1
รายงานกลุ่ม 4
รายงานการฝกึ ประสบการณ์ในสถานศกึ ษา
และแนวคิดการประยกุ ต์ใชใ้ นการขับเคลอื่ นการจดั การอาชีวศึกษา
ประเด็นศึกษา : การผลิตและพัฒนากาลังคนระดับอาชีวศึกษาในกลุ่มอาชีพที่สอดคล้องกับการ
พัฒนาประเทศไทย 4.0 (Workforce 4.0) และอาชีพใหม่ (Future Jobs) ท่ีจาเป็นต่อการพัฒนา
ประเทศในอนาคต
รายชอ่ื สมาชิกในกล่มุ
1. นายณรงค์ องศากจิ บรบิ รู ณ์ วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี
2. นายอรุณ เกลื่อนพันธ์ วทิ ยาลยั การอาชีพบางสะพาน
3. นางกรรณกิ าร์ ลิมปนะวงศานนท์ วิทยาลัยเทคนิคประจวบครี ีขนั ธ์
4. นายสายนั ต์ ศกั ดจ์ิ ิรพาพงษ์ วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยีเพชรบรุ ี
5. นางสริ ิรตั น์ พลู ผล วิทยาลยั การอาชพี บ้านลาด
6. นายฐิติ ขนั ธวิธพิ ร วทิ ยาลัยเทคนคิ ราชบรุ ี
7. นายปรตั ถกร วเิ ชยี ร วิทยาลยั เทคนิคกาญจนบรุ ี
โครงการการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาก่อนแต่งต้ังใหด้ ารงตาแหน่ง
ผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา
สงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
2
บทสรปุ ผู้บริหาร
การจัดการอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพต้องเป็นการจัดการศึกษาในด้านวิชาชีพ
ที่สอดคล้อง กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนการศึกษาแห่งชาติ
(พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา 2551 หมวด 1 มาตรา 6) ซ่ึงในปี พ.ศ. 2565 ประเทศไทยกาลังก้าวเข้าสู่
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) โดยสถานการณ์ท่ัวโลก
รวมถึงประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจผันผวน สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของ
โควิด-19 ในขณะเดียวกันก็ทาให้เกิดการพัฒนาของเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดในหลาย ๆ ด้าน
ทาให้เกิดอาชีพใหม่ (Future job ) ท่ีก่อให้เกิดรายได้สูง อาทิ เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัลอุตสาหกรรม
อิเลก็ ทรอนกิ ส์อัจฉรยิ ะ อตุ สาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมโลจิสติกสค์ รบวงจร เป็นตน้ โดยร่าง
แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 (ฉบับปรับปรุงตามผลการรับฟังความเห็นจากประชาชน มีนาคม 2565)
ได้กาหนดหมุดหมายในการพัฒนา จานวน 13 หมุดหมาย ใน 4 มิติ คือ 1) มิติการผลิต และบริการ
เป้าหมาย 2) มติ โิ อกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม 3) มิติความยั่งยืนของธรรมชาติ
และสิง่ แวดลอ้ ม 4) มติ ิปัจจยั ผลกั ดันการพลิกโฉมประเทศ โดยมี 2 มิติ และ 4 หมุดมุ่งหมายท่ีสาคัญ
ที่สอดคล้องกับนโยบาย จุดเน้น และทิศทางการขับเคลื่อนการจัดการอาชีวศึกษาในการผลิต และ
พัฒนากาลังคนรองรับการพัฒนาประเทศ คือ 1) มิติการผลิตและบริการเป้าหมาย หมุดหมายท่ี 3
ไทยเปน็ ฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สาคัญของโลก หมุดหมายท่ี 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุน
และยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สาคัญของภูมิภาค และหมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นศูนย์กลาง
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมดิจิทัลของอาเซียน 2) มิติปัจจัยผลักดันการพลิกโฉม
ประเทศ หมุดหมายท่ี 12 ไทยมีกาลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง ตอบโจทย์การพัฒนา
แห่งอนาคตซ่ึงตัวช้ีวัดเชิงปริมาณในแต่ละหมุดหมายมีความต้องการแรงงานรองรับอุตสาหกรรม
ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 400,000 คน ภายในปี 2570 จากร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี13
(พ.ศ.2560-2570) แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2660-2579) นโยบายการปฏิบัติราชการของ
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ภายใต้จุดเน้นและ นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
สถานศึกษาจะต้องเชื่อมโยงเข้าสู่แผนการพัฒนาการศึกษาระยะ 5 ปี แผนปฏิบัติราชการระยะ 4 ปี
และแผนปฏิบัติการประจาปีของสถานศึกษา โดยมีเป้าหมาย และตัวช้ีวัดท่ีชัดเจน ในแต่ละกลยุทธ์
และโครงการท่ีสนับสนุนตามบทบาท และภารกิจของแต่ละฝ่ายงานท่ีรับผิดชอบ เพื่อสนองตอบ
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ ในการพัฒนาประเทศไทยให้มีความมั่นคง มั่งค่ัง ย่ังยืน
เปน็ ประเทศ พัฒนาแลว้ ด้วยการพฒั นาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
การผลิตและพัฒนากาลังคนระดับอาชีวศึกษาในกลุ่มอาชีพท่ีสอดคล้องกับการพัฒนา
ประเทศไทย 4.0 (Workforce 4.0) และอาชีพใหม่ (Future Jobs) ที่จาเป็นต่อการพัฒนาประเทศ
ในอนาคต ต้องให้ความสาคัญการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี การเป็นเครือข่าย
จัดการศึกษาร่วมกับสถานประกอบการ ผลิตและพัฒนากาลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการ
แรงงานเพ่อื พฒั นาประเทศอยา่ งมีคุณภาพตอ่ ไป
3
สารบัญ 4
9
ส่วนท่ี 1 สภาพปัจจุบนั และความท้าทาย 24
สว่ นที่ 2 แนวคิด องค์ความรู้ และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง 31
สว่ นท่ี 3 ผลการศกึ ษาเปรียบเทียบ (Journey Mapping)
สว่ นท่ี 4 รปู แบบการพฒั นาสถานศึกษา และแนวทางการขบั เคลื่อนสู่ความสาเร็จ 41
ในสถานศึกษาอาชีวศกึ ษา
ส่วนท่ี 5 ขอ้ เสนอแนะการยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา
4
ประเด็นศกึ ษา หัวข้อที่ 14 การผลิตและพัฒนากาลังคนระดับอาชีวศึกษาในกลุ่มอาชีพท่ีสอดคล้อง
กับการพัฒนาประเทศไทย 4.0 (Workforce 4.0) และอาชีพใหม่ (Future Jobs) ท่ีจาเป็นต่อการ
พฒั นาประเทศในอนาคต
ส่วนที่ 1
สภาพปัจจบุ ันและความท้าทาย
1. สภาพปจั จบุ ันและความทา้ ทาย
ปัจจุบันสังคมไทยก้าวเข้าสู่โลกยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ทาให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคม
ลว้ นดาเนินไปอย่างรวดเร็ว มีการแข่งขันสูงการเข้าถึงแหล่งข้อมูลปริมาณมหาศาลผ่านโลกออนไลน์
มากขึ้น ส่งผลให้คุณลักษณะเด็กเปลี่ยนไป ประกอบกับรัฐบาลได้ประกาศนโยบายไทยแลนด์ 4.0
มีเป้าหมายให้ประเทศไทยก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลางและก้าวไปสู่ประเทศรายได้สูงโดยใช้
นวัตกรรมทางเศรษฐกิจสังคมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ท่ีมีคุณภาพสูงเพ่ือการขับเคล่ือน
ประเทศ ดงั นั้นการศึกษาจึงเป็นเครื่องมือสาคัญในการยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ในประเทศ
เพื่อเตรียมกาลังคนให้พร้อมและยังเป็นกลไกสาคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่เวที
เศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและระดับ นานาชาติ “การศึกษาในยุค Thailand 4.0” เป็นการเตรียม
มนุษย์ให้เปน็ มนษุ ย์ กล่าวคือนอกจากใหค้ วามรแู้ ลว้ ต้องทาใหผ้ ู้เรยี นเปน็ คนท่ีรักท่ีจะเรียนมีคุณธรรม
และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วย นั่นก็คือการสร้างคนให้มีทักษะในศตวรรษท่ี 21 โดยเน้นทักษะ
ในการคดิ วเิ คราะห์เป็นหลัก ในขณะเดยี วกนั Thailand 4.0 คือการพัฒนาประเทศให้มีความทันสมัย
มรี ายไดม้ ากขน้ึ และกา้ วพ้นจากกบั ดักประเทศท่ีมีรายได้ปานกลางโดย จะต้องผลิตนวัตกรรมใหม่ ๆ
เพื่อเปน็ ฐานในการพฒั นา ประเทศและต้องสามารถติดต่อค้าขายกับนานาประเทศได้ด้วย นอกจากนี้
การศึกษายคุ 4.0 เป็นการเรียนการสอนท่ีให้ผู้เรียนสามารถนาองค์ความรู้ท่ีมีอยู่ทุกหนแห่งบนโลกน้ี
มาบูรณาการเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ มาตอบสนองความต้องการของสังคม ซ่ึง
การเรียนการสอนในปัจจบุ ันยังคงห่างไกลในหลาย ๆ มิติ
ในสถานการณ์ปัจจุบันประเทศชาติต้องการกาลังคนสายอาชีพเพื่อมาพัฒนาประเทศเป็น
จานวนมากโครงสร้างการผลิตบุคลากรของประเทศ การใช้บุคลากรในแต่ละระดับการศึกษา
ในอนาคต ในปี พ.ศ. 2568 - 2573 มีแนวโน้มความต้องการแรงงานสายอาชีวะจากปัจจุบัน ร้อยละ
30 เป็นร้อยละ 50 - 55 จากแรงงานท้ังหมด แสดงถึงความต้องการกาลังคนสายอาชีวะเพ่ือรองรับ
และขับเคล่อื นประเทศ แนวทางการผลิตและพัฒนากาลังคนใหม้ สี มรรถนะตรงตามความต้องการของ
ประเทศ และคนไทยมอื อาชพี สู่ Thailand 4.0 โดยกล่าวถึงอนาคตภาพกาลังคนของประเทศไทยจะ
ไปสูย่ ุค 4.0 ได้สง่ิ สาคัญ คือ การผลิตกาลงั คนในสว่ นของภาคการศึกษา (Supply) ต้องคานึงถึงความ
ตอ้ งการ (Demand) ของผู้ประกอบการและตลาดแรงงาน และต้องสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา
5
ประเทศด้วย ปัจจัยสาคัญของแผนการผลิตและพัฒนากาลังคน ต้องคานึงประเด็น ดังน้ี 1) การเพิ่ม
ผลิตภาพแรงงาน (Productivity) ให้แรงงานมีสมรรถนะ (Competency) หรือทักษะ (Skills)
ท่ีตอบสนองกับสภาวการณ์ปัจจุบัน และต้องสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนโดยเฉพาะการร่วม
ลงทุนหรือสนับสนุนด้านการศึกษา แนวทางการผลิตและพัฒนากาลังคนจาเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐ
ต้องร่วมมือกับสถานประกอบการ ระบบการศึกษาต้องตอบสนองความต้องการของสถาน
ประกอบการได้ ซ่ึงภาคเอกชนมีพลังสูงมากในการร่วมพัฒนากาลังคนกับหน่วยงานภาครัฐ หาก
ภาคเอกซนมีส่วนร่วมท้ังในเรื่องการจัดทาหลักสูตร การพัฒนาคน ก็จะเป็นแนวทางหนึ่งท่ีจะ
แกป้ ัญหาการผลติ คนท่ไี มต่ รงกับความต้องการของสถานประกอบการ
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษาได้ดาเนินโครงการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการ
อาชีวศึกษา (Excellent Center) เพื่อผลิตและพัฒนากาลังคนให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะ
ทางสอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ตาม
ความเหมาะสมกบั ยทุ ธศาสตรเ์ ชงิ พน้ื ที่ เพ่ิมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยได้ประกาศ
รายชื่อสถานศึกษาภาครัฐและภาคเอกชนในโครงการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา
(Excellent Center) ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวน 120 แห่ง 42 สาขาวิชา/สาขางาน
ตามประกาศสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง ศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา
ประจาปีงบประมาณ 2564 ลงวันท่ี 18 มิถุนายน 2564 พร้อมกันน้ีสานักงานคณะกรรมการการ
อาชวี ศกึ ษาได้ประเมินผลการดาเนินงานตามแนวทางการดาเนินการพัฒนาคุณภาพอาชีวศึกษาของ
สถานศึกษาอาชวี ศึกษาท้งั ภาครัฐและเอกชน โดยจัดกลุ่มสถานศึกษาจาแนกตามสาขาวิชาท่ีเปิดสอน
ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มท่ัวไป (Standard) กลุ่มเช่ียวชาญเฉพาะ (Expert) กลุ่มความเป็นเลิศและ
เชี่ยวชาญเฉพาะ (Excellent Center) แล้วดาเนินการคัดเลือกสถานศึกษากลุ่มความเป็นเลิศและ
เชี่ยวชาญเฉพาะท่ีมีศักยภาพในการบริหารจัดการ ในสาขาวิชาท่ีสอดคล้องกับกลุ่มอาชีพของ
คณะอนกุ รรมการรว่ มภาครัฐและเอกชนเพื่อผลติ และพัฒนากาลังคนอาชวี ศึกษา (อ.กรอ.อศ.) ให้เป็น
ศูนยบ์ รหิ ารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากาลังคนอาชีวศึกษา (Center of Vocational Manpower
Networking Management) จานวนท้ังสิ้น 25 แห่ง ตามประกาศสานักงานคณะกรรมการการ
อาชวี ศกึ ษา เร่อื ง ศูนยบ์ ริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากาลังคนอาชีวศึกษา ประจาปีงบประมาณ
2564 ลงวันที่ 18 มิถนุ ายน 2564
การยกระดับการผลิตและพฒั นากาลงั คนอาชีวศึกษาให้สอดคลองกับนโยบายของสานักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อให้มีคุณภาพตรงความต้องการของสถานประกอบการนั้น
การยกระดับขีดความสามารถทางวิชาชีพของครู จึงเป็นปัจจัยสาคัญท่ีจะผลักดันให้เกิดการ
เปลีย่ นแปลงดังกล่าวได้การพัฒนาครูและบุคลากรอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพ สามารถผลิตและพัฒนา
กาลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน เป็นความท้าทายที่สาคัญ เน่ืองจากความรู้และ
ทักษะต่างๆ มีการเปล่ียนแปลงตลอดเวลา การพัฒนาครูอาชีวศึกษาให้มีความรู้ ความเช่ียวชาญ
ทนั ตอ่ การเปลีย่ นแปลงของโลกจงึ มีความจาเป็น และท่ีสาคัญคือการมสี ว่ นร่วมจากภาครัฐและเอกชน
ท่ีมีส่วนได้เสียโดยตรงในอาชีพ (Public-Private Partnership) สานักพัฒนาสมรรถนะครูและ
บคุ ลากรอาชวี ศึกษา ซง่ึ เป็นหนว่ ยงานในสังกัดสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีหน้าท่ีหลัก
ในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการฝึกอบรมและพัฒนาครูและ
6
บคุ ลากรอาชีวศกึ ษา การให้ครูอาชีวศึกษาได้รับการพัฒนาด้วยวิธีการที่หลากหลายเช่น Online, In-
Class Training, On-site หรือการไปพัฒนาประสบการณแ์ ละปฏิบัตงิ านจริงในสถานประกอบการซ่ึง
เป็นวิธกี ารพัฒนาแบบ Work-Based Learning จะชว่ ยทาให้ครูมคี วามรู้ ทกั ษะและประสบการณ์การ
ทางานจริงในสถานประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขาอาชีพ เป็นการเพิ่มทักษะและ
สมรรถนะวิชาชีพของครูอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะและทักษะที่หลากหลาย สามารถนามาถ่ายทอด
และประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้ทันต่อวิทยาการและเทคโนโลยีท่ีเปล่ียนแปลงอย่าง
รวดเรว็ ของโลกอาชีพ
สถาบันการอาชีวศึกษามีบทบาทและหน้าท่ีสาคัญในการจัดการอาชีวศึกษาทั้งในระดับ
ปวช. ระดับ ปวส. และระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ ตระหนักถึงการวางแผน
การผลิตพัฒนากาลังคน และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในทุกระดับให้สอดรับกับทิศทางในการ
พัฒนาประเทศตามกรอบวิสัยทศั น์และเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่
12 เพ่ือให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการศึกษายุคประเทศไทย 4.0 สู่ศตวรรษท่ี 21 โดยครูต้องพัฒนา
ตนเองใหม้ ีความรู้ พรอ้ มท่จี ะถ่ายทอดช่วยพัฒนาการของผเู้ รียน เป็นผู้กากับการเรียนรู้ท้ังของตนเอง
และผู้เรียน เปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนการสอนสร้างทักษะที่จาเป็นด้วยการลงมือทา Active
Learning : PBL (Project Base Learning) โดยบรู ณาการสหวิชาการเช่ือมโยงความรู้กับจินตนาการ
ส่รู ปู ธรรม ใหม้ ีทกั ษะที่ต้องการ ในยุคศตวรรษท่ี 21 (21st century skills) ท่ีให้ความสาคัญ กับการ
พัฒนาทนุ มนษุ ย์ การใช้และตอ่ ยอดองค์ความรู้ การใหค้ วามสาคัญกับการวิจัยและพัฒนา (Research
& Development) การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (Science, Technology,
Innovation) ผลลัพธ์ของระบบการจัดการ (Management Output) ท้ังการเข้าถึง (Access) ความ
เทา่ เทียม (Equity) คุณภาพ (Quality) และประสิทธิภาพ (Efficiency) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสอดแทรก
เจตคติและวินัยการทางานเพื่อให้ผู้เรียนมีความซื่อสัตย์ อดทน ขยันหม่ันเพียร ตรงต่อเวลาและ
ยกระดับ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความรู้พ้ืนฐานด้านคอมพิวเตอร์ เพ่ือให้สามารถใช้งานได้จริง
(core competency)
ความท้าทายในโลกอนาคตของการพัฒนากาลังคน ในช่วงปี พ.ศ. 2562 - 2563
มีหลากหลายเหตุการณ์ท่ีนาไปสู่ความไม่แน่นอน ทั้งในประเทศไทยและ ท่ัวโลก ท้ังในด้านสภาวะ
ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ท่ีส่งผลกระทบต่อ หลาย
ประเทศท่ัวโลก ด้านความมั่นคง ปัญหาระหว่างประเทศ รวมท้ังภัยแล้ง และล่าสุดคือ วิกฤตการณ์
การแพร่ ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา2019(โควิด-19)ท่ีส่งผลต่อสุขภาพกายและสภาพจิตใจ
ของมวลมนุษยชาติ รวมถึงวิถีชีวิตของคนทั่วโลก เศรษฐกิจโดยรวมในรอบด้าน โดยสถานการณ์
เหล่าน้ีเรียกว่า “โลกยคุ VUCA หรอื VUCA World” (นรรชั ต์ ฝันเชยี ร, 2562)
โลกยุค VUCA (VUCA World) คอื ยคุ ท่ีมีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วของ เทคโนโลยีการ
แข่งขัน สภาพแวดลอ้ มทางธุรกิจ เศรษฐกจิ ทง้ั ภายในและภายนอก ทาใหท้ ุกภาคสว่ นได้รับผลกระทบ
