แผน
1. แผน (Plan)
แผน (Plan) แผนกับการวางแผนเป็นคาที่แยกจากกันไม่ออก แผนคือข้อกาหนดท่ีใช้เป็นเครื่องมือ
หรือแนวทางในการปฏิบัติ ส่วนการวางแผน คือ กระบวนการคิดพิจารณาไว้ล่วงหน้าว่าจะทาอะไร อย่างไร
ทาไมจึงทาให้ใครทา ทาที่ไหน เมื่อไหร่ โดยอาศัยการดาเนินงานที่เป็นระบบมีระเบียบและมีประสิทธิภาพ
ผลผลิตจากการวางแผน ก็คือ การจัดทาแผน อันเป็นข้อกาหนดท่ีใช้เป็นเคร่ืองมือหรือแนวทางในการปฏิบัติ
หลักสาคญั ของการวางแผนจึงมงุ่ ไปท่คี วามสาเร็จของการปฏิบัติงานและประสิทธิภาพของการดาเนินงาน และ
ถอื ได้ว่างานอนั ดับแรกของการบรหิ ารและจดั การของหนว่ ยงาน คือ การวางแผน
อนันต์ เกตุวงศ์ (2541 : 3-4) ไดใ้ ห้ความหมายว่า การวางแผนก็คือการตัดสินใจล่วงหน้าในการเลือกทางเลือก
เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์หรือวิธีการกระทา โดยทั่วไปจะเป็นการตอบคาถามต่อไปน้ี คือ
จะทาอะไร (What) ทาไมจึงต้องทา (Why) ใครบ้าง ท่ีจะเป็นผู้กระทา (Who) จะกระทาเมื่อใด (When) จะ
กระทากันทไ่ี หนบา้ ง (Where) และจะกระทากนั อยา่ งไร (How)
Wohlstetter (อ้างถึงใน อนันต์ เกตุวงศ์. 2541 : 2) ให้คาอธิบายความหมายของการวางแผนไว้แตกต่าง
ออกไปจากท่านอ่ืนๆ โดยให้ความหมายถึงวิธีการที่จาเป็นของการทาให้การตัดสินใจก้าวหน้า และเป็นสิ่งที่
จะต้องมีอยู่ก่อนการกระทา การวางแผนจะต้องหาคาตอบ 2 ประการน้ีให้ได้ คือ 1) ความมุ่งหมายของ
องค์การหรือแผนงานคืออะไร 2) อะไรคือวิธีการท่ีดีท่ีสุดจะทาให้บรรลุผลสาเร็จของความมุ่งหมายน้ัน
ยิ่งกว่าน้ันยังเน้นอีกต่อไปว่าการวางแผนเป็นเร่ืองท่ีต้องทาอย่างต่อเน่ือง ต้องมีการปรับเปล่ียนอยู่เสมอ และ
สามารถทานาย การเปล่ยี นแปลงในอนาคตได้
จากความหมายของการวางแผน สรุปได้ว่า การวางแผน (Planning) หมายถึง กระบวนการในการ
กาหนดทิศทาง เป้าหมาย วัตถุประสงค์ที่ต้องการให้เกิดข้ึนในอนาคตขององค์การหรือหน่วยงานโดยเลือกวิธี
ทางานท่ีดีที่สุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด ให้บรรลุผลตามท่ีต้องการภายในเวลาท่ีกาหนด และการวางแผนน้ัน
จะพิจารณาในประเด็นที่สาคัญ 3 ประการ คือ 1) จุดหมายปลายทาง (คืออะไร) 2) วิธีการดาเนินงาน (ทา
อยา่ งไร) และ 3) ระยะเวลา (เสร็จสิ้นเมอื่ ไร)
2. ประเภทของแผน
แผนจำแนกออกเป็น 7 ประเภท ดงั น้ี
2.1 จาแนกตามระดับหน่วยงาน เป็นแผนซึ่งระบุถึงระดับหน่วยงานท่กี าหนดแผนและกาหนดวิธีการ
ในการปฏบิ ตั ิตามแผน
2.2 จาแนกตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย เป็นแผนซึ่งจัดทาข้ึนโดยมีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย
โดยเฉพาะ
2.3 จาแนกตามระยะเวลา แผนประเภทน้ี อาจแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังน้ี
2.3.1 แผนระยะสั้น (Short-Range Plan) คือ แผนท่ีใช้ระยะเวลาดาเนินการประมาณ 1 ปี
แต่ไม่เกิน 2 ปี เป็นแผนท่ีกาหนดไว้อย่างเฉพาะเจาะจง ซึ่งอาศัยกรอบของแผนระยะกลางหรือแผนกลยุทธ์
เป็นแนวทางในการจัดทารายละเอียดของแผนมีรายละเอียดครบถ้วนเก่ียวกับงานท่ีปฏิบัติ มีระยะเวลา
ดาเนินงาน มีทรัพยากร บุคลากร งบประมาณ วัสดุต่าง ๆ ท่ีจะต้องใช้ เราเรียกแผนประเภทนี้ว่า แผนปฏิบัติ
การ
2.3.2 แผนระยะปานกลาง (Intermediate-Range Plan) คือ แผนที่ใช้ระยะเวลาในการ
ดาเนินการตั้งแต่ 3 - 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 เป็นแผนท่ีให้รายละเอียดเพ่ิมเติมจากแผนระยะยาว ส่วนใหญ่จะมี
ระยะเวลอยู่ระหว่าง 2 -5 ปี เช่น แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติฉบับที่ 10 เรามักเรียกแผนประเภทนี้ว่า แผน
กลยุทธ์
2.3.3 แผนระยะยาว (Long-Range Plan) คือ แผนท่ใี ช้ระยะเวลาในการดาเนินการมากกว่า
5 ปี ข้ึนไป เป็นแผนท่ีกาหนดทิศทางและแนวโน้มของการปฏิบัติงานในช่วงเวลาท่ีกาหนด อาจจะเป็น 10 ปี
15 ปี หรือ 20 ปี เช่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 15 ปี แผนพัฒนาการศึกษาของ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ระยะ 10 ปี
2.4 จาแนกตามลักษณะการใช้ โดยปกติองค์การหรือหน่วยงานต่างๆ จะมีแผนท่ีใช้อยู่ 2 ประเภท
คอื
2.4.1 แผนท่ีมีวัตถุประสงค์เดียว (Single-Purpose planning) เป็นแผนที่ใช้สาหรับเป็น
แนวทางในการปฏิบัติเฉพาะงานหรือเฉพาะความรับผิดชอบหรือเป็นไปตามสภาวการณ์ คร้ันเมื่องานสาเร็จ
ลุล่วงไปแล้วหรือสภาวการณ์เปลี่ยนแปลงไป แผนน้ันก็จะถูกยกเลิกไม่ใช้อีกต่อไป หรืออาจเรียกว่า “แผน
ชว่ั คราว” เชน่ แผนลดคา่ เงนิ บาท แผนปอ้ งกันน้าทว่ ม โครงการแพทยอ์ าสาสมคั รเคล่อื นทีแ่ ละอ่นื ๆ เปน็ ต้น
2.4.2 แผนที่ใช้อย่างต่อเนื่อง (Continuous-Use Planning) เป็นแผนที่ใช้สาหรับเป็น
แนวทางในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องและเป็นประจาด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน แม้จะมีผลกระทบต่าง ๆ
เกิดขน้ึ ในขณะดาเนินงาน แผนชนดิ นจี้ ะไม่เปลี่ยนโครงสร้างแต่จะปรับปรงุ รายละเอียดให้สามารถดาเนนิ การ
ต่อไปได้ หรืออาจเรียกได้วา่ “แผนถาวร” หรือ “แผนงานหลัก”ได้แก่นโยบายต่างๆ เช่น นโยบายการพัฒนา
ชนบท นโยบายการปอ้ งกันและปราบปรามคอมมิวนสิ ต์ นโยบายการลดอัตราการเกดิ เป็นต้น
