The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นางสาว ชญาดา ประสะนะโก เลขที่ 20
นางสาว วันวิสา เพ็งแจ่ม เลขที่ 28

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-02-17 02:46:05

ระบบสุริยะ

นางสาว ชญาดา ประสะนะโก เลขที่ 20
นางสาว วันวิสา เพ็งแจ่ม เลขที่ 28

ร ะ บ บ สุ ริ ย ะ

THE SOLAR SYSTEM

กำเนิดระบบสุริยะ

ระบบสุริยะได้กำเนิดและดำเนินวิวัฒนาการมาตั้งแต่
ประมาณ4,600 ล้านปีก่อนโดยเริ่มจากการแตกสลายด้วยแรงโน้ม
ถ่วงภายในของเมฆโมเลกุล ขนาดยักษ์[1]มวลส่วนใหญ่ในการแตก

สลายครั้งนั้นได้กระจุกรวมกันอยู่บริเวณ
ศูนย์กลาง และกลายมาเป็นดวงอาทิตย์
มวลส่วนที่เหลือวนเวียนโดยรอบมีรูปร่าง
แบนล
ง กลายเป็นจานดาวเคราะห์ก่อน
เกิด ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของดาวเคราะห์
ดาวบริวาร ดาวเคราะห์น้อย และวัตถุ
ขนาดเล็กอื่นๆ ในระบบสุริยะ

หลักฐานที่ยืนยันทฤษฎีกำเนิดระบบสุริยะคือถ้ามอง
จากด้านบนของระบบสุริยะหรือ Top view จะสังเกตได้
ว่าทั้งดวงอาทิตย์ดาวเคราะห์และดวงจันทร์บริวารเกือบทุกดวงหมุน
รอบตัวเองในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาและโคจรรอบดวง-อาทิตย์ใน
ทิศทางทวนเข็มนาฬิกาและหากมองจากด้านข้างของระบบสุริยะ
หรือ Side view ก็จะสังเกตได้ว่าดาวเคราะห์และดวงจันทร์บริวาร
เกือบทุกดวงมีระนาบวงโคจรใกล้เคียงกับระนาบสุริยวิถีหรือ
Ecliptic plane ทั้งนี้ก็เนื่องมาจาาจากระบบสุริยะทั้งระบบกำเนิดขึ้น
พร้อม ๆ กันจากการยุบรวมและหมุนตัวของงานฝุ่นใน Solar
nebula

องค์ประกอบของระบบสุริยะ

ดวงอาทิตย์ (The Sun)
ดาวเคราะห์ (Planets)
ดวงจันทร์บริวาร (Moons หรือ Satellites
ดาวเคราะห์แคระ (Dwarf Planets)
ดาวเคราะห์น้อยห์นอย (Asteroids
วัตถุในแถบคอบเปอร์ (Kuiper Belt Objects

มีองค์ประกอบหลักเป็นหินปนน้ำแข็งมีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่
ถัดจากดาวเนปจูนออกไปวงโคจรของวัตถุในแถบคอยเปอร์เอียงทำมุม
กับระนาบสุริยวิถีเล็กน้อยโดยมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ 40 – 500 AU
ดาวพลูโตและดาวเคราะห์แคระซึ่งถูกค้นพบใหม่เป็นวัตถุในแถบคอย
เปอร์ปัจจุบันมีการค้นพบวัตถุประเภทนี้แล้วมากกว่า 35,000 ดวง

โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งย่านต่าง ๆ ของระบบสุริยะ นับจากดวง
อาทิตย์ออกมาดังนี้คือ ดาวเคราะห์ชั้นในจำนวน 4 ดวง แถบดาว
เคราะห์น้อย (Asteroid belt) ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่รอบนอก
จำนวน 4 ดวง และแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) ซึ่งประกอบด้วยวัตถุ
ที่เย็นจัดเป็นน้ำแข็ง พ้นจากแถบไคเปอร์ออกไปเป็นเขตแถบจาน
กระจาย (Scattered disc) ขอบเขตเฮลิโอพอส(Heliosphere)
(เขตแดนตามทฤษฎีที่ซึ่งลมสุริยะสิ้นกำลังลงเนื่องจากมวลสาร
ระหว่างดวงดาว) และพ้นไปจากนั้นคือย่านของเมฆออร์ต (Oort
cloud)

