The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา 10 20 30

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pure.sakullapat, 2022-08-31 23:45:04

การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา 10 20 30

การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา 10 20 30

1



คำนำ

ด้วยกรมอนามัยมีเป้าหมายการพัฒนาเด็กวัยเรียนวัยรุ่นให้เข้มแข็ง แข็งแรงและฉลาด เพื่อให้บรรลุ
เป้าหมายการพัฒนาดังกล่าว ในระดับพื้นที่เขตสุขภาพท่ี 10 โดยศูนย์อนามัยท่ี 10 อุบลราชธานีกลุ่มอนามัยวัย
เรียน มีนโยบายมุ่งในการพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (Plus HL) ในเขตสุขภาพที่ 10 มีองค์ประกอบ
สาคัญ 2 ประการ ได้แก่ มุ่งยกระดับความเป็นเลิศนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน และมุ่งสร้าง
คุณค่าประกาศเกยี รติคุณ เชิดชูเกียรตบิ ุคลากรทางการศึกษา เป็นเครือข่ายพันธมิตรทท่ี ุ่มเทในการพัฒนาดา้ นการ
ส่งเสริมสุขภาพเดก็ วัยเรียน

แต่สภาพปัจจุบันปัญหา พบว่านักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2 ของโรงเรียนชุมชนบ้านนาเยีย
สานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาอุบลราชธานี เขต 4 มีกิจกรรมทางกายลดลง กล่าวคือ มีการแสดงออก
ในลักษณะเฉื่อยชา อยู่กับท่ีไม่เคล่ือนไหว น่ังเรียนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ จึงส่งผลให้การเรียนรู้ของ
นักเรียนขาดความกระตือรือร้น มีสมาธิในการเรียนรู้ลดลง เบอ่ื หนา่ ยต่อการเรียน ขาดปฏสิ ัมพันธ์ท่ีดรี ะหว่างครู
และนักเรียน จากสภาพปญั หาดงั กล่าวช้ีใหเ้ ห็นความจาเปน็ ในการเร่งหาแนวทาง เพอื่ แก้ปัญหาการมีกิจกรรมทาง
กายลดลงของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2 ของโรงเรียนชุมชนบ้านนาเยีย ในขณะอยู่ที่โรงเรียน จึงจัดทา
นวตั กรรมเพ่ือส่งเสรมิ การมีสขุ ภาพกายทีด่ ีขึ้นมา

คือ นวัตกรรม กำรพัฒนำทักษะทำงกำยโดยใช้รูปแบบเวลำ 10:20:30 โดยมีวัตถุประสงค์ 3
ประการ คือ (1) เพื่อแก้ปัญหานักเรียนขาดความกระตือรือร้นและขาดสมาธิในการเรียน (2) เพื่อส่งเสริมให้
นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมทางกายสะสมวันละ 60 นาที (3) เพ่ือสง่ เสริมให้นักเรียนมีความสุข สนุกสนาน และรัก
การเล่นรว่ มกับผู้อ่ืน

คณะผจู้ ดั ทา
คณะครสู ายชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2

โรงเรียนชุมชนบา้ นนาเยีย
สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอบุ ลราชธานี เขต 4

สำรบญั ข

คานา หน้ำ
สารบัญ ก
1. ความสาคัญของผลงาน/นวัตกรรมความรอบรดู้ า้ นสุขภาพ จดุ ประสงค์และเป้าหมาย ข
1
1.1 ความเปน็ มาและสภาพปัจจบุ นั ปัญหา 1
1.2 แนวทางการแก้ปัญหาและพฒั นา 2
1.3 การกาหนดจุดประสงค์และเปา้ หมาย 4
2. กระบวนการผลิตผลงาน/นวัตกรรมความรอบร้ดู ้านสุขภาพ หรอื ขัน้ ตอนการดาเนนิ การ 4
2.1 การออกแบบผลงาน/นวตั กรรม 4
2.2 การดาเนนิ การตามกจิ กรรม 14
2.3 ประสทิ ธิภาพของการดาเนนิ งาน 16
2.4 การใชท้ รพั ยากร 16
3. ผลการดาเนนิ งาน/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับ 16
3.1 ผลงานทเี่ กิดตามจุดประสงค์ 16
3.2 ผลสมั ฤทธข์ิ องงาน 18
3.3 ประโยชนท์ ่ไี ด้รับ 18
4. ปจั จัยความสาเร็จ 19
4.1 สิง่ ทช่ี ่วยใหง้ านสาเร็จ 19
5. บทเรยี นทีไ่ ด้รบั 19
5.1 การระบขุ อ้ มลู ที่ไดร้ บั จากการผลิตและการนาผลงานไปใช้ 19
6. การขยายผล/เผยแพร/่ การได้รับการยอมรับ/รางวลั ท่ีได้รับ 19
7. ผลสะท้อนท่ีเกดิ จากผลงาน/นวตั กรรม 19
7.1 ผลสะทอ้ นท่ีเกดิ จากผลงาน/นวตั กรรมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ตอ่ การพฒั นาผ้เู รยี นตาม
19
จดุ มงุ่ หมายของหลักสูตร 20
7.2 ผลสะท้อนท่ีเกิดจากผลงาน/นวตั กรรมความรอบรดู้ ้านสขุ ภาพ ของผู้มีสว่ นได้สว่ นเสยี 21
บรรณานกุ รม 22
ภาคผนวก

1

นวัตกรรม : กำรพัฒนำทักษะทำงกำยโดยใช้รูปแบบเวลำ 10:20:30

1.ควำมสำคญั ของผลงำน/นวตั กรรมควำมรอบร้ดู ำ้ นสุขภำพ จดุ ประสงคแ์ ละเป้ำหมำย

1.1 ควำมเปน็ มำและสภำพปจั จบุ ันปัญหำ

กิจกรรมทางกาย (Physical Activity) หมายถึง การขยับเคลื่อนไหวร่างกายท้ังหมดในชีวิตประจาวันใน
อิริยาบถต่างๆ ซ่ึงก่อให้เกิดการใช้และเผาผลาญพลังงานโดยกล้ามเน้ือ อันครอบคลุมการเคลื่อนไหวร่างกาย
ท้ังหมดในชีวิตประจาวัน ไม่ว่าจะเป็นการทางาน การเดินทาง และกิจกรรมนันทนาการ โดยกิจกรรมทางกาย
แบ่งไดเ้ ป็น 3 ระดับ ไดแ้ ก่ ระดบั เบา ปานกลาง และหนัก ซง่ึ มีความหมายทก่ี ว้างขวางกว่าการออกกาลงั กาย โดย
นิยามของ การออกกาลังกาย (Exercise) คือ การกระทาใดๆ ท่ีทาให้มีการเคล่ือนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย
แบบช้าๆ มีการวางแผน เป็นแบบแผน และมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ เพ่ือความสนุกสนาน เพ่ือสังคม
โดยใชก้ ิจกรรมงา่ ยๆ หรอื กตกิ าการแข่งขนั ง่ายๆ ซึ่งเน้นที่กิจกรรมในประเภทนนั ทนาการยามว่างเป็นหลัก
(แผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ.2561-2573 : คณะกรรมการพัฒนาร่างแผนแม่บทการส่งเสริม
กจิ กรรมทางกาย พ.ศ.2561-2573 หน้า 6)

จากนิยามของกิจกรรมทางกายดังกล่าวจึงมีการศึกษาระดับโลก พบว่าการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ
ก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายทางสุขภาพของท้ังโลก มูลค่า 53.8 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในปี พ.ศ.2556 และ
การศึกษาต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ของประเทศไทย พบว่า ตน้ ทุนคา่ รักษาพยาบาลท่ีสูญเสยี จากกิจกรรมทางกายท่ี
ไม่เพียงพอ มูลค่า 5,977 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2552 จึงอาจกล่าวได้ว่า การส่งเสริมกิจกรรมทางกายถือเป็นการ
ลงทุนท่ีส่งผลต่อการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐศาสตร์ของประเทศ (แผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย
พ.ศ.2561-2573 : คณะกรรมการพฒั นารา่ งแผนแม่บทการสง่ เสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ.2561-2573 หน้า 28)

ทางด้านการศึกษาก็เช่นเดียวกัน การมีกิจกรรมทางกาย ยังส่งผลต่อการเรียนรู้ ทัศนคติ และ
พฤติกรรมการเรียนรู้ในคาบเรียน ในด้านสมาธิ ความสนใจ การทางานที่ได้รับมอบหมาย ดังเช่นผลจาก
งานวิจัยในต่างประเทศจานวนมากต่างยืนยันกนั ว่ากิจกรรมทางกายมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อพัฒนาการด้านการ
เคลื่อนไหว ทักษะและพฤติกรรมทางสังคม ทัศนคติท่ีมีต่อโรงเรียน พัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ รวมไปถึง
ความรู้สึกนับถือในตนเอง ที่สาคัญคือ กิจกรรมทางกายยังส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านความสามารถทางวิชาการ
และการเรียนรขู้ องเดก็ โดยกจิ กรรมทางกายช่วยกระต้นุ และเตรียมความพรอ้ มในสว่ นการทางานของสมอง ช่วย
สง่ เสริมการคิดอย่างเป็นระบบ ความสามารถในการแก้ปัญหา ความฉลาดทางอารมณ์ ทักษะการทางานร่วมกับ
ผู้อื่น ความม่ันใจในตัวเอง การปรับตัว และการมีความสุข เป็นต้น (ข้อเสนอเชิงนโยบายเพ่ือการดาเนินงาน
โรงเรียนส่งเสริมกิจกรรมทางกายในประเทศไทย : ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย
(ทีแพค) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม
สขุ ภาพ (สสส.),หนา้ 6)

การมกี ิจกรรมทางกายตามคาแนะนาขององค์การอนามัยโลกท่ีแนะนาให้ประชากรวยั เดก็ และวัยรุ่นควร
มีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนักสะสมอย่างน้อย 60 นาทีตอ่ วัน อันจะชว่ ยสง่ เสริมให้เกิดมีพัฒนาการ
ตามช่วงวยั ทีเ่ หมาะสมท้ังในเรอ่ื งการปลูกฝังจิตสานึกทางสขุ ภาพทั้งทางกาย ใจ สงั คม อารมณแ์ ละสติปัญญา

แต่สภาพปัจจุบันปัญหา พบว่านักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2 ของโรงเรียนชุมชนบ้านนาเยีย
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 มีกิจกรรมทางกายลดลง กล่าวคือ การ
แสดงออกในลกั ษณะเฉ่ือยชา อยู่กับท่ีไม่เคลอ่ื นไหว น่ังเรยี นอย่างตอ่ เนื่องเป็นเวลานานๆ จงึ สง่ ผลให้การเรียนรู้
ของนักเรียนขาดความกระตือรือร้น มีสมาธิในการเรียนรู้ลดลง เบ่ือหน่ายต่อการเรียน ขาดปฏิสัมพันธ์ที่ดี
ระหว่างครูและนักเรียน จากสภาพปัญหาดังกล่าวชี้ให้เห็นความจาเป็นในการเร่งหาแนวทางเพ่ือแก้ปัญหาการมี
กิจกรรมทางกายลดลงของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนชุมชนบ้านนาเยีย ในขณะอยู่ที่โรงเรียน

2

จึงจัดทานวัตกรรมขึ้นมา คือ กำรพัฒนำทักษะทำงกำยโดยใช้รูปแบบเวลำ 10:20:30 โดยมีวัตถุประสงค์ 3
ประการ คือ (1) เพอ่ื แก้ปัญหานกั เรยี นขาดความกระตือรอื รน้ และขาดสมาธิในการเรียน
(2) เพ่ือส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมทางกายสะสมวันละ 60 นาที (3) เพ่ือส่งเสริมให้นักเรียนมีความสุข
สนุกสนาน และรกั การเล่นรว่ มกับผอู้ ื่น
1.2 แนวทำงกำรแกป้ ญั หำและพัฒนำ

จากความสาคัญของกิจกรรมทางกาย และสภาพปัญหาท่ีเกิดขึ้นกับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2 ของ
โรงเรียนชุมชนบ้านนาเยีย สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 คณะครูชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 2 จานวน 4 คน จึงประชมุ ร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์จัดทานวตั กรรมเพ่ือแกไ้ ขปัญหาการมี
กิจกรรมทางกายลดลงของนักเรียน ในขณะอยู่ทีโ่ รงเรียน โดยผ่านกระบวนการการทางานแบบ PDCA 4 ขั้นตอน
ดงั แผนภูมริ ปู ภาพ

