี แตจ่ ากการทอ่ งกลอนบ่อย ๆ ฝึกหดั วา่ เพลงดว้ ยความพยายาม ก็จะรู้ไดว้ า่ คาํ คลอ้ งจอง
หรือสัมผสั และลีลาของเพลงเป็นอยา่ งไร ถา้ หากมีความรู้การใชค้ าํ หรือมีความรู้แตกฉานในดา้ นภาษา กจ็ ะ
สามารถหาคาํ มาใส่ในกลอน ใหส้ ามารถร้องเป็นเพลงได้ ครูเพลงทว่ั ไป จึงแต่งกลอนเพลงไดใ้ นลกั ษณะ
เขียนไปตามลีลาน้ี หรือหมอเพลง ท่ีมีประสบการณ์พอสมควร จะสามารถด้นกลอนหรือว่ากลอนสดไดท้ นั ที
ส่วนท่ียงั ไมช่ าํ นาญ ใชว้ ธิ ีท่องจาํ กลอนเพลงใหไ้ ดม้ าก ๆ จึงจะสามารถสงั เกตไดว้ า่ หมอเพลงคนเดียวกนั ถา้
เขาเล่นต่างโอกาส ตา่ งสถานที่ มกั จะมีเน้ือร้อง และทาํ นองซ้าํ ๆ กนั อยมู่ าก หรือสังเกตไดอ้ ีกวา่ หมอเพลง
หลาย ๆ คน ที่เรียนมา จากครู คนเดียวกนั ก็จะมีลีลาการร้อง ทาํ นอง จงั หวะเพลงคลา้ ยคลึงกนั
สาํ หรับผทู้ ่ีจะฝึกหดั เขียน หรือแตง่ กลอนเพลงโคราช กจ็ ะตอ้ งมีคุณสมบตั ิเช่นเดียวกนั คือ ศึกษา
ส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของเพลงโคราชให้เขา้ ใจ และตอ้ งร้องเพลงโคราชได้ เมื่อเขียนมาแลว้ ก็ ลองร้องดู ถา้
ตรงไหนใชเ้ สียงผดิ ไป จากลีลาของเพลง ก็สามารถแกไ้ ข หรือปรับเขา้ กบั ลีลาน้นั ได้
86
ภาคผนวก ข.
ใบงาน
ใบงานท่ี 1 เร่ืองภูมหิ ลงั ประวตั คิ วามเป็ นมาของภาษาถ่ินโคราช
87
กจิ กรรมท่ี 1.1
ผเู้ รียนสรุปภูมิหลงั ประวตั ิความเป็นมาของภาษาถิ่นโคราช (จาํ นวน 1 หนา้ กระดาษ)
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
88
กจิ กรรมที่ 1.2
ใหผ้ เู้ รียนหาคาํ ศพั ทต์ า่ งๆของภาษาถ่ินโคราชท่ีใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั (อยา่ งละ 3 คาํ )
1. คาํ นาม
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
2. คาํ สรรพนาม
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. คาํ กริยา
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
4. คาํ วเิ ศษณ์
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
5. คาํ สันธาน
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
6. คาํ บุพบท
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
7. คาํ อุทาน
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
89
กจิ กรรมที่ 1.3
ใหผ้ เู้ รียนยกตวั อยา่ งสาํ นวนภาษาโคราช (อยา่ งละ 10 คาํ )
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
90