แถบดาวเคราะห์น้อย

แถบดาวเคราะห์น้อย เป็นบริเวณในระบบสุริยะที่อยู่ระหว่างวง
โคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี ประกอบไปด้วยวัตถุรูปร่าง
ไม่แน่นอนจำนวนมาก เรียกว่าดาวเคราะห์น้อย (Asteroid หรือ
Minor planet) บางครั้งก็เรียกแถบดาวเคราะห์น้อยว่า "แถบ
หลัก" เพื่อแยกแยะมันออกจากดาวเคราะห์น้อยกลุ่มอื่น ๆ ที่มีอยู่
ในระบบสุริยะ เช่น แถบไคเปอร์

การกระจายตัวของดาวเคราะห์น้ อย

แถบไคเปอร์

แถบไคเปอร์ หมายถึง บริเวณที่อยู่เลยวงโคจรของดาวเนปจูนอ
อกไป ที่ด้านนอกระบบสุริยะรอบนอก มีบริเวณกว้าง 3,500 ล้าน
ไมล์ มีก้อนวัตถุแข็ง เป็นน้ำแข็งขนาดเล็กจำนวนมากโคจรรอบดวง
อาทิตย์ ลักษณะคล้ายกับแถบดาวเคราะห์น้อย ที่อยู่ระหว่างวงโคจร
ของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี วัตถุที่อยู่ในแถบไคเปอร์ มีชื่อเรียก
ว่า วัตถุแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt Object - KBO) หรืออีกชื่อหนึ่ง
ว่า วัตถุพ้นดาวเนปจูน (Trans-Neptunian Object - TNO) ซึ่งมี
องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำแข็ง เชื่อกันว่าก้อนน้ำแข็งเหล่านี้ เป็น
แหล่งกำเนิดของดาวหางคาบสั้น โดยชื่อแถบไคเปอร์นี้ ได้ตั้งเพื่อ
เป็นเกียรติแก่ เจอราร์ด ไคเปอร์ (Gerard Kuiper) ผู้ค้นพบ

อาณาบริเวณแถบไคเปอร์

แถบจานกระจาย

แถบจานกระจาย หรือ แถบหินกระจาย (Scattered disc) คือย่าน
วัตถุไกลในระบบสุริยะที่มีดาวเคราะห์น้ำแข็งขนาดเล็ก
กระจัดกระจายอยู่ห่าง ๆ กัน เรียกชื่อว่า วัตถุในแถบหินกระจาย
(อังกฤษ: Scattered disc objects; SDO) ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยอยู่ใน
บรรดาตระกูลวัตถุพ้นดาวเนปจูน (Trans-Neptunian object;
TNO) วัตถุในแถบหินกระจายมีค่าความเยื้องศูนย์กลางของวงโคจร
สูงสุดถึง 0.8 ความเอียงวงโคจรสูงสุด 40° มีระยะไกลดวงอาทิตย์
ที่สุดมากกว่า 30 หน่วยดาราศาสตร์ วงโคจรที่ไกลมากขนาดนี้เชื่อ
ว่าเป็นผลจากแรงโน้มถ่วงที่กระจัดกระจายโดยดาวแก๊สยักษ์

ขอบเขตเฮลิโอพอส

เฮลิโอสเฟียร์ (Heliosphere) มีลักษณะคล้ายฟองอากาศอยู่ใน
ห้วงอวกาศ ที่พองตัวอยู่ในสสารระหว่างดาว ซึ่งเป็นผลจากลม
สุริยะ ทำหน้าที่ปกป้องระบบสุริยะเอาไว้จากรังสีคอสมิก แม้จะมี
อะตอมที่เป็นกลางทางไฟฟ้าส่วนหนึ่งจากสสารระหว่างดาว
สามารถลอดเข้ามา ภายในเฮลิโอสเฟียร์ได้ แต่โดยทั่วไปแล้วสสาร
ส่วนใหญ่ที่อยู่ภายในเฮลิโอสเฟียร์ล้วนมีต้นกำเนิดมา จากดวง
อาทิตย์ทั้งสิ้น