P = PLAN

A = ACT

D = DO

C = CHECK

กระบวนการจัดทานวตั กรรม

P (Plan) สร้างความเข้าใจกับผู้บริหารโรงเรียน ประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของครูช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 2 จานวน 4 คน เพื่อร่วมกันวางแนวทางการจัดกิจกรรม และออกแบบนวัตกรรมให้
สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ดังน้ี เพื่อแก้ปัญหานักเรียนขาดความกระตือรือร้นและขาดสมาธิในการเรียน เพ่ือ
ส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมทางกายสะสมวันละ 60 นาที เพ่ือส่งเสริมให้นักเรียนมีความสุข สนุกสนาน
และรกั การเล่นร่วมกับผู้อนื่

วัน เดือน ปี กาหนดการ
14 มิ.ย. 2564 ประชมุ ครสู ายผสู้ อนชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 โรงเรียนชมุ ชนบา้ นนาเยีย
16 มิ.ย. 2564 นาเสนอปัญหาและแนวทางแกไ้ ขตอ่ ผูบ้ ริหารโรงเรยี น
18 ม.ิ ย. 2564 รว่ มกนั ออกแบบนวัตกรรม การพฒั นาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา 10:20:30
21 มิ.ย. 2564 รว่ มกันจัดทาคู่มอื นวัตกรรมฯ
5 ก.ค. 2564 วเิ คราะห์คมู่ ือนวตั กรรมฯ
19 ก.ค. 2564 นานวตั กรรมไปใช้

3

D (Do) จัดกิจกรรมให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ( ระหว่าง วันที่ 19
กรกฎาคม 2564 – 25 กุมภาพันธ์ 2565 ) จานวน 80 คน เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดทา
นวตั กรรม กำรพัฒนำทกั ษะทำงกำยโดยใชร้ ปู แบบเวลำ 10 : 20 : 30 ดงั นี้

10 นาทีแรกของแต่ละวัน ช่วงเวลา 08.45 น. กจิ กรรมนันทนำกำรสร้ำงสุข ซงึ่ เปน็ กิจกรรมก่อนการ
นาเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้เชิงวิชาการ เป็นการเตรียมความพร้อมของร่างกายและสมองให้พร้อมต่อการเรียนรู้
จะช่วยให้นักเรยี นมีสมาธิในการเรียนได้มากขึ้น

20 นาที ช่วงเวลา 10.30 น. และ 13.30 น. ช่วงเวลาละ 10 นาที กิจกรรมยืดเส้นยืดสำย
คลำยควำมเม่ือยล้ำ โดยใช้กิจกรรมการบริหารร่างกาย เพื่อใช้สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์
และผ่อนคลาย จึงต้องมีการจัดกิจกรรมท่ีมีการเคล่ือนไหวคั่นเวลาเรียน จะช่วยให้นักเรียนมีสมาธิได้มากขึ้นใน
ระหวา่ งวัน

30 นาทีหลังของแต่ละวัน ช่วงเวลา 15.00 น. กิจกรรมเกมและกีฬำ พำใจหรรษำ โดยใช้เกม
เบ็ดเตล็ด กีฬาพ้ืนบ้าน และกีฬาสากล นามาให้นักเรียนได้มีกิจกรรมร่วมกันท้ังช้ันเรียน เป็นการส่งเสริม
พฒั นาการด้านรา่ งกาย อารมณ์-จิตใจ สงั คมและสติปญั ญา

10 20 30
กจิ กรรมนนั ทนาการ กิจกรรมยืดเส้นยดื สาย กจิ กรรมเกมและกฬี า
คลายความเมื่อยลา้
สรา้ งสุข พาใจหรรษา

การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รปู แบบเวลา 10 : 20 : 30

C (Check) ตดิ ตามการนานวัตกรรม การพฒั นาทักษะทางกายโดยใช้รปู แบบเวลา 10 : 20 : 30
การเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้นวัตกรรม การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา 10 : 20 : 30 โดย
ใช้
1. แบบสังเกตการเขา้ รว่ มกิจกรรม
2. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมและนามาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้

สถติ ิอยา่ งงา่ ย ค่าร้อยละ

A (Act) คณะครูสายช้ันประถมศึกษาปีที่ 2 จานวน 4 คน ร่วมกันประชุมเพ่ือนานวัตกรรม การ
พัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา 10 : 20 : 30 ที่ประสบความสาเร็จ เผยแพร่ให้กับคณะครูสายช้ันอื่นๆ
นาไปพัฒนาให้กบั นกั เรียนตอ่ ไป

4

1.3 กำรกำหนดจุดประสงค์และเปำ้ หมำย
จุดประสงค์
1. เพ่ือแกป้ ญั หานกั เรียนขาดความกระตือรอื รน้ และขาดสมาธใิ นการเรยี น
2. เพ่อื สง่ เสริมใหน้ กั เรียนเข้าร่วมกิจกรรมทางกายสะสมวนั ละ 60 นาที
3. เพอ่ื สง่ เสริมใหน้ กั เรียนมคี วามสุข สนุกสนาน และรักการเลน่ ร่วมกบั ผู้อ่นื

เปำ้ หมำย
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ( ระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 – 25
กุมภาพันธ์ 2565 ) ของโรงเรยี นชมุ ชนบา้ นนาเยีย สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4
จานวน 4 หอ้ งเรียน จานวนนกั เรียน 80 คน
1. นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 มีความกระตือรอื รน้ และขาดสมาธิในการเรียน คิดเป็น ร้อยละ 85
2. นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางกายสะสมวันละ 60 คิดเป็น รอ้ ยละ 85
3. นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มคี วามสุข สนุกสนาน และรักการเล่นรว่ มกับผอู้ ื่น คดิ เป็นร้อยละ

85

2. กระบวนกำรผลติ ผลงำน/นวัตกรรมควำมรอบรดู้ ้ำนสุขภำพ หรอื ขัน้ ตอนกำรดำเนนิ กำร

2.1 กำรออกแบบผลงำน/นวัตกรรม

นวัตกรรม กำรพัฒนำทักษะทำงกำยโดยใช้รูปแบบเวลำ 10 : 20 : 30 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนชุมชนบ้านนาเยีย ปีการศึกษา 2564 (19 กรกฎาคม 2564 – 25 กุมภาพันธ์ 2565) จานวน 80 คน
นาไปบูรณาการร่วมกับรายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา รหัสวิชา พ12101 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพล
ศกึ ษา โดยมีการออกแบบนวตั กรรม ดงั น้ี

10 นาทีแรกของแตล่ ะวัน ชว่ งเวลา 08.45 น. กจิ กรรมนนั ทนำกำรสร้ำงสุข ซึ่งเปน็ กิจกรรมก่อนการ
นาเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้เชิงวิชาการ เป็นการเตรียมความพร้อมของร่างกายและสมองให้พร้อมต่อการเรียนรู้
จะช่วยใหน้ ักเรยี นมีสมาธใิ นการเรียนไดม้ ากข้ึน

20 นาที ช่วงเวลา 10.30 น. และ 13.30 น. ช่วงเวลาละ 10 นาที กิจกรรมยืดเส้นยืดสำย
คลำยควำมเมื่อยล้ำ โดยใช้กิจกรรมการบริหารร่างกาย เพ่ือใช้สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์
และผ่อนคลาย จึงต้องมีการจัดกิจกรรมท่ีมีการเคล่ือนไหวคั่นเวลาเรียน จะช่วยให้นักเรียนมีสมาธิได้มากข้ึนใน
ระหว่างวัน โดยจัดกจิ กรรมดังนี้

ช่วงเวลำ 10.30 น. กิจกรรมยืดเสน้ ยดื สำย คลำยควำมเม่ือยลำ้

1. ท่าบริหารต้นคอ ท่าละ 10 ครงั้

5

2. ทา่ บรหิ ารหัวไหล่ ท่าละ 10 ครั้ง
3. ทา่ บรหิ ารเอว ท่าละ 10 คร้ัง

4. ทา่ บรหิ ารขา ท่าละ 10 ครง้ั

6

เวลำ 13.30 น. กจิ กรรมยดื เสน้ ยดื สำย คลำยควำมเม่ือยลำ้
1. ท่าแตะสลบั ทา่ ละ 10 คร้ัง

2. ทา่ แตะข้าง ท่าละ 10 คร้ัง
3. ทา่ ตบใตข้ า ท่าละ 10 ครัง้

4. ทา่ สก็อตจม๊ั พ์ ทา่ ละ 10 ครง้ั
5. ท่ากระโดดตบ ท่าละ 10 คร้ัง

7

6. ท่าชกลม ท่าละ 10 ครงั้
7. ทา่ แทงเขา่ ทา่ ละ 10 ครงั้
8. ท่าตศี อก ท่าละ 10 คร้ัง

30 นาทีหลังของแต่ละวัน ช่วงเวลา 15.00 น. กิจกรรมเกมและกีฬำ พำใจหรรษำ โดยใช้เกม
เบ็ดเตล็ด กีฬาพื้นบ้าน และกีฬาสากล นามาให้นักเรียนได้มีกิจกรรมร่วมกันท้ังชั้นเรียน เป็นการส่งเสริม
พัฒนาการด้านเป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญา โดยจัดกิจกรรมเป็น
ฐานการเรียนรทู้ กุ วนั พธุ ของสปั ดาห์ ซ่ึงดาเนินกิจกรรมตามปฏทิ นิ ที่กาหนดไว้

ฐำนกำรละเลน่ มอญซ่อนผ้ำ

8

ฐำนกำรละเลน่ เสอื กินวัว

ฐำนกำรละเลน่ โยนบอลลงตะกร้ำ
ฐำนกำรละเลน่ ว่ิงเป้ียว

ฐำนกำรละเล่นชกั เยอ่

9

ฐำนกำรละเลน่ มำ้ กำ้ นกล้วย
ฐำนกำรละเล่นวง่ิ เปี้ยว
ฐำนกำรละเล่นเดนิ กะลำ

10

ฐำนกำรละเลน่ ปิดตำตีปีบ๊

ปฏทิ ินกำรดำเนนิ กจิ กรรม นวัตกรรม กำรพฒั นำทักษะทำงกำยโดยใชร้ ปู แบบเวลำ 10 : 20 : 30

รายละเอยี ดกิจกรรม

ว/ด/ป เวลา 08.45-08.55 10.30-10.40 13.30-13.40 15.00-15.30
วัน ( 10 นาที ) ( 10 นาที ) ( 10 นาที ) ( 30 นาที )

กจิ กรรม กจิ กรรมยดื เสน้ กิจกรรมยืดเสน้ เลน่ อิสระ

จนั ทร์ นันทนาการ ยืดสาย คลาย ยืดสาย คลาย
สร้างสขุ ความเมื่อยลา้ ความเม่ือยลา้

กิจกรรม กิจกรรมยืดเส้น กิจกรรมยดื เส้น เลน่ อิสระ
นันทนาการ ยดื สาย คลาย ยืดสาย คลาย
อังคาร สรา้ งสุข ความเมื่อยล้า ความเม่ือยลา้
พุธ
19 กรกฎาคม กจิ กรรม กิจกรรมยดื เส้น กิจกรรมยดื เสน้ -รีรี ข้าวสาร
ถงึ นนั ทนาการ ยืดสาย คลาย ยืดสาย คลาย -งูกนิ หาง
สรา้ งสขุ ความเมื่อยล้า ความเม่ือยลา้ -เสือข้ามห้วย
20 สิงหาคม -กระต่ายขา
2564 กิจกรรม กจิ กรรมยดื เสน้ กจิ กรรมยืดเสน้ เดียว
นันทนาการ ยืดสาย คลาย ยดื สาย คลาย
พฤหสั บดี สรา้ งสุข ความเม่ือยล้า ความเมื่อยล้า เล่นอิสระ
กิจกรรม กิจกรรมยดื เส้น กจิ กรรมยืดเส้น
ศกุ ร์ นนั ทนาการ ยืดสาย คลาย ยดื สาย คลาย เลน่ อิสระ
สรา้ งสุข ความเมื่อยลา้ ความเมื่อยล้า

