Long-Term Oxygen Therapy
(LTOT)
การบำบัดด้วยออกซิเจน
ระยะยาว
ความหมาย Long-Term Oxygen Therapy
(LTOT)การบำบัดด้วยออกซิเจน
ระยะยาว เป็นวิธีการรักษาผู้ป่วย
โรคอุดกั้นเรื้อรังที่รุนที่มีภาวะขาด
ออกซิเจนขณะพัก ซึ่งจะช่วยเพิ่ม
อัตราการรอดชีวิตให้กับผู้ป่วย
การบำบัดด้วยออกซิเจน
มากกว่า15ชั่วโมงต่อวัน จากการ
ศึกษาของ Nocturnal Oxygen
Therapy Trial (NOTT) และ
British Medical Research
Council (MRC) ที่ดำเนินการ
ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ1970 ได้
แสดงให้เห็นว่าLTOT เมื่อใช้
มากกว่า15 ชั่วโมงต่อวัน ช่วยเพิ่ม
อัตรการรอดชีวิตในผู้ป่วยที่มี
ปอดอุดกั้นเรื้อรังรุนแรงที่
เกี่ยวข้องกับภาวะขาดออกซิเจน
ขณะพักและการใช้ออกซิเจน
อย่างต่อเนื่อง จะดีกว่าการใช้เป็น
ระยะๆหรือเฉพาะตอนกลางคืน
นอกจากนี้ ยังมีผลดีต่อ
hemodynamics เห็นชัดในแง่
ลดการเกิดภาวะความดันหลอด
เลือด,exercises capacity,lung
mechanics และสภาพจิตใจอีก
ด้วย
การใช้ออกซิเจนรักษาพิจารณา
ในผู้ป่วยที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีความรุนแรงระดับ 4 ที่มี
ค่าแรงดันออกซิเจนในหลอดเลือดแดงเท่ากับหรือต่ำกว่า 55
มิลลิเมตรปรอท หรือค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนเท่ากับ
หรือต่ำกว่าร้อยละ 88 โดยจะมีภาวะคาร์บอนไดออกไซค์สูง
ร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้
ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีค่าแรงดันออกซิเจนในหลอด
เลือดแดงระหว่าง รร ถึง 60 มิลลิเมตรปรอท หรือค่าความ
อิ่มตัวของออกซิเจนเท่ากับร้อยละ 88 และมีอาการของความ
ดันเลือดในปอดสูง อาการบวมส่วนปลาย (peripheral
edema) ที่เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว (congestive
cardiac failure) หรือภาวะเม็ดเลือดแดงสูง
(polycytemia) (hematocrit>55%)
อุปกรณ์การให้
ออกซิเจน
ที่นิยมใช้ คือ nasal cannula โดยให้ปริมาณ
ออกซิเจนในอัตราการไหลที่ค่อนข้างต่ำ (low flow)
เพียงพอที่จะทำให้PaO2 > 60 mmHg หรือ SaO2 >
90% (โดยที่ไม่ทำให้ CO2 คั่ง) จำเป็นจะต้องได้รับ
อย่างน้อยวันละ 15 ชั่วโมง (15-24ชั่วโมง) จึงจะมีผล
การเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยาในทางที่ดีขึ้น แหล่ง
กำเนิดออกซิเจน (oxygen source)อาจเป็น
compressed oxygen จาก cylinder หรือจากเครื่อง
สกัดออกซิเจน (oxygen concentrator) หรือจาก
ออกซิเจนเหลว (liquid oxygen) เป็นต้น
วิธีการให้ออกซิเจน
1. การให้ออกซิเจนด้วยการใส่สายยางเข้าทางจมูก (Nasal catheter
หรือ Nasal cannular) วิธีนี้ให้ออกซิเจนอัตราการไหล 1 - 4 ลิตรต่อ
นาที ออกซิเจนความเข้มข้น 25 - 30 เปอร์เซ็นต์
2. การให้ออกซิเจนชนิดหน้ากาก (Mask technique) แบ่งเป็น 5 แบบ
55
2.1 หน้ากากธรรมดา (Simple mask)
ออกซิเจนวิธีนี้ให้ความเข้มของออกซิเจน ประมาณ 35 -
เปอร์เซนต์ เมื่อให้ออกซิเจน อัตราการไหล 6 - 10 ลิตรต่อนาที
2.2 หน้ากากที่มีถุงสำรอง (Rebreathing mask)
ประกอบด้วย หน้ากากและถุงสำรอง (reservoir bag)
Simple mask Rebreathing mask
2.3 หน้ากากชนิดไม่แนบหน้า แต่มีถุงสำรองอากาศ
(Partial rebreathing mask) ประกอบด้วย
หน้ากาก และถุงต่อสำรอง การให้ออกซิเจนวิธีนี้จะ
ต้องให้ออกซิเจนอัตราการไหล 6 - 10 ลิตรต่อนาที
และให้ความเข้มข้นของ ออกซิเจน35-40
เปอร์เซนต์
Partial rebreathing mask
2.4 หน้ากากชนิดที่ครอบเหนือจมูก
และปาก (Non-breathing mask)
ออกซิเจนมีปริมาณค่อนข้างคงที่
2.5 หน้ากากชนิดควบคุมความเข้ม
ข้นของออกซิเจน (Venturi mask)
เครื่องมือที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง
Venturi mask
3. การให้ออกซิเจนด้วยท่อรูปตัวที (T - piece) ควบคุมความเข้มข้น
ออกซิเจนไม่ได้
T - piece
4. การให้ออกซิเจนด้วยเต็นท์ (Tents)
เป็นเครื่องมือให้ออกซิเจนที่นิยมใช้ในเด็ก โดยให้ออกซิเจนอัตราการไหล
10 - 20 ลิตรต่อนาที ปัจจุบันไม่นิยมใช้
ผลข้างเคียงจากการใช้ออกซิเจน
ผู้ป่วยอาจพบผลข้างเคียงจากการใช้ออกซิเจน
เช่น จมูกแห้ง เลือดออกทางจมูก อาการวิงเวียน
ศีรษะ สูญเสียรสชาติและกลิ่น และผลกระทบ
ด้านเครื่องสำอางที่ไม่พึงประสงค์ สิ่งเหล่านี้จะ
สังเกตเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อส่งออกซิเจนผ่าน
สายสวนจมูก
ข้อควรระวังเมื่อใช้อุปกรณ์ให้ออกซิเจน
ไม่ควรเปิดเครื่องผลิตออกซิเจนให้มี
อัตราการไหลของออกซิเจนสูงเกินไป
เพราะอาจทำให้รู้สึกแสบและระคายเคือง
จมูกได้
ควรเปลี่ยนสายออกซิเจนที่ใช้แล้วทุก 24
ชั่วโมง
ระวังไม่ให้อุปกรณ์เลื่อนหลุดหรือเกิดการ
อุดตันเพราะจะทำให้ผู้ป่วยขาดออกซิเจน
ได้
จัดทำโดย
นางสาววิลาวัลย์ เทียนไทย เลขที่ 38
นางสาววิสุตา วิทเวช เลขที่ 39
นางสาวศวรรยา จันทร์เพ็ญ เลขที่ 40
นางสาวศศิกาญจน์ ทักษิณสิทธิ์ เลขที่ 41
นางสาวศศิชา กิจคณะ เลขที่ 42
นางสาวศศิวรรณ แสงทอง เลขที่ 43
นางสาวศศิวิมล แก้วจันทร์ เลขที่ 44
นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ห้อง 1
เสนอ
อาจารย์พักตร์วิภา ตันเจริญ
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่