The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วันสำคัญทางศาสนา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattawan.sskul, 2022-03-02 21:32:37

วันสำคัญทางศาสนา

วันสำคัญทางศาสนา

Keywords: วันสำคัญทางศาสนา

วันสำคัญทางศาสนา

วันสำคัญทางศาสนาพุทธ

๑. วันมาฆบูชา
๒. วันวิสาขบูชา
๓. วันอัฏฐมีบูชา
๔. วันเข้าพรรษา
๕. วันออกพรรษา

วันมาฆบูชา

ความหมายวันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา หมายถึง การบูชา ในวันเพ็ญเดือน ๓ เนื่ องในโอกาส
คล้าย วันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ แก่พระภิกษุจำนวน
๑,๒๕๐ รูป "มาฆะ" เป็นชื่อของเดือน ๓ มาฆบูชานั้ น ย่อมาจากคำว่า

"มาฆบุรณมี" แปลว่าการบูชาพระในวันเพ็ญเดือน ๓ วันมาฆบูชาจึงตรง
กับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ แต่ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน ๘ สอง
ครั้ง วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เป็นวันสำคัญวัน
หนึ่ ง ในวันพุทธศาสนา

ความสำคัญวันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ มีเหตุการณ์อัศจรรย์ที่ พระ
สงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัด
เวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ โดยมิได้นั ดหมายกันพระสงฆ์ ทั้งหมด
เป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา๖และเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจาก
พระพุทธเจ้า ในวันนี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ในที่
ประชุมสงฆ์เหล่านั้ น ซึ่งเป็นทั้งหลักการอุดมการณ์และวิธีการปฏิบัติที่
นำไปใช้ได้ทุกสังคม มีเนื้ อหา โดยสรุปคือให้ละความชั่วทุกชนิ ด ทำความ
ดี ให้ถึงพร้อมและทำจิตใจให้ผ่องใส

กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา

การปฎิบัติตนสำหรับพุทธศาสนา ในวันนี้ ก็คือ การทำบุญ ตักบาตร
ในตอนเช้า หรือไม่ก็จัดหาอาหารคาวหวานไปทำบุญฟังเทศน์ ที่วัด ตอน
บ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา ในตอนกลางคืน จะพากันนำดอกไม้
ธูปเทียน ไปที่วัดเพื่อชุมนุมกันทำพิธีเวียนเทียน รอบพระอุโบสถ พร้อม
กับพระภิกษุสงฆ์

วันวิสาขบูชา

ความหมายวันวิสาขบูชา


คำว่า วิสาขบูชา ย่อมาจากคำว่า "วิสาขปุรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวัน
เพ็ญเดือนวิสาขะ" ดังนั้ น วิสาขบูชา จึงหมายถึง การบูชาในวันเพ็ญ เดือน 6




ความสำคัญวันวิสาขบูชา

วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญที่สุดทางพระพุทธศาสนา เนื่ องจากล้วน
มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถือกำเนิ ดของพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันที่
พระศาสดา คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิ พพาน ดัง
นั้ น พุทธศาสนิ กชนทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับวันวิสาขบูชานี้ และในวัน
ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2542 องค์การสหประชาชาติได้ยอมรับญัตติที่ประชุม
กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก โดยเรียกว่า Vesak Day
ตามคำเรียกของชาวศรีลังกา ผู้ที่ยื่นเรื่องให้สหประชาชาติพิจารณาและได้
กำหนดให้วันวิสาขบูชานี้ ถือเป็นวันหยุดวันหนึ่ งของสหประชาชาติอีกด้วย
ทั้งนี้ เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญเนื่ องในวันประสูติ
ตรัสรู้ และปรินิ พพานของพระบรมศาสดา

โดยการที่สหประชาชาติได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก
นั้ น ได้ให้เหตุผลไว้ว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษ
ผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวลมนุษย์ เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามา
ศึกษาพุทธศาสนา เพื่อพิสูจน์ หาข้อเท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมา
นั บถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณ โดยไม่คิด
ค่าตอบแทน

วันวิสาขบูชา

การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา




การประกอบพิธีใน วันวิสาขบูชา จะแบ่งออกเป็น 3 พิธี ได้แก่

1. พิธีหลวง คือ พระราชพิธีสำหรับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์

ประกอบในวันวิสาขบูชา

2. พิธีราษฎร์ คือ พิธีของประชาชนทั่วไป

3. พิธีของพระสงฆ์ คือ พิธีที่พระสงฆ์ประกอบศาสนกิจ

กิจกรรมในวันวิสาขบูชา


กิจกรรมที่พุทธศาสนิ กชนพึงปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา ได้แก่
1. ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ และเจ้ากรรม
นายเวร
2. จัดสำรับคาว-หวานไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัด และปฏิบัติธรรม ฟัง
พระธรรมเทศนา
3. ปล่อยนกปล่อยปลา เพื่อสร้างบุญสร้างกุศล
4. ร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถที่วัดในตอนค่ำ เพื่อรำลึกถึงพระพุทธ พระ
ธรรม พระสงฆ์
5. ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา
6. จัดแสดงนิ ทรรศการ ประวัติ หรือเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับวัน
วิสาขบูชา ตามโรงเรียน หรือสถานที่ราชการต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ และ
เป็นการร่วมรำลึกถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา
7. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานที่ราชการ
8. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

