เอกสารสรปุ ถอดบทเรียน
โครงการหมู่บ้านตน้ แบบการจดั การสารสนเทศ
เพ่อื การพฒั นาคณุ ภาพชีวิต ระดบั อาเภอ ปี๒๕๖๑
บา้ นขอนขวา้ ง
หมู่ที่ ๑๐ ตาบลดงขีเ้ หล็ก
อาเภอเมอื งปราจนี บรุ ี จังหวัดปราจีนบุรี
คานา
เอกสารถอดบทเรียน โครงการหมู่บ้านต้นแบบการจัดการสารสนเทศเพือ่ การพัฒนา
คุณภาพชีวติ ระดบั อาเภอ บ้านขอนขว้าง หมทู่ ี่ ๑๐ ตาบลดงข้ีเหลก็ อาเภอเมืองปราจีนบรุ ี จงั หวัด
ปราจนี บุรี กรมการพฒั นาชุมชน ได้ดาเนินงานโครงการหมบู่ ้านต้นแบบการจัดการสารสนเทศเพื่อการ
พฒั นาคณุ ภาพชีวติ ระดับอาเภอ เพื่อส่งเสริมหห้ประชาชน นาข้อมูลสารเทศมาหช้หนการดารงชีวติ และ
เปน็ เป้าหมายของการพัฒนาหมบู่ ้าน โดยจัดกระบวนการเพื่อหห้ประชาชนหนหมู่บ้าน ได้หชค้ วามรู้ ความ
เข้าหจ และประสบการณ์ และนาข้อมลู สารสนเทศต่างๆ หห้สามารถเชื่อมโยงกันแล้วสามารถนาไปหช้หน
การพฒั นาหมบู่ ้าน เพื่อหห้เป็นหมบู่ ้านต้นแบบการจัดการสารสนเทศเพือ่ การพัฒนาคุณภาพชีวติ ที่มี
ความพรอ้ มหนการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณก์ ารดาเนนิ กิจกรรมตา่ งๆ และเพือ่ เปน็ การเผยแพร่
ประชาสมั พันธ์ และการส่งเสริมการนาข้อมลู ต่างๆ ไปสู่การพัฒนาหมบู่ ้าน เปน็ แบบอย่างการพัฒนาแก่
หมบู่ ้าน/ชุมชนอนื่ หรอื หนว่ ยงานทีเ่ กีย่ วข้อง และหห้หมู่บ้านการจดั การสารสนเทศต้นแบบสามารถขยาย
ผลการดาเนินงานไปยงั หมู่บ้านข้างเคียง สร้างพลงั หนการบริหารจัดการหนลักษณะของเครือข่ายระหว่าง
หมบู่ ้าน โดยอาศัยทนุ ทางสังคมทีแ่ ตกต่างกนั หนแต่ละชุมชนแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งจะเปน็ ผลหนการเผยแพร่
ข้อมลู สารสนเทศหห้เป็นวิถีชีวติ ของหมบู่ ้านหนทุกพืน้ ที่ได้อย่างรวดเรว็
การจดั ทาเอกสารถอดบทเรียนและรายงานผลการพฒั นาหมบู่ ้าน ได้รวบรวมผลการ
ดาเนนิ งาน กิจกรรม/โครงการ ภาพถ่ายกิจกรรม ผจู้ ัดทาขอบขอบคุณ กรรมการหมบู่ ้านและชาวบ้าน
ขอนขว้าง ทกุ ๆ ท่าน ที่หห้ความช่วยเหลือหนเรือ่ งข้อมลู ภาพถ่ายกิจกรรมของหมู่บ้าน และหวงั ว่า
รายงานฉบบั นี้ จะหห้ความรแู้ ละเปน็ ประโยชน์แก่เจ้าหนา้ ทีพ่ ฒั นาชุมชน แกนนาหมบู่ ้านการจดั การ
สารสนเทศตน้ แบบและผสู้ นหจ ทกุ ๆ ท่าน
หม่บู ้านขอนขว้าง หมู่ท่ี ๑๐
ตาบลดงข้เี หลก็ อาเภอเมอื งปราจนี บรุ ี จังหวัดปราจนี บุรี
ข้อมลู พื้นฐานของหมูบ่ ้าน
ข้อมูลท่ัวไปของหมบู่ า้ น
ประวัตคิ วามเป็นมาของหมู่บ้าน
หมู่บ้านขอนขวา้ ง ตงั้ เมือปี 2440 ประชากรสว่ นใหญ่อพยพมาจากเมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว
ใช้ภาษาอสี านส่วนใหญ่ เปน็ ภาษาพูด เดิมชอื่ “บ้านขอนข้าม” เนอ่ื งจากในหมบู่ ้านมขี อนไมข้ วางคลองอยู่
ระเกะระกะ ชาวบ้านจึงใชข้ อนไมไ้ วส้ าหรับเดินขา้ มคลอง ต่อมาภาษาได้เพ้ียนไปเปน็ “ขอนขวา้ ง” จนถึง
ปจั จุบันน้ี
ลกั ษณะภมู ิประเทศ
พ้ืนทต่ี งั้ อย่ทู ิศเหนือของอาเภอเมืองปราจนี บรุ ี ระยะทางหา่ ง 16 กิโลเมตร สภาพเปน็ ท่ีราบเชงิ เขา
ลักษณะที่ต้ังอาณาเขต
ทิศเหนอื ติดต่อกับหมู่ท่ี 12 บ้านหว้ ยเกษียรใหญ่ ตาบลดงขี้เหลก็
ทศิ ใตต้ ิดตอ่ กับหมทู่ ่ี 6 บา้ นดงบัง ตาบลดงข้เี หล็ก
ทิศตะวนั ออกตดิ ต่อกบั หมทู่ ่ี 13 บ้านเนินผาสุข ตาบลดงขี้เหล็ก
ทศิ ตะวนั ตกติดต่อกบั หมูท่ ่ี 11 บา้ นหนองปดื๊ ตาบลดงขเ้ี หลก็
พ้ืนท่ี มีพนื้ ท่ีท้ังหมด 2,275 ไร่
ประชากรของหมู่บา้ นท่ีอาศัยอยู่จริง ตามขอ้ มูล ( จปฐ. )
ข้อมูลจากทะเบยี นราษฏร์ จานวนทั้งสนิ้ 1,627 คน เปน็ ชาย 762 คน เป็นหญงิ 865 คน
ขอ้ มลู ที่มีคนอาศัยอยจู่ ริง (จปฐ) จานวนครัวเรอื น 302 ครวั เรือน จานวนท้งั สิ้น 758 คน เปน็ ชาย 360
คน เปน็ หญงิ 398 คน
ลกั ษณะการประกอบอาชพี
อาชพี หลัก ทาสวนผลไม้ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ รับจา้ ง ค้าขาย
อาชพี เสริม เล้ียงสตั ว์ ปลกู ผักสวนครวั
สภาพทางเศรษฐกิจและสังคม
- รายไดเ้ ฉล่ยี ของประชากร 99,991.64 บาท/ปี
- ครัวเรือนมกี ารออมเงนิ
- ประชาชนมีไฟฟา้
- มเี สน้ ทางคมนาคม ถนนลาดยาง
- สภาพบ้านเรือนมคี วามมัน่ คงถาวร
- มีการจดั บ้านเรือนถกู สุขลักษณะ
- ครอบครวั มี ความอบอุ่น
- ประชาชนส่วนใหญ่มสี ขุ ภาพดี คนอายุ 35 ปี ขนึ้ ไป ไดร้ ับการตรวจสุขภาพ 100 %
- เดก็ และเยาวชนได้รบั การศึกษาภาคบังคบั ทุกคน
- ประชาชนท่ีมีอายุ 15- 60 ปี อา่ นออกเขยี นได้ทุกคน
- ชาวบ้านส่วนใหญไ่ ม่ติดสรุ าและไมส่ บู บุหร่ี
- ผสู้ งู อายุและคนพิการได้รบั การดูแลเป็นอย่างดี
- ครวั เรือนในหมู่บ้านสว่ นใหญ่เปน็ สมาชิกกลุ่มทจ่ี ดั ต้งั ขึน้ ในหม่บู ้าน
- มสี ่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเพ่ือประโยชน์ของชมุ ชน
ผลติ ภัณฑ์ของชุมชน
1. ไม้ดอกไมป้ ระดบั
2. พืชผกั / ผลไม้
3. ผลติ ภณั ฑบ์ า้ นรักษ์พอเพียง
ผลติ ภัณฑท์ ี่น่าสนใจของหมู่บ้าน
1. ไม้ดอก ไมป้ ระดบั
2. พืชผกั /ผลไม้
ศิลปะ วัฒนธรรม/ ภูมิปญั ญาของหมบู่ ้าน
1. มีการทาบุญตกั บาตร วนั ขึน้ ปีใหม่
2. วนั สงกรานต์ มีการรดนา้ ผ้สู งู อายุ
3. ประเพณลี อยกระทง กลางเดอื นวันเพ็ญเดือน 12
4. ทาบุญเขา้ พรรษา ตักบาตรเทโว
5. ทาบุญกลางบ้าน
6. กิจกรรมลงแขก
สถานที่ท่องเที่ยว/สถานท่ีบริการ ในหมู่บา้ น
1. โรงเรยี นชุมชนบา้ นขอนขว้าง
2. โรงเรียนไทยรัฐวทิ ยา 7
3. วดั รตั นรงั ษี
4. สานกั สงฆเ์ ขาชีปดิ
5. รพ.สต.ดงขเี้ หล็ก
6. สถาบันการเงนิ
7. โรงเรยี นกล่มุ ออมทรพั ย์เพ่ือการผลติ บา้ นขอนขว้าง
7. ศูนยเ์ รียนรู้ บา้ นรกั ษ์พอเพียง
8. พพิ ธิ ภัณฑ์ธรรมชาติจัดการนา้ ชุมชน
การคมนาคม
