หลกั สตู รการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน
โรงเรียนเด่อื ศรไี พรวลั ย์
ปรบั ปรุงพุทธศกั ราช 2560
ตามหลกั สตู รแกนกลางศึกษาขั้นพนื้ ฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551
องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัดสกลนคร
กรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถน่ิ
กระทรวงมหาดไทย
บันทึกขอ้ ความ
สว่ นราชการ โรงเรยี นเดือ่ ศรไี พรวลั ย์
ท่ี สน ๕๑๐๐8.๕/ วันท่ี 10 พฤษภาคม 2561
เรอ่ื ง เห็นชอบหลักสูตรสถานศกึ ษาพทุ ธศกั ราช 2561 (ฉบับปรับปรุงหลกั สูตรแกนกลาง พ.ศ.2560)
เรียน ผู้อำนวยการโรงเรยี นเดือ่ ศรไี พรวลั ย์
ตามทโี่ รงเรียนเด่อื ศรีไพรวลั ย์ ไดเ้ สนอหลกั สตู รการศึกษาขั้นพืน้ ฐานระดับ
สถานศกึ ษา ตามหลกั สูตรแกนกลางพุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ หลักสูตรแกนกลาง พ.ศ.
๒๕๖๐) กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เพอ่ื ใหค้ ณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พนื้ ฐานโรงเรียน
เดอ่ื ศรีไพรวลั ย์ พิจารณาใหค้ วามเห็นชอบนั้น
บดั นี้ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานได้พจิ ารณาใหค้ วามเหน็ ชอบแลว้
เมื่อ วันที่ 10 พฤษภาคม 2561
จึงเรยี นมาเพือ่ ทราบและประกาศใชต้ อ่ ไป
(ลงชอ่ื )
(นายชชั วาล ธรุ ะนนท์)
ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษา
โรงเรยี นเดื่อศรีไพรวลั ย์
(ลงช่ือ)
(ส.ต.อ.สุรศกั ด์ิ นอ้ ยบาท)
กรรมการสถานศกึ ษา
(ลงชื่อ)
(นายวริ ะพล น้อยโสม)
กรรมการสถานศึกษา
(ลงช่อื )
(นายสุทศั น์ สวุ รรณโน)
กรรมการสถานศึกษาและเลขานกุ าร
ความนำ
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารได้ประกาศใช้หลกั สูตรการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2544 ใน
โรงเรยี นนำรอ่ งและโรงเรียนเครอื ขา่ ย ต้ังแต่ปกี ารศกึ ษา 2544 และใชใ้ นโรงเรยี นทัว่ ไป ตัง้ แตป่ ี
การศึกษา 2546 เป็นต้นมาจนถงึ ปัจจุบนั หน่วยงานต่าง ๆ ทีร่ ับผดิ ชอบโดยตรง และมีสว่ น
เก่ยี วข้องในการใชห้ ลักสูตรฉบับดังกลา่ วน้ี ได้ติดตามและประเมนิ ผลการใช้หลักสูตรเปน็ ระยะอยา่ ง
ตอ่ เน่อื ง พบวา่ หลักสตู รการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 มีจดุ ดหี ลายประการ เช่น
หลกั สูตรช่วยส่งเสริมการกระจายอำนาจทางการศึกษา ทำให้ท้องถิน่ และสถานศกึ ษามีสว่ นรว่ มและมี
บทบาทสำคญั ในการพัฒนาหลกั สตู รใหส้ อดคล้องกบั ความต้องการของตนเอง มีแนวคิดและหลกั การ
ในการสง่ เสรมิ การพฒั นาผเู้ รยี นแบบองคร์ วมอยา่ งชัดเจนอย่างไรกต็ าม ผลการศกึ ษาดังกล่าวยงั ได้
สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นท่เี ปน็ ปัญหา และความไม่ชัดเจนของหลักสูตรหลายประการท้งั ในส่วนของ
เอกสารหลักสตู ร กระบวนการนำหลกั สูตรสกู่ ารปฏบิ ัติ และผลผลิตทีเ่ กิดจากการใชห้ ลกั สตู ร ได้แก่
ปญั หาความสับสนของผ้ปู ฏิบตั ิในระดับสถานศึกษาในการพัฒนาหลกั สตู รสถานศกึ ษา สถานศกึ ษา
สว่ นใหญ่กำหนดสาระการเรียนรแู้ ละผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวงั ไว้มาก การวดั และประเมินผลไมส่ ะท้อน
มาตรฐาน สง่ ผลต่อปัญหาการจดั ทำเอกสารหลกั ฐานทางการศึกษาและการเทยี บโอนผลการเรยี น
รวมทั้งปญั หาคุณภาพของผู้เรียนในดา้ นความรู้ ทักษะ ความสามารถและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ยังไมเ่ ปน็ ท่ีนา่ พอใจ
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน โดยสำนกั คณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน ได้
ดำเนินการทบทวนหลักสูตรการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2544 เพอ่ื พฒั นาไปสหู่ ลกั สูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 โดยนำข้อมลู ทไี่ ด้จากการศึกษาวิจัยดงั กล่าว
และข้อมลู จากแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 10 (พ.ศ. 2550-2554) มาใช้ในการ
พัฒนาหลักสูตรฯ ให้มคี วามเหมาะสมชัดเจนยงิ่ ขน้ึ ทั้งเปา้ หมายในการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียนและ
กระบวนการนำหลักสตู รไปสู่การปฏบิ ัติในระดับเขตพน้ื ที่การศกึ ษา และสถานศึกษาโดยได้มีการ
กำหนดวิสยั ทศั น์ จดุ หมายสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการ
เรียนรู้และตัวชีว้ ัด โครงสรา้ งเวลาเรยี นของแต่ละกลมุ่ สาระการเรยี นร้ใู นแตล่ ะชนั้ ปี ตลอดจนเกณฑ์
การวัดประเมินผลให้มคี วามสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนร้แู ละมีความชัดเจนต่อการนำไปปฏบิ ตั ิ
เพ่ือใช้เปน็ ทิศทางในการจดั ทำหลกั สตู ร การเรียนการสอนในแตล่ ะระดับ โดยเปดิ โอกาสให้
สถานศกึ ษาเพิม่ เติมไดต้ ามความพรอ้ มและจดุ เนน้ และไดป้ ระกาศใช้เม่อื วันที่ 11 กรกฎาคม
พ.ศ. 2553
หลกั สตู รการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานโรงเรียนเดือ่ ศรีไพรวลั ย์ ฉบบั นไี้ ด้จัดทำขน้ึ โดยใชห้ ลกั สตู ร
แกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 เป็นกรอบโดยแยกเปน็ 2 ส่วน คอื สว่ นที่จัด
ตามมาตรฐานและสาระแกนกลาง และส่วนทจ่ี ัดให้สอดคล้องกับความต้องการและบริบทของท้องถิ่น
โดยในภาพรวมหลักสูตรจะมคี วามยืดหยุน่ โดยคำนึงถึงการพฒั นาผเู้ รียนให้มีความรู้ ความสามารถ
ทเ่ี ปน็ พื้นฐานในการศึกษาตอ่ และมที กั ษะท่จี ำเป็นต่อการดำรงชวี ติ อยู่ในสังคมอย่างมคี วามสุข
สารบญั หน้า
ก
เร่ือง 1
ความนำ 1
คติพจน์ ๑
พันธกิจ ๒
เปา้ หมาย ๒
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๔
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน 15
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 16
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๑๘
การจดั การเรยี นรู้ 19
สือ่ การเรยี นรู้ ๒๒
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๒๒
เอกสารหลักฐานการศึกษา ๒๓
การเทยี บโอนผลการเรียน ๒๕
การบรหิ ารและจดั การหลกั สูตร ๒๖
โครงสร้างหลกั สูตรกลมุ่ สาระภาษาไทย ๒๗
โครงสรา้ งหลักสตู รกลุ่มสาระคณติ ศาสตร์ ๓๐
โครงสรา้ งหลักสูตรกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ๓๔
โครงสรา้ งหลกั สูตรกลุ่มสาระสงั คมศึกษาฯ ๓๖
โครงสรา้ งหลกั สตู รกลมุ่ สาระสุขศึกษาและพลศกึ ษา ๔๐
โครงสร้างหลกั สูตรกลุ่มสาระศิลปศึกษา ๔๑
โครงสรา้ งหลกั สูตรกลุ่มสาระการงานอาชพี ๔๘
โครงสร้างหลักสูตรกลุม่ สาระภาษาตา่ งประเทศ
บรรณานุกรม
1
คติพจน์
มวี ินยั ใฝ่ศึกษา กีฬาดี มคี ุณธรรม
อัตลักษณข์ องโรงเรยี น
แต่งกายสะอาด มารยาทงาม
วสิ ัยทัศน์
โรงเรยี นเดื่อศรีไพรวลั ย์ พฒั นาผ้เู รยี นตามมาตรฐานการศึกษา บุคลากรมีความรู้ คู่
จรรยาบรรณทนั สมยั ดว้ ยเทคโนโลยี มีภาคีเครอื ข่าย ใช้ภาษาอังกฤษ ดำเนินชีวิตตามปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
พันธกิจ
1. ส่งเสรมิ พฒั นาผู้เรียนใหม้ คี ุณภาพตามมาตรฐาน
2. สง่ เสริม พฒั นาครูใหม้ คี ุณภาพตามจรรยาบรรณวชิ าชีพ
3. ส่งเสริม พฒั นาผู้เรยี นให้สามารถใช้ภาษาองั กฤษในการสื่อสาร
4. พฒั นานวตั กรรม สื่อเทคโนโลยี และแหลง่ เรียนรู้ทางการเรียนใหม้ ีประสิทธภิ าพและ
ทนั สมัย
5. ส่งเสริมการดำเนินชีวติ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
6. ส่งเสรมิ ให้ทุกภาคีเครือขา่ ยมีส่วนร่วมในการจดั การศึกษา
เปา้ หมายการศกึ ษา
1. ผเู้ รียนได้รับการพัฒนาทางด้านวชิ าการให้เปน็ บุคคลแห่งการเรยี นร้เู ตม็ ตามศกั ยภาพตรง
ตามนโยบายการจัดการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน ตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาแหง่ ชาติ
2. ผเู้ รยี นได้รบั การพัฒนาเตม็ ตามศักยภาพมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม สามารถดำรงชีวติ อยใู่ นสงั คม
ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ
3. ผู้ปกครอง ชมุ ชน องคก์ ร ภาครัฐและเอกชนมีส่วนรว่ มในการกำหนดหลักสตู ร การวดั ผลและ
ประเมนิ ผลตามมาตรฐานการศึกษา เสรมิ สร้างความเข้มแข็งให้สามารถบริหารจดั การศึกษาไดอ้ ยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ
4. โรงเรยี นมแี หลง่ เรยี นรู้ ภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ เพยี งพอต่อการจัดการศึกษา ตามแนวทาง
ปฏิรูปการศึกษา และจัดบรรยากาศสภาพแวดลอ้ มท่เี อ้อื ต่อการเรยี นรตู้ ามแนวทางปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพยี งเปน็ ฐาน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
หลกั สตู รการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน โรงเรยี นเดื่อศรไี พรวลั ย์ พุทธศักราช 2553 ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 มุง่ พัฒนาผู้เรียนให้มคี ณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เพ่อื ให้สามารถอยรู่ ่วมกบั ผ้อู ่นื ในสังคมได้อยา่ งมคี วามสุข ในฐานะเป็นพลเมอื งไทยและพลโลกดงั นี้
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคณุ ลกั ษะในฐานะพลเมืองไทย ตอ้ งรู้คณุ ค่า หวงแหน และ
เทิดทูนสถาบันสูงสุดของชาติ
2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต เป็นคุณลกั ษณะที่ผเู้ รียนมจี ติ สำนกึ คา่ นิยม และมคี ุณธรรม จริยธรรมใน
การอยูร่ ว่ มกับผู้อ่นื ในสังคมอย่างมคี วามสขุ
3. มวี นิ ัย เป็นคณุ ลักษณะของผเู้ รียนดา้ นการประพฤติปฏิบัติตาม กฎ ระเบียบของสงั คม
อย่างมีความรบั ผดิ ชอบ และความซื่อสตั ย์ต่อตนเองและผู้อน่ื
4. ใฝเ่ รยี นรู้ เป็นคุณลักษณะของนักเรยี นด้านความกระตอื รือรน้ ในการแสวงหาความรู้
อยากรู้ อยากเรียน รกั การอา่ น การเขยี น การฟัง ร้จู ักต้งั คำถามเพอื่ หาเหตุผลทั้งด้วยตนเอง และ
รว่ มกับผู้อนื่ ดว้ ย ความขยนั หมน่ั เพียร และอดทน และเปดิ รบั ความคิดใหม่ ๆ
5. อยู่อย่างพอเพียง เป็นคุณลักษณะของนักเรียนในการดำรงชีวิตอย่างมีความพอประมาณ
ใช้ส่งิ ของอย่างประหยัด พอใจในส่ิงทีต่ นมอี ยบู่ นหลักเหตุผล และภมู ิค้มุ กนั ท่ีดี
6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน เปน็ คุณลักษณะของผู้เรยี นท่ีมีจติ สำนกึ ในการใชบ้ รหิ ารงาน และ
ทรัพยากรอย่างค้มุ คา่ และยง่ั ยนื ในการทำงานตามความคดิ สร้างสรรค์ มีทักษะและมุ่งม่ันตอ่
ความสำเรจ็ ของงาน
7. รกั ความเปน็ ไทย เป็นคุณลกั ษณะของผเู้ รยี นท่รี จู้ ักหวงแหน อนุรกั ษพ์ ฒั นาวิถชี วี ิตของ
คนไทย ประพฤตติ ามวฒั นธรรมไทยให้คงอยคู่ ่ไู ทย
8. มีจิตสาธารณะ เป็นคุณลกั ษณะที่ผูเ้ รยี นได้ทำประโยชนต์ ามความสามารถ ความถนดั
และความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงความรบั ผดิ ชอบ ความเสียสละ มจี ิตมุง่ ทำ
ประโยชน์ต่อครอบครัว ชมุ ชน สังคม
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
หลกั สูตรการศึกษาข้ันพนื้ ฐานโรงเรียนเดื่อศรไี พรวัลย์ พุทธศักราช 2553 ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุง่ พัฒนาผ้เู รียนใหม้ ีสมรรถนะทีจ่ ำเปน็ 5
