The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สูจิบัตรงานสังคีตศาลายา ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๔

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wisut7942, 2021-03-29 02:04:42

สูจิบัตรงานสังคีตศาลายา ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๔

สูจิบัตรงานสังคีตศาลายา ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๔

สงั คีตศาลายา ครง้ั ท่ี ๔

วันท่ี ๗ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๖.๐๐ น. - ๑๘.๓๐ น.

วิทยาลัยนาฏศลิ ป
สถาบันบณั ฑติ พัฒนศลิ ป์ กระทรวงวฒั นธรรม

กาหนดการสังคตี ศาลายา ครัง้ ท่ี ๔

วันที่ ๗ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๖.๐๐ น. - ๑๘.๓๐ น.

๑๖.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. - วงดนตรีสากลบรรเลง (บรรยากาศ)
๑๖.๓๐ น. - ๑๖.๔๐ น. - ประธานจดุ ธปู เทยี นบชู าครู

๑๖.๔๐ น. - ๑๖.๕๐ น. - มอบเกยี รตบิ ัตรแดค่ รสู อนดนตรีพม่า
๑๖.๕๐ น. - ๑๗.๐๐ น. - มอบเกียรตบิ ัตรแดค่ รผู ถู้ ่ายทอดกระบวนทา่ รา
๑๗.๐๐ น. - ๑๘.๓๐ น. - การบรรเลงและขบั ร้อง Saung Gauk (พิณพม่า) โดย ครจู ากประเทศเมยี นม่าร์รว่ มกับวิทยาลยั นาฏศลิ ป
- การบรรเลง วงซายวาย (ป่ีพาทย์พม่า)
- การแสดงละครพนั ทาง เรอ่ื ง ราชาธริ าช ตอน สจั จะสมิงนครอนิ ทร์ (ขอมนี ายหนึ่งเดียวในแผ่นดนิ )
- องค์ที่ ๑ สมงิ นครอนิ ทรต์ อ้ งโทษ
- องค์ที่ ๒ ดตู วั สมงิ นครอนิ ทร์
- องคท์ ่ี ๓ สัจจะสมิงนครอนิ ทร์

การบรรเลงและขบั รอ้ ง Saung Gauk (พณิ พม่า)

Saung GauK (ซองเกาะ) หรือที่รู้จักกันในช่ือ “พิณพม่า” เป็นเคร่ืองดนตรีประเภทเคร่ืองสายของประเทศพม่า มีลักษณะเป็นพิณ
โค้งคล้ายกับคันธนู ซองเกาะได้รับการยกย่องให้เป็นเครื่องดนตรีประจาประเทศพม่าเนื่องจากมีความโดดเด่นตรงท่ีเป็นเคร่ืองดนตรีที่เก่าแก่มาก
และกล่าวกันว่าเป็นพิณ (แบบพณิ ฝร่ัง) เพยี งชนดิ เดียวท่ียังหลงเหลอื อยใู่ นทวีปเอเชยี

ประวัติเพลงทีใ่ ช้ในการบรรเลงซองเกาะ
๑. เพลง Tuu Poht Tuu Poht (ดูโบ ดูโบ) เป็นเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน นิยมบรรเลงกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของ

สหภาพเมียนมาร์ เนอื้ รอ้ งบรรยายเกย่ี วกบั การเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่

๒. เพลง Ngal Gywan Sue (แงจวงซุ่ย) เป็นเพลงทีก่ ล่าวถึงเทศกาล ทะทนิ โจ๊ะ คือเทศกาลเข้าพรรษา ในเดอื น ๗ ของปฏทิ นิ พม่า
ดัง้ เดมิ เนื้อร้องบรรยายถงึ คนในวยั เด็กท่ีแยกย้ายถิ่นฐานและไดม้ โี อกาสมาพบกันอีกคร้ัง ได้พูดคยุ เร่ืองราวตา่ ง ๆ ในวัยเดก็ อย่างมีความสุข

การบรรเลง วงซายวาย (ป่พี าทยพ์ ม่า)

ซายวาย มีความหมายไดส้ องนยั นยั หนึ่งหมายถงึ เปงิ มางคอก และอีกนัยหน่งึ หมายถึง วงปพ่ี าทยท์ ่มี ีเปิงมางคอกเปน็ เครื่องดนตรีชิน้ เอกและอาจเรียก
วงปพ่ี าทยช์ นิดน้วี ่า “ปตั ซาย” สว่ นตัวเปิงมางคอกนน้ั จะเรยี กว่า “ปตั วาย”