วันอัฏฐมีบูชา

ความหมายวันอัฏฐมีบูชา

วันอัฏฐมีบูชา คือ วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของสมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า (หลังเสด็จดับขันธปรินิ พพานได้ 8 วัน) ถือเป็นวัน
สำคัญในพระพุทธศาสนาวันหนึ่ ง ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือนวิสาขะ
(เดือน 6 ของไทย)

ความสำคัญวันอัฏฐมีบูชา

เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จปรินิ พพานไปแล้ว 7
วัน มัลละกษัตริย์แห่งเมืองกุสินารา พร้อมด้วยประชาชน และพระสงฆ์อัน
มีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน ได้พร้อมกันกระทำการถวายพระเพลิง
พุทธสรีระ ณ มกุฏพันธนเจดีย์ แห่งเมืองกุสินารา เมื่อวันแรม 8 ค่ำ เดือน
6 ซึ่งนิ ยมเรียกกันว่าวันอัฏฐมีนั้ น เวียนมาบรรจบแต่ละปี พุทธศาสนิ กชน
บางส่วนได้ประกอบพิธีบูชาขึ้น มีการเวียนเทียนเป็นต้น แต่ไม่ทั่วไปทั่ว
ราชอาณาจักร โดยจะประกอบพิธีในบางวัดเท่านั้ น ตามแต่ความศรัทธา
ของ ท้องถิ่น

ประเพณี วันอัฏฐมีบูชาในประเทศไทย

ในประเทศไทย พบประเพณีการถวายพระเพลิงพระบรมศพจำลองมี

เพียงบางวัดเท่านั้ น เช่น วัดบรมธาตุทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

โดยประเพณีนี้ มีมาแต่เมื่อใดไม่ปรากฏ ในปัจจุบันประเพณีนี้ ได้รับการ

สนั บสนุนจากทางหน่ วยงานภาครัฐ และเอกชน โดยจัดเป็นงาน "วันอัฏฐ

มีบูชารำลึก เมืองทุ่งยั้ง" ณ วัดบรมธาตุทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัด

อุตรดิตถ์เป็นประจำทุกปี โดยกำหนดจัดงานในวันวิสาขบูชา คือวันขึ้น 15

ค่ำ เดือน 6 ถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 รวม 9 วัน กิจกรรมภายในงานมีการ

แสดง แสง สี เสียง ตั้งแต่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิ พพานจนถึงพิธีถวาย

พระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้า(จำลอง) มีประชาชนชาวจังหวัด

อุตรดิตถ์และจังหวัดใกล้เคียงเข้าชมเป็นจำนวนมาก

วันอัฏฐมีบูชา




นอกจากนี้ ยังพบประเพณีการจำลองถวายพระเพลิงอีกแห่งหนึ่ งใน
ภาคกลาง คือที่ วัดใหม่สุคนธาราม จัดโดย องค์การบริหารส่วนตำบลวัด
ละมุด ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ที่มีการสืบสาน
ประเพณีนี้ มายาวนาวกว่า 120 ปี ซึ่งถือเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในลุ่มน้ำ
ภาคกลาง ที่รักษาประเพณีนี้ มายาวนานที่สุด เป็นประเพณีพื้นบ้านที่ชาว
บ้านร่วมกันจัดขบวนแห่เครื่องสักการะ ตะไล บั้งไฟ มาจุดเพื่อเป็นพุทธสัก
การะ และมีขบวนพุทธประวัติ จำลองหลักธรรมคำสอน ก่อนที่จะมีพิธีการ
จำลองการถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งมีประชาชนในชุมชนและทั่วไป
แห่แหนกันมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก




พิธีในวันอัฏฐมีบูชา

การประกอบพิธีอัฏฐมีบูชานั้ น นิ ยมทำกันในตอนค่ำและปฏิบัติอย่าง
เดียวกันกับประกอบพิธีวิสาขบูชา ต่างแต่คำบูชาเท่านั้ น

อาสาฬหบูชา

ความหมายของอาสาฬหบูชา

“อาสาฬหบูชา” ประกอบด้วยคำ ๒ คำ คือ อาสาฬห (เดือน ๘ ทาง
จันทรคติ) กับบูชา (การบูชา) เมื่อรวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน ๘
หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือน ๘ หรือเรียกให้เต็ม
ว่า อาสาฬหบูรณมีบูชา โดยสรุป วันอาสาฬหบูชา แปลว่า การบูชาใน
วันเพ็ญ เดือน ๘ หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในวันเพ็ญ
เดือน ๘

ความสำคัญของวันอาสาฬหบูชา หรือ “วันพระสงฆ์”

(คือวันที่เริ่มเกิดมีพระสงฆ์)
๑. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา
๒. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเริ่มประกาศพระศาสนา
๓. เป็นวันที่เกิดอริยสงฆ์ครั้งแรกคือ การที่ท่านโกณฑัญญะรู้แจ้งเห็น
ธรรม เป็นพระโสดาบัน จัดเป็นอริยบุคคลท่านแรกในอริยสงฆ์
๔. เป็นวันที่เกิดพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา คือ การที่ท่านโกณ
ฑัญญะขอบรรพชาและ ได้บวชเป็นพระภิกษุ หลังจากฟังปฐมเทศนาและ
บรรลุธรรมแล้ว
๕. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงได้ปฐมสาวกคือ การที่ท่านโกณฑัญญะนั้ น
ได้บรรลุธรรม และบวชเป็นพระภิกษุ จึงเป็นสาวกรูปแรกของ
พระพุทธเจ้า

