The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานสื่อการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Freddy Kuregers, 2023-03-12 04:14:08

โครงงานสื่อการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา

โครงงานสื่อการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา

สื่อการเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอรและการบํารุงรักษา E-learning for teaching of computer and Maintenance นายมาวิน วงศจันทร นายพรหมพิริยะ ชูสวาง นายณัฐกิตติ์ คลายวิเชียร โครงงานนี้เปนสวนหนึ่งของการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาคอมพิวเตอรธุรกิจ วิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทยพณิชยการ ปการศึกษา 2565


ข บทคัดยอ หัวขอโครงการ สื่อการเรียนการสอนออนไลนวิชาคอมพิวเตอรการบํารุงรักษา E- Learning for Teaching of computer and Maintenance ผูจัดทําโครงการ นายณัฐกิตติ์ คลายวิเชียร รหัสนักศึกษา 42262 นายพรหมพิริยะ ชูสวาง รหัสนักศึกษา 42714 นายมาวิน วงศจันทร รหัสนักศึกษา 42657 อาจารยที่ปรึกษาหลัก อาจารยดิฐประพจน สุวรรณศาสตร อาจารยที่ปรึกษารวม อาจารยนราภรณ เจริญชัย สาขาวิชา คอมพิวเตอธุรกิจ สถาบัน วิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทยพณิชยการ ปการศึกษา 2565 บทคัดยอ การจัดทําสื่อการเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอรและการบํารุงรักษา วัตถุประสงคเพื่อเปน การ เผยแพร ความรูใหกับบุคคลทั่วไป และบุคคลที่กําลังศึกษาหาความรูใหม ๆ เพื่อนําไปใชใหเกิด ประโยชนเว็บไซตสื่อการเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอรและการบํารุงรักษานั้นเปนสิ่งสําคํญของการ เรียน วิชาคอมพิวเตอรและการนํามาใชงานในชีวิตประจําวัน เนนการศึกษาและปฏิบัติงานจริงพรอม ทั้งบอกวิธีนําไปใชและประโยชนในการศึกษา สามารถหาวิธีและเพิ่มคุณคาใหแกตนเองและผูที่เขามา ชมสื่อการเรียน การสอน ดังนั้นทางคณะผูจัดทําจึงเรียบเรียงขอมูลเกี่ยวกับบุคลิกภาพขึ้นมาใหสะดวก ตอการศึกษาและ คนควาแลวยังสามารถทําแบบทดสอบกอนเรียนและหลังเพื่อทดสอบความรูของ ผูเรียนไดอีกดวย


ค กิตติกรรมประกาศ ขอขอบพระคุณวิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทยพาณิชยการอยางมากที่เอื้อเฟอสถานที่ใหทํา โครงการ และของขอบพระคุณอาจารยที่สอยใหไดเขาใจในการทํางานและ สอนใหรูเรื่องวิชา ความรูตาง ๆ รวม ไปถึงการทําโครงการเว็บไซตสื่อการเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอรและการ บํารุงรักษา โครงการเว็บไซตฉบับนี้ไดจัดทําขึ้นมาดวยความตั้งใจและ ความพยายามเปนอยางมาก โดย ไดรับความรวมมือเปนอยางดีจึงขอขอบพระคุณอาจารยดิฐประพจน สุวรรณศาสตรที่ปรึกษา หลักโคลงการและ อาจารย นราภรณ เจริญชัย ที่ปรึกษารวมที่ไดใหความสับสนุกและใหความ ชวยเหลือรวามทั้งคําปรึกษา และคําแนะนําที่ดีมาโดยตลอดการทําโครงการ รวมทั้งอาจารยใน สาขาคอมพิวเตอรธุรกิจทุกทานที่ คอยตักเตือนสวนที่ผิดพลาด พรอมทั้งขอบคุณทาน คณะกรรมการในการสอบโครงการที่ใหคําติชม เพื่อที่ไดจะนําไปปรับปรุงแกไขใน สวนที่บกพรอง ใหดีขึ้นเพื่อใหโครงการในครั้งนี้ออกมาไดสมบูรณแบบ ขอขอบพระคุณคณะอาจารย พอแม ที่คอยใหกําลังใจ รวมทั้งสมาชิกในกลุมและเพื่อนๆทุก คนที่มีความรวมมือในการทํากิจกรรมตาง ๆ โดยเฉพาะการทําโครงการครั้งนี้ ที่คอยรวมทุกขรวม สุข และผานอุปสรรคตาง ๆ มาดวยกันจนทําใหวิชาโครงการครั้งนี้สําเร็จลุลวงไปดวยดี มาวิน วงศจันทร ณัฐกิตติ์ คลายวิเชียร พรหมพิริยะ ชูสวาง


ง คํานํา การจัดทําโครงการนี้ เปนสวนหนึ่งของวิชาโครงงาน 2 รหัสวิชา 20204-8502 หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาคอมพิวเตอรธุรกิจ โดยคณะผูจัดทําไดจัดทําโครงการประเภท สื่อการ เรียนการสอนผานเว็บไซตวิชา คอมพิวเตอรและการบํารุงรักษา โดยมีการสรางเว็บไซตเพื่อนําเสนอ ผลงานแกผูที่สนใจในการเรียนการสอนออนไลน เว็บไซตที่คณะผูจัดทําไดจัดทําขึ้นนั้น ประกอบดวย ความรูเกี่ยวกับคอมพิวเตอร และการ บํารุงรักษาคอมพิวเตอร โดยภายในเว็บไซตจะประกอบไปดวย เนื้อหาบทเรียนจํานวนทั้งหมด 9 บทเรียน เพื่อใหเขาใจในระบบคอมพิวเตอรสวนประกอบภายในตาง ๆ วิธีการรักษาที่ถูกตองที่ทําให สามารถใชคอมพิวเตอรไดอยางมีประสิทธิภาพสูงสุด รูจักแกไขและ ปองกันภัยคุมคามทาง คอมพิวเตอร เบื้องตนไดดีอีกดวย รวมถึงยังสามรถนําความรูที่ไดจาก การศึกษาไปประยุกตใชในชีวิตประจําวันหรือ ประกอบเปนอาชีพหารายไดเสริม หากโครงการนี้มี ขอผิดพลาดประการใด ทางคณะผูจัดทํา ตอง ขอภัยไว ณ ที่นี้และจะ ดําเนินการพัฒนาผลงาน ทางดานคอมพิวเตอรใหพัฒนาดีขึ้นไป คณะผูจัดทํา 26 กุมภาพันธ 2566


จ สารบัญ หนา หนาอนุมัติ ก บทคัดยอ ข กิตติกรรมประกาศ ค คํานํา ง สารบัญ จ สารบัญรูป ช สารบัญตาราง ญ บทที่ 1 บทนํา 1.1 ภูมิหลังและความเปนมา 1 1.2 วัตถุประสงคโครงการ 2 1.3 ขอบเขตการศึกษา 2 1.4 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 2 1.5 แผนการดําเนินงาน 3 1.6 เครื่องมือที่ใชพัฒนาโปรแกรม 4 1.7 งบประมาณการดําเนินงาน 5 บทที่ 2 ระบบงานและทฤษฎีที่เกี่ยวของ 2.1 ระบบงานในปจจุบัน 6 2.2 ปญหาระบบงานในปจจุบัน 6 2.3 ทฤษฎีที่เกี่ยวของ 7 2.4 ระบบงานที่เกี่ยวของ 23 บทที่ 3 การออกแบบระบบงานดวยคอมพิวเตอร 3.1 การออกแบบผังโครงสรางเว็บไซต (Site Map) 33 3.2 การออกแบบแผนภาพแนวความคิด (Story Board Design) 34 3.3 การออกแบบสิ่งนําเขา (Input Design) 39 3.4 การออกแบบสิ่งนําออก (Output Design) 39


จ สารบัญ (ตอ) หนา บทที่ 4 การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนคอมพิวเตอรการบํารุงรักษา 4.1 เครื่องมือและอุปกรณที่ใช 40 4.2 โปรแกรมที่ใชในการพัฒนา 40 4.3 การติดตั้งโปรแกรมและระบบ 41 4.4 วิธีการนําไปใชงาน 43 บทที่ 5 สรุปผลการทําโครงการ 5.1 สรุปผลโครงการ 45 5.2 ปญหาและอุปสรรคในการดําเนินงาน 46 5.3 สรุปเวลาการทํางานจริง (Gantt Chart) 48 5.4 สรุปคาใชจายในการดําเนินการจริง 48 บรรณานุกรม 49 ภาคผนวก 50 - ใบขอเสนออนุมัติโครงการระบบคอมพิวเตอร (ATC.01) 51 - ใบขอเสนออาจารยที่ปรึกษารวมโครงการ (ATC.02) 52 - ใบขอสอบโครงการระบบคอมพิวเตอรธุรกิจ (ATC.03) ครั้งที่ 1 53 - ใบขอสอบโครงการระบบคอมพิวเตอรธุรกิจ (ATC.03) ครั้งที่ 2 53 - ใบรายงานความคืบหนาโครงการระบบคอมพิวเตอรธุรกิจ (ATC.04) ครั้งที่ 1 54 - ใบรายงานความคืบหนาโครงการระบบคอมพิวเตอรธุรกิจ (ATC.04) ครั้งที่ 2 54 - ใบบันทึกการเขาพบที่ปรึกษาโครงการ (ATC.05) แผนที่ 1 55 - ใบขออนุญาตอาจารยที่ปรึกษารวมจัดทํา เอกสารบทที่ 4-5 (ATC.06) 61 ประวัติผูจัดทําโครงการ 66


สารบัญรูป หนา รูปที่ 2.2 แสดงตัวอยางเว็บไซตของ Adobe 7 รูปที่ 2.2 ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต 11 รูปที่ 2.1 สีขั้นที่ 1 และสีขั้นที่ 2 12 รูปที่ 2.2 สีขั้นที่ 3 และสีขั้นที่4 12 รูปที่ 2.3 การผสมแบบบวก 13 รูปที่ 2.4 การผสมแบบลบ 13 รูปที่ 2.7 การแสดงความหลากหลายของสีที่ไดจากการผสมสีกับสีขาว เทา และดํา 15 รูปที่ 2.8 ชุดสีรอน 16 รูปที่ 2.9 ชุดสีเย็น 16 รูปที่ 2.10 ชุดสีแบบเดียว 17 รูปที่ 2.11 ชุดสีแบบสามเสา 17 รูปที่ 2.12 ชุดสีที่คลายคลึงกัน 18 รูปที่ 2.13 ชุดสีตรงขาม 18 รูปที่ 2.14 ชุดสีตรงขามขางเคียง 19 รูปที่ 2.15 ชุดสีตรงกันขามขางเคียงทั้งสองดาน 19 รูปที่ 3.1 การออกแบบผังโครงสรางเว็บไซต 33 รูปที่ 3.2 หนาแรก 34 รูปที่ 3.3 หนวยการเรียนรูตางๆ 34 รูปที่ 3.4 หัวขอยอยหนวย 35 รูปที่ 3.5 หัวขอยอยหนวยที่ 1 35 รูปที่ 3.6 หัวขอยอยหนวยที่ 2 36 รูปที่ 3.7 หัวขอยอยหนวยที่ 3 36 รูปที่ 3.8 หัวขอยอยหนวยที่ 4 37 รูปที่ 3.10 แบบทดสอบหนวยตางๆ 38 รูปที่ 3.11 ผูจัดทํา 38 รูปที่ 4.3 การติดตั้งโปรแกรม 41 รูปที่ 4.2 เขาไปใน thunkable 42 รูปที่ 4.3 เริ่มตนเรียนคอมพิวเตอรการบํารุงรักษา 42 รูปที่ 4.4 คําอธิบายรายวิชา 43


