ประวตั สิ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช(พระองค์ดา)
คานา
เร่ือง ประวตั สิ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช(พระองค์ดาป
จัดทาขนึ้ เกยี่ วกบั พระราชกรณยี กจิ รวมถงึ วรี กรรมและขอมูลต่างๆของ
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช แล้วยงั มีเหตุการณ์ทเี่ กยี่ วข้องกบั พระ
นเรศวรมหาราชอกี ด้วย
เพื่อให้ผู้อ่าน และผู้ศึกษา ได้ความรู้เกยี่ วกบั ประวัตพิ ระนเรศวร
มากขนึ้
สารบญั 1
1
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช 2
การครองราชย์
พระบาทสมเดจ็ พระสรรเพชญ์ท่ี 2 3
พระราชประวตั เิ ม่อื ทรงพระเยาวก์ บั ชวี ติ และการศกึ ษาในหงสาวดี 4
ดารงยศเป็นพระมหาอุปราช 5
การประกาศอสิ รภาพ 8
ยุทธหตั ถี 10
สวรรคต 12
พระราชกรณียกจิ 13
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชในวฒั นธรรมรว่ มสมยั
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
ขอ้ มลู สว่ นพระองค์
พระปรมาภไิ ธย สมเดจ็ พระสรรเพชญ์ท่ี ๒
วนั พระราชสมภพ พ.ศ. ๒๐๙๘
วนั สวรรคต ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๑๔๘
พระอสิ รยิ ยศ พระมหากษตั รยิ ์แห่งกรงุ ศรอี ยธุ ยา
พระราชบดิ า สมเดจ็ พระมหาธรรมราชาธริ าช
พระราชมารดา พระวสิ ุทธกิ ษตั รยี ์
การครองราชย์
ราชวงศ์ ราชวงศส์ โุ ขทยั
ทรงราชย์ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๑๓๓ - ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๑๔๘
ระยะเวลาครองราชย์ ๑๕ ปี
รชั กาลกอ่ นหนา้ สมเดจ็ พระมหาธรรมราชาธริ าช
รชั กาลถดั มา สมเดจ็ พระเอกาทศรถ
พระบาทสมเดจ็ พระสรรเพชญท์ ี่ ๒ (พระนเรศวรมหาราช)
มพี ระนามเดมิ วา่ พระองคด์ าพระราชโอรสในสมเดจ็ พระมหาธรรมราชาและพระวสิ ุทธิ
กษตั รยิ ์ (พระราชธดิ าของสมเดจ็ พระ
ศรสี รุ โิ ยทยั และสมเดจ็ พระมหาจกั รพรรด)ิ พระองคเ์ สดจ็ พระบรมราชสมภพเมอ่ื พ.ศ. ๒๐๙๘ ท่ี
เมอื งพษิ ณุโลกทรงมพี ระเชษฐภคณิ คี อื พระสพุ รรณกลั ยาทรงมพี ระอนุชาคอื สมเดจ็ พระเอกาทศ
รถ(องคข์ าว) และทรงเป็นพระราชนดั ดาของสมเดจ็ พระศรสี รุ โิ ยทยั พระนามของพระองค์
ปรากฏในลายลกั ษณ์อกั ษรหลายฉบบั เชน่ พระนเรศ วรราชาธริ าช พระนเรสส องคด์ า จงึ ยงั ไม่
สามารถสรปุ ไดว้ า่ พระนาม นเรศวรไดม้ าจากทใ่ี ด สนั นษิ ฐานเบอ้ื งตน้ ว่า เพย้ี นมาจาก สมเดจ็
พระนเรศ วรราชาธริ าช เป็น สมเดจ็ พระนเรศวร ราชาธริ าช เสดจ็ ขน้ึ ครองราชเมอ่ื วนั ท่ี ๒๙
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๑๓๓ รวมสริ ดิ ารงราชสมบตั ิ ๑๕ ปี เสดจ็ สวรรคตเมอ่ื วนั ท่ี ๒๕ เมษายน
พ.ศ. ๒๑๔๘ รวมพระชนมพรรษา ๕๐ พรรษาราชการสงครามในสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
เป็นเหตกุ ารณ์ทย่ี งิ่ ใหญ่และสาคญั ยง่ิ ของชาตไิ ทย พระองคไ์ ดก้ อู้ สิ รภาพของไทยจากการเสยี
