The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jantakan, 2023-03-04 02:15:28

การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว)

การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว)

Keywords: ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิต,การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว)

42 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวมรวมข้อมูลโครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตและการจําหน่ายข้าวแคบ กรณีศึกษาของนางจอย ขวานา (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์มีดังนี้3.4.1 ลักษณะของข้อมูล สามารถแบ่งได้2 ประเภทประเภทดังนี้3.4.1.1 ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) คือ ข้อมูลที่เป็นตัวเลขหรือนํามาให้ เป็นรหัสตัวเลข ซึ่งสามารถนําไปใช้วิเคราะห์ทางสถิติได้ซึ่งได้แก่ตัวเลขของต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุน ค่าแรงงาน และต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิต นําไปคํานวณหาต้นทุนของการผลิต และการจําหน่าย ข้าวแคบ 3.4.1.2 ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) คือ ข้อมูลที่ไม่ใช่ตัวเลขและไม่มีการให้รหัสตัวเลขที่จะนําไปวิเคราะห์ทางสถิติแต่เป็นข้อความหรือสารสนเทศ ซึ่งได้แก่ข้อมูลทั่วไปของ ข้าวแคบ ขั้นตอนการผลิตข้าวแคบ 3.4.2 แหล่งที่มาของข้อมูล แหล่งข้อมูลที่สําคัญ ได้แก่บุคคลเช่นผู้ให้สัมภาษณ์ผู้กรอก แบบสอบถามบุคคลที่ถูกสังเกต เอกสารทุกประเภท และข้อมูลสถิติจากหน่วยงานรวมไปถึงภาพถ่าย แผนที่แผนภูมิหรือแม้แต่วัตถุสิ่งของ ก็ถือเป็นแหล่งข้อมูลได้ทั้งสิ่ง โดยทั่วไปสามารถจัดประเภท ข้อมูลตามแหล่งที่มาได้2 ประเภทดังนี้3.4.2.1 ข้อมูลปฐมภูมิ(Primary Data) คือ ข้อมูลที่ผู้วิจัยจัดเก็บขึ้นมาใหม่เพื่อตอบสนอง วัตถุประสงค์ของโครงงานในเรื่องนั้น ๆ โดยเฉพาะการเลือกใช้ข้อมูลแบบปฐมภูมิผู้วิจัยจะสามารถ เลือกเก็บข้อมูลได้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตลอดจนเทคนิคการวิเคราะห์แต่มีข้อเสียตรงที่สิ้นเปลืองเวลาค่าใช้จ่าย และอาจมีคุณภาพไม่ดีพอหากเกิดความผิดพลาดในการเก็บ ข้อมูลภาคสนาม ซึ่งได้แก่ข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนค่าแรงงาน ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิตและการ จําหน่ายข้าวแคบ 3.4.2.2 ข้อมูลทุติยภูมิ(Secondary Data) คือ ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีผู้เก็บหรือรวบรวมไว้ก่อน แล้วเพียงแต่นักวิจัยนําข้อมูลเหล่านั้นมาศึกษาใหม่เช่น ข้อมูลสํามะโนประชากร สถิติจากหน่วยงาน และเอกสารทุกประเภท ช่วยให้ผู้วิจัยประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ต้องเสียเวลากับการเก็บข้อมูลใหม่และ สามารถศึกษาย้อนหลังได้ทําให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของ ปรากฏการณ์ที่ศึกษา แต่จะมีข้อจํากัดในเรื่องความครบถ้วนสมบูรณ์เนื่องจากบางครั้งข้อมูลที่มีอยู่แล้วไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของเรื่องที่ผู้วิจัยศึกษาและปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อนจะ นําไปใช้จึงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลและเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นในบางส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์ซึ่งได้แก่ข้อมูลทั่วไปของข้าวแคบ ข้อมูลขั้นต้นและวิธีทําข้าวแคบของแต่ละพื้นที่


43 3.5 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ต้นทุนในการศึกษาครั้งนี้หมายถึง ต้นทุนทั้งสิ้นจากการผลิตและจําหน่ายข้าวแคบ ตั้งแต่การ จัดหาวัตถุดิบจนกระทั้งแปรสภาพเป็นสินค้าสําเร็จรูป ส่วนประกอบของต้นทุนที่ใช้ในการผลิตสินค้า และผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด (Cost of a Manufactured Product/Cost of Goods) จะประกอบด้วย วัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต ซึ่งถ้าพิจารณาในด้านทรัพยากรที่เป็น ส่วนประกอบของสินค้าแล้ว ประกอบด้วย 3.5.1 วัตถุดิบ (Materials) วัตถุดิบนับว่าเป็นส่วนประกอบสําคัญของการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์สําเร็จรูปซึ่ง ต้นทุนที่เกี่ยวกับการใช้วัตถุดิบในการผลิตสินค้าอาจจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ 3.5.1.1 วัตถุดิบทางตรง (Direct Materials) หมายถึง วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตและ สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าในการผลิตสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งในปริมาณและต้นทุนเท่าใดรวมทั้ง จัดเป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ในการผลิตสินค้าชนิดนั้น ๆ 3.5.1.2 วัตถุดิบทางอ้อม (Indirect Materials) หมายถึง วัตถุดิบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยทางอ้อมกับ การผลิตสินค้า แต่ไม่ใช่วัตถุดิบหลักหรือวัตถุดิบส่วนใหญ่ โดยปกติแล้ววัตถุดิบทางอ้อมอาจจะถูก เรียกว่า "วัสดุโรงงาน" ซึ่งจะถือเป็นค่าใช้จ่ายการผลิตชนิดหนึ่ง 3.5.2 ค่าแรงงาน (Labor) ค่าแรงงาน หมายถึง ค่าจ้างหรือผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างหรือคนงานที่ทํา หน้าที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้า โดยปกติแล้วค่าแรงงานจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ค่าแรงงาน ทางตรง (Direct Labor) และค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect Labor) 3.5.2.1 ค่าแรงงานทางตรง (Direct Labor) หมายถึง ค่าแรงงานต่าง ๆ คนงานหรือ ลูกจ้างที่ทําหน้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าสําเร็จรูปโดยตรง รวมทั้งเป็นค่าแรงงานที่มีจํานวนมาก เมื่อเทียบกับค่าแรงงานทางอ้อมในการผลิตสินค้าหน่วยหนึ่ง ๆ และจัดเป็นค่าแรงงานส่วนสําคัญใน การแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นสินค้าสําเร็จรูป 3.5.2.2 ค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect Labor) หมายถึง ค่าแรงของบุคคลที่ทําหน้าที่สนับสนุนการผลิต ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าโดยตรง ค่าแรงงานทางอ้อมจะถือเป็นส่วนหนึ่ง ของค่าใช้จ่ายการผลิต 3.5.3 ค่าใช้จ่ายการผลิต (Manufacturing Overhead) ค่าใช้จ่ายการผลิต หมายถึง ค่าใช้จ่ายชนิดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้านอกเหนือจากวัตถุดิบทางตรงและค่าแรงงาน ทางตรง เช่น วัตถุดิบทางอ้อม ค่าแรงงานทางอ้อม ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับ การดําเนินการผลิตในโรงงานเท่านั้น


44 การคํานวณต้นทุนของระบบบัญชีและการเงินของกิจการเป็นการบันทึกการวัดผลและ รายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตและจําหน่ายข้าวแคบ ดังนั้นต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วย ข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต ซึ่งแสดงการเขียนเป็นสมการ ได้ดังภาพที่3.4 ภาพที่3.4 สมการการคํานวณต้นทุนการผลิต 1.อัตรากําไรขั้นต้น (GPM) เป็นการวัดอัตราส่วนเปรียบเทียบผลกําไรขั้นต้นกับยอดขายทําให้สามารถประเมินประสิทธิภาพในการดําเนินงานของกิจการเปรียบเทียบผลกําไรจากการขายเทียบเป็น ร้อยละของยอดขาย ( รายได้จากการขายและการให้บริการ) เพื่อใช้วัดความสามารถในการควบคุม ต้นทุนสินค้า และความสามารถในการปรับราคาสินค้า หากมีความสามารถในการควบคุมต้นทุนเมื่อ เทียบกับรายได้จากการขาย จะทําให้ความสามารถในการทํากําไรดีขึ้นถือว่าเป็นตัวตั้งต้นของการทํา กําไรได้หากอัตราส่วนนี้ดีกําไรสุทธิมีแววที่จะดีตามและยังทําให้ทราบถึงความสามารถในการจัดการ ผลิต การควบคุมต้นทุนการผลิต การตั้งราคาการแข่งขันในอุตสาหกรรมหากการแข่งขันสูง จะทําให้กําไรขั้นต้นมีความผันผวน เขียนสมการได้ดังภาพที่3.5 ภาพที่3.5 สมการการคํานวณอัตราส่วนกําไรขั้นต้น 2.อัตราส่วนกําไรสุทธิต่อยอดขายสุทธิจะเป็นอัตราส่วนที่จะทําให้เราทราบว่ากิจการมีความสามารถในการทํากําไรสุทธิเป็นร้อยละเท่าไรของยอดขายสุทธิอัตราส่วนนี้ยิ่งสูงยิ่งดีแสดงว่า กิจการสามารถบริหารจัดการได้ดีเขียนสมการได้ดังภาพที่3.6 ภาพที่3.6 สมการการคํานวณอัตรากําไรสุทธิ ตน้ทุนการผลิต =วตัถุดิบทางตรง+ค่าแรงทางตรง+ค่าใชจ้่ายในการผลิต ตน้ทุนการผลิตต่อหน่วย=(วตัถุดิบทางตรง+ค่าแรงทางตรง+ค่าใชจ้่ายในการผลิต) จาํนวนหน่วยที่ผลิตได้ อตัราส่วนกาํไรข้นัตน้=กาํไรข้นัตน้x 100 ยอดขายสุทธิ อตัรากาํไรสุทธิ=กาํไรสุทธิ÷ยอดขายx 100 (%)


45 3.การคํานวณกําไรสุทธิเป็นสูตรที่ใช้สําหรับงบกําไรขาดทุน (Income Statement) ซึ่งกําไรสุทธิสามารถคํานวณได้จากการนํารายได้รวมทั้งหมดทั้งทางตรงและทางอ้อมของกิจการ นํามาหักลบ ด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมด อันประกอบด้วยต้นทุนของสินค้า ค่าใช้จ่ายในการดําเนินของ กิจการทุกประเภท รวมทั้งภาษีจ่าย ซึ่งแสดงการใช้สมการได้ดังภาพที่3.7 ภาพที่3.7 สมการการคํานวณกําไรสุทธิกาํไรสุทธิ=รายไดร้วม -ค่าใชจ้่ายรวม


