1
รายงาน
เร่ือง ความผดิ ทางอาญา : ศึกษากรณีความผดิ ต่อชีวิต มาตรา ๒๘๘ และ มาตรา ๒๘๙
จดั ทาโดย
นาย โครสนี แอเหลาะ รหสั นิสิต ๖๓๑๐๘๑๐๔๑
เสนอ
อาจารย์ วิรัตน์ นาทิพเวทย์
รายงานฉบบั น้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวชิ า กฎหมายอาญา ๒ รหสั วชิ า ๐๘๐๑๒๒๑ S๑๐๑
หลกั สูตรนิติศาสตรบณั ฑิต ภาคเรียนท่ี ๒ ปี การศึกษา พ.ศ ๒๕๖๔ คณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลยั ทกั ษณิ วทิ ยาเขตสงขลา
2
คานา
รายงานฉบบั น้ี เป็นส่วนหน่ึงของวชิ ากฎหมายอาญา ๒ ภาคความผดิ ๐๘๐๑๒๒๑ เป็นการศึกษา
เน้ือหาในลกั ษณะความผดิ ซ่ึงผจู้ ดั ทาไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ ในประเด็นท่ีสนใจ คือศึกษากรณีภาคความผดิ ต่อชีวิต
มาตรา ๒๘๘ และมาตรา ๒๘๙ เพือ่ ศึกษาคน้ ควา้ โดยเนน้ เน้ือหาและทฤษฎี โครงสร้างความรับผดิ และแนว
คาวนิ ิจฉยั คาพิพากษา เพื่อเสริมสร้างทกั ษะและองคค์ วามรู้ใหก้ บั ผจู้ ดั ทาและผทู้ ่ีสนใจในประเด็นน้ี และเพื่อ
เป็นแนวทางในการศึกษากฎหมายอาญาในระดบั สูงต่อไป และหากรายงานฉบบั น้ีมีความผดิ พลาดประการ
ใด ผจู้ ดั ทาขออภยั มา ณ ทีน้ี ดว้ ย
ผจู้ ดั ทา
นายโครสนี แอเหลาะ
สารบัญ 3
เรื่อง
หน้า
บทท่ี ๑ คาอธิบายโครงสร้างความรับผิดทางอาญา ๔
- โครงสร้างความรับผดิ ๖
- องคป์ ระกอบของความผิด ๖
- ความผดิ ต่อชีวติ ในประมวลกฎหมายอาญาไทย ๘
- ความผิดตอ่ ชีวิตและร่างกาย ๘
- ศึกษากรณีความผดิ ต่อชีวิต มาตรา ๒๘๘ มาตรา ๒๘๙ ๙
๑๑
บทท่ี ๒ คาอธิบายจากบรรทดั ฐานคาพพิ ากษาศาลฎีกา ๑๑
- ตวั อยา่ งคาพพิ ากษาท่ีเก่ียวขอ้ ง ๑๙
บทที่ ๓ สรุปเน้ือหา
บรรณานุกรม
4
บทท่ี ๑ คาอธิบายเชิงโครงสร้างความรับผิดทางอาญา
ประมวลกฎหมายอาญามิใช่เป็นเพียงการรวบรวมกฎหมายเขา้ เป็นฉบบั เดียวกนั หากแต่เป็นการ
ประมวลบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมายอยา่ งเป็นระบบ จดั สรรเป็นหมวดหมู่ และมีขอ้ ความเชื่อมโยงถึงกนั ” โดย
แบง่ ออกเป็น ๓ ภาค ไดแ้ ก่ ภาค ๑ บทบญั ญตั ิทว่ั ไป ภาค ๒ ความผิด และภาค ๓ ลหุโทษ1
ประมวลกฎหมายอาญา ภาคบทบัญญตั ิท่วั ไป วางหลกั เกณฑท์ วั่ ไปของกฎหมายอาญา
ที่ใชก้ บั ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาน้ี จึงตอ้ งนาไปใชใ้ นการวินิจฉยั ความผิดในภาค ๒ ความผิด
และภาค ๓ ลหุโทษดว้ ย เช่น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรคแรก บัญญตั ิว่า “บคุ คลจะต้องรับผดิ
ในทางอาญากต็ ่อเมื่อได้กระทาโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทาโดยประมาท ในกรณีท่กี ฎหมายบญั ญัตใิ ห้ต้อง
รับผดิ เม่ือได้กระทาโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณที ่ีกฎหมายบัญญตั ไิ ว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้
กระทาโดยไม่มีเจตนา” หมายความวา่ การกระทาของบุคคลน้นั จะเป็นความผิดต่อเม่ือไดก้ ระทาโดยเจตนา
เป็นหลกั ท้งั น้ี มีขอ้ ยกเวน้ ให้ผกู้ ระทาตอ้ งรับผดิ ในทางอาญา แมจ้ ะกระทาโดยประมาท หรือเวน้ แต่ในกรณี
ที่กฎหมายบญั ญตั ิไวโ้ ดยแจง้ ชดั ใหต้ อ้ งรับผิดแมไ้ ดก้ ระทาโดยไมม่ ีเจตนาดงั น้นั หาก นางเอทาใหท้ รัพยข์ อง
นายบี เสียหายโดยประมาท นางเอ ยอ่ มไม่มีความผดิ ธงอาญาฐานทาใหเ้ สียทรัพย์ เนื่องจากมาตรา ๓๕๘
มิได้บัญญตั ิให้ ผ้กู ระทาต้องรับผิดแม้จะกระทาโดยประมาท เป็นตน้ นอกจากน้ี ประมวลกฎหมายอาญา ภาค
๑ ยงั นาไปใชบ้ งั คบั กบั ความผิดตามกฎหมายอ่ืนท่ีกาหนดความผิดและกาหนดโทษทางอาญาดว้ ย ดงั ท่ี
ประมวลกฎหมายอาญ มาตรา ๑๗ บญั ญตั ิวา่ “บทบัญญัตใิ นภาค แห่งประมวลกฎหมายนใี้ ห้ใช้ในกรณแี ห่ง
ความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย เว้นแต่กฎหมายน้นั ๆ จะได้บัญญัติไว้เป็ นอย่างอ่ืน “ หลกั เกณฑต์ า่ ง ๆ ใน
กฎหมายอาญาภาค ๑ น้ี จึงมีความสาคญั ต่อการวินิจฉยั ความผิดทางอาญาในกฎหมายต่าง ๆ
ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑ มีบญั ญตั ิไวใ้ นมาตรา ๑ ถึงมาตรา ๑๐๖ ประกอบดว้ ยบทนิยาม
(มาตรา ๑) การใชก้ ฎหมายอาญา(มาตรา ๖-๗) โทษและวธิ ีการเพ่ือความปลอดภยั (มาตรา ๑๘ - ๕๘) ความ
รับผดิ ในทางอาญา (มาตรา ๕๙ - ๗๙) การพยายามกระทาความผิด (มาตรา ๘๐ -๘๒) ตวั การและ
ผสู้ นบั สนุน (มาตรา ๘๓ - ๘๙) การกระทาความผิดหลายบทหรือหลายกระทง (มาตรา ๙ - ๙๓) การกระทา
ความผดิ อีก (มาตรา ๙๒-๙๔) อายคุ วาม (มาตรา ๙๕ - ๑๐๑) บทบญั ญตั ิที่ใชแ้ ก่ความผิดลหุโทษ
(มาตรา ๑๐๒ - ๑๐๖)
ประมวลกฎหมายอาญาภาค ๒ ความผิด เป็นการศึกษาถึงความผิดทางอาญาฐานตา่ ง ๆ ที่มีความ
เสียหายเป็นภยั ในลกั ษณะต่าง ๆ เช่น ความผิดที่เป็นต่อสังคมส่วนรวมหรือต่อบุตคล ลกั ษณะและความมงุ่
1 ไพบลู ย์ ชวู ตั นกจิ แหลง่ ทมี่ า http://www.elfhs.ssru.ac.th
5
หมายในการคมุ้ ครองจึงแตกตา่ งกนั ออกไปในแตล่ ะฐานความผดิ ในกฎหมายอาญาภาคความผดิ จะไม่
กลา่ วถึงบทบญั ญตั ิทว่ั ไปท่ีไดก้ าหนดหลกั เกณฑไ์ วแ้ ลว้ ในภาค ๑ เป็นการศึกษาถึงองคป์ ระกอบความผดิ ใน
แต่ละฐาน ท่ีกล่าวเช่นน้ี มิไดห้ มายความวา่ การศึกษากฎหมายอาญาภาคความผิดน้ี จะเป็นเอกเทศออกจาก
ภาค หลกั เกณฑท์ วั่ ไปแต่ในทางกลบั กนั ผศู้ ึกษาตอ้ งนาหลกั เกณฑใ์ นภาค ๑ มาใชใ้ นการวินิจฉยั ความผดิ
ฐานตา่ ง ๆ ดว้ ย เช่นเมื่อกลา่ วถึงความผดิ ฐานลกั ทรัพยต์ ามมาตรา ๓๓๔ ซ่ึงบญั ญตั ิวา่ “ผใู้ ดเอาทรัพยข์ อง
ผอู้ ื่น หรือท่ีผอู้ ื่นเป็นเจา้ ของรวมอยดู่ ว้ ยไปโดยทุจริต...” แมจ้ ะไม่ปรากฏถอ้ ยคาถึงองคป์ ระกอบภายในเร่ือง
เจตนาแตก่ ต็ อ้ งเขา้ ใจไดว้ า่ เจตนายอ่ มเป็นองคป์ ระกอบในความผิดฐานสักทรัพยด์ ว้ ยหากคนหลายคนมีส่วน
ร่วมในการลกั ทรัพย์ จะถือวา่ แต่ละคนตอ้ งรับผิดฐานลกั ทรัพยอ์ ยา่ งไร จะเป็นตวั การในความผิดน้ี หรือบาง
คนเป็นเพยี งผสู้ นบั สนุน อนั มีผลตอ่ การวินิจฉยั วา่ การกระทาน้นั ตอ้ งรับโทษตาม มาตรา ๓๓๕(๗) คือลกั
ทรัพยโ์ ดยร่วมกระทาความผิดดว้ ยกนั ต้งั แต่ ๒ คนข้นึ ไปหรือไม่ หรือเพียงแต่รับโทษเพียง ผสู้ นบั สนุนใน
การกระทาความผิดฐานลกั ทรัพยต์ ามมาตรา ๓๓๔ ประกอบมาตรา ๘๖ เทา่ น้นั เป็นตน้
ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ความผิด แบ่งเป็น ๑๔ ลกั ษณะ (ลกั ษณะ ๑ - ๑๓ และลกั ษณะ
๑/๑) ไดแ้ ก่ ลกั ษณะ ๑ ความผดิ เก่ียวกบั ความมนั่ คงแห่งราชอาณาจกั ร(มาตรา ๑๐๗ -๑๓๕) ลกั ษณะ ๑/๑
ความผิดเกี่ยวกบั การก่อการร้าย (มาตรา ๑๓๕/๑ - ๑๓๕/๔) ลกั ษณะ ๒ ความผดิ เกี่ยวกบั การปกครอง
(มาตรา ๑๓๖ - ๑๖๖) ลกั ษณะ ๓ ความผดิ เกี่ยวกบั การยตุ ิธรรม (มาตรา ๑๖๗ - ๒๐๕) ลกั ษณะ ๔ ความผดิ
เก่ียวกบั ศาสนา (มาตรา ๒๐๖ - ๒๐๘) ลกั ษณะ ๕ ความผดิ เกี่ยวกบั ความสงบสุขของประชาชน (มาตรา
๒๐๙ - ๒๑๖) ลกั ษณะ ๖ ความผิดเก่ียวกบั การก่อใหเ้ กิดภยนั ตรายต่อประชาชน(มาตรา ๒๑๗ - ๒๓๙)
ลกั ษณะ ๗ ความผิดเกี่ยวกบั การปลอมและการแปลง (มาตรา ๒๔๐ - ๒๖๘/๑๕) ลกั ษณะ ๘ ความผดิ
เกี่ยวกบั การคา้ (มาตรา ๒๗๐ - ๒๗๕) ลกั ษณะ ๙ความผิดเก่ียวกบั เพศ(มาตรา ๒๗๖ -๒๘๗) ลกั ษณะ ๑๐
ความผดิ เก่ียวกบั ชีวิตและร่างกาย (มาตรา ๒๘๘ - ๓๐๘) ลกั ษณะ ๑๑ ความผิดเก่ียวกบั เสรีภาพและชื่อเสียง
(มาตรา ๓๐๙ - ๓๓๓) ลกั ษณะ ๑๒ ความผดิ เก่ียวกบั ทรัพย(์ มาตรา ๓๓๔ -๓๖๖) และลกั ษณะ ๑๓ ความผดิ
เกี่ยวกบั ศพ (มาตรา ๓๖๖/๑ - ๓๖๖/๔)
ประมวลกฎหมายอาญาภาค ๓ ลหุโทษ เป็นการศึกษาถึงความผดิ เลก็ ๆ นอ้ ย ๆ ที่ถกู แยก
ออกจากภาค ๒ต้งั แต่มาตรา ๓๖๗ -มาตรา ๓๙๘ ความผิดลหุโทษน้ี มิไดถ้ ูกจดั แยกออกเป็นลกั ษณะ
6
โครงสร้างความรับผดิ ทางอาญา
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานตา่ ง ๆ ที่บญั ญตั ิไวใ้ นภาค ๒ ความผิด ต้งั แตม่ าตรา๑๐๗
ถึงมาตรา ๓๖๖ และภาค ๓ ลหุโทษ ต้งั แตม่ าตรา ๓๖๗ถึงมาตรา ๓๙๘น้นั แต่ละฐานความผิดน้นั จะมี
รายละเอียดท่ีแตกตา่ งกนั ออกไป อยา่ งไรกต็ าม การท่ีบุคคลจะตอ้ งรับผิดในทางอาญาน้นั หรือไม่ ตอ้ ง
พิจารณาตามโครงสร้างความรับผิดทางอาญา ไดแ้ ก่ (๑) องคป์ ระกอบ (๒) อานาจกระทา และ (๓) เหตุ
ยกเวน้ โทษ
องค์ประกอบ (The element of crime) เป็นขอ้ สาระสาคญั ในทางรูปแบบของความผิดอาญา ซ่ึง
ประมวลกฎหมายอาญา ไดบ้ ญั ญตั ิไวใ้ นความผิดแตล่ ะฐาน ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบภายนอก ไดแ้ ก่
ผกู้ ระทา การกระทากรรมของการกระทา และความสมั พนั ธ์ระหวา่ งการกระทาและผล นอกจากน้ีความผิด
บางฐานยงั อาจมีส่วนพเิ ศษอ่ืนอีกดว้ ย เช่น เวลากลางคนื เป็นตน้ ” (คณิต ณ นคร, ๒๕๕๑, หนา้ ๑๕๑)
องค์ประกอบภายใน ไดแ้ ก่ เจตนาธรรมดามูลเหตุชกั จูงใจ (เจตนาพิเศษ)และประมาท สาหรับ
ความผดิ บางฐานแมผ้ กู้ ระทาไม่มีเจตนาก็เป็นความผิดได้ เช่น ความผิดลหุโทษ (ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๑๐๔)
องค์ประกอบภายนอก ผกู้ ระทา คอื ผทู้ ่ีตอ้ งรับผิดในการกระทาความผิดฐานน้นั ๆ หากกฎหมาย
บญั ญตั ิถึงผกู้ ระทาความผิดไวว้ า่ “ผใู้ ด” ยอ่ มมีความหมายวา่ คนทวั่ ไปสามารถเป็นผกู้ ระทาความผดิ ฐานน้นั
ได้ เช่น มาตรา ๒๘๘ บญั ญตั ิวา่ “ผใู้ ดฆ่าผอู้ ่ืน...”หรือมาตรา ๒๙๕”ผใู้ ดทาร้ายผอู้ ่ืน...”แตห่ ากกฎหมาย
บญั ญตั ิคณุ สมบตั ิหรือฐานะของผกู้ ระทาไวเ้ ป็นพิเศษ ผูท้ ่ีจะตอ้ งผิดยอ่ มตอ้ งมีคุณสมบตั ิหรือฐานะน้นั ๆ ดว้ ย
เช่น มาตรา ๓๐๗ บญั ญตั ิวา่ “ผใู้ ดมีหนา้ ที่ตามกฎหมายหรือตามสญั ญาตอ้ งดูแลผซู้ ่ึงพ่ึงตนเองมิได้ เพราะ
อายุ ความป่ วยเจ็บ กายพกิ ารหรือจิตพกิ าร ทอดทิง้ ผซู้ ่ึงพ่ึงตนเองมิไดน้ ้นั เสียโดยประการท่ีน่าจะเป็นเหตใุ ห้
เกิดอนั ตรายแก่ชีวิต” หรือ มาตรา ๓๒๓บญั ญตั ิวา่ “ผใู้ ดลว่ งรู้หรือไดม้ าซ่ึงความลบั ของผอู้ ่ืนโดยเหตุที่เป็น
เจา้ พนกั งานผมู้ ีหนา้ ท่ี โดยเหตุที่ประกอบอาชีพเป็นแพทย์ เภสชั กร คนจาหน่ายยา นางผดุงครรภ์ ผพู้ ยาบาล
นกั บวช หมอความทนายความ หรือผสู้ อบบญั ชีหรือโดยเหตุท่ีเป็นผชู้ ่วยในการประกอบอาชีพน้นั แลว้
เปิ ดเผยความลบั น้นั ในประการท่ีน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผหู้ น่ึงผใู้ ด เป็นตน้
องค์ประกอบภายใน เเบ่งได้ ๓ เเบบ ดงั นี้
๑. เจตนา มี ๒ ความหมาย กรณี ดงั น้ี
๑.๑ เจตนาประสงคต์ ่อผล หมายความวา่ ม่งุ หมายหรือประสงคต์ อ่ ผลโดยตรง ในความผิดต่อ
ชีวิต และความผิดต่อร่างกาย ในการวนิ ิจฉยั ตอ้ งใชห้ ลกั กรรมเป็นเคร่ืองช้ีเจตนาเป็นแนวทางในการพิจารณา
7
เช่น ถา้ ผกู้ ระทาใชป้ ื นยงิ ไปที่ผเู้ สียหาย โดยยงิ ไปท่ีอวยั วะสาคญั ๆ ตอ้ งถือวา่ ประสงคห์ รือมุ่งหมายให้
ผเู้ สียหายตาย แต่ถา้ ใชม้ ีดเลก็ ๆ แทงทีเดียวในเวลาค่ามืด ขณะที่มองเห็นไมถ่ นดั อาจตอ้ งถือวา่ ประสงคห์ รือ
มุง่ หมายตอ่ อนั ตรายแก่กายหรือจิตใจของผเู้ สียหายเท่าน้นั กไ็ ด้
๑.๒ เจตนาเลง็ เห็นผล 2หมายความวา่ ผกู้ ระทาไมป่ ระสงคต์ อ่ ผลแต่เลง็ เห็นไดว้ า่ จะเกิดผลอยา่ ง
แน่นอน เท่าท่ีจิตใจของบคุ คลในฐานะเช่นเดียวกบั ผกู้ ระทาโดยปกติเลง็ เห็นไดใ้ นการวนิ ิจฉยั น้นั ให้
พิจารณาถึงเร่ืองประสงคต์ ่อผลก่อน หากพิจารณาเห็นวา่ ผกู้ ระทาไม่ประสงคต์ ่อผล จึงค่อยมาพิจารณาตอ่ ไป
วา่ ผกู้ ระทาเลง็ เห็นผลหรือไม่ เจตนาประสงคต์ ่อผลหรือเล็งเห็นผลกม็ ีผลทางกฎหมายอยา่ งเดียวกนั กลา่ วคือ
ถา้ เป็นเจตนาฆา่ ประเภทประสงคต์ ่อผล ผกู้ ระทากผ็ ิดฐานฆา่ คนตายโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๘๘ ถา้ เป็นเจตนาฆ่าประเภทเลง็ เห็นผล ผกู้ ระทากผ็ ิดฐานฆา่ คนตายโดยเจตนา ตาม ประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ เช่นเดียวกนั
๒. เจตนาพเิ ศษ คือ มูลเหตจุ ูงใจในการกระทาความผิด เจตนาพเิ ศษเป็นคนละกรณีกบั เจตนาธรรมดา
เจตนาธรรมดาคือประสงคต์ ่อผลหรือเลง็ เห็นผล ความผดิ ใดกฎหมายตอ้ งเจตนาพิเศษ กจ็ ะบญั ญตั ิถอ้ ยคาท่ี
แสดงวา่ เป็นเจตนาพเิ ศษไวใ้ นองคป์ ระกอบของความผดิ น้นั ๆ โดยตรง เช่น คาวา่ โดยทจุ ริต ถือวา่ เป็น
เจตนาพเิ ศษของความผดิ ฐานลกั ทรัพย์ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔) คาวา่ เพ่ือใหผ้ หู้ น่ึงผใู้ ด
หลงเช่ือวา่ เป็นเอกสารท่ีแทจ้ ริง เป็นเจตนาพเิ ศษของความผดิ ฐานปลอมเอกสาร (มาตรา ๒๖๔) ในการ
พิจารณาถอ้ ยคาน้นั ๆ เป็นเจตนาพเิ ศษหรือไมใ่ หส้ ังเกตท่ีคาวา่ เพื่อหรือคาวา่ โดยทจุ ริต เป็นตน้ ความผิดท่ี