มถี นนลาดยางคือ ถนนสุวรรณศร เชื่อมต่อระหวา่ งอาเภอเมืองปราจนี บรุ ี กับอาเภอประจนั ตคามผา่ น
หมู่บา้ น ระยะทางหา่ งจากอาเภอ ประมาณ 17 กิโลเมตร
ประเพณ/ี เทศกาลประจาปี
1. มีการทาบญุ ตกั บาตร วันขนึ้ ปีใหม่
2. งานวนั สงกรานต์ มกี ารรดนา้ ผสู้ งู อายุ
3. ประเพณลี อยกระทง
4. ทาบุญเข้าพรรษา ตักบาตรเทโว
5. ทาบญุ กลางหมู่บา้ น
แหล่งนา้
1. มีคลองเกษยี ร คลองยาง คลองกระท้อน
2. นา้ ประปาหมู่บ้าน
3. น้าบาดาล
4. สระเก็บนา้ เขาชปี ิด สระเกบ็ นา้ คลองยาง
5. บอ่ น้าตืน้
การบรหิ ารการปกครอง
ดา้ นการปกครอง
หมทู่ ่ี ๑๐ บา้ นขอนขวา้ ง ตาบลดงข้ีเหล็ก อาเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวดั ปราจีนบุรี โดยมี
นายอรรถรส จนั ทรช์ ยั เป็นกานัน มผี ชู้ ว่ ยผู้ใหญบ่ ้าน 3 คน คือ
1. นายประหยดั มีแก้ว ผ้ชู ว่ ยฝ่ายปกครอง
2. นายขจรศักดิ์ มีธรรม ผ้ชู ่วยฝา่ ยปกครอง
3. นายหยาด จนั ทร์ไชย ผชู้ ว่ ยฝา่ ยรักษาความสงบ
ด้านการบรหิ าร
หมู่ท่ี ๑๐ บ้านขอนขว้าง ตาบลดงข้ีเหลก็ อาเภอเมืองปราจีนบรุ ี จังหวัดปราจนี บุรี มสี มาชกิ
องค์การบรหิ ารจานวน 2 คน
1. นายประยูร จนั ทร์ไชย
2. นายสามารถ องั กาบ
คณะกรรมการหมบู่ ้าน 26 คน
๑. นายอรรถรส จนั ทรช์ ัย ประธาน
2. นายบญุ ศรี จันทรช์ ัย รองประธาน
๓. นายบรรจง พรมวเิ ศษ รองประธาน
4. นางประหยดั มแี ก้ว เลขานกุ าร
5. ร.ต.ท.สมพงษ์ พิมพาภรณ์ เหรญั ญิก
6. นางนงคราญ พรมวเิ ศษ ผู้ชว่ ยเลขานุการ
7. ร.ต.ท.ธนกฤต วัฒนวงศ์ ผชู้ ่วยเลขานุการ
8. นายประยรู จันทร์ไชย กรรมการ
9. นายสามารถ อังกาบ กรรมการ
๑๐. นายขจรศกั ด์ิ มีธรรม กรรมการ
๑๑. นายหยาด จันทร์ไชย กรรมการ
๑๒. นางวาสนา พรมวเิ ศษ กรรมการ
๑๓. นางบงั อร ทาประเสรฐิ กรรมการ
๑๔. นายประสทิ ธิ์ ลบั แล กรรมการ
๑๕. ด.ต.ประสาร กลอ่ มกลอย กรรมการ
๑๖. นางวไิ ล โสตะวงษ์ กรรมการ
๑๗. นายชัยบญั ชา มีแกว้ กรรมการ
๑๘. นายบุญเกิด บุญรอด กรรมการ
๑๙. นายสมศักด์ิ รัศมี กรรมการ
๒๐. นางมจั ฉา สภุ ารตั น์ กรรมการ
๒๑. นางพศิ มัย รอดบุญ กรรมการ
๒๒. นายสมชัย นิยมสุข กรรมการ
๒๓. นายสุจินดา สมั ฤทธิ์ศภุ ผล กรรมการ
๒๔. นางมะลิ สังออนดี กรรมการ
๒๕. นางสุทธาดา แกว้ วลิ ยั กรรมการ
๒๖. นางเบญจรชั ต์ พมิ พสิ าร กรรมการ
แหล่งน้าของชมุ ชน
ในหมู่ที่ 10บ้านขอนขวาง ตาบลดงขีเ้ หลก็ อาเภอเมืองปราจนี บุรี จังหวัดปราจีนบุรี มแี หล่งเพ่ือ
อุปโภคบริโภคและการเกษตร
- การประปาจานวน 6 จดุ
- หนองนา้ เพื่อการเกษตร 3 จดุ
ศาสนาวัฒนธรรมและประเพณี
ราษฎรในพืน้ ท่ีหมู่ที่ 10 บ้านขอนขวา้ ง ตาบลดงข้เี หล็ก อาเภอเมืองปราจนี บรุ ี จงั หวัดปราจีนบุรี
นับถอื ศาสนาพุทธร้อยละ 100 การสืบสานประเพณยี งั มีการสืบทอดประเพณวี ฒั นธรรมแบบดง้ั เดิม เช่น
การทาบุญ งานบวช ประเพณสี งกรานต์ ร่วมกนั ก่อพระทราย การจดั ทาบุญกลางหมู่บา้ น ความเปน็ อยู่
แบบพ่งึ พาซง่ึ กันและกนั
ขอ้ มูลกลุ่ม / องคก์ ร
1. กลุม่ ออมทรัพยเ์ พอื่ การผลิต
2. กองทนุ หมบู่ ้าน
3. กองทุนประปาหมูบ่ า้ น
4. กองทุนฌาปนกจิ หมบู่ า้ น
5. กองทนุ สวัสดิการชุมชน
6. สภาองคก์ รชมุ ชน
7. ชมรมอนรุ ักษ์ธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม
8. กลมุ่ เยาวชนพิทักษ์รักเขาชีปดิ
9. ชมรมผูใ้ ช้นา้
10. ชมรมนกั กีฬา
11. ชมรมสายใยรักแหง่ ครอบครัว
12. กลุม่ สตรี
13. กลมุ่ อสม.
14. โรงเรียนกล่มุ ออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านขอนขว้าง
แหล่งทุนในชมุ ชน
1. กล่มุ ออมทรัพย์เพื่อการผลติ
- เงนิ สจั จะสะสมทั้งหมด 102,888,449 บาท
- จานวนสมาชิก 2,960 คน จัดตง้ั เมอื่ ปีพ.ศ 2524
2. กองทนุ หม่บู า้ น
- เงินทนุ ท้งั หมด 2,400,000 บาท
- จานวนสมาชกิ 217 คน จัดตงั้ เมอ่ื ปี 2544
3. กองทุนสวสั ดกิ ารชมุ ชน จัดตัง้ เมือ่ ปี 2549
4. กองทุนผูใ้ ชน้ า้ ประปา
5. รา้ นคา้ ประชารฐั
สวสั ดกิ ารทีจ่ ัดให้มีในชุมชน
1. ประกันความเส่ียง ให้กบั สมาชิกกองทุน
2. ทนุ การศึกษาของนกั เรยี น
3. ชว่ ยเหลอื ผูย้ ากไร้ ผ้สู งู อายุ
4. สมาชิกเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล ไดเ้ งินชว่ ยเหลอื คืนละ 200 บาท ไมเ่ กนิ 10 วนั /ปี
5. สมาชิกเสียชีวิต ได้รับเงนิ ช่วยเหลือ รายละ 20,000 บาท
6. สมาชกิ คลอดบตุ รได้เงินฝากขวญั ถงุ 500 บาท และเงินค่าคลอดบตุ ร 500 บาท
วสิ ัยทศั น์
บ้านขอนขวา้ งนา่ อยู่ รรู้ ักการออม มีกนิ มใี ช้อย่างพอเพยี ง
จุดแขง็ ของหมบู่ ้าน (จุดเดน่ / โอกาส)
ด้านเศรษฐกิจ
- ภายในหมูบ่ า้ นประกอบอาชพี ทาไมด้ อกไมป้ ระดบั สวนผลไม้ สวนไผ่ตง ทา
ให้ครอบครัวมรี ายได้
- เส้นทางการสัญจร คมนาคมสะดวกอยู่ตดิ ถนนทางหลวงสวุ รรณศร
หมายเลข 33
ดา้ นสังคม
- เมอ่ื มีการเรยี กชาวบ้านมาประชุมทุกคนก็จะรวมตัวกนั อยา่ งพรอ้ มเพยี ง
- ชาวบา้ นช่วยเหลือกันซง่ึ กนั ดี
- เป็นหมู่บา้ นขนาดใหญ่ อยู่แบบเครือญาติ
ด้านทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
- มีโครงการปลกู ป่าชาวบ้านจะร่วมด้วยช่วยกนั มาปลกู ปา่ เพื่อรว่ มกันรักษาปา่
- ชาวบ้านจะมาร่วมกนั ปล่อยปลากันทกุ ปี
- มกี ารร่วมกจิ กรรมการสรา้ งฝาย การอนุรกั ษ์ทรัพยากรน้าในชมุ ชนอย่าง
ย่ังยนื
- มกี ารร่วมกันรณรงค์อนรุ ักษต์ ้นยางนา มคี ณะกรรมการหมู่บา้ นเป็น
คณะกรรมการร่วมในชุมชน/ตาบล
ด้านความม่นั คงและความสงบเรียบรอ้ ย
- ชาวบา้ นชว่ ยกนั สอดส่องดแู ลกนั ในชมุ ชน
- จะมีผู้คอยใหก้ ารไกลเ่ กลยี่ เพ่ือความสมานฉนั ทใ์ นชุมชน
ด้านการบรหิ ารจดั การ
- จกั ตัง้ คณะกรรมการหมู่บา้ นเพือ่ การทางานในหมูบ่ า้ นสะดวกข้นึ
- จดั ให้ชาวบา้ นเขา้ รว่ มเปน็ สมาชกิ ในโครงการต่างๆ
