The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่1 หลักการจัดทำระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanyanee01133, 2023-02-25 08:01:43

หน่วยที่1 หลักการจัดทำระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

หน่วยที่1 หลักการจัดทำระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

2 1. ความหมายของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce : ECommerce) คือ การทําธุรกรรมซื้อขาย หรือแลกเปลี่ยน สินค้า และบริการบนอินเทอร์เน็ต โดยใช้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เป็นสื่อในการนําเสนอสินค้าและบริการต่าง ๆ รวมถึงการ ติดต่อกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ทําให้ผู้เข้าใช้บริการจากทุก พื้นที่ทั่วโลกสามารถเข้าถึงร้านค้าได้ง่ายและ ตลอด 24 ชั่วโมง พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transaction) ที่ขอบเขต กว้างกว่า โดยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือธุรกรรม ทางออนไลน์ หมายถึง กิจกรรมใด ๆ ที่กระทําขึ้น ระหว่างหน่วยธุรกิจ บุคคลรัฐ ตลอดจนองค์กรเอกชนหรือองค์กรของรัฐใดๆเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ การค้า และการติดต่องาน ราชการ โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน เช่น การซื้อ-ขายสินค้าผ่านเครือข่าย อินเทอร์เน็ตการสมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์การตกลงทําสัญญาซื้อ-ขาย หรือสัญญาตกลงตามข้อบังคับต่าง ๆ บนเครือข่ายการโอนเงินด้วยระบบอัตโนมัติผ่านระบบเครือข่าย การสื่อสารรับ-ส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วย เครือข่ายการสื่อสาร และการสอบถาม ข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น ภาพที่ 1.1พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) ที่มา : https://foretoday.asia/articles/what-is-e-commerce/


3 2. ประเภทของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มี 4 ประเภท ดังนี้ 2.1 ธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business : B2B) หมายถึง ธุรกิจที่มุ่งเน้นการให้บริการแก่ผู้ประกอบการ ด้วยกัน เช่น ผู้ประกอบการในระดับเดียวกัน หรือต่างระดับกันก็ได้ หรือผู้ผลิตกับผู้ผลิต ผู้ผลิตกับผู้ส่งออก ผู้ผลิต กับผู้นําเข้า ผู้ผลิตกับผู้ค้าส่งและค้าปลีก เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้มีความสําคัญมาก ที่สุด ตัวอย่างเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง เช่น 2.1.1 ขายซอฟต์แวร์ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ เช่น บริษัทไมโครซอฟท์ ภาพที่ 1.2 microsoft ที่มา :https://www.microsoft.com/th-th 2.1.2 ขายอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์ทางด้านเครือข่ายอื่น ๆ เช่น บริษัทซิสโก เป็นบริษัท ที่ขายผ่านเว็บไซต์แบบธุรกิจต่อธุรกิจ ภาพที่ 1.3 cisco ที่มา : https://www.cisco.com/c/th_th/index.html


4 2.1.3 ขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น โลตัส ภาพที่1.4 โลตัส ที่มา : https://hello2day.com/new-lotus-s-rebranding/ 2.1.4 ขายสินค้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น บริษัท เทเลคอร์ป จำกัด ภาพที่ 1.5บริษัท เทเลคอร์ป จำกัด ที่มา : https://www.telecorp.co.th/ 2.1.5 ตลาดซื้อขายออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ B2B ภาพที่ 1.6 เว็บไซต์ B2B ที่มา : https://www.b2bthai.com/


5 2.2 ธุรกิจกับผู้บริโภค (Business to Consumer : B2C) หมายถึง ธุรกิจที่มุ่งเน้นการบริการกับลูกค้าหรือ ผู้บริโภค เช่น การค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Retailing) สามารถแบ่งระดับขอกิจกรรมของการค้าปลีก อิเล็กทรอนิกส์ออกเป็น 5 ระดับคือ การโฆษณาและแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Showcase) เพียง อย่างเดียว การสั่งซื้อสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Ordering) สามารถสั่งซื้อได้การชําระเงินทาง อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Payment) สามารถชําระเงินได้ การจัดส่งและบริการหลังการขายด้วยอินเทอร์เน็ต (Electronic Delivery and Service) สามารถจัดส่ง และ บริการหลังการขายได้ซึ่งการทําธุรกรรม และการ แลกเปลี่ยนทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transaction) สามารถแลกเปลี่ยนได้ ตัวอย่างเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง เช่น 2.2.1 บริการผู้ขายปลีกส่งผ่านเว็บไชต์โดยขายหนังสือไปทั่วโลก เช่น เว็บไชต์ amazon ภาพที่ 1.7 เว็บไชต์ amazon ที่มา : https://www.amazon.com/ 2.2.2 บริการจองตั๋วเครื่องบินของบริษัทการบินไทยผ่านเว็บไชต์ เช่น เว็บไซต์การบินไทย ภาพที่ 1.8 เว็บไซต์การบินไทย ที่มา : https://www.thaitravelcenter.com/


