The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารกรมอู่ทหารเรือ ประจำปี 2555 เล่ม 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by supanp, 2022-05-11 05:13:21

วารสารกรมอู่ทหารเรือ ประจำปี 2555 เล่ม 2

วารสารกรมอู่ทหารเรือ ประจำปี 2555 เล่ม 2

Keywords: การต่อเรือ,วารสาร อร.

ว 110ารสารกรมอ่ทู หารเรอื ประจำปี 2555

สรุปผลการใชส้ ีและกรรมวธิ ีการเคลือบผิว


1. การเคลือบผิว สี 2 ชั้น ท่ีมีความต้านทานต่อการกัดกร่อนและการยึดเกาะของฟิล์มที่ดี
โดยมีอัตราการกัดกร่อน ท่ีต่ำและการเกิดปริมาณสนิมต่ำ คือสี Inorganic Zinc Primer และ
สี Epoxy Topcoat โดยใชก้ รรมวธิ ีเคลอื บผิวภายในตัวเรอื ในบริเวณระดบั แนวน้ำที่มคี วามชน้ื สงู ดังน
ี้

- ทำความสะอาดผิวระดับ Sa 2.5 ด้วยเคร่ืองพ่นแบบ Vacuum Pump ที่ใช้ Shot
Bonded into Sponge Media แทนทราย กรรมวิธีน้ีเพ่อื ปอ้ งกันฝนุ่ จาก Sand Blast ภายในตวั เรือ
- เคลอื บผวิ รองพ้ืนด้วยสี Inorganic Zinc สว่ นผสมผงสังกะสี 75% สว่ นผสม ผงสงั กะสี
จำนวน 18.5 กโิ ลกรมั ผสมกบั นำ้ ยา จำนวน 9 ลติ ร โดยใชเ้ ครอื่ งพน่ ใหไ้ ดค้ วามหนาฟลิ ม์ 75 - 80 µm
ถ้าเกินกวา่ น้ี ฟิล์มจะแตกรา้ ว


- เคลอื บผวิ ทับดว้ ยสี Epoxy สว่ นผสม สารยึดเกาะ (Binder) จำนวน 5 สว่ น ผสมกับ
เนอ้ื สี (Pigment) จำนวน 1 สว่ น โดยใช้เครือ่ งพน่ ใหไ้ ดค้ วามหนาฟลิ ์ม 200 µm

2. การเคลือบผิว สีช้ันเดียว ท่ีมีความต้านทานต่อการกัดกร่อน โดยการสูญเสียความหนา
ฟิล์มที่น้อยและมีอัตราการกัดกร่อนท่ีต่ำ เหมาะสมใช้ในพ้ืนท่ีบริเวณที่มีของเหลว คือ สี Inorganic
Zinc โดยใชก้ รรมวิธีเคลอื บผิวภายในตัวเรอื ในบริเวณระดับใต้แนวนำ้

- ทำความสะอาดผิวระดับ Sa 2.5 ด้วยเครื่องพ่นแบบ Vacuum Pump ที่ใช้ Shot
Bonded into Sponge Media แทนทราย กรรมวิธนี เ้ี พ่ือปอ้ งกนั ฝนุ่ จาก Sand Blast ภายในตวั เรือ

- เคลือบผิวรองพ้ืนด้วยสี Inorganic Zinc ส่วนผสมผงสังกะสี 75% โดยใช้เคร่ืองพ่นให้ได้
ความหนาฟิล์ม 75 - 80 µm ถ้าเกินกวา่ นี้ฟลิ ม์ จะแตกร้าว

3. การเคลือบผิว สีช้ันเดียว ที่มีความต้านทานต่อการกัดกร่อน โดยการยึดเกาะฟิล์มที่ดี
และมีความสะดวกต่อการเตรียมพ้ืนผิวเหมาะสมใช้ในพ้ืนท่ีบริเวณท่ีแคบและตามแนวเช่ือม คือ
สี Epoxy โดยใชก้ รรมวธิ ีเคลอื บผวิ ภายในบรเิ วณใต้ดาดฟ้าภายในตวั เรอื

- ทำความสะอาดผวิ ระดบั St 2 ด้วยเคร่ืองมือ Hand Tool หรือ ระดับ St 3 ดว้ ยเคร่ือง
Power Tool

- เคลือบผิวทบั ด้วยสี Epoxy สว่ นผสมสารยึดเกาะ (Binder) จำนวน 5 ส่วน ผสมกบั เนื้อสี
(Pigment) จำนวน 1 ส่วนโดยใชเ้ ครื่องพน่ ให้ได้ความหนาฟลิ ์ม 200 µm


สรปุ ผลการทดลองการใช้โลหะกนั กรอ่ น (Sacrificial Anode)


ผลการทดลองค้นพบว่าแผ่นเหล็กท่ีติดสังกะสีกันกร่อน ชิ้นงาน B มีอัตราการกัดกร่อน
1.60 mpy สญู เสยี อัตราการกดั กร่อนนอ้ ยกวา่ แผ่นเหลก็ ทไี่ มไ่ ด้ติดสังกะสีกนั กร่อนชิ้นงาน A ต่างกนั
2.83 mpy (4.43 - 1.60 = 2.83) ดังน้ันถ้านำสังกะสีกันกร่อนไปเช่ือมติดกับแผ่นเหล็กภายใน
ใต้ท้องเรือท่อี ยู่ในของเหลวจะช่วยป้องกันการเกดิ การกัดกร่อนได้ แสดงผลในตารางท่ี 1.2 โดยสังกะสี
กันกร่อน สามารถเพ่ิมประสิทธิภาพป้องกันการกัดกร่อนให้กับการเคลือบผิวท่ีไม่ดีหรือชำรุด
แสดงตวั อย่างการคำนวณออกแบบติดตั้งสังกะสกี ันกรอ่ นภายในตวั เรอื [6]

111 แนวทางการป้องกนั การกัดกรอ่ นภายในตวั เรอื


ตารางท่ี 1.2 สรุปผลตา่ งความตา้ นทานกดั กรอ่ นดว้ ยการทดลองติดสังกะสีกันกร่อน


ผลทดลอง
แผน่ เหล็กตดิ สงั กะส ี แผน่ เหล็กไมต่ ดิ สงั กะสีกนั ผลต่างของความ

กันกรอ่ น ชนิ้ งาน B กร่อน ช้ินงาน A ต้านทานกัดกร่อน

1240
พน้ื ที่ (cm2) 1240 4.43 เท่ากนั

0.11 2.83

อัตราการกัดกรอ่ น (mpy) 1.60 0.07


อัตราการกดั กร่อน (mm/y) 0.04

บรรณานกุ รม

Neofytos Giannakopoulos,2003,Cargo Tank Coating for Chemical Tankers [Online],

Available : http://www.adv-polymer.com/marine/studies/cargo-tank

coating.pdf. [2009,February 12].

Hiroshi, S., Michio , K., Kazuyuki , K., Hiroki , I. and Tsutomu , K., 2007 , Development

of Anti-Corrosion Steel for Cargo Oil Tankers [Online], Available:http://

www.Krs.co.kr/Kor/File/10Anti-corrosion [2009,October 10].

ASTM. B119-09 “Standard Practice for Operating Salt Spray (Fog) Apparatus-

Appendix X1” , ASTM international.

Schmidt, D.P. , Shaw,B.A. , Sikora, E. , Show,W.W. and Laliberte,L.H. , 2005 ,

Comparison of Testing Techniques Used to Analyze the Corrosion

Resistance of Sacrificial Coating Systems [Online], Available: http://

www.corrdefense.org. [2009,October 15].

Nippon Kaiji Kyokai , 2010 , Guidelines for Perfermance Standard for Protective

Coating Contained in IMO Resolution MSC.215 (82) [Online], Available:

http://www.classnk.or.jp/hp/publications/ guideline painting.pdf

[2009,October 22].

อนนุ พนันท์ นวรตั น์, 2530 , การเลือกอะโนดใชใ้ นการปอ้ งกนั การกดั กร่อนของตัวเรือ,วิทยานพิ นธ์

วศิ วกรรมศาสตร์มหาบณั ฑติ สาขาวชิ าวิศวกรรมเครือ่ งกล คณะวศิ วกรรมศาสตร์ สถาบัน

เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ ธนบุร.ี หนา้ 144-156.

ว 112ารสารกรมอ่ทู หารเรือ ประจำปี 2555

จากเหล็ก...ส่.ู ..ไม้ ครง้ั แรกของประเทศไทย


โครงการวจิ ยั การศกึ ษาความเปน็ ไปได้ในการตรวจสอบรอยบกพรอ่ งของเน้ือไม้

โดยใช้หลกั การถา่ ยภาพด้วยรงั สี X - Ray


นาวาเอก วทิ ยา พันธโุ์ ภคา รองผอู้ ำนวยการกองออกแบบตอ่ เรือ กรมแผนการช่าง กรมอ่ทู หารเรอื

เรือเอก อนุชา ลูกจนั ทร์ ประจำแผนกทดสอบวสั ดุ กองควบคุมคณุ ภาพ กรมพฒั นาการช่าง กรมอู่ทหารเรอื



บทคัดย่อ

การซ่อมทำเรือในส่วนที่กรมอู่ทหารเรือรับผิดชอบ จะแยกการซ่อมทำออกเป็น

3 สว่ นหลัก ๆ คือ 1 สว่ นตวั เรือ 2 ส่วนกลจักร และ 3 สว่ นไฟฟา้ สำหรับในตอนนี้
จะขอกล่าวถงึ การซอ่ มทำตวั เรอื และสว่ นประกอบ ทส่ี ร้างจากไม้ ในการดำเนนิ การซ่อม
ทำเรือไม้ตามปกติของกรมอู่ทหารเรือ จะทำการตรวจสอบตัวเรือ และโครงสร้างตัวเรือ
ไม้ โดยใช้สายตา (Visual Test) และการเคาะเพื่อฟังเสียงความสมบูรณ์ของเน้ือไม้
ภายใน การชำรุดของไม้แสดงให้เห็นถึงรอยแตกหรือผุได้จากภายนอก ก็เป็นการง่าย
ในการตรวจสอบด้วยสายตา ส่วนการชำรุดท่ีเกิดขึ้นภายในเนื้อไม้ และการชำรุดของ
ไม้ส่วนล่าง ในกรณีที่มีการประกอบโครงสร้างไม้ซับซ้อนกันหลายช้ัน จึงเป็นการยาก
ท่ีจะตรวจสอบด้วยสายตา การเคาะเพ่ือฟังเสียงสามารถกระทำได้เฉพาะไม้ท่ีอยู่บริเวณ
ส่วนบน ไม้ที่อยู่ด้านล่างมักจะพบอุปสรรคในการเคาะ ซ่ึงไม่สามารถทำได้สะดวกและ
ถนัดเท่าท่คี วร หรอื ในบางครง้ั ก็ไม่สามารถกระทำได้เลย จึงทำใหก้ ารตรวจสอบดว้ ยการ
เคาะเพ่อื ฟงั เสยี งมขี ้อจำกัด และไม่สามารถแยกแยะเสียงจากไมท้ ท่ี บั ซอ้ นกันหลายชัน้ ได้
การซ่อมทำจึงจำเป็นต้องรื้อไม้ในส่วนที่ผุชำรุด หรือในส่วนท่ีสงสัยออกก่อน เพ่ือทำการ
สำรวจและประเมินการซ่อมทำ สำหรับเรือราชพิธีและเรือยนต์พระท่ีน่ังซ่ึงเป็นเรือไม้
ท้ังหมด มขี ้ันตอนในการประกอบอย่างประณตี และเป็นเรอื ที่มีคณุ คา่ ทางประวัติศาสตร์
มีมูลค่าสูง จะต้องมีการตรวจสอบและประเมินสภาพของเนื้อไม้ ความสมบูรณ์แข็งแรง
ของเปลือกเรือและโครงสร้างหลักภายในท้ังหมด ซึ่งเป็นการตรวจสอบด้วยสายตาและ
การเคาะเพื่อฟังเสียง โดยต้องใช้บุคลากรท่ีมีความเช่ียวชาญสูง มีประสบการณ์มากใน
การตรวจสอบเน้ือไม้ มาทำการตรวจสอบและวินิจฉัย ความบกพร่องภายในเน้ือไม้ท่ี
เกิดขึ้น เช่น ตาไม้ที่อยู่ภายในเน้ือไม้และการแตกลายภายในเน้ือไม้ตามธรรมชาติ
การแตกภายในเนื้อไม้ เนื่องจากการเจาะและยึดโครงสร้างส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
ด้วยสกรูเกลียวปล่อยและสลัก รวมถึงการถูกเจาะเป็นรูหรือโพรงจากปลวก มอด

113 จากเหลก็ ...ส่.ู ..ไม้ คร้งั แรกของประเทศไทย


รวมท้ังแมลงกินไม้ต่าง ๆ ซึ่งส่วนมากจะเกิดในมุมอับชื้น หรือการซ้อนทับกันของ
ไม้หลาย ๆ ช้ัน เป็นผลให้ไม่สามารถทำการตรวจสอบด้วยสายตาและการเคาะเพื่อฟัง
เสียงได้ ยกเว้นการชำรุดหรือผุของไม้ที่ปรากฏให้เห็นจากภายนอกเท่าน้ัน การรื้อ
โครงสร้างบริเวณรอยบกพร่องจะต้องเปิดเน้ือไม้เป็นบริเวณกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพราะไม่สามารถกำหนดขอบเขตของการชำรุดได้ชัดเจน ส่งผลให้การซ่อมทำต้องใช้งบ
ประมาณสูงขึ้นและใช้ระยะเวลาในการซ่อมทำนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณเปลือกเรือ
ภายนอกของเรอื พระทน่ี งั่ ทง้ั 4 ลำ ท่ีถกู ตกแต่งดว้ ยลวดลายและเครอื่ งประดับ ที่มีราคา
แพง คือ เรือพระที่น่ังสุพรรณหงส์, เรือพระที่อนันตนาคราช, เรือพระท่ีน่ังอเนกชาติ
ภุชงค์ และเรือพระท่ีนัง่ นารายณ์ทรงสุบรรณ รชั กาลท่ี 9 ซง่ึ ไม่สามารถทำการตรวจสอบ
ด้วยสายตาและการเคาะเพื่อฟังเสียงได้ การรื้อเพื่อตรวจสอบอาจทำให้ลวดลายรวมท้ัง
เคร่ืองประดับทต่ี กแตง่ ชำรุดเสยี หาย ส้ินเปลอื งทั้งงบประมาณและเวลา

จากประเด็นดังกล่าว กองควบคุมคุณภาพ กรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือ
ซ่ึงเป็นหน่วยงานในการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของการดำเนินงานต่าง ๆ รวมท้ัง
การตรวจสอบวัสดุ ช้ินงาน และความเสียหายของยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง โดย
เฉพาะอย่างย่ิง กองควบคุมคุณภาพ กรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือ มีวิธีการตรวจ
สอบแบบไมท่ ำลาย (Non Destructive Test, NDT) เป็นกระบวนการตรวจสอบวธิ หี นึ่ง
ทีไ่ มท่ ำให้สิ่งที่ทำการตรวจสอบได้รบั ความเสียหายโดยใช้วิธีการ X - Ray ซง่ึ ปกตจิ ะใช้ใน
การตรวจสอบความบกพร่องภายในแนวแล่นประสานของโลหะท่ีไม่สามารถมองเห็นได้
ด้วยสายตา ส่วนที่เป็นอโลหะโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้ที่นำมาประกอบเป็นลำเรือและส่วน
ประกอบต่าง ๆ กองควบคุมคุณภาพ กรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรอื สามารถตรวจ
ได้เพียงใช้ตาเปล่าเท่านั้น และปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใด ๆ ในการตรวจพิสูจน์รอย
บกพร่องต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นภายในเนื้อไม้ นอกจากการผ่าพิสูจน์ ซ่ึงเป็นการทำลายเน้ือไม้
ให้ได้รับความเสียหาย กองควบคุมคุณภาพ กรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือ จึงมี
แนวคิดท่ีจะใช้เครื่องมือ/อุปกรณ์ และเทคโนโลยี ตลอดจนบุคลากรท่ีมีความรู้ความ
สามารถในการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย นำมาประยุกต์และปรับวิธีการใช้เคร่ืองมือ/
อุปกรณ์ดังกล่าวให้สามารถใช้ตรวจสอบเปลือกเรือและโครงสร้างตัวเรือของเรือ
พระราชพธิ ี เรอื พระทนี่ ่งั เรอื ยนต์หลวง เรือไม้ของกองทพั เรือ รวมถงึ หนว่ ยราชการ หรอื
เอกชนภายนอกที่ขอรับการสนับสนุนการตรวจสอบรอยบกพร่องต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนภายใน
เนื้อไม้ โดยการใช้เทคโนโลยีการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (Non Destructive Test,
NDT) ดว้ ยวิธกี าร X - Ray

ว 114ารสารกรมอูท่ หารเรือ ประจำปี 2555

บทนำ


จากอดีตจนถึงปจั จบุ ันกองทพั เรือ ไดร้ บั มอบภารกจิ อนั สำคัญ ในการจัดเตรยี มเรือ
พระราชพิธีท้ังหมดที่ใช้ในกระบวนพยุหยาตราชลมารค ให้มีความพร้อมสำหรับการเสด็จ
พระราชดำเนินเพื่อประกอบพระราชพิธีสำคัญแด่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดย
เฉพาะอย่างย่ิงพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินประจำปีและพระราชพิธีเฉลิมพระเกียรติ
ในโอกาสสำคญั ตา่ ง ๆ อาทเิ ชน่ กระบวนพยหุ ยาตราชลมารค ในพระราชพธิ เี ฉลมิ พระเกยี รติ
ในการครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี เพ่ือถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในปี พ.ศ.2547 ท่ีผ่านมาและพระราชพิธีอ่ืน ๆ ท่ีจะจัดให้มีข้ึนในอนาคต สำหรับ
การเตรียมความพร้อมของเรือพระราชพิธีดังกล่าว ในส่วนของกองทัพเรือจะเป็น
ผู้รับผิดชอบในการเก็บรักษา ซ่อมบำรุงเรือให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมใช้งานตลอดเวลา
และการสร้างเรือพระราชพิธีลำใหม่ในโอกาสวันสำคัญต่าง ๆ เช่น เรือพระท่ีน่ังนารายณ์
ทรงสุบรรณ รัชกาลท่ี 9 รวมถึงการสร้างเรือพระราชพิธีลำใหม่เพ่ือทดแทนลำเก่าที่มีอายุ
การใช้งานมานาน โดยมีกรมอู่ทหารเรือเป็นหน่วยให้การสนับสนุนในการซ่อมและสร้างเรือ
พระราชพิธีทุกลำ โดยเฉพาะในส่วนตัวเรือ (เปลือกเรือและโครงสร้างภายใน) และส่วน
ประกอบต่าง ๆ ของเรือที่สำคัญ ยกเว้นงานตกแต่ง ลายประดับ เก๋งเรือ โขนเรือพระที่น่ัง
และเรือรูปสัตว์ต่าง ๆ ท่ีเป็นงานทางด้านปฏิมากรรมน้ัน เป็นหน้าที่ของกรมศิลปากรและ
สำนักพระราชวัง เป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบ นอกเหนือจากเรือพระราชพิธีที่ได้กล่าวมาแล้ว
กรมอู่ทหารเรือยังได้รับมอบหมายให้ประสานงานซ่อมทำเรือและให้คำปรึกษาตลอดจน
การแก้ไขข้อขัดข้องและอุปสรรคต่าง ๆ ในการซ่อมทำเรือพระที่นั่งเฉพาะกิจให้กับ
แผนกเรือยนต์หลวง กองกิจการในพระองค์ ในการถวายงานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร ตามวงรอบของการบำรุงรกั ษาประจำปอี ีกจำนวนหนงึ่