กฎหมายตอ้ งการเจตนาพิเศษ เช่น ความผิดฐานปลอมเอกสาร (มาตรา ๒๖๔) หากผกู้ ระทามีแตเ่ จตนา
ธรรมดา เช่น ประสงคต์ อ่ ผลหรือเลง็ เห็นผลเทา่ น้นั ผกู้ ระทาก็ยงั ไม่มีความผิด โดยถือวา่ ขาดองคป์ ระกอบ
ภายใน แตถ่ า้ ความผดิ มาตรา น้นั ๆ กฎหมายไมต่ อ้ งการเจตนาพเิ ศษ เช่น ความผิดฐานฆา่ คนตายโดยเจตนา
ตาม มาตรา ๒๘๘ เพยี งแตผ่ กู้ ระทามีเจตนาธรรมดา กล่าวคอื ประสงคต์ ่อผลหรือเลง็ เห็นผล ผกู้ ระทากม็ ี
ความผิดแลว้
๓. ประมาท คือ การกระทาโดยประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรค ๔ มี
หลกั เกณฑด์ งั น้ี
๑. มิใช่เป็นการกระทาความผดิ โดยเจตนา
๒. กระทาไปโดยปราศจากความระมดั ระวงั ซ่ึงบคุ คลในภาวะเช่นน้นั จกั ตอ้ งมีตามวสิ ยั และ
2 สรุปสาระสาคญั กฎหมายอาญา เเหลง่ ท่มี า : http://base.bcnpy.ac.th/elearning/laws/C001.htm
8
พฤติการณ์ ผกู้ ระทาอาจใชค้ วามระมดั ระวงั เช่นวา่ น้นั ได้ แต่หาไดใ้ ชใ้ หเ้ พียงพอไม่
ความผิดต่อชีวิตในประมวลกฎหมายอาญาของไทย
ประมวลกฎหมายอาญาไดบ้ ญั ญตั ิ “ความผิดตอ่ ชีวิต” ไวใ้ นภาค ๒ ลกั ษณะ ๑ หมวด ๑ ในความผิด
เก่ียวกบั ชีวิตไวใ้ นประมวลกฎหมายอาญา ซ่ึงความผิดต่อชีวติ ตามกฎหมายอาญา เป็นการบญั ญตั ิคมุ้ ครอง
ชีวติ มนุษยแ์ ละใหค้ วามสาคญั อยา่ งมากกบั ชีวติ มนุษย์ ไม่วา่ จะกระทาดว้ ยวธิ ีในทางใด ๆ อาจเกิดไดใ้ นหลาย
ๆ วิธีท่ีจะเป็นการกระทาใหบ้ ุคคลหน่ึงบุคคลใดตาย โดยกฎหมายจะถือเอา “ผลของการกระทา” คอื ความ
ตายของมนุษยเ์ ป็นเกณฑใ์ นการบญั ญตั ิการกระทาความผิดตามกฎหมายอาญาและการระวางโทษที่สูงสุด
ของผกู้ ระทาความผิดในฐานทาใหผ้ อู้ ่ืนถึงแก่ความตายน้นั ๆ
กฎหมายอาญา หมายถึง กฎหมายที่วา่ ดว้ ยความผิดและโทษ ซ่ึงกฎหมายอาญายงั กาหนดใหบ้ ุคคล
ตอ้ งรับผิดทางอาญาโดยเดด็ ขาด โดยไม่คานึงถึงเจตนาหรือประมาทของผกู้ ระทาหรืออาจตอ้ งรับผดิ ชอบใน
การกระทาของบุคคลอื่นอีกดว้ ย ฉะน้นั ความผดิ อาญา ไดแ้ ก่ การกระทาหรือการไม่กระทาที่มีกฎหมาย
บญั ญตั ิเป็นความผดิ และกาหนดโทษไว้ เพือ่ วตั ถุประสงคใ์ หเ้ กิดความเสียหายแก่ชีวติ ร่างกายของผอู้ ื่น เช่น
นายแดงยงิ นายดาตาย ซ่ึงกรณีน้ีจะลงโทษนายแดงรับผดิ ในทนั ทีไมไ่ ด้ เพราะการกระทาความผิดทางอาญา
น้ีจะตอ้ งพิจารณาไปตามลาดบั ข้นั ตอนของการกระทาความผิดเสียก่อนวา่ การกระทาของผกู้ ระทาความผิด
น้นั เป็นการกระทาท่ี กฎหมายเห็นวา่ เป็นความผิด แลว้ สมควรไดร้ ับโทษทางอาญาบทหนกั หรือบทเบา
เพยี งใด สามารถพิจารณาจากหลกั การลงโทษผกู้ ระทาความผิดความทางอาญาตามลาดบั ข้นั ตอนท่ีกฎหมาย
ไดก้ าหนดไวน้ ้นั
ความผดิ ต่อชีวติ และร่างกาย
ความผดิ ต่อชีวติ มีบญั ญตั ิอยใู่ นประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ลกั ษณะ ๑๐ วา่ ดว้ ยเรื่อง ความผิด
เกี่ยวกบั ชีวติ ร่างกาย หมวด ๑ ความผิดต่อชีวติ
ความผดิ ต่อชีวติ และความผดิ ต่อร่างกาย หมายถึง เป็นบทบญั ญตั ิส่วนหน่ึงของประมวลกฎหมาย
อาญา ท่ีมีบทบญั ญตั ิของกฎหมายน้นั ประสงคใ์ หค้ วามคุม้ ครอง ซ่ึงถือวา่ มีคุณคา่ สูงมากคอื ชีวติ มนุษยแ์ ละ
ความปลอดภยั ของร่างกาย
ความผิดต่อชีวติ หมายถึง การกระทาผดิ กฎหมายท่ีผกู้ ระทาผดิ กระทาต่อชีวติ ร่างกายตอ่ ผอู้ ่ืน
โดยตรง เช่น การทาใหผ้ ูอ้ ่ืนถึงแก่ความตายโดยเจตนา กระทาโดยไม่เจตนา กระทาโดยประมาท กระทาอนั
เป็นเหตุใหผ้ อู้ ื่นฆ่าตนเองหรือพยามฆา่ ตนเอง หรือการเขา้ ร่วมชุลมนุ ต่อสูอ้ นั เป็นเหตุใหบ้ ุคคลหน่ึงบคุ คลใด
ถึงแก่ความตาย
9
ศึกษากรณีความผดิ ต่อชีวิต มาตรา ๒๘๘ และมาตรา ๒๘๙ ดงั น้ี
ตามประมวลกฎหมายอาญา บญั ญตั ิไวด้ งั น้ี
มาตรา ๒๘๘ ผใู้ ดฆ่าผอู้ ื่น ตอ้ งระวางโทษประหารชีวิต จาคุกตลอดชีวิต หรือจาคุกต้งั แต่สิบหา้ ปี ถึง
ยส่ี ิบปี
มาตรา ๒๘๙ ผใู้ ด
(๑) ฆา่ บพุ การี
(๒) ฆ่าเจา้ พนกั งาน ซ่ึงกระทาการตามหนา้ ท่ี หรือเพราะเหตุที่จะกระทา หรือไดก้ ระทาการตามหนา้ ท่ี
(๓) ฆา่ ผชู้ ่วยเหลือเจา้ พนกั งาน ในการท่ีเจา้ พนกั งานน้นั กระทาตามหนา้ ท่ี หรือเพราะเหตทุ ่ีบุคคลน้นั จะ
ช่วยหรือไดช้ ่วยเจา้ พนกั งานดงั กลา่ วแลว้
(๔) ฆ่าผอู้ ื่นโดยไตร่ตรองไวก้ ่อน
(๕) ฆ่าผอู้ ่ืนโดยทรมานหรือโดยกระทาทารุณโหดร้าย
(๖) ฆ่าผอู้ ่ืนเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทาความผดิ อยา่ งอ่ืน หรือ
(๗) ฆ่าผอู้ ื่นเพอื่ จะเอา หรือเอาไวซ้ ่ึงผลประโยชนอ์ นั เกิดแต่การท่ีตนไดก้ ระทาความผดิ อ่ืน เพือ่ ปกปิ ด
ความผิดอ่ืนของตน หรือเพ่ือหลีกเล่ียงใหพ้ น้ อาญาในความผดิ อื่นที่ตนไดก้ ระทาไว้
ตอ้ งระวางโทษประหารชีวิต
องคป์ ระกอบของความผดิ ” หมายถึง กฎเกณฑท์ ี่กาหนดไวส้ าหรับความผิดแตล่ ะความผิด ซ่ึงถา้ ขาด
องคป์ ระกอบอยา่ งหน่ึงอยา่ งใดไป จะไม่ถือวา่ มีความผิด
มาตรา ๒๘๘ เป็นลกั ษณะของความผดิ ฆ่าผอู้ ื่นโดยเจตนา มีลกั ษณะองคป์ ระกอบคอื
๑. ฆา่ , ๒. ผอู้ ่ืน , ๓. โดยเจตนา
องคป์ ระกอบของความผิดแต่ละความผดิ จะมีองคป์ ระกอบ ๒ อยา่ ง คอื
๑. องคป์ ระกอบภายนอก ไดแ้ ก่ การกระทาและสิ่งท่ีเกี่ยวเน่ืองจากการ กระทาซ่ึงบคุ คลสามารถ
สมั ผสั ไดจ้ ากภายนอก เช่น การฆา่ ผอู้ ื่น องคป์ ระกอบภายนอก ไดแ้ ก่ (๑) ฆา่ การฆ่าเป็นการกระทา และ (๒)
ผอู้ ่ืน ซ่ึงเป็นส่ิงท่ีเก่ียวเน่ืองจากการกระทา กล่าวคอื เก่ียวเนื่องจากการฆา่
10
๒.องคป์ ระกอบภายใน ไดแ้ ก่ เจตนาธรรมดา เจตนาพเิ ศษ หรือประมาทเช่น การฆ่าผอู้ ื่น
องคป์ ระกอบภายในน้นั ไดแ้ ก่ เจตนาประสงคห์ รือยอ่ มเลง็ เห็นผลคอื ดวามตายของผอู้ ่ืน
ความไม่รู้ขอ้ เทจ็ จริงอนั เป็นองคป์ ระกอบของความผดิ ตามมาตรา ๕๙ วรรคสาม หมายถึงความไม่
รู้ขอ้ เทจ็ จริง อนั เป็นองคป์ ระกอบภายนอกของความผดิ เท่าน้นั ไม่ใช่ไมร่ ู้ ขอ้ เทจ็ จริงอนั เป็นองคป์ ระกอบ
ภายใน
มาตรา ๒๘๙ ตอ้ งกระทาครบองคป์ ระกอบความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ตามมาตรา ๒๘๘ มา
ก่อน ซ่ึงความผิดตาม มาตรา ๒๘๙ กฎหมายมองวา่ การฆ่าคนตายโดยมีเหตฉุ กรรจผ์ กู้ ระทาความผดิ สมควร
ลงโทษใหห้ นกั ข้นึ โดยกาหนดโทษประหารชีวิตสถานเดียว
เหตฉุ กรรจ์ หมายถึง เหตุที่ทาใหผ้ กู้ ระทาตอ้ งรับโทษ ซ่ึงอาจจะมาจากวตั ถแุ ห่งการกระทาที่กฎหมาย
