ก
คำนำ
ปญ หาหมอกควนั เปนปญหาใหญอ ีกปญ หาหนึ่ง ที่เกดิ ขน้ึ ทง้ั ในและตา งประเทศ สงผลตอ สขุ ภาพ
และการดำเนินชีวิตความเปนอยู ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอมเปนอยางมาก การมีความรู มีความเขาใจ
ถึงสาเหตุปญหาสถานการณของการเกิดหมอกควัน ตลอดจนการปองกันและควบคุมการเกิดหมอกควัน
เปนเรื่องจำเปนสำหรับผูคนในปจจุบัน ที่ตองตกอยูในสภาวะปญหาหมอกควันซึ่งหลีกเลี่ยงไดยาก ศูนย
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองพะเยา ไดตระหนักถึงความสำคัญของปญหา
หมอกควัน จึงไดจัดทำเปนหลักสูตรรายวิชาเลือก สาระทักษะการดำเนินชีวิต ระดับมัธยมศึกษาตอนตน
ตามหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551และบรรจไุ วในหลักสูตร
สถานศึกษาเพื่อนำไปใชในการจัดการศึกษาใหกับผูเรียนเพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจในการแกไข
และการปองกันการหมอกควันและนำความรไู ปใชเ ปน แนวทางในการดำเนินชีวิต
ศูนยการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองพะเยา ขอขอบคณะครูกศน.
คณะกรรมการสถานศึกษา นายสุรพล วงศหวนั ผอู ำนวยการสำนกั งานสงเสริมการศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดพะเยา และอาจารยอัญชลี ธรรมะวิธีกุล ศึกษานิเทศกเชี่ยวชาญ อดีต
หัวหนาหนวยศึกษานิเทศก สำนักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่ใหให
คำแนะนำคำปรึกษา ในการจัดทำหลักสูตรครั้งนี้ไดเสร็จสิ้นสมบูรณมา ณ โอกาสนี้ หวังวาเอกสาร
หลักสูตรรายวิชาเลือกฉบับนี้ จะเปนประโยชนตอ ผูบริหารสถานศึกษา ครูการศึกษานอกโรงเรียนและ
ผเู กี่ยวขอ ง ในการนำไปใชใ นการจัดการศกึ ษาใหก บั ผูเรียน
( นาอดิสอน ขยุ คำ )
ผอู ำนวยการกศน.อำเภอเมอื งพะเยา
20 มิถนุ ายน 2562
สารบัญ ข
คำนำ หนา
สารบญั ก
คำแนะนำการใชแ บบเรยี น ข
โครงสรางรายวชิ า ค
บทที่ 1 ความรูทวั่ ไปเกี่ยวกับหมอกควัน ง
แบบทดสอบกอ นเรยี น 1
ความหมายของหมอกควัน 3
ใบงาน ครั้งที่ 1 8
บทที่ 2 สถานการณก ารเกดิ หมอกควนั โลก 10
2.1 สถานการณการเกดิ หมอกควันในอเมรกิ า 11
2.2 สถานการณการเกดิ หมอกควันในออสเตรเลีย 13
2.3 สถานการณก ารเกิดหมอกควนั ในยโุ รป 15
ใบงาน ครั้งที่ 2 17
บทที่ 3 สถานการณก ารเกดิ หมอกควันในเอเชยี 19
3.1 สถานการณการเกดิ หมอกควนั ในไทย 20
3.2 สถานการณการเกิดหมอกควันในภาคกลาง 21
3.3 สถานการณการเกดิ หมอกควันในภาคเหนือ 22
ใบงาน ครั้งท่ี 3 25
บทที่ 4 ผลกระทบจากหมอกควนั 27
4.1 ผลกระทบจากการเกดิ หมอกควันในประเทศไทย 28
4.2 ผลกระทบจากการเกิดหมอกควนั ทางดาน 30
ใบงาน คร้ังท่ี 4 33
บทท่ี 5 การแกไขและการปอ งกันการเกดิ หมอกควัน 35
5.1 แนวทางการแกไ ขปญ หาและปอ งกนั การเกดิ หมอกควัน 36
5.2 บุคคลท่เี กี่ยวของกับทางการแกไ ขและการปองกันปญ หาหมอกควัน 37
5.3 หนวยงานทีเ่ ก่ียวขอ งกับทางการแกไขและการปองกันปญ หาหมอกควนั 40
ใบงาน คร้ังที่ 5 43
แบบทดสอบหลังเรียน 44
เฉลยแบบทดสอบ 46
บรรณานกุ รม 50
คณะกรรมการจดั ทำหลกั สูตร 51
ค
คำแนะนำการใชแ บบเรียน
แบบเรยี น ประกอบการเรียนสาระการพัฒนาสงั คม รายวชิ าภัยหมอกควัน ระดับมัธยมศึกษาตอนตน เปน
แบบเรยี นท่ีจัดทำขึ้นสำหรับผเู รยี นทเี่ ปนนักศึกษานอกระบบในการศึกษาแบบเรียน รายวชิ า ภัยหมอกควัน ผเู รียน
ควรปฏิบัติ ดังนี้
1. ศกึ ษาโครงสรา งรายวชิ าใหเ ขาใจในหวั ขอ สาระสำคัญ ผลการเรียนรูท่ีคาดหวัง และขอบขาย
เนอื้ หา
2. ทำแบบทดสอบกอ นเรยี น กอนทีจ่ ะศึกษารายละเอยี ดเน้ือหาของบทน้ันๆ
3. ศกึ ษารายละเอยี ด เนอ้ื หาของแตละบทใหเ ขา ใจและทำกจิ กรรมตางๆที่กำหนด
