The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by plagly43, 2024-03-19 04:11:56

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า

กลอนดอกสร้อย ร ำพึงในป่ำช้ำ ร ำพึงในป่ำช้ำ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2


กลอนดอกสร้อยร ำพึงในป่ำช้ำ เป็น กวีนิพนธ์เรื่อง Elegy Written in a Country Churchyard ของ ทอมัส เกรย์(Thomas gray) กวีอังกฤษที ่มีชื ่อเสียง มีชีวิตอยู ่ในช ่วงกลำง คริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่งได้ประพันธ์บทกวีนี้ขึ้นหลังจำกที่เขำสูญเสีย เพื่อนและญำติสนิทไปในเวลำไล่เลี่ยกัน ที่มำของเรื่อง


ที่มำของเรื่อง กลอนดอกสร้อยร ำพึงในป่ำช้ำ แสดงออกถึงควำมยิ่งใหญ่ในควำมเป็นกวีเอก ของตน ควำมคิดเห็นของเขำต่อควำมเศร้ำสะเทือน ใจในวิถีชีวิตและวิธีกำรประพันธ์มีควำมสมบูรณ์ แบบเป็นที่สุดส ำหรับควำมเป็นจริงของมนุษย์


ทอมัส เกรย์(Thomas Gray) ต้นฉบับแปลของเสฐียรโกเศศ พระยำอุปกิตศิลปสำร (นิ่ม กำญจนำชีวะ) ที่มำของเรื่อง


บทร้อยกรองก ำสรด เดิมทีเป็นโคลงไว้ อำลัยหรือคร ่ำครวญถึงบุคคลที่จำกไป ทอมัส เกรย์เป็นกำรร ำพึงถึงควำมตำยของ มนุษย์ซึ่งแสดงสัจธรรมของชีวิต พระยำอุปกิตศิลปะสำร น ำมำดัดแปลง ให้เข้ำกับธรรมเนียมไทย ที่มำของเรื่อง


กำรแต่งดัดแปลงให้เข้ำธรรมเนียมไทย กำรใช้กลวิธี "แต่งดัดแปลงให้เข้ำธรรมเนียมไทย" ถือเป็นสิ่ง ส ำคัญที่ท ำให้กลอนดอกสร้อยร ำพึงในป่ำช้ำเป็นบทประพันธ์ที่มี คุณค่ำสูง เพรำะเนื้อหำอันเป็นสำกลได้รับกำรถ่ำยทอดผ่ำนรูปแบบ ฉันทลักษณ์และขนบทำงวรรณศิลป์ของร้อยกรองไทย จึงเกิดเป็น บทประพันธ์อันไพเรำะรัดรึงใจผู้อ่ำน คุณค่ำในด้ำนเนื้อหำของบท ร ำพึงในป่ำช้ำอยู่ที่กำรมุ่งแสดงควำมจริงเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ โดย เสนอแนวคิดหลักว่ำ มนุษย์ทุกผู้ทุกนำม ไม่ว่ำจะเป็นบุคคลส ำคัญ หรือชนสำมัญ ไม่มีผู้ใดสำมำรถหลีกหนีควำมตำยไปได้


กำรแต่งดัดแปลงให้เข้ำธรรมเนียมไทย เปลี่ยนต้นไอวี เป็น เถำวัลย์ ต้นไอวี เถำวัลย์


กำรแต่งดัดแปลงให้เข้ำธรรมเนียมไทย เปลี่ยนต้นเอล์ม เป็น ต้นโพธิ์ ต้นเอล์ม ต้นโพธิ์


กำรแต่งดัดแปลงให้เข้ำธรรมเนียมไทย เปลี่ยนต้นเอล์ม เป็น ต้นโพธิ์ แมลงบีตเทิล จิ้งหรีดหรือเรไร


