43 - ประชาชนที่มีรายได้ต่ ากว่า 5,000 บาท ส่วนใหญ่มีความภาคภูมิใจในตนเอง เรื่องการเป็น ตัวอย่างที่ดีและมีคนท าตาม รองลงมา คือ การมีความส าเร็จในอาชีพที่ท า - ประชาชนที่มีรายได้ 5,001 – 10,000 บาท ส่วนใหญ่มีความภาคภูมิใจในตนเอง เรื่องการ เป็นตัวอย่างที่ดีและมีคนท าตาม รองลงมา คือ การมีความส าเร็จในอาชีพที่ท า - ประชาชนที่มีรายได้ 10,001 - 15,000 บาท ส่วนใหญ่มีความภาคภูมิใจในตนเอง เรื่องการ เป็นตัวอย่างที่ดีและมีคนท าตาม รองลงมา คือ การมีความส าเร็จในอาชีพที่ท า - ประชาชนที่มีรายได้มากกว่า 15,000 บาท ส่วนใหญ่มีความภาคภูมิใจในตนเอง เรื่องการมี ความส าเร็จในอาชีพที่ท า รองลงมา คือ การเป็นตัวอย่างที่ดีและมีคนท าตาม ตารางที่ 4.30 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสูงสุด ค่าต่ าสุด ของคะแนนความสุขมวลรวมด้านการมี ความภาคภูมิใจในตนเอง รายได้เฉลี่ยต่อเดือน N ̅ SD Minimum Maximum ต่ ากว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท มากกว่า 15,000 บาท Total 142 273 212 173 800 3.870 4.007 4.059 4.280 4.056 0.729 0.757 0.707 0.579 0.715 2.00 2.00 2.50 3.00 2.00 5.00 5.00 5.00 5.00 5.00 F-test = 9.619, p-value = 0.0000 จากตารางที่ 4.30 ประชาชนในจังหวัดมหาสารคามผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 15,000 บาท มีความสุขด้านการมีความภาคภูมิใจในตนเองมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.280 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.579 และมีค่าต่ าสุด – ค่าสูงสุดคือ 3.00 – 5.00 จากผลการวิเคราะห์ค่าสถิติ F = 9.619 และ p-value = 0.0000 ซึ่งมีนัยส าคัญทางสถิติ จึงสรุปได้ว่า ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกันท าให้มีความสุขด้านการมีความภาคภูมิใจในตนเอง แตกต่างกัน ตารางที่ 4.31 เปรียบเทียบด้วยวิธี Duncan ของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนและด้านการมีความภาคภูมิใจในตนเอง รายได้เฉลี่ยต่อเดือน N Subset for alpha = 0.05 1 2 3 ต่ ากว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท มากกว่า 15,000 บาท 142 273 173 212 3.870 4.007 4.007 4.059 4.280
44 จากตารางที่ 4.31 จากผลการวิเคราะห์ แบ่งกลุ่มของกลุ่มตัวอย่างที่ค่าเฉลี่ยไม่แตกต่างกันได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ได้แก่ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 5,000 บาท และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001– 10,000 บาท มีความสุขด้านการมีความภาคภูมิใจในตนเองไม่แตกต่างกันและมีความสุขด้านการมี ความภาคภูมิใจในตนเองต่ ากว่ากลุ่มอื่นๆ กลุ่มที่ 2 ได้แก่ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001 - 10,000 บาท และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-15,000 บาท มีความสุขด้านการมีความภาคภูมิใจในตนเองไม่แตกต่างกัน และมีความสุขด้านการมีความภาคภูมิใจในตนเองในระดับกลาง กลุ่มที่ 3 ได้แก่ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ย ต่อเดือนมากกว่า 15,000 บาท มีความสุขด้านการมีความภาคภูมิใจในตนเองสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ การวิเคราะห์ตัวชี้วัดความสุขด้านการเข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกัน ตารางที่ 4.32 ร้อยละและระดับความสุขมวลรวมของประชาชนในจังหวัดมหาสารคามด้านการเข้าถึง ธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกัน จ าแนกตามระดับรายได้ ปัจจัยด้านการเข้าถึงธรรมะ ว่าด้วยการอยู่ร่วมกัน ต่่ากว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท มากกว่า 15,000 บาท ร้อยละ แปลผล ร้อยละ แปลผล ร้อยละ แปลผล ร้อยละ แปลผล ภาพรวม 80.1 มาก 82.2 มาก 84.9 มาก 85.9 มาก ในชุมชนมีการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข 81.4 มาก 82.4 มาก 85.6 มาก 85.8 มาก การรู้สึกพอใจในสิ่งที่มีอยู่ 79.6 มาก 82.1 มาก 84.6 มาก 86.4 มาก หนึ่งเดือนที่ผ่านมาท่านได้ท าบุญหรือแบ่ง บันช่วยเหลือผู้อื่น 79.4 มาก 82.1 มาก 84.4 มาก 85.4 มาก จากตารางที่ 4.32 ประชาชนในจังหวัดมหาสารคามผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ าจะมีร้อยละของ ความสุขต่ ากว่าผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนสูง เมื่อพิจารณาระดับความสุขด้านการเข้าถึงธรรมะว่าด้วย การอยู่ร่วมกัน พบว่า ทุกๆกลุ่มรายได้จะมีความสุขอยู่ในระดับมาก - ประชาชนที่มีรายได้ต่ ากว่า 5,000 บาท ส่วนใหญ่เข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกัน เรื่องใน ชุมชนมีการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข รองลงมา คือ การรู้สึกพอใจในสิ่งที่มีอยู่ และหนึ่งเดือนที่ผ่านมาท่านได้ ท าบุญหรือแบ่งบันช่วยเหลือผู้อื่น - ประชาชนที่มีรายได้ 5,001 – 10,000 บาท ส่วนใหญ่เข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกัน เรื่องในชุมชนมีการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข รองลงมา คือ การรู้สึกพอใจในสิ่งที่มีอยู่ และหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ท่านได้ท าบุญหรือแบ่งบันช่วยเหลือผู้อื่น - ประชาชนที่มีรายได้ 10,000 - 15,000 บาท ส่วนใหญ่เข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกัน เรื่องในชุมชนมีการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข รองลงมา คือ การรู้สึกพอใจในสิ่งที่มีอยู่ และหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ท่านได้ท าบุญหรือแบ่งบันช่วยเหลือผู้อื่น - ประชาชนที่มีรายได้มากกว่า 15,000 บาท ส่วนใหญ่เข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกัน เรื่องการรู้สึกพอใจในสิ่งที่มีอยู่ รองลงมา คือ ในชุมชนมีการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ท่านได้ท าบุญหรือแบ่งบันช่วยเหลือผู้อื่น
45 ตารางที่ 4.33 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสูงสุด ค่าต่ าสุด ของคะแนนความสุขมวลรวมด้านการ เข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกัน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน N ̅ SD Minimum Maximum ต่ ากว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท มากกว่า 15,000 บาท Total 142 273 212 173 800 4.007 4.111 4.244 4.293 4.167 0.619 0.644 0.609 0.550 0.618 2.33 2.33 3.00 3.00 2.33 5.00 5.00 5.00 5.00 5.00 F-test = 7.569, p-value = 0.0001 จากตารางที่ 4.33 ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 15,000 บาท มีความสุขด้านการ เข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกันมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.293 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.550 และมีค่าต่ าสุด – ค่าสูงสุด คือ 3.00 – 5.00 จากผลการวิเคราะห์ค่าสถิติ F = 7.569 และ p-value = 0.0001 ซึ่งมีนัยส าคัญทางสถิติ จึงสรุปได้ว่า ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกันท าให้มีความสุขด้านการเข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ ร่วมกันแตกต่างกัน ตารางที่ 4.34 เปรียบเทียบด้วยวิธี Duncan ของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนและด้านการเข้าถึงธรรมะว่าด้วย การอยู่ร่วมกัน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน N Subset for alpha = 0.05 1 2 ต่ ากว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท มากกว่า 15,000 บาท 142 273 173 212 4.007 4.111 4.244 4.293 จากตารางที่ 4.34 จากผลการวิเคราะห์ แบ่งกลุ่มของกลุ่มตัวอย่างที่ค่าเฉลี่ยไม่แตกต่างกันได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ได้แก่ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 5,000 บาท และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001– 10,000 บาท มีความสุขด้านการเข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกันไม่แตกต่างกันและมีความสุข ด้านการเข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกันต่ ากว่า กลุ่มที่ 2 ได้แก่ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 – 15,000 บาท และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 15,000 บาท
บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ในการวิจัยเรื่อง การติดตามประเมินผลความสุขมวลรวมของประชาชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แผนพัฒนาจังหวัดมหาสารคาม ปี พ.ศ. 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระดับความสุขมวลรวมของ ประชาชนในจังหวัดมหาสารคาม ปี พ.ศ. 2563 และเพื่อเปรียบเทียบความสุขมวลรวมของประชาชน ในจังหวัดมาสารคามที่มีรายได้ที่แตกต่างกัน โดยท าการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามจากหน่วย ตัวอย่างประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดมหาสารคาม จ านวน 800 คน ส านักงานสถิติจังหวัดมหาสารคามได้ด าเนินการส ารวจความคิดเห็นโครงการติดตามประเมินผลความสุข มวลรวมของประชาชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแผนพัฒนาจังหวัดมหาสารคาม แผนการเลือกตัวอย่างที่ใช้ เป็นแบบวิธีสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นสองขั้นตอน (Stratified Two-stage Sampling) โดยหน่วยตัวอย่างขั้นที่ 1 คือ เขตแจงนับ (Enumeration Area : EA) ซึ่งมีจ านวน 40 EA ตัวอย่าง หน่วยตัวอย่างขั้นที่ 2 คือ ครัวเรือนส่วนบุคคลและสมาชิกในทุกครัวเรือนกลุ่มประเภทครัวเรือน จ านวน 800 ครัวเรือนตัวอย่าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การทดสอบ F-test การเปรียบเทียบด้วยวิธี Duncan ผู้วิจัยสามารถสรุปขั้นตอนและน าเสนอวิจัย โดยละเอียดดังนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.2 อภิปรายผลการวิจัย 5.3 ข้อเสนอแนะจากการท าวิจัย 5.4 ข้อเสนอแนะในการท าการวิจัยครั้งต่อไป 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.1.1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบสอบถาม จากการสอบถาม พบว่า ประชาชนผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 50.1 เป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50-59 ปี คิดเป็นร้อยละ 25.0 มีการศึกษาสูงสุด คือ ประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 37.1 มีอาชีพเกษตรกร คิดเป็นร้อยละ 29.8 ประชาชนในจังหวัดมหาสารคามที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ระหว่าง 5,001-10,000 บาท คิดเป็น ร้อยละ 34.1 ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ระหว่าง 5,001-10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 50.9 มีการออมเงิน คิดเป็นร้อยละ 57.5 และมีหนี้สิน คิดเป็นร้อยละ 67.6 5.1.2 ข้อมูลแบบวัดความรู้สึกและพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความสุข จากการศึกษาระดับความสุขของประชาชนในจังหวัดมหาสารคาม ปี พ.ศ. 2563 โดยแบบวัด ความรู้สึกและพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความสุข ซึ่งแบ่งออกเป็น 8 ด้าน ดังนี้ การมีหลักประกันในชีวิต ความรู้สึกและพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความสุข พบว่า ประชาชนในจังหวัด มหาสารคามส่วนใหญ่ในทุกๆกลุ่มรายได้มีความสุขมากที่สุดในเรื่อง การที่มีบ้านอาศัยของครอบครัวของ
47 ตนเองอย่างมั่นคง ถาวร และประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 5,000 บาท มีความสุขน้อยที่สุดในเรื่อง การมีรายได้เพียงพอต่อการด ารงชีพของตน ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 5,000 บาท มีความสุขน้อย ที่สุดในเรื่อง การไม่มีหนี้สินติดตัว ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกัน มีระดับความสุขด้านการมี หลักประกันในชีวิตแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญ การมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ความรู้สึกและพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความสุข พบว่า ประชาชน ในจังหวัดมหาสารคามส่วนใหญ่ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 5,000 บาท และ ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อ เดือนมากกว่า 15,000 บาท มีความสุขมากที่สุดในเรื่อง หนึ่งเดือนที่ผ่านมา สบายใจดี แต่ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อ เดือน 5,001-10,000 บาท มีความสุขมากที่สุดในเรื่อง หนึ่งเดือนที่ผ่านมา มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ผู้ที่มี รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-15,000 บาท มีความสุขมากที่สุดในเรื่อง การไม่มีโรคประจ าตัว และทุกๆ กลุ่มรายได้มีความสุขน้อยที่สุดในเรื่อง การได้ออกก าลังกายมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อ เดือนแตกต่างกัน มีระดับความสุขด้านการมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญ การมีครอบครัวที่อบอุ่น ความรู้สึกและพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความสุข พบว่า ประชาชนในจังหวัด มหาสารคามส่วนใหญ่ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 10,001 บาท มีความสุขมากที่สุดในเรื่อง คนใน ครอบครัวไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งหึงหวง ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-15,000 บาท มีความสุขมากที่สุด ในเรื่อง คนในครอบครัวส่วนใหญ่อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 15,000 บาท มีความสุขมากที่สุดในเรื่อง คนในครอบครัวขยันท ามาหากินและพึ่งพาตนเองได้ และผู้ที่มีรายได้เฉลี่ย ต่อเดือนต่ ากว่า 5,000 บาท มีความสุขน้อยที่สุดในเรื่อง คนในครอบครัวสามารถพูดคุยปรึกษากันได้ทุกเรื่อง ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-15,000 บาท มีความสุขน้อยที่สุดในเรื่อง คนในครอบครัวขยันท ามาหากิน และพึ่งพาตนเองได้ ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 15,000 บาท มีความสุขน้อยที่สุดในเรื่อง คนใน ครอบครัวส่วนใหญ่อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกัน มีความสุขด้าน การมีครอบครัวที่อบอุ่นแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญ การมีชุมชนที่เข้มแข็ง ความรู้สึกและพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความสุข พบว่า ประชาชนในจังหวัด มหาสารคามส่วนใหญ่ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 10,001 บาท มีความสุขมากที่สุดในเรื่อง ชุมชนมี ผู้น าที่เป็นตัวอย่างที่ดี ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-15,000 บาท มีความสุขมากที่สุดในเรื่อง คนในชุมชน มีการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 15,000 บาท มีความสุขมากที่สุด ในเรื่อง คนในชุมชนได้รับความรู้ทั่วถึงเท่าเทียมกัน ส่วนผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 10,001 บาท และ ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 15,000 บาท มีความสุขน้อยที่สุดในเรื่อง คนในชุมชนมีการเรียนรู้ ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-15,000 บาท มีความสุขน้อยที่สุดในเรื่อง คนใน ชุมชนได้รับความรู้ทั่วถึงเท่าเทียมกัน ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกัน มีความสุขด้านการมีชุมชนที่ เข้มแข็งแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญ
48 การมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ความรู้สึกและพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความสุข พบว่า ประชาชนในจังหวัด มหาสารคามส่วนใหญ่ทุกๆกลุ่มรายได้มีความสุขมากที่สุดในเรื่อง บริเวณที่พักอาศัยไม่มีสถานบันเทิง ที่สร้างความรบกวน และทุกๆกลุ่มรายได้มีความสุขน้อยที่สุดในเรื่อง หนึ่งปีที่ผ่านมาไม่เคยใช้สารเคมีฆ่าหญ้า และฆ่าแมลง ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกัน มีความสุขด้านการมีสิ่งแวดล้อมที่ดีแตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญ ความปลอดภัยและพฤติกรรมของคนในชุมชน ความรู้สึกและพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความสุข พบว่า ประชาชนในจังหวัดมหาสารคามส่วนใหญ่ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 5,000 บาท มีความสุข มากที่สุดในเรื่อง การไม่มีเพื่อนที่มั่วสุมยาเสพติดและอบายมุข ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 5,000 บาท มีความสุขมากที่สุดในเรื่อง มีความปลอดภัยทางด้านชีวิตและทรัพย์สิน แต่ทุกๆกลุ่มรายได้มีความสุขน้อย ที่สุดในเรื่อง มีความปลอดภัยจากสารเสพติดต่างๆ ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกัน มีความสุขด้าน ความปลอดภัยและพฤติกรรมของคนในชุมชนแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญ การมีความภาคภูมิใจในตนเอง ความรู้สึกและพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความสุข พบว่า ประชาชนใน จังหวัดมหาสารคามส่วนใหญ่ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 15,000 บาท มีความสุขมากที่สุดในเรื่อง การเป็นตัวอย่างที่ดีและมีคนท าตาม ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 15,000 บาท มีความสุขมากที่สุด ในเรื่อง การมีความส าเร็จในอาชีพที่ท า ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกัน มีความสุขด้านการมีความ ภาคภูมิใจในตนเองแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญ การเข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกัน ความรู้สึกและพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความสุข พบว่า ประชาชนในจังหวัดมหาสารคามส่วนใหญ่ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 15,000 บาท มีความสุขมากที่สุด ในเรื่อง ในชุมชนมีการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 15,000 บาท มีความสุข มากที่สุดในเรื่อง การรู้สึกพอใจในสิ่งที่มีอยู่ และทุกๆกลุ่มรายได้มีความสุขน้อยที่สุดในเรื่อง หนึ่งเดือนที่ ผ่านมาท่านได้ท าบุญหรือแบ่งปันช่วยเหลือผู้อื่น ผู้ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกัน มีความสุขด้านการ เข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกันแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญ 5.2 อภิปรายผลการวิจัย จากการวิจัย เรื่อง การติดตามประเมินผลความสุขมวลรวมของประชาชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แผนพัฒนาจังหวัดมหาสารคาม ปี พ.ศ. 2563 สามารถอภิปรายผล ดังนี้ ด้านการมีหลักประกันในชีวิต พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ าจะมีคะแนนความสุขต่ า กว่าประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนสูง เมื่อพิจารณาที่กลุ่มรายได้ 5,001-10,000 บาท พบว่า มีคะแนน ความสุขในเรื่อง การไม่มีหนี้สิ้นติดตัว อยู่ในระดับปานกลางส่งผลให้มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการด ารงชีพ ด้านการมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง พบว่า ประชาชนที่มีรายได้ 10,001 – 15,000 บาท มีความสุขด้านการมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ เป็นที่น่าสังเกตประชาชนที่มีรายได้ มากกว่า 15,000 บาทกลับต่ ากว่าประชาชนที่มีรายได้ 10,001 -15,000 บาท เมื่อวิเคราะห์ตามเขตเทศบาล
49 และอาชีพแล้ว พบว่า ประชาชนที่มีรายได้ 10,001 – 15,000 บาท ส่วนใหญ่อยู่ในเขตเทศบาลและมีอาชีพ ค้าขาย/ประกอบธุรกิจส่วนตัว รองลงมาจะเป็นอาชีพพนักงาน/ลูกจ้างเอกชน และเกษตรกรหรือรับจ้างทั่วไป เมื่อพิจารณาที่กลุ่มรายได้ 10,001-15,000 บาท พบว่า มีคะแนนความสุขในเรื่อง หนึ่งเดือนที่ผ่านมา มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสูงกว่ากลุ่มรายได้อื่นจึงส่งผลให้ไม่มีโรคประจ าตัว ด้านการมีครอบครัวที่อบอุ่น พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 10,001 บาท จะมีคะแนนความสุขแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 10,000 บาท สอดคล้องกับ ศ.ดร.รุจา ภู่ไพบูลย์ อาจารย์ประจ าภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ความสุขของครอบครัววัดได้จากการมีกินมีใช้ อบอุ่น เรียนรู้ มีปัญญาส่งลูกเรียน ผลจากงานวิจัยเชิงคุณภาพ 300 ครอบครัวทั่วประเทศครอบครัวภาคใต้ยะลา, พัทลุง ,สุราษฎร์ธานี อยู่ดีมี สุขมากเป็นอันดับ 1 ครอบครัวภาคอีสานเป็นอันดับ 2 ครอบครัวภาคเหนือเป็นอันดับ 3 ส่วน กทม.ได้ คะแนนต่ าสุดของประเทศ ถ้าเปรียบเทียบรายได้คน กทม. บางครอบครัวมีรายได้ 50,000 บาท แต่มีความสุขน้อยกว่าคนอีสานที่มีรายได้ 15,000 บาท ด้านการมีชุมชนที่เข้มแข็ง พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 10,001 บาท มีคะแนนความสุขต่ ากว่าประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 10,000 บาท เมื่อพิจารณาที่กลุ่มรายได้ มากกว่า 15,000 บาท พบว่า มีคะแนนความสุขมากที่สุดในเรื่องคนในชุมชนได้รับความรู้เท่าเทียมกัน ด้านการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 10,001 บาท มีคะแนนความสุขต่ ากว่าประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 10,000 บาท สอดคล้องกับงานวิจัยของ รังสรรค์ ภิรมย์ (2552) เรื่องการวัดระดับความสุขของประชากรในอ าเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ารายได้ เฉลี่ยต่อเดือนมีความสัมพันธ์กับระดับความสุขในหมวดการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ที่ระดับนัยส าคัญ 0.05 ด้านความปลอดภัยและพฤติกรรมของคนในชุมชน พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ าจะมี คะแนนความสุขต่ ากว่าประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนสูง เมื่อพิจารณาที่กลุ่มรายได้ 5,001-10,000 บาท พบว่า มีคะแนนความสุขในเรื่องมีความปลอดภัยจากสารเสพติดต่างๆน้อยที่สุดและการไม่มีเพื่อนที่มั่วสุมยา เสพติดและอบายมุข ด้านการมีความภาคภูมิใจในตนเอง พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ามีคะแนนความสุข ต่ ากว่าประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนสูง เนื่องจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า15,000 บาท มีร้อยละในเรื่อง การส าเร็จในอาชีพที่ท ามากที่สุด เมื่อวิเคราะห์ตามเขตเทศบาลและอาชีพแล้ว พบว่า พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 15,000 บาท ส่วนใหญ่อยู่ในเขตเทศบาลและส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ด้านการเข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกัน พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ ากว่า 10,001 บาท มีคะแนนความสุขต่ ากว่าประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 10,000 บาท เนื่องจากประชาชนที่มี รายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า15,000 บาท มีร้อยละในเรื่อง การรู้สึกพอใจในสิ่งที่มีอยู่มากที่สุด
50 5.3 ข้อเสนอแนะจากการท าวิจัย การวัดระดับความสุขในกลุ่มตัวบุคคล ชุมชน จังหวัดหรือประเทศนั้น ยังไม่มีเกณฑ์ข้อก าหนดหรือ ตัวชี้วัดที่แน่นอนและมาตรการการวัดระดับความสุขจะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ที่ท าการส ารวจ และความเหมาะสมของเครื่องมือที่สามารถตอบโจทย์ในการวัดระดับความสุขได้ 5.4 ข้อเสนอแนะในการท าการวิจัยครั้งต่อไป การศึกษาครั้งต่อไปสามารถน าปัจจัยอื่นที่ผู้วิจัยคาดการณ์ว่าจะเป็นปัจจัยที่น่าจะมีอิทธิพลต่อความสุข ของประชาชนในจังหวัดมหาสารคาม เช่น อาชีพ มาศึกษาเพิ่มเติม
51 บรรณานุกรม กิ่งทอง กิจจานนท์. ความสุขของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี.2557. ความภาคภูมิใจในตนเอง. [ออนไลน์].แหล่งที่มา : https://www.dailynews.co.th/article/222665. (สืบค้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563) ความสุขมวลรวมคืออะไร. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : https://www.bhutancenter.com/gnh/. (สืบค้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563) จังหวัดมหาสารคาม. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/จังหวัดมหาสารคาม. (สืบค้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2563) ทาริกา โพธิ์คัย. ความพึงพอใจที่มีต่อการให้บริการของหอพักมหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาสถิติ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.2560. ธีรวัฒน์ วงศ์วรัญญู. ความสุขของประชาชน ในเขตเทศบาลต าบลเชียงคาน จังหวัดเลย. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.2558. พาทินธิดา ชูเชิด. ระดับความสุขและปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความสุขประชาชน กรณีศึกษาเขตพื้นที่เทศบาล เมืองควนลัง อ าเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.2554. พรรณประภา ภูลายดอก. การศึกษาระดับความสุขของนิสิตระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัย มหาสารคาม ปีการศึกษา 2561.ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาสถิติ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.2562. รังสรรค์ ภิรมย์ (2552) เรื่องการวัดระดับความสุขของประชากรในอ าเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.2552. วรัญญา สมฤทธิ์ และ นลิตรา ไทยประเสริฐ. อาชีพและความสุข:กรณีศึกษาจังหวัดพะเยา. คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.2557.
