งานใบตอง
นางสาวปิยฉตั ร นาชัยดี เลขท่ี 6 สคค.64.1
งานใบตอง
น.ส. ปิยฉตั ร นาชยั ดี
๖๔๓0๔0๖000๖
รายงานฉบับน้เี ปน็ ส่วนหน่ึงของรายวชิ า 3400 – 1001 สมั มนาวชิ าชีพ
สาขาวชิ าบริหารงานคหกรรมศาสตร์ วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาลาํ ปาง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
คํานํา
ใบตองในวิถชี ีวิตของคนไทยในทกุ หนแหง่ ไดน้ ำใบตองมำใช้ประโยชนไ์ ด้มำกมำย ทัง้ ใน
ชวี ติ ประจำวัน ในพธิ ีกรรมตำ่ ง ๆ กำรบวงสรวงตำ่ ง เช่นทำบำยศรี กระทง กรวย มำลยั ห่อขนม
หอ่ อำหำร ทีร่ องอำหำร หรือวำงขนม ทำเป็นภำชนะใสอ่ ำหำร ปลำตะเพียน
ในอดตี ที่ผ่ำนมำ มนษุ ยพ์ ยำยำมเรียนรู้ทจี่ ะดำรงชวี ิตอยทู่ ำ่ มกลำงธรรมชำติ โดยเน้นควำม
กลมกลนื ในรูปแบบของกำรพึง่ พำอำศยั ซงึ่ กัน ควำมเปน็ อยู่ภำยใตก้ รอบของกำรรับและกำรให้
อยำ่ งเหมำะสม ส่ิงของเคร่อื งใช้ตำ่ ง ๆ ซ่ึงมนุษยไ์ ดด้ ดั แปลงมำจำกธรรมชำติ ล้วนแล้วแต่จะมกี ำร
นำไปใช้ใหเ้ หมำะสม และมคี วำมสมดุลกับธรรมชำติ ศิลปะงำนใบตองเริม่ มีมำตงั้ แต่สมยั ใดนั้น ไม่
ปรำกฏหลักฐำนทแี่ นน่ ชัด มใี ช้เฉพำะเปน็ ส่วนประกอบของงำนดอกไมแ้ ละใชเ้ ปน็ ภำชนะใส่ขนม
และอำหำรเทำ่ นัน้ ในส่วน ของวัฒนธรรม งำนฝมี อื ต่ำง ๆ ทบ่ี ่งบอกถงึ ควำมเป็นเอกลกั ษณ์ไทย
ตอ้ งยอมรับวำ่ บรรพบรุ ษุ ของเรำชำ่ งคิด และประดิษฐ์ผลงำนอนั สวยงำมท่ีทรงคุณค่ำเอำไวใ้ ห้
เยำวชนรุ่นหลังไดเ้ หน็ และเรียนรู้ กบั ผลงำนเหลำ่ น้ันเพือ่ ช่วยกันพัฒนำงำนฝมี อื ใหค้ งอยู่สืบไป งำน
ใบตองมีมำกมำยหลำยชนิดไม่ว่ำจะเป็น กำรประดษิ ฐก์ ระทงลอย, บำยศรี, พำนขันหมำกขนั หม้ัน,
กำรประดษิ ฐ์ถำดใบตอง ในกำรประดิษฐ์งำนใบตองจะต้องมกี ำรเตรียมวสั ดุอุปกรณท์ ีใ่ ชใ้ นงำนท่ี
เหมำะสม เพ่อื ช่วยลดเวลำในกำรทำงำนและยงั ทำให้งำนทอี่ อกมำมคี ุณภำพและสวยงำม โดย
พจิ ำรณำจำกกำรเลือกชนดิ ของใบตอง กรรไกร เขม็ ด้ำย
งำนแกะสลัก เล่มน้ี เป็นส่วนหนึ่งขอวิชชำสัมมนำวิชำชีพ รหัสวิชำ 3400 – 1001
สัมมนำวิชำชีพผู้จัดทำได้ศึกษำค้นคว้ำในเรื่องของงำนแกะสลัก และศกึ ษำเน้ือหำทนี่ ่ำสนใจ นำมำ
เรียบเรียงเป็นลำดับขั้นตอนพร้อมวิดีโอเพื่อให้สำมำรถเข้ำใจได้ง่ำย ลักษณะของเอกสำรรำยงำน
เล่มนเ้ี ป็นกำรรวบรวมสำระสำคัญของหลกั กำประดิษฐห์ ลำยๆอยำ่ ง กำรเลอื กใช้วัสดุ
ขอขอบคุณท่ำนอำจำรย์ฉันทนำ หอมขจร ผู้ให้คำปรึกษำช้ีแนะและตรวจแก้ไขในรำยงำน
เล่มน้ีตลอดจนทำให้รำยงำนเลม่ น้ีสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ผู้จัดทำหวังเปน็ อยำ่ งย่ิงว่ำรำยงำนเล่มนี้
จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่ำนและผู้ที่มีควำมสนใจจะศึกษำไม่มำกก็น้อย หำกรำยงำนเล่มนี้มี
