รูปที่1 มัลติมิเตอร์ มัลติมิเตอร์ (Multimeter) ย่อมาจาก “Multiple meter” หรือ “Multifunction meter” คือ เครื่องมือวัดอิเล็กทรอนิกส์อเนกประสงค์ที่ใช้ในการวัดพารามิเตอร์ทางไฟฟ้าต่างๆ ในวงจร ซึ่งรวมเอาฟังก์ชัน การวัดหลายรายการไว้ในอุปกรณ์เครื่องเดียว เช่น แรงดันไฟฟ้า , กระแสไฟฟ้า , ค่าความต้านทาน หรือแม้แต่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางชนิด ทำให้เป็นเครื่องมือที่สะดวกสำหรับวิศวกรไฟฟ้า ช่างเทคนิค และผู้มีงาน อดิเรกในการทดสอบและการวัดที่หลากหลายเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าและส่วนประกอบต่างๆ ก่อนที่จะมาเป็นมัลติมิเตอร์ ในปัจจุบันนั้นในสมัยก่อนวิศวกรหรือช่างเทคนิคจะพกโวลต์มิเตอร์ แอมป์มิเตอร์หรือโอห์มมิเตอร์ไปใช้งาน เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องพกมิเตอร์หลายๆ เครื่องจึงมีการพัฒนาจนกลายมาเป็นมัลติมิเตอร์ (Multimeter) ในปัจจุบัน แหล่งพลังงานในการทำงาน ของมัลติมิเตอร์นั้นได้มาจากแบตเตอรี่ขนาดต่างๆเช่น AA , AAA หรือ 9V ทำให้อุปกรณ์นั้นมีขนาดที่กะทัดรัด และน้ำหนักเบาเหมาะแก่การนำไปใช้งานในที่ต่างๆ ปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนามัลติมิเตอร์ให้มีฟังก์ชั่นการทำงาน ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ปัจจุบันมัลติมิเตอร์ถูกพัฒนาและออกแบบให้ ใช้งานได้อยู่ 2 ชนิดได้แก่
แอนะล็อกมัลติมิเตอร์ (Analog Multimeter) มาตรวัดไฟฟ้ากระแสตรงแบบเข็มชี้ชนิดต่างๆ จะพบว่าใช้ส่วนเคลื่อนไหวของมาตรวัด ถูกผลิตขึ้นมา จากดาร์สันวาล์มิเตอร์เหมือนกัน ใช้คุณสมบัติการทำงานด้วยกระแสไฟฟ้าเข้าดาร์สันวาล์มิเตอร์เหมือกัน แตกต่างเพียงวงจรส่วนประกอบและรายละเอียดที่นำมาใช้ในการผลิตเพื่อให้ได้เป็น ดีซีแอมมิเตอร์ เอซี แอมมิเตอร์ ดีซีโวลด์มิเตอร์ เอซีโวลต์มิเตอร์หรือโอห์มมิเตอร์ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสะดวกในการนำไปใช้งาน โดยการนำมาตรวัดแบบเข็มชี้ชนิดต่างๆ เหล่านั้นมาผลิตรวมกันไว้ภายในมาตรวัดตัวเดียว และใช้ส่วนเดลื่อน ไหวดาร์สันวาล์มิเตอร์ร่วมกันย่อมสามารถทำได้ โดยเรียกมาตรวัดชนิดนี้ว่ามาตรวัด VOM (Volt - Ohm – Milliamp Meter) คือมาตรวัดที่สามารถใช้วัดค่าแรงดันไฟฟ้า วัดค่าความต้านทาน และวัดค่ากระแสไฟฟ้าได้ รวมไว้ อยู่ในตัวเดียวกัน การเลือกใช้งานมาตรวัดชนิดใดทำได้โดยใช้สวิตช์เลือก เลือกใช้ตามต้องการ มาตรวัด VOM ได้ถูกผลิตเพิ่มขึ้นมาใช้งาน และพัฒนาประโยชน์การใช้งานมากขึ้น โดยการเพิ่ม ความสามารถให้ใช้งานวัดปริมาณไฟฟ้าต่าง ๆ ได้มากขึ้น เช่น เพิ่มให้สามารถวัดไฟฟ้ากระแสสลับได้ เพิ่มให้วัด ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (ถ่านไฟฉาย) ได้ เพิ่มให้วัดความดังของสัญญาณเสียงได้ และเพิ่มให้วัดอัตราขยาย กระแสของทรานชิสเตอร์ได้ เป็นต้น จึงได้เปลี่ยนชื่อมิเตอร์จากมาตรวัด VOM มาเป็นชื่อใหม่ว่า มัลติมิเตอร์ (Multimeter) หรือเรียกว่า มัลติเทสเตอร์(Multitester) ซึ่งสามารถใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น มัลติมิเตอร์ แบบเข็ม รูปที่2 แอนะล็อกมัลติมิเตอร์ (Analog Multimeter) แสดงมัลติมิเตอร์แบบเข็ม มัลติมิเตอร์ที่ผลิตออกจำหน่ายมีมากมายหลายรุ่น หลายแบบ และหลาย ยี่ห้อ แต่ละรุ่นแต่ละแบบมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันไป รวมถึงคุณสมบัติในการนำไปใช้งานแตกต่างกัน บ้าง ในบางรุ่นถูกสร้างให้สามารถวัดค่าปริมาณไฟฟ้าบางชนิดได้เป็นพิเศษกว่าปกติ เช่น วัดแรงดันไฟฟ้า กระแสตรง และแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับได้ต่ำเป็นพิเศษ บางรุ่นสามารถวัดกระแสไฟฟ้ากระแสตรงและ กระแสไฟฟ้ากระแสสลับได้สูงเป็นพิเศษ บางรุ่นสามารถวัดอุณหภูมิได้ บางรุ่นสามารถตรวจสอบสภาพของ
แบตเตอรี่ (ถ่านไฟฉาย 1.5V และ 9V) ได้ และบางรุ่นสามารถวัดหาขาและชนิดของทรานซิสเตอร์ได้ เป็นตัน รุ่นแตกต่างกันย่อมมีผลต่อราคาที่แตกต่างกันไปด้วย ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับงานที่จะนำมัลติมิเตอร์ไปใช้ การศึกษารายละเอียดของมัลติมิเตอร์รุ่นต่าง ๆ ก่อนการเลือกซื้อหรือก่อนการใช้งาน นับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นมัลติมิเตอร์แต่ละรุ่น แต่ละแบบ ตำแหน่งต่างๆ ของส่วนประกอบจะถูกวางแตกต่างกันไปบ้าง เช่น ขั้วเสียบสายวัด ตำแหน่งสเกลของย่านวัด ตำแหน่งสเกลบอกค่าการวัด ตลอดจนตัวเลขที่กำกับไว้บนสเกล หน้าปัด เป็นต้น แต่มัลติมิเตอร์ทุกรุ่นทุกแบบสามารถวัดค่าปริมาณไฟฟ้าต่างๆ ได้เหมือนกัน เช่น วัด แรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DCV) วัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ(ACV) วัดกระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DCmA) และวัด ความต้านทาน (Ω) เป็นต้น การนำมัลติมิเตอร์ไปวัดปริมาณไฟฟ้า มีวิธีตั้งย่านวัด วิธีการปรับแต่ง วิธีการอ่าน สเกล ทำได้ในหลักการเดียวกัน มัลติมิเตอร์ชนิดเข็มที่ยังมีการนิยมใช้กันอยู่ ยังไม่จางหายไปกับกาลเวลา และถูกพัฒนามาโดยตลอด แต่ยังคงใช้หลักการเหนี่ยวนำของขดลวดเพื่อใช้สำหรับอ่านค่าเหมือนเดิม เนื่องจากตัวมัลติมิเตอร์ แอนะล็อก จะนิยมใช้วัดแรงดันหรือกระแสที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยฉับพัน เนื่องจากแอนะล็อกมัลติมิเตอร์ แสดงการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วกว่าแบบดิจิตอล หลายเท่า การขึ้นลงของเข็มตอบสนองได้รวดเร็วกว่า การวัด หรือการตรวจเช็คอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่ที่ความสามาถและ ความถนัดของตัวผู้ใช้งานเอง แต่เรื่องความละเอียดของค่าที่วัดได้จะไม่ละเอียดเท่ากับ ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ รูปที่3 แอนะล็อกมัลติมิเตอร์ Sanwa