11

ว/ด/ป เวลา รายละเอียดกิจกรรม 13.30-13.40 15.00-15.30
วัน ( 10 นาที ) ( 30 นาที )
23 สิงหาคม จันทร์ 08.45-08.55 10.30-10.40
ถงึ องั คาร ( 10 นาที ) ( 10 นาที ) กจิ กรรมยืดเส้น เล่นอสิ ระ
ยืดสาย คลาย
17 กันยายน พธุ กิจกรรม กจิ กรรมยดื เสน้ ความเมื่อยล้า
2564 นนั ทนาการ ยืดสาย คลาย
พฤหัสบดี สรา้ งสุข ความเม่ือยลา้
20 กันยายน ศุกร์
ถงึ จันทร์ กิจกรรม กิจกรรมยืดเส้น กจิ กรรมยืดเสน้ เล่นอสิ ระ
องั คาร นนั ทนาการ ยืดสาย คลาย ยืดสาย คลาย
5 พฤศจิกายน พธุ สร้างสุข ความเมื่อยล้า ความเม่ือยล้า
2564
พฤหสั บดี กิจกรรม กิจกรรมยืดเสน้ กิจกรรมยดื เส้น -น้าข้นึ นา้ ลง
นันทนาการ ยดื สาย คลาย ยดื สาย คลาย -ว่งิ เปีย้ ว
สร้างสุข ความเมื่อยลา้ ความเมื่อยลา้ -เกมเล่นดนตรี
สมมติ
กิจกรรม กิจกรรมยืดเสน้ กิจกรรมยดื เสน้ -เกมพราย
นันทนาการ ยดื สาย คลาย ยืดสาย คลาย กระซบิ
สรา้ งสุข ความเม่ือยลา้ ความเม่ือยล้า
กิจกรรม กจิ กรรมยดื เสน้ กจิ กรรมยดื เสน้ เล่นอสิ ระ
นนั ทนาการ ยืดสาย คลาย ยดื สาย คลาย
สรา้ งสุข ความเม่ือยลา้ ความเมื่อยล้า เลน่ อสิ ระ
กิจกรรม กิจกรรมยดื เสน้ กจิ กรรมยืดเสน้
นันทนาการ ยืดสาย คลาย ยืดสาย คลาย เลน่ อิสระ
สรา้ งสุข ความเม่ือยลา้ ความเมื่อยลา้
กิจกรรม กิจกรรมยดื เส้น กิจกรรมยืดเสน้ เล่นอิสระ
นันทนาการ ยืดสาย คลาย ยืดสาย คลาย
สร้างสุข ความเมื่อยล้า ความเม่ือยล้า -ม้ากา้ นกล้วย
กิจกรรม กจิ กรรมยืดเสน้ กจิ กรรมยดื เสน้ -เดนิ กะลา
นนั ทนาการ ยดื สาย คลาย ยดื สาย คลาย -ลิงชิงบอล
สรา้ งสขุ ความเมื่อยลา้ ความเมื่อยล้า -ตลี กู ล้อ

กิจกรรม กิจกรรมยดื เสน้ กิจกรรมยืดเสน้ เล่นอิสระ
นันทนาการ ยดื สาย คลาย ยดื สาย คลาย
สร้างสขุ ความเม่ือยลา้ ความเมื่อยล้า

12

ว/ด/ป เวลา รายละเอยี ดกจิ กรรม 13.30-13.40 15.00-15.30
วนั ( 10 นาที ) ( 30 นาที )
8 พฤศจิกายน ศกุ ร์ 08.45-08.55 10.30-10.40
ถงึ จนั ทร์ ( 10 นาที ) ( 10 นาที ) กจิ กรรมยดื เสน้ เล่นอิสระ
อังคาร ยืดสาย คลาย
3 ธันวาคม กิจกรรม กจิ กรรมยืดเสน้ ความเม่ือยล้า
2564 พุธ นันทนาการ ยดื สาย คลาย
สรา้ งสุข ความเมื่อยลา้
7 ธันวาคม พฤหสั บดี
ถงึ ศุกร์ กิจกรรม กิจกรรมยืดเส้น กิจกรรมยืดเสน้ เล่นอิสระ
จนั ทร์ นนั ทนาการ ยืดสาย คลาย ยดื สาย คลาย
30 ธันวาคม สร้างสขุ ความเมื่อยล้า ความเมื่อยล้า
2564 องั คาร
กิจกรรม กิจกรรมยดื เสน้ กิจกรรมยืดเส้น เลน่ อิสระ
นันทนาการ ยืดสาย คลาย ยืดสาย คลาย
สร้างสขุ ความเม่ือยล้า ความเม่ือยลา้

กจิ กรรม กิจกรรมยืดเส้น กิจกรรมยดื เสน้ -ปาเป้า
นันทนาการ ยืดสาย คลาย ยืดสาย คลาย -กลิ้งลกู บอล
สรา้ งสขุ ความเม่ือยลา้ ความเมื่อยล้า ลอดชอ่ งแคบ
-ชกั เยอ่
กิจกรรม กิจกรรมยดื เสน้ กจิ กรรมยืดเส้น -ต๊กุ ตาล้มลุก
นันทนาการ ยดื สาย คลาย ยดื สาย คลาย
สร้างสขุ ความเม่ือยลา้ ความเม่ือยลา้ เล่นอสิ ระ

กจิ กรรม กจิ กรรมยดื เสน้ กจิ กรรมยดื เส้น เลน่ อสิ ระ
นนั ทนาการ ยดื สาย คลาย ยืดสาย คลาย
สร้างสุข ความเมื่อยล้า ความเมื่อยล้า

กจิ กรรม กิจกรรมยดื เสน้ กิจกรรมยืดเส้น เลน่ อสิ ระ
นนั ทนาการ ยืดสาย คลาย ยืดสาย คลาย
สรา้ งสุข ความเมื่อยล้า ความเม่ือยลา้

กจิ กรรม กจิ กรรมยดื เสน้ กจิ กรรมยดื เสน้ เล่นอิสระ
นนั ทนาการ ยดื สาย คลาย ยดื สาย คลาย
สร้างสขุ ความเม่ือยล้า ความเมื่อยล้า

13

ว/ด/ป เวลา รายละเอยี ดกจิ กรรม 13.30-13.40 15.00-15.30
วัน 08.45-08.55 10.30-10.40 ( 10 นาที ) ( 30 นาที )
7 ธันวาคม พุธ ( 10 นาที ) ( 10 นาที ) กิจกรรมยืดเสน้
ถึง พฤหสั บดี ยืดสาย คลาย -เกา้ อี้ดนตรี
ศกุ ร์ กจิ กรรม กิจกรรมยืดเสน้ ความเมื่อยล้า -มอญซ่อนผ้า
30 ธันวาคม จันทร์ นนั ทนาการ ยืดสาย คลาย -ขมี่ า้ สง่ เมือง
2564 อังคาร สรา้ งสขุ ความเมื่อยล้า กจิ กรรมยดื เสน้ -ต่จี บั
ยืดสาย คลาย
4 มกราคม พธุ กจิ กรรม กิจกรรมยืดเสน้ ความเม่ือยลา้ เล่นอิสระ
ถงึ นันทนาการ ยืดสาย คลาย
พฤหัสบดี สร้างสขุ ความเม่ือยลา้
28 มกราคม ศกุ ร์
2565 กิจกรรม กิจกรรมยืดเสน้ กจิ กรรมยดื เส้น เลน่ อิสระ
นันทนาการ ยืดสาย คลาย ยดื สาย คลาย
สร้างสุข ความเมื่อยลา้ ความเมื่อยล้า

กจิ กรรม กจิ กรรมยดื เสน้ กจิ กรรมยืดเสน้ เลน่ อสิ ระ
นนั ทนาการ ยืดสาย คลาย ยดื สาย คลาย

สรา้ งสขุ ความเมื่อยล้า ความเมื่อยล้า

กิจกรรม กิจกรรมยดื เส้น กิจกรรมยดื เสน้ เล่นอสิ ระ
นันทนาการ ยืดสาย คลาย ยืดสาย คลาย
สร้างสขุ ความเมื่อยลา้ ความเมื่อยลา้

กิจกรรม กจิ กรรมยดื เสน้ กิจกรรมยืดเสน้ -กระโดดเชอื ก
นันทนาการ ยดื สาย คลาย ยืดสาย คลาย -เสอื กินววั
สรา้ งสขุ ความเมื่อยลา้ ความเมื่อยล้า -โยนบอลใส่
ตะกรา้
กจิ กรรม กิจกรรมยืดเสน้ กจิ กรรมยดื เส้น -หมากเก็บ
นนั ทนาการ ยืดสาย คลาย ยดื สาย คลาย
สรา้ งสุข ความเม่ือยลา้ ความเมื่อยล้า เลน่ อิสระ

กิจกรรม กจิ กรรมยืดเส้น กจิ กรรมยืดเส้น เลน่ อสิ ระ
นันทนาการ ยดื สาย คลาย ยืดสาย คลาย

สร้างสขุ ความเมื่อยล้า ความเมื่อยลา้

14

ว/ด/ป เวลา รายละเอียดกจิ กรรม 13.30-13.40 15.00-15.30
วนั ( 10 นาที ) ( 30 นาที )
31 มกราคม จันทร์ 08.45-08.55 10.30-10.40
ถึง ( 10 นาที ) ( 10 นาที ) กิจกรรมยดื เสน้ เล่นอสิ ระ
อังคาร ยดื สาย คลาย
25 กุมภาพนั ธ์ กิจกรรม กิจกรรมยืดเสน้ ความเมื่อยล้า
2565 พุธ นนั ทนาการ ยดื สาย คลาย
สร้างสขุ ความเมื่อยลา้
พฤหัสบดี
กิจกรรม กิจกรรมยืดเสน้ กิจกรรมยืดเสน้ เล่นอิสระ
ศุกร์ นนั ทนาการ ยดื สาย คลาย ยืดสาย คลาย
สร้างสขุ ความเม่ือยลา้ ความเมื่อยล้า

กจิ กรรม กจิ กรรมยืดเสน้ กิจกรรมยดื เส้น -หมากห่ึง
นันทนาการ ยดื สาย คลาย ยืดสาย คลาย -วิ่งกระสอบ
สรา้ งสุข ความเม่ือยล้า ความเม่ือยลา้ -โค้งตนี เกวยี น
-ปดิ ตาตีป๊บี
กจิ กรรม กิจกรรมยืดเสน้ กจิ กรรมยืดเส้น
นันทนาการ ยดื สาย คลาย ยดื สาย คลาย เล่นอสิ ระ
สร้างสขุ ความเมื่อยลา้ ความเมื่อยลา้

กจิ กรรม กจิ กรรมยืดเสน้ กิจกรรมยืดเส้น เล่นอสิ ระ
นันทนาการ ยดื สาย คลาย ยืดสาย คลาย
สร้างสุข ความเมื่อยลา้ ความเม่ือยลา้

2.2 กำรดำเนินกำรตำมกจิ กรรม

การมกี ิจกรรมทางกายตามคาแนะนาขององค์การอนามัยโลกที่แนะนาให้ประชากรวยั เด็กและวัยรุ่นควร
มกี ิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนักสะสมอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน อนั จะช่วยส่งเสริมให้เกิดมีพัฒนาการ
ตามช่วงวัยที่เหมาะสมท้ังในเรื่องการปลูกฝังจิตสานึกทางสุขภาพทั้งทางกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และ
สติปญั ญา

นวัตกรรม “การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา 10: 20: 30” เป็นนวัตกรรมท่ีช่วยแก้ปัญหา
นักเรียนขาดความกระตือรือร้นและขาดสมาธใิ นการเรียน ส่งเสริมให้นกั เรียนเข้าร่วมกจิ กรรมทางกายสะสมวนั ละ
60 นาที และส่งเสริมให้นักเรียนมีความสุข สนุกสนาน และรักการเล่นร่วมกับผู้อื่น โดยจัดกิจกรรมตามปฏิทิน
การดาเนินกจิ กรรม

10 นาทแี รกของแตล่ ะวนั ชว่ งเวลา 08.45 น. กจิ กรรมนันทนำกำรสรำ้ งสุข ซง่ึ เป็นกิจกรรมก่อนการ
นาเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้เชิงวิชาการ เป็นการเตรียมความพร้อมของร่างกายและสมองให้พร้อมต่อการเรียนรู้
จะช่วยให้นักเรียนมีสมาธิในการเรียนไดม้ ากข้นึ

20 นาที ช่วงเวลา 10.30 น. และ 13.30 น. ช่วงเวลาละ 10 นาที กิจกรรมยืดเส้นยืดสำย
คลำยควำมเมื่อยล้ำ โดยใช้กิจกรรมการบริหารร่างกาย เพื่อใช้สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์
และผ่อนคลาย จึงต้องมีการจัดกิจกรรมท่ีมีการเคลื่อนไหวค่ันเวลาเรียน จะช่วยให้นักเรียนมีสมาธิได้มากขึ้นใน
ระหว่างวัน

