40 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี 2565 4.3 การให้บริการของศูนย์ช่วยเหลือสังคมสายด่วน 1300 ศูนย์ช่วยเหลือสังคมสายด่วน 1300 จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีหน้าที่ให้บริการสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นศูนย์กลางการให้คำแนะนำคำปรึกษารับเรื่องราวร้องทุกข์แก่ประชาชนผู้ประสบปัญหา สังคมอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่โดยไม่เลือกปฏิบัติโดยมีที่ตั้ง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่เลขที่ 39/7 ม.7 ต.ขุนทะเล อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี โทร/โทรสาร 077-355092- 3 เปิดทำการตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รอบปี 2564 มีจำนวนประชาชน และผู้ประสบปัญหาทางสังคม ให้บริการผ่านสายด่วน 1300 จำนวน 3,195 ราย (ชาย 594 ราย หญิง 2,601ราย) 1. ข้อมูลทั่วไปของการให้บริการสายด่วน 1300 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตารางที่ 4.7 สถิติช่องทางของผู้ประสบปัญหาทางสังคมแจ้ง สายด่วน 1300 ตารางที่ 4.7 ผู้ประสบปัญหา/ผู้ต้องการความช่วยเหลือใช้บริการการโทรสายด่วน 1300 จำนวน 2,902 ราย (คนทั่วไป 2,611 ราย คนพิการ 291 ราย) รองลงมา e-Form (ขอรับบริการ) จำนวน 125 ราย และ ทางสื่อสังคม จำนวน 37 ราย ช่องทางการให้บริการ สถิติการให้บริการ จำนวน คนทัวไป คนพิการ โทร 1300 (Call Center) 2,902 2,611 291 Walk-in (นอกเวลาราชการ) 5 5 0 Walk-in ( ในเวลาราชการ ) 0 0 0 Website 8 7 1 Line 37 37 0 Email/จดหมาย 2 2 0 ทีวี 6 5 1 e-Form (ขอรับบริการ) 125 125 0 e-Form (ขอรับบริการ) (ติดตามปัญหา) 23 23 0 e-Form (แจ้งปัญหาสังคม) (ติดตามปัญหา) 3 3 0
41 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี 2565 ตารางที่4.8 สถิติพื้นที่ของผู้ประสบปัญหาทางสังคมแจ้ง สายด่วน 1300 พื้นที่ สถิติการให้บริการ เมืองสุราษฎร์ธานี 364 กาญจนดิษฐ์ 237 ดอนสัก 101 เกาะสมุย 202 เกาะพะงัน 29 ไชยา 60 ท่าชนะ 75 คีรีรัฐนิคม 48 บ้านตาขุน 22 พนม 74 ท่าฉาง 45 บ้านนาสาร 89 บ้านนาเดิม 40 เคียนซา 57 เวียงสระ 90 พระแสง 101 พุนพิน 162 ชัยบุรี 71 วิภาวดี 31 ประเภทสายอื่นๆ (ที่ไม่ สามารถระบุอำเภอ) 1,297 จากตารางที่ 4.8 พื้นที่มีผู้ที่ใช้บริการสายด่วน 1300 พบว่าพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี มากที่สุด จำนวน 364 ราย รองลงมาพื้นที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ จำนวน 237 ราย และ พื้นที่เกาะสมุย จำนวน 202 ราย ทั้งมีประเภทสายไม่สามารถระบุอำเภอ 1,297 ราย
42 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี 2565 ตารางที่ 4.9 สถิติประเภทสายด่วน 1300 ประเภทสายด่วน รวม ปัญหาใหม่/สอบถามบริการ 1,670 ติดตามปัญหา (เดิม) 331 โทรผิด 23 ก่อกวน 156 สอบถามหมายเลขโทรศัพท์และที่ตั้งหน่วยงาน/อื่นๆ 190 เสนอความคิดเห็น 0 ร้องเรียน/ปรับปรุงการให้บริการ 1 เรื่องทั่วไปและอื่นๆ ที่ไม่ต้องให้ความช่วยเหลือตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์ 559 โอนสายไปยังจังหวัดอื่น 245 จากตารางที่ 4.9 จำนวนสถิติประเภทสายด่วน 1300 พบว่าปัญหาใหม่/สอบถามบริการ จำนวน 1,670 ราย รองลงมาเรื่องทั่วไปและอื่นๆ ที่ไม่ต้องให้ความช่วยเหลือตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์ จำนวน 559 ราย และต้องการให้โอนสายไปยังจังหวัดอื่น จำนวน 245 ราย 2. สถานการณ์กลุ่มเป้าหมายของสายด่วน 1300 จังหวัดสุราษฎร์ธานี สถานการณ์ด้านปัญหากลุ่มเป้าหมายโดยพบว่าวัยทำงาน ที่ขอรับคำปรึกษาสายด่วน 1300 ประกอบด้วยดังนี้ 2.1. กลุ่มเด็ก ตารางที่ 4.10 สถิติของกลุ่มเป้าหมายเด็กแจ้งสายด่วนทางสังคม 1300 รายการปัญหา จำนวน (ราย) 1.ปัญหารายได้และความยากจน 33 2.ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว 4 3.ปัญหาความรุนแรง 13 4.ปัญหาเร่ร่อน/ขอทาน 4 5.ปัญหาเรื่องสิทธิ สวัสดิการ และกฎหมาย 212 6.ปัญหาการถูกแสวงหาประโยชน์/แจ้งเบาะแสการค้ามนุษย์ 3 7.ปัญหาบุคคลสูญหาย พลัดหลง 1 8.ปัญหาที่เป็นปรากฎการณ์ทางสังคม เหตุการณ์อุบัติใหม่ อยู่ในความสนใจของประชาชน 1
43 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี 2565 จากตารางที่ 4.10 พบว่ากลุ่มเด็กที่ประสบปัญหาทางสังคมโทรใช้บริการ สายด่วน 1300 จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 303 ราย (เพศชาย 149 คน หญิง 171 คน) เด็กพิการ จำนวน 17 คน พบว่าเป็นปัญหา แรกเป็นเรื่องสิทธิ สวัสดิการ และกฎหมาย จำนวน 21 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยง ดูเด็กแรกเกิดในการสอบถามข้อมูล และได้รับเงินล่าช้า รองลงมาปัญหารายได้และความเป็นอยู่ จำนวน 33 ราย และ ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จำนวน 13 ราย 2.2. กลุ่มเยาวชน ตารางที่ 4.11 สถิติของกลุ่มเยาวชน แจ้งสายด่วนทางสังคม 1300 รายการปัญหา จำนวน (ราย) 1.ปัญหารายได้/ครอบครัวยากจน 129 2.ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว 3 3.ปัญหารุนแรง 2 4.ปัญหาเรื่องสิทธ สวัสดิการ และกฎหมาย 34 5.ปัญหาที่เป็นปรากฎการณ์ทางสังคม เหตุการณ์อุบัติใหม่ อยู่ในความสนใจของประชาชน 29 จากตารางที่ 4.11 พบว่ากลุ่มเยาวชน ที่ประสบปัญหาทางสังคมโทรใช้บริการ สายด่วน 1300 จังหวัดสุราษฎร์ธานีจำนวน 198 ราย (ชาย 11 ราย หญิง 201 ราย) คนพิการ จำนวน 14 ราย พบว่า ปัญหารายได้และความเป็นอยู่ จำนวน 129 ราย รองลงมากปัญหาเรื่องสิทธิ สวัสดิการ และกฎหมายจำนวน 34 ราย และปัญหาที่เป็นปรากฎการณ์ทางสังคมเหตุการณ์อุบัติใหม่อยู่ในความสนในของประชากชน 29 ราย 2.3. กลุ่มวัยทำงาน ตารางที่4.12 สถิติของกลุ่มวัยทำงาน แจ้งสายด่วนทางสังคม 1300 รายการปัญหา จำนวน (ราย) 1.ปัญหารายได้/ความยากจน 409 2.ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว 38 3.ปัญหาความรุนแรง 21 4.ปัญหาเร่ร่อน/ขอทาน 17 5.ปัญหาสุขภาพ/อุบัติ อุบัติภัย 4 6.ปัญหาเรื่องสิทธิ สวัสดิการ และกฎหมาย 174 7.ปัญหาบุคคลสูญหาย พลัดหลง ศพนิรนาม 2 8.ปัญหาที่เป็นปรากฎการณ์ทางสังคม เหตุการณ์อุบัติใหม่ อยู่ในความสนในของประชาชน 65 จากตาราง พบว่ากลุ่มวัยทำงาน ที่ประสบปัญหาทางสังคมโทรใช้บริการ สายด่วน 1300 จังหวัดสุราษฎร์ธานีจำนวน 776 ราย (ชาย 236 คน หญิง 737 คน ) คนพิการ 197 คน ปัญหารายได้/ความ
44 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี 2565 ยากจน จำนวน 409 ราย รองลงมาปัญหาเรื่อสิทธิ สวัสดิการและกฎหมาย จำนวน 174 ราย และปัญหาที่ เป็นปรากฎการณ์ทางสังคมเหตุการณ์อุบัติใหม่ อยู่ในความสนใจของประชาชน จำนวน 65 ราย 2.4. กลุ่มผู้สูงอายุ ตารางที่ 4.13 สถิติของกลุ่มสูงอายุ แจ้งสายด่วนทางสังคม 1300 รายการปัญหา จำนวน (ราย) 1.ปัญหารายได้/ความยากจน 44 2.ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว 1 3.ปัญหาความรุนแรง 4 4.ปัญหาเร่ร่อน/ขอทาน 4 5.ปัญหาสุขภาพ/อุบัติเหตุ อุบัติภัย/แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย 4 6.ปัญหาการถูกแสวงหาผลประโยชน์/แจ้งเบาะแสการค้ามนุษย์ 1 7.ปัญหาที่เป็นปรากฎการณ์ทางสังคม เหตุการณ์อุบัติใหม่ อยู่ในความสนใจของประชาชน 12 8.ปัญหาบุคคลสูญหาย พลัดหลง ศพนิรนาม 2 จากตารางที่ 4.13 พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุ ประสบปัญหาทางสังคมโทรใช้บริการ สายด่วน 1300 จังหวัดสุราษฎร์ธานีจำนวน 159 ราย ( ชาย 86 คน หญิง 140 คน) ผู้สูงอายุพิการ จำนวน 67 คน พบปัญหา รายได้/ความยากจน จำนวน 44 ราย รองลงมาปัญหาปัญหาที่เป็นปรากฎการณ์ทางสังคม เหตุการณ์อุบัติใหม่ อยู่ในความสนใจของประชาชน จำนวน 12 ราย ปัญหาความรุนแรง เร่ร่อน /ของทาน และปัญหาสุขภาพ จำนวน 4 รายเท่าๆกัน 2.5.กลุ่มคนพิการ ตารางที่ 4.14 สถิติของกลุ่มคนพิการ แจ้งสายด่วนทางสังคม 1300 รายการปัญหา จำนวน (ราย) 1.ปัญหาเรื่องสิทธิ สวัสดิการ และกฎหมาย 171 2.ปัญหารายได้/ความยากจน 89 3.ปัญหาที่เป็นปรากฎการณ์ทางสังคม เหตุการณ์อุบัติใหม่ อยู่ในความสนใจของประชาชน 41 4.ปัญหาสุขภาพ/อุบัติเหตุ อุบัติภัย/แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าน 5 5.ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว 3 6.ปัญหาความรุนแรง 3 7.ปัญหาเร่ร่อน/ขอทาน 3 8.ปัญหาที่อยู่อาศัย 2 9.ปัญหาบุคคลสูญหาย พลัดหลง ศพนิรนาม 2
45 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี 2565 จากตารางที่ 4.14 พบว่ากลุ่มคนพิการ ที่โทรเข้ามาปรึกษา รวมการรับการบริการจากสาย ด่วน 1300 จำนวน 302 ราย กลุ่มคนพิการที่รับการปรึกษาและมีปัญหาเรื่องสิทธิ สวัสดิการและกฎหมายที เกี่ยวข้อง จำนวน 171 ราย รองลงมาปัญหารายได้/ความยากจน จำนวน 89 ราย และ ปัญหาที่เป็นปรากฎ กาณ์ทางสังคม เหตุการณ์อุบัติใหม่ อยู่ในความสนใจของประชากชน จำนวน 41 ราย 4.4 โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 1) ความเป็นมา ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) เป็นกรอบแนวทางในการ พัฒนาประเทศ โดยมีวิสัยทัศน์ คือ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการ พัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งครอบคลุม 6 ประเด็นยุทธศาสตร์ ซึ่งมีเป้าหมายการพัฒนา ประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ การพัฒนาคนในทุกมิติ และในทุกช่วงวัย รวมถึง การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ที่ผ่านมา รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีมาตรการและการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดตั้งศูนย์อำนวยการ ขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามคำสั่งสำนัก นายกรัฐมนตรี ที่ 377/2563 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2563 เพื่อเป็นการขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำของ ประชาชนในประเทศ รวมทั้งการพัฒนาคนทุกช่วงวัย ส่งผลให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ได้รับผลประโยชน์จากการ พัฒนามากขึ้น ประกอบกับ ในปัจจุบัน สถานการณ์ปัญหาสังคมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาการเข้าถึงบริการภาครัฐ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งทวีความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อคนทุกช่วงวัยทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาทิ ครอบครัว ยากจนที่มีเด็กเล็ก ครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่อยู่ในภาวะยากลำบาก โดย ข้อมูลสถิติครัวเรือนเปราะบางของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจากระบบ บริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai people Map and Analysis Platform : TPMAP) พบว่า มีคนเปราะบางจำนวน 10,754,205 คน อยู่ในครัวเรือนเปราะบาง จำนวน 4,104,450 ครัวเรือน (สถิติ ครัวเรือนเปราะบางจากระบบ TPMAP ข้อมูล ณ มกราคม 2564) ดังนั้น จากข้อมูลและสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้มีความจำเป็นที่ต้องมีการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วง วัย อย่างบูรณาการและต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นองค์รวม และครอบคลุมในทุกมิติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีพันธกิจในการพัฒนาคนและ สังคมให้มีคุณภาพเต็มศักยภาพ การสร้างเสริมเครือข่ายจากทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม จัดระบบ สวัสดิการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ผ่านการขับเคลื่อนของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. ระดับจังหวัด หรือทีม พม. จังหวัด (One Home) ร่วมกันเพื่อให้ประชาชนมีหลักประกันและมีความมั่นคงในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งครัวเรือนเปราะบางที่อาศัยใน พื้นที่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ จึงได้จัดทำ “โครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง
46 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี 2565 รายครัวเรือนจังหวัดสุราษฎร์ธานี (พ.ศ. 2565 - 2568)” ขึ้น โดยเน้นการดำเนินการแบบบูรณาการกับหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และภาคีเครือข่ายใน พื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาคนทุกช่วงวัย ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง อันจะทำให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิต และสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต่อไป 2) วัตถุประสงค์ - เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือและพัฒนากลุ่มเปราะบาง รายครัวเรือนอย่างครอบคลุมในทุกมิติ ได้แก่ 1) มิติด้านสุขภาพ 2) มิติด้านความเป็นอยู่ 3) มิติด้านการศึกษา 4) มิติด้านรายได้ และ 5) มิติด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ - เพื่อให้กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพ ชีวิตกลุ่มเปราะบางและให้ครอบครัวมั่นคงมีความสุข สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน 3) กระบวนการดำเนินงาน 3.1)การเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อน 1)การบูรณาการทำงานคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความ ยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับจังหวัด (ศจพ.) โดยที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของ เศรษฐพอเพียง โดยมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด (ศจพ.จ.) ซึ่งมีคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจน และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด โดยมีความทำความเข้าใจทุก ภาคส่วน จัดทำกลไกระดับอำเภอคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วง วัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอ และทีมปฏิบัติการฯ ระดับตำบล เพื่อให้ความ เห็นชอบข้อมูลบุคคล/เป้าหมาย รวมถึงการเพิ่มบุคคล/ครัวเรือน ในระบบ TPMAP ตลอดจนแก้ไขปัญหาความ ยากจนใน 5 มิติ (ด้านสุขภาพ ด้านความเป็นอยู่ ด้านรายได้ ด้านการศึกษา และด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ) ส่งให้กระทรวง/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2)การประสานงานและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือทีม พม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี (One Home) ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนในการ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมในทุกมิติแบบองค์รวม ได้แก่ 1) มิติด้านสุขภาพ 2) มิติด้านความเป็นอยู่ 3) มิติด้านการศึกษา 4) มิติด้านรายได้ และ 5) มิติด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ เพื่อให้กลุ่มเปราะบางสามารถ เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางและให้ครอบครัวมั่นคงมีความสุข สามารถพึ่งพา ตนเองได้อย่างยั่งยืน 3)การขับเคลื่อนโครงการฯ โดยใช้ข้อมูลจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการ พัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform : TPMAP) เป็นข้อมูลหลักในการดำเนิน โครงการฯ หมายเหตุ : หน่วยงานภาครัฐในการบูรณาการขับเคลื่อนโครงการฯ ครอบคลุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่
47 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี 2565 ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ระหว่าง ๑๒ กระทรวง ประกอบด้วย สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข 3.2) การกรองข้อมูล เพื่อค้นหากลุ่มเปราะบางซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ โดยใช้ ข้อมูลจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า(Thai People Map and Analysis Platform : TPMAP) 3.3) การเยี่ยมบ้าน เพื่อสอบข้อเท็จจริง เป็นการจัดทีมร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่สังกัด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สภาเด็กและเยาวชน และภาคีเครือข่าย เยี่ยมบ้านในระดับครัวเรือน เพื่อสอบถาม รับฟัง สร้างความสัมพันธ์ ระหว่างผู้ลงเยี่ยมและผู้ถูกเยี่ยม มีการนำข้อมูลมาบันทึกในสมุดพกครอบครัวในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic File) โดยมีเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อาสาสมัคร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมจัดทำข้อมูลครอบครัวเพื่อบันทึกในสมุดพกครอบครัว 3.4) การวิเคราะห์ร่วมรายครัวเรือน เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการเยี่ยมบ้าน กลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการคืนข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์สู่ครอบครัวและชุมชนซึ่ง มีการดำเนินการในระดับตำบล หมู่บ้านและชุมชน ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภาคีเครือข่าย สำหรับ ข้อมูลที่คืนสู่ครอบครัวและชุมชน ประกอบด้วย - ประเภทกลุ่มความเปราะบาง - สาเหตุที่ทำให้เกิดความเปราะบาง - ความช่วยเหลือที่จำเป็นต่อครัวเรือน - แนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือน 3.5) การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตรายครอบครัว เป็นการจัดประเภทของการ พัฒนาครอบครัวตามลำดับความเร่งด่วนของกลุ่มเปราะบางที่ต้องช่วยเหลือ โดยการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ ชีวิตรายครอบครัวเป็น ๓ ระยะ ได้แก่ -แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตรายครอบครัวระยะเร่งด่วน (ระยะสั้น) เช่น การช่วยเหลือ ทางด้านเครื่องอุปโภคบริโภค เงินสงเคราะห์ (เงินอุดหนุน)การดูแลสุขภาพ และการเข้าถึงสิทธิในทั้ง 5 มิติ เป็นต้น -แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตรายครอบครัวระยะกลาง เช่น การให้ความรู้ การฝึก อาชีพ การเข้าถึงโอกาส การเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มของชุมชน การเข้าถึงระบบ IT และการปรับสภาพแวดล้อม เป็นต้น -แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตรายครอบครัวระยะยาว เช่น การปรับปรุง/ ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย การมีที่ดินทำกิน การเป็นชุมชนสีเขียว (ปลอดภัย ไม่มีการขโมย) การมีพื้นที่สาธารณะ และการบรรจุแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตรายครอบครัวในแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น 4) คำนิยามครัวเรือนเปราะบาง ครัวเรือนเปราะบาง หมายถึง ครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและมี บุคคลที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น เช่น ครอบครัวยากจนทีมีเด็กเล็ก แม่เลี้ยงเดี่ยว
48 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี 2565 ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง มีปัญหาที่อยู่อาศัยจำเป็นต้องร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มดังกล่าวอย่าง เร่งด่วน จริงจัง และต่อเนื่อง ระดับของความเปราะบางของครัวเรือน 4.1) ระดับ 1ครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและมีปัญหาที่อยู่อาศัย 4.2) ระดับ 2 ครัวที่มีรายได้น้อยและมีบุคคลที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง 1-2 คน (อาทิ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยติดเตียง เป็นต้น) 4.3) ระดับ 3 ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและมีบุคคลที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงมากกว่า 2 คน หมายเหตุ: ครัวเรือนที่มีรายได้น้อย คือ ครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ครัวเรือน ภาวะพึ่งพิง หมายถึง คนที่ต้องการได้รับการดูแล/ช่วยเหลือจากคนอื่น ครัวเรือน หมายถึง ครอบครัวที่อยู่ในบ้านเรือนเดียวกันและกินอยู่ด้วยกัน ครัวเรือนหนึ่งๆ อาจมี หลายครอบครัวก็ได้ หัวหน้าครัวเรือน หมายถึง ผู้ที่หารายได้หลักของครัวเรือนอาจเป็นเจ้าบ้านหรือไม่ใช่ก็ได้ หัวหน้าครอบครัว หมายถึง ผู้ที่หารายได้หลักของครอบครัวสมาชิกครัวเรือน หมายถึง สมาชิกทีอยู่ ประจำในครัวเรือนนี้ (คนที่ไม่ได้อยู่ประจำ แต่ไปๆ มาๆ ในรอบปีที่ผ่านมา ต้องมีเวลารวมกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน) ทั้งนี้ ในรอบปีที่ผ่านมา หมายถึง การนับจากวันที่สอบถามข้อมูลย้อนหลังไป 12 เดือน 5) สถานการณ์คร้วเรือนเปราะบาง ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai people Map and Analysis Platform : TPMAP) พบว่าในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคนเปราะบางจำนวน 321,769 คน อยู่ใน ครัวเรือนเปราะบาง จำนวน 114,634 ครัวเรือน ดังนี้ 5.1)สมาชิกครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง ตารางที่ 4.15 จำนวนสมาชิกในครัวเรือนเปราะบาง ตามช่วงอายุ 5.2)สภาพปัญหาความเดือดร้อน ครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง รายการ จำนวน (คน) เด็ก (อายุไม่เกิน 15 ปี ) 52,557 เยาวชน + วัยทำงาน ( 15 -60 ปี ) 217,823 ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) 51,589 คนพิการ 1,689 ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 4,144
