การศึ กษาฤทธิ์ต้านเชื้อ methicillin-resistant S. aureus ของสารสกัดมะกอกน้ า จาก
การศึกษาพบว่าเช้ือดังกล่าวถูกยับย้ังได้โดยสาร isoflavonoid ที่สกัดจากรากของ โดยมีค่า
MIC เท่ากับ 12.5 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ดังน้ันสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ในมะกอกน้าจึงน่าจะมีฤทธ์ิ
ในการตา้ นเชื้อ methicillin-resistant S. aureus
ในปีงบประมาณ 2564 คณะผู้วิจัยได้ทดสอบความสามารถในการสร้างไบโอฟลิ ์มของ
เชื้อ Staphylococcus aureus ท่ีดื้อต่อยาเมธิซิลลิน (MRSA) จานวน 2 สายพันธุ์ และเชื้อ
Staphylococcus aureus ท่ไี วต่อยาเมธซิ ิลลนิ (MSSA) จานวน 2 สายพันธ์ุ โดยวธิ ี Microtiter
plate assay พบว่าเชื้อ MRSA ท้ัง 2 สายพันธ์ุสร้างไบโอฟลิ ์มระดับปานกลาง ส่วนเช้ือ MSSA
ท้ัง 2 สายพันธุ์สร้างไบโอฟลิ ์มระดับสูง เมื่อศึกษาฤทธ์ิต้านเช้ือจุลินทรีย์ของสารสกัดสมุนไพร
มะกอกน้า จานวน 4 สารสกัด ได้แก่ สารสกัดเปลือกไมด้ ้วยน้า (BW) สารสกัดเปลือกไม้ด้วยเอ
ทานอล (BE) สารสกัดเนื้อไมด้ ้วยน้า (WW) และสารสกัดเนอื้ ไม้ด้วยเอทานอล (WE) ในการต้าน
เชื้อที่เจริญแบบอิสระโดยวิธี Microbroth dilution test พบว่าสารสกัดเปลือกไม้มะกอกน้ามี
ฤทธ์ิต้านเชื้อทุกชนิดได้ดีกว่าสารสกัดเน้ือไม้ โดยค่า MIC ของสารสกัด BW และสารสกัด BE
ของทุกเช้ือเท่ากับ 0.5-2 ไมโครกรัม/
มิ ล ลิ ลิ ต ร แ ล ะ มี ค่ า MBC เ ท่ า กั บ 2
ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ส่ วนสารสกัด
WW และสารสกดั WE มคี า่ MIC เท่ากบั
2 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร และสารสกัด
WW และ WE ปริมาณ 2 mg/ml ไม่
สามารถฆ่าเช้ือทุกชนิดได้ เมื่อศึกษา
ฤ ท ธิ์ ต้ า น เ ชื้ อ จุ ลิ น ท รี ย์ ข อ ง ส า ร ส กั ด
สมุนไพรมะกอกน้า จานวน 4 สารสกัด
ในการต้านเช้ือที่เจริญแบบไบโอฟิล์ม
โดยวิธี Microbroth dilution test พบว่าสารสกัดเปลือกไม้มะกอกน้ามีฤทธิ์ต้านเชอ้ื ทุกชนิดได้
ดีกว่าสารสกัดเนือ้ ไมเ้ ช่นเดียวกนั
51
การศกึ ษาฤทธ์ิปกปอ้ งเซลล์ประสาท
ของสารสกัดมะกอกน้าในเซลล์ประสาท
เพาะเล้ยี งจากสมองสว่ นฮิปโปแคมปัส
ภาวะเครียดจากการเกิดออกซิเดชัน (oxidative stress) เป็นสาเหตุสาคัญของการเกิด
โรคความเสื่อมของระบบประสาท และมีหลักฐานสนับสนุนว่าสาร antioxidant อาจป้องกันการ
เกิดพยาธิสภาพจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทอันเป็นผลมาจากภาวะ oxidative stress ได้
มะกอกน้าซ่ึงเป็นแหล่งของสารประกอบที่มีฤทธิ์เป็น antioxidant อาจสามารถป้องกันหรือลดการ
เกิดพยาธิสภาพจากการเส่ือมของเซลลป์ ระสาทได้ ทาให้ลดการตายของเซลล์ประสาท การศึกษาน้ี
จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบฤทธิ์ปกป้องเซลล์ประสาทของสารสกัดมะกอกน้าในเซลล์ประสาท
เพาะเลี้ยงจากสมองส่ วนฮิ ปโปแคมปั ส (mouse hippocampal cell line; HT-22) โดยใช้
แ บ บ จ า ล อ ง ก า ร เ สื่ อ ม ข อ ง เ ซ ล ล์ ป ร ะ ส า ท ท่ี ท า ใ ห้ เ กิ ด ก า ร บ า ด เ จ็ บ ห รื อ ก า ร ต า ย ข อ ง เ ซ ล ล์ จ า ก
glutamate และประเมินผลโดยวัดความอยู่รอดของเซลล์ (cell viability) ด้วยวิธี MTT
reduction assay และวัดการทาลายเยื่อหุ้มเซลล์ (plasma membrane damage) ด้วยวิธี LDH
release assay โดยใช้ Multi-detection microplate reader (SynergyTM HT, Biotex, USA)
จากการศึกษาเบ้ืองต้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 คณะผู้วิจัยได้ทดสอบฤทธิ์ปกป้อง
เซลล์ประสาทของสารสกัดจากเปลือกไม้มะกอกน้า ได้แก่ สารสกัด EHB-W และ EHB-E ในเซลล์
ประสาทเพาะเลี้ยง HT-22 ผลพบว่าสารสกัดดังกล่าวท่ีความเข้มข้น 5, 25 และ 50 ไมโครกรัม/
มิลลลิ ติ ร เมือ่ ให้พร้อมกบั ให้ glutamate เปน็ เวลา 24 ช่ัวโมง สามารถลดการบาดเจบ็ หรือการตาย
ของเซลล์ประสาทเพาะเล้ียงท่ีเกิดจากพิษของ glutamate ได้ ในขณะที่การให้สารสกัดดังกล่าว
ก่อนให้ glutamate น้ันไม่แสดงผลปกป้องใดๆ แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากเปลือกไม้มะกอกน้า
แสดงฤทธิ์ปกป้องเซลล์ประสาท และอาจมีศักยภาพท่ีจะนามาวิจัยและพัฒนาต่อเพื่อชะลอ
กระบวนการเส่ือมของเซลล์ประสาทอันเกิดจาก oxidative stress ได้ ดงั น้นั ในปงี บประมาณ พ.ศ.