การตรวจสอบแบบไม่ทำลาย หรือ NDT (Non Destructive Testing) เป็น
เทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย ซ่ึงส่วนมากมักจะใช้ในงานอุตสาหกรรม
เพ่ือเป็นการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของผลผลิต รวมท้ังการซ่อมทำต่าง ๆ สำหรับ
กรมอู่ทหารเรือได้นำเอาเทคโนโลยีการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย โดยใช้หลักการถ่ายภาพ
ด้วยรังสี RT: Radiographic Testing มาใช้ในงานควบคมุ คณุ ภาพในงานซอ่ มและสร้างเรอื
รวมท้ังใช้ในการตรวจสอบวัสดุ ชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบของเครื่องจักรกล เพ่ือทำการ
ตรวจสอบและวิเคราะห์สภาพทางกายภาพของวัสดุน้ัน ๆ ว่ามีสภาพเป็นเช่นไร มีความ
สมบูรณ์ถูกต้องครบถ้วนขององค์ประกอบหรือไม่อย่างไร จึงเป็นท่ีมาของการทำโครงการ
วิจัย การศึกษาความเป็นไปได้ในการตรวจสอบรอยบกพร่องของเน้ือไม้ โดยใช้หลักการ
ถา่ ยภาพดว้ ยรงั สี X - Ray

115 จากเหลก็ ...ส่.ู ..ไม้ คร้งั แรกของประเทศไทย


ขัน้ ตอนการวจิ ยั

1.ทำการจัดกลุ่มประเภทของไม้ชนิดต่าง ๆ เพ่ือให้สะดวกต่อการคัดเลือกช้ินไม้ตัวอย่างที่จะ
มาทำการวจิ ัย โดยพจิ ารณาจากความหนาแน่นของเน้ือไม้ ประเภทของงาน และไม้ที่ใชอ้ ยู่ภายในเรือ
พระราชพิธี และเรอื พระทน่ี ่ัง หลกั การแบ่งกลมุ่ ไมส้ ามารถแบ่งออกได้เปน็ 3 ประเภท ซง่ึ จะพจิ ารณา
ถึงค่าความแข็งแรงในการดัดไม้แห้ง (ความช้ืนประมาณ 12%) และความทนทานตามธรรมชาติของ
ไม้ชนิดนนั้ ๆ เปน็ เกณฑ์ ดังนี้


ประเภทของไม้ ความแข็งแรงในการดดั kg. /cm2 ความทนทานตามธรรมชาติ (ป)ี

ไม้เน้อื แขง็ สูงกวา่ 1,000 สงู กวา่ 6 ปี

ไมเ้ นื้อแขง็ ปานกลาง 600 – 1,000 2 – 6 ป

ไม้เนื้ออ่อน ต่ำกวา่ 600 ต่ำกว่า 3 ปี


สำหรับไม้ท่ใี ช้ในงานซอ่ มและสรา้ งเรอื จะมเี พียง 2 กลมุ่ เท่านัน้ คือ


กล่มุ 1 ไมเ้ น้อื แข็ง



ประเภทไม ้ ถ.พ. ความแนน่ (กก./ม3) ประเภท



ไมแ้ ดง 1.01 1,010 – 1,180 ฐานแท่นเคร่อื ง



ไมเ้ ต็ง, รัง 1.05 1,030 – 1,050 โครงสร้าง



ไมบ้ าเลาหรือเตง็ มาเลย์ 1.02 1,020 ประกอบตัวเรือ



ไมแ้ สมสาร 1.18 1,180 ลกู ประสัก


ไมน้ าคบุตร 1.12 1,100 ลูกประสกั และโครงสร้าง



ไม้ชงิ ชนั 1.12 1,160 สว่ นประกอบตัวเรอื



ไมม้ ะค่าแต ้ 1.10 1,100 โครงสรา้ ง

ว 116ารสารกรมอ่ทู หารเรอื ประจำปี 2555

กลมุ่ 2 ไม้เนื้อแขง็ ปานกลาง



ประเภทไม้ ถ.พ. ความแน่น (กก./ม3) ประเภท



ไม้ประด่ ู 0.92 920 – 1,070 ฐานแท่นเคร่ือง



ไม้เคี่ยม 0.91 910 - 980 สว่ นประกอบตวั เรือ



ไมต้ ะเคยี นชันตาแมว 0.90 900 – 1,150 ตวั เรอื



ไมต้ ะเคียนทอง 0.80 800 - 815 ตัวเรอื



ไม้มะคา่ โมง 0.85 850 โครงสรา้ ง



ไมส้ กั 0.65 642 - 650 ตัวเรอื และสว่ นประกอบตวั เรือ


ไม้มะฮอกกานี 0.66 - ตัวเรือและส่วนประกอบตัวเรือ


2. คณะทำงาน ฯ ได้ทำการกำหนดประเภทไม้ โดยทำการศึกษาชนิดของไม้ท่ีใช้ในการ
สร้างเรือพระราชพิธี ลักษณะโครงสร้างของไม้ (Wood Anatomy) การคัดเลือกไม้ ตลอดจนปัจจัย
ท่ีเป็นตัวแปรต่าง ๆ เพื่อทำการพิจารณาคัดเลือกไม้ท่ีมีความเหมาะสมกับงานซ่อมและสร้างเรือ
มากที่สุด ซ่ึงจากการพิจารณาไดค้ ัดเลอื กไมม้ า จำนวน 5 ประเภท เพอ่ื นำมาเปน็ ตวั อยา่ งที่ใชใ้ นการ
ทำวจิ ัย ดังนี้

 ไมแ้ ดง ใช้สำหรบั ฐานแท่นเครื่องยนตแ์ ละเคร่อื งจักรต่าง ๆ

 ไมเ้ ต็ง ใช้สำหรบั โครงสรา้ งตวั เรือ

 ไม้สกั ใชส้ ำหรบั ตัวเรือและส่วนประกอบตวั เรอื

 ไม้ตะเคยี นทอง ใชส้ ำหรับ ตัวเรอื และเปลือกเรือ

 ไม้มะฮอกกาน ี ใชส้ ำหรบั เปลือกเรือ



3. นำไมต้ ัวอยา่ งทัง้ 5 ประเภทมาขึ้นรปู ทำเปน็ ข้นั บนั ได (Step Wedge) โดยใหม้ คี วามหนา
ทลี่ ดหล่ันกันไปจากมากไปหานอ้ ย เพอ่ื ให้ครอบคลุมความหนาของไม้ทัง้ หมดทใี่ ช้ภายใน เรอื พระราช
พธิ แี ละเรอื พระทน่ี งั่


ตวั อย่างไมข้ ึ้นรปู แบบขนั้ บนั ได (Step Wedge)

117 จากเหลก็ ...ส่.ู ..ไม้ คร้งั แรกของประเทศไทย


4. ใชท้ ฤษฎแี ละเทคโนโลยีหลักการถา่ ยภาพด้วยรงั สี X - Ray ถา่ ยภาพไม้ตวั อยา่ งเพ่อื หา
ค่าความสัมพันธ์และค่าท่ีเหมาะสม ซ่ึงได้แก่ความสามารถในการทะลุทะลวงผ่านเน้ือไม้ (กิโลโวลต์,
kV) กบั เวลาในการถ่ายภาพ (วนิ าท,ี sec.) สำหรบั องค์ประกอบการถา่ ยภาพไมต้ วั อย่างด้วยรงั สี X -
Ray ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 สว่ น ดังนี้

4.1 ตน้ กำเนิดรังสี (Source of Radiation) คือ รังสีเอกซ

4.2 ช้ินงาน (Object) หมายถึง ไม้ตัวอย่างที่ต้องการทราบถึงความผิดปกติท่ีเกิดข้ึน
ภายในเนอ้ื ไม้


4.3 สว่ นแสดงผล (Film) คือ การแสดงผลแบบถาวรโดยใช้แผน่ ฟิลม์ เปน็ ตัวบนั ทกึ ภาพ


การตรวจสอบชิ้นงานโดยวิธีการถ่ายภาพด้วยรังสี (Radiographic Testing) อาศัยหลักการ
วัดปริมาณความเข้มรังสีหลังผ่านชนิ้ งานบนแผน่ ฟิลม์ ตามสมการ

Ⅰ = Ⅰoе-μΧ

เม่อื Ⅰ = ปรมิ าณความเขม้ รังสหี ลงั ผา่ นช้ินงาน

Ⅰo = ปริมาณความเขม้ รงั สีกอ่ นผ่านชน้ิ งาน

μ = สัมประสิทธิก์ ารดดู กลนื พลงั งานของเน้อื ชน้ิ งาน

Χ = ความหนาของช้นิ งาน



ความเข้มของรังสีหลังผ่านชิ้นงานท่ีมีความหนาหรือความหนาแน่นต่างกันในแต่ละบริเวณ
จะทำใหเ้ กิดภาพบนแผน่ ฟลิ ์มเสมอื นภาพของช้ินงาน

สมการความเขม้ รังสเี อกซส์ ามารถเขยี นได้ดงั น้ี

I cont. ∝ (mA)(kV)2(Z)

ว 118ารสารกรมอ่ทู หารเรอื ประจำปี 2555

เม่อื I cont. เปน็ ความเข้มของรังสีเอกซ์ตอ่ เนอ่ื ง

mA เปน็ กระแสไฟฟ้าทไ่ี หลผ่านไส้หลอดไปยังเปา้ โลหะ

kV เปน็ ความต่างศักยร์ ะหว่างขว้ั บวกและลบ

Z เป็นเลขอะตอมของธาตุท่ีใช้ทำเป้า (Target) ในหลอด X - Ray เช่น
ทงั สเตน

หลังจากการพิจารณาคัดเลือกไม้ 5 ประเภทตามการใช้งาน เพ่ือให้เป็นการครอบคลุมความ
หนาของเนื้อไม้ที่แตกต่างกัน ได้นำมาถ่ายภาพรังสีท่ีสภาวะการฉายรังสีต่าง ๆ โดยกำหนดค่าตัวแปร
และคา่ คงทขี่ องไม้แตล่ ะประเภท ตามตาราง


ประเภทไม ้ เวลาในการถา่ ยภาพ (sec.)

50 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100

60 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100

70 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100

kV
80 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100


90 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100

100 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100


การถา่ ยภาพด้วยรงั สี X – Ray ทก่ี ำหนดไว้ในตารางนน้ั เปน็ การทดสอบเพื่อหาคา่ ความคม
ชัดของภาพท่ีปรากฏบนแผ่นฟิล์ม X - Ray จะต้องทำการถ่ายภาพ โดยใช้ค่าความสามารถทะลุ
ทะล่วงผ่านเนอื้ ไม้ (กโิ ลโวลต,์ kV) กับเวลาในการถ่ายภาพ (วินาท,ี sec.) เปน็ ค่าตวั แปรและคา่ กระแส
ไฟฟ้า (mA) เป็นค่าคงที่ ซึ่งจะต้องทำการถ่ายภาพด้วยรังสี X - Ray ไม่น้อยกว่า 120 คร้ัง ต่อ
ตัวอย่างไม้ 1 ประเภท แล้วนำไปล้างตามข้ันตอนของการล้างฟิล์ม จะได้ผลของฟิล์มที่ผ่านการล้าง
ตามกระบวนการตามภาพถา่ ยฟิลม์


ภาพถา่ ยฟลิ ์ม X – Ray ของ Step Wedge ไม้แดง

หลังจากได้ฟิล์มที่ผ่านการล้างแล้ว ภาพท่ีปรากฏบนแผ่นฟิล์มที่มีความเข้มที่แตกต่างกัน
แปลความหมายได้ว่า ความหนาของเนื้อไม้ท่ีมีความหนาที่แตกต่างกันภาพท่ีปรากฏจะมีความเข้ม
หรือสว่างแตกต่างกัน เช่น สีเข้มหรือมืดมากท่ีสุด คือ ส่วนที่มีความหนาของไม้น้อยท่ีสุดของ Step
Wedge ซึ่งทำให้รังสีสามารถทะลุผ่านเนื้อไม้ไปได้มากและไปทำปฏิกิริยากับแผ่นฟิล์มเป็นผลให้แผ่น
ฟิล์มมีสีเขม้ และเช่นเดยี วกนั ในสว่ นท่มี ีสีขาวหรือสว่างมากท่สี ดุ หมายถงึ การที่รงั สีสามารถทะลุผา่ น

119 จากเหลก็ ...ส่.ู ..ไม้ คร้งั แรกของประเทศไทย


วัตถุประเภทนั้นได้น้อย หรือ ไม่สามารถทะลุผ่านได้เลย (ตรงบริเวณตัวอักษรท่ีทำจากตะกั่ว) ภาพท่ี
ปรากฏบนแผ่นฟิล์มเป็นสีขาวหรือมีความสว่าง เน่ืองจากรังสีสามารถทะลุผ่านไปทำปฏิกิริยาบนแผ่น
ฟลิ ม์ ได้น้อย เมื่อผา่ นการล้างฟิลม์ แล้วกจ็ ะปรากฏเปน็ สีขาวหรือสว่าง (ภาพถ่ายฟิลม์ X – Ray ของ
Step Wedge ไม้แดง) นำฟิล์มของไม้แต่ละประเภทท่ีได้ ไปทำการวัดความเข้มดำของฟิล์ม
(Radiographic Density) ตามความหนาของ Step Wedge โดยสามารถสังเกตได้จากตัวอย่าง
ภาพถ่ายฟลิ ม์ X – Ray ของไมแ้ ดงทม่ี คี วามเข้มดำแตกตา่ งกนั ตามความหนาทแ่ี ตกต่างกันของ Step
Wedge ซ่ึงถือได้ว่าเป็นข้อมูลเบ้ืองต้นหรือข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ของการดำเนินการใน
ครง้ั น้ี

จากนั้นนำค่าความเข้มดำท่ีวัดได้จากฟิล์ม X – Ray และความหนาของไม้ในแต่ละชั้นของ
Step Wedge ไปพล็อตกราฟตามระยะเวลาของการถา่ ยภาพ โดยเร่มิ ตง้ั แต่ 5 – 100 sec. ( 5, 10,
15, 20,……95, และ 100 sec.) ตามค่าความสามารถในการทะลุทะล่วงผ่านเนือ้ ไม้ ( ท่ี 50, 60, 70,
80, 90 และ 100 kV) ตามลำดับ โดยรายละเอียดของกราฟดังกล่าวจะปรากฏค่าความเข้มดำใน
แกนต้ัง และค่าความหนาของช้ินงานมีหน่วยเป็น มิลลิเมตร (มม.) ในแกนนอน ข้อมูลหรือค่า
ความสัมพันธ์ของกราฟนี้เป็นข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ของไม้ทั้ง 5 ประเภท ซึ่งแสดงใน
รปู แบบของกราฟตามค่าของความสามารถในการทะลุทะลวงผ่านเน้อื ไม้ตง้ั แต่ 50 - 100 kV

ว 120ารสารกรมอทู่ หารเรอื ประจำปี 2555

ตวั อยา่ ง ข้อมูลทตุ ยิ ภมู ขิ องไม้ตะเคยี นทอง ที่ kV ต่าง ๆ เพือ่ จะนำไปเปน็ สว่ นหนึ่ง

ของการพล็อตหาคา่ ความสัมพันธ์ (Exposure Chart)


นำค่าที่ได้จากความสัมพันธ์ระหว่างเวลาในการถ่ายภาพกับความหนาของแต่ละ kV (ข้อมูล
ทตุ ยิ ภูม)ิ ไปพล็อตลงในกราฟ (Exposure Chart) ทีแ่ สดงความสมั พนั ธร์ ะหว่างความสามารถในการ
ทะลุทะลวงผา่ นเน้ือไมเ้ ป็นกโิ ลโวลต์ (kV) กบั เวลาในการถา่ ยภาพเปน็ วินาที (sec.) ที่ความหนาต่าง ๆ
ของไม้ โดยมคี ่า Exposure Factor (4 mA sec.) หรือเวลาในการถา่ ยภาพ (sec.) ดว้ ยการควบคมุ
กระแสทคี่ งที่ 4 mA โดยใช้ สเกลลอ็ ค (Logarithmic Scale) เป็นแกนตงั้ และค่าความหนาของไม้
(มม.) เปน็ แกนนอน ตามภาพแสดงตวั อย่างกราฟ Exposure Chart ของ ไม้ตะเคยี นทอง




Exposure Chart ไมต้ ะเคยี นทอง

5. ทำการจำลองแบบไม้ ให้มีรอยบกพร่องภายในเน้ือไม้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากท่ีสุด
เช่น การใช้สว่านเจาะรูกลมเข้าไปในเนื้อไม้ โดยรูท่ีเจาะมีขนาดที่แตกต่างกันซ่ึงเป็นการจำลองการ
เจาะรูเพื่อยดึ โครงสรา้ งไมเ้ ขา้ ด้วยกันหรือรูทเี่ กิดจากปลวก มอด และแมลงกินไม้อื่น ๆ (ภาพท่ี 1) การ
เซาะเป็นร่องแนวเฉียงเพียงคร่ึงหน่ึงของช้ินงาน โดยให้มีความลึกที่แตกต่างกันภายในเนื้อไม้ ซึ่งไม่
สามารถมองเห็นได้จากภายนอก (ภาพที่ 2) การผ่าไม้ให้แตกตามแนวยาวของเน้ือไม้และใช้ตะปู
เกลียวกวดอัดเข้าไปในด้านตรงข้ามรอยผ่า เปรียบเสมือนว่าตะปูเกลียวเป็นตัวทำให้เกิดการแตกตาม
แนวยาวของเน้ือไม้ภายในตามธรรมชาติ (ภาพท่ี 3)

