ผู้สอน
ภาณุพงษ์ ภัทรปิ ยกุล
การตอบสนองของสง่ิ มชี วี ิต
ตอบสนองของสตั ว์จะเปน็ การทางานรว่ มกันระหว่างระบบประสาท (nervous system)
และระบบต่อมไรท้ ่อ (endocrine system) โดยระบบประสาทจะควบคมุ การตอบสนอง
ทเ่ี กดิ ขน้ึ และสิ้นสดุ เร็ว
การทางานของระบบประสาท
หนว่ ยรับความรสู้ กึ
เซลลป์ ระสาทรับความรสู้ กึ
หนว่ ยประมวลผล
เซลลป์ ระสาทส่งั การ
หนว่ ยปฎบิ ตั งิ าร/การตอบสนอง
-เดนไดร์ต (dendrite) คือ ์เสนใยประสาทท่รี ับกระแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ต
ละเซล์ลโจคะรมงเี ดสนรไดา้ ร์งตเแซยลกลออป์ กรจะาสกตาัวทเซล์ล 1 ์เสนใยหรือหลาย์เสนใยหรือบางชนิดอาจ์ไมมี
ตัวเซลล์ (cell body) เดนไดร์ต
ภายในตัวเซลลป์ ระกอบดว้ ย นวิ เคลียส ไซโทพลาซมึ และออร์แกเนลลต์ า่ งๆ
เช่น ไม่โทคอนเดรยี เอนโดพลาสมิกเรตคิ ูลัม และกอลจคิ อมเพล็กซจ์ านวนมาก
เสน้ ใยประสาท (nervefiber)
บริเวณรอบตัวเซลล์มีเส้นใยประสาทซ่ึงเป็นสว่ นของเซลลท์ ย่ี น่ื ออกไป มลี ักษณะ-
เปน็ แขนงเลก็ ๆ เสน้ ใยประสาทแบง่ ไดด้ ังน้ี
เดนไดรต์ (dendrite) คอื เส้นใยประสาทท่รี บั กระแสประสาท โดยเซลลป์ ระสาท-
แต่ละเซลลจ์ ะมีเดนไดรต์แยกออกจากตวั เซลล์ 1 เส้นใยหรือหลายเส้นใยหรอื บาง-
ชนิดอาจไม่มเี ดนไดรต์
แอกซอน (axon) คือ เส้นใยประสาทท่ีสง่ กระแสประสาทโดยทั่วไปแอกซอน
จะมเี พียง1 เสน้ ใยเท่าน้ัน แอกซอนอาจส้ันหรือยาวไดถ้ งึ กวา่ 1 เมตร บรเิ วณตอน-
ปลายของแอกซอนมีการแตกแขนง และท่ีปลายสดุ ของแขนงที่
แตกนั้นมีลกั ษณะโป่งออกคลา้ ยกระเปาะ 1
Phanupong Phatt.
การตอบสนองของสงิ่ มีชีวิต
เซลลป์ ระสาททม่ี เี ย่อื ไมอลี นิ
(myelin sheath)
แอกซอนบางเสน้ ท่มี ีความยาวมาก ๆ มักจะพบเยือ่ ไมอลี ิน (myelin sheath)
มาหุ้มตลอดความยาวของแอกซอน
เยอื่ ไมอีลินมีสารกลมุ่ ลพิ ดิ เป็นองคป์ ระกอบ
ไมอีลินเกดิ จากเซลลช์ วนั น์ (Schwann cell) ซง่ึ เปน็ เซลล์เกลียชนิดหนึง่ พันรอบแอก-
ซอนหลายรอบทาใหเ้ กดิ เปน็ ชนั้ จานวนมาก
แอกซอนตรงบริเวณรอยต่อระหว่างเซลล์ชวันน์แตล่ ะเซลล์เปน็ บริเวณทไี่ มม่ เี ยือ่ ไม-
อลี นิ หุม้ เรยี กวา่ โนดออฟรานเวยี ร์ (node of Ranvier)
การทแ่ี อกซอนมีเยอื่ ไมอลี นิ หุ้มจะชว่ ยใหน้ ากระแสประสาทไดเ้ รว็ กว่าแอกซอน
ท่ไี มม่ ีเย่อื ไมอลี ินหุ้ม
2
Phanupong Phatt.