ประการท่ีนกั เรียนพงึ มี ซ่ึงกำหนดไวใ้ นหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
สมรรถนะเหล่านไ้ี ด้หลอมรวมอย่ใู นมาตรฐานการเรยี นรู้ และตวั ชีว้ ัดของกลุ่มสาระการเรยี นรูต้ ่าง ๆ 1
ทัง้ 8 กลุ่ม สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนทง้ั 5 ประการไดแ้ ก่
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร เป็นความสามารถของนกั เรียนในการถา่ ยทอดความคิด
ความรู้ ความเข้าใจ ความร้สู ึก และทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลย่ี นข้อมูลขา่ วสารและ
ประสบการณ์ อนั จะเป็นประโยชนต์ ่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทง้ั การเจรจาตอ่ รองเพอ่ื
ประนปี ระนอม การเลือกทจี่ ะรบั และไมร่ บั ข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผล และความถูกตอ้ งตลอดจน
การเลอื กใชว้ ิธกี ารสื่อสารทม่ี ปี ระสิทธิภาพ โดยคำนึงถงึ ผลกระทบทมี่ ีตอ่ ตนเองและสังคม
2. ความสามารถในการคดิ เปน็ ความสามารถของนกั เรียนในการคิดวเิ คราะห์ การคิด
สังเคราะห์ การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ การคิดอย่างสรา้ งสรรค์ การคิดเชงิ คุณธรรมและการคดิ
อย่างเป็นระบบ เพ่อื นำไปสู่การสรา้ งองคค์ วามรหู้ รือสารสนเทศ เพ่ือการตัดสนิ ใจเก่ียวกับตนเอง
และสังคมได้อยา่ งเหมาะสม
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เป็นความสามารถของนกั เรียนในการแก้ปญั หา และ
อุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเผชิญได้อย่างถกู ต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตผุ ล คุณธรรมและข้อมูล
สารสนเทศ เข้าใจความสัมพนั ธ์และการเปลย่ี นแปลงของเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ในสงั คม ประยกุ ตค์ วามรู้
มาใช้ในการปอ้ งกันและแกไ้ ขปัญหา และมีการตัดสินใจทม่ี ีประสิทธิภาพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบที่
เกิดข้นึ ตอ่ ตนเอง สังคม และส่งิ แวดลอ้ ม
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะกระบวนการและทกั ษะในการดำเนนิ ชวี ติ เปน็
ความสามารถของนกั เรยี นในด้านการนำกระบวนการตา่ ง ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การ
ทำงานและการอยรู่ ว่ มกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสมั พนั ธ์อนั ดรี ะหวา่ งบคุ คล การจัดการ
และหาทางออกท่เี หมาะสมด้านความขัดแยง้ และความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล การปรับตัวให้ทนั กบั
การเปลยี่ นแปลงของสังคม และสภาพแวดลอ้ ม การสืบเสาะหาความรู้ และการรจู้ กั หลีกเลี่ยง
พฤตกิ รรมที่ไมพ่ งึ ประสงค์ ซง่ึ จะส่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผอู้ น่ื
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เปน็ ความสามารถของนกั เรยี นในการเลือกใช้
เทคโนโลยีด้านตา่ ง ๆ ทั้งด้านวัตถุ แนวคิด และวธิ ีการในการพัฒนาตนเองและสังคมดา้ นการเรียนรู้
การสือ่ สาร การทำงาน การแกป้ ญั หา และการอยรู่ ่วมกับผู้อื่นไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสมและมี
คุณธรรม
หมายเหตุ รายวชิ าเพิ่มเติมอาจเปล่ยี นแปลงไดต้ ามความเหมาะสม แต่รวมเวลาเรยี นแล้ว
จะตอ้ งไม่เกิน 100 ชวั่ โมง หรอื 2.5 หน่วยกติ และใหเ้ สนอตอ่ คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู รและ
วิชาการเหน็ ชอบกอ่ นเปดิ การเรยี นการสอนของทุกภาคเรียน
หมายเหตุ รายวิชาเพม่ิ เตมิ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ท้ังนีเ้ วลารวมจะตอ้ งไม่
นอ้ ยกวา่ เวลารวมของรายวิชาเพิ่มเติมทกี่ ำหนดไว้ในโครงสร้างและใหเ้ สนอต่อคณะกรรมการบริหาร
หลกั สูตรและวชิ าการเหน็ ชอบกอ่ นเปิดการเรียนการสอนของทุกภาคเรียน
กลมุ่ สาระภาษาไทย
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 การอา่ น
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคดิ เพือ่ นำไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ญั หาใน
การดำเนินชวี ิต
และมีนสิ ัยรักการอา่ น
สาระท่ี 2 การเขยี น
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขียน
เร่อื งราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษา
ค้นควา้ อย่างมีประสิทธภิ าพ
สาระที่ 3 การฟงั การดู และการพูด
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ
ความรสู้ ึกในโอกาสต่างๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
สาระที่ 4 หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ
สาระที่ 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็น
คณุ ค่าและนำมาประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จรงิ
กลุ่มสาระคณิตศาสตร์
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 จำนวนและการดำเนนิ การ
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจรงิ
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจถงึ ผลท่เี กิดข้นึ จากการดำเนินการของจำนวน และความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง
การดำเนนิ การตา่ ง ๆ และสามารถใช้การดำเนินการในการแกป้ ญั หา
มาตรฐาน ค 1.3 ใชก้ ารประมาณค่าในการคำนวณและแกป้ ญั หา
มาตรฐาน ค 1.4 เขา้ ใจระบบจำนวนและนำสมบัตเิ กย่ี วกบั จำนวนไปใช้
สาระท่ี 2 การวัด
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพืน้ ฐานเกยี่ วกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ทีต่ อ้ งการวัด
มาตรฐาน ค 2.2 แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวดั
สาระท่ี 3 เรขาคณิต
มาตรฐาน ค 3.1 อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณติ สองมิตแิ ละสามมิติ
มาตรฐาน ค 3.2 ใชก้ ารนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเก่ยี วกบั ปรภิ มู ิ (spatial reasoning)
และใช้แบบจำลองทางเรขาคณติ (geometric model) ในการแก้ปัญหา
สาระที่ 4 พีชคณติ
มาตรฐาน ค 4.1 เขา้ ใจและวิเคราะหแ์ บบรปู (pattern) ความสัมพันธ์ และฟังก์ชัน
มาตรฐาน ค 4.2 ใช้นพิ จน์ สมการ อสมการ กราฟ และตวั แบบเชิงคณิตศาสตร์ (mathematical
model) อ่ืน ๆ แทนสถานการณต์ ่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมาย และนำไปใช้
แก้ปัญหา
สาระที่ 5 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู และความนา่ จะเป็น
มาตรฐาน ค 5.1 เข้าใจและใชว้ ธิ ีการทางสถิตใิ นการวิเคราะห์ขอ้ มูล
มาตรฐาน ค 5.2 ใช้วิธีการทางสถติ ิ และความรเู้ ก่ียวกับความน่าจะเปน็ ในการคาดการณไ์ ดอ้ ยา่ ง
สมเหตุสมผล
มาตรฐาน ค 5.3 ใช้ความรู้เก่ียวกับสถิติ และความนา่ จะเปน็ ชว่ ยในการตดั สนิ ใจและแก้ปญั หา
สาระท่ี 6 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแกป้ ญั หา การใหเ้ หตุผล การสอื่ สาร การสอ่ื ความหมายทาง
คณติ ศาสตร์และการนำเสนอ การเชือ่ มโยงความร้ตู า่ งๆ ทางคณิตศาสตร์และ
เชือ่ มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ และมีความคิดริเรม่ิ สร้างสรรค์
กล่มุ สาระวิทยาศาสตร์
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 ส่ิงมชี วี ิตกับกระบวนการดำรงชีวติ
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสมั พนั ธ์ระหวางสิ่งไม่มีชวี ิตกับ
สิ่งมีชวี ิตและ ความสัมพนั ธ์ระหวางสิง่ มชี ีวติ กบั ส่ิงมีชวี ิตตา่ ง ๆ ในระบบนเิ วศ
การถ่ายทอดพลงั งาน การเปล่ยี นแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของ
ประชากร ปัญหาและผลกระทบทมี่ ีต่อ ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
แนวทางในการอนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละการแกไ้ ข
ปัญหาสง่ิ แวดลอมรวมท้งั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบัติของส่งิ มีชีวติ หนว่ ยพ้นื ฐานของสง่ิ มชี ีวิตการลำเลียงสารเขา้ และออก
จากเซลล์ ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ท่ขี องระบบต่าง ๆ ของสัตวแ์ ละ
มนุษย์ทที่ ำงานสมั พนั ธ์กนั ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะ
ต่าง ๆ ของพชื ที่ทำงานสมั พันธ์กนั รวมทั้ง นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๓ เขา้ ใจกระบวนการและความสำคญั ของการถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พนั ธกุ รรม การเปลีย่ นแปลงทางพันธุกรรมท่มี ผี ลตอ่ สูงมชี ีวิต ความหลากหลาย
ทางชีวภาพและวิวฒั นาการของส่งิ มีชวี ติ รวมทั้งนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
หมายเหตุ : มาตรฐาน ว ๑.๑ - ว ๑.๓ สำหรับผู้เรียนในระดับชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ถึงระดบั ชน้ั
มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ และผู้เรยี นในระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ - ๖ ท่ีไม่เน้น
วิทยาศาสตร์
สาระท่ี ๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เขา้ ใจสมบตั ิของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหวางสมบตั ขิ อง
สสารกบั โครงสรา้ งและแรงยึดเหนย่ี วระหวางอนุภาค หลักและธรรมชาตขิ อง
การเปลยี่ นแปลงสถานะ ของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี
มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงทกี่ ระทำ
ต่อวัตถุ ลกั ษณะการเคล่ือนที่ แบบตา่ ง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์ มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ยี นแปลง
และการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพนั ธร์ ะหวาง สสารและพลังงาน พลงั งานใน
ชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลนื่ ปรากฏการณ์ที่เก่ียวข้องกบั
เสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทงั้ นำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
หมายเหตุ : มาตรฐาน ว ๒.๑ - ว ๒.๓ สำหรบั ผเู้ รียนในระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑ ถึงระดับชน้ั
มัธยมศึกษาปที ี่ ๓ และผ้เู รยี นในระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ ทีไ่ ม่เน้น
วิทยาศาสตร์
สาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และววิ ฒั นาการของเอกภพ
กาแลก็ ซี ดาวฤกษ์ และระบบสรุ ิยะ รวมทงั้ ปฏิสัมพนั ธ์ภายในระบบสุรยิ ะท่ีส่งผล
ตอ่ สงู มชี ีวิตและการประยกุ ตใ์ ช้ เทคโนโลยีอวกาศ สาระและมาตรฐานการ
เรยี นรู้ เอกสารต้นฉบับ อยู่ ระหวางดำเนินการจัดพมิ พ์
มาตรฐาน ว ๓.๒ เขา้ ใจองค์ประกอบและความสัมพนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลง
ภายในโลก และบนผวิ โลก ธรณีพบิ ตั ภิ ัย กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟ้าอากาศ
และภมู อิ ากาศโลก รวมทั้งผลต่อ ส่งิ มชี ีวติ และส่งิ แวดล้อม