อย่างมีนัยสาคัญ ซ่ึง เป็นผลมาจากกระแสใหญ่ของโลก 3 กระแส อันได้แก่ 1) กระแสโลกาภิวัตน์
7
(Globalization) 2) กระแสการ พัฒนาเทคโนโลยี (Big Bang of Technology) และ 3) กระแสความ
เป็นใหญ่ของเงินทุน (Financialization ) แต่เดิมคาว่า VUCA เป็นคาท่ีทางกองทัพสหรัฐใช้เรียก
สถานการณ์ ในสงครามท่ีอัฟริกาและอิรัก ซ่ึงส่ือถึงความ สับสนและผันผวนภายในประเทศ
ณ ขณะนั้นก่อนจะถูกนามาใช้เปรียบเทียบในเชิงธุรกิจ และวงการศึกษาสามารถ นามาเป็นโจทย์ใน
การออกแบบสง่ เสรมิ ผเู้ รียนตามแนวทางของการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ท่ีตอ้ งการ ตอบโจทย์ใน การ
พัฒนาคนท่ามกลางกระแสของโลกยุค VUCA World ทักษะท่ีจาเป็นในศตวรรษ 21 จึงเป็นโจทย์
สาคัญในการ พัฒนาคนด้วยการศกึ ษาอย่างย่งั ยนื ในระบบการศึกษา เพื่อรับมือกับกระแส VUCA คา
ว่า VUCA ประกอบดว้ ยคา 4 คา มคี วามความหมายและแนวทางการแก้ปัญหาดังนี้ 1) V - Volatility
ความผนั ผวนการเปลี่ยนแปลงที่ รวดเร็ว ไม่สามารถคาดเดาได้ สามารถลดผลกระทบน้ีด้วยการรู้จัก
ติดตามข่าวสาร การรู้เท่าทันสื่อและการรู้จัก ปรับตัว 2) U - Uncertainly ความไม่แน่นอน
ยากตอ่ การตัดสินใจ สามารถลดผลกระทบนีด้ ้วยการใช้ความคิดอย่างมีวิจารณญาณ และมีภาวะผู้นา
กล้าตัดสินใจ 3) C – Complexity ความซับซ้อนท่ีมากข้ึนเร่ือย ๆ ในเชิง ระบบ สามารถลด
ผลกระทบน้ีด้วยการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่ช่วยให้ทางานง่ายขึ้น และ
4) A – Ambiguity ความคลุมเครอื ไม่ชดั เจน ไมส่ ามารถคาดเดาผลได้ชัดเจน สามารถลดผลกระทบนี้
ด้วยการรู้จักส่ือสาร ฉลาดส่ือสาร และรู้จักที่จะทางานแบบร่วมมือ (สมพร ปานดา ,2563)
จากแนวทางแกป้ ญั หาในกระแส VUCA World ทาใหส้ ถาบันการศึกษาต้องทบทวนการผลิตกาลังคน
โดยให้คานึงถึงการสร้างทักษะในการค้นหาพิจารณาใช้ข้อมูลข่าวสารอย่างรู้เท่าทันสื่อและการรู้จัก
ปรับตัวอย่าง เหมาะสมทันเวลา ต้องสร้างผู้เรียนให้มีทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และมีภาวะ
ผู้นากลา้ ตัดสนิ ใจ สามารถใช้ ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่ส่งเสริมให้การทางานง่ายขึ้น
มีผลผลติ มากขนึ้ และทส่ี าคัญอกี ด้านคือตอ้ ง มที ักษะการสื่อสารแบบฉลาดในยุคดิจิตอลและสามารถ
ทางานแบบรว่ มมอื ไดด้ ี
ในสถานการณ์ปัจจุบันการผลิตและพัฒนากาลังคนระดับอาชีวศึกษาในกลุ่มอาชีพ
ท่ีสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศไทย 4.0 (Workforce 4.0) ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสงั คมแหง่ ชาติฉบบั ที่ 13 พ.ศ. 2566-2570 มติ ทิ ี่ 4 ปัจจยั ผลักดนั การพลิกโฉมประเทศหมุดหมาย
ท่ี 12 ประเทศไทยมีกาลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต
ซึ่งประเทศไทยต้องการกาลงั คนสายอาชพี ทมี่ ีสมรรถนะหรือมที ักษะเพ่ือมาพัฒนาประเทศเป็นจานวน
มากซ่ึงแสดงถึงความต้องการกาลังคนสายอาชีพท่ีตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ
แต่ สถานศึกษาในสังกัดสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ท้ังขนาด
เล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ยังไม่สามารถผลิตและพัฒนากาลังคนที่มีสมรรถนะสูงและทักษะ
ท่ีตรงกับความต้องการของสถานประกอบการได้อย่างเพียงพอ ซ่ึงมีปัจจัยหลักในด้านผู้เรียนที่จบ
การศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ม.3 และ ม.6 ที่สนใจเรียนสายสามัญมากกว่าสายอาชีพ และ
ผปู้ กครองมคี ่านิยม สง่ บุตร หลานเรียนตอ่ ในสายสามญั ครขู าดการพฒั นาความรู้อย่างต่อเน่ือง ไม่ทัน
ต่อการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ครุภัณฑ์ที่มีอยู่ในสถานศึกษาไม่ทันสมัยไม่เพียงพอ
8
ต่อจานวนผู้เรียน หลักสูตรไม่ทันสมัยไม่ยืดหยุ่นต่อความต้องการของสถานประกอบการ และสถาน
ประกอบการทีท่ นั สมยั มเี ทคโนโลยสี มยั ใหม่ มไี ม่เพียงพอตอ่ การจัดการศึกษาในระบบทวิภาคีซึ่งมีผล
ต่อการจัดการเรียนการสอนด้านวิชาชีพและอาชีพใหม่ (Future jobs) ท่ีจาเป็นต่อการท่ีพัฒนา
ประเทศในอนาคต เป็นความท้าทายในการผลิตและพัฒนากาลังคนอาชีวศึกษา ในกลุ่มอาชีพที่
สอดคลอ้ งกับการพัฒนาประเทศไทย 4.0 (Workforce 4.0) และอาชีพใหม่ (Future jobs) ที่จาเป็น
ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ในขณะท่ีโลกมีการเปล่ียนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์ความไมแ่ นน่ อนต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้น โรคระบาด สถานะทางเศรษฐกิจ การเปล่ียนแปลงทาง
วัฒนธรรม ค่านยิ ม ภยั สงคราม ซง่ึ ส่งผลกระทบตอ่ การผลิต และพัฒนากาลงั คนดา้ นอาชีวศกึ ษาทั้งสน้ิ
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพ่อื ผลติ และพัฒนากาลงั คนระดับอาชวี ศึกษาในกล่มุ อาชพี ที่สอดคล้องกบั การพัฒนา
ประเทศไทย 4.0 (Workforce 4.0)
2.2 เพอ่ื ผลิตและพัฒนากาลงั คนระดับอาชีวศึกษาอาชีพใหม่ (Future jobs) ทจ่ี าเปน็
ต่อการพัฒนาประเทศ
9
ส่วนที่ 2
แนวคิด องค์ความรู้ และกฎระเบียบทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
แนวคดิ ทฤษฎแี ละองคค์ วามรู้
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) มีฐานะเป็นแผนระดับ
ท่ี 2 ซง่ึ เป็นกลไกท่ีสาคัญในการแปลงยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ และการเป็นกรอบสาหรับการจัดทา
แผนระดับที่ 3 ในช่วง 5 ปีที่สองยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้การดาเนินงานของภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง
สามารถสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติตามกรอบระยะเวลาที่คาดหวังไว้ได้ ทั้งนี้ การจัดทา
แผนพฒั นาฯ ฉบับที่ 13 อยู่บนความต้ังใจท่ีจะให้แผนมีจุดเน้นและเป้าหมายของการพัฒนาทีเป็นรูปธรรม
สามารถบ่งบอกทิศทางการพัฒนาท่ีชัดเจนที่ประเทศควรมุ่งไปในระยะ 5 ปีถัดไป โดยเป็นผลท่ีเกิดจาก
กระบวนการสังเคราะห์ข้อมูลอยา่ งรอบด้าน ท้งั สถานะของทุนในมิตติ ่างๆ บทเรียนของการพัฒนาที่ผ่านมา
ตลอดจนการเปล่ียนแปลงของปัจจัยและเงื่อนไขท่ีจะมีอิทธิพลต่อองคาพยพต่างๆ ของประเทศ รวมถึง
การสนับสนุนให้ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปล่ียนความคิดเห็นอย่าง
กว้างขวางต้ังแต่ในข้ันตอนการกาหนดกรอบทศิ ทางของแผนไปจนถึงการยกร่างแผน
การจัดทาแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 13 อยู่ในช่วงเวลาท่ีท่ัวโลกรวมถึงประเทศไทยต้องเผชิญกับ
ข้อจากัดหลากหลายประการทเ่ี ป็นผลสืบเน่ืองจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งไม่เพียงแต่
กอ่ ใหเ้ กดิ การเจ็บปว่ ยและเสียชีวิตของประชากร แต่ยังส่งผลให้เกิดเงื่อนไขในทางเศรษฐกิจและการ
ดาเนินชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม นอกจากนี้ในระยะของแผนพัฒนา ฉบับที่ 13 เป็นช่วงเวลาท่ีมี
แนวโน้มจะเกิดการพฒั นาของเทคโนโลยีอยา่ งก้าวกระโดด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีความรุนแรง
เพิ่มขึ้น และการเป็นสังคมสูงวัยของประเทศไทยและหลายประเทศท่ัวโลก การขับเคล่ือนการพัฒนา
ประเทศท่ามกลางกระแสแนวโน้ม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จึงต้องให้ความสาคัญกับการเสริมสร้าง
ความเข้มแข็งจากภายในให้สามารถเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงท่ามกลางความผันแปรที่ เกิดขึ้น
รอบด้าน
2.1 หมุดหมายการพัฒนา
เพื่อถ่ายทอดเปา้ หมายหลักไปสูภ่ าพของการขบั เคลือ่ นท่ีชัดเจนในลกั ษณ์ของวาระการพัฒนา
ท่ีเอ้ือให้เกิดการทางานร่วมกันของหลายหน่วยงานและหลายภาคส่วนในการผลักดันการพัฒนา
ในเรื่องใดเร่ืองหน่ึงให้เกิดผลได้อย่างรูปธรรม แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 จึงได้กาหนดหมุดหมาย
การพัฒนา จานวน 13 หมุดหมาย ซ่ึงเป็นการบ่องบอกถึงสิ่งท่ีประเทศไทยปรารถนาจะ “เป็น” หรือ
มุ่งหวังจะ “มี” เพ่ือสะท้อนประเด็นการพัฒนาท่ีมีลาดับความสาคัญสูงต่อการพลิกโฉมประเทศไทย
สู่ “สงั คมกา้ วหนา้ เศรษฐกจิ สรา้ งมูลค่าอย่างยั่งยืน” โดยหมุดหมายทั้ง 13 ประการ แบ่งออกได้เป็น
4 มติ ิ ดงั น้ี
2.1.1 มติ ิภาคการผลติ และบรกิ ารเป้าหมาย
หมุดหมายท่ี 1 ไทยเปน็ ประเทศชนั้ นาด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรปู มูลค่าสูง
หมดุ หมายที่ 2 ไทยเป็นจดุ หมายของการทอ่ งเทยี่ วทเี่ นน้ คุณภาพและความย่ังยืน
หมุดหมายท่ี 3 ไทยเปน็ ฐานการผลิตยานยนตไ์ ฟฟา้ ท่สี าคัญของโลก
หมุดหมายท่ี 4 ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทยแ์ ละสขุ ภาพมูลค่าสูง
10
หมดุ หมายท่ี 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์
ท่ีสาคัญของภูมิภาค
หมดุ หมายที่ 6 ไทยเปน็ จดุ ศนู ยก์ ลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรม
ดจิ ิทัลของอาเซียน
2.1.2 มิติโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกจิ และสงั คม
หมุดหมายท่ี 7 ไทยมวี ิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เขม้ แข็ง มศี กั ยภาพสงู
และสามารถแขง่ ขนั ได้
หมุดหมายที่ 8 ไทยมพี น้ื ทแ่ี ละเมอื งอจั ฉรยิ ะทีน่ า่ อยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน
หมุดหมายท่ี 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุน่ ลดลง และคนไทยทกุ คนมีความค้มุ ครองทาง
สงั คม ท่ีเพียงพอ เหมาะสม
2.1.3 มิตคิ วามย่ังยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม
หมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคารบ์ อนตา่
หมุดหมายที่ 11 ไทยมีสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติและ
เปลย่ี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
2.1.4 มิติปัจจัยผลักดันการพลิกโฉมประเทศ
หมดุ หมายท่ี 12 ไทยมกี าลงั คนสมรรถนะสงู มงุ่ เรียนรู้อยา่ งต่อเนอ่ื ง ตอบโจทย์การ
พัฒนาแห่งอนาคต
หมุดหมายท่ี 13 ไทยมีภาครัฐท่ีทนั สมัย มีประสิทธภิ าพและตอบโจทย์ประชาชน
2.2 ทักษะของประชากรในศตวรรษที่ 21 : ท่ัวโลกตั้งเป้าหมายสร้างให้ได้และไปให้ถึงความ
ต้องการกาลังคนยุค 4.0
ผลจาการเปล่ียนแปลงระบบเศรษฐกิจ สังคม และสถานการณ์สังคมข้างต้น ส่งผลให้ทุก
ประเทศทว่ั โลกกาหนดทิศทางการผลิตและพัฒนากาลังคนของประเทศตนให้มีทักษะและสมรรถนะ
ระดบั สูงมคี วามสามารถเฉพาะทางมากข้ึน ส่วนความต้องการกาลังแรงงานท่ีไร้ฝีมือ และมีทักษะต่า
จะถูกแทนทีด่ ้วยห่นุ ยนต์และเทคโนโลยใี หม่ ๆ มากข้ึน
การจัดการศึกษาใน ปัจจุบันจึงต้องปรับเปล่ียนให้ตอบสนองกั บทิศทางการผลิตและการ
พัฒนากาลังคนดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนเพ่ือให้ผู้เรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21
เพื่อให้ได้ทั้งความรู้และทักษะที่จาเป็นต้องใช้ในการดารงชีวิต การประกอบอาชีพ และการพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมของประเทศท่ามกลางกระแสแห่งการเปล่ียนแปลงทักษะสาคัญจาเป็นในโลก
ศตวรรษที่ 21 ประกอบดว้ ยทกั ษะทเี่ รยี กตามคายอ่ วา่ 3Rs + 8Cs
3Rs ประกอบด้วย
• อา่ นออก (Reading)
• เขียนได้ (WRiting)
• คดิ เลขเป็น (ARithmetics)
8Cs ประกอบด้วย
• ทกั ษะด้านการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ และทักษะในการแก้ไขปัญหา (Critical
Thinking and Problem Solving)
11
• ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
• ทกั ษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross – cultural
Understanding)
• ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทีม และภาวะผ้นู า (Collaboration
Teamwork and Leadership)
• ทักษะดา้ นการสื่อสาร สารสนเทศ และร้เู ท่าทนั สือ่ (Communications,
Information and Media Literacy)
• ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร (Computing
and ICT Literacy)
• ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills)
• ความมีเมตตา กรุณา วินยั คุณธรรม จรยิ ธรรม (Compassion)
หลักการบริหารแบบ POSDCoRB นั้นโดดเด่นมากในช่วงยุคด้ังเดิมหรือยุคคลาสสิก
นักทฤษฎี Lyndall Urwick & Luther Gulick : สองนักทฤษฎีท่ีโดเด่นในเร่ืองทฤษฎีองค์กรและ
กระบวนการบริหารงาน ท่ีให้ความสาคัญของการทาหน้าท่ีของฝ่ายบริหารมากกว่าการทางานของฝ่าย
พนักงานระดับล่างและมุ่งเน้นไปยังวิธีการทางานตลอดจนพฤติกรรม การบริหารงานของผู้บริหาร
ระดบั สูงเปน็ หลกั โดยหลกั การท่ีเป็นที่รจู้ ักในระดับสากลนนั้ กค็ อื POSDCoRB
2.3 หลักและแนวคดิ POSDCoRB
หลงั สงครามโลกครั้งท่ี 2 กองทัพสหรัฐไดร้ วบรวมนกั วชิ าการเพื่อประเมินข้อผิดพลาดในการ
บริหารจัดการในกองทัพที่ผ่านมา เพื่อใช้ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด Luther H. Gulick and
Lyndall Urwick ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนักวิชาการที่ได้มารวมตัวกันครั้งน้ัน ในปี ค.ศ. 1937 โดยเสนอ
แนวคิดและภาระหน้าที่ที่สาคัญของผู้บริหาร POSDCoRB โดยได้ขยายส่วนสาคญพื้นฐานที่เรียกว่า
The Elements of Management 5 ประการของ Fayol มาปรับปรุงและประยุกต์กับการ
บริหารงานราชการ ได้เสนอแนะการจัดหน่วยงานในทาเนียบแก่ประธานาธิบดี รัฐบาลสมัยประธานาธิบดี
แฟรงคลินดี รสู เวสท์ ของสหรัฐอเมริกา เพ่ือใหค้ าตอบที่วา่ อะไรคอื งานของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
ในท่ีสุดคาตอบส้ันๆ คือ POSDCoRB ซ่ึงหมายถึงกระบวนการบริหาร 7 ประการ POSDCoRB
เป็นเครื่องมือสาคัญสาหรับผู้บริหาร สร้างกลไกและโครงสร้างให้กับองค์กร จัดเตรียมบุคลากรท่ีมี
ความชานาญต่างกันให้อยู่ในแผนกท่ีเหมาะสมกับองค์กร บุคลากรรู้หน้าท่ี และผู้บริหารสามารถ
บรหิ ารและสัง่ การเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ วางกรอบการทางานให้องค์กรเพื่อเป็นแนวทางในการ
บรหิ าร สง่ เสริมการปฏบิ ัตงิ านทสี่ อดคล้องกันภายในองคก์ ร
องค์ประกอบ POSDCoRB
POSDCoRB คอื หลกั ในการบรหิ ารจัดการองค์กรท่ีใช้กันในภาครัฐ และ เอกชนท่ีผู้มีอานาจ
บรหิ ารมหี นา้ ที่ และบทบาทการบริหารอยู่ 7 ประการ
• P = Planning การวางแผน
• O = Organizing การจดั การองคก์ ร
12
• S = Staffing การจดั การด้านบคุ ลากร
• D = Directing การควบคมุ ส่ังการ
• Co = Coordinating การประสานงาน
• R = Report การรายงาน
• B = Budgeting การจัดการงบประมาณ
2.4 แนวคิดเชิงระบบในการยกระดับคุณภาพการอาชีวศึกษาของธนาคารโลก (The World
Bank, SABER - Systems Approach for Better Education Results : Workforce
Development, Framework and Tool Analysis)
การผลิตและพฒั นากาลังคนให้มีทักษะที่เก่ียวข้องกับงานถือเป็นความท้าทายอย่างต่อเน่ือง
ทั่วโลก ในประเทศกาลังพัฒนาและเศรษฐกิจเกิดใหม่ จะพบปัญหาอุปสงค์และอุปทานด้านทักษะ
ไมต่ รงกนั (Mismatch) ระหว่างภาคการผลิตและภาคผู้ใชก้ าลงั คน เป็นประเด็นปัญหาท่ีส่งผลต่อผลิต
ภาพอยา่ งต่อเน่อื ง ผ้สู าเร็จการศกึ ษาจานวนมากไม่สามารถหางานทส่ี อดคล้องกบั ที่ไดศ้ ึกษา ในขณะที่
นายจ้างพบปัญหาในการจัดหากาลังคนท่ีมีสมรรถนะตามความต้องการ ทั้งในด้านทักษะท่ีจาเป็น
ในงานและทักษะอาชีพ ซ่ึงถือว่าจาเป็นสาหรับผลิตภาพทางธุรกิจของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน
ในวงกว้าง ส่งผลต่อขีดความสามารถทั้งในระดับภาคประกอบการ ระบบเศรษฐกิจโดยรวม และ
ประเทศ เปน็ อุปสรรคต่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการลดความยากจน การผลิตและพัฒนา
กาลังคนให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของภาคประกอบการ จึงเป็นความท้าทายจาก
ประเด็นดังกล่าวข้างต้น ธนาคารโลกได้พัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์เพื่อใช้ในการพัฒนานโยบาย
โดยกาหนดกรอบการวิเคราะห์และการออกแบบเคร่ืองมือเชิงปฏิบัติท่ีเรียกว่า Systems
Approachfor Better Education Results (SABER) สาหรับการประเมินระบบการผลิตและพัฒนา
กาลังคน (WfD) เพื่อใช้ในการพัฒนากลยุทธ์ จุดเน้นของ SABER - WfD คือ ความคิดเชิงระบบ
ทเ่ี ตรียมกาลังคนให้พร้อมตอบสนองความต้องการทักษะในตลาดแรงงาน มุ่งเน้นความชัดเจนในมิติ
การทางานสามมติ ิ (Dimension) ประกอบด้วย 1) กรอบนโยบาย (Strategic Framework) หมายถึง
ความสอดคลอ้ งระหว่างการพัฒนากาลงั คนกบั เป้าหมายระดบั ชาติของประเทศในการพฒั นาเศรษฐกิจ