กรงุ ศรอี ยุธยาครงั้ แรก และไดท้ รงแผอ่ านาจ
ของราชอาณาจกั รไทย อยา่ งกวา้ งใหญ่ไพศาล นบั ตงั้ แต่ประเทศพมา่ ตอนใตท้ งั้ หมด นนั่ คอื จาก
ฝัง่ มหาสมทุ รอนิ เดยี ทางดา้ นตะวนั ตก ไปจนถงึ ฝัง่ มหาสมทุ รปาซฟิ ิคทางดา้ นตะวนั ออก ทาง
ดา้ นทศิ ใตต้ ลอดไปถงึ แหลมมลายู ทางดา้ นทศิ เหนอื กถ็ งึ ฝัง่ แมน่ ้าโขงโดยตลอด และยงั รวมไป
ถงึ รฐั ไทยใหญ่บางรฐั พระองคไ์ ดท้ าสงครามเขา้ ไปในประเทศทเี่ ป็นขา้ ศกึ ของไทย ในทกุ ทศิ ทาง
จนประเทศไทยอยเู่ ป็นปกตสิ ขุ ปราศจากศกึ สงคราม เป็นระยะเวลายาวนาน พระราชกรณยี กจิ
น้อยใหญ่ทงั้ สน้ิ
ทงั้ ปวงของพระองค์ เป็นไปเพอ่ื ประโยชน์ของบา้ นเมอื งและคนไทยทงั้ มวล ตลอดพระชนมช์ พี
ของพระองค์ จะอยูใ่ นสนามรบและชนบทโดยตลอด มไิ ดว้ า่ งเวน้ แมแ้ ตเ่ มอ่ื เสดจ็ สวรรคต ก็
เสดจ็ สวรรคตในระหวา่ งเดนิ ทพั ไปปราบศตั รขู องชาตไิ ทย นบั วา่ พระองคไ์ ดท้ รงสละพระองค์
เพอ่ื ชาตบิ า้ นเมอื งโดยสน้ิ เชงิ สมควรทชี่ าวไทยรนุ่ หลงั ตอ่ มา ไดส้ านกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ
ของพระองค์ และจดจาวรี กรรมของพระองค์ เทอดทลู ไวเ้ หนอื เกลา้ ฯ ไปตราบชวั่ กาลนาน
พระราชประวตั เิ มอ่ื ทรงพระเยาวก์ บั ชวี ติ และการศกึ ษาในหงสาวดี
ตลอดระยะเวลาในวยั เยาวข์ องพระนเรศวรทรงใชช้ วี ติ อยูใ่ นพระราชวงั จนั ทน์ เมอื งพษิ ณุโลก
จนกระทงั่ เมอ่ื พระเจา้ บุเรงนองยกทพั มาตเี มอื งพษิ ณุโลก สมเดจ็ พระมหาธรรมราชาธริ าช
เจา้ เมอื งพษิ ณุโลกยอมออ่ นนอ้ มต่อแหง่ หงสาวดี และทาใหพ้ ษิ ณุโลกตอ้ งแปรสภาพเป็นเมอื ง
ประเทศราชหงสาวดไี มข่ น้ึ ตอ่ กรงุ ศรอี ยธุ ยา พระเจา้ บเุ รงนองไดท้ รงขอพระนเรศวรไปเป็น
องคป์ ระกนั ทหี่ งสาวดี ทาใหพ้ ระองคต์ อ้ งจากบา้ นเกดิ เมอื งนอนตงั้ แตม่ พี ระชนม์มายเุ พยี ง ๙
พรรษานอกจากพระองคแ์ ลว้ ยงั มอี งคป์ ระกนั จากเมอื งอน่ื ๆ ทเ่ี ป็นเมอื งขน้ึ ของหงสาวดเี ป็น
จานวนมาก พระเจา้ บุเรงนองนนั้ ทรงใหเ้ หลา่ องค์ประกนั ไดร้ บั การเลย้ี งดูและการศกึ ษาอย่างดี
พระนเรศวรทรงใชเ้ วลา ๘ปีเตม็ ในหงสาวดศี กึ ษายุทธศาสตรข์ องพมา่ พระองคท์ รงศกึ ษาวชิ า
ศลิ ปศาสตร์ และวชิ าพชิ ยั สงคราม ทรงนยิ มในวชิ าการรบทพั จบั ศกึ พระองคท์ รงมโี อกาสศกึ ษา
ทงั้ ภายในราชสานกั ไทย และราชสานกั พมา่ มอญ และไดท้ ราบยทุ ธวธิ ขี องชาวต่างชาตติ ่าง ๆ
ทมี่ ารวมกนั อยู่ในกรงุ หงสาวดเี ป็นอยา่ งดี เชน่ ชาวโปรตุเกส สเปน หรอื ชาวพมา่ เอง ทรงนา
หลกั วชิ ามาประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ หมาะกบั เหตกุ ารณ์ และสภาพแวดลอ้ มในการทาศกึ ไดเ้ ป็นเลศิ ดงั
เหน็ ไดจ้ ากการสงครามทุกครงั้ ของพระองค์ ยทุ ธวธิ ที ที่ รงใช้ ไดแ้ ก่ การใชค้ นจานวนนอ้ ย