- ในหมูบ่ ้านจะมกี ารประชุมสามญั ประจาปีเพ่ือเป็นการสนบั สนนุ การทางาน
ของผนู้ าหมูบ่ ้าน
- เป็นสถานท่ศี ึกษาดูงานดา้ นการจดั การเงินทุนชมุ ชนและการบรหิ ารจดั การ
นา้ ชมุ ชน
ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี
- ชาวบ้านเข้าร่วมกิจกรรมในวันสาคญั ต่างๆเพ่ือจักได้อนรุ ักษ์และรกั ษาไว้
อตั ลักษณข์ องหมู่บา้ น
เปน็ หมู่บา้ นทมี่ รี ะบบการบริหารจัดการเงนิ ทนุ ท่ีเข้มแข็ง เป็นทศี่ ึกษาเรียนรดู้ ้านการบริหารเงนิ ทุน
ชุมชน ของกล่มุ องคก์ รทัว่ ประเทศ
ข้อมูล/ความเป็นมา
บ้านขอนขว้างไดเ้ รมิ่ ก่อต้ังกลมุ่ ออมทรัพยเ์ พื่อการผลิต เพ่อื เป็นแหลง่ ออมเงนิ และแหล่งเงนิ ทุนเพ่ือ
การประกอบอาชีพ ในปจั จุบันได้ยกฐานะเปน็ สถาบันการเงนิ กลุ่มออมทรพั ยเ์ พื่อการผลิตตาบลดงขี้เหลก็ มีการ
ดาเนนิ งานทีเ่ ข้มแขง็ เป็นจดุ ศึกษาดูงานของกลุม่ /องค์กรท่ัวไป
การกาหนดตาแหน่งการพัฒนาอาชีพของชุมชน ภายใตร้ ะบบและกลไกการตลาด (MARKET
POSITIONING)
คือ พัฒนาอาชพี ด้านการเกษตรคือผลไม้ตา่ ง ๆ ไม้ดอกไมป้ ระดบั ให้มีคณุ ภาพดี และปลอดสารเคมี
และประชาชนมีงานทาที่มนั่ คง
กิจกรรมทจี่ ะทาใหก้ ่อเกิดรายได้
1. ผลไม้
2. ไม้ดอกไม้ประดับ
3. รับจ้าง
4. ค้าขาย
สรปุ ผลการดาเนนิ งานโครงการหม่บู า้ นต้นแบบการจัดการสารสนเทศ
เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวติ ระดบั อาเภอ
บ้านหนองคล้อ หมูท่ ี่ ๒ ตาบลทา่ ตมู อาเภอศรีมหาโพธิ จงั หวดั ปราจีนบรุ ี
๑. แนวทางในการคดั เลือกหมู่บ้านตน้ แบบ
การคัดเลือกหมู่บ้านต้นแบบของจังหวัดปราจีนบุรี ดาเนินการคัดเลือกโดยทีมงานบูรณาการจังหวัด
ร่วมกบั อาเภอ คัดเลอื กตามหลกั เกณฑ์ ตอ่ ไปนี้
๑. ผู้นาและคนในหมู่บ้านมีความสนใจใฝ่รู้ และให้ความสาคัญกับการจัดการข้อมูลเพ่ือ
นาไปใช้ประโยชน์
๒. เป็นหมู่บ้านท่ีได้รับการสนับสนุน และมีการประสานงาน/บูรณาการงาน งบประมาณ
ร่วมกันกบั สว่ นราชการ อบต. เทศบาล ฯลฯ ในด้านการพัฒนาหม่บู า้ นอย่างต่อเนื่อง
๓. ไม่เป็นหมู่บ้านสารสนเทศเพ่ือการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับจังหวัดและอาเภอ ท่ีได้
ดาเนนิ การแล้วในปี พ.ศ.2555-2560
๒. ขนั้ ตอนการคัดเลือกหมบู่ ้านระดับอาเภอ
จงั หวัดปราจนี บุรี แจง้ อาเภอพจิ ารณาคัดเลอื กหมู่บา้ นต้นแบบสารสนเทศระดับอาเภอ โดยให้
พิจารณาหมู่บ้านทีม่ ีความพร้อม ตามเกณฑ์ข้อ ๑. ให้จังหวดั พิจารณาคดั เลอื ก โดยมีหวั หนา้ กลุ่มงาน
สารสนเทศการพัฒนาชุมชนเป็นเลขานุการในการพจิ ารณา และได้พิจารณาคัดเลอื ก บ้านขอนขว้าง หมู่ที่ ๑๐
ตาบลดงขเี้ หลก็ อาเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจนี บุรี เป็นหมบู่ า้ นตน้ แบบสารสนเทศระดับอาเภอ ตาม
โครงการหมบู่ ้านต้นแบบการจัดการสารสนเทศเพ่ือการพฒั นาคณุ ภาพชีวิต ปี ๒๕๖๑ มีการจดั ทาคาสั่งแต่งต้ัง
คณะทางานหมู่บ้านสารสนเทศต้นแบบเพ่อื การพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.๒๕๖๑ ระดับ
หมู่บ้าน/ตาบล/อาเภอ
๓. รปู แบบของระบบสารสนเทศทีห่ มู่บา้ นใช้
บ้านขอนขว้าง หมู่ท่ี ๑๐ ตาบลดงขี้เหล็ก อาเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี มีการใช้
และมีแผนการใช้ระบบสารสนเทศหลายรปู แบบร่วมกนั เชน่
๑) เอกสาร
หมู่บ้านมีการจัดทาเอกสาร ข้อมูลต่างๆ ของหมู่บ้านง่ายต่อการนาไปใช้กับแผนชุมชน
ข้อมูลด้านอาชีพ ขอ้ มลู ประชากร ข้อมูลกองทุนตา่ งๆ ของหมู่บา้ น ข้อมูลภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่ เป็นต้น
๒) ป้ายแสดงข้อมลู
หมู่บ้านได้จัดแสดงป้ายแสดงข้อมูลของหมู่บ้าน ด้านข้อมูลกองทุนต่างๆ ข้อมูลด้านการ
บริหารจัดการน้า ป้ายคุ้มหมู่บ้าน ปา้ ยสถานท่ีสาคัญของหมู่บ้าน ป้ายขอ้ มูลครัวเรือน แผนที่หมู่บ้าน ป้ายของ
สถานท่ี กระจายภายในหมบู่ า้ น เป็นระยะๆ
๔. เว็บไซต์ ส่ือสงั คมออนไลน์
ในระยะเร่มิ ตน้ หม่บู า้ นได้จัดทาข้อมลู แสดงผา่ นเวบ็ ไซตข์ องโรงเรียนชุมชนบ้านขอนขว้าง/ พรอ้ ม
ท้งั Facebook ยทู ูป วดี ทิ ัศน์ ของข้อมูลหมู่บา้ น แหล่งท่องเทย่ี ว ผลิตภัณฑช์ ุมชน ข้อมลู สถานท่สี าคญั
ขนั้ ตอนกระบวนการขบั เคล่ือนงาน
สภาพปัญหาเศรษฐกิจ/ และความเป็นอยู่ของประชากร
ผลจากการขบั เคลือ่ นการพัฒนาของคณะทางานด้านต่างๆของบา้ นขอนขวา้ งพบว่า สภาพเศรษฐกิจ
ภายในตาบลอยู่ในเกณฑ์ค่อนขา้ งดี เน่อื งจากเป็นแหล่งผลิตและจาหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ล้อมไม้ใหญ่
แหล่งใหญ่สุดในภาคตะวนั ออก เกษตรกรรมและคา้ ขาย อีกท้ังมีแหล่งเงนิ ทนุ ภายในชุมชนจานวนมากรวมกัน
ประมาณ 400 ลา้ นบาท จากทั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทนุ หมบู่ ้าน และกล่มุ อาชีพต่างๆสง่ ผลใหม้ ี
เงนิ หมุนเวยี นเพื่อการขบั เคลื่อนการพฒั นาในพน้ื ท่ี ส่งผลใหม้ กี ารจ้างแรงงานเพ่ือการเกษตรทัง้ ปี เปน็ การ
กระจายรายไดแ้ ก่ทุกภาคส่วนอยา่ งชัดเจน และจากการพัฒนาดังกลา่ วทาให้มผี ลกระทบสาคญั ตามมาในระดบั
พนื้ ที่ ดงั นี้
1.ปัญหาจากการประกอบอาชพี ของเกษตรกร เชน่
1.1 การขาดแคลนนา้ เพอ่ื การเกษตร/ การแย่งน้า
1.2 ตน้ ทนุ การผลติ ทางการเกษตรกรสูง เนื่องจากดินสาหรับทาการเกษตรเสื่อมสภาพ
การขาดแคลนแรงงาน /ปัญหาแรงงานต่างด้าว/ส่งผลใหค้ ่าจ้างแรงงานสงู รวมท้งั ผลผลิตขายไมไ่ ด้ราคา
ผลผลิตล้นตลาด
2. ปญั หายาเสพตดิ ในหมู่วัยรุ่น และวัยแรงงาน
3. ปญั หาท่พี กั อาศยั มีไม่เพียงพอ
1. ปัญหาขาดแคลนนา้ เพ่อื การเกษตร
สาเหตมุ าจาก
1.1 มีการเปลี่ยนแปลงทางอาชีพ จากเดิมเม่ือปี 2524 ประกอบอาชีพหลักทานา จงึ มีคันทดน้าไวใ้ ช้