46 บทที่4 ผลการศึกษา จากการศึกษา เรื่อง โครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์1) เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปของข้าวแคบ แม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 2) เพื่อศึกษาต้นทุนและ ผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์คณะผู้จัดทําได้ดําเนินงานตามระเบียบวิธีวิจัยอย่างเป็นระบบ โดยปรากฎผลการศึกษาจําแยกตาม วัตถุประสงค์ของโครงงาน ดังนี้4.1 ข้อมูลทั่วไป 4.2 ต้นทุนการผลิต 4.1 ข้อมูลทั่วไป 4.1.1 ข้อมูลส่วนตัว ผู้ให้สัมภาษณ์คือ นางจอย ขวานา อายุ40 ปีเป็นเจ้าของกิจการ ร้านขายข้าวแคบ ที่อยู่กิจการ บ้านเลขที่19 หมู่12 ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์4.1.2 ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการ ร้านของนางจอย ขวานา เปิดร้านขายข้าวแคบ ซึ่งเป็นธุรกิจเจ้าของคนเดียวและประกอบ กิจการมาแล้ว ในเวลามากกว่า 15 ปีโดยปัจจุบันนางจอย ขวานา อายุ40 ปีเป็นเจ้าของกิจการ มีพนักงานทั้งหมด 1 คน คือ นายชาญยุทธ ขวานา ที่อยู่กิจการ บ้านเลขที่19 หมู่ 12 ตําบลฝายหลวง อําเภอ ลับแล จังหวัด อุตรดิตถ์มีการจัดจําหน่ายแบบขายส่ง โดยขายให้กับ ร้านข้าวแคบยายบัวเลียว บ้านเลขที่414 ต.ศรีพนมมาศ อ.ลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ร้านป้าลัดดาวัลย์(ตลาดนัดน้ําปาด) และร้านเจ๊แป๋ว (ตลาดโต้รุ่ง) 4.2 ต้นทุนการผลิต ต้นทุน (Cost) หมายถึง ข้อมูลของทรัพยากรที่องค์กรใช้ประโยชน์เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กําหนดไว้เช่น ต้นทุนวัตถุดิบและแรงงานที่เกิดขึ้นเพื่อผลิตสินค้าหรือบริการและเมื่อต้นทุนได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจแล้ว ต้นทุนส่วนนั้นจะเปลี่ยนสภาพไปเป็นค่าใช้จ่าย (Expense) ซึ่งจะ นําไปหักรายได้ในแต่ละงวดบัญชีต้นทุนการผลิต คือ ต้นทุนที่ทําให้สินค้าสําเร็จรูปใด ๆ ประกอบด้วย วัตถุดิบทางตรง ที่เบิก ใช้ในการผลิต แรงงานทางตรงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการผลิตเมื่อทั้ง 3 ส่วนประกอบ ได้เข้าสู่ขั้นตอนต่าง ๆ ของการผลิตก็จะถูกแปรสภาพเป็นสินค้าสําเร็จรูปต่อไป ดังนั้น ต้นทุนในการศึกษาครั้งนี้หมายถึง ต้นทุนทั้งสิ้นจากการลงทุนผลิตและจําหน่ายข้าว แคบตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบจนกระทั้งแปรสภาพเป็นสินค้าสําเร็จรูป


47 ส่วนประกอบของต้นทุนที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด จะประกอบไปด้วย วัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต ซึ่งถ้าพิจารณาในด้านทรัพยากรที่เป็น ส่วนประกอบของสินค้าแล้ว ประกอบด้วย 4.2.1 วัตถุดิบ (Materials) วัตถุดิบนับว่าเป็นส่วนประกอบสําคัญของการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์สําเร็จรูปโดยทั่วไป ซึ่งต้นทุนที่เกี่ยวกับการใช้วัตถุดิบในการผลิตสินค้าจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ 4.2.1.1 วัตถุดิบทางตรง (Direct Materials) หมายถึง วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต และสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าใช้ในการผลิตสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งในปริมาณและต้นทุนเท่าใด รวมทั้งจัดเป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ในการผลิตสินค้าชนิดนั้น ๆ 4.2.1.2 วัตถุดิบทางอ้อม (Indirect Materials) วัตถุดิบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดย ทางอ้อมกับการผลิตสินค้า แต่ไม่ใช่วัตถุดิบหรือวัตถุดิบส่วนใหญ่โดยปกติแล้ว วัตถุดิบทางอ้อมจะถูก เรียกว่า “วัสดุโรงงาน” ซึ่งจะถือเป็นค่าใช้จ่ายการผลิตชนิดหนึ่ง 4.2.2 ค่าแรงงาน (Lobor) ค่าแรงงาน หมายถึง ค่าจ้างหรือผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างหรือคนงานที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้า โดยปกติแล้วค่าแรงงานจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ค่าแรงงานทางตรง (Direct Lobor) และค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect Lobor) 4.2.2.1 ค่าแรงงานทางตรง (Direct Lobor) หมายถึง ค่าแรงงานต่าง ๆ ที่จ่ายให้แก่คนงานหรือลูกจ้างที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้าสําเร็จรูปโดยตรง รวมทั้งเป็นค่าแรงงานที่มีจํานวนมากเมื่อเทียบกับค่าแรงงานทางอ้อมในการผลิตสินค้าหน่วยหนึ่ง ๆ และจัดเป็นค่าแรงงาน ส่วนสําคัญในการแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นสินค้าสําเร็จรูป 4.2.2.2 ค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect Lobor) หมายถึง ค่าแรงของบุคคลที่ทํา หน้าที่สนับสนุนการผลิต ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าโดยตรง ค่าแรงงานทางอ้อมจะถือว่าเป็น ส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายการผลิต 4.2.3 ค่าใช้จ่ายการผลิต (Manufacturing Overhead) ค่าใช่จ่ายการผลิต หมายถึง แหล่งรวบรวมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า ซึ่งนอกเหนือจากวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง เช่น วัตถุดิบทางอ้อม ค่าใช้จ่ายการผลิตทางอ้อม อื่น ๆ ได้แก่ค่าน้ํา ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย ค่าภาษีเป็นต้น การคํานวณต้นทุนของระบบบัญชีและการเงินของกิจการเป็นการบันทึกการวัดผลและ รายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตและจําหน่ายข้าวแคบ ดังนั้นต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วย ข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งแสดงการคํานวณ เขียน เป็นสมการได้ดังภาพที่4.1 และการคํานวณต้นทุนการผลิตต่อหน่วยเขียนเป็นสมการได้ดังภาพที่4.2


48 ภาพที่4.1 สมการการคํานวณต้นทุนการผลิต ภาพที่4.2 สมการการคํานวณต้นทุนการผลิตต่อหน่วย การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตและจําหน่ายข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบล ฝายหลวง อําเภอ ลับแล จังหวัด อุตรดิตถ์คณะผู้จัดทําได้รวบรวมข้อมูลจากสัมภาษณ์เจ้าของ กิจการในส่วนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจําหน่ายข้าวแคบ ขั้นตอนการผลิตและค่าแรงงาน คณะผู้จัดทําได้เก็บรวบรวมข้อมูลการผลิต ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่31 มกราคม 2566 เพื่อนํามาคํานวณต้นทุนการผลิตและคํานวณต้นทุนต่อหน่วย ประกอบด้วย ข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ตน้ทุนการผลิต =วตัถุดิบทางตรง+ค่าแรงงานทางตรง+ค่าใชจ้่ายในการผลิต


49 4.2.1 ข้อมูลการลงทุน การต้นทุนการผลิตและจําหน่ายข้าวแคบแม่จอย ( บ้านม่อนแก้ว ) ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์มีข้อมูลการลงทุน แสดงได้ดังตารางที่4.1 ดังนี้รายงาน ราคา / หน่วย จํานวน (หน่วย) จํานวนเงิน (บาท) อุปกรณ์โอ่งดินเผา 200 1 คู่ 200 ฝาปิดโอ่งดินเผา 100 1 คู่ 100 กระทะ 250 1 คู่ 250 เตาสําเร็จรูป 500 1 คู่ 500 ท่อใยหิน (ขนาด 4 นิ้ว) 100 1 เส้น 100 ถังน้ํา 50 1 ถัง 50 ลี่ตาข่าย 200 10 อัน 2,000 กระบวย 35 2 อัน 70 ไม้พาย ทําเอง ไม้กระบอง ทําเอง ผ้าลีวาย 120 1 เมตร 120 รวมสินทรัพย์ 3,390 ตารางที่4.1 แสดงรายละเอียดของสินทรัพย์ของกิจการ จากตารางที่4.1 ข้อมูลการลงทุนเริ่มแรกของกิจการประกอบด้วยสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 3,440 บาท ประกอบด้วย โอ่งดินเผา 1 คู่เป็นจํานวนเงิน 200 บาท ฝาปิด โอ่งดินเผา 1 คู่เป็นจํานวนเงิน 100 บาท กระทะ 1 คู่เป็นจํานวนเงิน 250 บาท เตาสําเร็จรูป 1 คู่เป็นจํานวนเงิน 500 บาท ท่อใย หิน (ขนาด 4 นิ้ว) 1 เส้น เป็นจํานวนเงิน 100 บาท ถังน้ํา 1 ถัง เป็นจํานวนเงิน 50 บาท ลี่ตาข่าย 10 อัน เป็นจํานวนเงิน 2,000 บาท กระบวย 2 อัน เป็นจํานวนเงิน 70 บาท ไม้พายและไม้กระบอง ทําเอง ผ้าลีวาย 1 เมตร เป็นจํานวนเงิน 120 บาท


50 4.2.2 วัตถุดิบทางตรง คณะผู้จัดทําได้รวบรวมข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบทางตรงการผลิตข้าวแคบ จากการสัมภาษณ์เจ้าของกิจการ พบว่า ตั้งแต่วันที่1 ธันวาคม 2565 ถึง 31 มกราคม 2566 มีการผลิตข้าวแคบแดง จํานวน 14 วัน และข้าวแคบกุ้ง จํานวน 11 วันโดยสรุปต้นทุนวัตถุดิบทางตรงแสดงได้ดังตารางที่4.2 - 4.3 ดังนี้ข้อมูลวัตถุดิบทางตรง “ข้าวแคบแดง” รายการ เดือน ธันวาคม 2565 ราคา / หน่วย จํานวน (หน่วย) จํานวน เงิน ร้อยละ วัตถุดิบทางตรง แป้งหมักขนมจีน ตรามะขามทอง (1 ถุง = 11.5 กก.) 195 8 ถุง 1,560 54.17 น้ําตาล (1 ถุง = 1 กก.) 24 24 กก. 576 20.00 งาดํา (1 ถุง = 1 กก.) 80 6 กก. 480 16.67 พริก (1 ถุง = 1 กก.) 200 500 ก. 100 3.47 ผงชูรส (1 ถุง = 1 กก.) 98 500 ก. 49 1.70 เกลือ (1 แพด = 10 ถุง) 20 15 ถุง 30 1.04 สีผสมอาหาร (1 กล่อง = 100 ซอง) 170 50 ซอง 85 2.95 รวมทั้งสิ้น 2,880 100 ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงต่อข้าวแคบแดง (แผ่น) 13,500 0.21 ตารางที่4.2 แสดงรายละเอียดของวัตถุดิบทางตรงของข้าวแคบแดง จากตารางที่4.2 พบว่า ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงในการผลิตข้าวแคบแดง เดือนธันวาคม สรุป ได้ว่า การผลิตข้าวแคบแดง ใช้แป้งหมักขนมจีน ตรามะขามทอง 8 ถุง เป็นจํานวนเงิน 1,560 บาท คิดเป็นร้อยละ 54.17 น้ําตาล 28 กิโลกรัม เป็นจํานวนเงิน 576 บาท คิดเป็นร้อยละ 20.00 งาดํา 6 กิโลกรัม เป็นจํานวนเงิน 480 บาท คิดเป็นร้อยละ 16.67 พริก 500 กรัม เป็นจํานวนเงิน 100 บาท คิดเป็นร้อยละ 3.47 ผงชูรส 500 กรัม เป็นจํานวนเงิน 49 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.70 เกลือ 15 ถุง เป็นจํานวนเงิน 30 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.04 สีผสมอาหาร 50 ซอง เป็นจํานวนเงิน 85 บาท คิดเป็น ร้อยละ 2.95


51 ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงของข้าวแคบแดงเฉลี่ยต่อแผ่น = ต้นทุนวัตถุดิบรวม จํานวนหน่วยที่ผลิต= 2,880 13,500 = 0.21 บาทต่อแผ่น