อาณาบริเวณเฮลิโอสเฟี ยร์

ย่านของเมฆออร์ต

เมฆออร์ต (Oort cloud) คือ ชั้นเมฆในอวกาศที่ล้อมรอบระบบสุริยะ
อยู่เป็นทรงกลม บริเวณเมฆเหล่านี้อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ออกไปราว
50,000 - 100,000 หน่วยดาราศาสตร์ จากดวงอาทิตย์ ไกลออกไป
จากขอบระบบสุริยะรอบนอก ตำแหน่งของเมฆออร์ตอยู่ในระยะความ
ห่าง 1 ใน 4 ของดาวแคระแดงพร็อกซิมาคนครึ่งม้า ในกลุ่มเมฆออร์ตนี้
มีวัตถุพ้นดาวเนปจูน อย่างดาวเคราะห์แคระ 90377 เซดนา ที่ถูกค้น
พบเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 อยู่ด้วย

วัตถุในกลุ่มเมฆออร์ตคือเศษเหลือจากการสร้างดาวเคราะห์ เป็นก้อน
น้ำแข็งสกปรก มีส่วนประกอบไปด้วยน้ำแข็ง คาร์บอนไดออกไซด์

มีเทน แอมโมเนีย ฝุ่น และหิน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ไม่กี่
กิโลเมตรไปจนถึงหลายสิบกิโลเมตร โดยนักดาราศาสตร์เชื่อกันว่ากลุ่ม

เมฆออร์ตเป็นแหล่งต้นกำเนิดของดาวหาง

☄️ดาวหาง (COMETS)
-เมฆออร์ต (OORT CLOUD)
นักดาราศาสตร์ชาวเนเธอร์แลนด์ชื่อแจนออร์ต (JAN OORT) ตั้ง
ทฤษฎีบริเวณขอบนอกของระบบสุริยะเป็นทรงกลมซึ่งมีขนาดรัศมี
ประมาณ 50,000 AU จากดวงอาทิตย์ห่อหุ้มด้วยวัสดุจำพวกน้ำ
แข็งซึ่งหากมีแรงโน้มถ่วงจากภายนอกมากระทบกระเทือนน้ำแข็ง
เหล่านี้จะหลุดเข้าสู่วงโคจรรอบดวงอาทิตย์กลายเป็นดาวหางวง
โคจรคาบยาว (LONG-PERIOD COMETS) ซึ่งมีคาบวงโคจรรอบ
ดวงอาทิตย์นานหลายหมื่นปีเมื่อดาวหางโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์
แรงโน้มถ่วงจากดาวเคราะห์จะส่งอิทธิพลให้เปลี่ยนเป็นดาดาววง
โคจรคาบสั้น (SHORT-PERIOD COMETS)

ดาวหาง

การเเบ่งประเภทดาวเคราะห์

-ดาวเคราะห์วงในหรือ Inferior Planets คือดาวเคราะห์ที่อยู่
ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก ได้แก่ ดาวพุธและดาวศุกร์เราจึง
มองเห็นเคราะห์จึงมองเห็นดาวเคราะห์วงในอยู่ใกล้ดวง
อาทิตย์เหนือขอบฟาด้านทิศตะวันตกเวลาพลบค่ำหรือเหนือ
ขอบฟ้าด้านทิศตะวันออกเวลารุ่งเช้าเท่านั้นโดยดาวพุธจะห่าง
จากดวงอาทิตย์ไม่เกิน 28 °และดาวศุกร์อยู่ห่างจากดวง
อาทิตย์ไม่เกิน 44 °เมื่อใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องดาวเคราะห์ทั้ง
สองจะปรากฏให้เห็นเป็นเสี้ยวสว่างซึ่งมีขนาดเปลี่ยนไปใน
แต่ละคืนขึ้นอยู่กับระยะหางจากโลกและแสงเงาจากดวงอา
ทิตย์ราะห่วงนอก