และ ปี 2535 มกี ารเปลย่ี นแปลงอาชพี หลักมาปลูกไผ่ตง และปลกู ไมด้ อกไมป้ ระดับ ทาให้พน้ื ทีม่ ีความลาด
ชันและพ้ืนท่ีไม่มีท่ีกักเกบ็ น้าไม่เพยี งพอ นา้ จึงไหลทิง้
1.2 ขาดแคลานน้าในการเกษตรช่างฤดูแลง้ ชว่ งเดือน กุมภาพนั ธ์-พฤษภาคม ของทุกปี
1.3 ปรมิ าณการปลกู ตน้ ไม้เพ่ิมข้ึนทุกปี เฉลยี่ 10 % ต่อพ้ืนที่ แต่แหลง่ นา้ มเี ท่าเดมิ นา้ จึงไมเ่ พยี งพอ
ต่อการเกษตร
1.4 มีแหล่งกักเก็บน้าทไี่ ม่เพียงพอตอ่ ปรมิ าณนา้ ฝนท่ตี กลงมาทาใหน้ า้ ไหลท้ิง
และไม่เพียงพอตอ่ ปริมาณการใช้ของเกษตรกรในตาบลในฤดแู ลง้
1.5 ปริมาณน้าใต้ดนิ ลดลง ฤดูแล้งเกษตรกรดดู นา้ ใต้ดิน (บอ่ บาดาล)มาใช้เพื่อการเกษตร
1.6 คลองมีความตื้นเขนิ ในฤดูแลง้ และวชั พืชมจี านวนมาก
1.7 พนื้ ทใ่ี นตาบลเป็นพน้ื ทีล่ าดชัน และติดอุทยานแหง่ ชาติเขาใหญ่
(เกิดจากสภาพทางภูมิศาสตร)์
1.8 แหลง่ น้ากกั เก็บน้า ตืน้ เขินไมเ่ พยี งพอท่ีกกั เกบ็ นา้ ใช้ไว้ใช้ในฤดูแล้ง
ปัญหานา้ กร่อย / นา้ เค็ม
1.9 ชว่ งฤดูแล้งนา้ มนี ้อย
2. ปัญหาเรอ่ื งต้นทนุ ในการประกอบอาชีพสูง
สาเหตมุ าจาก
1. ดนิ สาหรับทาการเกษตรเส่ือมสภาพ เนื่องจากในอดีตมีการใช้ปุ๋ยเคมีในการเพาะปลกู และยาปราบ
ศัตรพู ชื จานวนมาก ส่งผลให้ดินในการเพาะปลูกเส่อื มคณุ ภาพ
2.การขาดแคลนแรงงานทางการเกษตร สง่ ผลใหค้ า่ จ้างแรงงานสงู รวมทั้งปญั หาเรื่องแรงงานต่างด้าว
เขา้ มาแย่งงานในพ้นื ที่
3. ผลผลติ ขายไม่ไดร้ าคา เนื่องจากการขาดการรวมทางการตลาดกลุม่ ทีด่ ี รวมท้ังการวางแผนการผลติ
ที่ด้อยคุณภาพ
4. เกษตรกรขาดการเรียนรู้ และไม่มกี ารปรับเปลีย่ นพฤติกรรมทางการเกษตร
3. ปญั หาเรือ่ งการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหม่วู ยั รุ่นและวยั ทางาน
สาเหตมุ าจาก
1. พนื้ ที่หมบู่ า้ นชมุ ชนสว่ นใหญ่มสี ภาพเปน็ สวน ทาให้มีการแพรร่ ะบาดของยาเสพติดได้งา่ ย
2. การมีสภาพเศรษฐกิจท่ดี ี ทาใหแ้ ต่ละครวั เรือนมีเงินหมุนเวียนจานวนมาก ทาใหเ้ กิดช่องว่างหรือ
โอกาสในหมวู่ ยั รุน่ ในครอบครวั ท่ผี ้ปู กครองไม่มเี วลาดแู ลบุตรหลาน
3. วยั แรงงานสามารถหาเงินไดง้ ่าย
4. เกดิ การเคลอ่ื นย้ายของแรงงานในพ้นื ท่ี ซึง่ ยากตอ่ การควบคุมดแู ล
4. ปญั หาเร่ืองท่ีพักอาศยั
1. มกี ารเคลื่อนยา้ ยของแรงงาน
2. ครอบครวั ขยาย
3. ครอบครวั ยากจน และได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกจิ
การมีส่วนรว่ มและผลจากการในการดาเนินงานของภาคส่วนตา่ งๆ
จากการดาเนินงานตามกระบวนการพัฒนาต่างๆในพื้นท่ี ทาให้เกดิ การรวมตัวของทุนเครือข่าย
ในหมู่บ้านตาบลโดยแกนนาหลักจากบ้านขอนขว้าง เพ่ือร่วมกันจัดทาแผนพัฒนาตาบล สู่ ”ผังชีวิต
ชุมชน” ทาให้เกิดการจัดทาข้อมูลตาบลอย่างเป็นระบบ โดยร่วมกับหน่วยงาน ภาคี เช่น สภาองค์กร
ชุมชน กลุ่มออมทรัพย์ กองทุนสวัสดิการชุมชนตาบล ธนาคารออมสิน สถาบันการเงินกลุ่มออมทรัพย์
เพื่อการผลิตบ้านขอนขว้าง สานักจัดการทรัพยากรป่าไมท้ ่ี9 สาขาปราจีนบุรี, ศูนย์จัดการกลุ่มป่าสงวน
แห่งชาติที่ ๒๓๕ ป่าน้าตกเขาอีโต้ เกษตรจังหวัด สานักงานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมจังหวัด
ปราจีนบุรี สานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อาเภอ สานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลดงข้ีเหล็ก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่น สถาบัน
สารสนเทศทรัพยากรน้าและการเกษตร (สสนก.) หน่วยงานทหารจากกองพลพัฒนาที่๑ และมูลนิธิ
อทุ กพัฒน์ (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ได้รว่ มมือกันในการจัดทาแผนพฒั นาตาบลเพื่อแกไ้ ขปัญหา และสร้าง
ความรว่ มมือ ในเรือ่ งตา่ งๆ ดังนี้
การดาเนนิ งานของคณะทางานระดับหมบู่ า้ น
คณะทางานขับเคล่ือนการพัฒนาบ้านขอนขวา้ ง ได้มีการขับเคลื่อนการพัฒนาในระดบั พน้ื ทีม่ าเปน็
อย่างต่อเน่อื ง มกี ารพัฒนาบุคลากร ทัง้ ผนู้ าท่เี ปน็ ทางการ ผู้นาทางธรรมชาติ และภาคประชาชน อยา่ งต่อเนอื่ ง
มกี ารประสานกับหนว่ ยงานภาคกี ารพฒั นาทง้ั ในระบบราชการ หนว่ ยงาน กลุ่มองค์กร และภาคเอกชนมาโดย
ตลอด ตามหลกั การทางาน ดังนี้
1.การร่วมคิด รว่ มคน้ หาปญั หา และสรา้ งความเขา้ ใจไปในทิศทางเดยี วกนั
2.ลงพื้นที่สารวจแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และการใช้ประโยชน์ของ
ข้อมูล
3.การสร้างองค์ความรู้ เพอ่ื ใหเ้ กดิ การร่วมลงมอื ทา และแก้ไขปัญหา
4.หาภาคีรว่ ม เพื่อแก้ไขปญั หา และพัฒนาสเู่ ป้าหมาย
5.เกิดเปน็ พื้นท่ีเรยี นรู้ เพือ่ ขยายผล
การถา่ ยทอดการใชโ้ ปรแกรม CIA และการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม CIA
สานกั งานพฒั นาชุมชนจงั หวดั ปราจนี บุรี ได้ขับเคลอ่ื นดาเนินงานตามโครงการ เพ่ือใหช้ ุมชนได้เกิดกระบวนการ
เรียนรรู้ ว่ มกบั โดยได้มกี ารประชุมทาความเข้าใจกบั ผ้นู าชมุ ชน และได้นาข้อมูลจากทง้ั สามส่วน อนั ได้แกข่ ้อมูล
จากข้อมลู จปฐ. ขอ้ มูลจาก กชช2ค. และข้อมูลจากชมุ ชนมาวเิ คราะหผ์ ่านโปรแกรม CIA ทาใหไ้ ด้ประเด็น
ปญั หาทส่ี าคัญ ดังนี้
1.การจัดการความเสีย่ งของชุมชน ได้ระดับคา่ คะแนน 2.68
2.ดา้ นการพัฒนาอาชีพ ได้ระดับคา่ คะแนน 1.94
3.การจดั การทนุ ชมุ ชน ได้ระดับคา่ คะแนน 1.42
4.การแกไ้ ขปัญหาความยากจน ได้ระดับคา่ คะแนน 2.37
5.การจดั การชุมชน ได้ระดบั ค่าคะแนน 2.62
การนาเสนอผลการวเิ คราะห์แก่คณะทางานหมู่บ้าน
หลงั จากทไ่ี ด้มกี ารพูดคุยเร่อื งปญั หากันแลว้ ท่ปี ระชมุ ไดม้ ีการกาหนดแนวทางในการขับเคลื่อน