กำรแต่งดัดแปลงให้เข้ำธรรมเนียมไทย เปลี่ยนกำรอ้ำงถึงบุคคลส ำคัญ จอห์น แฮมพ์เด็น นักกำรเมือง เปลี่ยนเป็น ชำวบ้ำนบำงระจัน จอห์น มิลตัน กวีเอกของอังกฤษ เป็น ศรีปรำชญ์


ลักษณะค ำประพันธ์กลอนดอกสร้อย ลักษณะบังคับของกลอนดอกสร้อย เหมือนกลอนแปดทุกอย่ำง เว้นแต่ ตรงค ำขึ้นต้นและลงท้ำย ขึ้นต้นด้วยค ำว่ำ “เอ๋ย” และลงท้ำยว่ำ “เอย”


กลอนดอกสร้อย ร ำพึงในป่ำช้ำ ร ำพึงในป่ำช้ำ กลอนดอกสร้อย เนื้อเรื่องย่อ


เนื้อเรื่องย่อ ในเวลำเย็นใกล้ค ่ำชำยผู้หนึ่งเข้ำไปนั่งอยู่ในวัดชนบทแห ่งหนึ่งที่มีแต่ ควำมเงียบสงบเมื่อได้ยินเสียงระฆังย ่ำบอกเวลำใกล้ค ่ำ เขำเห็นชำวนำพำกันจูงวัวควำย เดินทำงกลับบ้ำน เมื่อสิ้นแสงตะวันได้ยินเสียงหรีดหริ่งเรไรและเสียงเกรำะในคอกสัตว์ น ำแสกที่จับอยู่บนหอระฆังก็ส่งเสียงร้อง ณ บริเวณโคนต้นโพธิ์ ต้นไทรนั้นเอง มี หลุมฝังศพต่ำง ๆ อยู่มำกมำย ควำมเงียบสงบและควำมวิเวกก่อให้เกิดควำมรู้สึกซำบซึ้ง ในสัจธรรมของชีวิต ท่ำนผู้นั้นจึงร ำพึงร ำพันออกมำเป็นบทกวีว่ำ แม้ผู้ดีมีจน นำย ไพร่ นักรบ กษัตริย์ ต่ำงก็มีจุดจบคือควำมตำยเหมือนกัน เนื้อเรื่องของกลอนดอกสร้อยร ำพึงในป่ำช้ำ คัดมำให้ นักเรียนศึกษำจ ำนวน 21 บท จำกทั้งหมด 33 บท


กลอนดอกสร้อย ร ำพึงในป่ำช้ำ ร ำพึงในป่ำช้ำ กลอนดอกสร้อย ค ำประพันธ์ ค ำประพันธ์


วังเอ๋ยวังเวง หง่ำงเหง่ง! ย ่ำค ่ำระฆังขำน ฝูงวัวควำยผ้ำยลำทิวำกำล ค่อยค่อยผ่ำนท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน ชำวนำเหนื่อยอ่อนต่ำงจรกลับ ตะวันลับอับแสงทุกแห่งหน ทิ้งทุ่งให้มืดมัวทั่วมณฑล และทิ้งตนตูเปลี่ยวอยู่เดียวเอย เสียงระฆังตีย ่ำดังหง่ำงเหง่ง มำท ำให้เกิดควำมวังเวงใจยิ่งนัก ในขณะที่ฝูงควำยก็เคลื่อนจำกท้องทุ่งลำเวลำกลำงวันเพื่อมุ่งกลับยัง ถิ ่นที ่อยู ่ของมัน ฝ ่ำยพวกชำวนำทั้งหลำยรู้สึกเหนื ่อยอ ่อนจำก กำรท ำงำนต่ำงก็พำกันกลับถิ่นพ ำนักของตนเมื่อตะวันลับขอบฟ้ำก็ไม่มี แสงสว่ำง ท ำให้ท้องทุ่งมืดไปทั่วบริเวณและทิ้งให้ข้ำพเจ้ำเปล่ำ เปลี่ยวอยู่แต่เพียงผู้เดียว


ยำมเอ๋ยยำมนี้ ปถพีมืดมัวทั่วสถำน อำกำศเย็นเยือกหนำวครำววิกำล สงัดปำนป่ำใหญ่ไร้ส ำเนียง มีก็แต่เสียงจังหรีดกระกรีดกริ่ง! เรไรหริ่ง! ร้องขรมระงมเสียง คอกควำยวัวรัวเกรำะเปำะแปะ! เพียง รู้ว่ำเสียงเกรำะแว่วแผ่วแผ่วเอย ยำมนี้แผ่นดินมืดไปทั่ว อำกำศเย็นยะเยือกหนำว เพรำะเป็น เวลำกลำงคืน และป่ำใหญ่แห่งนี้ก็เงียบสงัด มีแต่จิ้งหรีดและเรไร ร้องกันเซ็งแซ่ไปหมด เจ้ำของคอกวัวควำยต่ำงก็รัวเกรำะกัน เป็นเสียงเปรำะ ๆ ท ำให้รู้ว่ำเป็นเสียงเกรำะดังแว่วมำแต่ไกล


นกเอ๋ยนกแสก จับจ้องร้องแจ๊กเพียงแถกขวัญ อยู่บนยอดหอระฆังบังแสงจันทร์ มีเถำวัลย์รุงรังถึงหลังคำ เหมือนมันฟ้องดวงจันทร์ให้ผันดู คนมำสู่ซ่องพักมันรักษำ ถือเป็นที่รโหฐำนนมนำนมำ ให้เสื่อมผำสุกสันต์ของมันเอย เสียงนกแสกร้องขึ้นมำท ำให้ข้ำพเจ้ำเสียขวัญ นกแสกมันจับอยู่ บนหอระฆังที ่บัง แสงจันทร์และมีเถำวัลย์รุงรังพันถึงหลังคำ เหมือนกับมันจะฟ้องให้ดวงจันทร์หันมำดูผู้คนที่มำอยู่ในที่ที่มันรักษำ ไว้(ป่ำช้ำ) ซึ่งถือเป็นที่เฉพำะส่วนตัวของมันมำนำน ท ำให้มันไม่มี ควำมสุข


ต้นเอ๋ยต้นไทร สูงใหญ่รำกย้อยห้อยระย้ำ และต้นโพธิ์พุ่มแจ้แผ่ฉำยำ มีเนินหญ้ำใต้ต้นเกลื่อนกล่นไป ล้วนร่ำงคนในเขตประเทศนี้ ดุษณีนอนรำย ณ ภำยใต้ แห่งหลุมลึกลำนสลดระทดใจ เรำยิ่งใกล้หลุมนั้นทุกวันเอย มีต้นไม้สูงใหญ่รำกย้อยห้อยระย้ำและต้นโพธิ์ที่เป็นพุ่มแผ่ร่มเงำ ออกไปโดยรอบ ที่ใต้ต้นไม้มีเนินหญ้ำเป็นที่ฝังศพคนในระแวกแถวนี้ ซึ่งนอนนิ่งอยู่เกลื่อนไปหมดในหลุมลึก ดูแล้วก็น่ำสลดใจอย่ำงยิ่งนัก และตัวของข้ำพเจ้ำเองก็ใกล้หลุมนี้เข้ำไปทุกวัน


หมดเอ๋ยหมดห่วง หมดดวงวิญญำณลำญสลำย ถึงลมเช้ำชวยชื่นรื่นสบำย เตือนนกแอ่นลมผำยแผดส ำเนียง อยู่ตำมโรงมุงฟำงข้ำงข้ำงนั้น ทั้งไก่ขันแข่งดุเหว่ำระเร้ำเสียง โอ้เหมือนปลุกร่ำงกำยนอนรำยเรียง พ้นส ำเนียงที่จะปลุกให้ลุกเอย หมดห่วงเนื่องจำกดวงวิญญำณได้แตกสลำยไปแล้วถึงแม้ว่ำ ลมยำมเช้ำจะชำยพัดให้สดชิ้น เป็นกำรเตือนนกแอ่นลมให้เคลื่อน ออกจำกที ่แผดร้องไปตำมโรงนำทั้งไก ่ก็ขันแข ่งกับนกดุเหว ่ำ เหมือนจะช่วยกันปลุกร่ำงของผู้นอนรำยเรียงที่อยู่ให้หลุมฝังศพให้ ตื่นขึ้นแต่พวกเขำเหล่ำนั้นไม่ได้ยินเสียงปลุกเสียแล้ว


ทอดเอ๋ยทอดทิ้ง ยำมหนำวผิงไฟล้อมอยู่พร้อมหน้ำ ทิ้งเพื่อนยำกแม่เหย้ำหำข้ำวปลำ ทุกเวลำเช้ำเย็นเป็นนิรันดร์ ทิ้งทั้งหนูน้อยน้อยร่อยร่อยรับ เห็นพ่อกลับปลื้มเปรมเกษมสันต์ เข้ำกอดคอฉอเลำะเสนำะกรรณ สำรพันทอดทิ้งทุกสิ่งเอย ยำมหนำวเคยนั่งผึงไฟอยู่พร้อมหน้ำ แต่ก็ต้องมำทิ้งเพื่อนยำก ทิ้งแม่เรือนที่คอยหุงข้ำวหำอำหำรให้รับประทำนทุกเช้ำเย็น ทิ้งทั้ง ลูกน้อยที่พอเห็นหน้ำพ่อก็ดีใจกอดคอฉอเลำะ นั้นคือต้องทอดทิ้ง ทุกสิ่งทุกอย่ำงไปอย่ำงแน่นอน


กองเอ๋ยกองข้ำว กองสูงรำวโรงนำยิ่งน่ำใคร่ เกิดเพรำะกำรเก็บเกี่ยวด้วยเคียวใคร ใครเล่ำไถครำดพื้นฟื้นแผ่นดิน เช้ำก็ขับโคกระบือถือคันไถ ส ำรำญใจตำมเขตประเทศถิ่น ยึดหำงยำมยักไปตำมใจจินต์ หำงยำมผินตำมใจเพรำะใครเอย เห็นกองข้ำวสูงรำวกับโรงนำ ช่ำงน่ำยินดีนัก กองข้ำวนี้เกิด เพรำะกำรเก็บเกี่ยวด้วยเคียวของใคร หรือใครเป็นคนไถครำดพลิก ฟื้นแผ่นดินนี้ขึ้นมำ เช้ำก็ถือคันไถพร้อมกับไล่ควำยอย่ำงสบำยใจอยู่ ท้องนำ โดยจับหำงไถไถนำตำมใจของจน หำงไถหันไปในทิศทำง ต่ำง ๆ เพรำะใครเล่ำ


ตัวเอ๋ยตัวทะยำน อย่ำบันดำลดลใจให้ใฝ่ฝัน ดูถูกกิจชำวนำสำรพัน และควำมครอบครองกันอันชื่นบำน เขำเป็นสุขเรียบเรียบเงียบสงัด มีปวัฒน์เป็นไปไม่วิตถำร ขออย่ำได้เย้ยเยำะพูดเรำะรำน ดูหมิ่นกำรเป็นอยู่เพื่อนตูเอย ตัวทะเยอะทะยำนเอ๋ย ขออย ่ำดลบันดำลใจให้มีกำรดูถูก กำรกระท ำต่ำง ๆ ขอชำวนำและควำมเป็นอยู่อันชื่นบำนของขำ เขำอยู่ กันอย่ำงมีควำมสุขอย่ำงเรียบง่ำย โดยมีควำมเป็นไปไม่เกินวิสัยปรกติ ของมนุษย์ ขอจงอย่ำอย่ำไปพูดจำเยำะเย้ยหรือดูหมิ่นกำรเป็นของเขำ เลย