ใบงานท่ี 2 เร่ืองเพลงโคราช
กจิ กรรมท่ี 2.1
ใหผ้ เู้ รียนศึกษาเน้ือหา แลว้ สรุป ดงั น้ี
1. บอกความหมายของเพลงโคราชไดแ้ ละหมอเพลงโคราช
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
2. บอกประวตั ิความเป็นมาของเพลงโคราช
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
3. นกั ศึกษาอธิบายและตระหนกั เห็นคุณคา่ ความสาํ คญั ของเพลงโคราช
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
4. ระบุแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่นและเพลงโคราช
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
91
5. ถา้ นกั ศึกษาจะเลือกประกอบอาชีพหมอเพลงโคราชจะมีวธิ ีการตดั สินใจอยา่ งไร
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
92
ใบงานที่ 3 เร่ืองทกั ษะการร้องเพลงโคราช
กจิ กรรมท่ี 3
คาชี้แจง ให้นักศึกษาศึกษาเนื้อหา แล้วตอบคาถาม ดงั นี้
1 อธิบายการยกครู การไหวค้ รู การแต่งกาย อุปกรณ์ประกอบการร้องเพลง เวทีร้องเพลงโคราช
ทา่ ราํ และภาษาโคราช ใส่สมุดบนั ทึกการเรียนรู้ ส่งครูท่ีปรึกษา
2 ใหน้ กั ศึกษาฝึกปฏิบตั ิตามขอ้ ต่อไปน้ี แลว้ มาทดสอบกบั หมอเพลงโคราช / ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน /
ครูท่ีปรึกษา
2.1ฝึกการยกครู และการไหวค้ รู
2,2 ฝึกเขียนกลอนเพลงโคราชไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 2 วรรค
2.3ฝึกร้องเพลงโคราช ไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 1 วรรค
2.4 ฝึกท่ารําเพลงโคราช และปฏิบตั ิข้นั ตอนการร้องเพลงโคราชประกอบการรํา
2.5 ฝึกทา่ รําเพลงโคราช และปฏิบตั ิข้นั ตอนการร้องเพลงโคราช ประกอบการรําบนั ทึกใส่เครื่อง
เล่นมือถือ แลว้ ส่งครูทางไลนก์ ลุ่ม กศน.ตาํ บล
6. อธิบายการอนุรักษร์ ้องเพลงโคราชใส่สมุดบนั ทึกการเรียนรู้ ส่งครูที่ปรึกษา
93
แบบทดสอบวดั ความรู้
รายวชิ า อช 03309 เพลงโคราช
คาชี้แจง
1. แบบทดสอบฉบบั น้ีจดั ทาํ ข้ึนเพื่อวดั ความสามารถในการเรียนรู้ดา้ นสติปัญญาของ
นกั ศึกษารายวชิ า อช 03309 เพลงโคราช
2. แบบทดสอบฉบบั น้ีมีจาํ นวน 30 ขอ้ มีลกั ษณะปรนยั 4 ตวั เลือก ( ก ข ค ง ) ใหน้ กั ศึกษาเลือก
คาํ ตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียวแลว้ นาํ คาํ ตอบที่ไดไ้ ปทาํ เคร่ืองหมายกากบาท (X) ทบั ตวั อกั ษรขอ้ น้นั ลง
ในแผน่ กระดาษคาํ ตอบท่ีแจกให้
