ประพนั ธ์คำกลอน
“รอ้ ยเรียงเรือ่ งราวเป็ นถอ้ ยคา”
ประพันธ์โดย ดิว
นางสาวนาดา หมาดสตูล
คำนำ
หนังสือ “ประพันธ์คากลอน” เป็นการรวบรวมงานบทประพันธ์ตลอดระยะเวลาในการเรียน รายวิชา
กวีนิพนธ์ไทย ชนั้ ปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๔ (ทศศ.๖๔๒) ของ นางสาวนาดา หมาดสตูล ภายใตน้ ามปากกา
ดวิ
งานประพันธ์ดังกล่าว ไดแ้ ต่งขน้ึ ผ่านประสบการณ์ การเรยี นรู้ การพบเจอกับเหตุการณ์ท่ีน่าประทับใจ
เรียงร้อย เล่าความเป็นเรอื่ งราวผ่านรูปแบบบทประพันธป์ ระเภทต่าง ๆ อาทิ กลอนแนะนาตัวเอง กลอนสภุ าพ
กาพยย์ านี ๑๑ โลงสส่ี ภุ าพ ฉันท์ ร่าย นริ าศ ตนั หยง และเพลงสอนนอ้ ง
งานประพันธ์ ประพันธ์คากลอน ได้ผ่านการคัดกรอง ตรวจสอบ จากผู้มีความรู้ความสามารถด้าน
รายวิชา กวนี ิพนธไ์ ทย คอื ผศ.ดร.รุ่งรัตน์ ทองสกลุ อ.ประจาวชิ า ขอขอบคณุ อาจารยท์ ี่คอยใหค้ าปรึกษา ช้แี นะ
แนวทางในการทางานให้มีประสิทธิภาพมากขึน้
ดวิ
นางสาวนาดา หมาดสตูล
๒๕ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๕
สำรบัญ
คำนำ หนำ้
สำรบัญ
อนั ตวั ข้า……………………………………………………………………………………………………………………………………………๑
ไมเ่ หมอื นกัน……………………………………………………………………………………………………………………………………..๒
รถคใู่ จผจญภยั ทกุ เส้นทาง……………………………………………………………………………………………………………………๓
นกคู่ฟ้า……………………………………………………………………………………………………………………………………..………๔
สขุ เล็ก ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………๕.
เพียงสุข…………………………………………………………………………………………………………………………………….………๖
ฝากรกั ………………………………………………………………………………………………………………………………………………๗
แทนคณุ ……………….……………………………………………………………………………………………………………………………๘
สุนทรคูค่ ากลอน…………………………………………………………………………………………………………………………………๙
นริ าศกลั ยาพาชม……………………………………………………………………………………………………………………………..๑๐
ตนั หยงดปี ล…ี ………………………………………………………………………………………………………………………………….๑๕
เพลงชวนน้อง ร้องควบกลา้ ……………………………………………………………………………………………………………….๑๖
บทครใู นดวงใจ………………………………………………………………………………………………………………………………..๑๘
วเิ คราะหส์ ุนทรียศาสตตร์จากบทครใู นดวงใจ………………………………………………………………………………………๒๑
๑
อนั ตัวข้ำ
(บทกลอนแนะนาตวั เอง)
สวัสดีเพือ่ นเพ่ือนทว่ั เขตขาม เรามคี วามมาเลา่ อย่าหน่ายหนี
ช่อื ของฉันนาดาไพเราะดี ฝากนามน้ไี วใ้ นใจใครทุกคน
