นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 1
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 2 ใบสมัครเข้ารับการนำเสนอผลงาน วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ในพื้นที่ระดับภาค ภายใต้โครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษาจังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ---------------------------------------------- ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป คำชี้แจง กรุณาทำเครื่องหมาย ลงใน ที่ตรงกับข้อมูลของท่าน 1. ชื่อผลงาน นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK Model 2. ประเภทผลงาน “วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)” ที่สมัครเข้ารับการนำเสนอ 2.1 ด้านการบริหารจัดการศึกษา 2.2 ด้านการจัดการเรียนรู้ 2.3 ด้านการนิเทศภายในสถานศึกษา 2.4 ด้านการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา 3. ชื่อ - สกุล ผู้นำเสนอผลงาน ว่าที่ร้อยตรีหญิงจิรฐา ภาสนยงภิญโญ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน ชื่อสถานศึกษา/หน่วยงาน โรงเรียนวัดรางกำหยาด สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 ชื่อ - สกุล ผู้นำเสนอผลงาน นางสาวพัสวรรณ เหมรังคะ ตำแหน่ง ครู ชื่อสถานศึกษา/หน่วยงาน โรงเรียนวัดรางกำหยาด สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 ชื่อ - สกุล ผู้นำเสนอผลงาน นางสาวรัชดาพร วงษ์เปรียว ตำแหน่ง ครู ชื่อสถานศึกษา/หน่วยงาน โรงเรียนวัดรางกำหยาด สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 4. ข้อมูลการติดต่อ เลขที่ 49 หมู่ที่ 3 ซอย - ถนน - ตำบล บางภาษี อำเภอ บางเลน จังหวัด นครปฐม รหัสไปรษณีย์ 73130 โทรศัพท์ 034-310975 โทรสาร 034-310975 E-mail [email protected]
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 3 คำนำ การพัฒนานวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้ TEAMWORK Model ของโรงเรียน วัดรางกำหยาดเป็นการพัฒนานวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาของโรงเรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และคุณภาพสถานศึกษาให้เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ และมีการนิเทศ ติดตามและประเมินผลภายใน สถานศึกษาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ประกอบด้วย ขั้นศึกษาสภาพปัญหา T : Trouble ขั้นการ แลกเปลี่ยน E : Exchange ขั้นเตรียมการ A : Arrange ขั้นการบริหารจัดการ M : Management ขั้นการ ปฏิบัติงาน W : Willingness ขั้นการสังเกตและประเมินผล O : Observant ขั้นตรวจสอบ R : Recheck ขั้น เก็บรวบรวมข้อมูล K : Keep data ขอขอบคุณคณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง นักเรียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทุกฝ่าย ที่ให้ความร่วมมือในการจัดทำเอกสารฉบับนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งนวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้ TEAMWORK Model ของโรงเรียนวัดรางกำหยาด ฉบับนี้จะเป็นกรอบและทิศทาง ในการขับเคลื่อน ภายในสถานศึกษา เพื่อใช้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียนของโรงเรียนวัดรางกำหยาด ให้มี คุณภาพตามที่ชุมชนต้องการและสอดคล้องกับความคาดหวังของสังคมต่อไป โรงเรียนวัดรางกำหยาด
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 4 สารบัญ หน้า องค์ประกอบที่ 1 ด้านความสำคัญของรูปแบบหรือแนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของ สถานศึกษา………………………………………………………………………………………………………………………….……….1 ความเป็นมาและสภาพปัญหา……………………………………………………………………………………………..1 แนวทางการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา……………………………………………………………………………….2 กรอบแนวคิดในการพัฒนา………………………………………………………………………………………………….3 ประโยชน์/ความสำคัญ……………………………………………………………………………………………………….3 องค์ประกอบที่ 2 ด้านกระบวนการพัฒนารูปแบบหรือแนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของ สถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………….4 วัตถุประสงค์และเป้าหมายการพัฒนา……………………………………………………………………………….….4 หลักการ ทฤษฎี แนวคิดในการพัฒนา……………………………………………………………………………….….4 การออกแบบแนวทางการพัฒนา………………………………………………………………………………………….8 การมีส่วนร่วมในการพัฒนา…………………………………………………………………………………………………11 การนำไปใช้……………………………………………………………………………………………………………………….17 การประเมินและการปรับปรุง………………………………………………………………………………………………19 องค์ประกอบที่ 3 ด้านผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามรูปแบบหรือแนวทางการพัฒนานวัตกรรม การศึกษาของสถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………………..21 ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษา…………………………………………………………………………………………………..21 ผลที่เกิดขึ้นกับครูผู้สอน………………………………………………………………….…………………………………..28 ผลที่เกิดกับผู้เรียน………………………………………………………………………………………………………………35
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 5