15
30 นาทีหลังของแต่ละวัน ช่วงเวลา 15.00 น. กิจกรรมเกมและกีฬำ พำใจหรรษำ โดยใช้เกม
เบ็ดเตล็ด และกีฬาพ้ืนบ้าน นามาให้นักเรียนได้มีกิจกรรมร่วมกันท้ังชั้นเรียน โดยจัดกิจกรรมในรูปแบบฐาน
กิจกรรม เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนไดเ้ รียนรูเ้ ป็นหมู่คณะผา่ นการลงมือปฏิบัติจริง โดยในแตล่ ะเดอื นจะมีฐาน
กิจกรรมทั้งหมด 4 ฐาน และจะให้นักเรียนแตล่ ะห้องผลดั เปลี่ยนกันเขา้ ทกุ ฐานจนครบทง้ั 4 ฐาน เป็นการสง่ เสริม
พัฒนาการดา้ นร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สงั คมและสตปิ ัญญา
10 นาทแี รกของแต่ละวนั ชว่ งเวลา 08.45 น. กจิ กรรมนันทนำกำรสร้ำงสขุ

20 นาที ช่วงเวลา 10.30 น. และ 13.30 น. กจิ กรรมยดื เส้นยดื สำย คลำยควำมเมอื่ ยลำ้

30 นาทหี ลังของแตล่ ะวนั ชว่ งเวลา 15.00 น. กจิ กรรมเกมและกีฬำ พำใจหรรษำ

16

2.3 ประสิทธภิ ำพของกำรดำเนินงำน

จากการนานวัตกรรม การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา 10 : 20 : 30 ไปใช้กับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 (19 กรกฎาคม 2564 – 25 กุมภาพันธ์ 2565) ของโรงเรียนชุมชนบ้าน
นาเยีย สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 พบว่า นวัตกรรมที่นาไปใช้สอดคล้อง
ตรงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายอย่างครบถ้วน มีข้อมูลอ้างอิงโดยใช้แบบสังเกตการเข้าร่วมกิจกรรมและ
แบบสอบถามความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรม แล้วนาผลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติอย่างง่ายคือ ค่า
รอ้ ยละ ดงั น้ี

1. รอ้ ยละ 85.5 นกั เรยี นมีความกระตือรอื ร้นและมีสมาธใิ นการเรียน
2. รอ้ ยละ 87 นกั เรียนเข้ารว่ มกจิ กรรมทางกายสะสมวนั ละ 60 นาที
3. รอ้ ยละ 85 นักเรียนมีความสุข สนุกสนาน และรกั การเลน่ ร่วมกับผู้อื่น

2.4 กำรใช้ทรัพยำกร

จากการนานวัตกรรม การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา 10 : 20 : 30 มีหลักการใช้
ทรัพยากรอยา่ งคมุ้ ค่า ดงั น้ี

1) ครูสายชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2 จานวน 4 คน ร่วมกันพัฒนากิจกรรมทางกายของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี 2 ของโรงเรียนชุมชนบ้านนาเยีย โดยการนานวัตกรรม การพัฒนาทักษะทาง
กายโดยใช้รูปแบบเวลา 10 : 20 : 30 ผ่านการทางานเป็นทีม ก่อให้เกิดประโยชน์กับนักเรียนด้าน
รา่ งกาย อารมณ์-จติ ใจ สงั คมและสตปิ ัญญา

2) การใช้ประโยชน์จากพื้นท่ีในโรงเรียน เช่น สนามฟุตบอล สนามกีฬา สนามเด็กเล่น ห้องเรียน
ฯลฯ ในการจดั กจิ กรรมได้อยา่ งค้มุ คา่

3. ผลกำรดำเนนิ งำน/ผลสัมฤทธ์ิ/ประโยชน์ที่ได้รับ

3.1 ผลงำนทีเ่ กดิ ตำมจุดประสงค์
ผลที่เกิดจากการนานวัตกรรม กำรพัฒนำทักษะทำงกำยโดยใช้รูปแบบเวลำ 10 : 20 : 30 ไปใช้กับ

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2564 (ระหว่างวันท่ี 19 กรกฎาคม 2564 – 25 กุมภาพันธ์ 2565)
ของโรงเรยี นชุมชนบ้านนาเยยี สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาอบุ ลราชธานี เขต 4 พบวา่

1. นักเรียนมีความกระตือรือร้นและมีสมาธิในการเรียน โดยใช้แบบสังเกตการเข้าร่วมกจิ กรรม ตลอดปี
การศึกษา 2564 ดงั น้ี

ร้อยละ ของนกั เรยี นที่มคี วำมกระตอื รือร้นและมีสมำธิในกำรเรียน

่ืชอแกน 100 กิจกรรมนนั ทนาการสรา้ งสขุ
90
80 กิจกรรมยดื เสน้ ยืดสายคลายความ
70 เมอ่ื ยลา้
60 กิจกรรมเกมและกีฬาพาใจหรรษา
50
40
30
20
10
0
ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ.

17

จากแผนภมู ิกราฟเส้น แสดงค่ารอ้ ยละของนักเรยี นทมี่ ีความกระตือรอื รน้ และมสี มาธิในการเรยี นพบว่า
กจิ กรรมนนั ทนาการสร้างสขุ ทาใหน้ กั เรียนมีความกระตือรือร้นและมสี มาธใิ นการเรยี น คิดเป็น รอ้ ยละ 85.5
กจิ กรรมยดื เส้นยดื สายคลายความเม่อื ยลา้ ทาให้นักเรยี นมีความกระตือรือร้นและมีสมาธิในการเรียน คิดเป็นร้อย
ละ 85 และกจิ กรรมเกมและกฬี าพาใจหรรษา ทาให้นกั เรียนมีความกระตือรอื ร้นและมีสมาธใิ นการเรียน คิดเปน็
ร้อยละ 86

2. นกั เรียนเข้าร่วมกจิ กรรมทางกายสะสมวันละ 60 นาที โดยใชแ้ บบสงั เกตการเขา้ ร่วมกจิ กรรมตลอด
ปีการศกึ ษา 2564 ดังนี้

รอ้ ยละ ของนักเรยี นท่ีเขำ้ รว่ มกจิ กรรมทำงกำยสะสมวนั ละ 60 นำที

100 9 2
90 87 2 ขาดเรยี น
80
70 ป่วย ลา
60 เขา้ รว่ มกิจกรรม ป่วย ลา ขาดเรยี น
50
40
30
20
10
0
เขา้ รว่ มกิจกรรม

จากแผนภูมิแท่ง แสดงค่าร้อยละของนักเรียนท่ีเข้าร่วมกิจกรรมทางกายสะสมวันละ 60 นาที พบว่า นักเรียน
เข้าร่วมกิจกรรมคิดเป็น ร้อยละ 87 และนักเรียนไม่เข้าร่วมกิจกรรม คิดเป็น ร้อยละ 13 โดยจาแนกเป็น นักเรียน
ปว่ ย คดิ เป็น รอ้ ยละ 9 นักเรียนลา คิดเปน็ รอ้ ยละ 2 และนกั เรียนขาดเรียนคดิ เป็นรอ้ ยละ 2

3. เพอื่ ส่งเสรมิ ใหน้ ักเรียนมคี วามสขุ สนกุ สนาน และรักการเลน่ ร่วมกบั ผู้อื่น

รอ้ ยละ ของนกั เรียนที่มคี วำมสขุ สนกุ สนำน และรักกำรเลน่ ร่วมกบั ผู้อืน่

88 87 86 86
87 85 85 85

86 85 84
85

84 83
83

82

81

นกั เรยี นมีความสขุ นกั เรียนสนกุ สนาน นกั เรียนรกั การเลน่ รว่ มกบั ผอู้ ่ืน

18

จากแผนภูมิแท่ง แสดงค่าร้อยละของนักเรียนที่มีความสุข สนุกสนาน และรักการเล่นร่วมกับผู้อ่ืน พบว่า
กจิ กรรมนันทนาการสร้างสุขทาให้นกั เรียนเกิดความสุขสนุกสนานและรักการเล่นร่วมกับผู้อืน่ คดิ เป็นร้อยละ 85.6
กิจกรรมยืดเส้นยืดสายคลายความเมื่อยล้าทาให้นักเรียนเกิดความสุขสนุกสนานและรักการเล่นร่วมกับผู้อื่น คิด
เป็นร้อยละ 84 กิจกรรมเกมและกีฬา พาใจหรรษา ทาให้นักเรียนเกิดความสุขสนุกสนานและรักการเล่นร่วมกับ
ผอู้ น่ื คดิ เปน็ รอ้ ยละ 85.6

3.2 ผลสมั ฤทธิข์ องงำน
จาการนานวัตกรรม กำรพัฒนำทักษะทำงกำยโดยใช้รูปแบบเวลำ 10 : 20 : 30 ไปใช้กับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2564 (19 กรกฎาคม 2564 – 25 กุมภาพันธ์ 2565) ของโรงเรียนชุมชนบ้าน
นาเยีย สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 พบว่า นวัตกรรมที่นาไปใช้สอดคลอ้ งตรง
ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายอย่างครบถ้วน มีข้อมูลอ้างอิงโดยใช้แบบสังเกตการเข้าร่วมกิจกรรมและ
แบบสอบถามความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรม แล้วนาผลท่ีได้มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติอย่างง่ายคือ ค่า
ร้อยละ ดงั นี้
1. ร้อยละ 85.5 นักเรยี นมคี วามกระตือรือร้นและมสี มาธิในการเรยี น
2. ร้อยละ 87 นกั เรียนเข้ารว่ มกิจกรรมทางกายสะสมวันละ 60 นาที
3. รอ้ ยละ 85 นกั เรียนมีความสุข สนุกสนาน และรกั การเลน่ ร่วมกับผอู้ นื่

3.3 ประโยชนท์ ี่ได้รับ
จากการนานวัตกรรม กำรพัฒนำทักษะทำงกำยโดยใช้รูปแบบเวลำ 10 : 20 : 30 นาไปใช้สอดคล้อง

ตรงตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และนาไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม กล่าวคือ เพ่ือแก้ปัญหานักเรียนขาดความ
กระตือรือร้นและขาดสมาธิในการเรียน ส่งเสรมิ ให้นักเรียนเข้าร่วมกจิ กรรมทางกายสะสมวันละ 60 นาที ส่งเสริม
ให้นักเรียนมีความสุข สนุกสนาน และรักการเล่นร่วมกับผู้อ่ืน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของ
นกั เรยี น คอื ดา้ นรา่ งกาย อารมณ์-จติ ใจ สงั คมและสติปัญญา ดังนี้

19

4. ปจั จยั ควำมสำเร็จ

4.1 สงิ่ ทช่ี ่วยให้งำนสำเรจ็
การมีสว่ นร่วมของภาคเี ครอื ขา่ ย
1. การมปี ระชมุ สรา้ งความเข้าใจระหว่างครู นกั เรยี น และผู้ปกครอง ถึงประโยชน์ของการมกี จิ กรรม

ทางกายท่ดี ี
2. ได้รับการสนับสนุนวัสดอุ ุปกรณใ์ นท้องถน่ิ เชน่ กะลามะพร้าว ก้านกลว้ ย จากผูป้ กครอง รวมถึง

วทิ ยากรใหค้ วามรู้เร่ืองการละเลน่ พื้นบ้าน
3. สรา้ งนกั เรยี นแกนนาในการส่งเสริมกจิ กรรมทางกายของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
4. ครูนานวัตกรรม การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา 10 : 20 : 30 ลงสกู่ ารปฏบิ ัติอยา่ ง

เปน็ รูปธรรม

5. บทเรียนท่ไี ดร้ ับ

5.1 กำรระบขุ อ้ มลู ทไี่ ด้รับจำกกำรผลิตและกำรนำผลงำนไปใช้
1. เกดิ การมีส่วนรว่ มระหว่างครู นักเรียนและผ้ปู กครอง
2. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ครู นกั เรียน และผูป้ กครองเหน็ ความสาคญั ของการมีกิจกรรมทางกายทดี่ ี
3. ผลการใช้กิจกรรมทางกายสง่ ผลใหน้ กั เรียนเกิดพฒั นาการครบทัง้ 4 ดา้ น
4. รูปแบบการจัดกิจกรรมทางกาย พบว่า มีการจัดกิจกรรมทางกายใน 3 ช่วงเวลา คือ ก่อนเรียน

ระหวา่ งเรยี นและหลังเรยี นได้อย่างเป็นรูปธรรม

6. กำรขยำยผล/เผยแพร่/กำรไดร้ บั กำรยอมรับ/รำงวัลทไี่ ด้รับ

เผยแพร่นวัตกรรม การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา 10:20:30 โดยผ่านช่องทาง 3
ชอ่ งทาง คอื