ดิว
( ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ )
๒
ไมเ่ หมอื นกัน
(กลอนเปลา่ )
ทกุ อยา่ งทเี่ กิดขึ้นในชว่ งแรกทเ่ี ราเจอ
เราจะรู้สกึ วา่ ภาพมันชัดมาก
จนเราคิดว่าจะลืมมันไม่ไดอ้ กี แลว้
แต่เม่อื เวลาผา่ นไป
ทุกอยา่ งกจ็ ะเลอื นหายจากเราไปชา้ ๆ
ไมม่ ีอะไรแน่นอนตายตวั ไปตลอดหรอก
อะไรทมี่ นั เสยี ไป
เราก็เอากลบั คนื มาไมไ่ ด้
สู้ทาสงิ่ ใหม่
ให้มันดีกว่าเดิมดกี วา่
ท้องฟ้าพรุ่งนไ้ี มเ่ หมอื นวนั นน้ี ะ
ชีวติ เราเช่นกัน
ดวิ
( ๒๔ ธนั วาคม ๒๕๖๔ )
๓
รถค่ใู จผจญภยั ทกุ เสน้ ทำง
(กลอนสุภาพ)
รถค่ใู จไปไหนมมิ หี วน่ั เป็นความฝันทอ่ งไปในโลกกว้าง
นริ ภยั ขบั ขที่ กุ เสน้ ทาง อยเู่ คยี งขา้ งบนถนนทกุ เวลา
ผจญภัยท่วั ทิศในประเทศ ออกสงั เกตเรียนร้ใู ฝ่ศึกษา
เเดนใกล้ไกลรบี ไปอยา่ รอชา้ ตระการตาประสบการณ์มริ ู้ลมื
ดิว
(๒๔ ธนั วาคม ๒๕๖๔)
๔
นกค่ฟู ้ำ
กาพย์ยานี ๑๑
นกน้อยคู่นภา บนิ ส่ฟู า้ ช่างแสนสวย
ผกผินเสรีด้วย เย็นกลบั รังตะวนั ลา
ทารงั แต่พอตวั ร้ดู ชี วั่ ก็สุขา
ไร้ทุกข์เปรมปรดี า ประกาศคา่ โดดเด่นไกล
เปรยี บคนรู้พอเพยี ง เพอ่ื หล่อเล้ยี งชพี น้ีไซร้
อสิ ระคใู่ จ ดารงไว้คล้องตัวตน
ดิว
(๐๗ มกราคม ๒๕๖๔)
๕
สุขเลก็ ๆ
กาพยฉ์ บัง ๑๖
วถิ ชี นหาเลี้ยงตน เกรกิ ก้องเกิดผล
เล้ยี งทงั้ ตนและครอบครัว ห่างไกลหมองมวั
จะรวยจนรูด้ ชี ่วั คงค่ศู ักดิ์ศรี
เพราะรอ้ ยรักสมัครดี
ด้วยพอใจในตนมี ดิว
เคียงขา้ งตนจง่ึ สขุ นาน (๐๗ มกราคม ๒๕๖๔)
๖
เพยี งสขุ
กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘
วิถนี รา ออกเรอื หาปลา คา้ ขายทากนิ
หาเชา้ กินคา่ น้อมนาศาสตร์ศลิ ป์ ส้ตู ่อชวี ิน กา้ วหนา้ คว้าชัย
พอใจเป็นอยู่ ร้อยรักเรียนรู้ พอเพียงเลย้ี งใจ
ความสขุ งดงาม กา้ วข้ามพิษภัย ชีวติ สดใส ภิรมย์เปรมปรีด์ิ
ดิว
(๐๗ มกราคม ๒๕๖๔)
๗
ฝำกรัก
(โคลงส่สี ุภาพ)
คนเคยรักชิดใกล้ ไกลจาก
แปรเปล่ียนตอ้ งพลดั พราก นัน่ เศรา้
ด้วยใจท่คี ิดมาก หลากเหตุ
ศัลยโ์ ศกทกุ ข์รมุ เร้า ทวั่ ฟา้ หมองมัว
ถงึ ตัวอย่ไู กลจติ น้ี คิดถึง
ยังอยู่คู่คานึง ชดิ ใกล้
ฝากลมรักราพงึ พดั ผ่าน
รกั จง่ึ ไปถงึ ไซร้ ส่งให้คนไกล รบั นา
ดิว
(๓๑ มกราคม ๒๕๖๕)
พระคณุ พ่อแมน่ ้ี แทนคณุ ๘
กา้ วไกลด้วยคุณทา่ น
ทกุ วนั วานนนั่ ไซร้ ร่ายสุภาพ คงม่นั มเิ ปลยี่ นไป
จนุ เจือตลอดกาล
สรา้ งความดีอนนั ต์ ท่ัวหล้ากตัญญู ตนเทอญ