6 2.2.3 ขายเครื่องประดับ ภาพที่ 1.9 ขายเครื่องประดับ ที่มา : https://ameenadiamond.com 2.2.4 ขายอาหาร ภาพที่ 1.10 The Pizza Company ที่มา : https://1112.com/ 2.2.5 ขายหนังสือที่เน้นในประเทศหลัก ภาพที่ 1.11 เว็บไชต์ se-ed.com ที่มา : https://www.se-ed.com/


7 2.3 ธุรกิจกับรัฐบาล (Business to Government : B2G) หมายถึง ธุรกิจการบริหารการค้าของประเทศ เพื่อเน้น การบริหารการจัดการที่ดีของรัฐบาล ตัวอย่างเช่น การเผยแพร่ข้อมูลเพื่อการเปิดประมูลผ่านทางเครือข่าย เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ (Government Procurement) การจดทะเบียนการค้า การรายงานผลการ ประกอบการ ประจำปีการสืบค้นเครื่องหมายการค้า หรือสิทธิบัตรผ่านทางเครือข่าย เป็นต้น ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ เกี่ยวข้อง เช่น 2.3.1 การประกาศจัดจ้างของภาครัฐในเว็บไซต์ ภาพที่ 1.12 เว็บไซต์ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่มา : http://www.gprocurement.go.th/new_index.html 2.3.2 ระบบอีดีในพิธีการกรมศุลกากร ภาพที่ 1.13 เว็บไซต์กรมศุลกากร ที่มา : https://www.customs.go.th/


8 2.4 ผู้บริโภคกับผู้บริโภค (Consumer to Consumer : c2c) หมายถึง ธุรกิจระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคซึ่ง เป็นการค้ารายย่อย เช่น การขายของเก่าให้กับบุคคลอื่น ๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อ เช่น 2.4.1แหล่งที่ผู้ขายมาเสนอขายและผู้ซื้อแข่งขัน ผู้ซื้อและผู้ขายติดต่อกันผ่านอีเมล ภาพที่ 1.14 เว็บไซต์ ebay ที่มา : https://www.ebay.com/ 2.2.4 ประกาศขายสินค้าเกี่ยวกับอุปกรณ์ทางด้านคอมพิวเตอร์ มีการลงทะเบียนเป็นสมาชิก สามารถ จัดส่งสินค้าได้ ภาพที่ 1.15 เว็บไซต์ pantipmarket ที่มา : https://www.pantipmarket.com/


9 3. ข้อแตกต่างระหว่างอีคอมเมิร์ซกับเอ็มคอมเมิร์ซ อีคอมเมิร์ซ (Electronic Commerce : E-commerce) หรือการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การทําธุรกรรม ทางเศรษฐกิจผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อขายสินค้าและบริการ การโฆษณาสินค้า การโอนเงินทาง อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น จุดเด่นของอีคอมเมิร์ซ คือ ประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินธุรกิจ โดยลดความสําคัญองค์ประกอบของธุรกิจที่มองเห็นจับต้องได้ เช่น อาคารที่ทําการ ห้องจัดแสดงสินค้า (Show Room) คลังสินค้า พนักงานขายและพนักงานให้บริการต้อนรับลูกค้า เป็นต้น ส่งผลให้ ไม่เกิดอุปสรรคต่อข้อจํากัดทางภูมิศาสตร์ เช่น ระยะทางและเวลาทําการที่แตกต่างกันในการดําเนินธุรกิจ เอ็มคอมเมิร์ซ (Mobile Commerce : M-Commerce) คือ การทําธุรกิจซื้อขายออนไลน์ผ่านทางสมาร์ตโฟน หรือ เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึงการทํากิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเงิน มีความคล้ายคลึงกับคําว่า เป็นการซื้อขายผ่านออนไลน์โดยเอ็มคอมเมิร์ซช่วยผลักดันให้อีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้น จากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ง่าย ขึ้น อีคอมเมิร์ซแต่เอ็มคอมเมิร์ซทํากิจกรรมบนสมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์ไร้สายเท่านั้น แต่คุณสมบัติที่เหมือนกัน คือ เป็นการซื้อขายผ่านออนไลน์โดยเอ็มคอมเมิร์ซช่วยผลักดันให้อีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้น จากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ง่าย ขึ้น ในปัจจุบันธุรกิจเอ็มคอมเมิร์ซเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคนส่วนใหญ่ใช้งานสมาร์ตโฟนกันมากขึ้น และ แนวโน้มการเติบโตของเอ็มคอมเมิร์ซก็จะเพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซหลายรายก็มีการพัฒนารูปแบบ การขาย ให้รองรับกับสมาร์ตโฟนมากขึ้น เช่น พัฒนาเว็บไซต์ให้รองรับรูปแบบบนสมาร์ตโฟน หรือพัฒนาแอป พลิเคชันสําหรับการขาย เพื่อตอบโจทย์ให้กับผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผ่านทางสมาร์ตโฟนมากขึ้น 4. ประโยชน์ของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นช่องทางการค้าที่น่าสนใจมาก เพราะมีผู้ใช้งาน อินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้การค้าทางอินเทอร์เน็ตขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและการทําธุรกิจบน เว็บไซต์นั้นสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้หลายประการ ได้แก่ 4.1 ทําการค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และขายสินค้าได้ทั่วโลก ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจากทั่วโลกสามารถเข้ามาในเว็บไซต์ ของบริษัทได้ตลอดเวลา ผู้ขายสามารถนําเสนอสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยคําสั่งซื้ออาจเกิดขึ้น ตลอด 24 ชั่วโมงและมาจากพื้นที่แตกต่างกัน