1. เผยแพร่ผ่านทางกลมุ่ ไลนผ์ ้ปู กครอง
2. กลุ่มไลนโ์ รงเรียน
3. เผยแพรก่ ับครูและนักเรียนสายชั้นอ่ืนๆ
จากการเผยแพร่ดังกล่าว ทาให้ได้รับคาแนะนา ข้อเสนอแนะ เพ่ือนามาปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรม
ชดุ นต้ี ่อไป

7. ผลสะทอ้ นทเี่ กิดจำกผลงำน/นวตั กรรม

7.1 ผลสะท้อนท่ีเกิดจำกผลงำน/นวัตกรรมควำมรอบรู้ด้ำนสุขภำพ ต่อกำรพัฒนำผู้เรียนตำม
จุดมุง่ หมำยของหลักสูตร

จากการนานวัตกรรม การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รปู แบบเวลา 10:20:30 โดยบูรณาการกับหลักสูตร
กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา (พ12101) ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2 พบว่า นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องการ
เคล่ือนไหวร่างกายในรูปแบบต่างๆ ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมทางกายและกีฬา ท้ังประเภทบุคคลและประเภททีม
อย่างหลากหลายทง้ั ไทยและสากล การปฏิบัติตามกฎ กติกา ระเบียบ และขอ้ ตกลงในการเขา้ ร่วมกิจกรรมทางกาย
และกีฬา และความมีน้าใจนักกีฬา ส่งเสริมให้นักเรียนมีพัฒนาการครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย
อารมณ-์ จิตใจ สังคมและสตปิ ญั ญา

20

7.2 ผลสะทอ้ นทีเ่ กดิ จำกผลงำน/นวัตกรรมควำมรอบรดู้ ำ้ นสขุ ภำพ ของผมู้ ีสว่ นได้ส่วนเสยี
จาการเผยแพร่นวัตกรรม การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา 10:20:30 ผ่านช่องทาง 3
ช่องทางดงั กลา่ ว พบว่า
ผู้ปกครอง ให้การตอบรับเป็นอย่างดี โดยให้การสนับสนุนด้านวัสดุ อุปกรณ์ และร่วมเป็นวิทยากรให้
ความร้เู กี่ยวกบั การละเลน่ พื้นบ้าน
คณะครูสายช้ันอื่นๆ ได้นานวัตกรรม การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา 10:20:30 บูรณาการ
รว่ มกบั กิจกรรมการเรยี นการสอนในห้องเรยี น
นักเรียน ท่ีได้เข้าร่วมกิจกรรมทางกายตามนวัตกรรม การพัฒนาทักษะทางกายโดยใช้รูปแบบเวลา
10:20:30 ทาให้นักเรียนมีความสุข สนุกสนาน ลดความเครียดระหว่างเรียน กระตือรือร้นและมีสมาธิในการ
เรียนเพ่มิ ข้ึน

21

บรรณำนุกรม

คณะกรรมการพฒั นาร่างแผนแมบ่ ทการเสรมิ สร้างกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561-2573.
แผนแมบ่ ทกำรส่งเสริมกิจกรรมทำงกำย พ.ศ. 2561-2573. หน้า 6,28

สถาบนั พัฒนาคุณภาพวชิ าการ. 2563. สขุ ศึกษำและพลศึกษำ. กรุงเทพมหานคร.
สานักพิมพ์ บริษัทพัฒนาคุณภาพวชิ าการ (พว) จากัด

สภานักนนั ทนาการ กรมพลศึกษา. 2560. กำรละเลน่ พ้ืนบ้ำนไทย. กรุงเทพฯ.
กรมพลศกึ ษา กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา

ยาการียา ลาเต๊ะ. (2563.). 10 กำรละเล่นไทยเรำลืมกนั ไปหรือยัง .3 สงิ หาคม 2564 จาก.
https://teen.mthai.com/variety/173297.html

ผอบ โปษะกฤษณะ.(2522).ควำมสำคญั คุณค่ำ และประโยชนข์ องกำรละเลน่ พื้นบำ้ นไทย.
3 สงิ หาคม 2564.จาก. https://www.siamsporttalk.com

สานักส่งเสรมิ และพฒั นานนั ทนาการ กรมพลศึกษา.2022.เกมเบด็ เตล็ด. 3 สงิ หาคม 2564
จาก. http://maneerat1992.blogspot.com

22

ภำคผนวก

ภำคผนวก ก คำสง่ั โรงเรยี น
ภำคผนวก ข หนงั สือเชญิ วิทยำกร
ภำคผนวก ค ค่มู อื กจิ กรรมเกมและกฬี ำ พำใจหรรษำ
ภำคผนวก ง เครื่องมอื ทีใ่ ช้ในกำรรวบรวมขอ้ มูล
ภำคผนวก จ บันทกึ ข้อควำมขอเผยแพร่นวตั กรรม

23

คำสัง่ โรงเรยี นชมุ ชนบ้ำนนำเยีย

ท่ี 10/ 2564

เรือ่ ง แตง่ ตง้ั คณะกรรมกำรดำเนนิ งำน ประกวดสดุ ยอดนวัตกรรมโรงเรียนส่งเสริมสขุ ภำพแนวใหม่

โดย ศนู ย์อนำมัยท่ี 10 อุบลรำชธำนี ประเภทรำงวลั นวัตกรรม Innovation

ช้ันประถมศกึ ษำปีที่ 2

--------------------------------------------------------------------

ด้วยโรงเรียนชมุ ชนบ้านนาเยยี ไดต้ ระหนักถึงความสาคญั ของการมีสุขภาพดีเป็นพน้ื ฐานของคุณภาพชวี ติ

จงึ ไดส้ นับสนุนให้จัดทานวตั กรรมเพอ่ื ประกวดสุดยอดนวัตกรรมโรงเรยี นสง่ เสริมสขุ ภาพแนวใหม่ โดย ศูนย์อนามัย

ท่ี 10 อุบลราชธานี ประเภทรางวัลนวตั กรรม Innovation ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2 ซึ่งประกอบดว้ ยบุคลากรใน

โรงเรยี น นักเรียน ผ้ปู กครอง ได้มีสว่ นร่วมในการดาเนินการ

ดังนัน้ เพอ่ื ใหก้ ารดาเนินงานประสบความสาเรจ็ เรียบร้อยตามวัตถุประสงค์ จงึ ขอแตง่ ตั้งคณะกรรมการ

จดั ทานวตั กรรมเพอ่ื ประกวดสดุ ยอดนวัตกรรมโรงเรยี นสง่ เสรมิ สขุ ภาพแนวใหม่ โดย ศนู ย์อนามยั ที่ 10

อบุ ลราชธานี ประเภทรางวัลนวตั กรรม Innovation ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 2 ดงั ต่อไปนี้

1. นายสุบรรณ คบั พวง ผอู้ านวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ

2. นางสาววิมลนันทน์ ศรสี พุ รรณ ครชู านาญการพิเศษ กรรมการ

3. นางสาววนิดา ปรางศรี ครผู ชู้ ว่ ย กรรมการ

4. นางสาวชนญั ชติ า พิลาลา้ ครูอตั ราจา้ ง กรรมการ

5. นายจักรี นาชยั ดี ครูผู้ชว่ ย กรรมการและเลขานกุ าร

มหี น้าทีด่ าเนนิ การจัดทานวัตกรรมโดยมีบทบาท/มหี น้าท่ี ดงั น้ี

1. วางแผนจดั ทานวัตกรรม

2. ดาเนนิ การจัดทานวัตกรรมให้เปน็ ไปตามเกณฑท์ ี่กาหนด

3. สง่ เสริม สนับสนุน พฒั นา นวตั กรรมและจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ การเรียนการสอน

4. นิเทศ กากบั ตดิ ตาม และประเมนิ ผล การทานวตั กรรม

5. สรปุ รายงานผลการดาเนนิ งานการนานวตั กรรม

6. อน่ื ๆ ท่ีเห็นสมควร และเป็นประโยชน์

ให้บุคคลที่ได้รับการแต่งต้ัง ปฏิบัติหน้าที่ท่ีได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถให้สาเร็จลุล่วงบังเกิด

ประโยชนแ์ ก่นักเรียน โรงเรียน และราชการตอ่ ไป

สง่ั ณ วนั ที่ 14 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2564

( นายสบุ รรณ คับพวง )
ผอู้ านวยการโรงเรียนชุมชนบา้ นนาเยยี

24

ที่ ๐๔๑๘๖.๐๓๗/๒๕ โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นนาเยีย ตาบลนาเยีย
อาเภอนาเยยี จังหวดั อุบลราชธานี

๓๔๑๖๐

๒๐ กันยายน ๒๕๖๔

เรอ่ื ง ขอเรียนเชญิ เปน็ วิทยากร
เรยี น นางสาอาง ดอกพฒุ
สง่ิ ท่ีสง่ มาดว้ ย กาหนดการจดั อบรม

ดว้ ย โรงเรียนชุมชนบา้ นนาเยยี ไดจ้ ดั กิจกรรมการละเล่นพ้ืนบ้าน โดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือใหน้ กั เรยี นได้
เรียนรเู้ รอ่ื งการละเล่นพื้นบา้ น ซงึ่ จะจดั กิจกรรม ในวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๕.๐๐ – ๑๕.๓๐ น.
ณ หอประชุมโรงเรยี นชุมชนบ้านนาเยยี

ท้ังนี้ คณะทางาน เห็นว่าทา่ น เปน็ ผู้มคี วามรู้ ความสามารถและประสบการณ์ ดงั น้นั จงึ ขอเรยี นเชญิ ทา่ น
เป็นวทิ ยากรเพื่อดาเนินการบรรยายในหัวข้อตามวันและเวลาท่ีกาหนด และหวังเปน็ อย่างยิ่งว่าจะได้รบั ความ
อนุเคราะหจ์ ากทา่ นและขอขอบคณุ มา ณ โอกาสน้ี

จงึ เรียนมาเพ่ือทราบ

ขอแสดงความนบั ถือ

( นายสบุ รรณ คบั พวง )
ผอู้ านวยการโรงเรียนชุมชนบา้ นนาเยีย

25

บนั ทึกข้อควำม

ส่วนรำชกำร โรงเรียนชุมชนบา้ นนาเยีย งานวชิ าการ
ที่ /๒๕๖๔ วนั ที่ ๓ เดอื น ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
เรื่อง ขอเผยแพรน่ วัตกรรม การพัฒนาทักษะทางกายโดยใชร้ ปู แบบเวลา ๑๐:๒๐:๓๐

เรียน ผู้อานวยการโรงเรียนชมุ ชนบ้านนาเยยี
สง่ิ ทส่ี ่งมำด้วย ๑. ค่มู อื นวัตกรรม การพัฒนาทักษะทางกายโดยใชร้ ูปแบบเวลา ๑๐:๒๐:๓๐ จานวน ๕ เลม่

๒. แบบสอบถามความพงึ พอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของครูและผปู้ กครอง
โดยใชน้ วตั กรรม “การพัฒนาทักษะทางกายโดยใชร้ ปู แบบเวลา ๑๐:๒๐:๓๐” จานวน ๕ ฉบับ

ด้วยคาสั่งโรงเรียนชุมชนบ้านนาเยีย ท่ี ๑๐/๒๕๖๔ ลว. ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ เรื่องแต่งตั้ง
คณะกรรมการดาเนินงาน ประกวดสุดยอดนวัตกรรมโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ โดย ศูนย์อนามัยท่ี ๑๐
อบุ ลราชธานี ประเภทรางวัลนวตั กรรม Innovation ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ ซึ่งไดร้ ับอนุมตั ิให้ดาเนินการแลว้ น้ัน

บดั นี้ข้าพเจา้ และคณะทางานฯ ไดจ้ ดั ทาคมู่ อื นวตั กรรม การพฒั นาทักษะทางกายโดยใชร้ ปู แบบเวลา
๑๐:๒๐:๓๐ เป็นที่เรยี บร้อยแลว้ จงึ ขอเผยแพร่นวัตกรรมดังกล่าวให้กับคณะครสู ายชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑,๓,๔,๕,
และ๖ เพื่อนาไปบูรณาการร่วมกับกิจกรรมการเรยี นการสอนในห้องเรียน จึงขออนุมัติเผยแพร่นวัตกรรมฯ ให้กับ
สายชน้ั ดังกลา่ ว พร้อมกนั น้ีได้แนบคูม่ อื นวัตกรรรมฯ และแบบสอบถามความพงึ พอใจฯ มาพร้อมกบั หนังสอื ฉบบั น้ี