การทางานของเซลล์ประสาท
เซลล์ประสาทแตล่ ะเซลลส์ ามารถรบั และส่งขอ้ มูลถงึ กันไดเ้ พราะมกี ระแสประสาท
มกี ารนากระแสประสาทและการถา่ ยทอดกระแสประสาท โดยกระแสประสาทน้ีเป็นสญั -
ญาณเคมไี ฟฟ้าทเ่ี กิดจากการเปลย่ี นแปลงศักยฟ์ ฟา้ ท่ีเย่ือหุ้มเซลลป์ ระสาท
เมื่อมกี ารกระตนุ้ เซลลป์ ระสาทจะทาใหเ้ กดิ เป็นกระแสประสาทข้ึน
-เดนไดร์ต (dendrite) คือ ์เสนใยประสาทที่รับกระแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ต
ละเซล์ลจะมีเดนไดร์ตแยกออกจากตวั เซล์ล 1 ์เสนใยหรือหลาย์เสนใยหรอื บางชนดิ อาจ์ไมมี
กลไกการส่งกระแสประสเดานทไดร์ต
นักสรรี วทิ ยา อลัน ลอยด์ ฮอดจก์ นิ (Alan LloydHodgkin) และ แอนดรู ฟิลดงิ -
ฮักซล์ ีย์ (AndrewFielding Huxley) ไดท้ ดลองวา่ กระแสประสาทเกดิ ขนึ้ ได้อย่างไร
โดยเขาใชแ้ อกซอนของหมกึ และนาไมโครอเิ ลก็ โทรด (microelectrode) ซึ่งมี-
ลักษณะเป็นหลอดแกว้ ท่ดี งึ ให้ยาว ตรงปลายเรียวเป็นทอ่ ขนาดเลก็ มาตอ่ กับโวลต์-
มิเตอร์(voltmeter) เพ่ือใหแ้ สดงค่าความต่างศกั ย์ไฟฟา้ ทีว่ ัดได้ จากน้ันเสยี บปลาย-
ของไมโครอิเลก็ โทรเขา้ ไปในแอกซอนของหมกึ และให้ปลายอกี ข้างหน่ึงอยดู่ า้ นนอก
ของแอกซอนของหมึก
3
Phanupong Phatt.
เซลล์ประสาทเปน็ เซลล์ท่ีมีโครงสร้างพิเศษ เปน็ โครงสร้างทไ่ี มย่ อมใหส้ ารเข้าออก
ไดกเ้ หามือรนเตซลอล์ปบกตสิ นองของสิ่งมีชีวิต
เยื่อหุม้ เซลลป์ ระสาทเปน็ ฟอสโฟลพิ ดิ จัดเรียงตวั เปน็ 2 ชั้น จงึ มีสมบตั ิปอ้ งกนั ไมใ่ ห้
ไอออนผา่ นเข้าออกไดอ้ ยา่ งอสิ ระ
ท่ีเยอ่ื ห้มุ เซลลม์ โี ปรตีนแทรกอยทู่ ว่ั ไปทาให้เกดิ เป็นช่องทไี่ อออนบางชนดิ แพรผ่ ่าน-
เข้าหรอื ออกไดบ้ ้างตามความแตกตา่ งของความเข้มขน้ ของไอออนเหลา่ น้นั
โปรตนี ท่เี ซลลย์ อมให้ ion ผ่าน คอื
ช่องโซเดียม (Sodium channel หรอื Sodium gated)
ช่องโพแทสเซยี ม (Potassium channel หรอื Potassium gated)
ซึง่ มที ั้งแบบท่ไี ม่มปี ระตู (ungated channel ) และมปี ระตู (gated channel)
-เดนไดร์ต (dendrite) คอื ์เสนใยประสาทท่รี ับกระแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ต
ละเซล์ลจะมเี ดนไดร์ตแยกออกจากตัวเซล์ล 1 ์เสนใยหรอื หลาย์เสนใยหรือบางชนดิ อาจ์ไมมี
เดนไดร์ต
ในสภาวะที่เซลลป์ ระสาท
ยงั ไมถ่ ูกกระตุน้
ภายนอกเซลล์มีโซเดยี มไอออน (Na') สูงกวา่ ภายในเซลล์ (ประมาณ10 เท่า)
ภายในเซลลจ์ ะมีโพแทสเซยี มไอออน (K') สงู กวา่ ภายนอกเซลล์ (ประมาณ30 เทา่ )
ทาใหเ้ กดิ ความต่างศกั ยไ์ ฟฟา้ ระหวา่ งเยื่อเซลลด์ า้ นในและด้านนอกมคี ่าประมาณ
- 70 มลิ ลิโวลต์ ซง่ึ เปน็ ศักยไ์ ฟฟ้าเยื่อเซลล์ระยะพกั (resting membrane -
potential) เรยี กวา่ เกดิ ภาวะมขี วั้ (polarization)
4
Phanupong Phatt.