52 ข้อมูลวัตถุดิบทางตรง “ข้าวแคบกุ้ง” รายการ เดือน ธันวาคม 2565 ราคา / หน่วย จํานวน (หน่วย) จํานวน เงิน ร้อยละ วัตถุดิบทางตรง แป้งหมักขนมจีน ตรามะขามทอง (1 ถุง = 11.5 กก.) 195 9 ถุง 1,755 57.24 น้ําตาล (1 ถุง = 1 กก.) 24 27 กก. 648 21.14 พริก (1 ถุง = 1 กก.) 200 500 ก. 100 3.26 ผงชูรส (1 ถุง = 1 กก.) 98 1 กก. 98 3.20 เกลือ (1 แพ็ค = 10 ถุง) 20 15 ถุง 30 0.98 ผักชีใบเลื่อย (1 ถุง = 1 กก.) 50 3 กก. 150 4.89 กุ้งฝอย (1 ถุง = 1 กก.) 200 1 กก. 200 6.52 สีผสมอาหาร (1 กล่อง = 100 ซอง) 170 50 ซอง 85 2.77 รวมทั้งสิ้น 3,066 100 ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงต่อข้าวแคบกุ้ง (แผ่น) 12,500 0.25 ตารางที่4.3 แสดงรายละเอียดของวัตถุดิบทางตรงของข้าวแคบกุ้ง จากตารางที่4.3 พบว่า ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงในการผลิตข้าวแคบกุ้ง เดือนธันวาคม 2565 สรุปได้ว่า การผลิตข้าวแคบกุ้ง ใช้แป้งหมักขนมจีน ตรามะขามทอง 9 ถุง เป็นจํานวนเงิน 1,755 บาท คิดเป็นร้อยละ 57.24 น้ําตาล 27 กิโลกรัม เป็นจํานวนเงิน 648 บาท คิดเป็นร้อยละ 21.14 พริก 500 กรัม เป็นจํานวนเงิน 100 บาท คิดเป็นร้อยละ 3.26 ผงชูรส 1 กิโลกรัม เป็นจํานวนเงิน 98 บาท คิด เป็นร้อยละ 3.20 เกลือ 15 ถุง เป็นจํานวนเงิน 30 บาท คิดเป็นร้อยละ 0.98 ผักชีใบเลื่อย 3 กิโลกรัม เป็นจํานวนเงิน 150 บาท คิดเป็นร้อยละ 4.89 กุ้งฝอย 1 กิโลกรัม เป็นจํานวนเงิน 200 บาท คิดเป็น ร้อยละ 6.52 สีผสมอาหาร 50 ซอง เป็นจํานวนเงิน 85 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.77 ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงของข้าวแคบกุ้งเฉลี่ยต่อแผ่น = ต้นทุนวัตถุดิบรวม จํานวนหน่วยที่ผลิต= 3,066 12,500 = 0.25 บาทต่อแผ่น


53 4.2.3 ค่าแรงงาน คณะผู้จัดทําได้รวบรวมข้อมูลต้นทุนค่าแรงงานทางตรงในการผลิตข้าวแคบ จากการ สัมภาษณ์เจ้าของกิจการ พบว่า ตั้งแต่วันที่1 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่31 ธันวาคม 2565 มีการผลิต ข้าวแคบจํานวน 25 วัน ดังนั้น ค่าแรงรายชั่วโมง จะเท่ากับ 25 บาท สรุปต้นทุนค่าแรงงานทางตรง แสดงได้ดังตารางที่4.4 - 4.5 ดังนี้ข้อมูลค่าแรงงานทางตรง “ข้าวแคบแดง” รายการ อัตราค่าแรงงาน (บาท) จํานวน การผลิต (วัน) ค่าแรงงาน ทางตรง (บาท) ร้อยละ ค่าแรงทางตรง นางจอย ขวานา 300 14 4,200 50 นายชาญยุทธ ขวานา 300 14 4,200 50 รวมทั้งสิ้น 8,400 100 ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงต่อข้าวแคบ (แผ่น) 13,500 0.62 ตารางที่4.4 แสดงรายละเอียดของค่าแรงทางตรงของข้าวแคบแดง จากตารางที่4.4 พบว่า ต้นทุนค่าแรงงานทางตรงในการผลิตข้าวแคบ เดือนธันวาคม 2565 เท่ากับ 13,500 บาท สรุปได้ว่า นางจอย ขวานา เจ้าของกิจการทํางาน 14 วัน ค่าแรงจํานวน 4,200 บาท คิดเป็นร้อยละ 50 และนายชาญยุทธ ขวานา ทํางาน 14 วัน ค่าแรงงานจํานวน 4,200 บาท คิด เป็นร้อยละ 50


54 ต้นทุนค่าแรงงานทางตรงของข้าวแคบเฉลี่ยต่อแผ่น = ค่าแรงงานทางตรง จํานวนหน่วยที่ผลิต= 8,400 13,500 = 0.62 บาทต่อแผ่น ข้อมูลค่าแรงงานทางตรง “ข้าวแคบกุ้ง” รายการ อัตราค่าแรงงาน (บาท) จํานวน การผลิต (วัน) ค่าแรงงาน ทางตรง (บาท) ร้อยละ ค่าแรงทางตรง นางจอย ขวานา 300 11 3,300 50 นายชาญยุทธ ขวานา 300 11 3,300 50 รวมทั้งสิ้น 6,600 100 ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงต่อข้าวแคบ (แผ่น) 12,500 0.53 ตารางที่4.5 แสดงรายละเอียดของค่าแรงทางตรงของข้าวแคบกุ้ง จากตารางที่4.5 พบว่า ต้นทุนค่าแรงงานทางตรงในการผลิตข้าวแคบกุ้ง เดือนธันวาคม 2565 เท่ากับ 12,500 บาท สรุปได้ว่า นางจอย ขวานา เจ้าของกิจการทํางาน 11 วัน ค่าแรงจํานวน 3,300 บาท คิดเป็นร้อยละ 50 และนายชาญยุทธ ขวานา ทํางาน 11 วัน ค่าแรงงานจํานวน 3,300 บาท คิดเป็นร้อยละ 50


55 ต้นทุนค่าแรงงานทางตรงของข้าวแคบเฉลี่ยต่อแผ่น = ค่าแรงงานทางตรง จํานวนหน่วยที่ผลิต= 6,600 12,500 = 0.53 บาทต่อแผ่น


56 4.2.4 ค่าใช้จ่ายในการผลิต คณะผู้จัดทําได้เก็บรวบรวมข้อมูลค่าใช้จ่ายในการผลิตข้าวแคบ ประกอบด้วย วัสดุสิ้นเปลือง ค่าน้ําประปา โดยสรุปค่าใช้จ่ายในการผลิตโดยจะแสดงได้ดังตารางที่4.6 - 4.7 ดังนี้ข้อมูลค่าใช้จ่ายในการผลิต “ข้าวแคบแดง” รายการ เดือน ธันวาคม 2565 ราคา / หน่วย จํานวน (หน่วย) จํานวนเงิน (บาท) ร้อยละ ค่าใช้จ่ายในการผลิต ฟืน (1 คันรถ) 1,200 1 คันรถ 1,200 91.57 ไม้ตอก (1 กก.) 60 500 ก. 30 2.29 ถุง ขนาด 16*26 (1 แพ็ค) 45 1 แพ็ค 45 3.43 หนังยางรัดของ (1 ถุง) 10 1 ถุง 10 0.76 ค่าน้ําประปา 170 15 % 25.50 1.95 รวมทั้งสิ้น 1,310.50 100.00 ตารางที่4.6 แสดงรายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการผลิตของข้าวแคบแดง จากตารางที่4.6 พบว่า ค่าใช้จ่ายในการผลิตข้าวแคบแดง เดือน ธันวาคม 2565 ประกอบด้วย ฟืน 1 คันรถ เป็นจํานวนเงิน 1,200 บาท คิดเป็นร้อยละ 91.57 ไม้ตอก 500 กรัม เป็น จํานวนเงิน 30 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.29 ถุง ขนาด 16*26 1 แพ็ค เป็นจํานวนเงิน 45 บาท คิดเป็น ร้อยละ 3.43 หนังยางรัดของ 1 ถุง เป็นจํานวนเงิน 10 บาท คิดเป็นร้อยละ 0.76 ค่าน้ําประปา 15 % ของค่าน้ําประปาทั้งหมด เป็นจํานวนเงิน 25.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.95


57 ข้อมูลค่าใช้จ่ายในการผลิต “ข้าวแคบกุ้ง” รายการ เดือน ธันวาคม 2565 ราคา / หน่วย จํานวน (หน่วย) จํานวนเงิน (บาท) ร้อยละ ค่าใช้จ่ายในการผลิต ฟืน (1 คันรถ) 1,200 1 คันรถ 1,200 91.57 ไม้ตอก (1 กก.) 60 500 ก. 30 2.29 ถุง ขนาด 16*26 (1 แพ็ค) 45 1 แพ็ค 45 3.43 หนังยางรัดของ (1 ถุง) 10 1 ถุง 10 0.76 ค่าน้ําประปา 170 15 % 25.50 1.95 รวมทั้งสิ้น 1,310.50 100.00 ตารางที่4.7 แสดงรายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการผลิตของข้าวแคบ จากตารางที่4.7 พบว่า ค่าใช้จ่ายในการผลิตข้าวแคบกุ้ง เดือน ธันวาคม 2565 ประกอบด้วย ฟืน 1 คันรถ เป็นจํานวนเงิน 1,200 บาท คิดเป็นร้อยละ 91.57 ไม้ตอก 500 กรัม เป็นจํานวนเงิน 30 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.29 ถุง ขนาด 16*26 1 แพ็ค เป็นจํานวนเงิน 45 บาท คิดเป็นร้อยละ 3.43 หนังยาง รัดของ 1 ถุง เป็นจํานวนเงิน 10 บาท คิดเป็นร้อยละ 0.76 ค่าน้ําประปา 15 % ของค่าน้ําประปา ทั้งหมด เป็นจํานวนเงิน 25.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 1.95


58 4.2.5 ต้นทุนการผลิต การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตและจําหน่ายข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบล ฝาย หลวง อําเภอ ลับแล จังหวัด อุตรดิตถ์คณะผู้จัดทําได้รวบรวมข้อมูลต้นทุนการผลิต ตั้งแต่วันที่1 ธันวาคม 2565 ถึง วันที่31 ธันวาคม 2565 เพื่อนํามาคํานวณต้นทุนการผลิต และคํานวณต้นทุนต่อหน่วย ประกอบ ด้วย ข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายในการผลิต แสดงได้ดังตารางที่4.8 ดังนี้ข้อมูลต้นทุนการผลิตข้าวแคบ รายการ ข้าวแคบแดง ข้าวแคบกุ้ง จํานวนเงิน (บาท) ร้อยละ จํานวนเงิน (บาท) ร้อยละ วัตถุดิบทางตรงข้าวแคบ 2,880.00 22.87 3,066.00 27.93 ค่าแรงงานทางตรง 8,400.00 66.72 6,600.00 60.13 ค่าใช้จ่ายในการผลิต 1,310.50 10.41 1,310.50 11.94 รวมทั้งสิ้น 12,590.50 100.00 10,976.50 100.00 ปริมาณที่ผลิตได้(แผ่น) 13,500.00 - 12,500.00 -ต้นทุนต่อหน่วย 0.93 - 0.88 -ตารางที่4.8 แสดงรายละเอียดของต้นทุนการผลิตของข้าวแคบ จากตารางที่4.8 พบว่า ต้นทุนการผลิตข้าวแคบแดง เดือน ธันวาคม 2565 เท่ากับ 12,590.50บาท ประกอบด้วย ต้นทุนวัตถุดิบทางตรง 2,880.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 22.87 ต้นทุนค่าแรงงานทางตรง 8,400.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 66.72 ค่าใช้จ่ายในการผลิต 1,310.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 10.41 และต้นทุน ต่อหน่วยเท่ากับ 0.93 บาท และต้นทุนการผลิตข้าวแคบกุ้ง เดือน ธันวาคม 2565 เท่ากับ 10,976.50 บาท ประกอบด้วย ต้นทุนวัตถุดิบทางตรง 3,066.00 บาท คิดเป็นร้อยละ27.93 ต้นทุนค่าแรงงานทางตรง 6,600.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 60.13 ค่าใช้จ่ายในการผลิต 1,310.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.94 และ ต้นทุนต่อหน่วยเท่ากับ 0.88 บาท


59 การคํานวณ ต้นทุนการผลิตข้าวแคบแดง = วัตถุดิบทางตรง + ค่าแรงงานทางตรง + ค่าใช้จ่ายในการผลิต= 2,880.00 + 8,400.00 + 1,310.50 = 12,590.50 ต้นทุนการผลิตต่อหน่วย = (วัตถุดิบทางตรง + ค่าแรงงานทางตรง + ค่าใช้จ่ายในการผลิต) จํานวนหน่วยที่ผลิตได้= 2,880.00 + 8,400.00 + 1,310.50 13,500.00 = 0.93 ต้นทุนการผลิตข้าวแคบกุ้ง = วัตถุดิบทางตรง + ค่าแรงงานทางตรง + ค่าใช้จ่ายในการผลิต= 3,066.00 + 6,600.00 +1,310.50 = 10,976.50 ต้นทุนการผลิตต่อหน่วย = (วัตถุดิบทางตรง + ค่าแรงงานทางตรง + ค่าใช้จ่ายในการผลิต) จํานวนหน่วยที่ผลิตได้= 3,066.00 + 6,600.00 +1,310.50 12,500.00 = 0.88