และสังคม ทิศทางการดาเนินการพัฒนากาลงั คนท่ีมุ่งสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ ผลิตภาพ และหน่วยงาน
ที่เก่ียวข้อง 2) การบริหารจัดการ (System Oversight) หมายถึง การบริหารจัดการ และมาตรฐาน
ต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง รวมท้ังการกากับดูแล ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก และ 3) การจัดการเรียนรู้
(Service Delivery) หมายถึงการดาเนินการของสถานศึกษาและการฝึกอบรมท่ีจะส่งมอบบริการ
เพื่อให้ได้ผลผลิตต่อคุณภาพผู้เรียน และผลลัพธ์ที่ส่งต่อไปยังภาคประกอบการและประเทศโดยรวม
ตามเป้าหมายของการอาชีวศึกษา โดยมีรายละเอียดย่อยของมิติหรือทิศทาง (Dimension) ได้แก่
1) เป้าหมายเชงิ นโยบาย (Policy Goal) 2) การขับเคลื่อนนโยบาย (Policy Action) และ3) ประเด็น
สาคญั ในทางปฏบิ ัติ (Topic)
13
แผนภาพ 2.1 โครงสร้างและองค์ประกอบของเครือ่ งมือเชิงปฏิบัติ Systems Approach for Better
Education Results (SABER) สาหรบั การประเมนิ ระบบการผลติ และพฒั นากาลังคน (WfD)
แผนภาพ 2.2 ความเชือ่ มโยงของมติ กิ ารผลติ และพัฒนากาลงั คน
14
แผนภาพ 2.3 รายละเอียดเปา้ หมายเชงิ นโยบาย (Policy Goal) ของมติ ิของการขบั เคล่อื นการพฒั นา
กาลังคนทมี่ คี ณุ ภาพ
แผนภาพ 2.4 ความสมั พนั ธร์ ะหว่างมติ หิ รือทศิ ทาง (Dimension) และเป้าหมายเชิงนโยบาย (Policy
Goal) ที่เชือ่ มโยงกนั ระหว่างมติ ิ
แผนภาพข้างต้น แสดงมิติของการขับเคล่ือนการพัฒนากาลังคนที่ต้องมีความต่อเนื่อง
เช่อื มโยงต่อกัน กลยทุ ธห์ รอื นโยบายการพัฒนากาลังคนต้องเปน็ ไปตามเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจ
15
และภาคการผลิตของประเทศ รวมทั้งการพฒั นาสงั คมเพ่อื ยกระดับขีดความสามารถของบุคคลในการ
เป็นพลังสาคัญในการขับเคล่ือนประเทศ นโยบายต้องมีการปฏิบัติด้วยการบริหารจัดการและ
ควบคุมดูแลอย่างเป็นระบบ มีการกาหนดเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmarking) อย่างชัดเจน ในสภาพ
ปัจจุบันการจัดการพัฒนากาลังคนของประเทศ ทั้งในส่วนการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม ให้
ความสาคัญการเชื่อมโยงของทักษะการเรียนรู้ด้วยเกณฑ์มาตรฐานอาชีพ และมาตรฐานฝีมือตาม
กรอบคุณวุฒิแห่งชาติของประเทศไทย (National Qualifications Framework – NQF) ซึ่งมีการ
เช่ือมโยงกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (ASEAN Qualifications Referencing Framework -
AQRF) เรียบร้อยแล้วหรืออีกนัยหนึ่งใช้เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิของ ASEAN เป็นเกณฑ์มาตรฐาน
โดยในแต่ละมิติมอี งค์ประกอบท่สี าคญั ของแตล่ ะมิติ
2.5 การประยกุ ต์ใชเ้ ครอื่ งมือท่ีชว่ ยในการวางแผนธรุ กิจ (Business Model Canvas : BMC)
ในการจัดการศึกษา
เคร่ืองมือที่ช่วยในการวางแผนธุรกิจ (Business Model Canvas : BMC) (Alexander
Osterwalder, 2017) สาหรบั องคก์ รที่ตอ้ งการวางแผนอย่างเป็นระบบมีองค์ประกอบสาคัญ 9 ด้าน
ได้แก่ 1) ลูกค้า (Customer Segments : CS) 2) ผู้ซ้ือสินค้าหรือบริการ 3) คุณค่า (Value
Propositions : VP) จดุ ขายของสินค้า หรือบริการน้ันช่องทาง(Channels : CH) วิธีในการส่ือสารไป
ถึงลูกค้า 4) ความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationships : CR) วิธีในการรักษาลูกค้าเดิม
5) กระแสรายได้ (Revenue Streams : RS) รายได้ของธุรกิจนี้ 6) ทรัพยากรหลัก (Key Resources
: KR) สิ่งทีต่ อ้ งมใี นการดาเนนิ ธุรกิจ 7) กิจกรรมหลัก (Key Activities : KA) กิจกรรมท่ีต้องทาเพื่อให้
โมเดลธุรกิจอยไู่ ด้ 8) พันธมติ รหลัก (Key Partners : KP) ส่วนท่เี กี่ยวข้องทง้ั การช่วยป้อนวัตถุดิบและ
การช่วยขาย และ 9) โครงสร้างต้นทุน (Cost Structure : CS) ต้นทุนทั้งหมดของธุรกิจซึ่งจะช่วยให้
เห็นภาพ (Visualizing) ได้อย่างครบถ้วนทุกมุม ช่วยในการกาหนดยุทธศาสตร์กลยุทธ์ ประเมิน
ความสาเรจ็ ของแผนงาน
16
แผนภาพ 2.5 องคป์ ระกอบเครอื่ งมือท่ชี ่วยในการวางแผนธรุ กจิ (Business Model Canvas : BMC)
การประยุกต์ใช้ BMC ในด้านการศึกษา จะช่วยให้สถานศึกษาประสบความสาเร็จในการ
จัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับยุคสมัย โดยมีการปรับองค์ประกอบ BMC เข้ากับการจัด
การศกึ ษา จานวน 9 องคป์ ระกอบ ดังนี้
1) พนั ธมิตรหลกั (Key Partners) : การจดั การเรียนการสอนในยคุ ปัจจุบันการมีหุ้นส่วนหรือ
เครือข่ายพันธมิตรเป็นสิ่งจาเป็นและสาคัญ เน่ืองจากจะช่วยให้สามารถแบ่งปันทรัพยากร และ
กระจายความเสี่ยงท่อี าจเกิดขึ้น
2) กิจกรรมหลัก (Key Activities) : จากการวิเคราะห์และระบุกิจกรรมหลักเพื่อใช้ในการ
จัดการเรียนการสอน โดยการนานวตั กรรมการจัดการเรยี นการสอน และนวตั กรรมส่งเสริมการเรียนรู้
รปู แบบต่าง ๆ มาใช้
3) ทรัพยากรหลัก (Key Resources) : เป็นปัจจัยนาเข้าที่จาเป็นต้องใช้ในการจัดการเรียน
การสอน ได้แก่ เงิน บุคลากร อุปกรณ์และเครื่องมือ เทคโนโลยี และสถานท่ีต้องใช้ เป็นต้น ในการ
จัดการทรพั ยากรในการเรียนการสอนต้องสอดคล้องกับวิธีการเรียนการสอน และกิจกรรมการเรียน
การสอน
4) ค่านิยมการเรียนการสอนท่ีจะทาให้เกิดข้ึน (Instructional Value Proposition) :
สถานศึกษาจะส่งมอบค่านิยมหรือคุณค่าให้ผู้เรียน เม่ือผู้เรียนได้เรียนจากสถานศึกษาจะได้รับผล
แตกต่างจากการเรียนในสถานศึกษาอื่น และผลการเรียน (Learning outcome) ตรงกับเป้าหมาย
17
ทผี่ ู้สอนและผูเ้ รียนตอ้ งการ คุณคา่ ของการจัดการเรียนการสอนเป็นองค์ประกอบที่สาคัญท่ีผู้เรียนจะ
ตดั สินใจเข้าเรยี น
5) ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน (Learner Relationships) : การท่ีสถานศึกษาระบุแนวทาง
ของการปฏบิ ตั ิและสร้างความสมั พันธ์กับผเู้ รยี น ซึง่ แตกต่างกนั ออกไปในแต่ละหลักสูตร ไปจนถึงการ
ใช้ผูส้ อน หรือผู้บรหิ ารหลกั สูตร ในการบริหารความสัมพันธ์กับผู้เรียนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและต้อง
ให้ความสาคัญอย่างมาก เปรียบเสมือนการบริหารการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ของธุรกิจ (Customer
Relationship Management : CRM) เนื่องจากเมื่อเรียนจบจากสถานศึกษาแล้ว หากผู้เรียนเกิด
ความพึงพอใจในการเรียนการสอนก็จะสื่อสารเผยแพร่ทีเ่ รียกวา่ Viral Marketing นอกจากท่ีกล่าวมา
สถานศกึ ษาควรมกี ารสร้างกลยทุ ธด์ ้านการส่อื สารการตลาดไปยงั กลุ่มเป้าหมายหรอื ผ้เู รียน เพื่อให้เกิด
การรับรู้และจดจาสถานศกึ ษาเปรยี บเสมอื นตราสินค้าหรอื แบรนด์ เพอื่ สรา้ งการรับรู้ตราสินคา้
6) การจัดกลุ่มผู้เรียน (Learner Segments) : การกาหนดกลุ่มผู้เรียนท่ีต้องการเข้าถึง การ
ระบกุ ลุ่มผเู้ รยี นหรอื กลุ่มเป้าหมายท่ีต้องการเป็นหัวใจสาคัญของการจัดการเรียนการสอน ท้ังนี้ การ
จัดการเรียนการสอนต้องจัดให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของผู้เรียนส่วนใหญ่ ทั้งใน
ปัจจยั ด้านอายุ เพศ ฐานะ อาชพี ความรู้ และประสบการณ์
7) ช่องทางการจัดการเรียนการสอน (Instructional Channels) : ช่องทางที่ใช้ในการ
จัดการเรียนการสอนและการสื่อสารกับผู้เรียน ช่องทางอาจมีหลายรูปแบบข้ึนอยู่กับกลุ่มเป้าหมาย
ผเู้ รยี น การจดั การเรยี นการสอนที่ดคี วรมที ้ังช่องทางหลกั และช่องทางเลือกเพือ่ ใหอ้ านวยความสะดวก
แกผ่ เู้ รียน
8) โครงสร้างตน้ ทนุ (Costs Structure) : ทรัพยากรและงบประมาณท้ังหมดที่ต้องใช้ในการ
จัดการเรยี นการสอน รวมถงึ ต้นทนุ ทัง้ หมดท่จี ะเกดิ ข้นึ ในการจัดการเรียนการสอน
9) โครงสร้างรายได้ (Revenue Structure) : แหล่งรายได้ซ่ึงเป็นปัจจัยสาคัญท่ีจาเป็นต้อง
วเิ คราะหแ์ ผนการดาเนินงานเพอ่ื สรา้ งรายไดใ้ ห้สถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาสามารถส่งมอบคุณค่า
ให้แกผ่ เู้ รยี น และจะสอ่ื สารคุณค่าของการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาให้กลุ่มเป้าหมายเกิด
ความสนใจเขา้ มาเรยี นสาหรบั การจดั อาชีวศึกษาสามารถประยกุ ตใ์ ช้ BMC ในการจัดระบบการเรียนรู้
โดยผสมผสานแนวคิดเพ่ิมเติม ประกอบด้วย พันธมิตรหลัก (Key Partners) กิจกรรมหลัก (Key
Activities) ทรัพยากรหลัก (Key Resources) ค่านิยมการเรียนการสอนที่จะทาให้เกิดขึ้น
(Instructional Value Proposition) โดยเพ่ิมเติม กลไกการขับเคลื่อน (Key Drivers) และผลลัพธ์
หลัก (Key Results)
18
2.6 กฎ ระเบียบ ทเ่ี กยี่ วข้อง
นอกจากการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายสานักงาน
คณะกรรมการการบรหิ ารงาน เช่น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550, พระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม, พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวง
ศึกษา พ.ศ. 2546, พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547, พระราชบัญญัติการ
อาชีวศึกษา พ.ศ. 2551, อานาจหนา้ ท่ีของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาตามระเบยี บกฎหมายอื่น เช่น ระเบียบ
กระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกาหนดเวลาทางานและวันหยุดราชการของสถานศึกษา พ.ศ. 2547,
ระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการกาหนดเวลาลงโทษนักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2548, ระเบียบ
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา่ ด้วยการปฏิบัติหน้าท่ีพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียน พ.ศ.
2548
แนวทางการบริหารจัดการศึกษาตามกฎหมายท่ีร ะบุบทบาทหน้าที่มาใช้ด้วยหลักธรรมา
ภิบาล (Good Governance) มาใช้อย่างสมดุล ที่ประกอบด้วย หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม
หลักความโปร่งใส หลกั การมีส่วนรว่ ม หลักการรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า
แนวทางการประยุกต์สู่การปฏิบัติ ผู้บริหารจะต้องศึกษากฎหมายการศึกษาทุกฉบับและ
วเิ คราะห์บทบาทหน้าท่ีอย่างชัดเจน มีความเข้าใจในแนวปฏิบัติ ระเบียบต่าง ๆ เพื่อเป็นกรอบในการ
กาหนดระเบียบและแนวปฏิบัติในสถานศึกษาที่ต้องใช้กระบวนการมีส่วนร่วม แต่การใช้กฎหมาย
ระเบียบและกฎเกณฑ์ตอ้ งใชอ้ ย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ นั่นคือ ต้องนาหลักธรรมาภิบาลมาใช้
ควบคู่ไปด้วย สิ่งสาคัญที่เป็นตัวช้ีวัดความสาเร็จของการใช้กฎหมายในการบริหารจัดการศึกษาของ
ผู้บรหิ ารสถานศึกษา คอื การยอมรบั จากครู บุคลากร ผู้ใต้บงั คับบัญชา รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการ
จัดการศึกษาทง้ั ภาครัฐและเอกชน
2.7 แนวปฏบิ ัติที่เกยี่ วข้อง
จดุ เน้นนโยบายสานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
“ยกระดับคุณภาพการจดั การอาชีวศกึ ษาแบบองคร์ วมโดยใชพ้ นื้ ที่เปน็ ฐาน”
ประเด็นนโยบายและการขับเคลื่อนจุดเนน้
1. การจดั การศกึ ษาเพ่อื อาชีพและสร้างขดี ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
1.1 ขบั เคล่ือนการดาเนินงานศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากาลังคนอาชีวศึกษา
(Center of Vocational Manpower Networking Management : CVM) ภายใต้โครงการศูนย์
ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) เพื่อผลิตและพัฒนากาลังคนที่มีศักยภาพสูง
ตอบโจทย์การพัฒนากาลังคนตามบริบทเชิงพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการ
พฒั นาเศรษฐกิจและอตุ สาหกรรมของประเทศ
1.2 พัฒนาสมรรถนะอาชีพในทักษะอนาคต (FUTURE Skills) โดยการUp-Skill Re-Skill
และ New-Skill และการเป็นผู้ประกอบการ ภายใต้ศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ
Caree & Entreprenrurship Center : CEC) ด้วยรปู แบบท่ีหลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
โดยบูรณาการความรว่ มมือกับหนว่ ยงานท่ีเกย่ี วขอ้ ง
19
1.3 สร้างความเข้มแข็งระบบความร่วมมือกับภาคเอกชนและสถานประกอบการ เพื่อสร้าง
หุ้นสว่ นความร่วมมือในการพฒั นาคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาอยา่ งเข้มขน้ และมีคุณภาพ
2. การยกระดบั พฒั นาคณุ ภาพการจัดการอาชีวศึกษาโดยใช้พืน้ ท่ีเป็นฐาน
2.1 ยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษาแบบองค์รวมโดยใช้พื้นที่เป็นฐานท้ังการศึกษาในระบบ
นอกระบบ และระบบทวิภาคี ในภาพรวมของจังหวัด โดยใช้ Big Data เพื่อสร้างสมดุล Demand &
Supply กาลังคนในพน้ื ทเ่ี ชอ่ื มโยงกบั ทิศทางการพัฒนาของหน่วยงานทั้งในระดับประเทศและระดับ
จังหวัด สอดคล้องกับความต้องการกาลังคนตามบริบทเชิงพื้นท่ี เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
(EEC) และทิศทางการพัฒนาเศรษฐกจิ และอุตสาหกรรมของประเทศ
2.2 ขบั เคลอ่ื นการดาเนินการศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ โดยการพัฒนาระบบบริหาร
จัดการการจัดการเรียนรู้ การฝึกอาชีพ และการประเมินผลสัมฤทธ์ิของผู้เรียนอาชีวศึกษาทวิภาคี
ที่เช่ือมโยงการทางานของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษาแบบ
องค์รวมโดยใชพ้ ื้นที่เป็นฐาน
2.3 ยกระดับการดาเนินงานศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fixit Center) และเพิ่มประสิทธิภาพ
แอพพลิเคชั่นช่างอาชีวะ “ช่างพันธ์ุ R อาชีวะซ่อมท่ัวไทย” ให้เข้าถึงและครอบคลุมการให้บริการ
แกป่ ระชาชน
2.4 พัฒนาหลกั สตู รและกระบวนการจัดการเรียนท่ีสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบ
คุณวุฒิแห่งชาติ โดยบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพ เชื่อมโยงการจัดอาชีวศึกษาท้ังในระบบ
นอกระบบ และระบบทวิภาคี สามารถนาผลลัพธ์การเรียนรู้และมวลประสบการณ์สู่การสะสมหน่วย
การเรียนรู้ (Credit Bank) ตอบโจทย์ความต้องการและทิศทางการพัฒนากาลังคนในพ้ืนที่ ต้อยอด
องค์ความรู้ และสมรรถนะใหม่ในงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปล่ียนแปลง หรืออาชีพใหม่
(New Job/ Future Job)
2.5 พัฒนาทักษะวิชาชพี ใหก้ ับผู้เรียนอาชวี ศึกษาผ่านการฝกึ ประสบการณ์และการปฏิบัติงาน
จรงิ มีศกั ยภาพในการพฒั นานวัตกรรมท่สี ร้างผลผลิตและมลู ค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงการรับรอง
มาตรฐานอาชีพผู้สาเร็จอาชีวศึกษา และการเข้าสู่โลกอาชีพของผู้สาเร็จอาชีวศึกษากับหน่วยงาน
ทเี่ กีย่ วข้อง
2.6 ขยายโอกาสทางการศึกษาดา้ นอาชวี ศึกษา ใหก้ บั เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการอย่าง
ครอบคลุม เสมอภาค และเท่าเทยี มกนั
2.7 พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะที่สอดคล้องกับเทคโนโลยี
ท่ีสถานประกอบการใช้ในปัจจุบัน สอดคล้องความต้องการพัฒนากาลังคนในพ้ืนที่ ตลอดจน
มีความสามารถในการใช้และสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ท่ีทันสมัย เหมาะสมกับโลกดิจิทัลและ
โลกอนาคต
2.8 ยกระดบั การดาเนินงานโครงการห้องเรียนอาชีพ ทั้งในรูปแบบหลักสูตรอาชีพระยะสั้น
และรปู แบบการจดั การเรียนการสอนอาชีพที่ผู้เรียนสายสามัญสามารถนาหน่วยกิตไปใช้ในการศึกษา
ต่อสายอาชีพหรอื นาไปสู่การประกอบอาชีพได้
20
3. การวางแผนกลยทุ ธแ์ ละการประเมนิ แผนงาน
การวางแผนกลยทุ ธ์ เป็นกระบวนการซึง่ ชี้นาใหส้ มาชิกในองค์กรกาหนดวิสัยทัศน์และพัฒนา
แนวทางการปฏบิ ตั ิท่ีจาเปน็ และดาเนนิ การใหบ้ รรลผุ ลสัมฤทธิใ์ นอนาคต อีกประการหน่ึงการวางแผน
กลยุทธ์ช่วยให้องค์กรได้ประดิษฐ์อนาคตได้ด้วยตนเอง แผนกลยุทธ์แตกต่างจากแผนระยะยาว คือ
แผนระยะยาวเปน็ ความพยายาม พยากรณ์อนาคตแล้ววางแผนตามน้ัน แนวทางการวางแผนกลยุทธ์
9 ขนั้ ตอน เพื่อนาไปปฏบิ ตั ิ ประกอบด้วย 1. การจัดระบบเพื่อการวางแผน 2. สารวจค่านิยมองค์กร
3. การกาหนดภารกิจ/พันธกิจ 4. การกาหนดกลยุทธ์ 5. การตรวจสอบการปฏิบัติงาน 6. การ
วเิ คราะหช์ อ่ งวา่ ง 7. บูรณาการแผนปฏบิ ัตกิ าร 8. การวางแผนสารอง 9. การนาไปปฏบิ ัติ
การประเมินผลแผนงาน/โครงการ เป็นกระบวนการท่ีก่อให้เกิดสารนิเทศในการปรับปรุง
โครงการ และสารนิเทศในการตัดสินผลสัมฤทธ์ิของโครงการ การจัดการประเมินโครงการเพื่อให้
ทราบวา่ โครงการน้ันบรรลตุ ามเป้าหมายท่กี าหนดไวเ้ พียงใด มีปัญหาอุปสรรคอย่างไร 4 ระยะ คือ 1.