3. เวลาท่ีใชท้ าํ ขอ้ สอบฉบบั น้ีใชเ้ วลา 40 นาที
4. เมื่อนกั ศึกษาตอบแบบทดสอบฉบบั น้ีเสร็จสิ้น ใหส้ ่งเอกสารขอ้ สอบและแผน่ การดาษคาํ ตอบคืน
ครูผสู้ อน หรือผคู้ ุมสอบ
5. ก่อนลงมือทาํ ขอ้ สอบฉบบั น้ีใหเ้ ขียน ช่ือ สกลุ รหสั ของนกั ศึกษาลงแผน่ กระดาษคาํ ตอบ
1.เช่ือกนั วา่ บรรพบุรุษของขาวไทโคราชอพยพมาจากท่ีใด
ก.อยธุ ยา ข.นครศรีธรรมราช
ค.นครสวรรค์ ง.สุโขทยั
2.ภาษาไทยกลุ่มหน่ึงท่ีใชพ้ ูดกนั ในจงั หวดั นครราชสีมาเรียกวา่
ก.ภาษาเขมร ข.ภาษาลาว
ค.ภาษาอีสาน ง.ภาษาโคราช
3.ขอ้ ใดหมายถึงชื่อเดิมของเมืองโคราช
ก.โคปุตะระ ข.โคตรฆะปุระ
ค.โคมาฆะปุระ ง.ถูกทุกขอ้
4.ปราณีเป็ นผกู้ ะตุม้ หุม้ ห่อต่อญาติพ่ีนอ้ ง คาํ ขีดเส้นใตห้ มายถึงขอ้ ใด
ก.ขอรับความช่วยเหลือจากญาติพน่ี อ้ ง ข.ช่วยเหลือญาติพ่นี อ้ งเป็นอยา่ งดี
ค.ไม่ชอบช่วยเหลือญาติ ง.ช่วยเหลือตนเอง
5.ขอ้ ใดหมายถึงการมีวาสนาท่ีจะเป็นคูค่ รองกนั
ก.บุญกึงถึงกนั ข.ถามข่าวเอาเหยอ่ื
ค.คิดออกซอกเห็น ง.บุญหลายสายยาว
6.งูเงียวเขี่ยวตะขาบ หมายถึงขอ้ ใด ข.อสรพษิ ท้งั หลาย
ก.งูและตะขาบ
94
ค.งู ง.ตะขาบ
7.จน่ แปลวา่
ก.ยงุ่ มาก ข.งานมาก
ค.ไม่มีเวลา ง.ไม่วา่ งเลย
8.สมใจแต่งตวั โกรกกรากจะไปฟังเพลงโคราช ขอ้ ความขา้ งตน้ หมายถึงขอ้ ใด
ก.สมใจรีบแตง่ ตวั เพอื่ ไปฟังเพลงโคราช ข.สมใจบรรจงแต่งตวั เพ่ือไปฟังเพลงโคราช
ค.สมใจคอ่ ย ๆ แต่งตวั เพือ่ ไปฟังเพลงโคราช ง.สมใจแตง่ ตวั จะไปฟังเพลงโคราช
9.เงียบ ๆ อยา่ แซวหลาย
ก.อยา่ หยดุ แซว ข.อยา่ ใชเ้ สียว
ค.อยา่ งเสียงดงั ง.อยา่ เอด็ อึง
10.ไทยเบิ้ง หรือ ไทโคราช เป็นกลุ่มชาติพนั ธของจงั หวดั ใด
ก.นครสวรรค์ ข.นครราชสีมา
ค.นครศรีอยธุ ยา ง.นครศรีธรรมราช
11.ประวตั ิเพลงโคราชเกิดข้ึนในสมยั ใด
ก.พอ่ ขนุ รามคาํ แหงมหาราช ข.สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช
ค.พระเจา้ ตากสินมหาราช ง.พระเจา้ อูท่ อง
12.เพลงโคราชนิยมเล่นในงานใด
ก.ปี ใหม่ ข.เรียกขวญั
ค.แกบ้ น ง.ผกู ดวง
13.การแสดงพ้ืนบา้ นของชาวจงั หวดั นครราชสีมาเรียกวา่
ก.เพลงฉ่อย ข.เพลงหมอลาํ
ค.เพลงโคราช ง.เพลงลาํ ตดั
14.ทา่ นทา้ วสุรนารีเดิมชื่อ
ก.แดง ข.โม
ค.จิต ง.โม๋
15.ผทู้ ่ีรวมตวั กนั เป็ นคณะเพลงโคราชเจา้ แรกคือ
ก.ทา้ วสุรนารี ข.พระยาปลดั เมืองโคราช
ค.นางสองเมือง อินทรคาํ แหง ง.กาํ ปัน บา้ นแท่น
16.เพลงโคราช หมายถึง
ก.เป็นเพลงพ้นื บา้ นทางภาคเหนือ