49 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี 2565 ตารางที่ 4.16 จำนวนสภาพครัวเรือนเปราะบางปัญหาความเดือดร้อน จำนวน 15,138 ครัวเรือน 4.5 ความมั่นคงของมนุษย์ประเทศไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดทำ “รายงานความมั่นคงของมนุษย์ ประเทศไทย ปี 2563” ขึ้น ภายใต้กรอบมาตรฐานและตัวชี้วดความมั่นคงของมนุษย์ 12 มิติ 40 ตัวชี้วัด เพื่อประเมิน สสถานการณ์ความมั่นงของมนุษย์ในภาพรวม ระดับประเทศ กลุ่มจังหวัด และจังหวัด สำหรับใช้เป็นเครื่องมือ สำคัญในการ ติดตาม และประเมินผลการพัฒนาด้านต่าง ๆ ในภาพรวมของประเทศไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์ ต่อการพัฒนาสังคมและสร้างวความมั่นคงของมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีค่าดัชนีความมั่นคงของมนุษย์ 61.96 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภาพรวมประเทศ อยู่อันดับที่ 62 จาก 77 จังหวัดทั่วไปประเทศ มิติที่มีจุดเด่น คือ มิติการมีงานทำและรายได้ เมือพิจารณา ข้อมูลตามตัวชี้วัดที่อยู่ อันดับต้น ได้แก่ อัตราการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยต่อประชากร 100,000 คน (อันดับที่ 5) อัตราของผู้ป่วยอาหารเป็นพิษต่อประชากร 100,000 คน (อันดับที่ 6 ) รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน (อันดับที่ 7) อัตราการผลิตติดตั้งไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนต่อ 1,000 ครัวเรือน (อันดับที่ 10 ) อัตราบุคลากรทางการแพทย์ ต่อประชากร 100,000 คน อัตราการมีงานทำ และอัตราการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุต่อประชากร 100,000 คน (อันดับที่ 14) รายการ จำนวน (ครัวเรือน อธิบาย ปัญหาด้านความเป็นอยู่ 5,728 การจัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกบ้านให้ถูกลักษณะ มีที่เก็บน้ำ สะอาด การประกอบอาหาร การจัดการขยะ มีส้วมสุขลักษณะ และ ความมั่นคงในที่อยู่สภาพคงทนถาวร หรือการมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย ปัญหาด้านการศึกษา 4,868 เด็กได้รับบริการเลี้ยงดูพร้อมก่อนวัยเรียน และได้รับการศึกษาอย่างน้อย ไม่ต่ำกว่าภาคบังคับ ตลอดจนการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไป สามารถ ใช้ความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพ และการพัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่อง ปัญหาด้านสุขภาพ 4,017 เด็กแรกเกิดได้รับการดูแลสมบูรณ์แข็งแรง คนในครัวเรือนได้รับ รับประทานอาหารปลอดภัย มีความรู้และพฤติกรรมในการเลือก รับประทานอาหารที่ถูกต้อง ไม่ก่อให้เกิดโรคที่รุนแรง และโรคเรื้อรัง ความรู้การใช้ยารักษาที่ถูกต้อง รวมมีสุขภาพอนามัยที่ดี มีหลักประกัน ด้านสุขภาพที่เหมาะสม เข้าถึงบริการทางสุขภาพได้ พฤติกรรมการ ดำเนินชีวิตไม่มีความเสี่ยงต่อเจ็บป่วยต่อร่างกาย จิตใจ และเสริมสร้าง สุขภาพให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างปกติสุข ปัญหาด้านรายได้ 2,909 คนในครัวเรือนทุกคนมีการประกอบอาชีพและรายได้ ที่ก่อให้เกิดรายได้ เพียงพอรายรับ รายจ่าย ไม่ก่อหนี้สินที่ไม่คุณค่าต่อตนเองและครัวเรือน มีการออมที่เพียงพอต่อการดำเนินชีวิต มีความพึงพอใจต่อรายได้งานที่ ทำ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 19 ผู้สูงอายุ/คนพิการ ได้รับการดูแลจากครอบครัว ชุมชน หรือภาคเอกชน ได้รับการความเสมอภา เท่าเทียม และเป็นธรรมตามสิทธิทางกฎหมาย
50 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี 2565 ส่วนมิติที่มีจุดที่น่าเป็นห่วง คือ มิติศาสนาและวัฒนธรรม และมิติสิทธิและความเป็นธรรม โดยเมื่อพิจารณาข้อมูลตามตัวชี้วัดที่อยู่อันดับท้าย ได้แก่ ร้อยละของตลาดสดน่าซื้อ (อันดับที่ 74 ) คนอายุ 6 ปี ขึ้นไปทุกคนปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (อันดับที่ 72 ) จำนวนศาสนาสถานทุก ประเภทต่อประชากร 100,000 คน และอัตราปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต่อ 1,000 ครัวเรือน (พัน ลิตร) (อันดับที่ 69) ตารางที่ 4.17 แสดงตัวชี้วัดความมั่นของมนุษย์ มิติ ตัวชี้วัด ข้อมูลตัวชี้วัด อันดับที่ จาก 77 จังหวัด 1 ที่อยู่อาศัย 1.ความหนาแน่นของประชากรต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. 82.85 19 2.อัตราการถือครองที่อยู่อาศัย 70.70 64 3.ร้อยละที่อยู่อาศัยที่มีสภาพคงทนถาวร 99.20 53 2.สุขภาพ 4.อัตราเตียงต่อประชากร 100,000 คน 274.53 17 5.อัตราบุคลากรทางการแพทย์ต่อประชากร 100,000 คน 356.74 14 6.อัตราผู้ป่วยทางสุขภาพจิตต่อประชากร 100,000 คน 3,822.53 62 7.อัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคสำคัญ 5 โรคต่อประชากร 100,000 คน 6,196.20 60 8.อัตราการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยต่อประชากร 100,000 คน 80,647.09 5 3.อาหาร 9.อัตราของผู่ป่วยอาหารเป็นพิษต่อประชากร 100,000 คน 33.67 6 10.ร้อยละของร้านอาหารและแผนลอยที่ได้ CFGT (Clean Food Good Taste) 88.37 28 11.ร้อยละของตลาดสดน่าซื้อ 50.00 74 4.การศึกษา 12.อัตรานักเรียนต่อห้องเรียน 21.05 59 13.อัตรานักเรียนต่อครู 15.40 63 14.อัตราการมีคอมพิวเตอร์ต่อครัวเรือน 18.94 33 5.การมีงานทำและ รายได้ 15.อัตราการมีงานทำ 99.36 14 16.อัตราการว่างงาน 0.61 27 17.รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน 32,014.02 7 18.ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือน 23,489.94 69 19.จำนวนหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือน 143,905.67 33 6.ครอบครัว 20.อัตราการจดทะเบียนหย่าต่อ 1,000 คร. 5.73 47
51 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี 2565 21.ร้อยละความเข้มแข็งของครอบครัว 81.56 67 22.ความรุนแรงในครอบครัวต่อ 1,000 คร. 0.06 37 7.ชุมชนและการ สนับสนุนทางสังคม 23.อัตราผู้ทำประกันชีวิตต่อประชากร 27.00 42 24.อัตราผู้ทำประกันสังคมต่อกำลังแรงงานรวม 31.51 26 25.อัตราการฆ่าตัวตายและทำร้ายตนเองต่อประชากร 100,000 คน 36.89 64 8.ศาสนาและ วัฒนธรรม 27.จำนวนศาสนสถานทุกประเภทต่อประชากร 100,000 คน 40.73 69 28.คนอายุ 6 ปีขึ้นไปทุกคนปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 98.85 72 9.ความปลอดภัย ในชีวิตและ ทรัพย์สิน 29.จำนวนฐานความผิดคดีอาญา 4 กลุ่มต่อประชากร 100,000 คน 100.47 48 30.อัตราและเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุต่อประชากร 100,000 คน 12.08 14 10.สิทธิและความ เป็นธรรม 31.จำนวนคดีในศาลปกครอบต่อประชากร 100,000 คน 13.20 63 32.จำนวนเรียนร้องเรียนจากประชาชมผ่านศูนย์บริการ ประชาชนต่อประชากร 100,000 คน 67.04 58 33.ร้อยละของเรื่องที่ได้ข้อยุติตามข้อร้องเรียนผ่าน ศูนย์บริการประชาชน 83.24 56 11.การเมือง 34.อัตราการมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการ ทั่วไป 76.47 35 35.อัตราการมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติร่าง รัฐธรรมนูญ เมื่อ 7 ส.ส.59 58.50 45 12.สิ่งแวดล้อม ทรัพยากร/ พลังงาน 36.ร้อยละของพื้นที่ป่าต่อพื้นที่จังหวัด 28.78 29 37.อัตราการผลิตติดตั้งไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนต่อ 1,000 ครัวเรือน 1.31 10 38.อัตราปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต่อ 1,000 ครัวเรือน (พันลิตร) 2,287.64 69 39.อัตราปัญหามลพิษที่ได้รับการร้องเรียนต่อประชากร 100,00 คน 0.84 59 40.อัตราปริมาณขยะมูลฝอย (ตันต่อวัน) ต่อ 1,000 ครัวเรือน 1,424 56
52 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี 2565