เซลล์จะรกั ษาความเขม้ ข้นของไอออนท่ีตา่ งกันนต้ี ลอดเวลาโดยการทางานของ-
การตอบสนองของสิง่ มชี ีวิตโซเดยี มโพแทสเซยี มปมั๊ (sodium potassium pump; Na+ - K +pump) เป็น-
ช่องทไ่ี มม่ ีประตู (ungated channel ) ซ่ึงตอ้ งใช้-พลังงานจากการสลาย ATP
เซลล์จะมีการปั๊ม Na+ออก และ K+เขา้ ในอัตราสว่ น 3Na+:2K+
แมว้ า่ K' จะเข้ามาสะสมอยูภ่ ายในเซลลเ์ ป็นจานวนมากก็ตาม แต่เนอื่ งจากภาย
-เดนไดร์ต (จใdนงึ eเเปซnล็นdลล์ยบrังiตtมาeี มi)onคอือ่ืน์เสๆนทใีม่ยีผปลระรสวมาทขอทง่ีรปบั รกะรจะเุแปสน็ ปลรบะสทาาทใหโด้คยวเาซมล์ตลา่ ปงรศะักสยาภ์ ทาแ์ยตในเซลล์
ละเซล์ลจะมีเดผนลไรดวร์มตปแรยะกจอุภอากยจนาอกกตเัวซเลซลล์์ ลมคี 1ว์เาสมนเปใยน็ หบรวือกหมลาากยก์เวสา่นภใยายหใรนอื เบซาลงลช์นดิ อาจ์ไมมี
ภายนอกเซลล์จงึ มีประจบุ วเกดนไดร์ต
ผลรวมประจุภายในเซลล์ มคี วามเป็นลบมากกวา่ ภายในเซลล์
ภายนอกเซลลจ์ ึงมีประจุลบ
5
Phanupong Phatt.
ในสภาวะทเี่ ซลลป์ ระสาท
ถกู กระต้นุ
ถา้ มสี ่งิ เรา้ มากระตุ้นจะทาใหศ้ กั ยไ์ ฟฟา้ เยือ่ เซลลเ์ ปลีย่ นไป
สงิ่ เร้าที่เข้ามาจะทาการกระตุ้น gate ของ K+ - Na+ ทาใหค้ ณุ สมบัตขิ อง gate
เปล่ยี นไป
ปรากฏการแรกทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั เซลล์ประสาทคอื Na+ gate จะถูกเปิดออก ทาให้ Na+
แพรเ่ ข้าสู่เซลล์ประสาท
ต่อมา K+ gate จะถกู เปดิ ออก ทาให้ K+ แพร่เข้าจากภายในเซลล์ออกนนอกเซลล์
บรเิ วณแอกซอนของเซลล์ประสาทส่วนใหญจ่ ะเป็นชอ่ งที่ต้องใชส้ ญั ญาณไฟฟา้
ในการปดิ หรอื เปิดประตู (voltage - gated ion channel)
ซ่ึงในระยะพกั ช่องโซเดยี มท่ีมปี ระตู (voltage - gatedNa+ channel) )
และชอ่ งโพแทสเซียมที่มีประตู (voltage-gated K* channel) จะปิด
ชอ่ งโซเดยี มที่มีประตจู ะมี 3 สถานะ ขณะทช่ี ่องโพแทสเซยี มทม่ี ปี ระตมู ี 2 สถานะ
-เดนไดร์ต (dคือeปnิดdแriลtะeเป)ิดคือ ์เสนใยประสาททรี่ ับกระแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ต
ละเซล์ลจะมเี ดนไดร์ตแยกออกจากตัวเซล์ล 1 ์เสนใยหรือหลาย์เสนใยหรอื บางชนดิ อาจ์ไมมี
เดนไดร์ต
ลาดบั การเปลยี่ นสถานะของชอ่ งโซเดยี มทม่ี ปี ระตู
ก. สถานะ "ปิดแบบพรอ้ มใชง้ าน" ซึง่ สามารถเปดิ ไดเ้ มอ่ื ไดร้ บั การกระตุ้น
พบในระยะพกั
ข. สถานะ "เปิด"เมอื่ ได้รบั การกระตนุ้
ค. สถานะ "ปดิ แบบไม่พรอ้ มใชง้ าน (inactivation)" ซึง่ ไมส่ ามารถเปิดได้
แม้ไดร้ บั การกระตนุ้ แตจ่ ะปรบั เป็นสถานะ "ปิดแบบพรอ้ มใชง้ าน" (ก) เม่ือ-
ศกั ย์ไฟฟา้ เย่อื เซลล์ต่าลงกว่าปกติ 6
Phanupong Phatt.