แผนงานเพ่ือการพัฒนาในระดับพน้ื ทดี่ ังน้ี
การจัดทาสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS)
โดยบ้านขอนขว้าง ได้มีการขับเคลือ่ นระบบสารสนเทศชุมชนเพ่ือการพัฒนามาอยา่ งต่อเน่ือง มกี าร
วาดขอบเขตแผนทีห่ ม่บู ้าน การปกั หมดุ หรือการวางสญั ลักษณ์ สถานท่ีสาคญั ของหมบู่ ้าน พรอ้ มทง้ั กาหนด
รายละเอียดในแต่ละกจิ กรรม นาเสนอตอ่ ที่ประชุมให้เห็นถงึ คณุ ภาพชวี ิตของประชาชนท่ีเป็นผลจาการ
วเิ คราะหต์ ามกระบวนการอย่างชัดเจน ติดตามตรวจสอบง่าย ทง้ั นี้บา้ นขอนขว้างยงั ได้มีการขับเคลื่อนระบบ
สารสนเทศชมุ ชนไปสู่หมูบ่ ้านอืน่ ๆ โดยใชพ้ ้นื ทต่ี าบลเป็นต้นแบบการพฒั นาและถา่ ยทอดองค์ความรู้ใหช้ ุมชน
ตา่ งๆ อยา่ งต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
การจัดทาแผนงานบูรณาการ
มกี ารประชุมเพ่ือขอมติคดั เลอื กกจิ กรรม/โครงการ และจัดทาแผนบูรณาการทไ่ี ดจ้ ากการวิเคราะห์CIA
การมภี าคสี นับสนนุ เพื่อใหเ้ กิดกจิ กรรมโครงการ แบบบรู ณาการ การแสวงหางบประมาณจากแหลง่ อื่น และมี
การจัดลาดับแผนงาน/โครงการ ตามลาดับความสาคญั
1.ปัญหาความเสีย่ งจากการประกอบอาชีพของเกษตรกร เชน่
การขาดแคลนนา้ เพอื่ การเกษตร/ การแยง่ น้า ตน้ ทุนการผลติ ทางการเกษตรกรสงู
การขาดแคลนแรงงาน ปัญหาแรงงานต่างด้าว สง่ ผลใหค้ ่าจ้างแรงงานสูง รวมท้ังผลผลิตขายไม่ได้ราคา
ผลผลิตล้นตลาด
2. ปญั หาความเสี่ยงภัยยาเสพตดิ ในหมู่วัยรุ่น และวยั แรงงาน
3. ปัญหาที่พกั อาศัยมีไมเ่ พยี งพอ
การดาเนนิ กิจกรรมโครงการ/โครงการเชิงบูรณาการ
จากการเวทีการวิเคราะห์ข้อมูลจากองค์ประกอบท้งั 3 ด้าน อันประกอบไปดว้ ยข้อมลู จากการจดั เกบ็
ขอ้ มูล จปฐ. ข้อมลู กชช2ค. และจากขอ้ มลู จากเวทีชุมชน สามารถสรุปและจาแนกปญั หาเปน็ ดา้ นตามผลการ
วเิ คราะหข์ องระบบโปรแกรม CIA เรยี งลาดับตามความเร่งด่วนจากสภาพปัญหามากไปหานอ้ ย
จากข้อมลู จะพบวา่ ตาบลบา้ นขอนขว้าง มีระดบั การพฒั นาทอ่ี ยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี แต่ยังมปี ญั หาท่ี
ยังรอการแก้ไขหรอื พัฒนาให้ดีข้ึนบ้าง ซ่งึ ในทีป่ ระชุมมมี ติว่าเหน็ สมควรมีการกาหนดแนวทางในการขับเคลื่อน
การพัฒนาไปในแนวทางดังน้ี
1.ปัญหาความเสี่ยงจากการประกอบอาชีพของเกษตรกร เช่น
1.1 การขาดแคลนน้าเพื่อการเกษตร/ การแย่งน้า
1.2 ตน้ ทุนการผลติ ทางการเกษตรกรสงู เน่ืองจากดนิ สาหรับทาการเกษตรเส่ือมสภาพ
การขาดแคลนแรงงาน /ปัญหาแรงงานตา่ งด้าว/ส่งผลใหค้ ่าจา้ งแรงงานสงู รวมทง้ั ผลผลิตขายไมไ่ ด้ราคา
ผลผลิตลน้ ตลาด
2. ปัญหาความเสี่ยงภัยยาเสพตดิ ในหม่วู ัยรนุ่ และวัยแรงงาน
3. ปัญหาท่พี ักอาศยั มีไม่เพยี งพอ
การแกไ้ ขปญั หาความเสี่ยงของชุมชนและการพัฒนาอาชีพ
1.การแกไ้ ขปญั หาเร่อื งน้าเพอ่ื การเกษตร
การจัดการนา้ เพื่อชมุ ชน เนอื่ งจากน้ามีความสาคัญต่อเกษตรเปน็ อย่างมาก เพราะบา้ นขอนขวา้ ง
ประกอบอาชีพทางการเกษตรเปน็ อาชีพหลัก ดังนั้นการป้องกนั ปัญหาการขาดแคลนน้าคือการแกไ้ ขปญั หาท่ี
สาคญั ที่สุด หากบ้านขอนขวา้ งขาดแคลนนา้ สง่ ผลต่อคนจานวนมากอยา่ งหลีกเลี่ยง ดงั นั้นบ้านขอนขวา้ งจงึ
กาหนดเป็นประเดน็ หลกั ต่อการขับเคล่ือนการพัฒนา โดยขับเคลือ่ นผา่ นผู้นาชุมชนในหมู่บ้าน โดยการร่วมกนั
สารวจขอ้ มูลเกย่ี วกับการใช้น้าในพน้ื ท่ีหมู่บา้ น เพ่ือนาข้อมูลมาประมวลผล โดยมีการนาขอ้ มูลไปดาเนนิ การ
รว่ มกบั มูลนธิ ิอุทกพฒั น์ มีการขบั เคลือ่ นงานจนได้รบั การสนับสนนุ งบประมาณดงั นี้
1.งบประมาณขดุ ลอกคลอง
2.งบประมาณขุดลอกคลองแกม้ ลิง
3.งบประมาณสร้างฝายเก็บน้า ขนาด 40 ไร่
4.งบประมาณสร้างฝายเก็บน้าขนาดใหญ่
5.งบประมาณสร้างฝายชะลอน้า ขนาดเลก็
การแกไ้ ขปัญหาความเส่ียงภัยยาเสพตดิ ในหมู่วัยรนุ่ และวัยแรงงาน
การขับเคลื่อนงานโครงการแกไ้ ขปัญหายาเสพตดิ ในหมู่วัยรุ่น ผ่านโครงการรณรงค์ของภาคีการพัฒนา
ตา่ งๆ การแข่งขันกฬี าต้านยาเสพติด การรณรงค์ถึงโทษภัยยาเสพตดิ การอบรมให้ความรตู้ า่ งๆ รวมท้ังการปอ้ ง
ปรามผา่ นระบบงานความม่นั คงรว่ มกับหน่วยงานต่างๆ ซ่งึ ได้ดาเนินการเป็นระยะอย่างต่อเน่ือง
การแกไ้ ขปญั หาเรอ่ื งที่อยู่อาศัย
การดาเนินงานแก้ไขปญั หาเรื่องการขาดแคลนที่อยู่อาศยั ของประชากรในพ้ืนท่ี ผนู้ าหมู่บา้ นได้
ขับเคล่อื นงานข้อมูลที่ไดม้ ีปัญหาเรือ่ งที่อยู่อาศัย โดยได้มกี ารดาเนินการรว่ มกนั ระหวา่ งแกนนาตาบลดงขี้เหลก็
กลุ่มออมทรัพยเ์ พอ่ื การผลิตบ้านขอนขว้าง และสถาบนั พัฒนาองค์กรเอกชน (พอช.) เพื่อสรา้ งบา้ นให้ผูท้ มี่ ี
รายได้น้อย จานวน 49 ครัวเรือน จัดสรา้ งบนพ้ืนท่ี หมทู่ ี่ 10 ตาบลดงขีเ้ หลก็
หมู่บา้ นหรือครวั เรอื น มีการนาสารสนเทศไปใช้ อย่างไร
หม่บู า้ นและประชาชนในหม่บู ้าน สามารถเข้าถึงสารสนเทศต่างๆ ของหม่บู ้าน ไดส้ ะดวก รวดเร็ว
หลายช่องทาง เช่น
๑)ป้ายขอ้ มูลตา่ งๆ ของชุมชน ท้ังในตัวอาคาร และรอบๆ หม่บู า้ น
๒)เอกสารตา่ งๆ ของหมบู่ า้ น โดยได้รวบรวมไว้ ณ ศูนย์เรียนรขู้ องหมู่บ้าน และสานักงานพัฒนาชมุ ชนอาเภอ
เมอื งปราจนี บุรีครัวเรือน ประชาชนท่วั ไป สามารถคน้ ควา้ เอกสารไดต้ ลอดเวลา
๓)เวบ็ ไซต์ และสื่อสงั คมออนไลน์ นาเสนอข้อมลู ผ่านเว็บไซต์ โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นขอนขว้าง/
สานกั งานพฒั นาชุมชนอาเภอเมอื งปราจนี บุร/ี facebook ประชาสมั พนั ธก์ จิ กรรม
๔)การนาข้อมูลความจาเป็นพื้นฐาน (ขอ้ มูล จปฐ.) และข้อมูล กชช ๒ ค. ไปใช้แกไ้ ข
ปญั หาทีเ่ กดิ ข้นึ ในหม่บู ้าน/ชุมชน และแกไ้ ขปัญหาครัวเรือนทีต่ กเกณฑ์ เพื่อเปน็ การพัฒนาคุณภาพชีวติ