ช้านานตอ้ งแทนคณุ
ประจกั ษท์ ั่วไกลใกล้ ดิว
(๐๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๕)
๙
สุนทรค่คู ำกลอน
อนิ ทรวเิ ชยี รฉันท๑์ ๑
ครูกลอนนนั้ คณุ ค่า เพราะสงา่ ประจักษ์ศิลป์
อักษรสะทอ้ นจินต์ อุชยุ ง่ิ ประดบั ดี
สุนทรบรมครู สขุ ะคู่จติ าศรี
งดงามตระการนี้ เหมาะจะสบื มิเลอื นลาง
ยคุ เยาวชนใหม่ รตะใจและเสรมิ สรา้ ง
คงอยูม่ ิรู้ร้าง นรนน้ั กเ็ ปรมปรดี ์ิ
ดวิ
(๑๕ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๕)
๑๐
นิราศกลั ยาพาชม
เตรียมกระเปา๋ ค่ใู จไวข้ ้างกาย เดอื นเมษามาถึงเรานัดหมาย
อรยาพาเดินตลาดนดั มิตรสหายพากันเท่ียวสขุ สาราญ
เริ่มต้นดว้ ยเดินตลาดดาวองั คาร เขาถนัดจดั แจงเร่อื งอาหาร
นงั่ สองแถวห้าคนครบพบความสุข หาขา้ วทานของอร่อยมเี ยอะไป
กานต์พิชชาพาไปหาดราไวย์ ใหห้ มดทกุ ข์บนบานหนา้ พระใหญ่
กราบขอพรหลวงพ่อแชม่ วัดฉลอง ฟ้นื ฟใู จด้วยเสยี งคลืน่ กระทบทราย
ศศนิ าหยิบเซยี มซีมาเสยี่ งทาย วัดพระทองอธิษฐานกับสหาย
ณฐั พรขอแวะทปี่ างชา้ ง เพ่ือทานายดวงตนที่จะมา
ช้างตัวใหญ่รอ้ งกอ้ งจนหูชา แล้วข้นึ ยา่ งบนสัตว์อารักษ์ขา
ทานาดาหวั เราะเพราะชอบใจ
แหลมพรหมเทพเสพสขุ เมือ่ ไดเ้ ห็น ตกยามเยน็ กอ่ นหมดฟ้าไสว
ดวงอาทิตยต์ กทะเลมองจากไกล เหมือนหัวใจขอพักเม่ือหมดวนั
แตล่ องคดิ พินิจมองอีกครงั้ ไมอ่ าจยงั้ ธรรมชาติท่ีสรา้ งสรรค์
ตะวันลบั ปรบั เปล่ียนกับดวงจนั ทร์ ดาวเดือนนน้ั เจดิ จ้าในราตรี
มีเพยี งแค่แสงไฟและแสงสี
คา่ คนื นส้ี องขา้ งทางโอ้ละเเม่
๑๑
วนั เวลาผา่ นไปไมร่ อรี เหมอื นจันทร์ทรี่ บิ หรผ่ี ่านพ้นวัน
รงุ่ เช้าตรนู่ ง่ั อยู่ ณ ทีพ่ ัก เหลา่ เพือ่ นรกั อยากกินแกงมสั มั่น
แกงไตปลาแกงเทโพใสห่ ัวมัน กินทั้งวันจนใครใครตอ้ งเหลียวมอง
ผ่านอกี วันเดนิ ทางไปสะพาน ที่กลา่ วขานเรอื่ งรักของค่สู อง
สารสนิ ตานานของคู่ครอง รักปรองดองทอดยาวด่ังนิยาย
เปน็ ตานานขานสู่เร่ืองพานพบ ได้ประสบทง้ั คใู่ นทีห่ มาย
เเม้นทง้ั คู่จบลงด้วยความตาย ใชร้ า่ งกายของเราหยุดเรอื่ งราว
เวลาผา่ นมาถึงวันทสี่ ่ี เราเต็มที่เดนิ ทางกับเพ่อื นสาว
บนถนนทอ่ งไปกันยาวยาว เก็บเรื่องราวของเราไว้ช่ืนชม
วันทีห่ า้ ท่องเทีย่ วไมห่ ยดุ พัก มาพานักหวานละมนุ ร้านขนม
๑๒
ทั้งทองหยบิ ปัน้ สบิ ลูกกลมกลม ชา่ งสขุ สมทไี่ ด้กนิ ขนมไทย