เมอ่ื มีสิง่ เรา้ เชน่ เสยี ง ความร้อน หรอื สารเคมมี ากระตุ้นเซลล์ประสาท การกระตนุ้ -
นีท้ าให้ไอออนบางชนิดผา่ นเย่ือหมุ้ เซลล์ ซ่ึงสง่ ผลใหค้ ่าความต่างศักย์ระหวา่ ง-
ภายในและภายนอกเซลลเ์ ปลีย่ นไป
“เรยี กปรากฏการนว้ี า่ “ การเปลย่ี นแปลงศกั ยไ์ ฟฟา้ ทเี่ ยอ่ื เซลลป์ ระสาท”
การเปลย่ี นแปลงศกั ย์ไฟฟา้ ทเ่ี ย่อื เซลล์ประสาท
-เดนไดร์ต (dendrite) คือ ์เสนใยประสาททร่ี บั กระแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ต
ละเซล์ลจะมีเดนไดร์ตแยกออกจากตัวเซล์ล 1 ์เสนใยหรอื หลาย์เสนใยหรอื บางชนิดอาจ์ไมมี
1. ระยะพัก (Resting sเดtนaไtดeร์ต)
ช่องโซเดียมท่ีมปี ระตูปิดเเบบพร้อมใชง้ านและชอ่ งโพแทสเชื่ยมทม่ี ปี ระตปู ิด
แตเ่ ซลลย์ งั รกั ษาศักย์ไฟฟา้ เยอ่ื เซลลร์ ะยะพักไวไ้ ดเ้ พราะการทางานของโซเดยี ม
โพแทสเซียมปมั๊
อตั ราสว่ นในการป๊ัมอยู่ท่ี 3Na+:2K+
มศี ักยไ์ ฟฟา้ เยอื่ เซลลเ์ ทา่ กบั -70 มิลลิโวลต์ เรยี กระยะนี้ว่า Resting state หรอื
Resting state of membrane potential
7
Phanupong Phatt.
2. ระยะเทรสโชลด์ (Threshold)
เมื่อมีการกระต้นุ จะทาให้ชอ่ งโซเดยี มทีม่ ปี ระตูบางสว่ นเรม่ิ เปดิ โซเดยี มไอออนเริม่ แพร่-
เขา้ สูภ่ ายในเซลล์ สว่ นชอ่ งโพแทสเซยี มทมี่ ปี ระตูยงั ปดิ อยู่
ศักยไ์ ฟฟา้ เย่ือเซลลเ์ ปลีย่ นจาก -70 มิลลโิ วลต์เปน็ ประมาณ -50 มิลลโิ วลต์
เรียกระยะนี้วา่ Threshold
ถา้ กระตุน้ ถึงระดบั เทรสโชลด์ (threshold potential) จะทาให้
เกิดแอกชันโพเทนเชยี ล (Actionpotential) ขน้ึ
เซลล์ประสาทถึงแม้จะถูกสิ่งเร้ากระตนุ้ ทมี่ ีความรนุ แรงเพยี งใดระยะ Threshold
ยงั คงมีความตา่ งศักยเ์ ทา่ เดมิ เรียกการกระตนุ้ แบบนี้วา่ All or none
-เดนไดร์ต (dendrite) คอื ์เสนใยประสาทที่รบั กระแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ต
ละเซล์ลจะมเี ดนไดร์ตแยกออกจากตัวเซล์ล 1 ์เสนใยหรอื หลาย์เสนใยหรือบางชนิดอาจ์ไมมี
เดนไดร์ต
3. ระยะดโี พลาไรเซชนั (Depolarization)
การเกดิ ดโี พลาไรเซชนั ทาให้ชอ่ งโซเดียมท่ีมปี ระตเู ปิดเพ่มิ มากขน้ึ ขณะทช่ี อ่ งโพแทส๊ -
เซยี มที่มีประตยู ังปดิ อยู่ ทาใหโ้ ซเดียมไอออนเขา้ สูเ่ ซลล์เปน็ จานวนมาก ทาให้ศักย-์
ไฟฟา้ เย่อื เซลล์ดา้ นในมีคา่ เป็นบวกเมอื่ เทียบกบั ด้านนอก
ศกั ยไ์ ฟฟา้ เยอ่ื เซลลเ์ ปลี่ยนจาก -70 มิลลิโวลตเ์ ป็นประมาณ +30 มิลลโิ วลต์
เรยี กระยะนี้วา่ Depolarization
การเปลย่ี นแปลงขน้ั นจ้ี ะเกดิ อย่างรวดเรว็
8
Phanupong Phatt.