อาสาฬหบูชา

พิธีกรรมที่กระทำในวันนี้ โดยทั่วไป

ทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล เวียนเทียน ฟังพระธรรมเทศนา
(ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร)และสวดมนต์ ดังนั้ นในวันนี้ จึงถือว่า
พุทธศาสนิ กชนควรได้รับประโยชน์ ที่เป็นสาระสำคัญจากอาสาฬหบูชา
กล่าวคือ ควรทบทวนระลึกเตือนใจ สำรวจตนว่าชีวิตเราได้เจริญงอกงาม
ขึ้น ด้วยความเป็นอยู่อย่างผู้รู้เท่าทันโลก รู้เท่าทันชีวิตนี้ บ้างแล้วเพียงใด
เรายังดำเนิ นชีวิตอยู่อย่างลุ่มหลงมัวเมา หรือมีจิตใจอิสระปลอดโปร่ง
ผ่องใสบ้างแล้วเพียงใด

วันเข้าพรรษา

ความหมายของวันเข้าพรรษา




วันเข้าพรรษา หมายถึง วันที่พระภิกษุในพระพุทธศาสนาอธิษฐานอยู่

ประจำที่ ไม่จาริกไปค้างแรมตามสถานที่ต่างๆ เว้นแต่มีกิจจำเป็น เป็นระยะ

เวลา ๓ เดือนในฤดูฝน คือตั้งแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑




ความสำคัญของวันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษานี้ มีความสำคัญต่อพุทธศาสนิ กชนและเป็นวันสำคัญของ
พระพุทธศาสนาด้วยเหตุผลดังนี้
๑. พระภิกษุจะหยุดจาริกไปยังสถานที่อื่นๆแต่จะเข้าพักอยู่ประจำในวัด
แห่งเดียวตามพุทธบัญญัติ
๒. การที่พระภิกษุอยู่ประจำที่นานๆ ย่อมมีโอกาสได้สงเคราะห์กุลบุตรที่
ประสงค์จะอุปสมบทเพื่อศึกษาพระธรรมวินั ยและสงเคราะห์พุทธบริษัท
ทั่วไป
๓. เป็นเทศกาลที่พระพุทธศาสนิ กชนงดเว้นอบายมุขและความชั่วต่าง ๆ
เช่น การดื่มสุราสิ่งเสพติด และการเที่ยวเตร่เฮฮา เป็นต้น ๔. นอกจากเป็น
เทศกาลที่พุทธศาสนิ กชนงดเว้นอบายมุขและความชั่วต่าง ๆ แล้วในช่วง
เวลาพรรษา พุทธศาสนิ กชนทั่วไปจะบำเพ็ญทาน รักษาศีลฟังธรรม และ
เจริญภาวนามากขึ้น

วันเข้าพรรษา

พิธีในวันเข้าพรรษา

การบำเพ็ญกุศลเนื่ องในเทศกาลเข้าพรรษานี้ ยังมีประเพณีสำคัญอยู่ ๒
ประเพณี ควรนำมากล่าวไว้ ณ ที่นี้ ดังนี้
๑. ประเพณีแห่เทียนพรรษา
ประเพณีนี้ คงเกิดขึ้นจากความจำเป็นที่ว่าสมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าใช้กันดัง
ปัจจุบัน เมื่อพระสงฆ์จำพรรษารวมกันมาก ๆก็จำต้องปฏิบัติกิจวัตรเช่น
การทำวัตรสวดมนต์เช้ามืดและตอนพลบค่ำ การศึกษาพระปริยัติธรรม
กิจกรรมเหล่านี้ ล้วนต้องการแสงสว่างโดยเฉพาะ แสงสว่างจากเทียนที่
พระสงฆ์จุดบูชาพระรัตนตรัยและเพื่อต้องการใช้แสงสว่างโดยตรงด้วย
เหตุนี้ พุทธศาสนิ กชนจึงนิ ยมหล่อเทียนต้นใหญ่ กะว่าจะจุดได้ตลอดเวลา
๓ เดือนไปถวายพระภิกษุในวัดใกล้ ๆบ้านเป็นพุทธบูชา เทียนดังกล่าว
เรียกว่า เทียนจำนำพรรษา
๒. ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน
การถวายผ้าอาบน้ำฝนนี้ เกิดขึ้นแต่สมัยพุทธกาล คือ มหาอุบาสิกา ชื่อว่า
วิสาขาได้ทูลของพระบรมพุทธานุญาตให้พระสงฆ์ ได้มีผ้าอาบน้ำสำหรับ
ผลัดเปลี่ยนเวลาสรงน้ำฝนระหว่างฤดูฝน นางวิสาขาจึงเป็นสตรีคนแรกที่
ได้ถวายผ้าอาบน้ำฝนแด่พระสงฆ์



วันออกพรรษา

ความหมายของวันออกพรรษา

วันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นสำคัญวันหนึ่ งของ
พระภิกษุสงฆ์ คือ เป็นวันสิ้นสุดการจำพรรษา หรือออกจากพรรษาที่ได้
อธิษฐานเข้าจำพรรษาตลอดระยะเวลา 3 เดือน ในวันออกพรรษาในพระ
ไตรปิฎกกล่าวไว้ว่า เป็นวันที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้น
ดาวดึงส์มายังโลกมนุษย์ หลังจากที่พระองค์ได้เสด็จไปจำพรรษา และ
แสดงพระธรรมเทศนาโปรดเทพบุตรพุทธมารดา ซึ่งอยู่สวรรค์ชั้นดุสิต แต่
ลงมาฟังพระธรรมเทศนาที่ชั้นดาวดึงส์ วันออกพรรษา หมายถึงวันที่พ้น
จากข้อกำหนดทางพระวินั ยที่ต้องอยู่ประจำที่หรือในวัดแห่ง เดียวตลอด 3
เดือน ในฤดูฝน กล่าวคือ เมื่อพระภิกษุได้อธิษฐานอยู่จำพรรษาในวันแรม 1
ค่ำ เดือน 8 แล้วอยู่ประจำที่หรือวัดนั้ นเรื่อยไป จนสิ้นสุดในวันขึ้น 15 ค่ำ
เดือน 11 หลังจากวันออกพรรษาแล้วก็สามารถจาริกไปค้างแรมที่อื่นได้