สารบัญรู ป (ตอ) รูปที่ 4.4 สารบัญ 43 รูปที่ 4.5 ระบบการทํางานของคอมพิวเตอร 44 รูปที่ 5.2 สรุปเวลาการดําเนินงานจริง 46 รูปที่ 5.2 สรุปเวลาการดําเนินงานจริง (ตอ) 47 รูปที่ 5.3 สรุปคาใชจายในการดําเนินการจริง 48 รูปที่ 1 ถายภาพสถานที่ผูรับรองใชงานโปรแกรม โดยมีนักศึกษาดวย 64 รูปที่ 2 ถายภาพสถานที่ผูรับรองใชงานโปรแกรม โดยมีนักศึกษาดวย 64 รูปที่ 3 ถายภาพสถานที่ผูรับรองใชงานโปรแกรม โดยมีนักศึกษาดวย 65 รูปที่ 3 ถายภาพสถานที่ผูรับรองใชงานโปรแกรม โดยมีนักศึกษาดวย 65


1 บทที่ 1 บทนํา 1.1 ภูมิหลังและความเปนมา ยุคแรก ๆ คอมพิวเตอรมีแตเครื่องเปลา ๆ ผูใชตองเขียนโปรแกรมสั่งงาน ตรวจสอบการ ทํางาน ปอนขอมูล และควบคุมเอง ทําใหระยะแรกใชกันอยูในวงจํากัด เมื่อไมมีระบบปฏิบัติการผูใช จะตองเขียนโปรแกรมทั้งหมดตั้งแต ควบคุมเครื่อง เตรียมขอมูล ทํางานตามโปรแกรม ทําใหใช ประโยชนจากเครื่องคอมพิวเตอรไดนอยมาก ไมคุมคา และราคาก็คอนขางแพง ทําใหการใช คอมพิวเตอรอยูในวงจํากัด และตองจัดระบบ ภายหลังการใชงานดวย ดังนั้น ถาพิจารณา ความสามารถในการดูแลและควบคุมระบบจะดีกวาผูใชทั่วไป ระบบปฏิบัติการ หมายถึง โปรแกรมที่ถูกสรางโดยซอฟตแวร ( Software ) หรือเฟรมแวร ( Firmware ) ( เฟรมแวร หมายถึง โปรแกรมที่ประกอบโดยไมโครโปรแกรม ซึ่งเก็บอยูใน หนวยความจํา ROM และ PROM ) หรือทั้งซอฟตแวรหรือเฟรมแวร เพื่อใหฮารดแวรสามารถทํางาน ไดอยางเปนระบและมีความถูกตองแมนยํา ระบบปฏิบัติการ เปนไดทั้งซอฟแวร ฮารดแวร เฟรมแวร หรือผสมผสานกันก็ได โดยเปาหมายหลักของระบบปฏิบัติการ คือ สามรารถใหผูใชคอมพิวเตอรใช งานคอมพิวเตอรไดโดยที่ผูใชไมจําเปนตองทราบกลไกการทํางานของฮารดแวร ในอดีตนั้น ระบบปฏิบัติการมีไมมากนัก และพัฒนาขึ้นมาเพื่อใชกับคอมพิวเตอรเฉพาะรุนเทานั้น แตปจจุบันไดมี การพัฒนาใหสามารถใชงานกับเครื่องคอมพิวเตอรใด ๆ ก็ได ทําใหงายตอการติดตั้งและการใชงาน โดยโปรแกรมทไดรับความนิยมและมีสวนแบงการตลาดมากที่สุดในโลก คือ โปรแกรมที่รูจักในชื่อของ ระบบปฏิบัติการ Windows พัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟท ระบบปฏิบัติการ ( Operating System : OS ) เปนซอฟตแวรที่ใชควบคุมการทํางานของ ระบบคอมพิวเตอรใหสามารถประมวลผลไดถูกตองตามที่ตองการ ทําหนาที่เปนผูประสานระหวางผูใช คอมพิวเตอรและเครื่องคอมพิวเตอรใหสามารถทํางานรวมกันได โดยจุดประสงคของระบบปฏิบัติการ คือการจัดเตรียมสิ่งที่จําเปนในการประมวลผลแกผูใช เพื่อใหเกิดความสะดวกสบายแกผูใช และมีการ ใชทรัพยากรตาง ๆ อยางมีประสิทธิภาพ


2 1.2 วัตถุประสงคโครงการ 1. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร 2. มีความรูเกี่ยวกับการทํางานของโปรแกรมระบบปฏิบัติการบนเครื่องแมขาย เครื่องลูกขาย และอุปกรณพกพา 3. มีทักษะในการติดตั้ง ใชงานระบบปฏิบัติการตาง ๆ และ โปรแกรมยูทิลิตี้ 4. มีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่ดีในการใชคอมพิวเตอร 1.3 ขอบเขตการศึกษา 1. จัดทําสื่อการเรียนการสอนในหัวขอเรื่อง “ระบบปฏิบัติการ” 2. ใชGoogle site ในการทําสื่อการเรียนการสอน 3. การทําสื่อการเรียนการสอนเกี่ยวกับผูที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับ “ระบบปฏิบัติการ” 4. นําแหลงขอมูลและแหลงอางอิงจาก Google และ หนังสือ 5. ใชGoogle form ในการทําแบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน 1.4 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1. ไดดําเนินการทําสื่อการเรียนการสอนของ “ระบบปฏิบัติการ” 2. ไดรับความรูเกี่ยวกับ “ระบบปฏิบัติการ” 3. ไดสงเสริมและพัฒนาการเรียนรูแกผูที่สนใจศึกษาของ “ระบบปฏิบัติการ” 4. ไดนําการสื่อการเรียนการสอนเกี่ยวกับ “ระบบปฏิบัติการ” มาทําใหเกิดแหลงเรียนรู 5. ไดเกิดการเรียนรูและทักษะของการใช “ระบบปฏิบัติการ” ใหเกิดประโยชนใชชีวิต ประจําวัน


3 1.5 แผนการดําเนินงาน (Gantt Chart) ตารางที่ 1.1 แผนการดําเนินงาน รายการ ภาคเรียนที่ 1 มิถุนายน 65 กรกฎาคม 65 สิงหาคม 65 กันยายน 65 ระยะเวลา 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 เสนอหัวขอ ATC.01 5-10 มิ.ย. 65 ประกาศผลรอบที่ 1 13 มิ.ย. 65 เสนอหัวขอ รอบที่2 14-16 มิ.ย 65 ประกาศผล รอบที่ 2 17 มิ.ย. 65 เสนออาจารยที่ปรึกษา รวม ATC.02 13 -30 มิถุนายน 65 สงเอกสารบทที่ 1 สมบูรณ 14- มิ.ย. 65 ถึง 8 ก.ค. 65 สงเอกสารบทที่ 2 สมบูรณ 9-31 ก.ค. 65 สงเอกสาร บทที่ 3 สมบูรณ 1-31 ส.ค. 65 สอบนําเสนอโครงงาน ATC.03 ครั้งที่ 1 5-23 ก.ย. 65 สงเอกสารโครงงาน ปก ,บทที่ 1-3 บรรณานุกรม ATC 01-05 26-30 ก.ย. 65 ติดตามความคืบหนาโปรแกรม อาจารยที่ปรึกษารวม ตุลาคม 65 รายละเอียดในการเขาพบที่ปรึกษารวม 1 2 3 4 สงความคืบหนาโปรแกรม 20 % โครงรางชิ้นงาน ออกแบบโลโกชื่อแบรนด 3-9 ต.ค. 65 สงความคืบหนาโปรแกรม 40 % การลงเนื้อหา จัดวางรูปภาพ สีที่ใช 10-16 ต.ค. 65 สงความคืบหนาโปรแกรม 60 % การเชื่อมโยง การตั้งชื่อ 17-23 ต.ค. 65 สงความคืบหนาโปรแกรม 80 % ระบบเริ่มใชงานได 24-31 ต.ค. 65


4 ตารางที่ 1.1 แผนการดําเนินงาน (ตอ) 1.2 เครื่องมือที่ใชพัฒนาโปรแกรม 1. โปรแกรม thankable ใชการออกแบบหนาแอพพลิเคชั่น 2. โปรแกรม Canva ใชในการพิมพเอกสาร 3. โปรแกรม Ocam ใชสําหรับการอัดวิดีโอการสอน รายการ ภาคเรียนที่ 2 พฤศจิกายน 65 ธันวาคม 65 มกราคม 66 กุมภาพันธ 66 ระยะเวลา 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 สงความคืบหนาโปรแกรม 100 % 1-7 พ.ย. 65 สอบนําเสนอโครงงาน ระดับปวส.2 - ปวช.3 ATC.03 ครั้งที่ 2 26 พ.ย. 65 สง ATC.06 1-16 ธ.ค. 65 สง ATC.07 1-30 ม.ค. 66 สงเอกสาร บทที่ 4 สมบูรณ 20 ธ.ค. - 23 ม.ค. 66 สงเอกสาร บทที่ 5 สมบูรณ 31 มกราคม 2566 บทคัดยอ กิตติกรรมประกาศ คํานํา 1-7 ก.พ.66 สารบัญ สารบัญรูป สารบัญตาราง 8-14 ก.พ.66 ประวัติผูจัดทํา หนาอนุมัติ 15-19 ก.พ.66 ภาคผนวก ATC.04-05 20-27 ก.พ.66 สงเลมโครงงาน 28 ก.พ.66 สงไฟลเอกสาร Word PDF โปรแกรม ไฟลรวม PDF ไมเกิน 10 มีนาคม 2566


5 1.6 งบประมาณการดําเนินงาน ตารางที่ 1.2 งบประมาณการดําเนินงาน ลําดับ รายการ จํานวน ราคา (บาท) 1 กระดาษ A4 2 รีม 300 2 ตลับหมึกพิมพ 1 ตลับ 450 3 คาเขาเลม 1 เลม 150 4 คาแฟลชไดรฟ 1 อัน 300 5 คาซองใสเอกสาร 1 ซอง 20 รวมเปนเงิน 1,220