ประสงคจ์ ะใหค้ วามคุม้ ครองมากเป็นพเิ ศษ เช่น เจา้ พนกั งาน ผใู้ ดที่ฆ่าเจา้ พนกั งานกย็ อ่ มตอ้ งรับโทษหนกั
กวา่ การฆา่ คนธรรมดาตาย หรือเหตุฉกรรจอ์ นั เนื่องมาจากพฤติการณ์ในการกระทาความผิด เช่น การฆ่าคน
ตายโดยทารุณโหดร้ายหรือทรมาน ซ่ึงกฎหมายลงโทษหนกั กวา่ การคนตายธรรมดา
เหตฉุ กรรจใ์ นความผิดฐานฆ่าผอู้ ่ืนโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ซ่ึงกฎหมายม่งุ
ที่จะใหผ้ กู้ ระทาความผิดไดร้ ับการลงโทษใหไ้ ดส้ ดั ส่วนกบั ลกั ษณะของการกระทาความผิด จึงมีการบญั ญตั ิ
โทษที่รุนแรงกวา่ ปกติ โดยแบง่ ความมงุ่ หมายในการลงโทษออกเป็น ๓ กรณีคือ
๑. ลงโทษหนกั ข้ึนเพราะเหตฉุ กรรจ์ หากกระทาตอ่ บุคคลบางประเภท คือบพุ การี เจา้ พนกั งานและผู้
ช่วยเหลือเจา้ พนกั งาน
๒. ลงโทษหนกั ข้นึ เพราะลกั ษณะหรือวิธีการที่กระทาลงมีความรุนแรงมากกวา่ การฆา่ ผอู้ ื่นโดยเจตนา
ธรรมดา และแสดงถึงจิตใจชว่ั ร้ายของผกู้ ระทาหรือการฆ่าโดยไตร่ตรองไวก้ ่อน และการฆ่าโดยกระทา
ทรมานหรือทารุณโหดร้าย
๓. ลงโทษหนกั ข้นึ เพราะจุดมงุ่ หมายพิเศษในการกระทาความผิดคือการฆา่ เพื่อตระเตรียมการหรือเพ่อื
ความสะดวกในการกระทาความผิดอยา่ งอ่ืน และการฆ่าเพือ่ จะเอาหรือเอาไวซ้ ่ึงผลประโยชนห์ รือเพื่อปกปิ ด
ความผดิ อ่ืนหรือเพื่อหลีกเล่ียงใหพ้ น้ อาญาในความผิดอื่น
11
บทที่ ๒ คาอธบิ ายจากบรรทัดฐานคาพพิ ากษาศาลฎีกา
คาพพิ ากษาบรรทดั ฐาน หมายความวา่ คาพพิ ากษาซ่ึงตีความกฎหมาย ประเด็นใด ประเดน็ หน่ึง
และคาพิพากษา ในคดี ตอ่ ๆ มา ไดต้ ดั สินตาม ถือเป็นบ่อเกิดของกฎหมายประการหน่ึง
คาพพิ ากษาศาลฎีกาทีเ่ กย่ี วข้อง เช่นดังนี้
๑. คาพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๑๓๐/๒๕๕๐
ตามพฤติการณ์แห่งคดีท่ีผตู้ าย และผเู้ สียหายกบั พวกเขา้ ไปทาร้ายจาเลยแลว้ จาเลยใชอ้ าวุธมีดแทง
ผตู้ ายและผเู้ สียหายในลกั ษณะตอ่ เนื่องกนั จาเลยมิไดม้ ีเจตนาฆ่าผตู้ ายก่อนแลว้ เกิดเจตนาฆา่ ผเู้ สียหายเพ่มิ ข้นึ
อีกการกระทาของจาเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผดิ ตอ่ กฎหมายหลายบท ปัญหาน้ีเป็นปัญหาขอ้ กฎหมาย
ท่ีเกี่ยวกบั ความสงบเรียบร้อย แมไ้ ม่มีคูค่ วามฝ่ ายใดยกข้ึนฎีกาศาลฎีกาก็มีอานาจวนิ ิจฉัยและแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
ไดป้ ระมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญามาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕
โจทกฟ์ ้องขอใหล้ งโทษจาเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๓๗๑, ๓๓, ๙๑ ริบมีด
ของกลาง จาเลยให้การปฏิเสธ
คาอธิบายคาพพิ ากษาของศาล
ศาลช้นั ตน้ พิพากษาวา่ จาเลยมีความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา
๘๐,๓๗๑ การกระทาของจาเลยเป็นความผดิ หลายกรรมใหเ้ รียงกระทงลงโทษจาเลยทกุ กรรมเป็นกระทง
ความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานฆ่าผอู้ ื่น ใหจ้ าคุกตลอดชีวิต ฐานพยายามฆ่าผอู้ ื่นให้
จาคุก ๑๒ ปี ฐานพาอาวุธไปในหมู่บา้ นโดยไม่มีเหตสุ มควร ใหป้ รับ ๑๐๐ บาท รวมจาคุกตลอดชีวิตและ
ปรับ ๑๐๐ บาท ช้นั จบั กมุ และช้นั สอบสวนจาเลยใหก้ ารรับสารภาพเป็นประโยชนแ์ ก่การพิจารณา มีเหตุ
บรรเทาโทษลดโทษใหต้ ามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หน่ึงในสาม คงลงโทษจาคุก ๓๓ ปี ๔ เดือน
และปรับ ๖๖.๖๖บาท ริบมีดของกลาง
จาเลยอุทธรณ์
ศาลอทุ ธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแกเ้ ฉพาะการปรับบทลงโทษจาเลย (ท่ีถกู แกเ้ ฉพาะการรวมโทษและลด
โทษ) เป็นวา่ ฐานฆ่าผอู้ ่ืน จาคุกตลอดชีวิต ฐานพยายามฆ่าผอู้ ่ืน จาคกุ ๑๒ ปี ฐานพาอาวุธไปในหม่บู า้ นโดย
ไม่มีเหตุสมควรปรับ ๑๐๐ บาท ลดโทษใหต้ ามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ กระทงละหน่ึงในสาม
ฐานฆ่าผอู้ ่ืนจาคุก ๓๓ ปี ๔ เดือน ฐานพยายามฆา่ ผอู้ ื่น จาคกุ ๘ ปี ฐานพาอาวธุ ไปในหมู่บา้ นโดยไม่มีเหตุ
อนั สมควร ปรับ ๖๖.๖๖ บาท รวมจาคกุ ๔๑ ปี ๔ เดือน และปรับ ๖๖.๖๖ บาท แต่เน่ืองจากโจทกไ์ ม่ได้
12
อทุ ธรณ์ในปัญหาดงั กลา่ ว จึงใหจ้ าคกู จาเลย ๓๓ ปี ๔ เดือน และปรับ ๖๖.๖๖ บาท ตามที่ศาลช้นั ตน้ กาหนด
ไว้ นอกจากที่แกใ้ หเ้ ป็นไปตามคาพิพากษาศาลช้นั ตน้
จาเลยฎกี า
พพิ ากษาแกเ้ ป็นวา่ สาหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และมาตรา ๒๘๘,
๘๐ เป็นการกระทากรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทใหล้ งโทษจาเลยฐานฆา่ ผอู้ ื่น ซ่ึงเป็นบทที่มี
โทษหนกั ที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จาคุก ๑๘ ปี ลดโทษใหต้ ามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๗๘ หน่ึงในสาม คงจาคุก ๑๒ ปี เมื่อรวมกบั โทษฐานพาอาวธุ มีดแลว้ เป็นจาคกุ ๑๒ ปี และปรับ
๖๖.๖๖ บาท ไมช่ าระค่าปรับใหจ้ ดั การตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ นอกจากที่แกใ้ หเ้ ป็นไปตาม
คาพพิ ากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓
๒. คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี ๑๖๔๘/๒๕๓๑
โจทกฟ์ ้องขอใหล้ งโทษจาเลยในความผดิ ฐานร่วมกนั ฆา่ คนตายโดยไตร่ตรองไวก้ ่อน ตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๒๘๘, ๘๓ ศาลช้นั ตน้ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแกเ้ ป็นวา่ จาเลยมี
ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๒๘๘ จึงมีผลเท่ากบั ศาลช้นั ตน้ และศาลอทุ ธรณ์พพิ ากษา
ยกฟ้องโจทกใ์ นขอ้ หาฆา่ คนตายโดยไตร่ตรองไวก้ ่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๔) โดย
อาศยั ขอ้ เทจ็ จริง โจทก์จึงฎีกาขอ้ หาน้ีในปัญหาขอ้ เทจ็ จริงไมไ่ ด้ ตอ้ งหา้ มตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญา มาตรา ๒๒๐
โจทกฟ์ ้องวา่ จาเลยกบั พวกอีก ๕ คน ซ่ึงหลบหนีร่วมกนั มีอาวธุ ปื นลูกซอง ๑ กระบอก ไมม่ ี
หมายเลขทะเบียนของเจา้ พนกั งานและกระสุนปื นหลายนดั ไวใ้ นครอบครองโดยไม่ไดร้ ับอนุญาต พาอาวธุ