ความสำคัญของวันออกพรรษา

ความสำคัญของวันออกพรรษาเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ ที่พระพุทธเจ้า
เสด็จกลับมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์พุทธศาสนิ กชนเตรียมอาหารเพื่อ
ถวายพระภิกษุสงฆ์หลังวันออกพรรษา 1 วัน ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11
และพระภิกษุสงฆ์จัดพิธีกรรม “มหาปวารณา” ให้ว่ากล่าวตักเตือนซึ่งกัน
และกันได้ เนื่ องจากพบเห็นข้อบกพร่องระหว่างจำพรรษาอยู่ด้วยกันรวม
ถึงเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยระหว่างพระภิกษุสงฆ์ พระผู้ใหญ่กล่าว
ตักเตือนพระผู้น้ อยได้ และพระผู้น้ อยก็ชี้แนะพระผู้ใ

วันออกพรรษา

กิจกรรมวันออกพรรษา

กิจกรรมวันออกพรรษาของแต่ละภาคในประเทศไทยนั้ นปฏิบัติไม่
เหมือนกัน โดยเริ่มต้นด้วยวิธีการตักบาตรเทโว เพื่อสมมติจำลองถึงวันที่
พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

๑. ตักบาตรเทโว หรือ ตักบาตรเทโวโรหณะ
อาหารที่ใช้ตักบาตรเทโว นิ ยมใช้ ข้าวต้มมัด และข้าวต้มลูกโยน ชาว
บ้านรอพระภิกษุ สามเณร เดินลงมาจากบันไดอุโบสถ หลังจากทำวัตร
เช้า เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นก็สมมติว่าพระพุทธเจ้าเสด็จบันไดสวรรค์ โดยบาง
แห่งเปิดเพลง หรือบรรเลงดนตรี สมมติว่าเป็นเทวดาบรรเลง ชาวบ้านที่
รออยู่ก็จะใส่บาตรด้วยอาหารหวาน อาหารคาว ข้าวต้มลูกโยน

วันออกพรรษา

๒. ทอดกฐิน
ชาวบ้านนำผ้าใหม่ มาเย็บเป็นจีวรเพื่อถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษา
ครบ 3 เดือน นิ ยมทำหลังจากออกพรรษา 1 เดือน

๓. เทศน์ มหาชาติ
วัดต่างๆ จัดเทศน์ มหาชาติ 13 กัณฑ์ เล่าถึงพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า
นิ ยมจัดในวันขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ เดือน 12 เพื่อรวบรวมหารายได้เข้าวัด
เมื่อออกพรรษาแล้ว พระภิกษุสงฆ์สามารถค้างแรมสถานที่อื่นได้โดยไม่
ผิดวินั ย และยังได้รับอานิ สงส์อีก 4 ข้อ คือ
1) ไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องบอกลา
2) ไม่ต้องถือผ้าไตรครบชุด
3) มีสิทธิ์ได้ลาภที่เกิดขึ้นได้
4) มีโอกาสได้อนุโมทนากฐิน ขยายเวลาได้อีก 4 เดือน

วันสำคัญทางศาสนาคริสต์

๑. วันสะบาโต
๒. วันอีสเตอร์ วันปัสกา
๓. วันคริสต์มาส

วันสะบาโต

ความหมายของวันสะบาโต

วันสะบาโต เป็นวันสำคัญทาง ศาสนายูดาห์ และ ศาสนาคริสต์ สะบา
โต มาจาก ภาษาฮีบรู "ซับบาธ" แปลว่า "พัก" พระเจ้าทรงสร้างโลก 6 วัน
และทรงพักในวันที่ 7 เพื่อให้มนุษย์ได้ปฏิบัติเป็นแบบอย่าง ถือเป็นวัน
บริสุทธิ์ห้ามทำกิจกรรมใด ๆ ได้ถือว่าวันนี้ เป็นวันพักผ่อน เป็นวันหยุดสุด
สัปดาห์ ให้ทำกิจกรรมที่ถวายแด่พระเจ้า

กิจกรรมที่ปฏิบัติ

สิ่ งที่ทำในวันสะบาโต คือ การกินเลี้ยง การอ่านพระคัมภีร์ (โดย
เฉพาะชาวยิวจะอ่านเบญจบรรณ รวมทั้งหนั งสืออรรถาธิบายอื่นๆ)
อธิษฐาน ร้องเพลง (โดยเฉพาะเพลงประเภท zemirot ซึ่งเพลงที่ใช้ร้อง
ในวันสะบาโตเป็นพิเศษ)