ขอ้ ผิดพลำดประกำรใดผู้จดั ทำต้องขออภัยไว้ ณ ทน่ี ดี้ ้วย
สารบญั หน้ำ
คํานํา ก
สำรบญั ข
บทนำ 1
บทที่1 ควำมรู้เกีย่ วกับงำนใบตอง ๕
๕
ควำมเป็นมำและควำมสำคัญของปัญหำ ๖
ควำมสำคัญ ๖
ลกั ษณะของงำน ๖
ประโยชน์ ๙
บทท่ี ๒ ประเภทวัสดุอุปกรณ์ ๙
ประเภทวัสดุ ๑0
ประเภทของงาน 1๒
บทท่ี ๓ เทคนิคการประดิษฐ์ ๑๒
เทคนคิ กำรประดษิ ฐ์ ๑๒
องค์ประกอบของงำนใบตอง ๑๒
กำรเลือกใช้วัสดอุ ุปกรณ์ ๑๓
อปุ กรณใ์ นกำรทำใบตอง ๑๔
บทท่ี ๔ กำรประดิษฐ์ ๑๔
กำรประดิษฐ์งำนใบตอง
บทนํา
งำนใบตองและดอกไม้สดประดิษฐ์เป็นเอกลักษณ์ทำงวัฒนธรรมของไทยที่ทั้งคนไทยและคนต่ำงชำติ ยอมรับ
ควำมเป็นศิลปะท่ีละเอียดอ่อน งำนใบตองประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้ส่วนประกอบต่ำงๆ ของต้นกล้วย เช่น ใบกล้วย
และกำบกล้วยมำประดิษฐ์เป็นบำยศรี กระทงดอกไม้ กระทงลอย พำนพุ่ม แจกันดอกไม้ ตกแต่งประดับ
ประดำดว้ ยดอกไม้สดท่ีร้อยกรองเป็นรูปแบบต่ำงๆ อย่ำงวจิ ติ รบรรจง ศลิ ปะงำนใบตองและดอกไมส้ ดประดษิ ฐ์
จัดเป็นงำนประณีตศิลป์ของไทยแบบหนึ่งท่ีมีควำมละเอียดอ่อน สลับซับซ้อนและทำได้ยำก ต้องอำศัยควำม
ชำนำญ ท้ังกำรเลือกใบตอง ดอกไม้ท่เี ปน็ วสั ดุ ต้องอำศัยกำรเรยี นรู้จำกผเู้ ชี่ยวชำญและผ่ำนกำรฝกึ ฝน จึงจะได้
ผลงำนอันสวยงำมที่ทรงคุณค่ำ ตั้งแต่สมัยโบรำณ มนุษย์ใช้ใบตองในกำรห่ออำหำร ห่อขนม และใช้ในเร่ืองที่
เก่ียวกับชวี ิตประจำวัน มีกำรพฒั นำรูปแบบเพ่ิมควำมสวยงำม จนมีผู้คิดประดิษฐ์กระทงใบตองให้เป็นกระทง
บำยศรี ภำชนะใส่ส่ิงของ งำน ใบตองและดอกไม้สดประดิษฐไ์ มม่ ีหลักฐำนชึ้ชัดว่ำเริม่ ขึ้นในสมัยยุคใด หรอื ใคร
เป็นผู้รเิ รม่ิ สอน มีกำรอ้ำงถงึ ใน พระรำชนิพนธ์เรือ่ ง พระรำชพิธี ๑๒ เดือน ว่ำด้วยกำรลอยพระประทีป และ
จำกหนังสือเร่ืองตำรับท้ำวศรีจุฬำ ลักษณ์หรือเรือ่ งนำงนพมำศ ปรำกฏในรัชสมัยของสมเด็จพระร่วงเจ้ำแห่ง
กรงุ สโุ ขทยั กว่ำ ๖๕๐ ปีมำแล้ว ซ่ึงได้ คดิ ตกแตง่ โคมลอยประดับด้วยดอกไม้หลำกสีสวยงำม และยงั นำผลไมม้ ำ
แกะสลักเป็นนกต่ำงๆ เกำะตำมกลีบ ดอกไมแ้ ต่งด้วยธูปเทียนสวยงำม (พรยุพรรณ, ๒๕๔๗) ส่ิงเหล่ำนไี้ ดถ้ ูกส่ัง
สมในคนรุน่ ต่อๆ มำว่ำ บรรพบรุ ุษของ เรำมีควำมสำมำรถลำ้ เลิศย่ิงนักในกำรประดษิ ฐ์ดอกไม้ ใบไม้ ตลอดจน
ผลไม้และวัสดุอื่น ปัจจุบัน งำนใบตองและดอกไม้สดประดิษฐ์ เป็นที่รู้จักกว้ำงขวำงข้ึนและเป็นท่ีสนใจของ
ประชำชนทั่วไป จนถึงชำวต่ำงชำติ ได้มีกำรจัดนิทรรศกำรตำมสถำนศึกษำ ศูนย์กำรค้ำ ตลอดจนหน่วยงำน
รำชกำรต่ำงๆ มีกำร จัดแข่งขันประกวดในระดับต่ำงๆ รวมถึงกำรนำไปใช้ร่วมกับวัฒนธรรมด้ำนอำหำรของ