เอาชนะคนจานวนมาก และยทุ ธวธิ กี ารรบแบบกองโจร พระองคท์ รงนามาใชก้ อ่ นจอมทพั ทเ่ี ลอ่ื ง
ชอ่ื ในยุโรป นอกจากนนั้ หลกั การสงครามทเี่ ป็นทยี่ อมรบั อยา่ งกวา้ งขวางในปัจจุบนั เชน่ การ
ดารงความมงุ่ หมาย หลกั การรกุ การออมกาลงั และการรวมกาลงั การดาเนนิ กลยุทธ ความ
เดด็ ขาดในการบงั คบั บญั ชา การระวงั ป้องกนั การจูโ่ จม ฯลฯ พระองคก์ ท็ รงนามาใชอ้ ยา่ ง
เชยี่ วชาญ
และประสบผลสาเรจ็ อยา่ งงดงามมาโดยตลอด เน่อื งจากการทพี่ ระองค์มชี วี ติ อยใู่ นฐานะองค์
ประกนั ทาใหท้ รงมคี วามกดดนั สงู จากมงั กะยอชวา (พระราชโอรสในพระเจา้ นนั ทบเุ รง) จงึ
ทรงมแี รงผลกั ดนั ทจี่ ะกอบกอู้ สิ รภาพใหก้ บั บา้ นเมอื งของพระองค์ เชน่ จากการชนไกข่ อง
พระองคก์ บั มงั กะยอชวา เป็นตน้ รวมทงั้ การเหยยี ดหยามวา่ เป็นเชลย จากพวกพมา่ ดว้ ย
ดารงยศเป็นพระมหาอปุ ราช
หลงั จากทพี่ ระเจา้ บเุ รงนองตกี รงุ ศรอี ยธุ ยาแตกเมอ่ื พ.ศ. ๒๑๑๒ มะเสง็ ศก วนั อาทติ ย์ เดอื น
๙ แรม ๑๑ ค่า และไดส้ ถาปนาสมเดจ็ พระมหาธรรมราชาครองกรงุ ศรอี ยธุ ยาในฐานะประเทศ
ราชของหงสาวดตี ่อไป หลงั จากนนั้ พระนเรศไดห้ นกี ลบั มาไทยโดยทบี่ เุ รงนองยนิ ยอมดว้ ยอนั
เน่อื งมาจากพระสพุ รรณกลั ยาไดข้ อไว้ โดยทบี่ เุ รงนองยนิ ยอม หลงั จากทพ่ี ระองคด์ ากลบั มากรงุ
ศรอี ยธุ ยา สมเดจ็ พระมหาธรรมราชาไดท้ รงพระราชทานนามใหว้ า่ พระนเรศวร และโปรดเกลา้ ฯ
ใหเ้ ป็นพระมหาอปุ ราชไปปกครองเมอื งพษิ ณุโลก ทรงปกครองเมอื งอยา่ งดี
และทรงเรมิ่ เตรยี มการทจ่ี ะกอบกเู้ อกราชของกรงุ ศรอี ยุธยา
การประกาศอสิ รภาพ
เมอ่ื ปี พ.ศ. 2126 พระเจา้ องั วะเป็นกบฎ เน่อื งจากไมพ่ อใจทางกรงุ หงสาวดอี ยูห่ ลาย
ประการ จงึ แขง็ เมอื ง พรอ้ มกบั เกลย้ี กลอ่ มเจา้ ไทยใหญอ่ กี หลายเมอื งใหแ้ ขง็ เมอื งดว้ ย พระเจา้
หงสาวดนี นั ทบเุ รงจงึ ยกทพั หลวงไปปราบ ในการณ์น้ไี ดส้ งั่ ใหเ้ จา้ เมอื งแปร เจา้ เมอื งตองอู และ
เจา้ เมอื งเชยี งใหม่ รวมทงั้ ทางกรงุ ศรอี ยุธยาดว้ ย ใหย้ กทพั ไปช่วย ทางไทย สมเดจ็ พระมหา
ธรรมราชาโปรดใหส้ มเดจ็ พระนเรศวรยกทพั ไปแทน สมเดจ็ พระนเรศวรยกทพั ออกจากเมอื ง
พษิ ณุโลก เมอ่ื วนั แรม 6 คา่ เดอื น 3 ปีมะแม พ.ศ. 2126 พระองคย์ กทพั ไทยไปชา้ ๆ เพอ่ื ให้
การปราบปรามเจา้ องั วะเสรจ็ สน้ิ ไปกอ่ น ทาใหพ้ ระเจา้ หงสาวดนี นั ทบเุ รงแคลงใจวา่ ทางไทยคง
จะถูกพระเจา้ องั วะชกั ชวนใหเ้ ขา้ ดว้ ย จงึ สงั่ ใหพ้ ระมหาอปุ ราชา คุมทพั
รกั ษากรงุ หงสาวดไี ว้ ถา้ ทพั ไทยยกมาถงึ กใ็ หต้ อ้ นรบั และหาทางกาจดั เสยี และพระองคไ์ ดส้ งั่ ให้
พระยามอญสองคน คอื พระยาเกยี รตแิ ละพระยาราม ซง่ึ มสี มคั รพรรคพวกอยู่ทเี่ มอื งแครง
มาก และทานองจะเป็นผคู้ นุ้ เคยกบั สมเดจ็ พระนเรศวรมาแต่กอ่ น ลงมาคอยตอ้ นรบั ทพั ไทยท่ี