2564 คณะผู้วิจัยจึงได้ทดสอบฤทธ์ิปกป้องเซลล์ประสาทของสารสกัดแยกส่วนจากสารสกัดเอทา
นอลของเปลือกไม้มะกอกน้า ได้แก่ ส่วนสกัดย่อย EHB-W, EHB-EA และ EHB-CHCl3 ในเซลล์
ประสาทเพาะเลี้ยง HT-22 โดยให้สารสกัดแยกส่วนดังกล่าว ท่ีความเข้มข้น 0.5, 1, 5, 25, 50,
100 และ 200 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร แก่เซลล์ประสาทเพาะเลี้ยง เป็นเวลา 24 ช่ัวโมง ผลการ
52
ทดสอบพบวา่ สารสกัดแยกส่วนท้งั 3 ตวั อยา่ ง ท่คี วามเขม้ ข้นต้งั แต่ 0.5 ถึง 5 ไมโครกรมั /มลิ ลลิ ติ ร
ไม่มผี ลตอ่ cell viability ของเซลล์ประสาทเพาะเล้ียง ในขณะท่ีการใหส้ ารสกัดแยกส่วนดงั กลา่ วที่
ความเขม้ ขน้ 25 ถึง 200 ไมโครกรมั /มิลลิลิตร แกเ่ ซลลป์ ระสาทเพาะเลีย้ ง เปน็ เวลา 24 ช่ัวโมง มี
ผลทาให้ cell viability ลดลง แบบ dose-dependent manner เม่ือเทียบกับกลุ่มควบคุม การให้
ส่วนสกัดย่อย EHB-W ที่ความเข้มข้น 0.5, 1, 5 และ 10 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร แก่เซลล์ประสาท
เพาะเล้ียง โดยให้ส่วนสกัดย่อยพร้อมกับให้ glutamate เปน็ เวลา 24 ช่ัวโมง พบว่าส่วนสกัดย่อย
EHB-W ที่ความเข้มข้นดังกล่าวไม่แสดงผลปกป้องใด ๆ ในขณะท่ีให้ส่วนสกัดย่อย EHB-EA ที่
ความเข้มขน้ 5 และ 10 ไมโครกรัม/มิลลิลติ ร หรือส่วนสกัดย่อย EHB-CHCl3 ที่ความเข้มข้น 0.5,
1, 5 และ 10 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร พร้อมกับให้ glutamate น้ันสามารถลดการบาดเจ็บหรือการ
ตายของเซลล์ประสาทเพาะเลี้ยงโดยเพิ่ม cell viability และลด plasma membrane damage ท่ี
เกิดจากพิษ glutamate แสดงให้เหน็ ว่าสารสกดั แยกส่วน EHB-EA และ EHB-CHCl3 แสดงฤทธ์ิ
ปกป้องเซลล์ประสาทเพาะเล้ียงจากพิษของ glutamate ได้ ซ่ึงคณะผู้วิจัยเห็นควรตรวจหา
สารสาคัญในการออกฤทธิ์ปกป้องเซลล์
ประสาทของสารสกัดแยกส่วนดังกล่าว
กอ่ นนาไปพัฒนาเปน็ ผลิตภัณฑส์ มุนไพร
ที่ ค ว บ คุ ม ป ริ ม า ณ ส า ร ส า คั ญ ส า ห รั บ
ชะลอหรือเสริมการรักษาโรคท่ีเกิดจาก
ความเส่ือมของระบบประสาทต่อไป
53
การศกึ ษาฤทธ์ิลดไขมันในเลอื ด
ของสม้ ปอ่ ยในสัตว์ทดลอง
ภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปั จจัยสาคัญของการเกิดหลอดเลือดแดงแข็ง ซ่ึงเป็นสาเหตุ
สาคัญของการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดของสมอง และเป็นปั ญหาทาง
สาธารณสุขท่ีสาคัญของไทยและท่ัวโลก ใบส้มป่อยมีคุณสมบัติต้านออกซิเดชันจึงอาจช่วยลด
ความเส่ียงของการเกิดภาวะหลอดเลอื ดแดงแข็งได้ จากการตรวจสอบฤทธิ์ลดไขมนั ในเลือดของ
สารสกัดจากใบส้มป่อยในหนูแรทที่เหน่ียวนาให้เป็นไขมันในเลือดสูงโดยให้สารสกัดส้มป่อย
พร้อมกับอาหารท่ีมีไขมันสูง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าสารสกัดด้วยน้าของส้มป่อยสามารถ
ป้องกันการเพิ่มระดบั ไขมนั ในเลอื ด (คอเลสเตอรอลและ LDL) ในหนแู รททเ่ี หนี่ยวนาให้มไี ขมนั ใน
เลือดสูงได้ใกล้เคียงกับอะทอร์วาสแตติน แต่ไม่
มีผลตอ่ ระดับไตรกลีเซอรไ์ รด์และ HDL แสดงให้
เห็นว่าสมุนไพรส้ มป่อยมีศักยภาพท่ีจะนามา
ศึกษาฤทธ์ิลดระดับไขมันในเลือดต่อเพื่อให้ได้
ข้อมูลที่เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมใน
การสนับสนุนฤทธ์ิลดไขมัน และอาจพัฒนาต่อ
เปน็ ผลิตภัณฑ์สุขภาพหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ท่ีมีฤทธ์ิลดไขมัน ดังน้ันการศึกษาวิจัยน้ีเพื่ อ
พิสูจน์ฤทธ์ิและกลไกในการออกฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือดของสมุนไพรส้มป่อยในหนูแรทท่ีมี
ภาวะไขมนั ในเลอื ดสูงโดยใหส้ ารสกดั ส้มป่อยหลังจากหนแู รทมีภาวะไขมันในเลอื ดสูง
จากการศึกษาเบ้ืองต้นพบว่าสารสกัดด้วยน้าของใบส้มป่อยสามารถยับย้งั เอนไซม์ HMG-
CoA reductase ได้โดยมีค่า IC50 เป็น 31.90 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ซ่ึงข้อมูลดังกล่าว
สอดคล้องกบั ผลการศึกษาคร้งั กอ่ นทพ่ี บวา่ สารสกดั ด้วยน้าของใบส้มป่อยสามารถยับย้ังเอนไซม์
HMG-CoA reductase ได้ ส่วนการศึกษาในสัตว์ทดลองด้วยการเหนี่ยวนาหนูแรทใหเ้ ป็นไขมัน
ในเลือดสูงก่อนโดยให้อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เปน็ เวลา 8 สัปดาห์ และตามด้วยการให้สาร
54
สกัดด้วยน้าของใบส้มป่อยขนาดต่าง ๆ กันทางปากแก่หนูแรทมีภาวะไขมันในเลือดสูง ทุกวัน
เปน็ เวลา 10 สัปดาห์ และประเมินค่าทางชีวเคมี ทุก 2 สัปดาห์ ผลพบว่าสารสกัดด้วยน้าของใบ
ส้มป่อยขนาด 200, 400 และ 800 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน มีแนวโน้มลดระดับ cholesterol
ในเลือดของหนูแรทท่ีมีภาวะ
ไ ข มั น สู ง แ ต่ ร ะ ดั บ
cholesterol ที่ ล ดล ง นี้ ไ ม่ มี
นัยสาคัญทางสถิติเมื่อเทียบ
กับหนูกลุ่มควบคุมที่มีภาวะ
ไขมันในเลือดสู ง และสาร
สกัดส้มป่อยท่ีขนาดดังกล่าว
ไม่มีผลต่อระดับไตรกลีเซอร์
ไรด์ HDL และ LDL นอกจากน้ี
ค่าทางชีวเคมีท่ีเกี่ยวข้องกับ
การทางานของตับและไต การเจริญเติบโต และการกินอาหารของหนูกลุ่มที่ได้รับสารสกัด
ส้มป่อยและยามาตรฐานไม่แตกต่างจากหนูกลุ่มควบคุมที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง แสดงให้เห็น
ว่าสารสกัดด้วยน้าของใบส้มป่อยไมส่ ามารถลดการเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลและ LDL ได้ การที่
สารสกัดด้วยน้าของใบส้มป่อยสามารถลดระดับไขมันในเลือดในหนูแรทท่ีเหนี่ยวนาใหม้ ีไขมนั ใน
เลือดสูงได้เมื่อให้พร้อมกับอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ในขณะท่ีสารสกัดด้วยน้าของใบส้มป่อย
ไม่สามารถลดระดับไขมนั ในเลือดเม่อื ให้สารสกัดหลังจากหนูแรทมีภาวะไขมันในเลือดสูง แสดง
ให้เหน็ วา่ สารสกดั ด้วยน้าของใบส้มป่อยมีศักยภาพในการป้องกันการเพิ่มของระดบั ไขมันในเลือด
ในหนูแรทท่ีเหนย่ี วนาให้เปน็ ไขมันในเลือดสูงโดยให้สารสกัดส้มป่อยพร้อมกับอาหารท่ีมีไขมนั สูง
แตไ่ มม่ ผี ลในการลดไขมันในเลือดในหนแู รททีม่ ภี าวะไขมนั ในเลือดสูง
55
\
การศกึ ษาฤทธติ์ า้ นเชอ้ื แบคทเี รยี กอ่ โรค
แผลในกระเพาะอาหาร Helicobacter
pylori ของสมุนไพรวงศ์ขิง
เช้ือแบคทีเรีย Helicobacter pylori เป็นสาเหตุสาคัญที่ก่อแผลในกระเพาะอาหาร
กระเพาะอาหารอักเสบเร้ือรัง และมะเร็งกระเพาะอาหาร สามารถพบเชื้อนี้ได้ท่ัวโลกโดยเฉพาะ
ในประเทศกาลังพัฒนาพบการติดเช้ือนี้สูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของประชากร สาเหตุของการติด
เช้ือ H. pylori อาจติดต่อมาจากการปนเป้ ือนอยู่ในอาหารและอุจจาระ การรักษาที่ได้ผลพบว่า
ผู้ป่วยต้องได้รบั ยาปฏิชีวนะมากกวา่ 2 ชนิด เน่ืองจากเช้ือมีโอกาสที่ด้ือต่อยาปฏิชวี นะเพิ่มข้ึนจึง
ไม่ประสบผลสาเรจ็ ในการรกั ษา การใช้สารสกัดจากสมุนไพรจึงเปน็ ทางเลอื กหน่งึ ทน่ี ามาใชแ้ ทน
ยาปฏชิ ีวนะซ่งึ มรี าคาแพงและมีผลข้างเคียงมากกว่าและยังก่อใหเ้ กิดปั ญหาเชือ้ ด้ือยาจากการใช้
ยาไม่เหมาะสมอีกด้วย สมุนไพรวงศ์ขิงเป็นสมุนไพรพื้นบ้านท่ีทุกบ้านใช้รับประทานเป็นอาหาร
และรู้จักมาอย่างยาวนานว่ามีสรรพคุณมากมาย เช่น ขับลม แก้ท้องอืด จุกเสียด แน่นเฟ้อ
คลื่นไส้อาเจียน แก้หอบไอ ขับเสมหะ อย่างไรกต็ ามยังมีการศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรยี กอ่ โรค
แผลในกระเพาะอาหาร H. pylori ไม่มากนัก ดังน้ันคณะผู้วิจัยจึงศึกษาฤทธ์ิต้านเชื้อแบคทีเรีย
ก่อโรคแผลในกระเพาะอาหาร H. pylori ของสมุนไพรวงศ์ขิงจานวน 10 ชนิด ดังนี้ ขิง ข่า ขมิ้น
อ้อย ขมิ้นดา ขม้ินชัน ขม้ินขาวป่า ขม้ินขาว กระทือ กระชายดา และกระชาย โดยวิธี well
diffusion และ agar dilution
ผลพบว่า ขิง และขมิ้นขาวป่า สามารถต้านเช้อื H.