ข.เป็นเพลงพ้ืนบา้ นทางภาคกลาง
ค.เป็นเพลงพ้นื บา้ นโคราช มีลกั ษณะที่ร้องเป็นเพลงฉ่อย
95
ง.เป็นเพลงพ้ืนบา้ นโคราช มีลกั ษณะท่ีร้องเป็นเพลงกอ้ ม
17.หมอเพลงโคราช หมายถึง
ก.ผชู้ าํ นาญการร้องโตต้ อบ ข.ผมู้ ีประสบการณ์ร้องเพลง
ค.ผมู้ ีทกั ษะการร้องเพลง ง.ผมู้ ีปฏิภาณไหวพริบ
18.กอ้ ม เป็นภาษาโคราชและภาษาอีกสานแปลวา่
ก.ยาว ข.ปานกลาง
ค.ส้ัน ง.พอดี
19.รูปแบบการแสดงคลา้ ยกบั การแสดงของวงดนตรีเพลงลูกทุง่ หมอลาํ ปัจจุบนั เรียกวา่
ก.โคราชซิ่ง ข.โคราชลาํ ตดั
ค.โคราชลูกทุ่ง ง.โคราชหมอลาํ
20.ผปู้ ระกอบอาชีพเพลงโคราชน้ีเรียกวา่
ก.หมอลาํ ข.หมอแคน
ค.หมอดู ง.หมอเพลง
21.ภาษาถ่ินที่เป็นเอกลกั ษณ์ของวถิ ีชีวติ คนโคราช คือ
ก.ภาษาอีสาน ข.ภาษาพมิ าย
ค.ภาษาโคราช ง.ภาษาพ้ืนบา้ น
22.เวทีเพลงโคราชหมายถึง
ก.เวทีการละคร ข.เวทีการแสดง
ค.เวทีแสดงหมอลาํ ง.เวทีแสดงลาํ ตดั
23.ผมู้ ีใจรักในการที่จะเป็นหมอเพลงแลว้ มกั ไปฝากตวั เป็ นศิษยก์ บั ครูเพลงโดยตรง แลว้ จึงยกครู เป็นการ
แสดงถึงเร่ืองใด
ก.ความอดทน ข.ความซื่อสัตย์
ค.ความเพียร ง.ความกตญั ํู
24.การไหวค้ รูบาอาจารยก์ ่อนข้ึนทาํ การแสดงทุกคร้ังเรียกวา่
ก.การไหวค้ รู ข.การยกครู
ค.การไหวพ้ อ่ แก่ ง.การเคารพครู
25.เป็นทา่ ที่ประกอบการแสดงตามบทกลอนท่ีร้องน้นั ๆ เรียกวา่
ก.ท่าราํ วง ข.ท่าราํ โทน
ค.ทา่ ราํ เตย้ ง.ทา่ รํา
26.การแตง่ กายหมอเพลงโคราช แต่งลกั ษณะใด
ก.นุ่งผา้ โจงกระเบน เป็ นผา้ พ้ืนทอมือสีเขม้ ข.นุ่งผา้ ซิ่น เป็นผา้ พ้ืนทอมือสีเขม้
ค.นุ่งผา้ โจงกระเบน เป็นผา้ พ้ืนทอมือสีอ่อนหวาน ง.นุ่งผา้ ซิ่น เป็นผา้ พ้ืนทอมือสีออ่ นหวาน
96
27.คนโคราชสวมเส้ือตดั เยบ็ จากผา้ ฝ้ายทอมือ เส้ือที่นิยมใชเ้ รียกวา่
ก.เส้ือ “คอกระพมุ่ ” และเส้ือ “อีแปะ” ข.เส้ือ “คอกระโจม” และเส้ือ “อีแปะ”
ค.เส้ือ “คอกระโจม” และเส้ือ “อีแมะ” ง.เส้ือ “คอกระดุม” และเส้ือ “คอจีน”
28.ผา้ ขาวมา้ คาดเอว ภาษาโคราชเรียกวา่
ก.ใชผ้ า้ ขาวมา้ “คาดพงุ ” ข.ใชผ้ า้ ขาวมา้ “เคียนเอว”
ค.ใชผ้ า้ ขาวมา้ “เคียนพงุ ” ง.ใชผ้ า้ ขาวมา้ “คาดเอว”
29.ขอ้ ใดคือการอนุรักษว์ ฒั นธรรมทอ้ งถิ่น
ก.ฝึ กร้องเพลงโคราช ข.พดู ภาษาโคราช
ค.ฝึกท่าราํ โคราช ง.ถูกทุกขอ้
30.ขอ้ ใดคือการแสดงออกถึงภาษามรดกทางวฒั นธรรมประจาํ ชาติ
ก.พดู ภาษาโคราช ข.พดู ภาษาองั กฤษ
ค.พูดภาษาไทยปนองั กฤษ ง.พูดภาษาพ้ืนบา้ น
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