หมายเหตุ : มาตรฐาน ว ๓.๑ - ว ๓.๒ สำหรบั ผู้เรยี นทุกคนในระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ ถึง
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ และผเู้ รยี นในระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๔ - ๖
ที่ไม่เนน้ วิทยาศาสตร์
สาระที่ ๔ ชวี วทิ ยา
มาตรฐาน ว ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของสิ่งมชี วี ิตการศึกษาชีววทิ ยาและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ สารท่ี
เป็นองคป์ ระกอบของสง่ิ มีชวี ติ ปฏกิ ริ ยิ าเคมใี นเซลล์ของสง่ิ มชี วี ติ กล้องจลุ ทรรศน์
โครงสรา้ งและหน้าทข่ี องเซลล์ การลำเลยี งสารเข้าและออกจากเซลล์ การแบง่
เซลล์ และการหายใจระดบั เซลล์
มาตรฐาน ว ๔.๒ เขา้ ใจการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม การถา่ ยทอดยนี บนโครโมโซม สมบัติ
และหนา้ ที่ ของสารพนั ธกุ รรม การเกิดมวิ เทชั้น เทคโนโลยีทางดเี อน็ เอหลกั ฐาน
ขอ้ มลู และแนวคิดเก่ียวกบั ววิ ัฒนาการของส่ิงมีชวี ิต ภาวะสมดุ ลของฮาร์ดี-ไวน์
เบรก์ิ การเกดิ สปีชสี ์ใหม่ ความหลากหลายทางชีวภาพ กำเนดิ ของสิง่ มชี วี ติ
ความหลากหลายของส่งิ มีชวี ติ และ อนกุ รมวิธาน รวมทง้ั นำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๔.๓ เข้าใจสว่ นประกอบของพชื การแลกเปล่ยี นแก๊สและคายนา้ ของพชื การลำเลยี ง
ของพชื การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง การสืบพันธุข์ องพชื ดอกและการเจรญิ เตบิ โต และ
การตอบสนอง ของพชื รวมทงั้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๔.๔ เข้าใจการยอ่ ยอาหารของสตั ว์และมนุษย์ รวมท้งั การหายใจและการแลกเปลีย่ น
แกส๊ การลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภมู ิคุม้ กนั ของรา่ งกาย การขับถา่ ย
การรับร้แู ละ การตอบสนอง การเคลื่อนท่ีการสืบพันธแ์ุ ละการเจริญเตบิ โต
ฮอรโ์ มนกบั การรักษา ดลุ ยภาพ และพฤติกรรมของสตั ว์ รวมทัง้ นำความร้ไู ปใช้
ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๔.๕ เข้าใจแนวคดิ เกี่ยวกับระบบนิเวศ กระบวนการถ่ายทอดพลงั งานและการหมุนเวยี น
สาร ในระบบนิเวศ ความหลากหลายของไบโอม การเปลี่ยนแปลงแทนท่ีของ
ส่ิงมีชวี ิตในระบบนิเวศ ประชากรและรูปแบบการเพิ่มของประชากร
ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม ปัญหา และผลกระทบท่เี กดิ จากการใช้
ประโยชน์ และแนวทางการแกไ้ ขปญั หา
หมายเหตุ : มาตรฐาน ว ๔.๑ - ว ๔.๕ สำหรบั ผเู้ รยี นในระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ - ๖ ท่เี น้น
วทิ ยาศาสตร์
สาระท่ี ๕ เคมี
มาตรฐาน ว ๕.๑ เขา้ ใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พันธะเคมี
และสมบตั ิของ สาร แก๊สและสมบัตขิ องแกส๊ ประเภทและสมบัติของ
สารประกอบอนิ ทรียแ์ ละพอลเิ มอร์ รวมท้ัง การนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๕.๒ เขา้ ใจการเขยี นและการดุลสมการเคมี ปรมิ าณสัมพนั ธใ์ นปฏกิ ิรยิ าเคมี อัตราการ
เกิดปฏกิ ิริยาเคมี สมุดลในปฏิกริ ยิ าเคมี สมบตั ิและปฏิกิรยิ าของกรด-เบส
ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟา้ รวมทัง้ การนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๕.๓ เข้าใจหลักการทำปฏิบัตกิ ารเคมี การวดั ปริมาณสาร หนว่ ยวัดและการเปลย่ี นหนว่ ย
การคำนวณ ปรมิ าณของสาร ความเข้มข้นของสารละลาย รวมทง้ั การบูรณาการ
ความรแู้ ละทักษะในการอธบิ าย ปรากฏการณ์ในชวี ติ ประจำวนั และการ
แก้ปัญหาทางเคมี
หมายเหตุ : มาตรฐาน ว ๕.๑ - ว ๕.๓ สำหรับผ้เู รยี นในระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ - ๖ ท่เี น้น
วิทยาศาสตร์
สาระที่ ๖ ฟสิ กิ ส์
มาตรฐาน ว ๖.๑ เข้าใจธรรมชาติทางฟิสกิ ส์ ปริมาณและกระบวนการวดั การเคลอ่ื นท่ีแนวตรง แรง
และ กฎการเคลื่อนท่ีของนิวตนั กฎความโนม้ ถ่วงสากล แรงเสยี ดทาน สมดุ ลกล
ของวัตถงุ าน และกฎการอนรุ กั ษ์พลังงานกล โมเมนต์ตมั้ และกฎการอนุรกั ษ์
โมเมนตต้ัม การเคล่ือนที่แนวโค้ง รวมทงั้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๖.๒ เข้าใจการเคลอ่ื นท่แี บบฮารม์ อนกิ ส์อยา่ งง่าย ธรรมชาตขิ องคลน่ื เสียงและการได้
ยนิ ปรากฏการณ์ที่เกย่ี วข้องกับเสยี ง แสงและการเห็น ปรากฏการณท์ ี่
เกยี่ วข้องกับแสง รวมท้งั นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๖.๓ เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้าศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า
กระแสไฟฟา้ และ กฎของโอหม์ วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและ
กำลังไฟฟ้าการเปล่ียนพลงั งานทดแทน เป็นพลังงานไฟฟ้าสนามแม่เหล็ก แรง
แมเ่ หลก็ ทก่ี ระทำกับประจุไฟฟา้ และกระแสไฟฟ้า การเหนยี่ วนำแมเ่ หลก็ ไฟฟา้
และกฎของฟารำเดย์ ไฟฟ้ากระแสสลบั คล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้า และ การส่อื สาร
รวมทั้งนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๖.๔ เข้าใจความสัมพันธข์ องความรอ้ นกับการเปล่ยี นอุณหภูมแิ ละสถานะของสสาร
สภาพยืดหยุ่น ของวสั ดุ และมอดุลสั ของยงั ความดนั ในของไหล แรงพยงุ และ
หลักของอาร์คมิ ีดีส ความตงึ ผิว และแรงหนดื ของของเหลว ของไหลอดุ มคติ
และสมการแบรน์ ลู ลี กฎของแกส๊ ทฤษฎจี ลน์ของ แก๊ส อุดมคติและพลังงาน
ในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอ่ ิเล็กทริก ทวภิ าวะ
ของคลืน่ และอนุภาค กมั มนั ตภาพรงั สี แรงนวิ เคลียร์ ปฏกิ ิรยิ านิวเคลยี ร์
พลงั งานนิวเคลยี ร์ ฟสิ กิ ส์ อนุภาค รวมท้งั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
หมายเหตุ : มาตรฐาน ว ๖.๑ - ว ๖.๔ สำหรับผเู้ รียนในระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ - ๖ ทเ่ี น้น
วิทยาศาสตร์
สาระที่ ๗ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๗.๑ เขา้ ใจกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก ธรณพี บิ ัติภยั และผลตอ่ สูงมชี วี ิตและสิ่ง
แวดลอม การศกึ ษาลำดับชน้ั หนิ ทรัพยากรธรณี แผนทแี่ ละการนำไปใช้
ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๗.๒ เข้าใจสมุดลพลังงานของโลก การหมุนเวยี นของอากาศบนโลก การหมุนเวียนของ
น้ำในมหาสมทุ ร การเกิดเมฆ การเปล่ยี นแปลงภูมอิ ากาศโลกและผลต่อสงู มี
ชีวิตและส่ิงแวดลอม รวมทั้ง การพยากรณ์อากาศ
มาตรฐาน ว ๗.๓ เข้าใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสรุ ยิ ะ ความสัมพนั ธข์ องดาราศาสตรก์ บั มนุษย์จาก
การศกึ ษาตำแหน่งดาว บนทรงกลมฟ้าและปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสรุ ยิ ะ
รวมทั้งการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีอวกาศ
หมายเหตุ : มาตรฐาน ว ๗.๑ - ว ๗.๓ สำหรบั ผเู้ รียนในระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ - ๖ ทีเ่ น้น
วิทยาศาสตร์
สาระท่ี ๘ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๘.๑ เขา้ ใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีเพอื่ การดำรงชวี ิตในสังคมทมี่ กี ารเปลี่ยนแปลง
อยา่ งรวดเรว็ ใช้ความรแู้ ละทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ
ศาสตร์อืน่ ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรอื พฒั นางานอย่างมคี วามคิดสรา้ งสรรค์ด้วย
กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลอื กใชเ้ ทคโนโลยี อยา่ งเหมาะสมโดย
คำนึงถงึ ผลกระทบตอ่ ชวี ิต สงั คม และสิง่ แวดลอม
มาตรฐาน ว ๘.๒ เข้าใจและใช้แนวคดิ เชงิ คำนวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชีวิตจริงอยา่ งเป็นขน้ั ตอน
และเปน็ ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรู้ การ
ทำงาน และการแก้ปัญหาไดอ้ ย่างมี ประสทิ ธิภาพ รู้เท่าทัน และมจี รยิ ธรรม
หมายเหตุ : มาตรฐาน ว ๘.๑ สำหรบั ผู้เรยี นในระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ - ๖
กลมุ่ สาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื
ศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มศี รทั ธาที่ถกู ต้อง ยึดมน่ั และปฏิบัตติ าม
หลักธรรมเพอื่ อยูร่ ่วมกนั อยา่ งสนั ติสุข
มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจตระหนกั และปฏิบตั ิตนเป็นศาสนกิ ชนทด่ี ี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนา
หรือศาสนาที่ตนนับถอื
สาระท่ี 2 หน้าทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดำเนินชวี ิตในสังคม
มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ติ นตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมอื งทด่ี ี มีค่านยิ มท่ดี ีงาม และธำรง
รกั ษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดำรงชวี ติ อยู่ร่วมกันในสงั คมไทย และสงั คม
โลกอยา่ งสันติสุข
มาตรฐาน ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมอื งการปกครองในสังคมปจั จบุ นั ยึดมน่ั ศรัทธา และธำรงรักษา
ไวซ้ ึง่ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข
สาระท่ี 3 เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส 3.1 เขา้ ใจและสามารถบริหารจดั การทรัพยากรในการผลิต และการบรโิ ภคการใช้
ทรัพยากรที่มอี ยู่จำกดั ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพและค้มุ คา่ รวมท้ังเข้าใจหลกั การ
ของเศรษฐกิจพอเพียง เพอื่ การดำรงชีวติ อยา่ งมดี ุลยภาพ
มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจ และ
ความจำเปน็ ของการรว่ มมอื กนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
สาระท่ี 4 ประวัติศาสตร์
มาตรฐาน ส 4.1 เขา้ ใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยคุ สมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้
วิธีการทางประวัตศิ าสตรม์ าวิเคราะหเ์ หตกุ ารณ์ต่าง ๆ อยา่ งเปน็ ระบบ
มาตรฐาน ส 4.2 เขา้ ใจพัฒนาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดีตจนถงึ ปัจจุบนั ในด้านความสมั พนั ธ์และ
การเปลีย่ นแปลงของเหตุการณ์อย่างตอ่ เน่อื ง ตระหนกั ถงึ ความสำคญั และ
สามารถวิเคราะหผ์ ลกระทบท่ีเกิดขึ้น
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภมู ิปัญญาไทย มีความรัก ความภมู ใิ จ
และธำรงความเป็นไทย
สาระท่ี 5 ภมู ิศาสตร์
มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะของโลกทางกายภาพ และความสมั พันธ์ของสรรพส่ิงซงึ่ มีผลตอ่ กัน
และกนั ในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนทีแ่ ละเครือ่ งมือทางภูมศิ าสตร์ ในการ
คน้ หาวิเคราะห์ สรปุ และใชข้ อ้ มลู ภมู ิสารสนเทศอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งมนษุ ยก์ ับสภาพแวดล้อมทางกายภาพท่กี อ่ ให้เกดิ การ
สรา้ งสรรคว์ ัฒนธรรม มจี ติ สำนึก และมีสว่ นร่วมในการอนรุ ักษ์ ทรัพยากรและ
สิ่งแวดล้อม เพอ่ื การพฒั นาท่ียัง่ ยนื
กล่มุ สาระสขุ ศึกษาและพลศึกษา
