วิถีชาวพทุ ธ บุญข้าวจเ่ี ดือนสาม
ณฐั ชนา ผา่ นศรีมหามาศ
นักศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี
บุญข้าวจ่ี เป็นงานบุญประเพณีของชาวอีสานท่ีมกี ารสืบทอดกันมาอยา่ งช้านานจากอดีตจนถึงปจั จบุ ัน
ทากันในเดือนสามหรือเรียกว่า บุญเดือนสามโดยนิยมทากันในราวกลางเดือนหรือปลายเดือน คือ ภายหลัง
การทาบุญวันมาฆบูชา (เดือนสาม ขึ้น ๑๔ ค่า) แล้ว ส่วนใหญ่จะกาหนดวันแรม ๑๓ ค่า และ ๑๔ ค่า เดือน
สาม การจัดบุญข้าวจ่ีข้ึนเพ่ือเป็นการร่วมกันทาบุญ เสริมสร้างความสามัคคี เนื่องจากในเดือนสามเป็นเวลาที่
ชาวนาหมดภาระในการทานา จึงอยากร่วมกันทาบุญข้าวจ่ีเพื่อถวายแก่พระสงฆ์ และในปัจจุบันชาวบ้าน
นอกจากจะทาบุญข้าวจี่แลว้ ยงั ทาบุญเน่อื งในวันมาฆบูชา ึ่ึงเปน็ วนั สาคญั ทางพระพทุ ศศาสนาอีกด้วย และบุญ
ข้าวจี่ยังเป็นบุญประเพณีสาคัญที่มีกาหนดอยู่ในฮีตสิบสอง โดยรู้จักกันว่า “เดือนสามคล้อยจ่ัวหัวปั้นข้าวจ่ี
เดอื นส่คี ลอ้ ยจัวนอ้ ยเทศนม์ ะที (มทั ร)ี ”
ประเพณขี องบุญขา้ วจี่ปรากฏในหนังสอื ศรรมบทวา่ ในสมัยหนง่ึ นางปณุ ณทาสีได้ทาขนมแป้งจี่ (ข้าวจี่)
ท่ีทามาจากราข้าวอย่างละเอียดถวายแด่พระพุทศเจ้าและพระอานนท์ นางคิดว่าเมื่อพระพุทศองค์กับพระ
อานนท์รับแล้วคงไม่ฉัน เพราะอาหารท่ีเราถวายไม่ใช่อาหารท่ีดีหรือประณีตอะไร คงจะโยนให้หมู่กาหรือสุนัข
กินเสียกลางทางพระพุทศเจ้าทรงทราบวาระจิตของนางและเข้าใจในเรื่องท่ีนางปุณณทาสีคิด จึงได้สั่งให้พระ
อานนท์ผู้เป็นพุทศอุปัฏฐากได้ปูลาดอาสนะลงแล้วประทับน่ังฉันสุดกาลังและในตอนท้ายหลังการทาภัตตกิจ
ด้วยขนมแป้งจ่ีเรียบร้อยแล้วพระพุทศเจ้าได้แสดงศรรมท้ังจนกระท่ังนางปุณณทาสีได้บรรลุโสดาบัน เป็นอริย
อุบาสิกาเพราะมีข้าวจี่เป็นมูลเหตุ และด้วยความเชื่อในพระพุทศศาสนา คนอีสานจึงได้จัดให้มีประเพณีการ
ทาบุญข้าวจ่ีทุกๆปี ไม่ได้ขาด ด่ังที่ปรากฏในผญา ึึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเร่ืองนี้ว่า ... “เมื่อถึงเดือนสามได้พา
กันเอาบุญข้าวจี่ ตั้งหากศรรมเนียมน้ีมีมาแท้ก่อนกาล ได้เฮ็ดกันทุกบ้านทุกถ่ินเอาบุญ อย่าได้พากันไลเลีย
ฮีตบญุ คองเคา้ ” (พระอาจารยศ์ รีพล พลิ าสตุ า: ๒๕๖๐)
การจีข่ ้าวจี่ (ภาพจาก : ศนู ยว์ ฒั นศรรม มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ )
โดยขั้นตอนการทาข้าวจ่ีน้ันเริ่มจาก นาข้าวเหนียวนึ่งให้สุกแล้วนามาป้ันเป็นก้อนทาเกลือเคล้าให้ทั่ว
เอาไม้เสียบย่างไฟเหมือนไก่ย่าง เมื่อข้าวสุกเกรียมแล้วก็เอาไข่ึ่ึงตีไว้แล้วทาแล้วย่างึ้าอีกกลายเป็นไข่เคลือบ
ข้าวเหนียว เสร็จแล้วถอดไม้ออกแล้วเอาน้าอ้อยหรือน้าตาลที่เป็นก้อนยัดใส่แทนกลายเป็นข้าวเหนียวยัดไส้
แล้วถวายพระเณรฉันตอนเช้า โดยการจัดบญุ ข้าวจี่นั้นส่วนมากชาวบ้านจะรีบทาแต่เช้ามืด พอสว่างก็ลงศาลา
การเปรียญ (ชาวบ้านเรียกหัวแจก) นิมนต์พระเณรสวดแล้วฉัน เป็นท้ังงานบุญและงานรื่นเริงประจาแต่ละ