ครวั เรอื นให้ดขี ึ้น
การเผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์
มกี ารเผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์ในรปู แบบ วดี ิทัศน์ และ GIS ผ่านสือ่ สงั คมออนไลน์
1.ผา่ นทางไลน์กลุ่ม และ เฟสบุ๊ค
2.ผา่ นเวทปี ระชมุ ระดบั หมู่บ้าน และระดับตาบล
3.ผา่ นรายการสารคดี หรือรายการทวี ี ช่องหลัก และช่องตา่ งๆ ทเ่ี ขา้ มาถา่ ยทารายการ เชน่
4.จบั ประเด็นข่าวร้อน ช่อง 5 วนั ท่ี 12 กมุ ภาพนั ธ์ 2559 เรอ่ื ง ความสาเร็จการจดั การบรหิ าร
น้าชุมชน
ตอนที่ 1 https://www.youtube.com/watch?v=EEcSy_cvX1s
ตอนท่ี 2 https://www.youtube.com/watch?v=Gbf-dHubFcI
ตอนที่ 3 https://www.youtube.com/watch?v=2SM7YLVetZw
5.นักข่าวพลเมือง : ตาบลดงขี้เหล็ก ตาบลจัดการตนเอง ช่อง TPBS วันที่ 14 กรกฎาคม
2559
https://www.youtube.com/watch?v=KrTCXyMW3mY
6.ดงข้ีเหลก็ โมเดล บรหิ ารจดั การนา้ “เขื่อนใต้ดิน”
https://www.youtube.com/watch?v=XW-2Bg1nW90&spfreload=10
7.แผน่ พับประชาสัมพันธ์รูปธรรมความสาเรจ็ “ชมุ ชนดงขี้เหล็ก ชุมชนจัดการตนเองด้วยวิถี
พอเพยี ง”
8.สารคดี “ชุมชนดงขเ้ี หล็ก ชมุ ชนจดั การตนเองด้วยวถิ พี อเพยี ง” ความยาว ๘ นาที ที่บอกเลา่
เร่อื งราวความสาเร็จของชมุ ชน สามารถตดิ ตามชมไดท้ ่ี https://youtu.be/jdLV_isnF24
ส่วนท่ี 3 ภาคผนวก
ภาพการขับเคลื่อนกจิ กรรมหมู่บ้าน
ขน้ั ตอนกระบวนการพฒั นาของตาบลดงขเี้ หลก็
เรมิ่ ตน้ ปี 2524
เกดิ การรวมกลุม่ จากปัญหาการลงทนุ จากการก้ยู มื เงินนอกระบบดอกเบย้ี สูง ชาวบา้ นส่วน
ใหญ่ไม่มีเงินออม ผลผลิตราคาตกต่าเกิดหน้ีสิน จึงรวมกลุ่มปรึกษาหารือจนเกิดกลุ่มออมทรัพย์
เพื่อการผลิต ท่ีส่งเสริมให้คนในชุมชนออมเงินและทาบัญชีครัวเรือนเพ่ือให้เห็นรายรับและ
รายจา่ ย
ปี 2527
เกิดกลมุ่ “อาสาสมัครรักษป์ ่า (อสป.)” จากการเข้ารว่ มอบรมที่เขาใหญ่ โดยมีสมาชิกจากตาบล
ดงขเี้ หล็กเข้าร่วมทัง้ หมด 7 คนเมื่อกลบั จากการอบรม ไดก้ ลับมาทางานในพนื้ ที่ “เขาชปี ิด”พนื้ ที่
ต้นนา้ ของตาบลดงขเี้ หล็ก ซง่ึ ในช่วงน้นั มกี ารลกั ลอบตดั ไม้ ทั้งไมเ้ ล็ก สมนุ ไพร ไผ่ และ ไม้ยืนตน้
ใช้ประโยชน์กนั โดยไม่ได้ดแู ลรักษาจากทงั้ คนในพ้ืนท่ี และตาบลใกล้เคียง จนเขาชีปิดกลายเปน็
เขาหัวโลน้
จึงได้ร่วมกันคิดเพื่อช่วยรักษาและฟ้ืนฟูเขาชีปิด โดยเชิญชวนคนในตาบลสร้างพระพุทธรูปไว้บน
เขาชีปิด ด้วยการแจกซองผ้าป่า เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่เงนิ สร้างพระ แต่ต้องการให้ชาวบ้านเกิดการ
รบั รู้เพ่ือรว่ มกันฟ้ืนฟู ร่วมกนั เป็นเจา้ ของดูแลรักษาปา่ เขาชีปิด อกี ทั้งมคี วามเชื่อวา่ พระพทุ ธรูปจะ
ชว่ ยปกปกั ษ์รักษาปา่
ปี 2528 - 2534
จัดตั้ง “ชมรมอนุรักษ์พิทักษ์เขาชีปิด” โดยภารกิจแรกได้ปิดป้ายประกาศแนวเขตที่ชมรมฯ ได้
ร่วมดูฟ้ืนฟูเขาชีปิด พื้นท่ี 1,300 ไร่ และกิจกรรมอ่ืนๆของชมรมฯที่ได้ทางานร่วมกันกับชุมชน
ไดแ้ ก่
1) สร้างความรู้เรื่องความสาคัญของป่า เพอื่ ให้คนท่ีอยู่รอบๆบริเวณได้ชว่ ยกนั ดูแลรักษา การใช้
ประโยชน์จากป่าอย่างถูกวิธี ชี้ใหเ้ ห็นประโยชนข์ องป่า เม่ือไม่มีป่า-น้าตกห้วยเกษยี รกแ็ ห้งไม่
มนี ้า
2) ร่วมกันทาแนวเขตกันไฟป่า ท่ีเคยเกิดข้ึนทุกปีบนเขาชีปิด และสร้างความเสียหายให้กับป่า
และสัตวป์ ่าทอ่ี าศัยอยู่
3) สารวจป่า ต้นไม้ พรรณไม้ สมุนไพร และไผ่ ท่ีเหลืออยู่ และติดป้ายประกาศห้ามตัดพร้อม
คณุ ประโยชน์ของไม้ชนดิ นัน้ ๆ
4) ฟ้ืนฟู ดแู ลรักษาปา่ เขาชีปิด และแหล่งน้า เปน็ ตน้
ปี 2535 - 2536
ร่วมจดั ตั้ง“กลมุ่ ผู้ใช้น้าคลองเกษียร”สารวจเส้นทางน้า และวเิ คราะห์ปัญหาการใช้น้าของคลอง
เกษยี ร
ปี 2537 - 2540
ในปี 2537 เกิดวิกฤติไผ่ตงออกดอก ทาให้วิถีเกษตรของคนในตาบลเปล่ียนมาปลูกไม้ดอกไม้
ประดบั ซึ่งใช้น้ามากกวา่ ทาใหเ้ กิดการขาดแคลนน้าในช่วงฤดแู ลง้ ให้เกดิ การแย่งชิงน้าระหว่าง
เกษตรกรทปี่ ลูกไมผ้ ล และไมด้ อกไมป้ ระดบั
การใช้ประโยชน์ขอ้ มลู นาข้อมูลจากปี 2535 มาพฒั นาจัดเก็บและวิเคราะห์ขอ้ มูล เพื่อหาแนว
ทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้าในตาบล
ปี 2548 – 2550
จดั ทาแผนชมุ ชนท้ังตาบลโดยรว่ มกับหน่วยงานภาคี สถาบันพัฒนาองคก์ รชุมชน (พอช.), พฒั นา
ชุมชน (พช.) เกษตรอาเภอ และ สาธารณสุข พบปัญหาอันดับแรกของตาบล คือ ปัญหาการ
ขาดแคลนนา้ และนา้ หลากในชว่ งฤดฝู น
ปี 2549
จัดตั้ง กองทุนสวัสดิการชุมชน บูรณาการทุนต่างๆ จัดระบบสวัสดิการให้แก่สมาชิกและคนใน
ชมุ ชน ทุกคนทม่ี าอยรู่ ่วมกันในชายคาบ้านภายในตาบลดงขี้เหล็ก และรับเอาระเบยี บปฏบิ ตั ขิ อง
ชุมชนท่รี ว่ มกนั ตง้ั ขน้ึ ย่อมไดร้ บั สวัสดกิ าร มหี ลักประกันในชวี ิตตัง้ แต่วนั ทเ่ี ขาเกิดจนถงึ วนั ที่ตาย
ปี 2551
จากการจัดสวัสดิการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ให้กับชาวบ้านในตาบล ทาให้ชาวบ้านเห็นความสาคัญ
และสมัครเข้าเป็นสมาชิกเพิ่มข้ึนเป็นจานวนมาก โดยใช้การจัดการบริหารผ่านคณะกรรมการ
ระดับหมู่บ้าน และนามารวบรวมในระดับตาบลทาให้เกิดการปฏิสัมพันธ์กันในระดับหมู่บ้าน
เกดิ การพูดคยุ กนั ถงึ ปญั หาตา่ งๆของชุมชน และเกิดแนวคิดในการนาเงินกองทนุ สวัสดิการชมุ ชน
มาแกไ้ ขปญั หาสาธารณะประโยชน์
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ได้เข้ามาสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งสภาองค์กร
ชุมชนตาบล เพ่ือเป็นองค์กรท่ีได้รับการรับรองถูกต้องตามกฎหมาย เชื่อมโยงบูรณาการองค์กร