ไทย โดยมีกำรนำไปใช้ ประดับตกแต่งจำนอำหำร เป็นภำชนะใส่อำหำรคำว หวำน ตกแต่งสถำนที่รบั ประทำน
อำหำร ในสถำนท่ีที่จัดว่ำ เป็นร้ำนอำหำรไทยแท้ และจัดแสดงตำมงำนแสดงสินค้ำและวัฒนธรรมไทยใน
ต่ำงประเทศ ดงั นั้นงำนใบตองและ ดอกไม้สดประดษิ ฐจ์ งึ เปน็ เอกลกั ษณ์อย่ำงหน่ึงของชำติไทย และจัดเป็นส่ือ
อย่ำงหน่ึงในกำรนำเสนอวัฒนธรรมให้ ชำวต่ำงชำติรู้จักประเทศไทยมำกขึ้น แต่งำนใบตองและดอกไม้สด
ประดษิ ฐ์เป็นงำนท่ีต้องอำศัยผู้ชำนำญทตี่ ้อง ฝึกฝนและทำอย่ำงสม่ำเสมอ รวมทัง้ มีควำมคิดริเร่มิ สร้ำงสรรค์ใน
กำรออกแบบช้ินงำนเพื่อจัดทำบำยศรี กระทง ดอกไม้ กระทงลอย พำนพุ่ม แจกนั ดอกไม้ กำรท ำชน้ิ งำนแตล่ ะ
ชนิดต้องใช้เวลำนำน และไม่สำมำรถจัดทำเป็น จำนวนมำกได้ แต่ระยะเวลำในกำรนำไปจัดแสดง หรือใชง้ ำน
กลบั มีขอ้ จำกดั เน่อื งจำกงำนใบตองและดอกไม้สด ประดิษฐท์ ำข้ึนจำกใบไม้และดอกไมส้ ด ทีม่ ีกำรเส่ือมสภำพ
เมื่อเก็บออกมำจำกต้น ใบตองมีอัตรำกำรหำยใจ เพิ่มขึ้นและผลิตฮอร์โมนเอทิลีนที่เร่งกำรสลำยตัวของ
คลอโรฟิลล์ ทำให้ใบตองเปลีย่ นเป็นสีเหลือง ใบเห่ียวหรือ แหง้ เน่ืองจำกมกี ำรสญู เสยี น้ำ ดอกไม้ทีน่ ำมำประดับ
มีสีคล้ำยลงเนอ่ื งจำกปฏิกิรยิ ำ กำรเกิดสีน้ำตำลท่ีเร่งดว้ ยเอนไซมห์ รอื มกี ำรเปลี่ยนแปลงสี ส่งผลให้ช้ินงำนท่ที ำ
ดว้ ยควำมประณีตบรรจง มีอำยุ กำรใช้งำนสัน้ เม่ือเปรียบเทียบกับระยะเวลำและควำมคิดสร้ำงสรรค์ทล่ี งแรง
ผลติ ชนิ้ งำนอนั งดงำมข้นึ มำ
บทที่ 1
ความเปน็ มาและความสําคญั ของปญั หา
ในปัจจุบันมีกำรรณรงค์ให้มีกำรใช้ภำชนะหีบห่อและบรรจุภัณฑ์ท่ีย่อยสลำยได้เองตำมธรรมชำติเพื่อ
ลดผลกระทบต่อสิง่ แวดลอม ซง่ึ วตั ถุดิบธรรมชำติทนี่ ิยมมำทำบรรจภุ ัณฑค์ ือใบตองซึ่งใบตองน้ีก็เป็นวสั ดหุ ลักใน
กำรใช้ห่อขนมไทย โดยใบตองท่ีเหมำะสมแก่กำรนำมำห่อขนมนั้นมีหลำยแบบหลำยขนำด และรูปแบบหนึ่งท่ี
นิยมคือใบตองรูปวงกลม ซ่งึ กำรเจยี นใบตองให้ไดข้ นำดและรูปรำ่ งตำมต้องกำรนน้ั ตอ้ งใชว้ ธิ ีกำรตัดด้วยกรรไกร
หรือมีด ซงึ่ กว่ำจะไดใ้ บตองตำมแบบท่ีต้องกำรนั้นใชเ้ วลำนำน จึงทำใหม้ ีกำรคิดคน้ เครอ่ื งเจยี นใบตองให้ได้รูป
วงกลมตำมต้องกำรและจำนวนครั้งละหลำยใบเพ่อื ควำมรวดเรว็ ประหยดั เวลำต้ังแต่สมยั โบรำณเปน็ ตน้ มนษุ ย์
เรำไดใ้ ชใ้ บตองมำห่ออำหำร หอ่ ขนมต่ำง ๆ และใช้ในเรื่องทีเ่ กย่ี วกบั ชวี ิตประจำวนั เชน่ สมัยก่อนใชเ้ ตำถำ่ นรีด
ผ้ำ ก็ตอ้ งรดี กับใบตองก่อนจะทำให้เตำรีดลื่นดีข้ึน ในดำ้ นควำมสวยงำม ได้มีผู้คดิ ประดิษฐ์ใบตองใหเ้ ปน็ กระทง
บำยศรี ตลอดจนภำชนะใสส่ ิ่งของ ทำให้เกดิ กำรวิวฒั นำกำรกนั มำเร่อื งงำนใบตองเร่ิมข้ึนเมื่อใดหรือยุคใด ใคร