จึงเรียนมาเพ่ือโปรดพจิ ารณาอนมุ ัติ

(ลงชอ่ื ).......................................หวั หนา้ งานพฒั นานวัตกรรม
(นางสาววมิ ลนันทน์ ศรีสุพรรณ)

ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ

26

คมู่ ือกิจกรรมเกมและกีฬำ พำใจหรรษำ

1. รีรี ข้ำวสำร

วิธีกำรเล่น ผู้เล่น 2 คนยืนหันหน้าเข้าหากันโน้มตัวประสานมือกันเป็นรูปซุ้ม ส่วนผู้อื่นเกาะเอวต่อ ๆ กัน

ตามลาดบั หัวแถวจะพาลอดใต้ซุ้มมือพร้อมกับร้องบทรอ้ งประกอบการเล่น เม่ือรอ้ งถึงประโยคที่วา่ “คอยพานคน

ข้างหลังไว้” ผู้ท่ีประสานมือเป็นซุ้มจะลดมือลงกันคนสุดท้ายไว้ ซ่ึงคนสุดท้ายจะถูกคัดออกไปจากแถว แล้วจึง

เริ่มต้นเล่นใหมท่ าเช่นนัน้ จนหมดคน

เพลงร้องประกอบ

"รรี ีข้าวสาร สองทะนานขา้ วเปลอื ก

เดก็ นอ้ ยตาเหลอื ก เลอื กทอ้ งใบลาน

คดขา้ วใสจ่ าน คอยพานคนขา้ งหลงั ไว้"

2. งูกนิ หำงาผู้เล่นมจี าวน 8-10 คน แบง่ ผู้เล่นเป็ น 2 ฝ่ าย

- ฝ่ำวธิ กี ำรเล่นลง่ ูกินหาง เร่ิมจากเสีย่ งทาย ใครแพ้ต้องไปเปน็ "พอ่ งู" ส่วนผู้ชนะท่ีมรี ่างกายแข็งแรง ตัวใหญจ่ ะ
เป็น "แมง่ ู" ไว้คอยปกป้องเพื่อน ๆ คนอ่นื ที่เปน็ "ลูกงู" จากน้ัน "ลูกง"ู จะเกาะเอวแม่งูและตอ่ แถวกนั ไว้ ยนื
เผชญิ หน้ากับ "พอ่ งู" จากน้ันจะเขา้ สู่บทร้อง โดยพ่องจู ะถามว่า

พ่องู : "แมง่ ูเอย๋ กินน้าบ่อไหน"
แม่งู : "กินนา้ บ่อโสกโยกไปโยกมา" (พร้อมแสดงอาการสา่ ยตัวไปมา)
พอ่ งู : "แม่งูเอย๋ กินน้าบ่อไหน"
แม่งู : "กินนา้ บ่อหนิ บินไปบนิ มา" (พรอ้ มแสดงอาการบนิ ไปบินมา)
พ่องู : "แม่งเู อย๋ กินน้าบอ่ ไหน"
แม่งู : "กินน้าบ่อทรายยา้ ยไปย้ายมา" (พร้อมแสดงอาการส่ายตวั ไปมา)
จากน้นั พอ่ งูจะพดู ว่า "กินหัวกินหางกนิ กลางตลอดตวั " แล้ววง่ิ ไลจ่ ับลกู งทู ี่กอดเอวอยู่ ส่วนแมง่ กู ็ตอ้ งป้องกัน
ไม่ให้พ่องูจบั ลูกงูไปได้ เมื่อลูกงูคนไหนถูกจับ จะออกจากแถวมายืนอยู่ดา้ นนอก เพ่ือรอเล่นรอบต่อไป หากพอ่ งู
แยง่ ลูกได้หมด จะถอื ว่าจบเกมแลว้ เร่มิ เล่นใหม่ โดยพ่องูจะกลบั ไปเปน็ แมง่ ูต่อในรอบตอ่ ไป
3. เสอื ขำ้ มหว้ ย

วิธีกำรเล่นเ ผู้เล่นมีจานวน 6-8 คน แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่ายเท่าๆกัน แต่ละฝ่ายส่งตัวแทนมาเป่ายิงฉุบกัน หาก
ฝ่ายใดชนะได้เลน่ เป็น “เสือ” ฝ่ายแพ้ตอ้ งเป็น “หว้ ย” ใหเ้ สอื กระโดดขา้ ม ฝา่ ยเสือตอ้ งกระโดดข้ามห้วยให้ครบทุก
ท่า ฝ่ายผู้เล่นเป็นห้วยนั่งลงเหยียดขาข้างหนึ่งออกไปเป็นท่าที่ 1 หลังจากน้ันก็จะเป็นท่าท่ี 2, ท่าที่ 3, ท่าท่ี 4 ซ่ึง
ในแต่ละทา่ ต้องต่อแขนตอ่ ขาเพม่ิ ความสูง ให้ฝ่ายเสือกระโดดข้ามยากขน้ึ เร่ือยๆ จนกว่าฝ่ายผู้เล่นเป็นเสือกระโดด
ไม่ผ่าน ก็จะต้องเปลีย่ นฝ่ายมาเป็นห้วยในเกมตอ่ ไป
4. กระตำ่ ยขำเดียว

วิธีกำรเล่น ขีดเส้นแบ่งเขตบนพื้น และมีเขตจากัดเส้นออกไว้ด้วย แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่ายเท่าๆ กัน ตกลง
กันว่าใครจะเป็นกระต่ายก่อน กลุ่มท่ีเป็นกระต่ายจะคิดคาข้ึนหน่ึงคา ให้มีพยางค์เท่ากับจานวนคนในหมู่และ
จาต้องกาหนดพยางค์ให้แต่ละคนด้วย เม่ือคิดคาได้แล้วหมู่ที่เป็นฝ่ายเล่นทั้งหมดก็จะเป็นผู้เลือกว่า จะเอาพยางค์
ใด ฝา่ ยกระตา่ ยคนทม่ี ีพยางคต์ รงกบั ที่โดนเลือกก็จะว่ิงกระโดดขาเดียวให้เร็วทสี่ ุด และไล่จบั แตะคนในฝ่ายเล่น ถ้า
คนใดโดนจับหรือถูกตัวกระต่ายก็ต้องออกจากการเล่น แต่ถ้ากระต่ายเปล่ียนขาหรือขาแตะพ้ืนจะต้องเปลี่ยนเป็น
กระตา่ ยตัวใหมท่ ฝี่ า่ ยเล่นจะเลือก เมอ่ื ฝา่ ยเลน่ ถูกไลต่ ีจนหมดแลว้ กถ็ อื ว่าแพ้ ตอ้ งมาเปน็ ฝา่ ยกระต่ายบา้ ง

27

5. นำ้ ข้นึ น้ำลง
วธิ กี ำรเล่น ผเู้ ล่นต้ังแต่ 2 คนขึ้นไป โดยเลอื กผ้เู ล่น 1 คนให้เป็นคนออกคาสั่ง ส่วนผู้เลน่ ท่เี หลือคอยฟงั คาสั่ง

และพยายามปฏิบัติให้เร็วและถูกต้อง เม่ือได้ยินคาส่ัง น้ำขึ้น ให้ทุกคนรีบน่ังลง และคาสั่ง น้ำลง ให้ทุกคนรีบลุก
ขึ้นยนื ใครปฏบิ ัติไม่ถูกต้องหรือชา้ ท่สี ดุ จะต้องออกจากการเลน่ ผู้เลน่ ทเี่ หลือคนสุดท้ายเป็นผชู้ นะ
6. ว่ิงเปย้ี ว

วิธีกำรเล่น เราจะแบ่งผู้เล่นท้ังหมดออกเป็นสองฝ่าย โดยจะแต่ละฝ่ายจะมีผู้เล่นประมาณ 5-15 คน ไม่ควร
มากหรือน้อยไปกว่าน้ี เพราะอาจจะทาให้การแข่งขันไม่สนุกเท่าท่ีควรหากผู้เล่นน้อยหรือมากไป เตรียมหลักหรือ
กรวยเป็นเขตแบ่งสาหรับแต่ละทีมห่างกันประมาณ 8-10 เมตร ให้ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายต่อแถวกันที่หลักหรือกรวย
ของฝ่ายตนเองห้ามเกินไปจากหลักหรือกรวย และให้คนท่ีวิ่งคนแรกถือผ้าเพื่อไว้สาหรับตีหรือสัมผัสฝ่ายตรงข้าม
ใหว้ ่ิงออกจากด้านขวามือของฝ่ายตัวเองแล้วว่ิงไปใหเ้ รว็ ที่สดุ และตีผา้ ใสฝ่ ่ายตรงขา้ มหากยงั ไม่ไดเ้ มื่อครบรอบให้ส่ง
ผ้าให้ทีมเราหลังจากวิ่งกลับมาถึงท่ีหลกั ของเรา แล้วคนท่ีรับผ้าต่อก็จะวิง่ ไปเร่ือยๆ จนกว่าจะมีทีมใดทมี หนึ่งวง่ิ เร็ว
จนสามารถนาผ้าไปตีอกี ฝา่ ยได้ ฝา่ ยทีต่ ผี ้าไดก้ ็จะเปน็ ฝ่ายชนะ
7. เกมเลน่ ดนตรสี มมุติ

วิธีกำรเล่น ผู้เล่นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยให้ผู้เล่นยืนเป็นวงกลมพร้อมกับเลือกเพลงท่ีผู้เล่นในกลุ่มร้องได้
แล้วให้แต่ละคนแสดงท่าทางการเล่นดนตรีที่ตนชอบ พร้อมกับทาเสียงเครื่องดนตรีชนิดนั้นๆ ตามทานองเพลง8.
เกมพรำยกระซิบ

วิธีกำรเล่น แบ่งผู้เล่นออกเป็นทีมอย่างน้อย 2 ทีม ยืนเป็นแถวตอน ให้ผู้นาเกมนากระดาษที่เขียนข้อความ
และให้ส่งตัวแทนของแต่ละทีมอ่านข้อความให้จาข้ึนใจ ให้ผู้เล่นนาข้อความท่ีอ่านไปกระซิบข้างหูกับผู้เล่นในทีม
ต่อไปเรื่อยๆ จนถึงคนสุดท้าย ให้ผู้เล่นคนสุดท้ายออกมานาเสนอ ทีมใดสามารถนาเสนอข้อความได้ถูกต้องมาก
ทส่ี ุดเปน็ ฝ่ายชนะ
9. ม้ำกำ้ นกล้วย

วิธีกำรเล่น ให้นาก้านกล้วยที่เปล่ียนสภาพมาเป็นก้านกล้วยโดยสมบูรณ์แล้ว ข้ึนข่ีบนก้านกล้วยแล้วออกวิ่ง
จากน้ันสง่ เสียง ฮ้ีฮี้ แต่ถา้ มีผู้เล่น 2 คนขึ้นไป ก็สามารถจัดเป็นการแข่งขันข้ึนได้ โดยฝ่ายไหนว่ิงเร็วที่สุดก็จะเป็นผู้
ชนะ
10. เดนิ กะลำ

วธิ ีกำรเลน่ ผู้เล่นยนื บนกะลาใช้หัวแม่ท้ากับนิ้วช้ีคีบเชือกท่ีกน้ กะลาไว้ทั้ง 2 เท้า แล้วเอามือดึงเชือกให้ตึง เมื่อ
ได้สัญญาณ ทุกคนจะรีบเดินไปให้ถึงเส้นชัย ใครถึงก่อนถือว่าเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าระหว่างที่เดินไป คนใดเท้าตกจาก
กะลาไปถูกพ้นื กเ็ ป็นผแู้ พ้
11. ลงิ ชงิ บอล

วิธีกำรเล่น ผู้เล่นทุกคนยืนเป็นวงกลม ให้หน่ึงคนอยู่กลางวง โดยคนท่ีอยู่กลางวงสมมุติเป็นลิง ผู้เล่นท่ียืน
ล้อมเป็นวงกลม จะโยนบอลไปตามวงกลม คนที่เป็นลิงที่อยู่กลางวงจะต้องเข้ามาแย่งบอลให้ได้ คนที่ถูกลิงแย่ง
บอลได้จะต้องมาเปน็ ลงิ แทน และคอยแย่งบอลจากคนในวงกลมให้ได้
12. ตลี กู ล้อ