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 1 รายงานผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ภายใต้โครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษาจังหวัดนครปฐม ปีงบประมาณ 2567 ด้านการนิเทศภายในสถานศึกษา “นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK Model” ------------------------------------------------------- องค์ประกอบที่ 1 ด้านความสำคัญของรูปแบบหรือแนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของ สถานศึกษา จำนวน 4 ตัวชี้วัด (1) ความเป็นมาและสภาพปัญหา การนิเทศภายในสถานศึกษาเป็นงานหนึ่งในการบริหารงานวิชาการ และสำนักงานรับรองมาตรฐาน และประกันคุณภาพการศึกษา (สมศ) ไต้กำหนตให้การนิเทศภายในเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การประกันคุณภาพ การศึกษา ที่กำหนดให้สถานศึกษาต้องมีระบบการนิเทศการเรียนการสอน และจะต้องมีการนำผลไปปรับปรุง การสอนอยู่สมอ แม้ว่าสถานศึกษาจะมีโครงการนิเทศภายใน แต่ยังขาดการติตตามให้มีการนิเทศให้เป็นไปตาม แผนที่กำหนดไว้ และเป็นการดำเนินการเชิงเอกสารมากกว่าการปฏิบัติการนิเทศการเรียนการสอนจริง จาก การรายงานผลการประเมินตนเอง SAR โรงเรียนวัดรางกำหยาด ด้านการจัดการเรียนการสอน พบว่า ครูและ บุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการจัดการความรู้ โรงเรียนมีครูผู้สอนครบตามเกณฑ์ กคศ. ครูยังขาดทักษะเชื่อมโยงบูรณาการการจัดการเรียนรู้ การนำสื่อเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการจัดการเรียน การสอน ส่งผลให้นักเรียนไม่บรรลุผลสำเร็จตามหลักสูตรเท่าที่ควร เห็นได้จาก ผลการทดสอบระดับชาติ สทศ. ผลสอบ O-NET นักเรียนชั้น ป.6 ปีการศึกษา 2565 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนละผลทดสอบระดับชาติ ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ไม่เป็นไปตามค่าเป้าหมายที่โรงเรียนตั้งไว้ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปีพ.ศ. 2542 กำหนดให้มีระบบประกันคุณภาพการศึกษาโดย กำหนดให้โรงเรียนมีมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาโรงเรียนเข้าสู่มาตรฐานการศึกษา มีการประเมินและ ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด จึงจำเป็นต้องมีการนิเทศการศึกษาเพื่อให้ โรงเรียนมีมาตรฐานการศึกษาตามกำหนด การนิเทศแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การนิเทศภายนอก สถานศึกษาและการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยเฉพาะการนิเทศภายในสถานศึกษาเป็นกระบวนการที่สำคัญ อย่างยิ่งในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของครูเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ดังนั้นการนิเทศภายในสถานศึกษาจึงเป็นกระบวนการที่ผู้นิเทศในสถานศึกษา ประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู วิชาการ และผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการโดยใช้ภาวะผู้นำให้เกิดความร่วมมือร่วมใจ ประสานงานและใช้ ศักยภาพการทำงานอย่างเต็มที่ ส่งผลต่อการพัฒนางานของสถานศึกษาและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้บรรลุ เป้าหมายของการจัดการศึกษา การพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะและเจตคติที่ดี สอดคล้องกับการจัด การศึกษาและการพัฒนาผู้เรียนตามแนวทางที่พึงประสงค์นั้นถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งการ จัดการพัฒนานั้น ๆ จะสอดคล้องตรงตามความต้องการของบุคลากรภายในโรงเรียนหรือไม่ กระบวนการนิเทศ
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 2 ภายในสถานศึกษา จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการพัฒนาครูและบุคลากรของหน่วยงานด้วยการพึ่งพาตนเอง กลุ่มเครือข่ายความร่วมมือ ระบบบริหารภายในองค์กร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ จึงเป็นวิธีการ สำคัญที่จะสามารถสนองความต้องการในการพัฒนาตนเองของครูและบุคลากรสายงานการสอนได้ โรงเรียนวัดรางกำหยาด เป็นโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับชั้นอนุบาล 2– ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งการจัดกระบวนการเรียนการสอนในการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ พบว่า การนิเทศ ภายในสถานศึกษาในด้านการเรียนการสอนยังขาดระบบ ขาดปฏิทินการนิเทศที่ชัดเจน ขาดทิศทางและ รูปแบบของการนิเทศ ครูผู้ร่วมนิเทศยังไม่มีบทบาทในการขับเคลื่อนการนิเทศการศึกษาให้บรรลุถึงการพัฒนา ครูและส่งผลต่อการพัฒนานักเรียน (2) แนวทางการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา โรงเรียนวัดรางกำหยาด ได้ทำการสำรวจเพื่อนิเทศติดตามการจัดการเรียนการสอนของบุคลากรครู ภายในโรงเรียนเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเน้นกระบวนการคิดและลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งปรับการ นิเทศแบบเดิมมาเป็นรูปแบบใหม่ ได้รับความร่วมมือบุคลากรและผู้ที่เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมในการวางแผนการ นิเทศภายในสถานศึกษา โดยการศึกษาค้นคว้ารูปแบบการนิเทศที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน การจัดทำ ปฏิทินการนิเทศ การทำคำสั่งแต่งตั้งเพื่อขับเคลื่อนการนิเทศที่มีครูผู้ร่วมนิเทศ มีบทบาทในการขับเคลื่อนการ นิเทศภายในสถานศึกษา จัดทำเครื่องมือในการนิเทศที่นำไปใช้ให้เหมือนกัน โดยใช้รูปแบบการนิเทศแบบ เพื่อนช่วยเพื่อน ต้องมีกระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ สามารถให้คำแนะนำ คำปรึกษา และช่วยเหลือครูในการแก้ปัญหาการเรียนการสอน ตลอดจนส่งเสริมให้ครูได้ช่วยเหลือซึ่งกันและ กัน มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และวางแผนการสอนร่วมกันจนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองสร้างองค์ความรู้และเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งเน้นและส่งเสริมให้นักเรียนได้รับการเรียนรู้เต็มตามศักยภาพ เป็นการเรียนรู้ตามความต้องการ ตามความ สนใจของผู้เรียนและเรียนรู้อย่างมีความสุข กระบวนการเรียนการสอนต้องยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยครูต้อง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนการสอนใหม่ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้นั้น โรงเรียนวัดรางกำหยาดเล็งเห็นความสำคัญของการนิเทศภายในสถานศึกษา ติดตามผลการดำเนินการเรียน การสอนให้เป็นระบบ ระเบียบ จึงได้คิดค้นนวัตกรรมด้านการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK Model เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการนิเทศภายในสถานศึกษา การทำงานของครูผู้สอน ให้ดี ยิ่งขึ้นและพัฒนาต่อยอดจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งต่อไปได้โดยปัจจุบันทางโรงเรียนใช้กระบวนการนิเทศภายใน สถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK Model ได้ดำเนินการร่วมระดมความคิดในผลการประเมินตนเอง ตามมาตรฐานการศึกษาของในการจัดทำแผนการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนให้สูงขึ้น และได้สรุปจุดเด่นและจุดควรพัฒนาวิธีการพัฒนาที่คาดว่าจะนำมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพให้สูงขึ้นในปีต่อไป แล้วนั้น ได้กล่าวประเด็นการนิเทศไว้ว่า ให้มีการนิเทศ กำกับติดตามการจัดการเรียนการสอนที่เน้น กระบวนการคิดและลงมือปฏิบัติจริง อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง สะท้อนปัญหา ระดมความคิด เพื่อหา ข้อเสนอแนะ ซึ่งเห็นว่าสภาพปัจจุบันโรงเรียนยังเป็นปัญหาและจำเป็นต้องพัฒนาการนิเทศอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 3 (3) กรอบแนวคิดในการพัฒนา การวางแผนการนิเทศภายในสถานศึกษาโรงเรียนวัดรางกำหยาด ได้นำรูปแบบ TEAMWORK Model ผ่านวงจรคุณภาพ (PDCA) โดยทุกขั้นตอนจะมีสังคมการเรียนรู้แบ่งปันข้อมูลและช่วยเหลือกัน มีการใช้ เทคโนโลยีและการสื่อสารมาช่วยประสานงานและรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ครูมีการเรียนรู้ร่วมกันในการ พัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้เครือข่ายชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และมีการนิเทศ ที่ใช้ทีมครูข้ามระดับและข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ในการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนและให้กำลังใจซึ่งกันและ กันในการพัฒนาการเรียนการสอน โดยบทบาทของผู้นิเทศเป็นผู้เอื้ออำนวยในขณะร่วมงานกับครูในกลุ่มเพื่อน แนวทางที่ใช้จะดำเนินการเป็นกลุ่มเล็กในการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยให้ครูประยุกต์ใช้ทักษะการสอนใหม่ ๆ มาใช้ใน การจัดการเรียนการสอนได้มากขึ้นซึ่งจะการนำรูปแบบ TEAMWORK Model มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เห็น วิธีการนิเทศการเรียนการสอนในห้องเรียนได้อย่างชัดเจนซึ่งผู้นิเทศต้องร่วมกันวิเคราะห์และให้ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อช่วยให้ครูหรือผู้รับการนิเทศตัดสินใจในการปรับปรุงการเรียนการสอนของตนเอง ทักษะที่สามารถนำมาใช้ ประกอบด้วย ทักษะการสังเกต ทักษะการสื่อสาร และทักษะการแก้ปัญหา เป็นกระบวนการนิเทศการสอนใน ชั้นเรียนโดยตรง (4) ประโยชน์/ความสำคัญ ระดับสถานศึกษา 1. ครูสามารถปรับเทคนิคการจัดการเรียนการสอนตามสถานการณ์ปัจจุบันได้ เพื่อให้การ จัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและบรรลุตามมาตรฐานของหลักสูตรสถานศึกษา 2. โรงเรียนมุ่งเน้นให้จัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ในการจัดการเรียนการสอน 3. โรงเรียนจัดระบบนิเทศการศึกษาเพื่อขับเคลื่อนการนิเทศและยกผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ให้สูงขึ้นเป็นลำดับ 4. โรงเรียนความเข้าใจในการนิเทศ มีแผนและรูปแบบการนิเทศภายใน ดำเนินการนิเทศครู ทุกคน สรุปและรายงานผลเพื่อพัฒนาคุณภาพครู 5. โรงเรียนจัดทำการประกันคุณภาพการศึกษาโดยวิธีการมีส่วนร่วมอย่างเข้มที่เกิดการ พัฒนาผลต่อคุณภาพของผู้เรียนให้บรรลุตามมาตรฐานของการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ระดับครูผู้สอนและผู้นิเทศ 1. ผู้นำการนิเทศ คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน ดำเนินการขับเคลื่อนการนิเทศการเรียนการสอน 2. ครูผู้ร่วมนิเทศ ครูหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ร่วมดำเนินการนิเทศในชั้นเรียนโดยใช้ รูปแบบ 3. ครูทุกคน นักเรียนทุกห้องเรียน ได้รับการนิเทศในรูปแบบ TEAMWORK Model
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 4 องค์ประกอบที่ 2 ด้านกระบวนการพัฒนารูปแบบหรือแนวทางการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาของ สถานศึกษา จำนวน 6 ตัวชี้วัด 1. วัตถุประสงค์และเป้าหมายการพัฒนา วัตถุประสงค์ 1.1 เพื่อให้โรงเรียนมีรูปแบบและกระบวนการนิเทศ ติดตามและประเมินผลภายในโรงเรียน อย่างเป็นระบบ 1.2 เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครูให้มีคุณภาพ 1.3 เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน และผลทดสอบระดับชาติO-NET NT และ RT ที่สูงขึ้น เป้าหมายการพัฒนา เชิงปริมาณ 1. ครูโรงเรียนวัดรางกำหยาดได้รับการนิเทศภายในร้อยละ 100 2. นักเรียนโรงเรียนวัดรางกำหยาด มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และผลทดสอบระดับชาติ O-NET NT และ RT ที่สูงขึ้น เชิงคุณภาพ 1. ครูโรงเรียนวัดรางกำหยาดได้รับการนิเทศภายในอย่างต่อเนื่อง สามารถนำความรู้ที่ได้รับ จาการนิเทศภายในไปใช้ในการปฏิบัติงาน เข้าใจบทบาทหน้าที่และพัฒนาตนเองในด้านพฤติกรรม บุคลิกภาพ พัฒนาการจัดการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผลได้อย่างมีคุณภาพ 2. หลักการ ทฤษฎี แนวคิดในการพัฒนา ความหมายของการนิเทศการศึกษา นักการศึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านได้ให้ความหมายของการนิเทศการศึกษาไว้หลายลักษณะ แตกต่างกันไปตามวิวัฒนาการด้านการศึกษา จุดมุ่งหมายและแนวทางการจัดการศึกษาในสมัยนั้นๆ ซึ่งจะ นำเสนอพอเป็นสังเขปดังต่อไปนี้ กิติมา ปรีดีดิลก (2551 : 262) กล่าวว่า การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการชี้แนะ แนะนำและให้ ความร่วมมือต่อกิจกรรมของครูในการปรับปรุงการเรียนการสอน เพื่อให้บรรลุผลตามจุดหมายที่วางไว้ ชารี มณีศรี (2552 : 16) กล่าวว่า การนิเทศการศึกษาเป็นความร่วมมือและ ประสานงานของบุคลากร ทางการศึกษาในการพัฒนาเพื่อปรับปรุงคุณภาพการจัดการเรียนการสอน ของครู อันจะทำให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ สุกานดา ตปนียางกูร (2549 : 5) กล่าวว่า การนิเทศการศึกษา คือ กระบวนการทาง วิชาการที่จะ ทำให้การศึกษาบรรลุตามปรัชญาและเป้าหมายอันพึงประสงค์ เพราะงานนิเทศการศึกษาเป็นงานที่จะช่วย ปรับปรุง แก้ไข ริเริ่ม โดยใช้เทคนิคและบริบททางสังคมเป็นแรงจูงใจและกระตุ้นให้ครูเกิดกำลังใจ ความ