10 4.2 ข้อมูลทันสมัยอยู่เสมอและประหยัดค่าใช้จ่าย พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีประโยชน์ที่สําคัญมากอีกประการหนึ่ง คือ สามารถเสนอข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดให้กับลูกค้าได้ทันที ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดพิมพ์เอกสาร และ ประหยัดเวลาในการประชาสัมพันธ์ 4.3 ทํางานแทนพนักงานขายและเพิ่มประสิทธิภาพการขาย พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถทํางานแทนพนักงาน ขายได้โดยทําการค้าในรูปแบบอัตโนมัติและดําเนินการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการ ดำเนินการทางธุรกิจภายในองค์กรนั้น ๆ 4.4 แทนหน้าร้านหรือบูธแสดงสินค้า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถแสดงสินค้าที่มีอยู่ให้กับลูกค้าทั่วโลกได้มอง เห็นสินค้า โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายตกแต่งหน้าร้าน หรือในการเดินทางออกไปในบูธแสดงสินค้าในที่ต่าง ๆ 4.5 เทคโนโลยีช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาช่วยในการทําให้ผลิตภัณฑ์ มี ความน่าสนใจยิ่งขึ้น เช่น การแสดงสินค้าโดยผู้ชมสามารถดูสินค้าได้ 180 องศา หรือลูกค้าสามารถอ่านหัวข้อของ หนังสือที่ต้องการซื้อก่อนได้ 4.6 ง่ายต่อการชําระเงิน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถชําระเงินได้อย่างสะดวกสบายโดยวิธีการตัดผ่าน บัตร เครดิตหรือการโอนเงินเข้าบัญชี ซึ่งจะเป็นระบบอัตโนมัติ 4.7 เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์บริษัทขนาดเล็กสามารถมีโอกาสทางธุรกิจเทียบเท่ากับบริษัท ขนาดใหญ่ ซึ่งขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง เช่น ชื่อ URL ของบริษัทควรจดจําได้ง่าย การออกแบบเว็บไซต์ ให้สวยงามและปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ การสั่งซื้อและการชําระเงินมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เป็นต้น 4.8 สร้างความประทับใจและพึงพอใจได้มากกว่า ปัจจุบันการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตทําได้อย่างง่ายดาย สินค้าและบริการมีให้เลือกจํานวนมากทําให้ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางและเสียเวลาไปกับการค้นหาสินค้าและ บริการที่ต้องการ ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วที่สุด เช่น ถ้าลูกค้าต้องการซื้อของตกแต่ง บ้าน จากเว็บไซต์ https://www.indexlivingmall.com ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าจากประเภทของสินค้า หรือ ค้นหาตาม รูปแบบที่ต้องการได้ ในกรณีที่ลูกค้าสั่งสินค้าและได้ให้รายละเอียดส่วนตัวไว้ ร้านค้าสามารถบันทึก รายละเอียดของ ลูกค้าไว้ในฐานข้อมูลเพื่อความสะดวกของลูกค้าในการสั่งซื้อสินค้าครั้งต่อไป (Member System) 4.9 รู้และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถให้บริการหลังการขายได้เช่นกัน โดยใช้ ประโยชน์จากอีเมลในการติดต่อลูกค้า การสร้างแบบสอบถามลูกค้าเพื่อสอบถามความพึงพอใจต่อสินค้าและ บริการทําให้ร้านค้าสามารถนําข้อมูลเหล่านี้มาแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นและ ทันท่วงที