ปื นดงั กล่าวติดตวั ไปในเมือง หม่บู า้ นทางสาธารณะ โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต และใชอ้ าวุธปื นยงิ นายเขียว และ
นายแดง โดยเจตนาฆา่ โดยไตร่ตรองไวก้ ่อนเป็นเหตุใหบ้ ุคคลท้งั สองถึงแก่ความตายขอใหล้ งโทษตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓ และพระราชบญั ญตั ิอาวธุ ปื นฯ มาตรา ๗, ๘ ทว,ิ ๗๒,
๗๒ ทวิ ริบของกลาง จาเลยใหก้ ารปฏิเสธ
คาอธิบายคาพพิ ากษาของศาล
ศาลช้นั ตน้ พิพากษายกฟ้อง ของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์
ศาลอทุ ธรณ์พพิ ากษาแกเ้ ป็นวา่ จาเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๒๘๘
จาคุกตลอดชีวิต ของกลางริบ นอกจากท่ีแกค้ งใหเ้ ป็นไปตามคาพิพากษาศาลช้นั ตน้
13
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวนิ ิจฉยั วา่ ความผดิ ฐานฆา่ คนตายโดยไตร่ตรองไวก้ ่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
๒๘๙ (๔) น้นั ศาลช้นั ตน้ พพิ ากษายกฟ้องโดยวนิ ิจฉยั วา่ พยานโจทกย์ งั เป็นท่ีน่าสงสัยตามสมควรวา่ จาเลยได้
กระทาผิดหรือไม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉยั วา่ จาเลยร่วมกบั พวกฆ่าผตู้ ายจริง แตไ่ มป่ รากฏวา่ จาเลยกบั พวกคบคดิ
ตระเตรียมวางแผนการฆา่ มาก่อน พพิ ากษาแกเ้ ป็นวา่ จาเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
๘๓, ๒๘๘ จึงมีผลเทา่ กบั ศาลช้นั ตน้ และศาลอทุ ธรณ์พิพากษายกฟ้อง-โจทกใ์ นขอ้ หาฆ่าคนตายโดย
ไตร่ตรองไวก้ ่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๔) โดยอาศยั ขอ้ เทจ็ จริง โจทกจ์ ึงฎีกาขอ้ หาน้ี
ในปัญหาขอ้ เทจ็ จริงไมไ่ ด้ ตอ้ งหา้ มตามประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ ที่โจทกฎ์ ีกา
วา่ ตามพฤติการณ์แห่งคดี แสดงใหเ้ ห็นวา่ จาเลยกบั พวกคบคิดตระเตรียมวางแผนฆ่าผตู้ ายมาก่อน เป็นฎีกา
ในปัญหาขอ้ เทจ็ จริง ตอ้ งหา้ มตามบทกฎหมายดงั กล่าวศาลฎีกาไม่รับวินิจฉยั ให้
พพิ ากษายกฎกี าโจทก์
๓. คาพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๘๑๑/๒๕๓๐
โจทกฟ์ ้องขอใหล้ งโทษจาเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒,๓๖๔, ๓๖๕ (๒) (๓),
๒๘๘, ๒๘๙ (๔), ๘๐, ๘๑, ๙๐, ๙๑ ศาลช้นั ตน้ พิพากษาว่า จาเลยมีความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๘๘, ๘๑ และมาตรา ๓๖๕ และความผดิ ดงั กล่าวเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทจึงลงโทษ
ตามมาตรา๒๘๘, ๘๑ อนั เป็นบทหนกั ใหจ้ าคกุ ๑ ปี และรอการลงโทษไว้ ๓ ปี ยกคาขออื่น ศาลอุทธรณ์
พพิ ากษาแกเ้ ป็นวา่ ใหย้ กฟ้องโจทกใ์ นขอ้ หาความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๑ ดว้ ย คง
ลงโทษในความผิดกรรมน้ีตามมาตรา ๓๖๕ ใหจ้ าคกุ ๖ เดือน และรอการลงโทษไว้ ๓ ปี ดงั น้ี มีผลเทา่ กบั
ศาลช้นั ตน้ และศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทกใ์ นขอ้ หาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๒๘๙
(๔) ประกอบดว้ ยมาตรา ๘๐ โจทกจ์ ึงฎีกาปัญหาขอ้ เทจ็ จริงในขอ้ หาความผิดดงั กล่าวไมไ่ ด้ เพราะตอ้ งหา้ ม
ตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐
โจทกฟ์ ้องและเพมิ่ เติมฟ้องว่า จาเลยบงั อาจมีอาวุธปื นติดตวั บุกรุกเขา้ ไปในบา้ นของโจทก์ แลว้ ยก
อาวุธปื นข้ึนจอ้ งเลง็ ไปที่ตวั โจทกห์ มายจะฆา่ โดยไตร่ตรองไวก้ ่อน แตย่ งั ไม่ทนั ลน่ั ไกก็มีบคุ คลเขา้ มา
ขดั ขวางแยง่ อาวุธปื นจากจาเลยไปได้ ขอใหล้ งโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๕
(๒) (๓), ๒๘๘, ๒๘๙ (๔), ๘๐, ๘๑, ๙๐, ๙๑ ศาลช้นั ตน้ ไต่สวนมูลฟ้องแลว้ ใหป้ ระทบั ฟ้อง
จาเลยให้การปฏิเสธ
14
คาอธิบายคาพพิ ากษาของศาล
ศาลช้นั ตน้ พิพากษาวา่ จาเลยมีความผดิ ฐานพยายามฆา่ และบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
๒๘๘, ๘๑ และมาตรา ๓๖๕ แตค่ วามผิดสองฐานน้ีเป็นกรรมเดียวผดิ ตอ่ กฎหมายหลายบท ใหล้ งโทษตาม
มาตรา ๒๘๘,๘๑ อนั เป็นบทหนกั จาคุก ๑ ปี รอการลงโทษจาคกุ ไว้ ๓ ปี
โจทก์และจาเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พพิ ากษาแกเ้ ป็นวา่ ใหย้ กฟ้องขอ้ หาพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา
๒๘๘,๘๑ คงลงโทษฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ ใหจ้ าคุก ๖ เดือนและรอการลงโทษ
ไว้ ๓ ปี นอกจากที่แกค้ งใหเ้ ป็นไปตามคาพพิ ากษาศาลช้นั ตน้
โจทกฎ์ ีกาขอใหล้ งโทษจาเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๒๘๙ (๔) ประกอบดว้ ย
มาตรา ๘๐
ศาลฎีกาวินิจฉยั วา่ ท่ีโจทกฎ์ ีกาขอใหล้ งโทษจาเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙
(๔) ประกอบดว้ ยมาตรา ๘๐ น้นั ปรากฏวา่ คดีน้ีโจทกฟ์ ้องขอใหล้ งโทษจาเลยตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๕ (๒) (๓), ๒๘๘, ๒๘๙ (๔), ๘๐, ๘๑, ๙๐, ๙๑ ศาลช้นั ตน้ พิพากษาวา่ จาเลยมี
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๑ และมาตรา ๓๖๕ แต่ความผดิ ดงั กลา่ วเป็นกรรมเดียว
ผดิ ตอ่ กฎหมายหลายบทใหล้ งโทษตามมาตรา ๒๘๘, ๘๑ อนั เป็นบทหนกั จาคุก ๑ ปี และใหร้ อการลงโทษ
จาคุกไว้ ๓ ปี ศาลอทุ ธรณ์พิพากษาแกเ้ ป็นวา่ ใหย้ กฟ้องโจทกใ์ นขอ้ หาความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๘๘, ๘๑ ดว้ ย คงใหล้ งโทษในความผิดกรรมน้ีตามมาตรา ๓๖๕ จาคุก ๖ เดือน และใหร้ อการลงโทษ
จาคุกไว้ ๓ ปี ดงั น้ี มีผลเทา่ กบั ศาลช้นั ตน้ และศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทกใ์ นขอ้ หาความผดิ ตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙ (๔) ประกอบดว้ ยมาตรา ๘๐ โจทกจ์ ึงจะฎีกาในปัญหาขอ้ เทจ็ จริงใน
ขอ้ หาความผิดดงั กล่าวไมไ่ ด้ เพราะตอ้ งหา้ มตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ ฎีกา
ของโจทกท์ ี่วา่ พยานหลกั ฐานฟังไดว้ า่ จาเลยกระทาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙
(๔) ประกอบดว้ ยมาตรา ๘๐ น้นั เป็นฎีกาในปัญหาขอ้ เท็จจริงซ่ึงตอ้ งหา้ มตามบทกฎหมายดงั กล่าว ศาลฎีกา
จึงไม่รับวินิจฉยั
พพิ ากษายกฎีกาโจทก์.