52 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 ส่วนที่ 5 การวิเคราะห์และจัดลำดับความรุนแรงของสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด สถานการณ์ทางสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชากรในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564จำนวน 1,072,464คน อันดับที่ 20 ของประเทศ ความหนาแน่นของประชากร 81.65 ตร.กม/คน อยู่ที่อันดับที่ 59 ของประเทศ ทั้งนี้สัดส่วนประชากรวัยแรงงาน (อายุ 15 - 59 ปี ) ร้อยละ 65.02 ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตใน ระบบเศรษฐกิจ เมื่อเปรียบเทียบประชากรพึ่งพิง ประชากรผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ร้อยละ 15.54 และประชากร เด็ก (อายุต่ำกว่า 15 ปี) ร้อยละ 19.44 อัตราพึ่งพิงรวมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี(อัตราส่วนระหว่างประชากร เด็กและประชากรสูงอายุต่อประชากรวัยทำงาน) ร้อยละ 52.89 โดยที่สถานการณ์เพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งนี้สัดส่วน ประชากรผู้สูงอายุของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ดัชนีสูงวัย ร้อยละ 82.27 (อัตราส่วนจำนวนประชากรผู้สูงอายุต่อจำนวนประชากรวัยเด็ก) จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีค่าดัชนีความมั่นคงของมนุษย์ 61.96 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภาพรวมประเทศ อยู่อันดับที่ 62 จาก 77 จังหวัดทั่วไปประเทศ มิติที่มีจุดเด่น คือ มิติการมีงานทำและรายได้ จุดที่น่าเป็นห่วงคือ มิติศาสนาและวัฒนา และมิติสิทธิและความเป็นธรรมและมิติสิทธิและความเป็นธรรม เมือพิจารณาข้อมูลตามตัวชี้วัดที่อยู่ อันดับต้น ได้แก่ อัตราการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยต่อ ประชากร 100,000 คน (อันดับที่ 5) อัตราของผู้ป่วยอาหารเป็นพิษต่อประชากร 100,000 คน (อันดับที่ 6 ) รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน (อันดับที่ 7) อัตราการผลิตติดตั้งไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนต่อ 1,000 ครัวเรือน (อันดับที่ 10 ) อัตราบุคลากรทางการแพทย์ต่อประชากร 100,000 คน อัตราการมีงานทำ และอัตราการ เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุต่อประชากร 100,000 คน (อันดับที่ 14) ตามตัวชี้วัดที่อยู่อันดับท้าย ได้แก่ ร้อยละของตลาดสดน่าชื่อ (อันดับที่ 74 ) คนอายุ 6 ปีขึ้น ไปทุกคนปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (อันดับที่ 72 ) ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือน จำนวนศาสนาสถานทุกประเภทต่อประชากร 100,000 คน และอัตราปริมารการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต่อ 1,000 ครัวเรือน (พันลิตร) (อันดับที่ 69) แผนภาพ 5.1 จังหวัดที่มีค่าดัชนีสูงกว่าและต่ำกว่าค่าดัชนีภาพรวมประเทศ
53 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 สำนักงานพัฒนสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินการวิเคราะห์ จัดลำดับความรุนแรงของสถานการณ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดังนี้ 5.1. กลุ่มเด็ก ประชากรเด็ก หรือบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ จำนวน 243,902คน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ร้อยละ 23.21 คน คิดร้อยละ 22.74 (เพศชายจำนวน 125,404 คน เพศหญิง จำนวน 118,498 คน) แผนภาพ 5.2 แสดงจำนวนร้อยละประชากรเด็กจำแนกรายพื้นที่ จากแผนภาพแสดงการเปรียบเทียบร้อยละประชากรต่อประชากรทั้งหมดในพื้นที่ระดับอำเภอ พบว่าอำเภอชัยบุรีมีประชากรเด็กร้อยละ 25.89 ของประชากรทั้งหมดในระดับ พื้นที่มากที่สุดรองลงมาพื้นที่อำเภอ พระแสง ร้อยละ 25.58 และอำเภอเกาะสมุยร้อยละ 25.20 โดยที่อำเภอท่าฉางมีร้อยละประชากรเด็ก ร้อยละ 21.62 ต่อประชากรทั้งหมดในระดับพื้นที่มากที่สุด ตารางที่5.1 แสดงผลการจัดลำดับความรุนแรงของสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด กลุ่มเด็ก (หน่วย:คน) ลำดับที่ ประเด็นสถานการณ์กลุ่มเป้าหมาย จำนวน กลุ่มเป้าหมายตาม ประเด็น คิดเป็นร้อยละ ของประชากรเด็ก ทั้งหมดในเขตพื้นที่ จังหวัด 1 เด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงเด็ก แรกเกิด 36,292 50 ประชากรเด็กที่อายุไม่เกิน 5 ปีบริบูรณ์ จำนวน 71,522 คน 2 เด็กที่อยู่ในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว 2,249 0.92 3 เด็กที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรและไม่ พร้อมในการเลี้ยงดู 456 0.01
54 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 สถานการณ์สำคัญของกลุ่มเด็กโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ตั้งแต่แรกเกิด -6 ปี ฐานรายได้ของครอบครัวที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 จำนวน 36,292 คน คิดเป็นร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับประชากรเด็กที่อายุไม่เกิน 5 ปีบริบูรณ์ จำนวน 71,522 คน ขณะที่ รอบปี 2563 สำหรับกลุ่มเด็กที่อยู่ในครอบครัวพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว จำนวน 2,249 คน เป็นครอบครัวที่ เป็นสมาชิกหลัก คือ บิดาหรือมารดาได้ยุติสมรสเนื่องมาจากเสียชีวิต หย่าร้าง ละทิ้ง แยกทาง การเป็นมารดา หรือบิดานอกสมรส สภาวะที่ผลกระทบ ดังนี้ 1) ผลกระทบในทางบวก - พ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีความพร้อมทำใจยอมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตั้งใจทำ หน้าที่ในการเลี้ยงดูบุตรด้วยความรัก ความเอาใจใส่ รวมทั้งการบริหารจัดการด้านการเงิน สภาพแวดล้อมและ ความเป็นอยู่ให้มีความเหมาะสมเพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัวโดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลอื่น - การเห็นคุณค่าในตนเอง พ่อหรือแม่ในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว เมื่อมีประสบการณ์ ชีวิตมากขึ้นที่ทักษะในการดำเนินชีวิต ทำให้เกิดการเรียนรู้ในการเผชิญและแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ลูกจึงเป็น กำลังใจที่สำคัญสำหรับครอบครัว การเห็นคุณค่าของสมาชิกในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว จึงเป็นเกราะที่ป้องกันให้ สมาชิกทุกคนอย่างตระหนักึงคุณค่าของกันและกัน เพราะพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกับ คู่สมรสให้ตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ - การเสริมพลังสำหรับครอบครัวในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสาร แสดงอารณ์และความรู้สึกกับลูกที่เหมาะสมรวมทั้งการส่งเสริมให้เกิดกิจกรรภายในครอบครัว เพื่อเป็นการฝึก ให้ลูก รู้บทบาทหน้าที่และการพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด เมื่อครอบครัวมีปัญหาหรือภาวะวิกฤตเกิดขึ้นสมาชิก ในครอบครัวควรให้กำลังใจซึ่งกันและกัน รวมทั้งเรียนรู้ถึงผลที่ได้จากการแก้ไขปัญหานั้น ๆ แต่หากครอบครัว ไม่สามารถหาทางออกได้ควรมองหาความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน 2) ผลกระทบในทางลบ - สภาพความเป็นอยู่ฐานะการเงินและรายได้ในครอบครัวโดยเฉพาะบุตรที่อยู่กับ แม่ แล้วพ่อไม่ส่งเสียดูแลทำให้ภาระจึงตกไปที่แม่ทำให้เด็กบางคนที่กำลังศึกษาอยู่ต้องทำงานควบคู่ไปด้วยเพื่อ เป็นการแบ่งเบาภาระของแม่หรือพ่อ - ด้านจิตใจเกิดภาวะซึมเศร้า หวาดกลัว ไม่มีความมั่นคงในอารณ์ส่งผลต่อ พฤติกรรมและบุคลิกภาพ - ปัญหาการขาดเวลาดูแลเอาใจใส่ จากการที่พ่อหรือแม่แยกทางกันส่งผลให้ต้อง ทำงาน การปฏิสัมพันธ์และดูและเอาใจใส่น้อยลง - เจตคติคนในครอบครัวและสังคมมักตีตราเด็กที่มาจากครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวว่ามัก เป็นเด็กที่เป็นภาระของสังคม เป็นเด็กที่มีปัญหาในยุคปัจจุบันอัตราครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวเพิ่มมากขึ้นอาจทำให้ เกิดความคุ้นชิดทำให้ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวไม่รู้สึกผิดปกติ และเห็นว่าครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวเป็นเรื่องธรรมชาติทำ ให้มีญาติเพื่อที่มาจากครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวในลักษณะเดียวหรือถูกกดดันว่าเป็นครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์
55 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 เด็กที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรและไม่พร้อมในการเลี้ยงดูจำนวน 456 คน เด็กบางรายที่ ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรอาจเกิดจากความสมัครใจและไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วว่าเลี้ยงดูบุตรให้เติบโตขึ้นมา อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ อย่างไรก็ตาม วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักเป็นการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ซึ่งอาจเกิด จากปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ ▪ ละเลยการคุมกำเนิดหรือขาดความรู้ด้านการคุมกำเนิดที่ถูกต้อง เช่น รับประทานยา คุมกำเนิดผิดวิธี ▪ แรงกดดันจากสังคมรอบตัว ส่งผลให้ต้องแต่งงานและตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ▪ รายได้ไม่เพียงพอให้ซื้อถุงยางอนามัยหรือยาคุมกำเนิด ▪ อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เช่น ถูกฝ่ายชายบังคับ โดยใช้อารมณ์หรือความรุนแรง ถูกข่มขืนกระทำชำเรา เป็นต้น สิ่งควรตระหนักคือ การแบกรับปัญหาไว้เพียงผู้เดียวไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น ซ้ำร้ายยังทำให้ เครียดและอาจตัดสินใจเลือกแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมควรปฏิบัติตาม คำแนะนำต่อไปนี้เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด • พูดคุยกับพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจ เป็นปกติที่ในช่วงแรกพ่อแม่อาจตกใจ ผิดหวัง หรือต่อว่า ทว่าสุดท้ายแล้วพ่อแม่ก็คือคนที่ปรารถนาดีและพร้อมช่วยเหลือเราที่สุด • พูดคุยกับคนรักหรือผู้ชายที่เป็นพ่อของเด็ก หากอีกฝ่ายรับผิดชอบ อาจช่วยให้กำหนดแนวทางการ แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น เช่น ร่วมกันวางแผนเลี้ยงดูลูกในอนาคต ทั้งนี้ หากอีกฝ่ายปฏิเสธความรับผิดชอบควรตั้งสติ และเข้มแข็งเข้าไว้ เพราะยังมีพ่อแม่และคนในครอบครัวที่คอยเป็นห่วงและเป็นที่พึงพาให้เราได้เสมอ 5.2 กลุ่มเยาวชน เยาวชน หมายถึง บุคคลที่มีอายุ 18 ปี บริบูรณ์ ถึง 25 ปีบริบูรณ์ มีจำนวน 100,062 คน ร้อยละ 9.45 (เพศชาย 50,244 คน เพศหญิง 49,818 คน) ตารางที่5.2 แสดงผลการจัดลำดับความรุนแรงของสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด กลุ่มเยาวชน (หน่วย:คน) ลำดับที่ ประเด็นสถานการณ์กลุ่มเป้าหมาย จำนวน กลุ่มเป้าหมายตาม ประเด็น คิดเป็นร้อยละ ของประชากรเยาวชน ทั้งหมดในเขตพื้นที่ จังหวัด 1 ปัญหารายได้/ครอบครัวยากจน 129 0.12 2 เยาวชนที่ถูกทารุณกรรมทางร่างกาย จิตใจและทางเพศ 2 0.001