11 5. ข้อจํากัดของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีข้อจํากัดดังนี้ 5.1 ความไม่ปลอดภัยของข้อมูล ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ขาดการตรวจสอบการใช้บัตรเครดิตบนอินเทอร์เน็ต ข้อมูลบนบัตรเครดิตอาจถูกดักฟังหรืออ่าน เพื่อเอาชื่อและหมายเลขบัตรเครดิตไปใช้โดยที่เจ้าของบัตรเครดิตไม่รู้ ได้ การส่งข้อมูลจึงต้องมีการพัฒนาวิธีการเข้ารหัสที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน เพื่อให้ข้อมูลของลูกค้าได้รับความ ปลอดภัยสูงสุด 5.2 ประเทศไทยยังไม่มีธนาคารพาณิชย์ที่ทําหน้าที่รับประกันความเสี่ยง สําหรับการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ใน ปัจจุบันการชําระเงินยังต้องผ่านธนาคารที่เป็นของต่างประเทศ 5.3 ปัญหาความยากจน ความด้อยโอกาส และขาดความรู้ทางเทคโนโลยี รวมทั้งขาดเครือข่ายการสื่อสาร เช่น ระบบเคเบิล ระบบโทรศัพท์ที่มีประสิทธิภาพ ทําให้ไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้ชนบทที่ห่างไกล ไม่สามารถเข้าถึงและใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้ 5.4 พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีประเด็นเชิงนโยบายที่ทําให้รัฐบาลต้องเข้ามากําหนดมาตรการ เพื่อให้ความคุ้มครอง กับผู้ซื้อและผู้ขาย ขณะเดียวกันมาตรการเรื่องระเบียบที่จะกําหนดขึ้นต้องไม่ขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยี 5.5 ผู้ซื้อไม่มั่นใจเรื่องการเก็บรักษาความลับทางธุรกิจ ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ไม่มั่นใจว่าจะมีผู้นําหมายเลขบัตร เครดิตไปใช้ประโยชน์ในทางที่มิชอบหรือไม่กฎหมายหรือไม่ 5.6 ผู้ขายไม่มั่นใจว่าลูกค้ามีตัวตนอยู่จริงหรือเป็นบุคคลเดียวกับที่แจ้งสั่งซื้อสินค้าหรือไม่ มีความสามารถในการ ชําระค่าสินค้าและบริการหรือไม่ และไม่มั่นใจว่าการทําสัญญาซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ตมีผลถูกต้องตาม กฎหมายหรือไม่


12 5.7 ด้านรัฐบาล ในกรณีที่ผู้ซื้อและผู้ขายอยู่คนละประเทศกันจะใช้กฎหมายของประเทศใดเป็นหลัก หากมีการ กระทําผิดกฎหมายในการกระทําการซื้อขายลักษณะนี้ ความยากลําบากในการติดตามการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต อาจทําให้รัฐบาลประสบปัญหาในการเรียกเก็บภาษีเงินได้และภาษีศุลกากร การที่พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทําให้เกิด การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในการดําเนินธุรกิจ พฤติกรรมของผู้บริโภค และการปฏิบัติงานของภาครัฐบาล ทําให้รัฐบาลเข้ามากําหนดมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ขายที่ใช้บริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งให้ ความสนใจ ในการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาปัจจัยที่จะเพิ่มความสะดวกทางด้านโทรคมนาคมสื่อสาร 5.8 ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถทําสําเนาหรือดัดแปลงหรือสร้างขึ้นใหม่ได้ง่ายกว่าเอกสารที่เป็นกระดาษ จึง ต้องจัดการระบบการรักษาความปลอดภัยในการอ้างสิทธิให้ดีพอ 5.9 พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับการจัดการทางธุรกิจที่ดีด้วย การ นําระบบนี้มาใช้จึงไม่ควรทําตามกระแสนิยม เพราะถ้าลงทุนไปแล้วไม่สามารถให้บริการที่ดีกับลูกค้าได้ย่อมเกิด ผลเสียต่อบริษัท 5.10 ปัญหาที่เกิดกับงานด้านกฎหมายและลายเซ็นประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่จะกํากับดูแลการทํา นิติกรรม การทําการซื้อขายผ่านทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 6. หลักการจัดทําเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดทําเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีหลักการที่สําคัญดังนี้ 6.1 เข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่าย ผู้ใช้งานเว็บไซต์จํานวนประมาณ 76% ต้องการเว็บไซต์ ที่ ใช้งานง่าย หาข้อมูลง่ายเลือกซื้อสินค้าง่าย โดยผลสํารวจพบว่า ผู้ใช้งานเว็บไซต์ต้องการความสวยงามเพียง 10% เท่านั้น เพราะ วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการออกแบบเว็บไซต์พาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ คือ การอํานวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้ งาน หากเว็บไซต์ มีความซับซ้อนมากเกินไป มีโอกาสสูงที่ลูกค้าจะ ออกจากเว็บไซต์ถ้าต้องการให้เว็บไซต์ใช้งานง่ายต้องวางโครงสร้างเว็บไซต์ ให้เป็นระเบียบ จัดหมวดหมู่สินค้าให้ ชัดเจน หลังจากทําเว็บไซต์ เสร็จแล้ว ให้ทดสอบเว็บไซต์ แบ่งให้คนในทีม หรือคนรอบข้างทดลองใช้งานเว็บไซต์ และนําข้อเสนอแนะที่ได้มาปรับใช้ เพื่อให้ได้เว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานง่ายที่สุด ภาพที่ 1.16 ที่มา: https://bit.ly/33p7ffq