บทที่ 2 สื่อการเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอรและการ บํารุงรักษา และทฤษฎีที่เกี่ยวของ 2.1 ระบบงานในปจจุบัน ปจจุบันเว็บไซตเขามาบทบาทในชีวิตประจําวันของมากขึ้น ในปจจุบันที่เทคโนโลยีมีการ พัฒนาขึ้น มีความทันสมัยมากขึ้นรองรับการใชชีวิตของคนสมัยใหม สื่อการเรียนการสอนก็มีการ พัฒนาและมีรูปแบบที่ทันสมัยขึ้นดวยเชนกัน การเรียนการสอนผานอินเทอรเน็ต การหาความรูจาก อินเทอรเน็ต อยูที่ไหนก็สมารถเรียนรูศึกษาหาขอมูลจากเว็บไซต ตาง ๆ ได จึงมีการพัฒนาและมีเว็บ ไซด ความรูคาง ๆ มากขึ้น หากคุณตองการเว็บไซตที่ตรงกับวัตถุประสงคและประสบความสําเร็จ ก็ จําเปนจําตองมีการเตรียมการที่ดี ทํางานอยางเปนขั้นตอนตลอดจนพิจารณาถึงปจจัยตาง ๆ ที่ เกี่ยวของอยางรอบดาน การสรางเว็บไซตที่มีคุณภาพมีองคประกอบที่เกี่ยวของอยูมากมายซึ่งเรา จะตองหาขอมูล วิเคราะห และตัดสินใจกอนที่จะถึงขั้นลงมือทําจริง ตัวอยางเชนวัตถุประสงคของ เว็บไซตคืออะไร ใครเปนกลุมผูชมเปาหมาย ทีมงานมีใครบางและแตละคนเชี่ยวชาญในเรื่องใด เพื่อให ศึกษาและเรียนรูหลากหลายเว็บไซต ผูใชจึงมีทางเลือกมากขึ้น ดังนั้นการออกแบบเว็บไซตจึงเปน กระบวนการสําคัญในกรสรางเว็บไซตใหประทับใจผูใช ซึ้งนอกจากตองพัฒนาเว็บไซตที่ดีมีประโยชน แลว ยังตองคํานึงถึงการแขงขันกับเว็บไซตอื่น ๆ สื่อการเรียนการสอนวิชา คอมพิวเตอรและการ บํารุงรักษาก็เปนรายวิชาที่สําคัญอยางหนึ่งทางผูจัดทําจึงใหความสําคัญและไดจัดทํามาเปนรูปแบบสื่อ การเรียนการสอนซึ่ง มีเนื้อหาประกอบไปดวย 9 บท คือเกี่ยวกับ พื้นฐานการทํางานของคอมพิวเตอร และพีซีคอมพิวเตอรการประกอบเครื่องคอมพิวเตอรระบบปฏิบัติการWindows7 และการติดตั้งการ ใชงาน อุปกรณพวงโปรแกรมติตั้งอุปกรณตอพวงการบํารุงรักษาคอมพิวเตอร โปรแกรมปองกันไวรัส คอมพิวเตอรโปรแกรมอรรถประโยชนและการสํารอง/กูคืนขอมูล การแกปญหาการใชงาน คอมพิวเตอรดวย โปรแกรมไบออสดังนั้นคณะผูจัดทําไดจัดทําเว็บไซตสื่อการเรียนการสอนวิชา คอมพิวเตอรและการบํารุงรักษาเพื่อสะดวกในสืบคนและการศึกษาเพิ่มเติมสําหรับผูที่สนใจ เพื่อ เผยแพรความรูให บุคคลทั่วไปที่ตองการจะศึกษาขอมูล


2.2 ปญหาระบบงานในปจจุบัน 1. มีที่ใหความเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอรและการบํารุงรักษาเปนพื้นฐานเดิมอยูแลว แต ขอมูลละเนื้อของแตละเว็บไซตนั้นมีไมครบถวน เราจึงจัดทําเว็บไซตนี้ขึ้น 2. ปจจุบันสื่อการเรียนการสอนคอนขางจะซับซอนในการนําเสนอขอมูลทําใหผูศึกษาสับสนใน ขอมูลที่ศึกษา 3. ปจจุบันกลุมผูที่ศึกษาและผูที่สนใจยังดูแลรักษาคอมพิวเตอรกันแบบที่ผิด ๆ 2.3 ทฤษฎีที่เกี่ยวของ รูจักกับการออกแบบเว็บไซต การออกแบบเว็บไซตนั้นไมไดหมายถึงลักษณะหนาตาของเว็บไซตเพียงอยางเดียวแต เกี่ยวของตั้งแตการเริ่มกําหนดเปาหมายของเว็บไซตระบุกลุมผูใชการจัดระบบขอมูล การสราง องคประกอบตาง ๆ ในการออกแบบหนาเว็บรวมไปถึงการใชเทคนิคพิเศษ การเลือกใชสี และการ จัดรูปแบบตัวอักษร นอกจากนั้นยังตองคํานึงถึงความแตกตางของสื่อกลางในการแสดงผลเว็บไซตดวย เชน ความละเอียดของสี ขนาดความพอดีตาง ๆ ที่ผูใชมีอยู เพื่อใหผูใชเกิดความสะดวกและความพอ ใยที่เขามาอานขอมูลในเว็บนั้น ดังนั้นทุกสิ่งทกอยางในเว็บไซตทั้งที่คุณมองเห็นและมองไมเห็นลวน เปนผลมาจากการออกแบบเว็บไซตทั้งสิ้นเว็บไซตที่ดูสวนงามหรือมีลูกเลนมากมายนั้นอาจจะไม นับเปนการออกแบบที่ดีก็ได ถาความสวยงามและลูกเลนเหลานั้นไมเหมาะสมกับเว็บไซต ดวยเหตุนี้ ตึงเปนเรื่องยากที่จะระบุวาการออกแบบเว็บไซตที่ดีนั้นเปนอยางไร เนื่องจากไมมีหลักเกณฑแนนอนที่ จะใชไดกับทุกเว็บไซต แนวทางการออกแบบบางอยางที่เหมาะสมกับเว็บไซดหนึ่งอาจจะไมเหมาะกับ อีกเว็บไซตหนึ่งก็ได ทําใหแนวทางในการออกแบบของแตละเว็บไซตนั้นแตกตางกันไปตามเปาหมาย และลักษณะของเว็บไซตนั้น เว็บไซตบางแหงอาตองการความสนุกสนาน บันเทิง ขณะที่เว็บอื่นกลับ ตองการความถูกตอง นาเชื่อถือเปนหลัก ดังนั้นอาจสรุปไดวาการออกแบบที่ดีก็คือ การออกแบบให เหมาะสมกับเปา หมายและลักษณะของเว็บไซตโดยคํานึงถึงความสะดวกในการใชงานของผูใชเปนหลักออกแบบให ตรงกับเปาหมายและลักษณะของเว็บไซต เว็บไซตเว็บไซตแตละประเภทตางมีเปาหมายและลักษณะที่แตกตางกัน ตัวอยางเชน เว็บ ไซดที่เปนเครื่องมือคนหาซึ่งเปนแหลงรวมที่อยูของเว็บไซตตาง ๆ ทําหนาที่เปนประตูไปสูเว็บไซตอื่น เว็บไซตเพื่อความบันเทิงผูใชมักดาคหวังที่จะไดพบกับสิ่งที่ตื่นเตน เรื่องราวที่สนุกสนานเพลิดเพลิน หรืออาจจะไดเรียนรูสาระบางอยางบาง


7 รูปที่ 2. แสดงตัวอยางเว็บไซตของ Adobe สวนเว็บไซตขององคกรธุรกิจที่มีเปาหมายเพื่อขายสินคาหรือบริการนั้นยิ่งจําเปนตองใหสําคัญกับการ ออกแบบเว็บไซตในอยางมากเพราะผูใชหรือลูกคาของคุณจะตัดสินใจซื้อสินคาหรือบริการ โดยดูจาก สิ่งที่พบเห็นในเว็บไซต องคประกอบของการออกแบบเว็บไซตอยางมีประสิทธิภาพ องคประกอบตอไปถือเปนพื้นฐานที่สําคัญของเว็บไซตที่ไดรับการออกแบบมาอยางมีประสิทธิภาพ 1. ความเรียบงาย (Simplicity) หลักที่สําคัญของความเรียบงาย คือ การลือสารเนื้อหาถึงผูใชโดย จํากัดองคประกอบเสริมที่เกี่ยวของกับการนําเสนอใหเหลือเฉพาะสิ่งที่จําเปนเทานั้น 2. ความสม่ําเสมอ (Consistency) ใชรูปแบบเดียวกันตลอดทั้งเว็บไซด เนื่องจากผูใชจะรูสึกกับ เว็บไซตวาเปนเสมือนสถานที่จริงถาลักษณะของแตละหนาในเว็บไซตเดียวกันนั้นแตกตางกันมาก ผูใช ก็จะเกิดความสับสนและไมแนใจวากําลังอยูในเว็บเดิมหรือไม 3. ความเปนเอกลักษณ(Identity) การออกแบบตองคํานึงถึงลักษณะขององคกรเนื่องจากรูปแบบ ของเว็บไซตสามารถสะทอนถึงเอกลักษณและลักษณะขององคกรนั้นได 4. เนื้อหาที่มีประโยชน(Useful Content) เนื้อหาถือเปนสิ่งที่สําคัญที่สุดในเว็บไซตดังนั้นเว็บไซตควร จัดเตรียมเนื้อหาและขอมูลที่ผูใชตองการใหถูกตองและสมบูรณโดยมีการปรับปรุงและเพิ่มเติมใหทัน ตอเหตุการณอยูเสมอเนื้อหาที่สําคัญที่สุดคือเนื้อหาที่สรางขึ้นมาเองโดยทีมงานของคุณและไมซ้ํากับ เว็บอื่น เพราะจะเปนสิ่งที่ดึงดูดผูใชใหเขามาในเว็บไซตอยูเสมอ 5. ระบบวิเกชันที่ใชงานงาย (User- Friendly Navigation) ระบบวิเกชันเปนองคประกอบที่ สําคัญมากของเว็บไซตจะตองออกแบบใหผูใชเขาใจไดงายและใชงานสะดวก


8 6. มีลักษณะที่นาสนใจ (Visual Appeal) เปนเรื่องที่ยากที่จะตัดสินวาลักษณะหนาตาของเว็บไซต นาสนใจหรือไมเพราะเกี่ยงของกับความชอบของแตละบุคคลอยางไรก็ตามหนาตาของเว็บไซดจะมี ความสัมพันธกับคุณภาพขององคประกอบตาง ๆ 7. การใชงานอยางไมจํากัด (Compatibility) ควรออกแบบเว็บไซตใหผูใชสวนใหญเขาถึงไดมาก ที่สุด โดยไมมีการบังคับใหผูใชตองติดตั้งโปรแกรมใด ๆ เพิ่มเติมหรือตองเลือกใชบราวเซอรชนิดใดชนิดหนึ่ง จึงจะสามารถเขาถึงเนื้อหาไดสามารถแสดงผลไดในทุกระบบปฏิบัติการและที่ความละเอียดหนาจอ ตางกันอยางไมมีปญหา 8. คุณภาพในการออกแบบ (Design Stability) ถาตองการใหผูใชรูสึกวาเว็บไซตที่มีคุณภาพ ถูกตอง และเชื่อถือได ก็ควรใหความสําคัญกับการออกแบบเว็บไซตอยางมาก 9. ระบบการใชงานที่ถูกตอง (Functional Stability) ระบบการทํางานตาง ๆ ในเว็บไซตจะตองมี ความแนนอน และทําหนาที่ไดอยางถูกตอง กระบวนการพัฒนาเว็บไซต การจัดระบบโครงการสรางขอมูล (Information Architecture) ในกระบวนการพัฒนาเว็บไซตที่จะไดศึกษาตอไปนี้ไดอาศัยหลักการจัดระบบโครงขอมูล ที่ เรียกวา Information Architecture อยูในหลาย ๆ สวนตั้งแตขั้นแรกจนถึงขั้นที่ไดเปนรูปแบบ โครงงานสุดทาย (Final Architecture Plan) ซึ่งถือเปนกระบวนการที่สําคัญมากที่จะทําใหเว็บไซต บรรลุตามเปาหมายที่ตั้งไว การจัดระบบโครงสรางขอมูล คือ การพิจารณาวาเว็บไซตควรจะมีขอมูลและการทํางาน ใดบาง ดวยการสรางเปนผังงานโครงสรางกอนที่จะเริ่มลงมือพัฒนาเว็บเพจโดยเริ่มจากการกําหนด เปาหมายเว็บไซตและกลุมผูใชเปาหมาย ตอมาก็พิจารณาถึงเนื้อหาและการใชงานที่จําเปนแลวนํามา จัดกลุมใหเปนระบบจากนั้นก็ถึงเวลาในการออกแบบโครงสรางขอมูลในหนาเว็บใหพรอมที่จะนําไป ออกแบบกราฟก และหนาตาใหสมบูรณตอไป การจัดทําระบบโครงงานขอมูลเปนพื้นฐานสําคัญในการออกแบบเว็บไซตที่ดี ที่จะชวยพัฒนา แบบแผนราบละเอียดขอมูลในการออกแบบเว็บไซต ซึ่งไดแก รูปแบบการนําเสนอ