56 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 สถานการณ์สำคัญของกลุ่มเยาวชน พิจารณาจากตารางข้อมูลโดยพบว่าเยาวชนที่มีครอบครัว ประสบปัญหาด้านรายได้/ครอบครัวมีรายได้ไม่แน่นอน จำนวน 129 ราย โดยมีการโทรขอคำปรึกษาและขอรับ การช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1300 ประสบปัญหาเรื่องรายได้ที่ไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว เนื่องจากเยาวชนกลุ่ม ที่เพิ่งเรียนจบกำลังเพิ่งหางาน ประสบการณ์ทำงานยังน้อย รวมถึงกลุ่มที่มีครอบครัวตั้งแต่อายุน้อยจบแค่ใน ระดับ ม.3 ม.6. เท่านั้น สถานการณ์ความรุนแรงของกลุ่มเยาวชนที่ถูกทารุณทางร่างจิตใจและทางเพศ จำนวน 2 ราย ด้วยการกระทำต่อร่ายกาย จากบุคคลในครอบครัว 5.3 กลุ่มสตรี ประชากรเพศหญิง ที่มีอายุ 15 – 59 ปี บริบูรณ์ จำนวน 350,425 คน ร้อยละ 32.67 ตารางที่5.3 แสดงผลการจัดลำดับความรุนแรงของสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด กลุ่มสตรี (หน่วย:คน) สถานการณ์สำคัญของกลุ่มสตรี ซึ่งจากการลำดับสถานการณ์ความรุนแรงของกลุ่มสตรี ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้พิจารณาจากตารางข้อมูล พบว่าสตรีที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวฐานะยากจนที่ต้องเลี้ยงดู บุตรเพียงลำพัง จำนวน 143 ราย แม่เลี้ยงเดี่ยวได้รับการเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือเด็กในครอบครัวยากจน รอบปี 2564 ทั้งนี้จากการสำรวจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีจำนวนแม่เลี้ยง 1,473 คน อาจประสบปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นกับแม่เลี้ยงเดียว ที่จะรู้สึกหวาดกลัวขาดความเชื่อมั่นกับอนาคตที่จะ ก้าวเดินต่อไป เช่น เงินที่ต้องนำมาเลี้ยงดูบุตร การบริการจัดการเวลาในการดูและบุตร ทำให้เกิดความเครียด ซึมเศร้า เกิดสารพัดรูปแบบอารม์ด้านลบ ศูนย์ปฏิบัติการยุติความรุนแรงในครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในรอบปี 2564 มีจำนวนสตรี ที่ถูกทำร่างกายจิตใจ จำนวน 23 ราย โดยส่วนใหญ่ที่เกิดจากบุคคลภายในครอบครัวเป็นสามีทำร้ายภรรยา ซึ่งเป็นปัญหาความรุนแรงในครอบครัว อาจเกิดความขัดแย้งในครอบครัว ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวไม่ดี มีความห่างเหิน และการกดดันทางจิตใจ ลำดับที่ ประเด็นสถานการณ์กลุ่มเป้าหมาย จำนวน กลุ่มเป้าหมายตาม ประเด็น คิดเป็นร้อยละ ของประชากรสตรี ทั้งหมดในเขตพื้นที่ จังหวัด 1 แม่เลี้ยงเดี่ยวฐานะยากจนที่ต้องเลี้ยงดู บุตรเพียงลำพัง 147 0.04 2 สตรีที่ถูกละเมิดทางเพศ 69 0.0019 3 สตรีที่ถูกทำร้ายร่างกายจิตใจ 45 0.001
57 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 ปัญหาที่สตรีที่ถูกละเมิดทางเพศ ในรอบปี 2564 จำนวน 69 ราย การล่วงละเมิดทางเพศ เกิดขึ้นภายในครอบครัว และในสถานที่ทำงาน ซึ่งหลากหลายประเภททั้งทางล่วงละเมิดโดยตรง (การมี เพศสัมพันธ์) และโดยอ้อม ทั้งนี้ 5.4 กลุ่มผู้สูงอายุ “ประชากรผู้สูงอายุคือ บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป จำนวน 173,488 คน ร้อยละ 16.18 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 ประชากรผู้สูงอายุ มีจำนวนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ จำนวน 149,213 คน (ร้อยละ 86) วิเคราะห์เป็นช่วงอายุผู้สูงอายุดังนี้ - ประชากรผู้สูงอายุ อายุ 60 – 69 ปี จำนวน 93,172 คน (ร้อยละ 8.69) - ประชากรผู้สูงอายุ อายุ 70 – 79 ปี จำนวน 48,655 คน (ร้อยละ 4.50) - ประชากรผู้สูงอายุ อายุ 80 – 89 ปี จำนวน 24,751 คน (ร้อยละ 2.31) - ประชากรผู้สูงอายุ อายุ 90 – 100 ปีขึ้นไป 6,910 คน (ร้อยละ 0.64) แผนภาพ 5.3 แสดงจำนวนร้อยละประชากรผู้สูงอายุจำแนกรายพื้นที่ ร้อยละของประชากรผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งหมดพื้นที่อำเภอ พบว่าอำเภอไชยา สัดส่วน ประชากรผู้สูงอายุร้อยละ 17.47 ของประชากรในพื้นที่อำเภอทั้งหมด รองลงมาอำเภอท่าฉางร้อยละ 17.38 ของประชากรในพื้นที่อำเภอทั้งหมด และ อำเภอบ้านนาสาร ร้อยละ 16.79 ของประชากรในพื้นที่ โดยที่ อำเภอที่มีร้อยละสัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งหมดพื้นที่อำเภอน้อยที่สุด อำเภอชัยบุรี ร้อยละ 10.62 ของประชากรในพื้นที่อำเภอทั้งหมด สถานการณ์ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีในรอบปี 2564 พบว่า ผู้สูงอายุติดสังคม จำนวน 128,680 คน (ร้อยละ 89) คือ ผู้สูงอายุอยู่ในช่วงอายุ 60 – 79 ปี ที่ยังสามารถช่วยเหลือตนเองได้ดี ดำเนินชีวิตในสังคม ได้อย่างอิสระ สามารถทำกิจวัตรประจำวัน พื้นฐานและกิจวัตรประจำวันต่อเนื่องได้ เป็นผู้ที่มีสุขภาพทั่วไปดี ไม่มีโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุที่ติดบ้าน จำนวน 4,688 คน (ร้อยละ 4) คือ กลุ่มผู้สูงอายุช่วงอายุ 80 – 89 ปี ที่ช่วยเหลือตัวเองได้บ้างสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อาศัยคนดูแลบ้างแต่มีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจวัตร ประจำวัน มีความลำบากหรือติดขัดในการเคลื่อนไหวเนื่องจากสภาพร่างกายที่เสื่อมสมรรถตามอายุ หรือมีปัญหาด้าน
58 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 สุขภาพที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุติดเตียง จำนวน 1,051 คน ร้อยละ 1.5 คือ ผู้สูงอายุช่วงอายุ 90 ปีขึ้นไป ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา อาจเป็นเพราะเกิดการเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยจากโรคเรื้อรังที่เข้าสู่การลุกลามมากขึ้น จนส่งผลให้อวัยะต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งบางคนอาจจะสามารถขยับแขนหรือขาได้บ้าง แต่ยังต้องมีคนช่วยเหลือในการทำกิจวัตรประจำวันทุกอย่าง ในครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงอาศัยอยู่ด้วย คนในครอบครัวจะต้องสละเวลาส่วนใหญ่ มาคอยดูแล ผู้สูงอายุติดเตียงเหล่านี้ เพราะต้องได้รับการดูแลมากกว่าปกติ ทั้งทางด้านร่างกาย และสภาพจิตใจ ตารางที่5.4.1 แสดงผลการจัดลำดับความรุนแรงของสถานการณ์ทางสังคมจังหวัดกลุ่มผู้สูงอายุ (หน่วย:คน) สถานการณ์สำคัญของกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งจากการลำดับสถานการณ์ความรุนแรงของกลุ่ม ผู้สูงอายุ พิจารณาจากตารางพบว่า ปัญหาการช่วยเหลือตัวไม่ได้ ไม่มีคนดูแล ไม่มีรายได้ และผู้ป่วยเรื้อรัง ติดเตียง จำนวน 844 คน เกิดจากสมาชิกในครอบครัวที่เป็นลูก/หลาน มีความจำเป็นออกไปทำงานต่างจังหวัด ต้องปล่อยบ้านตามลำพัง ซึ่งจะหมายถึงการอยู่ตามลำพังแบบถาวร ไม่มีลูกหลานอยู่ด้วย และหมายถึงการอยู่ตาม ลำพังในชีวิตประจำวัน หรือบางวัน บางเวลา ที่ลูกหลานไปทำงาน ซึ่งในกรณีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการอยู่ตามลำพังใน เวลากลางวัน รวมการที่ผู้สูงอายุไม่ได้สร้างสวัสดิการสำหรับเมื่อวัยผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุที่รับภาระดูแลบุคคลในครอบครัว เช่นคนพิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง บุตรหลาน และจิตเวช จำนวน 28 คน กลุ่มผู้สูงอายุที่ได้รับการช่วยเหลือโครงการให้บริการสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการยุติความรุนแรงในครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในรอบปี 2564 ผู้สูงอายุที่ถูกกระทำ ความรุนแรงทางร่างกายหรือจิตใจ จำนวน 3 คน สาเหตุเกิดความรุนแรงบุตรทำร้ายบิดา/มารดา ลำดับ ที่ ประเด็นสถานการณ์กลุ่มเป้าหมาย จำนวน กลุ่มเป้าหมายตาม ประเด็น คิดเป็นร้อยละ ของจำนวนผู้สูงอายุ ทั้งหมดในเขตพื้นที่ จังหวัด 1 ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้/ไม่มีคนดูแล/ไม่มีรายได้/ ผู้ป่วยเรื้อรังติดเตียง 844 0.44 2 ผู้สูงอายุที่รับภาระดูแลบุคคลในครอบครัว เช่นคน พิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง บุตรหลาน และจิตเวช 28 0.02 3 ผู้สูงอายุที่ถูกกระทำความรุนแรงทางร่างกายหรือ จิตใจ 3 0.0001
59 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 5.5 กลุ่มคนพิการ คนพิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 22,678 คน ร้อยละ จำแนกคนพิการช่วงอายุแรกเกิด – 18 ปี จำนวน 1,814 คน (ร้อยละ 8 ) คนพิการอายุ 19 ปี - 59 ปีจำนวน 10,885 คน (ร้อยละ 48) และคน พิการอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 9,979 คน (ร้อยละ 44) ทั้งนี้มีจำนวนคนพิการที่ได้รับเบี้ยความพิการ จำนวน 21,398 คน แผนภาพ 5.4 แสดงจำนวนร้อยละคนพิการจำแนกรายพื้นที่ ร้อยละสัดส่วนคนพิการต่อประชากรทั้งหมดในพื้นที่ระดับอำเภอ พบว่าอำเภอร้อยละ สัดส่วนคนพิการมากที่สุด คืออำเภอไชยา ร้อยละ 3.39 รองลงมา อำเภอคีรีรัฐนิคม ร้อยละ 2.55 และอำเภอ บ้านตาขุน ร้อยละ 2.38 โดยอำเภอเกาะพะงัน มีร้อยละ 1.2 น้อยที่สุด ตารางที่5.5 แสดงผลการจัดลำดับความรุนแรงของสถานการณ์ทางสังคมจังหวัดกลุ่มคนพิการ (หน่วย:คน) สถานการณ์สำคัญของกลุ่มคนพิการ ซึ่งจากการลำดับสถานการณ์ความรุนแรงของกลุ่มคน พิการ พิจารณาจากตารางพบว่าสถิตสายด่วน 1300 ในรอบปี 2564 พบปัญหาคนพิการที่ประสบปัญหาเข้าถึง สิทธิขั้นพื้นฐาน จำนวน 171 คน เนื่องด้วยคนพิการ คือบุคคลซึ่งมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมใน ชีวิตประจำวันหรือเข้าไปมีส่วมร่วมทางสังคม เนื่องจากมีการบกพร่องทางการเห็นการได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สติปัญญาและการเรียนรู้หรือความบกพร่องอื่นใด รวมถึงได้รับผลกระทบ จากแพร่ระบาด โรคโควิด -19 ในรอบปี 2564 คนพิการที่ปัญหารายได้และครอบครัวรายได้น้อยได้รับการ ลำดับที่ ประเด็นสถานการณ์กลุ่มเป้าหมาย จำนวน กลุ่มเป้าหมายตาม ประเด็น คิดเป็นร้อยละ ของจำนวนคนพิการ ทั้งหมดในเขตพื้นที่ จังหวัด 1 คนพิการที่ประสบปัญหาเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน 171 0.75 2 คนพิการปัญหารายได้และครอบครัวรายได้น้อย 89 0.39 3 คนพิการที่ปัญหาความสัมพันธ์/ความรุนแรง ในครอบครัว 6 0.01