ภาคผนวก ก แบบสอบถาม
53 แบบสอบถาม โครงการติดตามประเมินผลความสุขมวลรวมของประชาชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง(กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) ปี 2563 จังหวัด…………………………………. (ถามผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) 1. อ าเภอ/เขต ………………………… ต าบล/แขวง ………………………… 2. เขตการปกครอง 1) ในเขตเทศบาล 2) นอกเขตเทศบาล 3. ชื่อชุมชน / หมู่บ้าน ………………………………………….. หมู่ที่ ……………….. 4. ล าดับที่แบบสอบถาม ……………….. ให้กาเครื่องหมาย √ ใน หรือบันทึกข้อความ หรือตัวเลขลงบน “……….” ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบสัมภาษณ์ 1. เพศ 1) ชาย 2) หญิง 2. อายุ 1) 15 – 19 ปี 2) 20 – 29 ปี 3) 30 – 39 ปี 4) 40 – 49 ปี 5) 50 – 59 ปี 6) 60 ปีขึ้นไป 3. ระดับการศึกษาสูงสุด 1) ไม่เคยเรียน 2) ประถมศึกษา 3) มัธยมศึกษาตอนต้น 4) มัธยมศึกษาตอนปลาย 5) ปวช. 6) ปวส./ ปวท./ อนุปริญญา 7) ปริญญาตรี 8) ปริญญาโท หรือสูงกว่า 9) อื่นๆ ระบุ………………… 4. อาชีพ 1) ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ของรัฐ 2) พนักงาน/ลูกจ้างเอกชน 3) พนักงานรัฐวิสาหกิจ 4) ค้าขาย/ประกอบธุรกิจส่วนตัว 5) เกษตรกร 6) รับจ้างทั่วไป/กรรมกร 7) นักเรียน/นักศึกษา 8) ว่างงาน/ไม่มีงานท า 9) อื่นๆ ระบุ………………… 5. รายได้ของท่านเฉลี่ยต่อเดือน (รายได้ที่เป็นตัวเงินเฉลี่ยในรอบ 12 เดือน) 1) ต่ ากว่า 5,000 บาท 2) 5,001 – 10,000 บาท 3) 10,001 – 15,000 บาท 4) มากกว่า 15,000 บาท 6. ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน 1) ต่ ากว่า 5,000 บาท 2) 5,001 – 10,000 บาท 3) มากกว่า 10,000 บาท 7. การออมเฉลี่ยต่อเดือน 1) ต่ ากว่า 1,000 บาท 2) 1,001 – 5,000 บาท 3) มากกว่า 5,000 บาท 4) ไม่มีการออม 8. ท่านมีหนี้สินหรือไม่ 1) ไม่มีหนี้สิน (ข้ามไปตอนที่ 2) 2) มีหนี้สิน (ถามต่อข้อ 9) 9. สาเหตุที่ท่านมีหนี้สิน 1) หนี้สินเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน โดยมีระดับหนี้สิน 1) ต่ ากว่า 5,000 บาท 2) 5,001 – 10,000 บาท 3) มากกว่า 10,000 บาท 2) หนี้สินเพื่อการลงทุน โดยมีระดับหนี้สิน 1) ต่ ากว่า 5,000 บาท 2) 5,001 – 10,000 บาท 3) มากกว่า 10,000 บาท
54 ตอนที่ 2 ปัจจัยที่มีผลต่อระดับความสุข (กรุณาใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นท่านมากที่สุด) ค าถาม ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่านมีระดับความสุขในแต่ละหมวด มากน้อยเพียงใด ตัวชี้วัดความสุข มากที่สุด (5) มาก (4) ปานกลาง (3) น้อย (2) น้อยที่สุด (1) การมีหลักประกันในชีวิต 1. ท่านมีที่ดินท ากินของครอบครัวของตนเองอย่างเพียงพอ 2. ท่านมีบ้านอาศัยของครอบครัวของตนเองอย่างมั่นคง ถาวร 3. ท่านมีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์และกินดีอยู่ดี 4. ท่านไม่มีหนี้สินติดตัว 5. ท่านมีรายได้เพียงพอต่อการด ารงชีพของตน การมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง 1. หนึ่งเดือนที่ผ่านมาท่านสบายใจดี 2. หนึ่งเดือนที่ผ่านมาท่านมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง 3. ท่านไม่มีโรคประจ าตัว 4. ท่านมีชั่วโมงพักผ่อนเฉลี่ยต่อวันอย่างเพียงพอ 5. ท่านได้ออกก าลังกายมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ การมีครอบครัวที่อบอุ่น 1. คนในครอบครัวของท่านขยันท ามาหากินและพึ่งตนเองได้ 2. คนในครอบครัวของท่านส่วนใหญ่อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา 3. คนในครอบครัวของท่านไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งหรือหึงหวงกัน 4. คนในครอบครัวของท่านสามารถพูดคุยปรึกษากันได้ทุกเรื่อง การมีชุมชนเข้มแข็ง 1. คนในชุมชนของท่านมีการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง 2. ชุมชนของท่านมีผู้น