13 6.2 ใช้งานได้กับอุปกรณ์หลายรูปแบบ 50% ของการชําระเงินออนไลน์มาจากการซื้อสินค้า ออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ หากต้องการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้ เว็บไซต์ ต้องเป็นแบบโต้ตอบ (Responsive Website) ที่ รองรับการใช้งาน บนโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อื่น ๆ ด้วย ข้อดีของการใช้เว็บไซต์แบบโต้ตอบ นอกจากจะอํานวย ความ สะดวกให้กับลูกค้าแล้ว เว็บไซต์ที่รองรับโทรศัพท์มือถือ ยังส่งผล ดีต่อการจัดอันดับบน Google ด้วย 6.3 ภาพประกอบเว็บไซต์ต้องคมชัด ภาพสินค้าที่ต้องมีความคมชัดและมีความน่าสนใจ ดึงดูดความต้องการของลูกค้า เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการ เห็นภาพสินค้า หลากหลายมุม และสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง กัน รวมถึงการย่อหรือ ขยายจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันด้วย ถึงแม้ว่าต้องการภาพสินค้าที่คมชัด มีความละเอียด คุณภาพสูง (Hight Quality) แต่ควรเลือกใช้ไฟล์นามสกุลที่มี ขนาดเล็ก เพื่อให้การดาวน์โหลดภาพบนเว็บไซต์เป็นไปอย่าง รวดเร็วขึ้น 6.4 ข้อเสนอที่น่าสนใจ การจัดทําข้อเสนอหรือกิจกรรมทางการตลาดที่ น่าสนใจเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการ หาก เว็บไซต์มีฟังก์ชันที่สามารถจัดการ ลด แลก แจก แถมเหล่านี้ ได้จะช่วยให้เว็บไซต์สร้างยอดขายได้ง่ายขึ้น ภาพที่ 1.18 ความคมชัดของภาพ ที่มา : https://bit.ly/3nhcODM ภาพที่ 1.19 เว็บไซต์ Advice ที่มา : https://www.google.co.th ภาพที่ 1.17 ที่มา: https://bit.ly/3qfpvfk


14 6.5 ระบบสั่งซื้อ/ตะกร้าสินค้า ฟีเจอร์ที่เว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะต้องมีคือระบบ ตะกร้าสินค้าหรือระบบสั่งซื้อเป็นสิ่งที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อ สินค้าบนเว็บไซต์ได้ตลอด24ชั่วโมงนอกจากนี้ระบบตะกร้าสินค้า ที่ดีจะต้องสามารถคํานวนราคาสินค้าได้อย่างแม่นยังแจกแจง รายละเอียดสินค้า เช่น จํานวน ราคา ส่วนลด ค่าขนส่งได้อย่าง ถูกต้อง และนําลูกค้าไปที่หน้าชําระเงินได้ครบในครั้งเดียว 6.6 การค้นหาข้อมูล ฟีเจอร์ Search หรือ Filter ถือเป็นองค์ประกอบที่ สําคัญอย่างหนึ่งสําหรับเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพราะ ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเว็บไซต์มีสินค้าอะไรบ้าง ฟีเจอร์นี้จะช่วย ให้ลูกค้าตามหาสินค้าที่ต้องการในเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น 6.7 สินค้าที่เกี่ยวข้อง การแนะนําสินค้าที่มีความเกี่ยวข้อง หรือใกล้เคียงเป็น การเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้า ในเว็บไซต์ หาก ลูกค้าไม่พบสินค้าที่ต้องการหรือสินค้านั้นหมดสต็อก ระบบจะ แนะนําสินค้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่จะช่วยให้มี โอกาสสร้างยอดขายได้ ภาพที่ 1.20 เว็บไซต์ระบบตะกร้าและ ชําระสินค้าของ Shopee.co.th ที่มา : https://bit.ly/3vFQSFJ ภาพที่ 1.21 เว็บไซต์ Lazada.co.th ที่มา : https://www.lazada.co.th/ ภาพที่ 1.22 เว็บไซต์ร้านเจ้เล้ง ที่มา : https://bit.ly/3E7tmng


