ผ ล ไ ม้ ป า
คาํ นาํ
รายงานเลม่ นีจัดทําเพอื เปนสว่ นหนึง
ของรายวชิ า เทคโนโลยี ชนั ปที 2 มจี ุด
ประสงค์เพือศึกษาความรู้เกยี วกับผลไม้
ปาทหี ากินไดย้ ากในปจจุบันและชือ
วิทยาศาสตร์ในแตล่ ะพันธ์ูไม้วา่ มี
สรรพคณุ รักษาโรคได้หรอื ไมอ่ ยา่ งไรบาง
ผลไมป้ ามีสรรพคุณช่วยรกั ษาโรคหลาย
ชนดิ ตามทดี ิฉนั ไดศ้ กึ ไวแ้ ล้วเข้าใจแลว้ และ
เพอื เปนประโยชน์กบั การเรยี น
ผู้จดั ทาํ หวงั ว่า รายงานเล่มนจี ะเปน
ประโยชน์กับผอู้ ่านหรอื นักเรียน นกั ศกึ ษา
ทกี าํ ลังหาข้อมูลเรืองนอี ยู่หากมขี ้อแนะนาํ
หรอื ขอ้ ผดิ พลาดประการใดผู้จดั ทาํ ขอ
น้อมรับไวแ้ ละขอ้ อภัย ณ ทนี ีดว้ ย
ผู้จดั ทํา
วันไฟรุส ดอเลาะ
สารบญั
นมน้อย หนา้
คอแลน 1
ตะโกนา 2
เสมด็ 3
กลว้ ยเตา่ 4
ลูกหวา้ 5
ตะขบปา 6
เลบ็ แมว 7
นมควาย 8
มะกอกเกลือน 9
หยี 10
ตะคร้อ 11
12
นมนอ้ ย 1
ชอื อืนๆ : บกั ตอ้ งแล่ง
ชอื วทิ ยาศาสตร์ : Polyalthia evecta
(Pierre) Finet& Gagnep
นมนอ้ ยเปนไม้พุ่มขนาดเลก็
มคี วามสูงประมาณ 0.5-1 เมตรใบเดยี วเรียงสลับรปู ขอบ
ขนานหรอื รูปวงรี กวา้ ง 2-4 ซม.
ยาว 6-12 ซม. ดอกเดียว ออกทซี อกใบ กลีบดอกสเี หลอื ง
ผลเปนผลกลุม่
ผลยอ่ ยรปู ทรงกลม เมือสกุ มีสนี าํ ตาลแดง เกดิ ตามที
รกร้างทัวไป
และตามปาเตง็ รังมที ัวไปตามหัวไร่ปลายนา ขนึ เปนพมุ่
เล็กๆกระจายเปนหยอ่ มๆ
ลกู เปนพวง ขนาดลกู เท่ากบั มะเขือพวง มะแวง้ เมอื สุกจะ
มสี แี ดงสด
รสหวานทานงา่ ย
คอแลน 2
ชอื อืนๆ : บกั แงว (ภาษาอีสาน) , คอลัง (ภาษาใต้)
ชือวิทยาศาสตร์ : Nephelium hypoleucum อยใู่ น
วงศ์
Sapindaceae (วงศ์เดยี วกบั ลนิ จ)ี
ลาํ ไย เงาะ รวมทงั มามอนซีโย)พบตามธรรมชาติบริเวณ
ปาฝนในภมู ภิ าค
และพบมกี ารเพาะปลกู บ้างในบางประเทศเชน่ มาเลเซยี
และไทย เปนไม้ยนื ตน้ สงู มพี พู อน
ใบประกอบ ดอกออกปลายกิงหรือตามซอกใบ กลบี ดอก
มี 6 กลบี หรือไมม่ ี ผลมปี มุ ปมหนาแนน่
สแี ดง เปลือกภายนอกมีลักษณะคล้ายกบั ลินจแี ตเ่ นอื
ขา้ งในคล้ายเงาะมรี สเปรียว
รับประทานได้ เมล็ดไม่สามารถรับประทานไดเ้ นืองจาก