เป็นผู้สอน ไม่มีผู้ใดท่ีจะตอบได้ มีเพียงหนังสือที่สำมำรถค้นคว้ำได้ก็คือ พระรำชนิพนธ์เรื่อง พระรำชพิธี 12
เดอื น ซ่ึงว่ำด้วยกำรลอยพระประทีป และบคุ คลที่อ้ำงถึงและกลำ่ วขวญั จนติดปำกคือ นำงนพมำศหรือท้ำวศรี
จุฬำลักษณ์ ซึ่งไดค้ ิดตกแต่ง โคมลอยประดับด้วยดอกไม้หลำกสีสวยงำม และยังนำผลไม้มำแกะสลักเป็นพวก
นกต่ำงๆ เกำะตำมกลีบดอกไม้แต่งด้วยรูปเทียนสวยงำมจำกส่ิงเหล่ำน้ีก็ได้จำฝังใจกันมำจนปัจจุบันว่ำในสมัย
โบรำณ บรรพบุรุษมคี วำมสำมำรถลำ้ เลิศยง่ิ นักในกำรประดิษฐ์ดอกไม้ ใบไม้ ตลอดจนผลไม้และวัสดอุ ืน่ ๆ
เมื่อมำจนถึงปัจจุบันนี้ งำนใบตองก็ได้ขยำยวงกว้ำงขึ้นเป็นที่สนใจของประชำชนท่ัวไป จนถึง
ชำวต่ำงชำติ ได้มีกำรจัดนิทรรศกำรตำมสถำนศึกษำ ศูนย์กำรค้ำ ตลอดจนหน่วยงำนรำชกำรต่ำง ๆ หรือ
แม้กระท่ังรำยกำรโชว์ทำงโทรทัศน์ดังน้ันผู้ท่ีคิดประดิษฐ์หรือสนใจในวิชำน้ีก็ได้พยำยำมประยุกต์และ
ววิ ัฒนำกำรให้เกิดเป็นหลำยรูปแบบในทำงสร้ำงสรรค์งำนใบตองก็เลยเป็นวิชำท่ีเติบโตข้ึนอย่ำงรวดเร็วท้ังใน
สถำนศึกษำและเป็นสื่อในกำรดึงดูดให้ชำวต่ำงชำติรู้จักประเทศไทยดีย่ิงขึ้น เพรำะงำนใบตองเป็นเอกลักษณ์
อย่ำงหน่ึงของประเทศไทย เป็นส่ิงที่สังเกตได้ว่ำ งำนฝีมือต่ำงๆ ต้นกำเนิดมักจะเกิดข้ึนภำยใน
พระบรมมหำรำชวงั โดยมีกำรนำลูกหลำนเขำ้ ถวำยตัวเพื่อเข้ำรับรำชกำรฝกึ ในศิลปวัฒนธรรมต่ำงๆ เม่ือออกมำ
แล้วก็ได้นำมำเผยแพรห่ รือเขำ้ ประกวดประชันกนั ตอ่ ๆ ไป จนเป็นท่แี พรห่ ลำยในหมูป่ ระชำชนท่ัวไป
ความสาํ คญั
วิถีชีวิตของคนไทย ทุกหนแห่ง ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ได้นำใบตองมำใช้ประโยชน์มำกมำย ท้ังใน
ชีวิตประจำวัน อำทิ ห่อขนม ห่ออำหำร ที่รองอำหำร หรือวำงขนม ขณะท่ีใบตองแห้งนำมำเป็นท่ีมวนบุหร่ี
สำนเป็นที่ใส่ของ กระเป๋ำ ปลำตะเพียนแขวนในเปล (เล้ียงเด็ก) และพิธีกรรม กำรบวงสรวงต่ำงๆ เช่น ทำ
บำยศรี กระทง กรวย มำลัย ในอดีตที่ผ่ำนมำ มนษุ ย์พยำยำมเรียนรทู้ ่ีจะดำรงชีวติ อยทู่ ่ำมกลำงธรรมชำติ โดย
เนน้ ควำมกลมกลนื ในรปู แบบของกำรพึ่งพำอำศยั ซ่งึ กนั ควำมเปน็ อยู่ภำยใตก้ รอบของกำรรับและกำรให้อยำ่ ง
เหมำะสม ส่ิงของเคร่ืองใช้ต่ำง ๆ ซึ่งมนุษย์ได้ดัดแปลงมำจำกธรรมชำติ ล้วนแล้วแต่จะมีกำรนำไปใช้ให้
เหมำะสม และมีควำมสมดุลกับธรรมชำติ ศิลปะงำนใบตองเริ่มมีมำตัง้ แต่สมัยใดนน้ั ไม่ปรำกฏหลักฐำนที่แน่น
ชัด มีใช้เฉพำะเป็นส่วนประกอบของงำนดอกไม้และใช้เป็นภำชนะใส่ขนมและอำหำรเท่ำน้ัน ในส่วนของ
วฒั นธรรม งำนฝีมือต่ำง ๆ ที่บ่งบอกถึงควำมเป็นเอกลักษณ์ไทย ตอ้ งยอมรับว่ำบรรพบรุ ุษของเรำชำ่ งคิด และ