15 6.8 การบอกต่อ การบอกต่อ (Social Proof) หรือการใช้บุคคลมาบอกต่อกับลูกค้า ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ เป็นอีกหนึ่ง เทคนิค ที่ช่วยโน้มน้าวลูกค้าให้กล้าตัดสินใจซื้อโดยการรีวิวสินค้า ทั้งนี้ มีผู้ซื้อสินค้าออนไลน์กว่า 95% ที่อ่านรีวิว สินค้า และมี 57% เลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่มีรีวิว 4 ดาวขึ้นไปโดยการบอกต่อที่ถูกนํามาใช้กับการตลาดมี 5 ประเภท คือ 6.8.1 การให้ผู้เชี่ยวชาญมายืนยัน 6.8.2 การใช้ผู้ที่มีชื่อเสียงมาบอกเล่าสินค้า 6.8.3 การให้ผู้ใช้งานจริงมาบอกต่อ 6.8.4 การบอกปากต่อปากจากคนใกล้ชิด 6.8.5 การใช้สิ่งที่คนกําลังให้ความสนใจในขณะนั้น นําเสนอ สําหรับประเภทนี้จะเห็นได้จากโพสต์ที่มียอดแชร์จํานวนมาก 6.9 ช่องทางการรับชําระเงิน การให้ความสะดวกกับลูกค้าเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด เพราะฉะนั้น เว็บไซต์ต้องมีช่องทางการชําระเงินที่หลากหลาย ให้ ลูกค้าเลือก เช่น การชําระเงินผ่านการโอนเงินผ่านธนาคาร การใช้ บัตรบัตรเดบิต และบัตรเครดิต ภาพที่ 1.23 การให้คะแนนรีวิวสินค้า ที่มา : https://bit.ly/340DhSO ภาพที่ 1.24 ช่องทางการชําระเงิน ที่มา : https://www.kapes.biz/


16 6.10 ข้อมูลการจัดส่งสินค้า เว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ดีจะต้องบอกรายละเอียดของ การจัดส่งสินค้าว่า ผู้ให้บริการขนส่งเป็นขนส่งประเภทใด มีกี่ตัวเลือก ใช้เวลานานเท่าไร คิดค่าขนส่งอย่างไร นอกจากนี้ มีสถิติพบว่าลูกค้าจะ ตัดสินใจซื้อมากขึ้น 30% เมื่อร้านค้านั้นบริการจัดส่งฟรี 6.11 การติดต่อ สิ่งที่ช่วยให้เว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด คือ การมีช่องทางการติดต่อกลับ หรือ ติดต่อเรา (Contact Us) ที่บอกรายละเอียดที่อยู่ และช่องทางการติดต่อไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าไว้วางใจ ว่าสามารถ ติดต่อหาร้านค้าได้หากเกิดปัญหาขึ้น นอกจากนี้ หากธุรกิจมีหน้าร้าน หรือมีหลายสาขา การเชื่อมต่อกับ Google Map ช่วยให้ลูกค้าสามารถ ไปร้านค้าได้อย่างถูกต้อง ภาพที่ 1.26 ช่องทางการติดต่อ ที่มา : https://www.phichitpolice-coop.com ภาพที่ 1.25 ข้อมูลการจัดส่งสินค้า ที่มา : https://angthongfiber.com/


17 6.12 นโยบายการคืนสินค้า บางครั้งลูกค้าอาจไม่พอใจกับสินค้าที่ได้รับ ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ เช่น สินค้ามีข้อบกพร่อง เกิดการชํารุด หรือสินค้าไม่ตรงตามที่สั่ง ลูกค้าอาจจะต้องการขอเปลี่ยนหรือขอเงินคืน เว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จึงควรทํานโยบายการคืนสินค้าเป็นลายลักษณ์อักษรหรือมีภาพประกอบ ให้ชัดเจน นโยบายยังเป็นอีกคุณสมบัติที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า ภาพที่ 1.27 นโยบายการคืนสินค้า ที่มา : https://www.studio7thailand.com/


