สังคตี ศาลายา คร้งั ท่ี ๕
นาฏยสังคีต คร้ังที่ ๔
วันศกุ ร์ ที่ ๑๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๖.๐๐ น. - ๑๘.๓๐ น.
วทิ ยาลัยนาฏศิลป สถาบนั บณั ฑิตพฒั นศลิ ป์ กระทรวงวฒั นธรรม
โครงการสงั คีตศาลายา
วทิ ยาลัยนาฏศลิ ป สถาบันบัณฑติ พัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
โครงการสังคีตศาลายา วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ประจาปี ๒๕๖๓ เป็นโครงการท่ีวิทยาลัยนาฏศิลป จัดต้ังข้ึน
โดยมจี ุดมงุ่ หมาย เพ่ือสง่ เสรมิ ประสบการณ์วิชาชีพให้กับนักเรยี น - นักศกึ ษา ทัง้ ในระดบั พน้ื ฐาน และอุดมศกึ ษา ไดแ้ สดงความเป็นเลศิ ในด้านทักษะทางศิลปะการแสดง
และดนตรีการแสดงในแต่ละครั้งมีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นศิลปะไทย ศิลปะตะวันตก โดยอยู่ในการ ดูแลควบคุมจากผู้เช่ียวชาญ ครู อาจารย์ ผู้มีความชานาญ
และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ เป็นผลให้นักเรียน - นักศึกษา ได้เพิ่มพูนประสบการณ์ด้านการจัดกระบวนการแสดง มีทักษะด้านการสื่อสาร มีทักษะด้านการบริหารจัดการ
มที ักษะด้านวิชาชีพ และอนุรกั ษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าใหอ้ ยู่สบื ไป
นายกติ ติ อตั ถาผล
ผู้อานวยการวิทยาลยั นาฏศิลป
กาหนดการสงั คตี ศาลายา ครั้งท่ี ๕
นาฏยสังคีต ครั้งที่ ๔
วนั ที่ ๑๔ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๖.๐๐ น. - ๑๘.๓๐ น.
๑๖.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. - พิธีกรภาคสนามแนะนาบรรยากาศภายในงาน
๑๖.๓๐ น. - ๑๖.๔๐ น. - ประธานจดุ ธูปเทยี นบูชาครู
๑๖.๔๐ น. - ๑๖.๕๐ น. - ประธานกล่าวเปดิ งานและใหโ้ อวาท
๑๖.๕๐ น. - ๑๗.๐๐ น. - การแสดงสรา้ งสรรค์ ชดุ “ปรตั ยามรุ ตามหาพลี”
๑๗.๐๐ น. - ๑๗.๓๐ น. - การแสดงละครนอก เรอ่ื ง สุวรรณหงส์
ตอน “สุวรรณหงส์ชมถ้า”
๑๗.๓๐ น. - ๑๘.๒๕ น. - การแสดงโขนโรงใน เรือ่ ง รามเกยี รต์ิ
ชุด “ศึกแสงอาทิตย์”
๑๘.๒๕ น. - ๑๘.๓๐ น. - Finale
การแสดงสรา้ งสรรค์ ชุด “ปรตั ยามรุ ตามหาพลี”
การแสดงสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์ ชุด “ปรัตยามุรตามหาพลี” ได้รับแรงบรรดาลใจมาจากเพลงตับ ตอน “กาเนิดพระคเนศ” จากสถาบันบันฑิตพัฒนศิลป์
โดยได้หยิบเอาบทร้องสรรเสริญมหาเทพและเทวีทั้ง ๖ พระองค์ อันได้แก่ พระอิศวร พระอุมา พระนารายณ์ พระลักษมี พระพรหม และพระสุรัสวดี มาใช้
ประกอบการแสดงด้วย บทร้องกล่าวถึงสาเหตุท่ีมหาเทพเทวีทั้ง ๖ พระองค์มารวมตัวกันในคร้ังนี้ ซ่ึงก็คือการกาเนิดบุตรขององค์พระศิวะกับพระอุมา พระนามว่า
“พระพฆิ เนศ” เพ่อื ให้พระพฆิ เนศมาปราบมารรา้ ยและความชวั่ ช้า เหล่าเทพจึงปราบปลื้มดใี จ เกดิ เปน็ การฟอ้ นราสรรเสรญิ ในคร้งั น้ี
คาว่า “ปรัตยา” แปลว่า บุตร ลูกชาย หรือโอรส “มุรตา หรือ มุรติ” แปลว่า ผู้เป็นใหญ่เหนือทุกส่ิง และคาว่า “มหาพลี” แปลว่า การบูชาท่ีย่ิงใหญ่ ดังน้ัน
ชื่อการแสดงสรา้ งสรรค์ ชุด ปรตั ยามุรตามหาพลี จึงมีความหมายวา่ “การบูชาสรรเสรญิ บตุ รแห่งผู้เป็นใหญ่”
บทเพลงประกอบการแสดง
ป่ีพาทย์บรรเลงเพลงช้า ร้องเพลงเช้ือชั้นเดียว และบรรเลงเพลงเร็วปิดท้ายการแสดง เหตุท่ีใช้เพลงช้าและเพลงเร็วมาประกอบการแสดงสร้างสรรค์ชุดนี้