ดาวเคราะห์วงนอกหรือ Superior Planets คือดาวเคราะห์ที่อยู่
ไกลดวงอาทิตย์มากกว่าโลก ได้แก่ ดาวอังคารดาวพฤหัสบดีดาวเสาร์
ดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนดาวเคราะห์ชั้นนอกสามารถปรากฏให้เห็น
ตอนกลางคืนในช่วงเวลาใดก็ได้ไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์เวลา
ขึ้นหรือตกเมื่อส่องดูด้วยกล้องโทรทรรศน์จะเห็นว่าดาวเคราะห์ชั้น
นอกปรากฏให้เห็นเป็นวงก่อนกลมและมีขนาดค่อนข้างคงที่เนื่องจาก
อยู่ไกลมากกว่าโลกและหันด้านที่สะท้อนแสงอาทิตย์เข้าสู่โลกเสมอ

... ในยุคอวกาศนักดาราศาสตร์จำแนกประเภทดาวเคราะห์
ตามลักษณะทางกายภาพซึ่งได้ข้อมูลมาจากยานอวกาศซึ่ง
แบ่งออกเป็นดาวเคราะห์ชั้นในและดาวเคราะห์ชั้นนอก ...

-ดาวเคราะห์ชั้นใน (Inner Planets) หรือดาวเคราะห์แข็ง
(Terrestrial planets) คือดาวเคราะห์ที่มีพื้นผิวเป็นของแข็ง ได้แก่
ดาวพุธดาวศุกร์โลกและดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดเล็กและ
มีมวลน้อยเนื่องจากบรรยากาศที่ห่อหุ้มดาวถูกทำลายโดยรังสี
คลื่นสั้นและอนุภาคพลังงานสูงที่มากับลมสุริยะจึงเหลือ แต่พื้นผิวที่
เป็นของแข็ง

- ดาวเคราะห์ชั้นนอก (Outer Planets) หรือดาวเคราะห์แกส
(Giant Gas Planets) คือดาวเคราะห์ที่มีบรรยากาศหนาแน่น ได้แก่
ดาวพฤหัสบดีดาวเสาร์ดาวยูเรนัสและดาวเนปจูน

เป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่และมีมวลมากเนื่องจากอยู่
ห่างไกลจากอิทธิพลของรังสีและลมสุริยะบรรยากาศจึง
สามารถคงอยู่ได้อย่างหนแน่นดาวเคราะห์ชั้นนอกมีมวลมาก
จึงมีแรงโน้มถ่วงสูงทำให้ดึงดูดสสารทั้งหลายมาสะสมไว้ง
หนา Y ภายในและเป็นดวงจันทร์บริวารสนามแรงโน้มถ่วง
ความเข้มสูงทำให้เกิดแรงไทอัลบนวัตถุที่เข้ามาใกล้แล้วแตก
สลายกลายเป็นวงแหวน

วัสดุชั้นรอบนอกของดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิต่ำกว่า ยังโคจรไป
ตามโมเมนตัมที่มีอยู่เดิม รอบดวงอาทิตย์เป็นชั้นๆ มวลสารของ
แต่ละชั้นพยายามรวมตัวกันด้วยแรงโน้มถ่วง ด้วยเหตุนี้ดาว
เคราะห์จึงถือกำเนิดขึ้นเป็นรูปทรงกลม เนื่องจากมวลสารพุ่งใส่กัน
จากทุกทิศทาง

ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่เช่นดาวพฤหัสบดี
และดาวเสาร์มีดวงจันทร์บริวารหลาย
ดวงเนี่องจากเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่

มีมวลมากจึงมีแรงโน้มถ่วงมาก

ดาวพุธซึ่งเป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็กมีมวลน้อยจึงมี
แรงโน้มถ่วงน้อยจึงไม่มีดวงจันทร์บริวารเลย