121 จากเหลก็ ...ส่.ู ..ไม้ คร้งั แรกของประเทศไทย


ภาพท่ี 1 การเจาะรกู ลม

ภาพที่ 2 การเซาะร่องเฉยี ง

ภาพท่ี 3 การผา่ ตามแนวยาวและกวดอดั ดว้ ยตะปูเกลียว

6. ใช้ค่าความสัมพันธ์ท่ีเหมาะสมจากข้อ 4 มาทำการถ่ายภาพแบบไม้จำลองที่สร้างขึ้นมา
ในลกั ษณะต่าง ๆ ตามขอ้ 5 ด้วยรงั สี X - Ray และทำการเปรยี บเทียบรอยบกพร่องจริงกบั ผลการใช้
เทคโนโลยี หลักการถ่ายภาพด้วยรังสี X - Ray โดยภาพท่ีปรากฏในฟิล์ม X - Ray สามารถบอก
รายละเอียดของรอยบกพร่องตา่ ง ๆ ได้อยา่ งชัดเจน (ตามตัวอยา่ งภาพที่ 4, 5 และ 6)


ภาพที่ 4 ภาพถา่ ยจริงเปรยี บเทียบกบั ฟิล์ม X - Ray แสดงรอยบกพร่องเปน็ รทู ่มี ีขนาดแตกต่างกนั


ภาพท่ี 5 ภาพถา่ ยจริงเปรยี บเทียบกับฟลิ ม์ X - Ray แสดงรอยบกพร่องเปน็ แบบร่องเฉียง

ว 122ารสารกรมอูท่ หารเรือ ประจำปี 2555

ภาพที่ 6 ภาพถ่ายจริงเปรยี บเทยี บกับฟิล์ม X - Ray

แสดงรอยบกพรอ่ งแบบรอยผา่ ตรงและสลกั เกลยี วปลอ่ ย

7. การเปรยี บเทยี บภาพถ่ายดว้ ยรังสี X - Ray โดยการเลือกใชค้ า่ ความสัมพนั ธ์ (Exposure
Chart) ท่ีแตกต่างกัน จะเห็นได้ว่าฟิล์ม X - Ray ที่ใช้ความสามารถในการทะลุทะลวงผ่านเน้ือไม้
ที่ 60 kV ระยะเวลาในการถา่ ยภาพ 67 sec. เป็นภาพทป่ี รากฏบนแผน่ ฟลิ ม์ ชัดเจนมากทีส่ ุด สำหรับ
ชิ้นไม้สักตัวอย่างท่ีมีความหนา 70 มม. โดยการใช้ค่าความสัมพันธ์ (Exposure Chart) ที่เหมาะสม
ซ่ึงเปน็ ผลงานที่คณะทำงาน ฯ ได้ทำการวิจยั ขึ้นมา


60 kV @ 55 sec.
60 kV @ 67 sec.


90 kV @ 60 sec.
90 kV @ 37 sec.


คณะทำงาน ฯ ได้ให้การสนับสนุนอู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ในการตรวจสอบเน้ือ
กระดกู งูของเรอื พระทน่ี งั่ นารายณท์ รงสบุ รรณ รัชกาลท่ี 9 โดยใชห้ ลกั การถ่ายภาพดว้ ยรงั สี X - Ray
ซึ่งคณะทำงาน ฯ ได้นำผลงานของโครงการวิจัย ฯ ในคร้ังนี้ โดยใช้ค่าความสัมพันธ์จากกราฟ
(Exposure Chart) ของไม้ตะเคียนทองมาดำเนินการถ่ายภาพด้วยรังสี X - Ray ให้กับกระดูกงูเรือ
พระที่น่ังนารายณท์ รงสบุ รรณ รัชกาลท่ี 9 ซงึ่ มีผลการเปรยี บเทยี บระหวา่ งรูปจรงิ กบั ฟิล์ม X – Ray
ตามรปู

123 จากเหลก็ ...ส่.ู ..ไม้ คร้งั แรกของประเทศไทย


รปู กระดูกงูเรือพระท่ีน่ังนารายณท์ รงสุบรรณ รัชกาลที่ 9


รูปด้านข้าง
รูปดา้ นลา่ ง


แผน่ ฟลิ ม์ X - Ray


จากรูปแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดบนแผ่นฟิล์มซ่ึงปรากฏความเข้มดำท่ีแตกต่างกัน กล่าวคือ

บริเวณส่วนบนของกระดูกงูเรือที่มีสีค่อนข้างเรียบอ่อนหรือจางสม่ำเสมอกัน แสดงว่าเนื้อไม้ภายใน
บริเวณดังกลา่ วยงั อยใู่ นสภาพดี และมคี วามหนาแนน่ ของไม้เปน็ ปกติ สามารถเปรียบเทยี บกับรูปดา้ น
ข้างที่ผ่าครงึ่ ตามแนวยาว (รปู ดา้ นบนแผ่นฟลิ ์ม) ส่วนดา้ นลา่ งที่มองเหน็ เปน็ ลกั ษณะเงาดำ มีลายเปน็
เส้นยาวบ้าง แตกเป็นสายบ้าง แสดงให้เห็นถึงการท่ีมีน้ำซึมเข้าไปในเนื้อไม้ แล้วทำให้ไม้มีการผุอยู่
ภายใน โดยเฉพาะอย่างย่ิงส่วนล่างบริเวณตรงกลางท่ีเห็นเหมือนรูสลัก ซึ่งใช้ยึดระหว่างแผ่นเปลือก
เรือกับกระดกู งเู รอื เม่ือเรอื มอี าการโคลงระหวา่ งการใช้งาน โครงสรา้ งภายในสามารถบดิ ตวั ได้ ทำให้สี
ที่ใช้ทาและปกคลุมเน้ือไม้อยู่เกิดการแตกหรือหมดสภาพ เนื่องจากอายุการใช้งานของสีเอง ส่งผลให้
น้ำสามารถแทรกซึมเข้าไปไนช่องว่างระหว่างไม้ได้ (ทั้งจากภายนอกและภายในตัวเรือ) บริเวณที่ง่าย
ต่อการแทรกซึมของนำ้ กค็ อื รขู องสลกั ต่าง ๆ ซงึ่ เปน็ ตัวนำทางไปยังเนอื้ ไม้ของกระดูกงหู รอื โครงสร้าง
ภายใน และจะกระจายไปทั่วบริเวณ โดยส่วนที่จะได้รับความเสียหายมากท่ีสุดอยู่บริเวณหัวสลัก
ซึ่งจะเห็นได้จากฟิลม์ X - Ray ข้างต้น

ว 124ารสารกรมอู่ทหารเรือ ประจำปี 2555

บทส่งท้าย


จากการท่ีคณะทำงาน ฯ ได้ทำการค้นคว้าและศึกษาคุณสมบัติของไม้ประเภทต่าง ๆ และ

จำแนกประเภทของไม้ที่นำมาใช้เป็นส่วนประกอบหลักของเรือพระราชพิธีและเรือพระที่น่ัง ซึ่งได้แก่
ไมแ้ ดง ไมเ้ ต็ง ไมส้ ัก ไม้ตะเคยี นทอง และไมม้ ะฮอกกานี รวมทง้ั การศึกษาทฤษฎีและหลกั การถ่าย
ภาพด้วยรังสี X - Ray จะเห็นได้ว่าการถ่ายภาพเนื้อไม้ด้วยรังสี X - Ray ไม่ได้ง่ายอย่างท่ีคิด
เนื่องจากเน้ือไม้แต่ละประเภทมีความหนาแน่น ความถ่วงจำเพาะ และขนาดความหนาท่ีแตกต่างกัน
ไป ถึงแม้จะเป็นไม้ประเภทเดียวกันก็ยังมีความแตกต่างกันระหว่าง ภูมิประเทศ แหล่งท่ีเกิด และ
เจริญเตบิ โต ดนิ ท่ีใชเ้ พาะปลกู การได้รับน้ำ ฯลฯ ซ่ึงปัจจยั ตา่ ง ๆ เหลา่ นีน้ บั ได้ว่าเปน็ ตัวแปรทีส่ ำคัญ
ท่คี ณะทำงาน ฯ ไม่สามารถหลกี เลยี่ งได้ การใชห้ ลกั การถา่ ยภาพด้วยรังสี X - Ray จึงตอ้ งทำการปรับ
แต่งค่าตัวแปรต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมและสัมพันธ์กัน ไม่ว่าจะเป็นระยะห่างระหว่างแหล่งกำเนิด
รังสีกับแผ่นฟิล์ม ความสามารถในการทะลุทะลวงผ่านเนื้อไม้ (kV) ความหนาของช้ินงาน (มม.)
และระยะเวลาในการถ่ายภาพ (sec.) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักท่ีสำคัญในการดำเนินงานในครั้งนี้
คณะทำงาน ฯ ไดน้ ำไม้ตวั อย่างท้ัง 5 ประเภทมาทำเปน็ ข้ันบันได (Step Wedge) โดยใหม้ ีความหนา
ที่ลดหล่ันกันลงไปจากมากไปหาน้อย ทำการถ่ายภาพด้วยรังสี X - Ray และคัดเลือกภาพที่ปรากฏ
บนแผ่นฟิลม์ X - Ray ทีม่ คี วามคมชัดทีส่ ุดมาทำการพล็อตเปน็ เสน้ กราฟ (Exposure Chart) ของไม้
ท้ัง 5 ประเภท ซ่ึงเป็นค่าความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทะลุทะลวงผ่านเน้ือไม้ (kV) กับ
ระยะเวลาในการถ่ายภาพ (sec.) ที่ความหนาของไมแ้ ตกต่างกนั

จากผลการดำเนินการวิจัยคร้ังน้ีแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการตรวจสอบรอยบกพร่อง
ภายในเน้ือไม้ โดยใชห้ ลกั การถา่ ยภาพด้วยรังสี X - Ray นน้ั มคี วามเปน็ ไปไดม้ าก อกี ท้ังยังสามารถ
นำความรู้และผลงานไปใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยประโยชน์ท่ีได้รับจากการ
วิจัย อาทเิ ชน่

 การมองเห็นรอยบกพร่องภายในเน้ือไม้จากการ X - Ray ทำให้สามารถวิเคราะห์
สภาพของเนื้อไม้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำลายหรือผ่าออกมาตรวจสอบช้ินงานไม่เสียหายเป็นการ
ประหยัดท้ังเวลาและงบประมาณในการซ่อมทำ โดยเฉพาะอย่างย่ิงเรือพระราชพิธี เรือพระที่นั่ง
ตลอดจนเรือไมอ้ นื่ ทมี่ รี าคาแพงและมีคุณคา่ ทางประวัตศิ าสตร

 คณะทำงาน ฯ ได้ประสบการณเ์ พมิ่ อีก 1 แขนง คอื การอา่ นฟลิ ม์ X - Ray เพอ่ื ตรวจ
สอบรอยบกพร่องภายในเน้ือไม้ นอกเหนือจากแนวแล่นประสานของเนื้อโลหะ แต่อย่างไรก็ตามคณะ
ทำงาน ฯ ยงั คงต้องเพ่มิ พูนประสบการณจ์ ากการทำวิจยั ในอนาคตขา้ งหนา้ ต่อไป

 เป็นการเพ่ิมมูลค่าให้กับเครื่องมือ X - Ray ที่ใช้กับงานโลหะที่ กองควบคุมคุณภาพ
กรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือ มีใช้งานอยู่ในปัจจุบันและสามารถสนับสนุนงานทางด้านอโลหะ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่จำเป็นต้องจัดหาเคร่ืองมือใหม่ ให้เป็นการ
ส้ินเปลืองงบประมาณ อีกทั้งยังเป็นการพ่ึงพาตนเองแบบประหยัด ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

125 จากเหลก็ ...ส่.ู ..ไม้ คร้งั แรกของประเทศไทย


 ความรู้จากการวิจัยสามารถให้การสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนภายนอก
ได้ เช่น การให้การสนับสนุนกรมศิลปากรในการตรวจสอบโบราณสถานและโบราณวัตถุต่าง ๆ ท่ีทำ
ด้วยไม้ ซ่ึงเป็นมรดกท่ีทรงคุณค่าของชาติและควรท่ีจะอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาต่อไปในอนาคต
เปน็ ตน้

คณะทำงาน ฯ มีแนวความคิดที่จะขยายขอบเขตของการดำเนินงานวิจัยในครั้งน้ีต่อไป
เพื่อให้ครอบคลุม วัสดุที่เป็นอโลหะ ทั้งหมดเท่าท่ีจะสามารถทำได้ อาทิเช่น พลาสติก โพลิเมอร์
ไฟเบอร์กลาส เป็นต้น และมีเป้าหมายท่ีจะเพ่ิมขีดความสามารถในการวิเคราะห์เปรียบเทียบเน้ือไม้
ท่ีมีสภาพสมบูรณ์กับเน้ือไม้ที่มีการผุชำรุดภายใน ได้จากการอ่านฟิล์ม X - Ray ให้กับบุคลากร
ในหน่วย โดยท่ีไม่ต้องผ่าพิสูจน์หรือทำลาย เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพของผู้ตรวจสอบและใช้เป็น
บรรทัดฐานในการประเมินอายุในการใช้งานของเรือ ตลอดจนสามารถกำหนดเป็นมาตรฐานสำหรับ
การตรวจสอบและซอ่ มทำเรือไมไ้ ดต้ ่อไปในอนาคต







บรรณานกุ รม

ณฐั บบุ ผาคำ, นาวาโท และ จักรชยั ชน่ื วารนิ , นาวาตรี เอกสารประกอบการฝึกอบรม การตรวจ

รอยรา้ วในเนือ้ โลหะโดยวิธีฉายรงั สเี อก็ ซ.์ กรงุ เทพ ฯ : กองควบคุมคณุ ภาพ กรม

พฒั นาการชา่ ง กรมอู่ทหารเรือ, 2530.

ทรงกรด จารสุ มบตั .ิ คณุ สมบัติของไม้ (Wood Properties). กรุงเทพ ฯ : มปส., มปป.

ศิริ เจือวิจิตรจันทร์. เอกสารประกอบการบรรยาย เร่ือง กายวภิ าคของไม้ (Wood Anatomy).

กรุงเทพ ฯ : มปส., 2551.

สำนกั งานวิจัยการจัดการป่าไม้และผลผลติ ปา่ ไม้ กรมปา่ ไม.้ การใชป้ ระโยชน์ไมข้ ั้นพ้นื ฐาน.

กรงุ เทพ ฯ : มปส., 2554.

อทู่ หารเรอื , กรม. คำแนะนำทางช่าง ค.00002 - 36 ซ คุณสมบัติของไมท้ ใี่ ชใ้ นการตอ่ เรือ และ

การพสิ จู นเ์ น้อื ไม้. กรุงเทพ ฯ : มปส., มปป.

อูท่ หารเรือ, กรม กองควบคมุ คุณภาพ กรมพฒั นาการชา่ ง. โครงการวิจัยและพัฒนาการทางทหาร

เรื่อง การศึกษาความเปน็ ได้ในการตรวจสอบรอยบกพร่องของเนื้อไม้ โดยใชห้ ลกั การถ่าย

ภาพดว้ ยรงั สี X - Ray. กรุงเทพ ฯ : มปส., 2553.

127 กจิ กรรมในรอบป


การเตรยี มเรอื พระราชพิธ


การเตรียมการจัดงานพระราชพิธี เสด็จพระราชดำเนิน

ถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เน่ืองใน
โอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม
2554 ซึ่งรัฐบาลได้เลื่อนงานพิธีน้ีไปในปี 2555 เน่ืองจากเกิด
เหตุการณ์อุทกภัยในภาคกลางหลายจังหวัด แต่อย่างไรก็ตาม
ตลอดช่วงปีงบประมาณ 2554 นั้น กรมอู่ทหารเรือได้มีการ
เตรียมการในส่วนงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ ทำให้งานทุกส่วน
มีความพร้อม อาทิ การซ่อมทำเรือพระราชพิธี จำนวน 52 ลำ
และเรอื ฝกึ ซอ้ มอกี จำนวน 2 ลำ การปกั เสา ผกู เรอื และการตดิ ตง้ั
โป๊ะเทียบเรือตามที่ต่าง ๆ ในแม่น้ำเจ้าพระยา ต้ังแต่บริเวณ
วดั ราชาธวิ าส จนถึงวดั อรณุ ราชวราราม


การจดั การแขง่ ขันกอล์ฟการก
ศุ ลกรมอู่ทหารเรือ ประจำปี 2554


กรมอู่ทหารเรือได้ดำเนินการจัดการ

แข่งขันกอล์ฟการกุศลเป็นประจำทุกปี โดยมี
วัตถุประสงค์ในแต่ละปีท่ีแตกต่างกันไป การจัด
แข่งขันในปี 2554 มีวัตถุประสงค์เพ่ือหารายได้
เ ป็ น ก อ ง ทุ น ส วั ส ดิ ก า ร ภ า ย ใ น ก ร ม อู่ ท ห า ร เรื อ
ทุนการศึกษาบุตรของข้าราชการและลูกจ้าง
ประจำของกรมอู่ทหารเรือ สมทบทุนในการจัด
สร้างพระราชานุสาวรีย์ จอมพลเรือ สมเด็จ
พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรม
ราชชนก และสมทบทุนในการบูรณะโบสถ์ 07.00 น. และ รอบบ่าย เวลา 12.30 น.
วัดวงศมูลวิหาร โดยมีเจ้ากรมอู่ทหารเรือเป็น มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันประมาณ 80 ทีม ทีมละ
ประธาน กำหนดการแข่งขันเมอ่ื วนั ท่ี 11 มนี าคม 4 ทา่ น จัดการแขง่ ขนั ท่ี สนามกอลฟ์ กฤษดา ซิต้ี
พ.ศ.2554 แบ่งเป็นสองรอบคือ รอบเช้า เวลา กอล์ฟ ฮลิ ล์ จงั หวัดนครปฐม

ว 128ารสารกรมอู่ทหารเรือ ประจำปี 2555

ถ้วยรางวลั
ผลการจัดการแข่งขันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
และได้นำรายได้นำเข้ากองทุนสวัสดิการภายในกรมอู่
ทหารเรอื สำหรับดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตอ่ ไป





บรรยากาศการลงทะเบียนเชา้ - บ่าย


พธิ อี ปุ สมบท ณ อุโบสถ์วดั วงศมลู วหิ าร


ในทุก ๆ ปี กรมอู่ทหารเรือจะจัดให้มีพิธี
อุ ป ส ม บ ท ใ ห้ กั บ ข้ า ร า ช ก า ร แ ล ะ ลู ก จ้ า ง ป ร ะ จ ำ
ของกรมอู่ทหารเรือ ที่ขออุปสมบท ณ อุโบสถ ์
วัดวงศมูลวิหารภายในกรมอู่ทหารเรือและหลังจาก
เสร็จพิธกี ารแล้ว พระภิกษใุ หม่จะไปจำพรรษาทวี่ ดั
ที่ขออนญุ าตไว้ ซึ่งในปนี ม้ี ีผขู้ ออปุ สมบท ณ อุโบสถ์
วัดวงศมูลวิหาร จำนวน 2 นาย พิธีอุปสมบทน ้ี
นับเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญของกรมอู่ทหารเรือ
ด้วย นอกจากการดำเนินงานทางราชการในการ
ซ่อม สร้างเรือ แล้ว พิธีอุปสมบทน้ีเป็นกิจกรรม
หน่ึงที่ช่วยบำรุงจิตใจให้กับข้าราชการของกรมอู่
ทหารเรือทุกนาย เพราะไม่ว่าจะเป็นผู้ท่ีรู้จักหรือ
ไม่รู้จักใน แวดวงเดียวกัน ต่างมีจิตศรัทธาในการ
ทำบุญในพิธีอุปสมบทในพระพุทธศาสนา จะด้วย
การร่วมบริจาคทำบุญหรือการเข้าร่วมขบวนแห ่
ผู้อุปสมบท ต่างก็มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสรื่นเริงยินดี
พิธีอุปสมบทนี้จัดอย่างสมเกียรติ เพราะถือว่า
ผอู้ ปุ สมบทนน้ั คอื พน่ี อ้ งกำลงั พลกรมอทู่ หารเรอื

129

พธิ เี ปดิ พิพธิ ภณั ฑ์อูเ่ รือหลวงเฉลมิ พระเกยี รติ 84 พรรษา
กจิ กรรมในรอบป


“...ในวาระท่ีกรมอู่ทหารเรือได้จัดทำ คำกล่าวตอนหน่ึงของ พลเรือเอก กำธร
พิพิธภณั ฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการเป็น
โดยเป็นหน่ึงในโครงการและกิจกรรมที่กองทัพเรือ ป ร ะ ธ า น ใ น พิ ธี เ ปิ ด พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ อู่ เรื อ ห ล ว ง
จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ณ กรมอู่ทหารเรือ
พระเจา้ อยหู่ วั เนอ่ื งในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคล เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อ
เฉลมิ พระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธนั วาคม 2554 นนั้ วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2554 เวลา
นับเป็นโอกาสอันดีที่กองทัพเรือจะได้แสดงออก 15.00 น.