แข็งและมีพิษ
ตะโกนา 3
ชือท้องถนิ : บักโก ตะโกนา (ภาคเหนอื ) มะโก โก (ภาค
อีสาน)
ชอื วทิ ยาศาสตร์ : Diospyros Rhodcalyx
ชือวงศ์ : Ebenaceae
ลกั ษณะวิสัย/ประเภท : ตะโกนา เปนพชื ยนื ตน้ ขนาด
กลาง
ใบเล็กขนาดใบขอ่ ย
ผลของตะโกนามีลักษณะคล้ายกับผลมงั คดุ หรือลกู
พลบั
รสหวานอมฝาด
การใช้ประโยชน์/ส่วนทนี าํ ไปใชป้ ระโยชน์ : ใชเ้ ปนยา
ผล เปลือกผล แก่น
เสมด็ 4
ชืออืนๆ : ไคร้เม็ด
เม็ก เมด็ ชนุ เสม็ด เสมด้ เขา
ชอื วทิ ยาศาสตร์ : Syzygium
gratum
ลักษณะ : ไมต้ น้ ขนาดเลก็ สูงถงึ 7 เมตร ผลัดใบ เรอื ยอดเปน
พ่มุ กลม ใบอ่อนสีแดงเปลอื กสนี าํ ตาลแดง
ใบ : ใบเดียวเรียงตรงขา้ มใบรปู ใบหอกแกมรูปไข่
ดอก : สีขาวออกเปนชอ่ แบบชอ่ กระจุกแยกแขนงตามซอกใบ
และปลายกิง ดอก ออก ก.พ - เม.ย
ผล: ผลสดแบบมเี นือเมลด็ เดียวทรงกลม หรอื ไขส่ ขี าว ผล
ออก ม.ี ค - ม.ิ ย
ประโยชนย์ อดอ่อน ลวก หรือกินกับผกั กบั นําพรกิ
มรี สเปรยี วอมฝาด ใบตาํ พอกแก้เคล้ดขัดยอกฟกบวม
กลว้ ยเต่า 5
ชอื วทิ ยาศาสตร์ : Polyathia debilis (Pierre) Finet &
Gagnep.
ชือท้องถิน : กล้วยเต่า
กลว้ ยตับเตา่ ไขเ่ ต่า ตับเตา่ น้อย ก้นครก ลกครก
กลว้ ยเตา่ : เปนพืชทอ้ งถนิ ในแถบเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้
พบกระทวั ไปในปาเต็งรงั และปาเบญจพรรณ ทังในประเทศพม่า
ไทย ลาว จนี ตอนใต้
เปนตน้ ในประเทศไทยพบได้ทัวทกุ ภาค พบมากในภาคเหนือ และ
ภาคอสี าน
คาํ วา่ กล้วยเตา่ น่าจะมาจากลักษณะผลสกุ ทีมสี เี หลืองทรง
กระบอกคลา้ ยกล้วยสุกหรอื ผลสกุ ทีมีลกั ษณะคลา้ ยไข่เต่า
กลว้ ยเตา่ : เปนไม้พมุ่ ขนาดเลก็ พบไดท้ วั ไปในทกุ ภาคของ
ประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือ และอีสาน
นยิ มนํารากมาตม้ ดมื เปนยารกั ษาโรคหลายชนดิ อาทิ ยาลดไข้
แกห้ วัด แกว้ ณั โรค เปนตน้
นอกจากนนั ผลสุกยงั นํามารับประทานเปนผลไม้ได้
ลูกหวา้ 6
ชอื ทอ้ งถนิ : ลกู หวา้ หมากหวา้
ชอื วิทยาศาสตร์ : ซสี สจ์ อิ ัม คูมนิ ิ (Syzygium
cumini (L.)