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 การเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
สาระที่ 2 ชวี ิตและครอบครัว
มาตรฐาน พ 2.1 เข้าใจและเห็นคุณคา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศกึ ษา และมีทักษะในการดำเนินชวี ิต
สาระที่ 3 การเคลอ่ื นไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกฬี าสากล
มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มที กั ษะในการเคล่อื นไหวกจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา
มาตรฐาน พ 3.2 รกั การออกกำลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเปน็ ประจำอยา่ ง
สม่ำเสมอ มวี ินยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มีนำ้ ใจนกั กฬี า มีจติ วญิ ญาณในการ
แข่งขนั และชืน่ ชมในสนุ ทรยี ภาพของการกฬี า
สาระท่ี 4 การสรา้ งเสริมสขุ ภาพ สมรรถภาพและการป้องกันโรค
มาตรฐาน พ 4.1 เห็นคุณค่าและมที ักษะในการสรา้ งเสริมสุขภาพ การดำรงสขุ ภาพ การป้องกันโรค
และการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพ่ือสุขภาพ
สาระท่ี 5 ความปลอดภัยในชีวติ
มาตรฐาน พ 5.1 ป้องกันและหลกี เลยี่ งปจั จัยเส่ียง พฤตกิ รรมเส่ียงต่อสขุ ภาพ อบุ ัติเหตุ การใช้ยา
สารเสพติด และความรุนแรง
กลุม่ สาระศลิ ปะ
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี 1 ทัศนศิลป์
มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลปต์ ามจินตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค์ วิเคราะห์
วิพากษ์ วจิ ารณค์ ุณคา่ งานทัศนศิลป์ ถา่ ยทอดความร้สู ึก ความคิดตอ่ งานศลิ ปะ
อยา่ งอสิ ระ ชน่ื ชม และประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจำวัน
มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหว่างทัศนศลิ ป์ ประวัตศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคณุ ค่า
งานทศั นศิลป์ที่เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น ภมู ิปัญญาไทยและ
สากล
สาระท่ี 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณ์คุณค่า
ดนตรี ถ่ายถอดความรู้สึก ความคิดตอ่ ดนตรอี ยา่ งอิสระ ชืน่ ชม และประยกุ ต์ใช้
ในชวี ติ ประจำวนั
มาตรฐาน ศ 2.2 เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งดนตรี ประวตั ศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณค่าของ
ดนตรีที่เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปัญญาท้องถิ่น ภมู ิปัญญาไทยและสากล
สาระท่ี 3 นาฏศลิ ป์
มาตรฐาน ศ 3.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางนาฏศิลปอ์ ย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณ์
คณุ ค่านาฏศิลป์ ถ่ายถอดความร้สู กึ ความคิดอยา่ งอิสระ ชื่นชม และ
ประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ 3.2 เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งนาฏศิลป์ ประวัตศิ าสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่า
ของนาฏศลิ ป์ทเี่ ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถิน่ ภมู ปิ ญั ญาไทยและ
สากล
กลุ่มสาระการงานอาชพี และเทคโนโลยี
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 การดำรงชีวติ และครอบครัว
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการ
จดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการ
แสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลกั ษณะนสิ ยั ในการทำงาน มจี ติ สำนึกในการใช้
พลงั งาน ทรพั ยากร และสง่ิ แวดล้อมเพื่อการดำรงชวี ติ และครอบครัว
สาระท่ี 2 การออกแบบและเทคโนโลยี
มาตรฐาน ง 2.1 เขา้ ใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสง่ิ ของเครื่องใช้
หรือวธิ ีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคดิ สร้างสรรค์ เลือกใช้
เทคโนโลยใี นทางสรา้ งสรรค์ตอ่ ชีวิต สงั คม สง่ิ แวดล้อม และมีสว่ นรว่ มในการ
จดั การเทคโนโลยที ีย่ ง่ั ยนื
สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร
มาตรฐาน ง 3.1 เขา้ ใจ เหน็ คุณคา่ และใชก้ ระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบคน้ ขอ้ มูล
การเรยี นรู้ การส่อื สาร การแกป้ ญั หาการทำงาน และอาชพี อย่างมี
ประสิทธภิ าพประสิทธิผล และมีคุณธรรม
สาระท่ี 4 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 4.1 เขา้ ใจ มีทกั ษะท่จี ำเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใชเ้ ทคโนโลยี
เพอื่ พัฒนาอาชพี มีคุณธรรม และมเี จตคติทีด่ ีตอ่ อาชพี
กลมุ่ สาระภาษาตา่ งประเทศ
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 ภาษาเพอ่ื การส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรอ่ื งทฟี่ งั และอา่ นจากส่ือประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น
อยา่ งมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก
และความคดิ เหน็ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอื่ งต่างๆ โดยการ
พูดและการเขียน
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเข้าของภาษา และนำไปใช้ได้
อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกตา่ งระหว่างภาษา และวฒั นธรรมของเจา้ ของ
ภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
สาระที่ 3 ภาษากบั ความสมั พันธ์กบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่นื
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเช่ือมโยงความรกู้ บั กลุม่ สาระการเรียนรู้อ่นื และเป็น
พื้นฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปกิ โลกทัศนข์ องตน
สาระที่ 4 ภาษากับความสมั พนั ธก์ ับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ า่ ง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชมุ ชน และสงั คม
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาต่างประเทศเปน็ เคร่ืองมือพน้ื ฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปลีย่ นเรียนรู้กบั สังคมโลก
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น มงุ่ ใหผ้ เู้ รยี นไดพ้ ฒั นาตนเองตามศกั ยภาพ พฒั นาอย่างรอบด้านเพอื่
ความเป็นมนษุ ยท์ ีส่ มบูรณ์ทงั้ รา่ งกาย สติปัญญา อารมณ์ และสงั คม เสริมสร้างให้เป็นผมู้ ีศลี ธรรม
จริยธรรม มรี ะเบียบวนิ ัย ปลูกฝังและสรา้ งจติ สำนกึ ของการทำประโยชนเ์ พื่อสงั คม สามารถจดั การ
ตนเองได้ และอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่ืนอยา่ งมีความสุข
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น แบง่ เป็น 3 ลกั ษณะ ดังน้ี
1. กจิ กรรมแนะแนว
เป็นกจิ กรรมทส่ี ง่ เสริมและพัฒนาผู้เรยี นให้รู้จกั ตนเอง รู้รกั ษส์ งิ่ แวดล้อม สามารถคิด
ตัดสินใจ คดิ แกป้ ญั หา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชวี ิตทัง้ ดา้ นการเรียน และอาชีพ สามารถปรบั
ตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม นอกจากน้ยี งั ช่วยใหค้ รูรูจ้ ักและเขา้ ใจผู้เรียน ท้ังเปน็ กิจกรรมทช่ี ว่ ยเหลอื และ
ให้คำปรกึ ษาแกผ่ ้ปู กครองในการมีสว่ นร่วมพฒั นาผู้เรยี น
2. กจิ กรรมนกั เรยี น
เปน็ กิจกรรมทมี่ ่งุ พัฒนาความมีระเบียบวินยั ความเปน็ ผ้นู ำผ้ตู ามท่ีดี ความรับผิดชอบ
การทำงานร่วมกนั การรู้จกั แก้ปญั หา การตดั สินใจทีเ่ หมาะสม ความมีเหตผุ ล การช่วยเหลอื แบ่งปนั
กนั เอื้ออาทรและสมานฉนั ท์ โดยจดั ให้สอดคลอ้ งกับความสามารถ ความถนดั และความสนใจของ
ผเู้ รียนให้ปฏิบัติดว้ ยตนเองในทกุ ขัน้ ตอน ได้แก่ การศึกษาวเิ คราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมิน
และปรบั ปรงุ การทำงานเน้นการทำงานร่วมกนั เปน็ กลมุ่ ตามความเหมาะสมสอดคลอ้ งกบั วุฒิภาวะของ
ผเู้ รียน บรบิ ทของสถานศึกษาและท้องถ่ิน กิจกรรมนกั เรียนประกอบด้วย
2.1 กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ และนักศกึ ษาวชิ าทหาร
2.2 กจิ กรรมชุมนมุ ชมรม
3. กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์
เปน็ กิจกรรมทีส่ ่งเสรมิ ให้ผูเ้ รยี นบำเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชน์ต่อสงั คม ชุมชน และทอ้ งถน่ิ
ตามความสนใจในลักษณะอาสาสมคั ร เพอื่ แสดงถึงความรบั ผดิ ชอบ ความดีงาม ความเสยี สละตอ่
สังคม มีจติ สาธารณะ เช่น กจิ กรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สงั คม
การจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรียนรเู้ ป็นกระบวนการสำคญั ในการนำหลกั สูตรสกู่ ารปฏบิ ัติหลักสูตรการศึกษา
ข้ันพืน้ ฐานโรงเรียนเดื่อศรไี พรวลั ย์ เปน็ หลักสูตรท่ีมีมาตรฐานการเรยี นรู้ สมรรถนะสำคญั และ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผ้เู รยี น เป็นเปา้ หมายสำหรับพัฒนาเดก็ และเยาวชน ตามหลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ปรบั ปรงุ 2560
ในการพฒั นาผูเ้ รยี นใหม้ คี ณุ สมบัติตามเป้าหมายหลกั สตู ร ผูส้ อนตอ้ งพยายามคดั สรร
กระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยชว่ ยให้ผ้เู รยี นเรียนรผู้ า่ นสาระทกี่ ำหนดไว้ในหลกั สตู ร 8 กลุม่
สาระการเรียนรู้ รวมทงั้ ปลูกฝังเสริมสร้างคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ พฒั นาทักษะตา่ ง ๆ อนั เปน็
สมรรถนะสำคญั ให้ผเู้ รยี นบรรลตุ ามเปา้ หมาย
1. หลกั การจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรียนรเู้ พ่ือให้ผู้เรยี นมคี วามร้คู วามสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้
สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไวใ้ นหลักสตู ร โดยยึดหลักวา่ ผ้เู รียนมี
ความสำคัญทสี่ ดุ และเชอ่ื ว่าทุกคนมคี วามสามารถเรียนรูแ้ ละพฒั นาตนเองได้ ยดึ ประโยชนท์ เ่ี กดิ กับ
ผ้เู รียน กระบวนการจัดการเรียนรตู้ อ้ งสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตาม
ศกั ยภาพ คำนึงถงึ ความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมองเนน้ ใหค้ วามสำคญั ทัง้ ความรู้
และคณุ ธรรม
2. กระบวนการเรยี นรู้
การจัดการเรยี นรทู้ ีเ่ นน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ผู้เรียนจะตอ้ งอาศยั กระบวนการเรยี นรู้ท่ี
หลากหลายเปน็ เครือ่ งมือท่ีจะนำพาตนเองไปสูเ่ ปา้ หมายของหลกั สตู ร กระบวนการเรียนรู้ทจี่ ำเป็น
สำหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ สถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้ จาก
ประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏบิ ัติ ลงมือทำจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจยั
กระบวนการเรียนร้กู ารเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสยั
กระบวนการเหล่านเ้ี ป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ทผ่ี เู้ รียนควรไดร้ ับการฝกึ ฝน