เมอื งแครง อนั เป็นชายแดนตดิ ตอ่ กบั ไทย พระมหาอุปราชาไดต้ รสั สงั่ เป็นความลบั วา่ เมอ่ื สมดจ็
พระนเรศวรยกกองทพั ขน้ึ ไป ถา้ พระมหาอุปราชายกเขา้ ตดี า้ นหนา้ เมอ่ื ใด ใหพ้ ระยาเกยี รตแิ ละ
พระยาราม คมุ กาลงั เขา้ ตกี ระหนาบทางดา้ นหลงั ชว่ ยกนั กาจดั สมเดจ็ พระนเรศวร
เสยี ใหจ้ งได้ พระยาเกยี รตกิ บั พระยาราม เมอ่ื ไปถงึ เมอื งแครงแลว้ ไดข้ ยายความลบั น้แี กพ่ ระ
มหาเถรคนั ฉ่อง ผเู้ ป็นอาจารย์ของตน ทกุ คนไมม่ ใี ครเหน็ ดดี ว้ ยกบั แผนการของพระเจา้ กรงุ หง
สาวดี เพราะมหาเถรคนั ฉ่องกบั สมเดจ็ พระนเรศวร เคยรจู้ กั ชอบพอกนั มากอ่ นกองทพั ไทยยก
มาถงึ เมอื งแครง เมอ่ื วนั ขน้ึ 1 ค่า เดอื น 6 ปีวอก พ.ศ. 2127 โดยใชเ้ วลาเดนิ ทพั เกอื บสอง
เดอื น กองทพั ไทยตงั้ ทพั อยนู่ อกเมอื ง เจา้ เมอื งแครงพรอ้ มทงั้
พระยาเกยี รตกิ บั พระยารามไดม้ าเฝ้า ฯ สมเดจ็ พระนเรศวร จากนนั้ สมเดจ็ พระนเรศวรไดเ้ สดจ็
ไปเยย่ี มพระมหาเถรคนั ฉ่อง ซงึ่ คนุ้ เคยกนั ดมี ากอ่ น พระมหาเถรคนั ฉ่องมใี จสงสาร จงึ กราบทลู
ถงึ เรอ่ื งการคดิ รา้ ยของทางกรงุ หงสาวดี แลว้ ใหพ้ ระยาเกยี รตกิ บั พระยาราม กราบทลู ใหท้ ราบ
ตามความเป็นจรงิ เมอ่ื พระองคไ์ ดท้ ราบความโดยตลอดแลว้ กท็ รงมพี ระดารเิ หน็ วา่
การเป็นอรริ าชศตั รกู บั กรงุ หงสาวดนี นั้ ถงึ กาลเวลาทจี่ ะตอ้ งเปิดเผยต่อไปแลว้ จงึ ไดม้ รี บั สงั่ ให้
เรยี กประชมุ แม่ทพั นายกอง กรมการเมอื ง เจา้ เมอื งแครงรวมทงั้ พระยาเกยี รตพิ ระยาราม และ
ทหารมอญมาประชมุ พรอ้ มกนั แลว้ นมิ นต์พระมหาเถรคนั ฉ่อง และพระสงฆม์ าเป็นสกั ขพี ยาน
ทรงแจ้งเรอ่ื งใหค้ นทงั้ ปวงทมี่ าชมุ นุม ณ ทนี่ นั้ ทราบวา่ พระเจา้ หงสาวดคี ดิ ประทษุ รา้ ยต่อ
พระองค์ จากนนั้ พระองคไ์ ดท้ รงหลงั่ น้าลงสแู่ ผน่ ดนิ ดว้ ยสวุ รรณภงิ คาร (พระน้าเตา้ ทองคา)
ประกาศแกเ่ ทพยดาฟ้าดนิ วา่ ดว้ ยพระเจา้ หงสาวดี มไิ ดอ้ ยูใ่ นครองสจุ รติ มติ รภาพขตั ตยิ ราช
ประเพณี เสยี สามคั ครี สธรรม ประพฤตพิ าลทจุ รติ คดิ จะทาอนั ตรายแกเ่ รา ตงั้ แต่น้ไี ป กรงุ ศรี
อยุธยาขาดไมตรกี บั กรงุ หงสาวดี มไิ ดเ้ ป็นมติ รร่วมสวุ รรณปฐพเี ดยี วกนั ดจุ ดงั แตก่ อ่ นสบื ไป
จากนนั้ พระองคไ์ ดต้ รสั ถามชาวเมอื งแครงวา่ จะเขา้ ขา้ งฝ่ายใด พวกมอญทงั้ ปวงตา่ งเขา้ กบั ฝ่าย
ไทย สมเดจ็ พระนเรศวรจงึ ใหจ้ บั เจา้ เมอื งกรมการพมา่ แลว้ เอาเมอื งแครงเป็นทตี่ งั้ ประชมุ ทพั
เมอ่ื จดั กองทพั เสรจ็ กท็ รงยกทพั จากเมอื งแครง ไปยงั เมอื งหงสาวดี เมอ่ื วนั แรม 3 คา่ เดอื น6
ฝ่ายพระมหาอุปราชาทอ่ี ยู่รกั ษาเมอื งหงสาวดี เมอ่ื ทราบวา่ พระยาเกยี รติ พระยารามกลบั ไปเขา้
กบั สมเดจ็ พระนเรศวร จงึ ไดแ้ ตร่ กั ษาพระนครมนั่ อยู่ สมเดจ็ พระนเรศวรเสดจ็ ยกทพั ขา้ มแมน่ ้า
สะโตงไปใกลถ้ งึ เมอื งหงสาวดี ไดท้ ราบความวา่ พระเจา้ กรงุ หงสาวดมี ชั ยั ชนะไดเ้ มอื งองั วะแลว้