ประเมินก่อนดาเนินโครงการ (Ex-ante’Evaluation) 2. ประเมินระหว่างดาเนินโครงการ
(Formative Evaluation) 3. ประเมินเสร็จสิ้นโครงการ (Summative Evaluation) 4. ประเมินหลัง
เสรจ็ สิ้นโครงการ(Follow – up)
กระบวนการประเมินโครงการ ต้องกาหนดหลักการเหตุผลและความสาคัญ กาหนด
วัตถปุ ระสงคว์ ิเคราะห์ทุกส่วนของโครงการ การออกแบบการประเมิน เชน่ รูปแบบของ Tyler เหมาะ
สาหรบั เร่ืองการเรียนการสอน วัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษารูปแบบ CIPP เหมาะสาหรับการใช้ข้อมูล
เพื่อประกอบการตัดสินใจยุต/ิ ขยายโครงการ และหาข้อบกพร่องของโครงการ การเก็บรวบรวมข้อมูล
และการเขยี นรายงานการประเมนิ โครงการ
การวางแผนกลยุทธ์และการประเมินแผนงาน เป็นภารกิจที่สาคัญในการบริหารสถานศึกษา
เป็นวธิ กี ารท่ีจะช่วยใหท้ ราบแนวทางการดาเนินงานและผลการปฏิบัตงิ านวา่ บรรลุวัตถุประสงค์ท่ีต้ังไว้
หรือไม่
4. การเปลย่ี นแปลงการบริหารจัดการงานวชิ าการของสถานศึกษาเพอ่ื ผลิตและพัฒนาผู้เรียนหรือ
กาลังคนสูป่ ระชาคมอาเซยี น
กระทรวงศึกษาธิการ ได้กาหนดการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งสามารถ
นามาประยกุ ตใ์ ช้ให้เข้ากับบรบิ ทของแต่ละสถานศกึ ษาได้ ดงั นี้
4.1 จัดให้มีหลักสูตรอาเซียนศึกษาเพ่ือให้นักเรียนเข้าใจอาเซียน เข้าใจการอยู่ร่วมกันกับ
ประเทศ
เพอื่ นบ้านท่มี วี ฒั นธรรมการกนิ การอยู่ การดาเนนิ ชีวิตท่ีคล้ายกัน
4.2 ส่งเสริมการแลกเปล่ียนครู และ ICT กับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะจะต้องเชื่อมโยง
ภายใน
ประชาคมอาเซียนกนั ได้
4.3 จัดการอบรมภาษาอังกฤษให้กับครูเพ่ือให้ครูยุคใหม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ
และใช้
21
ICT ได้ ซ่ึงในยคุ ปจั จบุ ันระบบการศึกษาต้องรองรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
4.4 เน้นการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษใหแ้ ก่นักเรียน เพ่ือใหน้ กั เรียนไดฝ้ ึกใช้
ภาษาอังกฤษในการส่ือสารระหว่างกัน นักเรียนก็สามารถเช่ือมโยงและพูดคุยกับเพื่อนต่างชาติ ใน
ประชาคมอาเซียนได้
5. การส่งเสรมิ การพัฒนาครูและบุคลากรในสถานศึกษาสคู่ วามเป็นมอื อาชีพ
จากกระแสแห่งโลกาภวิ ัตน์ ทาใหค้ วามจาเปน็ ทบี่ ุคคลจักต้องปรับเปล่ียนพฤติกรรมทุกระดับ
ให้มีความสานึกต่อบทบาทและภารกิจต่างๆ ท่ีมีต่อสังคมมากข้ึน การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 พร้อมท้ัง
กฎ ระเบียบ ข้อบังคับและกติกาทางสังคมแห่งยุคประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าต่อไปน้ี สังคม
องค์การ หน่วยงาน และหนว่ ยปฏบิ ตั ิตา่ งๆ มีความตอ้ งการ “ครูมืออาชีพ” มใิ ชเ่ พยี งแต่มี “อาชีพครู”
เกิดขึ้น ดังนั้น ความเป็นมืออาชีพของครู จึงควรท่ีจะต้องยึดถือและปฏิบัติให้เกิดความสัมพันธ์กับ
มาตรฐานของวิชาชีพครู
สงิ่ ทคี่ รูมอื อาชีพควรตระหนักเป็นอย่างย่ิงก็คือ “คุณภาพการสอน” ซึ่งจะมีความสามารถท่ี
จะสร้างสรรคส์ ิ่งแวดลอ้ มในการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรูของผู้เรียนทุกคน ครูมือ
อาชีพ จงึ ตอ้ งมีความสามารถต่อไปนี้
5.1 สามารถประยุกต์ใช้ยุทธศาสตร์ และการจัดระบบได้อย่างเหมาะสมกับการเรียนรู้และ
ความ
ตอ้ งการทางการศกึ ษาของผู้เรยี น สภาพแวดล้อมของสถานศกึ ษาและสาระการเรียนรทู้ ี่สอน
5.2 สามารถติดตามการเรียนร้ขู องผูเ้ รยี นเปน็ รายบคุ คล ให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อวางแผนให้
สอดคล้องกบั ความตอ้ งการของผ้เู รยี นเป็นรายบคุ คล เป็นกลุ่มและเป็นช้นั
5.3 ส่งเสริมให้ผู้เรียน เรียนรู้อย่างอิสระ ฝึกการใช้ภาษา คาดหวังให้ผู้เรียนมีความ
รบั ผิดชอบใน
การเรยี นรู้
5.4 พัฒนาความสัมพันธ์เชิงจรรยาบรรณบนพื้นฐานทักษะการส่ือสารที่ดี ให้การยอมรับ
ผูเ้ รยี น
ทุกคนและคาดหวังจะได้รับการยอมรับจากผเู้ รียน
5.5 มีความรู้ท่ที ันสมยั และสนับสนนุ ข้อคิดเห็นท่มี ีต่อหลักสตู รอย่างกระตือรือร้น
5.6 เช่อื ความสามารถในการเรียนของผู้เรียนทุกคน คาดหวังว่าผู้เรียนทุกคนเรียนรู้และส่ง
ความ
คาดหวงั นไ้ี ปยังแตล่ ะบุคคล สถานศึกษาและชุมชน
5.7 กระตือรือร้นในการฝึกผู้เรียนเข้าสู่ประสบการณ์แห่งการเรียนรู้ เร่ืองท่ีผู้เรียนเห็นว่ามี
ความสาคญั
ต่อชวี ิตคน
5.8 ช่วยให้ผู้เรียนสามารถสร้างความเช่ือมโยง เข้าใจความสัมพันธ์ท้ังภายในและระหว่าง
สาระ
การเรยี นรู้
22
6. การระดมทรัพยากรและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาคุณภาพ
การบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษา
การระดมทรพั ยากรเพ่ือการศึกษาในโรงเรียนสามารถปฏิบัติได้หลายวิธี เช่น การขอรับการ
สนับสนุนจากผู้ปกครอง โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา การจัดผ้าป่า
การศึกษา แหล่งทรัพยากรเพ่ือการศึกษาน้ัน นอกจากรัฐแล้ว ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 58 ได้กาหนดให้มีการระดมทรัพยากรและการลงทุนด้าน
งบประมาณ การเงนิ และทรัพย์สนิ จากแหล่งตา่ ง ๆ อยา่ งหลากหลาย ท้ังองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถาน
ประกอบการ สถานบนั สงั คมอน่ื และต่างประเทศมาใชจ้ ัดการศกึ ษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
(2532) ได้แบง่ รปู แบบของเครอ่ื งมือทน่ี ยิ มใช้ในการระดมทุนขององค์กรสาธารณประโยชน์ดังต่อไปน้ี
1) ขายส่ิงของที่ระลึก (Sale of Seals) 2) การส่งจดหมายเชิญชวน (Direct mail) 3) หนังสือพิมพ์
(Newspaper Promotion) 4) โทรทัศน์ (TV appeals & marathons) 5) การออกเรี่ยไรตาม
บ้านเรือน (Direct door-to-door canvass) 6) ภาพยนตร์ (Motion pictures) 7) กล่องรับ
บริจาค (Donor boxes) 8) จัดงานการกุศล (Bazaars, balls and dinner) 9) สลากรับเงินรางวัล
(Sweepstake) 10) สิ่งพิมพ์ (Printed media) 11) การจัดประกวด (Contest) 12) การจัดวันรับ
บรจิ าคสมทบทุนการกุศล (Tag day)
การสร้างเครือข่าย หมายถึง การทาให้มีการติดต่อ สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ข่าวสารและการร่วมมือกันด้วยความสมัครใจ การสร้างเครือข่ายควรสนับสนุนและอานวยความ
สะดวก ใหส้ มาชิกในเครือข่ายมีความสัมพันธ์กันฉันท์เพ่ือน ท่ีต่างก็มีอิสระมากกว่าสร้างความคบค้า
สมาคมแบบพึ่งพิง นอกจากนี้การสร้างเครือข่ายต้องไม่ใช่การสร้างระบบติดต่อด้วยการเผยแพร่
ข่าวสารแบบทางเดียว เช่นการส่งจดหมายข่าวไปให้สมาชิกตามรายช่ือ แต่จะต้องมีการแลกเปลี่ยน
ข้อมลู ข่าวสารระหวา่ งกันดว้ ย
การพัฒนางานหรือการแก้ไขปัญหาใด ๆ ที่ใช้วิธีดาเนินงานในรูปแบบท่ีสืบทอดกันเป็น
วัฒนธรรมภายในกล่มุ คน หน่วยงาน หรอื องคก์ รเดยี วกนั จะมลี ักษณะไม่ต่างจากการปิดประเทศที่ไม่
มีการติดต่อสื่อสารกับภายนอก การดาเนินงานภายใต้กรอบความคิดเดิม อาศัยข้อมูลข่าวสารที่
ไหลเวียนอยภู่ ายใน ใช้ทรัพยากรหรอื สงิ่ อานวยความสะดวกท่ีพอจะหาได้ใกล้มือ หรือถ้าจะออกแบบ
ใหมก่ ต็ ้องใชเ้ วลามาก จะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนางานอย่างย่ิงและไม่อาจแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้
การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
สถานศึกษา และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเครือข่ายที่เป็นทางการและ
เครอื ข่ายที่ไม่เปน็ ทางการ จะชว่ ยใหผ้ ู้บรหิ ารสามารถนาข้อมูลมาใชใ้ นการพัฒนาคณุ ภาพการบรหิ าร
7. การส่งเสริมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมเพ่ือการบริหารจัดการ
สถานศึกษาและการจดั การเรียนรู้
พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อ
การศึกษากล่าวถึงเทคโนโลยีการศึกษาว่า รัฐจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนาและโครงสร้างพ้ืนฐานที่
จาเป็นต่อการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอ่ืน เพื่อ
23
ประโยชน์สาหรับการศกึ ษา การทะนุบารงุ ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความจาเป็น รัฐส่งเสริม
สนับสนุนใหม้ กี ารวจิ ยั และพฒั นาการผลิตและพฒั นาแบบเรยี น ตารา ส่ือสงิ่ พมิ พอ์ นื่ วัสดุอุปกรณ์และ
เทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาอ่ืน โดยจัดให้มีเงินสนับสนุนและเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
รวมทง้ั การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา ให้มีการพัฒนาบุคลากร
ทั้งด้านผู้ผลิตและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาขีดความสามารถในการใช้
เทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาในโอกาสแรกที่ทาได้ อันจะนาไปสู่การแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองอย่าง
ต่อเน่ืองตลอดชีวิต
24
ส่วนที่ 3
ผลการศึกษาเปรยี บเทยี บ
(Journey Mapping)
การพัฒนาทักษะวิชาชีพให้มีความสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของสถานประกอบการในสาขา
ท่ีตอบสนองนโยบายการพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของ
ประเทศดว้ ยการจับคู่ สถานศกึ ษาภาครัฐกบั สถานประกอบการชั้นนาท่ีมีขีดความสามารถในการร่วม
วิเคราะหส์ มรรถนะตามสาขาอาชีพ และแนวโน้มการเปล่ียนแปลงของวิทยาการสมัยใหม่ที่จะเกิดขึ้น
ในอนาคตจนนาไปสู่การพฒั นาหลักสูตร การพัฒนาครู การพัฒนานักเรียนนักศึกษา และการพัฒนา
ทรัพยากรทางการศึกษา ตลอดจนแหลง่ ฝึกประสบการณว์ ชิ าชีพ อย่างมีคุณภาพเพียงพอ จากการฝึก
ประสบการณใ์ นสถานศึกษา
1.ขอ้ ค้นพบจากสถานศกึ ษาทีเ่ ขา้ รบั การฝึกประสบการณ์ จากเข้ารับการฝึกประสบการณ์การศึกษา
ประเด็นท่ี 14 การผลิตและพัฒนากาลังคนระดับอาชีวศึกษาในกลุ่มอาชีพท่ีสอดคล้องกับการพัฒนา
ประเทศไทย 4.0 (workforce 4.0) และอาชีพใหม่ (Future Jobs) ท่ีจาเป็นต่อการพัฒนาประเทศ
ไทยในอนาคต จากการศกึ ษาในสถานศกึ ษาที่เข้ารับการฝกึ ประสบการณม์ ีขอ้ ค้นพบดงั ตอ่ ไปนี้
1.1 สภาพก่อนดาเนินการของสถานศกึ ษาในประเดน็ ทีศ่ ึกษา
จานวนผู้เรียนในสาขาวิชา ที่ไม่รับความนิยม เช่น สาขาช่างเช่ือม มีผู้เรียนจานวนน้อย
สาขาวิชาท่ีเปิดสอน ในสาขาวิชาแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ ในระดับ ปวช. และ ปวส. นั้น ยังไม่
เป็นที่นิยมเข้าเรียน ของนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง ยังไม่เข้าใจ ไม่เห็นความสาคัญและ
ประโยชน์ ยังไม่เข้าใจว่าเม่ือจบการศึกษาแล้วสามารถเข้าทางานอะไรเป็นสาขาวิชาเดิมๆ ตาม
หลักสูตรที่ส่วนกลางกาหนดให้ ไม่มีหลักสูตร หรือสาขาวิชาท่ีสอดคล้องกับแนวทาง ของอาชีพใหม่
และการพัฒนาประเทศไทย 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล ด้านหลักสูตร แผนการเรียนในบาง
สาขาวชิ าทเ่ี ปดิ สอน ไมไ่ ดร้ บั การปรับปรงุ เปลี่ยนแปลง ให้มีความทนั สมัย ไม่ตอบสนอง ไม่ยืดหยุ่นต่อ
ความต้องการของสถานประกอบการและอาชีพในอนาคต เคร่ืองมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ วัสดุ ขาด
ความทนั สมัย หรอื มจี านวนไมเ่ พยี งพอต่อความตอ้ งการ ครขู าดแรงจูงใจในการร่วมพัฒนาการศึกษา
ให้เป็นไปตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ขาดความร่วมมือกับสถานประกอบการ ช้ันนาท่ีมีคุณภาพ
และเทคโนโลยีสมันใหม่ และเอ้ือต่อการจดั การศกึ ษาในระบบทวภิ าคี
1.2 เหตจุ ูงใจหรอื ความท้าทายท่ีตอ้ งดาเนนิ การ
ทศิ ทางการพฒั นาประเทศตามนโยบายประเทศไทย 4.0 และการพฒั นาอุตสาหกรรมเป้าหมาย
ของประเทศ (S - Curve) มีการยกระดับคณุ ภาพอาชีวศกึ ษาโดยการสรา้ งความรว่ มมอื อย่างเข้มข้น มี
25
ขีดความสามารถในการร่วมวิเคราะห์สมรรถนะในสาขาอาชีพหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ แนวโน้ม
การเปลี่ยนแปลงของวิทยาการใหม่ๆ ท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคต รวมถึงการพัฒนาหลักสูตร พัฒนาครู
พัฒนานักเรียนนักศึกษา พัฒนาทรัพยากรทางการศึกษา และการฝึกประสบการณ์วิชาชีพอย่างมี
คุณภาพ ต้องการยกระดับสาขาวิชาช่างเชื่อม เพิ่มปริมาณผู้เรียนให้สอดรับกับตลาดแรงงาน โดย
ปัจจุบันสถานศึกษามีจานวนผู้เรียนลดลงและไม่ได้รับความนิยมน่าเชื่อถือ จากผู้ปกครอง สถาน
ประกอบการ เน่ืองจากผู้เรียนมีจานวนลดลงอย่างต่อเน่ืองผู้ปกครองขาดความเชื่อม่ันในสถานศึกษา
ต้องการคืนความเช่ือมั่นกลับมา สาขาวิชาท่ีเปิดสอนไม่มีความหลากหลาย ไม่ทันสมัย ไม่ตอบโจทย์
กับความต้องการกับสถานประกอบการ ครูขาดการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ได้รับการ
สนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานต้นสังกัด ที่อานวยต่อการบริหารจัดการเรียนการสอน แต่
สถานศกึ ษามีทมี งานที่มีความพร้อมในการขับเคล่ือนนโยบายจึงมีความม่ันใจว่าสามารถนานโยบายสู่
การปฏบิ ัติอย่างเปน็ รูปธรรม
1.3 วิเคราะห์สถานการณท์ ่ีศึกษาดาเนินการ ดว้ ยวิธขี อง SABER
1.3.1 กรอบกลยทุ ธ์ (Strategic Framework)
การพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้
สามารถพัฒนากาลงั คนใหต้ อบสนองทศิ ทางการพัฒนาอตุ สาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (S-Curve)
การออกแนะแนวตามปกติ การเปิดห้องเรียนอาชีพในโรงเรียนมัธยม การสอนระยะสั้นมีการจัดการ
เรียนการสอนระบบทวภิ าคี ดาเนินการอย่างต่อเนื่อง หลายโรงเรียน เพ่ือสร้างทัศนคติการเรียน โดย
ยดึ หลกั ดาเนนิ งานตามยทุ ธศาสตร์ชาติ 20ปี พ.ศ. 2561-2580 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับท่ี 12 นโยบายและจุดเน้นการปฏิบัติราชการ ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
นโยบาย ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากาลังคนอาชีวศึกษา ในระยะ 15 ปี (พ.ศ. 2555 - 2569)
แผนพัฒนาการจัดการสถานศึกษา 5 ปี
1.3.2 การบริหารจดั การสู่คณุ ภาพ (System Oversight)
การนาสถานศึกษาสู่การขับเคล่ือนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 เพ่ือการพัฒนาอาชีพใหม่
ผู้บรหิ ารตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจในประเดน็ การพฒั นาหลักสูตรร่วมกบั สถานประกอบการ เชื่อมโยง
สมรรถนะอาชีพกับระบบคุณวุฒิวิชาชีพ จัดหลักสูตรการเรียนการสอนให้ตรงกับความต้องการของ
ตลาดแรงงาน เน้นภาษาเพื่อการส่ือสาร ท้ังภาษาอังกฤษ หรือภาษาท่ีสาม เพ่ือให้ผู้เรียนในยุคไทย
แลนด์ 4.0 มีทักษะด้านภาษาเพ่ิมข้ึน สามารถพูด อ่าน เขียนได้ ทาความร่วมมือกับสถาน
ประกอบการ สร้างความเข้มแข็งระบบความร่วมมือกับภาคเอกชนและสถานประกอบการ เพื่อสร้าง
หุ้นส่ วน คว าม ร่ว มมื อใ นก าร พัฒน าคุ ณภ าพ กา รจั ดก าร อา ชีว ศึกษ า อ ย่า งเ ข้ม ข้น และมี คุณภา พ
สนบั สนนุ ทรัพยากรเพื่อการศึกษาครุภัณฑ์และอุปกรณ์ นาระบบเครือข่ายอัจฉริยะ และเทคโนโลยี
26
ดิจิทัล เข้ามาใช้ในสถานศึกษามีศักยภาพในการพัฒนาสู่การเป็น SMART Collegeจัดการเรียนการ
สอนแบบ Project Base ให้ผู้เรียนเข้ามาเห็นประสบการณ์จริง เกิดทักษะการเรียนรู้ผ่านโครงงาน
หรอื ผ่านปญั หาตา่ งๆ สามารถนาไปใช้ไดจ้ รงิ ในชวี ิตการทางาน
1.3.3 การจัดการเรียนรู้ (Learning Delivery)
พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ ตามกรอบ
คุณวฒุ วิ ชิ าชีพ โดยการบรู ณาการวิชาสามญั และวิชาชีพ เชอ่ื มโยงการจัดอาชีวศึกษาท้ังในระบบ นอก
ระบบ และระบบทวิภาคี สามารถนาผลลัพธ์การเรียนรู้และมวลประสบการณ์สู่การสะสมหน่วยการ
เรียนรู้ (Credit Bank)ตอบโจทย์ความต้องการและทศิ ทางการพัฒนากาลังคนต่อยอดองค์ความรู้และ
สมรรถนะใหมใ่ นงานดา้ นเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมที่เปลย่ี นแปลง หรือ อาชพี ใหม่ (New Job/Future
Job) พัฒนาทักษะวิชาชีพใหก้ ับผู้เรียนอาชีวศึกษาผ่านการฝึกประสบการณ์และการปฏิบัติงานจริงมี
ศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมท่ีสร้างผลผลิตและมูลค่าเพ่ิมทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงการรับรอง
มาตรฐานอาชีพผู้สาเร็จอาชีวศึกษา และการเข้าสู่โลกอาชีพของผู้สาเร็จอาชีวศึกษากับหน่วยงานที่
เกี่ยวข้อง การฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติงานจริง และมีการพัฒนาท้ัง
ครูผสู้ อนและครูฝึกในสถานประกอบการ ครูมีความสามารถในการผลิตสื่อดิจิทัล (Digital Content)
และจัดการเรียนการสอนดว้ ยแพลตฟอร์มดิจิทัล เพ่ือการเรียนรู้ (Digital Learning Platform) อย่าง
มีคุณภาพ ครูมีใบรับรองผลการประเมินสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพจากสถาบันคุณวุฒิ
วิชาชีพ หรือ มาตรฐานฝีมือแรงงานจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือ ใบอนุญาตประกอบอาชีพ
(License) จากหน่วยงานท่ีมีอานาจในการรับรองมาตรฐานอาชีพให้มีความรู้ท่ีทันสมัย ทันต่อ
เทคโนโลยี นาระบบเครือข่ายอัจฉริยะ และเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาใช้ในสถานศึกษามีศักยภาพใน
การพฒั นาสู่การเป็น SMART College จัดการเรยี นการสอนแบบ Project Base ให้ผู้เรียนเข้ามาเห็น
ประสบการณ์จรงิ เกิดทักษะการเรียนรู้ผ่านโครงงาน หรือผ่านปัญหาต่างๆ สามารถนาไปใช้ได้จริงใน
ชวี ติ การทางาน
1.4 วเิ คราะหก์ ลไกในการบริหารจดั การในระบบและการจัดการอาชวี ศึกษาทีส่ ถานศึกษา
ดาเนินการ ด้วยวิธกี ารของ Business Model Canvas (Canvas)
กลยทุ ธ์
สรา้ งแรงบันดาลใจดา้ นการเรียนอาชวี ศึกษาเพื่อจูงใจให้นักเรียนเข้าเรียนอาชีวศึกษาให้เพ่ิม
มากข้ึน เพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงาน ส่งเสริมนิสัยการทางานควบคู่กับการเรียน
ส่งเสริมการมีรายได้ระหว่างเรียน และประกันการมีงานทาของผู้สาเร็จการศึกษาสายอาชีวศึกษา
พฒั นาศักยภาพผ้เู รยี นให้มที กั ษะท่จี าเป็นในศตวรรตท่ี 21 ทาความร่วมมือกับสถานประกอบการท่ีมี
คุณภาพทันสมัยวิเคราะห์สมรรถนะให้สอดคล้องกับสมรรถนะอาชีพจัดแผนการสอน แผนการฝึก
ประสบการณ์ให้สอดคล้องกับบริบทของในสถานประกอบการ การเสริมสร้างสวัสดิการ สวัสดิภาพ
ทุน แก่นักเรยี น นกั ศึกษา การพฒั นาศักยภาพครูและบุคลากรอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะใหม่ๆและมี
27
ขดี ความสามารถสูงในการปฏิบตั งิ านส่งเสริมการสรา้ งเครือขา่ ยความร่วมมือในการจัดการศึกษาสร้าง
และมีวัฒนธรรมการทางานท่ีส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการทางานมากกว่า การเน้นเร่ือง
การแขง่ ขัน
เปา้ ประสงค์
มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และทักษะตรงตามความต้องการของสถานประกอบการเตรียม
บุคลากรแรงงานระดับฝีมือรองรับประเทศไทย 4.0 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะทางวิชาชีพในแต่ละ
ระดับการศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีความเชี่ยวชาญและความเป็นเลิศเฉพาะทาง ผู้เรียนมีทักษะท่ี
จาเปน็ ในศตวรรตที่ 21 มีสมรรถนะใหมๆ่ และมีขดี ความสามารถสูงในการปฏิบตั ิงาน
พันธมิตร/ความร่วมมือหลกั ที่เขม้ แขง็ (Key Partners)
เพื่อนร่วมงาน ผู้ปกครอง ชุมชน ผู้นาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิที่มี
ประสบการณ์ ศษิ ย์เกา่ สถานประกอบการ สถานศึกษาอ่ืนตลอดจนกับหน่วยงานอ่ืนท้ังภาครัฐและ
เอกชน สถาบันคุณวุฒิวิชาชพี สถาบนั พฒั นาฝีมือแรงงาน สถาบนั การศึกษาในต่างประเทศ
ทรพั ยากรหลกั (Key Resources)
มคี รูและบคุ ลากรทางการศึกษาที่มีความรู้ความสามารถ หลักสูตรฐานสมรรถนะอาชีพ และ
เทคโนโลยี อุปกรณ์ เคร่ืองมอื ส่ือการเรียนการสอน สนับสนุนส่งเสริมให้การจัดการเรียนการสอนได้
อย่างมีคุณภาพงบประมาณไดร้ บั การสนบั สนนุ ท่เี พยี งพอ มีวัสดุ ครุภัณฑ์วิทยาการสมัยใหม่เพียงพอ
ต่อการจัดการเรียนการสอน พ้ืนที่ห้องเรียน อาคารเรียนเพียงพอสาหรับการจัดการเรียนการสอน
ผู้บริหารและบุคลากร มีความพร้อมสนับสนุนในการพัฒนา สาขางานหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
สาขาวิชาแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ เพ่ือก้าวสู่ความเป็นเลิศทางอาชีวศึกษามีเครือข่ายสถาน
ประกอบการใหค้ วามรว่ มมือ มีโรงงานอุตสาหกรรม และบรษิ ัทห้างร้าน ดาเนินกิจการเก่ียวกับเมคคา
ทรอนิกส์และหนุ่ ยนต์
กลไกลการขับเคล่ือน (Key Drivers)
ขับเคล่ือนโดยมีสถานประกอบการและเครือข่ายในการสนับสนุน ให้ความสาคัญกับ
ปฏบิ ตั งิ านทเ่ี กดิ จากการมสี ่วนรว่ มของเครือข่ายพันธมิตรกับสถานศึกษาการบริหารจัดการให้เป็นไป
ตามความต้องการของ สถานประกอบการ มีกระบวนการในการฝึกทักษะ และสมรรถนะด้าน
เทคโนโลยีและนวัตกรรม มีกระบวนการในการฝึกทักษะ ภาษาต่างประเทศและคอมพิวเตอร์ เพื่อ
ยกระดับคุณภาพ หลักสูตรอาชีวศึกษาให้เป็นมาตรฐานสากล การส่ือสาร สร้างความเข้าใจกับครู
ผปู้ กครอง สถานประกอบการการสรา้ งแรงจงู ใจการประชาสัมพันธ์โดยการออกแนะแนว การจัดการ
เรียนการสอนแบบ Credit Bank การประเมินและรับรองมาตรฐานอาชีพ การพัฒนาครูให้ได้รับการ
ฝึกทกั ษะวิชาชพี เฉพาะในสถานประกอบการ
กิจกรรมดาเนินงานหลัก (Key Activities)
การจัดทาโครงการ/กิจกรรม นวัตกรรมการบริหารจัดการ การพัฒนาวิชาการ นวัตกรรม
การจดั การเรยี นรู้ การพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาสื่อเทคโนโลยี การใช้ทรัพยากรในการจัดการเรียน
28
การสอนการปฏบิ ตั งิ านตามแผนอยา่ งเขม้ แขง็ การกากับ ดูแล กระบวนการดาเนินงานอย่างต่อเนื่อง
และมีคุณภาพการวัดผลประเมินผลการเช่ือมโยงมาตรฐานวิชาชีพ การนิเทศติดตาม การประกัน
คุณภาพ
การกากบั ดูแล (System Oversight)
การกากับดูแลกระบวนการจัดการเรียนรู้ การควบคุมคุณภาพผู้เรียน ให้เป็นไปตาม
เปา้ หมายอย่างตอ่ เนือ่ ง มีความยืดหยนุ่ ตามสถานการณ์ทเ่ี ปล่ยี นแปลง อันจะนาไปสู่การผลิตกาลังคน
ที่สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการกาลงั คนของตลาดแรงงานความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ผู้บริหารมีการ
นิเทศติดตามอย่างต่อเน่ืองมีการรายงานผลการดาเนินงานตามเป้าหมายและตั วชี้วัดของแผนการ
ศึกษาชาติ
ผลลพั ธ์ (Key Results)
มีผลการดาเนินงานบรรลุตามเป้าหมายตามแผนที่กาหนด ผู้เรียนและผู้สาเร็จการศึกษามี
คุณภาพ สาเร็จการศึกษาแล้วสามารถนาความรู้ไปประกอบอาชีพท่ีตอบสนองความต้องการของ
สถานประกอบการและความตอ้ งการ พฒั นาของประเทศได้
ผลสมั ฤทธ์ิและคณุ ค่าทีเ่ พิม่ ขึน้ (Value Proposition)
มจี านวนผเู้ รยี นเพิม่ มากข้นึ ทุกปี นักเรยี น นักศึกษา มีโอกาสได้เรียนและลงมือปฏิบัติจริงท้ัง
ในสถานศึกษาและสถานประกอบการ มีรายได้ในระหว่างเรียน และโอกาสการมีงานทาในอนาคต
สถานประกอบการได้รับประโยชน์ในแรงงานท่ีต่อเน่ืองและมีคุณภาพตรงตามต้องการ สถานศึกษา
เป็นศนู ยฝ์ กึ อบรมวิชาชีพระยะสั้นให้กับภาคแรงงานที่ต้องการเพ่ิมพูนทักษะวิชาชีพ (Up Skill) หรือ
พัฒนาทกั ษะวชิ าชพี (Re Skill) และประชาชนทั่วไปทต่ี ้องการเรียนรทู้ ักษะวชิ าชพี ใหม่ (New Skill)
2. บทเรียนความสาเรจ็ ในการบรหิ ารจัดการสถานศกึ ษา
สถานศกึ ษามีคณุ ภาพ บุคลากร มีวัฒนธรรมองค์กรในการทางานร่วมกัน ผู้สอนเป็นเลิศทาง
วชิ าชพี และผูเ้ รียนมสี มรรถนะ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เห็นถึงการเพ่ิมปริมาณผู้เรียน โดยใช้
กลยทุ ธ์ ทุนการศกึ ษา ปรับแผนการเรียนให้มีความทันสมัย มีการสร้างทักษะใหม่ เพื่อรองรับการ
เปลย่ี นแปลงอาชีพใหม่ที่จะเกิดข้ึนในอนาคตส่งผลให้ผู้เรียนมีโอกาสทางการศึกษาเพิ่มขึ้น มีโอกาส
เข้าถงึ การฝึกปฏบิ ัตใิ นทกั ษะวชิ าชีพมีรายไดร้ ะหว่างเรียน มงี านทาในอนาคต
P = Planning การวางแผน (P)
มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ มีกระบวนการ SWOT การกาหนดเป้าหมาย กลยุทธ์ แผนงาน
โครงการลงในแผนพัฒนาสถานศึกษา และแผนปฏิบัติการประจาปี วางแผนเพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มี
ทกั ษะใหม่ (New Skill) รองรบั อาชีพใหม่ในอนาคต (Future Jobs) สนับสนุนให้ นักเรียน นักศึกษา
เรยี นระบบทวภิ าคี โดยมกี ารจัดการเรยี นการสอนระบบทวิภาคี ในทกุ สาขาวชิ า มกี ารวางแผนในการ
29
ปรับปรุงหลักสูตร โดยให้มีการเพ่ิมรายวิชาภาษาจีนลงในแผนการเรียนของทุกสาขาวิชา วางแผน
พฒั นาครแู ละบุคลากรใหไ้ ด้รับการฝกึ งาน ฝกึ ประสบการณ์ในสถานประกอบการ
O = Organizing การจดั การองคก์ ร (O)
มีการบริหารจัดการองค์การ ตามโครงสร้างการบริหารสถานศึกษาตาม ระเบียบบริหาร
สถานศึกษา พ.ศ. 2552 โดยจัดให้มีบุคคลที่มีความสามารถเหมาะสมต่อหน้าท่ีการงาน ปฏิบัติตาม
ความถนดั และสนใจ ท้ังน้วี ิทยาลยั ฯ มกี องทนุ เพ่ือความเสมอภาคทางการศึกษา( กสศ.) เป็นภาระงาน
สาคัญเพ่ิมข้ึนมาจึงแต่งตั้งผู้รับผิดชอบกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา( กสศ.) ข้ึนมา
โดยเฉพาะเพอื่ ใหเ้ กิดความคล่องตัวและมีประสิทธภิ าพในการประสานงาน
S = Staffing การจดั การด้านบคุ คลากร (S)
การจัดการด้านบุคลากร วิทยาลัยได้สร้างขวัญกาลังใจให้กับบุคลากรโดยจัดให้ครูมีชั่วโมง
สอนเพยี งพอ มีรายได้จากค่าสอนเกนิ ภาระงานทุกคน สรา้ งขวัญกาลังใจให้ครูเป็นอย่างดี ในส่วนของ
ลูกจ้างช่ัวคราวได้เพ่ิมเงินเดือนและค่าธุรการ มีการจัดทาชุดทางานให้กับบุคลากรเพ่ือลดค่าใช้จ่าย
และมีสวสั ดิการอื่นๆด้านสขุ อนามัย ผ้อู านวยการทาใหด้ เู ป็นตัวอย่างในด้านเศรษฐกิจพอเพียง ทาให้
ทุกคนในสถานศึกษาปฏิบัติงานอย่างมีความสุข ตามนโยบายของผู้อานวยการท่ีต้องการให้
สถานศึกษาเปน็ สถานศกึ ษาแห่งความสุข (Happiness College)
D = Directing การควบคมุ สัง่ การ(D)
การควบคุมสั่งการ ในการควบคุมส่ังการเป็นไปตามระเบียบ ขั้นตอน ตามกติกา ตาม
ข้อบงั คบั การบริหารโดยครูมีส่วนร่วมเปน็ การเปิดโอกาสใหค้ รูได้ร่วมคิด ร่วมทา ร่วมประเมินผล และ
ร่วมพัฒนา ผลงานเพ่ือปรับปรุงงานให้ดีขึ้น โดยยึดม่ันในคุณธรรมองค์กรเป็นที่ต้ังเพื่อให้การ
ดาเนนิ งานในปกติไปส่เู ป้าหมาย