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 5 รับผิดชอบ ความคิดริเริ่มในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยหลักการนิเทศและมนุษยสัมพันธ์เข้าช่วย เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเจริญงอกงามทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา สันต์ธรรมบำรุง (2549 : 60 - 61) กล่าวว่า การนิเทศการศึกษา หมายถึง การช่วยเหลือ แนะนำ การ ชี้แจง บริหาร การปรับปรุงที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนในการที่จะส่งเริ่มให้ครูปรับปรุงการสอนให้ดีขึ้น นพพงษ์ บุญจิตราดุล (2549 : 9) กล่าวโดยสรุปว่า การนิเทศการศึกษา หมายถึง ความพยายามใน ทุกวิถีทางของผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยเหลือพัฒนาผู้ทำหน้าที่ให้การศึกษาเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดที่จะเกิด ขึ้นกับผู้เรียนเปลี่ยนแปลงในแนวทางที่ปรารถนา หน้าที่ของการนิเทศการศึกษาจำเป็นต้องศึกษาองค์ประกอบ หรือปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลดีต่อการเจริญของนักเรียนและปรับปรุงทักษะของครู สรุปได้ว่า การนิเทศการศึกษา หมายถึง กระบวนการให้ความช่วยเหลือครูผู้สอนหรือขอผู้รับการ ช่วยเหลือให้สามารถดำเนินการสอนหรือการปฏิบัติงานในหน้าที่บรรลุตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายได้อย่างมี คุณภาพและมีประสิทธิภาพของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องการในพัฒนาคุณภาพการศึกษา ได้แก่ ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครูหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เฉพาะสาขาวิชาในทุกระดับการศึกษา การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความเอื้ออาทร บนพื้นฐานประชาธิปไตยสร้าง ความพึงพอใจให้กับผู้ได้รับการช่วยเหลือ การนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Coaching) วัชรา เล่าเรียนดี (2556 : 224-225) ความหมายของการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Coaching) กล่าวไว้ว่า เป็นกระบวนการนิเทศที่เพื่อนครู 2 คนจับคู่หรือรวมกลุ่มกันเพื่อปรับปรุงหรือพัฒนาการจัดการ เรียนรู้ เพื่อพัฒนาผลการเรียนของนักเรียนด้วยเทคนิครูปแบบการสอนรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่มีความ เหมาะสมต่อนักเรียน มีการสังเกตการสอน ให้ข้อมูลย้อนกลับซึ่งกันและกันและการนิทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ทำได้ง่าย และสะดวก เนื่องจากเป็นครูด้วยกัน ร่วมมือกันจากความสนใจในเรื่องเดียวกัน และพึงพอใจที่จะ ร่วมมือการปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนของกันและกัน กระบวนการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน สามารถ นำกระบวนการนิเทศการสอนแบบต่าง ๆ มาใช้ เพียงแต่ผู้นิเทศคือเพื่อนครูที่ร่วมโครงการด้วยกัน ผลัดกันเป็น ผู้ทำหน้าที่ทำการนิเทศจนกว่าจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ร่วมกัน ทั้งนี้ ผู้บริหาร หัวหน้าวิชาการ ก็ทำหน้าที่ ประสานให้ความสะดวกด้วย การนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Coaching สามารถนำมาใช้เพื่อสร้าง ความคุ้นเคยให้ทั้งสองฝ่าย คือ ครู และผู้ทำหน้าที่ Coaching โดยการร่วมกันปฏิบัติใน 3 ระยะ ซึ่งไม่ จำเป็นต้องสังเกตกันทั้งชั่วโมง ดังนี้ ขั้นที่ 1 การเยี่ยมชั้นเรียนและสังเกตการเรียนการสอนในระยะเวลาสั้น ๆ บันทึกสิ่งที่สนใจ สั้นๆ (Peer Watching) หรือบันทึกจุดเด่นของการสอน และข้อเสนอแนะแบบ 2 + 2 ขั้นที่ 2 ให้ข้อมูลย้อนกลับหรือพูดคุยหลังการสังเกตการสอน (Peer Feedback) หรือมอบ ข้อมูลที่บันทึกให้ครู ขั้นที่ 3 ให้ข้อเสนอแนะ เมื่อครูต้องการคำแนะนำในประเด็นที่บันทึก Peer Coaching ทั้งนี้ ผู้บริหาร หัวหน้ากลุ่มสาระ หรือผู้นิเทศจากภายนอก ต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวกประสานงาน ให้คำแนะนำ เปลจัดฝึกอบรมในเรื่องที่ครูต้องการด้วยเช่นกัน
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 6 เกรียงศักดิ์ สังข์ชัย (2559:5) กล่าวว่า การนิเทศการสอนในปัจจุบันเน้นการนิเทศภายในโรงเรียน โดย บุคลากรในโรงเรียนร่วมกันปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนของตนเองให้มากยิ่งขึ้น โดยผู้นิเทศจาก ภายนอกจะเป็นเพียงผู้ประสานงาน มีการดำเนินการที่เป็นระบบและมีขั้นตอนที่ชัดเจน มีโครงการย่อย ๆ เพื่อ การปรับปรุง/พัฒนา และครูร่วมกันนิเทศกันเองโดยใช้เทคนิคการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Coaching) สรุปได้ว่า การนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน คือ เป็นกระบวนการของการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างครู และเพื่อนครูด้วยกัน เป็นการเสริมสร้าง ช่วยเหลือและสนับสนุนของเพื่อนครูด้วยกันในการเป็นผู้นิเทศและรับ การนิเทศ
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 7 ในการพัฒนาตามแนวคิดของนวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใช้ TEAMWORK Model ได้นำวงจรแดมมิ่ง (Deming Cycle) หมายถึง การจัดการอย่างมีคุณภาพเป็นกระบวนการที่ดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลผลิตและบริการที่มีคุณภาพขึ้น โดยหลักการที่เรียกว่าวงจรคุณภาพ (PDCA) หรือวงจรเดมมิ่ง ซึ่ง ประกอบด้วย ๔ ขั้นตอนคือ การวางแผน (Plan) การปฏิบัติตามแผน (Do) การตรวจสอบ (Check) และการ ปรับปรุงแก้ไข (Act) มาใช้ในการควบคุมคุณภาพตามรูปแบบการใช้ TEAMWORK Model ดังต่อไปนี้