9 ระบบการวัดขนาดของรูปภาพ เมื่อจอมอนิเตอรทําการแสดงผลรูปภาพในเว็บเพจพิกเซลในรูปภาพจะจับคูกันแบบหนึ่งตอ หนึ่งกับพิกเซลตามความละเอียดของหนาจอทําใหหนวยการวัดรูปภาพในเว็บจึงเปนพิกเซลไมใชนิ่ง หรือเซนติเมตรแตอยางใด ดังนั้นกระบวนการ ออกแบบกราฟกและรูปภาพตาง ๆ ซึ่งจะมีประโยชน ในการเปรียบเทียบขนาดกราฟกกับองคประกอบอื่น ๆ ในหนาเว็บรวมถึงขนาด วินโดของบราวเซอรอีกดวย ระบบการวัดของละเอียดของรูปภาพ เนื่องจากรูปภาพในเว็บโดยสวนใหญจะแสดงผานจอมอนิเตอร ในทางเทคนิคที่ถูกตองแลว ระบบการวัดความละเอียดของรูปภาพจึงตองเปน “Pixel per inch” (ppi) แตระบบการวัดอีกระบบ หนึ่งคือ “Dot per inch” (dpi) ที่ใชความละเอียดของภาพที่พิมพออกมา ซึ่งความละเอียดที่ไดจะ ขึ้นอยูกับประสิทธิภาพของเครื่องพิมพแตละเครื่องในทางปฏิบัติ หนวย ppi กับ dpi อาจใชแทนกันได ทําใหเปนที่ยอมรับวาความละเอียดของรูปภาพในหนาจอมีหนวยเปน dpi แทนที่จะเปน ppi ที่ ถูกตอง การออกแบบเพื่อผูใช กําหนดกลุมผูใชเปาหมาย การทําเว็บไซดจําเปนตองรูกลุมผูใชเปาหมายที่จะเขามาใชริการในเว็บไซตอยางชัดเจน เพื่อที่จะตอบสนองความตองการของผูใชไดอยางถูกตอง สิ่งที่ผูใชตองการจากเว็บไซต 1. ขอมูลและการใชงานที่เปนประโยชน 2. การตอบสนองตอผูใช 3. ความบันเทิง 4. ของฟรี ขอมูลหลักที่ควรมีอยูในเว็บไซต 1. ขอมูลเกี่ยวกับบริษัท (About the company) 2. รายละเอียดผลิตภัณฑ (Product information) 3. ขาวความคืบหนาและขาวจากสื่อมวลชน (News/Press releases) 4. คําถามยอดนิยม (Frequently asked questions) 5. ขอมูลในการติดตอ (Contact information)


10 โครงสรางระบบขอมูลแบบไฮเปอรเท็กซ(Hypertext) ไฮเปอรเท็กซเปนโครงสรางระบบขอมูลแบบใหมที่มีลักษณะคลายเครือขายโยงใยโครงสราง ระบบนี้ประกอบดวยองคประกอบ 2 สวน คือ รายการหรือกลุมขอมูลที่ถูกลิงค กับลิงคที่เชื่อมโยง ขอมูลเหลานั้น องคประกอบ 2 สวนนี้เมื่อรวมกัน จะเกิดเปนระบบการเชื่อมโยงขอมูลประเภทตาง ๆ ไมวาจะเปนตัวอักษร ขอมูล รูปภาพ เสียง หรือภาพยนตร โดยการเชื่อมโยงนั้นอาจเปนไปตามลําดับ ชั้นขอมูลหรือไมตามลําคับชั้นขอมูล หรือทั้งสองอยางรวมกันก็เปนไดความยืดหยุนอยางสูงของระบบ ไฮเปอรเท็กซ จึงเปนไปไดงายที่คุณจะทําการเชื่อมโยงซับซอนเกินไปจนทําใหผูใชสับสน กระบวนการ 1.3 ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต สิ่งที่ไดรับ Phase1: สํารวจปจจัยสําคัญ (Research) 1. รูจักตัวเอง – กําหนดเหมาะและสํารวจความพรอม 2. เรียนรูผูใช- ระบุกลุมผูใชและศึกบาดวามตองการ 3.ศึกษาคูแขง - สํารวจการแขงขันและเรียนรูคูแขง 1.เปาหมายหลักของเว็บไซต 2.ความตองการของผูใช 3.กลยุทธในการแขงขัน Phase2: พัฒนาเนื้อหา (Site Content) 4. สรางกลยุทธในการออกแบบ 5. หาขอสรุปขอบเขตเนื้อหา Phase3: พัฒนาโครงสรางเว็บไซต (Site Structure) 6. จัดระบบขอมูล 7. จัดทําโครงสรางขอมูล 8. พัฒนาระบบวิเกชัน Phase4: พัฒนาเนื้อหา (Visual design) 9. ออกแบบลักษณะหนาเว็บเพจ 10. พัฒนาเว็บตนแบบและขอกําหนดสุดทาย 1.แนวทางการออกแบบเว็บไซต 2.ขอบเขตเนื้อหาและใชงาน 3.ขอมูลที่ถูกจัดอยางเปนระบบ 1.ลักษณะหนาตาของเว็บไซต 2.เว็บเพจตนแบบที่จะใชในการพัฒนา 3.รูปแบบโครงสรางของเว็บไซต Phase5: พัฒนาเนื้อหา (Production and Operation) 11. ลงมือพัฒนาเว็บไซต 12. เปดตัวเว็บไซต 13. ดูแลและพัฒนาตอเนื่อง 1.แผนผังการสรางขอมูล 2.แนวทางการทองเว็บ 3.ขอมูลที่ถูกจัดอยางเปนระเบียบ 1.เว็บไซตที่สมบูรณ 2.เปดตัวเว็บไซตและทําใหเปนที่รูจัก 3.แนวทางการดูแลเละพัฒนาตอไป


11 รูปที่2.2 ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต โครงสรางขอมูลแบบฐานขอมูล (Database Model) โครงสรางขอมูลแบบนี้มักนําไปใชกับเว็บขนาดใหญที่มีผูรับผิดชอบเรื่องระบบฐานขอมูล โดยเฉพาะฐานขอมูลเปนการจัดระบบขอมูลที่เปนที่นิยมมากประเภทหนึ่งโดยขอมูลจะถูกจัดอยูในรูป แถวและคอลัมนดวยกฎเกณฑบางอยางที่มีการกําหนดไวเฉพาะฐานขอมูลนั้น ๆ การนําระบบ ฐานขอมูลมาใชในเว็บไซตจะชวยเพิ่มความสามารถในกรดนหาขอมูลไดอยางถูกตองและรวดเร็ว นอกจากนั้นการใชระบบฐานขอมูลยังชวยเพิ่มความสะดวกในการดูแลและปรับปรุงเนื้อหาอยางมี ประสิทธิภาพ เนื่องจากความซับชอนของกฎเกณฑและขอจํากัดตาง ๆ ในระบบฐานขอมูลจึงเปนเรื่องยากใน การจัดเนื้อหาทั้งหมดของเว็บไซตซึ่งมีทั้งตัวอักษร ลิงครูปภาพ และสื่ออื่น ๆ ไวในฐานขอมูลเดียวกัน ไดทั้งหมด หรือถาจะทําจริงที่ก็ตองใชเวลาและความพยายามอยางมากดวยเหตุดังกลาวระบบ ฐานขอมูลควรนําไปใชกับบางสวนในเว็บไซตหรือเว็บไซตยอย (Sub site) หลักการออกแบบหนา สรางลําดับชั้นความสําคัญขององคประกอบ (Visual Hierarchy) หลักสําคัญในการออกแบบหนาเว็บอยางหนึ่งก็คือการสรางสําคับชั้นความสําคัญของ องคประกอบตาง ๆ ภายในหนาเว็บ เพื่อเนนใหเห็นวาอะไรเปนเรื่องสําคัญมากสําคัญรองลงไป หรือ สําคัญนอยตามสําดับการจัดระเบียบขององคประกอบอยางเหมาะสมจะชวยแสดงถึงความสัมพันธ ระหวางองคประกอบตาง ๆ ในหนาเว็บไดในการออกแบบคุณจึงควรใหความสนใจกับปจจัยเหลานี้ ขนาดเปรียบเทียบ (relative size) ขององคประกอบตาง ๆ ในหนาเว็บจะชวยสื่อความ หมายถึงความสําคัญของสิ่งหนึ่งตอสิ่งอื่น ๆ โดยองคประกอบที่มีขนาดใหญยอมสามารถดึงความสนใจ ของผูใชไดกอน และยังแสดงถึงความสําคัญที่มีเหนือองคประกอบขนาดเล็ก ตัวอยางที่เราเห็นกันอยู ทั่วไปก็คือ การกําหนดหัวขอเรื่องตาง ๆ ใหมีขาดใหญกวาสวนของเนื้อหาเสมอ เพื่อแสดงใหผูใช มองเห็นไดชัดเจนและเขาใจจุดสําคัญของเนื้อหาไดดีขึ้น แตเมื่อใดก็ตามที่คุณกําหนดใหสวนของหัวขอ มีขนาดเล็กกวาเนื้อหาก็จะสงผลใหผูใชเกิดความสับสนไดทันที ตําแหนงและลําดับขององคประกอบ แสดงถึงลําคับความสําคัญของขอมูลที่คุณตองการใหผูใชไดรับ เนื่องจากภาษาสวนใหญรวมถึง ภาษาไทยและอังกฤษจะอานจากซายไปขวา และจากบนลงลาง คุณจึงควรจัดวางสิ่งที่มีความสําคัญไว ที่สวนบนหรือดานซายของหนาอยูเสมอ เพื่อใหผูใชมองเห็นไดกอน แตถาคุณจัดวางสิ่งสําคัญไวที่ สวนทายของหนา ผูใชจํานวนมากอาจจะไมไดรับขอมูลนั้น