ประดิษฐ์ผลงำนอันสวยงำมที่ทรงคุณค่ำเอำไว้ให้เยำวชนรุ่นหลังได้เห็นและเรียนรู้ กับผลงำนเหล่ำนั้นเพื่อ
ชว่ ยกันพัฒนำงำนฝีมอื ให้คงอยู่สืบไป
ลกั ษณะของงาน
กำรนำใบตองมำประดิษฐ์เป็นช้ินงำนต่ำง ๆให้สวยงำมจำเป็นท่ีผู้ประดิษฐ์ต้องทรำบถึงชนิดและ
คุณลกั ษณะของใบตองเพือ่ ท่ีสำมำรถเลือกใชช้ นิดใบตองได้
1. ใบตองกล้วยตำนี มีสเี ขียวเข้มเป็นมัน เนอ้ื ใบตองมีควำมนุ่มเหนียวไม่เปรำะและฉีกง่ำย มีควำม
หนำพอเหมำะ เส้นใบตองตรงด้ำนสเี ขยี วมีควำมมัน ด้ำนนวลใบตองมีสีขำวขุน่ เหมำะท่ีจะนำไปใช้ทำกระทงใส่
ขนม ถำดใบตอง บำยศรปี ำกชำม กระทงลอย
2. ใบตองกล้วยน้ำว้ำ มีสีเขียวอมเหลือง เปรำะและฉีกแตกง่ำย เหมำะที่จะนำมำห่อขนมท่ีต้อง
นำไปนงึ่
3. ใบตองกล้วยป่ำ มีสีเขียวเข้มคล้ำยใบตองตำนี แต่มีควำมหนำและเส้นตองจะใหญ่กว่ำ มียำง
มำก เม่ือตดั ตรงรอยตัดจะดำ เหย่ี วงำ่ ย
ประโยชน์
ประโยชน์ของงำนใบตอง งำนใบตองเป็นกำรนำใบของต้นกลว้ ยมำใช้ประโยชนแ์ ละประโยชน์ดงั นี้
1. ใชใ้ บตองหอ่ อำหำร ห่อขนมต่ำง ๆ เชน่ กำรห่อทรงเตย้ี ห่อหมก ห่อข้ำวตม้ มดั หอ่ ขนมสอดไส้ ห่อ
ผกั ผลไม้ ทำกระทงใส่ขนม อำหำร ทำให้สะดวกในกำรหยิบอำหำร
๒. ขนมและอำหำรทีห่ อ่ ดว้ ยใบตองมีกล่นิ หอมน่ำรับประทำน จงึ ทำใหม้ ีกำรนำใบตองมำใช้มำกขนึ้ ใช้
ในโอกำสตำ่ ง ๆ ใช้มอบใหเ้ น่ืองในงำนวันสำคญั ประดิษฐภ์ ำชนะจำกใบตอง เชน่ กระเชำ้ ใบตอง ถำดใบตอง
ผอบใสข่ นม ผลไม้ หรอื อำหำร นำไปมอบให้บคุ คลที่เคำรพนับถอื ในวันคลำ้ ยวนั เกดิ วันปใี หม่ วนั ท่ี ประสบ
ผลสำเรจ็ ไปเยย่ี มไขห้ รือในโอกำสพิเศษต่ำงๆ เพื่อแสดงควำมเคำรพนับถือ ผรู้ ับย่อมซำบซ้ึงใน น้ำใจไมตรี
๓. ใช้ประดิษฐ์งำนเพอ่ื ใช้ในพธิ กี รรม ในงำนตำมควำมเชื่อและประเพณี เชน่ งำนแตง่ งำน ลอยกระทง
พธิ ยี กเสำเอกตัง้ ศำล พำนไหว้ครู คนไทยนยิ มประดิษฐ์งำนดอกไม้ใบตองอยำ่ งประณตี เช่น บำยศรี กระทง
ลอย ขนั หมำก ขันสนิ สอด พำนแหวนหมัน้ และพำนรองรับนำ้ สังข์ ฯลฯ
4. งำนพธิ ีทำงศำสนำ ใบตองถือไดว้ ่ำเปน็ ใบไมม้ งคลนำมำประดิษฐ์งำนประณตี ศิลป์ในงำนพธิ ีทำงศำสนำ เช่น
พุ่มคู่สวด กระทงดอกไม้ กระทงสังฆทำน สลำกภัตร พำนพุ่ม และซองพลู ฯลฯ
๕. สรำ้ งควำมคิดริเร่ิมสร้ำงสรรค์ ผู้ทเี่ รยี นรู้กำรประดิษฐ์งำนใบตองสำมำรถนำควำมรู้ ไปสรำ้ งสรรค์
ช้ินงำนใหม่ ๆ เชน่ กำรประกวดกระทงลอย ประกวดบำยศรี กำรประกวดกำรจดั พำนขนั หมำก
๖. งำนใบตองแสดงให้เหน็ ถงึ ควำมเปน็ ไทย มเี อกลกั ษณ์เฉพำะตวั มีควำมละเอียดอ่อน ประณตี มี
ควำมสง่ำงำม และมคี วำมงำมทวี่ ิจติ รพสิ ดำรทไ่ี มม่ ีชำตใิ ดในโลกเหมอื น
๗. มคี วำมอนรุ ักษ์สืบสำนศิลปะงำนใบตองของไทย
๘. นำไปประกอบอำชพี หลกั หรอื อำชพี รองได้