ซึ่งความจงรักภักดี ตลอดจนได้รำลึกในพระมหา กรมอู่ทหารเรือได้พัฒนาโครงการ
กรุณาธิคุณท่ีทรงมีต่อกองทัพเรือ รวมท้ังพระราช พิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา
อัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระองค์ มาจากการจัดทำพิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวง ซึ่งเริ่ม
ท่านทางด้านการช่างและการต่อเรือ นอกจากน้ัน ดำเนินการมาต้ังแต่ พลเรือเอก ศาสตราจารย์
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้ท่ีจะเป็น เกียรติคุณ วีรวัฒน ์ วงษ์ดนตรี เป็นเจ้ากรมอู่
ประโยชน์อย่างย่ิงแก่กำลังพลกองทัพเรือ เยาวชน ทหารเรือ และได้รับงบดำเนินงานโครงการ
และประชาชนทั่วไปในการศึกษาและเรียนรู้ ระหว่าง พ.ศ.2552 - 2554 โดยการบูรณะและ
ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของกรมอู่ทหารเรือและ ปรบั ปรงุ อาคารแผนกโรงงานเครอื่ งกล กองโรงงาน
กองทัพเรือ ท่ีมียาวนานมาตลอดระยะเวลากว่า อู่ทหารเรอื ธนบรุ ี ทมี่ อี ายมุ ากกว่า 100 ป ี จดั เปน็
1 ศตวรรษ...”
พิพิธภัณฑ์และจัดทำส่วนจัดแสดงต่าง ๆ รวมทั้ง

ว 130ารสารกรมอทู่ หารเรือ ประจำปี 2555

ได้รบั การสนบั สนนุ จากหน่วยงานตา่ ง ๆ ในกรมอู่
ทหารเรือ ในการให้คำแนะนำ ข้อมูล ตลอดจน
บรจิ าควัตถุ ส่งิ ของ เอกสาร

พิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรต ิ
84 พรรษา ได้รับความสนใจจากหน่วยงาน
ประชาชนทั่วไป และส่ือมวลชนหลายแขนงทั้ง
วิทยุ โทรทัศน์ หนังสอื พิมพ์ นิตยสาร เข้าเยีย่ มชม
เช่น กองประวัติศาสตร์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
ซึ่งเป็นหน่วยงานแรกในกองทัพเรือท่ีเข้าเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรต ิ
อย่างเป็นทางการ หน่วยพิพิธภัณฑ์ศิริราช โดย 84 พรรษา เปิดให้เข้าชมเป็นหมู่คณะ ในวันและ
คณะอนุกรรมการโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถาน เวลาราชการ ท่านที่สนใจสามารถแจ้งความ
ในสถานีรถไฟธนบุรี (เดิม) คณะส่ือมวลชนจาก ประสงค์ล่วงหน้าได้ท่ี แผนกกิจการพลเรือน
ภูมิภาคของกรมประชาสัมพันธ์ สถานีโทรทัศน์ กองกำลังพล กองบังคับการ กรมอู่ทหารเรือ
Thai PBS
หมายเลขโทรศัพท์ 0 2475 4185




การจดั นิทรรศการการจดั การความรู้ของกองทัพเรือ


ในวันท่ี 29 สิงหาคม พ.ศ.2554 เพ่ือนำเสนอองค์ความรู้ของหน่วยต่าง ๆ ให้
คณะอนกุ รรมการการจดั การความรขู้ องกองทพั เรอื ผูบ้ งั คบั บญั ชา หนว่ ยตา่ ง ๆ ไดท้ ราบ เพอ่ื กระตุ้น
ไดจ้ ดั นทิ รรศการการจดั การความรขู้ องกองทพั เรอื ให้หน่วยต่าง ๆ เห็นความสำคัญ สามารถนำองค์
ประจำปงี บประมาณ 2554 ขน้ึ ณ หอ้ งเจา้ พระยา ความรู้ของตนเองไปใช้ในการปฏิบัติงาน รวมท้ัง
หอประชุมกองทัพเรือ โดยมี พลเรือเอก สุวิทย์ ให้กำลังพลมีส่วนร่วมในการจัดการความรู้เพิ่มขึ้น
ธาระรูป ผูช้ ่วยผู้บญั ชาการทหารเรอื เป็นประธาน และสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพ
ในพิธีเปิดนิทรรศการ การจัดนิทรรศการ ในการปฏบิ ตั ิงาน

การจัดการความรู้ของกองทัพเรือ มีจุดประสงค์

131

กรมอู่ทหารเรือได้เข้าร่วมในการจัด กจิ กรรมในรอบป

นิทรรศการคร้ังน้ีด้วย โดยได้นำองค์ความรู้
ของกรมอทู่ หารเรือ ในปงี บประมาณ 2553 และ
2554 จำนวน 329 องค์ความรู้ มาร่วมแสดงใน
รูปเล่มของเอกสาร ซึ่งมีผู้สนใจจำนวนมาก
นอกจากน้ันยังได้จัดบอร์ดนิทรรศการ เร่ือง
แผนกลยุทธ์การจัดการความรู้ของกรมอู่ทหารเรือ
ปีงบประมาณ 2551 – 2554 กิจกรรมชุมชม นักปฏิบัติการจัดการความรู้ของกรมอู่ทหารเรือ

และประมวลภาพการจัดกิจกรรมการจัดการ
ความรู้ ประจำปีงบประมาณ 2554 องค์ความรู้
เรื่อง การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพงาน
ซ่อม/สร้างเรือ องค์ความรู้ เร่ือง การตรวจสอบ
แนวเช่ือมแผ่นเหล็ก/โครงสร้างตัวเรือ โครงการ
สรา้ งเรือเฉลมิ พระเกียรติ 84 พรรษา (เรอื ต.994
และ ร.ล.กระบี่) องคค์ วามรู้ เรอ่ื ง การ X – Ray
เพอ่ื วเิ คราะหค์ วามบกพรอ่ งของเนอ้ื ไม้ องคค์ วามรู้
เร่ือง นวัตกรรมการตอกหมันยาชันเรือไม้
นำเสนอผลงานองค์ความรู้ เร่ือง การ X – Ray
เพ่ือวิเคราะห์ความบกพร่องของเน้ือไม้ไปจัด
แสดง ซึ่งยังไม่มีหน่วยใดคิดทำมาก่อน นอกจาก
น้ันได้นำตัวอย่างและของจริงมาร่วมจัดแสดง
จำนวนมาก


พิธีรับมอบเรอื ต.994 – ต.996
ผู้บญั ชาการทหารเรือตรวจแถวกองเกียรติยศ


นับต้ังแต่กองทัพเรือได้จัดให้มีพิธีรับมอบ
เรอื ตรวจการณใ์ กลฝ้ ัง่ ชดุ เรือ ต.991 – ต.993 ที่
อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ เมื่อ
วันท่ี 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ในโอกาสท่ี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระ
ชนมายุครบ 80 พรรษา และใช้เป็นสถานที่
สำหรับประกอบพิธีรับมอบเรือส่งกำลังบำรุง
ขนาดเล็ก ซ่ึงสร้างโดยบริษัท มาร์ซัน จำกัด
จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือหลวงมัตโพน และ เรือ
หลวงราวี โดยกำหนดให้มีพิธีรับมอบบริเวณท่า
เทียบเรือหมายเลข 13 ในอ่างจอดเรือของอทู่ หาร

ว 132ารสารกรมอทู่ หารเรอื ประจำปี 2555

เรอื พระจลุ จอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ เมือ่ วนั ที่ 16
ธันวาคม พ.ศ. 2553 โดยมี พลเรือเอก กำธร
พมุ่ หริ ัญ ผบู้ ญั ชาการทหารเรอื เป็นประธานในพิธี


ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงเจริญพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษา
5 ธันวาคม พ.ศ. 2554 กองทัพเรือได้จัด
ใ ห้ มี โ ค ร ง ก า ร จั ด ห า เ รื อ ต ร ว จ ก า ร ณ์ ใ ก ล้ ฝั่ ง
เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ชุดเรือ ต.994
(ต.994, ต.995 และ ต.996) จำนวน 3 ลำ โดย
เป็นเรือที่กรมอู่ทหารเรือสร้างเอง 1 ลำ คือ พลเรอื โท อรรถพงษ์ ณ นคร เจ้ากรมอ่ทู หารเรือ
เรือ ต.994 และบริษัท มาร์ซัน จำกัด สร้าง มอบเอกสารสง่ มอบเรือ ต.994

จำนวน 2 ลำ (ต.995 และ ต.996) เมื่อเรือทั้ง ให้กบั ผู้บัญชาการทหารเรือ


สามลำสร้างแล้วเสร็จ จึงกำหนดให้มีพิธีรับมอบ
เรือดังกล่าว ในวันท่ี 26 กันยายน พ.ศ. 2554 เรอื หลวงราวมี าแลว้ ในการน้ี พลเรอื โท อรรถพงษ ์
ณ ท่าเทียบเรือหมายเลข 13 อู่ทหารเรือพระจุล ณ นคร เจ้ากรมอู่ทหารเรือ ได้ส่งมอบเอกสาร
จอมเกลา้ กรมอ่ทู หารเรือ โดยมี พลเรอื เอก กำธร ส่งมอบเรือ ต.994 และประธานบริหาร บริษัท
พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานในพิธี มาร์ซัน จำกัด ส่งมอบเอกสารส่งมอบเรือ ต.995
เน่ืองจากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะ และ ต.996 ให้กับผู้บัญชาการทหารเรือ
สมในการประกอบพิธี มีส่ิงอำนวยความสะดวก ตามลำดับ ผู้บัญชาการทหารเรือส่งมอบเอกสาร
พร้อม และที่สำคัญคือเคยใช้ประกอบพิธีรับมอบ ส่งมอบเรือทั้ง 3 ลำ ให้กับผู้บัญชาการกองเรือ
เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ชุดเรือ ต.991 และเรือส่ง ยามฝ่ัง กองเรือยุทธการ เพื่อส่งมอบให้กับ
กำลังบำรุงขนาดเล็ก ชุดเรือหลวงมัตโพนและ ผบู้ งั คบั การเรอื ทง้ั สามลำตอ่ ไป



พิธีรับ – ส่งหนา้ ทเ่ี จา้ กรมอู่ทหารเรือ

พลเรอื โท มานิตย ์ สูนนาดำ เข้ารับตำแหนง่ เจา้ กรมอู่ทหารเรือ
จาก พลเรอื เอก อรรถพงษ์ ณ นคร ในพิธีรับ – ส่งหนา้ ทีเ่ จ้ากรมอู่ทหารเรือ

เมอ่ื วนั ท่ี 3 ตุลาคม พ.ศ.2554

133


การจดั ต้งั ศนู ยบ์ รรเทาสาธารณภัยกรมอทู่ หารเรือ (ศบภ.อร.)
กจิ กรรมในรอบป


และการช่วยเหลอื ผ้ปู ระสบอุทกภัย


ต า ม ท่ี ศู น ย์ บ ร ร เ ท า ส า ธ า ร ณ ภั ย ก อ ง ทั พ เ รื อ

ประสาน ท้ังน้โี ดยมี พลเรอื โท มานติ ย์ สนู นาดำ



เจ้ากรมอู่ทหารเรือ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์

บรรเทาสาธารณภัยกรมอู่ทหารเรือ พลเรือตรี

ฉัตรชัย ทัตตะวร รองเจ้ากรมอู่ทหารเรือ
ท ำ ห น้ า ที่ หั ว ห น้ า ศู น ย์ บ ร ร เ ท า ส า ธ า ร ณ ภั ย
กรมอทู่ หารเรอื พลเรอื ตรี สรุ พงษ ์ อำนรรฆสรเดช
ผู้อำนวยการอู่ทหารเรือธนบุรี ทำหน้าที่หัวหน้า
ฝ่ายปฏิบัติการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกรมอู่
เมื่อเกิดอุทกภัยคร้ังร้ายแรงเม่ือประมาณ ทหารเรือ และยังประกอบด้วยกำลังพลของ
เดือนกันยายน พ.ศ.2554 จังหวัดต่าง ๆ ได้รับ กรมแผนการช่าง ฯ, กรมพัฒนาการช่าง ฯ,
ความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก อันได้แก่ อู่ทหารเรือธนบุรี ฯ, ศูนย์พัสดุช่าง ฯ และหน่วย
เชียงใหม่ สุโขทัย นครสรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี ขึ้นตรง กองบังคับการ ฯ ซึ่งได้ร่วมแรงกันปฏิบัติ
อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี หน้าที่อย่างจริงจังและเข้มแข็งในการปกป้อง
นนทบุรี รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร ด้วย กรมอู่ เฝ้าระวังพื้นที่กรมอู่ทหารเรือ ทั้งในเวลากลางวัน
ทหารเรือได้มีการจัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย และคำ่ คนื นอกจากนนั้ ยังออกชว่ ยเหลือผูป้ ระสบ
กรมอูท่ หารเรือ (ศบภ.อร.) เพอ่ื ปอ้ งกนั อุทกภยั ใน อุทกภัยในพื้นท่ีต่าง ๆ อย่างเต็มกำลังความ
พื้นที่กรมอู่ทหารเรือ และช่วยเหลือผู้ประสบภัย สามารถโดยมไิ ดย้ อ่ ท้อ


นอกจากนั้นกรมอู่ทหารเรือก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งท่ีมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย
ครง้ั นี้ โดยมรี ายละเอยี ดโครงการตา่ ง ๆ เพอ่ื ชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบอทุ กภัย คอื

1. สร้างเรือท้องแบน จากวัสดุไฟเบอร์กลาส ขนาดความกว้าง 2 เมตร ยาว 5 เมตร
ลึก 0.5 เมตร บรรทุกไดป้ ระมาณ 10 คน จำนวน 120 ลำ

2. สรา้ งแพพกั อาศัยพร้อมหลังคาผา้ ใบ จากถงั นำ้ มนั 200 ลติ ร ขนาดความกว้าง 3 เมตร
ยาว 6 เมตร บรรทุกไดป้ ระมาณ 20 คน จำนวน 100 แพ

3. สร้างแพบัญชาการ จากโครงสร้างเหล็กและพอนทูนยาง ขนาดความกว้าง 8 เมตร
ยาว 12.5 เมตร นำ้ หนักบรรทกุ จำนวน 2 แพ และขนาด กว้าง 10 เมตร ยาว 12.5 เมตร จำนวน
3 แพ รวม 5 แพ น้ำหนักบรรทกุ Full Load ประมาณ 19.5 ตัน/แพ

ว 134ารสารกรมอู่ทหารเรือ ประจำปี 2555

4. สรา้ งแพห้องนำ้ ขนาด 4 หอ้ งนำ้ จำนวน 2 แพ

5. สร้างเรอื ผลกั ดันนำ้ ขับดว้ ย Water Jet จำนวน 16 ลำ

6. ซ่อมปรบั ปรุงเรอื ผลักดันนำ้ เกา่ ขนึ้ ใช้งาน จำนวน 3 ลำ

7. ซ่อมปรบั ปรงุ เรอื PBR เพ่อื เปน็ เรือผลักดันนำ้ จำนวน 3 ลำ

8. ซอ่ มปรับปรุงเรอื Assault เพ่ือใช้เป็นเรือผลักดันนำ้ จำนวน 2 ลำ

9. ซ่อมปรับปรุงเรือท่นุ ผลักดนั น้ำเก่าข้นึ ใชง้ านอกี จำนวน 1 ลำ




การสร้างเรือทอ้ งแบนด้วยไฟเบอรก์ ลาส
การสรา้ งแพพักอาศยั จากถงั 200 ลิตร พร้อมหลงั คา