พัฒนา เพราะจะสามารถช่วยใหผ้ เู้ รียนเกดิ การเรียนร้ไู ดด้ ี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดงั นนั้ ผสู้ อน
จงึ จำเปน็ ตอ้ งศกึ ษาทำความเขา้ ใจในกระบวนการเรียนรู้ตา่ ง ๆ เพื่อใหส้ ามารถเลอื กใชใ้ นการจัด
กระบวนการเรยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
3. การออกแบบการจดั การเรียนรู้
ผสู้ อนต้องศึกษาหลกั สตู รสถานศกึ ษาใหเ้ ข้าใจถงึ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชีว้ ดั สมรรถนะ
สำคญั ของผู้เรียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และสาระการเรยี นร้ทู ่ีเหมาะสมกบั ผูเ้ รยี น แลว้ จึง
พจิ ารณาออกแบบการจัดการเรยี นร้โู ดยเลอื กใชว้ ิธีสอนและเทคนิคการสอน สือ่ /แหล่งเรยี นรู้ การวัด
และประเมนิ ผลเพ่อื ให้ผเู้ รยี นได้พฒั นาเตม็ ตามศักยภาพและบรรลตุ ามเป้าหมายที่กำหนด
4. บทบาทของผูส้ อนและผเู้ รียน
การจัดการเรยี นรู้เพ่อื ให้ผู้เรยี นมีคณุ ภาพตามเป้าหมายของหลักสตู รทัง้ ผสู้ อน และผู้เรียน
ควรมบี ทบาท ดังนี้
4.1 บทบาทของผสู้ อน
1) ศกึ ษาวเิ คราะหผ์ ู้เรียนเป็นรายบคุ คล แลว้ นำขอ้ มลู มาใช้ในการวางแผนการ
จัดการเรียนรทู้ ีท่ ้าทายความสามารถของผู้เรียน
2) กำหนดเปา้ หมายที่ต้องการใหเ้ กดิ ขึ้นกับผ้เู รียน ด้านความรแู้ ละทกั ษะ
กระบวนการทเ่ี ป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมทัง้
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
3) ออกแบบการเรียนร้แู ละจดั การเรียนรู้ทต่ี อบสนองความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล
และพัฒนาการทางสมองเพอื่ นำผ้เู รยี นไปสูเ่ ป้าหมาย
4) จดั บรรยากาศท่เี อื้อต่อการเรยี นรู้ และดูแลช่วยเหลือผูเ้ รียนให้เกิดการเรยี นรู้
5) จัดเตรยี มและเลอื กใช้ส่อื ให้เหมาะสมกับกจิ กรรม นำภมู ิปัญญาท้องถิ่น
เทคโนโลยที ่ีเหมาะสมมาประยกุ ต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน
6) ประเมินความก้าวหนา้ ของผเู้ รียนดว้ ยวิธกี ารที่หลากหลาย เหมาะสมกบั
ธรรมชาติของวิชาและระดบั พฒั นาการของตนเอง
7) วเิ คราะหผ์ ลการประเมินมาใชใ้ นการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรยี น รวมท้ัง
ปรบั ปรงุ การจดั การเรียนการสอนของตนเอง
4.2 บทบาทของผเู้ รียน
1) กำหนดเปา้ หมาย วางแผน และรบั ผิดชอบการเรยี นรู้ของตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถงึ แหลง่ การเรียนรู้ วิเคราะห์ สงั เคราะหข์ ้อความรู้ ต้ัง
คำถาม คดิ หาคำตอบหรือหาแนวทางแกป้ ัญหาด้วยวธิ ีการต่าง ๆ
3) ลงมอื ปฏบิ ัตจิ รงิ สรปุ สิ่งท่ไี ด้เรียนร้ดู ้วยตนเอง และนำความรูไ้ ปประยุกต์ใช้ ใน
สถานการณ์ต่าง ๆ
4) มปี ฏสิ ัมพนั ธ์ทำงาน ทำกจิ กรรมรว่ มกบั กลุ่มและครู
5) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรยี นรขู้ องตนเองอย่างต่อเนื่อง
สอื่ การเรียนรู้
สื่อการเรียนรเู้ ป็นเคร่อื งมอื ส่งเสรมิ สนับสนุนการจดั การกระบวนการเรียนรู้ ให้ผเู้ รยี นเข้าถึง
ความรทู้ ักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลกั สูตรไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ ส่ือการ
เรยี นรู้มหี ลากหลายประเภท ทงั้ สอื่ ธรรมชาติ สื่อส่ิงพิมพ์ สอ่ื เทคโนโลยี และเครือข่าย การเรยี นรู้
ตา่ ง ๆ ที่มใี นทอ้ งถนิ่ การเลือกใช้สื่อควรเลือกใหม้ ีความเหมาะสมกบั ระดบั พัฒนาการและลีลาการ
เรยี นร้ทู ่ีหลากหลายของผู้เรยี น
การจัดหาส่ือการเรยี นรู้ ผเู้ รยี นและผ้สู อนสามารถจัดทำและพัฒนาข้ึนเอง หรือปรบั ปรุง
เลอื กใช้อย่างมีคณุ ภาพจากสอ่ื ต่าง ๆ ท่มี ีอยู่รอบตัวเพอื่ นำมาใช้ประกอบในการจัดการเรยี นรทู้ ่ี
สามารถส่งเสรมิ และสอ่ื สารให้ผเู้ รยี นเกิดการเรียนรู้ โดยจดั ใหม้ อี ย่างพอเพียง เพอ่ื พฒั นาใหผ้ เู้ รยี น
เกดิ การเรียนรู้อย่างแท้จรงิ สถานศึกษา และหนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวขอ้ ง ควรดำเนนิ การดงั น้ี
1. จดั ให้มแี หลง่ การเรยี นรู้ ศนู ย์สื่อการเรยี นรู้ ระบบสารสนเทศการเรยี นรู้ และเครอื ขา่ ยการ
เรียนรู้ทีม่ ปี ระสิทธภิ าพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพ่อื การศึกษาคน้ ควา้ และการแลกเปล่ยี น
ประสบการณ์การเรียนร้รู ะหว่างสถานศึกษา ทอ้ งถ่ิน ชมุ ชน สังคมโลก
2. จดั ทำและจัดหาสื่อการเรยี นรู้สำหรบั การศึกษาค้นคว้าของผเู้ รียน เสริมความรู้ให้ผสู้ อน
รวมทั้งจดั หาส่งิ ทมี่ อี ย่ใู นท้องถิ่นมาประยกุ ตใ์ ช้เป็นสื่อการเรยี นรู้
3. เลอื กและใช้ส่ือการเรยี นรู้ทีม่ คี ุณภาพ มคี วามเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้องกบั
วิธกี ารเรียนรู้ ธรรมชาตขิ องสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลของผ้เู รยี น
4. ประเมนิ คุณภาพของส่อื การเรยี นรูท้ ี่เลือกใช้อย่างเป็นระบบ
5. ศกึ ษาคน้ ควา้ วิจัย เพ่อื พัฒนาส่ือการเรียนรู้ใหส้ อดคล้องกับกระบวนการเรียนร้ขู อง
ผู้เรยี น
6. จดั ให้มีการกำกับ ติดตาม ประเมนิ คุณภาพ และประสิทธภิ าพเก่ยี วกับสอื่ และการใช้สอื่
การเรียนรเู้ ป็นระยะ ๆ และสม่ำเสมอ
ในการจดั ทำการเลือกใช้และการประเมินคณุ ภาพสอ่ื การเรียนรู้ทีใ่ ชใ้ นสถานศกึ ษาควร
คำนงึ ถึงหลกั การสำคัญของสือ่ การเรียนรู้ เชน่ ความสอดคลอ้ งกบั หลกั สูตร วตั ถุประสงค์การเรยี นรู้
การออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู้ การจัดประสบการณใ์ หผ้ ู้เรียน เน้อื หามคี วามถูกตอ้ งและทนั สมยั ไม่
กระทบความมนั่ คงของชาติ ไม่ขดั ตอ่ ศีลธรรม มกี ารใชภ้ าษาทถ่ี กู ต้อง รูปแบบการนำเสนอท่เี ข้าใจงา่ ย
และนา่ สนใจ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
การวดั และประเมินผลการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นตอ้ งอยบู่ นหลักการพ้ืนฐานสองประการคอื การ
ประเมนิ เพอ่ื พฒั นาผเู้ รียนและเพื่อตดั สินผลการเรียน ในการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรูข้ องผเู้ รียนให้
ประสบผลสำเร็จนน้ั ผู้เรียนจะต้องไดร้ บั การพัฒนาและประเมนิ ตามตัวช้วี ดั เพ่ือให้บรรลตุ าม
มาตรฐานการเรียนรู้ สะทอ้ นสมรรถนะสำคญั และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ของผ้เู รียนซงึ่ เป็น
เปา้ หมายหลกั ในการวัดและประเมินผลการเรียนรใู้ นทุกระดับไม่ว่าจะเปน็ ระดับชน้ั เรียน ระดบั
สถานศกึ ษา ระดับเขตพ้ืนที่การศกึ ษา และระดบั ชาติ การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เปน็
กระบวนการพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียนโดยใชผ้ ลการประเมนิ เปน็ ขอ้ มลู และสารสนเทศท่ีแสดงพัฒนาการ
ความกา้ วหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผูเ้ รยี น ตลอดจนข้อมูลท่ีเป็นประโยชนต์ อ่ การ
สง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนเกดิ การพัฒนาและเรยี นรอู้ ยา่ งเตม็ ตามศักยภาพ
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ แบง่ ออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดบั ช้นั เรียน ระดบั
สถานศกึ ษา ระดบั เขตพน้ื ที่การศึกษา และระดับชาติ มีรายละเอยี ด ดังน้ี
1. การประเมนิ ระดบั ชนั้ เรียน เป็นการวดั และประเมินผลทีอ่ ย่ใู นกระบวนการจัดการเรยี นรู้
ผสู้ อนดำเนนิ การเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมนิ อย่าง
หลากหลาย เช่น การซักถาม การสงั เกต การตรวจการบา้ น การประเมนิ โครงงาน การประเมิน
ชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใชแ้ บบทดสอบ ฯลฯ โดยผ้สู อนเป็นผู้ประเมนิ เองหรอื เปิด
โอกาสให้ผเู้ รียนประเมินตนเอง เพ่อื ประเมินเพื่อน ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณที ไ่ี ม่ผา่ นตัวชว้ี ัดให้
มกี ารสอนซอ่ มเสรมิ
การประเมนิ ระดับช้ันเรยี นเปน็ การตรวจสอบว่า ผเู้ รยี นมพี ัฒนาการความกา้ วหน้า
ในการเรียนรู้ อันเปน็ ผลมาจากการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนหรอื ไม่ และมากนอ้ ยเพยี งใด มสี ่ิงท่ี
จะต้องไดร้ บั การพัฒนาปรับปรุงและส่งเสรมิ ในดา้ นใด นอกจากนี้ยงั เปน็ ขอ้ มลู ใหผ้ ู้สอนใชป้ รับปรงุ การ
เรยี นการสอนของตนดว้ ย ทงั้ น้โี ดยสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด
2. การประเมนิ ระดบั สถานศกึ ษา เปน็ การประเมินทีส่ ถานศกึ ษาดำเนนิ การ เพอ่ื ตัดสนิ ผล
การเรียนของผเู้ รียนเป็นรายป/ี รายภาค ผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น คุณลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น นอกจากนี้เพอ่ื ให้ไดข้ อ้ มูลเก่ยี วกบั การจัดการศึกษาของ
สถานศึกษาวา่ สง่ ผลต่อการเรยี นรขู้ องผเู้ รียนตามเปา้ หมายหรือไม่ ผ้เู รยี นมีจุดพฒั นาในด้านใด รวมท้ัง
สามารถนำผลการเรียนของผเู้ รียนในสถานศึกษาเปรียบเทยี บกบั เกณฑ์ระดบั ชาติ ผลการประเมิน
ระดบั สถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรบั ปรงุ นโยบาย หลกั สูตร โครงการ หรือ
วิธีการจัดการเรยี นการสอน ตลอดจนเพ่ือการจดั ทำแผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของสถานศกึ ษาตาม
แนวทางการประกันคุณภาพการศกึ ษาและการรายงานผลการจดั การศึกษาต่อคณะกรรมการ
สถานศกึ ษา สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน ผปู้ กครอง
และชุมชน
3. การประเมินระดับเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา เปน็ การประเมินคุณภาพผเู้ รียนในระดับเขตพน้ื ที่
การศกึ ษาตามมาตรฐานการเรยี นรตู้ ามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน เพอ่ื ใช้เปน็ ข้อมูล
พืน้ ฐานในการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาของเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา ตามภาระความรบั ผิดชอบ สามารถ
ดำเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสมั ฤทธข์ิ องผเู้ รียนด้วยขอ้ สอบมาตรฐานทจี่ ัดทำและดำเนนิ การโดย
เขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาหรือดว้ ยความร่วมมอื กบั หนว่ ยงานต้นสงั กดั ในการดำเนนิ การจัดสอบ นอกจากน้ี
ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนขอ้ มูลจากการประเมินระดบั สถานศึกษาในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
4. การประเมนิ ระดับชาติ เปน็ การประเมนิ คุณภาพผูเ้ รยี นในระดบั ชาติตามมาตรฐานการ
เรียนรู้ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน สถานศึกษาตอ้ งจัดให้ผู้เรียนทุกคนทเี่ รียนในชัน้
มัธยมศึกษาปที ่ี 3 และช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมนิ ใช้เปน็ ข้อมูลใน
การเทียบเคยี งคุณภาพการศึกษาในระดบั ตา่ ง ๆ เพอ่ื นำไปใชใ้ นการวางแผนยกระดับคณุ ภาพการจัด
การศึกษา ตลอดจนเปน็ ขอ้ มูลสนบั สนุนการตดั สนิ ใจในระดับนโยบายของประเทศ
ข้อมลู การประเมนิ ในระดบั ต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศกึ ษาในการตรวจสอบ