ส่วนประกอบอนาล็อกมัลติมิเตอร์ รูปที่4 ส่วนประกอบอนาล็อกมัลติมิเตอร์ หมายเลข 1 หน้าปัดสเกล เป็นหน้าปัดเเสดง สเกลบอกค่าต่างๆ ของปริมาณไฟฟ้าที่วัดได้ หมายเลข 2 เข็มมัลติมิเตอร์ใช้สำหรับแสดงการเปลี่ยนแปลงของปริมาณไฟฟ้าที่วัดได้ โดยอ่านค่าได้ จากเข็มที่เปลี่ยนตำแหน่ง หมายเลข 3 สกรูปรับเเต่งเข็ม เป็นสกรูใช้ปรับแต่งเข็มให้เข็มชี้ในสภาวะมัลติมิเตอร์ไม่ทำงาน ใช้ สำหรับปรับแต่งตำแหน่งเข็มให้อยู่ในตำแหน่ง ∞ หรือ 0 โดยใช้ไขควงแบนหมุนเพื่อปรับแต่งตำแหน่งเข็ม ช่วย ให้มัลติติมิเตอร์อยู่ในสภาวะพร้อมใช้งาน และขณะใช้งานจะแสดงค่าที่วัดออกมาได้ถูกต้อง หมายเลข 4 ปุ่มปรับเข็มมิเตอร์ใช้สำหรับปรับเข็มทุกครั้งก่อนวัดค่าความต้านทาน โดยการใช้สาย วัดดำ และแดง สัมผัสกัน จากนั้นเข็มที่หน้าปัดของมัลติมิเตอร์จะตีไปฝั่งขวาสุด หมุนปุ่มปรับเข็มมิเตอร์ ให้เข็มมัลติมิเตอร์อยู่ในตำแหน่ง 0Ω ก่อน จากนั้นทำการวัดค่าความต้านทาน ทำทุกครั้งก่อนการวัดค่า ความต้านทานเพื่อไม่ให้เกิดการผิดเพี้ยนของการวัด เพื่อให้การวัดความต้านทานมีความถูกต้อง หมายเลข 5 ขั้วต่อ OUTPUT เป็นขั้วต่อที่มีตัวเก็บประจุต่อยู่ภายในมิเตอร์ใช้ร่วมกบขั้วลบ (-COM) สำหรับวัดความดัง (dB) ของสัญญาณเสียงในเครื่องขยายเสียงวัดสัญญาณ ไฟสลับในเครื่องรับโทรทัศน์หรือวัด สัญญาณเสียงที่ต้องการตัดแรงดันไฟกระแสตรงทิ้ง หมายเลข 6 โรตารี่สวิตช์เป็นสวิตช์ที่สามารถปรับหมุนได้รอบตัว สำหรับปรับเลือกย่านวัดค่าปริมาณ ไฟฟ้า ที่เหมาะสม หมายเลข 7 ช่องวัด hFE เเละ LED hFE เป็นหน่วยวัดสำหรับกำหนดอัตราขยายปัจจุบัน (หรืออัตราขยาย) ที่ทรานซิสเตอร์สามารถให้ได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง hFE คืออัตราส่วนระหว่างกระแสอินพุตและ กระแสเอาต์พุตที่เป็นผลลัพธ์ และสามารถใช้เพื่อกำหนดว่าทรานซิสเตอร์ใดเหมาะสมสำหรับวงจร โดยช่องวัด hFE เเละ LED hFE ใช้สำหรับวัด อัตราขยายกระแสของของทรานซิสเตอร์ เเละ LED โดยการเสียบลงในช่อง โดยหมุนสวิตช์ไปที่ย่าน X10 หมายเลข 8 ขั้วต่อสายวัดมัลติมิเตอร์ขั้วลบ ใช้สำหรับต่อสายวัดสีดำ หมายเลข 9 ขั้วต่อสายวัดมัลติมิเตอร์ขั้วบวก ใช้สำหรับต่อสายวัดสีแดง