สกุลเอ๋ยสกุลสูง ชักจูงจิตฟูชูศักดิ์ศรี อ ำนำจน ำควำมสง่ำอ่ำอินทรีย์ ควำมงำมน ำให้มีไมตรีกัน ควำมร ่ำรวยอวยสุขให้ทุกอย่ำง เหล่ำนี้ต่ำงรอตำยท ำลำยขันธ์ วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมดนั้น แต่ล้วนผันมำประจบหลุมศพเอย คนมีชำติตระกูลสูง ท ำให้จิตใจพองโตขึ้นคิดว่ำตนมีศักดิ์ศรี เหนือผู้อื่น คนมีอ ำนำจน ำควำมสง่ำงำมมำให้ชีวิต คนมีหน้ำตำงดงำม ท ำให้คนอื่นรักใคร่ คนมีฐำนะร ่ำรวยย่อมหำควำมสุขได้ทุกอย่ำง แต่ทุกคนต่ำงก็รอควำมตำยเช่นเดียวกัน วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมด ล้วนมำรวมกันที่หลุมฝังศพ


ตัวเอ๋ยตัวหยิ่ง เจ้ำอย่ำชิงติซำกว่ำยำกไร้ เห็นจมดินน่ำสลดระทดใจ ที่ระลึกสิ่งไรก็ไม่มี ไม่เหมือนอย่ำงบำงศพญำติตบแต่ง เครื่องแสดงเกียรติยศเลิศประเสริฐศรี สร้ำงสำนกำรบุญหนุนพลี เป็นอนุสำวรีย์สง่ำเอย ผู้เย่อหยิ่งทั้งหลำยเอ๋ย ขออย่ำชิงติซำกศพผู้ยำกไร้เหล่ำนี้เลย แม้เห็นจมดินหน้ำสลดใจที่ระลึกอะไรซักอย่ำงก็ไม่มีก็ตำมทีเถิด ไม่เหมือนอย่ำงบ้ำงศพที่ญำติตบแต่งด้วยเครื่องแสดงเกียรติยศนั้น อย่ำงดี โดยมีกำรสร้ำงอนุสำวรีย์อันสง่ำงำมเพื่อเป็นสถำนที่บวงสรวง บูชำ


ที่เอ๋ยที่ระลึก ถึงอธึกงำมลบในภพพื้น ก็ไม่ชวนชีพที่ดับให้กลับคืน เสียงชมชื่นเชิดชูคุณผู้ตำย เสียงประกำศเกียรติเอิกเกริกลั่น จะกระเทือนถึงกรรณนั้นอย่ำหมำย ล้วนเป็นคุณแก่ผู้ยังไม่วำงวำย ชูเกียรติญำติไปภำยภำคหน้ำเอย ที่ระลึกสร้ำงขึ้น ถึงแม้จะงำมเลิศสักเพียงใด ก็ไม่สำมำรถท ำ ให้ผู้ตำยฟื้นคืนชีวิตขึ้นมำได้ เสียงชื่นชมเชิดชูในคุณธรรมดีของ ผู้ตำย รวมทั้งเสียงชื่นชมในคุณงำมควำมดีของผู้ตำยรวมทั้งเสียง ประกำศถึงเกียรติยศของผู้ตำยอย่ำงแพร่หลำยรู้กันทั่วไปจะไปเข้ำหู ผู้ตำยนั้นก็หำไม่ ทุกอย่ำงล้วนเป็นคุณแก่ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่และเป็น กำรเชิดชูเกียรติยศของญำติพี่น้องที่มีชีวิตอยู่ต่อไป