pylori ได้โดยมีค่าความเข้มข้นต่าสุดที่สามารถต้านเช้ือ
แ บ ค ที เ รี ย ไ ด้ (Minimum inhibition concentration;
MIC) เ ท่ า กั บ 50 ไ ม โ ค ร ก รั ม /มิ ล ลิ ลิ ต ร แ ล ะ 100
ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลาดับ ส่วนสาร amoxicillin
ซ่ึ ง เ ป็ น positive control มี ค่ า MIC เ ท่ า กั บ 25
ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ในขณะท่ี ข่า ขม้ินอ้อย ขม้ินดา
ขมิ้นชัน ขมิ้นขาว กระทือ กระชายดา และกระชาย ไม่มี
56
ฤทธ์ิต้านเช้ือ H. pylori แสดงให้เห็นว่าขิงและขมิน้ ขาวป่า
มฤี ทธติ์ า้ นเชอ้ื H. pylori ได้โดยขงิ มฤี ทธิด์ ีกว่าขมิน้ ขาวป่า
แตก่ ย็ งั มีฤทธ์นิ อ้ ยกว่าสาร amoxicillin
อย่างไรก็ตามตัวอย่างสมุนไพรท่ีนามาทดสอบเป็น
เพียงสารสกัดหยาบ หากได้มีการเตรียมตัวอย่างเปน็ สาร
สกัดแยกส่วนจากขิงและขมิ้นขาวป่าอาจทาให้มีฤทธ์ิต้าน
เชือ้ H. pylori ได้ดีข้ึน
ดังน้ันคณะผู้วิจัยเห็นควรมีการศึกษาฤทธ์ิต้านเช้ือ H. pylori ของสารสกัดแยกส่วนจาก
ขิงและขมิ้นขาวป่า เพื่อให้ได้ข้อมูลฤทธิ์และกลไกเพิ่มเติมก่อนนาไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์
สมุนไพรสาหรับป้องกันหรือเสริมการรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ
เร้อื รงั และมะเรง็ กระเพาะอาหารตอ่ ไป
57
58
ธารงรักษาและพฒั นาระบบรหิ ารคณุ ภาพ
สถาบันวิจัยสมุนไพรธารงรักษาและพั ฒนาระบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015
ขับเคล่ือนโดยใช้นโยบายคุณภาพและวัตถุประสงค์คุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001:2015
ประยุกต์ใช้ร่วมกับเกณฑ์การพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ในการพัฒนามาตรฐาน
คุณภาพและคุณธรรมอย่างต่อเน่ือง สื่อสารไปยังเจ้าหน้าที่ทุกระดับท่ัวท้ังสถาบันวิจัยสมุนไพร
และถา่ ยทอดตวั ชว้ี ัดลงสู่ IPA ระดับบุคคล จัดทาแผนพัฒนาระบบบรหิ ารคณุ ภาพ ISO 9001:2015
ประจาปี 2564 ที่สอดคล้องกบั แผนระดับกรม ทบทวน/ปรับปรุง/แกไ้ ขเอกสารกระบวนงานหลกั นา
เอกสารเข้าสู่ระบบการควบคุมเอกสารอิเล็กทรอนิกส์กลางในระบบ SMART DI รวมถึงสนับสนุน
ข้อมูลเอกสารและสารสนเทศภายใต้ขอบเขตและกระบวนงานท่ีสถาบันวิจัยสมุนไพรรับผิดชอบ
ให้กับกรม สร้างและแสวงหาองค์ความรู้ด้านระบบคุณภาพรวมถึงองค์ความรู้ทางวิชาการต่าง ๆ
พัฒนาบุคลากรตามแผนงานท่ีกาหนด รวมถึงการบริหารจัดการความเส่ียงและควบคุมภายในตาม
คู่มือการปฏบิ ตั งิ านในระบบบรหิ ารคณุ ภาพ
การให้บรกิ ารของสถาบนั วจิ ัยสมนุ ไพรได้นาข้อมูลการสารวจมาวิเคราะห์รวมท้งั นโยบาย
ต่าง ๆ ในปีงบประมาณ 2564 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีนโยบายให้หนว่ ยงานภายในกรมฯ ท่ี
ให้บริการวิเคราะห์/ทดสอบ ใช้ระบบบริหารจัดการตัวอย่าง iLab Plus ซ่ึงจะสามารถเชื่อมโยง
ข้อมูลตรวจวิเคราะห์ของหนว่ ยงาน โดยตรงสู่ศูนย์ข้อมูลกลางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (DMSc
Data Center) อีกท้งั มีนโยบายรักษาความม่นั คงปลอดภยั ระบบเทคโนโลยีสารสนเทสตามมตรฐาน
ISO/IEC 27001:2013 สถาบันวจิ ัยสมนุ ไพรเตรียมรับรองการใหบ้ ริการตรวจวเิ คราะห์ให้พรอ้ มต่อ
ความต้องการของผู้รับบริการ ให้มีความพร้อมใช้งาน ความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปั จจุบัน ม่ังคง
ปลอดภัย ปกป้องความลบั ของขอ้ มูล สร้างความ
เ ชื่ อ ม่ั น ใ ห้ กั บ ผู้ รั บ บ ริ ก า ร แ ล ะ ด า เ นิ น ก า ร
ส อ ด ค ล้ อ ง แ ผ น พั ฒ น า ดิ จิ ทั ล
กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์
59
การตรวจติดตามคุณภาพภายใน (Internal Audit) โดยคณะทางานตรวจติดตาม
คุณภาพภายใน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คร้ังที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2564 ไม่พบ
ความไม่สอดคล้อง (Nonconformity :NC)
ประชุมคณะกรรมการประกันคุณภาพของสถาบันวิจัยสมุนไพร ( Management
Review) เพื่อติดตามและรายงานความก้าวหน้าในการดาเนินงาน ประชุม Management Review
จานวน 1 คร้งั
การตรวจประเมินเพื่ อเฝ้ าระวัง Surveillance Audit (SA) ระบบคุณภาพ ISO
9001:2015 จาก United Registrar of System (URS) วันที่ 23 สิงหาคม 2564 และได้รับการ
รบั รองระบบคณุ ภาพ ISO 9001:2015 ในภาพรวมของกรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์
60
ธารงรักษาและพฒั นาระบบรหิ ารจดั การ
คุณภาพมาตรฐาน
สถาบันวิจัยสมุนไพร มีความมุ่งม่ันท่ีจะรักษาคุณภาพงานบริการทดสอบให้ถูกต้องตาม
หลักวิชาการ เป็นกลาง มีความสม่าเสมอของคุณภาพงานทดสอบ เพื่อสร้างความม่ันใจในความ
ถูกต้องของผลการทดสอบให้กับผู้รับบริการ โดยใช้นโยบายคุณภาพ วัตถุประสงค์คุณภาพ และ
ค่าเป้าหมายตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025:2017 และดาเนินการตามแผนพัฒนาระบบบริหาร
คุณภาพ ประจาปีงบประมาณ
2564
ผลการดาเนินงานเป็นไป
ตามแผนและเป้าหมายที่กาหนด
ธ า ร ง รั ก ษ า ร ะ บ บ แ ล ะ ผ่ า น ก า ร
ตรวจประเมนิ เพื่อเฝ้าระวงั รกั ษา
ร ะ บ บ บ ริ ห า ร คุ ณ ภ า พ
ห้องปฏิบัติการ (Self-Declaration) ตามหนังสือท่ี สธ.0621.04/6801 วันท่ี 30 กันยายน 2564
จากสานักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ โดยดาเนินการตามแผนฯ สอดคล้องตามข้อกาหนดของ
ระบบงาน ได้แก่
1. ทบทวน สื่อสารนโยบายคุณภาพ/วัตถุประสงค์คุณภาพ และนโยบายการใหบ้ ริการตรวจ
วเิ คราะห์ทางหอ้ งปฏิบตั ิการ สถาบนั วจิ ัยสมนุ ไพร ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อสร้างความ
เช่ือม่ันให้กับผู้รับบริการถึงความเป็นกลางในการให้บริการ ข้อมูลของผู้รับบริการถือเป็นความลับ
และสิทธ์ทิ ไ่ี ด้รับการคมุ้ ครอง
2. การปฏิบตั เิ พื่อความสอดคล้องด้าน Impartiality และ Confidentiality โดยเนน้ ย้าถึง
นโยบายและการปฏบิ ัติตามเอกสารคุณภาพท่ีเก่ียวข้องอย่างเคร่งครดั
3. ระบบเอกสาร (Document control) ดาเนินการทบทวนเอกสารคุณภาพ ได้แก่ คู่มือ
คณุ ภาพ มาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน แบบบันทึก แบบฟอร์มตา่ ง ๆ จานวน 650 รายการ
61
4. สอบเทียบเคร่ืองมือวิทยาศาสตร์ตามแผนการบารุงรักษาและสอบเทียบเครื่องมือ
มาตรฐานอ้างอิง/เคร่ืองแก้ว (ระบบคุณภาพ ISO/IEC 17025:2017) ร้อยละ 100 มีเคร่ืองมือ
ได้รบั การสอบเทียบตามกาหนด 21 ชนดิ เคร่ืองมอื จานวนรวม 104 เครอื่ ง
5. พัฒนาบคุ ลากรดา้ นระบบคุณภาพ ISO/IEC 17025:2017 ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.