15
๔. คาพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๒๓๙๐/๒๕๕๓
โจทกฟ์ ้องขอใหล้ งโทษจาเลยขอ้ หาฆ่าผอู้ ื่นโดยไตร่ตรองไวก้ ่อนตามประมลกฎหมายอาญา มาตรา
๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓ ศาลช้นั ตน้ พพิ ากษาวา่ จาเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ประกอบ
มาตรา ๘๓ จาเลยอุทธรณ์ ศาลอทุ ธรณ์ภาค ๘
พพิ ากษาแกเ้ ป็นวา่ ใหย้ กฟ้องขอ้ หาฆ่าผอู้ ื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ดว้ ย จึงมีผล
เทา่ กบั ศาลช้นั ตน้ และศาลอทุ ธรณ์ภาค๘ พพิ ากษายกฟ้องโจทกใ์ นขอ้ หาฆ่าผอู้ ่ืนโดยไตร่ตรองไวก้ ่อน ตาม
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา๒๘๙โจทกจ์ ึงฎีกาขอใหล้ งโทษจาเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา
๒๘๙ อีกไมไ่ ด้ ตอ้ งหา้ มตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๒๐ โจทกค์ งฎีกาไดเ้ ฉพาะ
ขอ้ หาฆ่าผอู้ ื่นตาม
โจทกฎ์ ีกาวา่ พยานหลกั ฐานโจทกท์ ่ีนาสืบมารับฟังไดว้ า่ จาเลยกบั พวกอยใู่ นท่ีเกิดเหตรุ ่วมกนั ใชไ้ ม้
หนา้ สามตีผตู้ ายจนถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่าเป็นฎีกาในปัญหาขอ้ เทจ็ จริงซ่ึงศาลอุทธรณ์ภาค๘ไดว้ นิ ิจฉยั
ขอ้ เทจ็ จริงดงั กล่าวไวช้ อบดว้ ยเหตุผลแลว้ และไม่มีเหตุท่ีจะเปล่ียนแปลงคาวินิจฉยั ของศาลอุทธรณ์ภาค ๘
ฎีกาของโจทกจ์ ึงไม่เป็นสาระอนั ควรแก่การพิจารณา ศาลฎีกาไมร่ ับคดีไวพ้ จิ ารณาพพิ ากษา ประมวล
กฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘
โจทกฟ์ ้องขอใหล้ งโทษจาเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓, ๓๓ ริบของ
กลาง
จาเลยให้การปฏิเสธ
ศาลช้นั ตน้ พิพากษาวา่ จาเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา
๘๓ จาคุก ๒๐ ปี คาใหก้ ารรับสารภาพในช้นั จบั กมุ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษ
ใหต้ ามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หน่ึงในส่ี คงจาคุก ๑๕ ปี ริบของกลาง
จาเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาแกเ้ ป็นวา่ ใหย้ กฟ้องโจทกใ์ นขอ้ หาฆา่ ผอู้ ่ืนดว้ ยนอกจากที่แกใ้ หเ้ ป็นไป
ตามคาพิพากษาศาลช้นั ตน้
16
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวนิ ิจฉยั วา่ "คดีน้ีโจทกฟ์ ้องขอใหล้ งโทษจาเลยฐานฆ่าผูอ้ ่ืนโดยไตร่ตรองไวก้ ่อนตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๒๘๙,๘๓ ศาลช้นั ตน้ พพิ ากษาวา่ จาเลยมีความผิดตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๓ จาเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาแกเ้ ป็นวา่ ให้
ยกฟ้องขอ้ หาฆ่าผอู้ ื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จึงมีผลเท่ากบั ศาลช้นั ตน้ และศาลอุทธรณ์
ภาค ๘ พิพากษายกฟ้องโจทกใ์ นขอ้ หาฆ่าผูอ้ ่ืนโดยไตร่ตรองไวก้ ่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
๒๘๙ โจทกจ์ ึงฎีกาใหล้ งโทษจาเลยตามมาตรา ๒๘๙
อีกไม่ได้ ตอ้ งหา้ มตามประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉยั
ใหโ้ จทกค์ งฎีกาไดเ้ ฉพาะขอ้ หาฆ่าผอู้ ่ืนโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ซ่ึงศาลอุทธรณ์
ภาค ๘ พิพากษากลบั คาพิพากษาศาลช้นั ตน้ ในขอ้ ความผิดดงั กลา่ วโดยโจทกฎ์ ีกาวา่ พยานหลกั ฐานโจทกท์ ี่
นาสืบมารับฟังไดว้ า่ จาเลยกบั พวกอยใู่ นที่เกิดเหตุร่วมกนั ใชไ้ มห้ นา้ สามตีผตู้ ายจนถึงแก่ความตายโดยเจตนา
ฆา่ น้นั เห็นวา่ เป็นฎีกาในปัญหาขอ้ เทจ็ จริงซ่ึงศาลอทุ ธรณ์ภาค ๘ ไดว้ นิ ิจฉยั ขอ้ เทจ็ จริงดงั กลา่ วไวช้ อบดว้ ย
เหตผุ ลแลว้ และไม่มีเหตทุ ี่จะเปล่ียนแปลงคาวนิ ิจฉัยของศาลอทุ ธรณ์ภาค ๘
ฎีกาของโจทกจ์ ึงไม่เป็นสาระอนั ควรแก่การพจิ ารณา ศาลฎีกาไม่รับคดีไวพ้ จิ ารณาพิพากษา"
จงึ มคี าส่ังให้จาหน่ายคดีออกจากสารบทความ
๕. คาพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๙๐๖๐/๒๕๕๘
ศาลช้นั ตน้ ลงโทษจาคุกจาเลยที่ ๒ เฉพาะในความผดิ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๙
ประกอบมาตรา ๘๓ เพยี งขอ้ เดียว ขอ้ หาอ่ืนนอกจากน้ีให้ยก โจทกแ์ ละโจทกร์ ่วมอทุ ธรณ์ขอใหล้ งโทษ
จาเลยที่ ๒ ตามฟ้อง ศาลอทุ ธรณ์ภาค ๖ พิพากษายนื จึงมีผลเท่ากบั ศาลช้นั ตน้ และศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ตา่ ง
พพิ ากษาใหย้ กฟ้องโจทกส์ าหรับจาเลยท่ี ๒ ในความผดิ ฐานร่วมกนั ฆ่าผอู้ ื่นตาม ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา๘๓ ดงั กล่าว โดยอาศยั ขอ้ เทจ็ จริง โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจาเลยที่ ๒ ใน
ความผิดฐานร่วมกนั ฆ่าผอู้ ่ืนตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๓ อีกไม่ได้
เเพราะตอ้ งหา้ มมิใหฎ้ ีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ เวน้ แต่ผพู้ ิพากษาซ่ึง
พจิ ารณา หรือลงช่ือในคาพพิ ากษาหรือทาความเห็นแยง้ ในศาลช้นั ตน้ หรือศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิเคราะห์แลว้
เห็นวา่ ขอ้ ความท่ีตดั สินน้นั เป็นปัญหาสาคญั อนั ควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตใหฎ้ ีกา หรืออธิบดีกรมอยั การ
ลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาวา่ มีเหตุอนั ควรที่ศาลสูงสุดจะไดว้ ินิจฉยั ตตามประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณา
ความอาญา มาตรา ๒๒๑ แต่โจทกร์ ่วมฎีกาโดยไม่ปรากฏวา่ มีผอู้ นุญาตหรือรับรองให้ฎีกาตาม ประมวล
17
กฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา มาตรา ๒๒๑ ฎีกาของโจทกร์ ่วมจึงตอ้ งหา้ มมิใหฎ้ ีกาตาม ประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐
โจทกฟ์ ้องและแกฟ้ ้องขอใหล้ งโทษจาเลยท้งั สองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๙๑,
๑๙๙, ๒๘๘ ริบไมท้ ่อน ผา้ เช็ดตวั ถงุ พลาสติก และเทปกาวของกลาง
จาเลยท้งั สองใหก้ ารปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทกแ์ ละโจทกร์ ่วมไปบา้ งแลว้ จาเลยท้งั สองขอถอน
คาใหก้ ารเดิม และใหก้ ารใหมเ่ ป็นรับสารภาพขอ้ หาร่วมกนั ซ่อนเร้นยา้ ยศพเพ่ือปิ ดบงั การตายหรือเหตุแห่ง
การตาย ส่วนขอ้ หาอ่ืนนอกจากน้ีใหก้ ารปฏิเสธ แตจ่ าเลยที่ ๑ รับวา่ ใชท้ อ่ นไมต้ ีผตู้ ายจนถึงแก่ความตาย แต่
กระทาไปโดยไม่มีเจตนาฆ่า
ระหวา่ งพิจารณา นางดาวกระจาย มารดาของนายยโ่ี ถ ผตู้ าย ยน่ื คาร้องขอเขา้ ร่วมเป็นโจทก์ ศาล
ช้นั ตน้ อนุญาตเฉพาะขอ้ หาร่วมกนั ฆา่ ผอู้ ่ืน
ศาลช้นั ตน้ พิพากษาวา่ จาเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และจาเลยท้งั
สองมีความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๙ ประกอบมาตรา ๘๓ การกระทาของจาเลยท่ี ๑ เป็น
ความผิดหลายกรรมต่างกนั ใหล้ งโทษทกุ กรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
๙๑ ฐานฆ่าผอู้ ่ืน จาคกุ จาเลยท่ี ๑ ตลอดชีวิต ฐานร่วมกนั ซ่อนเร้น ยา้ ยศพเพ่อื ปิ ดบงั การตายหรือเหตแุ ห่งการ
ตาย จาคกุ จาเลยท้งั สองคนละ ๑ ปี คาใหก้ ารและทางนาสืบของจาเลยท่ี ๑ เป็นประโยชน์แก่การพจิ ารณา มี
เหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหจ้ าเลยที่ ๑ ฐานฆา่ ผอู้ ่ืน หน่ึงในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘
ประกอบมาตรา ๕๓ คงจาคุกจาเลยท่ี ๑ มีกาหนด ๓๓ ปี ๔ เดือน และจาเลยท้งั สองใหก้ ารรับสารภาพฐาน
ร่วมกนั ซ่อนเร้น ยา้ ยศพเพื่อปิ ดบงั การตายหรือเหตุแห่งการตาย มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหค้ นละก่ึงหน่ึง
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจาคกุ คนละ ๖ เดือน รวมจาคกุ จาเลยที่ ๑ มีกาหนด ๓๓ ปี ๑๐
เดือน จาเลยท่ี ๒ มีกาหนด ๖ เดือน ขอ้ หาและคาขออ่ืนนอกจากน้ีใหย้ ก
โจทก์ โจทก์ร่วมและจาเลยท้ังสองอทุ ธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายนื
โจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉยั วา่ คดีน้ีโจทกฟ์ ้องขอใหล้ งโทษจาเลยท้งั สองฐานร่วมกนั ฆา่ ผอู้ ่ืน และฐานร่วมกนั
ซ่อนเร้น ยา้ ยศพเพอ่ื ปิ ดบงั การตายหรือเหตุแห่งการตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๑๙๙
ประกอบมาตรา ๘๓ โจทกร์ ่วมยนื่ คาร้องขอเขา้ ร่วมเป็นโจทก์ ศาลช้นั ตน้ อนุญาตใหเ้ ขา้ ร่วมเป็นโจทก์เฉพาะ
ความผดิ ฐานร่วมกนั ฆา่ ผอู้ ื่น ตามมาตรา๒๘๘, ๘๓จาเลยท้งั สองใหก้ ารรับสารภาพในความผดิ ฐานร่วมกนั
18
ซ่อนเร้น ยา้ ยศพเพอ่ื ปิ ดบงั การตายหรือเหตุแห่งการตาย ตามมาตรา๑๙๙, ๘๓ ส่วนความผดิ อื่นฐานใหก้ าร
ปฏิเสธ ศาลช้นั ตน้ พจิ ารณาแลว้ พพิ ากษาวา่ จาเลยที่ ๑ มีความผิดฐานฆา่ ผอู้ ่ืนตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๘๘ และจาเลยท้งั สองมีความผิดฐานร่วมกนั ซ่อนเร้น ยา้ ยศพเพ่ือปิ ดบงั การตายหรือเหตุแห่งการ
ตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๙ ประกอบมาตรา ๘๓ จาคกุ จาเลยที่ ๑ รวม ๒ ขอ้ หามีกาหนด
๓๓ ปี ๑๐ เดือน ส่วนจาเลยที่ ๒ ลงโทษจาคกุ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๙ ประกอบมาตรา ๘๓
ขอ้ หาเดียวมีกาหนด ๖ เดือน โจทก์ โจทกร์ ่วมและจาเลยท้งั สองอุทธรณ์ โดยโจทกแ์ ละโจทกร์ ่วมอทุ ธรณ์
ขอใหล้ งโทษจาเลยที่ ๒ ในความผดิ ฐานร่วมกนั ฆา่ ผอู้ ื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบ
มาตรา ๘๓ ตามฟ้อง จาเลยท่ี ๑ อทุ ธรณ์วา่ กระทาผิดโดยบนั ดาลโทสะ ส่วนจาเลยท่ี ๒ อทุ ธรณ์วา่ โทษจาคุก
สูงเกินไปและขอใหร้ อการลงโทษ ศาลอทุ ธรณ์ภาค ๖ พิพากษายนื โจทกร์ ่วมฎีกาขอใหล้ งโทษจาเลยท่ี ๒
ในความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๓ ตามฟ้อง ส่วนโจทกแ์ ละจาเลยท้งั
สองไมฎ่ ีกา ดงั น้ี คดีสาหรับจาเลยท่ี ๑ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และจาเลยท้งั
สองในความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๙ ประกอบ ๘๓ จึงยตุ ิไปตามคาพพิ ากษาของศาล
อทุ ธรณ์ภาค ๖ ดงั กลา่ ว
คดีมีปัญหาตอ้ งวินิจฉยั ตามฎีกาของโจทก์ร่วมในช้นั น้ีแต่เพยี งวา่ จาเลยท่ี ๒ กระทาความผดิ ฐาน
ร่วมกนั ฆ่าผอู้ ื่นตามมาตร๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๓ ตามฟ้องหรือไม่ เห็นวา่ คดีน้ีศาลช้นั ตน้ ลงโทษจาคกุ
จาเลยท่ี ๒ เฉพาะในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๑๙๙ ประกอบมาตรา ๘๓ เพยี งขอ้ เดียว
ขอ้ หาอ่ืนนอกจากน้ีใหย้ ก โจทกแ์ ละโจทกร์ ่วมอทุ ธรณ์ขอใหล้ งโทษจาเลยที่ ๒ ตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค ๖
พพิ ากษายนื จึงมีผลเทา่ กบั ศาลช้นั ตน้ และศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ตา่ งพิพากษาใหย้ กฟ้องโจทกส์ าหรับจาเลยท่ี ๒
ในความผิดฐานร่วมกนั ฆ่าผอู้ ื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๓ ดงั กล่าว โดย
อาศยั ขอ้ เทจ็ จริง โจทก์ร่วมฎีกาขอใหล้ งโทษจาเลยที่ ๒ ในความผิดฐานร่วมกนั ฆา่ ผอู้ ื่นตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๓ อีกไมไ่ ด้ เพราะตอ้ งหา้ มมิใหฎ้ ีกาตามประมวลกฎหมาย
วิธีพจิ ารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ เวน้ แต่ผพู้ พิ ากษาซ่ึงพิจารณา หรือลงชื่อในคาพพิ ากษาหรือทา
ความเห็นแยง้ ในศาลช้นั ตน้ หรือศาลอทุ ธรณ์ภาค ๖ พเิ คราะหแ์ ลว้ เห็นวา่ ขอ้ ความที่ตดั สินน้นั เป็นปัญหา
สาคญั อนั ควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตใหฎ้ ีกา หรืออธิบดีกรมอยั การลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาวา่ มีเหตอุ นั
ควรที่ศาลสูงสุดจะไดว้ ินิจฉยั ตามประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๑ แตโ่ จทกร์ ่วมฎีกา
โดยไม่ปรากฏวา่ มีผอู้ นุญาตหรือรับรองใหฎ้ ีกาตามประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๑
ฎีกาของโจทก์ร่วมจึงตอ้ งหา้ มมิใหฎ้ ีกาตามประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ ท่ีศาล
ช้นั ตน้ สงั่ รับฎีกาของโจทกร์ ่วมมาน้นั ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวนิ ิจฉยั ให้
พพิ ากษายกฎีกาของโจทก์ร่วม
19
บทท่ี ๓ สรุปเนื้อหา
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และ๒๘๙ บญั ญตั ิไวด้ งั น้ี
มาตรา ๒๘๘ ผใู้ ดฆ่าผอู้ ่ืน ตอ้ งระวางโทษประหารชีวิต จาคุกตลอดชีวติ หรือจาคุกต้งั แต่สิบหา้ ปี
ถึงยส่ี ิบปี
มาตรา ๒๘๙ ผใู้ ด
(๑) ฆ่าบพุ การี
(๒) ฆ่าเจา้ พนกั งาน ซ่ึงกระทาการตามหนา้ ที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทา หรือไดก้ ระทาการตามหนา้ ที่
(๓) ฆ่าผชู้ ่วยเหลือเจา้ พนกั งาน ในการท่ีเจา้ พนกั งานน้นั กระทาตามหนา้ ท่ี หรือเพราะเหตุที่บุคคลน้นั จะ
ช่วยหรือไดช้ ่วยเจา้ พนกั งานดงั กล่าวแลว้
(๔) ฆ่าผอู้ ื่นโดยไตร่ตรองไวก้ ่อน
(๕) ฆา่ ผอู้ ่ืนโดยทรมานหรือโดยกระทาทารุณโหดร้าย
(๖) ฆา่ ผอู้ ่ืนเพอ่ื ตระเตรียมการ หรือเพ่ือความสะดวกในการท่ีจะกระทาความผดิ อยา่ งอื่น หรือ
(๗) ฆา่ ผอู้ ่ืนเพอ่ื จะเอา หรือเอาไวซ้ ่ึงผลประโยชน์อนั เกิดแตก่ ารที่ตนไดก้ ระทาความผิดอื่น เพอ่ื ปกปิ ด
ความผดิ อ่ืนของตน หรือเพ่อื หลีกเล่ียงใหพ้ น้ อาญาในความผดิ อื่นที่ตนไดก้ ระทาไว้
ตอ้ งระวางโทษประหารชีวิต
ความผดิ ต่อชีวติ (Offences Causing Death) มนุษยน์ ้นั มีสิทธิตา่ ง ๆ ที่กฎหมายรับรองและคมุ้ ครอง