ร่ำงเอ๋ยร่ำงกำย ยำมตำยจมพื้นดำษดื่นหลำม อย่ำดูถูกถิ่นนี้ว่ำที่ทรำม อำจขึ้นชื่อลือนำมในก่อนไกล อำจจะเป็นเจดีย์มีพระศพ แห่งจอมภพจักรพรรดิกษัตริย์ใหญ่ ประเสริฐด้วยสัตตรัตน์จรัสชัย ณ สมัยก่อนกำลบุรำณเอย ร่ำงกำยของคนทั้งหลำยเมื่อตำยจะจมพื้นดินอยู่เต็มไปหมด ขอจงอย่ำดูถูกถิ ่นนี้ว่ำไม่ดี เพรำะอำจเป็นถิ่นที่มีชื่อเสียงมำใน สมัยก่อนได้ คือ เป็นสถำนที่ก่อสร้ำงพระเจดีย์บรรจุพระศพของ พระมหำกษัตริย์ อันประกอบด้วยแก้ว 7 ประกำรของจักรรดิ ใน สมัยโบรำณนำนมำแล้ว


ควำมเอ๋ยควำมรู้ เป็นเครื่องชูชี้ทำงสว่ำงไสว หมดโอกำสที่จะชี้ต่อนี้ไป ละห่วงใยอยำกรู้ลงสู่ดิน อันควำมยำกหำกให้ไร้ศึกษำ ย่นปัญญำควำมรู้อยู่แค่ถิ่น หมดทุกข์ขลุกแต่กิจคิดหำกิน กระแสวิญญำณงันเพียงนั้นเอย ควำมรู้เป็นเครื่องชี้น ำทำงไปสู่ควำมก้ำวหน้ำแต่ตอนนี้หมดโอกำส ที่จะชี้น ำทำงต่อไปแล้ว จ ำต้องละควำมห่วงใยทั้งหมดลงไปสู่ควำมตำย อันควำมยำกจนท ำให้ไม่ได้รับกำรศึกษำ ได้รับวิชำควำมรู้อยู่เฉพำะใน ท้องถิ่นของตน ตอนนี้หมดทุกข์หมดทุกข์ที่จะขลุกอยู่แต่ในกำรท ำมำ หำกินเสียที เพรำะวิญญำณของเรำคงจะหยุดเพียงเท่ำนี้


ดวงเอ๋ยดวงมณี มักจะลี้ลับอยู่ในภูผำ หรือใต้ท้องห้องสมุทรสุดสำยตำ ก็เสื่อมซำสิ้นชมนิยมชน บุปผชำติชูสีและมีกลิ่น อยู่ในถิ่นที่ไกลเช่นไพรสณฑ์ ไม่มีใครได้เชยเลยสักคน ย่อมบำนหล่นเปล่ำดำยมำกมำยเอย ดวงแก้วหรือสิ่งที่มีค่ำมักจะอยู่ในที่ลี้ลับ เช่น ในภูเขำหรืออยู่ ใต้ท้องสมุทรซึ่งสุดสำยตำมนุษย์ ท ำให้กลำยเป็นสิ่งไร้ค่ำไม่มีผู้ใด ชื่นชม เปรียบเสมือนกับดอกไม้ที่มีสีสวยงำมละกลิ่นหอมที่อยู่ไกล เช่น ในป่ำ ก็ไม่มีใครได้เชยชมเลยสักคน ย่อมบำนหล่นไปเปล่ำ ๆ อย่ำงมำกมำยน่ำเสียดำยเป็นยิ่งนัก


ซำกเอ๋ยซำกศพ อำจเป็นซำกนักรบผู้กล้ำหำญ เช่นชำวบ้ำนบำงระจันขันร ำบำญ กับหมู่ม่ำนมำประทุษอยุธยำ ไม่เช่นนั้นท่ำนกวีเช่นศรีปรำชญ์ นอนอนำถเล่ห์ใบ้ไร้ภำษำ หรือผู้กู้บ้ำนเมืองเรืองปัญญำ อำจจะมำนอนจมถมดินเอย ซำกศพทั้งหลำยเหล่ำนี้อำจเป็นซำกศพของนักรบผู้กล้ำหำญ เช่น ชำวบ้ำนบำงระจันที่อำสำจะสู้รบกับกองทัพพม่ำที่มำท ำร้ำยถึง กรุงศรีอยุทธยำ หรือศพท่ำนกวีศรีปรำชญ์ที่นอนนิ่งไม่พูดไม่จำ หรือ ศพผู้กู้รู้บ้ำนเมืองเรืองปัญญำอื่น ๆ ซึ่งอำจจะมำนอนถมจมดินอยู่