วันสะบาโต

สิ่ งที่ห้ามทำในวันสะบาโต

ธรรมเนี ยมสะบาโตของยิวกำหนดกิจกรรม 39 ชนิ ดที่ถือว่า “ห้าม
ทำ” ในสะบาโต เรียกว่าเป็น “เมลาคา” (melachah) ซึ่งได้แก่ ไถพรวน
ดิน, หว่าน, เก็บเกี่ยว, มัดฟ่อน, นวดข้าว, ฟัดแกลบ, เลือก, บด โม่หรือ
ฝน, ร่อน, นวดหรือปั้ น, อบ, ตัดขนแกะ, ล้างขนแกะ, ตีขน, ย้อมสี, ปั่ น
ด้าย, ทอ, ขมวดหรือทำห่วงสองห่วงขึ้น, ทอด้ายสองเส้นขึ้นไป, แยกด้าย
สองเส้นขึ้นไป, ผูกปม, แก้ปม, เย็บตะเข็บ, ฉีก, วางกับดักสัตว์, ฆ่าสัตว์,
ลอกหนั กหรือแล่เนื้ อ, ฟอกหนั ง, เก็บเศษ, ลบรอย, ตกแต่ง, เขียนตัว
หนั งสือสองตัวขึ้นไป, ลบตัวหนั งสือสองตัวขึ้นไป, ก่อสร้าง, ทุบทำลาย,
ดับไฟ, จุดไฟ, ยกของหรือย้ายของระหว่างที่ส่วนตัวกับที่สาธารณะ หรือ
ยกย้ายของระยะเกิน 2 วา

กฎบัญญัติที่ว่ามานี้ ยังประยุกต์ไปสู่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วย
เช่น ในยุคสมัยใหม่ก็มีการห้ามขับรถ เพราะการขับรถเกี่ยวข้องกับการ
จุดไฟ และการเคลื่อนย้ายสิ่งของ เรื่องนี้ ก็คงรวมไปถึงการเดินทางด้วย
เครื่องบิน เรือ ไปจนถึงการติดเครื่องจักรเครื่องยนต์ทุกชนิ ดด้วย

วันอีสเตอร์หรือปัสกา

ความหมายของวันอีสเตอร์

เป็นวันเฉลิมฉลองพระเยซูคริสต์ทรงคืนพระชนม์ชีพจากความตาย
และเป็นวันสุดท้าย ที่ชาวคริสต์ต้องระลึกถึงพระมหาทรมานของพระเยซู
ก่อนที่จะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน โดยตลอด 40 วันของเทศกาลนี้ เริ่ม
ตั้งแต่วันแรก (วันปาล์มซันเดย์ - Palm Sunday) ชาวคริสต์จะต้องตั้งจิต
อธิษฐานรำลึกเหตุการณ์อันทรมานของพระเยซูตามพระคัมภีร์ รวมไปถึง
สวดภาวนา บริจาคสิ่งของ อดอาหาร และไม่ฟุ่มเฟือย ดำเนิ นชีวิตอย่าง
สมถะที่สุด

ทั้งนี้ วันอีสเตอร์นั้ น ไม่มีวันที่ระบุตายตัว แต่ชาวคริสต์ได้ถือเอาวัน
อาทิตย์แรกหลังพระจันทร์เต็มดวงในเดือน 4 เป็นตัวกำหนด

กิจกรรมที่ปฏิบัติ

ชาวคริสต์แต่ละครอบครัวจะแต่งตัวสวยงาม มาร่วมพิธีกรรมในโบสถ์
พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า นอกจากนี้ บางครอบครัวก็มักจะ
ตกแต่งไข่เป็นลวดลายสีสันต่าง ๆ เพื่อนำมามอบให้แก่กันและกัน ส่วน
บางโบสถ์ก็จัดกิจกรรม ร่วมรับประทานอาหารเพื่อเฉลิมฉลองอย่างยิ่ง
ใหญ่ รวมไปถึงจัดเกมสนุก ๆ ให้แต่ละครอบครัวหาไข่อีสเตอร์ ที่ถูกซ่อน
เอาไว้ในพุ่มไม้หรือกอหญ้าต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เฉลิมฉลองได้ช่วยกันค้นหา
และได้ใช้เวลาแห่งความสุขในวันอีสเตอร์ร่วมกัน

สั ญลักษณ์



วันคริสต์มาส

ประวัติวันคริสต์มาส

คริสต์มาส คือการฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้า เราเฉลิมฉลองกัน
ในวันที่ 25 ธันวาคม คำว่า คริสต์มาส เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ Christmas
ซึ่งมาจากคำว่า Christes Maesse ที่แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า เพราะ
การร่วมพิธีมิสซาเป็นประเพณีสำคัญที่สุดที่ชาวคริสต์ และคำนี้ ก็แปรเปลี่ยนมา
เป็นคำว่า Christmas คำทักทายที่เราได้ฟังบ่อย ๆ ในเทศกาลนี้ คือ Merry
Christmas คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุข และความ
สงบทางใจ Merry Christmas เป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่นขอให้เขาได้รับสันติสุข
และความสงบ ทางใจ




ความสำคัญของวันคริสต์มาส

ความสำคัญของวันคริสต์มาสอยู่ที่การฉลองความรักที่พระเจ้ามีต่อโลก
มนุษย์ อย่างเป็นจริง เป็นจัง และเห็นตัวตนในพระเยซูคริสต์ที่มาเกิดเป็น
มนุษย์ มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น