กาลงั จะยกทพั กลบั คนื พระนคร พระองคเ์ หน็ วา่ สถานการณ์ครงั้ น้ไี มส่ มคะเน เหน็ วา่
จะตเี อาเมอื งหงสาวดใี นครงั้ น้ยี งั ไมไ่ ด้ จงึ ใหก้ องทพั แยกยา้ ยกนั เทยี่ วบอกพวกครวั ไทย ทพ่ี มา่
กวาดตอ้ นไปแต่กอ่ น ใหอ้ พยพกลบั บา้ นเมอื ง ไดผ้ คู้ นมาประมาณหมน่ื เศษ ใหย้ กลว่ งหน้าไป
กอ่ น พระองคท์ รงคมุ กองทพั ยกตามมาขา้ งหลงั ฝ่ายพระมหาอปุ ราชาทราบขา่ ววา่ สมเดจ็ พระ
นเรศวรกวาดตอ้ นคนไทยกลบั จงึ ไดใ้ หส้ รุ กรรมาเป็นกองหน้า พระมหาอปุ ราชาเป็นกองหลวง
ยกตดิ ตามกองทพั ไทยมา กองหนา้ ของพมา่ ตาม
มาทนั ทรี่ มิ ฝัง่ แมน่ ้าสะโตง ในขณะทฝี่ ่ายไทยไดข้ า้ มแม่น้าไปแลว้ และคอยป้องกนั มใิ หข้ า้ ศกึ ขา้ ม
ตามมาได้ ไดม้ กี ารต่อสกู้ นั ทร่ี มิ ฝัง่ แมน่ ้า สมเดจ็ พระนเรศวรทรงใชพ้ ระแสงปืนนกสบั ยาว
เกา้ คบื ยงิ ถูกสรุ กรรมา แมท่ พั หนา้ พมา่ ตายบนคอชา้ ง กองทพั ของพมา่ เหน็ แมท่ พั ตาย กพ็ ากนั
เลกิ ทพั กลบั ไป เมอ่ื พระมหาอปุ ราชาแม่ทพั หลวงทรงทราบ จงึ ใหเ้ ลกิ ทพั กลบั ไปกรงุ หงสาวดี
พระแสงปืนทใี่ ชย้ งิ สรุ กรรมาตายบนคอชา้ งน้ไี ดน้ ามปรากฏต่อมาวา่ "พระแสงปืนตน้ ขา้ มแมน่ ้า
สะโตง" นบั เป็นพระแสงอษั ฎาวธุ อนั เป็นเครอ่ื งราชปู โภค ยงั ปรากฏอย่จู นถงึ ทกุ วนั น้เี มอ่ื สมเดจ็
พระนเรศวรเสดจ็ กลบั ถงึ เมอื งแครง ทรงดารวิ า่ พระมหาเถรคนั ฉ่องกบั พระยาเกยี รตพิ ระยาราม
ไดม้ อี ปุ การะมาก สมควรไดร้ บั การตอบแทนใหส้ มแกค่ วามชอบ จงึ ทรงชกั ชวน
ใหม้ าอย่ใู นกรงุ ศรอี ยุธยา พระมหาเถรคนั ฉ่องกบั พระยามอญ ทง้ี สองกม็ คี วามยนิ ดี พาพรรค
พวกสเดจ็ เขา้ มาดว้ ยเป็นอนั มาก ในการยกกาลงั กลบั ครงั้ น้ี สมเดจ็ พระนเรศวรทรงเกรงวา่
ขา้ ศกึ อาจยกทพั ตามมาอกี ถา้ เสดจ็ กลบั ทางดา่ นแมล่ ะเมา มกี องทพั ของนนั ทสรู าชสงั คราตงั้ อยู่
ทเี่ มอื งกาแพงเพชร จะเป็นอุปสรรคตอ่ การเดนิ ทาง พระองคจ์ งึ รบี สงั่ ใหพ้ ระยาเกยี รติ พระยา
ราม นาทพั เดนิ ผา่ นหวั เมอื งมอญลงมาทางใต้ มาเขา้ ทางด่านเจดยี ์สามองคเ์ มอ่ื กลบั มาถงึ กรงุ ศรี
อยธุ ยาแลว้ สมเดจ็ พระมหาธรรมราชากพ็ ระราชทานบาเหนจ็ รางวลั แกพ่ วกมอญทส่ี วามภิ กั ดิ์
ทรงตงั้ พระมาหาเถรคนั ฉ่องเป็นพระสงั ฆราชา ทสี่ มเดจ็ อรยิ วงศ์ และใหพ้ ระยาเกยี รติ พระยา
รามมตี าแหน่งยศ ไดพ้ ระราชทานพานทอง ควบคุมมอญทเี่ ขา้ มาดว้ ย ใหต้ งั้ บา้ นเรอื นทร่ี มิ วดั
ขมน้ิ และวดั ขนุ แสนใกลว้ งั จนั ทรข์ องสมเดจ็ พระนเรศวร แลว้ ทรงมอบ
การทงั้ ปวงทจี่ ะตระเตรยี มต่อสขู้ า้ ศกึ ใหส้ มเดจ็ พระนเรศวรทรงบงั คบั บญั ชาสทิ ธขิ าดแต่นนั้ มา
ยทุ ธหตั ถี
นบั ตงั้ แต่สมเดจ็ พระนเรศวรประกาศอสิ รภาพเป็นตน้ มา หงสาวดไี ดเ้ พยี รสง่ กองทพั เขา้ มา
หลายครงั้ แต่กถ็ ูกกองทพั กรงุ ศรอี ยุธยาตแี ตกพา่ ยไปทกุ ครงั้ เมอ่ื สมเดจ็ พระมหาธรรมราชา