ส่วนดาวเคราะห์น้อยและดาวหางนั้นมีรูปทรงเหมือน
อุกกาบาตเพราะเป็นดาวขนาดเล็กมีมวลน้อยแรงโนมถ
วงจึงไม่สามารถเอาชนะแรงยึดเหนี่ยวระหว่างสสารให้

ยุบรวมเป็นทรงกลมได้

ดวงอาทิตย์

ดวงอาทิตย์หรือ The Sun คือดาวฤกษ์ที่อยู่ตรงศูนย์กลางของ

ระบบสุริยะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.4 ล้านกิโลเมตรหรือ 109

เท่าขเส้นผ่านศูนย์กลางโลกอยู่ห่างจากโลก 149,600,000

กิโลเมตรหรือ 1 ทาของหน่วยดาราศาสตร์ (AU) ดวงอาทิตย์มีมวล

มากกว่าโลก 333,000 เท่า แต่มีความหนาแน่นเพียง 0.25 เทาของ

โลกเนื่องจากมีองค์ประกอบเป็นไฮโดรเจน 74% ฮีเลียม 25% และ

ธาตุชนิดอื่น 1%

โครงสร้างภายในดวงอาทิตย์
-แกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (Fusion core) อยู่ที่ใจกลางของดวง
อาทิตย์ถึงระยะ 25% ของรัศมีแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ทำให้

→มวลสารของดาวกดทับกันจนอุณหภูมิที่ใจกลางสูงถึง 15 ล้านเคล

วิน (หลอมอะตอมของไฮโดรเจน เป็นฮีเลียม]

-โซนการแผ่รังสี (Radiative zone)
อยู่ที่ระยะ 25-70% ของรัศมีพลังงานที่เกิดขึ้นจากแกนปฏิกรณ์
นิวเคลียร์ถูกนำขึ้นสู่ชั้นบนโดยการแผ่รังสีด้วยอนุภาคโฟตอน

-โซนการพาความร้อน (Convection zone) อยู่ที่ระยะ 70-100%
ของรัศมีพลังงานที่เกิดขึ้นไม่สามารถแผ่สู่อวกาศได้โดยตรงเนื่องจาก
มวลของดวงอาทิตย์เต็มไปด้วยแก๊สไฮโดรเจนซึ่งเคลื่อนที่หมุนวน
ด้วยกระบวนการพาความร้อนพลังงานจากภายในจึงถูกพาออกสู่พื้น
ผิวด้วยการหมุนวนของแก๊สร้อน

รูปแสดงโครงสร้างภายในของดวงอาทิตย์ (solar interior)

☀️ชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์

-โฟโตสเฟียร์ (photosphere)
-โครโมสเฟียร์ (chromosphere)
-โคโรนา (corona)
โดยที่ระหว่างชั้นโครโมสเฟียร์และชั้นโคโรนาจะมีชั้นบาง ๆ ที่
เรียกว่า transition regions

รูปแสดงชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์

ดาวพุธ : เตาไฟแช่เเข็ง ❄️

ข้อมูลสำคัญ
ระยะทางเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ 57.91 ล้านกิโลเมตรคาบวงโคจร
87.97 วันความรู้ของวงโคจร 0.206 ระนาบวงโคจรทำมุมกับ
ระนาบสุริยวิถี 7 ° Y แกนเอียง 0 ° 8.2, 2 0 0 0 0 0 หมุนรอบตัว
เองใช้เวลา 58.65 วันรัศมีของดาว 2,440 กิโลเมตรมวล 0.055
ของโลกความหนาแนน 0.98 ของโลกแรงโน้มถ่วง 0.38 ของโลก
องค์ประกอบของบรรยากาศที่เบาบางมากไฮโดรเจนฮีเลียม, โซแอี่
ยม, โปแตสเซียม, แคลเซียม, แมกนีเซียมอุณหภูมิ -180 ° C ถึง
430 ° C ไม่มีดวงจันทร์ X ไม่มีวงแหวน X