ซายวายเป็นวงดนตรีประจาชาติของพม่า ท่ีใช้ในงานพิธีและงานบันเทิง มีเล่นท้ังในงานหลวง งานวัด และงานราษฎร์ ปัจจุบันพม่ายังคงมีควา มนิยม
นาวงซายวายมาเล่นในงานพิธีต่างๆ เช่น งานบวช งานเจาะหู งานทรงเจ้า งานรับปริญญา และงานต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เสียงดนตรีที่บรรเลงจาก
วงซายวายนั้นมีลีลาเคร่งขรึม แต่นุ่มนวล ให้ทั้งอารมณ์สนุกสนาน เร้าใจ และโศกสลด ซายวายจึงนับเป็นวงดนตรีที่เล่นได้หลายรสและถือเป็ นเอกลักษณ์
ทางคตี ศลิ ป์อย่างหน่ึงของพม่า

วงซายวายเป็นวงดนตรีพื้นเมืองวงใหญ่ที่สุดของพม่า เคร่ืองดนตรีสาหรับวงซายวาย มี ๑๒ ชิ้นเป็นอย่างน้อย มีท้ังเคร่ืองหนัง เครื่องโลหะ
และเคร่ืองไม้ เป็นวงดนตรีที่มีเฉพาะเคร่ืองตีและเคร่ืองเป่า ไม่มเี คร่ืองสี เครอื่ งดนตรีทง้ั ๑๒ ชน้ิ ในวงซายวาย ได้แก่ เปงิ มางคอก กลองใหญ่ กลองสัน้ ตะโพน
กลองชุดหกใบ ฆอ้ งวง ฆอ้ งแผง ฉง่ิ ฉาบ เกราะ กรบั ไมไ้ ผ่ และปีแ่ น

ในบรรดาเครื่องดนตรีท่ีเล่นในวงซายวายนั้น ปัตวายเป็นเคร่ืองดนตรีท่ีเล่นยากท่ีสุด ผู้เล่นจะต้องรู้จักการ ปรับเสียงกลองท้ัง ๒๑ ลูกจนชานาญ
ในขณะเล่นจะต้องบรรเลงให้สอดคล้องกับเสียงระนาด เสียงฆ้อง เสียงป่ี และต้องตีให้เข้าจังหวะฉาบและกรับไม้ไผ่ นักตีปัตวาย ท่ีเก่งจะต้องแม่นยาในจังหวะ
จึงจะทาใหก้ ารบรรเลงวงซายวายน่าฟงั และมีรสชาติ ในวงซายวายน้ีผู้เลน่ ปตั วาย จะไดร้ บั การยกย่องเปน็ ครซู ายวาย และมกั จะเป็นหวั หน้าวงด้วย

ประวตั ิเพลงทใี่ ชบ้ รรเลงในวงซายวาย
๑. เพลง Ah Sa Pyoe Thi Chin (อะซ่าปิโยติชิน)เป็นเพลงท่ีใช้บรรเลงเกร่ินก่อนที่จะบรรเลงเพลงอื่น ความหมายของช่ือเพลง คือ

"อะซ่าปโิ ย" แปลวา่ เริ่มหวา่ นเมล็ดพนั ธุ์ หรอื เริ่มต้นบรรเลง "ตชิ นิ " แปลว่า เพลง
๒. เพลง Sein Pay Thar Di Lone Thi Chin (เซงเปดาตีลงติชิน) เป็นเพลงที่วงซายวายทุกวงนิยมบรรเลง สามารถใช้บรรเลงได้

ทุกโอกาส และยังเป็นเพลงอันดับตน้ ๆที่นยิ มใชบ้ รรเลงในการประกวดวงซายวาย ถา้ วงไหนเลือกเพลงนปี้ ระกวดและสามารถบรรเลงได้ดจี ะไดร้ ับพิจารณา
คะแนนเป็นพิเศษ ความหมายของเพลงนี้ คือ "เซง" แปลว่า เพ็ชร "เปดา" แปลว่า ต้นกฐิน "ตีลง" แปลว่า ทานอง "ติชิน" แปลว่า เพลง
ความหมายโดยรวมหมายถึง "ทานองต้นเสียงดั่งเพช็ ร" เพลงนี้มี ๓ ท่อน สาหรับทานองท่ีจะบรรเลงในคร้ังนี้จะเป็นทอ่ น ๒ และท่อน ๓ เนื่องจาก
ท่อน ๑ มที านองค่อนข้างยาก และเวลาทีเ่ ราได้ไปเรยี นในคร้ังนี้มีค่อนขา้ งน้อย ครูจึงสอนไดเ้ ฉพาะท่อน ๒ และทอ่ น ๓

การแสดงละครพนั ทาง เรอ่ื ง ราชาธริ าช ตอน สัจจะสมงิ นครอนิ ทร์ (ขอมนี ายหน่งึ เดยี วในแผ่นดิน)