เสดจ็ สวรรคต เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๑๓๓ พระองคไ์ ดเ้ สดจ็ ขน้ึ ครองราชยเ์ มอ่ื วนั อาทติ ย์ท่ี ๒๙
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๑๓๓ เมอ่ื พระชนมายไุ ด้ ๓๕ พรรษา ทรงพระนามวา่ สมเดจ็ พระนเรศวร
หรอื สมเดจ็ พระสรรเพชญท์ ี่ ๒ และโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระเอกาทศรถ พระอนุชา ขน้ึ เป็นพระมหา
อปุ ราช แตม่ ศี กั ดเิ์ สมอพระมหากษตั รยิ ์อกี พระองคห์ นงึ่ ตลอดรชั สมยั ของพระองค์ทรงกอบกกู้ รงุ
ศรอี ยธุ ยาจากหงสาวดี และไดท้ าสงครามกบั อรริ าชศตั รทู งั้ พมา่ และเขมร จนราชอาณาจกั รไทย
เป็นปึกแผน่ มนั่ คง ขยายพระราชอาณาเขตออกไป
อย่างกวา้ งใหญไ่ พศาลกวา่ ครงั้ ใดในอดตี ทผี่ า่ นมา งานสงครามในรชั สมยั ของพระองค์ ทงั้ ใน
ดนิ แดนไทยและดนิ แดนขา้ ศกึ ไดช้ ยั ชนะทกุ ครงั้ ทรงมพี ระปรชี าสามารถในการนาทพั ทรงริ
เรมิ่ นายุทธวธิ แี บบใหมม่ าใชใ้ นการทาสงคราม และเปลย่ี นแนวความคดิ จากการตงั้ รบั มาเป็นการ
รกุ และรเิ รม่ิ การใชว้ ธิ รี บนอกแบบการสงครามกบั พมา่ ครงั้ สาคญั ทที่ าใหพ้ มา่ ไมก่ ลา้ ยกทพั มา
รกุ รานไทยอกี เลย เป็นเวลาเกอื บสองรอ้ ยปีคอื สงครามยุทธหตั ถี เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๑๓๕ นนั่ คอื
เมอ่ื หงสาวดนี าโดยพระมหาอปุ
ราชามงั สามเกยี ดยกทพั มาตกี รงุ ศรอี ยธุ ยาอกี ครงั้ สมเดจ็ พระนเรศวรกน็ าทพั ออกไปจนปะทะ
กนั ทห่ี นองสาหรา่ ย จงั หวดั สพุ รรณบุรี บา้ งกว็ า่ จงั หวดั กาญจนบุรี สมเดจ็ พระนเรศวรไดท้ รง
กระทายทุ ธหตั ถกี บั พระมหาอปุ ราชาจนกระทงั่ สามารถเอาพระแสงงา้ วฟันพระมหาอุปราชาขาด
สะพายแลง่ สน้ิ พระชนมอ์ ยู่กบั คอชา้ งนนั่ เอง
สวรรคต
พ.ศ. ๒๑๓๗ พระเจา้ หงสาวดนี นั ทบุเรงกใ็ หพ้ ระเจา้ แปรมาตกี รงุ ศรอี ยธุ ยาแต่กแ็ ตกทพั
กลบั ไป พ.ศ. ๒๑๔๒ เสดจ็ ฯออกไปตกี รงุ หงสาวดี พระเจา้ หงสาวดหี นไี ปเมอื งตองอู กอง
ทพั อยธุ ยาตามไปถงึ เมอื งตองอูแตข่ าดเสบยี ง พ.ศ. ๒๑๔๗ ยกกองทพั หลวง ๑๐๐,๐๐๐ นาย
ออกจากกรงุ ศรอี ยุธยาไปตกี รงุ องั วะ ผา่ นทางเมอื งเชยี งใหม่ โดยแรมทพั อยู่ทเี่ มอื ง
เชยี งใหมเ่ ป็นเวลา ๑ เดอื น ระดมทหารในดนิ แดนลา้ นนาสมทบอกี ๑๐๐,๐๐๐ นาย และทรง
มอบหมายใหส้ มเดจ็ พระเอกาทศรถเป็นทพั หนา้ ออกเดนิ ทางไปรบั ไพรพ่ ลทหารลา้ นนาที่
เมอื งฝาง (อาเภอฝาง เชยี งใหม)่ หลงั จากนนั้ กองทพั หลวงจงึ กรฑี าทพั ออกจากเมอื งเชยี งใหม่
ไปยงั เมอื งนายและกรงุ องั วะ ครนั้ กองทพั หลวงเดนิ ทพั อย่รู ะหวา่ งเมอื งเชยี งใหมก่ บั แมน่ ้า
สาละวนิ ครนั้ ถงึ เมอื งหลวง หรอื เมอื งหา้ งหลวง หรอื เมอื งหา่ งหลวง หรอื เมอื งหางหลวง อนั
เป็นเมอื งขน้ึ ของเมอื งเชยี งใหมแ่ ละเป็นเมอื งอยชู่ ายพระราชอาณาเขตในสมยั นนั้ เมอ่ื ปลาย