แพบัญชาการจากพอนทูนยาง พรอ้ มหลังคา
แพสุขา


เรอื ผลักดันนำ้
ซอ่ มปรบั ปรงุ เรือ PBR เพอ่ื ใช้เป็นเรือผลกั ดนั น้ำ


ซอ่ มปรับปรงุ เรือ Assault
ซ่อมปรับปรงุ เรอื ท่นุ ผลักดนั นำ้ เก่า

เพอ่ื ใชเ้ ป็นเรือผลักดันนำ้

135

การชว่ ยเหลือผู้ประสบอทุ กภัย
กจิ กรรมในรอบป


เม่ือเกิดอุทกภัยคร้ังใหญ่ในประเทศไทย อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ
ไดร้ วบรวมสง่ิ ของและเงนิ บรจิ าคของขา้ ราชการ และประชาชนในพนื้ ทใี่ หก้ บั กรมอทู่ หารเรอื เพอื่ นำไป
บรรเทาทกุ ขใ์ ห้กับประชาชนทเี่ ดอื ดร้อนจากอุทกภัยใน คร้ังน
้ี

สนับสนนุ การผลักดันน้ำ
ภารกจิ ทีส่ ำคัญอีกประการหนงึ่ ในการแก้ไขปญั หา
ท่ีคลองลดั โพธ
์ิ อุทกภัยในปี 2554 ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นท่ีสำคัญทั้งทาง
ด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศ อู่ทหารเรือ
ตรวจสอบการตดิ ต้ังเคร่อื งยนต์
พระจุลจอมเกล้า ได้ดำเนินการซ่อมทำเรือผลักดันน้ำ
และเคร่อื งผลกั ดนั นำ้
จำนวน 3 ลำ ซ่ึงเป็นเรือท่ีมูลนิธิชัยพัฒนา ในพระบรม

ราชูปถัมภ์ สนับสนุนงบประมาณในการสร้าง เพ่ือแก้ไข
ปัญหาอุทกภัยเมื่อปี 2538 ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว
ทดสอบการทำงานก่อนส่งมอบ
ทางมูลนิธิ ฯ ได้มอบให้กองทพั เรือจำนวน 3 ลำ โดยเก็บ
ให้นำไปใชง้ าน
รักษาไว้ที่ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ
โดยอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าได้ดำเนินการซ่อมทำจน
ใช้ราชการได้ และกองทัพเรือได้สั่งการให้นำไปติดต้ัง
เพอื่ สนบั สนนุ การผลกั ดนั นำ้ ทคี่ ลองลดั โพธ์ิ ตำบลทรงคะนอง
อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่ วันท ่ี
8 ตุลาคม พ.ศ.2554 เม่ือสถานการณ์อุทกภัยขยายตัว
อย่างกว้างขวางจึงได้รับมอบหมายให้ไปผลักดันน้ำท ี่
คลองทวีวัฒนาและคลองภาษีเจรญิ

นอกจากสนบั สนนุ ในการผลกั ดนั นำ้ แลว้ อทู่ หารเรอื
พระจุลจอมเกล้ายังได้รับมอบหมายในการสร้างตัวเรือ
ผลักดันน้ำ จำนวน 6 ลำ เพื่อส่งมอบให้กับอู่ทหารเรือ
ธนบุรี ติดต้ังเคร่ืองยนต์และเคร่ืองผลักดันน้ำ และได้รับ
มอบหมายให้สร้างเรือผลักดันน้ำอีก 5 ลำ โดยทางกรมอู่
ทหารเรือ สนับสนุนวัสดุ เครอ่ื งยนต์ และเครอื่ งผลกั ดันนำ้
ซึ่งอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือได้ดำเนิน
การต้ังแต่วันท่ี 27 ตุลาคม พ.ศ.2554 แล้วเสร็จและ
ส่งมอบให้กับกรมอู่ทหารเรือ เมื่อวันท่ี 4 พฤศจิกายน
พ.ศ.2554 ต่อมาวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 กรมอู่
ทหารเรือได้มอบหมายให้สร้างเพ่ิมเติมอีก จำนวน 5 ลำ
เพ่ือสนับสนุนการผลักดันน้ำในคลองต่างๆ ซ่ึงสามารถ
ส่งมอบเมอ่ื วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2554

ว 136ารสารกรมอทู่ หารเรือ ประจำปี 2555

พลเรือโท มานิตย์ สูนนาดำ เจ้ากรมอู่ทหารเรือ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชา และผู้แทน
หน่วยข้ึนตรงของกรมอู่ทหารเรือ ได้เดินทางไปถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่โรงพยาบาลศิรริ าช เม่อื วนั ท่ี 19 ธนั วาคม พ.ศ.2554

พลเรือตรี สุรศิษฎ ์ สว่างจันทร์ รองผู้อำนวยการอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า
กรมอู่ทหารเรือ ให้การต้อนรับมอบของท่ีระลึกและจัดเล้ียงขอบคุณให้กับ นายชนม์สวัสด ิ์
อัศวเหม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และผู้ให้การสนับสนุนอู่ทหารเรือ
พระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ในการเตรียมการป้องกันการเกิดอุทกภัยในพื้นท่ีอู่ทหารเรือ
พระจลุ จอมเกลา้ กรมอทู่ หารเรือ ณ ห้องแหลมฟา้ ผา่ สโมสรขา้ ราชการช้นั สัญญาบัตร เมอื่ วันท่ี
15 ธันวาคม พ.ศ.2554

139 การจดั สร้างพระราชานสุ าวรีย์ จอมพลเรอื สมเดจ็ พระมหติ ลาธิเบศร อดลุ ยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

ณ อู่ราชนาวมี หิดลอดลุ ยเดช กรมอู่ทหารเรือ

การจดั สรา้ งพระราชานุสาวรีย์



จอมพลเรือ สมเด็จพระมหติ ลาธิเบศร อดลุ ยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

ณ อ่รู าชนาวีมหิดลอดลุ ยเดช กรมอทู่ หารเรือ


วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2554 เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง

ท่ีต้องจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของกรมอู่ทหารเรือ เนื่องด้วยเป็นวันที่มี
พธิ เี ปดิ พระราชานสุ าวรยี ์ จอมพลเรอื สมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศรอดลุ ยเดชวกิ รม
พระบรมราชชนก ณ อรู่ าชนาวมี หดิ ลอดลุ ยเดช กรมอทู่ หารเรอื ตำบลสัตหีบ
อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซ่ึงกรมอู่ทหารเรือได้รับพระมหากรุณาธิคุณ
จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างหาท่ีสุดมิได้
ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์ฯ พิธีการในวันน้ัน
เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ และงดงาม ท่ามกลางความปล้ืมปีติยินดี
ของขา้ ราชการ ลกู จา้ ง พนักงานราชการของกองทัพเรอื และผ้รู ว่ มพิธที ุกคน

ว 140ารสารกรมอทู่ หารเรอื ประจำปี 2555

พธิ เี ปดิ พระราชานสุ าวรีย์ ฯ


เวลา 13.30 น. สมเดจ็ พระเทพรตั นราช จิตศรัทธาบริจาคสมทบทุนจัดสร้างพระราชา
สดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสดจ็ พระราชดำเนนิ นสุ าวรยี ์ ฯ เขา้ รบั พระราชทานของทร่ี ะลกึ จำนวน
โดยรถยนต์พระที่น่ังถึงอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช 27 ราย เรยี บรอ้ ยแลว้ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ
เมื่อเสด็จเข้าภายในพลับพลาพิธีแล้ว พลเรือเอก สยามบรมราชกุมารี เสด็จข้ึนไปยังลานพระราชา
สมมาตร์ วมิ กุ ตานนท์ ประธานกรรมการจดั สรา้ ง นุสาวรีย์ ฯ ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมพระรูป
พระราชานุสาวรีย์ ฯ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวาย ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นคำจารึก ทรงวาง
สูจิบัตร จากน้ัน พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ พุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเคร่ืองทองน้อยถวาย
ผู้บัญชาการทหารเรือ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวาย สักการะ ทรงกราบ และเสด็จฯ ไปประทบั รถยนต์
ของทรี่ ะลกึ และกราบบงั คมทลู รายงาน ลำดบั ตอ่ มา พระที่นั่งไปยังศูนย์ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ
พลเรือโท บงกช ผาสุข เลขานกุ ารคณะกรรมการ ผู้สูงอายุ สภากาชาดไทย อำเภอศรรี าชา จังหวัด
จดั สรา้ งพระราชานสุ าวรยี ฯ์ กราบบังคมทูลเบิกผู้มี ชลบรุ ี ตอ่ ไป

141
การจดั สร้างพระราชานสุ าวรีย์ จอมพลเรอื สมเดจ็ พระมหติ ลาธิเบศร อดลุ ยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

ความเป็นมา
ณ อู่ราชนาวมี หิดลอดลุ ยเดช กรมอู่ทหารเรือ

พ.ศ.2538 กองทัพเรอื ได้สรา้ งอู่เรือแห่ง

ใหม่เป็นแห่งที่ 3 ณ บริเวณอ่าวจุกเสม็ด ตำบล
สัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับ
การซ่อมทำเรือขนาดใหญ่ของกองทัพเรือท่ีจัดหา
เพิ่มเติมตามแผนโครงสร้างกองทัพไทย เน่ืองจาก
อ่เู รอื 2 แหง่ ของกรมอทู่ หารเรอื ไดแ้ ก่ อทู่ หารเรอื
ธนบุรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และ
อทู่ หารเรอื พระจลุ จอมเกลา้ อำเภอพระสมทุ รเจดยี ์
จังหวัดสมุทรปราการ ไม่อาจรองรับการซ่อมทำ
เรือขนาดใหญ่ได้ ซึ่งกองทัพเรือได้รับพระมหา
กรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่ออู่เรือ
แห่งใหม่นี้ว่า “อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช” การเตรียมการ

เมอ่ื วนั ที่ 27 ธนั วาคม พ.ศ.2538
วันท่ี 22 มีนาคม พ.ศ.2547 สมเด็จ
จากการได้รับพระราชทานชื่ออู่เรือ อันมี พระเจ้าพ่ีนางเธอ เจา้ ฟา้ กัลยาณวิ ฒั นา กรมหลวง
ที่มาจากพระนามของ จอมพลเรือ สมเด็จ นราธวิ าสราชนครนิ ทร์ พระราชทานพระวโรกาสให้
พระมหติ ลาธเิ บศร อดลุ ยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก พลเรอื โท ชศู กั ดิ์ เสนานกิ รม เจา้ กรมอทู่ หารเรอื
ถือเป็นมงคลย่ิงแก่หน่วยงานและผู้ปฏิบัติงานใน และคณะเขา้ เฝา้ ณ พระตำหนกั เลอดสิ กรงุ เทพมหานคร
อู่เรือแห่งนี้ และด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ เพื่อพระราชทานสัมภาษณ์เรอื่ ง “สมเด็จพระบรม
ของพระองค์ท่ีทรงมีคุณูปการอย่างยิ่งใหญ่ต่อ ราชชนกกับกองทัพเรือ” เพ่ือนำไปจัดพิมพ์ใน
กองทัพเรือ ด้วยพระวิสัยทัศน์และพระดำริอัน หนังสือที่ระลึกการเปิดอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช
กว้างไกลและทันสมัย ที่สำคัญคือ บันทึกรายงาน ในโอกาสนั้น เจ้ากรมอู่ทหารเรือ และคณะได้ขอ
ความเห็นเร่ือง เรือ ส (เรือดำน้ำ) และโครงการ พระราชทานพระวินิจฉัยพระฉายาลักษณ์
สร้างกองเรอื รบหรือกำลังทางเรือ ซง่ึ เปน็ แนวทาง จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดช
ในการพัฒนาให้กองทัพเรือ มคี วามเจรญิ กา้ วหนา้ วิกรม พระบรมราชชนก เพื่อนำไปเป็นแบบ
ในเวลาต่อมา กรมอู่ทหารเรือจึงจัดทำโครงการ สำหรับป้ันพระรูป ซ่ึง สมเด็จพระเจ้าพ่ีนางเธอ
จัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ จอมพลเรือ สมเด็จ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช
พระมหติ ลาธเิ บศร อดลุ ยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก นครินทร์ มีพระเมตตาพระราชทานพระวินิจฉัย
ประดิษฐาน ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช เพื่อ ทั้งยังได้ทรงแนะนำให้ นายเสวต เทศน์ธรรม
เทดิ พระเกยี รติ เผยแพรพ่ ระเกียรติคุณ และแสดง อดีตอาจารย์ภาควิชาประยุกต์ศิลปศึกษา
ความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่าน รวมทั้ง คณะมณั ฑนศลิ ป์ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร ประตมิ ากร
เพื่อให้ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ผู้เคยปั้นพระรูปสมเด็จพระบรมราชชนกมาแล้ว
ของกองทัพเรือ ตลอดจนประชาชนท่ัวไป ได้ หลายองค์ เป็นผู้ป้ันพระรูปพระราชานุสาวรีย์ ฯ
สักการบูชาเพอื่ ความเปน็ สริ มิ งคล
อกี ด้วย

ว 142ารสารกรมอู่ทหารเรอื ประจำปี 2555

ต่อมา กรมอู่ทหารเรือได้ขอพระราชทาน เสนอให้กรมศิลปากรพิจารณาตามข้ันตอนของ
กราบทูลเชิญ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้าง
กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระราชานุสาวรีย์ ฯ เมอ่ื อาจารย์เสวตปน้ั พระรูป
เปน็ ประธานทป่ี รกึ ษาการจดั สรา้ งพระราชานสุ าวรยี ฯ์ ต้นแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว กรมอู่ทหารเรือได้
พร้อมทั้งขอพระราชทานพระอนุญาตอัญเชิญ อญั เชญิ ไปทลู เกลา้ ฯ ถวาย สมเดจ็ พระเจา้ พนี่ างเธอ
พระนามาภิไธย “มหิดล” ประดิษฐานเหนือ เจา้ ฟา้ กลั ยาณวิ ฒั นา กรมหลวงนราธวิ าสราชนครนิ ทร์
เครื่องหมายอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช เพื่อ เพ่ือขอพระราชทานพระวินิจฉัย เมื่อวันที่ 1
อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ ฐานแท่นพระราชา กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.2550 ซง่ึ ไดพ้ ระราชทานพระวนิ จิ ฉยั
นุสาวรีย์ ฯ และเพื่อใช้ในราชการของอู่ราชนาวี โดยไมโ่ ปรดใหแ้ กไ้ ข และมรี บั สงั่ ใหก้ รมอทู่ หารเรอื
มหดิ ลอดลุ ยเดช ซง่ึ ทรงพระกรณุ ารบั เปน็ ประธาน ดำเนินการตอ่ ไป

ที่ปรึกษา และพระราชทานพระอนุญาตตามที่ขอ สว่ นตำบลทป่ี ระดษิ ฐานพระราชานสุ าวรยี ์ ฯ
พระราชทาน นับเป็นพระกรุณาธิคุณ อันล้นพ้น คณะกรรมการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ ฯ
ที่ทรงมีต่อกรมอู่ทหารเรือ และเป็นเกียรติยศ พิจารณาเห็นว่า บริเวณด้านหน้าอ่างเก็บน้ำของ
อยา่ งสงู ยงิ่ ของอรู่ าชนาวมี หดิ ลอดลุ ยเดช
อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดชเป็นสถานท่ีท่ีมีความ
เหมาะสม จงึ มอบหมายให้คณะอนุกรรมการฝ่าย
การดำเนินงานจดั สร้าง
จดั สรา้ งฐานแทน่ ซงึ่ เปน็ ขา้ ราชการจากกรมชา่ งโยธา
ทหารเรอื ดำเนนิ การออกแบบ

วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2548
อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ เสนอ
ขออนุมัติหลักการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ ฯ การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต

และแต่งตั้งคณะกรรมการ กรมอู่ทหารเรือ เม่ือการเตรียมการต่าง ๆ ท้ังพระรูป
จึงเสนอขอความเห็นชอบพร้อมกับเสนอแต่งตั้ง ต้นแบบ แบบฐานแท่นประดิษฐาน และเอกสาร
คณะกรรมการจากกองทัพเรือ ซ่ึงกองทัพเรือ หลักฐานเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการจัดสร้าง
ใหค้ วามเหน็ ชอบและลงคำสงั่ แตง่ ตง้ั คณะกรรมการ พระราชานสุ าวรยี ์ ฯ จงึ ดำเนนิ การขอพระราชทาน
จัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ ฯ ประกอบด้วย พระบรมราชานญุ าตจัดสรา้ งพระราชานสุ าวรีย์ ฯ
ข้าราชการจากหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพเรือ ขนาดความสงู 3.90 เมตร (ประมาณสองเทา่ ครง่ึ
มีเจ้ากรมอทู่ หารเรอื เป็นประธานกรรมการฯ เม่อื ของพระองค์จริง) พร้อมกับพระรูปจำลองตามรูป
วันท่ี 5 เมษายน พ.ศ.2549 (ขณะนั้น เจ้ากรมอู่ แบบพระราชานุสาวรีย์ฯ ขนาดความสูง 12 นิ้ว
ทหารเรือ คือ พลเรือโท ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เพื่อมอบให้แก่ผู้บริจาคสมทบทุน โดยเสนอเรื่อง
วีรวัฒน์ วงษ์ดนตรี) ต่อมามีการแต่งตั้งคณะ ไปยังกรมศิลปากร เมื่อวันที่ 10 เมษายน
กรรมการและคณะอนุกรรมการชุดใหม่อีก พ.ศ.2550 ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
ตามวาระการโยกย้ายข้าราชการประจำปี ว่าด้วยการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติและ
คณะกรรมการชุดสุดท้ายมี พลเรือเอก สมมาตร์ การจำลองพระพุทธรูปสำคัญ พ.ศ.2520
วิมุกตานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ กรมศิลปากรโดยคณะกรรมการพิจารณาการ
เป็นประธานกรรมการฯ
สร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติและการจำลองพระพุทธ
คณะกรรมการจัดสร้างพระราชา รูปสำคัญได้มอบหมายให้ผู้แทน จำนวน 3 คน
นุสาวรีย์ฯ ได้ว่าจ้างอาจารย์เสวต เทศน์ธรรม ไ ป พิ จ า ร ณ า ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม ข อ ง ส ถ า น ท่ี
ปั้นพระรูปต้นแบบ ขนาดความสูง 12 นิ้ว เพื่อ ประดิษฐานท่ีอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช โดยมี

143
การจดั สร้างพระราชานสุ าวรีย์ จอมพลเรอื สมเดจ็ พระมหติ ลาธิเบศร อดลุ ยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

หนังสือแจ้งมติการพิจารณาของคณะกรรมการให้ การปนั้ และหล่อพระรปู
ณ อู่ราชนาวมี หิดลอดลุ ยเดช กรมอู่ทหารเรือ