ค่าคนื นน้ี อนทโี่ รงแรมฝัน เหน็ ดวงจนั ทร์เจดิ จา้ มาแต่ไกล
ท้งั อากาศก็หนาวเยน็ จับใจ แม้นกลับไปจดจาไว้มลิ ืมเลอื น
วนั ท่ีหกพกเงินสดจดบันทกึ ต่างรสู้ กึ เงนิ หมดต้องช่วยเตอื น
เพราะยังมีอกี หลายทที่ ่ีจะเยอื น แลว้ บอกเพ่อื นไมไ่ ด้ไปทต่ี อ้ งการ
หาดกระทิงสงิ สู่รวมพี่นอ้ ง ครอบครวั พอ้ งพรอ้ มหน้าพาลกู หลาน
เจต็ สกีตามด้วยโตก้ ระดาน ของรมิ ลานหาดทรายขายกา่ ยกอง
วันทเ่ี จ็ดเจอแผน่ ปลวิ ใบกระดาษ ในประกาศมรี ูปหญิงชายสอง
สถานท่นี น่ั คอื หาดป่าตอง ทาเลทองเมอื งภเู ก็ตรับแขกมา
ทัง้ กลางวันกลางคืนคนคกึ คกั ผคู้ นมักเล่นคลืน่ ดูเวหา
ตกดึกจดั ปารต์ ก้ี นั เฮฮา ทงั้ สรุ าของมนึ เมามเี ยอะไป
จดุ ชมวิวผาหินดาเราเพือ่ นพ้อง ไปยนื มองจากยอดผาหนิ ก้อนใหญ่
เห็นพน้ื นา้ เต็มไปดว้ ยเรอื ใบ ประทบั ใจเลยถ่ายรูปเก็บกลับมา
๑๓
อนุสาวรียท์ า้ วเทพกษัตริยต์ รี และท้าวศรสี ุนทรขอไหวส้ า
น่ังขอพรขอกม้ กราบไหวบ้ ูชา ช่วยรักษาปกปอ้ งผา่ นพ้นวัน
จากขอพรไปต่อทสี่ วนน้า ช่างชน่ื ฉ่าหวั ใจใหส้ ุขสรรค์
เล่นน้าเสร็จศึกษาพิพิธภณั ฑ์ รู้เทา่ ทนั อดีตท่ีมีมา
แลว้ นึกคดิ อยากสนกุ หาทีใ่ หม่ จึงรว่ มใจเดนิ ทางตะเวนหา
จนพบเจอกับบา้ นตลี งั กา สขุ หรรษารืน่ เรงิ บรรเทงิ ใจ
ตกึ ชโิ นโปรตุกสี ในเมืองเกา่
ตะวนั ออกตะวันตกผสมไทย เป็นภาพเลา่ ศลิ ปะรว่ มสมัย
เเสนปลมื้ ใจศลิ ปะละลานตา
วันท่ีแปดรบั แดดหาดไมข้ าว ฝร่งั สาวผมทองงามหนกั หนา
ตะวนั ตกดั่งขอเดินทางมา ทอ่ งเท่ยี วหาสง่ิ ใหม่ประสบการณ์
มองอกี คร้ังเหมอื นจะเคยพบเห็น หรอื ว่าเปน็ คนในนิตยสาร
เพราะเธอนนั้ ดูสวยเกนิ ตา้ นทาน ไมร่ อนานชวนเพอื่ นไปถามเธอ
ทักว่าไฮเรมิ่ ต้นเหมอื นเรยี นมา เธอหนั หนา้ ตอบค่ะฉนั จงึ เหวอ
พดู ไทยชัดเเตเ่ ขายืนละเมอ ที่แทเ้ ธอถอื ถงุ ยนื ดมกาว
จึงปลีกตัวหลีกหนีเดนิ ออกมา แวะขม่ี า้ หน้าหาดตัวสขี าว
มา้ ตัวโตรูปร่างสงู ใหญย่ าว ชายหญิงสาวควบมา้ สขุ ชอบใจ
๑๔
แล้วเริม่ ต้นเดนิ ทางวันที่เกา้ ตื่นตอนเช้าตน่ื เต้นกนั ยกใหญ่
เปล่ยี นจากหาดเดนิ ทางเข้าปา่ ไพร เดินทางไปจนอาทติ ย์สลับจันทร์
วันสุดท้ายเกบ็ ของเตรยี มตวั กลบั ผ่านไปนับสิบวันเกาะสวรรค์
เกาะภูเกต็ งดงามมหัศจรรย์ ท่ีลอื ลัน่ ทอ่ งเทย่ี วของเมืองไทย
จบทรปิ เทย่ี วเดนิ ทางในคร้ังน้ี เราเพอ่ื นซม้ี ีความสขุ แสนสดใส
การเดนิ ทางคร้งั นี้ชา่ งสขุ ใจ พบกนั ใหมค่ ร้ังหน้านะเพือ่ นเอย