เดอื น
๕ ปีมะเสง็ พ.ศ. ๒๑๔๘ ไดเ้ สดจ็ ฯ ประทบั แรมอยู่ ณ ตาบลทงุ่ ดอนแกว้ (ขณะทกี่ องทพั สมเดจ็
พระเอกาทศรถอยทู่ เ่ี มอื งฝางหรอื อาเภอฝาง เชยี งใหม)่ เกดิ ประชวรเป็นหวั ระลอกขน้ึ
(บา้ งวา่ ถูกตวั สตั วพ์ วกแมลงมพี ษิ ตอ่ ย) ทพี่ ระพกั ตรแ์ ลว้ เลยเป็นบาดพษิ จนเสดจ็ สวรรคต ณ
เมอื งหา้ งหลวง หรอื เมอื งหางวนั จนั ทร์ เดอื น ๖ ขน้ึ ๘ คา่ พ.ศ. ๒๑๔๘ เรอ่ื งวนั
สวรรคตน้มี รี ายละเอยี ดกลา่ วตา่ งกนั พระราชพงศาวดารฉบบั พระราชหตั ถเลขากลา่ ววา่ เสดจ็
สวรรคตวนั จนั ทร์ ขน้ึ ๘ คา่ เดอื น ๖ เพลาชายแลว้ ๒ บาท ปีมะเสง็ ซง่ึ ผเู้ ชยี่ วชาญทางประวตั ิ
ศาสตรค์ านวณแลว้ ตรงกบั วนั จนั ทรท์ ่ี ๒๕ เมษายน ๒๑๔๘ ในหนงั สอื A History of
Siam ของ W.A.R. Wood กลา่ ววา่ สวรรคตวนั ที่ ๑๖ พฤษภาคม ค.ศ.
๑๖๐๕ (พ.ศ. ๒๑๔๘) พระชนั ษาได้ ๕๐ ปี เสวยราชสมบตั ไิ ด้ ๑๕ ปี
พระราชกรณยี กจิ
พ.ศ. 2113 เสดจ็ ออกรว่ มรบกบั ทหารโดยขบั ไลก่ องทพั เขมรไดส้ าเรจ็
พ.ศ. 2114 ไดร้ บั สถาปนาใหป้ กครองเมอื งพษิ ณุโลก เมอ่ื พระชนมายุ ๑๖ พรรษา
พ.ศ. 2117 เสดจ็ ไปรบทเ่ี วยี งจนั ทน์ เผอญิ ทรงประชวรเป็นไขท้ รพษิ จงึ เสดจ็ กลบั
พ.ศ. 2121 ทรงทาสงครามขบั ไลพ่ ระยาจนี จนั ตุออกไปจากกรงุ ศรอี ยุธยา
พ.ศ. 2127 ทรงประกาศอสิ รภาพทเี่ มอื งแครง และกวาดตอ้ นคนไทยกลบั พระนคร
พ.ศ. 2127-พ.ศ. 2130 พมา่ ยกกองทพั มาตไี ทยถงึ ๔ ครงั้ แตถ่ กู ไทยตแี ตกพา่ ยกลบั ไป
พ.ศ. 2133 ทรงเสดจ็ ครองราชย์ ณ กรงุ ศรอี ยธุ ยาเมอ่ื พระชนมายุ ๓๕ พรรษา
พ.ศ. 2135 ทรงทาสงครามยุทธหตั ถี จนมงั กะยอชวา สน้ิ พระชนม์
พ.ศ. 2136 ทรงยกกองทพั ไปตเี ขมรและจบั พระยาละแวกทาพธิ ปี ฐมกรรม
พ.ศ. 2138 และ พ.ศ. 2141 ทรงกรฑี าทพั ไปตกี รงุ หงสาวดี ครงั้ ที่ ๑ และครงั้ ท่ี ๒
พ.ศ. 2148 ทรงกรฑี าทพั ไปตกี รงุ องั วะ โดยยกทพั หลวง ๑๐๐,๐๐๐ นาย ออกจากอยุธยา ไป
ทางเมอื งเชยี งใหม่ และแรมทพั ในเชยี งใหม่ ๑ เดอื น เพอ่ื รอการระดมทหารลา้ นนา
เขา้ สมทบอกี ๑๐๐,๐๐๐ คนเมอ่ื ยกทพั หลวงออกจากเมอื งเชยี งใหม่ มงุ่ หน้าไปยงั เมอื งนาย
ครนั้ กรฑี าทพั ช่วงระหวา่ งเมอื งเชยี งใหมก่ บั แมน่ ้าสาละวนิ และไปถงึ เมอื งหลวง หรอื เมอื งหา้ ง
หลวง หรอื เมอื งหา่ งหลวง หรอื เมอื งหางหลวง กท็ รงพระประชวรโดยเรว็ พลนั เป็นหวั ระลอกขน้ึ
ทพี่ ระพกั ตร์ และเสดจ็ สวรรคต ณ เมอื งหลวง ตาบลทงุ่ ดอนแกว้ ตรงกบั วนั จนั ทรข์ น้ึ ๘ คา่
เดอื น ๖ ปีมะเสง็ ซง่ึ ตรงกบั วนั จนั ทร์ท่ี ๒๕ เมษายน ๒๑๔๘ พระชนมายุ ๕๐ พรรษา
ครองราชย์สมบตั ไิ ด้ ๑๕ ปี
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชในวฒั นธรรมรว่ มสมยั
พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดยี ์ จงั หวดั สพุ รรณบรุ ตี ราประจาจงั หวดั ของไทยทมี่ พี ระบรมรปู ของ