18 เกร็ดความรู้ ประเภทของสินค้าที่ขายผ่านระบบออนไลน์ ได้แก่ 1. สินค้าที่จับต้องได้ (Physical Goods) เป็นประเภทสินค้าที่ทุกคนนึกถึงมากที่สุด เมื่อพูดถึงการขาย สินค้าออนไลน์ แบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คนส่วนมากนึกถึงการขายสินค้าที่จับต้องได้ทั่วไป ซึ่งรวมถึงสินค้าทุก อย่างตั้งแต่คลิปหนีบกระดาษ ชิ้นเล็ก ๆ ไปจนถึงรถยนต์หลายแสนบาท ส่วนมากแล้วการขายสินค้าประเภทนี้ต้อง มีการคํานึงถึงการขนส่งสินค้าด้วย 2. บริการ (Services) บริการเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สามารถขายได้ผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น การนัด ร้านทําเล็บ การขายห้องในโรงแรม การจองคิวหมอฟัน ซึ่งส่วนมากธุรกิจพวกนี้จะใช้ช่องทางออนไลน์ในการให้ ข้อมูลลูกค้า การรับจองบริการ การให้คําปรึกษา และชําระเงิน 3. สินค้าดิจิทัล (Digital Products) สินค้าดิจิทัลเป็นประเภทสินค้าที่มีความนิยมมากขึ้นในไม่กี่ปีมานี้ รวมถึงโปรแกรม รูปภาพ หนังสือ ไฟล์เสียง วิดีโอต่าง ๆ เป็นต้น กิจกรรมเสนอแนะ 1. ให้ผู้เรียนค้นหาเว็บไซต์ที่ดําเนินการเกี่ยวกับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้เรียนสนใจ คนละ 1 เว็บไซต์แล้ว นำเสนอหน้าชั้นเรียน 2. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน ค้นหาระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยเลือกเว็บไซต์ ดังต่อไปนี้ กลุ่มละ 1 เว็บไซต์ แล้วนําเสนอหน้าชั้นเรียน 2.1 www.shopee.com 2.2 www.lazada.co.th 2.3 www.Inmshop.com 2.4 www.tarad.com 2.5 www.kaidee.com .


19 สรุปประเด็นสําคัญ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce : E-Commerce) คือ การทําธุรกรรมซื้อขาย หรือ แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการบนอินเทอร์เน็ต โดยใช้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเป็นสื่อในการนําาเสนอสินค้าและ บริการต่าง ๆ รวมถึงการติดต่อกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ชาย ทําให้ผู้เข้าใช้บริการจากทุกพื้นที่ทั่วโลกสามารถเข้าถึง ร้านค้าได้ง่ายและตลอด 24 ชั่วโมง พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มี 4 ประเภท ดังนี้ 1. ธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business : B2B) 2. ธุรกิจกับผู้บริโภค (Business to Consumer : B2C) 3. ธุรกิจกับรัฐบาล (Business to Government : B2G) 4. ผู้บริโภคกับผู้บริโภค (Consumer to Consumer : C2C) เอ็มคอมเมิร์ซ (Mobile Commerce : M-Commerce) คือ การทําธุรกิจซื้อขายออนไลน์ผ่านทางสมาร์ต โฟน หรือเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึงการทํากิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเงิน มีความคล้ายคลึง กับ คําว่าอีคอมเมิร์ซ แต่เอ็มคอมเมิร์ซทํากิจกรรมบนสมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์ไร้สายเท่านั้น แต่คุณสมบัติที่ เหมือนกัน คือ เป็นการซื้อขายผ่านออนไลน์ โดยเอ็มคอมเมิร์ซช่วยผลักดันให้อีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้น จากการเข้าถึง อินเทอร์เน็ตที่ง่ายขึ้น การจัดทําเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีหลักการที่สําคัญดังนี้ 1.เข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่าย 2. ใช้งานได้กับอุปกรณ์หลายรูปแบบ 3. ภาพประกอบเว็บไซต์ต้องคมชัด 4. ข้อเสนอที่น่าสนใจ 5. ระบบสั่งซื้อ/ตะกร้าสินค้า 6. การค้นหาข้อมูล 7. สินค้าที่เกี่ยวข้อง 8. การบอกต่อ 9. ช่องทางการรับชําระเงิน 10. ข้อมูลการจัดส่งสินค้า 11. การติดต่อ 12. นโยบายการคืนสินค้า


20 Web Guide https://bit.ly/3nYTUAZ http://csmju.jowave.com/cs100_v2/lesson9-4.html https://www.baanjomyut.com/library_3/extension-1/e_commerce/01.html QR-Code หน่วยที่ 1 หลักการจัดทําระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์


21 ใบงานที่ 1 ใบงานที่ 1.1 เรื่อง แอปพลิเคชั่นการซื้อขายสินค้าออนไลน์ คําชี้แจง ให้ผู้เรียนติดตั้งแอปพลิเคชั่นการซื้อขายสินค้าออนไลน์ จํานวน 1 แอปพลิเคชั่น แล้วนําเสนอหน้าชั้นเรียนพร้อม ทั้งอธิบายรูปแบบของการซื้อขายสินค้า ใบงานที่ 1.2 เรื่อง แอปพลิเคชั่นร้านสะดวกซื้อ คําชี้แจง ให้ผู้เรียนติดตั้งแอปพลิเคชั่นของร้านสะดวกซื้อร้านใดร้านหนึ่ง จํานวน 1 ร้าน แล้วนําเสนอหน้าชั้นเรียนพร้อมทั้ง อธิบายวิธีการจัดซื้อสินค้า การประเมินผล การประเมินและรายการประเมิน 5 = ดีเยี่ยม 4 =ดีมาก 3 = ดี 2 =พอใช้ 1 = ไม่ผ่าน ลำดับ รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน 5 4 3 2 1 1 พฤติกรรมการทํางาน 2 การตรงต่อเวลา 3 ความคิดสร้างสรรค์ 4 ความถูกต้องและน่าสนใจ 5 เทคนิคการนําเสนอ/ตอบข้อซักถาม รวม ข้อเสนอแนะ