ดาวศุกร์ : ฝาแฝดของโลก

ข้อมูลสำคัญ
ระยะทางเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ 108.21 ล้านกิโลเมตร คาบวงโคจร
224.70 วัน ความรีของวงโคจร 0.0068 ระนาบวงโคจรทำมุมกับ
ระนาบสุริยวิถี 3.39° แกนเอียง 177.3°หมุนรอบตัวเองใช้เวลา
243.02 วัน (หมุนย้อนทางกับดาวเคราะห์ดวงอื่น)รัศมีของดาว
6,052 กิโลเมตร มวล 0.815 ของโลกความหนาแน่น 0.95 ของ
โลก แรงโน้มถ่วง 0.91 ของโลกองค์ประกอบหลักของบรรยากาศ
คาร์บอนไดออกไซด์ อุณหภูมิพื้นผิว 470°C
-ไม่มีดวงจันทร์​-ไม่มีวงแหวน

โลก : ดาวเคราะห์เเห่งนํ้า

ข้อมูลสำคัญ​
ระยะทางเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ 149.60 ล้านกิโลเมตรคาบวงโคจร
365.26 วัน
ความรีของวงโคจร 0.0167 ระนาบวงโคจรทำมุมกับระนาบสุริยวิถี
0.00005° แกนเอียง 23.45°หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 23.93 ชั่วโมง
รัศมีของโลก 6,378 กิโลเมตร มวล 5.97 x 1024 กิโลกรัมความ
หนาแน่น 5.515 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร แรงโน้มถ่วง 9.8 เมตร/
วินาที องค์ประกอบหลักของบรรยากาศ ไนโตรเจน ออกซิเจน
อุณหภูมิพื้นผิว -88°C ถึง 58°C มีดวงจันทร์ 1 ดวง​ไม่มีวงแหวน

ดาวอังคาร : ดาวเคราะห์สีแดง☄️

❤️ข้อมูลสำคัญ​
ระยะทางเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ 227.94 ล้านกิโลเมตรคาบวงโคจร
1.88 ปี (687 วัน) ความรีของวงโคจร 0.0934 ระนาบวงโคจรทำมุม
กับระนาบสุริยวิถี 1.8° แกนเอียง 25.19°หมุนรอบตัวเองใช้เวลา
24.62 วัน รัศมีของดาว 3,397 กิโลเมตรมวล 0.107 ของโลกความ
หนาแน่น 0.714 ของโลก แรงโน้มถ่วง 0.38 ของโลก
องค์ประกอบหลักของบรรยากาศ คาร์บอนไดออกไซด์ไนโตรเจน
อาร์กอนอุณหภูมิ -87°C ถึง -5°C มีดวงจันทร์ 2 ดวง ​ ไม่มี
วงแหวน

ดาวพฤหัส : ดาวเคราะห์ยักษ์
(ดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุด)

ข้อมูลสำคัญ​
ระยะทางเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ 778.41 ล้านกิโลเมตรคาบวงโคจร
11.86 ปี ความรีของวงโคจร 0.048ระนาบวงโคจรทำมุมกับระนาบ
สุริยวิถี 1.3° แกนเอียง 3.12° หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 9.92 ชั่วโมง
รัศมีของดาว 71,492 กิโลเมตรมวล 317.82 ของโลกความหนาแน่น
1.33 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร แรงโน้มถ่วง 20.87 เมตร/วินาที2
องค์ประกอบหลักของบรรยากาศ ไฮโดรเจน ฮีเลียมอุณหภูมิ
-148°C
ดวงจันทร์ที่ค้นพบแล้ว 62 ดวง ​วงแหวน 3 วง