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชปฐมกษตั ริยก์ รุงรตั นโกสินทร์ ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจา้ พระยาพระคลงั (หน)
รว่ มกบั กวใี นราชสานกั แปล และเรียบเรยี งจากพงศาวดารฉบบั ภาษามอญเป็นภาษาไทย ครน้ั ในสมยั รัชกาลท่ี ๕ เจา้ พระยาหินทรศักดิด์ ารง
(เพ็ง เพญ็ กุล) ได้นามาจดั แสดงเปน็ ละครพันทาง ซ่งึ เปน็ ละครแบบผสมระหวา่ งละครรากบั การใช้ท่าทางอย่างสามัญชน ใชก้ ารแตง่ กายตามแบบ
เชื้อชาตขิ องตวั ละคร ทป่ี รากฏในท้องเรือ่ ง การแสดงในวันนใี้ ชบ้ ทของอาจารยเ์ สรี หวงั ในธรรม อาจารยม์ นตรี ตราโมท บรรจุเพลง และทสี่ าคญั
การแสดงในวนั นี้ยังได้นาวงป่พี าทยพ์ ม่าและวงปีพ่ าทย์มอญมาใชบ้ รรเลงประกอบในการแสดง

เนอื้ เรื่องโดยย่อทีใ่ ช้แสดงในวันน้ี

ลุศกั ราช ๗๕๐ ปี พระเจา้ ราชาธิราชกรฑี าทัพแผพ่ ระราชอาณาเขตจนถงึ เมืองตกึ คลา้ ซึง่ ยงั ขาดคนปกครอง จึงทรงพระราชราพึงว่า เหลา่ ทหาร
ผู้ซ่ึงโดยเสดจ็ ราชการสงครามน้ัน ได้ชบุ เล้ยี งให้มยี ศศกั ดก์ิ นั ทว่ั หนา้ แลว้ ขาดแตม่ ะสะลมุ ท่ยี งั ไม่ไดพ้ ระราชทานปูนบาเหน็จรางวลั จึงส่ังให้สมิงพัดชะ
ไปดาเนินการในอนั ท่ีจะพระราชทานบาเหนจ็ รางวลั ให้แกม่ ะสะลุมโดยมใิ หร้ ู้ตัว

มะสะลมุ ได้รับพระราชทานยศเปน็ “สมิงนครอนิ ทร์” ครองเมืองตกึ คล้า และได้นางเกษราเป็นมเหสี สมิงนครอนิ ทรไ์ ดอ้ าสาราชการสงครามด้วย
ความซื่อสัตยแ์ ละจงรกั ภกั ดตี ลอดมา จนทัพรามญั แห่งกรุงหงสาวดีเปน็ ทีเ่ กรงกลวั ทว่ั ทศิ านทุ ิศ ฝ่ายพระเจ้าฝรั่งมงั ฆ้องแหง่ กรุงรตั นะบุระอังวะ ทรงทราบว่า