๙. ชว่ ยใหจ้ ิตใจสงบรม่ เยน็ กำรประดษิ ฐ์งำนใบตองน้นั ถอื ว่ำเปน็ สงิ่ สวยงำมนำมำซ่งึ ควำมเพลิดเพลิน
ควำมสงบรม่ เย็น เพรำะจิตใจมีสมำธิ ควำมคิดเกดิ จนิ ตนำกำร ผ้ทู ำงำนใบตองจึงเป็นผมู้ ีอำรมณ์สงบน่ิง
บทที่ 2
ประเภท /วัสดอุ ปุ กรณ์
1. กรรไกร ควรเลือกใช้ขนำดและรูปร่ำงเหมำะมือ น้ำหนักเบำและคมตลอดปลำย เวลำจบั น้วิ ทง้ั หมดเขำ้ ช่อง
พอดี กรรไกรตัดใบตองใช้ขนำดใหญ่และกรรไกรตดั ดำ้ ยใชข้ นำดเลก็
2. เข็มมอื ถำ้ เยบ็ งำนใบตองละเอียดช้ินเลก็ มำกใช้เขม็ มือเบอร์ 9 งำนเย็บใบตองปกติใชเ้ ข็มมือเบอร์ 8 โดย
เลือกท่แี ขง็ แรงขนำดยำว รูกวำ้ งสะดวกในกำรใสด่ ้ำย
3. เขม็ หมุด ชนิดหัวมกุ ใชก้ ลดั หรือตรึงใหอ้ ย่กู บั ท่ีและใช้ฉกี ใบตอง ชนดิ หัวเล็กใช้ตรึงกลีบให้
ตดิ กนั
4. ตะปู ควรเลอื กชนิดตัวเล็กยำว สว่ นมำกใช้ในกำรติดกลบี ประกอบกระทงลอย พำนพมุ่ กระเช้ำใบตองและ
งำนอืน่
5. ไม้กลดั ควรเลือกใช้ไม้ติดผวิ หรอื ใกลผ้ ิว เหลำขนำดเล็กแหลม
6. ด้ำย ท่ีใช้ในงำนใบตอง คอื ดำ้ ยเบอร์ 60 ควรใช้ด้ำย 2 เสน้ ในกำรเยบ็ งำนใบตอง เพรำะดำ้ ยเส้นเดยี วจะมี
ควำมคมตัดใบตองให้ขำดได้
7. กระบอกฉดี นำ้ ควรเลอื กใช้กระบอกฉดี น้ำทีม่ ีละอองน้ำเปน็ ละอองฝอย และพ่นนำ้ ไดม้ ำกขนำดพอเหมำะ
มือ
9. ผำ้ ขำวบำง เมื่อประดิษฐ์ชน้ิ งำนสำเร็จใช้ผำ้ ขำวบำงชุบนำ้ บิดพอหมำด ๆ พบั ทบ 2 ชนั้ ห่องำนหรือคลุมงำน
ใบตองใหเ้ รยี บร้อย
10 .ผ้ำเช็ดใบตอง ควรใช้ผำ้ ฝ้ำยหรอื ผ้ำเนอ้ื น่มุ และดดู ซมึ น้ำไดด้ ี เชด็ ทำควำมสะอำดใบตองทกุ คร้งั กอ่ นนำมำ
ประดิษฐ์ชิ้นงำน
ประเภทของงาน
งำนใบตองสำมำรถแบง่ เปน็ ประเภทตำมลักษณะกำรนำไปใชง้ ำนได้ ดงั นี้
1. ประเภทใช้หอ่ หรอื บรรจุอำหำร ซ่ึงงำนใบตองประเภทนีพ้ บเห็นไดโ้ ดยทว่ั ไปในชีวติ ประจำวันในยุค
หนึ่งใบตองไม่ได้รับควำมนิยม เน่ืองจำกควำมทันสมัยและควำมสะดวก ของพลำสติก แต่ปัจจุบันได้มีกำร
รณรงค์ให้ลดใช้พลำสติก จึงมีกำรนำใบตองกลับมำใช้ในชีวิตประจำวันอีกครั้ง งำนใบตองประเภทใช้ห่อหรือ
บรรจอุ ำหำรได้แก่ กำรห่อแบบตำ่ งๆ กระทงถำดใบตองและกระเช้ำ
2. ประเภทกระทงดอกไม้ มีหลำยรูปแบบ ซึ่งในแต่ละแบบพัฒนำและสร้ำงสรรค์ได้อย่ำงสวยงำม
กระทงทุก ๆ แบบสำมำรถนำไปใช้ได้หลำยโอกำส เช่น ใช้เป็นเคร่ืองสักกำรบูชำพระรัตนตรัย ใช้เป็นเคร่ือง
สักกำระพระมหำกษตั รยิ แ์ ละพระรำชวงศ,์ ชุดขันหมำก เปน็ ต้น
3. ประเภทกระทงลอย กระทองลอย คือ ภำชนะสำหรับใส่ดอกไม้ ธูป เทียน ส่ิงของ ที่ลอยน้ำได้
สว่ นใหญป่ ระดิษฐจ์ ำกใบตองซ่ึงใช้ในเทศกำลวันลอยกระทง
๕. ประเภทบำยศรี บำยศรี คือ ภำชนะทต่ี กแตง่ สวยงำมเป็นพิเศษ เพอ่ื เปน็ สำรับใส่อำหำรคำว หวำน