2564 บุคลากรสถาบันวิจัยสมนุ ไพร บุคลากรได้รับการพัฒนาด้านวิชาการต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง อาทิ
ดา้ นการตรวจวเิ คราะห์ (จานวน 17 หลกั สูตร) ด้านการวิจัยและพัฒนา (จานวน 13 หลักสูตร) ด้าน
การพัฒนาศักยภาพหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร (จานวน 10 หลกั สูตร) และดา้ นอ่นื ๆ โดยผา่ นการฝกึ อบรม การ
ฝกึ สอนงาน ตามแผนการฝึกอบรม ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
6. การประกันคุณภาพผลการทดสอบตามแผนการดาเนินงาน ประจาปี 2564 โดยเข้า
ร่วมการทดสอบความชานาญในโปรแกรม (Proficiency Testing : PT) จานวน 2 รายการ
(จุลชีววิทยา/เคมี) รวมถึงการประเมินความสามารถในการทดสอบระหว่างเจ้าหน้าที่ภายใน
ห้องปฏิบัตกิ าร (Laboratory’s performance in test) จานวน 28 รายการทดสอบ
7. การตรวจติดตามคุณภาพภายใน (Internal Audit) พบข้อบกพร่อง/ข้อสังเกต
ที่ต้องดาเนินการแก้ไข เป็นข้อบกพร่องหลัก (Condition : C)
จานวน 16 ข้อ และ ข้อสังเกต (Observation : O) จานวน 14 ขอ้
ดาเนินการแก้ไขและปิดประเดน็ CAR ตามระยะเวลาทก่ี าหนด
8. ป ร ะ ชุ ม ท บ ท ว น ร ะ บ บ บ ริ ห า ร คุ ณ ภ า พ
(Management Review) จานวน 1 คร้งั
9. ผลสารวจความพึ งพอใจและไม่พึ งพอใจของ
ผูร้ ับบริการ ประจาปี 2564 (เฉลย่ี 2 รอบ) รอ้ ยละ 90.26
62
63
การตรวจวเิคราะหโ์ ครงการคุณภาพสมนุ ไพรไทย
ผลการดาเนนิ งาน
รายการทตี่ รวจวเิ คราะห์ ประเภท เป้าหมาย ท้งั หมด ไมผ่ า่ น สาเหตุ
สมนุ ไพร (ตวั อยา่ ง) (ตวั อยา่ ง) เกณฑ์
(ตวั อยา่ ง)
(3)
(1) (2) 40 (4) (5) (6)
1. การตรวจวเิ คราะหค์ ณุ ภาพดา้ นเคมี
• การตรวจเอกลกั ษณท์ างเคมี (color test, 1, 2, 3 49
TLC)
• การตรวจหาปรมิ าณเถา้ รวม 1, 2, 3 49 0
• การตรวจหาปรมิ าณเถา้ ทไี่ มล่ ะลายในกรด 1, 2, 3
• การตรวจปรมิ าณเถา้ ทลี่ ะลายในน้า 1, 2, 3 26 1
• การตรวจปรมิ าณความชนื้ โดยวธิ กี ราวเิ มตรกิ 1, 2, 3 47 1
• การตรวจปรมิ าณน้าโดยวธิ ี Water by 1, 2, 3 20
26 1
azeotropic 1, 2, 3 19 0
• การตรวจปรมิ าณสิ่งสกดั ดว้ ยตวั ทาละลาย 1, 2, 3
ไดแ้ ก่ 1, 2, 3 46 6
1, 2, 3 18 3
- สารสกดั ดว้ ยน้า 27 4
- สารสกดั ดว้ ย 85% เอทานอล 1, 2, 3 19 0
- สารสกดั ดว้ ย 95% เอทานอล 1, 2, 3
• การตรวจปรมิ าณน้ามนั หอมระเหย 19 3
• การตรวจปรมิ าณสารสาคญั ไดแ้ ก่ 1, 2, 3 22
- ปรมิ าณแลคโตนรวมในฟ้าทะลายโจร
- ปรมิ าณอนพุ ันธไ์ ฮดรอกซแี อนทราซนี
คานวณเปน็ เซนโนซยั ดบ์ ใี นมะขามแขก
- เคอรค์ มู นิ อยดใ์ นสมนุ ไพรขมนิ้ ชัน
64
ผลการดาเนนิ งาน
รายการทตี่ รวจวเิ คราะห์ ประเภท เป้าหมาย ทง้ั หมด ไมผ่ า่ น
สมนุ ไพร (ตวั อยา่ ง) (ตวั อยา่ ง) เกณฑ์
(ตวั อยา่ ง) สาเหตุ
(3)
(1) (2) (4) (5) (6)
- แทนนินในสมนุ ไพรมะขามป้อม 1, 2, 3 49
• การตรวจแคปซลู ยาจากสมนุ ไพร 49 18 2
- การผนั แปรของน้าหนกั ยา (Weight variation) 3
- การแตกตวั ของยา (Disintegration) 3 49 11
2. การตรวจการปนเป้ อื นเชอื้ จลุ นิ ทรยี ์ 3
49 20 0
- Total viable aerobic bacteria 1, 2, 3 49
49 20 0
49
49 49
40
- Total viable aerobic fungi 1, 2, 3 40 49 9 พบสูง
5 กวา่
- Enterobacteria 1, 2, 3 เกณฑ์
- จานวน Escherichia coli 1, 2, 3 8
- ปรมิ าณ Staphylococcus aureus 1, 2, 3 49 5 พบสูง
- ปรมิ าณ Salmonella species. 1, 2, 3 กวา่
- ปรมิ าณ Clostridium spp. 1, 2, 3 เกณฑ์
3. การปนเป้ ือนดว้ ยสารหนโู ลหะหนกั 1, 2, 3
1, 2, 3 49 11
4. การปนเป้ อื นสารเคมกี าจดั ศัตรพู ืช 1, 2, 3 49 5 พบเชอื้
49 - -
5. การตรวจเอกลกั ษณท์ างเภสัชเวท วตั ถดุ บิ 49 1 พบเชอื้
สมนุ ไพร 49 3 พบเชอื้
6. การทดสอบความเปน็ พิษในสัตวท์ ดลอง 49 0
- การทดสอบพิษเฉยี บพลนั ชาชง
- การทดสอบพิษก่งึ เรอื้ รงั แคปซลู 49 0
หรืออนื่ ๆ
00
16
65
การตรวจวเิคราะหส์ มุนไพรทีส่ ่งตรวจจากหน่วยงานภาครัฐ
และเอกชน
ผลการดาเนนิ งาน
รายการทตี่ รวจวเิ คราะห์ ประเภท เป้าหมาย ทง้ั หมด ไมผ่ า่ น สาเหตุ
สมนุ ไพร (ตวั อยา่ ง) (ตวั อยา่ ง) เกณฑ์
(1) (ตวั อยา่ ง)
1. การตรวจวเิ คราะหค์ ณุ ภาพดา้ นเคมี (2) (3)
1, 2, 3 100 (4) (5) (6)
• การตรวจเอกลกั ษณท์ างเคมี (color test,
TLC) 1, 2, 3 310
1, 2, 3
• การตรวจหาปรมิ าณเถา้ รวม 10 1
• ปรมิ าณเถา้ รวม 1, 2, 3
• การตรวจปรมิ าณน้ามนั หอมระเหย 1, 2, 3 10
• การตรวจปรมิ าณสิ่งสกดั ดว้ ยตวั ทาละลาย 1, 2, 3, 4 24 0
ไดแ้ ก่ 1, 2, 3 31
- สารสกดั ดว้ ยน้า
• การตรวจหาปรมิ าณสารสาคญั ไดแ้ ก่ 1, 2, 3 83 6
- ปรมิ าณแลคโตนรวมในฟ้าทะลายโจร 1, 2, 3 123 19
- ปรมิ าณ andrographolide 1, 2, 3
ในฟา้ ทะลายโจร 19 11
1, 2, 3
- ปรมิ าณอนพุ ันธไ์ ฮดรอกซแี อนทราซนี 39 2
คานวณเปน็ เซนโนซยั ดบ์ ใี นมะขามแขก 30
50
- ปรมิ าณเคอรค์ มู นิ อยดใ์ นสมนุ ไพรขมนิ้ ชนั
8 8 1 พบสูงกวา่
- ปรมิ าณแทนนนิ ในสมนุ ไพรมะขามป้อม เกณฑ์
- ปรมิ าณอลั คาลอยดร์ วมในพรกิ ไทย
คานวณเปน็ piperine
2. การตรวจการปนเป้ อื นเชอื้ จลุ นิ ทรยี ์
- Total viable aerobic bacteria
66
ผลการดาเนนิ งาน