ใหม้ ากมาย เช่น สิทธิในชีวติ และร่างกาย สิทธิในเสรีภาพและชื่อเสียง สิทธิเก่ียวกบั ทรัพยส์ ิน เป็นตน้ แต่
สิทธิท่ีสาคญั ที่สุดสาหรับมนุษย์ คอื สิทธิในชีวิต
สรุปไดว้ า่ กฎหมายอาญาไดบ้ ญั ญตั ิไว้ ๓ กรณี คือ
กรณีที่ ๑ ทาใหผ้ อู้ ่ืนตายเพราะเจตนาฆา่
กรณีท่ี ๒ ทาใหผ้ อู้ ่ืนตายเพราะเจตนาทาร้าย
กรณีที่ ๓ ทาใหผ้ อู้ ื่นตายโดยไม่มีเจตนาฆ่าและไม่มีเจตนาทาร้าย แตค่ วามตายเกิดจากความ
ประมาท
20
- ฆา่ ผูอ้ ่ืนโดยเจตนา มีความผดิ (เจตนาคอื ต้งั ใจท่ีจะฆ่าผอู้ ่ืนใหต้ าย) ข้อสังเกต ฆา่ ตวั ตายน้นั ไม่ผิด
กฎหมายกจ็ ริง แต่เป็นพฤติกรรมที่ไมส่ มควรทาและผิดศีลธรรม
- ฆ่าเจา้ พนกั งาน ฆ่าโดยไตร่ตรองไวก้ ่อน ฆา่ โดยทรมานหรือทารุณโหดร้าย ฆา่ เพื่อความสะดวก
ในการกระทาความผิดอื่น ฆ่าเพ่ือปกปิ ดความผิดอ่ืน เหล่าน้ีเป็นเหตุฉกรรจ์ ผกู้ ระทาตอ้ งรับโทษหนกั กวา่
ปกติ
- แตม่ ีเจตนาทาร้าย และผถู้ ูกทาร้ายถึงแก่ความตาย ผิดฐานฆา่ คนโดยไมเ่ จตนา
- ไมม่ ีเจตนาฆา่ แต่ไดก้ ระทาโดยประมาทเป็นเหตุใหผ้ อู้ ่ืนตาย ผดิ ฐานกระทาโดยประมาทเป็นเหตุ
ใหผ้ อู้ ่ืนถึงแก่ความตาย
- กระทาทารุณต่อผอู้ ยใู่ นอุปการะ เป็นเหตใุ หเ้ ขาฆา่ หรือพยายามฆ่าตวั ตาย
- ช่วยหรือยยุ งใหเ้ ด็กอายยุ งั ไม่เกิน ๑๖ ปี หรือผไู้ มเ่ ขา้ ใจสภาพการกระทาหรือไมอ่ าจบงั คบั ตนเอง
ได้ ใหเ้ ขาฆ่าหรือพยายามฆา่ ตวั ตาย มีความผิด
- ผทู้ ี่เขา้ ร่วมในการชุลมนุ ตอ่ สูข้ องคนต้งั แต่ ๓ คนข้ึนไป เป็นเหตใุ หม้ ีคนตายมีความผดิ
- ฆ่าผอู้ ่ืนเพ่ือป้องกนั ตวั โดยพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีความผิด
- ผใู้ ช้ ผสู้ นบั สนุน หรือผโู้ ฆษณาใหม้ ีการฆ่า มีความผิด
สรุปการอธิบายทจี่ ะเป็ นความผิดอาญาและรับโทษได้ว่า
(๑) ตอ้ งมีการกระทา คอื ผกู้ ระทาเคลื่อนไหวร่างกายโดยรู้สานึก เช่น การเหน่ียวไกยงิ ปื น การชกผู้
อ่ืน เป็นตน้ ท่ีไมใ่ ช่การเคล่ือนไหวโดยรู้สานึก เช่น การละเมอ การที่ถูกผอู้ ื่นมาจบั มือของเราแลว้ ไปตีอีก
บุคคลหน่ึง เป็นตน้ ตามมาตรา ๕๙ วรรคหน่ึงส่วนตน้
(๒) การกระทาครบองคป์ ระกอบความผิด
(๒.๑) การกระทาครบองคป์ ระกอบภายนอกของความผิดฐานน้นั ๆ เช่น ความผดิ ฐานฆา่ ผูอ้ ื่น
ตามมาตรา ๒๘๘ คือ มี ผใู้ ด(ผกู้ ระทา) , ฆา่ (การกระทา), ผอู้ ื่น(วตั ถแุ ห่งการกระทา) เป็นตน้
(๒.๒) การกระทาครบองคป์ ระกอบภายในของความผิดฐานน้นั ไดแ้ ก่ เจตนา หรือประมาท
ใน กรณีที่มีกฎหมายบญั ญตั ิว่าใหต้ อ้ งรับผดิ เมื่อไดก้ ระทาโดยประมาท ตามมาตรา ๕๙ วรรคหน่ึง เวน้ แต่
กรณีที่มี กฎหมายบญั ญตั ิไวโ้ ดยชดั แจง้ ใหต้ อ้ งรับผดิ แมไ้ ดก้ ระทาโดยไมม่ ีเจตนา เช่น ความผิดลหุโทษบาง
มาตรา เป็นตน้
21
องคป์ ระกอบภายในอธิบายไดด้ งั น้ี
เจตนา ตอ้ งดูตามมาตรา ๕๙ วรรคสามก่อน คือ ผูก้ ระทาจะตอ้ งรู้ขอ้ เทจ็ จริงอนั เป็นองค์ ประกอบ
ภายนอกของความผดิ ฐานน้นั ๆ เช่น ความผดิ ฐานฆา่ ผอู้ ื่น ตามมาตรา ๒๘๘ ผกู้ ระทาจะตอ้ งรู้วา่ ตนเป็น
ผกู้ ระทา , การกระทาของตนเป็นการฆา่ เช่น การเหน่ียวไกปื นยงิ และ การกระทาของตนไดก้ ระทาตอ่ ผอู้ ่ืน
(ท่ีมี สภาพบุคคลหรือกระทาต่อผมู้ ีชีวิตนนั่ เอง) ไมใ่ ช่กรณียงิ ศพ ดงั น้นั คาวา่ “เจตนา” ในทางกฎหมายอาญา
จึงมิใช่ เป็นไปตามความหมายที่เขา้ ใจกนั ทวั่ ๆไป เพยี ง “รู้” ก็ถือวา่ มีเจตนาแลว้ ไมจ่ าเป็นตอ้ งใหเ้ ห็นถึง
มูลเหตุจูงใจ ท่ีแทจ้ ริงท่ีอยภู่ ายในจิตใจของผูก้ ระทาวา่ ตอ้ งการกระทาเพอ่ื สิ่งใดกนั แน่ชดั แต่อยา่ งใด
เจตนาประสงคต์ ่อผล หมายถึง เจตนาที่ผกู้ ระทาตอ้ งการท่ีจะใหเ้ กิดผลน้นั ข้นึ อยา่ งแน่แท้ เช่น นาย
ประยทุ ธ ตอ้ งการฆา่ นาย ประวิตร. จึงยงิ ปื นไปท่ี นาย ประวิตร ทาใหน้ าย ประวติ ร ถกู ยงิ ดว้ ยกระสุนปื นถึง
แก่ความตาย
เจตนายอ่ มเลง็ ผลได้ หมายถึง กรณีที่ผกู้ ระทามิไดม้ ีเจตนาประสงคต์ ่อผลโดยตรงแก่ผถู้ ูกกระทา
หรือวตั ถุ แห่งการกระทา แต่พฤติการณ์สามารถคาดเห็นไดว้ า่ ผลของการกระทาจะเกิดข้นึ แก่ผถู้ ูกกระทา
หรือวตั ถุแห่ง การกระทาไดอ้ ยา่ งแน่แทต้ ามความคิดเห็นของ “วิญญชู น” คือ คนปกติธรรมดาทว่ั ไป ในภาวะ
พฤติการณ์เช่นน้นั พงึ จะคาดเห็นไดอ้ ยา่ งแน่นอน เช่น นายประวิตร มิไดป้ ระสงคจ์ ะฆ่านาย ประยทุ ธ์ แต่
แรก แต่ประสงคจ์ ะยงิ นกที่เกาะไหล่นาย ประยทุ ธ์ แตก่ ารจะยงิ นกน้นั นาย ประวิตรไม่ใช่คนแมน่ ปื นแลละ
คนทว่ั ไปรวมท้งั นายประวิตร ยอ่ มจะคาดเห็นไดอ้ ยา่ งคนธรรมดาทว่ั ไปวา่ ในภาวะพฤติการณ์เช่นน้ีกระสุน
ปื นจะถูกนายประยทุ ธ์อยา่ งแน่นอน แต่นาย ประวิตร. ก็ยงั เหนี่ยวไกยงิ นายประวิตรถึงแก่ความตาย นาย
ประวิตร จึงมีความผิดฐานฆ่า นาย ประยทุ ธ์ โดยเจตนาเลง็ เห็นผล
ดงั น้นั การบญั ญตั ิความผิดต่อชีวติ ในความผิดฐานทาใหผ้ อู้ ื่นถึงแก่ความตายน้ี ตามกฎหมายอาญา
ของไทยมีการแบ่งแยกการะทาความผิดต่อชีวิตไวช้ ดั แจง้ โดยมีการพจิ ารณาจากองคป์ ระกอบภายนอกและ
องคป์ ระกอบภายในท่ีเหมือนกนั แต่แตกต่างกนั ในผลของการกระทาที่เกิดข้ึนสุดทา้ ย
22
บรรณานุกรม
สุนทรี กลึงกระจ่าง. ๒๕๔๙. ความรับผิดทางอาญา : ศึกษาเฉพาะกรณีความรับผดิ ของบิดามารดาตาม
พระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองเดก็ พ.ศ. ๒๕๔๖. วิทยานิพนธก์ ารศึกษาตามหลกั สูตรปริญญานิติศาสตร
มหาบณั ฑิต, มหาวิทยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตย์
เกียรติขจร วจั นะสวสั ด์ิ. (๒๕๔๙). คาอธิบายกฎหมายอาญา ภาค 1 (พมิ พค์ ร้ังที่ ๙). กรุงเทพฯ:
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์.
คณิต ณ นคร.(๒๕๕๑). กฎหมายอาญา. กรุงเทพฯ : วญิ ญูชน.
ไพบูลย์ ชูวตั นกิจ. โครงสร้างความรับผดิ ทางอาญา. แหล่งท่ีมา http://www.elfhs.ssru.ac.th , ๙ กนั ยายน
๒๕๖๔.
นาวนิ ขาเเป้น. ประมวลกฎหมายอาญา. เเหล่งท่ีมา : https://www.keybookme.com/criminal-law , ๑๐
กนั ยายน ๒๕๖๔.
วิเชียร. ๒๕๕๙. ความผิดฐานฆ่าผอู้ ่ืน. เเหล่งท่ีมา : https://wichianlaw.blogspot.com/2016/05/2894 , ๑๐
กนั ยายน ๒๕๖๔.
เฉลิมวฒุ ิ สาระกิจ. คาอธิบายกฎหมายอาญาภาคความผดิ :เร่ืองความผดิ ตอ่ ชีวิต. เเหล่งที่มา :
https://www.readawrite.com/c/e , ๑๐ กนั ยายน ๒๕๖๔.
สานกั งานกฎหมายรัชฎา. เเหลง่ ที่มา : https://ratchadalawfirm.com/th/, 12 กนั ยายน พ.ศ 2564.
วาคิน ยงั ช่วย. ความผดิ ต่อชีวิต. เเหล่งที่มา: http://thai-crime-code.blogspot.com/2010/03/blog-
post_1521.html?m=1 , ๑๒ กนั ยายน ๒๕๖๔.
________. ความผิดต่อชีวิต (Offences Causing Death) มนุษยน์ ้นั มีสิทธิ. เเหลง่ ที่มา:
http://www.samedcity.go.th , ๑๓ กนั ยายน ๒๕๖๔.
________. ความพิพากษาฎีกา. เเหลางที่มา : https://www.smartdeka.com/each_deka , ๑๓ กนั ยายน
๒๕๖๔.