กลั ยา
๑๕
ตนั หยงดีปลี
ตันหยง ตนั หยง หยงไหรละนอ้ ง หยงดอกดปี ลี
น้องเข้ามาโยในบ้านนี้ ขอสวัสดไี ปทกุ คน
นัง่ ย้มิ เขนิ อายโอ้น้องหนา้ มน
ทงั้ หญิงทง้ั ชาย นอ้ งเล่นซกุ ซนเหยียบตนี บงั
ขอสวสั ดีไปทกุ คน นอ้ งถามบงั ทีมแี ฟนหรอื ยงั
น้องนั้นรอฟังใหช้ ื่นใจ
บังมาทีน่ ี้
ถา้ ยงั ไมม่ บี อกให้ดัง
ดวิ
(๑๔ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๕)
๑๖
เพลงชวนนอ้ ง ร้องควบกลำ (ทานองเพลงฝนเทลงมา)
เรียนภาษาไทย มีมากมายหลายเรอ่ื ง
เร่อื งท่เี ราจะเรียนวนั นต้ี อนนี้
คือคาควบกลา้
อนั ควบกล้านี้ อกั ษรสองตวั เรียงตดิ กันตน้ พยางค์
ให้จาไว้นะ ทาอยา่ งไรนา……อะอาอะอา
ถึงจะจาได้
คุณครูจะสอน ควบกล้ามอี ย่สู องประเภทนะ
มันเปน็ เร่อื งที่ตอ้ งเรียน
มา มา มาเรียนพร้อมกนั
เกรงไกลไขว้คว้า ไกลไขวค้ ว้า ไกลไคว้ขว้า
คือคาควบแท้ รลว รลว
เศรา้ ทรวงจริงไซร้ ทรวงจริงไซร้ ทรวงจริงไซร้
นั้นคอื ไมแ่ ท้ คอื ไม่แท้ คือไมแ่ ท้
ใหเ้ ราจาไว้ จาเอาไว้ จาเอาไว้
วา่ คาควบกล้า มีไมแ่ ท้ และควบแท้
ไม่แท้ควบ ร เรือหายไป เรอื หายไป
เปล่งเสยี งพรอ้ มกนั คาควบเเท้ คาควบเเท้
ควบกลา้ นัน้ ง่าย ออกเสียงสองตวั หนา้ เทา่ นั้นไง
ทีค่ วรจาใหข้ ้ึนใจ
มา มาเราจาด้วยกนั
กลั ยา
(๑๗ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๕)
๑๗
ความหมายของ "คาควบกลา้ "
คาควบกล้า คือ พยัญชนะสองตวั ทีเ่ ขยี นเรียงกัน และใชส้ ระเดียวกัน อยใู่ นตาแหนง่ ตน้ พยางค์ เมื่ออ่าน
ออกเสยี ง จะตอ้ งอ่านควบเป็นพยางค์เดียวกัน โดยเสยี งวรรณยุกตก์ ็จะผันตามเสยี งพยัญชนะตัวหนา้ เชน่ กลา้
(อักษรควบคือ กล-), ปลอดโปรง่ (อักษรควบคอื ปล- และ ปร-) เป็นตน้
คาควบกลา้ ในภาษาไทย แบง่ ออกเปน็ ๒ ชนิด ได้แก่ คาควบกลา้ แท้ หรอื คาควบแท้ ซง่ึ แต่ละชนดิ ก็
จะมขี ้อสังเกตเกยี่ วกบั การใช้คาและการออกเสียง ดังน้ี
๑. คาควบกลา้ แท้ หรือคาควบแท้
*ข้อสังเกตง่ายๆ เพ่ือพจิ ารณาว่าคาใดในภาษาไทยเป็นคาควบกล้าแท้ ใหด้ ูวา่ พยัญชนะ ร, ล, ว ควบ
กบั พยัญชนะต้นตัวหน้า และประสมสระตวั เดียวกนั หรอื ไม่ โดยเม่อื อา่ นออกเสยี ง กจ็ ะต้องออกเสยี งพยญั ชนะ
ท้งั สองตัวควบพร้อมกัน ดังนี้
คาควบแท้ท่ีพยัญชนะต้นควบกับ ร : ยกตวั อย่างเชน่ กราบ, เกรง, ขรุขระ, ครัว, ครอบครัว, เครง่ ครดั ,
คร้นื เครง, ปรังปรุง, โปรดปราน, พร้อม เปน็ ต้น