วันคริสต์มาส

สิ่ งท
ี่นิยมทำในวันคริสต์มาส


1.วันรวมญาติ 8.เครื่องดื่มสำหรับวันคริสต์มาส

2.การมอบของขวัญและการแลกของขวัญ 9.ลูกกวาดคริสต์มาส

3.ทำบุญทำทาน 10.เพลงคริสต์มาส

4.ประเพณี ประจำตระกูล 11.การแลกคุกกี้

5.เมนูครอบครัว 12.กิจกรรมกลางแจ้ง

6.การตกแต่ง 13.งานกินเลี้ยง

7.การ์ดคริสต์มาส

วันสำคัญทางศาสนาอิสลาม

๑. วันอาชูรออ์
๒. วันเมาลิด
๓. การถือศีลอด
๔. วันอีด
๕. การทำฮัจญ์

วันอาชูรออ์

ความหมายของวันอาชูรออ์

อาชูรออ์ แปลว่า วันที่ 10 เป็นวันไว้อาลัยโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นต่ออิมามฮุ
เซนบิน อะลีย์ บินอะบีฏอลิบ เนื่ องจากถูกสังหารในสงคราม อัฏฏ็อฟ ในอิรัก
ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 680

สิ่ งที่นิยมทำในวันอาชูรออ์

มุสลิมในประเทศไทย มีการทำอาหารชนิ ดหนึ่ งเรียกว่า "บูโบร์อาชูรอ" เป็น
คำในภาษา มลายูปาตานี - กลันตัน เป็นชื่อขนมกวนชนิ ดหนึ่ ง ที่มีชื่อว่า บูโบ
ซูรอ วิธีการทำก็คือ โดยการ กวนข้าว น้ำตาลมะพร้าว กล้วย ผลไม้อื่นๆ และ
วัตถุดิบต่างๆ ที่ชาวบ้านนำมา เอามาผสมกันในกะทะใหญ่ และช่วยกันกวนจน
กระทั่งทุกอย่างเละจนกลายเป็นเนื้ อเดียวกัน มีการปรุงรส ให้มีรสชาติหวาน
ตัดด้วยรสเค็มนิ ดหน่ อย จนกระทั่งว่า ได้ที่แล้วจึงตักใส่ถาดรอให้ขนมเย็นเอา
ไปเลี้ยงคน หรืออาจจะเก็บ ไว้กินวันต่อไปก็จะมีรสชาติอร่อยไปอีกแบบ ผู้รู้เชื่อ
ว่าประเพณีการกวนขนมในวันนี้ เป็นประเพณีของชีอะหฺ แม้ว่า จะมีการอ้างว่า
รำลึกถึงเหตุการณ์อื่นๆ ก็ตาม มุสลิมซุนนี ย์บางพวกจะถือศีลอดงดอาหารใน
วันอาชูรออ์

วันเมาลิด

ความหมายของวันเมาลิด

เป็นวันแห่งการยกย่องวันเกิดท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) คำว่า”เมาว์ลิด”
เป็นภาษาอาหรับแปลว่า เกิด ที่เกิด หรือวันเกิด ซึ่งหมายถึงวันเกิดของท่าน
นบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.) ตรงกับวันที่ 12 เดือนรอบิอุลเอาวัล หรือเดือนที่ 3 ตาม
ปฏิทินอิสลาม ชาวมุสลิมสามารถเลือกวันใดวันหนึ่ งในเดือน3 จัดงานบุญ
เพื่อระลึกถึงท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.)

สิ่สงิ่ งที่ทนี่ินยิยมมททำำใในนวัวนันเมเมาลาิลดิด

1.การดำเนิ นตามการปฏิบัติในวันเกิดของท่านคือการถือศีลอดในวัน
จันทร์

2.การมีความรักต่อท่านร่อซูลเพราะการมีความรักต่อท่านร่อซูลนั้ นคือ
สิ่งที่แสดงถึงการมีอีมาน ของเขา

3.การกล่าวซอลาวาตต่อท่านนบี ส่วนหนึ่ งจากการให้เกียรติยกย่องและมี
ความรักต่อท่านนบีคือ การกล่าวซอลาวาตต่อท่านนบี

4. การปฏิบัติตามคำสั่ งใช้และการละเว้นที่จะปฎิบัติตามคำสั่ งห้ามของท่าน
นบี

5.ดำเนิ นตามแบบอย่างของท่านนบี

ประเพณีการถือศี ลอด

ความหมายของการถือศี ลอด

การถือศีลอดตามความหมายทางศาสนาของอิสลาม คือการงดเว้นจากการ
กิน การดื่ม การเสพ และการมีความสัมพันธ์ทางเพศ ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้น
จนถึงดวงอาทิตย์ตกตลอดทั้งเดือนรอมฎอนของทุกปีซึ่งอาจจะมีระยะเวลา 29
หรือ 30 วัน โดยมีเจตนาว่าทำเพื่ออัลลอฮฺ

กฏเกณฑ์ในการถือศี ลอด

1. ผู้ถือศีลอด มุสลิมที่บรรลุศาสนภาวะ คือมีอายุ 15 ปี และหญิงที่เริ่มมี
ประจำเดือนทุกคนต้องถือศีลอด ถ้าจะแบ่งประเภทของผู้ถือศีลอดโดยทั่วไป
พอจะแบ่งได้ดังนี้