ทราบเป็นคราว ๆ ไป ที่สำคัญคือ ให้ความเห็น เม่ือได้รับพระราชทานพระบรมราชา

ชอบหลักการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ ฯ แต่ นุญาตแล้ว อาจารย์เสวตจึงปั้นขยายองค์พระรูป
เห็นชอบสถานท่ีประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์ ฯ ขนาดความสูง 3.90 เมตร ตามพระรูปต้นแบบ
บริเวณกึ่งกลางสนามหญ้าด้านข้างอาคารกอง กรมศิลปากรโดยคณะกรรมการพิจารณา
บังคับการ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช ชิดกับแนว การสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติฯ ได้จัดผู้แทนไป
ถนนด้านหลัง ตำแหน่งศูนย์กลางองค์พระรูปอยู่ ตรวจสอบความถูกต้องต้ังแต่การป้ันด้าน
ในแนวแกนเดียวกับตำแหน่งเสาธงหน้าอาคาร กายวิภาค (โครงสรา้ ง) และการปน้ั ฉลองพระองค์
กองบังคับการ และองค์พระรูปหันพระพักตร์ไป พร้อมรายละเอียด เม่ือผ่านการตรวจความ
ทางเข้าหลักด้านทิศตะวันออก ต่างจากตำแหน่ง ถูกต้องและกรมศิลปากรให้ความเห็นชอบแล้ว
ประดิษฐานที่เสนอไป ดังน้ัน คณะอนุกรรมการ จึงถอดแบบส่งให้โรงหล่อ บรษิ ัทเอเชยี ไฟน์อาร์ท
ฝ่ายจัดสร้างฐานแท่นจึงต้องจัดทำแบบฐานแท่น จำกัด จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนนิ การหล่อ
ประดิษฐานใหม่ให้เหมาะสมกับตำบลที่ที่ พร้อมกับหล่อพระรูปจำลอง ขนาดความสูง
กรมศิลปากรเหน็ ชอบ
12 น้ิว จำนวน 984 องค์ เพ่ือมอบให้ผู้บริจาค
เมื่อคณะกรรมการพิจาณาการสร้าง สมทบทุน ซึ่งมีพิธีเททองหล่อพระรูปและเจิม
อนุสาวรีย์แห่งชาติฯ กรมศิลปากรให้ความเห็น แผ่นศิลาฤกษ์ เม่ือวันเสาร์ที่ 2 เมษายน
ชอบพระรูปต้นแบบ แบบฐานแท่น และราย พ.ศ.2554 ณ อทู่ หารเรอื ธนบรุ ี เขตบางกอกนอ้ ย
ละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสร้างพระราชานุ กรุงเทพมหานคร โดย พลเรือเอก นายแพทย์
สาวรีย์ ฯ ตามขั้นตอนแล้ว กระทรวงวัฒนธรรม หมอ่ มเจ้าปุสาณ สวัสดิวตั น์ ทรงเป็นประธาน

จึงเสนอเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

เมอื่ วนั ท่ี 3 กรกฎาคม พ.ศ.2551 แต่ในระหวา่ ง
ท่ี สำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กำลังพิจารณา
รายละเอียดต่าง ๆ อย่นู ั้น ไดม้ เี หตกุ ารณท์ ่ีสำนัก
เลขาธิการคณะรัฐมนตรีต้องย้ายที่ทำงานเป็นการ
ช่ัวคราวอย่างกะทันหัน กรมอู่ทหารเรือต้องไปขอ
สำเนาเรื่องจากกระทรวงวัฒนธรรม และนำไป
ให้พิจารณาใหม่ จากน้ัน สำนักเลขาธิการ
ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี จึ ง เ ส น อ เ ร่ื อ ง ไ ป ท่ี ส ำ นั ก ร า ช
เลขาธิการ เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูล
พระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต
เม่ือปลายเดือนธันวาคม พ.ศ.2551 จนกระทั่ง
กรมศลิ ปากรมหี นงั สอื ลงวนั ท่ี 2 ตลุ าคม พ.ศ.2552
แจ้งให้กรมอู่ทหารเรือทราบว่า พระราชทาน
พระบรมราชานญุ าตใหจ้ ดั สรา้ งพระราชานสุ าวรยี ฯ์
ได้

ว 144ารสารกรมอูท่ หารเรือ ประจำปี 2555

การกอ่ สร้างฐานแท่นประดิษฐาน


คณะกรรมการจัดสร้างพระราชา
นุสาวรีย์ ฯ ว่าจ้างบริษัท ที.ซี.ซีลลิ่งแอนด์
ป๊มั ป้ิง จำกัด ดำเนนิ การกอ่ สร้างฐานแท่น โดยจดั
พิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันเสาร์ท่ี 30 เมษายน
พ.ศ.2554

เม่ือการหล่อพระรูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว
จึงได้อัญเชิญองค์พระรูปประดิษฐานบนฐานแท่น
เมื่อวันจันทร์ท่ี 6 มิถุนายน พ.ศ.2554 และ
ดำเนินการตกแต่งภูมิทัศน์โดยรอบให้มีความ
สวยงาม


พระรูปจำลองและเหรยี ญท่ีระลกึ


นอกจากการจัดสร้างพระรูปจำลอง
ขนาดความสูง 12 นิว้ เพือ่ มอบให้ผ้บู รจิ าคสมทบ
ทนุ แลว้ คณะกรรมการจดั สรา้ งพระราชานสุ าวรยี ์ ฯ

ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้าง ทนุ จัดสรา้ งพระราชานสุ าวรีย์ ฯ


เหรียญที่ระลึก เพ่ือมอบให้ผู้บริจาคสมทบทุน การจดั สร้างพระราชานุสาวรยี ์ ฯ การจดั
เช่นกัน โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชา พิธี และการดำเนินงานต่าง ๆ ที่เก่ยี วข้อง มคี ่าใช้
นุญาตให้จัดสร้างเหรียญที่ระลึก เปน็ เหรยี ญรปู ไข่ จ่ายรวมเป็นเงิน 15,303,468.05 บาท ได้รบั การ
ขนาดความสงู 3.50 เซนตเิ มตร จัดทำเปน็ เหรยี ญ สนับสนุนจากกองทัพเรือ หน่วยงานต่าง ๆ ท่าน
ทอง 9 เหรียญ เหรียญเงิน 84 เหรียญ และ ผู้มีเกียรติที่มีความจงรักภักดี ภาครัฐและเอกชน
เหรยี ญทองแดงรมดำพน่ ทรายพเิ ศษ 984 เหรยี ญ รวมท้ัง ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ
ด้านหน้ากลางเหรียญเป็นพระฉายาลักษณ์ กองทพั เรอื ตลอดจนประชาชนทวั่ ไปรว่ มสมทบทนุ

จอมพลเรอื สมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศร อดลุ ยเดชวกิ รม
พระบรมราชชนก ด้านหลังมีเคร่ืองหมายราชการ
อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช และเคร่ืองหมาย
ราชการกองทัพเรือ การน้ีได้จัดพิธีมังคลาภิเษก
พระรูปจำลองและเหรียญท่ีระลึก ณ พระอุโบสถ
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง
เมื่อวันเสาร์ท่ี 9 กรกฎาคม พ.ศ.2554 โดย
พลเรอื เอก นายแพทย์ หมอ่ มเจา้ ปสุ าณ สวสั ดวิ ตั น์
เปน็ ประธาน สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ เจา้ อาวาส
วัดสุทัศน์เทพวราราม และกรรมการเถรสมาคม
เป็นประธานสงฆผ์ ูจ้ ุดเทยี นชยั

145 การจัดสรา้ งพระราชานสุ าวรีย์ จอมพลเรอื สมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

ณ อรู่ าชนาวมี หิดลอดลุ ยเดช กรมอู่ทหารเรือ

ปัจจุบัน ยังมีพระรูปจำลอง ขนาดความสูง 12 นิ้ว อยู่จำนวนหน่ึง ท่านที่ประสงค์จะมีไว้

สักการบูชา หรือมีจิตศรัทธาในการทำนุบำรุงพระราชานุสาวรีย์ ฯ ในกาลต่อไป ขอเชิญสอบถาม
รายละเอียดหรือบรจิ าคเงินไดท้ ่ี กองการเงนิ กรมอทู่ หารเรือ หมายเลขโทรศพั ท์ 0 2475 4166




พระราชานุสาวรีย์ จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร

อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ณ อู่ราชนาวี มหิดลอดุลยเดช
ใช้ระยะเวลาจัดสร้างหลายปี แต่สำเร็จลุล่วงและประดิษฐานอย่าง
สง่างาม ด้วยความมุ่งมั่นและความพร้อมใจกันของหน่วยงาน
คณะบุคคล และประชาชนท่ัวไป ท่ีจะเฉลิมพระเกียรติคุณให้
แผ่ไพศาล พระราชานุสาวรีย์ ฯ แห่งนี้จึงเป็นด่ังศูนย์รวมจิตใจของ
ชาวอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดชทุกคนท่ีล้วนแสดงความเคารพและ
สักการบชู าด้วยความจงรัก

ว 146ารสารกรมอู่ทหารเรอื ประจำปี 2555

องค์พระรูป
ขนาดและมติ ิพระราชานุสาวรยี ์


ขนาด : ความสูง 3.90 เมตร พระอริ ิยาบถทรงยนื

ฉลองพระองค์ : เครือ่ งแบบเตม็ ยศ เรอื โท

ประดบั เครอื่ งราชอิสริยาภรณ์ : เครือ่ งขตั ตยิ ราชอิสริยาภรณอ์ ันมีเกียรติคุณ

ร่งุ เรืองยิ่งมหาจกั รีบรมราชวงศ์ ประกอบดว้ ย

สายสร้อยหอ้ ยดวงตรามหาจักรี ดาราจกั รี

: เคร่อื งราชอสิ ริยาภรณอ์ นั เปน็ โบราณมงคล

นพรัตนราชวราภรณ์ ประกอบดว้ ย สายสะพาย

ห้อยดวงตรามหานพรตั น ดารานพรตั น

: เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลท่ี 5 และเหรยี ญ

รตั นาภรณ์ รัชกาลท่ี 6

วัสดทุ ใ่ี ช้สรา้ ง : เนอื้ โลหะสมั ฤทธน์ิ อก (บรอนซ)์ สเี มด็ มะขามรมดำ

แท่นประดิษฐาน

ขนาด : ความสูง 5.13 เมตร กว้าง 7.2 เมตร กรหุ ิน

แกรนติ แดงอินเดียดอกใหญ

ตำบลท่ตี ั้ง : บรเิ วณกึง่ กลางสนามหญ้าดา้ นข้างอาคาร

กองบงั คบั การ อูร่ าชนาวมี หิดลอดลุ ยเดช

กรมอ่ทู หารเรือ

พื้นที่ก่อสรา้ ง : ประมาณ 4 ไร่

147 การจัดสรา้ งเรอื ใบซเู ปอรม์ ดด้วยไฟเบอร์กลาส


การจัดสร้างเรอื ใบซูเปอร์มดด้วยไฟเบอร์กลาส


นาวาเอก ยทุ ธนา ดวงจนั ทร์

หัวหน้าแผนกแผนงาน กองแผนและประมาณการชา่ ง อทู่ หารเรือธนบรุ ี กรมอู่ทหารเรือ


พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ วั ทรงมพี ระ
ราชประสงค์ให้ทดลองสร้างเรือใบซูเปอร์มดด้วย
วัสดุไฟเบอร์กลาส เพ่ือเป็นข้อมูลเปรียบเทียบ
ระหว่างวิธีการสร้างแบบเดิมที่สร้างด้วยไม ้
มะยมหอม ซ่งึ มีนำ้ หนกั เบาตวั เรอื มีนำ้ หนักไมเ่ กนิ
35 กิโลกรัม ส่วนเรือใบท่ีได้จัดสร้างเพ่ือ
การแข่งขันหรือเฉลิมพระเกียรติในวาระต่าง ๆ
โดยกรมอู่ทหารเรือร่วมกับสมาคมแข่งเรือใบ
แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ก็ใช้วัสดุ
ผสมระหว่างไม้มะยมหอมและไม้อัดแปรรูปเพ่ือ
เป็นการประหยัดงบประมาณ ซึ่งมีน้ำหนัก
ประมาณ 52 – 56 กิโลกรัม ดังน้ันทางแผนก
โรงงานเบ็ดเตล็ด อู่ทหารเรอื ธนบรุ ี กรมอทู่ หารเรอื
จงึ ไดว้ างแผนในการสรา้ งเรอื ใบซเู ปอรม์ ดโดยใชว้ สั ดุ ภาพที่ 1 การสร้างเรอื ใบดว้ ยวสั ดผุ สมระหว่างไม้
ไฟเบอรก์ ลาส โดยจะตอ้ งควบคุมนำ้ หนกั ให้ไมเ่ กนิ มะยมหอมและไมอ้ ดั แปรรปู


56 กิโลกรัม รวมท้ังงบประมาณในการจัดสร้าง

ควรมีราคาที่ต่ำกวา่ การสรา้ งดว้ ยไม้ สามารถผลติ
ได้รวดเรว็ กว่ามีความแขง็ แรงกวา่

ว 148ารสารกรมอูท่ หารเรือ ประจำปี 2555

การสร้างเรือใบซูเปอร์มดโดยโครงสร้าง ภาพท่ี 2 แสดงการขนั้ ตอนการขัดโปว๊

ใช้ไม้มะยมส่วนเปลือกและฝาก้ันใช้ไม้อัดแปรรูป ปรับแตง่ ผวิ ปลั๊กโมลด์

ตามภาพท่ี 1 จากภาพจะเห็นว่าการสร้างเรือใบ
ด้วยวัสดุผสมระหว่างไม้มะยมหอมและไม้อัด ภาพท่ี 3 แสดงข้ันตอนการขดั เตรยี มผิว

แปรรูป น้ำหนักของเรือท่ีมากเกิดจากไม้อัด ของปล๊ักโมลด์

แปรรปู ที่ใชใ้ นการทำเปลอื กและฝากนั้ รวมทัง้ พ้นื
ดาดฟ้าด้วยและข้อจำกัดอีกเร่ืองก็คือในการสร้าง ภาพที่ 4 พน่ เจลโคต

เรือเป็นจำนวนมาก ลายเส้นรูปทรงของเรือแต่ละ
ลำไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความละเอียดของช่างไม้ที่
สร้างเรือ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับวิธีการสร้างเรือ
ด้วยวัสดุไฟเบอร์กลาส ปัญหาในเร่ืองรูปทรงท่ ี
ไม่เท่ากันจะหมดไป เนื่องจากเรือทุกลำที่สร้าง
จะมาจากโมลด์เดียวกัน แต่ในข้ันตอนหล่อ
เปลือกเรือ ปัญหาจะไปอยู่ที่น้ำหนัก ของเรือ
เ น่ื อ ง จ า ก ใ น ข้ั น ต อ น ก า ร ล า มิ เ น ท ใ ย แ ก้ ว ห รื อ
ใยสานด้วยเรซิ่น ก็ต้องมีการควบคุมน้ำหนักด้วย
เช่นกัน ถ้าในกระบวนการควบคุมไม่ดีก็จะทำให้
น้ำหนักของเรือมากเกินไป เน่ืองจากปริมาณของ
น้ำยาเรซ่ินมากเกิน ไม่สัมพันธ์กับใยแก้วและ
ใยสาน ก็จะส่งผลให้เปลือกเรือไม่แข็งแรง
เปลอื กเรอื แขง็ แตเ่ ปราะ


ขั้ น ต อ น ก า ร เ ต รี ย ม ก า ร ส ร้ า ง
ปลั๊กโมลด์ ทางแผนกโรงงานเบ็ดเตล็ด อู่ทหาร

เรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ได้วางแผนงานโดยนำ
เรือใบซูเปอร์มดท่ีสร้างด้วยไม้เสร็จสมบูรณ์ ที่มี
เหลืออยู่ในโรงงานช่างต่อเรือไม้ อู่ทหารเรือธนบุรี
กรมอู่ทหารเรือแล้วนำมาสร้างปลั๊กโมลด์ ตาม
ภาพท่ี 2 โดยต้องขัดปรับผิวตัวเรือไม้ รวมท้ัง
ตอ้ งหาแนวเซน็ เตอร์ไลน์ของตวั เรอื ใหม่ เนื่องจาก
การตรวจสอบตัวเรือแล้วไม่สมมาตร ต้องทำการ
โป๊วขัดปรับแต่งตัวเรือใหม่ทั้งหมด โดยในข้ันตอน
น้เี ป็นข้นั ตอนท่ีตอ้ งใชเ้ วลามากท่ีสุด ถ้าปรบั ผิวรปู
ทรงของปลั๊กโมลดเ์ รอื ไมถ่ ูกตอ้ ง โมลดส์ ำหรบั เป็น
แ บ บ ส ร้ า ง ตั ว เรื อ ก็ จ ะ ไ ม่ ถู ก ต้ อ ง ต า ม ไ ป ด้ ว ย

149 การจัดสรา้ งเรอื ใบซเู ปอรม์ ดด้วยไฟเบอร์กลาส


ภาพท่ี 5 โมลด์ตวั เรอื และพ้นื ดาดฟ้า
จากน้ันเมื่อได้ปล๊ักโมลด์ท่ีรูปทรงมีความถูกต้อง
ภาพท่ี 6 แสดงฝาก้ันใชแ้ มทไลท์
จึงจะเร่ิมขั้นตอนการเตรียมผิวของปลั๊กโมลด์ เพือ่
ภาพท่ี 7 แสดงตัวเรอื
พร้อมที่จะถอดเป็นโมลด์ได้ โดยในข้ันตอนน้ ี
และสว่ นประกอบทเ่ี ปน็ ไม
้ ผิวของปลั๊กโมลด์จะต้องเรียบและมัน เพื่อเวลา
สร้างโมลด์แล้วจะได้ผิวของโมลด์ท่ีมีความเรียบ
เ มื่ อ เว ล า น ำ ไ ป ถ อ ด เ ป็ น เ ป ลื อ ก เรื อ ใ น ข้ั น ต อ น
การสร้างแล้วจะได้เรือใบซูเปอร์มดท่ีมีความ
สวยงามประณตี เรียบรอ้ ย