Co = Coordinating การประสานงาน (Co)
ประสานความ รว่ มมอื รว่ มใจระหวา่ งชุมชนและสถานศึกษา ในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิด
ประโยชน์สงู สุดต่อการจัดการศกึ ษา มวี ิสัยทศั นก์ ารบริหารจดั การเพื่อพัฒนาการศึกษาโดยเน้นผู้เรียน
เป็นตัวตั้ง มีการประสานงานกับสถานประกอบการในแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการโดยเน้น
ความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นหลักในการประสานงาน นาโดยผู้อานวยการและเชื่อมโยงส่งต่อไปยัง
หวั หน้างานทวภิ าคี ประสานร่วมมือกนั ในการปฏิบัติหน้าท่ีของบุคลากรในองค์การ โดยมีสัมพันธภาพ
ทดี่ ีต่อกันในการทางานร่วมกัน ระหว่าง คน การส่อื สาร เวลา สถานที่ บทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ
สัมพันธภาพทีด่ ตี ่อกัน เพือ่ ใหเ้ ป้าหมายขององค์การบรรลุตามทีก่ าหนดไว้ ประหยดั เงนิ เวลา ลดความ
ขดั แย้ง ปัญหาในการประสานงานมาจากคนในองคก์ าร
30
R = Report การรายงาน (R)
มกี ารกากบั ตดิ ตามการรายงาน สรุปผล มีการนิเทศผู้เรียนและให้ครูรายงานเป็นระยะ ใน
สถานประกอบการขึ้นอยู่กับปัญหาและความเหมาะสมของสถานประกอบการ การติดตาม และ
พัฒนา โดยวงจรการบริหารงานคุณภาพ PDCA (Deming Cycle) ประกอบด้วย 1) Plan คือ การ
วางแผน 2) DO คือ การปฏิบัติตามแผน 3) Check คือ การตรวจสอบ 4) Act คือ การปรับปรุงการ
ดาเนินการอยา่ งเหมาะสม เมื่อได้บริหารงานสถานศึกษาตามวงจร PDCA หมุน ครบรอบวงจร ส่งผล
ทาให้การบรหิ ารงานสถานศึกษาเกิดการพัฒนาอย่างต่อเน่ืองและมีคุณภาพ เหมาะสมกับบริบทของ
สถานศึกษา
B = Budgeting การจดั การงบประมาณ (B)
จัดทาแผนการใช้งบประมาณอย่างชัดเจนมกี ารระดมทุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดและ
หน่วยงานภายนอก และหากจาเป็นให้มีการแลกเปลี่ยนงบประมาณในบางกรณี ด้านการจัดทา
งบประมาณ สามารถจัดการศึกษาอย่างเป็นอิสระ คล่องตัว สามารถบริหารการจัดการศึกษาได้
สะดวก รวดเร็ว มปี ระสทิ ธภิ าพและมี ความรับผิดชอบ จัดให้มีการเบิกค่าสอนทุกระดับ สถานศึกษา
สามารถบริหารจัดการทรพั ยากรทไ่ี ดอ้ ยา่ งเพยี งพอและ ประสิทธภิ าพ
การผลิตและพัฒนากาลังคนระดับอาชีวศึกษา สามารถยกระดับคุณภาพการจัดการ
อาชวี ศกึ ษาเพอื่ อาชีพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันโดยต่อยอดองค์ความรู้และสมรรถนะ
ใหม่หรอื อาชพี ใหม่ พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะใหส้ อดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ และพัฒนาระบบ
การบริหารการจัดการเรียนรู้ พัฒนาบุคลากร ร่วมลงทุน ร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถาน
ประกอบการ ในการผลิตและพัฒนากาลงั คนท่เี ขา้ แขง็ ทาให้ผู้สาเร็จการศึกษาอาชีวศึกษามีศักยภาพ
สูง ตอบโจทยก์ ารเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคตได้
31
สว่ นท่ี 4
รูปแบบการพฒั นาสถานศกึ ษา และ
แนวทางการขบั เคลือ่ นสคู่ วามสาเรจ็ ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
1.รปู แบบการพฒั นาสถานศกึ ษา (Model of College Development)
รูปแบบการพัฒนาสถานศกึ ษา VOT 4.0 (Vocational of Thailand 4.0)
ขนั้ ตอนท่ี 1 Marketing สารวจตลาดความต้องการ โดยดเู ทรนของเศรษฐกิจในปจั จุบนั โดยไม่
ตอ้ งคานงึ ถงึ คน ครภุ ัณฑ์
1. นโยบายรฐั บาล (Government initiatives & Master Plan)
2. ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม (Industry Demand)
3. คุณภาพ (Intake Quality)
4. ส่วนประสมการตลาด (Marketing mix) องคป์ ระกอบที่สาคัญในการดาเนินงาน
การตลาด เปน็ ปจั จัยทก่ี จิ การสามารถควบคมุ ได้ กิจการธรุ กจิ จะต้องสร้างสว่ น
ประสมการตลาดทีเ่ หมาะสมในการวางกล ยทุ ธ์ทางการตลาด
4.1 ผลิตภัณฑ์ (Product)
4.2 การจดั จาหนา่ ย (Place or Distribution)
32
4.3 การกาหนดราคา (Price)
4.4 การสง่ เสรมิ การตลาด (Promotion)
ข้ันตอนที่ 2 Deep Partnership ทาความร่วมมอื กับสถานประกอบการ
1. ภาคอตุ สาหกรรม (Industry)
2. หอการค้าจังหวัด (Chamber of Commerce)
3. สภาอุตสาหกรรม (Industry council)
4. สถาบันคุณวฒุ ิวชิ าชีพ (Institute of Professional Qualifications)
5. สถานศกึ ษา (Educational institutions)
6. สถาบนั พัฒนาฝมี อื รางงาน (Institute of Skill Development)
ขนั้ ตอนที่ 3 Quality Curriculum การพฒั นาหลักสตู รคุณภาพ
1. VOT Education & Pedagogic Model (Authentic Learning Environment)
2. DVE Learning system
3. Learning Method (Block course , Credit Bank , Non Credit
On line , On Hand, Ondemand , Project Based , Problem Based )
1. Laguage Literacy
2. Digital Literacy
ข้นั ตอนท่ี 4 Innovation นวตั กรรม
1. Technology Driven Learning (On-line quizzes Gamification Virtual
Reality Simulated
ข้ันตอนท่ี 5 Resource ทรพั ยากรหลกั
1.Man
2.Money
3.Materail
4.Management + Technogy
33
ขั้นตอนที่ 6 Quality go together Moral คุณภาพ ควบคู่ คุณธรรม
1. 21 st Century Skill 3 R 8 C
2. Sufficiency Economy Philosophy
2.แนวทางการขบั เคลอื่ นสคู่ วามสาเร็จในสถานศึกษาอาชวี ศึกษา
2.1 การขบั เคลอ่ื นในสถานศกึ ษาขนาดเลก็
แนวทางการขับเคลอ่ื นสูค่ วามสาเรจ็ ในสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา
1. ร่วมมอื กบั เครอื ขา่ ยกับภายนอก สัมพันธ์ชุมชน
2. การบริหารจัดการโดยใช้ทฤษฎี “เล็กในใหญ่นอก” นาผู้เรียนไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพใน
สถานประกอบการ การจัดการเรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ( DVE ) ประหยัดทรัพยากรทางการ
บริหารวัสดุฝกึ เพ่มิ ทุนการศึกษา
3. เพิม่ ปรมิ าณผเู้ รยี นโดยจดั การศึกษารว่ มกับ สานกั งานการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน (สพฐ.)
3.1 หลกั สูตรแกนมธั ยม
3.2 หลกั สูตรระยะสัน้
3.3 หลักสูตร Credit bank (สะสมหน่วยกิต)
3.4 หลกั สูตรภาคสมทบเพอื่ สถานศกึ ษาได้ใชใ้ นการแนะแนวตลอดปี
4. การสรา้ งขวัญกาลังใจใหก้ บั ครู ไม่ลดิ ลอนสทิ ธขิ องครู
5. การบริหารสถานศึกษาหลักคุณธรรม โดยยึดหลักธรรมาภิบาล 6 ประการ เป็นที่ตั้ง
ประกอบด้วย หลักคุณธรรม หลักนิติธรรม โปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ ความ
คุ้มค่า
วสิ ัยทัศน์
“มุง่ ม่ันพฒั นาผเู้ รียน ให้มคี ุณธรรม มคี วามรู้ มงี านทา มอี าชพี เปน็ ที่พงึ พอใจของชุมชนและ
สถานประกอบการ”
เป้าประสงค์
1. เพิ่มจานวนผูเ้ รียนและพัฒนาผเู้ รยี น
2. ผ้เู รียนมคี วามร้แู ละสมรรถนะดา้ นทักษะมาตรฐานอาชีวศกึ ษา
3. นักเรยี น นักศึกษามีคุณธรรม จรยิ ธรรมและคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคข์ องสถานศึกษา
4. ผเู้ รียนได้รบั การสง่ เสรมิ ดา้ นทักษะวิชาชพี คณุ ธรรม จริยธรรมตรงตามความต้องการของ
สถานประกอบการในการประกอบอาชพี และมีจติ สาธารณะ
5. จัดการศึกษาระบบทวิภาคีให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี
มเี ครอื ขา่ ยความร่วมมอื ในการจัดการศกึ ษาท่ีเข้มแขง็
34
6. เพ่ิมจานวนสถานประกอบการท่ีมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษากับสถานศึกษาพร้อมท้ัง
ระดมทรพั ยากรจากเครือข่ายการจัดการศึกษาเพื่อมคี ณุ ภาพในการจดั การศกึ ษา
7. มีระบบการจัดคุณภาพจัดการศึกษาภายในสถานศึกษาและกาหนดกรอบทิศทางให้มีทั้ง
การขยายโอกาสทางการศึกษาด้านอาชีพและปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอย่าง
ต่อเน่ือง
8. สถานศกึ ษาใหก้ ารสง่ เสริมสนบั สนุนใหน้ กั เรียนมงี านทาระหว่างการฝกึ อาชพี
9. จัดสรรงบประมาณ สนับสนนุ ให้ครผู ูส้ อนจดั ทางานวิจัย
10. จัดหาแหลง่ ทนุ วจิ ัยใหก้ บั บุคลากรให้กับองคก์ ร
11. ครนู ักเรยี นได้รบั การสนับสนุน สง่ เสรมิ ใหม้ กี ารทาและพฒั นาส่งิ ประดิษฐ์
12. ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการส่ือสารภาษาอังกฤษ Native Speaker และสามารถประยุกต์ใช้
ภาษาองั กฤษสอื่ สารในชวี ิตประจาวันได้
13. เพ่ิมเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาค พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มี
สมรรถนะในการจัดการเรยี นการสอนและการปฏบิ ัติงานเพื่อเพิม่ ประสทิ ธภิ าพใหส้ ูงข้ึน
14. สถานศกึ ษากาหนดนโยบายและจดั สรรงบประมาณในการจดั หาสื่อการเรียนการสอนท่ีมี
ประสทิ ธิภาพและทนั สมัย
15. สถานศึกษาจัดอบรมพัฒนาบุคลากรและจัดให้มีการศึกษาดูงานท่ีเก่ียวข้องอย่างเป็น
ระบบ และต่อเนื่อง
16. บรหิ ารการเงินและงบประมาณอยา่ งมคี ณุ ภาพโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
17. บริหารจัดการโดยยึดหลกั ธรรมาภบิ าล
18. สภาพแวดลอ้ มเอื้ออานวยต่อการปฏิบัตงิ าน
19. เพิ่มประสทิ ธผิ ลของงาน
20. สภาพแวดลอ้ มเอือ้ อานวยตอ่ การปฏบิ ัตงิ าน
พันธกิจและกลยทุ ธ์ ของสถานศกึ ษา
พนั ธกจิ ที่ 1 ผลิตและพฒั นากาลังคนตรงตามมาตรฐานการอาชวี ศึกษาตามความตอ้ งการของ
ชุมชนและสถานประกอบการ
กลยุทธ์ ท่ี 1 เพม่ิ ปริมาณผเู้ รยี น
กลยุทธ์ ท่ี 2 ยกระดบั คณุ ภาพผเู้ รียน
กลยุทธ์ ท่ี 3 เสรมิ สร้างคณุ ธรรม จริยธรรมสาหรบั นกั เรียน นักศึกษา
กลยทุ ธ์ ที่ 4 พฒั นาสถานศึกษาตามอตั ลกั ษณ์
พนั ธกิจท่ี 2 จัดการศึกษาและขยายโอกาสด้านวิชาชพี รว่ มกบั ภาคีเครอื ขา่ ย
กลยุทธ์ ที่ 1 ส่งเสริมทศั นคติ ท่ีดีตอ่ การเข้ารับการศกึ ษาต่อระดับอาชีวศกึ ษา
กลยุทธ์ ท่ี 2 สนับสนนุ นักเรยี นนกั ศึกษาให้มีงานทามรี ายได้ในระหวา่ งเรยี น
กลยุทธ์ ที่ 3 เพิ่มโอกาสในการมงี านทาหลังจัดการศกึ ษาวิชาชีพร่วมกบั ภาคเี ครอื ขา่ ย
กลยุทธ์ ที่ 4 เพมิ่ โอกาสทางานในสถานประกอบการท่มี คี ุณภาพประกนั รายได้ขั้นตา่
35
พนั ธกจิ ที่ 3 พัฒนางานวจิ ัย สิ่งประดิษฐ์ นวตั กรรมและเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์
กลยุทธ์ ที่ 1 สง่ เสรมิ การเปน็ นกั วิจยั เชงิ คุณภาพ
กลยุทธ์ ที่ 2 ส่งเสรมิ สนับสนนุ ให้บุคลากรเสนอขอรับทนุ วิจัย จากหนว่ ยงานต้นสังกดั
กลยทุ ธ์ ที่ 3 สง่ เสริมครู นักเรยี น ทางานวจิ ัยสรา้ งสงิ่ ประดษิ ฐน์ าไปสู่การแขง่ ขนั
กลยทุ ธ์ ที่ 4 ส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการใหม่
พนั ธกจิ ที่ 4 ยกระดบั คุณภาพครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาดว้ ยวิธกี ารทห่ี ลากหลาย
กลยุทธ์ ที่ 1 พัฒนาทกั ษะภาษาองั กฤษ
กลยุทธ์ ท่ี 2 ขยายความร่วมมอื การจดั การเรยี นการสอน
กลยทุ ธ์ ที่ 3 พัฒนาสอ่ื การเรียนการสอนทีท่ นั สมัย
กลยทุ ธ์ ท่ี 4 สง่ เสรมิ ใหบ้ ุคลากรเขา้ รบั การพฒั นาองคค์ วามรู้
พันธกิจที่ 5 เพม่ิ ประสิทธิภาพระบบบรหิ ารจัดการและสภาพแวดลอ้ มท่เี อือ้ ต่อการเรยี นรู้
กลยุทธ์ ท่ี 1 เพิ่มประสิทธภิ าพการบริหารจดั การ
กลยทุ ธ์ ที่ 2 พัฒนาสภาพแวดล้อมและภูมิทัศนอ์ ย่างมคี ุณภาพ
กลยุทธ์ ท่ี 3 บริหารการเงนิ และงบประมาณอยา่ งมีคุณภาพ
กลยทุ ธ์ ท่ี 4 บรหิ ารจดั การระบบฐานขอ้ มูลสารสนเทศ
พนั ธมิตร/ความร่วมมอื หลักท่เี ข้มแข็ง (Key Partners)
- สรา้ งเครือขา่ ยสถานประกอบการและทาบนั ทึกข้อตกลงลงนามความรว่ มมือระหว่าง
สถานศกึ ษาและสถานประกอบการ
ทรัพยากรหลัก (Key Resources)
- 4 M บุคลากร วสั ดอุ ุปกรณ์ งบประมาณ และ การบรหิ ารจดั การ
กลไกการขบั เคลื่อน (Key Drivers)
- การใช้โรงงานพื้นฐาน การจัดการเรียนรู้สาหรับนักเรียน นักศึกษา (การจัดการ
อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี DVE) เนื่องด้วยมีทรัพยากรทางการบริหารจัดการ
ประกอบด้วย ครูฝึกในสถานประกอบการ อุปกรณ์เคร่ืองมือ เครื่องจักร เทคโนโลยีท่ี
ทันสมัยในการศึกษา มีค่าตอบแทน แรงจูงใจให้กับผู้เรียน และมีอาชีพที่ต้องการ การ
เรียนการสอนในสถานศึกษา เป็นการเบื้องต้นทจ่ี ะไปต่อยอดในสถานประกอบการ
กิจกรรมดาเนินงานหลัก (Key Activities)
- การประสานความรว่ มมอื กบั สถานประกอบการ
การกากับดูแล (System Oversight)
- ผบู้ ริหาร/ผู้รับผดิ ชอบที่เกย่ี วข้อง
ผลลพั ธ์ (Key Results)
- มีผู้เรียนเพิ่มมากขน้ึ
ผลสัมฤทธแ์ิ ละคณุ คา่ ทเ่ี พ่มิ ขึน้ (Value Propositions)
- ผเู้ รยี นเพิ่มมากข้นึ จบการศึกษาตามหลกั สูตร/มอี าชีพมีงานทา และมีรายไดเ้ พิ่มขนึ้
36
2.2 การขบั เคลอ่ื นในสถานศึกษาขนาดกลาง
แนวทางการขบั เคล่ือนสูค่ วามสาเรจ็ ในสถานศกึ ษาอาชีวศึกษา
1. รว่ มมือกบั เครือขา่ ยกบั ภายนอก สัมพนั ธช์ มุ ชน
2. การบริหารจัดการโดยใช้ทฤษฎี “เล็กในใหญ่นอก” นาผู้เรียนไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพใน
สถานประกอบการ การจัดการเรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ( DVE ) ประหยัดทรัพยากรทางการ
บริหารวัสดุฝึก เพ่มิ ทนุ การศกึ ษา
3. เพ่ิมปริมาณผู้เรียนโดยจัดการศกึ ษาร่วมกบั สานักงานการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน (สพฐ.)