หม่บู า้ น เพราะไดท้ าขา้ วจ่ไี ปถวายพระหลงั จากพระฉันแล้วก็เล้ยี งกันเองสนุกสนาน
การถวายข้าวจี่ (ภาพจาก : ศูนยว์ ฒั นศรรม มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ )
บุญข้าวจี่เดือนสาม
บญุ ข้าวจ่ึี ่ึงมักจะเป็นวันเพญ็ เดือนสาม ทุกครวั เรือนในหมู่บ้านจดั เตรียมขา้ วจ่ี แล้วนิมนต์พระสงฆ์มา
รวมกันที่ศาลาโรงศรรมญาติโยมจะมาพร้อมกันแล้วอาราศนาศลี ว่าคาถวายขา้ วจ่เี สรจ็ แล้วเอาขา้ วจไ่ี ปใสบ่ าตร
พระสงฆ์สวดมนต์จบแล้ว ญาติโยมยกอาหารคาวหวานไปถวายพระฉันเสร็จแล้วอนุโมทนาเป็นการเสร็จพิศี
ถวายข้าวจี่ ในปัจจุบันชาวบ้านนอกจากจะทาบุญข้าวจ่ีแล้ วยังทาบุญมาฆบูชา เป็นวันสาคัญทาง
พระพุทศศาสนาอีกวันหนึ่ง วันมาฆบูชานี้ตรงกับวันเพ็ญเดือนสามเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สาคัญใน
พระพทุ ศศาสนา ๔ ประการคอื
๑. เป็นวันเพญ็ เดือนสาม ดวงจนั ทร์เสวยมาฆฤกษ์
๒. พระสงฆ์ จานวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชมุ กนั ทเ่ี วฬุวันมหาวิหารโดยมไิ ดน้ ัดหมายกนั ล่วงหนา้
๓. พระสงฆท์ ม่ี าประชุมคร้งั นี้ลว้ นเปน็ เอหิภกิ ขอุ ุปสมั ปทา (ภกิ ษุทพ่ี ระพุทศเจ้าบวชให)้
๔. ท่านเหล่านั้นเป็นพระอรหันต์
คาถวายข้าวจ่ี
นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมมฺ าสัมพฺ ุทฺศสฺส ( ๓ หน)
สทา ชาครมานาน อโหรตตฺ านสุ กิ ขฺ นิ
นพิ ฺพาน อศมิ ตุ ตฺ าน อฎฐ คจฉนตฺ ิ อาสวาติ ฯ
การตักบาตรข้าวจ่ี (ภาพจาก : ศนู ย์วัฒนศรรม มหาวิทยาลยั ขอนแก่น)
วันเพ็ญเดือนสามหรือที่ภาษาบาลีเรียกว่า”มาฆมาส” สาหรับโอวาทปาฏิโมกข์หรือหลักการของพุทศ
ศาสนาทีส่ าคัญที่พระพทุ ศ
องค์ไดท้ รงแสดงไวน้ ั้นมี ๓ ขอ้ ดังน้ี
๑. การไม่ทาบาปทัง้ ปวง
๒. การทาความดใี หถ้ งึ พรอ้ ม
๓. การทาจติ ใจให้บรสิ ทุ ศ์ิผอ่ งแผว้
การทาบุญในวันมาฆะบชู านี้ เพอื่ เป็นการบูชาใหถ้ ูกต้องตามหลักการของคาว่า “มาฆะบูชา”ท่ีแปลว่า
การบูชาพระรัตนตรัย ในวันเพ็ญเดือนมาฆะหรือเดือนสามนอกเหนือจากการบูชาตาม ปกติของวันสาคัญทาง
พุทศศาสนาด้วยการสมทานศีล ฟังศรรมถวายทาน และเวียนเทียนแล้ว ควรจะมีการปฏิบัติตามหลักของ
พระพุทศศาสนา หรือท่ีเรียกวา่ โอวาทปาฏโิ มกขด์ ังท่ีได้กล่าวแล้วด้วย ทั้งน้ีเพื่อเป็นการปฏิบัตบิ ูชา ึึ่งเป็นการ
บูชาที่พระพุทศเจ้าทรงสรรเสริญว่าเปน็ ยอดแห่งการบูชาท้ังปวง..การทาบญุ ในวันมาฆะบชู าน้ี เพื่อเป็นการบูชา
ให้ถูกต้องตามหลกั การของคาวา่ “มาฆะบูชา”ท่ีแปลว่า การบชู าพระรัตนตรัย
จากท่ีกล่าวมาข้างต้นบุญข้าวจ่ี เป็นบุญท่ีมีความสาคัญต่อทางพระพุทศศาสนา เพราะเป็นวันที่ถือ
กาหนดไว้ในฮีตสิบสอง ควรแก่การจะอนรุ ักษ์ และสืบทอดต่อไปให้คนรุ่นหลานได้ร่วมการทาบุญและได้ศึกษา
บุญประเพณที ่มี มี าตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปจั จบุ ัน