รายการทตี่ รวจวเิ คราะห์ ประเภท เป้าหมาย ทง้ั หมด ไมผ่ า่ น สาเหตุ
สมนุ ไพร (ตวั อยา่ ง) (ตวั อยา่ ง) เกณฑ์
(1) (ตวั อยา่ ง)
- Total viable aerobic fungi (2) (3)
1, 2, 3 8 (4) (5) (6)
8- -
- Enterobacteria 1, 2, 3 6 6 2 พบสูงกวา่
เกณฑ์
- เชอื้ Escherichia coli 1, 2, 3 6 6 -
- เชอื้ Staphylococcus aureus 3 6 6 - -
- -
- เชอื้ Salmonella species. 3 66 - -
- -
- เชอื้ Clostridium spp. 3 66 13 -
-
3. การตรวจพิสูจนท์ างเภสัชเวท 7 5
1 38
4. การทดสอบความเปน็ พิษในสัตวท์ ดลอง
- การทดสอบพิษเฉยี บพลนั
- การทดสอบพิษก่งึ เรอื้ รงั
คาอธบิ ายเพิ่มเตมิ : ชอ่ งที่ 1 = รายการตรวจวเิ คราะห์
ช่องที่ 2 = ประเภทสมนุ ไพร ไดแ้ ก่ วตั ถดุ บิ สมนุ ไพร ชาชง แคปซลู หรอื อนื่ ๆ
ช่องที่ 3 = เป้าหมาย จานวนตวั อยา่ งทที่ าการตรวจวเิ คราะห์ในปงี บประมาณ 2564
ช่องที่ 4 = จานวนตวั อยา่ งทรี่ บั ตรวจวเิ คราะห์ ต้งั แตว่ นั ที่ 1 ตลุ าคม 2563 ถงึ วนั ที่ 30 กนั ยายน 2564
ชอ่ งที่ 5 = จานวนตวั อยา่ งทไี่ มผ่ า่ นเกณฑม์ าตรฐานทกี่ าหนด
ชอ่ งที่ 6 = สาเหตทุ ไี่ มผ่ า่ นเกณฑม์ าตรฐาน
หมายเหตุ
* ผงสมนุ ไพร (1); ชาชงสมนุ ไพร (2); แคปซลู ยาจากสมนุ ไพร (3); สารสกดั สมนุ ไพร (4);
ยาเมด็ (5); ผลติ ภณั ฑธ์ รรมชาตอิ นื่ (6); ชนิ้ ส่วนสมนุ ไพร (7)
67
68
การเผยแพร่ผลิตภณั ฑ์สมนุ ไพร
การตรวจวเิคราะหโ์ ครงการ
สรปุ ผลการดาเนนิ งานเผยแพรผ่ ลติ ภัณฑใ์ นปงี บประมาณ 2564
(ต.ค. ค25ณุ 63ภ- กา.พย.ส25ม6นุ4)ไพรไทย
สรุปผลการดาเนนิ งานเผยแพรผ่ ลติ ผลติ ภณั ฑ์ ปีงบประมาณ 2564
8000
7000 6,720
จานวน (ชิ้น/กล่อง) 6000
5000
4000
3000
2000 596 508 328 182 263 1
1000
0
รายการผลติ ภณั ฑส์ มนุ ไพร และขนาดบรรจุ
น้ายาบ้วนปากกานพลู ขนาด 5 cc น้ายาบ้วนปากกานพลู ขนาด 30 cc น้ามนั หอมกรมวทิ ย์ฯ ขนาด 3 cc
เจลอาบน้าขมน้ิ ชนั ขนาด 120 กรัม เจลอาบน้าขมิน้ ชัน ขนาด 240 กรมั แชมพูขิง ขนาด 120 กรมั
แชมพูขงิ ขนาด 240 กรมั
16,000 สรุปผลการดาเนนิ งานเผยแพรผ่ ลติ ภณั ฑ์ ปีงบประมาณ 2564
14,000
13,733
12,000
จานวน (ชิ้น/กล่อง) 10,000
8,000
6,000
4,000
2,000 1,132 539
0
49 6 4 6
เจลล้างมือ ขนาด 60 กรมั รายการผลติ ภณั ฑส์ มนุ ไพร และขนาดบรรจุ เจลลา้ งมอื ขนาด 1 ลติ ร
เจลลา้ งมอื ขนาด 240 กรมั เจลล้างมอื ขนาด 500 กรัม
เจลล้างมือ ขนาด 3 ลติ ร เจลล้างมอื ขนาด 5 ลติ ร เจลลา้ งมือ ขนาด 10 ลิตร
69
▪ สรุปผลการดาเนนิ งานเผยแพรผ่ ลติ ภัณฑใ์ นปีงบประมาณ 2564 (ต.ค. 63 - ก.ย. 64)
(ตอ่ )
สรปุ ผลการดาเนนิ งาน เผยแพรผ่ ลติ ภณั ฑ์ ปีงบประมาณ 2564
2,500 2,304
2,000 1,924
1,500
1,694
จานวน (ชิ้น/กล่อง) 1,511
1,000 960
500
0 รายการผลติ ภณั ฑส์ มนุ ไพร และขนาดบรรจุ
สบ่วู ่านหางจระเข้ ขนาด 50 กรัม
สบขู่ ม้ิน ขนาด 50 กรมั สบมู่ ะขาม ขนาด 50 กรัม สบหู่ มอ่ น ขนาด 50 กรมั
สบแู่ ตงกวา ขนาด 50 กรัม
สรปุ ผลการดาเนนิ งานเผยแพรผ่ ลติ ภณั ฑ์ ปีงบประมาณ 2564
600
500 466 485
418
จานวน (ชิ้น/กล่อง) 400
300
200
100
3 0 13
0
รายการผลติ ภณั ฑส์ มนุ ไพร และขนาดบรรจุ
เจลทาผิวว่านหางจระเข้ ขนาด 120 กรมั เจลทาผิววา่ นหางจระเข้ ขนาด 240 กรมั
โลช่นั ว่านหางจระเข้ ขนาด 120 กรมั โลช่นั ว่านหางจระเข้ ขนาด 240 กรัม
เจลอาบน้าว่านหางจระเข้ ขนาด 120 กรมั เจลอาบน้าวา่ นหางจระเข้ ขนาด 240 กรัม
70
รายชอื่ หนว่ ยงานทขี่ อรบั ความอนเุ คราะหผ์ ลติ ภณั ฑส์ มนุ ไพร
593
7,890
206
54
652
173
860
150
36
74
1,359
3,090 5,506
6,388
7,566
775
0 1,000 2,000 3,000 4,000 5,000 6,000 7,000 8,000 9,000
อน่ื ๆ (593) ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ (7,890) จานวน (ช้นิ )
สานักวชิ าการ (208) ชมรมจริยธรรม (54)
สานักรงั สีและเครื่องมอื แพทย์ (652) สถาบนั ชีววทิ ยาศาสตรท์ างการแพทย์ (173)
สานักคณุ ภาพและความปลอดภยั อาหาร (860) สานกั ยาและวตั ถุเสพติด (150)
สถาบนั ชวี วตั ถุ (36) สานักมาตรฐานหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร (74)
สถาบนั วจิ ยั วทิ ยาศาสตรส์ าธารณสุข (1,359) สถาบันวิจยั สมนุ ไพร (5,506)
กองแผนงานและวชิ าการ (3,090) สานักงานเลขานุการกรม (7,566)
รองอธบิ ดกี รมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (775) สานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข (6,388)
71
การเผยแพรเ่ อกสารวชิ าการ
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กลุ่มพั ฒนาคุณภาพและวิชาการ ดาเนินการให้ความ
อนุเคราะห์ และเผยแพร่เอกสารวิชาการแก่ประชาชนที่สนใจและหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีรายการ
เผยแพร่ หนังสือ 16 รายการ จานวน 873 เลม่ แผน่ พับ 17 รายการ จานวน 1,368 แผ่น ดังน้ี
ประเภทหนงั สือ
เครอ่ื งยาสมุนไพรไทย (3)
แผ่นพับสมนุ ไพร แตงกวา (102) 16 46
การวเิ คราะหค์ ณุ ภาพสมนุ ไพรด้วยวธิ ี TLC (1) 85 163
654 164
ประมวลงานวจิ ยั ด้านพิษวทิ ยา เล่ม 1 (3) 102 121
ประมวลงานวจิ ยั ด้านพิษวทิ ยา เล่ม 2 (3) 80
80
ประมวลงานวจิ ยั ดา้ นพิษวทิ ยา เลม่ 3 (4)
ประเภทแผน่ พับ