คาควบแท้ท่พี ยญั ชนะต้นควบกบั ล : ยกตวั อยา่ งเช่น ไกล, เกล้ยี กลอ่ ม, ขลงั , ขลาด, โคลงเคลง, เพลิดเพลนิ ,
เพลิง, ปลวก, แปลก เป็นตน้
คาควบแทท้ พี่ ยัญชนะต้นควบกบั ว : ยกตัวอย่างเชน่ กวาด, กวา้ งขวาง, ขวาน, ขวญั , ไขว่คว้า, ขวนขวาย,
ควาย, แควน้ , ควัน, เควง้ คว้าง เป็นต้น
*ข้อควรระวังในการจาคาควบกล้า : คาที่มพี ยญั ชนะ ว บางคากไ็ ม่ใช่คาควบกล้าแท้ แต่เปน็ พยญั ชนะ
ว ทแ่ี ทนเสยี งสระอัว เช่น สวย, ควร เป็นตน้
๒. คาควบกลา้ ไม่แท้ หรอื คาควบไม่แท้
*ข้อสังเกต พยญั ชนะ ร ทีเ่ ม่อื ควบกบั พยัญชนะตวั หน้า และประสมสระตวั เดยี วกัน แต่เวลาอา่ นจะไม่
ออกเสียง พยัญชนะ ร โดยจะอ่านเปน็ เสยี งอ่ืนแทน ดงั นี้
คาควบไม่แทท้ ีม่ ี ซ, ศ, ส, เปน็ พยัญชนะตวั หนา้ ร : ให้อ่านออกเสียงเฉพาะพยัญชนะตวั หนา้ เท่านน้ั เชน่ จริง
(อา่ นว่า จงิ ), ไซร้ (อ่านวา่ ไซ)้ , เศร้า (อา่ นว่า เส้า), เสริม (อา่ นวา่ เสิม), ศรัทธา (อ่านวา่ สัด-ทา) เป็นตน้
คาควบไมแ่ ทท้ ี่มี ท เปน็ พยญั ชนะตัวหนา้ ร : ให้อา่ นออกเสยี ง ทร เป็นเสยี ง ซ แทน เช่น ทรง (อา่ นว่า ซง),
ทราย (อ่านว่า ซาย), ทรพั ย์ (อา่ นว่า ซับ), ทราบ (อ่านวา่ ซาบ), โทรม (อ่านว่า โซม), พุทรา (อ่านว่า พุด-ซา)
เป็นตน้
๑๘
บทครใู นดวงใจ
โคลงส่สี ภุ ำพ
จำกเรื่อง : นิราศนรินทร์คาโคลง
ผ้แู ต่ง : นายนรินทรธ์ เิ บศ (อนิ )
แตง่ ปี : พ.ศ. ๒๕๑๓
ท่มี ำ : https://sites.google.com/site/phasathiym4/raywicha-phasa-thiy-chan-mathymsuksa-pi-
thi4/bth-thi4-reuxng-ni-ras-nri-thr-kha-kholng
เรอื งเรืองไตรรตั นพ์ น้ พนั แสง
รนิ รสพระธรรมแสดง คา่ เช้า
เจดยี ์ระดะแซง เสยี ดยอด
ยลยิง่ แสงแกว้ เก้า แกน่ หล้าหลากสวรรค์
กลอนสุภำพ
จำกเร่ือง : ขนุ ช้ำงขนุ แผน ตอน กำเนิดพลำยงำม
ผแู้ ตง่ : สุนทรภู่
แต่งปี : พ.ศ. ๒๓๖๕-๑๒๖๗
ทีม่ ำ : https://vajirayana.org/
แม่รักลูกลูกกร็ อู้ ยู่วา่ รกั คนอื่นสกั หม่ืนแสนไมแ่ ม้นเหมือน
จะกนิ นอนวอนว่าเมตตาเตือน จะจากเรอื นรา้ งแมไ่ ปแต่ตวั
แมว่ ันทองของลกู จงกลับบ้าน เขาจะพาลวา้ วุ่นแม่ทูนหัว
จะกม้ หน้าลาไปมไิ ด้กลัว แมอ่ ยา่ มวั หมองนกั จงหักใจ ฯ
กำพย์ยำนี ๑๑ ๑๙
จำกเรือ่ ง : กาพย์เห่เรอื บทชมปลา
ผแู้ ตง่ : เจา้ ฟา้ ธรรมธิเบศรหรอื เจ้าฟ้ากงุ้ คิดถึงเจา้ เศร้าอารมณ์
แตง่ ปี : ปลายสมยั อยุธยาตอนปลาย สาสมใจไมพ่ ามา