ผู้ต้องถือ ได้แก่ผู้มีร่างกายสมบูรณ์ ไม่เจ็บป่วย ไม่อยู่ในระหว่างการเดินทาง
ผู้ได้รับการผ่อนผันเมื่อมีเหตุการณ์เฉพาะหน้ า อันได้แก่ ผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยจะ
ไม่สามารถถือศีลอดได้ แต่หายป่วย ก็ต้องถือใช้ให้ครบตามจำนวนวันที่ขาด
ไป โดยจะถือชดใช้ในวันใด เดือนไหนในรอบปีนั้ นก็ได้
ผู้ได้รับการยกเว้น คือ คนชรา,คนป่วยเรื้อรังที่แพทย์วินิ จฉัยว่ารักษาไม่หาย
หญิงมีครรภ์แก่ และแม่ลูกอ่อนที่ให้นมทารก ซึ่งเกรงว่าการถือศีลอดอาจเป็น
อันตรายแก่ทารก,บุคคลที่สุขภาพไม่สมบูรณ์ ซึ่งเมื่อเขาถือศีลอดจะเป็นภัยต่อ
สุขภาพเสมอ,บุคคล ที่ทำงานหนั ก
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิ จและศรัทธาของเขาเอง ว่าจะสามารถถือศีลอดได้
หรือไม่ โดยไม่ต้องลวงตัวเอง แต่ต้องชดใช้ด้วยการจ่าย ซะกาต (อาหาร)
เป็นทานแก่คนยากจน ด้วยอาหารที่มีคุณภาพตามที่ตนใช้บริโภคตลอดทั้ง
เดือน หรือจะจ่ายเป็นค่าอาหารแทนวันต่อวัน

2. กำหนดเวลาการถือศีลอด ให้เริ่มถือศีลอดตั้งแต่แสงอรุณขึ้นจนตะวันลับฟ้า
ในช่วงดังกล่าวนี้ ห้ามการกินการดื่มทุกประเภท ห้ามร่วมสังฆวาส แต่นอก
เหนื อเวลาดังกล่าวนี้ ก็ไม่เป็นที่ห้าม



วันอีด

ความหมายของวันอีด

วันตรุษอีด หรือวันอีด เป็นวันเฉลิมฉลองในศาสนาอิสลาม โดยในวันนี้ จะมี
กิจกรรมต่าง ๆ เช่น แต่งกายให้สะอาดเรียบร้อย ร่วมกันทำพิธีละหมาดวันอีดที่
สนามหรือในมัสยิด เยี่ยมเยียนญาติพี่น้ อง รับประทานอาหารร่วมกัน เป็นต้น

การปฏิบัติตนในวันอีด

1. ห้ามถือศีลอดในวันอีด
2.กล่าวตักบีรฺ ตักบีรฺเป็นคํากล่าวหลักของวันอีดทั้งสอง ดังนั้ นจึงต้องกล่าวตักบีรฺให้

มากๆ
3.จ่ายซะกาตฟิฏเราะฮฺ และเชือดสัตว์กุรบาน
4.อาบน้ำชําระร่างกาย ซุนนะฮฺให้อาบน้ำชําระร่างกายช่วงเช้าตรู่ของวันอีด และขจัดสิ่งที่

ไม่พึงประสงค์ออกจากร่างกาย
5.พรมน้ำาหอม ควรพรมน้ำหอมให้มีกลิ่นฟุ้งตามร่างกาย
6.แต่งกายด้วยอาภรณ์ที่สวยงามและดูดีที่สุด แต่งกายด้วยอาภรณ์ที่ดีที่สุด และใหม่ที่สุด

เท่าที่จะหาได้
7. รับประทานก่อนละหมาด
8.เดินทางสู่สนามละหมาดเวลาออกสู่สนามละหมาด ท่านนบี (ซ.ล.) กล่าวในคุฏบะฮฺวัน

อีดิลอัฎฮาว่า "แท้จริงสิ่งแรกที่พวกเราต้องปฏิบัติในวันนี้ คือ ละหมาดอีด
9.ละหมาดอีด การละหมาดวันอีดเป็นบทบัญญัติและเอกลักษณ์อย่างหนึ่ งในศาสนา

อิสลาม

การทำฮัจญ์

ความหมายการทำฮัจญ์

การทำฮัจญ์เป็นพิธีกรรม ทางศาสนาที่เก่าแก่ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัย

ศาสดาอิบรอฮีม การทำฮัจญ์เริ่มต้นขึ้นเมื่ออัลลอฮได้บัญชาให้ศาสดาอิ

บรอฮีม และศาสดาอิสมาอีล ผู้เป็นลูกชายร่วมกันทำนุบำรุง บัยตุลลอฮฺ

ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการเคารพบูชาอัลลอฮ เมื่อซ่อมแซม

เสร็จแล้ว พระองค์ก็ทรงบัญชาให้ศาสดาอิบรอฮีม เรียกร้องให้มนุษย์

ชาติมาร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์

การเปลี่ยนแปลงรู ปแบบการทำฮัจญ์

เมื่อกาลเวลาผ่านไป ชนรุ่นหลังได้อุตริรูปแบบการทำฮัจญ์ จนมันได้

เปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบเดิมที่อัลลอหฺได้ทรงกำหนดไว้ เช่น มีการนำ

เทวรูปต่าง ๆ มาตั้งรอบ ๆ กะอฺบะหฺ เพื่อบูชาในระหว่างการทำหัจญ์และมี

การเปลือยกายในยามทำพิธีฏอวาฟ พร้อมกับกู่ร้องและปรบมือ

เทศกาลดิวาลี ทิวาลี หรือ ทีปาวลี

ความหมายของวันดิวาลี หรือ ทีปาวลี

ดิวาลี ทิวาลี หรือ ทีปาวลี เป็นเทศกาลแห่งแสงไฟของศาสนา
ฮินดู ศาสนาซิกข์ ศาสนาเชน ที่เฉลิมฉลองในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ดิวาลี
ถือเป็น การใช้แสงสว่างในเทศกาลแห่งแสงนี้ เป็นสัญลักษณ์หมาย