ขั้นตอนการสร้างโมลด์เรือ หลังจาก

ท่ี ไ ด้ ป ลั๊ ก โ ม ล ด์ แ ล้ ว ก็ เ ป็ น ขั้ น ต อ น ก า ร ส ร้ า ง
โมลด์เรอื


ขั้นตอนการสร้างและประกอบ
ตัวเรือ ในขั้นตอนนี้ทางโรงงานได้คำนึงถึงเร่ือง

น้ำหนักตัวเรือมากท่ีสุดโดยพยายามเลือกวัสดุที่มี
ความแข็งแรงแต่น้ำหนักเบาท่ีสุด เช่น ฝากั้นเดิม
เป็นไม้อัดก็เลือกใช้ แมทไลน์มาทำเป็นฝาก้ัน
การใช้ใยสานก็เป็นชนิดโครงสร้างไม่กดรัดแบบ
4 แกน น้ำหนักของใยสานไม่เกิน 600 กรัม
ต่อตารางเมตร รวมท้ังการประกอบพ้ืนดาดฟ้า
เขา้ กับตวั เรือก็ใช้กาว SIKAFLEX แทนการยดึ ด้วย
ทัลคัม ซ่ึงทำให้การยึดเกาะระหว่างพ้ืนดาดฟ้า
และตัวเรือมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น ส่วนใน
ข้ันตอนการประกอบตัวเรือและตกแต่ง ก็ได้
มีการใช้ไม้เป็นส่วนประกอบเพื่อความสวยงาม
แ ล ะ ล ด ค ว า ม แข็ ง ก ร ะ ด้ า ง จ า ก ก า ร ที่ เ ป็ น เรื อ
ไฟเบอร์กลาส


ข้ันการทดลองเรือในทะเล ก่อน

ทดลองเรือได้เชิญเจ้าหน้าที่ของสมาคมแข่งเรือใบ
แหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ มาตรวจ
สอบความเรียบร้อยและความแข็งแรงของตัวเรือ
ซ่ึงทางเจ้าหน้าที่ของสมาคมแข่งเรือใบแห่ง
ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์มีความพอใจ
ในเร่ืองความแข็งแรงของโครงสร้างตัวเรือท่ีสร้าง
ด้วยวัสดุไฟเบอร์กลาสและในข้ันตอนการทดลอง

ว 150ารสารกรมอู่ทหารเรอื ประจำปี 2555

เรอื ในทะเล ทางสมาคมแขง่ เรอื ใบแหง่ ประเทศไทย ทรงตัวของเรือดีข้ึน เช่น การลดจำนวนช้ัน
ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้นำเรือใบซูเปอร์มด ใยแกว้ เปลอื กเรอื สว่ นเหนอื แนวนำ้ สว่ นเปลอื กเรอื
ทส่ี รา้ งดว้ ยไมม้ ะยมหอมมาทำการแลน่ เปรยี บเทยี บ ใต้แนวน้ำยังคงจำนวนช้ันของใยแก้วเหมือนเดิม
บริเวณหน้าอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ เพ่อื ความแขง็ แรงของเปลอื กเรอื

ทหารเรือ ซึ่งผลการทดลองแล่นเรือเป็นท่ีน่า
พอใจของทุกฝ่าย แต่ในส่วนของโรงงานท่เี ป็นฝา่ ย จากพระราชประสงค์ในการทดลอง
สร้างก็ได้สอบถาม เก็บข้อมูล รายละเอียดจาก
เจ้าหน้าท่ีของสมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย สร้างเรือใบซูเปอร์มดด้วยวัสดุไฟเบอร์กลาส
ในพระบรมราชูปถัมภ์เกี่ยวกับข้อบกพร่องของ ทำให้กรมอู่ทหารเรือมีการพัฒนาเทคนิคในการ
เรือต้นแบบ เพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไขโดยเฉพาะ สรา้ งเรอื ด้วยวสั ดแุ ละเทคนิคใหม่ ๆ ซ่งึ ประโยชน์
ตำแหน่งท่ีติดตงั้ อปุ กรณ์ท่ีเกย่ี วข้องกบั การแลน่ ใบ ที่ได้รับคือสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้าง
ให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน แต่ในส่วนของ เรือไฟเบอร์กลาสแบบอื่น ๆ ของกองทัพเรือได้
โรงงานในฐานะฝ่านสร้างเราจะต้องมีการแก้ไข โดยยดึ หลกั ความแขง็ แรง ลดระยะเวลาในการสรา้ ง
คือ จะต้องลดน้ำหนักส่วนบนลงอีกเพื่อให้การ และส่ิงสุดท้ายคือต้องคำนึงถึงประหยัดราคาค่า
วัสดใุ นการสร้างเรอื

151 ยงั ไงก็ชา่ ง...ยังไงกไ็ ม่ท้งิ กนั


ยังไงก็ช่าง...ยังไงก็ไม่ท้ิงกัน

กองการศึกษา กรมพฒั นาการช่าง กรมอูท่ หารเรอื

เรารับรู้กันมานานแล้วว่า สังคมไทยเป็น “สังคมเกษตรกรรม” ที่ต้องพึ่งพิงและนอบน้อม
คารวะต่อธรรมชาติ ซึ่งในอดีตประชากรส่วนใหญ่ของประเทศกว่าร้อยละ 70 เป็นชาวนา ผู้มีวิถีชีวิต
ผูกพันอยู่กับสายน้ำและฤดูกาลทุก ๆ ปี เมื่อฤดูแล้งผ่านเลย ย่างเข้าสู่ฤดูฝน ผืนดินที่เคยแห้งผาก
มีรอยแยกแตกระแหง ก็กลับสามารถพลิกฟ้ืน เพาะปลูกกล้าไม้ หว่านเมล็ดพืชผลได้อีกหน คร้ัน
ฝนพรรษาเทลงมา ต้นกล้าในนาที่งอกสูงขึ้นมาเพียงคืบกว่า ๆ ก็อ่อนระทวย ลู่เอนไปตามแรงลม
กลางสายฝนฉำ่ นำ้ ตามลำคลองเรม่ิ เออ่ สูงขึ้นเรอื่ ย ๆ จนยา่ งเขา้ เดอื นสบิ นำ้ สแี ดงขนุ่ ขน้ กห็ ลากเขา้
เต็มทุ่ง ต้นข้าวแตกกอ งอกงามอย่างรวดเร็ว เพราะได้ปุ๋ยจากธรรมชาติที่มาพร้อมกับสายน้ำ โดย
ชว่ งเวลาดงั กลา่ วชาวนาจะเรยี กกนั วา่ “หนา้ นำ้ หลาก” หลายครอบครวั จะพากันน่งั เรือ ลดั เลาะไปตาม
ชอ่ งคนั นาต่าง ๆ ออกไปกลางท่งุ เม่อื เหน็ บัวกนิ สายทีช่ ูดอกขนึ้ เหนือนำ้ หรอื ผกั บงุ้ ทอ้ งนาทเ่ี สยี ดยอด
สเี ขยี วออ่ น ลอดออกมาระหวา่ งกอขา้ ว กร็ บี ควา้ เกบ็ ขน้ึ มาใสเ่ รอื อยา่ งไมร่ อชา้ เอาไวจ้ ิ้มแกล้มกับนำ้ พรกิ
หรือไม่บางครอบครัวก็อาจปรุงปลาร้าหลนโขลกด้วยปลาปิ้ง ท่ีตกได้จากทุ่งนาน่ันเอง ขณะท่ีหนุ่ม ๆ
บางคนทอดแหจับปลาเอาข้ึนมาปิ้งกินกันเด๋ียวนั้น บ้างก็ลงไปงมสันตะวาท่ีมองเห็นอยู่ใต้น้ำใส
เป็นกอ ๆ โผล่เพียงดอกขึ้นเหนือน้ำ เก็บเอามาจ้ิมกินกับปลาร้าหลน บางทีก็เก็บดอกแคที่ขึ้นอยู่ข้าง
คันนา เอาไปแกงสม้ ลอ้ มวงกินกันท่บี า้ น กระทง่ั เม่ือฤดูรอ้ นมาเยอื น ไม่มีฝน จะเพาะปลกู อะไรกไ็ ม่ได้
ชมุ ชนท้องถ่ินเลยถือโอกาสนี้เปน็ ชว่ งเวลาของการทำพธิ ีกรรม เช่น งานวดั งานศพทคี่ า้ งไว้หรือเกบ็ ไว้
รอวันท่ีเหมาะสม แต่ที่สำคัญ คือ ในฤดูร้อนจะแล้ง ชาวบ้านต้องร่วมกันทำพิธีขอฝน เช่น แห่บั้งไฟ
แห่นางแมว เพือ่ ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล จะได้เตรยี มน้ำไว้ทำนาในฤดูเพาะปลกู ใหม่

ว 152ารสารกรมอู่ทหารเรือ ประจำปี 2555

ภาพ “วิถีเก่า” เหล่าน้ี สื่อสะท้อนให้เห็นว่า โดยเน้ือแท้แล้ว “รากเหง้า” ของชนเผ่าไทย
เป็นการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย บนพื้นฐานของความพอเพียง ที่ต้ังอยู่ในสภาวะแวดล้อมแบบไทย ๆ
ภายใต้ “ความสมดุล” ท้ังการสมดุลทางกาย ทางจิตใจ ทางสังคม ทางทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่งิ แวดล้อม พรอ้ มดว้ ยการแบง่ ปนั เออื้ เฟื้อเกอื้ กูลซึง่ กันและกนั

แตค่ รนั้ เมอื่ วนั ผนั เปลย่ี น เวลาไดห้ มนุ เวยี น
ไปสยู่ คุ สมยั ศวิ ไิ ลซ์ ทผ่ี คู้ นเรง่ รบี ตะกายฝนั แกง่ แยง่
แข่งขันกันก้าวไปไปสู่ดวงดาวแห่งความปรารถนา
จนมองไม่เห็นรอยร้าวบน “ฐานราก” วิถีดั้งเดิม
อันงดงาม ที่เคยพ่ึงพิงกันและพอเพียง ก็พลัน
เลือนหายไปตามกาลเวลา และถูก “กลืนกลาย”
แทนทดี่ ้วยความฟุ้งเฟ้อ ฟมุ่ เฟอื ย ความเห็นแก่ตัว
เปลี่ยนวิถีเก่าเพ่ือก้าวไปสู่วิถีใหม่ ด้วยการใช้คำ
หรหู ราทเ่ี รยี กวา่ “การพฒั นา” และ “ความกา้ วหนา้
ของประเทศ”

กล่าวได้ว่า อาจเพราะการพัฒนาที่ผิด
หลัก ประกอบกับอำนาจแห่งความไม่รู้จักพอของ
คนบางกลุ่ม จึงส่งผลให้ชาติบ้านเมืองและ
ประชาชนชาวไทย ถกู “ทำรา้ ย” และ “ทำลาย”
จำต้องตกอยู่ในวิกฤตการณ์อันย่ำแย่มาแล้วนับ
ครั้งไม่ถ้วน เฉกเช่นสถานการณ์น้ำท่วม ท่ีผอง ภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ จึงอาจทำให้ใคร
ไทยท่ัวทุกภูมิภาคของประเทศ ซ่ึงส่วนใหญ่เป็น หลายคนได้เข้าใจ และมองเห็นคุณค่าแห่ง “ราก
ประชาชนตาดำ ๆ ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ต้องประสบ เหง้าของสังคมไทย” ท่ีถูกลืม ได้อย่างถ่องแท้
อยู่ในเวลานี้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากน้ำมือของ และแจ่มชัดขึ้น ซ่ึงปัญหาอุทกภัยในปีน้ี ท่ีคนไทย
“ผู้ละโมบโลภมาก” ท่ีหวังกอบโกยผลประโยชน์ ทั้งประเทศต้องเผชิญชะตากรรมร่วมกัน ถือเป็น
จากการตัดไม้ทำลายปา่ ทงั้ โดยผดิ กฎหมาย และ มหันตภัยท่ีหนักหนาอย่างยิ่ง ประชาชนใน 60
ใช้กฎหมายสัมปทานเป็นเง่ือนไขบังหน้า ทั้ง ๆ จังหวัดของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่
รู้ดีว่า การท่ีป่าธรรมชาติได้ถูกทำลายลงอย่าง สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี
รวดเร็ว จะส่งผลกระทบต่อเนื่อง ถึงสภาพ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา
แวดลอ้ ม และความสมดุลของระบบนิเวศ อย่างท่ี ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี
ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของ นนทบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี
มนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลท่ีเปล่ียนผัน อุบลราชธานี ยโสธร ขอนแกน่ ศรสี ะเกษ สุรนิ ทร์
ภัยแล้ง น้ำท่วม การร้อนตัวขึ้นของโลก การล่ม ร้อยเอ็ด หรือแม้กระท่ังกรุงเทพมหานคร เมือง
สลายของความหลากหลายทางพันธุกรรม ฯลฯ หลวงของประเทศ ล้วนประสบปัญหาน้ำท่วม
สุดท้ายปัญหาส่ิงแวดล้อมเหล่านี้ ก็ได้กลายเป็น อยา่ งหนัก ต้องสงั เวยชวี ติ ไปแล้วกว่า 200 คน ได้
ภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของผู้คนและส่ิงมีชีวิต รับความเดือดร้อนไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน และมี
ท้งั มวลบนโลกใบน้


153 ยงั ไงก็ชา่ ง...ยังไงกไ็ ม่ท้งิ กนั


ร า ก น้ี เ ห นี ย ว แ น่ น แ ล ะ แข็ ง แ ก ร่ ง เ กิ น ก ว่ า ท่ี จ ะ
ถูกทำลายไปได้โดยง่าย แม้ในบางครั้ง เราอาจ
ละเลย และหลงลืมรากน้ีไปบ้าง แต่เม่ือวิถีไทย
ท่ีฝังแน่นอยู่ภายใต้ก้นบึ้งของจิตใจไทยทุกคน
มีโอกาสได้แสดงตัวตนท่ีแท้จริง เมื่อนั้นเราจึงได้
ตระหนกั วา่ คนไทยยังคงเป็นคนไทยเสมอ ไมอ่ าจ
ลอกเลียน หรือปรับเปล่ียนไปเป็นคนชาติอ่ืนใด
ได้อย่างสมบูรณ์โดยสิ้นเชิง เพราะในยามที่คน
กลุ่มหน่ึง ต้องตกอยู่ในภาวะคับขันและทุกข์ยาก
ก็จะมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง คอยรับฟังเร่ืองราว ปาด
น้ำตาถอนสะอื้น ยื่นมือออกไปให้ความช่วยเหลือ
และเอ้ือใจออกไปโอบอุ้มอยู่เสมอ ซ่ึงคนกลุ่มหนึ่ง
ท่ีประชาชนมักพบเห็นพวกเขาก่อนใครอ่ืน ใน
ทุก ๆ คร้ัง ท่ีบ้านเมืองและชาวบ้านต้องประสบ
เคราะห์ภัยก็คือ เหล่าทหารกล้า ผู้รับใช้ประเทศ
ชาติและประชาชนในแผ่นดิน ซ่ึงในเหตุการณ์
แนวโน้มว่าจะเพ่ิมขึ้นอีกอย่างต่อเน่ือง โดย มหาอุทกภัยปี พ.ศ.2554 น้ี กองทัพไทยทั้ง
ในเวลาน้ี พ้ืนที่ทางด้านการเกษตรท่ีได้ชื่อว่าเป็น 3 เหลา่ ทพั อันได้แก่ กองทัพบก กองทัพเรอื และ
“อขู่ ้าวอนู่ ้ำ” ของประเทศ ไดร้ บั ความเสียหายไป กองทพั อากาศ ได้ประสานความร่วมมอื กนั ระดม
แล้ว เป็นจำนวนประมาณ 8.8 ล้านไร่ จำแนก สรรพกำลัง และยุทโธปกรณต์ ่าง ๆ เพอ่ื ชว่ ยเหลือ
เป็นพน้ื ท่ปี ลูกข้าว 7.4 ลา้ นไร่ พชื ไรแ่ ละพืชอ่ืน ๆ ผู้ประสบภัยอย่างเต็มใจ และเต็มที่ โดยไม่ต้องมี
อีก 1.4 ล้านไร่ ยังไม่นับรวมโบราณสถาน ถนน ใครเอ่ยปากร้องขอ ทั้งมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจ “ทำ
หนทาง วัดวาอาราม โรงเรียน บ้านเรือน หนา้ ทเี่ พื่อหนา้ ท”่ี เพอ่ื “ประโยชนส์ ขุ ” ของผอง
ประชาชน รวมถึงเขตอุตสาหกรรมอีกมากมายใน ไทย อยา่ งแท้จรงิ

ภาคกลาง ซ่งึ ล้วนจมอยู่ในสายนำ้ ท้ังสิน้
โดยเฉพาะ “ลูกประดู่” จากกองทัพเรือ
ภัยพิบัติคราวน้ี จึงเป็นหายนะคร้ังใหญ่ ในชุดปฏิบัติการ เส้ือยืดสีน้ำเงินแขนยาว กางเกง
ท่ีนำมาซ่ึงการสูญเสีย และน้ำตาของพี่น้องชาว ขาส้ันสีน้ำเงิน กับเรือท้องแบนคู่ชีพ หรือรถยนต์
ไทยโดยแท้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ท่ามกลาง จีเอ็มซี ที่ว่ิงรับ - ส่ง ผู้ประสบภัย เคลื่อนย้ายผู้
สถานการณ์อันเลวร้าย ก็ยังมีเรื่องที่น่าช่ืนชม ป่วย แจกจ่ายถุงยังชีพ ท้ังทางน้ำและทางบก
และชื่นใจว่า แม้สังคมไทยในปัจจุบันจะปรับ ตลอดท้ังวัน ด้วยสำนึกในหน้าท่ีของชายชาติ
เปล่ียนโฉมหน้าไปจากอดีตมากแล้ว แต่กระนั้น ทหารน้นั นับเป็น “วรี บุรษุ ในมหาอุทกภยั ” ท่ีได้
“รากบางอย่าง” ก็หาได้ขุดโค่นถอนโคนจนสิ้น รับการกลา่ วขาน และพดู ถงึ มากท่ีสุดในเวลานี้ ซึ่ง
ซากไม่ หากเป็นรากไม้ท่ัวไปท่ีต้องแช่อยู่ในน้ำ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทหารเรือมีความ
เป็นเวลานาน สุดท้าย รากนั้นคงไม่อาจรอดพ้น เชี่ยวชาญเกี่ยวกับน้ำ และสามารถปฏิบัติการ
เงื่อนไขของธรรมชาติ ท่ีต้องเน่าเปื่อยสูญสลายไป พิเศษ ที่หน่วยอื่นทำไม่ได้ โดยเฉพาะในกรณี
ตามกาลเวลา แตส่ ำหรบั “รากของสงั คมไทย” แลว้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น หากทหารเรือไม่ได้