132 132 10 40
132 10
132
132 140 10
10 50 20
132 132
132 132 แผ่นพับศูนย์เคร่อื งยาไทย (10)
แผน่ พับสมนุ ไพร มะขาม (132)
แผน่ พับสมุนไพร อญั ชัน (132)
แผ่นพับสมนุ ไพร บัวบก (132)
แผ่นพับสมุนไพร ปัญจขันธ์ (132)
แผ่นพับสมนุ ไพร ไพล (132)
แผน่ พับสมนุ ไพร หม่อน (132)
แผน่ พับสมุนไพร มะกรดู (132)
แผ่นพับสมุนไพร มงั คุด (132)
72
73
การพัฒนาทรพั ยากรบคุ คลอบรม/สัมมนา
ส่งบคุ ลากรไปฝึกอบรม
ด้านบริหาร
ชอ่ื หลกั สูตร จานวน (คน)
พัฒนาสัมพันธ์ระดบั ผู้บรกิ ารกองบญั ชาการกองทัพไทย รุ่นท่ี 12 1
วันท่ี 28 ตุลาคม 63 - 15 มกราคม 64 ณ สถาบันจิตวิทยาความ
ม่ันคง จัดโดย สถาบันจิตวิทยาความม่ันคง สถาบันวิชาการป้องกัน
ประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย
ดา้ นวชิ าการ
ชอื่ หลกั สูตร จานวน (คน)
การควบคมุ คณุ ภาพตารบั ยาแผนไทย วนั ที่ 24-25 พฤศจกิ ายน 1
2563 ณ โรงแรมมริ าเคลิ แกรนด์ คอนเวนชนั จดั โดย กรมการแพทย์ 1
แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก 1
พัฒนาการตรวจประเมนิ ระบบคณุ ภาพตามมาตรฐาน ISO 19011
วันที่ 29 มกราคม 2564 ณ หอ้ งประชุม 110 อาคาร 100 ปี การ
สาธารณสุขไทย กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ จดั โดย สานักมาตรฐาน
ห้องปฏบิ ัติการ
การเผยแพร่ความรเู้ กย่ี วกบั พระราชบัญญัตเิ ชือ้ โรคและพิษจากสัตว์
พ.ศ. 2558 วันท่ี 16 กุมภาพันธ์ 2564 (ออนไลน)์ จัดโดย สานัก
มาตรฐานหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
74
ชอื่ หลกั สูตร จานวน (คน)
1
ISO 17034:2016 on the production of DMSC reference
standards & risk management and opportunity วันท่ี 24-25
มนี าคม 2564 จัดโดย สานกั ยาและวตั ถุเสพตดิ
ดา้ นสนบั สนนุ
ชอ่ื หลกั สูตร จานวน (คน)
4
อบรมข้อกาหนด ISO 9001:2015 ผา่ นระบบออนไลน์
Application Zoom วนั ท่ี 21 มกราคม 2564 จดั โดย Q&A 1
Quality and Calibration Co., Ltd. วทิ ยากร นายอเนก จิตตต์ ้งั
การเผยแพร่ความรูเ้ กย่ี วกบั พระราชบัญญตั เิ ชื้อโรคและพิษจาก 1
สัตว์ พ.ศ. 2558 วนั ที่ 16 กมุ ภาพันธ์ 2564 (ออนไลน)์ จัดโดย
สานกั มาตรฐานหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร
ISO 17034:2016 on the production of DMSC reference
standards & risk management and opportunity วนั ท่ี 24-
25 มีนาคม 2564 จดั โดย สานกั ยาและวตั ถเุ สพตดิ
การจดั ประชมุ /อบรม/สัมมนา สาหรบั บคุ ลากร
ดา้ นการพัฒนาศักยภาพหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร จานวน (คน)
5
ชอ่ื หลกั สูตร
มาตรฐาน ISO/IEC 17025:2017 หวั ข้อ ขอ้ กาหนด ISO/IEC
17025:2017
75
ชอื่ หลกั สูตร จานวน (คน)
3
มาตรฐาน ISO/IEC 17025:2017 หวั ข้อ Decision rule and Risk
management 3
มาตรฐาน ISO/IEC 17025:2017 หัวข้อ Internal Audit 5
การสอบเทยี บเครือ่ งช่ัง 11
กระบวนการผลติ ยาแคปซลู ขมน้ิ ชัน 11
การทาความสะอาดสถานท่ีผลติ และเครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นการผลติ
ดา้ นการบรหิ ารจดั การ
ชอ่ื หลกั สูตร จานวน (คน)
การจัดการสารเคมีและการกาจัดของเสียเคมจี าก ห้องปฏบิ ตั ิการ 2
การอบรม “ความปลอดภยั ทางห้องปฏิบัตกิ ารดา้ นเคมี” 2
ด้านการตรวจวิเคราะห์ จานวน (คน)
3
ชอ่ื หลกั สูตร
การปฏิบตั งิ านหนา้ ที่ Sample custodian ของหอ้ งปฏบิ ัติการ 4
พิษวิทยา 1
การเตรยี มตัวอยา่ งผงยาทางเภสัชเวท 1
การจดั ทาตัวอยา่ งพรรณไมแ้ หง้ 1
การตรวจระบชุ นิดพรรณพืชสมนุ ไพรโดยใชร้ ปู วิธานพืช 1
อนกุ รมวธิ านพืชสมนุ ไพรวงศ์เหงือกปลาหมอ (Acanthaceae) 1
อนุกรมวธิ านพืชสมุนไพรวงศ์มะมว่ ง (Anacardiaceae)
อนุกรมวิธานพืชสมุนไพรวงศ์นอ้ ยหนา่ (Annonaceae)
76
ชอื่ หลกั สูตร จานวน (คน)
2
การวเิ คราะห์ปรมิ าณสารสาคญั ในขมิ้นชัน 2
การตรวจเอกลกั ษณท์ างเคมดี ้วยวธิ ีโครมาโทกราฟชี นิดผวิ บาง
ของวตั ถุดบิ และผลติ ภณั ฑ์แคปซูลขม้นิ ชัน 2
การตรวจการปนเป้ ือนสารเคมกี ารจดั ศัตรพู ืชในสมนุ ไพร
โดยใชช้ ุดทดสอบ
ด้านการวจิ ยั และพัฒนา จานวน (คน)
ชอ่ื หลกั สูตร 7
การใช้งานโปรแกรมทางสถติ ิ SPSS 4
สถติ สิ าหรับงานวเิ คราะหท์ ดสอบและวจิ ยั 4
การลบั ใบมีดไมโครโทมดว้ ยเคร่ืองลับใบมดี ไมโครโทม 6
เทคนิคการเพาะเล้ียงเนอื้ เย่อื พืช 6
การใช้เคร่ืองวัดอตั ราความเขม้ แสง 6
การใชเ้ ครอื่ ง Incubator shaker 2
การวเิ คราะหค์ วามแปรปรวนของน้าหนกั แคปซลู ขมนิ้ ชัน 2
การศึกษาความคงสภาพของผลติ ภัณฑ์ 1
อบรมบ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพนวตั กรรม
กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์
77
การเปน็ วทิ ยากร
วันที่ เรอื่ ง ผจู้ ดั กลมุ่ เป้าหมาย
8 ม.ค. 64 การปลกู ขยายพันธุ์ และใชป้ ระโยชน์ สวนสมนุ ไพรฯ ประชาชนท่ัวไป
28 ม.ค. 64 พืชสมนุ ไพร จ.ระยอง เจ้าหน้าที่ภาครฐั
29 ม.ี ค. 64 การปลกู ขยายพันธ์ุ และใชป้ ระโยชน์ สวนสมุนไพรฯ ประชาชนท่ัวไป
30 เม.ย. 64 พืชสมุนไพร จ.ระยอง ประชาชนท่ัวไป
15 ม.ิ ย. 64 การปลกู ขยายพันธ์ุ และใชป้ ระโยชน์ สวนสมุนไพรฯ เจา้ หน้าที อสม.