ชุมชนระดับตาบล เพ่ือเป็นเคร่ืองมือสร้างการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ของกลุ่มองค์กรชุมชนในตาบล
ปรึกษาวางแผนหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา กาหนดยุทธศาสตร์ด้วยการใช้พ้ืนท่ีตาบลเป็นตัว
ตงั้ ชุมชนเป็นแกนหลกั มีสภาองค์กรชุมชนเปน็ เครื่องมือสาคญั
ปี 2552
สภาองค์กรชุมชนตาบลดงข้ีเหล็ก ท้องท่ี-ท้องถ่ิน และชุมชน ได้ร่วมกันทาแผนท่ีทามือ ข้อมูล
ศักยภาพตาบล และปัญหาท่ีเกิดข้ึนในตาบล ทาให้เห็นว่าปัญหาหลักของตาบล คือปัญหาขาด
แคลนน้าในการทาการเกษตร เน่ืองจากอาชีพหลัก คือการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ จึงร่วมกันทา
ข้อมลู เพือ่ นาเสนอหนว่ ยงาน องคก์ รภาคีทเ่ี กยี่ วข้องเพ่ือหาแนวทางในการแกไ้ ขปัญหา
ปัญหารองลงมาของชุมชน ได้แก่ปัญหาหนี้สิน จากการประกอบอาชีพ ทาให้ต้องกู้ยืมเงินนอก
ระบบในอัตราดอกเบี้ยราคาแพง จึงได้เกิดแนวคิดในการนาเงินกองทุนสวัสดิการชุมชน มาให้
สมาชิกกู้ยืม เพื่อนาไปประกอบอาชีพและใช้หน้ีนอกระบบ แต่มีกฎกติกาว่า สมาชิกกองทุน
สวัสดิการ หากต้องการกู้ยืมเงิน ต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกออมทรัพย์ด้วย เพื่อสร้างวินัยในการ
ออมและคืนเงนิ กองทุนสวสั ดิการ
เกิดธนาคารท่ีดิน เพ่ือช่วยแก้ไขปัญหาเกษตรกร หรือสมาชิกที่ท่ีดินกาลังจะหลุดมือจากการ
จานองที่ดินกับธนาคาร หรอื กับเจา้ หนีน้ อกระบบ ทางกลุม่ จะนาเงินไปใช้หนีแ้ ทนและรับจานอง
ทด่ี นิ แทนในจานวนเงนิ ผอ่ นรายเดือนทส่ี มาชกิ สามารถสง่ ไดใ้ นอตั ราดอกเบ้ียตา่
การจัดการนา้ โดยชมุ ชน ปัญหาเรื่องน้าไม่เพียงพอสาหรบั การเกษตร ส่งผลต่อทุกชีวติ ในตาบล
จึงเกิดกระบวนการจัดการทรัพยากรน้าขึ้นทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้าที่ไหลมาจากภูเขา จนถึงสุด
ปลายนา้ ทหี่ มู่ 4 โดยใช้กระบวนการงานวิจัย และค้นหาแนวทางแกไ้ ขรว่ มกันทุกหมู่บา้ น
เข้าร่วมโครงการรักษ์ป่า สร้างคน ๘๔ ตาบลวิถีพอเพียง สนับสนุนโดย บริษัท ปตท. จากัด
(มหาชน)ท้างานวิจัยน้าชุมชน เร่ือง การจัดการน้าในแปลงเกษตรไม้ดอกไม้ประดับ ผลลัพธ์ได้
ข้อมลู ความตอ้ งการใชน้ า้ ทั้งตาบล
จากงานวิจัยฯ เกิดเวทีพูดคุย วิเคราะห์ข้อมูลและหาแนวทางการแก้ไขปัญหา และผลลัพธ์ท่ีได้
คือ
o ได้แผนที่เสน้ ทางน้า
o มคี ณะกรรมการจดั การน้าชมุ ชน
o เกิดความร่วมมือกับหน่วยงาน ภาคี เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.), บริษัท
ปตท. จากัด(มหาชน) และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้าและการเกษตร (สสนก.)
ซึ่งมาในนามท่ีปรึกษาโครงการรักษ์ป่าฯ ของบริษัท ปตท. จากัด(มหาชน) จึงทาให้
ทราบว่าข้อมูลเรื่องน้าที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ เรายังรอคอยหวังการช่วยเหลือจาก
หนว่ ยงาน ไมไ่ ด้พยายามแก้ไขปัญหาดว้ ยการพึ่งพาตนเองกอ่ น
ปี 2553 – 2554
เกิดการขยายตัวทั้งตาบลในเร่ืองของสวัสดิการชุมชน กลุ่มออมทรัพย์ และสถาบันการเงิน มี
ระบบการจัดการบริหารท่ีโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล ทาให้เกิดความเชื่อม่ันของสมาชิกใน
ตาบล และขยายสู่การจัดต้ังกองทุนต่างๆอีกหลายกองทุนในตาบล เพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชน
ทาใหต้ าบลดงขเ้ี หล็กเปน็ พ้นื ทีร่ ปู ธรรมในการจัดการตนเองดว้ ยทุนของชุมชน
และในช่วงเดียวกันน้ีได้เกิด “โรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์บ้านขอนขว้าง”ท่ีมีหลักสูตรที่เครือข่าย
องค์กรในตาบล และพัฒนาชุมชนร่วมกันออกแบบ โดยมี ๓ หลักสูตรได้แก่ หลักสูตรบริหาร
จัดการ หลักสูตรการจัดการบัญชีและหลักสูตรกิจกรรมเครือข่าย จึงเป็นโรงเรียนฯท่ีกลุ่ม
สวัสดิการชุมชน จากพ้ืนท่ีต่างๆรวม 22 ตาบลในจังหวัดปราจีนบุรี ได้นาแนวคิดกลับไปขยาย
ผล เกิดการจัดตั้ง 2 สถาบันการเงินคือ ตาบลบ่อทอง อาเภอกบินทร์บุรี และตาบลดงกระทง
ยาม อาเภอศรีมหาโพธิ และจังหวัดอื่นๆในภาคตะวันออก ท่ีได้เข้ามาร่วมเรียนรู้หลักสูตร
แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทางานกลุ่มออมทรัพย์ และสวัสดิการชุมชน เช่น จังหวัด
ฉะเชิงเทรา สระแก้ว นครนายก และสระบุรี จากปี พ.ศ. 2555 - 2558 รวมท้ังหมด 360
คน
พฒั นาศักยภาพแกนนา และการสง่ เสริมประชาธิปไตยชุมชนพัฒนาศกั ยภาพแกนนาชมุ ชน เพ่ือ
พัฒนาแกนนารุ่นใหม่ ให้เกิดการทางานแบบหมุนเวียน โดยยึดหลักการเรื่องการส่งเสริม
ประชาธิปไตยชุมชนเปน็ พน้ื ฐานสาคัญของการพฒั นาชุมชนทอ้ งถนิ่
จัดตั้งและสนับสนุนให้เกิดกลุ่ม “กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์พิทักษ์เขาชีปิด” สนับสนุนงานอบรม
พัฒนาศักยภาพของเยาวชน, ศึกษาดูงานกลุ่มรักษ์เขาชะเมา จ.ระยอง, ร่วมงานปลูกป่า/หญ้า
แฝก และเรยี นรู้ดแู ลทรพั ยากรธรรมชาตบิ นเขาชปี ิด
ทาข้อมลู แหล่งนา้ /ตน้ ทุนนา้ ทั้งตาบล
ปี 2555
เกิดการสารวจขอ้ มูลเพม่ิ เติมโดยไดร้ บั ความร่วมมอื จากหนว่ ยงานภาคี ได้แก่
สถาบันพฒั นาองคก์ รชมุ ชน (พอช.)
ท้องถิน่ ทอ้ งท่ี และแกนนาเครือข่ายในตาบล
ศนู ย์จดั การกลุ่มป่าสงวนแห่งชาติท่ี๒๓๕ ป่าน้าตกเขาอีโต้ สานกั จัดการทรัพยากรป่าไม้ ท่ี
๙
สาขาปราจีนบรุ ี
สถาบันสารสนเทศทรพั ยากรนา้ และการเกษตร (สสนก.)
สานกั งานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มจงั หวัดปราจนี บรุ ี
ลงพื้นที่หมู่บ้านทุกหมู่บ้าน เพ่ือจับพิกัด GPS/GIS แหล่งน้า เพ่ือทาการฟ้ืนฟูแก้ไขปัญหา
นา้ ทว่ มนา้ แล้ง และการใชป้ ระโยชนท์ ี่ดนิ
ปี 2556
เขา้ รว่ มเป็นเครอื ข่ายการจัดการน้าชุมชน กับ สถาบนั สารสนเทศทรพั ยากรน้าและการเกษตร (สสนก.)