าที่เป็นตัวอย่างที่ดี 3. คนในชุมชนของท่านได้รับความรู้ทั่วถึงเท่าเทียมกัน การมีสิ่งแวดล้อมที่ดี 1. บริเวณที่พักอาศัยของท่านปราศจากปัญหาจากมลภาวะต่างๆ 2. บริเวณที่พักอาศัยของท่านมีความปลอดภัย 3. บริเวณที่พักอาศัยของท่านไม่มีสถานบันเทิงที่สร้างความรบกวน 4. หนึ่งปีที่ผ่านมาท่านไม่เคยใช้สารเคมีฆ่าหญ้าและฆ่าแมลง 5. ท่านมีสาธารณูปโภค ถนน น้ าประปา ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ตเพียงพอ ความปลอดภัยและพฤติกรรมของคนในชุมชน 1. ท่านมีความปลอดภัยทางด้านชีวิตและทรัพย์สิน 2. ท่านมีความปลอดภัยจากสารเสพติดต่างๆ 3. ท่านไม่มีเพื่อนที่มั่วสุมยาเสพติดและอบายมุข การมีความภาคภูมิใจในตนเอง 1. ท่านเป็นตัวอย่างที่ดีและมีคนท าตามท่าน 2. ท่านมีความส าเร็จในอาชีพที่ท า
55 ตัวชี้วัดความสุข มากที่สุด (5) มาก (4) ปานกลาง (3) น้อย (2) น้อยที่สุด (1) การเข้าถึงธรรมะว่าด้วยการอยู่ร่วมกัน 1. ชุมชนของท่านอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข 2. ท่านรู้สึกพอใจในสิ่งที่มีอยู่ 3. หนึ่งเดือนที่ผ่านมาท่านได้ท าบุญหรือแบ่งบันช่วยเหลือผู้อื่น ตอนที่ 3 ประเด็นปัญหาและความต้องการของประชาชนเพื่อประกอบการทบทวนแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง 3.1 ประเด็นปัญหา ประเด็นปัญหา ไม่มี ปัญหา มีปัญหา ระดับความรุนแรงของปัญหา ถ้าตอบ (1) (2) ให้ระบุความคิดเห็น หรือเหตุผล มาก ที่สุด (5) มาก (4) ปาน กลาง (3) น้อย (2) น้อย ที่สุด (1) 1. ปัญหาแหล่งน้ าเพื่อการเกษตร ภัยธรรมชาติ (ภัยแล้ง น้ าท่วม ฯลฯ) 2. ปัญหาคุณภาพการผลิตผลผลิตทางการเกษตร ราคา สินค้าเกษตรตกต่ า และตลาดรองรับสินค้าเกษตร 3. ปัญหาด้านการค้า การลงทุน ผู้ประกอบการ SMEs และตลาดสินค้า 4. ปัญหาด้านมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวและการ ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวในจังหวัดได้ 5. ปัญหาด้านขยะมูลฝอย มลพิษสิ่งแวดล้อม และการ บุกรุกท าลายป่า 6. ปัญหาเส้นทางคมนาคมและขนส่ง และมาตรฐาน ความปลอดภัยทางถนน 7. ปัญหาไม่มีทักษะในการประกอบอาชีพ การขาด แรงงานทักษะฝีมือ รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย 8. ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน 9. ปัญหาโอกาสและการเข้าถึงการจัดการศึกษาที่มี คุณภาพ 10. ปัญหาการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และ สาธารณสุข มูลฐาน (การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ อนามัย การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ) 11. ปัญหาอื่นๆ ระบุ …………………………………………..
56 3.2 ความต้องการให้กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางด าเนินการพัฒนาและแก้ไขปัญหา ( โปรดระบุหมายเลขความต้องการลงใน โดยเรียงล าดับความส าคัญ 3 อันดับแรก) 1. โครงการแก้ไขปัญหาและพัฒนาแหล่งน้ าเพื่อการเกษตร อุปโภคและบริโภค 2. โครงการแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านการเกษตร 3. โครงการแก้ไขปัญหาด้านการค้า การลงทุน ผู้ประกอบการ SMEs 4. โครงการส่งเสริมตลาดผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล 5. โครงการแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว 6. โครงการแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านการคมนาคม ขนส่งและโลจิสติกส์ 7. โครงการแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 8. โครงการแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านการประกอบอาชีพ และทักษะฝีมือแรงงาน 9. โครงการแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านสังคม (อาชญากรรม ยาเสพติด ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน) 10. โครงการส่งเสริมสุขภาพอนามัยชุมชน การแพทย์แผนไทย 11. โครงการอื่น ระบุ ………………………..