วิธีกำรเล่น นาลูกล้อมายังจุดเริ่มต้น หรือเตรียมยางรถจักรยานหรือวงล้อเป็นซี่ๆ และไม้ขนาดเหมาะมือ
ประมาณ 1 ฟุต จากนั้นกาหนดจุดเริ่มต้นและเส้นชัยไว้แต่ละคนนาลูกล้อของตนเองมาที่จุดเริม่ ต้น และว่ิงเอาไม้ตี
ลูกลอ้ ให้กล้ิงไป คอยเลี้ยงลกู ล้อไว้ให้กลิ้งไปข้างหน้าโดยไม่ให้ลูกล้อสะดุดพลิกคว่า แข่งว่าใครจะถงึ เส้นชัยกอ่ นกัน
ผู้ท่ีใช้วงล้อ จะได้เปรียบเพราะวงล้อมีร่องสาหรับใส่ยาง เอาไม้ต้นได้สะดวกและตรงกว่า ไม่แกว่งไปแกว่งมา ใคร
ถึงเสน้ ชยั ก่อน คนนั้นก็ชนะ

28

13. ปำเปำ้
วิธีกำรเล่น นักเรียนแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 4 คน เข้าแถวตอนลึก เร่ิมเล่นโดยคนหัวแถวของแต่ละทีมใช้ลูก

บอลปาเป้า ปาถกู หรอื ไม่ถกู เป้า ให้ไปเก็บลกู บอลมาให้คนต่อไป คนต่อไปปาเป้าต่อจนครบทุกคน ทีมใดปาเปา้ ถูก
มากทส่ี ดุ เปน็ ทมี ชนะ
14. กลงิ้ ลกู บอลลอดช่องแคบ

วิธีกำรเล่น ผู้เล่นต้ังแต่ 2 คนข้ึนไป เริ่มต้นโดยการตั้งวัตถุ 2 ชิ้น ห่างกันประมาณ 45 เซนติเมตร เพ่ือ
ทาเปน็ ช่องแคบ หา่ งจากหวั แถวประมาณ 5 เมตร ใหผ้ ู้เล่นคนแรกจบั ลกู บอลกล้ิงไปข้างหนา้ ให้ลอดผ่านช่องแคบ
โดยกลิ้งคนละ 5 ครงั้ ใครกล้งิ ลูกบอลลอดชอ่ งแคบได้มากที่สดุ เปน็ ผชู้ นะ
15. ชกั เย่อ

วิธีกำรเล่น การเล่นให้ผู้เล่นจับอยู่ในบริเวณที่กาหนดห้ามจับเชือกเกินเขตให้รวมนักกีฬา 10 คน เม่ือ
กรรมการให้สัญญาณเร่ิมเล่น ผู้เล่นท้ัง 2 ทีม ดึงเชือกให้เคร่ืองหมายของฝ่ายตรงข้ามเข้ามาถึงเขตของตน ถือว่า
เป็นฝา่ ยชนะ
16. ตุ๊กตำล้มลุก

วธิ ีกำรเล่น แบ่งกลมุ่ เป็นกลุ่มละ 3 คน เร่ิมเลน่ โดยใหม้ ี 1 คน ถูกปิดตาอยู่ตรงกลางระหว่างผเู้ ล่นอีก 2 คน
ท่ยี ืนหนั หนา้ เขา้ หากนั และเร่ิมผลักคนตรงกลางไป-มาตามจังหวะโดยคนตรงกลางตอ้ งยนื ตัวตรงเท้าอยกู่ ับท่ไี ม่ขยับ
ไปไหน ให้มีลกั ษณะคล้ายตกุ๊ ตาลม้ ลุก ขณะโดนผลกั กลุ่มท่ีคนตรงกลางขยับยา้ ยที่ก่อน ให้ออกจากการแขง่ ขนั แต่
ละกลุ่มเพ่ิมจานวนผู้ผลักไปทีละ 1 คน กลุ่มใดที่อยู่รอดเป็นกลุ่มสุดท้ายเป็นผู้ชนะ จากนั้นนักเรียนสอบถาม
ความรู้สกึ ระหวา่ งผู้ท่เี ปน็ คนผลักและผู้ทีถ่ กู ผลักว่ามคี วามรู้สกึ เหมือนหรือแตกต่างกนั อย่างไร
17. เกำ้ อี้ดนตรี

วิธีกำรเล่น วางเก้าอี้เป็นรูปวงกลม ให้คนเดินรอบๆ พอเพลงหยุด ให้หยุดเดิน นั่งลงบนเก้าอ้ี ใครไม่ได้น่ัง
เก้าอ้ี ตอ้ งออกจากเกม หลงั จากน้ัน เอาเก้าอ้ีออก 1 ตวั เลน่ ตอ่ ไปเรื่อยๆ จนเหลอื คนชนะ 1 คน
18. มอญซ่อนผ้ำ

วธิ กี ำรเล่น ผู้เล่นท่ีไมใ่ ช่ผูซ้ อ่ นผา้ นัง่ ล้อมกันเปน็ วงกลมและเว้นระยะห่างพอสมควร ผู้เล่นทน่ี ัง่ อยู่ในวงต้องนั่ง
อยู่เฉยๆโดยเอามือมาวางไว้บนตักและไม่สามารถหันไปมามองข้างหลังหรือมองผู้ที่ถือผ้าอยู่ ท่ีสาคัญไม่สามารถ
บอกผู้ท่ีถูกซ่อนผ้าว่ามีผ้าซ่อนไว้อยู่ข้างหลัง ผู้ท่ีถือผ้าน้ันจะต้องเดินไปรอบๆวง และผู้ท่ีน่ังจะต้องร้องเพลงมอญ
ซ่อนผา้ ที่มีเน้อื ร้องว่า “มอญซ่อนผา้ ตุ๊กตาอยขู่ ้างหลัง ไว้นนู่ ไว้นี่ ฉนั จะตีกน้ เธอ” จากนั้นผู้ซอ่ นผา้ จะตอ้ งแอบซ่อน
ผ้าไว้ข้างหลังผู้เล่นที่น่ังอยู่คนใดคนหนึ่ง และให้เดินวนรอบวงอีกหนึ่งรอบ เพื่อแสร้งทาเป็นเหมือนไม่เกิดอะไร
เกดิ ขนึ้ ผู้ท่ีถูกซ่อนผ้าจะต้องลุกข้ึนมาวงิ่ ไลต่ ีผู้ซอ่ นผ้าโดยการว่ิงไล่รอบๆวงให้ทนั เวลา ส่วนผู้ซอ่ นผ้าจะต้องวงิ่ มาน่ัง
ร่วมวงในท่ีท่มี ที ี่ว่าง หากผทู้ ่ถี กู ซ่อนผ้าไม่สามารถไลผ่ ู้ซ่อนผ้าทัน ผู้นัน้ จะตอ้ งกลายผูซ้ อ่ นผ้าเอง
19. ขมี่ ้ำสง่ เมือง

วธิ ีกำรเลน่ แบ่งผู้เล่นออกเป็นชุดๆ ชุดละ 3 คน โดยมี 2 คน ยืนประสานมอื กนั ไว้ด้านหลงั เปน็ ฐานให้อกี คน
หน่งึ ใช้เท้าทั้ง 2 ข้างเหยียบบนมอื ท่ปี ระสานกนั น้ันเมื่อพร้อมแลว้ ใหท้ าสญั ญาณ เริม่ ออกวิ่ง ชดุ ใดวิ่งไปถึงเสน้ ชัยที่
กาหนดไวก้ อ่ น โดยไม่ตกลงมา จากฐานจะเปน็ ชดุ ท่ชี นะ
20. ต่จี ับ

วิธีกำรเล่น การเล่นต่ีจับต้องแบ่งผู้เล่นออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายละเท่าๆกัน มีเส้นแบ่งเขตตรงกลาง ต้องตกลง
กันว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายรุกไปก่อน คนหน่ึงท่ีเป็นฝ่ายรุกจะเร่ิมข้ามเขต พอเข้าเขตฝ่ายตรงข้ามก็ต้องร้อง"ต่ี"ไม่ให้
ขาดเสียง และวิ่งเอามือแตะตัวคนใดคนหนึ่งในฝ่ายรับ แต่จะหยุดหายใจไม่ได้ในขณะร้อง "ตี่" นั้น ฝ่ายรับก็จะ
พยายามจับคนที่ร้อง "ต่ี" ไว้ ถ้าคนร้อง "ตี่" เห็นว่าจะสู้ไม่ได้หรือจะต้องถอนหายใจ ต้องรีบถอยมาให้พ้นเส้นแบ่ง
เขต ถ้าถอยไม่ทันผู้ร้อง"ตี่" หยุดถอนหายใจก็จะต้องถูกจบั ตัวไว้เป็นเชลย แต่ถ้าคนที่ร้อง "ตี่" แตะตัวฝ่ายรับได้คน

29

ทถ่ี ูกแตะกเ็ ปน็ เชลยฝา่ ยน้ี ฝ่ายท่ไี ดเ้ ชลยกจ็ ะส่งคนรอ้ ง"ตี"่ ไปแตะคนทอี่ ยูฝ่ า่ ยตรงขา้ มอกี ถ้ายงั จับไม่ได้กผ็ ลัดกนั รุก
คนละคร้งั จนกวา่ จะกวาดเชลยไดห้ มดก็ขึน้ ตาใหม่
21. กระโดดเชอื ก

วิธีกำรเล่น เลือกผู้เล่น 2 คนมาจับปลายเชือกคนละข้าง แล้วแกว่งไปด้านข้างทางเดียวกัน ผู้เล่นท่ีเหลือเข้า
ไปกระโดดข้ามเชือกท่ีกาลังแกว่ง จะกระโดดทีละคนหรือพร้อมกันหลายๆ คนก็ได้ ถ้าใครกระโดดสุดเชือกหรือ
กระโดดคร่อมเชือก ถือว่าตายต้องไปถอื เชอื กแกว่ง และให้คนที่ถือเชอื กอยูเ่ ดิมมากระโดดแทน
22. เสอื กนิ ววั

วิธีกำรเล่น ควรมีผู้เล่นไม่น้อยกว่า 12 คน เลือก 1 คนเป็นเสือ และ 1 คนเป็นวัว สมาชิกท่ีเหลือเป็นคอก
เสือต้องว่ิงไล่วัว หากววั ถูกจับได้ก็ต้องออกจากการเล่น และเปลี่ยนววั ใหม่ ซึ่งการละเล่นน้ีทาเกิดความสนุกสนาน
ใช้ปฏิญาณไหวพริบ เสริมความแข็งแรง คล่องแคล่วว่องไว พัฒนาด้านสติปัญญา ฝึกการใช้ความคิดและก าร
ตดั สินใจอย่างเหมาะสม
23. โยนบอลใสต่ ะกรำ้

วิธีกำรเลน่ แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ทีมเท่าๆกัน แต่ละทีมส่งตัวแทน 1 คนถือตะกร้า แล้วแจกลูกบอลให้ผู้
เล่นคนละ 1 ลูก กาหนดจดุ ยืนใหแ้ ตล่ ะทีม แล้วโยนลูกบอลใหล้ งในตะกรา้ ทีมใดโยนลูกบอลลงตะกร้าได้มากทส่ี ุด
ทมี นน้ั เปน็ ฝา่ ยชนะ
24. หมำกเกบ็

วิธีกำรเล่น ใช้ก้อนกรวดที่มีลักษณะกลมๆ 5 ก้อน เสี่ยงทายว่าใครจะเล่นก่อน โดยวิธีขึ้นร้าน คือ ถือหมาก
ทง้ั ห้าเมด็ ไวแ้ ลว้ โยนพลกิ หงายหลังมือรับ แล้วพลิกมือกลับรับอีกที ใครเหลือหินอยู่ในหนิ อยู่ในมือมากท่ีสดุ คนนั้น
เลน่ ก่อน มที ั้งหมด 5 หมาก

หมากที่ 1 ทอดหมากให้ห่างๆ กัน เลือกลูกนาไว้ 1 เม็ด ควรใช้เม็ดกรวดท่ีห่างท่ีสุด โยนเม็ดนาขึ้น แล้วเก็บที
ละเม็ดพร้อมกับรับลูกนาที่หล่นลงมาให้ได้ ถ้ารับไม่ได้ถือว่า “ตาย” ขณะที่หยิบเม็ดท่ีทอดน้ัน ถ้ามือไปถูกเม็ดอื่น
ถอื วา่ ตาย