เพราะถือว่าเพลงช้าและเพลงเร็วเป็นเพลงต้นแบบในการเรียน ท้ังยังเป็นเพลงท่ีพระศิวะและพระอุมาร่ายราในครั้งที่พระพรหมได้ทาพิธีมหาพ ลีขึ้น จึงได้นามาบรรจุไว้
ในการแสดงชุดน้ี เพอ่ื แสดงออกถงึ การบูชาองค์พระพิฆเนศ พระอิศวร พระอมุ าฯ
การแต่งกาย
การแต่งกายของการแสดงชุดนี้เป็นการแต่งกายแบบผสมผสาน ระหวา่ งการแต่งกายแบบยืนเครอื่ ง และละครพันทาง โดยไดห้ ยบิ เอาการนงุ่ ผา้ ตามแบบยืนเคร่ือง
ของตัวนางมาผสมผสานกับสไบ สวมใส่เคร่ืองประดับแบบละครพันทาง เช่นเดียวกับตัวพระท่ีใช้การนุ่งผ้า การนาผ้ามาพันตัว การห่มสไบ และเคร่ืองประดับแบบ
ละครพนั ธ์ุทาง
ตวั พระ
สวมกระบังหน้าและยอดนา้ เต้าเล็กแสดงออกถึงความเป็นผู้น้อย ในท่ีนี้สมมุตใิ ห้เป็นเทวดาที่ไมไ่ ด้มีบรรดาศักดิเ์ ป็นเทพชั้นสูง ผ้านุ่งเป็นผ้าพิมพ์ลายไทย นุ่งแบบ
พันธนัม มีผ้าผูกเอว ผ้าพันหน้าท้อง ห่มสไบ สวมนวมคอ สวมเคร่ืองประดับ ได้แก่ สร้อยคอ สังวาล เข็มขัด หัวเข็มขัด กาไลข้อมือ ลูกไม้ปลายมือ แหวน ปะวะหล่า
แหวนรอบ กาไลข้อเท้า
ตวั นาง
สวมเก้ียวยอด ปล่อยผมท้ิงลงด้านหลัง เพื่อแสดงออกถึงความเป็นผู้น้อย ในการแสดงชุดน้ีสมมุติเป็นนางฟ้าที่ไม่ได้มีบรรดาศักดิ์เป็นนางฟ้าช้ันสูง ผ้านุ่งเป็น
ผ้าพิมพ์ลาย นุ่งหน้านาง มีผ้าห้อยเอว สวมเกาะอก ห่มสไบนาง สวมนวมคอ สวมเครื่องประดับ ได้แก่ สร้อยคอ สังวาล เข็มขัด หัวเข็มขัด กาไลข้อมือ ลูกไม้ปลายมอื
แหวน ปะวะหล่า แหวนรอบ กาไลขอ้ เท้า ต่างหู
การแสดงละครนอก เรือ่ ง สุวรรณหงส์ ตอน “สวุ รรณหงสช์ มถา้ ”
พระสุวรรณหงส์พาพราหมณ์เกศสุริยงไปชมถ้าแก้ว เพื่อจับพิรุธว่าเป็นหญิง หรือชาย โดยท่ีพยายามชวนพราหมณ์เล็กไปเชยชมเพชรนิลจินดาต่างๆในถ้าแก้ว
เพื่อสังเกตกิริยาอาการว่าเป็นเช่นไร แต่พราหมณ์โตรู้กลของพระสุวรรณหงส์ท้ังหมด จึงเตือนให้พราหมณ์ระมัดระวังตัวไว้อย่าให้ถูกจับได้ เมื่ออุบายไม่เป็นผล
พระสุวรรณหงส์จงึ ชวนพราหมณท์ งั้ สองออกจากถา้ แกว้
การแสดงโขนโรงใน เรื่อง รามเกยี รติ์ ชดุ “ศึกแสงอาทติ ย”์
แสงอาทิตย์ บุตรชายแห่งพญาขรผมู้ ีอาวุธวิเศษประจากายคือแว่นแก้วสุรกานต์ ซ่ึงได้นามาฝากไว้ที่พระพรหมธาดา เม่ือคราวใดที่แสงอาทิตย์จะออกรบ จึงจะใช้
ให้พ่ีเล้ียงคนสนิท นามพิจิตรไพรี ข้ึนไปทูลขอแว่นแก้วจากพระพรหมธาดา แล้วนามาส่องสังหารศัตรู เมื่อคราวที่แสงอาทิตย์ยกทัพมา หมาย สู้รบกับพระราม
พิเภกโหรเอกแห่งทัพพระราม ได้แจ้งความเรื่องแว่นแก้วสุรกานต์ให้แก่พระรามทราบ พระรามจึงใช้ให้องคตแปลงกายเป็นพิจิตรไพรี ขึ้นไปทูลขอแว่นแก้วลงมาจาก
พระพรหมแล้วให้พระรามทาลายทิ้งเสีย แสงอาทิตย์เม่ือเข้ารบกับกองทัพพระรามไม่สามารถสู้ฤทธิ์พระรามได้ จึงใช้ให้พิจิตรไพรีข้ึนไปทูลขอแว่นแก้วจาก
พระพรหม พิจิตรไพรีข้ึนไปเข้าเฝ้าพระพรหม จึงรู้ว่าถูกศัตรูปลอมแปลงเป็นตนข้ึนไปขอเเว่นแก้วมาก่อนแล้ว จึงทูลขอให้แสงอาทิตย์ยกทัพกลับ ฝ่ายแสงอาทิตย์ได้ยนิ
ดงั นน้ั จึงโกรธ เขา้ สู้รบกับกองทพั พระราม และถูกพระรามแผลงศรสังหาร ฝ่ายพิจิตรไพรีก็ถกู พระลักษณแ์ ผลงศรสังหารเชน่ เดียวกนั
การแสดงสร้างสรรค์ ชุด “ปรตั ยามุรตามหาพลี”
การแสดงละครนอก เร่อื ง สวุ รรณหงส์ ตอน “สวุ รรณหงส์ชมถา้ ”
การแสดงโขนโรงใน เรื่อง รามเกยี รติ์ ชุด “ศึกแสงอาทติ ย์”