ลงพื้นท่ีสารวจเส้นทางน้าท้ัง ตอนบน ตอนกลาง และ ตอนล่าง เทียบกับข้อมูลเดิมท่ีมีอยู่ ผลลัพธ์ท่ีได้
คือ ได้โครงการสร้างฝายภูมิปัญญาโครงสร้างไม้ไผ่เพ่ือทาการดักตะกอน และโครงการฝายชะลอน้า
แบบหนิ ก่อท่อี า่ งเกบ็ น้าห้วยเกษียร
ได้เรยี นรเู้ ร่อื งการทาผงั นา้ ท้งั ระบบ และการใช้ประโยชนข์ อ้ มลู
ปี 2557 - 2558
เกิดนวัตกรรม “เข่ือนใต้ดิน” โดยใช้การบริหารจัดการน้าด้วยตนเอง มีภาชนะขนาดใหญ่กักเก็บน้า/
นา้ ฝนไวใ้ ช้ในฤดแู ล้ง โดยการสนับสนนุ งบประมาณจากกล่มุ ออมทรัพย์บา้ นขอนขวา้ งมาตง้ั เปน็ กองทุน
เขื่อนใต้ดิน เป็นแหล่งเรียนรู้ดูงานและขยายผลเร่ืองการจัดการน้าในแปลงเกษตร จากจุดน้ีท่ีสามารถ
พ่ึงพาตนเองไดใ้ นเรือ่ งการจดั การน้า ทาให้เลิกล้มความคดิ ท่จี ะสรา้ งเขอ่ื นวงั บ่อ
ได้เรียนรู้เร่ืองการทาเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระดาริ ได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการแปลง
เกษตรทฤษฎีใหม่ จากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้าและการเกษตร (สสนก.) โดยมีแปลงตัวอย่างท่ี
เขา้ รว่ มทงั้ หมด ๙ แปลง
ตอ่ ยอดจากงาน/ข้อมูลเข่ือนใต้ดนิ ทาใหไ้ ด้รับงบประมาณโครงการปรบั ปรงุ และเสรมิ ประสิทธิภาพการ
กักเกบ็ น้าชมุ ชน จากมลู นิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์
ปรับปรงุ ซ่อมแซมฝายคอนกรีตในหมู่ ๕ และหมู่ ๑๐ คลองเกษยี ร
ปรับปรงุ ซอ่ มแซมฝายคอนกรตี ในหมู่ ๕ และหมู่ ๑๐ คลองเกษยี ร
กองทุนหมนุ เวียนขุดสระเก็บนา้ ในแปลงเกษตร
ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ดาเนินโครงการการแก้ไข
ปัญหาท่ีดินทากินแนวใหม่ ทาให้เกิดการบูรณาการข้อมูล ทุน คณะทางาน ร่วมกับภาคี มูลนิธิ
อุทกพัฒน์ฯ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้าและการเกษตร (สสนก.) ทาให้เกิดผลลัพธ์ใน
การแก้ไขปัญหาการจัดการน้าชุมชนอย่างเป็นระบบ ได้ขุดลอกคลอง/แหล่งน้าท้ังตาบล การ
ปรบั ปรงุ ซ่อมแซมฝาย การทาฝายใหม่ การขุดแหลง่ นา้ แกม้ ลิง และการขุดสระนา้ สารองไว้ใชใ้ น
ครวั เรอื น
เป็นตาบลผู้ประสานงาน เครือข่ายการจัดการทรัพยากรน้าชุมชนตามแนวพระราชดาริ ลุ่มน้า
ปราจีนบุรี สนับสนุนโดย มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประสานงานพ้ืนท่ีและตาบล
อ่ืนๆในจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว เพื่อร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการบริหาร
จัดการน้าร่วมกัน ขยายผลความรู้ ความสาเร็จ เพื่อทาข้อมูล ผังน้าของลุ่มน้าปราจีนบุรี แก้ไข
ปญั หาน้าทัง้ ระบบ
เปน็ ทเ่ี รียนรูเ้ รอื่ งการจดั การขอ้ มูล
เกิดผงั น้าตาบลดงขี้เหล็ก
ปี 2559 – ปัจจุบัน
ได้เป็นศูนย์เรียนรู้แปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดาริ เรียนรู้การจัดระบบน้ากับแปลง
เกษตรเพอื่ เกิดการประหยัดต้นทุน ประหยัดน้า และลดการใชแ้ รงงานคน
เข้าร่วมอบรมพลังงานชุมชน ภายใต้โครงการของบริษัท ปตท.จากัด (มหาชน) นาความรู้ท่ีได้และ
จากการไปศึกษาดูงาน นากลับมาทาแผงโซลาเซลล์ลอยน้า ในสวนพรมวิเศษ, แปลงเกษตรทฤษฎี
ใหม่ และอ่างเก็บน้าเขาชีปิด เพื่อใช้กับเครื่องสูบน้ารดน้าในแปลงเกษตร ประหยัดค่าไฟฟ้าเป็น
ศูนยเ์ รียนรูต้ ้นแบบการใชพ้ ลงั งานทางเลอื กกบั แปลงเกษตรทฤษฎใี หม่
เกิดวิทยากร ถ่ายทอดความรู้ ในเร่ือง การบริหารจัดการทุน ทรัพยากร การทาข้อมูลและการใช้
ประโยชน์ขอ้ มูล การจัดการน้า เกษตรทฤษฎีใหม่ และพลงั งานทางเลอื กกบั แปลงเกษตรทฤษฎใี หม่
เตรียมการจัดต้ัง “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้าชุมชนตามแนวพระราชดาริ” ในตาบลดงข้ีเหล็ก
ร่วมกับ มูลนธิ ิอทุ กพฒั นใ์ นพระบรมราชปู ถัมภ์ วนั ท่ี ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
ร่วมทาข้อมูล ร่วมวางแผนพัฒนาตาบลและจังหวัดด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ร่วมสนับสนุน
การทาข้อมูลยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี สนับสนุนองค์ความรู้และลงพื้นที่ช่วยทา
ข้อมลู และทากิจกรรมรว่ มกบั ตาบลอ่นื ๆ
ได้ร่วมงานกับภาคีหลายภาคส่วน เช่น สานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด
ปราจีนบุรี, เครือข่าย ทสม. ตาบลดงข้ีเหล็ก, สานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี,
ศูนย์จัดการกลุ่มป่าสงวนแห่งชาติท่ี ๒๓๕ ป่าน้าตกเขาอีโต้, บริษัท ปตท.จากัด มหาชน, สถาบัน
สารสนเทศทรัพยากรน้าและการเกษตร, มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์, องค์การบริหาร
ส่วนตาบลดงขี้เหล็ก, ท้องท่ี และเยาวชนกลุ่มอนุรักษ์พิทักษ์เขาชีปิด ดาเนินกิจกรรม บวชป่าเขาชี
ปดิ ปลกู ตน้ ไม้/ปลูกหญ้าแฝกรมิ คลองและแหลง่ น้าที่ได้รับการขดุ ลอก
จัดทาข้อมูลเส้นทางการท่องเที่ยวในตาบล และเกิดแผนงานและดาเนินการเรื่องการจัดการ
ทอ่ งเท่ียวชุมชน ร่วมกบั จงั หวัดปราจนี บุรี สานักงานท่องเที่ยวและการกีฬาจังหวัดปราจีนบุรี และ
สานกั งานการท่องเท่ยี วเขต 8 จงั หวัดนครนายก และ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลดงขเี้ หลก็
ประสานขับเคลื่อนเชิงนโยบายสู่ขอ้ บัญญตั ิท้องถ่นิ เกดิ ธรรมนูญการจัดการน้า และธรรมนญู สุขภาพ
และผลักดนั สูข่ อ้ บญั ญตั ิตาบล หมวดทรัพยากร
ร่วมทาผงั ต้าบลดงข้เี หล็ก เพอ่ื กาหนดการใชป้ ระโยชนท์ ด่ี นิ โดยชมุ ชน
รว่ มขับเคล่ือนและผลกั ดนั ธรรมนูญจงั หวัดปราจีนบรุ ี
รว่ มจัดต้ังกองทุนที่ดินทากิน แกไ้ ขปัญหาเกษตรกรท่ีดนิ หลดุ มือ จานวน 191 ราย และ สนับสนุน
ให้โอกาสสมาชิกไดม้ ีที่ดนิ ทากนิ /ท่ีอยู่อาศัย แก้ไขปัญหาพืน้ ท่ีทบั ซ้อนกับเขตอุทยานฯ และทับซ้อน
พนื้ ที่ตาบลอ่ืน
จากการทาผังน้า และแนวเขต GIS ได้ท่ีดินสาธารณะบริเวณเขาชีปิดคืนจากเอกชน จานวน 90 ไร่
แก้ไขปญั หาท่ีดนิ ทับซอ้ นบริเวณปา่ สงวนเขาอโี ต้ หมู่ 11 จานวน 17 แปลง
การจัดอบรมเยาวชน 50 คน ร่วมกับป่าไม้ ให้ความรู้เร่ือง สิทธิชุมชนต่อการใช้ทรัพยากรท้องถ่ิน
เพื่อให้เห็นความสาคัญของทรัพยากรซึ่งเป็นสมบัติของทุกคน ควรช่วยกันดูแล และร่วมกันพัฒนา
ตาบลเพ่ือความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน, การใช้ประโยชน์ปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และ
ร่วมกันปลูกป่าบริเวณปาเขาชีปดิ