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชเป็นองคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่ จงั หวดั สพุ รรณบุรี จงั หวดั ตาก และจงั หวดั
หนองบวั ลาภู
มกี ารสรา้ งพระบรมราชานุสรณ์ของสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชในหลายแหง่ ทวั่ ประเทศ เชน่
พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดยี ์ จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี ศาลสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชทร่ี มิ
หนองบวั ลาภู ในจงั หวดั หนองบวั ลาภู เป็นต้น
มกี ารนาพระนามของสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราขไปตงั้ เป็นชอ่ื ของมหาวทิ ยาลยั นเรศวร และคา่ ย
ทหารต่างๆ ทวั่ ประเทศ เชน่ คา่ ยนเรศวร ทจ่ี งั หวดั ลพบุรี คา่ ยนเรศวรมหาราช ทอ่ี าเภอแมแ่ ตง
จงั หวดั เชยี งใหม่ เป็นตน้ สว่ นทางกรมตารวจไดน้ าพระนามของพระองคม์ าตงั้ เป็นชอ่ื คา่ ยตารวจ
ตระเวนชายแดนทอี่ าเภอชะอา จงั หวดั เพชรบุรวี า่ "คา่ ยนเรศวร" ดว้ ยเชน่ กนั
ชาวไทยนยิ มนาหนุ่ รปู ไกช่ นพนั ธ์เุ หลอื งหางขาวไปบนบานกบั พระบรมรปู สมเดจ็ พระนเรศวร
มหาราช เพราะเชอ่ื กนั วา่ เป็นไกพ่ นั ธเุ์ ดยี วกบั ตวั ทเี่ อาชนะไกช่ นของพระมหาอุปราชาแหง่ หง
สาวดไี ด้
ในประเทศไทยไดม้ กี ารนาพระราชประวตั มิ าสรา้ งเป็นภาพยนตร์ 2 ครงั้ ครงั้ แรก ใชช้ อ่ื วา่
มหาราชดา ในปี พ.ศ. 2522 และครงั้ ท่ี 2 ใชช้ อ่ื วา่ ตานานสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ในปี
พ.ศ. 2550
เคยมกี ารสรา้ งละครเรอ่ื ง สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช เมอ่ื พ.ศ. 2531 ทางไทยทวี สี ชี อ่ ง 3
และไดร้ บั รางวลั โทรทศั น์ทองคาในปีนนั้ ถงึ 5 รางวลั [2] ภายหลงั มกี ารนาละครเรอ่ื งน้มี าฉาย
ใหมท่ างชอ่ ง สทท.11 อกี ครงั้ (ประมาณ พ.ศ. 2540)
ไม้ เมอื งเดมิ ไดน้ าเหตุการณ์ในสมยั น้ไี ปใชเ้ ป็นฉากในนวนยิ ายเรอ่ื ง ขนุ ศกึ ซง่ึ ตวั เอกของเรอ่ื ง
คอื เสมา ทหารในสมยั สมเดจ็ พระนเรศวรซง่ึ มชี าตกิ าเนดิ เป็นชา่ งตเี หลก็ นวนยิ ายเรอ่ื งน้ไี ดร้ บั
การสรา้ งเป็นภาพยนตรแ์ ละละครโทรทศั น์เชน่ กนั
มกี ารนาพระราชประวตั ขิ องพระองคไ์ ปเขยี นเป็นหนงั สอื การต์ นู อยหู่ ลายครงั้ เชน่ มหากาพยก์ ู้
แผน่ ดนิ ผลงานของมนตรี คมุ้ เรอื น เป็นตน้
ไดม้ กี ารสรา้ งตานานสมเดจ็ พระนเรศวรอกี ครงั้ หน่ึง ซง่ึ ใชช้ อ่ื วา่ กษตั รยิ า ควบคกู่ บั มหาราชกู้
แผน่ ดนิ เพอ่ื เป็นการเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ ีนาถ ทรงมี
พระชนมายคุ รบ 72 พรรษา ใน พ.ศ. 2542 โดยบรษิ ทั กนั ตนา จากดั เป็นผผู้ ลติ รายการ
ออกฉายทางสถานวี ทิ ยุโทรทศั น์กองทพั บกชอ่ ง 5 ในชว่ งปี พ.ศ. 2545-พ.ศ. 2546