ดิจิตอลมัลติมิเตอร์(Digital Multimeter) ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ (Digital Multimeter) เรียกสั้นๆ ว่า DMM หรืออาจเรียกว่ามัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล เป็นมัลติมิเตอร์อีกชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากเทคโนโลยีทางด้านอิเล็กทรอนิกส์และดิจิตอลรวมกัน โดยการ รวมเอาดิจิตอลโวลต์มิเตอร์ (Digital Voltmeter) ดิจิตอลแอมมิเตอร์(Digital Ammeter) และดิจิตอลโอห์ม มิเตอร์ (Digital Ohmmeter) เข้าด้วยกัน ใช้การแสดงผลการวัดค่าด้วยตัวเลขตัวอักษร และเครื่องหมาย ช่วย ให้การวัดค่าและการอ่านด่ามีความถูกต้องมากขึ้น และยังช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากการอ่านคำได้ เกิด ความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น ลักษณะของดิจิตอลมัลติมิเตอร์ มีโครงสร้างที่แตกต่างไปจากมัลติมิเตอร์แบบเข็ม เพราะไม่ต้องใช้ส่วน การแสดงผลด้วยเครื่องกลไฟฟ้า (Electromechanical) คือการบ่ายเบนของเข็มซื้แต่ใช้การแสดงผลด้วยการ นับคำเป็นตัวเลข ตามหลักการทำงานทางดิจิตอล ในส่วนประกอบของวงจรมาตรวัดแต่ละชนิดจะประกอบ ตัวยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และติจิตอล สร้างขึ้นมาเป็นวงจรทำงานในการวัดคำแสดงค่า ช่วยให้ความต้องการ ใช้กระแสไฟฟ้าของดิจิตอลมัลติมิเตอร์ขณะวัดด่าปริมาณไฟฟ้าในวงจรน้อยลง ช่วยลดผลของความผิดพลาดที่ เกิดจากการวัดคำและแสดงค่าขณะใช้งานดิจิตอลมัลติมิเตอร์ลงได้ ปริมาณไฟฟ้าที่แสดงค่าออกมามีความ ถูกต้องใกล้เคียงค่าจริงมากขึ้น ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ที่สร้างขึ้นมาใช้งาน แบ่งลักษณะการเลือกย่านวัดค่าปริมาณไฟฟ้าใช้งานของตัว ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ออกได้ 2 แบบ คือ แบบแรกแบบเลือกย่านวัดใช้งานของแต่ละชนิดการวัดปริมาณไฟฟ้า เป็นแบบย่านวัดอัตโนมัติ (Auto Range) ตั้งวัดเพียงดรั้งเดียวสามารถวัดปริมาณไฟฟ้าได้ตั้งแต่ค่าต่ำสุดถึง ค่าสูงสุด การปรับเปลี่ยนย่านวัดปรับเองโดยอัตโนมัติภายในตัวดิจิตอลมัลติมิเตอร์ ส่วนแบบที่สองเป็นแบบ ย่านวัตต้องปรับด้วยมือผู้วัดเอง (Manual Range) ให้ได้คำปริมาณไฟฟ้าที่เหมาะสม คล้ายกับมัลติมิเตอร์แบบ เข็มทั่วไป หากปรับแต่งไม่ถูกต้องดิจิตอลมัลติมิเตอร์ไม่สามารถวัดด่าปริมาณไฟฟ้านั้นออกมาได้ รูปร่าง ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ แสดงดังรูปที่ 9.2 และบล็อกไดอะแกรมโครงสร้างเบื้องตันดิจิตอลมัลติมิเตอร์ แสดงดังรูป รูปที่5 ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ (Digital Multimeter)