ว 154ารสารกรมอทู่ หารเรอื ประจำปี 2555

เข้าไปให้ความช่วยเหลือ ในบริเวณแม่น้ำ 3 x 6 เมตร รองรับด้วยถังน้ำมัน 200 ลิตร
เจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรี แล้ว จำนวน 18 ถัง หลังคาคลุมผ้าใบกันแดดกันฝน
เหตุการณ์บริเวณนั้นก็คงหนักหนาสาหัสมาก สามารถรองรับน้ำหนักได้ 1,200 กิโลกรัม
เนื่องจากหน่วยงานอื่นทำงานได้อย่างยากลำบาก บรรทุกคนได้สูงสุดถึง 15 คน โดยสามารถนำไป
เพราะต้องใช้เรือที่มีกำลังแรงและมีความเร็วสูง ประกอบกับแพประเภทเดียวกัน เพ่ือให้มีขนาด
ท้ังยังต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะ “หน่วย ใหญ่ขึ้นได้ตามต้องการ กลายเป็น “แพยักษ์”
ทำลายใตน้ ้ำจโู่ จม” หรอื “ซลี ” ซ่ึงเปน็ หนว่ ยหนง่ึ อุปกรณ์อเนกประสงค์ในพื้นท่ีน้ำท่วมสูง ที่นำไป
ในหนว่ ยปฏิบตั กิ ารสงครามพิเศษทางเรอื
ใช้ตามจุดรวมพล จุดรักษาพยาบาล จุดแจกจ่าย
สง่ิ ของบรรเทาทุกข์ โดยเฉพาะจดุ ทร่ี ถเขา้ ไปไม่ถึง
ท้ังนี้ พลเรือเอก สุรศักด ์ิ หรุ่นเริงรมย ์ รวมทั้งใช้ในการลำเลียงประชาชนที่ต้องการ
ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ อพยพทางนำ้ ไปส่พู น้ื ทปี่ ลอดภยั ได้เปน็ อย่างด ี

บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ได้มีความห่วงใย
ต่อผู้ประสบอุทกภัยในทุกพ้ืนท่ี จึงได้ระดมสรรพ
กำลังจากหน่วยต่าง ๆ ของกองทพั เรอื เขา้ ใหก้ าร
ชว่ ยเหลอื บรรเทาความทกุ ขใ์ หแ้ กพ่ น่ี อ้ งชาวไทยที่
ไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นอยา่ งต่อเน่ือง โดยเฉพาะการ
จัดหน่วยเคล่ือนท่ีเร็ว พร้อมความช่วยเหลือ
ประชาชนในพ้ืนที่รับผิดชอบ ตลอด 24 ชั่วโมง
อีกท้ังการดำเนินการนำถุงยังชีพและเครื่อง
อุปโภคบริโภค ไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยใน
พื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งหนง่ึ ในหนว่ ยงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ใหป้ ฏบิ ตั ภิ ารกจิ สำคญั คอื “กรมอทู่ หารเรอื ” หนว่ ย
งานทางชา่ งลำดบั ต้น ๆ ของประเทศ โดยกรมอู่
ทหารเรือได้จัดตั้ง “ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย
กรมอทู่ หารเรอื ” หรอื ศบภ.อร. ขนึ้ เพอ่ื ชว่ ยเหลอื
ผู้ประสบภัยตามท่ีศูนย์บรรเทาสาธารณภัย
กองทัพเรือได้ประสานมา นอกจากน้ียังได้จัด
สร้างเรือท้องแบนและเรือผลักดันน้ำ รวมถึงวาง
กำลงั ผลกั ดนั นำ้ ในจดุ ตา่ ง ๆ ของกรงุ เทพมหานคร
จำนวน 8 จุด ประกอบด้วย คลองภาษีเจริญ
คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต คลองหลวงแพ่ง
คลองราชมนตรี คลองสนามชัย คลองบางเขน
คลองมหาสวัสด์ิ และคลองลาดพร้าว อีกท้ังยังมี
“นวัตกรรม” ชว่ ยเหลอื ผูป้ ระสบอทุ กภัย ดว้ ยการ
ใช้ “แพ” ที่ถูกออกแบบและต่อขึ้นมาเป็นพิเศษ
โดยเป็นแพพักอาศัยพร้อมห้องน้ำในตัวท่ีมีขนาด

155 ยงั ไงก็ชา่ ง...ยังไงกไ็ ม่ท้งิ กนั


นอกจากภารกิจที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว กรมอู่ทหารเรือ” ขึ้น โดยใช้พื้นท่ีห้องเรียน ของ
กรมอู่ทหารเรือยังได้เปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของ ศูนย์พัฒนาอาชีพช่าง กองการศึกษา กรมพัฒนา
ต่าง ๆ จากข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ การชา่ ง กรมอทู่ หารเรอื และหอ้ งเรยี นของโรงเรยี น
ตลอดจนบริษัทหา้ งรา้ นตา่ ง ๆ เพื่อจัดหาถุงยังชีพ ชา่ งกรมอทู่ หารเรอื กองการศกึ ษา กรมพฒั นาการ
น้ำด่ืม และเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ที่จำเป็น ช่าง กรมอู่ทหารเรือ ท่ีอาคารอเนกประสงค์
ด้วยการมอบหมายให้ชุดเฉพาะกิจของกรมอู่ กรมอู่ทหารเรือ จำนวน 9 ห้อง แบ่งเป็นช้ันที่ 3
ทหารเรือ ภายใต้การกำกับดูแลของ “กองการ จำนวน 5 ห้อง และชั้นที่ 4 จำนวน 4 ห้อง ซึ่ง
ศกึ ษา กรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือ” เป็น สามารถรองรับผู้ประสบภัยได้ประมาณ 200 คน
ผู้รับผิดชอบ โดยชุดเฉพาะกิจดังกล่าวได้ประสาน ในส่วนของเครื่องนอนนั้น ได้รับการสนับสนุน
ความร่วมมือไปยังหน่วยงานภาคเอกชน รวมท้ัง จากศูนย์บรรเทาสาธารณภยั กรมอทู่ หารเรอื จำนวน
รายการสถานีประชาชน องค์การกระจายเสียง 150 ชุด โดยมีสถิติผู้เข้าพักอาศัยท่ีศูนย์พักพิง
และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ผู้ประสบภัยอาคารอเนกประสงค์ กรมอู่ทหารเรือ
TPBS เพ่ือร่วมกันให้การช่วยเหลือผู้ประสบ ตั้งแต่วันท่ี 27 ตุลาคม พ.ศ.2554 - วันที่ 14
อุทกภัยในคร้ังน้ี ท้ังการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน พฤศจกิ ายน พ.ศ.2554 จำนวน 111 ราย

การชว่ ยเหลอื ผสู้ งู อายุ ผทู้ พุ พลภาพ และการลำเลยี ง ภารกิจแห่งการช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัย
ผู้ประสบภัย ในกรณีเร่งด่วน ตลอดจนการแจก ในพื้นที่ต่าง ๆ มีชีวิตรอดปลอดภัยได้เป็นผล
จ่ายถุงยังชีพ ให้แก่ ผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ สำเร็จจึงก่อเกิดเป็น “รางวัล” ท่ีสามารถสร้าง
ของจังหวัดลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี “รอยย้ิม” “ความสุข” และ “ความภาคภูมิใจ”
นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ไปแล้วกว่า ให้แก่ชาวกรมอู่ทหารเรือทุกคน ขณะเดียวกัน
10,000 ครัวเรือน โดยการมอบเรือท้องแบน ภารกิจท่ีได้รับมอบหมายน้ันก็นับเป็นวิถีทางแห่ง
พร้อมเครื่องยนต์ 17 ลำ เรือพายทำด้วยไฟเบอร์ การ “สร้างคน” ทดี่ ีอีกทางหน่ึง เพราะมนี ักเรียน
กลาส 56 ลำ ส้วมลอยน้ำ 5 หลงั ส้วมกระดาษ ช่างกรมอู่ทหารเรือหลายคนท่ีมีจิตอาสา ขอไป
30 ชุด เสื้อชูชีพกว่า 100 ตัว ถุงยังชีพกว่า ช่วยเหลือผู้ประสบภัย อย่างไม่เห็นแก่ความ
10,000 ถุง น้ำดื่มกว่า 3,000 โหล รวมทั้งยา เหน็ดเหน่ือย และยากลำบาก ซ่ึงถอื เปน็ สง่ิ หนงึ่ ที่
รักษาโรคและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ รองเท้าบู๊ตกันน้ำ ทำให้ม่ันใจได้ว่า ในวันข้างหน้า พวกเขาเหล่าน้ัน
อาหาร และเครื่องใช้จำเป็นอ่ืน ๆ อีกมากมาย จะเติบโตข้ึนเป็น “กำลัง” และเป็น “อนาคต”
ทงั้ ยงั ไดด้ ำเนนิ การจดั ตง้ั “ศนู ยพ์ กั พงิ ผปู้ ระสบภยั ที่ดีของกรมอู่ทหารเรือและกองทัพเรือ อย่าง

แน่นอน

ว 156ารสารกรมอู่ทหารเรอื ประจำปี 2555

จนถึงทุกวันน้ี แม้ทหารช่างจากกรมอู่
ทหารเรือ จะต้องกลายไปเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง
แล้วหลายราย แต่พวกเขาเหล่าน้ันก็ยังยืนหยัดท่ี
จะปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความ
เดือดร้อนมาอย่างต่อเน่ือง นับเป็น “แบบอย่าง”
ท่ีดี ที่ได้จุดประกายความคิดให้คนไทยทุก
หมู่เหล่าลุกขึ้นมาร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมช่วยเหลือ
ซ่ึงกันและกัน โดยไม่ปล่อยปละละเลย ให้ความ
ทุกข์ท่ีเกิดขึ้นกับพี่น้องชาวไทย ต้องตกอยู่บนบ่า
เป็นภาระหน้าท่ีรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง
ทว่าแต่ละหน่วยงาน และแต่ละคน ต่างกุลีกุจอ
ทำทุกสิ่งทุกอย่างเท่าท่ีจะให้การช่วยเหลือได้มาก
ทีส่ ดุ

ฉะน้ัน ในห้วงเวลาที่แสนทรมานของคน
ท่ีถูกน้ำท่วม ขณะที่ผู้ประสบภัยในพ้ืนท่ีต่าง ๆ
รสู้ กึ อนุ่ ใจทไ่ี ดเ้ หน็ วา่ ทหารไมเ่ คยทอดทงิ้ ประชาชน
ในนัยเดียวกัน ทหารก็รู้สึกอิ่มเอมใจเช่นกัน ท่ีได้
เหน็ ว่า ประชาชนเข้าใจ และเห็นความสำคัญของ เปลี่ยนแปลงไปมากมายเพียงใดก็ตาม แต่
ทหารมากข้ึน คำพูดสั้น ๆ เพียงไม่ก่ีคำของ “รากเหงา้ ” อนั เปน็ วถิ เี กา่ ตามแบบฉบบั ของชาวไทย
ผู้ประสบภัยท่ีทักทายถามไถ่ “เหน่ือยไหม” ยงั คงมอี ยเู่ สมอ พลงั ของมหาชน ทงั้ เดก็ คนหนมุ่ สาว
“กินข้าวมาหรือยัง” ทำให้หัวใจของทหารช่าง หรือแม้กระท่ังคนแก่ชรา ที่พร้อมจะแบ่งปันและ
แช่มชนื่ ทง้ั มีพลัง พร้อมท่ีจะทุ่มเทแรงกาย แรงใจ หยิบยื่นน้ำใจไมตรี ให้แก่กัน ทำให้เราได้รู้ว่า
ทำงานเพื่อประชาชนและแผ่นดิน ให้หนักและ “คนไทยไม่เคยท้ิงกัน” แม้ในช่วงเวลาท่ีขมปร่า
ยาวนานขึ้น สถานการณ์น้ำท่วมประเทศในครั้งนี้ ที่สุดของชีวิต ก็อาจมีความหรรษาเจือปนอยู่บ้าง
จึงทำให้เราได้มองเห็นว่า ใน “วิกฤต” ยังมี เราอาจสร้างรอยย้ิม แต่งแต้มบนสีหน้าและแวว
“โอกาส” ท่ีทำให้เราได้หวนนึกถึงวิถีไทยที่ถูกลืม ตาของกันและกันได้โดยไม่ยากนัก และนี่ก็คือ
เป็นเสมือนสิ่งย้ำเตือนว่า แม้สังคมโลกจะ “วถิ งี ดงามในชาวประชา” ท่คี นไทยมมี าช้านาน

157 ยงั ไงก็ชา่ ง...ยังไงกไ็ ม่ท้งิ กนั


ดังน้ัน เม่ือมองในแง่ดี มหันตภัยน้ำท่วม ความเจริญก้าวหนา้ ความศิวไิ ลซ์ที่แท้จรงิ ทัง้ เป็น
ท่ีถาโถมเข้าสู่ประเทศไทยในคร้ังน้ี จึงไม่ได้ทำให้ ส่ิงที่ทำให้ได้ระลึกและหวนไห้ถึง “รากเหง้าของ
ทุกคนได้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี ของคน ชนเผา่ ไทย” วิถชี วี ติ ในรูปแบบเก่า ๆ อันเรยี บงา่ ย
ในชาติ ที่พร้อมจะช่วยเหลอื กันเพียงเท่าน้ัน หาก ที่ตั้งอยู่บนพ้ืนฐานของ “ความพอประมาณ”
แต่เรายังได้ตระหนักรับรู้ว่า แท้จริงแล้ว โลกใบน้ี “ความมีเหตุผล” และ “การมีภูมิคุ้มกัน” ท่ีดี
จะอยู่ได้ก็เพราะคนในสังคมรู้จักการให้และ อันเป็นแก่นแท้ของการใช้ชีวิตที่ถูกหลักและ
การรับ ในทางกลับกัน สังคมจะมีความวุ่นวาย ถูกทาง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่าน้ี ล้วนมีอยู่ในหลัก
มากยิ่งขึ้น ถ้าผู้คนมีแต่ความอยากได้ใคร่มี โดย ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” แห่งองค์พระบาท
ปราศจากการให้ และสิ่งสำคัญ คอื ประสบการณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “คำสอนของพ่อ” ท่ีทรง
จากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ มีคุณค่าเป็นเสมือน มอบให้แก่พสกนิกรไทยทั้งมวลมาต้ังแต่ปี
บทเรียนราคาแพง ท่ีทำให้เราเรียนรู้วา่ การเรง่ รดั พ.ศ.2517 กระทั่งถึงปัจจุบัน พระองค์ยังคงพร่ำ
พัฒนา การว่ิงตามกระแสสังคมโลกอย่างบ้าคล่ัง สอนชี้แนะแนวทางให้แก่ประชาชนของพระองค์
โดยขาดสติ เพื่อให้ทัดเทียมกับคนอ่ืน ไม่ได้เป็น “ด้วยความรกั และความหว่ งใย” ว่า


“...ปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม อันเน่ืองมาจากมลพิษ หรือความ
เสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในที่หน่ึงท่ีใดก็ตาม ย่อมส่งผลกระทบ
ต่อเนื่องไปถึงท่ีอื่น ๆ ด้วยเหตุน้ี ทุกคนทุกประเทศในโลก จึงย่อมมีส่วนรับผิดชอบ
อยู่ด้วยกัน ทั้งในการแก้ไข ลดปัญหา และปรับปรุงสร้างเสริมสภาวะแวดล้อมให้กลับคืนมา
สู่สภาพอนั เอ้ือ ตอ่ การมีชวี ติ อยอู่ ยา่ งเป็นสุขของตนเองและเพอ่ื นมนษุ ย.์ ..”




พระราชดำรสั พระราชทานเพ่อื เชิญลงพิมพ์ในหนังสือท่ีระลึก

ในพธิ ีรับมอบเรือขจัดคราบน้ำมันซึง่ รฐั บาลเดนมารก์ น้อมเกล้า ฯ ถวาย


วันพุธท่ี 20 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2539


ในวนั นี้ ทา่ มกลางสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วราวกับพลกิ ฝา่ มอื แม้คนสมยั ใหมส่ ่วนใหญ่
ของประเทศ จะไมร่ วู้ า่ วถิ ชี วี ติ ทแ่ี สนเรยี บงา่ ยและธรรมดาสามญั ในยคุ เกา่ เมอื่ หลายสบิ ปกี อ่ น มหี นา้ ตา
เป็นเช่นไร แต่เช่ือเหลือเกินว่า อย่างน้อยที่สุดแล้ว คนไทยท้ังสมัยเก่าและสมัยใหม่ จะมีบทเรียน
ร่วมกัน จากสถานการณ์น้ำท่วมท่ีต้องเผชิญในครั้งนี้ และรำลึกได้ว่า “รากเหง้าของคนไทย” นั้น
มที ี่มาจากไหน และอยา่ งไร เพอื่ ท่วี ่าต่อไปในวันขา้ งหน้า เราจะได้ใช้ชวี ิต และเป็นอีกหน่ึงพลงั ในการ
ขับเคลื่อนประเทศไทย ให้ก้าวไปในวิถีทางแห่งการพัฒนา ที่ถูกหลัก และถูกต้องอย่างแท้จริง
ทงั้ ย้ำเตือนตัวเองอยเู่ สมอว่า แมภ้ ยั นำ้ ท่วมอาจทำให้โบราณสถาน วดั วาอาราม บ้านเรอื น สงิ่ กอ่ สร้าง
ต่าง ๆ สญู สน้ิ และลม่ สลายไป แตก่ อ็ ย่าให้ “สามญั สำนกึ และจติ ใจ ท่ีดงี าม” ตอ้ งสญู สิน้ และลม่ สลาย
ตาม เพราะการจะกา้ วขา้ มผ่านมหาอุทกภัยในครงั้ น้ไี ปได้นนั้ คงไมอ่ าจอาศยั เทคโนโลยคี วามก้าวหนา้
ล้ำสมัย หรือหลักการบริหารจัดการแต่อย่างใด ทว่าจะต้องใช้น้ำใจของคนไทยเท่านั้นท่ีจะร่วม
“ฝ่าวิกฤต” ไปดว้ ยกนั และ “แปรเปล่ยี นค่านยิ ม” ในสังคมปัจจุบนั เพอื่ ชว่ ยกัน “สรา้ งอนาคตใหม่”
ของสงั คมไทยใหส้ ดใสและน่าร่ืนรมย์ยง่ิ กวา่ ในวันวานทผี่ า่ นมา...

ว 158ารสารกรมอู่ทหารเรอื ประจำปี 2555

159 ยงั ไงก็ชา่ ง...ยังไงกไ็ ม่ท้งิ กนั


กองทพั เรอื โดยกรมอ่ทู หารเรอื ไดจ้ ดั สร้างแพเพ่อื ช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภยั

และกองทัพเรือไดม้ อบใหก้ บั กองทพั บกเพ่ือดำเนินการต่อไป


กรมอทู่ หารเรอื ได้จดั สรา้ งเรือทอ้ งแบนและทำการลำเลยี ง

เพื่อแจกจ่ายให้กบั ผู้ประสบภัยในพนื้ ท่ีต่างๆ


Click to View FlipBook Version