12 รูปที่ 2.1 สีขั้นที่ 1 และสีขั้นที่ 2 รูปที่ 2.2 สีขั้นที่ 3 และสีขั้นที่4 การผสมสีมี 2 แบบคือ การผสมแบบบวก ( Additive mixing ) จะเปนการผสมของแสง ไมใชการผสมของวัตถุที่มี สีบนกระดาษ การนําไปใชงาน จะนําไปใชในสื่อใด ๆ ที่ใชแสงสองออกมา เชน จอโปรเจคเตอร ทีวี หรือจอมอนิเตอร


13 รูปที่ 2.3 การผสมแบบบวก การผสมแบบลบ ( Subtractive mixing ) การผสมสีแบบนี้ไมเกี่ยวของกับแสง แตจะ เกี่ยวของกับการดูดกลืน และสะทอนแสงของวัตถุ การนําไปใชงาน จะนําไปใชในสื่อที่เกี่ยวของกับ การใชวัตถุมีสี เชน ภาพวาด รูปปน หรือ สิ่งพิมพตาง ๆ รูปที่ 2.4 การผสมแบบลบ วงลอสี( Color Wheel ) เปนรูปแบบหนึ่งในการจัดเรียงสีทั้งหมดไวในวงกลม และ เปน การจัดลําดับเฉดสีอยางมีเหตุผลและ งายตอการนําไปใช - วงลอแบบลบ (SubtractiveColorWheel)


14 วงลอสีแบบบวก (Additive Color Wheel) รูปที่ 2.5 วงลอแบบลบ รูปที่ 2.6 วงลอสีแบบบวก


15 สีออน สีเขม และโทนสี ( Tint, Shade and Tone ) ในการผสมสีกลางเขากับสีบริสุทธิ์ จะเกิด เปนตาง ๆ จํานวนมากมาย - สีบริสุทธิ์ผสมกับสีขาว จะไดเปนสีออน ( Tint of the hue ) - สีบริสุทธิ์ผสมกับสีเทา จะไดโทนสีระดับตาง ๆ ( Tone of the hue ) - สีบริสุทธิ์ผสมกับสีดํา จะไดสีที่เขม ( shade of the hue ) - สีออน สีเขม และโทนสี มีประโยชนอยางมากในการจัดชุดของสี เพราะทําใหสีหนึ่ง สามารถ แสดงออกและใหความรูสึกไดหลายแบบยิ่งขึ้น รูปที่ 2.7 การแสดงความหลากหลายของสีที่ไดจากการผสมสีกับสีขาว เทา และดํา ความกลมกลืนของสี ( Color Harmony ) ความเปนระเบียบของสี ที่ทําใหผูชมรูสึกถึง สมดุล และ ความสวยงามในเวลาเดียวกัน - การใชสีที่จืดชืดไป จะทําใหเกิดความรูสึกที่หนาเบื่อ และไมสามารถดึงดูดความสนใจ จาก ผูชมได - การใชสีที่มากเกินไป ก็จะดูวุนวาย ขาดระเบียบ และอาจสรางความสับสนใหกับผูชม เปาหมายในเรื่องสี คือการนําเสนอเว็บไซตโดยใชชุดสีในรูปแบบที่เขาใจไดงาย นาสนใจ และสื่อ ความหมายไดอยางเหมาะสม ชุดสีรอน ( Warm Color Scheme ) ประกอบดวยสีมวงแกมแดง, แดงแกมมวง, แดง, สม, เหลือง และ เขียวอมเหลือง สีเหลานี้สรางความรูสึกอบอุน สบาย และรูสึกตอนรับแกผูชม


16 รูปที่ 2.8 ชุดสีรอน - ชุดสีเย็น ( Cool Color Scheme ) ประกอบดวยสีมวง, สีน้ําเงิน, น้ําเงินออน, ฟา, น้ํา เงินแกมเขียวและ สีเขียวชุดสีเย็นนี้ใหความรูสึกเย็นสบาย องคประกอบรูสึกเยนสบาย องคประกอบที่ ใชสีเย็นจะดูสุภาพเรียบรอย รูปที่ 2.9 ชุดสีเย็น - ชุดสีแบบเดียว ( Monochromatic Color Scheme ) เปนรูปแบบชุดสีที่งายที่สุดคือมี คาของสุทธิ์เพียงสีเดียว แตเพิ่มความหลากหลายโดยการเพิ่มความเขม ออน ในระดับตาง ๆ ชุดสีแบบ นี้จะคอนขางมีความกลมกลืนเปนหนึ่งเดีย


17 รูปที่ 2.10 ชุดสีแบบเดียว - ชุดสีแบบสามเสา ( Triadic Color Scheme ) เปนชุดสีที่อยูที่มุมของสามเหลี่ยมดาน เทาทั้งสาม ซึ่งเปนสีที่มีระยะในวงลอสีเทากัน จึงมีความเขากันไดอยางลงตัว รูปที่ 2.11 ชุดสีแบบสามเสา - ชุดสีที่คลายคลึงกัน ( Analogous Color Scheme ) ประกอบดวยสี 2 หรือ 3 สีที่อยู ติดกัน ในวงลอ สามารถเพิ่มเปน 4 หรือ 5 สีได แตอาจสงผลใหขอบเขตของสีกวางไป


18 รูปที่ 2.12 ชุดสีที่คลายคลึงกัน - ชุดสีตรงขาม ( Complementary Color Scheme ) คือสีที่อยูตรงขามกันในวงลอสี เมื่อนําทั้งสองสีมาใชคูกัน จะทําใหสีทั้งสองมีความสวาง และสดใสมากขึ้น รูปที่ 2.13 ชุดสีตรงขาม - ชุดสีตรงกันขามขางเคียง ( Split Complementary Color Scheme ) เปนชุดสีที่ เปลี่ยนแปลงมาจากชุดสีตรงขาม ชุดสีแบบนี้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น แตจะมีผลใหความสดใส ความสะดุดตาและ ความเขากันของสีลดลงดวย


19 รูปที่ 2.14 ชุดสีตรงขามขางเคียง - ชุดสีตรงกันขามขางเคียงทั้งสองดาน (Double Split Complementary Color Scheme) ดัดแปลงจากชุดสีตรงขามเชนกัน แตสีตรงขามทั้งสองสีถูกแบงแยกเปนสีดนขางทั้งสอง ดานชุดสีแบบนี้มีความหลากหลายของสีที่มากขึ้นแตจะมีความสดใส และกลมกลืนของสีที่ลดลง รูปที่ 2.15 ชุดสีตรงกันขามขางเคียงทั้งสองดาน


20 สีกับอารมณความรูสึก 1. สีแดง ความหมาย ความรัก ความหลงใหล ความตื่นเตน ความกระตือรือรน ความสนใจ ความเร็ว ไฟ ความรอน สงคราม พลัง ความมีชีวิตชีวา ความโกรธ ความกาวราว อันตราย ความมุง มาด ความเปนผูนํา ความแคน และความกลาหาญ พลังของสีแดง สีแดงจะสื่อถึงพลังงานทางเพศชาย ชวยกระตุนการเจริญอาหารและความรูสึกทางเพศ เพิ่ม การขับเหงื่อ เพิ่มอัตราการเผาผลาญ และความดันโลหิต ชวยทําใหวัตถุสิ่งของโดดเดน และสะดุดตา ทําใหประสาทสัมผัสตื่นตัว และทําใหมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เร็วขึ้น สวนในดานความเชื่อของหลักฮวง จุย สีแดงมีพลังอํานาจปองกันพลังงานที่ไมดีหรือสิ่งชั่วรายได แตตองระวังการใชสีแดงในการเจรจา ตอรอง และสถานการณที่ตึงเครียดดวยนะคะ 2. สีน้ําเงิน – สีฟา ความหมาย ความสงบ ความเงียบ ความมั่นคง ความศรัทธา ความมี ระเบียบ ความจริง ความสุขุม ความเชื่อถือ ความจงรักภักดี ความเยือกเย็น ความราบรื่น ความเปน เอกภาพ ความเปนอนุรักษนิยม แรงบันดาลใจ พลังของสีน้ําเงิน - สีฟา โทนสีนี้จะใหความรูสึกสงบเย็นที่สุด ชวยทําใหผอนคลาย และทําใหจิตใจของเพื่อน ๆ รูสึก สงบ เนื่องจากเปนสีที่ชวยกระตุนปฏิกิริยาเคมีในรางกาย นอกจากนั้นยังเปนสีโปรดของผูคนทั่ว โลก มากกวาครึ่ง และยังถูกเลือกใหเปน ‘สีที่ปลอดภัย’ ที่สุดในกรณีที่คุณไมแนใจวาจะใชสีอะไรดีอีก โทน สีฟาจะกระตุนความคิดสรางสรรค และอิสระ สวนโทนสีน้ําเงินนั้นจะสื่อถึงฐานะของสังคมชั้นสูง และ ความร่ํารวย สีน้ําเงินเขมแสดงออกถึงความรู ความเฉลียวฉลาด ตรรกะเหตุผล และความไวเนื้อ เชื่อใจ จึงเหมาะมาก ๆ เลยคะหากจะนํามาใชเกี่ยวกับงาน หรือในสถานที่ทํางาน เพราะจะชวยสราง บรรยากาศสุขุมและเปนมืออาชีพ 3. สีเขียว ความหมาย ธรรมชาติ ชีวิต มนุษยชาติ การเริ่มตน ความสดชื่น ความปลอดภัย อาหาร ความอุดมสมบูรณ ความเปนอมตะ การเจริญงอกงาม การเติบโต การดูแล การรักษาเยียวยา ความเห็นอกเห็นใจ การควบคุม ความสมดุลทางกาย และใจ ความสัมพันธที่ดี พลังของสีเขียว สีเขียวชวยกระตุนใหเพื่อน ๆ รูสึกสดชื่น ลดความเหน็ดเหนื่อย คลายความตึงเครียด ความ ตื่นตระหนก และความวิตกกังวลลงไป อีกทั้งยังเปนสัญลักษณสากลของคําวา ‘ผาน’ หรือ ‘ไป