97
แบบสอบถามวดั ทกั ษะฝึ กปฎบิ ัติการพดู ภาษาโคราช
และการร้อง รา เพลงโคราช
คาชี้แจง
โปรดทาํ เครื่องหมายถูก (√) ลงในช่องหนา้ ขอ้ ความท่ีตรงกบั ระดบั ความสามารถหรือระดบั การ
ปฏิบตั ิไดจ้ ริงของนกั ศึกษาโดยมีความหมายดงั น้ี
มาก หมายถึง นกั ศึกษาสามารถปฏิบตั ิตามขอ้ ความน้ีได้ อยใู่ นระดบั มาก
เท่ากบั 3 คะแนน
พอใช้ หมายถึง นกั ศึกษาสามารถปฏิบตั ิตามขอ้ ความน้ีได้ อยใู่ นระดบั พอใช้
เทา่ กบั 2 คะแนน
นอ้ ย หมายถึง นกั ศึกษาสามารถปฏิบตั ิตามขอ้ ความน้ีได้ อยใู่ นระดบั นอ้ ย
เทา่ กบั 1 คะแนน
ทาํ ไม่ได้ หมายถึง นกั ศึกษาสามารถปฏิบตั ิตามขอ้ ความน้ีได้ อยใู่ นระดบั ทาํ ไมไ่ ด้
เทา่ กบั 0 คะแนน
ขอ้ ขอ้ ความ ระดบั ความสามารถ
มาก พอใช้ นอ้ ย ทาํ ไมไ่ ด้
ภาษาถิน่ โคราช 3210
ข้นั เตรียมการ
1 1.1 นกั ศึกษาสามารถเตรียมพดู และเขียนภาษาโคราชได้
ถูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 20 คาํ
1.2 นกั ศึกษาสามารถแต่งประโยคคาํ พดู ภาษาโคราชได้
อยา่ งนอ้ ย 10 ประโยค
1.3 นกั ศึกษาสามารถแปลภาษาโคราชไดถ้ ูกตอ้ ง
1.4 นกั ศึกษาสามารถพูดสนทนาภาษาโคราช ได้
คล่องแคล่ว
98
ขอ้ ขอ้ ความ ระดบั ความสามารถ
มาก พอใช้ นอ้ ย ทาํ ไมไ่ ด้
2 เพลงโคราช 3210
2.1 นกั ศึกษาสามารถเล่าประวตั ิความเป็นมาเพลงโคราช
ได้
2.2 นกั ศึกษาสามารถทาํ สื่อที่เกี่ยวขอ้ งกบั เพลงโคราชได้
3 ทกั ษะการร้องเพลงโคราช
3.1 นกั ศึกษาสามารถฝึกร้องเพลงโคราชอยา่ งง่ายได้
3.2 นกั ศึกษาสามารถฝึกท่าราํ เพลงโคราชได้
3.3 นกั ศึกษาสามารถร้องเพลงโคราชประยกุ ตไ์ ดอ้ ยา่ ง
สร้างสรรค์
3.4 นกั ศึกษาสามารถจดั ทาํ โครงงานเพื่อการอนุรักษส์ ืบ
สานเพลงโคราชไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์
หมายเหตุ : การแปลความหมายของคะแนนท่ีได้ มีดงั น้ี
1. ทกั ษะการทาํ งอบไทยเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ขอบเขตการใหค้ ะแนน
คะแนน 36.01 – 48.00 หมายถึง นกั ศึกษามีทกั ษะ อยใู่ นระดบั มาก
คะแนน 24.01 – 36.00 หมายถึง นกั ศึกษามีทกั ษะ อยใู่ นระดบั พอใช้
คะแนน 12.01 – 24.00 หมายถึง นกั ศึกษามีทกั ษะ อยใู่ นระดบั นอ้ ย
คะแนน 0.00 – 12.00 หมายถึง นกั ศึกษาไมม่ ีทกั ษะเลย อยใู่ นระดบั ทาํ ไมไ่ ด้
2. ทกั ษะการเขียนโครงการพฒั นาอาชีพงอบไทยเศรษฐกิจสร้างสรรคใ์ หม้ ีความมนั่ คง
ขอบเขตการใหค้ ะแนน