ส่วนประกอบดิจิตอลมัลติมิเตอร์ ดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดอัตโนมัติ ปริมาณไฟฟ้าแต่ละชนิดที่จะวัดค่า มีย่านวัดเพียงย่านเดียว เครื่องสามารถวัดปริมาณไฟฟ้าได้ตั้งแต่ค่าต่ำสุดถึงค่าสูงสุดแสดงค่าออกมา ใช้งานได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว รูปร่างและส่วนประกอบของดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดอัตโนมัติแบบหนึ่ง แสดงดังรูปที่ 6 รูปที่6 ส่วนประกอบดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดอัตโนมัติ หมายเลข 1-2 จากรูปที่6 แสดงส่วนประกอบของดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดอัตโนมัติแบบหนึ่งมีส่วนประกอบ ต่างๆแสดงกำกับด้วยเลข มีชื่อเรียกและหน้าที่การใช้งานดังนี้ หมายเลข 1 เป็นหน้าปัดแสดงผลการวัดค่าปริมาณไฟฟ้า แสดงเป็นตัวเลขและตัวอักษรใช้คริสตอลเหลว (Liquid Crystal Display ; LCD) เป็นตัวเลขแสดงค่า 4 หลัก แสดงเลขการวัดได้สูงสุด 9,999 (แล้วแต่รุ่นที่ใช้) หมายเลข2 เป็นสวิทซ์เลือกชนิดปริมาณไฟฟ้าเองการวัดสามารถหมุนกวาดซ้ายขวาได้อย่างอิสระ
รูปที่7 ส่วนประกอบดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดอัตโนมัติ หมายเลข 3-7 หมายเลข 3 เป็นขั้วต่อสายวัดสีแดง เพื่อ การวัดค่ากระแสไฟฟ้าทั้งกระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ค่ากระแสไฟฟ้าวัดได้สูงสุด 10 A ใช้งานร่วมกับขั้วต่อหมายเลข 5 (แล้วแต่ รุ่นที่ใช้) หมายเลข 4 เป็นขั้วต่อลายวัดสีแดง เพื่อการวัดค่าแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DCV)แรงดันไฟฟ้า กระแสสลับ (ACV) คำความต้านทาน (Ω) และวัดค่าความจุของตัวเก็บประจุ ใช้งานร่วมกับขั้วต่อหมายเลข 5 หมายเลข 5 เป็นขั้วต่อสายวัดสีดำ (COM) เป็นขั้วต่อสายวัดขั้วขาร่วม ใช้ร่วมกับขั้วต่อหมายเลข 3 และหมายเลข 4 ใช้วัดค่าปริมาณไฟฟ้าชนิดต่างๆ หมายเลข 6 เป็นตำแหน่งสวิตซ์ปิด (OFF) เป็นตำแหน่งที่เมื่อสวิตซ์เลือกค่าปริมาณไฟฟ้าหมายเลข 2 หมุนมาชี้ เป็นการปิดเครื่องดิจิตอลมัลติมิเตอร์ให้หยุดการทำงาน หมายเลข 7 เป็นตำแหน่งย่านวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ ( ) เมื่อสวิตช์เลือกค่าปริมาณไฟฟ้า หมายเลข 2 หมุนมาชี้ เป็นการเลือกดิจิตอลมัลติมิเตอร์ ทำเป็นโวลต์มิเตอร์วัด ค่าแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (ACV)
รูปที่8 ส่วนประกอบดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดอัตโนมัติ หมายเลข 8-11 หมายเลข 8 เป็นตำแหน่งย่านวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง ( V ) เมื่อสวิตซ์เลือก ค่าปริมาณไฟฟ้า หมายเลข 2 หมุนมาชี้ เป็นการเลือกดิจิตอลมัลติมิเตอร์ ทำเป็นโวลด์มิเตอร์วัด ค่าแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DCV) หมายเลข 9 