2.5 จาแนกตามระดบั การบรหิ ารงานหนว่ ยงาน แผนประเภทนี้ อาจแบง่ ได้เปน็ 3 ระดับ ดังน้ี
2.5.1 แผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) เป็นแผนที่ถูกจัดทาขึ้นโดยผู้บริหารระดับสูง
เพือ่ ใหส้ อดคล้องกับเปน็ หมายกลยทุ ธ์ของหน่วยงานแลว้ ประสานไปยงั ผูบ้ ริหารระดบั กลาง และระดับลา่ ง
2.5.2 แผนยุทธวิธี (Tactical Planning) เป็นแผนท่ีเกิดจากการกระทาร่วมกันระหว่าง
ผู้บรหิ ารระดับสงู กับผบู้ ริหารระดับกลางเพือ่ ใหห้ นว่ ยงานธรุ กจิ กา้ วไปสู่ผลสาเรจ็ ท่วี างไว้
2.5.3 แผนปฏิบัติการ (Operational Plans) ใช้อธิบายเป้าหมายในการปฏิบัติงานของ
หนว่ ยงานในลกั ษณะทีเ่ ปน็ หน้าทีเ่ ฉพาะของหน่วยงาน หรอื มลี กั ษณะท่ีเป็นงานทีต่ อ้ งทาเปน็ ประจาวันตอ่ วัน
2.6 การจาแนกแผนตามหน้าที่ดาเนินงาน การวางแผนโดยจาแนกตามหน้าที่ดาเนินงาน สามารถ
จาแนกแผนออกได้เปน็ 5 ชนิด ได้แก่
2.6.1 แผนแม่บท (Master Plan) เป็นแผนท่ีเกิดจากการรวมแผนท้ังหมดภายในหน่วยงาน
เข้าไวด้ ว้ ยกนั
2.6.2 แผนหน้าท่ี (Functional Plan) เป็นแผนที่ถูกวางข้ึนเพ่ือเฉพาะเจาะจงใช้กับกลุ่มงาน
แผนปฏิบัติงานจะเป็นแผนยอ่ ยท่ีอยู่ในแผนใหญ่ทีเ่ รียกวา่ แผนแมบ่ ท แผนปฏิบัตงิ านจะชว่ ยให้ผู้ปฏบิ ัติทราบว่า
หน่วยงานจะต้องทาอะไร ทาอย่างไร และทาเพื่ออะไร ตลอดจนแสดงเป้าหมายสุดท้ายท่ีคาดหวัง เม่ือปฏิบัติ
ตามแผนทุกอย่างหมดแลว้ การจาแนกการวางแผนตามหนา้ ท่ีน้ี
2.6.3 แผนงานโครงการ (Project) เป็นแผนที่หน่วยงานทาข้ึนเพื่อตอบสนองนโยบาย
เก่ียวกับกจิ กรรมใหญข่ องหน่วยงานเฉพาะครงั้ (เป็นกิจกรรมท่ีนานๆ ทาที มใิ ช่ทาเป็นประจาสมา่ เสมอ)
2.6.4 แผนสรุป (Comprehensive Plan) เป็นแผนที่จัดทาขึ้นเพ่ือสรุปรวมแผนหน้าท่ี
ตลอดจนแผนงานโครงงานที่หน่วยงานกระทา โดยอาจจาแนกเป็นหมวดหมู่ หรือจาแนกตามขอบเขตของงาน
หรือระดับความซบั ซ้อนในการปฏิบัติ
2.6.5 แผนกิจกรรม (Activity Planning) เป็นแผนท่ีจัดทาขึ้นเพ่ือแสดงให้เห็นตารางเวลา
ของการปฏิบัติงาน (Schedule) แผนกิจกรรมจะแสดงให้เห็นว่า แต่ละหน่วยงานย่อยในหน่วยงานมีหน้าท่ี
รับผิดชอบในการดาเนินกิจกรรมอะไร ในช่วงเวลาใดบ้าง กิจกรรมน้ันจะเริ่มต้นเมื่อไร และจะต้องดาเนิน
กิจกรรมต่อเนอื่ งกับหน่วยงานใดบา้ งหรือไม่
2.7 จาแนกตามความถี่ของการนาแผนไปใช้ การจาแนกประเภทของแผนวิธีน้ี จะแบ่งแผนออกได้
เปน็ 2 ประเภท ดังนี้
2.7.1 แผนหลัก (Standing Plan) เป็นแนวคิด หลักการ หรือแนวทางปฏิบัติในการกระทา
กจิ กรรมบางอยา่ งภายในหน่วยงาน
2.7.2 แผนใช้เฉพาะครั้ง (Single-Use Plan) หมายถึง แผนที่เตรียมข้ึนอย่างเฉพาะเจาะจง