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 8 (3) การออกแบบแนวทางการพัฒนา การพัฒนารูปแบบนวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK Model ของ โรงเรียนวัดรางกำหยาด เพื่อการออกแบบนวัตกรรมให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากการนิเทศภายใน สถานศึกษา และสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน โดยมีกรอบแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมที่สร้างขึ้นโดย สรุปได้ ดังนี้ 1) ด้านปัจจัย (Input) ประกอบด้วย คู่มือนิเทศภายในสถานศึกษา รูปแบบการนิเทศภายใน และ การส่งเสริมพัฒนาครู 2) ด้านกระบวนการ (Process) รูปแบบนวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใช้รูปแบบ TEAMWORK Model มีการนำวงจรควบคุมคุณภาพการทำงาน PDCA ของเดมมิ่ง (Demming) เข้ามาใช้ใน การทำงานและการนิเทศภายในสถานศึกษา โรงเรียนมีนโยบายเกี่ยวกับการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนทุกด้านตามรูปแบบ TEAMWORK Model กำหนดหลักการทำงานเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ผ่านวงจรคุณภาพ (PDCA) โดยทุก ขั้นตอนจะมีสังคมการเรียนรู้แบ่งปันข้อมูลและช่วยเหลือกัน มีการใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารมาช่วย ประสานงานและรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ครูมีการเรียนรู้ร่วมกันในการพัฒนาการเรียนการสอนให้มี ประสิทธิภาพ โดยใช้เครือข่ายชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) อย่างสม่ำเสมอ ตามขั้นตอน ดังนี้
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 9 1. ขั้นเตรียมการ/วางแผน (P) มีกิจกรรมดังนี้ 1.1 ประชุมวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการจากข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียน 1.2 ประชุมวางแผนจัดระบบการนิเทศภายใน 1.3 แต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายใน 1.4 คณะกรรมการจัดทำเครื่องมือนิเทศ 1.5 กำหนดปฏิทินการนิเทศ คู่มือนิเทศภายในสถานศึกษา 2. ขั้นดำเนินการ (D) มีกิจกรรมดังนี้ 2.1 ประชุมชี้แจงความสำคัญและแนวทางการนิเทศภายใน 2.2 สำรวจรายวิชาที่ครูจะรับการนิเทศ 2.3 สำรวจทีม PLC ของบุคลากร 2.4 กำหนดวิธีการนิเทศ 1) ประชุมครูศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการ 2) เยี่ยมชั้นเรียนและสังเกตการสอน 3) รายงานผลการปฏิบัติงานประจำวัน 4) กิจกรรม PLC 2.5 ดำเนินการนิเทศตามปฏิทิน 3. ขั้นติดตามและประเมินผล (C) มีกิจกรรมดังนี้ 3.1 ประเมินผลการดำเนินงานทุกกิจกรรม 3.2 ประเมินความพึงพอใจของครู 3.3 สรุปผลการนิเทศเสนอต่อผู้บริหาร 3.4 นำผลการนิเทศเป็นข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนต่อไป 4. ขั้นปรับปรุงและพัฒนา (A) มีกิจกรรมดังนี้ 4.1 นำผลการนิเทศมาปรับปรุงพัฒนา รูปแบบ TEAMWORK Model เป็นรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา ประกอบด้วย ขั้นศึกษาสภาพปัญหา T : Trouble มีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศ วิเคราะห์สภาพปัญหาและความ ต้องการให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษา ขั้นการแลกเปลี่ยน E : Exchange เป็นการประชุมวางแผนจัดระบบการนิเทศภายใน ประชุม แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อหารูปแบบการนิเทศ ขั้นเตรียมการ A : Arrange เป็นการเตรียมจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา คณะกรรมการจัดทำเครื่องมือนิเทศ กำหนดปฏิทินการนิเทศและตารางการนิเทศ ขั้นการบริหารจัดการ M : Management เป็นการบริหารจัดการโดยสร้างสถานศึกษาให้พัฒนาครู และคุณภาพนักเรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข ตามนโยบาย ” เรียนดี มีความสุข” ของ กระทรวงศึกษาธิการและนโยบายของเลขาธิการ กพฐ. และมีการกำหนดรูปแบบวิธีการนิเทศบูรณาการแหล่ง
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 10 เรียนรู้ในท้องถิ่น/ประวัติศาสตร์กับหลักสูตรสถานศึกษา และพัฒนางานนิเทศเพื่อส่งเสริมการอ่าน การเขียน การคำนวณ(ทักษะ 3R) ของผู้เรียน ขั้นการปฏิบัติงาน W : Willingness เป็นการปฏิบัติงานตามรูปแบบการนิเทศการจัดการเรียนการ สอน โดยน้อมนำอุดมการณ์ของความเป็นครู พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอ ดุลยเดช รัชกาลที่ 9 คือ ปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่น เต็มรู้เต็มใจเต็มเวลา เต็มคน เต็มพลังมาใช้ในการจัดการ เรียนการสอน ขั้นการสังเกตและประเมินผล O : Observant เป็นการสังเกตการจัดการเรียนรู้ ตรวจสอบคุณภาพ แผนการจัดการเรียนรู้ พร้อมทั้งบันทึกผลการประเมินตามรูปแบบนิเทศภายในสถานศึกษา ขั้นตรวจสอบ R : Recheck เป็นการแลกเปลี่ยนชุมชนแห่งการเรียนรู้ PLC เพื่อแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น หาแนวทางการแก้ไข ปรับปรุงปัญหา รวมถึงตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการทดสอบ ระดับชาติ RT, NT, O-NET และสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอน ความพึงพอใจของครู ขั้นเก็บรวบรวมข้อมูล K : Keep data การนำผลการนิเทศภายในสถานศึกษาเป็นข้อมูลสารสนเทศ ของโรงเรียน และนำผลมาวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไข พัฒนาต่อไป 3) ด้านผลผลิต (Output) เป้าหมาย คือ ครูสามารถจัดการเรียนรู้แบบ Active learning ได้และ สิ่งที่คาดว่าจะได้รับนำไปสู่ผลลัพธ์ (Outcomes) โรงเรียนมุ่งหวังให้เกิดผลความสำเร็จ คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนในรายวิชาต่าง ๆ ที่สูงขึ้น รวมถึงผลการทดสอบระดับชาติ RT, NT และO-NET สูงขึ้นด้วย แผนภูมิแสดงกรอบแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ “TEAMWORK Model”