หนังสือ : หนงั สอื วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.๖ (น.๘๘) เจา้ งามพร้งิ ย่ิงนวลปลา
ไมง่ ามเท่าเจา้ เบือนชาย
พศิ พรรณปลาว่ายเคล้า
มตั สยายังรู้ชม สังเกตอาการ
นวลจนั ทร์เปน็ นวลจรงิ ทา่ ทที ุกข์ทน
คางเบอื นเบอื นหน้ามา แน่แทท้ ุพพล
ใหพ้ กั อาศยั
วชิ ชมุ ำลำ ฉันท์ ๘
จำกเรอื่ ง : สามัคคเี ภทคาฉนั ท์
ผู้แตง่ : นายชติ บรุ ทตั
แต่งปี : ๒๔๕๗
หนงั สอื : หนังสอื วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.๖ (น.๑๒๐)
เขาแสนสมเพช
แหง่ เอกอาจารย์
ภายนอกบอกแผล
เห็นเหตสุ มผล
ร่ำยสุภำพ ๒๐
จำกเรือ่ ง : นริ าศนรินทร์
ผแู้ ต่ง : นายนรินทร์ธเิ บศ (อนิ ) จรรโลงโลกกวา่ กว้าง
แต่งปี : ๒๕๑๓ แจกแสงจา้ เจิดจันทร์
หนังสอื : ศลิ ปะการอา่ น (น.๘๙)
ศรสี ิทธ์พิ ิศาลภพ เลอหล้าลบลม่ สวรรค์
แผนแผ่นผา้ งเมืองเมรุ ศรอี ยธุ เยนทร์แยม้ ฟ้า
๒๑
วิเครำะห์สนุ ทรยี ศำสตตรจ์ ำกบทครูในดวงใจ
โคลงสีส่ ุภำพ
เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น พนั แสง
รินรสพระธรรมแสดง ค่าเชา้
เจดยี ร์ ะดะแซง เสยี ดยอด
ยลยงิ่ แสงแกว้ เก้า แกน่ หล้าหลากสวรรค์
(นายนรนิ ทรธ์ เิ บศ , ๒๕๑๓)
บทประพันธ์น้ีมสี นุ ทรียศาสตร์คือ
๑. การเล่นเสียงสัมผสั อักษร จากบทประพนั ธเ์ ร่ืองนิราศนรนิ ทรค์ าโคลงบทประพันธ์นมี้ ีการเลน่ เสียงสัมผสั
อกั ษรใน บทท่ี ๑ วรรคท่ี ๑ ไดแ้ กค่ าวา่ เรอื ง-รตั น์ บทท่ี ๑ วรรคที่ ๓ ไดแ้ ก่คาวา่ ริน-รส บทท่ี ๒ วรรคที่ ๓
ไดแ้ ก่คาว่า ยล-ยิง่ , แกว้ -เกา้ บทที่ ๒ วรรคที่ ๔ ไดแ้ ก่คาว่า แก่น , หล้า-หลาก
๒. การเลน่ เสยี งสมั ผสั สระ ในบทท่ี ๒ วรรคที่ ๑ ระ-ดะ
๒๒
กลอนสภุ ำพ
แม่รกั ลูกลกู กร็ อู้ ยู่ว่ารัก คนอ่นื สักหม่ืนแสนไมแ่ ม้นเหมือน
จะกินนอนวอนว่าเมตตาเตอื น จะจากเรือนรา้ งแม่ไปแตต่ ัว
แม่วนั ทองของลูกจงกลบั บ้าน เขาจะพาลวา้ วุ่นแม่ทูนหัว
จะกม้ หน้าลาไปมิไดก้ ลัว แมอ่ ย่ามัวหมองนกั จงหกั ใจ ฯ
(สนุ ทรภู่ , ๒๓๖๕-๑๒๖๗)
บทประพันธ์น้มี ีสุนทรยี ศาสตรค์ ือ
๑. การเล่นเสียงสัมผัสอักษร จากบทประพนั ธ์เรือ่ งขุนชา้ งขุนแผนบทประพนั ธน์ ี้มีการเล่นเสียงสัมผสั อกั ษร
เกือบทกุ วรรค บทที่ ๑ วรรคท่ี ๑ ไดแ้ ก่คาวา่ รู้-รกั บทท่ี ๑ วรรคท่ี ๒ ได้แกค่ าว่า หมน่ื -ไม่-แม้น-เหมือน
บทที่ ๑ วรรคท่ี ๓ ไดแ้ กค่ าวา่ วอน-วา่ , ตา-เตือน บทที่ ๑ วรรคที่ ๔ ได้แกค่ าว่า จะ-จาก , เรือน-รา้ ง , แต-่ ตัว