Skeels)
ลักษณะวิสยั /ประเภท : ไม้ยนื ตน้
การใช้ประโยชน์/ส่วนทีนาํ ไปใชป้ ระโยชน์ :
สรรพคณุ ของหว้าและวธิ ีใช้ เปลอื กและใบหวา้
ใช้ทาํ ยาอม ยากวาดคอ
แก้ปากเปอย ลนิ และคอมเี มด็ เมล็ดหว้า เมล็ด
หว้าเมือนาํ มาต้มหรอื บด แล้วนํามารับประทาน
มีสรรพคุณใชแ้ กเ้ บาหวาน แกบ้ ดิ แกท้ อ้ งร่วง
ได้
"ผลหว้าสุก" จะลักษณะสีม่วงดาํ และมรี สเปรยี ว
ฝาดอมหวาน จงึ สามารถนาํ มาใชใ้ นการทําไวน์
ไดด้ ี สว่ นยอดออ่ นของหวา้
สามารถใช้รับประทานเปนผักสด
ตะขบปา 7
ชอื พนื บา้ นอสี าน : หมากเบน
ชอื อืนๆ : ตะขบปา ตานเสียน มะเกว๋นนก
มะเกว๋นปา
ชือทางวิทยาศาสตร์ : Flacourtia
indica(Burn.f.)Merr.
ประเภท : ไม้ตน้ ขนาดกลางหรอื ไมพ้ ุม่
สงู 2-5 เมตร กิงก้านมขี นและมีหนามแหลมแข็ง
ประโยชน์ทางยา : หมากเบนเปนผลไม้มรี ส
หวานทางสมนุ ไพรใช้ลาํ ตน้ เขา้ ตาํ หรับยา
แก้โรคอสี ุกอใี ส แกน่ ไม้และรากนาํ ไปต้มดมื
รักษาโรคไตพิการ
หรอื แก่นไมต้ ้มนําดมื แกท้ ้องรว่ ง บดิ เปนยาขับ
เหงอื ดว้ ย
หรือเขา้ ตํารายาต้มรกั ษาโรคไตได้
เล็บแมว 8
ชอื ท้องถนิ :หมากเลบ็ แมว
ชอื วทิ ยาศาสตร์ : Ziziphus oenoplia (L.) Mill. var.
oenoplia
ลกั ษณะวิสัย/ประเภท : ไมพ้ ่มุ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ตน้ : เลบ็ เหยยี วเปนไม้เถาเนือแข็ง
เถาและกิงมีหนามแหลมงอทัวทังต้นเปลือกเถาสีดาํ เทา
เปลือกในสแี ดง
ใบ : ใบเดยี ว รปู ทรงกลมรเี ล็กน้อย ขอบใบเรียบ ทอ้ งใบมีขน
นมุ่ สนั ๆ หลังใบ
สีเขยี วเข้ม คล้ายใบพทุ รา
ดอก : ดอกออกเปนช่อเลก็ ๆ เปนกระจกุ ตามซอกใบ
ผล : ผลเปนผลกลม ผลดิบจะมีสีเขยี ว เมือสกุ มสี ีดํา มี 1 เมลด็
นมควาย 9
ชอื วทิ ยาศาสตร์ : Uvaria rufa
ชอื อนื ๆ : นมควาย
(ใต)้ , นมแมวปา (เชียงใหม)่ , บหุ งาใหญ่ (เหนอื ),หาํ ลงิ
(ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื )
เปนไม้พุม่ รอเลือย เนือไมแ้ ข็ง
เลือยพาดพนั ตน้ ไมอ้ ืนไปได้ไกล สงู 4 -6
เมตรกิงอ่อนมีขนละเอยี ดสนี ําตาลแดงใบเดยี ว เรียง
สลบั รปู วงรหี รอื รูปไข่
สีเขยี วเขม้ ผิวใบมขี นสนี ําตาลแดงทงั สองดา้ น กวา้ ง
2.5-3.5 ซม.ยาว 4.5-10
ซม.ดอกสแี ดงสดถึงสแี ดงเข้ม ออกเปนช่อ1-4 ดอก
ตามซอกใบ กลีบเลียง 3 กลีบ
มขี นปกคลุม กลีบดอก 6 กลบี รปู ไข่ปลายมน มีขน
ปรายทังสองด้าน ดอกบานขนาด 1.5-2.5
ซม. เกสรผู้ จาํ นวนมาก วงนอกมกั เปนหมนั รงั ไข่มี 10
อนั หรือจํานวนมากผลเปนผลกลมุ่
รูปไขห่ รือไขก่ ลับ ขนาดผลเท่าลกู ตาํ ลงึ ปกคลุมดว้ ย
ขนหนาแน่น ขนาดยาว 2-3 ซม.