4. ระยะรโี พลาไรเซชนั (Repolarization)
ช่องโซเดียมที่มปี ระตูสว่ นใหญ่ปดิ แบบไมพ่ ร้อมใชง้ าน โซเดยี มไอออนไมส่ ามารถเข้าสู่-
เซลลไ์ ด้อกี สว่ นชอ่ งโพแทสเซียมที่มปี ระตูเริม่ เปิด โพแทสเซียมไอออนผ่านออกไป-
นอกเซลล์ ศักย์ไฟฟา้ เยอื่ เซลล์มคี ่าเปน็ ลบอีกครง้ั
ลดลงและกลายเปน็ ค่าลบในสภาพเดมิ คือมศี กั ยไ์ ฟฟา้ เยอื่ เซลลเ์ ท่ากับ -70 มลิ ลิโวลต์
เรียกระยะนีว้ า่ repolarization
-เดนไดร์ต (dendr5it.eร)ะยคะอื ไ์ฮเสเนพใอยปรโ์รพะสลาาทไทรร่ี เับซกชรนั ะแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ต
ละเซล์ลจะมีเดน(ไHดร์yตpแeยrกpอoอlaกจrาizกตaัวtเiซoล์nล/U1 ์nเสdนeใrยsหhรoือหotล)าย์เสนใยหรอื บางชนดิ อาจ์ไมมี
ช่องโซเดียมท่มี ีประตูเปล่ยี นจากเดสนถาไดนร์ะต"ปดิ แบบไม่พรอ้ มใชง้ าน" เปน็ แบบ -
"ปิดแบบพร้อมใชง้ าน" โซเดียมไอออนยังคงไมส่ ามารถผา่ นเขา้ เซลล์ได้
ขณะทชี่ ่องโพแทสเซยี มท่ีมีประตยู งั คงเปิดอยทู่ าใหโ้ พแทสเซยี มไอออนผ่านออก
นอกเซลล์
ศักย์ไฟฟา้ เยื่อเซลล์มีคา่ เปน็ ลบมากกว่าในระยะพัก (มีคา่ ลบเกินความจาเป็น)
มีคา่ ศักยไ์ ฟฟา้ ต่ากวา่ - 70 มิลลิโวลต์
เมื่อช่องโพแทสเซยี มท่มี ปี ระตปู ดิ ค่าศกั ยไ์ ฟฟา้ เยอื่ เซลล์จะกลับเขา้ สรู่ ะยะพัก
เรยี กระยะนีว้ ่า Hyperpolarization หรือ Undershoot
9
Phanupong Phatt.