3 ก.ค. 64 พืชสมนุ ไพร จ.ระยอง เจา้ หนา้ ที่ภาครฐั
7 ก.ค. 64 การปลกู ขยายพันธุ์ และใช้ประโยชน์ สวนสมนุ ไพรฯ เจ้าหนา้ ทภี่ าครัฐ
23 ก.ค. 64 พืชสมนุ ไพร จ.ระยอง เจ้าหน้าที่ภาครัฐ
23 ก.ค. 64 การปลกู ขยายพันธุ์ และใชป้ ระโยชน์ สวนสมุนไพรฯ เจ้าหนา้ ท่ภี าครัฐ
30 ก.ค. 64 พืชสมนุ ไพร จ.ระยอง ประชาชนท่ัวไป
8 ส.ค. 64 การปลกู ขยายพันธุ์ และใช้ประโยชน์ สวนสมนุ ไพรฯ ประชาชนท่ัวไป
พืชสมนุ ไพร ฟา้ ทะลายโจร จ.ระยอง
การปลกู ขยายพันธ์ุ และใชป้ ระโยชน์ สวนสมุนไพรฯ
พืชสมุนไพร ฟา้ ทะลายโจร จ.ระยอง
การปลกู ขยายพันธ์ุ และใช้ประโยชน์ สวนสมนุ ไพรฯ
พืชสมนุ ไพร ฟา้ ทะลายโจร จ.ระยอง
การปลกู ขยายพันธุ์ และใชป้ ระโยชน์ สวนสมุนไพรฯ
พืชสมนุ ไพร ฟา้ ทะลายโจร จ.ระยอง
การปลกู ขยายพันธ์ุ และใชป้ ระโยชน์ สวนสมุนไพรฯ
พืชสมุนไพรฟา้ ทะลายโจร จ.ระยอง
การปลกู ขยายพันธ์ุ และใชป้ ระโยชน์ สวนสมุนไพรฯ
พืชสมนุ ไพร ฟา้ ทะลายโจร จ.ระยอง
78
วันที่ เรอื่ ง ผจู้ ดั กลมุ่ เป้าหมาย
9 ส.ค. 64 การพัฒนาทกั ษะทางวิทยาศาสตรแ์ ละ คณะ นกั ศึกษาคณะ
13 ส.ค. 64 การใหค้ วามรเู้ รื่องโควิด-19 การป้องกัน วทิ ยาศาสตร์ วิทยาศาสตรแ์ ละ
20 ส.ค.64
9 ก.ย. 64 และวคั ซนี ป้องกนั โรคโควดิ -19 และเทคโนโลยี เทคโนโลยี
17 ก.ย. 64
17 ก.ย. 64 มหาวทิ ยาลัยราช มหาวทิ ยาลัยราช
ภฏั บา้ นสมเดจ็ ภฏั บ้านสมเดจ็
เจ้าพระยา เจ้าพระยา
การปลกู ขยายพันธุ์ และใชป้ ระโยชน์ สวนสมนุ ไพรฯ เจ้าหน้าทีภ่ าครฐั
พืชสมุนไพร ฟา้ ทะลายโจร จ.ระยอง
การปลกู ขยายพันธ์ุ และใชป้ ระโยชน์ สวนสมนุ ไพรฯ ประชาชนท่ัวไป
พืชสมนุ ไพรฟา้ ทะลายโจร จ.ระยอง
การปลกู ขยายพันธ์ุ และใช้ประโยชน์ สวนสมนุ ไพรฯ ประชาชนท่ัวไป
พืชสมนุ ไพรฟา้ ทะลายโจร จ.ระยอง
รฤู้ ทธ์ิ รพู้ ิษ เมื่อคิดใชก้ ญั ชาพันธไ์ุ ทย สมาคมเวชกรรม นกั วจิ ยั
ไทย ผปู้ ระกอบการ
ประชาชน
การปลกู ขยายพันธ์ุ และสารสาคัญ งานประชุม นักวิชาการและ
(ใบ) ของกัญชาพันธุไ์ ทย วชิ าการเวชกรรม ประชาชนผู้สนใจ
ไทยระดับชาติ
คร้ังที่ 2
อาจารยพ์ ิเศษ
วนั ท่ี ชอ่ื หลกั สูตร ผจู้ ดั
3-4 ส.ค.64 สถติ ิทเี่ กย่ี วข้องกบั การตรวจสอบ เภสัชกรรมอุตสาห คณะเภสัชศาสตร์
จฬุ าลงกรณ์
ความถกู ต้อง การ มหาวทิ ยาลยั
79
กรรมการสอบวทิ ยานพิ นธ์
กรรมการ หลกั สูตร สถาบนั การศึกษา วนั ท่ี
Chairman 9 ก.ค. 64
Doctor of Philosophy in คณะเภสัชศาสตร์
External Pharmaceutical Sciences and จฬุ าลงกรณ์
examiner Technology มหาวทิ ยาลัย
Mater of Sciences in คณะเภสัชศาสตร์
Pharmaceutical Sciences and จฬุ าลงกรณ์
Technology มหาวทิ ยาลยั
80
81
การเผยแพรผ่ ลงานตพี ิมพ์
82
83
84
85
86
87
88
89
90
91
92
93
การนาเสนอผลงานทางวชิ าการ/โปสเตอร์
94
95
“การพัฒนาฐานข้อมูลสมุนไพรเพ่ือการใช้ประโยชน์ทางเครอ่ื งสาอาง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร
สาหรบั การใช้ภายนอก" ระหว่าง สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแห่งชาติ คณะเภสชั ศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์
ป ัจ จ ุบ ัน ไ ท ย ม ีฐ า น ข้อ ม ูล ส ม ุน ไ พ ร ที่ใ ช้ทา
เครอื่ งสาอาง เพียง 1 ฐานข้อมูล คือ ฐานข้อมูลสมุนไพร
ไทยที่ใช้ทางเครือ่ งสาอาง (Thai Medicinal Plants
for Cosmetics Database;TMPCD) ของกลุ่มควบคุม
เครือ่ งสาอาง สานักควบคุมเครือ่ งสาอางและวัตถุ
อนั ตราย สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ทว่าด้วยความต้องการของการพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก
สมุนไพรจานวนมาก และการจะพัฒนาผลิตภัณฑ์
จากสมุนไพรได้นั้นจะต้องมีแหล่งข้อมูลที่มีน่าเชื่อถือ
เกี่ยวกับสมุนไพรที่ต้องการนามาใช้ประโยชน์ในการ
พัฒนาผลิตภัณฑ์เครอ่ื งสาอางและผลิตภัณฑ์สมุนไพร
สาหรบั ภายนอก
96
สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ และธนาคาร
ทรพั ยากรชีวภาพแห่งชาติ รว่ มกับ อย.กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้
รว่ มกันพัฒนา "ฐานข้อมูลสมุนไพรเพ่ือการใช้ประโยชน์ทางเครอื่ งสาอางและผลิตภัณฑ์สมุนไพรสาหรบั ใช้ภายนอก จะ
เรมิ่ เปิดให้ทดลองในปลายปี 2564 โดยมีภารกิจท่ีสาคัญด้านการพฒั นาวจิ ยั ซึง่ รวมถึงการวิจยั คดิ ค้นผลงานทีม่ ีการนา
พืชสมุนไพรมาใช้เป็นวัตถุดิบ ตั้งต้นใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมข้ันสูงมาใช้ รวมไปถึงการกาหนดกลุ่ม
เทคโนโลยีเป้าหมาย ด้านเวช ซ่ึงเป็นโปรแกรมวิจัยท่ี
มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสาอางที่พัฒนาเพ่ือ
เพ่ิมประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนา
เทคโนโลยีการสกัดแบบ Green extraction หากแต่
ความต้องการสาคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์คือ
แหล่งของข้อมูลท่ีมีความน่าเช่ือถือเก่ียวกับสมุนไพรที่
สามารถนามาใชป้ ระโยชน์สาหรบั การพัฒนาผลิตภัณฑ์
เครอื่ งสาอางและผลิตภัณฑ์สมุนไพรสาหรบั ใช้ภายนอก ในระยะแรก (เฟสท่ี 1 : 2564-2568) จะเป็นข้อมูลท่ัวไปท่ี
รวบรวมข้อมูลที่ตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการ อาทิ ชื่อพืช การกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ ลักษณะทาง
พฤกษศาสตร์ สว่ นทใี่ ช้ สรรพคุณและการใช้สมนุ ไพรพน้ื บา้ นตามภูมิปญั ญาไทย การสกดั แยกและตรวจพสิ จู นเ์ อกลักษณ์
ของสารสาคัญ การวิเคราะห์ปรมิ าณสารสาคัญ สารสาคัญในสมุนไพร ประโยชน์ทางเครือ่ งสาอางและผลิตภัณฑ์
สมุนไพร การศึกษาทางพิษวิทยาและความปลอดภัย ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง อาการไม่พึงประสงค์ ผลงานวิจัย และ
เอกสารอา้ งองิ ผลติ ภณั ฑ์ต่าง ๆ ที่เกยี่ วข้อง ขอ้ มูลทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับการขึ้นทะเบียน ขอ้ มลู ท่เี ก่ียวขอ้ งกับข้อบังคับ/กฎหมายท่ี