ทบทวนพัฒนาคุณภาพผูเ้ รียน ถือเปน็ ภาระความรบั ผดิ ชอบของสถานศึกษาท่ีจะตอ้ งจดั ระบบดูแล
ชว่ ยเหลือ ปรบั ปรงุ แกไ้ ข สง่ เสรมิ สนับสนุน เพ่ือให้ผู้เรียนไดพ้ ฒั นาเต็มตามศกั ยภาพบนพ้นื ฐานความ
แตกตา่ งระหว่างบุคคลที่จำแนกตามสภาพปัญหาและความตอ้ งการ ได้แก่ กล่มุ ผูเ้ รยี นท่ัวไป กลมุ่
ผเู้ รียนทีม่ ีความสามารถพิเศษ กล่มุ ผู้เรยี นทมี่ ีผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นต่ำ กลุ่มผเู้ รียนทม่ี ีปัญหาด้าน
วนิ ยั และพฤตกิ รรม กลุ่มผู้เรียนทป่ี ฏเิ สธโรงเรยี น กลุ่มผู้เรียนที่มปี ัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่ม
พกิ ารทางร่างกายและสติปญั ญา เป็นตน้ ขอ้ มูลจากการประเมินจึงเปน็ หวั ใจของสถานศึกษาในการ
ดำเนนิ การชว่ ยเหลอื ผู้เรียนไดท้ นั ท่วงที เปดิ โอกาสให้ผู้เรียนไดร้ ับการพฒั นาและประสบความสำเร็จ
ในการเรียน
ให้สถานศกึ ษาในฐานะผรู้ ับผดิ ชอบจดั การศึกษา จัดทำระเบียบว่าดว้ ยการวัดและประเมนิ ผล
การเรียนของสถานศึกษาใหส้ อดคลอ้ ง และเป็นไปตามหลกั เกณฑ์และแนวปฏิบัตทิ ่ีเป็นขอ้ กำหนดของ
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน เพือ่ ให้บุคลากรทเ่ี กย่ี วข้องทุกฝา่ ยถือปฏิบตั ิร่วมกนั
เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียน
1. การตัดสินการให้ระดับและการรายงานผลการเรียน
1.1 การตัดสินผลการเรียน
ในการตดั สนิ ผลการเรียนของกล่มุ สาระการเรยี นรู้ การอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นนัน้ ผู้สอนต้องคำนึงถงึ การพัฒนาผู้เรยี นแต่ละ
คนเปน็ หลกั และต้องเกบ็ ข้อมลู ของผู้เรยี นทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเน่อื งในแต่ละภาคเรยี น
รวมทัง้ สอนซอ่ มเสริมผู้เรียนให้พัฒนาจนเตม็ ตามศักยภาพ โดยยึดหลกั เกณฑ์ดังน้ี
(1) ตดั สนิ ผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรยี นตอ้ งมเี วลาเรยี นตลอดภาคเรียนไมน่ อ้ ย
กวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทง้ั หมดในรายวชิ าน้ัน ๆ
(2) ผ้เู รียนต้องได้รบั การประเมินทกุ ตวั ช้ีวัด และผา่ นตามเกณฑท์ ่ีโรงเรยี นเดือ่ ศรี
ไพรวัลย์กำหนด
(3) ผเู้ รียนต้องไดร้ ับการตดั สินผลการเรียนทกุ รายวชิ า
(4) ผู้เรยี นต้องไดร้ ับการประเมิน และมผี ลการประเมนิ ผา่ นตามเกณฑ์ที่โรงเรียน
เด่ือศรีไพรวลั ย์กำหนด ในการอา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขยี น คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรม
พฒั นาผู้เรยี น
การพจิ ารณาเลอ่ื นช้ัน ถ้าผู้เรียนมขี ้อบกพร่องเพยี งเลก็ น้อย และสถานศึกษา
พิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสรมิ ได้ ใหอ้ ย่ใู นดุลพนิ จิ ของสถานศกึ ษาที่จะผอ่ นผนั ให้
เล่อื นชัน้ ได้ แตห่ ากผูเ้ รียนไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเปน็ ปัญหาต่อการเรยี นใน
ระดับชัน้ ท่ีสงู ขน้ึ ให้ตง้ั คณะกรรมการพิจารณาให้เรยี นซ้ำช้ันได้ ทั้งนใ้ี หค้ ำนงึ ถงึ วฒุ ิภาวะและความรู้
ความสามารถของผู้เรยี นเป็นสำคัญ
1.2 การใหร้ ะดบั ผลการเรียน
ระดบั มธั ยมศกึ ษา ในการตดั สินเพื่อใหร้ ะดับผลการเรียนรายวชิ า ใหใ้ ชต้ วั เลข
แสดงระดับผลการเรยี นเป็น 8 ระดับ ตามระเบยี บวา่ ดว้ ยการวดั และประเมนิ ผลการเรยี น
โรงเรยี นเดือ่ ศรไี พรวลั ย์
การประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น และคุณลักษณะอันพงึ ประสงคน์ น้ั ให้
ระดับผลการประเมินเปน็ ดีเยี่ยม ดี และผ่าน
การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน จะตอ้ งพิจารณาท้งั เวลาการเข้าร่วมกิจกรรม
การปฏิบัตกิ จิ กรรมและผลงานของผเู้ รียนตามเกณฑ์ที่สถานศกึ ษากำหนด และใหผ้ ลการเข้ารว่ ม
กิจกรรมเป็นผ่าน และไมผ่ า่ น
37
1.3 การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรียนเป็นการส่ือสารให้ผ้ปู กครอง และผู้เรยี นทราบ
ความก้าวหนา้ ในการเรียนรขู้ องผ้เู รียน ซึ่งสถานศกึ ษาตอ้ งสรปุ ผลการประเมนิ และจัดทำ
เอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเปน็ ระยะ ๆ หรอื อยา่ งนอ้ ยภาคเรยี นละ 1 ครัง้
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเปน็ ระดบั คณุ ภาพการปฏิบัตขิ องผู้เรยี นท่ี
สะทอ้ นมาตรฐานการเรยี นรกู้ ลุ่มสาระการเรียนรู้
2. เกณฑก์ ารจบการศึกษา
2.1 เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนตน้
(1) ผเู้ รียนเรยี นรายวชิ าพื้นฐานและเพม่ิ เติมไมเ่ กิน 81 หน่วยกิต โดยเปน็ รายวิชา
พนื้ ฐาน 63 หน่วยกิต และรายวชิ าเพ่ิมเติมตามทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
(2) ผเู้ รียนต้องไดห้ นว่ ยกติ ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หนว่ ยกิต โดยเป็น
รายวิชาพ้ืนฐาน 63 หน่วยกิต และรายวิชาเพิม่ เติมไมน่ ้อยกว่า 14 หนว่ ยกิต
(3) ผู้เรียนมผี ลการประเมิน การอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน ในระดบั ผ่านเกณฑ์
การประเมินตามทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
(4) ผู้เรยี นมผี ลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑก์ าร
ประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
(5) ผเู้ รยี นเข้ารว่ มกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น และมผี ลการประเมนิ ผ่านเกณฑก์ าร
ประเมนิ ตามที่สถานศึกษากำหนด
2.2 เกณฑก์ ารจบระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
(1) ผเู้ รยี นเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและเพ่มิ เติมไมเ่ กนิ 81 หนว่ ยกิต โดยเปน็ รายวิชา
พน้ื ฐาน 39 หนว่ ยกติ และรายวชิ าเพิม่ เตมิ ตามที่สถานศึกษากำหนด
(2) ผ้เู รียนตอ้ งได้หนว่ ยกิตตลอดหลกั สูตรไม่นอ้ ยกว่า 77 หนว่ ยกิต โดยเปน็
รายวชิ าพน้ื ฐาน 39 หน่วยกติ และรายวชิ าเพมิ่ เติมไม่นอ้ ยกวา่ 38 หน่วยกติ
(3) ผู้เรียนมีผลการประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น ในระดับผ่านเกณฑ์
การประเมนิ ตามที่สถานศกึ ษากำหนด
(4) ผู้เรยี นมผี ลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ตามท่ีสถานศึกษากำหนด
(5) ผเู้ รยี นเข้ารว่ มกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน และมีผลการประเมินผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมนิ ตามทส่ี ถานศึกษากำหนด
เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา
เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคญั ท่บี ันทึกผลการเรียน ข้อมลู และสารสนเทศที่
เก่ยี วข้องกบั พัฒนาการของผูเ้ รยี นในดา้ นต่าง ๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดงั นี้
1. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาท่ีกระทรวงศึกษาธิการกำหนด
1.1 ระเบียบแสดงผลการเรยี น เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรบั รองผลการเรยี น
ของผเู้ รียนตามรายวชิ า ผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขยี น ผลการประเมินคุณลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์ของสถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน สถานศึกษาจะตอ้ ง
บันทกึ ข้อมลู และออกเอกสารนีใ้ ห้ผเู้ รยี นเป็นรายบุคคล เมท่อผเู้ รยี นจบการศกึ ษาภาคบงั คับ (ชัน้
มัธยมศึกษาปที ่ี 3) จบการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน (ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6) หรอื เม่ือลาออกจากสถานศกึ ษาใน
ทุกกรณี
1.2 ประกาศนยี บัตร เปน็ เอกสารแสดงวุฒกิ ารศึกษาเพื่อรบั รองศักด์แิ ละสิทธ์ิของผู้จบ
การศึกษา ที่สถานศกึ ษาให้ไวแ้ ก่ผจู้ บการศกึ ษาภาคบงั คบั และผจู้ บการศกึ ษาข้นั พื้นฐานตาม
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน
1.3 แบบรายงานผู้สำเรจ็ การศึกษา เป็นเอกสารอนมุ ัติการจบหลักสูตรโดยบันทึก
รายช่อื และข้อมลู ของผจู้ บการศึกษาภาคบงั คบั (ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3) และผูจ้ บการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน
(ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6)
2. เอกสารหลักฐานการศึกษาท่ีสถานศกึ ษากำหนด
เปน็ เอกสารที่สถานศกึ ษาจดั ทำข้ึน เพ่อื บนั ทกึ พฒั นาการผลการเรยี นรู้ และข้อมลู สำคญั
เก่ียวกบั ผ้เู รียน เชน่ แบบรายงานประจำตัวนักเรยี น แบบบันทกึ ผลการเรียนประจำรายวชิ า ระเบยี น
สะสม ใบรับรองผลการเรียนและเอกสารอ่ืน ๆ ตามวตั ถปุ ระสงค์ของการนำเอกสารไปใช้
การเทียบโอนผลการเรยี น
โรงเรียนเด่อื ศรีไพรวลั ย์สามารถเทยี บโอนผลการเรยี นของผู้เรยี นในกรณีตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่
การย้ายสถานศึกษา การเปล่ยี นรูปแบบการศกึ ษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคัน และขอกลับ
เขา้ รบั การศกึ ษาต่อ การศกึ ษาจากตา่ งประเทศและขอเขา้ ศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถ
เทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณจ์ ากแหล่งการเรยี นรูอ้ ่นื ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบนั
ศาสนา สถาบนั การฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศกึ ษาโดยครอบครัว
การเทียบโอนผลการเรยี นควรดำเนินการในชว่ งกอ่ นเปดิ ภาคเรียนแรก หรือตน้ ภาคเรียน
แรกท่ีสถานศกึ ษารบั ผูข้ อเทียบโอนเปน็ ผ้เู รยี น ท้งั นผ้ี เู้ รยี นทีไ่ ด้รบั การเทียบโอนผลการเรยี นตอ้ งศกึ ษา
ต่อเนอ่ื งในสถานศกึ ษาที่รบั เทยี บโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรยี น โดยสถานศกึ ษาท่ีรบั ผู้เรียนจากการเทียบ 39
โอนควรกำหนดรายวชิ า/จำนวนหนว่ ยกติ ท่ีจะรับเทียบโอนตามความเหมาะสม การพจิ ารณาการ
เทยี บโอน สามารถดำเนนิ การได้ ดังนี้
1. พจิ ารณาจากหลักฐานการศกึ ษา และเอกสารอื่น ๆ ที่ใหข้ อ้ มูลแสดงความรู้
ความสามารถของผูเ้ รยี น
2. พจิ ารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรยี น โดยการทดสอบด้วยวธิ กี ารต่าง ๆ ท้งั
ภาคความรูแ้ ละภาคปฏิบัติ
3. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏบิ ตั ิในสภาพจริง
การเทยี บโอนผลการเรยี นให้เปน็ ไปตามประกาศหรอื แนวปฏิบัตขิ อง
กระทรวงศกึ ษาธิการ
การบริหารและจดั การหลักสตู ร
ในระบบการศกึ ษาท่ีมีการกระจายอำนาจให้ทอ้ งถ่ิน และสถานศกึ ษามีบทบาทในการพฒั นา
หลกั สูตรน้นั หน่วยงานตา่ ง ๆ ทเี่ กีย่ วข้องในแตล่ ะระดบั ตง้ั แตร่ ะดบั ชาติ ระดับทอ้ งถ่นิ จนถงึ ระดับ
สถานศกึ ษา มีบทบาทหน้าที่และความรับผดิ ชอบในการพฒั นา สนบั สนนุ ส่งเสริม การใชแ้ ละพัฒนา
หลกั สูตรใหเ้ ปน็ ไปอย่างมปี ระสิทธิภาพ เพ่ือให้การดำเนินการจดั ทำหลักสูตรสถานศกึ ษา และการ
จัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพสงู สุด อนั จะส่งผลใหก้ ารพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ทก่ี ำหนดไวใ้ นระดบั ชาติ