ดาวเสาร์ : เทพเจ้าแห่งการเกษตร

ข้อมูลสำคัญ​
ระยะทางเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ 1,427 ล้านกิโลเมตร
คาบวงโคจร 29.4 ปี ความรีของวงโคจร 0.054
ระนาบวงโคจรทำมุมกับระนาบสุริยวิถี 2.484° แกนเอียง
26.73°หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 10.66 ชั่วโมงรัศมีของดาว 60,268
กิโลเมตรมวล 95.16 ของโลก
ความหนาแน่น 0.7 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร (น้อยกว่าน้ำ) แรง
โน้มถ่วง 7.2 เมตร/วินาที2
องค์ประกอบหลักของบรรยากาศ ไฮโดรเจน ฮีเลียมอุณหภูมิ
-178°C
ดวงจันทร์ที่ค้นพบแล้ว 62 ดวง ​
วงแหวนที่ค้นพบแล้ว 7 วง

ดาวยูเรนัส : เทพเจ้าเเห่งความงาม ✨

ข้อมูลสำคัญ​
ระยะทางเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ 2,870 ล้านกิโลเมตร
คาบวงโคจร 80 ปี ความรีของวงโคจร 0.047
ระนาบวงโคจรทำมุมกับระนาบสุริยวิถี 0.77° แกนเอียง
97.86°หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 17.24 ชั่วโมง
รัศมีของดาว 25,559 กิโลเมตรมวล 14.371 ของโลก
ความหนาแน่น 1.32 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร แรงโน้มถ่วง 8.43
เมตร/วินาที2 องค์ประกอบหลักขอบรรยากาศ ไฮโดรเจน ฮีเลียม
อุณหภูมิ -216°C
ดวงจันทร์ที่ค้นพบแล้ว 27 ดวง
วงแหวนที่ค้นพบแล้ว 13 วง

ดาวเนปจูน : เทพเจ้าเเห่งท้องทะเลโรมัน

ข้อมูลสำคัญ​
ระยะทางเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ 4,498 ล้านกิโลเมตร
คาบวงโคจร 164.8 ปี ความรีของวงโคจร 0.0086
ระนาบวงโคจรทำมุมกับระนาบสุริยวิถี 1.769°
แกนเอียง 29.58°หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 16.11 ชั่วโมง รัศมีของ
ดาว 24,764 กิโลเมตรมวล 17.147 ของโลกความหนาแน่น
1.64 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร แรงโน้มถ่วง 10.71 เมตร/
วินาที2
องค์ประกอบหลักของบรรยากาศ ไฮโดรเจน ฮีเลียม
อุณหภูมิ -214°C
ดวงจันทร์ที่ค้นพบแล้ว 13 ดวง
วงแหวนที่ค้นพบแล้ว 6 วง

ดวงจันทร์

ข้อมูลสำคัญ​
ระยะทางเฉลี่ยจากโลก 384,400 กิโลเมตรคาบวงโคจรรอบโลก
27.32 วัน ความรีของวงโคจร 0.054ระนาบวงโคจรทำมุมกับ
ระนาบสุริยวิถี 5.145° แกนเอียง 6.68°หมุนรอบตัวเองใช้เวลา
27.32 ชั่วโมง รัศมี 1,737 กิโลเมตรมวล 0.0123 ของโลก
ความหนาแน่น 3.341 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร แรงโน้มถ่วง
0.166 เท่าของโลก ไม่มีบรรยากาศ และยังไม่ตรวจพบน้ำ อุณหภูมิ
-233°C 123°C

ดาวเคราะห์น้อย ☄️

เป็นของแข็งที่มีขนาดต่าง ๆ และมีจำนวนมากเคลื่อนที่รอบดวง
อาทิตย์อยู่ระว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสดาวเคราะห์
น้อยมีองค์ประกอบด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์สำหรับโลกเช่น Fe
Ti

ดาวหาง

เป็นวัตถุท้องฟ้าที่ไม่มีแสงในตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุริยะ
เคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์เมื่ออยู่ไกลดวงอาทิตย์จะไม่มีหางและหัว
และเมื่อเคลื่อนที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์จึงจะมีหางและหัวสิ่งที่ทำให้
หางปรากฏคืออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าที่กระเด็นออกจากดวงอาทิตย์