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 11 (4) การมีส่วนร่วมในการพัฒนา การมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมของผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา ครูนักเรียน และชุมชน 1. ประชุมผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา ภาคีเครือข่าย เพื่อวิเคราะห์/สังเคราะห์ สภาพปัญหา ปัจจัยภายในและภายนอกโรงเรียน ร่วมกันหาแนวทางการพัฒนาด้านการจัดการเรียนการสอนของครูให้มี ความสอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ 2. การรับฟังเสียงสะท้อนการจัดการเรียนการสอนของครู คุณภาพผู้เรียน จากผู้ปกครอง โดยใช้ โครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน และการติดตามนักเรียนผ่านผู้ปกครอง
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 12 3. ประชุมครูเพื่อทราบแนวนโยบาย ออกแบบนวัตกรรมการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล แต่งตั้ง คณะกรรมการ หัวหน้าฝ่ายนิเทศในชั้นเรียน
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 13 4. จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการนิเทศการสอนในชั้นเรียนแบบจับคู่ข้ามวิชา
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 14
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 15 5. กำหนดตารางนิเทศเพื่อรับทราบช่วงเวลาของการเข้ารับการนิเทศ
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 16 6. ติดตามการประเมินผลการนิเทศภายในชั้นเรียน เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดกับผู้เรียน 7. การประชุมเพื่อนำผลที่ได้จากการนิเทศมาปรับใช้พัฒนา ปรับปรุง นวัตกรรมการนิเทศตาม แนวคิด TEAMWORK Model
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 17 (5) การนำไปใช้ 1. จัดทำคู่มือและเกณฑ์การพิจารณาการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK Model 2. การประชุมชี้แจง ทำความเข้าใจ นำเสนอนวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL ให้กับผู้นิเทศและผู้ถูกนิเทศ
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 18 3. มีการจัดสรรทรัพยากรในการจัดการเรียนรู้เพื่ออำนวยความสะดวก ช่วยเหลือครูผู้สอนในการ พัฒนาการสอนแบบ Active Learning มีการสนับสนุนงบประมาณในการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาครู เพื่อเข้าอบรมพัฒนาในด้านการจัดการเรียนการสอน จัดซื้อนวัตกรรมการอ่านออก สำหรับนักเรียนชั้นป.1 จัดซื้อสื่อเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน 4. การนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL เป็นการนิเทศแผนการจัด การเรียนการสอน สื่อ เทคโนโลยีที่ใช้สอน เป็นการนิเทศติดตาม ติดตาม ให้ความช่วยเหลือระหว่างการนำ นวัตกรรมไปใช้ 5. เปิดโอกาสให้เพื่อนครูร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการด้านการจัดการเรียนการสอน ซึ่งข้อมูลที่ได้จะ นำไปสู่กระบวนการ Willingness ขั้นการปฏิบัติงาน เป็นการปฏิบัติงานตามรูปแบบการนิเทศการจัดการเรียน การสอน
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 19 (6) การประเมินและการปรับปรุง ครูผู้สอนประเมินความพึงพอใจต่อการนิเทศตามแนวคิดการเรียนรู้แบบ TEAMWORK Model และ นักเรียนประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนของครู แผนภูมิแสดงความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู จากตารางและแผนภูมิแสดงความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู นักเรียนโรงเรียนวัดรางกำหยาด มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูพบว่า อยู่ใน ระดับมากขึ้นไป อยู่ในระดับร้อยละ 89
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 20 ผลการประเมินความพึงพอใจในการใช้นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาตามรูปแบบ TEAMWORK Model รายการประเมิน ความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ 5 4 3 2 1 1. วิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการให้เป็นไปตาม มาตรฐานการศึกษา 10 8 2 0 0 4.40 88.00 2. ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อหารูปแบบการนิเทศ 10 5 5 0 0 4.25 85.00 3. กำหนดปฏิทินการนิเทศและตารางการนิเทศ 13 6 1 0 0 4.60 92.00 4. การบริหารการจัดการตามรูปแบบการนิเทศ 11 4 3 2 1 4.25 85.00 5. ครูมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสอดคล้องกับ จุดประสงค์การเรียนการสอนและกิจกรรมการเรียนการ สอนสนุกและน่าสนใจ 13 5 2 0 0 4.55 91.00 6. รูปแบบการนิเทศการจัดการเรียนการสอน 12 3 5 0 0 4.35 87.00 7. มีการสังเกตการจัดการเรียนรู้และบันทึกผลการประเมิน 9 7 4 0 0 4.25 85.00 8.การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อสะท้อนผล แก้ไข และ ตรวจสอบผลการพัฒนา 10 5 5 0 0 4.25 85.00 9.การจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ 9 10 1 0 0 4.40 88.00 รวม 102 57 31 4 2 4.37 87.33 จากตารางผลการประเมินความพึงพอใจในการใช้นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาตามรูปแบบ TEAMWORK Model พบว่า มีความพึงพอใจในการใช้นวัตกรรม คิดเป็นร้อยละ 87.33 อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.37) มีการนำผลการนิเทศเป็นข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนและจัดการประชุมเพื่อพัฒนา ปรับปรุง นวัตกรรมการนิเทศภายในโดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 21 องค์ประกอบที่ 3 ด้านผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามรูปแบบหรือแนวทางการพัฒนานวัตกรรม การศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 10 ตัวชี้วัด 3.1 ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษา 1.