ถึงชัยชนะของแสงเหนื อความมืดมิด ความดีเหนื อความชั่ว อาคาร บ้าน

เรือน ร้านค้า ถนนหนทาง และศาสนสถาน จะตกแต่งด้วยสีสดใส
และประดับแสงไฟสว่างไสว โดยทั่วไปเทศกาลดิวาลีเฉลิมฉลองกัน 5
วัน โดยจะถึงจุดสูงสุดในวันที่ 3 ของเทศกาล ซึ่งถือว่าเป็นคืนที่มืดมิด
ที่สุดของเดือน ตามปฏิทินฮินดู จะตรงกับช่วงกลางเดือนตุลาคมและ
กลางเดือนพฤศจิกายน

สิ่ งที่นิยมทำในวัน ดิวาลี ทิวาลี หรือ ทีปาวลี

ช่วงก่อนเข้าสู่เทศกาลผู้คนจะเตรียมตัวโดยการทำความสะอาด ซ่อมแซม
และตกแต่งบ้านหรือที่ทำงาน และแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุด ประดับไฟ ทั่ว
ทั้งในและนอกบ้านให้สว่างที่สุด ทำพิธีบูชาต่อพระลักษมี เทวีแห่งความ
เจริญรุ่งเรืองมั่งคั่ง มีการจุดพลุ ทานอาหารกับครอบครัวและเพื่อนฝูง แลก
เปลี่ยนของขวัญและแบ่งปันขนมกัน โดยเฉพาะขนม mithai (ขนมหวาน
อินเดียใต้ชนิ ดหนึ่ ง) เทศกาลดิวาลีถือเป็นเทศกาลเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญ
มากต่อชาวอนุทวีปอินเดียโพ้นทะเลที่นั บถือศาสนาฮินดู ซิกข์ หรือเชน

เทศกาลนวราตรี

ความหมายของเทศกาลนวราตรี

เป็นเทศกาลที่อุทิศเพื่อการสักการบูชาประจำปีแด่พระแม่ทุรคา คำว่า
นวราตรี หมายถึงคำว่า 'เก้าคืน' ในภาษาสันสกฤต ในช่วงเก้าคืนนี้ จะมี
การบูชาพระแม่ทุรคาและ พระแม่ปารวตี ในภาคปางต่าง ๆ เก้าปาง และใน
วันสุดท้าย คือ วันที่สิบมักจะเรียกว่าเป็นวัน วิชยาทศมี หรือ "ทศหรา" ซึ่ง
เป็นวันที่สำคัญสุดของเทศกาลนี้ และมีการเฉลิมฉลองทั่วไปทั้ง ประเทศ
อินเดีย

ปางของพระแม่ทุรคา

การบูชาเทวีภาคต่าง ๆ ในอินเดียอาจแตกต่างกัน แต่ส่วน
ใหญ่มักกล่าวถึงภาคต่าง ๆ ดังนี้

1. พระแม่ไศลปุตรี
2. พระแม่พรหมจาริณี
3. พระแม่จันทราฆัณฏา
4. พระแม่กูษมาณฑา
5. พระแม่สกันทมาตา
6. พระแม่กาตยายนี
7. พระแม่กาลราตริ
8. พระแม่มหาเคารี
9. พระแม่สิ ทธิทาตรี

ศรีกฤษณะชนมาอัฏฐมี

ความหมายของศรีกฤษณะชนมาอัฏฐมี

ศรีกฤษณะชนมาอัฏฐมี ตรงกับวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๙ เป็นการฉลอง

วันประสูติของพระกฤษณะอย่างมโหฬารในวันนี้

สิ่ งทีนิยมทำในศรีกฤษณะชนมาอัฏฐมี

ชาวพราหมณ์-ฮินดูที่เคร่งครัด จะอดอาหารตั้งแต่เช้า-เที่ยงคืน
เพื่อเป็นการแสดงความรักความศรัทธาในพระองค์เนื่ องจากพระองค์
ประสูติในคุกเวลาเที่ยงคืนดังนั้ น เมื่อบูชาองค์พระกฤษณะหลังเที่ยง
คืนไปแล้วจึงจะรับประทานอาหาร

เทศกาล Maha Shivaratri
(วันมหาศิ วะราตรี)

ความหมายของวันมหาศิ วะราตรี

เป็นเทศกาลประจำปีของชาวฮินดู เป็นวันสำคัญทางศาสนาพราหมณ์-
ฮินดูจัดขึ้นเพื่อบูชาพระศิวะวันที่แน่ นอนจะต้องดูตามปฎิทินฮินดูซึ่งในปีนี้
ตรงกับวันที่ 24 กุมภาพันธ์

ในกาฐมาณฑุจะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ตอนกลางคืนที่วัด
Pashupatinath ซึ่งเป็นวัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเมือง และเป็นหนึ่ งในมรดก
โลก UNESCO โดยจะมีการบูชาพระศิวะด้วยการสวดมนต์ร่วมกันและมี
การทำพิธีกรรมบูชาพระศิวะนำโดยนั กบวชชาวฮินดู ส่วนตอนกลางวัน
จะมีการเฉลิมฉลองในเมืองโดยจะมีการเดินขบวนพาเหรดของกองทัพ
เนปาลในใจกลางเมืองกาฐมาณฑุ


Click to View FlipBook Version