แตล่ ะชอ่ มี 4-20 ผล เนือข้างในผล สีขาวขนุ่ หุม้ เมด็ ในสี
ดาํ ไว้ ก้านผลยาว 1-4 ซม.
เมล็ด 10-20 เมล็ด เมือสกุ ผลจะสแี ดงสด รสเปรียวๆ
รับประทานได้
10
มะกอกเกลอื น
ชอื พนื เมือง
ชอื ท้องถิน : หมากเหลยี ม
ชอื สามญั : มะกอกเกลือน
ชือวทิ ยาศาสตร์ : Canarium sublatum Guillaumin
ชือวงศ์ : Burseraceae
ชืออืนๆ : กอกก้น (อสี าน) ซาลกั (เขมร) มะเกมิ
(เหนอื )
ลกั ษณะ :เปนไมย้ นื ต้นขนาดกลางสงู 10-15 เมตร
ประโยชน์/สรรพคุณทางยา : เนือในเมลด็ มัน
ผลนําไปดอง ผลทีมรี สฝาดแก้ไอ ขบั เสมหะ
แกน่ แกโ้ ลหิตกระดกู พกิ าร แก้ประดง ใช้ทาแก้ผืนคนั
หยี 11
ชอื ทอ้ งถิน : หมากเคง็ นางดาํ หยี
ชือสามัญ : เขลง
ชือวิทยาศาสตร์:Dialium cochinchinense pierre
ชือวงศ:์ LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE
ลกั ษณะวิสัย : ไมย้ นื ตน้
ลักษณะพืช: ไมต้ ้นสูง15-30เมตรใบประกอบแบบขนนกปลาย
ใบคีเรียงสลบั
ใบรปู ไขถ่ งึ รปู รีกว้าง1.5-4-7ซม.ปลายทู่ถงึ แหลมโคนมนถงึ
ค่อนข้างสอบขอบเรียบผวิ ใบเกลยี งหรือมีขนเลก็ นอ้ ย
ดอกเล็กสขี าวออกเปนชอ่ ขนาดใหญต่ ามปลายกิงผลกลมรผี ล
สกุ สดี ํามเี มลด็ เดยี ว
ปรมิ าณทพี บ:น้อย
การขยายพันธุ:์ ใช้เมลด็
ตะคร้อ 12
ชอื ท้องถิน:หมากค้อ
ชอื สามัญ:ตะครอ้
ชอื วิทยาศาสตร์: Schleichera oleosa (Lour.) Oken
ชือวงศ:์ SAPINDACEAE
ลักษณะวิสัย/ประเภท:ไมย้ ืนตน้
การใชป้ ระโยชน์
สว่ นทนี าํ ไปใช้ประโยชน์:เนือไม้
ของตน้ บกั ค้อ สามารถนํามา ใชใ้ นอุตสาหกรรม ทางไมไ้ ด้
อีกดว้ ย อย่างการ นาํ มาทําฟน
และถ่าน เพอื นํามาใช้ เปนเชือเพลิง
เปลือก สามารถนาํ มา ใชใ้ นการยอ้ มสี
ใบอ่อน สามารถนํามา กินเปนผกั เพือนาํ มารับประทาน
กับแกล้มกบั อาหารอีสานไดอ้ กี ดว้ ย
บรรณานกุ รม
https://sites.google.com/site/phlmipaphakhxisan/ba
k-txng-laeng
https://sites.google.com/site/saebxisan/hmak-
mi/hmak-ngaew-hrux-linci-xisan
https://sites.google.com/site/phlmipaphakhxisan/ba
k-ko