ข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา 1.1 การนิเทศการสอนด้วยนวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใช้รูปแบบTEAMWORK MODEL มีการรายงานผลให้กับผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนรายบุคคล เพื่อนำผลการนิเทศการสอน พัฒนาการจัดการเรียนการสอน 1.2 งานนิเทศภายใน งานวัดผลประเมินผลทำงานร่วมกับงานสื่อ วิจัย และเทคโนโลยีจัดเก็บ ข้อมูลผลการเรียน การทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐานของนักเรียนในภาพรวมและรายบุคคล การจัดเก็บข้อมูล รายงานผลการนิเทศผ่านทาง Google Drive ของโรงเรียนวัดรางกำหยาดเพื่อจัดทำฐานข้อมูล (Data Base) 1.3 การนำรายงานผลการนิเทศฯ และผลการดำเนินงานพัฒนานวัตกรรมการนิเทศไปใช้ในการ บริหารการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนวัดรางกำหยาดตาม วัตถุประสงค์และเป้าหมาย 1.4 โรงเรียนวัดรางกำหยาดได้เผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศและกิจกรรมการนิเทศภายใน สถานศึกษาผ่านทางช่องทางที่หลากหลาย รายงานการจัดกิจกรรมนิเทศการจัดการเรียนการสอน รายงานผลการจัดกิจกรรมนิเทศการจัดการเรียนการสอน
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 22 2. มีการดำเนินงานการบริหารจัดการของสถานศึกษา การจัดการเรียนรู้ นิเทศ ติดตามและ ประเมินผลอย่างเป็นระบบ 2.1 มีการจัดทำแผนงานโครงการนิเทศภายในสถานศึกษา
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 23 2.2 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบการดำเนินงานการออกแบบและการจัดการเรียนรู้ ในกลุ่มสาระต่าง ๆ ที่ต้องการแก้ไขปรับปรุงและพัฒนา
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 24 2.3 มีการจัดทำปฏิทินการนิเทศภายในสถานศึกษา 2.4 โรงเรียนวัดรางกำหยาด มีการดำเนินการตามแผนงานอย่างเป็นระบบ
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 25 2.5 โรงเรียนวัดรางกำหยาด มีการประเมินและนำผลการดำเนินงานไปวางแผนพัฒนาและ รายงานสรุปผลเพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป 3. การมีเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา 3.1 บุคลากรในสถานศึกษามีความรู้ความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการวางแผนการดำเนินงาน การตรวจสอบและพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยมีการจัดกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) 3.2 ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมในการวางแผน การดำเนินงานและการ ตรวจสอบการนิเทศภายในสถานศึกษา
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 26 3.3 ผู้บริหารสถานศึกษาส่งเสริมสนับสนุนเครือข่ายชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC หรือ รูปแบบอื่น ๆ ในการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย 3.4 สถานศึกษาจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้และสะท้อนผลการพัฒนาโรงเรียน 4. การยอมรับที่มีต่อสถานศึกษา 4.1 ผู้บริหาร ครูบุคลากรนักเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการพัฒนา นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใช้รูปแบบ TEAMWORK Model
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 27 4.2 ความพึงพอใจของผู้บริหารครูนักเรียนและผู้มีส่วนร่วมการใช้นวัตกรรม
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 28 3.2 ผลที่เกิดขึ้นกับครูผู้สอน 5. การออกแบบการจัดการเรียนรู้ 5.1 ครูผู้สอนนำผลการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใช้รูปแบบ TEAMWORK Model ในการ นิเทศแผนการจัดการเรียนรู้สื่อ และเทคโนโลยีและผลการประเมินคุณลักษณะของผู้เรียนรายบุคคลมา วิเคราะห์ ปรับปรุง พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 29 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูผู้สอนมีรูปแบบเทคนิคกิจกรรมการเรียนการสอนเชิงรุก (Active Learning) สามารถ ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ได้ตรงตามหลักสูตรสถานศึกษาและบริบทด้านอื่น ๆ ของโรงเรียน โดยครู โรงเรียนวัดรางกำหยาดมีแผนจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) คิดเป็นร้อยละ 100
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 30
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 31 7. การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ครูผู้สอนมีการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียน การสอน เช่น ครูพัฒนาบทเรียนออนไลน์ ครูใช้สื่อจาก OBEC Content เป็นต้น นางสาวบุศรา สุภาภัทรานนท์ ได้รับรางวัล ระดับคุณภาพ ดีเด่น การวัดและประเมินผลในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning)
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 32 นางสาวพนิดา เรนชนะ ได้รับรางวัล ระดับคุณภาพ ดีมาก การวัดและประเมินผลในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) นางสาวพัสวรรณ เหมรังคะ ได้รับรางวัล ระดับคุณภาพ ดีเด่น การวัดและประเมินผลในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning)
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 33 นายไพบูลย์ คมแสนนฤชัยศรี ได้รับรางวัล ระดับคุณภาพ ดีเด่น การวัดและประเมินผลในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) นายไพบูลย์ คมแสนนฤชัยศรี ได้เข้าร่วมส่งผลงานการคัดเลือกผลงานที่มีผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) โครงการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภท ครูผู้ใช้สื่อเทคโนโลยี ระดับ ดีมาก