เป็นตำแหน่งย่านวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับเป็นมิลลิโวลด์ (mV) เมื่อสวิตซ์เลือกค่า ปริมาณไฟฟ้าหมายเลข 2 หมุนมาชี้ เป็นการเลือกดิจิตอลมัสติมิเตอร์ ทำเป็นโวลต์มิเตอร์วัดค่าแรงดันไฟฟ้า กระแสสลับค่าต่ำเป็นมิลลิโวลต์ (AC mV) หมายเลข 10 เป็นตำแหน่งย่านวัดความต้านทาน (Ω) เมื่อสวิตช์เลือกค่าปริมาณไฟฟ้าหมายเลข 2 หมุนมาชี้ เป็นการเลือกดิจิตอลมัลติมิเตอร์ทำเป็นโอห์มมิเตอร์วัดค่าความต้านทานของตัวต้านทาน และ อุปกรณ์ เมื่อกดปุ่มหมายเลข 14 จะเปลี่ยนสภาวะการวัดความต้านทาน ให้กลายเป็นการตรวจสอบสภาวะการ ต่อถึงกันของวงจร ถ้าวงจรต่อถึงกันจะมีเสียงบัสเซอร์ (Buzzer) ดังขึ้นตลอดเวลา หมายเลข 11 เป็นตำแหน่งตรวจสอบค่าความจุของตัวเก็บประจุ เมื่อสวิตช์เลือกด่าปริมาณไฟฟ้า หมายเลข 2 หมุนมาชี้ ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ทำหน้าที่ในการวัดหาค่าความจุของตัวเก็บประจุ
รูปที่9 ส่วนประกอบดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดอัตโนมัติ หมายเลข 8-11 หมายเลข 12 เป็นตำแหน่งย่านวัดกระแสไฟฟ้ากระแสตรง และกระแสไฟฟ้ากระแสสลับเป็น แอมแปร์ เมื่อสวิตซ์เลือกด่าปริมาณไฟฟ้าหมายเลข 2 หมุนมาชี้ เป็นการเลือก ดิจิตอลมัติมิเตอร์ทำเป็น แอมมิเตอร์ วัดกระแสไฟฟ้ากระแสตรงเป็นแอมแปร์ (DCA) และกระแสไฟฟ้ากระแสสลับเป็นแอมแปร์ (ACA) วัดกระแสไฟฟ้าได้สูงสุด 10 A (แล้วแต่รุ่นที่ใช้) การเปลี่ยนสภาวะวัดกระแสไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้ากระแสตรง เป็นวัดกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ จะต้องกดปุ่มหมายเลข 14 เพื่อเปลี่ยนสภาวะการวัดกระแสไฟฟ้า การใช้ งานวัดกระแสไฟฟ้าตำแหน่งนี้จะต้องคำนึงถึงชั่วต่อสายวัดหมายเลข 3 หมายเลข 4 และหมายเลข 5 ต้อง เลือกใช้ให้ถูกต้อง โดยเลือกใช้ขั้วต่อหมายเลข 3 และหมายเลข 5 ในการต่อวัด
รูปที่10 ส่วนประกอบดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดอัตโนมัติ หมายเลข13-14 หมายเลข 13 เป็นปุ่มโฮลด์ (HOLD) ใช้สำหรับหยุดการเปลี่ยนแปลงของปริมาณไฟฟ้าที่ทำการวัดไว้ ชั่วขณะ เพื่อให้ง่ายในการอ่านค่า ข้อควรระวังในการใช้ปุ่มโฮลด์ ห้ามกดปุ่มโฮลด์ให้ทำงาน เมื่อนำไปวัดปริมาณ ไฟฟ้าที่ไม่ทราบค่า เพราะการแสดงผลของหน้าปัดไม่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าที่วัดออกมาได้ หมายเลข 14 เป็นปุ่มเปลี่ยนสภาวะการวัดค่า (ปุ่มสีส้ม) จากสภาวะหนึ่งไปเป็นอีกสภาวะหนึ่ง ใน ย่านตั้งวัดเดิม ที่กำกับไว้ด้วยสัญลักษณ์สีส้ม เช่น จากวัดความต้านทาน (Ω) เป็นสภาวะตรวจสอบการต่อถึงกัน ของวงจร หรือจากวัดกระแสไฟฟ้ากระแสตรง ให้เป็นการวัดกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ เป็นต้น