60 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 ช่วยเหลือจากศูนย์บริการคนพิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 89 คน ได้รับการช่วยเหลือเงินอุดหนุน สงเคราะห์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ จำนวน 21 ครอบครัว 5.6 กลุ่มครัวเรือน/ครอบครัว ครัวเรือนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 344,766 ครัวเรือน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ในเขตเทศบาล จำนวน 148,781 ครัวเรือน นอกเขตเทศบาล จำนวน 195,985 ครัวเรือน ตารางที่5.6.1 แสดงผลการจัดลำดับความรุนแรงของสถานการณ์ทางสังคมครอบครัว สถานการณ์สำคัญของกลุ่มครอบครัว ซึ่งจากการลำดับสถานการณ์ในระบบบริหารจัดการ ข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform) จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีครัวเรือนเปราะบาง จำนวน 114,634 ครัวเรือน ครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,00 บาท เป็นครัวเรือน ที่ประสบปัญหาด้านความเป็นอยู่/ที่อยู่อาศัย และมีสมาชิกที่มี เด็กเล็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่เป็นกลุ่มสมาชิกในครัวเรือนที่อยู่ภาวะพิ่งพิง โดยที่ครัวเรือนยากจน จำนวน 9,514 ครัวเรือน เป็นครัวเรือนที่ ประสบปัญหาใน 5 มิติ (มิติปัญหาด้านสุขภาพ มิติปัญหาด้านความเป็นอยู่ มิติปัญหาด้านการศึกษา มิติปัญหา รายได้และการมีงานทำ และมิติปัญหาด้านการเข้าถึงบริการของรัฐ) ในรอบปี 2564 ความรุนแรงของกลุ่มครอบครัว พิจารณาจากตารางข้อมูลพบปัญหา ครอบครัวที่มีในครอบครัวกระทำรุนแรงต่อกัน จำนวน 64 ครอบครัว ความรุนแรงเกิดจากบุคคลภายใน ครอบครัวที่เป็นสมาชิกเพศชาย (สามี/บิดา)กระทำต่อเพศหญิง (ภรรยา/มารดา) และบุตร/หลาน ความรุนแรง เหล่านี้มีผลกระทบต่อบุคคลทำให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว เก็บกด อาฆาต ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นครอบครัวที่ พ่อ - แม่ดื่มเหล้า ใช้สารเสพติด ใช้อาวุธต่อสู้กัน ทำร้ายบุตร รวมทั้งการหย่าร้าง ลำดับที่ ประเด็นสถานการณ์กลุ่มเป้าหมาย จำนวน กลุ่มเป้าหมายตาม ประเด็น คิดเป็นร้อยละ ของจำนวนครอบครัว ทั้งหมดในเขตพื้นที่ จังหวัด 1 ครัวเรือนเปราะบาง (TPMAP) (หน่วย:ครัวเรือน) 114,634 33.24 2 ครัวเรือนยากจน (TPMAP) (หน่วย:ครัวเรือน) 9,514 2.75 3 ครอบครัวที่มีคนในครอบครัวกระทำความรุนแรง ต่อกัน (หน่วย:ครอบครัว) 64 0.01
61 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 5.7 กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้ด้อยโอกาส หมายถึง ผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน และได้รับผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข การเมือง กฎหมาย วัฒนธรรม ภัยธรรมชาติ และภัยสงคราม รวมถึงผู้ที่ขาด โอกาสที่จะเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานของรัฐ ตลอดจนผู้ประสบปัญหาที่ยังไม่มีองค์กรหลักรับผิดชอบ อันจะส่งผลให้ ไม่สามารถดำรงชีวิตได้เท่าเทียมกับผู้อื่น ตารางที่5.7 แสดงผลการจัดลำดับความรุนแรงของสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด กลุ่มผู้ด้อยโอกาส (หน่วย:คน) สถานการณ์สำคัญของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ซึ่งจากการลำดับสถานการณ์ความรุนแรง ของผู้ด้อยโอกาส พิจารณาจากตารางผู้ติดเชื้อ HIV จำนวน 1,191 คน ที่ช่วยเหลือรับเบี้ยยังชีพ เนื่องจาการ ดำรงชีวิตของผู้เชื้อ HIV ในดำรงชีวิตอาจ ผู้สภาวะที่ปกปิด และอุปสรรคการที่ออกไปหางานทำ หน่วยงาน ภาครัฐ และภาคเอกชน ที่มีความจำเป็นในการใช้ใบตรวจสุขภาพรับรองเข้าการทำงาน ผู้แสดงความสามารถในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 42 คน มาดำเนินการขอมีบัตรประจำ แสดงความสามารถที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้ พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 ผู้แสดงความสามารถ เป็นผู้ทำการแสดงต่าง ๆ แก่ผู้ชมผู้ฟัง เช่น การเล่นดนตรี หรือการแสดงอย่างอื่น ๆ ซึ่งทำให้ผู้ชมผู้ฟังเกิดความพึ่งพอใจ จนให้เงินหรือทรัพย์สินเป็น การตอบแทน คนไร้ที่พึ่ง ที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ดำเนินการให้การช่วยเหลือ คนไร้ที่พึ่ง จำนวน 47 คน โดยส่วนใหญ่จะได้รับกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID 19) เนื่องจากบุคคลเหล่าที่ไม่ได้อยู่เป็นหลักแหล่ง ส่วนใหญ่จะพักอาศัยตามสวนสาธารณะ บริเวณ สาธารณะในพื้นที่อำเภอ และผู้ทำการขอทานในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 5 คน ลำดับที่ ประเด็นสถานการณ์กลุ่มเป้าหมาย จำนวน กลุ่มเป้าหมายตาม ประเด็น คิดเป็นร้อยละ ของจำนวนประชากร ทั้งหมดในเขตพื้นที่ จังหวัด 1 ผู้ติดเชื้อ HIV 1,191 0.11 2 ผู้แสดงความสามารถ 42 - 3 คนไร้ที่พึ่ง 28 - 4 ผู้ทำการขอทาน 5 -
62 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 5.2 สถานการณ์เชิงประเด็นสำคัญในพื้นที่แต่ละจังหวัด 5.2.1 สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี รอบปี 2564 มีครอบครัวที่กระทำความรุนแรงต่อกัน จำนวน 64 ครอบครัว ซึ่งมีเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีจำนวน 44 ครอบครัว เพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว โดยเฉลี่ย 1 เดือน มีความ รุนแรง 3 ครั้ง ต่อ 1 เดือน ซึ่งสอดคล้องกับการบริการสายด่วน 1300 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ให้คำปรึกษา เรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ในครอบครัวเฉลี่ย สัปดาห์ละ 4 ครั้ง ซึ่งการเกิดรุนแรงมี 3 ลักษณะ คือ (1) ความรุนแรงระหว่างคู่สมรส คู่สมรสเดิม ผู้ที่อยู่กินหรือเคยอยู่กินฉันสามีภรรยาลักษณะ การกระทำความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ เกิดขึ้นระหว่างสามีใช้ร่างกายทำร้ายภรรยา (2) ความรุนแรงต่อเด็กโดยที่รองลงมาในกรณี พ่อ – มารดา และบุคคลในครอบครัวใช้ ร่างกายทำร้ายเด็ก จำนวน 10 ราย แต่ได้พบกรณีมารดาทำร้ายบุตร (3) ความรุนแรงต่อผู้สูอายุ ที่เกิดจากบุตรทำร้าย บิดา – มารดาที่เป็นผู้สูงอายถูกทำร้าย 5.2.2 การบริการสายด่วน 1300 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศูนย์ช่วยเหลือสังคมสายด่วน 1300 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ให้บริการประชาชนและ ผู้ประสบปัญหาทางสังคม ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 – ถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 จำนวน 2,902 ราย โดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยมีจำนวนผู้มาขอคำปรึกษา จำนวน 8 รายต่อวัน ได้บริการแก่ ประชาชนและผู้ประสบปัญหาทางสังคม ได้ดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหา ดังต่อไปนี้ (1) ปัญหาเรื่องสิทธิ สวัสดิการและกฎหมาย จำนวน 420 ราย เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ วัยทำงาน (อายุ 25 – 59 ปี ) จำนวน 174 ราย กลุ่มเด็ก (อายุแรกเกิด – ไม่เกิน 18 ปี ) จำนวน 212 ราย กลุ่มเยาวชน (อายุ 18 – ไม่ 25 ปี ) จำนวน 34 ราย ทั้งนี้เป็นกลุ่มคนพิการ จำนวน 171 ราย (2) ปัญหารายได้และความยากจน จำนวน 615 ราย เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ วัยทำงาน (อายุ 25 – 59 ปี ) จำนวน 409 ราย กลุ่มผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้น ไป) จำนวน 44 ราย กลุ่มเยาวชน (อายุ 18 – ไม่ 25 ปี ) จำนวน 129 ราย และกลุ่มเด็ก (อายุแรกเกิด – ไม่เกิน 18 ปี ) จำนวน 33 ราย ทั้งนี้กลุ่มคนพิการ จำนวน 89 ราย (3) ปัญหาความสัมพันธ์/ความรุนแรงในครอบครัว จำนวน 82 ราย เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ วัยทำงาน (อายุ 25 – 59 ปี ) จำนวน 59 ราย กลุ่มเด็ก (อายุแรกเกิด – ไม่เกิน 18 ปี ) จำนวน 17 ราย กลุ่มเยาวชน (อายุ 18 – ไม่ 25 ปี ) จำนวน 5 ราย และกลุ่มผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้น ไป) จำนวน 1 ราย ทั้งนี้ กลุ่มคนพิการ จำนวน 8 ราย ทั้งนี้ การบริการของสายด่วน 1300 จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่นอกเหนือจากภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่เป็นเรื่องทั่วและอื่นๆ ที่ไม่ต้องการให้ความช่วยเหลือ ตามกระบวนสังคมสงเคราะห์ จำนวน 296 ราย และเป็นบริการที่เกี่ยวข้องสอบถามหน่วยงานอื่น จำนวน 100 ราย
63 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 ส่วนที่ 6 บทสรุปและข้อเสนอแนะ 6.1 บทสรุป การจัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานี วัตถุประสงค์เพื่อให้แนวโน้มสถานการณ์ ทางสังคมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เกิดขึ้นในรอบปี ให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ชี้ประเด็นและการเฝ้าระวัง สถานการณ์ทางสังคมที่จะเกิดได้อนาคต ประกอบการจัดทำแผนการ นโยบาย และงานแผนงานโครงการ ในระดับจังหวัด ซึ่งการจัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคม ประกอบด้วยดังนี้ (1.) ส่วนที่ 1 บทนำ จัดทำหลักการและเหตุผลการจัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานี วัตถุประสงค์ วิธีการดำเนินงาน และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ (2.) ส่วนที่ 2 ข้อมูลพื้นฐานพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมรวมข้อมูลพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ 13,079.61 ตารางกิโลเมตร 8,174,756.25 ไร่ มีจำนวน ประชากร 1,067,280 คน ความหนาแน่น 81.65 ตร.กม./คน ลักษณะภูมิเป็นที่ราบสูงภูเขาสลับซับซ้อน ที่ราบสูง บริเวณที่ราบชายฝั่งทะเล และรวมถึงลักษภูมิประเทศเป็นเกาะในอ่าวไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี แบ่งเขตการปกครอง 19 อำเภอ 131 ตำบล 1,075 หมู่บ้าน โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 137 แห่ง ศาสนาสถาน ศาสนาพุทธ วัด จำนวน 362 แห่ง และที่พักสงฆ์ จำนวน 171 แห่ง ศาสนาศริสต์ จำนวน 69 แห่ง และศาสนาอิสลาม จำนวน 49 แห่ง มีประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งขัน เรือยาว มีอีกชื่อคืองานเดือนสิบเอ็ด ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับเทศกาลออกพรรษาผลไม้ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ เงาะโรงเรียน ด้านการสาธารณสุข โรงพยาบาลประจำจังหวัดซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาล ทั่วไป จำนวน 1 แห่ง โรงพยาบาลประจำอำเภอทั่วไป รวมทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล เจ้าหน้าที่การทางการแพทย์ โดยเป็นแพทย์ จำนวน 376 คน ต่อประชากรต่อเจ้าหน้าที่ 1:2,795 คน พยาบาลวิชาชีพ 2,587 คน ต่อประชากรต่อเจ้าหน้าที่ 1:412 คน เภสัขกร จำนวน 247 คน ต่อประชากรต่อ เจ้าหน้าที่ 1:4,225 คน ทันตแพทย์ จำนวน 116 คน ต่อประชากรต่อเจ้าหน้าที่ 1:9,060 และพยาบาลเทคนิค จำนวน 32 คน ต่อประชากรต่อเจ้าหน้าที่ โรค 5 โรคสำคัญ จำแนกเป็นโรคความดันมีผู้ป่วยเข้าการรักษา มากที่สุด โดยเป็นการจัดเก็บจำนวนผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ถึงไตรมาสที่ 4 จำนวน 127,048 คน ซึ่งรองลงมาเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็ง มีจำนวนผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ถึงไตรมาสที่ 4 จำนวน 7,698 คน และ ผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยสะสม ไตรมาสที่ 1 ถึง ไตรมาสที่ 4 จำนวน 5,833 คน ทั้งนี้สาเหตุการตาย ของประชากรในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มากจาก มะเร็งและเนื้องอกทุกชนิด