21 ได’ ดวยนะ สีเขียวสามารถชวยเพื่อน ๆ ผอนคลายสายตา และระบบประสาท สีเขียวเขมชวยใน เรื่องการ มองเห็น และสมาธิ นอกจากนั้นยังมีพลังชวยใหจิตใจภายในสงบ ชวยพัฒนาอารมณ และพฤติกรรม สื่อถึงเกียรติยศความร่ํารวยและเงิน สีเขียวออนนั้นจะชวยใหรูสึกสดชื่น ในขณะที่ สีเขียวมะนาวออน จะสื่อถึงความออนแรงคะ 4. สีเหลือง ความหมาย ความรื่นเริงเบิกบานใจ ความสุข ความสดใสราเริง พลัง อนาคต การ มองโลกในแงดี อุดมคติ จินตนาการ ความหวัง แสงสวาง ฤดูรอน ปญญา ปรัชญา ความคิด สรางสรรค ความไมจริงใจ ความขี้ขลาด การทรยศ ความริษยา ความเจ็บปวย อันตราย พลังของสีเหลือง สีเหลืองเปนสีที่ชวยในเรื่องของการเจริญอาหาร การกระตุนสมอง และความจํา และชวย สรางความมั่นใจ และยังเปนสีที่ชวยเรื่องการคิดวิเคราะห และการใชเหตุผลอีกดวย สีเหลืองเขม จะ ชวยเพื่อน ๆ กระตุนความรูสึก และความคิดถึงอนาคตที่สดใส และดียิ่งขึ้น แตสีเหลืองหมน จะให ความรูสึกเจ็บปวยออนแอคะ ในทางจิตวิทยาสีเหลืองชวยเชื่อมตอความคิดในจิตใตสํานึก ของเรา สี เหลืองเปนสัญลักษณสากลของการเตือนใหระวัง และเปนสีที่สงพลังงานออกไปสูสมอง ของเราไดไว ที่สุดอีก 5. สีสม ความหมาย พลัง ความกระตือรือรน ความมีชีวิตชีวา ความสนุกสนาน การผจญ ภัย ความอบอุน ความยุติธรรม ความรอบรู มารยาท ความหลงใหล ความมีเสนห ความสุข ความ มั่นใจ ความปรารถนา การเก็บเกี่ยว ฤดูใบไมผลิ พลังของสีสม สีสมเปนสีที่ชวยกระตุนพลังงาน และความสดชื่นคะ สื่อไปถึงการมองโลกในแงดี ไปจนถึง สุขภาพที่ดี เชนความฉ่ําสมบูรณของผลสม สีสมสื่อถึงรสชาติ และชวยกระตุนใหเจริญอาหาร สีสม เปนสีแหงความสนุก และการผจญภัย ทั้งยังชวยจุดประกายการสื่อสารที่ดี สีสมชวยกระตุนการ ทํางานของจิตใจ และชวยเพิ่มปริมาณการสงผานของอากาศไปสูสมอง ชวยกระตุนเรื่องการจัดระบบ หรือความเปนระเบียบสิ่งตาง ๆ นอกจากนั้นยังมีพลังดึงดูดความสนใจโดยเฉพาะเด็ก ๆ 6. สีมวง ความหมาย ฐานันดรศักดิ์ จิตวิญญาณ ความสูงสง ความหรูหรา การเฉลิมฉลอง เวทมนตรคาถาความลึกลับ ความเพอฝน สติปญญา การเปลี่ยนแปลง การหลุดพน การปรุงแตง ความโหดราย ความสงางาม ความเยอหยิ่งอวดดี ความโออวด ความเศราโศก การไวอาลัย พลังของสีมวง


22 สีมวงเปนสีที่ชวยในการทําสมาธิ และยังชวยใหนอนหลับลึกไดเปนอยางดี กระตุนความ สรางสรรคทางความฝน และสติปญญา และที่สําคัญยังชวยสงบจิตใจที่วาวุนได สีมวงเขมสื่อถึงความ หรูหรา แตก็แฝงไปดวยความรูสึกเศราโศก อาลัยอาวรณ และความขุนเคืองใจคะ ในสวนของสีมวง ออนชวยกระตุนความรูสึกความออนไหวโรแมนติก ความคิดสรางสรรค ยังไมหมดเทานี้นะคะสีมวงยัง ชวยเติมเต็มความคิดและความปรารถนาภายใน สื่อถึงความเห็นอกเห็นใจ เชื่อมโยงกับพลังงานทาง จิตวิญญาณ และพลังจิต ผูหญิงสวนใหญจะชอบสีมวงออนคะ ในขณะที่ผูชายชอบสีมวงเขมมากกวา 7. สีชมพู ความหมาย ความนุมนวล ความออนโยน ความไรเดียงสา ความออนเยาว การ ดูแลเอาใจใส การทะนุถนอม ความเอื้อเฟอเผื่อแผ จิตใจดี ความหวาน ความบอบบาง นางฟา พลังของสีชมพู สีชมพูมีพลังในการรักษา โดยเฉพาะกับผูที่มีปญหาทางอารมณคะทั้งนี้สีชมพูยังชวยใหจิตใจ สงบ ผอนคลาย และออนโยนขึ้นไดอีกดวย สีชมพูชวยกระตุนใหรูสึกถึงความรัก ความชื่นชม และ ความนาทะนุถนอม สีชมพูจะดึงดูดความออนเยาว ความมั่นใจ ความกระปรี้กระเปรา และความ สนุกสนาน สวนสีชมพูออนจะดึงดูดความออนหวาน ความสวยงาม ความเสนหาที่นุมนวล ความ ออนโยน และความรักแบบไมมีเงื่อนไข เปนสีที่นารักจริง ๆเลยนะคะเนี่ย 8. สีขาว ความหมาย ความบริสุทธิ์ สันติภาพ ความสงบสุข ความดี ความเรียบงาย ความ สะอาด ความไรเดียงสา ความออนเยาว ความหลุดพน ความวางเปลา ความเบา ความเทาเทียม การ เกิด การแตงงาน ความตาย สถานพยาบาล หิมะ การปลอดเชื้อโรค ความเย็น ฤดูหนาว พลังของสี ขาว สีขาวมีพลังชวยสรางสมดุลใหกับการตัดสินใจคะ และแนนอนคะสรางความรูสึกสะอาด ปลอดภัย และเรียบงาย โดยสีขาวจะถึงความสมบูรณแบบ ความเปดเผย ความจริง ความมีเมตตา การรักษา แงบวก ชวยชําระลางความคิด และความรูสึก รวมไปถึงจิตวิญญาณ และพลังดานลบ ชวย เพิ่มพื้นที่วางใหกับความคิดใหม ๆ แตในดานลบสีขาวยังสื่อถึงความรูสึกหนาว เบื่อหนาย จืดชืด พลังของสีขาว สีขาวมีพลังชวยสรางสมดุลใหกับการตัดสินใจคะ และแนนอนคะสรางความรูสึกสะอาด ปลอดภัย และเรียบงาย โดยสีขาวจะสื่อถึงความสมบูรณแบบ ความเปดเผย ความจริง ความมีเมตตา การรักษา แงบวก ชวยชําระลางความคิด และความรูสึก รวมไปถึงจิตวิญญาณ และพลังดานลบ ชวย เพิ่มพื้นที่วางใหกับความคิดใหม ๆ แตในดานลบสีขาวยังสื่อถึงความรูสึกหนาว เบื่อหนาย จืดชืด 9. สี ดํา ความหมาย พลังอํานาจ ความรอบรู ความลึกซึ้ง ความนาเกรงขาม ความเปน ทางการ ความ หรูหรา ความทุกข ความเศรา ความโกรธ ความตาย การมองโลกในแงราย การบังคับ ควบคุม ความ มืด ความลึกลับ ความกลัว ความชั่วราย


23 9. สีดํา ความหมาย พลังอํานาจ ความรอบรู ความลึกซึ้ง ความนาเกรงขาม ความเปน ทางการ ความหรูหรา ความทุกข ความเศรา ความโกรธ ความตาย การมองโลกในแงราย การบังคับ ควบคุม ความมืด ความลึกลับ ความกลัว ความชั่วรายพลังของสีดํา สีดําเปนสีอมตะคลาสสิค สื่อถึง ความรูสึกลึกลับ และไมเปนที่รูจัก แตก็ยังเปนสียอดนิยมของ ใครหลาย ๆ คนสีดําชวยสงเสริมเรื่อง การควบคุมตนเอง และความเปนอิสระ สื่อถึงสิ่งที่มองไมเห็น ความชั่วราย และความมืด ใน ขณะเดียวกันก็ใหความรูสึกหรูหรา ราคาแพง มีรสนิยมอีกดวย สีดําเปน สีที่ดึงดูดพลังงานดานลบ หากใชมากเกินไปจะทําใหรูสึกอึดอัด ไมสบายใจ และสามารถสราง บรรยากาศที่ไมเปนมิตร การ ครอบงํา และการสิ้นสุด 10. สีน้ําตาล ความหมาย ความเปนมิตร ความอบอุน ความจริงใจ ความแข็งแรง ความ ซื่อสัตย ความไวใจ สุขภาพ ความยั่งยืน ความทนทาน ความเรียบงาย ความเปนผูใหญ พลังของสีน้ําตาล สีน้ําตาลจะชวยสรางบรรยากาศที่อบอุนและเขาไดกับแทบทุกสี ใหความรูสึกสมบูรณ เชื่อมโยงกับธรรมชาติแวดลอม ความมั่นคง ความไมไรสาระ และความสมถะติดดิน นอกจากนั้นสี น้ําตาลสื่อถึงความเปนเจาขาวเจาของ ความพิถีพิถัน ความเปนระเบียบ ความรูสึกเปนครอบครัว การ เปนสวนหนึ่ง ความปรองดอง ความสะดวกสบาย และรสนิยมที่ดีในการใชชีวิตไปจนถึงความมีสไตล 11. สีเทา ความหมาย ความออนนอมถอมตน ศักดิ์ศรี ความเสถียร ความมั่นคง ความเปน ทางการ ความมีระเบียบ สติปญญา ความเชื่อถือ ความจงรักภักดี ความเปนผูใหญ ความมีอายุ ความ เศรา ความนาเบื่อ ความเปนอนุรักษนิยม พลังของสีเทา สีเทานี้จะคอนขางสงผลนอยกวาสีอื่น ๆ คะ สีเทามีพลังทําใหจิตใจสงบและมั่นคง แตก็อาจ ทําใหรูสึกลังเลในการตัดสินใจได สีเทาเปนสีที่ไมกอเกิดอารมณจึงอาจทําใหรูสึกดานชาไรชีวิตชีวา ทั้งนี้พลังงานที่ดึงดูดนั้นจะตางกันไปตามระดับความเขมของสี สีเทาเชื่อมโยงกับการมีไหวพริบปญญา การมีความนอบนอม การเก็บตัว และการมีวุฒิภาวะ สื่อถึงความมีศักดิ์ศรี ความสงางาม ความมีระดับ และการประนีประนอม สีเทาเปนสีที่ไมเรียกรองความสนใจ และชวยเปนพื้นหลังขับใหสีอื่นโดดเดน ซึ่งสามารถชวยสรางความรูสึกผอนคลาย และสงบเย็นใหกับจิตใจ สีเทาออนนั้นจะสื่อถึงผูหญิง ในขณะที่สีเทาเขมสื่อถึงผูชาย วรรณะของสี คือสีที่ใหความรูสึกรอน-เย็น ในวงจรสีจะมีสีรอน 7 สี และสีเย็น 7 สี ซึ่งแบงที่ สีมวงกับสีเหลือง ซึ่งเปนไดทั้งสองวรรณะ แบงออกเปน 2 วรรณะ