ในพธิ ีสงั เวยบูชำและพิธีทำขวญั ต่ำงๆ ท้ังพระรำชพิธีและพธิ ีของรำษฎร์ บำยศรหี ลวง” คือ บำยศรีท่ีใช้ในกำร
ประกอบรำชพิธีตำ่ ง ๆ ส่วน “บำยศรีรำษฎร์” คอื บำยศรีที่ใช้สำหรับสำมัญชนท่ัวไป แต่หำกจำแนกตำมกำร
นำไปใช้ สำมำรถจำแนกได้หลำยแบบ เช่น บำยศรีเทพ, บำยศรีพรหม, บำยศรีใหญ,่ บำยศรีบลั ลังก์ บำยศรีต้น
บำยศรีปำกชำม เป็นต้น ด้วยบำยศรเี ป็นส่ิงสำคัญเกยี่ วข้องกับควำมเป็นควำมตำย กำรประดิษฐ์บำยศรีจงึ ตอ้ ง
ระมัดระวัง ประดิษฐ์องค์ประกอบต้องครบถ้วน และควำมระมัดระวังกำรนำไปใช้อย่ำงเหมำะสม เพื่อควำม
เปน็ มงคลสิริสวสั ดใ์ิ นชวี ิต
บทที่ 3
เทคนิคการประดษิ ฐ์
เปน็ เอกลักษณ์ทำงวฒั นธรรมของไทยทม่ี มี ำชำ้ นำน ใช้ในงำนพิธตี ำ่ ง ๆ ในสมยั ก่อนงำนใบตอง
ประดษิ ฐข์ ึน้ โดยใช้ส่วนประกอบของตำ่ ง ๆ ของต้นกล้วย เช่น ใบกล้วยและกำบกลว้ ยมำประดษิ ฐ์เปน็ บำยศรี
กระทงดอกไม้ กระทงลอย พำนพุม่ แจกันดอกไม้ ลว้ นมำจำกส่งิ ท่ีสำมำรถสญู สลำยได้เองตำมธรรมชำติ แมว้ ่ำ
ในปัจจบุ ันนี้ กระแสทำงเทคโนโลยีเข้ำมำมบี ทบำทในสงั คมไทย แต่งำนประดิษฐ์จำกใบตองเหล่ำน้ีกย็ ังไดร้ ับ
กำรสืบทอด และสืบสำนงำนฝมี ือในแขนงนใี้ หค้ งอยสู่ บื ไป
องค์ประกอบของงานใบตอง
ในกำรประดิษฐ์งำนใบตองในรูปแบบตำ่ ง ๆ ท่พี บเหน็ นน้ั ในชิ้นงำนมกั ประกอบไปดว้ ยหลำย ๆ สว่ น ซ่ึง
สำมำรถแยกไดเ้ ปน็ 2 สว่ นใหญ่ ๆ ดังนี้
1. ส่วนประกอบหลกั ไดแ้ ก่ ใบตองท่ีพบั เปน็ กลบี รปู แบบต่ำง ๆ เพอ่ื นำมำใช้ประกอบเปน็ รปู ทรงตำ่ ง ๆ
เช่น ใบตองที่พับเปน็ รปู กลีบผกำซอ้ น รูปกลบี เล็บครฑุ หรือ รูปหักคอม้ำ เป็นตน้
การเลือกใชว้ สั ดุอปุ กรณ์
ในกำรประดษิ ฐ์งำนใบตองแตล่ ะครัง้ จำเป็นท่ีผทู้ ำตอ้ งจัดเตรยี มวัสดแุ ละอุปกรณใ์ ห้พรอ้ ม เพ่ือสะดวกใน
กำรทำงำนใหไ้ ดผ้ ลงำนสวยงำมและรวดเร็วขึ้น วสั ดุอุปกรณ์ที่ใช้ในงำนใบตอง มดี ังนี้
๑. ควรเลือกใช้ใบตองกล้วยตำนี เพรำะมีควำมนมุ่ เหนยี ว ไม่เปรำะ ไมแ่ ตกงำ่ ย มีควำมหนำบำงพอเหมำะ
กำรเลือกใบตองใชใ้ นงำนประดษิ ฐ์งำนใบตอง ควรเลอื กใบตองทม่ี ีสเี ขยี วเข้ม ไมอ่ อ่ นหรอื แก่เกินไป เลือกสี
ใบตองให้เหมอื นกนั
๒. ไมค่ วรเลือกใบตองแก่ ซึ่งมีเนื้อหยำบ หนำ มีจุดสีน้ำตำลเรมิ่ เปน็ สีเหลอื ง ใบตองกระดูกมเี ส้นเปน็ ลูก
คลืน่ หนำ
๓. กำรตัดใบตอง ควรตดั ในตอนเยน็ ถำ้ ตัดตอนเช้ำใบตองจะกรอบแตกง่ำย ควรรอให้สำย เมอื่ ตัดแลว้ ควร
ผ่งึ ลมให้น่มิ ก่อนนำมำใช้
๔. กำรทำควำมสะอำดใบตอง ถำ้ สกปรกใชผ้ ้ำฝำ้ ยชบุ น้ำบิดให้หมำดๆ เช็ดจำกรมิ ดำ้ นแขง็ ไปทำงด้ำนรมิ
อ่อนใบตองท่ีเชด็ สะอำดจะมีลกั ษณะควำมมันด้ำน
๕. กำรฉีกใบตอง ใชก้ รรไกรตัดเอน็ ใบตอง ใช้ไม้บรรทดั วัดขนำดตำมตอ้ งกำร ทร่ี ะยะชว่ งกลำงของใบตอง