64 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 ด้านสถานศึกษาทั้งในระดับการศึกษาขึ้นพื้นฐาน – อุดมศึกษาจำนวนส่งผลให้นักเรียน/ นักศึกษา เข้ามาศึกษาในจังหวัดเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสถานศึกษาทั้งสิ้น 671 แห่ง ประกอบด้วย 6 หน่วยงาน ได้แก่ 1) กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 628 แห่ง 2) สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 8 แห่ง 3) กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 40 แห่ง 4) กระทรวงสาธารณสุข สถาบันพระบรมราชชนก จำนวน 1 แห่ง 5) สถานศึกษาในสถานประกอบการ จำนวน 1 แห่ง และ 6) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จำนวน 3 แห่ง ด้านแรงงาน ประชากรที่อยู่ในวัยแรงงานหรือ ผู้มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป จำนวน 882,123 คน เป็นผู้อยู่กำลังแรงงาน 625,821 คน (ร้อยละ 70.94) และเป็นผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 256,302 คน (ร้อยละ 29.05) โดยในกำลังแรงงานประกอบด้วยผู้มีงานทำ 615,589 คน (ร้อยละ 98.37 ) และผู้ว่างงาน 10,529 คน (ร้อยละ 1.68) ซึ่ง แรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานี แรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาต ทำงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีเปรียบเทียบไตรมาสที่ 1 – 4 พบว่าในไตรมาสที่ 1 จำนวน 119,967 คน ในไตรมาสที่ 2 จำนวน 90,742 คน ไตรมาสที่ จำนวน 83,491 คน ลดลง โดยไตรมาสที่ 4 จำนวน 107,540 คน สถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมทั้งสิ้น 107,540 แห่ง (ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2564) มีผู้ประกันตนทั้งสิ้น 187,177 คน ด้านเศรษฐกิจ ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี 2560 ( Gross ProvincialProduct : GPP) ณ ราคาประจำปี มีมูลค่าเท่ากับ 211,048 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.32 จากปี 2560 ที่มูลค่าเท่ากับ 211,783 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัว (บาท) จังหวัดสุราษฎร์ธานี 182,371 บาท อยู่ลำดับที่ 5 ของภาคใต้ โดยรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน ณ ปี 2562 จำนวน 32,014 บาท และหนี้สิน ครัวเรือน จำนวน 292,625 บาท ภาคีเครือข่ายด้านสังคม องค์การสาธารณประโยชน์จำนวน 87 แห่ง และองค์สวัสดิการ ชุมชน จำนวน 168 แห่ง เครือข่ายด้านสังคมที่มีทุกพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 132 แห่ง ประกอบด้วย (1) กองทุนสวัสดิการสังคม (2) สภาเด็กและเยาวชน (3) ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 6,318 คน ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ประชากรที่กระทำผิดในคดีอาญา ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไตรมาสที่ 1 – 4 ประชากรที่กระทำผิดในคดีอาญาพบว่าเกิดขึ้นในไตร มาสที่ 2 มากที่สุด จำนวน 5,783 คน รองมาไตรมาสที่ 4 จำนวน 5,331 คน ไตรมาสที่ 1 จำนวน 5,226 คน น้อยที่สุดไตรมาสที่ 3 จำนวน 4,908 คน เป็นเกิดเหตุการณ์แบบคงที่ไม่มีแนวโน้มที่เพิ่ม หรือลดลงได้อย่าง ชัดเจน คดีความผิดคดีอาญาที่สำคัญจำแนกกลุ่มคดีพบว่าคดีที่รัฐเป็นผู้เสียหายเกิดขึ้นมาก ที่สุด จะ โดยจำนวนเกิดของคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาวุธ ปืน และการเล่นพนัน รองลงมาคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ โดยจำนวนเกิดของคดีประชาชนที่มีประพฤติ กรรมการทำความผิด และคดีความผิดพิเศษ ที่ประชาชนที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ หรือกฎหมายที่ของภาครัฐ
65 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาในคดีอาญา ผู้เสียหายที่ได้รับการช่วยเหลือ ไตรมาสที่ 1 – 4 รอบปี 2564 พบว่าคดีความผิดเกี่ยวกับชีวิต ร่างกายและเพศ รองลงมาคดีจราจร และคดีอุกฉรรจ์และ สะเทือนขวัญ จำนวน 7 ราย (3.) ส่วนที่ 3 สถานการณ์กลุ่มเป้าหมายทางสังคมระดับจังหวัด - กลุ่มเด็ก (อายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์) จำนวน 243,309คน ร้อยละ 22.74 ด้านการ สวัสดิการที่ดูแลให้มีคุณภาพภายใต้โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จำนวน 36,292 คน คิดเป็นร้อย ละ 50 ของจำนวนประชากรเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี จำนวน 71,522 คน สถานการณ์ความรุนแรงของกลุ่ม เด็กในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวนเด็กที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เกิดจากการกระทำความผิดอาญา ในรอบปี 2564 คดีอาชญากรรมที่เด็กและเยาวชนเป็นผู้กระทำ จำนวน 139 คดี เมื่อถูกดำเนินคดีถูกศาลตัดสินลงโทษ ส่งตัวให้สถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีความผิดเกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่มากที่สุด รองลงมาความผิดเกี่ยวข้องกับทรัพย์ และที่มีความผิดเกี่ยวข้องความผิดอื่นๆ เช่น พ.ร.บ.จราจร เด็กและ เยาวชน และเด็กที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยก่อนควรและไม่พร้อมในการเลี้ยงดู จำนวน 456 คน - กลุ่มเยาวชน (อายุ 18 – 25 ปีบริบูรณ์) ประชากรเยาวชน จำนวน 100,062 คน ร้อยละ 9.33 เยาวชนที่ถูกทารุณกรรรมทางร่างกายจิตใจและทางเพศ จำนวน 2 คน กลุ่มที่เยาวชนที่มี ครอบครัวแล้วที่เป็นการกระทำรูป สามีทำร้ายภรรยา ปัญหาเยาวชนที่มีครอบครัวโทรขอรับความช่วยเหลือ สายด่วน 1300 จำนวน 129 คน - กลุ่มสตรี (อายุ 15 - 59 ปี) ประชากรสตรี จำนวน 350,425 คน ร้อยละ รวบรวม ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สตรีที่ถูกละเมิดทางเพศ จำนวน 69 คน สตรีที่ถูกร้ายร่ายกายจิตใจ 45 คน แม่เลี้ยงเดี่ยวในฐานยากจนที่ถูกต้องเลี้ยงดูบุตรเพียงตามลำพัง จำนวน 147 คน - กลุ่มผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปี ) จำนวนประชากรผู้สูงอายุ จำนวน 173,488 คน ร้อยละ 16.18 รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพ จำนวน 149,209 คน และโดยเป็น ผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับเบี้ยยังชีพ หรือได้รับการสวัสดิการอื่น จำนวน 24,275คน ซึ่งมีผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ไม มีคนดูแล/ไมมีรายได/ผู้ป่วยเรื้อรังติดบ้าน ติตเตียง จำนวน 844 คน ผูสูงอายุที่ถูกกระทําความรุนแรงทางรางกาย หรือจิตใจ จำนวน 3 คน และ ผู้สูงอายุที่รับภาระดูแลบุคคลในครอบครัว เช่น คนพิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง บุตรหลาน และจิตเวช จำนวน 28 ราย - กลุ่มคนพิการ จำนวนคนพิการ 22,678 คน ร้อยละ 2.11 รวบรวมข้อมูลจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคนพิการที่ได้รับเบี้ยยังชีพ จำนวน 21,393 คน คนพิการที่ได้รับเบี้ยยังชีพ จำนวน 1,218 คน สาเหตุของความพิการ มาจาก โรคอื่นๆ จำนวน 6,803 คน ร้อยละ 30 รองลงมาภาวะเจ็บป่วย 6,007 คน ร้อยละ 26.49 และคนพิการที่ระบุสาเหตุความพิการ จำนวน 4,308 คน ในรอบปี 64 คนพิการที่อยู่คนเดี่ยว ตามลำพัง/ไม่มีผู้ดูแล/ถูกทอดทิ้ง จำนวน 6 คน
66 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 (4.) ส่วนที่ 4 สถานการณ์เชิงประเด็นทางสังคมในระดับจังหวัด - สถานการณ์ทางการค้ามนุษย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานีถือได้ว่าเป็นทางผ่านและ ปลายทาง กล่าวคือ เป็นจุดพัก และผ่าน เพื่อเคลื่อนย้ายแรงงานไปยังจังหวัดอื่น ๆ หรือประเทศมาเลเซีย ที่มีความต้องการแรงงาน รวมถึงปลายทาง ซึ่งในประเด็นการบังคับใช้แรงงานที่ผ่านมายังไม่เคยพบการบังคับ ใช้แรงงานในสถานประกอบการ และประกอบกับมีมาตรการนำเข้าแรงงานต่างด่าวโดยระบบ MOU เพื่อ ป้องกันการนำเข้าแรงงานต่างด้าวที่ไม่ถูกกฎหมายแต่ก็ยังมีการรับแจ้งขอความช่วยเหลือในกรณีที่มีความเสี่ยง ต่อการค้ามนุษย์ เช่นการที่นายจ้างเก็บเอกสารการอนุญาตเดินทางเข้าเมือง และเอกสารอนุญาตให้ทำงาน ในประเทศไทยไว้เนื่องจากลูกจ้างต้องการเปลี่ยนนายจ้าง แต่นายจ้างต้องการให้ชดใช้ค่าใช้จ่าย ในการ ดำเนินการด้านเอกสารและการเดินทางเพื่อให้แรงงานได้เข้ามาโดยถูกต้องตามกฎหมายสถานการณ์การค้า มนุษย์ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในปี 2564 มีการรับแจ้งเบาะแสเพื่อขอความช่วยเหลือในการติดตามตรวจสอบ เบื้องต้นโดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งเพื่อตรวจสอบ ติดตามคัดแยกเหยื่อการค้ามนุษย์ จำนวน 4 ครั้ง ไม่พบการกระทำที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ เป็นกรณีขบวนการ ลักลอบนำบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่มีหนังสือเดินทางมาแสดง - ความรุนแรงในครอบครัว จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 64 ราย ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 เพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว โดยเฉลี่ย 1 เดือน มีความรุนแรง 3 ครั้ง ต่อ 1 เดือน ซึ่งสอดคล้องกับการบริการสายด่วน 1300 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ให้คำปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ ในครอบครัวเฉลี่ย สัปดาห์ละ 4 ครั้ง ซึ่งการเกิดรุนแรงมี 3 ลักษณะ ความรุนแรงระหว่างคู่สมรส คู่สมรสเดิม ความรุนแรงต่อเด็กโดยที่รองลงมาในกรณี พ่อ – มารดา และบุคคลในครอบครัวใช้ร่างกายทำร้าย เด็ก และความรุนแรงต่อผู้สูงอายุ ที่เกิดจากบุตรทำร้าย บิดา – มารดาที่เป็นผู้สูงอายถูกทำร้าย - การให้บริการของศูนย์ช่วยเหลือสังคมสายด่วน 1300 เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 – ถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 จำนวน 2,902 ราย โดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยมีจำนวนผู้มาขอคำปรึกษา จำนวน 8 รายต่อวัน ได้บริการแก่ประชาชนและผู้ประสบปัญหาทางสังคม ได้ดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาเรื่องสิทธิ สวัสดิการและกฎหมาย จำนวน 420 ราย รองลงมาปัญหา รายได้และความยากจน จำนวน 615 ราย ปัญหาความสัมพันธ์/ความรุนแรงในครอบครัว จำนวน 82 ราย (5.) การวิเคราะห์และจัดลำดับความรุนแรงของสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด สถานการณ์ด้านผู้สูงอายุ ประชากรผู้สูงอายุ บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป จำนวน 173,488 คน ร้อยละ 16.18 ประชากรผู้สูงอายุ ตั้งแต่ ปี 2559 - ปี 2564 มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง ร้อยละของประชากรผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งหมดพื้นที่ระดับอำเภอร้อยละสูงกว่าภาพรวมจังหวัด พบว่าอำเภอไชยา สัดส่วนประชากรผู้สูงอายุร้อยละ 17.47 มากที่สุด รองลงมาอำเภอท่าฉางร้อยละ 17.38 และ อำเภอบ้านนาสาร ร้อยละ 16.79 โดยที่อำเภอที่มีร้อยละสัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุต่อประชากร ทั้งหมดพื้นที่อำเภอน้อยที่สุด อำเภอชัยบุรีร้อยละ 10.62 ของประชากรในพื้นที่อำเภอทั้งหมด โดยที่สถานการณ์
67 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 ผู้สูงอายุในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้สูงอายุในจังหวัดสุราษฎร์ธานีติดสังคม จำนวน 128,680 คน ร้อยละ 89 ผู้สูงอายุ ที่ติดบ้าน จำนวน 4,790 คน ร้อยละ 4 และผู้สูงอายุติดเตียง 1,273 คน ร้อยละ 1.5 - สถานการณ์ด้านเด็ก ประชากรเด็ก หรือบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ จำนวน 243,902คน ร้อยละ 22.74 ด้านการสวัสดิการที่ดูแลให้มีคุณภาพภายใต้โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรก เกิด จำนวน 36,292 คน คิดเป็นร้อยละ 50 ของจำนวนประชากรเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี จำนวน 71,522 คน สถานการณ์ความรุนแรงของกลุ่มเด็กในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวนเด็กที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เกิดจากการ กระทำความผิดอาญา ในรอบปี 2564 คดีอาชญากรรมที่เด็กและเยาวชนเป็นผู้กระทำ จำนวน 139 คดี เมื่อถูกดำเนินคดีถูกศาลตัดสินลงโทษส่งตัวให้สถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดสุราษฎร์ธานีจำนวน 382 คน ซึ่งมีความผิดเกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่มากที่สุด รองลงมาความผิดเกี่ยวข้องกับทรัพย์ และที่มีความผิด เกี่ยวข้องความผิดอื่นๆ เช่น พ.ร.บ.จราจร เด็กและเยาวชน อาจถูกชักจูงยังอ่อนต่อโลก อ่อนเยาว์ การคิดการ ตัดสินใจยังไม่เติบโตเต็มวัย ไม่รู้โทษภัยที่จะเกิดขึ้น มีความคึกคะนองตามวัย และเด็กที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยก่อน ควรและไม่พร้อมในการเลี้ยงดู จำนวน 456 คน - สถานการณ์คนพิการ จำนวน 21,778 คน ร้อยละ 2.03 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ สัดส่วนคนพิการต่อประชากรทั้งหมดในพื้นที่ระดับอำเภอ พบว่าอำเภอร้อยละสัดส่วนคนพิการมากที่สุด คือ อำเภอไชยา ร้อยละ 3.39 รองลงมา อำเภอคีรีรัฐนิคม ร้อยละ 2.55 และอำเภอบ้านตาขุน ร้อยละ 2.38 โดยอำเภอเกาะพะงัน มีร้อยละ 1.2 น้อยที่สุด ปัญหาคนพิการที่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขึ้นพื้นฐาน จำนวน 307 คน เนื่องด้วยวคนพิการ คือบุคคลซึ่งมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือเข้าไปมีส่วมร่วมทาง สังคม เนื่องจากมีการบกพร่องทางการเห็นการได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สติปัญญาและการเรียนรู้หรือความบกพร่องอื่นใด จากสถิติสายด่วน 1300 จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีคนพิการที่ ขอรับคำปรึกษาเพื่อรับการช่วยเหลือ จากหน่วงาน พม.จังหวัดสุราษฎร์ธานี - สถานการณ์ครัวเรือน/ครอบครัวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในระบบบริหารจัดการข้อมูล การพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai people Map and Analysis Platform : TPMAP) พบว่าในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีคนเปราะบางจำนวน 321,769 คน อยู่ในครัวเรือนเปราะบาง จำนวน 114,634 ครัวเรือน ซึ่งจะมีครัวเรือน เปราะบางที่ประสบปัญหา/เดือดร้อนใน 5 มิติ (มิติสุขภาพ ,มิติความเป็นอยู่ มิติด้านการศึกษา มิติด้านรายได้และ การมีงานทำ และมิติการเข้าถึงบริการของรัฐ) จำนวน 15,138 ครัวเรือน การดำเนินขับเคลื่อนขจัดความยากจน และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กำหนดจำนวนครัวเรือนเป้าหมาย จำนวน 9,515 ครัวเรือน ปัญหาครอบครัวที่มีในครอบครัวกระทำรุนแรงต่อกัน จำนวน 64 ครอบครัว ของรอบปี 2564 เพิ่มขึ้นมากว่าปี 2563 ที่มีจำนวน 44 ครอบครัว โดยความรุนแรงเกิดจากบุคคลภายใน ครอบครัวที่เป็นสมาชิกเพศชาย (สามี/บิดา กระทำต่อเพศหญิง (ภรรยา/มารดา) และบุตร/หลาน ความรุนแรง เหล่านี้มีผลกระทบต่อบุคคลทำให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว เก็บกด อาฆาต ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นครอบครัวที่ พ่อ -แม่ดื่มเหล้า ใช้สารเสพติด ใช้อาวุธต่อสู้กัน ทำร้ายบุตร รวมทั้งการหย่าร้าง
68 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 6.2 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (1) การจัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคมควรมีการรวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการ ติดตามสถานการณ์ในเชิงกลุ่มเป้าหมายและเชิงประเด็นได้อย่างต่อเนื่อง และผู้ปฏิบัติจะได้จัดทำฐานข้อมูล โดยอาศัยข้อมูลย้อนหลังนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดหรือเปรียบเทียบแนวโน้มความรุนแรงของปัญหา ในปัจจุบันและอนาคต (2) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ควรมีระบบฐานข้อมูลกลาง ที่รวบรวม ข้อมูลสำหรับของหน่วยงานระดับส่วนกลาง ไว้ให้สำหรับการสืบค้นข้อมูล เพื่อให้หน่วยงานระดับภูมิภาค สามารถเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบ และเรียกดูรายงานในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นข้อมูลรายจังหวัดและระดับประเทศ ทั้งข้อมูลปัจจุบันและย้อนหลัง 6.3 ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติระดับจังหวัด (1) ขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลทางสังคมโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นของมนุษย์จังหวัด สุราษฎร์ธานี มีนำเสนอข้อมูลด้านสังคงของจังหวัสุราษฎร์ธานีให้เชิงกลุ่มเป้าหมายและเชิงประเด็น เพื่อข้อมูล ประกอบให้จังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญ นำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางพัฒนา จังหวัดสุราษฎร์ธานี (2) การรวบรวมข้อมูลทางสังคมในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะต้องมีการประสานงานข้อมูลหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยที่จัดเก็บข้อมูลเป็นรายไตรมาส และข้อมูลวิเคราะห์ในเชิงพื้นที่ เพื่อการจัด โครงการ/กิจกรรมต่างๆ ได้อย่างถูกต้องสถานการณ์ในเชิงพื้นที่
69 รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัด ประจำปี2565 บรรณานุกรม 1. หน่วยงานที่ให้ความอนุเคราะห์ข้อมูล - ปกครองจังหวัดสุราษฎร์ธานี - ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี - สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี - สำนักงานสถิติจังหวัดสุราษฎร์ธานี - สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี - สำนักงานส่งเสริมการท้องถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ธานี - สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี - สำนักงานแรงงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี - สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี - สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี - สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี - สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2. สืบค้นเว็บไซค์ - www.m-society.go.th กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ E-Book ,ระบบ สารสนเทศด้านสังคม - http://stat.thaifamily.in.th/ รายงานระบบมาตรฐานความครอบครัวเข้มแข็ง กรมกิจการสตรี และสถาบันครอบครัว - https://www.dopa.go.th/main/web_index บริการข้อมูลสถิติ กรมการปกครอง - http://surat.nso.go.th/ รายงานสถิติจังหวัด สำนักงานสถิติจังหวัดสุราษฎร์ธานี - https://suratthani.mol.go.th/ รายงานสถานการณ์แรงงานจังหวัดรายไตรมาส สำนักงาน แรงงานจังหวัด 3. สืบค้นเอกสาร - รายงานความมั่นคงของมนุษย์ประเทศไทย ปี 2563 - รายงานสถิติจังหวัด ปี 2564 สำนักงานสถิติจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี 39/7 ม.9 ต.ขุนทะเล อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี 84100 โทร. 077 355 080-1