คะแนน 24.76 – 33.00 หมายถึง นกั ศึกษามีทกั ษะ อยใู่ นระดบั มาก
คะแนน 16.51 – 24.75 หมายถึง นกั ศึกษามีทกั ษะ อยใู่ นระดบั พอใช้
คะแนน 8.26 – 16.50 หมายถึง นกั ศึกษามีทกั ษะ อยใู่ นระดบั นอ้ ย
คะแนน 0.00 – 8.25 หมายถึง นกั ศึกษาไมท่ กั ษะเลย อยใู่ นระดบั ทาํ ไม่ได้
99
แบบสอบถามวดั เจตคตติ ่อรายวชิ าเพลงโคราช
คาํ ช้ีแจง
โปรดทาํ เคร่ืองหมายถูก (√) ลงในช่องหนา้ ขอ้ ความท่ีตรงกบั ระดบั ความรู้สึกของนกั ศึกษาโดยมีความหมายดงั น้ี
ดี หมายถึง นกั ศึกษารู้สึกเห็นดว้ ยกบั ขอ้ ความน้ีได้ อยใู่ นระดบั ดี
เท่ากบั 4 คะแนน
ดีพอใช้ หมายถึง นกั ศึกษารู้สึกเห็นดว้ ยกบั ขอ้ ความน้ีได้ อยใู่ นระดบั ดีพอใช้
เท่ากบั 3 คะแนน
ดีนอ้ ย หมายถึง นกั ศึกษารู้สึกเห็นดว้ ยกบั ขอ้ ความน้ีได้ อยใู่ นระดบั ดีนอ้ ย
เท่ากบั 2 คะแนน
ไมด่ ี หมายถึง นกั ศึกษาไม่เห็นดว้ ยกบั ขอ้ ความน้ีเลย อยใู่ นระดบั ไม่ดี
เท่ากบั 1 คะแนน
ขอ้ ขอ้ ความ ดี ระดบั ความรู้สึก ไม่ดี
4 ดีพอใช้ ดีนอ้ ย 1
1 นกั ศึกษารู้สึกชอบรายวชิ าเพลงโคราช
2 นกั ศึกษารู้สึกตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของตวั ช้ีวดั ในรายวชิ าเพลง 32
โคราช
3 นกั ศึกษารู้สึกตระหนกั ถึงความสาํ คญั และประโยชนข์ องเพลงโคราช
4 นกั ศึกษารู้สึกเห็นคุณค่าของเพลงโคราช
5 นกั ศึกษารู้สึกเห็นคุณคา่ ของเพลงโคราช รวมท้งั การอนุรักษส์ ่งเสริม
ใหก้ บั ชุมชนใหม้ ีความรักถิ่นบา้ นเกิด
6 นกั ศึกษารู้สึกชอบการจดั การเรียนรู้รายวชิ าเพลงโคราช
7 นกั ศึกษารู้สึกชอบส่ือการเรียนรู้รายวชิ าเพลงโคราชของครูผสู้ อน
8 นกั ศึกษารู้สึกตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของการวดั และประเมินผล
รายวชิ าเพลงโคราช
หมายเหตุ : การแปลความหมายของคะแนนทีไ่ ด้ มดี งั นี้
ขอบเขตการใหค้ ะแนน
คะแนน 28.01 – 32.00 หมายถงึ นกั ศึกษารูส้ ึกเหน็ ดว้ ยกบั ขอ้ ความนีไ้ ด้ อยูใ่ นระดบั ดี เท่ากับ 4 คะแนน
คะแนน 20.01 – 28.00 หมายถึง นักศกึ ษารู้สกึ เห็นด้วยกบั ข้อความน้ไี ด้ อยใู่ นระดับดีพอใช้ เท่ากับ 3 คะแนน
คะแนน 12.01 – 20.00 หมายถึง นักศกึ ษารู้สึกเห็นด้วยกบั ข้อความนี้ได้ อยู่ในระดับดีนอ้ ย เทา่ กับ 2 คะแนน
คะแนน 8.00 – 12.00 หมายถงึ นักศึกษาไมเ่ ห็นดว้ ยกบั ข้อความน้ไี ดเ้ ลย อยใู่ นระดับไมด่ ี เทา่ กับ 1 คะแนน
แบบบนั ทึกเอกสารการเรียนรูด้ ้วยตนเอง (กรต.)