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 34 8. การวัดและประเมินผล ครูผู้รับการนิเทศ ได้พัฒนา ปรับเปลี่ยน รูปแบบการวัดผลและประเมินผล ตามแผนการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ และบริบทธรรมชาติรายวิชา เช่น แบบทดสอบ แบบประเมินพฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม แบบวิเคราะห์ผลรายบุคคล
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 35 3.3 ผลที่เกิดกับผู้เรียน 9. ผู้เรียนมีผลการพัฒนาที่เกิดจากการใช้นวัตกรรม 9.1 ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใช้รูปแบบ TEAMWORK Model โดยเป็นผู้สะท้อนปัญหาทางการเรียนของตนเอง และเป็นผู้รับการนิเทศ 9.2 ผู้เรียนมีทักษะ 3R Reading อ่านออก/(W)Riting เขียนได้/(A)Rithmatic คำนวณ 9.3 ผลจากการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใช้รูปแบบ TEAMWORK Model ทำให้ครูมี รูปแบบการจัดการเรียนการสอนเชิงรุก (Active Learning) ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนและ ผลการทดสอบ RT/NT/O-NET สูงขึ้นในปีการศึกษา 2566 จากการที่ได้นำนวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใช้รูปแบบ TEAMWORK Model ทำให้ สถานศึกษามีการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับ ปีการศึกษาที่ผ่านมา ตารางเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปีการศึกษา 2565-2566 ตารางผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านออกของผู้เรียน(Reading Test : RT) ปีการศึกษา2566 ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านออกของผู้เรียน (Reading Test :RT) ปีการศึกษา 2566 ด้าน คะแนนเฉลี่ย ของโรงเรียน คะแนนเฉลี่ย ระดับจังหวัด คะแนนเฉลี่ย สังกัด สพฐ. คะแนนเฉลี่ย ระดับประเทศ (1) การอ่านออก 90.16 82.51 77.24 77.38 (2) การอ่านรู้เรื่อง 89.33 83.06 77.19 77.19 รวม 2 สมรรถนะ 89.75 82.75 77.22 77.28 ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับสถานศึกษาภาพรวม ร้อยละของผู้เรียนที่มีเกรดเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แต่ละรายวิชาระดับ 3 ขึ้นไป (ป1-6) ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2566 ร้อยละของผลต่าง ระหว่างปีการศึกษา (1) ภาษาไทย 87.10 88.09 +0.99 (2) คณิตศาสตร์ 74.55 75.35 +0.90 (3) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 91.93 92.39 +0.46 (4) สังคมศึกษา 95.27 95.65 +0.38 (5) ประวัติศาสตร์ 94.52 95.50 +0.98 (6) สุขศึกษาและพลศึกษา 98.41 98.41 - (7) ศิลปะ ดนตรี 64.00 91.85 +27.85 (8) การงานอาชีพ 96.14 96.21 +0.07 (9) ภาษาอังกฤษ 82.05 82.15 + 0.1
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 36 ตารางผลการประเมินการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (National Test : NT) ปีการศึกษา 2566 ผลการประเมินการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (National Test : NT)ปีการศึกษา 2566 ด้าน คะแนนเฉลี่ย ของโรงเรียน คะแนนเฉลี่ย ระดับจังหวัด คะแนนเฉลี่ย สังกัด สพฐ. คะแนนเฉลี่ย ระดับประเทศ (1) คณิตศาสตร์ 52.00 58.10 61.38 52.97 (2) ภาษาไทย 68.80 68.45 61.38 62.58 รวมความสามารถทั้ง 2 ด้าน 60.40 63.28 56.65 57.78
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 37 3.4 การขยายผล 10. การขยายผล/การใช้นวัตกรรมการศึกษา 10.1 การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และขยายผลนวัตกรรมในระดับสถานศึกษาหรือหน่วยงาน โรงเรียนวัดรางกำหยาด ได้เผยแพร่ ทำความเข้าใจ และพัฒนาคู่มือการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใช้ รูปแบบ TEAMWORK Model เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียน ให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนวัดรางกำหยาด
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 38 เผยแพร่นวัตกรรมต่อภาคี 4 ฝ่าย เผยแพร่นวัตกรรมกับเครือข่าย เผยแพร่ผลงานผ่านเว็บไซต์ครูบ้านนอก
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 39 การเผยแพร่ผลงานผ่าน FACEBOOK PAGE ของโรงเรียน
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 40 ตัวอย่าง จดหมายข่าวประชาสัมพันธ์การนิเทศภายในสถานศึกษา
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 41
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 42
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 43 ทั้งนี้ ข้าพเจ้าได้แนบเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาผลงาน "วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)" ไว้ครบถ้วนแล้ว ตามประกาศสำนักงานศึกษาธิการภาค 2 รวมทั้งสิ้น จำนวน 49 แผ่น และ ข้าพเจ้าขอรับรองว่ารายงานการเสนอผลงานฉบับนี้ มีความถูกต้องและเป็นจริงทุกประการ ลงชื่อว่าที่ร้อยตรีหญิง...............................ผู้เสนอผลงาน ( จิรฐา ภาสนยงภิญโญ ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดรางกำหยาด วันที่ 27 มิถุนายน 2567 ลงชื่อ......................................................ผู้เสนอผลงาน ( นางสาวพัสวรรณ เหมรังคะ ) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนวัดรางกำหยาด วันที่ 27 มิถุนายน 2567 ลงชื่อ......................................................ผู้เสนอผลงาน ( นางสาวรัชดาพร วงษ์เปรียว) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนวัดรางกำหยาด วันที่ 27 มิถุนายน 2567 ลงชื่อ......................................................ผู้รับรองผลงาน ( นางสาวพัสวรรณ เหมรังคะ ) ตำแหน่ง ครูโรงเรียนวัดรางกำหยาด วันที่ 27 มิถุนายน 2567
นวัตกรรมการนิเทศภายในสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ TEAMWORK MODEL 44