60 4.3 ผลตอบแทน ผลประโยชน์หรือผลตอบแทน (Benefits) ของการลงทุน หมายถึง มูลค่าของสินค้าหรือบริการที่ผลิต ได้จาการลงทุน (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย,มปป : ออนไลน)์อัตรากําไรขั้นต้น(GPM)เป็นการวัดอัตราส่วนเปรียบเทียบผลกําไรขั้นต้นกับยอดขายทําให้สามารถ ประเมินประสิทธิภาพในการดําเนินงานของกิจการเปรียบเทียบผลกําไรจากการขายเทียบเป็นร้อยละ ของยอดขาย (รายได้จากการขายและการให้บริการ) เพื่อใช้วัดความสามารถในการปรับรายคาขายสินค้า หากมีความสามารถในการควบคุมต้นทุนเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย จะทําให้มีความสามารถในการทํา กําไรดีขึ้นถือว่าเป็นตัวตั้งต้นของการทํากําไรได้หากอัตราส่วนนี้ดีกําไรสุทธิมีแววที่จะดีตามและยังทําให้ทราบ ถึงความสามารถการจัดการผลิต การควบคุมต้นทุนการผลิต การตั้งราคาการแข่งขันในอุตสาหกรรมหากการ แข่งขันสูงจะทําให้กําไรขั้นต้นมีความผันผวน ข้อมูลผลตอบแทนจากการจําหน่ายข้าวแคบ รายการ จํานวน (มัด) จํานวนเงิน (บาท) ร้อยละ ผลตอบแทนจากการจําหน่ายข้าวแคบแดงแบบขายส่ง 1,756.00 13,500.00 51.92 ผลตอบแทนจากการจําหน่ายข้าวกุ้งแบบขายส่ง 1,625.00 12,500.00 48.08 รวมรายได้ 3,381.00 26,000.00 100.00 ตารางที่4.9 แสดงรายละเอียดผลตอบแทนจากการจําหน่ายข้าวแคบ เดือน ธันวาคม 2565 จากตารางที่4.9 พบว่า ผลตอบแทนจากการจําหน่ายข้าวแคบ เดือน ธันวาคม 2565 จําหน่ายข้าว แคบแดง แบบขายส่ง จํานวน 1,756 มัด เป็นจํานวนเงิน 13,500 บาท คิดเป็นร้อยละ 51.92 และ จําหน่าย ข้าวแคบกุ้ง แบบขายส่ง จํานวน 1,625 มัด เป็นจํานวนเงิน 12,500 บาท คิดเป็นร้อยละ 48.08 การคํานวณกําไรสุทธิกําไรสุทธิ= รายได้รวม - ค่าใช้จ่ายรวม= 26,000.00 - 23,567.00 = 2,433.00 อัตรากําไรขั้นต้น = กําไรขั้นต้น x 100 ยอดขายสุทธิ= 2,433 x 100 26,000 = 9.36 อตัราส่วนกาํไรข้นัตน้=กาํไรข้นัตน้x 100 ยอดขายสุทธิ


61 อัตรากําไรสุทธิ= กําไรสุทธิx 100 ยอดขายสุทธิ= 2,433 x 100 26,000 = 9.36 การจัดทํางบกําไรขาดทุน ภาพที่4.3 งบกําไรขาดทุนของกิจการ ขา้วแคบแม่จอย(บา้นม่อนแกว้) งบกาํไรขาดทุน สาํหรับระยะเวลา1 เดือน สิ้นสุดวนัที่31ธนัวาคม 2565 หน่วย: บาท รายไดจ้ากการขายแคบแดง 13,500.00 รายไดจ้ากการขายแคบกงุ้ 12,500.00 26,000.00 หกัตน้ทุนการผลิตขา้วแคบแดง 12,590.50 ตน้ทุนการผลิตขา้วแคบกงุ้ 10,976.50 23,567.00 กาํไรข้นัตน้ 2,433.00 หกัค่าใชจ้่ายในการขายและบริหาร -กาํไรสุทธิ2,433.00


62 บทที่5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์โดยมีวัตถุประสงค์1) เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปของข้าวแคบแม่จอย(บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์2) เพื่อศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบ แม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 ตําบลฝายหลวง อําเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์คณะผู้จัดทําได้ศึกษาโครงงานตามระเบียบวิธีการโครงงาน อย่างเป็นระบบ สามารถสรุปสาระสําคัญของโครงงานได้ดังนี้ 5.1 สรุปผล การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์คณะผู้จัดทําได้ดําเนินการศึกษาข้อมูล พบปัญหาของธุรกิจข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ไม่มีการจดบันทึกต้นทุน ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการผลิตข้าวแคบ และค่าใช้จ่ายในการบริหาร จึงทําให้ไม่ทราบผลตอบแทนที่ได้จากการจําหน่าย คณะผู้จัดทําใช้เครื่องมือแบบสัมภาษณ์ในการเก็บ รวบรวมข้อมูลทั่วไปของธุรกิจและออกแบบตารางการบันทึกต้นทุนการผลิตข้าวแคบ โดยมีข้อมูลในการ คํานวณต้นทุนการผลิตข้าวแคบ คือ วัตถุดิบทางตรง ค่าแรงทางตรงและค่าใช้จ่ายในการผลิต จากการศึกษา พบว่า เดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 มีต้นทุนการผลิตข้าวแคบแดงจํานวน 12,590.50 บาท ประกอบด้วย ต้นทุนวัตถุดิบทางตรง 2,880.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 22.87 ต้นทุน ค่าแรงงานทางตรง 8,400.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 66.72 ค่าใช้จ่ายในการผลิต 1,310.50 บาท คิดเป็น ร้อยละ 10.41 และต้นทุนต่อหน่วยเท่ากับ 0.93 บาท โดยจะแสดงเป็นกราฟได้ดังภาพที่5.1


63 ต้นทุนการผลิตข้าวแคบกุ้ง เดือน ธันวาคม 2565 เท่ากับ 10,976.50 บาท ประกอบด้วย ต้นทุน วัตถุดิบทางตรง 3,066.00 บาท คิดเป็นร้อยละ27.93 ต้นทุนค่าแรงงานทางตรง 6,600.00 บาท คิดเป็น ร้อยละ 60.13 ค่าใช้จ่ายในการผลิต 1,310.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 11.94 และต้นทุนต่อหน่วยเท่ากับ 0.88 บาท โดยจะแสดงเป็นกราฟได้ดังภาพที่5.2 ผลตอบแทนจากการจําหน่ายข้าวแคบ เดือนธันวาคม 2565 โดยแบ่งเป็นผลตอบแทนจาก การจําหน่ายข้าวแคบแดง เดือนธันวาคม 2565 เท่ากับ 13,500 บาท คิดเป็นร้อยละ 51.92 และ ผลตอบแทนข้าวแคบกุ้ง เดือนธันวาคม 2565 เท่ากับ 12,500 บาท คิดเป็นร้อยละ 48.08 จะแสดงได้ดังภาพที่5.3


64 5.2 อภิปรายผล การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์สามารถอภิปรายผลได้ดังต่อไปนี้เดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 มีรายได้จากการจําหน่ายข้าวแคบแดงจํานวน 13,500 บาทและรายได้จากการจําหน่ายข้าวแคบกุ้งจํานวน 12,500 บาท จากข้อมูลข้างต้นสามารถวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตข้าวแคบ กําไรขั้นต้น ค่าใช้จ่าย ในการผลิต ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และกําไรสุทธิได้ดังนี้รายได้จากการจําหน่ายข้าวแคบแดงเท่ากับ 13,500 บาทรายได้จากการจําหน่ายข้าวแคบกุ้งเท่ากับ 12,500 บาท หักต้นทุนการผลิตข้าวแคบแดง เท่ากับ 12,590.50 บาทต้นทุนการผลิตข้าวแคบกุ้งเท่ากับ 10,976.50 บาท กําไรขั้นต้นเท่ากับ 2,433 บาท และกําไรสุทธิเท่ากับ 2,433 บาท ทั้งนี้อัตรากําไรขั้นต้นต่อรายได้ร้อยละ 9.36 และ อัตรากําไรสุทธิร้อยละ 9.36 การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์มีความสอดคล้องกับงานวิจัยของ สุฑามาศ ไชยคํา,ภัทรจาริน ศรียงค์,รัตติญา บุญเลิศ,สุภาดา บริบูรณ์มังสาและชุติกาญจน์เกษลา.2563. การวิเคราะห์ต้นทุนและ ผลตอบแทนการผลิตข้าวเม่า : กรณีศึกษา ผู้ประกอบการในเขตบ้านกลางใหญ่ตําบลกลางใหญ่อําเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานีและภาวินีย์ธนาอนวัช. 2563. การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตและการ กําหนดราคาผลิตภัณฑ์ขนมไทยโบราณของวิสาหกิจชุมชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีผลิตภัณฑ์และการจําหน่ายที่ขายวันต่อวันที่มีความคล้ายกัน และวิธีที่ดําเนินโครงงานที่ต้องการศึกษาต้นทุน และผลตอบแทนการผลิต ที่เหมือนกัน 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 ข้อเสนอแนะการดําเนินโครงงานไปใช้ประโยชน์นําผลที่ได้จากการศึกษามาใช้ในการวางแผน การบริการ การควบคุม และการ ตัดสินใจ ในการพัฒนาการจําหน่ายข้าวแคบของธุรกิจข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) 5.3.2 ข้อเสนอแนะโครงงานครั้งถัดไป ควรระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าว แคบมากกว่า 1 เดือน


บรรณานุกรม อ.อรทิพย์ตณัฑประศาสตร์และคณะ. (2553).การบญัชีและกฎหมายธุรกิจ. มหาวทิยาลยัสุโขทยัธรรมาธิราช สาขาวชิาศิลปศาสตร์. หนา้ที่19 เรื่องความหมายของการบญัชี. สืบคน้วนัที่21 พฤศจิกายน 2565 อ.นพกร พรวจิิตรเจริญ การบญัชีการเงินและการบญัชีเพื่อการจดัการ.มหาวทิยาลยัสุโขทยัธรรมาธิราช สาขาวทิยาการจดัการ. หนา้ที่5 เรื่องความหมายของการบญัชี. สืบคน้วนัที่23 พฤศจิกายน 2565 อ.นพกร พรวจิิตรเจริญ การบญัชีการเงินและการบญัชีเพื่อการจดัการ.มหาวทิยาลยัสุโขทยัธรรมาธิราช สาขาวทิยาการจดัการ. หนา้ที่7 เรื่องววิฒันาการของการบญัชี. สืบคน้วนัที่23 พฤศจิกายน 2565 อ.นพกร พรวจิิตรเจริญ การบญัชีการเงินและการบญัชีเพื่อการจดัการ.มหาวทิยาลยัสุโขทยัธรรมาธิราช สาขาวทิยาการจดัการ. หนา้ที่11 เรื่องววิฒันาการ ประเภท และวตัถุประสงคข์องการบญัชีสืบคน้วนัที่23 พฤศจิกายน 2565 สาํนกังานส่งเสริมการปกครองทอ้งถิ่นอาํเภอลบัแล.ประวตัิขา้วแคบ.วนัที่สืบคน้ 11 พฤศจิกายน 2565 จากเวบ็ไซต์http://laplaedistrict.uttaraditlocal.go.th ณฏัฐพนัธ์เขจรนนัทน.์(2542). นิตยาสารออนไลน.์ความหมายของตน้ทุนและค่าตอบแทน. สืบคน้วนัที่11 พฤศจิกายน 2565 ภาวนิีย์ธนาอนวชั. (2563).การวเิคราะห์ตน้ทุนการผลิตและการกาํหนดราคาผลิตภณัฑข์นมไทยโบราณของ วิสาหกิจชุมชน จงัหวดัพระนครศรีอยธุยา. สาขาวิชาการบญัชีคณะวิทยาการจดัการ มหาวิทยาลยัราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. จังหวดัพระนครศรีอยุธยา สืบค้นวนัที่13 พฤศจิกายน 2565 จาก เวบ็ไซต์https://so03.tci-thaijo.org/index.php/msaru/article/download/246181/167803/876983 สุฑามาศไชยคาํภทัรจาริน ศรียงค์รัตติญา บุญเลิศ สุภาดา บริบูรณ์มงัสาและชุติกาญจน์เกษลา. (2563).การวิเคราะห์ตน้ทุนและผลตอบแทนการผลิตขา้วเม่า :กรณีศึกษาผปู้ระกอบการในเขตบา้นกลาง ใหญ่ตาํบลกลางใหญ่อาํเภอบา้นผือ จังหวดัอุดรธานี. มหาวิทยาลยัราชภฏัอุดรธานี. จังหวดัอุดรธานีสืบคน้วนัที่13 พฤศจิกายน 2565จากเวบ็ไซต์https://ms.udru.ac.th/ACresearch/assets/pdf/20200425102939.pdf กญัฐณาดิษฐแ์กว้,ยพรัตน์อิ่มพิทกัษ์และกฤษฎาอ้ึงทองหล่อ.การศึกษาตน้ทุนและผลตอบแทนผลิตภณัฑ์หน่ึงตาํบลหน่ึงผลิตภณัฑ์กรณีศึกษา ถวั่ทอดสมุนไพร ตาํบลน้ํารึม อาํเภอเมือง จังหวดัตาก.คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์มหาวทิยาลยัเทคโนโลยรีาชมงคลลา้นนาตาก.จงัหวดัตาก สืบคน้วนัที่13 พฤศจิกายน 2565จากเวบ็ไซต์https://research.kpru.ac.th/sac/fileconference/11582018-05-04.pdf