หมากท่ี 2 เกบ็ ทลี ะ 2 เมด็
หมากท่ี 3 เก็บทลี ะ 3 เม็ด
หมากท่ี 4 ใช้โปะ ไม่ทอด คือ ถือหมากท้ังหมดไว้ในมือ โยนลูกนาขึ้นแล้วโปะเม็ดท่ีเหลือลงพ้ืน แล้วรวม
ทั้งหมดทถี่ อื ไว้
25. ไมห้ ึง่
วิธีกำรเล่น โดยการแบ่งฝ่ายละเท่า ๆ กัน ฝ่ายได้เล่นก่อนจะทาการขุดร่องที่พ้ืนดินแข็งให้เป็นร่องยาว
ประมาณ ๑ คืบ ลึก ๑ นวิ้ คร่ึง เป็นรางคล้ายเรือ หรอื พอเพียงกับการงัดไมล้ ูกได้จากนั้นฝ่ายเร่ิมจะวางไมล้ ูกขวาง
รอ่ งหลุมที่ขุด ไว้ แล้วใช้ไม้แม่งัดออกไปข้างหน้าให้ได้ระยะไกลที่สุดเท่าท่ีจะทาได้ เพ่ือให้ฝ่ายตรงข้ามรับยากหรือ
โต้กลับยาก ขณะท่ีงัดไม้ลูกออกไปนั้น ฝ่ายรับสามารถใช้อุปกรณ์ใดก็ได้ปกป้องหรือตีโต้กลับไปยังหลุมงัด หรือใช้
มือรับ จากน้ันฝ่ายเร่ิมต้องวางไม้แม่ไว้ที่หลุม ฝ่ายรับจะโยนไม้ลูกให้กลับมาให้ถูกหรือปะทะให้ไม้แม่ท่ีวางอยู่เพื่อ
การชนะ ถ้าสามารถโยนลูกปะทะไม้แม่ก็จะได้กลับมาเป็นผู้เริ่มหรือผู้เสิร์ฟ แต่ถ้าโยนไม่ถูกไม้แม่ฝ่ายเริ่มก็จะได้
ดาเนินการข้ันตอนต่อไป คือ นาไม้ลูกข้ึนมาเดาะโดยใช้ไม้แม่เดาะไม้ลูกให้ได้จานวนครั้งให้ได้มากที่สุด ถ้าเดาะได้
ถึง ๓ คร้ังก็จะได้ตีลูกออกไปถึง ๓ ครั้ง การตีจะพยายามตีลูกออกไปยังฝ่าย ตรงข้ามให้ได้ระยะไกลที่สุดและไม่ให้
ฝ่ายตรงข้ามรบั ได้ เพราะถ้ารบั ได้ก็จะต้องแพ้และกลับมาเป็น ผู้เริ่ม แต่ถ้ารับไม่ได้ฝ่ายเริ่มเดิมก็จะให้ตีไม้ต่อไปจน
ให้ครบ ๓ คร้ัง และฝ่ายรับก็จะนาไม้ลูกนั้นวิ่งกลับมายังหลุมโดยกล้ันหายใจและออกเสียงมาทาง จมูกให้มีเสียง
หึ่ม มาตลอดระยะการว่ิง ถ้าเล่นฝ่ายละหลายคนก็สามารถส่งต่อไม้กันได้และผู้รับต่อก็จะต้องหึ่มต่อ เช่นกัน ห้าม
ขาดเสยี งหึ่มในขณะว่ิงกลบั ถ้าขาดเสียงหมึ่ กถ็ ือว่าฟาล์วหรือแพ้ในเกม นั้น ผู้เรม่ิ เดิมกจ็ ะไดเ้ ล่น แตถ่ ้าผู้หึ่มสามารถ
วง่ิ หมึ่ มาถงึ หลมุ ไดก้ จ็ ะชนะไดเ้ ป็นผ้เู ริ่มเลน่ ใหม่ โดยใชว้ ิธีเดิม (การเล่นอาจแตกต่างกันไปบา้ งในแต่ละท้องถิน่ ได)้

30

26. วงิ่ กระสอบ
วิธีกำรเล่น วางกระสอบไว้หลังเส้นเรมิ่ ผู้เล่นยืนเตรียมพร้อมในท่าตรง เม่ือได้ยินสัญญาณเริ่มเล่นให้ผู้เล่นทุก

คนรีบสวมกระสอบแขง่ ขัน มอื จับที่ปากกระสอบแล้วให้ว่งิ หรือกระโดดไปท่ีเส้นชยั ผเู้ ล่นคนใดถึงเส้นชัยกอ่ นเป็นผู้
ชนะ บางครัง้ อาจจะเป็นการแข่งขันวง่ิ อ้อมหลกั ว่งิ กลับเข้าเส้นชัยที่เส้นเริม่ ต้นก็ได้
27. โคง้ ตีนเกวยี น

วิธีกำรเล่น แบง่ ผเู้ ล่นออกเปน็ สองทีม ทมี หน่ึงยนื อกี ทมี หน่ึงนั่งสลับกันเปน็ วงกลมคลา้ ยลอ้ เกวียน ทีมท่ีนั่งจะ
เอาเท้ายันกันไว้ตรงกลางคล้ายดุมเกวียนและเอามือจับกับคนท่ียืน จะเดินไปรอบๆ เป็นวงกลม ฝ่ายน่ังก็จะน่ังให้
กน้ ลอยพ้นพ้ืน หมุนตามไปโดยใช้เท้าท่ยี ันกันไวน้ ้ันเป็นศูนย์กลาง ถา้ ฝา่ ยนง่ั ทามือหลุดหรือวงแยกออกจากกันก็จะ
เป็นฝา่ ยแพ้ เปลย่ี นใหค้ นที่ยืนเปน็ ฝ่ายน่ังและคนท่ีนัง่ เป็นฝา่ ยยืน แล้วเลน่ ตอ่
28. ปิดตำตปี ๊ีบ

วิธีกำรเล่น แบ่งเป็นทีม แล้วเลือกคนที่จะปิดตา 1 คน โดยคนที่ถูกปิดตาจะเป็นคนตีปี๊บ ส่วนคนอื่นให้
บอกทิศทาง จนกว่าเพ่ือนจะตีถูกหม้อ โดยมีข้อแม้ว่าห้ามพูดภาษาไทย ถ้าทีมไหนพูดภาษาไทยให้ปรับแพ้ทันที
ทีมท่ีตีปี๊บได้ก่อนเป็นฝ่ายชนะ

31

แบบสอบถำมควำมพงึ พอใจในกำรเข้ำรว่ มกิจกรรมของครแู ละผู้ปกครอง
โดยใช้นวัตกรรม “กำรพัฒนำทกั ษะทำงกำยโดยใช้รูปแบบเวลำ 10:20:30”

สว่ นที่ 1 ข้อมลู ทัว่ ไป หญิง 35 ปีขึ้นไป
1. เพศ ชาย 25 - 35 ปี
2. อายุ 15 - 25 ปี ผู้ปกครอง
3. สถานภาพผ้ตู อบ ครู

ส่วนท่ี 2 การประเมินความพึงพอใจของผู้เขา้ ร่วมกจิ กรรม
กรณุ าทาเคร่อื งหมาย  ลงในชอ่ งทีท่ ่านเห็นวา่ ตรงกับความคดิ เห็นของท่านมากทสี่ ุดเพียงชอ่ งเดียว

ระดบั 5 หมายถึง ความพงึ พอใจ อยู่ในระดับมากที่สดุ
ระดบั 4 หมายถงึ ความพึงพอใจ อยใู่ นระดบั มาก
ระดบั 3 หมายถึง ความพงึ พอใจ อยู่ในระดบั ปานกลาง
ระดบั 2 หมายถึง ความพึงพอใจ อยู่ในระดับน้อย
ระดบั 1 หมายถงึ ความพึงพอใจ อยู่ในระดับน้อยทส่ี ุด

ข้อ รำยกำรประเมนิ ระดบั ควำมพึงพอใจ

5432 1

1 รปู แบบกจิ กรรมตอบสนองความตอ้ งการของนักเรยี น

2 กิจกรรมการเรยี นรทู้ าให้เขา้ ใจง่าย

3 ส่อื /วสั ดุอุปกรณท์ ใ่ี ชใ้ นการทากิจกรรมมีความเหมาะสม

4 ระยะเวลาทใ่ี ช้ในการจดั กิจกรรมมีความเหมาะสม

5 เนอ้ื หาของกิจกรรม เหมาะกับระดบั ความรู้ความสามารถของ

นักเรยี น

6 กจิ กรรมสง่ เสริมให้นักเรยี นพัฒนาความสามารถดา้ นรา่ งกาย

อารมณ์-จิตใจ สังคมและสตปิ ัญญา

7 นกั เรยี นได้รับความรู้ ความเข้าใจและทักษะตามเน้อื หาและ

กจิ กรรมการเรียนรู้

8 วิธกี ารจัดกิจกรรมการเรยี นรู้เหมาะสมกับเน้อื หา

9 นกั เรยี นมคี วามสุข สนกุ สนานในการทากจิ กรรม

10 นกั เรียนนาความร้ทู ่ีไดจ้ ากการทากิจกรรมไปใช้ในชีวิตประจาวัน

ได้

รวมคะแนน

ข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................

32

แบบสอบถำมควำมพึงพอใจในกำรเข้ำรว่ มกจิ กรรม
ของนักเรยี นช้นั ประถมศึกษำปีที่ 2 ปีกำรศกึ ษำ 2564 โรงเรียนชุมชนบ้ำนนำเยีย

โดยใชน้ วัตกรรม “กำรพัฒนำทักษะทำงกำยโดยใช้รูปแบบเวลำ 10:20:30”

คำช้แี จง แบบประเมินฉบับน้ีเปน็ แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ในการเข้ารว่ มกจิ กรรม ดงั นี้
1. แบบสอบถามความพึงพอใจ มีทัง้ หมด 2 ตอน คือ

ตอนท่ี 1 ข้อมลู เกยี่ วกับความพงึ พอใจของนักเรยี น ที่ในการเข้ารว่ มกิจกรรม
ตอนท่ี 2 ข้อเสนอแนะ/ความคิดเหน็ เพิ่มเตมิ

2. ให้นกั เรยี นอา่ นขอ้ ความให้เขา้ ใจแลว้ เขยี นเคร่ืองหมาย  ลงในช่องว่างทตี่ รงกับความพึงพอใจของ
นักเรียนมากทีส่ ดุ

3. เคร่อื งหมาย และตัวเลขในแตล่ ะระดับความพงึ พอใจของนกั เรยี น ทางด้านขวามือของแบบสอบถาม
ความพึงพอใจ มีความหมายดังนี้

ระดับ 5 หมายถึง ความพงึ พอใจ อยใู่ นระดับมากที่สดุ
ระดบั 4 หมายถึง ความพึงพอใจ อยใู่ นระดับมาก
ระดบั 3 หมายถึง ความพึงพอใจ อยใู่ นระดบั ปานกลาง
ระดบั 2 หมายถึง ความพึงพอใจ อยู่ในระดับน้อย
ระดับ 1 หมายถงึ ความพงึ พอใจ อยู่ในระดบั น้อยท่ีสดุ

ข้อ รำยกำรประเมิน ระดบั ควำมพึงพอใจ

54321

กจิ กรรมนันทนำกำรสร้ำงสขุ

1 กิจกรรมนี้ทาให้นกั เรยี นกระตือรือร้น และมีสมาธิในการเรยี น

2 กิจกรรมนท้ี าใหน้ ักเรยี นมีความสขุ สนุกสนาน

3 กจิ กรรมนที้ าใหน้ กั เรียนรักการเล่นรว่ มกบั ผอู้ ื่น

กจิ กรรมยืดเส้นยดื สำย คลำยควำมเม่ือยลำ้

1 กิจกรรมนี้ทาให้นักเรยี นกระตือรอื รน้ และมสี มาธิในการเรียน

2 กจิ กรรมนท้ี าใหน้ ักเรียนมคี วามสขุ สนุกสนาน

3 กจิ กรรมน้ที าให้นกั เรียนรักการเลน่ ร่วมกับผ้อู ืน่

กิจกรรมเกมและกีฬำ พำใจหรรษำ

1 กิจกรรมน้ีทาให้นักเรยี นกระตือรอื ร้น และมีสมาธิในการเรยี น

2 กิจกรรมน้ีทาใหน้ ักเรียนมีความสุข สนุกสนาน

3 กิจกรรมนีท้ าใหน้ ักเรียนรักการเลน่ ร่วมกับผูอ้ ่ืน

รวมคะแนน

ขอ้ เสนอแนะ/ข้อคดิ เหน็ เพม่ิ เติม
............................................................................................................................. .......................................................
.................................................................................................................................................... ................................


Click to View FlipBook Version