24 วรรณะสีรอน (Warm Tone) ประกอบดวยสีเหลือง สีสมเหลือง สีสม สีสมแดง สีมวงแดง และสีมวง สีใน วรรณะรอนนี้จะไมใชสีสดๆ ดังที่เห็นในวงจรสีเสมอไป เพราะสีในธรรมชาติยอมมีสี แตกตางไปกวาสีในวงจรสีธรรมชาติอีกมาก ถาหากวาสีใด คอนขางไปทางสีแดงหรือสีสม เชน สี น้ําตาลหรือสีเทาอมทอง ก็ถือวาเปนสีวรรณะรอน วรรณะสีเย็น (Cool Tone) ประกอบดวย สีเหลือง สีเขียวเหลือง สีเขียว สีเขียวน้ําเงิน สีน้ํา เงิน สีมวงน้ําเงิน และสีมวง สวนสีอื่น ๆ ถาหนักไปทางสีน้ําเงิน และสีเขียวก็เปนสีวรรณะเย็นดังเชน สี เทา สีดํา สีเขียวแก เปนตน จะสังเกตไดวาสีเหลือง และสีมวงอยูทั้งวรรณะรอน และวรรณะเย็น ถา อยูในกลุมสีวรรณะรอนก็ใหความรูสึกรอน และถา อยูในกลุมสีวรรณะเย็นก็ใหความรูสึกเย็นไปดวย สี เหลือง และสีมวงจึงเปนสีไดทั้งวรรณะรอน และวรรณะเย็น หลักการออกแบบหนาเว็บไซต เว็บไซตเปนสื่อที่ไดรับความนิยมเปนอยางมากบนอินเตอรเน็ต ซึ่งเว็บไซตเปนสื่อที่อยูใน ความควบคุมของผูใชโดยสมบูรณ กลาวคือ ผูใชสามารถตัดสินใจเลือกไดวาจะดูเว็บไซตใด และจะไม เลือกดูเว็บไซตใด ไดตามตองการ จึงทําใหผูใชไมมีความอดทนตออุปสรรค และปญหาที่เกิดจากการ ออกแบบเว็บไซตผิดพลาดถาผูใชเห็นวาเว็บที่กําลังดูอยูนั้นไมมีประโยชนตอตัวเขา หรือไม เขาใจวา เว็บไซตนี้จะใชงานอยางไรเขาก็สามารถที่จะเปลี่ยนไปดูเว็บไซตอื่น ๆ ไดอยางรวดเร็วเนื่องจากใน ปจจุบันมีเว็บไซตอยูมากมาย และยังมีเว็บไซตที่เกิดขึ้นใหม ๆ ทุกวัน ผูใชจึงมีทางเลือกมากขึ้น และ สามารถเปรียบเทียบคุณภาพของเว็บไซดตาง ๆ ได ดังนั้น การออกแบบเว็บไซตจึงเปนกระบวนการ สําคัญในการสรางเว็บไซต หลักการออกแบบการจัดวางเว็บเพจ 1. การวางแผน - กําหนดเนื้อหา กอนลงทําเว็บเราจะตองรูวาเราจะทําเว็บเกี่ยวกับอะไร เนื้อหาเปนอยาง ไกล เปาหมายเปนกลุมใด ทั้งนี้เพื่อที่เราจะไดนําเนื้อหา เหลานั้นมาใสในเว็บเพื่อแสดงใหรูวา เนื้อหา โดยรวมเกี่ยวกับอะไร เชน เกี่ยวกับคอมพิวเตอร ก็ตองมีขอมูลของคอมพิวเตอรแตละชนิด ลักษณะ ราคาแตละรุนและสถานที่ขาย เปนตน - กําหนดเนื้อหา กอนลงทําเว็บเราจะตองรูวาเราจะทําเว็บเกี่ยวกับอะไร เนื้อหาเปนอยาง ไกลุ เปาหมายเปนกลุมใด ทั้งนี้เพื่อที่เราจะไดนําเนื้อหา เหลานั้นมาใสในเว็บเพื่อแสดงใหรูวา เนื้อหา โดยรวมเกี่ยวกับอะไร เชน เกี่ยวกับคอมพิวเตอร ก็ตองมีขอมูลของคอมพิวเตอรแตละชนิด ลักษณะ ราคาแตละรุนและสถานที่ขาย เปนตน


25 2. การเตรียมการ - การเตรียมการดานขอมูลทั้งที่เปนเนื้อหา ภาพ เสียง หรือสิ่งจําเปนตาง ๆ ที่นักเรียนคิด วา ตองการจะนําเสนอในการทําเว็บเพจนั้น เมื่อเรารูแลววาเราจะทําเว็บเกี่ยวกับอะไร การรวบรวม ขอมูล ก็มีสวนสําคัญอยางยิ่ง เชน ถาจะทําเว็บ เกี่ยวกับ โรงเรียน สีประจําโรงเรียน ประวัติโรงเรียน ฯลฯ มา รวบรวมไว แลวหลังจากนั้นก็เอาขอมูลนั้นมาจัดรูปแบบในเว็บตอไป การหาเครื่องมือในการ จัดทํานั้น 3. การจัดทํา - เมื่อวางแผนและเตรียมการเรียบรอยแลว ก็ถึงเวลาจัดทํา อาจจะทําคนเดียว หรือทํา เปนกลุม โดยใชเครื่องมือที่เตรียมไว ซึ่งจะอธิบายถึง วิธีการจัดทําหรือวิธีการสรางเว็บเพจในลําดับ ตอไป 4. การทดสอบและการแกไข - การสรางเว็บเพจทุกครั้งควรจะมีการทดสอบกอนเผยแพรทุกครั้งเพื่อหาขอบกพรองแลว นํามาแกไขการทําเว็บนั้นเมื่อทําเสร็จและอัพโหลดไปไวในเครื่องเซิรฟเวอรแลว ใหทดลองแนะนํา เพื่อนที่สนิทชิดเชื้อและใชอินเทอรเน็ตอยู ลองเปดดูและใหบอกขอผิดพลาดมา เชน การเชื่อมโยงตาง ๆ , รูปภาพ และตัวอักษรวาถูกตองชาไปหรือเปลาหากทดสอบจากเครื่องของตนเองแลว ขอผิดพลาด ตาง ๆ มักจะไมคอยปรากฏใหเห็นเนื่องจากวาขอมูลตาง ๆ จะอยูในเครื่องของตนเอง และการ เชื่อมโยงตาง ๆ เชนกัน โปรแกรมจะทําการคนหาในเครื่องจนพบ ทําใหเราไมเห็นขอผิดพลาด หลังจากทดสอบแลวใหดําเนินการแกไขขอผิดพลาด 5. การนําเว็บเพจตาง ๆ มารวบรวมเปนเว็บไซต - เมื่อสรางเว็บเพจเสร็จ จัดรวบรวม และเรียบเรียงหนาเว็บเพจแตละหนา ทําการทดสอบ แกไขปรับปรุงเสร็จแลวก็สามารถเผยแพรเว็บเพจทั้งหมดออกสูสาธารณชนในรูปแบบของเว็บไซตได หลักการออกแบบโลโก


26 1. มีเอกลักษณโลโกคือตัวแทนของสิ่งๆ หนึ่งที่จําเปนจะตองมีความเปนชิ้นเดียว สิ่งเดียว หรือคนเดียว ฉะนั้นการออกแบบโลโกที่ดีจะตองสามารถมองแลวรูไดอยางทันทีวานี่คือโลโกอะไรและ มีหนาที่อะไร ไมวานักออกแบบจะทําการคิด รวบรวมขอมูล และสรางสรรคออกมาใหสวยงามเพียงใด 2. เรียบงาย หลายคนอาจจะคิดวาการออกแบบโลโกที่ดีนั้นจะตองมีความสวยงามที่สุด ใส ทั้งตัวหนังสือ และกราฟฟกตาง ๆ ใหเลิศหรูที่สุด แตในความเปนจริงแลวหลักการออกแบบโลโกที่ ใชไดดีและไดผลตลอดมานั่นก็คือการออกแบบใหเรียบงายที่สุดโดยความเรียบงายที่วานั้นจะตองมี ความชัดเจนและสวยงามอยางพอดี จึงจะทําใหผูพบเห็นสามารถทําเขาใจไดวานี่คือรูปอะไร มี สวนประกอบของอะไร หรืออานวาอะไรแมวาจะเห็นแคเพียงไมนานก็สามารถจดจําได 3. มีความหมาย หลักการออกแบบโลโกที่ดีนั้นโลโกจะตองสามารถสื่อความหมายได หาก คุณอยากจะใชรูปภาพหรือสัญลักษณหนึ่ง จําเปนที่จะตองสื่อใหเห็นวาโลโกนั้นมีความหมายอยางไร เชนหากตองการออกแบบโลโกรานอาหาร Good Times Burgers คุณควรจะเลือกใชสัญลักษณที่ เกี่ยวกับความดีเยี่ยมและนาฬิกา แนนอนเมื่อผูคนพบเห็นจะทําใหสามารถเขาใจไดในทันที 4. ใชสีสันใหพอดีสีสันเปนสวนสําคัญที่จะทําใหโลโกมีความสวยงามและโดดเดนขึ้นมาได แตการเลือกใชสีสันบนโลโกที่ดีที่สุด คือการเลือกใชใหพอดี เชน ใชเพียงแค 1 – 3 สีเพื่อไมทําใหเกิด ความสับสนกับลูกเลนของสีสันที่มากจนเกินไป หลักการออกแบบแบนเนอร 1. รูปภาพที่ใชในการออกแบบแบนเนอรควรใชขนาดเล็ก หากเราใสรูปภาพและสื่อมาก เทาไหรขนาดของไฟลแบนเนอรที่ออกมานั้นก็จะมีขนาดใหญขึ้นดวย ผลที่ตามมาจะทําใหการโหลด เว็บไซตของเรานั้นมีความลาชาเกิดขึ้นตามมา หากเว็บไซตของเราโหลดชาแลวก็จะมีผลทําใหผูเขามา เยี่ยมชมไมอยากจะรอ 2. ในการออกแบบแบนเนอรโฆษณาแตละครั้งนั้นควรมีการเพิ่มชื่อแบรนดและโลโกของ เรา เขาไปดวยเพราะในแบนเนอรของเราตองมีโลโกรวมถึงชื่อแบรนดดวยเสมอ เพื่อเปนการบอกให ผูอาน ไดรูวากําลังรับชมโฆษณาของแบรนดอะไร 3. ขอความเนื้อหาที่ใสในแบนเนอรนั้นควรกระชับและไดใจความ รูปภาพที่ใชในการ ออกแบบก็ไมจําเปนตองใสคําอธิบายใหเยอะมากมาย ตองใชคําที่สั้น กระชับ อานแลวเขาใจงายและ ตัดสินใจที่จะซื้อไดทันทีเพราะพื้นที่ในปายแบนเนอรมีอยูจํากัด และรูปประกอบตองเหมาะสมกับ 4. ตัวหนังสือควรอานงาย สะดุดตา การจะออกแบบแบนเนอรใหสะดุดตาและดึงดูดสายตา จากคนที่เขามาดูนั้น ขนาดของตัวหนังสือที่เราใหในการออกแบบเบนเนอรโฆษณานั้นมีความสําคัญใน การออกแบบเราตองเลือกตัวหนังสือที่อานงายเปนระบบและเขากับบทความเนื้อหาที่เราไดออกแบบ ไวและมีการจัดวางใหเหมาะสม โดดเดน หลักการการเชื่อมโยงเว็บเพจ