ระดับท้องถิ่น ไดแ้ กส่ ำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษา หนว่ ยงานตน้ สังกัดอ่นื ๆ เป็นหน่วยงาน
ทมี่ ีบทบาทในการขบั เคลือ่ นคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตวั กลางท่ีจะเชอ่ื มโยงหลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐานที่กำหนดในระดับชาติให้สอดคลอ้ งกบั สภาพ และความตอ้ งการของทอ้ งถิน่ เพอื่
นำไปสู่การจดั ทำหลักสูตรของสถานศึกษา ส่งเสริมการใชแ้ ละพฒั นาหลักสตู รในระดับสถานศกึ ษา ให้
ประสบความสำเร็จ โดยมีภารกิจสำคัญ คอื กำหนดเป้าหมายและจดุ เน้นการพฒั นาคุณภาพผู้เรยี นใน
ระดบั ทอ้ งถ่ิน โดยพิจารณาให้สอดคลอ้ งกับส่งิ ทเี่ ป็นความตอ้ งการในระดับชาติ พัฒนาสาระการเรียนรู้
ทอ้ งถิน่ ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถิ่น รวมทั้งเพมิ่ พูนคุณภาพการใช้หลักสูตรดว้ ยการ
วจิ ยั และพัฒนาการพฒั นาบุคลากร สนับสนนุ ส่งเสรมิ ติดตามผล ประเมนิ ผล วเิ คราะห์ และรายงาน
ผลคุณภาพของผู้เรียน
สถานศึกษามหี นา้ ท่สี ำคญั ในการพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษาการวางแผน และดำเนินการใช้
หลักสูตร การเพ่มิ พนู คุณภาพการใช้หลกั สูตรดว้ ยการวิจัยและพัฒนา การปรบั ปรงุ และพฒั นา
หลกั สูตรจัดทำระเบียบการวดั และประเมินผล ในการพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษาต้องพจิ ารณาให้
สอดคลอ้ งกับหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน และรายละเอียดทเ่ี ขตพืน้ ทกี่ ารศึกษา หรือ
หนว่ ยงานต้นสงั กดั อน่ื ๆ ในระดับทอ้ งถ่ินไดจ้ ดั ทำเพมิ่ เตมิ รวมทง้ั สถานศึกษาสามารถเพม่ิ เติมในส่วน
ท่เี กยี่ วกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่ และความต้องการของผเู้ รียนโดยทกุ ภาค
สว่ นเขา้ มามสี ่วนรว่ มในการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษา ซงึ่ โรงเรียนเดือ่ ศรีไพรวลั ย์ ได้ดำเนนิ การ
แตง่ ตัง้ คณะกรรมการบรหิ ารจัดการหลกั สูตรและวิชาการ เพื่อให้การบรหิ ารจัดการศึกษาเปน็ ไปตาม
เจตนาของหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง 2560)
ม.ตน้ รายวิชาพืน้ ฐาน โครงสร้างวิชาภาษาไทย
ชนั้ รหสั วชิ า
ช่ือวิชา จำนวนหน่วยกิต จำนวน
ช่วั โมง
ม.1 ท21101 ภาษาไทยพื้นฐาน1 1.5 3
ท21102 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 2 1.5 3
1.5 3
ม.2 ท22101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน3 1.5 3
ท22102 ภาษาไทยพน้ื ฐาน4 1.5 3
1.5 3
ม.3 ท23101 ภาษาไทยพื้นฐาน5
ท23102 ภาษาไทยพน้ื ฐาน6 จำนวนหน่วยกติ จำนวนชว่ั โมง
0.5 1
ม.ต้น รายวิชาเพิม่ เตมิ 0.5 1
ชัน้ รหัสวชิ า ชื่อวิชา 0.5 1
0.5 1
ม.1 ท20201 การอ่านร้อยกรอง1 0.5 1
ท20202 ทักษะการฟังการพดู 0.5 1
ม.2 ท20203 เสริมทกั ษะการฟงั การพูด1
ท20204 เสรมิ ทักษะการฟังการพูด2
ม.3 ท20205 หลักภาษาไทย
ท20206 ภาษาพาสนุก
ม.ปลายรายวิชาพื้นฐาน จำนวนหนว่ ยกิต จำนวนช่วั โมง
ชัน้ รหัสวิชา ชอื่ วชิ า 1 2
1 2
ม.4 ท31101 ภาษาไทยพน้ื ฐาน1 1 2
ท31102 ภาษาไทยพน้ื ฐาน2 1 2
1 2
ม.5 ท32201 ภาษาไทยพื้นฐาน3 1 2
ท32202 ภาษาไทยพื้นฐาน4
จำนวนหน่วยกิต จำนวนชั่วโมง
ม.6 ท33101 ภาษาไทยพื้นฐาน5 0.5 1
ท33102 ภาษาไทยพื้นฐาน6 0.5 1
0.5 1
ม.ปลายรายวชิ าเพมิ่ เติม 0.5 1
ชน้ั รหัสวชิ า ชื่อวิชา 0.5 1
0.5 1
ม.4 ท30201 การอา่ น
ท30202 การเขียน
ม.5 ท30203 การฟงั การพดู การด1ู
ท30204 การฟงั การพูด การดู 2
ม.6 ท30205 ภาษาพาสนกุ 1
ท30206 ภาษาพาสนุก 2
โครงสร้างวิชาคณิตศาสตร์
ม.ต้น รายวชิ าพ้ืนฐาน ช่อื วิชา จำนวนหน่วยกิต จำนวนชวั่ โมง
ชน้ั รหัสวชิ า คณิตศาสตรพ์ ้นื ฐาน 1 1.5 3
ม.1 ค21101 คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 2 1.5 3
ค21102 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน 3 1.5 3
ม.2 ค22101 คณิตศาสตร์พืน้ ฐาน 4 1.5 3
ค22102 คณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน 5 1.5 3
ม.3 ค23101 คณิตศาสตร์พนื้ ฐาน 6 1.5 3
ค23102
ม.ต้น รายวิชาเพ่ิมเติม ชื่อวชิ า จำนวนหนว่ ยกติ จำนวนช่วั โมง
ช้นั รหสั วิชา จำนวนและการดำเนินการ 1 0.5 1
ม.1 ค20201 จำนวนและการดำเนนิ การ 2 0.5 1
ค20202 พิชคณิต 1 0.5 1
ม.2 ค20203 พิชคณิต 2 0.5 1
ค20204 พิชคณติ 3 0.5 1
ม.3 ค20205 เรขาคณิต 0.5 1
ค20206
ม.ปลายรายวิชาพนื้ ฐาน
ชั้น รหสั วชิ า ชื่อวชิ า จำนวนหน่วยกิต จำนวนชั่วโมง
12
ม.4 ค31101 คณิตศาสตร์พน้ื ฐาน 1 12
12
ค31102 คณิตศาสตร์พนื้ ฐาน 2 12
12
ม.5 ค32101 คณติ ศาสตรพ์ นื้ ฐาน 3 12
ค32102 คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 4 จำนวนหน่วยกิต จำนวนช่ัวโมง
1.5 3
ม.6 ค33101 คณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน 5 1.5 3
1.5 3
ค33102 คณิตศาสตร์พืน้ ฐาน 6 1.5 3
1.5 3
ม.ปลาย รายวชิ าเพิ่มเติม 1.5 3
ชนั้ รหสั วชิ า ชื่อวชิ า
ม.4 ค31201 ตรรกศาสตร์และจำนวนจริง
ค31202 ฟงั กช์ ันและเรขาคณติ วิเคราะห์
ม.5 ค32201 จำนวนเชงิ ซอ้ นและเมทริกซ์
ค32202 เวกเตอรแ์ ละความน่าจะเป็น
ม.6 ค33201 ลำดบั และอนกุ รม
ค33202 แคลคูลสั เบอื้ งตน้
โครงสร้างวิชาวิทยาศาสตร์ หลักสูตรแกนกลาง พ.ศ.2551
ม.ตน้ รายวิชาพน้ื ฐาน
ช้นั รหสั วิชา ช่อื วชิ า จำนวน จำนวนช่ัวโมง
/สปั ดาห์
หนว่ ยกติ 3
3
ม.1 ว21101 วิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน1 1.5 3
3
ว21102 วิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน2 1.5 3
3
ม.2 ว22101 วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน3 1.5 2
2
ว22102 วิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน4 1.5 2
2
ม.3 ว23101 วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน5 1.5 1
1
ว23102 วทิ ยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน6 1.5 1
หอ้ งวทิ ย์ ว21111 ฟสิ กิ สเ์ บือ้ งต้น1 1
ว22112 ฟิสิกส์เบื้องตน้ 2 1
ว21121 เคมีเบือ้ งตน้ 1 1
ว21141 ชวี วิทยาเบือ้ งต้น1 1
ว21161 โลกและดวงดาว1 0.5
ว22161 ดาราศาสตร1์ 0.5
ว22162 ดาราศาสตร2์ 0.5
โครงสรา้ งปรับปรุง 2560 ช่อื วิชา จำนวนหน่วยกติ จำนวนชั่วโมง
ชัน้ รหัสวิชา /สัปดาห์
ม.1 ว21101 วิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน1 1.5 2
ว21102 วิทยาศาสตร์พื้นฐาน2 1.5 2
ว21103 วทิ ยาการคำนวณ1 0.5 1
ว21104 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 1
1.5 2
ม.2 ว22101 วิทยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน3
ชั้น รหสั วชิ า ชอื่ วิชา จำนวนหน่วยกติ จำนวนช่ัวโมง
/สปั ดาห์
ว22102 วิทยาศาสตร์พื้นฐาน4
ว22103 วิทยาการคำนวณ2 1.5 2
ว22104 การออกแบบและเทคโนโลยี2 0.5 1
ม.3 ว23101 วิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน5 0.5 1
ว23102 วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน6 1.5 2
ว23103 วิทยาการคำนวณ3 1.5 2
ว23104 การออกแบบและเทคโนโลยี3 0.5 1
0.5 1
ม.ต้น รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ช่อื วิชา จำนวนหนว่ ยกิต จำนวนช่วั โมง
ช้ัน รหัสวชิ า /สปั ดาห์
วิทยาศาสตรก์ บั การแก้ปัญหา
ม.1-ม.3 ว20201 สนกุ กับวทิ ยาศาสตร์ 0.5 1
ว20202 วิทยาศาสตร์กบั สิ่งแวดล้อม 0.5 1
ว20203 เร่ิมตน้ กบั โครงงานวิทยาศาสตร์ 0.5 1
ว20204 โครงงานวทิ ยาศาสตร์1 0.5 1
ว20205 โครงงานวทิ ยาศาสตร์2 0.5 1
ว20206 ของเล่นเชงิ วทิ ยาศาสตร์ 0.5 1
ว20207 0.5 1
ม.ปลาย รายวชิ าพน้ื ฐาน ชือ่ วิชา จำนวนหน่วยกติ จำนวนชั่วโมง
ชน้ั รหสั วชิ า /สัปดาห์
ม.4-6 ว33101 แรงและการเคลื่อนที่ 12
ว33102 พลังงาน 12
ว33103 โลกดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 12
ว33104 สารและสมบัติของสาร 12
ว31105 ชีวติ กับสิง่ แวดล้อม 12
ว31106 ชีวิตกบั กระบวนการดำรงชวี ติ 12
ม.ปลาย โครงสรา้ งปรบั ปรงุ 2560
ชนั้ รหสั วิชา ชอื่ วิชา จำนวนหน่วยกติ จำนวนชวั่ โมง
/สปั ดาห์
ม.4 ว31101 วิทยาการคำนวณ 0.5 1
ว31102 ออกแบบและเทคโนโลยี1 0.5 1
ว31103 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 1.0 2
0.5 1
ม.5 ว32101 ออกแบบและเทคโนโลย2ี 1.0 2
ว32102 วิทยาศาสตร์กายภาพ (เคม)ี 1.0 2
ว32103 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ (ฟิสกิ ส์) 0.5 1
1.0 2
ม.6 ว33101 อออแบบเทคโนโลยี 3
ว33102 วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ
ม.ปลาย รายวชิ าเพิม่ เตมิ
ชั้น รหสั วิชา ชือ่ วิชา จำนวนหน่วยกติ จำนวนชวั่ โมง
/สัปดาห์
ม.4-6 ว30201 ฟสิ ิกส1์
ว30202 ฟิสิกส์2 1.5 3
ว30203 ฟสิ กิ ส3์ 1.5 3
ว30204 ฟิสกิ ส4์ 1.5 3
ว30205 ฟสิ ิกส์5 1.5 3
ว30206 ฟิสกิ ส์6 1.5 3
ว30221 เคม1ี 1.5 3
ว30222 เคม2ี 1.5 3
ว30223 เคมี3 1.5 3
ว30224 เคม4ี 1.5 3
ว30225 เคมี5 1.5 3
ว30226 เคม6ี 1.5 3
ว30241 ชีววิทยา1 1.5 3
ว30242 ชีววทิ ยา2 1.5 3
ว30243 ชวี วทิ ยา3 1.5 3
ว30244 ชวี วิทยา4 1.5 3
ว30245 ชวี วทิ ยา5 1.5 3
ว30246 ชวี วิทยา6 1.5 3
ว30261 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ1 1.5 3
ว30262 โลกดาราศาสตร์และอวกาศ2 12
ว30263 โลกดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ3 12
ว30264 โลกดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ4 12
12
ชนั้ รหัสวชิ า ช่อื วิชา จำนวนหน่วยกติ จำนวนชวั่ โมง
/สปั ดาห์
ว30265 โลกดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ5
ว30266 โลกดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ6 12
12
โครงสรา้ งวิชาสังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม หลกั สตู รแกนกลาง พ.ศ.2551
ม.ตน้ รายวชิ าพืน้ ฐาน
ชนั้ รหัสวิชา ช่อื วชิ า จำนวนหนว่ ยกติ จำนวนชัว่ โมง
/สัปดาห์
ม.1 ส21101 สงั คมพน้ื ฐาน1 (ศาสนา1) 0.5 1
ส21102 สงั คมพน้ื ฐาน2 (หนา้ ทฯ่ี 1) 0.5 1
ส21103 สังคมพื้นฐาน3 (ภูมศิ าสตร์1) 0.5 1
ส21104 สังคมพน้ื ฐาน4 (ประวัติศาสตร์1) 0.5 1
ส21105 สังคมพื้นฐาน5 (หน้าทฯี่ 2) 0.5 1
ส21106 สงั คมพน้ื ฐาน6 (ภูมิศาสตร์2) 0.5 1
ส21107 สงั คมพน้ื ฐาน7 (เศรษฐศาสตร์1) 0.5 1
ส21108 สังคมพื้นฐาน8 (ประวัตศิ าสตร์2) 0.5 1
ม.2 ส22101 สงั คมพื้นฐาน9 (ศาสนา2) 0.5 1
ส22102 สงั คมพน้ื ฐาน10 (ภมู ิศาสตร์3) 0.5 1
ส22103 สังคมพื้นฐาน11 (เศรษฐศาสตร์2) 0.5 1
ส22104 สังคมพื้นฐาน12 (ประวตั ิศาสตร์3) 0.5 1
ส22105 สังคมพน้ื ฐาน13 (ศาสนา3) 0.5 1
ส22106 สังคมพน้ื ฐาน14 (หน้าที่ฯ3) 0.5 1
ส22107 สังคมพน้ื ฐาน15 (เศรษฐศาสตร์3) 0.5 1
ส22108 สังคมพน้ื ฐาน16 (ประวัตศิ าสตร์4) 0.5 1
ม.3 ส23101 สังคมพื้นฐาน17 (ศาสนา4) 0.5 1
ช้นั รหสั วิชา ชอื่ วิชา จำนวน จำนวนชว่ั โมง
หนว่ ยกิต /สัปดาห์
ส23102 สงั คมพน้ื ฐาน18 (หน้าท่ฯี 4) 1
ส23103 สังคมพน้ื ฐาน19 (ภมู ิศาสตร์4) 0.5 1
ส23104 สังคมพ้ืนฐาน20 (ประวัติศาสตร์5) 0.5 1