เพรำะเป็นส่วนของใบตองที่ตรงมำกท่ีสุด ใชเ้ ข็มหมดุ แทงทะลุแล้วฉีกดงึ ข้ึนเป็นช้นิ ตน้ แบบ ใช้ช้นิ เดิมตลอดเพ่อื
จะไดไ้ มค่ ลำดเคลื่อน
๖. กำรเก็บรกั ษำงำนใบตอง ในระหวำ่ งท่ีเย็บควรนำผำ้ ชุบน้ำหมำด ๆ คลมุ ใบตองไวพ้ รมนำ้ บ่อย ๆ เย็บ
เสร็จแช่นำ้ ไว้ประมำณ 2 ชัว่ โมง นำใสถ่ งุ พลำสตกิ รัดปำกถุงใหแ้ น่น เกบ็ ไวใ้ นชอ่ งแช่ผักในตเู้ ย็น หรือตู้แช่
ดอกไม้ หรือลงั นำ้ แข็ง
อุปกรณใ์ นการทําใบตอง
1. ใบตอง
2. กรรไกร
3. เขม็
4. ด้ำย
6. ผำ้ ขำวบำง
7. ผำ้ เช็ดใบตอง
8. กระบอกฉดี นำ้
9. ไม้กลดั
บทที่ ๔
การประดษิ ฐ์ใบตอง
ข้ันตอนการทาํ กระทงใบตองแบบที่ 1
1. เตรียมวสั ดอุ ปุ กรณ์สำหรบั กำรทำกระทงใบตอง ไดแ้ ก่ ใบตองกล้วยน้ำว้ำท่เี ชด็ สะอำดแล้ว ไม้
บรรทัด ลวดเยบ็ กระดำษ และกรรไกร
2. ตัดใบตองขนำด 5 x 7 นวิ้ จำนวน 2 แผ่น แลว้ นำใบตองดำ้ นสอี ่อนมำประกบกนั
3. ใช้กรรไกรตดั ใบตองในแนวต้ังด้ำนละ 2 รอย โดยตัดเข้ำลกึ 1 นิว้
4. พับใบตองสว่ นทีต่ ัดเขำ้ หำกันท้ังด้ำนซ้ำยและขวำ
5. ใชล้ วดเย็บกระดำษเย็บดำ้ นละ 2 ตวั โดยเย็บในแนวเฉยี งเล็กน้อย (ไม่ควรเย็บในแนวเดยี วกนั กบั
ใบตองเพรำะอำจทำให้ขำดง่ำย)
6. ใช้กรรไกรเกบ็ ขอบของกระทงใบตองใหเ้ รยี บรอ้ ยสวยงำม
ข้นั ตอนการทํากระทงใบตองแบบที่ 2
1. เตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณส์ ำหรบั กำรทำกระทงใบตอง ไดแ้ ก่ ใบตองกล้วยนำ้ ว้ำทีเ่ ช็ดสะอำดแล้ว ไม้
บรรทัด ลวดเย็บกระดำษ ถ้วยใบเลก็ ขนำดเสน้ ผ่ำนศนู ยก์ ลำง 4 น้วิ และกรรไกร แลว้ ตัดใบตอง
ขนำดเทำ่ กับถ้วยทเ่ี ตรียมไว้ 2 แผ่น
2. นำใบตองดำ้ นสีออ่ นมำประกบกนั แลว้ จับมมุ ใบตองพบั เข้ำหำกนั
3. ใชล้ วดเยบ็ กระดำษเย็บที่ใบตองท่ีพบั จะได้มุมท่ี 1
4. จับมุมใบตองฝั่งตรงขำ้ มด้ำนที่เยบ็ เป็นมุมท่ี 2 แลว้ ใช้ลวดเย็บกระดำษเย็บลงไป
5. จบั มุมทเี่ หลอื เป็นมุมท่ี 3 และมมุ ท่ี 4
6. ใชก้ รรไกรเกบ็ ขอบของกระทงใบตองให้เรียบร้อยสวยงำม
ขั้นตอนการทาํ กระทงใบตองแบบท่ี 3
1. เตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณส์ ำหรบั กำรทำกระทงใบตอง ได้แก่ ใบตองกล้วยน้ำว้ำท่เี ช็ดสะอำดแล้ว ไม้
บรรทดั ลวดเย็บกระดำษ และกรรไกร
2. ตดั ใบตองขนำด 4 x 8 น้วิ จำนวน 2 แผ่น แลว้ นำใบตองมำพับคร่ึง จำกน้ันสอดใบตองเขำ้ หำกัน
โดยใหม้ พี ืน้ ท่ีเหลอื่ มกันทงั้ 4 ด้ำน
3. ใช้กรรไกรตดั ตรงกลำงของใบตองเขำ้ ไปคร่ึงนิ้วท้งั 4 ด้ำน
4. พบั สว่ นทต่ี ดั เขำ้ มำซอ้ นกนั แล้วใชล้ วดเยบ็ กระดำษเย็บลงไป
5. ทำให้ครบท้งั 4 ด้ำน
6. ใช้กรรไกรเกบ็ ขอบของกระทงใบตองใหเ้ รียบร้อยสวยงำม