ภาคผนวกก โครงงาน การศึ กษาต ้ นทุนและผลตอบแทนการผลติข ้ าวแคบแม่จอย (บ ้ านม่อนแก ้ ว) ตาํบลฝายหลวงอาํเภอลบัแลจังหวดัอุตรดติถ ์


แบบข้อเสนอโครงงาน 1. ชื่อโครงงาน การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝ่ายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์2. ผู้รับผิดชอบโครงงาน 2.1 ครูที่ปรึกษาโครงงาน 2.1.1 ครูสิงห์คม วุฒิชาติสาขาวิชาการบัญชี2.2 ผู้จัดทําโครงงาน 2.2.1 นางสาวจันทกานต์สุทธิอาจ ปวส. 2/3 สาขาวิชาการบัญชี2.2.2 นายเจษฎา อินทรชารี ปวส. 2/3 สาขาวิชาการบัญชี2.2.3 นางสาวชยุดา มะโนปา ปวส. 2/3 สาขาวิชาการบัญชี2.2.4 นางสาวรัชดาภรณ์ขวานา ปวส. 2/3 สาขาวิชาการบัญชี3. ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา ข้าวแคบ ถือเป็นอาหารพื้นบ้านยอดนิยมของชาวลับแลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและ มีการถ่ายทอดสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ที่เรียกว่าข้าวแคบนั้นเรียกตามลักษณะของปากหม้อที่ทํา“ข้าวแคบ” ตอนล่ายแป้งซึ่งมีลักษณะแคบ จนมีเรื่องตลกซึ่งมักจะคุยกันในวงเหล้าว่า เมืองลับแลนั้น เต็มไปด้วย ผู้ล่ายและผู้ต้องหา การทําข้าวแคบนั้นสันนิษฐานว่าน่าจะมีมานานมากกว่า 100 ปีขึ้นไป และอาจมาพร้อม ๆ กับการสร้างเมืองลับแลของเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร เมื่อประมาณปีพุทธศักราช 1,500 แต่เดิมมีข้าวแคบมีอยู่ 2 ลักษณะคือข้าวแคบธรรมดาและข้าวแคบงา มีขนาดใหญ่และหนากว่า ปัจจุบัน ส่วนใหญ่ชาวลับแลจะเรียกกันว่า “ข้าวแคบหนา” มีรสชาติออกเค็มเพราะมีส่วนผสมเพียง แป้ง เกลือ และงาดําเท่านั้น เวลาจะรับประทานข้าวแคบสมัยก่อนจะนํามาปิ้งไฟแล้วบดให้แตก เป็นชิ้นเล็ก ๆ (ภาษาพื้นบ้านของชาวลับแลเรียกว่า “การเนียง” ข้าวแคบ) ใส่ถ้วยรับประทาน กับข้าวเหนียวหมูปิ้ง ถือเป็นเป็นอาหารเช้าที่รับประทานใน 1 มื้อได้เลย เสมือนเป็นกับข้าวอย่าง หนึ่ง นอกจากนั้นยังสามารถนําข้าวแคบที่เนียงแล้วมาใส่ใน “ซ่าใบมะม่วง” และ “แกงฮวมผัก”ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวลับแลได้อีกด้วย ในสมัยก่อนชาวลับแลจะรับประทานข้าวแคบเป็น อาหารหลัก ซึ่งต่างจากปัจจุบันที่บริโภคข้าวแคบเป็นอาหารว่างเสียส่วนใหญ่โดยเฉพาะข้าวแคบ อบแห้งและการรับประทานอีกรูปแบบหนึ่งของคนลับแลสมัยก่อนคือการนําข้าวเหนียวมาคุกกับข้าว แคบที่เนียงแล้วปั้นเป็นแท่น เหมือนข้าวปั้น บางคนเอาข้าวแคบแห้ง มาห่อกับข้าวเหนียวร้อน ๆ ม้วน ให้เป็นแท่ง (ภาษาพื้นบ้านเรียกว่า “โอโล่ข้าวแคบ”) ในสมัยก่อนมีการทําข้าวแคบแทบทุกหลังคาเรือน โดยเฉพาะในหน้าหนาวมีการทําข้าวแคบจนเป็นประเพณีแต่ทําได้ไม่เยอะจะทําไว้เฉพาะกิน ในครัวเรือนเท่านั้น และนิยมทําในลักษณะข้าวแคบแห้ง เพราะเก็บไว้ได้นาน เมื่อทําเสร็จแล้วจะนําไป เก็บใส่ใน “ตะเข่ง” แขวนไว้ ในที่สูง ๆ เพราะกลัวลูก ๆ แอบเอาไปรับประทานเวลาไปทําไร่ทํานา ก็จะเอาข้าวแคบที่เก็บไว้มาห่อกับข้าวเหนียวนําไปรับประทานระหว่างทางเพื่อให้อิ่มท้องไม่ต้อง


เสียเวลามานั่งกิน เพราะสมัยก่อนต้องตื่นแต่เช้าเดินไปทําไร่ทํานาไม่มีรถจักยานยนต์เหมือน ในปัจจุบัน ซึ่งสะทอนให้เห็นวิถีที่เรียบง่ายและความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว จึงสามารถพูดได้ว่า การทําข้าวแคบนั้นเป็นวิถีชีวิตของชาวลับแลและในปัจจุบันก็ยังคงมีการผลิตข้าวแคบและจําหน่าย ข้าวแคบในครัวเรือนเป็นจํานวนมาก (สํานักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอําเภอลับแล 2565) บ้านม่อนแก้ว หมู่ที่12 ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์เป็นหมู่บ้านเล็กๆ หมู่บ้านหนึ่งในอําเภอลับแล ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ในพื้นประกอบอาชีพเกษตรกรรมรวมไปถึงการทํา ข้าวแคบ ปัจจุบันการทําข้าวแคบยังคงมีให้พบเห็นบ่อยๆ ในพื้นอําเภอลับแล ซึ่งแม่จอย (นางจอย ขวานา) “บ้านม่อนแก้ว” เป็นหนึ่งในประชากรที่ผลิตข้าวแคบและส่งออกให้ลูกค้าเป็นประจําทุกวัน โดยไม่ทราบถึงต้นทุนและผลตอบแทนที่แท้จริง ทําให้เกิดปัญหาในเรื่องของต้นทุนในกระบวน การผลิตข้าวแคบซึ่งแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ต้องการให้คณะผู้จัดทําศึกษาหาต้นทุนและผลตอบแทน ที่แท้จริงของกระบวนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (แบบสัมภาษณ์ผู้ประกอบการ นางจอย ขวานา) ดังนั้น ข้าวแคบจึงถือเป็นอาหารหลักและของทานเล่นของคนในหมู่บ้าน (บ้านม่อนแก้ว) ซึ่งต่อมา ได้นําข้าวแคบมาประกอบอาชีพหลัก ผู้ประกอบธุรกิจไม่ได้มีการจัดเก็บข้อมูลทางการเงินทําให้ ไม่ทราบถึงต้นทุนและผลตอบแทนที่แท้จริง คณะผู้จัดทําได้เล็งเห็นถึงความสําคัญในครั้งนี้จึงได้มีการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวงอําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยจะทําการจัดเก็บข้อมูลงบต้นทุนการผลิตแล้วนํามาวิเคราะห์ผล การดําเนินงาน ในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2565 ถึง กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งจะทําให้ผู้ประกอบการได้ทราบถึงข้อมูล ในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลดําเนินงานอันจะเป็นประโยชน์ต่อการนําไปประกอบการวางแผนและ ตัดสินใจในการประกอบกิจการได้ยิ่งขึ้นไป 4. คําถามการศึกษา 4.1 ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) เป็นอย่างไร 5. วัตถุประสงค์ของโครงงาน 5.1 เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปของข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์5.2 เพื่อศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์


6. ขอบเขตของโครงงาน 6.1 ขอบเขตด้านเนื้อหา - สภาพทั่วไปของข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์- ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์6.2 ขอบเขตด้านประชากร - ร้านข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) หมู่ 12 ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์โดยมีนางจอย ขวานา เป็นเจ้าของกิจการเพียงคนเดียว 6.3 ขอบเขตด้านระยะเวลา - ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ถึง เดือนกุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 6.4 ขอบเขตด้านสถานที่6.4.1 วิทยาลัยอาชีวะศึกษาอุตรดิตถ์เลขที่9 ถนนแปดวา อําเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์53000 6.4.2 บ้านแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) เลขที่19 หมู่ 12 ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์7. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 7.1 ทราบถึงข้อมูลของร้านข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) หมู่ 12 ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์7.2 ทราบต้นทุนและผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง 7.3 ผู้ประกอบการสามารถวางแผนและตัดสินใจในการประกอบกิจการได้จริง


8. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง) 8.1 หลักการ แนวคิด และทฤษฎีต้นทุน คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดําเนินการผลิตสินค้าบริการหรือจํานวนเงินที่ได้จ่ายไป ในการซื้อสินค้า ข้าวของ วัตถุดิบ ต่าง ๆ นานาจิปาถะ เพื่อนํามาผลิตหรือขายสินค้าเพื่อก่อให้เกิด รายได้คือยอดขายอีกทีโดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์การผลิต การทดสอบ การจัดเก็บ และการขนส่ง ค่าตอบแทน นักวิชาการได้ให้ความหมายค่าตอบแทนในเชิงวิชาการไว้หลากหลายดังนี้ค่าตอบแทน หมายถึง การให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ค่าจ้าง เงินเดือน เงินชดเชย หรือผลประโยชน์อย่างอื่น ที่องค์การให้แก่บุคลากรเพื่อเป็นการตอบแทนการ ทํางานของบุคคล (ณัฏฐพันธ์เขจรนันทน์, 2560, หน้า 238) ค่าตอบแทน หมายถึง การจ่ายให้กับการทํางาน อาจเรียกเป็นค่าจ้างหรือเงินเดือนก็ได้ เงินค่าจ้าง หมายถึง เงินที่คนงานได้รับโดยถือเกณฑ์จํานวนชั่วโมงที่ทํางาน ค่าจ้างจะขึ้นลง ตามชั่วโมงทํางานส่วนเงินเดือน ได้แก่รายได้ที่ได้ประจําในจํานวนคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามจํานวน ชั่วโมงทํางานหรือจํานวนผลผลิต โดยปกติขึ้นอยู่กับระยะเวลาการทํางาน (เสนาะ ติเยาว์, 2563,หน้า 144) ค่าตอบแทน หมายถึง สิ่งที่องค์การหรือหน่วยงานจ่ายให้แก่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อเป็นสิ่งตอบแทน ในการทํางานให้องค์การโดยทั่วไปมักหมายหมายถึงค่าตอบแทนโดยปกติซึ่งประกอบด้วยปัจจัยที่เป็น ตัวเงินกับปัจจัยที่ไม่เป็นตัวเงิน (บรรยงค์โตจินดา, 2563, หน้า 247) นอกจากนี้ยังมีผู้ให้ความหมายของ “การบริหารค่าตอบแทน” ว่าเป็น การบริหารค่าจ้าง และเงินเดือน ซึ่งให้ความหมายว่า หมายถึง การวางแผน การจัดระบบงานและการควบคุมกจิกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายผลตอบแทนทั้งที่เป็นประโยชน์ทางตรงและทางอ้อมให้กับพนักงาน ทั้งนี้ เพื่อแลกกับผลงานหรือบริการที่พนักงานได้ทําให้(ธงชัย สันติวงษ์, 2560, หน้า 1) การบริหารค่าจ้างและเงินเดือนหรือค่าตอบแทน หมายถึง การวางแผนการจัดรูปงานและการ ควบคุมกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจ่ายค่าตอบแทนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้แก่ลูกจ้าง ซึ่งทํางาน หรือให้บริการตามที่ได้ตกลงกันไว้(บรรยงค์โตจินดา, 2563, หน้า 257) กล่าวโดยสรุป คือ ค่าตอบแทน (Compensation) หมายถึง สิ่งที่จ่ายให้กับบุคลากรเพื่อ ทดแทนการทํางานของบุคลากร ซึ่งอาจอยู่ในรูปของตัวเงินหรือไม่ใช่ตัวเงินก็ได้การให้เป็นตัวเงิน อาจอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง เงินชดเชย บําเหน็จ บํานาญ เป็นต้น ส่วนการให้ใน ลักษณะไม่ใช่ตัวเงินได้แก่ผลประโยชน์สวัสดิการ หรือการให้บริการต่าง ๆ กับพนักงาน เชน่รถรับส่ง การบริการด้านสุขภาพให้การประกันต่าง ๆ เป็นต้น


คําว่าค่าตอบแทนจากความหมายของศัพท์ภาษาอังกฤษ Compensation ข้างต้น หมายถึง ตัวเงินหรืออาจไม่ใช่ตัวเงินก็ได้แต่ตามกฎหมายของประเทศไทยนั้น ค่าตอบแทน ซึ่งหมายถึง ค่าจ้าง หรือเงินเดือนนั้น ต้องเป็นตัวเงินเท่านั้น นายจ้างหรือตามกฎหมาย เรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” เมื่อตกลง จะให้พนักงานที่รับเข้ามาใหม่เข้ามาทํางานให้กับองค์การซึ่งพนักงานใหม่ที่เข้ามานี้ตามกฎหมาย เรียกว่า “ลูกจ้าง” และนายจ้างจะทํา“สัญญาจ้าง” กับลูกจ้างก่อนที่จะทํางานให้ซึ่งในสัญญาจ้าง จะระบุถึง “ค่าจ้าง” ที่ลูกจ้างจะได้รับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 คําสําคัญต่าง ๆ ข้างต้น จะได้กล่าวถึงความหมายไว้ดังนี้(กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, 2560,หน้า 2) จุดคุ้มทุน คือ จํานวนของสินค้าที่ธุรกิจต้องสร้างและขายให้ได้เพื่อให้มีรายได้เท่าทุน หรือ จุดคุ้มทุน คือ ยอดขายต่อเดือนที่จะทําให้ธุรกิจมีรายได้ที่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน ในแต่ละเดือน ดังนั้น รายได้ที่สูงกว่าจุดคุ้มทุนจึงหมายถึง “กําไร” และในทางตรงข้าม รายได้ที่ต่ํา กว่าจุดคุ้มทุนก็คือ “ขาดทุน” สามารถเขียนเป็นสมการเพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจุดคุ้มทุน ต้นทุน และราคาขายได้2 วิธีดังนี้1. จุดคุ้มทุน (บาท) = จุดคุ้มทุน (หน่วย) x ราคาขายต่อหน่วย = ต้นทุนคงที่รวม + ต้นทุน แปรผันรวม 2. จุดคุ้มทุน (หน่วย) = ต้นทุนคงที่/ (ราคาขายต่อหน่วย – ต้นทุนแปรผันต่อหน่วย) ต้นทุนคงที่: ค่าใช้จ่ายรายเดือน ในส่วนที่ไม่ขึ้นกับจํานวนการผลิต โดยมากจะเป็นค่าใช้จ่าย ในการบริหาร เช่น ค่าเช่าร้าน ต้นทุนแปรผันต่อหน่วย: ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการผลิตสินค้าต่อ 1 ชิ้น เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรงงาน (Krungsri the COACH ,ออนไลน์) 8.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ภาวินีย์ธนาอนวัช.2563. การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตและการกําหนดราคาผลิตภัณฑ์ขนมไทย โบราณของวิสาหกิจชุมชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต ผลตอบแทนที่ได้รับ การกําหนดราคาขายและวางแผนกําไรที่เหมาะสม ให้กับวิสาหกิจชุมชน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยการเข้าไปสํารวจ ภาคสนามในพื้นที่จริงเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ “วิสาหกิจชุมชน”กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ท่าหลวงยิ่งเจริญ อําเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลือกกลุ่มตัวอย่าง แบบเฉพาะเจาะจง คือกลุ่มผู้ผลิต “ขนมบ้าบิ่นแม่สุภา” ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน 2563 เครื่องมือในการวิจัยใช้แบบ สัมภาษณ์เชิงลึก (Deep interview) และ การสังเกตการณ์วิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนการผลิต การกําหนดราคาขายและการวางแผนกําไรใน


รูปแบบการคํานวณทางการบัญชีผลการวิจัยพบว่า “วิสาหกิจชุมชน” กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรท่าหลวง ยิ่งเจริญมีสมาชิกจํานวน 11 คน (กองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน, 2563) ข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิต พบว่าไม่เคยคํานวณ ต้นทุนการผลิตและไม่มีการจดบันทึกบัญชีการกําหนดราคาขายใช้วิธีกะประมาณ มาโดยตลอด การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตพบว่า “ขนมบ้าบิ่น” มีต้นทุนต่อหน่วยเท่ากับ 19.09 บาท ต่อ 1 กล่อง ในปริมาณ 6 ชิ้นต่อกล่อง ประกอบด้วย ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงที่ใช้ในการผลิต 9.77 บาท ต่อ 1 กล่อง ต้นทุนค่าแรงงานทางตรง 6.66 บาท ต่อ 1 กล่อง และค่าใช้จ่ายในการผลิต 2.66 บาท ต่อ 1 กล่อง การวิเคราะห์ผลตอบแทนการจําหน่ายผลิตภัณฑ์ในแต่ละวันสามารถจําหน่ายได้โดยเฉลี่ย 90 กล่อง ต่อ 1 วัน ราคาขายกล่องละ 30 บาท การวิเคราะห์ผลกําไร (ขาดทุน) พบว่า มีกําไรสุทธิ เท่ากับ 25,457 บาทต่อเดือน หรือ มีกําไรสุทธิ305,454 บาทต่อปีการวิเคราะห์ผลตอบแทนจาก อัตรากําไรสุทธิต่อต้นทุนเท่ากับร้อยละ 49.38 อัตรากําไรสุทธิต่อยอดขายเท่ากับ ร้อยละ 31.43 ผู้วิจัยเสนอแนวทางในการกําหนดราคาขายที่เหมาะสมของผลิตภัณฑ์“ขนมบ้าบิ่น” โดยใช้อัตราส่วนเพิ่ม 85% พบว่าราคาขายเฉลี่ยกล่องละ 35 บาท ซึ่งจะทําให้มีกําไรขั้นต้นเฉลี่ย กล่องละ 15.91 บาท การวางแผนกําไรผลิตภัณฑ์ขนมบ้าบิ่นจากการกําหนดราคาขายที่เพิ่มขึ้นเป็น 35 บาทต่อ กล่อง จะทําให้กําไรเพิ่มมากขึ้น จากเดิม 58% เป็น 85% โดยสัดส่วนกําไรส่วนเพิ่มที่เพิ่มจาก 10.91 บาทต่อกล่องเป็น 15.91 บาทต่อกล่องและทําให้มียอดขายเท่ากับ 94,500 บาทต่อเดือน หรือมียอดขาย 1,134,000 บาทต่อปีโดยจะมีกําไรสุทธิเฉลี่ย 14.43 บาทต่อ กล่อง มีกําไร 38,957 บาทต่อ เดือนหรือมีกําไร 467,484 บาทต่อปี (สุฑามาศ ไชยคํา,ภัทรจาริน ศรียงค์,รัตติญา บุญเลิศ,สุภาดา บริบูรณ์มังสาและชุติกาญจน์เกษลา. 2563. การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวเม่า : กรณีศึกษา ผู้ประกอบการ ในเขตบ้านกลางใหญ่ตําบลกลางใหญ่อําเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี) บทคัดย่อ การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวเม่า : กรณีศึกษา ผู้ประกอบการในเขตบ้าน กลางใหญ่ตําบล กลางใหญ่อําเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานีมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลต้นทุนและผลตอบแทนการ ผลิตข้าวเม่า เพื่อวิเคราะห์ต้นทุน รายได้และผลตอบแทนการผลิตข้าวเม่า เพื่อศึกษาปัญหาและ อุปสรรคจาก การผลิตข้าวเม่า กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือ คุณศิริรัตน์ชาวดอน บ้านกลางใหญ่ตําบล กลางใหญ่อําเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานีจํานวน 1 ราย โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์มีโครงสร้างที่ได้ออกแบบขึ้นมาเพื่อรองรับวัตถุประสงค์ของการศึกษาประกอบการ ใช้วิธีสังเกตการณ์การทํางานและกรรมวิธีการแปรรูปข้าวเม่า ผลการศึกษาพบว่า การแปรรูปข้าวเม่า จะมีต้นทุนการ ผลิตต่อถุง 21.07 บาท ช่วงการเก็บมีปริมาณการขายเท่ากับ 12,000 ถุง เป็นจํานวน เงิน 960,000 บาท หักต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 242,520 บาท ภายใน เดือนมกราคม คุณศิริรัตน์ชาวดร มีกําไรขั้นต้น 1,191,720 บาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารายได้ที่คุณศิริรัตน์ได้รับนั้นมากกว่าต้นทุนการผลิตข้าวเม่า ข้อเสนอแนะ ควรขุดสระน้ํา เพื่อกักเก็บน้ําให้เพียงพอต่อการ