3.1 หลกั สตู รแกนมัธยม
3.2 หลักสูตรระยะสัน้
3.3 หลักสูตร Credit bank (สะสมหน่วยกิต)
3.5 หลกั สตู รภาคสมทบเพื่อสถานศึกษาได้ใช้ในการแนะแนวตลอดปี
4. การสรา้ งขวัญกาลังใจให้กบั ครู ไม่ลดิ ลอนสทิ ธิของครู
5. การบริหารสถานศึกษาหลักคุณธรรม โดยยึดหลักธรรมภิบาล 6 ประการ เป็นท่ีตั้ง
ประกอบด้วย หลักคุณธรรม หลักนิติธรรม โปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ ความ
ค้มุ คา่
วิสัยทศั น์
มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีความรู้ มีทักษะตามมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษา
สามารถประกอบอาชพี อสิ ระ และเป็นท่ีพอใจของสถานประกอบการ
เป้าประสงค์
1. เพ่ิมสัดสว่ นจานวนผ้เู รียนรอ้ ยละ 5
2. ผเู้ รยี นมีคณุ ภาพไดม้ าตรฐานส่อื สารสองภาษา
3. สถานประกอบการและองค์กรภายนอกมสี ว่ นร่วมในการจัดการศึกษา
4. ครแู ละบคุ ลากรทกุ คนไดร้ ับการพัฒนาคณุ ภาพด้วยวธิ กี ารทีห่ ลากหลาย
กลยทุ ธ์
กลยุทธ์ท่ี 1 การพฒั นาผู้เรยี นให้มคี วามรู้และทักษะทางวชิ าชีพอยา่ งเตม็
ศักยภาพสอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการและการประกอบอาชีพอสิ ระ
กลยุทธ์ที่ 2 การพฒั นาศกั ยภาพผู้เรียนใหม้ คี วามเชีย่ วชาญและความเปน็ เลิศ
เฉพาะทาง
กลยทุ ธ์ท่ี 3 การพฒั นาศกั ยภาพผเู้ รยี นใหม้ ที กั ษะท่จี าเปน็ ในศตวรรษท่ี 21
กลยุทธท์ ่ี 4 การพฒั นาศักยภาพหลักสูตร กระบวนการเรยี นการสอนและการ
วัดผลประเมินผู้เรียนทสี่ อดคล้องกบั ความต้องการในการพัฒนาประเทศ
กลยุทธ์ท่ี 5 การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีเพ่ือการจั ด
กระบวนการเรียนการสอน
กลยุทธ์ท่ี 6 การปลกู ฝังให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ และ
การยึดม่นั ในสถาบันหลักของชาติ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข
มีจิตสาธารณะ และมีจิตสานึกรกั ษ์สง่ิ แวดล้อม
37
กลยทุ ธท์ ่ี 7 การพัฒนาผเู้ รยี นใหส้ ขุ ภาวะที่ดีและมีภูมิคมุ้ กันจากภยั ทุกรูปแบบ
กลยทุ ธ์ที่ 8 การเสรมิ สรา้ งสวสั ดกิ าร สวัสดิภาพ ทนุ แกน่ ักเรียน นักศึกษา
กลยุทธ์ที่ 9 การพัฒนาระบบการแนะแนวให้กับนักเรียน นักศึกษาให้มี
ประสิทธภิ าพ
กลยทุ ธ์ที่ 10 การพฒั นาระบบการติดตามนกั เรียน นักศึกษาให้มปี ระสิทธิภาพ
กลยทุ ธท์ ่ี 11 การพฒั นาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศกึ ษาอาชวี ศกึ ษาใหม้ ี
สมรรถนะใหม่ ๆ และมีขีดความสามารถสงู ในการปฏบิ ัตงิ าน
กลยทุ ธ์ท่ี 12 การพฒั นาประสทิ ธภิ าพระบบการบริหารการเงนิ และพสั ดใุ หม้ ีความ
โปรง่ ใส เอือ้ ตอ่ การบริหารจัดการ
กลยุทธ์ที่ 13 พัฒนาโครงสร้าง ปัจจัยพ้ืนฐาน บรรยากาศ สภาพแวดล้อมให้มี
คุณภาพเอือ้ ต่อการจดั การเรยี นรู้
กลยุทธท์ ่ี 14 การสร้างภาพลักษณ์ท่ดี ีของวิทยาลัยด้วยการส่อื สารในรูปแบบท่ี
หลากหลาย และการประชาสัมพนั ธ์เชงิ รุกแบบมืออาชพี
กลยทุ ธท์ ี่ 15 พฒั นาการวางแผนงานและงบประมาณให้มีประสิทธิภาพเป็นระบบครบ
วงจร
กลยทุ ธ์ที่ 16 พฒั นาระบบฐานขอ้ มลู สารสนเทศท่ีครอบคลุมถูกต้อง เป็นปัจจุบัน
เพ่ือใช้ ในการวางแผนการบริหารจดั การ การติดตามและประเมินผล
กลยทุ ธท์ ่ี 17 พฒั นาระบบการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาให้มีความเข้มแขง็
กลยุทธท์ ี่ 18 การพฒั นางานวิจัย นวตั กรรม เทคโนโลยแี ละสิ่งประดิษฐค์ นรุน่ ใหม่
กลยทุ ธท์ ี่ 19 สง่ เสรมิ การสรา้ งเครอื ขา่ ยความร่วมมอื ในการจดั การศึกษา
กลยุทธ์ที่ 20 การสง่ เสรมิ และสรา้ งผู้ประกอบการ
พนั ธมติ ร/ความรว่ มมือหลักทีเ่ ขม้ แข็ง (Key Partners)
- บริษทั เกรทวอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอร่งิ (ประเทศไทย) จากดั
- บริษัท ฮอนดา้ ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จากดั (โรงงานปราจีนบรุ ี)
- บริษัท ไพโอเนียร์ เอ็นจเิ นียร่งิ อนิ เตอร์เนชน่ั แนล จากัด
- บริษทั เอสพี อิเลก็ ทริก เวิรค์ จากัด
- บรษิ ัท ไซด์ไลน์ วิศกรรม (2002) จากดั
- บรษิ ัท แม็คเทค เอลลเิ วเตอร์ แอนด์ เซอร์วิส จากัด
- บรษิ ัท ซี.อาร.์ เอนจเิ นียรง่ิ แอนด์ เซอร์วิส จากดั
- บริษัท อิชติ นั กรุ๊ป จากัด (มหาชน)
- บริษทั เอน็ เอม็ บี-นแิ บบไทย จากดั (โรงงานบางปะอิน)
- บรษิ ทั คอนศรี เอ็นจิเนยี ริ่ง จากัด
- บริษัท ณัฐพงศก์ ารช่าง สงิ หบ์ ุรี จากดั
- บรษิ ทั เมอื งขยายจักรกล จากดั
- บรษิ ัท 108 บโี ซเมติก จากัด
38
- บรษิ ทั เฟิร์สเม็ค จากดั
- บรษิ ัท โกลบอล ทรานซสิ เทคโนโลยี จากัด
ทรัพยากรหลกั (Key Resources)
- 4 M (Man , Money , Materiel , Method)
กลไกการขบั เคลื่อน (Key Deivers)
- การใช้โรงงานพื้นฐาน การจัดการเรียนรู้สาหรับนักเรียน นักศึกษา (งานอาชีวศึกษาระบบ
อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี DVE) เน่ืองด้วยมีทรัพยากรทางการบริหารจัดการ ประกอบด้วย ครู
ฝึกในสถานประกอบการ อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักร เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการศึกษา มี
คา่ ตอบแทน แรงจูงใจให้กับผู้เรยี น และมีอาชพี ทตี่ ้องการ การเรียนการสอนในสถานศึกษา เป็น
การเบือ้ งต้นที่จะไปต่อยอดในสถานประกอบการ
กจิ กรรมดาเนินงานหลกั (Key Activities)
- การประสานความรว่ มมือกบั สถานประกอบการ “เลก็ ในใหญน่ อก”
การกากบั ดแู ล (System Oversight)
- ผู้บริหาร/ผูร้ บั ผดิ ชอบทเ่ี กย่ี วข้อง
ผลลพั ธ์ (Key Results)
- มผี เู้ รียนเพ่ิมมากขึ้น/เครอื ข่ายเพ่มิ มากขึ้น
ผลสัมฤทธแ์ิ ละคุณค่าทีเ่ พมิ่ ข้นึ (Value Propositions)
- ผูเ้ รียนเพ่ิมมากข้ึน จบการศกึ ษาตามหลกั สตู ร/มีอาชีพมีงานทา และมีรายไดเ้ พมิ่ ข้ึน
2.3 การขับเคล่อื นในสถานศึกษาขนาดใหญ่
การกระจายอานาจให้ฝ่าย 4 ฝ่าย ในการบริหารแผนก/ ฝ่ายงาน การกระจายอานาจตาม
แผนภูมกิ ารบริหาร กระจายอานาจสผู่ ้ปู ฎิบตั ิอย่างชัดเจน
รปู แบบการพฒั นาโดยใชก้ ระบวนการบริหารวงจรเดมม่ิง PDCA P (Plan) คือ ขั้นตอนการ
วางแผน เพอื่ เลือกปัญหา ตั้งเป้าหมาย การแกป้ ญั หา และวางแผนแก้ปัญหา D (Do) คือ ขั้นตอนการ
ดาเนนิ การแก้ไขปัญหาตามแนวทางท่ีวางไว้ C (Check) คือ ข้ันตอนการตรวจสอบ และเปรียบเทียบ
ผล A (Action) คือ การกาหนดเป็นมาตรฐานและปรบั ปรงุ ใหด้ ยี ่ิงขนึ้
แนวทางการขบั เคลอื่ นสู่ความสาเรจ็
1. รว่ มมือกับเครอื ขา่ ยต่างประเทศภายใน/ ภายนอก สัมพนั ธ์ชมุ ชน ไดร้ ับสนบั สนนุ จาก
องคก์ รภายนอก/องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั /องคก์ ารบริหารสว่ นตาบล
2. ใชห้ ลักสูตรการจัดการเรียนการสอนแบบ Block Close ในสถานการณ์โควิด
3. การบริหารงานแบบกัลยาณมิตร
วิสยั ทัศน์
มุ่งม่ันจัดการศึกษาด้านวิชาชีพให้ได้มาตรฐานสากลและตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
39
เป้าประสงค์
1. ผสู้ าเร็จการศึกษามีมาตรฐานวิชาชพี
2. ผู้เรียนและผู้สาเรจ็ การศึกษามคี ุณธรรม จรยิ ธรรม คุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
3. ระดมทนุ ในการจดั การเรียนการสอนดา้ นวิชาชีพ
4. สถานศึกษาทาความร่วมมือกบั หน่วยงานทางการศึกษา ชมุ ชน สถานประกอบการ
5. สถานศกึ ษาเป็นทยี่ อมรับของชุมชน
6. สถานศึกษาได้รับรางวลั พระราชทาน
7. สถานศกึ ษาเป็นแหล่งเรยี นร้ดู า้ นวชิ าชีพ
8. ผู้เรยี นไดฝ้ ึกประสบการณ์วชิ าชีพและมีรายได้ระหวา่ งเรยี น
9. ครูได้รับการพฒั นาประสบการณว์ ิชาชพี
10. สถานศึกษาไดร้ บั การสนบั สนนุ ทรพั ยากรในการจัดการเรียนรู้
11. ผ้เู รยี นได้ฝึกประสบการณ์วชิ าชีพและมรี ายได้ระหว่างเรยี น
12. ครูไดร้ ับการพัฒนาประสบการณว์ ชิ าชพี
13. สถานศกึ ษาได้รบั การสนับสนุนทรัพยากรในการจัดการเรยี นรู้
14. ผู้เรียนไดฝ้ ึกประสบการณ์วิชาชีพและมีรายได้ระหว่างเรียน
15. ครไู ด้รับการพฒั นาประสบการณว์ ชิ าชีพ
16. สถานศึกษาได้รบั การสนบั สนุนทรัพยากรในการจัดการเรียนรู้
กลยทุ ธ์
1. จัดการศกึ ษาใหผ้ ู้เรยี นมีทักษะคุณธรรม จรยิ ธรรม และดารงตนอยู่ในสังคมอย่างมี
ความสขุ
2. สง่ เสรมิ และพฒั นาการเรียนรคู้ วบคู่คุณธรรม จริยธรรม
3. ระดมทรพั ยากรจากทุกภาคส่วนเพื่อใชใ้ นการจัดการอาชวี ศึกษาการจดั การอาชีวศกึ ษา
รว่ มกับทงั้ ภาครัฐและเอกชน
4. สรา้ งอาชพี ให้กบั ประชาชนโดยจัดหลักสูตรระยะสน้ั ให้สอดคล้องกับทอ้ งถ่ิน
5. สง่ เสรมิ การบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ ใหเ้ กดิ ความโปรง่ ใส
และคมุ้ ค่า
6. สนับสนุนวิจัยเพื่อพฒั นา นวตกรรม สิ่งประดษิ ฐข์ องครูและนักศกึ ษา
7. จัดฝกึ อบรมองค์ความรู้ให้กับครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาอย่างตอ่ เนือ่ ง
8. พัฒนาระบบประกนั คุณภาพการศึกษาอย่างตอ่ เน่ือง
พันธกจิ
1. พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะความชานาญในวิชาชีพนาไปใช้ในการ
ประกอบ อาชพี อย่างมมี าตรฐานสากล
2. ประสานความร่วมมือ หน่วยงานทางการศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น และสถานประกอบการ
เพอ่ื รว่ มพฒั นากาลงั คน ทรัพยากร เทคโนโลยีในการจดั การเรยี นการสอนดา้ นวชิ าชพี
40
3. เสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาดา้ นวชิ าชพี อย่างทวั่ ถงึ เท่าเทียม และตอ่ เน่ือง
4. พัฒนาระบบบรหิ ารจดั การการเรยี น การสอน ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
5. สง่ เสริม งานวิจยั ส่ิงประดษิ ฐ์ นวัตกรรม เพ่อื ประโยชนต์ อ่ ชุมชน และสังคม
6. พัฒนาผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นคนดี มีคุณภาพ และทันต่อการ
เปลย่ี นแปลง
7. พฒั นาระบบประกันคณุ ภาพการศกึ ษาอย่างต่อเนอื่ ง
พนั ธมติ ร/ความรว่ มมอื หลักที่เขม้ แข็ง (Key Partners)
มีการทาบันทกึ ลงนามความร่วมมือกับต่างประเทศและสถานประกอบการ
ทรพั ยากรหลัก (Key Resources)
4 M บคุ ลากร วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ และ การบรหิ ารจัดการ
กลไกการขบั เคล่อื น (Key Drivers)
การบรหิ ารแบบมีส่วนรว่ มและการกระจายอานาจสู่ผ้ปู ฎิบัติอย่างชดั เจน
กจิ กรรมดาเนนิ งานหลัก (Key Activities)
การประสานงานความร่วมมอื กับสถานประกอบการ และองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด
การกากบั ดูแล (System Oversight)
ผบู้ รหิ าร – ผู้รับผิดชอบทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
ผลลัพธ์ (Key Results)
มผี ู้เรยี นเพ่มิ มากขน้ึ / เครอื ข่ายเพ่ิมมากขน้ึ
ผลสัมฤทธแ์ิ ละคุณคา่ ทีเ่ พิ่มข้ึน (Value Propositions)
ผู้เรยี นเพิม่ มากขนึ้ จบการศกึ ษาตามหลักสูตร / มอี าชพี มงี านทา และมรี ายได้เพม่ิ ขึน้
41
ส่วนท่ี 5
ข้อเสนอแนะการยกระดับคุณภาพการจดั การอาชีวศกึ ษา
1. ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
1. ผู้บริหาร มีภาวะผู้นาทางวิชาการ มีวิสัยทัศน์สามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาและ
พฒั นาสถานศกึ ษาเป็นสงั คมแหง่ การเรียนรู้ สร้างโอกาสผู้เรียนให้เข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่าง
ท่ัวถงึ และเสมอภาค เปน็ คนดี คนเก่ง มีความสุข ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ยึดมั่นในการปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข
2. ใหค้ วามสาคญั ในการบริหารจัดการตามภาระหน้าทย่ี ึดระเบียบปฎบิ ัติทางราชการ
3. สง่ เสรมิ สนับสนนุ ครู บคุ ลากร พฒั นาผู้เรยี นให้กา้ วทนั เทคโนโลยรี องรับอาชีพในอนาคต
4. กากับติดตามการดาเนนิ งานทม่ี อบหมายให้เปน็ ไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพสูงสุด
5. เสรมิ สร้างศักยภาพของคณะกรรมการบรหิ าร ครู และบุคลากรทางการศกึ ษาทุกคนให้
เป็นผู้นาเชงิ จริยธรรม เปน็ บคุ คลแหง่ การเรยี นร้ทู สี่ ง่ ผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษารอบด้าน
6. สร้างความเข้มแข็งของระบบประกันคุณภาพและประกันโอกาสทางการศึกษาให้ผู้เรียน
เข้าถงึ การเรียนรู้ท่มี คี ุณภาพอยา่ งทัว่ ถงึ และเสมอภาคอยา่ งยง่ั ยืนถว้ นหน้า
7. การพัฒนาหลักสูตรใหม่ News S-Cure อาทิเช่น
7.1 ชา่ งควบคุมหุน่ ยนต์งานเช่ือมโลหะอตั โนมตั ิ
7.2 การเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ในงานอตุ สาหกรรม
7.3 การเขยี นโปรแกรม Editor ในงานอตุ สาหกรรม
8. สถานศึกษาสง่ เสริมสนับสนนุ การนานกั เรยี น นกั ศึกษาไปศกึ ษาดงู านของบริษัทฯ ท่เี กยี่ วข้อง
กบั สาขาวิชาท่เี รยี น เพอื่ สรา้ งสร้างแรงบันดาลใจและต้ังเปา้ หมายในชีวิตของตนเอง
9. การปรบั ระบบการดาเนนิ งานของการจดั กาเรียนอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี เช่น ส่ง
นักเรียน นกั ศึกษาไปฝึกประสบการณ์ แล้วไมไ่ ด้เข้าไปนิเทศตดิ ตาม วัดและประเมนิ ผล โดยขาดการ
ประสานงานระหว่างสถานประกอบการและสถานศึกษา ผลท่ไี ดไ้ ม่ตรงกับสภาพจริง
10. ผู้บรหิ ารต้องใหค้ วามสาคัญและให้เกียรติสถานประกอบการและไปประสานด้วยตนเอง
จะทาใหก้ ารขับเคลอื่ นการจัดการเรยี นการสอนระบบทวภิ าคปี ระสบความสาเร็จ
11. สถานศึกษาควรปรบั ระบบขอ้ มลู เอกสาร การจัดการเรยี นการสอนอาชวี ศกึ ษาระบบทวิ
ภาคีใหท้ นั สอดคล้องกับสถานประกอบการ
12. สถานศกึ ษา สถานประกอบการ พัฒนาหลกั สตู รร่วมกัน เพอ่ื เปน็ แนวทางในการดาเนิน
ให้สอดคลอ้ งกบั ความต้องการตลาดแรงงาน และทกั ษะทจี่ าเปน็ เพอ่ื จดั แผนการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสมตาม
ความพรอ้ มของสถานประกอบการ
13. สถานศึกษา สถานประกอบการ ร่วมพัฒนาครูฝึกสถานประกอบการให้มีความรู้
ความสามารถในการกากับดแู ลนักเรียน นักศึกษาในสถานประกอบการและมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม
แนวทางการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เช่น หลักสูตร การวัดผล ประเมินผล จิตวิทยาวัยรุ่น
และทฤษฎีท่เี กี่ยวข้องเพ่อื สรา้ งความรู้ ความเข้าใจและสามารถดาเนินงานได้อยา่ งมคี ณุ ภาพ
14. สถานศกึ ษา พัฒนาครใู นสถานศกึ ษาโดยส่งครเู ขา้ ไปฝึกงานในสถานประกอบการ ให้มี
42