กับเหตกุ ารณ์ท่เี กดิ ขนึ้ เพยี งครงั้ เดยี วแลว้ จะไม่มโี อกาสเกดิ ข้นึ อีก (one time Goal)
3. ควำมสำคัญของแผน (ทำไมต้องวำงแผน)
การวางแผนเป็นงานหลักและสาคัญในการบริหารของหน่วยงานในทุกระดับ เน่ืองจากเป็นตัวกาหนดทิศทาง
เป้าหมาย วิธีดาเนินการ ท่ีจะทาให้หน่วยงานดาเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่
ต้องการภายในเวลาที่กาหนด การดาเนินงานจะประสบผลสาเร็จมากหรือน้อยเพียงใดข้ึนอยู่กับการวางแผน
หากวางแผนดีก็เท่ากบั ดาเนินงานสาเร็จไปแล้วกว่าคร่ึง ดังนั้น การวางแผนจึงมีความสาคัญต่อการดาเนินงาน
ดังน้ี
3.1 การวางแผนเป็นหนา้ ท่อี ันดับแรกของผู้บริหาร
3.2 การวางแผนเป็นแนวทางปฏิบัติท่ีสาคัญ ผู้ปฏิบัติตามแผนสามารถศึกษาเรียนรู้วิธีการ ข้ันตอน
และกระบวนการทางานได้จากแผนกอ่ นทจ่ี ะลงมือปฏบิ ัติ
3.3 แผนและการวางแผนเป็นตัวกาหนดทิศทางและความรู้สึกในเร่ืองของความมุ่งหมายสาหรับ
องค์การให้ผู้ปฏิบัติงานทกุ คนไดร้ ู้ แผนเป็นกรอบสาหรบั การตดั สินใจใหผ้ ปู้ ฏิบัติได้ อย่างดี จึงสามารถปอ้ งกันมิ
ใหม้ กี ารตดั สนิ ใจเพ่ือแก้ปญั หาแต่ละครงั้ ไปเท่าน้ันด้วย
3.4 แผนและการวางแผนจะช่วยให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน มองไปในอนาคต และเห็นโอกาสที่จะ
แสวงหาประโยชน์หรือกระทาการต่างๆ ให้สาเร็จตามความมุ่งหมายได้ ท้ังยังมองเห็นปัญหาอุปสรรคและภัย
คกุ คามตา่ งๆ เพื่อจะหาทางปอ้ งกัน ตลอดจนลดภาวะความเสย่ี งตา่ งๆ ไดด้ ้วย
3.5 การตัดสินใจที่มีเหตุผลในการวางแผนน้ัน จะมีการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ไว้ล่วงหน้า ซ่ึงมีเวลา
พอท่ีจะใช้ท้ังหลักทฤษฎี แนวความคิด และหลักการ ประกอบกับตัวเลขสถิติและข้อมูลข่าวสารต่างๆ ท่ี
เกี่ยวข้องมาพิจารณาตัดสินใจ จึงทาให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม มีเหตุผลและเป็น
ประโยชนต์ ามต้องการ
3.6 การวางแผนในเร่ืองของการเตรียมการไว้ล่วงหน้า เม่ือมีการกาหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย
ตามความต้องการ กิจกรรมต่างๆ ท่ีจะต้องกระทาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และ บังเกิดผลตามเป้าหมาย
นั้นๆ จะต้องได้รับการพิจารณา การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ทั้งวิธีการกระบวนการ ขั้นตอนของการกระทา
ทรพั ยากรทตี่ ้องใช้ เวลา สถานทแี่ ละการควบคมุ ดูแลการทางาน
3.7 การวางแผนมสี ว่ นชว่ ยใหม้ นุษย์เปล่ียนแปลงส่ิงต่างๆได้มาก
3.8 การวางแผนเปน็ ตัวนาในการพัฒนา
นายฮัมกา แอเหยบ็ 6319050029 กลมุ่ 1