27 การสรางจุดเชื่อมโยง (Hyperlink) เปนการเชื่อมโยงกันจากจุดหนึ่งของเอกสารไปยังอีก ตําแหนงหนึ่งของเอกสารเดียวกันหรือตางเอกสารกันบนอินเทอรเน็ต โดยใชขอความ ภาพ หรือเมนู แบบดร็อปดาวนอยางใดอยางหนึ่งเพื่อเปนตนทางในการเชื่อมโยงไปสูเอกสารปลายทาง ซึ่งอาจเปน จุดใดจุดหนึ่งในเอกสารเดียวกัน (Named Anchor), เว็บเพจอื่น ๆ, เว็บไซต, อีเมล, หรือแมแต ไฟลขอมูลสําหรับดาวนโหลดและการรันไฟลโปรแกรม เปนตน 1. การเชื่อมโยงในเว็บเพจเดียวกัน กรณีที่เว็บเพจมีเนื้อหายาว ๆ แสดงผลไมพอกับจอภาพผูอาน จะตองเลื่อนหนาจอเพื่อดูขอมูลดานลาง ทําใหไมสะดวกเทาที่ควร ผูออกแบบเว็บเพจควรกําหนดการ เชื่อมโยง โดยสรางเปนหัวเรื่องแยกไวตางหากเมื่อผูอานตองการทราบขอมูลเรื่องนั้นสามารถคลิกที่หัว เรื่องและเชื่อมโยงไปยังเนื้อเรื่องนั้นทันที 2. การเชื่อมโยงขอมูลไปยังเว็บเพจอื่นภายในเว็บไซตเดียวกัน การเชื่อมโยงขอมูลไปยังหนาเว็บเพจ อื่นที่อยูเว็บไซตเดียวกัน เพื่อใหสามารถ เลือกดูเนื้อหาตามลิงคของเรื่องที่ตองการเยี่ยมชม 3. การเชื่อมขอมูลไปยังเว็บไซตอื่น การเชื่อมโยงขอมูลไปยังหนาเว็บไซตที่เกี่ยวของหรือนาสนใจโดย วิธีการระบุURLของเว็บไซตนั้น 4. การเชื่อมโยงดวยรูปภาพ การใชรูปภาพเปนจุดเชื่อมโยงเปนการทําใหเว็บเพจนาสนใจและ สามารถใชแทนขอความธรรมดาได 5. การเชื่อมโยงไปยังไฟลตาง ๆ เปนการเชื่อมโยงไปยังไฟลตาง ๆ เชน ไฟลภาพ ไฟลวีดิโอ ไฟล โปรแกรม ซึ่งการ เชื่อมโยงจะเหมือนการลิงคแบบธรรมดา เพียงแตระบุปลายทางไปยังไฟลอื่น ๆ โดย ระบุนามสกุล 6. การเชื่อมโยงไปยังอีเมล ( E-mail ) ใชในกรณีที่ตองการใหคนอื่นติดตอเราโดยใหสรางลิงคชี้ไปยัง อีเมลแอดเดรสของ เรา เมื่อผูใชคลิกที่ลิงคจะสงไปยังอีเมลของเราโดยอัตโนมัติ เทคนิคการตกแตงภาพลงเว็บไซต รูปแบบของไฟลภาพสําหรับเว็บไซตการนํารูปภาพมาใชในหนาเว็บเพจทําใหเกิดความ สวยงามและดึงดูดความสนใจจาก ผูใชงาน ในหนาเว็บเพจอาจมีรูปภาพที่มีลักษณะแตกตางกัน ออกไป เชน ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ภาพที่ผานการปรับแตงเรียบรอยแลวและภาพโปรงใส ดังนั้น การเลือกใชงานรูปภาพควรเลือกใช อยาง 1. ไฟลสกุล GIF (Graphics Interlace File)


28 - เปนรูปแบบไฟลที่มีขนาดเล็กและมีคุณภาพต่ํา เนื่องจากมีจํานวนสีนอยสามารถ เคลื่อนไหวและทําใหพื้นหลังเปนโปรงใสได เปดไดทุกเว็บบราวเซอร 2. ไฟลสกุล PNG (Portable Network Graphics) - เปนรูปแบบไฟลภาพที่นิยมนํามาใชในการปรับแตงภาพ และนํามาประยุกตใชในการ สราง เว็บไซต เพราะมีขนาดไมใหญเกินไป และสามารถทําใหพื้นหลังของภาพโปรงใสได 3. ไฟลสกุล JPEG (Joint Photographer's Experts Group) - เปนรูปแบบของไฟลภาพที่มีความละเอียดหรือคุณภาพสูง สามารถเรียกดูไดทุกเว็บ เบราวเซอร แตไฟลสกุล JPEG เปนไฟลที่มีขนาดใหญและไมสามารถทําพื้นหลังเปนโปรงใสไดจึง เหมาะสมกับการนําเสนองานดวยภาพ ทฤษฎีโปรแกรม Adobe Photoshop 2022 ความหมายโปรแกรม Adobe Photoshop 2022 คือ โปรแกรมคอมพิวเตอรที่รวบรวม เครื่องมือ สําหรับตกแตง ภาพประสิทธิภาพสูง เพื่อการทํางานระดับมาตรฐาน สําหรับนักออกแบบ มืออาชีพที่ตองการสรางงาน กราฟกที่โดดเดน ทั้งงานที่ใชบนเว็บไซตและงานสิ่งพิมพคําวา CS ยอมา จาก Create Suite ซึ่งทาง Adobe ก็มีการจัดกลุมสินคาแบงออกเปนหลาย ๆ กลุม เพื่อใหเหมาะสม กับการนําไปใชงาน แถมยัง ไดราคาที่ถูกกวาการซื้อแบบเดี่ยว ๆ อีกดวย Photoshop คือ โปรแกรม ในตระกูล Adobe ที่ใชสําหรับตกแตงภาพถายและภาพกราฟฟก ไดอยางมีประสิทธิ์ภาพ ไมวาจะเปน งานดานสิ่งพิมพ นิตยสาร และงานดานมัลติมีเดีย อีกทั้งยัง สามารถretouching ตกแตงภาพและ สรางภาพ ซึ่งกําลังเปนที่นิยมสูงมากในขณะนี้ เราสามารถนํา โปรแกรมPhotoshop ในการแตงภาพ การใส Effect ตาง ๆ ใหกับภาพและตัวหนังสือ การทําภาพ ขาวดําและการทําภาพถายเปนภาพเขียน การนําภาพตาง ๆ มารวมกัน การRetouch ตกแตงภาพ เปนตน นอกจากนี้แลว โปรแกรม Photoshop ยังเปนโปรแกรมสรางและแกไขรูปภาพอยางมืออาชีพ โดยเฉพาะนักออกแบบในทุก วงการยอมรูจักโปรแกรมตัวนี้ดี โปรแกรม Photoshop เปนโปรแกรมที่ มีเครื่องมือมากมายเพื่อ สนับสนุนการสรางงานประเภทสิ่งพิมพ งานวิดีทัศน งานนําเสนอ งาน มัลติมีเดีย ตลอดจนงาน ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต ในชุดโปรแกรม Adobe Photoshop จะ ประกอบดวยโปรแกรมสองตัว ไดแก Photoshop และ ImageReady การที่จะใชงานโปรแกรม Photoshop ตองมีเครื่องที่มี ความสามารถสูงพอควร มีความเร็วในการประมวลผล และมี หนวยความจําที่เพียงพอ


29 2.4 ระบบงานที่เกี่ยวของ นางสาวสุพรรณษา ใสใจ, นายปฏิภาณ โฆษิตพิทักพงศ, และนายนันทิพัฒนเย็นดี (2564) การจัดทําสื่อการเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอรและการบํารุงรักษา วัตถุประสงคเพื่อเปนการ เผยแพร ความรูใหกับบุคคลทั่วไป และการบุคคลที่กําลังศึกษาหาความรูใหม ๆ เพื่อนําไปใชใหเกิผลป ระโยฃน นายภานุพงศ เจนสนาม, นางสาวณัฐนิชา แดงมนฑา, และนายพุทธิพงศ ทีประเทศ (2564) ในการจัดทําโครงการเลมนี้จักทําขึ้นเกี่ยวกับเว็บไซตเรียนรูเรื่อง Microsoft PowerPoint 2016 วัตถุประสงคของโครงการจัดทําขึ้นเพื่อเปนแนวทางวิธีการใชงานเกี่ยวกับโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 แบบเบื้องตน นายโชค รัตนสินทร, นายพรพิพัมน ชื่นวันชัย, และนายธนิศร ตรงคณารักษ (2564) ในการ จัดทําโครงการเลมนี้จัดทําขึ้นเกี่ยวกับเว็บไซตสื่อการเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอรและการ บํารุงรักษา วัตถุประสงคของโครงการจัดทําขึ้นเพื่อเปนสื่อการสอนมีเนื้อหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอรและ การบํารุงดูแลสามารถนําเปนสื่อการเรียนรูใหกับนักศึกษาและนักเรียนและผูอื่นไดดวย


บทที่ 3 การออกแบบดวยระบบคอมพิวเตอร 3.1 การออกแบบโครงสรางเว็บไซต(SITE MAP) รูปที่ 3.1 การออกแบบผังโครงสรางเว็บไซต


3.2 การออกแบบภาพแนวความคิด (Story Board Design) รูปที่ 3.3 หนวยการเรียนผูตาง ๆ รูปที่ 3.2 หนาแรก


รูปที่ 3.4 หัวขอยอยหนวย รูปที่ 3.5 หัวขอยอยหนวยที่ 1


รูปที่ 3.6 หัวขอยอยหนวยที่ 2 รูปที่ 3.7 หัวขอยอยหนวยที่ 3


รูปที่ 3.8 หัวขอยอยหนวยที่ 4 รูปที่ 3.9 หัวขอยอยหนวยที่ 5


รูปที่ 3.10 แบบทอดสอบหนวยตางๆ รูปที่ 3.11 ผูจัดทํา


3.3 การออกแบบสิ่งนําเขา (input Design) 1. หนา Home 2. หนาเนื้อหาสื่อการสอน หนวยที่1-5 3. แบบทดสอที่ 1-5 4. หนาผูจัดทํา 3.4 การออกแบบสิ่งนําออก (Output Design) 1. มีการแสดงภาพออกทางจอภาพ 2. มีการออกทางเครื่องพิมพ 3. มีการฉายโปรเจคเตอร


40 บทที่ 4 การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนคอมพิวเตอรบํารุงรักษา 4.1 เครื่องมือและอุปกรณที่ใช 1. Asus TUF Gaming FX505Dy-AL041T 2. CPU AMD Ryzen 5 3500H 3. GPU Radeon rx560X 4. RAM 8GB DDR4 2666 MHz 5. DISPLAY 15.6 inch (1920X1080) FULL HD 6. STORAGE 512 GB SDD PCLE M.2 7. OS Windows 10 4.2 โปรแกรมทั้งหมดที่ใชในการพัฒนา 1. โปรแกรม Google ใชสําหรับ หารูปภาพ และเนื้อหาขอมูล 2. โปรแกรม Thunkable เครื่องมือสรางหนาเว็บและ ออกแบบหนาเว็บ 3. โปรแกรม Canvas ออกแบบรูป ใชสําหรับทําแบบทดสอบทายหนวย.


40 4.3 การติดตั้งโปรแกรม รูปที่ 4.1 เขาไปที่ Google ทําการคนหา 2. ใสลิ้งคแอพพลิเคชั่นลงไปในชองคนหา https://x.thunkable.com/copy/53ec3b26e79483162511a2cfc72290b0


41 รูปที่ 4.2 เขาไปในแอพ Thunkable รูปที่ 4.3 เริ่มตนเรียนคอมพิวเตอรการบํารุงรักษา


42 รูปที่ 4.4 คําอธิบายรายวิชา รูปที่ 4.4 สารบัญ


Click to View FlipBook Version