100
หวั เรือ่ งที่ 1 ภูมหิ ลังประวัติความเป็นมาของภาษาโคราช
คาชี้แจง
1. แบบประเมนิ ฉบับนี้ จดั ทาข้ึนเพื่อใชต้ รวจเอกสารการเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง (กรต.) ตามรายงานของ
ครผู ู้สอนที่ให้นักศึกษาปฏบิ ตั ิ
2. ใหค้ รผู สู้ อนตรวจเอกสารการเรยี นร้ดู ้วยตนเอง (กรต.) โดยมรี ายการตรวจสอบ และเกณฑ์การให้
คะแนน ดงั น้ี
2.1 การศึกษาค้นคว้า ตอ้ งมีความหลากหลาย มสี ่ือ 2 ประเภท ได้แก่ ส่ือเอกสารและสื่อ
อิเลคทรอนิกส์ ไมน่ อ้ ยกว่า 2 แหล่งในแต่ละประเภท ถ้ามคี รบถว้ น ให้ 4 คะแนน กรณมี ีการสัมภาษณห์ รือ
ออกภาคสนาม ต้องมีบุคคลให้ข้อมูล ไมน่ ้อยกวา่ 2 คน จึงจะได้คะแนนเต็มเท่ากับ 4 คะแนน ถ้าไม่ครบเกณฑ์
ใหค้ รผู สู้ อนหกั คะแนนลดหลั่นกันไป ตามขอ้ ตกลงร่วมกนั
2.2 การตรวจขอ้ มูล บนั ทกึ ในเอกสารการเรียนร้ดู ว้ ยตนเอง (กรต.) มีแนวทางการตรวจดังน้ี
2.2.1 การบันทกึ ข้อมลู ผลการศึกษาค้นคว้า มผี ลการศึกษาครบทุกแหล่งของหัวเรอื่ งนัน้ ๆ
ใหค้ ะแนนเต็มเท่ากับ 2 คะแนน ถ้าไม่ครบถ้วนให้ 1 คะแนน และถา้ ไม่ทาเลยให้ 0 คะแนน
2.2.2 การบันทกึ ข้อมูล สรปุ ผลการเรียนรู้ ถ้าตรงกับข้อสรุปผลในการเรยี นรใู้ นห้องเรียน
ขณะพบกลุ่มใหค้ ะแนนเต็มเท่ากบั 2 คะแนน ถา้ ไมค่ รบถ้วนให้ 1 คะแนน และถ้าไม่ทาเลยให้ 0 คะแนน
2.2.3 การตอบคาถาม ถ้าถูกต้องและครอบคลมุ เน้ือหาคาตอบใหค้ ะแนนเตม็ เทา่ กับ 2
คะแนน ถ้าถูกต้องไม่ครอบคลุมให้ 1 คะแนน และถ้าไมถ่ ูกต้องไมค่ รอบคลุมหรือไมท่ าเลยให้ 0 คะแนน
ผลการตรวจ
รายการตรวจสอบ คะแนนเต็ม ผลรวมให้คะแนน
1. การศึกษาคน้ คว้าจากส่อื การเรียนรู้ 4
2. ผลการบนั ทึกข้อมูล
2
2.1 ผลการบันทกึ จากการศกึ ษาค้นควา้ 2
2.2 ผลการบนั ทึกสรุปการเรียนร้ทู ไี่ ด้ 2
2.3 ผลการบันทึกการตอบคาถาม
หมายเหตุ : การคิดคะแนนท่ไี ด้จรงิ ของนักศึกษามีแนวทางดังนี้
1. คะแนนเต็มของชิน้ งานน้ี เทา่ กับ 20 คะแนน
2. คะแนนที่ตรวจไดจ้ ากแบบประเมินฉบบั นี้ คือ X คะแนน
3. คะแนนเตม็ ของแบบประเมินฉบบั น้ี คือ 50 คะแนน
ผลคะแนนท่ีได้จากแบบบันทึกเอกสารการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง (กรต.)ของนักศกึ ษา =
20/50 x X = …………… คะแนน