ปลูกข้าวเพื่อที่จะได้ข้าวมาทําการผลิตเป็นข้าวเม่าและผู้ประกอบการควรกระจายข้าวเม่าสู่ร้านค้า อื่นๆ เพื่อเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น และเพื่อเพิ่มกําไรให้กับผู้ประกอบการ (กัญฐณา ดิษฐ์แก้ว,ยพรัตน์อิ่มพิทักษ์และกฤษฎา อึ้งทองหล่อ. การศึกษาต้นทุนและ ผลตอบแทนผลิตภัณฑ์หนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ์กรณีศึกษา ถั่วทอดสมุนไพร ตําบลน้ํารึม อําเภอเมือง จังหวัดตาก) บทคัดย่อ งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาต้นทุนจากการลงทุน ผลิตถั่วทอดสมุนไพรคุณตา 2) วิเคราะห์จุดคุ้มทุนและผลตอบแทนจากการผลิตถั่วทอดสมุนไพร คุณตาซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นผู้ประกอบการ “ถั่วทอดสมุนไพรคุณตา” หนึ่งตําบลหนึ่ง ผลิตภัณฑ์(OTOP) ของตําบลน้ํารึม อําเภอเมือง จังหวัดตาก จํานวน 1 ราย โดยใช้แบบสัมภาษณ์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์นํามา คํานวณต้นทุนการผลิต ซึ่งประกอบด้วย วัตถุดิบทาง ค่าแรงงาน ทางตรงและค่าใช้จ่ายการผลิต วิเคราะห์จุดคุ้มทุนและอัตรากําไรสุทธิผลการศึกษาพบว่า กิจการ“ถั่วทอดสมุนไพรคุณตา” มีจํานวนสมาชิก 7 คน และมีการแบ่งสัดส่วนการขายเป็นการขายปลีก 70% การขายส่ง 30% ต้นทุนการผลิตประกอบด้วย วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเท่ากับ 78.24 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม ค่าแรงงาน 27 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม ค่าใช้จ่ายในการผลิตเท่ากับ 72.48 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเท่ากับ 5.29 บาทต่อ 1 กิโลกรัม สําหรับการขายส่ง มีสัดส่วนการขาย 30% จะมีวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเท่ากับ 78.24 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม ค่าแรงงาน เท่ากับ 27 บาท ต่อ 1 กิโลกรัมและค่าใช้จ่ายในการผลิต 7.30 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม รายได้ของ ผลิตภัณฑ์“ถั่วทอดสมุนไพรคุณตา” จากการขายปลีก เฉลี่ย 160,000 บาท ต่อเดือน มีอัตรากําไร สุทธิเท่ากับ 23.72% และจะมีรายได้จากการขายส่ง “ถั่วทอดสมุนไพรคุณตา” เฉลี่ย 60,000 บาท ต่อเดือน มีอัตรากําไรสุทธิเท่ากับ 37.48% จากการวิเคราะห์จุดคุ้นทุนของการผลิต “ถั่วทอด สมุนไพรคุณตา” จากการขายปลีก พบว่าปริมาณขาย ณ จุดคุ้มทุน เท่ากับ 307.48 กิโลกรัมต่อเดือน และการขายส่ง 30% ปริมาณขาย ณ จุดคุ้มทุน เท่ากับ 120.07 กิโลกรัมต่อเดือน จากการศึกษา พบปัญหาในด้านราคาของวัตถุดิบมีการเปลี่ยนแปลงไปตามภาวะเศรษฐกิจทําให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ส่งผลต่อการซื้อของลูกค้าและทําให้ต้นทุนจม เนื่องจากการจัดเก็บวัตถุดิบไว้จํานวนมากเพื่อป้องกัน ความเสี่ยงในเรื่องราคาของวัตถุดิบ


9. ระเบียบวิธีการดําเนินงาน 9.1 ขั้นตอนการดําเนินโครงการ ขั้นตอน เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม เดือนมกราคม เดือนกุมภพันธุ์ขั้นการขออนุมัติโครงการโดย การศึกษาสภาพปัจจุบันและ ปัญหาของธุรกิจ/ผลิตภัณฑ์1. เส น อข้อ มูลกลุ่ม และ ผลิตภัณฑ์2. เขียนและนําเสนอโครงร่าง ขั้น การ ดําเ นิน งา น ต า ม โ ค รงการ โ ด ยการเ ขีย น รายงานฉบับสมบูรณ์1. เขียนรายงานส่วนนําและเค้า โครง 2. เขีย น รายงา น เกี่ยวกับ เอกสารที่เกี่ยวข้อง 3. เขียนรายงานเกี่ยวกับผลการ ดําเนินงาน 4. กําหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ 5. การจัดทําบัญชี6. การเขียนรายงานสรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 7. รวบรวมเอกสาร และจัดทํา รูปเล่ม ขั้นการสรุปผลโครงการ 1. นําเสนอโครงการ 2. สรุป และ ป ระเ มิน ผล โครงการ


9.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ผู้ประกอบกิจการข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) บ้านเลขที่19 หมู่ 12 ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ผลิตและจําหน่ายข้าวแคบ ประกอบด้วย 3.2.1 นางจอย ขวานา เจ้าของกิจการ 3.2.2 นายชาญยุทธ ขวานา พนักงาน 9.3 เครื่องมือที่ใช้ในการดําเนินโครงการ 9.3.1 แบบสัมภาษณ์โดยใช้แบบสัมภาษณ์ที่ได้ออกแบบขึ้นเพื่อรองรับวัตถุประสงค์ของ การศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่1 คําชี้แจง ส่วนที่2 ข้อมูลของกิจการ 9.3.2 แบบตารางบันทึกการเก็บข้อมูล ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ระหว่าง เดือน ธันวาคม 2565 3.3.3 กราฟวงกลม โดยใชก้ราฟวงกลมในการแสดงผลสรุปการดําเนินงานโดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้1) กราฟสรุปต้นทุนการผลิตข้าวแคบแดง 2) กราฟสรุปต้นทุนการผลิตข้าวแคบกุ้ง 3) กราฟสรุปผล ผลตอบแทนในการจําหน่ายข้าวแคบ 9.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 9.4.1 ลักษณะของข้อมูล สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้1) ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) คือ ข้อมูลที่เป็นตัวเลขหรือนํามาให้รหัสเป็นตัวเลข ซึ่งสามารถนําไปใช้วิเคราะห์ทางสถิติได้ซึ่งได้แก่ตัวเลขของต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนค่าแรงงานและต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิต ไปคํานวณหาต้นทุนและผลตอบแทนการ ผลิตข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) 2) ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) คือ ข้อมูลที่ไม่ใช่ตัวเลข ไม่ได้มีการให้รหัสตัวเลขที่จะนําไปวิเคราะห์ทางสถิติแต่เป็นข้อความหรือข้อสนเทศ ซึ่งได้แก่ข้อมูลทั่วไปของ กิจการข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว)


9.4.2 แหล่งที่มาของข้อมูล แหล่งข้อมูลที่สําคัญ ได้แก่บุคคล เช่น ผู้ให้สัมภาษณ์ผู้กรอกแบบสอบถาม บุคคลที่ถูกสังเกต เอกสารทุกประเภท และข้อมูลสถิติจากหน่วยงาน รวมไปถึง ภาพถ่าย แผนที่แผนภูมิหรือแม้แต่วัตถุสิ่งของ ก็ถือเป็นแหล่งข้อมูลได้ทั้งสิ้น โดยทั่วไปสามารถจัดประเภทข้อมูลตามแหล่งที่มาได้2 ประเภท ดังนี้1) ข้อมูลปฐมภูมิ(Primary Data) คือ ข้อมูลที่ผู้วิจัยเก็บขึ้นมาใหม่เพื่อตอบสนอง วัตถุประสงค์การวิจัยในเรื่องนั้น ๆ โดยเฉพาะการเลือกใช้ข้อมูลแบบปฐมภูมิผู้วิจัยจะสามารถเลือก เก็บข้อมูลได้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตลอดจนเทคนิคการวิเคราะห์แต่มีข้อเสียตรงที่สิ้นเปลืองเวลา ค่าใช้จ่าย และอาจมีคุณภาพไม่ดีพอ หากเกิดความผิดพลาดในการ เก็บข้อมูลภาคสนาม ซึ่งได้แก่ข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนแรงงาน ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิตและ จําหน่ายข้าวแคบแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) 2) ข้อมูลทุติยภูมิ(Secondary Data) คือ ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีผู้เก็บหรือรวบรวมไว้ก่อนแล้ว เพียงแต่นักวิจัยนําข้อมูลเหล่านั้นมาศึกษาใหม่เช่น ข้อมูลสํามะโนประชากร สถิติจาก หน่วยงานและเอกสารทุกประเภท ช่วยให้ผู้วิจัยประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียเวลากับการเก็บข้อมูล และสามารถศึกษาย้อนหลังได้ทําให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง ของปรากฏการณ์ที่ศึกษา แต่จะมีข้อจํากัดในเรื่องความครบถ้วนสมบูรณ์เนื่องจากบางครั้งข้อมูลที่มีอยู่แล้วไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของเรื่องที่ผู้วิจัยศึกษาและปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูล ก่อนจะนําไปใช้จึงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูล และเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นในบางส่วนที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งได้แก่ข้อมูลทั่วไปของข้าวแคบ ข้อมูลขั้นตอนการผลิตข้าวข้าวแคบและข้อมูลทั่วไปของ กิจการร้านแม่จอย (บ้านม่อนแก้ว) 9.5 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล 9.5.1 หลักการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สูตรดังนี้ต้นทุนการผลิต = (วัตถุดิบ+ค่าแรง+ค่าใช้จ่ายในการผลิต) /จํานวนหน่วยที่ผลิตได้ (กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม,2559) อัตราผลตอบแทนที่ได้รับจริง = (มูลค่าปลายงวด - มูลค่าต้นงวด + เงินสดที่ได้รับระหว่าง งวด) / มูลค่าต้นงวด (Cmsk-academy,ออนไลน์) อัตราส่วนกําไรขั้นต้น = (กําไรขั้นต้น * 100 / ยอดขายสุทธิ) อัตรากําไรสุทธิ= (กําไรสุทธิ/ ยอดขาย * 100) กําไรสุทธิ= (รายไดร้วม -ค่าใชจ้่ายรวม)


10. งบประมาณที่ดําเนินการ (ระบุรายการ /แผนเงิน) 10.1 หมวดค่าใช้สอย ( 450 บาท ) ค่าเข้าเล่มรายงาน 50 บาท ค่าพาหนะ 300 บาท ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 100 บาท 10.2 หมวดค่าวัสดุ ( 400บาท ) ค่ากระดาษ 100 บาท ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 300 บาท 11. นิยามศัพท์เฉพาะ ต้นทุนการผลิต หมายถึง ต้นทุนทั้งสิ้นจากการลงทุนผลิตข้าวแคบ ค่าใช้จ่ายในการลงทุนทุก อย่างที่เกี่ยวข้องในการผลิตข้าวแคบ ผลตอบแทนการผลิต หมายถึง รายรับที่เกิดจากการจําหน่ายข้าวแคบ โดยหาได้จากการนํา กําไรหักกับต้นทุนทั้งหมด ข้าวแคบ หมายถึง ข้าวเกรียบของภาคเหนือที่ทําจากแป้งข้าวเจ้า หรือแป้งข้าวเหนียว เป็น แผ่นตากให้แห้ง ข้าวท่อน หมายถึง เป็นข้าวที่เหลือจากการกระเทาะเปลือกและคัดขนาดแล้ว มีลักษณะเป็น ข้าวปลาย ข้าวไม่เต็มเม็ด ข้าวท่อนสามารถนํามาปรุงอาหารและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ซ่าใบมะม่วง หมายถึง ยําใบอ่อนของต้นมะม่วง โดยมีวัตถุดิบได้แก่ยอดใบมะม่วง,ปล่าซ่อน ต้ม,ตะไคร้หั่น,ข่าหั่น,พริกขี้หนูแห้ง,พริกชี้ฟ้าย่างไฟ,กระเทียมสับ,หอมแดงซอย,ต้นหอมซอยและผักชีซอย ปรุงรสด้วย เกลือ,ปลาร้าต้มสุก,กะปิและผงชูรส จากนั้นทําการคลุกเคล่าให้เข้ากัน แกงฮวมผัก หมายถึง แกงที่มีน้ําแกงไม่ข้นหรือไม่ใสจนเกินไป มีรสเค็มพอดีรสเผ็ดร้อนจาก พริกไทย และมีผักในท้องถิ่นเป็นส่วนผสมหลัก เช่น ใบแมงลัก ผักเหลียง ยอดย่านาง ฟักทองอ่อน บวบ ตําลึง แกงเลียง เป็นต้น หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “แกงเลียง” 12. บรรณานุกรม (เอกสารอ้างอิง) บรรณานุกรมเว็บไซต์สํานักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอําเภอลับแล.ประวัติข้าวแคบ.วันที่สืบค้น 11 พฤศจิกายน 2565 ค้นหาได้จาก http://laplaedistrict.uttaraditlocal.go.th บรรณานุกรมนิตยาสาร นิตยาสารอนนไลน์.ความหมายของต้นทุนและค่าตอบแทน.วันที่สืบค้น 11 พฤศจิกายน 2565 ค้นหา ได้จาก ณัฏฐพันธ์เขจรนันทน.์2542. หน้า 238


แบบสัมภาษณ์ผู้ประกอบการ นางจอย ขวานา.ความเป็นมาของการประกอบธุรกิจข้าวแคบ. วันที่สอบถาม.11 พฤศจิกายน 2565.สอบถามจาก.เลขที่19 หมู่ 12 ตําบลฝายหลวง อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ภาวินีย์ธนาอนวัช. 2563. การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตและการกําหนดราคาผลิตภัณฑ์ขนม ไทยโบราณของวิสาหกิจชุมชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. สาขาวิชาการบัญชีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุฑามาศ ไชยคํา ภัทรจาริน ศรียงค์รัตติญา บุญเลิศ สุภาดา บริบูรณ์มังสา และชุติกาญจน์เกษ ลา. 2563. การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวเม่า :กรณีศึกษา ผู้ประกอบการในเขต บ้านกลางใหญ่ตําบลกลางใหญ่อําเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.จังหวัดอุดรธานีกัญฐณา ดิษฐ์แก้ว,ยพรัตน์อิ่มพิทักษ์และกฤษฎา อึ้งทองหล่อ. การศึกษาต้นทุนและ ผลตอบแทนผลิตภัณฑ์หนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ์กรณีศึกษา ถั่วทอดสมุนไพร ตําบลน้ํารึม อําเภอ เมือง จังหวัดตาก. คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาตาก.จังหวัดตาก ----------------------------------------------- (นางสาวจันทกานต์สุทธิอาจ) ........../................../.......... ----------------------------------------------- (นายเจษฎา อินทรชาร)ี ........../................../.......... ----------------------------------------------- (นางสาวชยุดา มะโนปา) ........../................../.......... ----------------------------------------------- (นางสาวรัชดาภรณ์ขวานา) ........../................../.......... ----------------------------------------------- (ครูสิงห์คม วุฒิชาติ) ........../................../..........