ศักยภาพในการดาเนินงานท่ีสอดคล้องกับสถานประกอบการ เช่น การฝึกทักษะให้กับครูผู้สอน
ในช่วงปดิ ภาคฤดรู อ้ นได้เรยี นรู้เทคโนโลยีใหม่ สามารนามาสอนนกั เรียนนกั ศึกษา เพ่ือเป็นแนวทางใน
การตอ่ ยอดใหพ้ ฒั นาทักษะวชิ าชพี ในสถานประกอบการต่อไป
15. สถานศึกษาจัดระบบอานวยความสะดวกให้กบั ผเู้ รียน เพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นมีเวลาปฏิบตั ิงานใน
สถานประกอบการได้เต็มที่เต็มเวลา ไม่กลับไปวิทยาลัยเพ่ือปฏิบัติกิจกรรมบ่อย ๆ ทาให้เสียเวลา
ปฏิบัติงาน เช่น งานทะเบียน งานการเงิน มารับลงทะเบียนอานวยความสะดวกในการับเงิน –
ประกอบการ เช่น กิจกรรมไหว้ครูท่ีสถานจ่ายเงิน ในสถานประกอบการและจัดกิจกรรมที่สถาน
ประกอบการ สร้างนสิ ัยใหร้ กั องค์กร กตัญญู และสรา้ งวฒั นธรรมใหมใ่ นองค์กรทด่ี ีต่อไป
16. สถานศกึ ษา อานวยความสะดวกในการรับสิทธิประโยชน์ที่บริษัท ฯควรได้รับ เช่นการ
สนบั สนนุ ให้ยกเว้นภาษใี นส่วนทพี่ ึงกระทาได้ และดาเนนิ งานใหเ้ กดิ เปน็ รูปธรรมชดั เจน
17. สถานศกึ ษาจัดกจิ กรรมเชิดชูเกียรติ และยกย่องสถานประกอบการ ท่ีมีความช่วยเหลือ
และสนับสนุนการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคอี ยา่ งต่อเนอ่ื งและเกิดประสทิ ธิภาพอย่างดี เพื่อเป็น
แบบอย่างที่ดีในการพฒั นาด้านความร่วมมอื อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพตอ่ ไป
18. สถานศึกษาจดั กิจกรรมพบปะร่วมกันระหว่างครูฝึกในสถานประกอบการและครูผู้สอน
ในสถานศึกษา เพ่อื ปรกึ ษาหารือรว่ มกันหากแนวทางในการพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพในการทางาน
ในอนาคตตอ่ ไป
19. เปลี่ยนทัศนคติของครูผู้สอน เร่ืองการจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี นาครูเข้า
ศกึ ษาดงู านสถานประกอบการท่มี คี วามทนั สมยั มีเครือ่ งมือ เคร่ืองจักรและเทคโนโลยสี มัยใหม่
20. เปลย่ี นทัศนคตขิ องนกั เรียน นักศึกษาด้านการจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี โดยจัดทา
สารคดหี รือคลิปวดิ ีโอของนกั เรยี น นกั ศึกษา ท่กี าลังเรยี นอยู่ในระบบทวภิ าคี
21. เปล่ยี นทัศนคติของผปู้ กครอง โดยออกแนะแนวตามบ้านของผปู้ กครองนกั เรียน
นักศกึ ษา
22. สร้างความเข้าใจกบั สถานประกอบการ ถึงความสาคัญและประโยชน์ท่ีจะไดร้ ับโดยชี้แจง
ถึงการเรียนการสอน หลกั สูตรท่ใี ชส้ ิทธปิ ระโยชน์ทางภาษี จากการกระตุ้นบคุ ลากรภายในให้
กระตอื รือร้น พฒั นาตนเอง
23. ปรับปรุงหลักสูตรใหม้ คี วามเหมาะสมต่อการเรยี นอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี
24. จดั ระบบบรกิ ารนักเรียน นักศึกษานอกสถานท่ี (One S Top Service)
25. เชิญครูฝกึ ในสถานประกอบการ สัมมนาแลกเปล่ียนเรียนรกู้ บั ครูในสถานศึกษา
26. คัดเลือกสถานประกอบการทีม่ คี ุณภาพ ในการลงนามความร่วมมอื (MOU) กบั
สถานศึกษา
27. เชิญสถานประกอบการ บรรยายให้ผู้ปกครองรบั ทราบ และเข้าใจถงึ ประโยชนใ์ นการ
เรยี นการเรียนการสอนอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี
28. เตรียมความพรอ้ มให้กบั ผู้เรยี นระบบทวภิ าคดี ้วยทกั ษะพื้นฐานท่ตี อ้ งนาไปใชเ้ รียน
อาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคใี นสถานประกอบการ
29. ตดิ ตอ่ สอบถามความตอ้ งการของสถานประกอบการ ในการรับนักเรียน นักศกึ ษาเข้า
เรยี นอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี ในสถานประกอบการ
43
30. นิเทศ กากบั ติดตามอยา่ งเป็นระบบและตอ่ เนอ่ื งจริงจัง
31. ติดตามผสู้ าเรจ็ การศึกษา ติดตามความกา้ วหนา้ ในรายได้ อาชีพและชวี ติ ครอบครวั
32. สนบั สนนุ ส่งเสริมให้ผู้สาเร็จการศกึ ษา ได้มีโอกาสศกึ ษาตอ่ ในระดบั ปริญญาตรี หลักสูตร
เทคโนโลยีหรือสายปฏบิ ตั กิ าร (ทล.บ.)
35. ไมค่ วรนานกั เรยี น นกั ศึกษา ไปฝึกงานในภาคเรยี นท่ี / 5ให้จบในสถานประกอบการเพ่ือ
เป็นการตอ่ ยอดในการท่สี ถานประกอบการพจิ ารณารับนกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์ เข้าทางานบรษิ ัท ฯ
37. จัดให้มีการวัดและผลประเมินผล แบบ(Online) โดยใช้วิธกี ารสุ่มข้อสอบในระบบ
คอมพวิ เตอร์ของส่วนกลาง คลังข้อสอบของวทิ ยาลยั ฯ
38. การจัดแผนการเรียนโดยการจัดนารายวิชาต่าง ๆ ลงสู่แผนการเรียนควรมีการร่วม
พิจารณาระหวา่ งสถานศึกษาและสถานประกอบการ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในการเรยี นการสอนระบบทวิ
ภาคี
39. ใช้เวลาอยา่ งคุ้มคา่ กลา่ วคอื สถานศกึ ษาควรจัดใหผ้ ู้เรียน เรียนอย่างจริงจัง ใช้เวลาส่วน
ใหญ่ในวัยเรียนอยู่กับการเรียน และการพัฒนาตนเอง สถานศึกษาต้องมอบหมายภาระงานให้
เหมาะสมและตอ่ เนื่อง เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นไมว่ ่างจนเกินไป
40. จัดกิจกรรมในสถานศึกษาให้หลากหลาย ผู้เรียนควรได้รับการพัฒนาบุคลิกภาพใน
หลายระดับ หลายมิติ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ การทางานร่วมกับผู้อื่น การทางานเป็นทีม จิต
อาสา นา้ ใจนกั กีฬา หลักของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
42. ผลิตผู้เรียนตามความต้องการของสถานประกอบการ จากการศึกษาดูงานได้
ขอ้ เสนอแนะจากผูป้ รกึ ษาของบรษิ ทั ว่าในการจะทาส่งิ ใดควรใหห้ ลกั การตลาดนาการผลติ อ กล่าวคื ”
ควรทราบกอ่ นว่าตลาดต้องการอะไรจงึ ผลติ สินค้าน้นั ออกมา ดงั นัน้ สถานศึกษาควรเปิดการเรียนการ
สอนในสาขาท่ตี ลาดแรงงานต้องการ และลดการผลิตในสาขาที่ตลาดแรงงานและสถานประกอบการ
ตอ้ งการนอ้ ย
43. สร้างค่านิยม ทัศนคติ ให้ผู้ปกครองและผู้เรียน ท่ีถูกต้องเก่ียวกับการเรียน และการ
ทางาน กลา่ วคือ ความคิดท่วี ่าเรยี นให้จบแล้วค่อยทางานค่อยหาเงิน รายได้
44. เรง่ แกไ้ ขปญั หาการทะเลาะเปน็ เรยี นไปทางานไป มีรายได้ไปพร้อมกัน ไม่ว่าช้าหรือเร็ว
บตุ รหลานของผปู้ กครองก็ตอ้ งมอี าชีพมีงานทา
. 45 เน้นการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาที่จาเป็น โดยความรู้พื้นฐานที่สถานประกอบการ
ตอ้ งการใหเ้ น้นและเพิ่มความเข้มข้น คือ เรื่องของภาษาในการสื่อสาร ภาษาดิจิทัล ความรู้เรื่อง
ระบบไฟฟ้า ความรู้เร่ืองเครื่องกล แมคคาทรอนิกส์และหนุ่ ยนต์
2. สถานศกึ ษาและสถาบนั การอาชวี ศึกษา
1. พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และเป็น
ต้นแบบขององค์กรท่ีมีสมรรถนะสูง (High Performance Organization) สามารถขับเคลื่อนผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นให้สู่เปา้ หมายได้แท้จรงิ
2. พัฒนาสถานศกึ ษาใหเ้ ป็นแหล่งเรยี นรแู้ ละสง่ เสริมการเรยี นรูต้ ลอดชีวิต เปน็ องค์กรหลักใน
การพัฒนาสังคมและสง่ิ แวดลอ้ มและเป็นต้นแบบของสงั คมแห่งคุณธรรมและสันตสิ ขุ ของสังคมอยา่ ง
ยั่งยนื
44
3. สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
1. สนบั สนุนงบประมาณ บุคลากร ครุภณั ฑท์ ี่มีความจาเปน็ ในการพัฒนาผู้เรยี นอยา่ ง
ตอ่ เนื่องและสม่าเสมอ
2. สรา้ งความร้แู ละประสานเครือข่ายเพอื่ พฒั นาคณุ ภาพผู้เรียนใหม้ ีศักยภาพสงู ขน้ึ
3. พฒั นาศักยภาพผ้บู ริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้
ตลอดชีวติ
4. สนับสนนุ สง่ เสรมิ การจัดอาชีวศกึ ษาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หมุดหมาย
ที่ 12 ไทยมีกาลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง พัฒนากาลังให้ต้องกับความต้องการ
ตลาดแรงงาน และส่งเสริมการเขา้ ถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต
5. สนับสนุนส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคีเป็นวาระแห่งชาติ โดยกาหนด
กฎหมายชัดเจน
6. สง่ เสรมิ สนบั สนุนเป็นสถานศกึ ษาสังกัดสานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษาสู่ความ
เป็นเลิศ (Excellent Center)
45
บรรณานกุ รม
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (2558) โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่แห่งชาติ “พี่เลี้ยง
น้องสร้างผปู้ ระกอบการ
ใหม”่ . กรุงเทพมหานคร : กระทรวงอุตสาหกรรม.
กระทรวงศึกษาธิการ.(2552). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 . กรุงเทพฯ:
บริษัทสยาม
สปอรต์ ซนิ ดิเคท จากดั .
-------- . (2544) การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ท่ีเน้น ผู้เรียนเป็นสาคัญ
กรุงเทพฯ:
คณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรยี นรูแ้ ผนกวิจัยกรมวชิ าการ กระทรวงศึกษาธกิ าร
กาญจนา จันทร์ประเสริฐ. (2554). คู่มือจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ( Problem-
Based Learning). มหาวิทยาลยั รังสติ กรงุ เทพมหานคร
โกวิท ประวาลพฤกษ์ (2552) การพัฒนาผลงานทางวิชาการ. กรุงเทพมหานคร : ศูนย์
สง่ เสรมิ วชิ าการ.
ขจร ตรีโสภณากร (2558) แนวทางการบูรณาการการบริการวิชาการกับการเรียนการสอน
และการทางาน. เชยี งใหม่ มหาวทิ ยาลัยราชภัฎเชยี งใหม.่
ชุติมา โอภาสานนท (2553) ก้าวสู่ความเป็นผู้ประกอบการ: คู่มือสาหรับนักลงทุน. กรม
ส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง
และขนาดย่อม
ชุมชน (2558). หลกั การจดั การ: โรงพิมพจ์ ตุพรดีไซน.์
ชัยวัฒน์ สุทธิรตั น์ (2554) การจัดการเรียนรู้ตามสภาพจริง. นนทบุรี: สหมิตรพร้ินต้ิงแอนด์
พับลิสซิง่ .
ไชยยศ เรืองสุวรรณ (2553) Active Learning. -วสารวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ประจาเดือน พฤศจกิ ายน 2553
ธปี กร พดุ ดว้ ง (2551). ความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพห้าองค์ประกอบและพฤติกรรมเชิง
จริยธรรมในการทางานของพนักงาน กรณีศึกษา: บริษัท ในเครือเมทัลลิค กรุ๊ป ในเขตจังหวัด
สมุทรปราการ. สาขาจิตวทิ ยาอตุ สาหกรรม, มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์
ทิศนา แขมมณี. (2556) ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ท่ีมี
ประสิทธภิ าพ. พิมพ์ครง้ั ที่ 17. กรงุ เทพมหานคร: จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.
นิภา แก้วศรีงาม (2547) ความคิดเชิงบวก (Positive Thinking) พึงคิดว่าทุกปัญหามี
ทางออกไมใ่ ช่ทุกทางออกเปน็ ปัญหา. วารสารวงการครู
น้าทพิ ย์ วภิ าวนิ (2551) นวัตกรรมห้องสมุดและการจดั การความรู้ กรุงเทพ: ซเี อทีโซลชู ั่น
ประภสั รา โคตะขุน. (2554). Active Learning คอื อะไร. สบื ค้นจาก
46
http://prapasara.blogspot.com/2011/09/active-learning.html ข้อมูลเม่ือวนั ท่ี 20 มกราคม
2560
ปวรศิ า เนยี รภาค. (2551). ภาวะผู้นาบุคลิกภาพการเห็นคุณค่าแห่งตนความสามารถในการ
ตัดสินใจกับผลการปฏิบัติงานของหัวหนา้ พนักงานต้อนรับบนเคร่ืองบิน บริษัท การบินไทย (มหาชน)
จากัด. สาขาจติ วิทยาอุตสาหกรรมและองคก์ าร. มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์
พงศเ์ พชร นลิ จินดา (2550) คดิ บวก พูดบวก ทาบวก เสียแต่วันนี.้ กรุงเทพฯ : ต้นไม้
พวงรัตน์ บุญญานุรักษ์ และ Basanti Majumdar. (2544). การเรียนรู้โดยใช้ปัญหา (Problem
Based Learning). ชลบรุ :ี มหาวทิ ยาลยั บรู พา.
เพ็ญพร แยม้ สาย (2555) การแบง่ ปนั ความรูใ้ นส่วนงานพิมพ์โดยใช้ระบบการจัดการเน้ือหา
คณะวทิ ยาการและเทคโนโลยสี ารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยมี หานคร.
พัฒน รังสรรค์ (2542) พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน. กรุงเทพฯ: ภาควิชาจิตวิทยา
และการแนะแนว. คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎจันทรเกษม.
ภคพร บรรจงจัด. (2550). บุคลกิ ภาพกับกระบวนการตัดสินใจซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของ
พนักงานบริษัท กสท โทรคมนาคม จากัด (มหาชน). วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจ มหาบัณฑฺต สาขา
การตลาด, มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนคร.
เมฆนิ ทร์ ลขิ ติ บญุ ฤทธิ์ (2560) วารสารรังสติ สารสนเทศ สานักหอสมดุ มหาวิทยาลัยรังสิต ปี
ที่ 23 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2560
เรวดี ทรงเทยี่ ง (2560) การคดิ เชงิ บวก, วารสารดวงแกว้ .
อิทธิพน เรืองศ (2561) ความสาเร็จสร้างได้ทุกวัน พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร :
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วจิ ารณ์ พานิช (2555) วิถสี รา้ งการเรยี นรเู้ พ่ือศิษยใ์ นศตวรรษท่ี 21 – กรุงเทพฯ : มูลนิธิสด
ศรี- สฤษดวิ์ งศ.์
วิรัช ลภิรัตนกุล (2546) การประชาสัมพันธ์. (พิมพ์คร้ังที่ 10). กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย.
วลั ลี สตั ยาศัย (2557) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นหลักรูปแบบการเรียนรู้โดยผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง.
กรุงเทพ: บุค๊ เน็ท
ศกั ดา ไชกจิ เจริญภิญโญ (2548) สอนอย่างไรให้ Active Learning. วารสารนวัตกรรมการ
เรียนการสอน.
สมคิด บางโม (2558) องค์การและการจัดการ: บริษัทจูนลิชซ่ิง จากัด. วิทยพัฒน์. สานัก
บริหารงานวิทยาลัย
สิทธา วรรณสวาท (2557) ความสาเร็จ สร้างได้ ง่ายนิดเดียว สานักพิมพ์เกรท ไอเดีย
กรงุ เทพฯ
สุกัญญา งามบรรจง. (2559) การพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้เพ่ือเสริมสร้าง
ทักษะในศตวรรษที่ 21 ผา่ นกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ของสานักงงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพน้ื ฐาน. กรงุ เทพฯ
47
สุคนธ์ สินธพานนท์และคระ (2554). วิธีสอนตามแนวปฏิรูปการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพ
ของเยาวชน. กรงุ เทพฯ : เทคนิคพริ้นติง้ .
สุนทร สุนันท์ชัย (2559) การเรียนรู้หนังสือ : บันไดสู่อิสรภาพนิยามและการประเมินของ
นานาชาต.ิ กรุงเทพฯ :
สุมาลี สังข์ศรี (2544) ยุทธศาสตร์การศึกษาตลอดชีวิตเพื่อสังคมไทยในศตวรรษท่ี 21.
กรุงเทพฯ : สถาบนั เทคโนโลยีเพอื่ การศกึ ษาแห่งชาต.ิ
อาภรณ์ ภู่วิทยพันธ์ุ (2560) Competency Conversation คาถามฉุกคิดเพื่อพัฒนาขีด
ความสามารถในการทางาน สานักพิมพ์ เอช อาร์ เซน็ เตอร์, บจก.