มักเอ๋ยมักใหญ่ ก่นแต่ใฝ่ฝันฟุ้งตำมมุ่งหมำย อ ำพรำงควำมจริงใจไม่แพร่งพรำย ไม่ควรอำยก็ต้องอำยหมำยปิดบัง มุ่งแต่โปรยเครื่องปรุงจรุงกลิ่น คือควำมฟูมฟำยสินลิ้นโอหัง ลงในเพลิงเกียรติศักดิ์ประจักษ์ดัง เปลวเพลิงปลั่งหอมกลบตลบเอย พวกมักใหญ่ใฝ่สูงจะท ำแต่สิ่งที่ตนใฝ่ฝันมุ่งหมำยไว้และ ปิดปังควำมจริงบำงอย่ำงโดยไม่เปิดเผยให้ใครทรำบ แม้จะเป็นสิ่งที่ ไม่มีใครอับอำย มุ่งแต่แสดงให้เห็นรูปลักษณ์ภำยนอกว่ำดี มีกำรใช้ จ่ำยทรัพย์สินเกินฐำนะ พูดจำอวดดีเพื่อแสดงควำมมีเกียรติที่สูงส่ง ของตนให้ผู้อื่นเห็น อันเป็นกำรปกปิดควำมเป็นจริงของตนเองไว้


ห่ำงเอ๋ยห่ำงไกล ห่ำงจำกพวกมักใหญ่ฝักใฝ่หำ แต่สิ่งซึ่งเหลวไหลใส่อำตมำ ควำมมักน้อยชำวนำไม่น้อมไป เพื่อนรักษำควำมสรำญฐำนวิเวก ร่มเชื้อเฉกหุบเขำล ำเนำไศล สันโดษดับฟุ้งซ่ำนทะยำนใจ ตำมวิสัยชำวนำเย็นกว่ำเอย ขอจงอยู่ห่ำงไกลพวกมักใหญ่ใฝ่สูง ซึ่งท ำแต่สิ่งเหลวไหลใส่ ตัวเอง โดยไม่ดูควำมมักน้อยของชำวนำเป็นตัวอย่ำง ฉะนั้นเพื่อ รักษำควำมสบำยใจและควำมวิเวกร่มเย็นเฉกเช่นอยู่ในหุบเขำล ำเนำ ไพร ควรถือสันโดษดับควำมฟุ้งซ่ำนใจ ตำมแบบของชำวนำไว้จะ เยือกเย็นกว่ำ


ศพเอ๋ยศพไพร่ ไม่มีใครขึ้นชื่อระบือขำน ไม่เกรงใครนินทำว่ำประจำน ไม่มีกำรจำรึกบันทึกคุณ ถึงบำงทีมีบ้ำงเป็นอย่ำงเลิศ ก็ไม่ฉูดฉำดเชิดประเสริฐสุนทร์ พอเตือนใจได้บ้ำงในทำงบุญ เป็นเครื่องหนุนน ำเหตุสังเวชเอย ศพของคนธรรมดำสำมัญ ไม่มีใครเขำยกย่องหรือกล่ำวถึง ฉะนั้นจึงไม่ต้องไปเกรงกลัวว่ำใครจะนินทำ เพรำะไม่มีกำรเขียน จำรึกบันทึกคุณควำมดีไว้ แม้บำงครั้งจะมีกำรยกย่องในคุณงำม ควำมดีบ้ำง แต ่ก็ไม ่ถึงกับเชิดชูกันอย ่ำงเต็มที ่ ท ำพอเป็น เครื่องเตือนใจในกำรท ำควำมดี หรือเป็นเครื่องหนุนน ำเพื่อให้เกิด สังเวชใจเท่ำนั้น