ภาคผนวกข แบบสัมภาษณ ์ เร ื่องการศึ กษาต ้ นทุนและผลตอบแทนข ้ าวแคบแม่จอย (บ ้ านม่อนแก ้ ว) ตาํบลฝายหลวงอาํเภอลบัแลจังหวดัอุตรดติถ ์


แบบสัมภาษณ ์ เพื่อการศึกษา/เพื่อจัดทําโครงงาน โครงงานศึกษาต ้ นทุนและผลตอบแทนการผลติข ้ าวแคบแม่จอย (บ ้ านม่อนแก ้ ว) ตําบลฝายหลวง อาํเภอลบัแล จังหวดัอุตรดติถ ์ ตอนที่1ข ้ อมูลทั่วไป 1.1 ชื่อ- นามสกลุนางจอย ขวานา 1.2 ชื่อกิจการ ขา้วแคบแม่จอย(บา้นม่อนแกว้) 1.3จาํนวนพนกังาน 1คน คือ นายชาญยทุธ ขวานา 1.4ผลิตภณัฑ์ขา้วแคบ 1.5ลกัษณะของธุรกิจ เจา้ของคนเดียว 1.6 ช่องทาง/สถานที่จาํหน่าย เป็นการดาํเนินธุรกิจแบบขายส่ง ใหร้้านขา้วแคบยายบวัเลียว บ้านเลขที่414 ตาํบลศรีพนมมาศ อาํเภอลบัแล จังหวดัอุตรดิตถ์, ร้านป้าลดัดาวลัย์(ตลาดนัด น้าํปาด) และร้านเจ๊แป๋ว(ตลาดโตรุ้่ง) 1.7ระยะเวลาดาํเนินกิจการ มากกวา่15 ปี1.8การส่งเสริมการขาย การขายส่งที่เพิ่มจาํหน่วยขา้วแคบ (มดั) เช่น ขา้วแคบ 100 บาท จะมี10 มดัร้านเราจะเพิ่มขา้วแคบอีก3 มดั ในทุก ๆ การสงั่ขา้วแคบจาํนวน 100 บาท 1.9 แนวคิดในการเริ่มตน้ ประกอบธุรกิจ เพราะเห็นว่าเป็นอาชีพที่อดีตยงัมีไม่มาก และเป็นของทานเล่นที่ชาวลบัแลนิยมกินกนัอยู่แลว้จึงอยากลองทาํขายดูพอไดล้องทาํแลว้มนัสามารถที่จะขายและสามารถที่จะต่อยอดได้จึงไดท้าํขา้วแคบขายตลอดจนเป็นอาชีพหลกั1.10อื่น ๆ -


ตอนที่2ข ้ อมูลด ้ านบริหารจัดการและการเงินของกจิการ รายการ รายละเอยีด จํานวนเงิน หมายเหตุ1.ข ้ อมูลการลงทุน 1.1 เงินทุนหมุนเวยีน 1.1.1 เงินสดและเงินฝากธนาคาร 1. เงินสด 2. เงินฝากธนาคาร 5,000 บาท 10,000 บาท 1.1.2วสัดุสาํนกังาน /วสัดุสิ้นเปลือง - - 1.2 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์1.2.1 ที่ดิน - - 1.2.2อาคาร - - 1.2.3อุปกรณ์1.โอ่งดินเผา 1 คู่2.ฝาปิดโอ่งดินเผา 1 คู่3.กระทะ 1 คู่4.เตาสําเร็จรูป 1 คู่5.ท่อใยหิน (ขนาด 4 นิ้ว) 1 เส้น 6.ถังน้ํา 1 ถัง 7.ลี่ตาข่าย 10 อัน 8.กระบวย 9.ผ้าลีวาย 1 เมตร 10.ไม้พาย 11.ไม้กระบอง 200 บาท 100 บาท 250 บาท 500 บาท 100 บาท 50 บาท 2,000 บาท 70 บาท 120 บาท - -ทาํเอง ทาํเอง 1.3แหล่งเงินทุนอื่น ๆ 1.3.1 เงินกธู้นาคาร - - 1.3.2 เงินกสู้หกรณ์(ระบุสหกรณ์ไร) - - 1.3.3อื่น ๆ - - 2.ข ้ อมูลด ้ านการจําหน่าย 2.1 สินคา้และบริการ( ขา้วแคบ ) 2.1.1 ปริมาณ ขา้วแคบแดง 1,756 มดัขา้วแคบกงุ้ 1,625 มดั13,500 บาท 12,500 บาท 2.1.2ราคาขาย 13 มดั100 บาท


รายการ รายละเอียด จาํนวนเงิน หมายเหตุ3.ข ้ อมูลปริมาณการผลติ (หน่วยผลติ) 3.1 สินคา้และบริการ( ขา้วแคบ ) 3.1.1 ต่อเดือน ขา้วแคบแดง 1,756 มดัขา้วแคบกงุ้ 1,625 มดั13,500 บาท 12,500 บาท 3.1.2 ต่อสปัดาห์- - 3.1.3 ต่อวนั- - 4.ข ้ อมูลด ้ านต ้ นทุนการผลติ4.1วตัถุดิบทางตรง ( ขา้วแคบแดง ) 1.แป้งหมักขนมจีน ตรามะขามทอง 8 ถุง 2.น้ําตาล 24 กิโลกรัม 3.งาดํา 6 กิโลกรัม 4.พริก 500 กรัม 5.ผงชูรส 500 กรัม 6.เกลือ 15 ถุง 7.สีผสมอาหาร 50 ซอง 1,560 บาท 576 บาท 480 บาท 100 บาท 49 บาท 30 บาท 85 บาท 4.2วตัถุดิบทางตรง ( ขา้วแคบกงุ้ ) 1.แป้งหมักขนมจีน ตรามะขามทอง 9 ถุง 2.น้ําตาล 27 กิโลกรัม 3.พริก 500 กรัม 4.ผงชูรส 1 กิโลกรัม 5.เกลือ 15 ถุง 6.ผักชีใบเลื่อย 1 กิโลกรัม 7.กุ้งฝอย 1 กิโลกรัม 8.สีผสมอาหาร 50 ซอง 1,755 บาท 648 บาท 100 บาท 98 บาท 30 บาท 150 บาท 200 บาท 85 บาท 4.ข ้ อมูลด ้ านต ้ นทุนการผลติ4.2ค่าแรงงานทางตรง 4.2.1 นางจอย ขวานา ทาํงาน 25วนัวนัละ300 บาท 7,500 บาท/ เดือน ขา้วแคบแดง 14วนัขา้วแคบกงุ้ 11วนั4.2.2 นายชาญยทุธ ขวานา ทาํงาน 25วนัวนัละ300 บาท 7,500 บาท/ เดือน ขา้วแคบแดง 14วนัขา้วแคบกงุ้ 11วนั


รายการ รายละเอียด จาํนวนเงิน หมายเหตุ4.3ค่าใชจ้่ายในการผลิต 4.3.1วตัถุดิบทางออ้ม 4.3.2ค่าแรงทางออ้ม - - 4.3.3ค่าใชจ้่ายในการผลิต 1.ฟืน 2คนัรถ 2.ไมต้อก1กิโลกรัม 3.ถุงขนาด16*26 2แพค็4.หนงัยางรัดของ 2ถุง 5.ค่าน้าํประปา 170 บาท แบ่งเป็น ใชใ้นบา้น 70 % ใชใ้นการผลิต 30 % 2,400 บาท 60 บาท 90 บาท 20 บาท 51 บาท โดยแบ่งไดด้งัน้ีขา้วแคบแดง 50 % ขา้วแคบกงุ้50 % 5.ค่าใช ้ จ่ายในการดาํเนินงาน 5.1ค่าใชจ้่ายในการขาย - - 6.ข ้ อมูลด ้ านการเกบ ็ รักษาสินค ้ า 6.1 สถานที่เกบ็- - ไม่มีคงเหลือ 6.2 ปริมาณสูงสุด - - 6.3 ปริมาณต่าํสุด - - 6.4 ตน้ทุนการเกบ็รักษา - - 6.5ขอ้มูลอื่น ๆ - -ตอนที่3ข ้ อเสนอแนะอื่น ๆ…………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………


ภาคผนวกค ภาพการลงพ ื น้ทเี่กบ ็ ข ้ อมูลเพ ื่อโครงงาน


ภาพการลงพ ื น้ทเี่กบ ็ ข ้ อมูลเพ ื่อโครงงาน


ภาพการลงพ ื น้ทเี่กบ ็ ข ้ อมูลเพ ื่อโครงงาน


ภาพการลงพ ื น้ทเี่กบ ็ ข ้ อมูลเพ ื่อโครงงาน


ภาพการลงพ ื น้ทเี่กบ ็ ข ้ อมูลเพ ื่อโครงงาน


ภาคผนวกง ประวตัผิู้ศึ กษา


ประวตัผิู้ศึ กษา ชื่อ นางสาวจนัทกานต์สุทธิอาจ วนั/เดือน/ปีเกิด 21 เมษายน 2546อายุ19 ปีที่อยู่103/1 หมู่10 ตาํบลจริม อาํเภอท่าปลาจงัหวดัอุตรดิตถ์53150 ประวตัิการศึกษา - ปีพ.ศ. 2552 -2557 โรงเรียนบา้นสีเสียดบาํรุงระดบั ประถมศึกษา - ปีพ.ศ. 2558 -2560 โรงเรียนบา้นสีเสียดบาํรุงระดบัมธัยมศึกษาตอนตน้ - ปีพ.ศ. 2561 -2563 วทิยาลยัอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ช้นั ประกาศนียบตัรวชิาชีพ สาขาการบญัชี - ปีพ.ศ. 2565 กาํลงัศึกษาต่อที่วทิยาลยัอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ช้นั ประกาศนียบตัรวชิาชีพ ช้นัสูง สาขาการบญัชี


ประวตัผิู้ศึ กษา ชื่อ นายเจษฎา อินทรชารีวนั/เดือน/ปีเกิด 30 เมษายน 2545อายุ20 ปีที่อยู่31 หมู่1 ตาํบลสองคอน อาํเภอฟากท่าจงัหวดัอุตรดิตถ์53160 ประวตัิการศึกษา - ปีพ.ศ. 2552 -2557 โรงเรียนวดัวงักองระดบั ประถมศึกษา - ปีพ.ศ. 2558 -2560 โรงเรียนฟากท่าวทิยาระดบัมธัยมศึกษาตอนตน้ - ปีพ.ศ. 2561 -2563 วทิยาลยัการอาชีพรัตนประสิทธ์ิวทิย์ช้นั ประกาศนียบตัรวชิาชีพ สาขา การบญัชี - ปีพ.ศ. 2564 กาํลงัศึกษาต่อที่วทิยาลยัอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ช้นั ประกาศนียบตัรวชิาชีพ ช้นัสูง สาขาการบญัชี


Click to View FlipBook Version