การนากระแสประสาท
เม่อื การกระตุ้นจากสง่ิ เรา้ ทาใหเ้ กดิ กระแสประสาทขน้ึ จะเกดิ การนาไฟฟา้ ข้นึ ในบริเวณ
ใกล้เคยี งกนั ใหเ้ กิดกระแสไฟฟา้ ตามเปน็ ทอดๆ
ซึ่งถา้ ให้การเกดิ ดโี พลาไรเซชันทีบ่ รเิ วณถดั ไปถงึ ระดับเทรสโฮลด์จะทาให้เกดิ
กระแสประสาทขนึ้ ที่บรเิ วณใหมไ่ ด้ (กระตุ้นเปน็ ทอดๆ)
จะเกิดเชน่ นี้ไปเรือ่ ย ๆ ตามความยาวของแอกซอน ซึง่ จะเกิดจากจดุ ที่ถกู กระตนุ้ ไปตลอด
จนถึงปลายแอกซอน
เกิดการเปลย่ี นแปลงประจใุ นจดุ ถดั ไป เมอื่ ผา่ นไปแล้วจุดน้ันก็จะกลบั คนื สู่ภาวะปกติ
-เดนไดร์ต (dendrite) คือ ์เสนใยประสาททร่ี ับกระแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ต
ละเซล์ลจะมีเดนไดร์ตแยกออกจากตวั เซล์ล 1 ์เสนใยหรอื หลาย์เสนใยหรือบางชนิดอาจ์ไมมี
เดนไดร์ต
สาหรับความเรว็ ของการนากระแสประสาทในแอกซอนทไ่ี มม่ เี ย่อื ไมอีลนิ หุ้มข้นึ อยกู่ บั
ขนาดเสน้ ผ่านศนู ย์กลางของเสน้ ใยประสาท ถา้ เสน้ ใยประสาทมีเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางใหญ่
จะนากระแสประสาทได้เรว็ กว่าขนาดเล็กเพราะความต้านทานการเคลือ่ นทข่ี องไอออน
จะแปรผกผันกบั พน้ื ทภ่ี าคตัดขวางของเสน้ ใยประสาทการ
การนากระแสประสาทแบบกระโดด
แอกซอนของเซลล์ประสาทบางเซลล์มีเยื่อไมอีลนิ หมุ้ ซึง่ มสี มบตั เิ ป็นฉนวนกัน้ ประจุ
ไฟฟา้ ไมให้ผา่ นเยอ่ื หมุ้ เซลล์ ดังนัน้ บรเิ วณนจ้ี ะไมม่ ีแอกชันโพเทนเชยี ลเกิดขนึ้
เกดิ แอกชันโพเทนเชียลจะเกดิ เฉพาะท่ีโนดออฟรานเวยี รซ์ ่งึ เปน็ บรเิ วณท่มี ีช่องโซเดยี ม
ท่มี ีประตแู ละช่องโพแทสเซยี มทีม่ ีประตจู านวนมาก
ดีโพลาไรเซชันเกดิ จากการเคลือ่ นที่เข้าของโซเดยี มไอออนบรเิ วณโนดออฟรานเวียร์
แผไ่ ปยงั บริเวณถดั ไป จะเกิดขนึ้ เปน็ ทอดๆของแต่ละบรเิ วณทม่ี ีโนดออฟรานเวยี ร์
ไปจนถึงปลายแอกซอล
10
Phanupong Phatt.
สรุปกลไกการสง่ กระแสประสาท
-เดนไดร์ต (dendrite) คอื ์เสนใยประสาททรี่ บั กระแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ต
ละเซล์ลจะมีเดนไดร์ตแยกออกจากตวั เซล์ล 1 ์เสนใยหรือหลาย์เสนใยหรอื บางชนิดอาจ์ไมมี
เดนไดร์ต
11
Phanupong Phatt.
-เดนไดร์ต (dendrite) คอื ์เสนใยประสาทท่ีรับกระแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ต
ละเซล์ลจะมีเดนไดร์ตแยกออกจากตวั เซล์ล 1 ์เสนใยหรือหลาย์เสนใยหรอื บางชนดิ อาจ์ไมมี
เดนไดร์ต
12
Phanupong Phatt.
-เดนไดร์ต (dendrite) คอื ์เสนใยประสาททร่ี บั กระแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ตละ
เซล์ลจะมเี ดนไดร์ตแยกออกจากตวั เซล์ล 1์เสนใยหรือหลาย์เสนใยหรือบางชนิดอาจ์ไมมเี ดน
ไดร์ต
13
Phanupong Phatt.
-เดนไดร์ต (dendrite) คอื ์เสนใยประสาททร่ี บั กระแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ตละ
เซล์ลจะมเี ดนไดร์ตแยกออกจากตวั เซล์ล 1์เสนใยหรือหลาย์เสนใยหรือบางชนิดอาจ์ไมมเี ดน
ไดร์ต
14
Phanupong Phatt.
-เดนไดร์ต (dendrite) คอื ์เสนใยประสาททร่ี บั กระแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ตละ
เซล์ลจะมเี ดนไดร์ตแยกออกจากตวั เซล์ล 1์เสนใยหรือหลาย์เสนใยหรือบางชนิดอาจ์ไมมเี ดน
ไดร์ต
15
Phanupong Phatt.
-เดนไดร์ต (dendrite) คอื ์เสนใยประสาททร่ี บั กระแสประสาท โดยเซล์ลประสาทแ์ตละ
เซล์ลจะมเี ดนไดร์ตแยกออกจากตวั เซล์ล 1์เสนใยหรือหลาย์เสนใยหรือบางชนิดอาจ์ไมมเี ดน
ไดร์ต
16
Phanupong Phatt.
Phanupong Phatt.