อุกกาบาต และ ดาวตก☄️

เป็นวัตถุนอกโลกที่เผาไหม้ไม่หมดขณะผ่านบรรยากาศโลก
และเหลือตกมาถึงพื้นโลกเรียกว่า "อุกกาบาต" แต่ถ้าถูกเผา
ไหม้หมดเรียกว่า "ดาวตก"

ภาพจำลองอุกกาบาตชนโลก

ดาวเคราะห์แคระ

เป็นดาวชนิดหนึ่งที่อยู่ในวงโคจร แต่ตัวมันเองไม่ใช่ดาวฤกษ์ไม่มี
ดวงจันทร์เป็นบริวารมีมวลเพียงพอที่จะมีแรงโน้มถ่วงเป็นของตัว

เอง

ระบบสุริยะอยู่ในกาแล็กซีใด ?

ระบบสุริยะจัดอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือก (Milky Way) มา
จากภาษาละติน Via Lactea แปลว่าทางน้ำนม กาแล็กซีทางช้าง
เผือกนี้ประกอบด้วยฝุ่นและกลุ่มแก๊สทำให้มองเห็นเป็นแถบสี
ขาวจางๆ พาดผ่านฟากฟ้าในยามค่ำคืน

จากการศึกษาของนักดาราศาสตร์พบว่ากาแล็กซีทางช้างเผือก
เป็นกาแล็กซีแบบกังหันมีคาน มีดาวฤกษ์อยู่อย่างน้อย 200,000
ล้านดวง และมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100,000 ปีแสง และ
มีความหนาเฉลี่ย 1,000 ปีแสง

ดวงอาทิตย์ของเราก็โคจรอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือกเช่นกัน
โดยใช้เวลา 225 ล้านปีในการโคจรครบรอบกาแล็กซี โดยใช้
อัตราเร็ว 220 กิโลเมตรต่อวินาที

แบบฝึกหัด

1.ระบบสุริยะ มีชื่อภาษาอังกฤษว่าอะไร
1.Solar System
2. System Solar
3.word
4 Solar

2.ดาวเคราะห์ชั้นเอกในระบบสุริยะมีกี่ดวง
1. 7
2. 9
3. 8
4. 10

3.ดาวเคราะห์อะไรที่มีวงแหวนรอบตัว
1.ดาวพุธ
2.ดาวเสาร์
3.ดาวพฤหัสบดี
4.ดาวศุกร์

4.ข้อใดคือดาวเคราะห์ชั้นนอก
1.ดาวพุธ
2.ดาวศุกร์
3.ดาวอังคาร
4.ดาวพฤหัสบดี

5.ข้อใดคือดาวเคราะห์ชั้นใน
1.ดาวพฤหัสบดี
2.ดาวพุธ
3.ดาวเสาร์
4.ดาวยูเรนัส

6.จำนวนดาวฤกษ์มีทั้งหมดกี่ดวง
1. 5
2. 2
3. 1
4. 3

7.ดาวอะไรอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด
1.ดาวพุธ
2.ดาวโลก
3.ดาวอังคาร
4.ดาวเสาร์

8.ดาวเนปจูนมีชื่อไทยเรียกว่าอะไร
1.ดาวรุ่ง
2.ดาวโจเวียน
3.ดาวห่าง
4.ดาวเกตุ

9.ระบบสุริยะอยู่ในกาแล็กซีใด
1.ทางช้างเผือก
2.แอนโดรเมดา
3.แม็กแลนแลนใหญ่
4.แม็กเจลแลนเล็ก

10.ดาวอะไรที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ในระบบสุริยะ
1.ดาวโลก
2.ดาวพุธ
3.ดาวศุกร์
4.ดาวเสาร์

เฉลย

1.1 2. 3 3. 2 4. 4 5. 2 6. 3 7. 1 8. 4
9. 1 10. 1

จัดทำโดย
นางสาว ชญาดา ประสะนะโก ม.5/4

นางสาว วันวิสา เพ็งแจ่ม ม.5/4


Click to View FlipBook Version