กากบั ดูแลของสมนุ ไพรทีม่ ีศักยภาพด้านเครอื่ งสาอางและผลิตภัณฑ์สมนุ ไพรในประเทศไทยอย่างน้อย 50 ชนดิ
เปา้ หมายสาคัญของความรว่ มมือจาก 4 หนว่ ยงาน คอื การปูทางใหเ้ กดิ การนาสมนุ ไพรไทยไปใช้ประโยชน์อย่าง
มปี ระสทิ ธิภาพและมาตรฐาน ดว้ ยวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยภาคเอกชนสามารถนาไปต่อยอดใช้ประโยชน์
สรา้ งผลติ ภณั ฑเ์ ครอ่ื งสาอางและผลิตภณั ฑจ์ ากสมนุ ไพรไทยที่ดี มีมูลคา่ สงู สามารถเตบิ โตและแขง่ ขนั ในตลาดโลกได้อย่าง
ย่ังยนื
97
บันทึกข้อตกลงความรว่ มมือ (MOU)
“ด้านการวิจัยสมุนไพรและพืชเสพติดเพ่ือประโยชน์ทางการแพทย์”
ระหว่าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับ กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์
การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งน้ี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เล็งเห็น
ความสาคัญของพืชสมุนไพรและพืชเสพติดท่ีมีประโยชน์ทางการแพทย์ และสามารถนาไปพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจของ
ประเทศไทยในอนาคต เน่ืองด้วยคุณประโยชน์ที่
หลากหลายของพืชสมุนไพร ทาให้แนวโน้มความ
ต้องการของตลาดโลกน้ันมีเพ่ิมมากย่ิงขึ้น มี
การศึกษาท่ีหลากหลายที่แสดงให้เห็นว่าสมุนไพร
หรอื ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติมีบทบาทสาคัญใน
การส่งเสรมิ ป้องกัน รกั ษา และฟ้ืนฟูสุขภาพของ
ผู้บรโิ ภคและผู้ป่วย โดยเฉพาะการรกั ษาโรคท่ตี ิดเชื้อ
และไม่ติดเช้ือ เช่น โรคติดเชื้อไวรสั โควิด 19 รว่ มกับ
ยาแผนปัจจบุ ัน เปน็ ตน้ สาหรบั ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชวี ภาพ โดยเฉพาะพชื สมุนไพรทาให้นาไปสกู่ ารศึกษาและ
พัฒนาพืชสมุนไพรให้ได้มาซึ่งสารสาคัญ เพื่อนามาพัฒนาเป็นยาและการรกั ษาโรค ดังน้ันสมุนไพรจึงเป็นตัวเลือกหนง่ึ ใน
การนามาใช้เพื่อพัฒนาทางด้านการแพทย์และเศรษฐกิจของ
ประเทศ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความรว่ มมือด้าน
การวิจัยพืชสมุนไพรและพืชเสพติด เพื่อจะนาไปใช้ประโยชน์
ทางการแพทย์และการรักษาผู้ป่วย ส่งเสริมความมั่นคง
ทางด้านยาและการพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศท่ี
ย่ังยืน โดยมีระยะเวลาในการดาเนินงานรว่ มกนั 3 ปี นับต้ังแต่
วนั ทลี่ งนาม ซงึ่ จะสนิ้ สดุ ในเดอื นกนั ยายน พ.ศ. 2567
98
“กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ เปน็ หน่วยงานระดับประเทศท่ีมีภารกิจสาคัญในการวิจยั และ
พัฒนางานด้านสมุนไพรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูกจนถึง
การวิจัยทางคลินิก โดยมีสถาบันวิจัยสมุนไพร เป็นหน่วยงาน
หลักในการศึกษาวิจัยพัฒนาองค์ความรแู้ ละเทคโนโลยีทาง
ห้องปฏิบัติการด้านสมุนไพร พรอ้ มทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้
ให้กับภาครฐั และเอกชน และยังมีศูนย์วิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ที่
กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย 15 แห่ง เป็นหน่วยงานสนับสนนุ และ
ด า เ นิ น ง า น ค ว บ คู่ กั น ไ ป ส่ ง ผ ล ใ ห้ เ กิ ด ก า ร พั ฒ น า ค ร อ บ ค ลุ ม ท้ั ง ป ร ะ เ ท ศ โ ด ย ใ น ช่ ว ง 1-2 ปี ที่ ผ่ า น ม า
กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ได้มีบทบาทในการพัฒนาพันธุ์พืชสมุนไพร โดยเฉพาะพืชเสพติดอย่างกัญชา มีการใช้
เทคโนโลยีทางพันธุกรรมในการจาแนกและพัฒนากัญชาพนั ธุ์ไทย 4 พันธ์ุรว่ มกบั เทคนิคทีม่ อี ยู่ในปจั จุบัน จากน้นั ทาการข้ึน
ทะเบียนพันธ์ุพืชกับกรมวิชาการเกษตร ซ่ึงได้แก่ กัญชาพันธ์ุหางกระรอก หางเสือ ตะนาวศรกี ้านขาว และตะนาวศรี
ก้านแดง เป็นต้น”
99
บันทึกข้อตกลงความรว่ มมือ (MOU)
“ การผลิตผลิตภัณฑ์เจลล้างหน้าผสมสารสกัดมะหาด ”
ระหว่าง กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ กับ บรษิ ัท นูรา่ ดี จากัด”
รายงานการศึกษาวิจัยท้ังภายในและต่างประเทศ พบว่า สารออกซีเรสเวอราทรอล (oxyresveratrol)
ซ่ึงเป็นสารสาคัญจากแก่นมะหาด สามารถช่วยบารุงผิว ต่อต้านการเกิดร้ิวรอยและการเห่ียวย่นของผิวได้ดี
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันวิจัย
สมุนไพร จึงได้วิจัยและพัฒนาพัฒนาผลิตภัณฑ์
เ ค ร่ือ ง ส า อ า ง ต้ น แ บ บ จ า ก ส า ร ส กั ด ม ะ ห า ด ผ่ า น
ก ร ะ บ ว น ก า ร วิ จั ย ท า ง วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ ต า ม
มาตรฐานสากลขึ้น โดยศึกษาวิธกี ารเตรยี มสารสกัด
มะหาดให้ได้สาร oxyresveratrol ท่ีมีความบรสิ ทุ ธ์ิ
สู ง น า ม า พั ฒ น า สู ต ร ต า รั บ เ ป็ น ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์
เครอ่ื งสาอาง 9 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์บอด้ี
โลชนั่ ผลิตภัณฑ์ serum all in one ผลิตภณั ฑ์ Night Cream ผลติ ภณั ฑ์ Day cream ผลิตภณั ฑ์ Toner ผลิตภณั ฑ์
สเปรย์น้าแร่ ผลิตภัณฑ์ Sunscreen ผลิตภัณฑ์ Hair Tonic และผลิตภัณฑ์เจลล้างหน้าผสมสารสกัดมะหาด พบว่า
ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพทาให้ผิวขาวข้ึน ผิวเรยี บเนียน ลดรว้ิ รอยหางตา กระชับผิว เพ่ิมความ
ยืดหยุ่น และผ่านการประเมิน ด้านประสิทธิภาพและความ
ปลอดภยั ของผลิตภณั ฑ์ในอาสาสมคั รโดยไม่กอ่ ให้เกดิ การระคาย
เคืองต่อผิว เพื่อเพ่ิมมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพ่ิมศักยภาพของ
ผู้ประกอบการไทยรายใหม่ (startup) ในการแข่งขันทั้งใน
ประเทศและต่างประเทศ รวมถึงตอบสนองความตอ้ งการและชว่ ย
ให้ผู้บริโภคได้เข้าถึง ผลิตภัณฑ์เคร่ืองสาอางสมุนไพรไทย
100