บทที่ ๒ วรรคที่ ๒ ว้า-ว่นุ บทท่ี ๒ วรรคที่ ๓ กม้ -กลวั บทท่ี ๒ วรรคท่ี ๔ มวั -หมอง , จง-ใจ
๒.การเล่นเสียงสมั ผัสสระ ในบทท่ี ๒ วรรคท่ี ๑ ทอง-ของ บทท่ี ๒ วรรคท่ี ๔ นกั -หกั
๓.สนุ ทรียศาสตรด์ ้านความหมายคอื สงิ คารรส จากบทประพันธไ์ ดก้ ลา่ วถงึ การแสดงถงึ ความรกั ทแ่ี มม่ ีตอ่ ลูก
๒๓
กำพย์ยำนี ๑๑
พศิ พรรณปลาวา่ ยเคลา้ คิดถึงเจ้าเศรา้ อารมณ์
มตั สยายงั รู้ชม สาสมใจไม่พามา
นวลจนั ทรเ์ ปน็ นวลจริง เจ้างามพริ้งยิง่ นวลปลา
คางเบอื นเบือนหนา้ มา ไมง่ ามเท่าเจา้ เบือนชาย
(เจา้ ฟ้าธรรมธเิ บศร , หนา้ ๘๘)
บทประพันธ์นีม้ สี ุนทรยี ศาสตร์คอื
๑.การเลน่ เสียงสมั ผัสอกั ษร จากบทประพนั ธเ์ ร่อื งกาพย์เหเ่ รือ บทชมปลาบทประพนั ธ์นม้ี กี ารเล่นเสยี งสัมผัส
อกั ษรใน บทที่ ๑ วรรคที่ ๑ ไดแ้ กค่ าวา่ พิศ-พรรณ บทท่ี ๑ วรรคท่ี ๓ ยา-ยงั บทที่ ๑ วรรคท่ี ๔ สา-สม บทท่ี
๒ วรรคท่ี ๑ นวลจนั ทร-์ นวลจรงิ บทที่ ๒ วรรคที่ ๓ เบอื น-เบือน
๒.การเลน่ เสยี งสมั ผสั สระ ในบทที่ ๑ วรรคท่ี ๒ เจ้า-เศรา้ บทท่ี ๒ วรรคท่ี ๒ พรงิ้ -ยิ่ง บทท่ี ๒ วรรคที่ ๔ เทา่ -
เจ้า
๒๔
วชิ ชุมำลำ ฉนั ท์ ๘
เขาแสนสมเพช สังเกตอาการ
แห่งเอกอาจารย์ ทา่ ทีทกุ ข์ทน
ภายนอกบอกแผล แนแ่ ทท้ พุ พล
เหน็ เหตุสมผล ใหพ้ ักอาศัย
(นายชิต บรุ ทัต , ๒๔๕๗ ,หนา้ ๑๒๐)
บทประพนั ธน์ ม้ี สี ุนทรียศาสตรค์ อื
๑.การเลน่ เสียงสมั ผสั อักษร จากบทประพนั ธ์เร่ืองสามัคคเี ภทคาฉันทบ์ ทประพันธน์ ี้มีการเลน่ เสียงสมั ผัสอักษร
ใน บทท่ี ๑ วรรคที่ ๑ ได้แกค่ าว่า แสน-สม บทท่ี ๑ วรรคท่ี ๓ เอก-อา บทที่ ๑ วรรคท่ี ๔ ทา่ -ท-ี ทุกข์-ทน บท
ท่ี ๒ วรรคท่ี ๓ เหน็ -เหตุ
๒.การเลน่ เสียงสัมผสั สระ ในบทที่ ๒ วรรคที่ ๑ นอก-บอก บทท่ี ๒ วรรคที่ ๒ แน-่ แท้
๒๕
ร่ำยสภุ ำพ เลอหล้าลบล่มสวรรค์ จรรโลงโลกกวา่ กวา้ ง
ศรีสทิ ธ์ิพศิ าลภพ ศรีอยุธเยนทร์แยม้ ฟา้ แจกแสงจา้ เจิดจันทร์
(นายนรนิ ทรธ์ เิ บศ, ๒๕๑๓, หนา้ ๘๙)
แผนแผน่ ผา้ งเมอื งเมรุ
บทประพันธ์น้มี สี ุนทรียศาสตรค์ ือ จากบทประพันธ์เรื่องนิราศนรินทรบ์ ทประพนั ธ์นม้ี กี ารเล่นเสยี งสัมผสั อกั ษร
ทุกวรรค วรรคที่ ๑ ไดแ้ กค่ าว่า ศรี-สิทธ์ิ-ศาล วรรคท่ี ๒ ได้แกค่ าว่า เลอ-หล้า-ลบ-ลม่ วรรคท่ี ๓ ได้แก่คาว่า
โลง-โลก , กวา่ -กวา้ ง วรรคที่ ๔ ไดแ้ ก่คาวา่ แผน-แผน่ -ผ้าง , เมือง-เมรุ วรรคท่ี ๕ เยนทร์-แยม้ วรรคท่ี ๖
แจก-จ้า-เจิด-จนั ทร์
๒๖