ศพเอ๋ยศพสูง เป็นเครื่องจูงจิตให้เลื่อมใสศำนต์ จำรึกค ำส ำนวนชวนสักกำร ผิดกับฐำนชำวนำคนสำมัญ ซึ่งอย่ำงดีก็มีกวีเถื่อน จำกรึกชื่อปีเดือนวันดับขันธ์ อุทิศสิ่งซึ่งสร้ำงตำมทำงธรรม์ ของผู้นั้นผู้นี้แก่ผีเอย ศพของคนดี เป็นสิ่งที่จูงจอตใจให้เลื่อมใส มีกำรจำรึกค่ำ สักกำระ ผิดกับศพของชำวนำธรรมดำ ซึ่งอย่ำงดีทำสุดก็มีแค่กวี สมัครเล่นซึ่งจะจำรึกเอำไว้เพียงแค่เดือน วัน ปี ที่ล่วงลับ อุทิศ สิ่งของทำงธรรมให้แก่ผู้ตำย


ห่วงเอ๋ยห่วงอะไร ไม่ยิ่งใหญ่เท่ำห่วงดวงชีวิต แม้คนลืมสิ่งใดได้สนิท ก็ยังคิดขึ้นได้เมื่อใกล้ตำย ใครจะยอมละทิ้งซึ่งสิ่งสุข เคยเป็นทุกข์ห่วงใยเสียได้ง่ำย ใครจะยอมละแดนแสนสบำย โดยไม่ชำยตำใฝ่อำลัยเอย ห่วงอะไรก็ไม่เท่ำห่วงชีวิตของตนเอง แม้จะลืมที่ใดไปหมด แต่เมื่อใกล้ตำยก็ยังคิดถึงชีวิตของตนเองอยู่ ใครจะยอมละทิ้ง ควำมสุขควำมสบำยไปโดยไม่อำลัยไยดี


ดวงเอ๋ยดวงจิต ลืมสนิทกิจกำรงำนทั้งหลำย ย่อมละชีพเคยสุขสนุกสบำย เคยเสียดำยเคยวิตกเคยปกครอง ละทิ้งถิ่นที่ส ำรำญเบิกบำนจิต ซึ่งเคยคิดใฝ่เฝ้ำเป็นเจ้ำของ หมดวิตกหมดเสียดำยหมดหมำยปอง ไม่ผินหลังเหลียวมองด้วยซ ้ำเอย ขอให้ดวงจิตของเรำจงลืมกิจกำรงำนทั้งหลำยที่เคยสนุกสุข สบำย เคยเสียดำย เคยวิตกและเคยปกครอง ต้องละถิ่นเคยให้ ควำมสุขส ำรำญบำนใจ แบะฝันใฝ่อยำกเป็นเจ้ำของ ขอจงหมดควำม วิตก หมดวำมเสียดำยหมดสิ่งที่ปรำรถนำ โดยไม่หันหลังเหลียวไป มองมันอีกเลย


ข้อคิดที่ได้รับ • คนเรำเกิดมำควรสร้ำงควำมดี เพรำะทุกคนต้องตำย ควรด ำเนินชีวิตเป็นรูปแบบให้คนรุ่นหลังได้ยึดถือ • ชีวิตเป็นอนิจจังทั้งสิ้น อย่ำประมำทในกำรด ำเนินชีวิต • ไม่ว่ำจะเป็นคนชั้นสูง หรือ เป็นคนชั้นต ่ำก็ตำม ล้วน มีควำมเป็นคนเท่ำเทียมกัน • ค ำประพันธ์ที่ไพเรำะสำมำรถท ำให้ผู้ฟังมีควำมคล้อย ในควำมหมำยของกวี ท ำให้สำมำรถท ำควำมดีได้


Click to View FlipBook Version