ส23105 สังคมพน้ื ฐาน21 (หน้าที่ฯ5) 0.5 1
ส23106 สังคมพน้ื ฐาน22 (ภูมศิ าสตร์5) 0.5 1
ส23107 สังคมพนื้ ฐาน23 (เศรษฐศาสตร์4) 0.5 1
ส23108 สงั คมพื้นฐาน24 (ประวัติศาสตร์6) 0.5 1
0.5
รายวชิ าเพ่มิ เติม ชอ่ื วชิ า จำนวน จำนวนช่วั โมง
ชัน้ รหัสวิชา หนว่ ยกิต /สัปดาห์
อาเซยี น 1 1
ม.1-3* ส20201 อาเซยี น 2 0.5 1
ส20202 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 1 0.5 1
หน้าทพ่ี ลเมือง 2 0.5 1
ม.1 ส20203 หนา้ ทีพ่ ลเมือง3 0.5 1
ส20204 หนา้ ท่พี ลเมอื ง4 0.5 1
หน้าที่พลเมือง5 0.5 1
ม.2 ส20205 หนา้ ทพี่ ลเมือง6 0.5 1
ส20206 ขนบธรรมเนยี มประเพณีเดื่อฯ1 (SBMLD) 0.5 1
ขนบธรรมเนียมประเพณเี ดอ่ื ฯ2 (SBMLD) 0.5 1
ม.3 ส20207 ขนบธรรมเนยี มประเพณีเด่ือฯ3(SBMLD) 0.5 1
ส20208 ขนบธรรมเนียมประเพณเี ดอ่ื ฯ4(SBMLD) 0.5 1
ขนบธรรมเนียมประเพณเี ดอื่ ฯ5(SBMLD) 0.5 1
ม.1-3 ส20209 0.5
ส20210
ส20211
ส20212
ส20213
ช้นั รหัสวชิ า ชอื่ วชิ า จำนวนหน่วยกติ จำนวนช่วั โมง
/สปั ดาห์
ส20214 ขนบธรรมเนียมประเพณเี ดือ่ ฯ 0.5 1
6(SBMLD)
ม.1-3 * หมายถึง เรียนเทอมไหนก็ไดแ้ ตเ่ ม่ือจบหลักสูตรการศกึ ษาภาคบงั คับตอ้ งครบ 1 หนว่ ยกติ
ม.ปลาย รายวชิ าพน้ื ฐาน ช่ือวชิ า จำนวนหน่วยกติ จำนวนชัว่ โมง
ชั้น รหัสวชิ า /สปั ดาห์
ม.4 ส31101 สังคมพื้นฐาน1 (ศาสนา1)** 0.5 1
ส31102 สงั คมพน้ื ฐาน2 (ภมู ิศาสตร์1)**** 0.5 1
ส31103 สังคมพ้ืนฐาน3 (ประวัตศิ าสตร์1)* 0.5 1
ส31104 สงั คมพื้นฐาน4 (หน้าท่ีพลเมือง1)*** 0.5 1
ส31105 สังคมพน้ื ฐาน5 0.5 1
(เศรษฐศาสตร์1)*****
ส31106 สังคมพ้ืนฐาน6 (ประวตั ศิ าสตร์2)* 0.5 1
0.5 1
ม.5 ส32101 สงั คมพน้ื ฐาน7 (ศาสนา2)** 0.5 1
ส32102 สังคมพน้ื ฐาน8 (ภูมิศาสตร์2)**** 0.5 1
ส32103 สังคมพืน้ ฐาน9 (ประวัติศาสตร์3)* 0.5 1
ส32104 สงั คมพน้ื ฐาน10 (หน้าทพ่ี ลเมือง
2)*** 0.5 1
ส32105 สงั คมพื้นฐาน11
(เศรษฐศาสตร์2)***** 0.5 1
ส32106 สงั คมพน้ื ฐาน12 (ประวัติศาสตร์4)*
ช้ัน รหสั วชิ า ช่อื วชิ า จำนวนหน่วยกติ จำนวนชัว่ โมง
/สปั ดาห์
ม.6 ส33101 สงั คมพน้ื ฐาน3 (ศาสนา3)** 0.5 1
ส33102 สงั คมพืน้ ฐาน14 (ภูมศิ าสตร์3)**** 0.5 1
ส33103 สังคมพน้ื ฐาน15 (หน้าท่ีพลเมือง 0.5 1
3)***
ส33104 สังคมพื้นฐาน16 0.5 1
(เศรษฐศาสตร์3)*****
รวม 8 36
หมายเหตุ * วิชาประวตั ศิ าสตร์ 2 หนว่ ยกติ ตลอดหลักสูตร
** วิชาศาสนา 1.5 หน่วยกิตตลอดหลักสูตร
*** หน้าท่ีพลเมอื ง 1.5 หนว่ ยกติ ตลอดหลกั สูตร
**** วิชาภมู ศิ าสตร์ 1.5 หนว่ ยกติ ตลอดหลักสตู ร
***** วิชาเศรษฐศาสตร์ 1.5 หนว่ ยกิตตลอดหลกั สตู ร
รายวิชาเพ่ิมเตมิ
ชัน้ รหสั วิชา ช่ือวิชา จำนวนหนว่ ยกติ จำนวนช่ัวโมง
/สปั ดาห์
ม.4 ส30201 หน้าท่ีพลเมอื ง 1 0.5 1
ส30202 หน้าท่พี ลเมอื ง 2 0.5 1
0.5 1
ม.5 ส30203 หน้าที่พลเมอื ง 3 0.5 1
ส30204 หน้าทพ่ี ลเมอื ง 4 0.5 1
0.5 1
ม.6 ส30205 หน้าท่ีพลเมือง 5 3 6
ส30206 หน้าทพ่ี ลเมือง 6
รวม ตลอดหลักสูตร
*หมายเหตุ ตามนโยบาย คศช. ม.44
โครงสร้างวชิ าสขุ ศึกษา หลกั สูตรแกนกลาง พ.ศ.2551
ม.ต้น รายวิชาพื้นฐาน
ชน้ั รหสั วชิ า ชือ่ วิชา จำนวน จำนวนชวั่ โมง
หน่วยกิต /สัปดาห์
ม.1 พ21101 สขุ ศึกษาพ้ืนฐาน1 0.5 1
พ21102 พลศึกษาพ้ืนฐาน1 0.5 1
พ21103 สุขศกึ ษาพ้ืนฐาน2 0.5 1
พ21104 พลศกึ ษาพน้ื ฐาน2 0.5 1
ม.2 พ22101 สุขศึกษาพื้นฐาน3 0.5 1
พ22102 พลศึกษาพน้ื ฐาน3 0.5 1
พ22103 สขุ ศกึ ษาพืน้ ฐาน4 0.5 1
พ22104 พลศึกษาพื้นฐาน4 0.5 1
ม.3 พ23101 สขุ ศกึ ษาพื้นฐาน5 0.5 1
พ23102 พลศกึ ษาพื้นฐาน5 0.5 1
พ23103 สุขศกึ ษาพ้ืนฐาน6 0.5 1
พ23104 พลศกึ ษาพน้ื ฐาน6 0.5 1
รวม ตลอดหลกั สูตร 6 12
หมายเหตุ ตลอดหลกั สตู ร 6 หน่วยกิต
รายวชิ าเพิ่มเตมิ
ช้นั รหสั วชิ า ชื่อวิชา จำนวนหน่วยกติ จำนวนชั่วโมง
/สปั ดาห์
ม.1 พ20201 เซปกั ตะกร้อ (วิชาเลือก) 0.5 1
พ20202 0.5 1
ม.2 พ20203 0.5 1
พ20204 0.5 1
ม.3 พ20205 0.5 1
พ20206 0.5 1
ม. ปลาย รายวชิ าพน้ื ฐาน
ชั้น รหสั วิชา ช่อื วชิ า จำนวนหนว่ ยกิต จำนวนชั่วโมง
/สัปดาห์
ม.4 พ31101 สขุ ศึกษาพลศึกษาพน้ื ฐาน 1 0.5 1
(สุขศึกษา)
0.5 1
พ31102 สขุ ศึกษาพลศึกษาพน้ื ฐาน 2
(พลศกึ ษา) 0.5 1
ม.5 พ32101 สุขศึกษาพลศกึ ษาพืน้ ฐาน 3 0.5 1
(พลศกึ ษา)
0.5 1
พ32102 สุขศึกษาพลศกึ ษาพน้ื ฐาน 4
(สุขศึกษา) 0.5 1
ม.6 พ33101 สขุ ศกึ ษาพลศกึ ษาพ้ืนฐาน 5
(สุขศกึ ษา)
พ33102 สุขศกึ ษาพลศกึ ษาพ้ืนฐาน 6
(พลศึกษา)
รายวิชาเพมิ่ เตมิ
ชน้ั รหัสวชิ า ช่อื วชิ า จำนวนหนว่ ยกติ จำนวนชั่วโมง
/สัปดาห์
ม.4 พ30201 ฟตุ ซอล 0.5 1
พ30202 วอลเลย่ บ์ อล
0.5 1
ม.5 พ30203 มวยไทย
พ30204 เปตอง 0.5 1
ม.6 พ30205 ฟตุ บอล 0.5 1
พ30206 แบดมนิ ตนั
0.5 1
0.5 1
โครงสร้างกลมุ่ สาระวชิ าศลิ ปะ หลกั สูตรแกนกลาง พ.ศ.2551
ม.ตน้ รายวิชาพื้นฐาน
ช้ัน รหสั วิชา ชอื่ วิชา จำนวน จำนวนช่ัวโมง
หนว่ ยกิต /สปั ดาห์
1
ม.1 ศ21101 ทัศนศิลป์1 0.5 1
1
ศ21102 ดนตรี-นาฏศลิ ป์1 0.5 1
1
ศ21103 ทัศนศลิ ป์2 0.5 1
1
ศ21104 ดนตรี-นาฏศิลป์2 0.5 1
1
ม.2 ศ22101 ทัศนศิลป3์ 0.5 1
1
ศ22102 ดนตรี-นาฏศลิ ป์3 0.5 1
ศ22103 ทัศนศลิ ป4์ 0.5 จำนวนชว่ั โมง
/สปั ดาห์
ศ22104 ดนตรี-นาฏศิลป์4 0.5 1
1
ม.3 ศ23101 ทศั นศิลป์5 0.5 1
1
ศ23102 ดนตรี-นาฏศลิ ป์5 0.5 1
1
ศ23103 ทัศนศิลป6์ 0.5
ศ23104 ดนตรี-นาฏศิลป์6 0.5
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ชน้ั รหัสวชิ า ชื่อวชิ า จำนวน
หนว่ ยกิต
ม.1-3 ศ20201 ทฤษฎดี นตร1ี 0.5
ศ20202 วาดภาพระบายสี1 0.5
ศ20203 วาดภาพระบายสี2 0.5
ศ20204 ทฤษฎดี นตร2ี 0.5
ศ20205 จติ กรรมงานป้ัน 0.5
ศ20206 ดนตรปี ฏบิ ัติ 0.5
ม.ปลาย รายวิชาพ้ืนฐาน
ช้นั รหสั วิชา ชือ่ วชิ า จำนวน จำนวนชั่วโมง
หนว่ ยกติ /สปั ดาห์
ม.4 ศ31101 ศิลปะพ้ืนฐาน1 (ทัศนศิลป์1) 1
ศ31102 ศิลปะพน้ื ฐาน2 (ดนตร1ี ) 0.5 1
0.5 1
ม.5 ศ32101 ศลิ ปะพ้ืนฐาน3 (นาฏศิลป์1) 0.5 1
ศ32102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน4 (ทัศนศลิ ป2์ ) 0.5 1
0.5 1
ม.6 ศ33101 ศลิ ปะพื้นฐาน5 (ดนตร2ี ) 0.5
ศ33102 ศลิ ปะพืน้ ฐาน6 (นาฏศิลป์2)
รายวิชาเพม่ิ เติม
ชนั้ รหัสวชิ า ชือ่ วชิ า จำนวน จำนวนช่ัวโมง
หน่วยกติ /สัปดาห์
ม.4-6 ศ30201 จิตกรรม1 1
ศ30202 จติ กรรม2 0.5 1
ศ30203 ช่างเขยี นการต์ ูน1 0.5 1
ศ30204 โครงงานศิลปะ1 0.5 1
ศ30205 ปฏิบตั ิดนตรตี ามความถนัด 0.5 1
ศ30206 ชา่ งเขียนการ์ตูน2 0.5 1
ศ30207 ปฏบิ ัติกีตาร1์ 0.5 1
ศ30208 ปฏิบตั ิกตี าร2์ 0.5 1
ศ30209 ปฏิบัติการขลยุ่ 1 0.5 1
ศ30210 ปฏบิ ตั ิการขลยุ่ 2 0.5 1
ศ30211 ประตมิ ากรรม 1 0.5 2
ศ30212 ประติมากรรม 1.0 2
1.0
โครงสร้างกลมุ่ สาระวชิ าศลิ ปะ หลกั สูตรแกนกลาง พ.ศ.2551
ม.ตน้ รายวิชาพื้นฐาน
ช้ัน รหสั วิชา ชอื่ วิชา จำนวน จำนวนช่ัวโมง
หนว่ ยกิต /สปั ดาห์
1
ม.1 ศ21101 ทัศนศิลป์1 0.5 1
1
ศ21102 ดนตรี-นาฏศลิ ป์1 0.5 1
1
ศ21103 ทัศนศลิ ป์2 0.5 1
1
ศ21104 ดนตรี-นาฏศิลป์2 0.5 1
1
ม.2 ศ22101 ทัศนศิลป3์ 0.5 1
1
ศ22102 ดนตรี-นาฏศลิ ป์3 0.5 1
ศ22103 ทัศนศลิ ป4์ 0.5 จำนวนชว่ั โมง
/สปั ดาห์
ศ22104 ดนตรี-นาฏศิลป์4 0.5 1
1
ม.3 ศ23101 ทศั นศิลป์5 0.5 1
1
ศ23102 ดนตรี-นาฏศลิ ป์5 0.5 1
1
ศ23103 ทัศนศิลป6์ 0.5
ศ23104 ดนตรี-นาฏศิลป์6 0.5
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ชน้ั รหัสวชิ า ชื่อวชิ า จำนวน
หนว่ ยกิต
ม.1-3 ศ20201 ทฤษฎดี นตร1ี 0.5
ศ20202 วาดภาพระบายสี1 0.5
ศ20203 วาดภาพระบายสี2 0.5
ศ20204 ทฤษฎดี นตร2ี 0.5
ศ20205 จติ กรรมงานป้ัน 0.5
ศ20206 ดนตรปี ฏบิ ัติ 0.5
ม.ปลาย รายวิชาพ้ืนฐาน
ช้นั รหสั วิชา ชือ่ วิชา จำนวน จำนวนชั่วโมง
หนว่ ยกติ /สปั ดาห์
ม.4 ศ31101 ศิลปะพ้ืนฐาน1 (ทัศนศลิ ป1์ ) 1
ศ31102 ศิลปะพน้ื ฐาน2 (ดนตรี1) 0.5 1
0.5 1
ม.5 ศ32101 ศลิ ปะพ้ืนฐาน3 (นาฏศิลป์1) 0.5 1
ศ32102 ศลิ ปะพน้ื ฐาน4 (ทัศนศลิ ป2์ ) 0.5 1
0.5 1
ม.6 ศ33101 ศลิ ปะพื้นฐาน5 (ดนตรี2) 0.5
ศ33102 ศลิ ปะพืน้ ฐาน6 (นาฏศิลป์2)
รายวิชาเพม่ิ เติม
ชนั้ รหัสวชิ า ชื่อวชิ า จำนวน จำนวนช่ัวโมง
หน่วยกติ /สัปดาห์
ม.4-6 ศ30201 จิตกรรม1 1
ศ30202 จติ กรรม2 0.5 1
ศ30203 ช่างเขยี นการต์ ูน1 0.5 1
ศ30204 โครงงานศิลปะ1 0.5 1
ศ30205 ปฏิบตั ิดนตรตี ามความถนัด 0.5 1
ศ30206 ชา่ งเขียนการ์ตูน2 0.5 1
ศ30207 ปฏบิ ัติกีตาร1์ 0.5 1
ศ30208 ปฏิบตั ิกตี าร2์ 0.5 1
ศ30209 ปฏิบัติการขลยุ่ 1 0.5 1
ศ30210 ปฏบิ ตั ิการขลยุ่ 2 0.5 1
ศ30211 ประตมิ ากรรม 1 0.5 2
ศ30212 ประติมากรรม 1.0 2
1.0
โครงสร้างการงานอาชพี และเทคโนโลยี2 หลกั สตู รแกนกลาง พ.ศ.2551
ม.ต้น รายวิชาพ้ืนฐาน
ช้นั รหสั วชิ า ช่ือวิชา จำนวน จำนวนชั่วโมง
หนว่ ยกิต /สปั ดาห์
ม.1 ง21101 การงานอาชพี (งานบ้าน) 0.5 1
ง21102 การงานอาชพี (งานเกษตร) 0.5 1
ม.2 ง22101 การงานอาชพี (งานช่าง) 0.5 1
ง22102 การงานอาชีพ (งานบ้าน) 0.5 1
ม.3 ง23101 การงานอาชีพ (งานชา่ ง) 0.5 1
ง23102 การงานอาชพี (เกษตร) 0.5 1
หมายเหตุ รายวชิ าพืน้ ฐานจะเปลี่ยนแปลงช่วั โมงสอนไม่ได้
รายวิชาเพม่ิ เตมิ
รหสั ท่ี 21-40 งานบา้ น
รหสั ที่ 41-60 งานช่าง รหัสท่ี 61-80 งานเกษตร
ชน้ั รหสั วชิ า ช่อื วิชา จำนวน จำนวนช่วั โมง
หนว่ ยกิต /สัปดาห์
ม.1 ง20207 ขนมอบ1 (SBMLD) 12
ง20208 ขนมอบ 2 (SBMLD) 12
ม.2 ง20209 ขนมอบ3 (SBMLD) 12
ง20210 ขนมอบ4 (SBMLD) 12
ม.3 ง20211 ขนมอบ5 (SBMLD) 12
ง20212 ขนมอบ6 (SBMLD) 12
รหสั ท่ี 21-40 งานบ้าน ช่ือวิชา จำนวน จำนวนชวั่ โมง
ช้นั รหัสวิชา หนว่ ยกติ /สัปดาห์
2
ม.1-3 ง20221 อาหารไทย 1 2
ง20222 การผลิตเครอ่ื งด่ืม 1 2
ง20223 ขนมไทย 1 2
ง20224 การแปรรูปอาหาร 1 2
ง20225 อาหารว่าง 1 2
ง20226 อาหารพ้ืนเมอื ง 1 2
ง20227 1 2
ง20228 1 2
ง20229 1 2
ง20230 1 2
ง20231 1 2
ง20232 1
รหสั ท่ี 41-60 งานเกษตร
ชนั้ รหสั วิชา ช่ือวชิ า จำนวน จำนวนช่ัวโมง
หน่วยกติ /สปั ดาห์
ม.1-3 ง20241 การปลูกพชื สมนุ ไพร 2
ง20242 การปลูกไมด้ อกไมป่ ระดบั 1 2
ง20243 การขยายพนั ธพ์ุ ชื 1 2
ง20244 การปลกู พืชผกั สวนครัว 1 2
ง20245 การเลย้ี งปลานำ้ จืด 1 2
ง20246 เกษตรทฤษฎีใหม่ 1 2
1
รหสั ที่ 61-80 งานช่าง
ช้นั รหสั วิชา ชอื่ วิชา จำนวน จำนวนช่ัวโมง
หนว่ ยกิต /สปั ดาห์
ม.1-3 ง20261 งานช่างทัว่ ไป1 2
ง20262 งานช่างทว่ั ไป2 1 2
ง20263 ช่างซ่อมเครื่องไฟฟ้า1 1 2
ง20264 ช่างซอ่ มเคร่ืองไฟฟา้ 2 1 2
ง20265 การตดั เย็บเบ้อื งต้น 1 2
ง20266 การทำตะเข็บ 1 2
ง20267 กระโปรงสตรีเบอ้ื งต้น 1 2
ง20268 กระโปรงตามสมยั นยิ ม 1 2
ง20269 กระโปรงแยกชนิ้ 1 2
ง20270 กระโปรงปา้ ย 1 2
ง20271 1
ง20272
ง20273
ม.ปลาย รายวิชาพ้นื ฐาน
ช้นั รหัสวิชา ชอ่ื วิชา จำนวน จำนวนช่ัวโมง
หนว่ ยกติ /สัปดาห์
ม. 4 ง31101 เทคโนโลยีสารสนเทศ 1
ง31102 ทักษะการดำรงชีวิต 0.5 1
0.5 1
ม.5 ง32101 พืน้ ฐานการเขียนโปรแกรม 0.5 1
ง32102 การออกแบบเทคโนโลยี 0.5 1
0.5 1
ม.6 ง33101 โครงงานคอมพวิ เตอร์ 0.5
ง33102 การงานอาชพี