22 ONLINE TEST แบบทดสอบหลังเรียน ตอนที่ 1 จงทําเครื่องหมายกากบาท (X) ลงหน้าข้อที่ถูกต้องที่สุด 1.โลตัสเป็นการทําพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบใด ก. ขายซอฟต์แวร์ ข. ขายอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ค ขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ง. ขายสินค้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จ. ตลาดซื้อขายออนไลน์ 2. เว็บไซต์ B2B เป็นพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบใด ก. ขายซอฟต์แวร์ ข. ขายอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ค. ขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ง. ขายสินค้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จ. ตลาดซื้อขายออนไลน์ 3. Electronic Showcase เป็นกิจกรรมตามข้อใด ก. การจัดแสดงสินค้า ข. การสั่งซื้อสินค้า ค. การชําระเงิน ง. การจัดส่งสินค้า จ. การบริการ


23 4. เว็บไซต์ใดเป็นการทําธุรกิจขายสินค้ามือสอง ก. www.thaisecondhand.com ข. www.se-ed.co.th ค. www.customs.go.th ง. www.ebay.com จ. www.pantipmarket.com 5. การทําธุรกิจซื้อขายออนไลน์โดยใช้โทรศัพท์มือถือเรียกว่าอะไร ก. A-Commerce ข. E-Commerce ค. N-Commerce ง. M-Commerce จ. L-Commerce 6. การออกแบบเว็บไซต์ควรคํานึงถึงข้อใดมากที่สุด ก. ใช้งานง่าย ข. สวยงาม ค. ตื่นเต้น ง. แปลก จ. มีภาพ 3 มิติ 7. Responsive Website เป็นเว็บไซต์แบบใด ก. เน้นข้อมูล ข. แบบโต้ตอบ


24 ค. ใช้รูปภาพประกอบ ง. มีปุ่มเครื่องมือ จ. มีเมนู 8. Search คือส่วนใดที่ควรมีในเว็บไซต์ ก. ปุ่มเครื่องมือ ข. ค้นหา ค.การเชื่อมโยง ง. พื้นหลัง จ. แบนเนอร์ 9. ข้อใด ไม่อยู่ ในประเภทของการบอกต่อ ก. การให้ผู้เชี่ยวชาญมายืนยัน ข. การใช้ผู้ที่มีชื่อเสียงมาบอกเล่าสินค้า ค. การให้ผู้ใช้งานจริงมาบอกต่อ ง.การขายสินค้าราคาถูก จ. การบอกปากต่อปากจากคนใกล้ชิด 10. ข้อใดหมายถึงช่องทางการติดต่อ ก.Contact ข. Gallery ค. Home ง. Service จ. Help


25 ตอนที่ 2 จงเติมคำหรือข้อความลงในช่องว่างต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ..................................................................................................................................................... ............................... 2. ธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business : B2B) คือ…………………………………………………………………………… .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... 3. ธุรกิจกับผู้บริโภค (Business to Consumer : B2C) คือ…………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ธุรกิจกับรัฐบาล (Business to Government : B2G) คือ........................................................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. ผู้บริโภคกับผู้บริโภค (Consumer to Consumer : C2C) คือ..................................................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


26 6. เอ็มคอมเมิร์ซ (Mobile Commerce : M-Commerce) คือ...................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ................................................................................................................................................. ................................... .................................................................................................................................................................................... 7. ประโยชน์ของระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีดังนี้......................................................................................... ................................................................................................................................................................ ................. ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... 8. ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีข้อจํากัดดังนี้................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 9. การจัดทําเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีหลักการที่สําคัญดังนี้………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10. การบอกต่อ (Social Proof) ที่ถูกนํามาใช้กับการตลาด มี...........ประเภทคือ………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


27 ตอนที่ 3 จงจับคู่ข้อความต่อไปนี้ให้สัมพันธ์กัน 1. ............Business A. จัดแสดงสินค้า 2. ..………. Consumer. B. จัดซื้อจัดจ้าง 3. ………….Showcase C. ระบบสั่งชื้อ 4. .............Government D. คุณภาพ 5. ..............Procurement E. ธุรกิจ 6. ..............Member F. สวยงาม 7. …………..Beautiful G. การบอกต่อ 8. …………..Responsive H. สมาชิก 9. …………..Quality I. ผู้บริโภค 10. ..............Social Proof J. การค้นหาข้อมูล K. โต้ตอบ L. รัฐบาล ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


Click to View FlipBook Version