ทัพหงสาวดียกทัพมาในอาณาเขตพกุ ามประเทศ ก็ทรงกรีฑาทพั ออกสรู้ บจึงเกิดสงครามระหวา่ งมอญกบั พมา่ ซึ่งเปน็ มหาสงครามเนนิ่ นานหลายปี พระเจา้ -
ฝรั่งมงั ฆ้องจึงมพี ระราชสารถึงพระเจา้ ราชาธริ าชเชิญให้เจรญิ พระราชไมตรโี ดยใหแ้ มท่ พั นายกองทง้ั สองฝ่ายกระทาสตั ยเ์ ปน็ พนั ธมติ รตอ่ กนั พระเจ้าราชาธริ าช
ทรงปรึกษาทหารเอกวางอุบายสังหารพระเจา้ ฝรง่ั มังฆ้อง โดยใหน้ าอาวุธไปฝังไวบ้ รเิ วณโรงพธิ ที ี่จะกระทาสัตย์ สมงิ นครอนิ ทร์เหน็ วา่ การทาเช่นนี้
จะเป็นการเส่อื มเสียแกพ่ ระเกยี รตยิ ศ แต่กม็ ไิ ดก้ ราบบงั คมทลู ทัดทาน สมิงนครอนิ ทรจ์ งึ ทาใหฝ้ ่ายพมา่ ลว่ งรู้กลศึก ทพั พม่าจึงลา่ ถอยหนไี ป ยังความพโิ รธ
ให้กบั พระเจา้ ราชาธริ าชเป็นอยา่ งมาก สมิงนครอินทรจ์ ึงขออาสาไปตดั หัวพระเจา้ ฝรงั่ มงั ฆอ้ งมาถวายโดยลาพงั แตเ่ มือ่ ไปถึงดว้ ยความเปน็ ชายชาติทหาร
ยึดถอื ศักดศิ์ รีและเกียรติยศไม่อาจฆ่าคนทีไ่ ม่มีทางสไู้ ด้ จงึ ไดน้ าเอาพานพระศรแี ละพระแสงดาบของพระเจา้ ฝรง่ั มังฆ้องกับศีรษะนางสนมชาวที่ และศีรษะ
จงั กายวงั กลบั มาถวาย พร้อมทั้งกราบทลู เหตุผลทมี่ ิไดป้ ลงพระชนม์ พระเจ้าราชาธิราชโปรดให้มีพระราชสารแสดงความเสยี พระทัยไปถงึ พระเจา้ ฝรัง่ มังฆ้อง
เป็นทานองเยอะเยย้ ฝา่ ยพระเจ้าฝัร่ังมังฆ้องจงึ มพี ระราชสารกลบั ทลู วา่ มไิ ด้ถือสาอาฆาตสมงิ นครอินทร์จงึ ขอสง่ ขนั ทองคามาประทานและขอทจ่ี ะเหน็ ตัว
สมงิ นครอินทรส์ ักครงั้ หนงึ่ สมงิ นครอนิ ทร์จงึ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเดินทางมาเฝ้าพระเจ้าฝร่ังมังฆอ้ งแตเ่ พียงลาพัง เมอ่ื มาเขา้ เฝ้าพระเจ้า
ฝรั่งมังฆ้องจึงทรงพระราชทานเครื่องม้าทองคากบั พระธามรงค์ลงยาใหเ้ ป็นรางวัล พระเจ้าราชาธริ าชกับพระเจ้าฝร่ังมงั ฆ้องทรงทาสงครามกันตอ่ มาไมน่ าน
กท็ รงเบอื่ หน่ายในการทาสงครามจงึ หันเข้าสู่ทางสัจจะสมานฉันท์ นบั แตน่ ั้นเมอื งพุกามและรามญั ประเทศกส็ งบเป็นสนั ติสขุ สบื มาชั่วระยะหนงึ่ กาลลว่ งมา
ประมาณ ๒๐ ปี มังรายกะยอฉะวาราชบุตรพระเจา้ ฝรงั่ มังฆ้องเจรญิ พระชนั ษาเปน็ หนุม่ ฉกรรจ์ จงึ ทาสงครามกบั พระเจ้าราชาธริ าชหลายคร้งั แตส่ ว่ นใหญ่

จะพา่ ยแพ้ด้วยความออ่ นเยาวไ์ มร่ ู้ทันในกลศึก คร้ันสืบทราบว่าสมิงนครอนิ ทรแ์ ละสมงิ พระรามมฝี ีมือและสตปิ ญั ญาจึงวางอบุ ายตัดศึก โดยมีพระราชสาร
ท้าใหส้ ง่ ทหารฝีมอื ดอี อกมาประลองฝีมือรบกบั ทหารพม่าโดยวิธลี งเรือฉลากต่อสูก้ ัน พระเจ้าราชาธิราชมทิ นั ระแวงในกลศกึ จึงสง่ สมิงนครอินทรเ์ ป็นผู้ลงเรือ
ออกประลองฝมี ือ ซึ่งทหารพม่าไดว้ างกาลังซ่อนตัวเตรียมพร้อมไว้ก่อนแลว้ คร้นั สมิงนครอินทร์มาถึงจุดหมายทหารพม่าก็เอาขอเกย่ี วเรือของสมงิ นครอินทร์
ขน้ึ ฝ่งั ทหารพมา่ ฆ่าทหารมอญจนสนิ้ แล้วคมุ ตัวสมงิ นครอนิ ทร์ใสเ่ ครือ่ งพนั ธนาการนาตวั ไปคมุ ขัง มงั รายกะยอฉะวาเหน็ สมิงนครอนิ ทรถ์ ูกใส่เครอื่ ง
พันธนาการจงึ สงั่ ใหท้ หารถอดเครือ่ งพันธนาการออกแลว้ ใหน้ าของเสวยแบบเดียวกบั มังรายกะยอฉะวาเสวยมาให้สมงิ นครอนิ ทร์ มังรายกะยอฉะวาขอให้
สมิงนครอนิ ทร์มาเปน็ ทหารของตน แต่สมิงนครอนิ ทรเ์ ป็นชายชาติทหารโดยตั้งสตั ย์ไวว้ ่า จะไมย่ อมเป็นข้าสองเจา้ จนตวั ตาย “ขอมีนายหนึ่งเดยี วในแผ่นดิน”
แลว้ สมิงนครอนิ ทรก์ ็กลน้ั ลมหายใจจนตายภายในหอ้ งคมุ ขัง

Saung Gauk (พณิ พมา่ )

Saung Gauk (พณิ พมา่ )

วงซายวาย (ปี่พาทย์พมา่ )

Saingwaing (ซายวาย)

ละครพันทาง เรื่อง ราชาธริ าช

ละครพันทาง เรื่อง ราชาธริ าช


Click to View FlipBook Version