4. ปฏิบตั ิกิจกรรมทายบทของแตบท เพือ่ เปนการสรปุ ความรู ความเขาใจในเนือ้ หาท่ไี ดศ ึกษา
แลวตรวจสอบความถกู ตองกับแนวเฉลยกิจกรรม และทำความเขาใจใหชัดเจน
5. ทำแบบทดสอบหลังเรียน แลว ตรวจสอบกับเฉลย กอ นทจี่ ะทำการศกึ ษาในบทตอ ไป
6. แบบเรยี น เลมน้ี ประกอบดว ย
บทที่ 1 ความรทู ่วั ไปเกยี่ วกับหมอกควัน
บทที่ 2 สถานการณการเกดิ หมอกควนั โลก
บทที่ 3 สถานการณการเกดิ หมอกควันในเอเชีย
บทที่ 4 ผลกระทบจากหมอกควนั
บทท่ี 5 การแกไขและการปองกันการเกิดหมอกควนั
ง
โครงสรางรายวิชา ภัยหมอกควัน ทช 2300058
สาระสำคัญ
ปญ หาหมอกควนั เปน ปญหาใหญอ ีกปญหาหนง่ึ ท่ีเกดิ ข้ึนทงั้ ในประเทศและตางประเทศ สง ผลตอสุขภาพ
และการดำเนินชีวิตความเปน อยู ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอมเปนอยางมาก การมีความรู มีความเขาใจถึงสาเหตุ
ปญหาสถานการณของการเกิดหมอกควัน ตลอดจนการปองกันและควบคุมการเกิดหมอกควัน เปนเรื่องจำเปน
สำหรับผูคนในปจจุบัน ที่ตองตกอยูในสภาวะปญหาหมอกควัน ซึ่งหลีกเลี่ยงไดยากดังนั้นการพัฒนาหลักสูตร
รายวชิ าเลอื กวชิ า ภยั หมอกควนั เพอื่ นำมาใชใ นการการจัดการศึกษานอกระบบตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบ
ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับมัธยมศึกษาตอนตน มาตรฐานการเรียนรูระดับ สาระทักษะ
การดำเนนิ ชีวติ ซ่ึงกำหนดใหมีความรู ความเขา ใจ ตระหนกั เกยี่ วกับมีรู เขาใจ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม เจตคติที่ดี มี
ทกั ษะในการดูแลและสรางเสริมการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ปฏบิ ัติเปน กิจนิสัยตลอดจนปองกันพฤติกรรมเส่ียงตอ
สุขภาพและดำรงชีวิตของตนเองและครอบครวั อยางมีความสุข
ผลการเรยี นท่คี าดหวัง
1. บอกสถานการณการเกดิ หมอกควันของโลกและของประเทศไทยได
2. บอกวิธีการเตรยี มพรอ มรับมือกบั หมอกควนั ได
3. บอกสัญญาณบอกเหตกุ อนเกิดหมอกควันได
4. บอกผลกระทบจากการเกดิ หมอกควันได
5. บอกถงึ บุคลากรและหนว ยงานทเ่ี กี่ยวของกับหมอกควนั ได
ขอบขายเนื้อหา
บทที่ 1 ความรทู ่วั ไปเกีย่ วกบั หมอกควนั
เรอื่ งท่ี 1 ความหมายของหมอกควัน
เรื่องที่ 2 อนั ตรายจากพษิ จากหมอกควนั
บทที่ 2 สถานการณก ารเกดิ หมอกควนั โลก
เร่อื งท่ี 1 สถานการณก ารเกดิ หมอกควันในอเมริกา
เรอ่ื งท่ี 2 สถานการณก ารเกดิ หมอกควันในออสเตรเลยี
เรื่องท่ี 3 สถานการณการเกดิ หมอกควันในยุโรป
บทท่ี 3 สถานการณการเกิดหมอกควันในเอเชีย
เร่อื งที่ 1 สถานการณการเกดิ หมอกควันในไทย
เรอ่ื งท่ี 2 สถานการณการเกิดหมอกควันในภาคกลาง
เร่อื งท่ี 3 สถานการณก ารเกิดหมอกควนั ในภาคเหนือ
บทท่ี 4 ผลกระทบจากหมอกควนั
เร่อื งท่ี 1 ผลกระทบจากการเกดิ หมอกควันในประเทศไทย
เรอ่ื งที่ 2 ผลกระทบจากการเกิดหมอกควนั ทางดาน
บทที่ 5 การแกไ ขและการปองกนั การเกิดหมอกควนั
เร่อื ง 1 แนวทางการแกไขปญ หาและปอ งกันการเกดิ หมอกควัน
เรอื่ งที่ 2 บคุ คลทเี่ กย่ี วขอ งกับทางการแกไ ขและการปองกันปญหาหมอกควนั
เรอ่ื งที่ 3 หนว ยงานท่เี กีย่ วขอ งกับทางการแกไขและการปองกันปญ หาหมอกควนั
1
แบบทดสอบกอ นเรยี น รายวิชา ภัยหมอกควนั
1. สถานการณห มอกควันของประเทศไทย สวนใหญเกดิ ข้ึนในภาคใดมากท่สี ดุ
ก. ภาคเหนอื ภาคใต ข. ภาคเหนือ ภาคตะวนั ออก
ค. ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ง. ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
2. ขอใดเปนสาเหตขุ องการเกดิ ปญ หาหมอกควนั ที่เกิดขนึ้ โดยธรรมชาติ
ก. การตัดไมท ำลายปา ข. เกิดไฟไหมป า
ค. การเผาตอซงั ตนขา ว ง. ผลกระทบจากภาวะเรอื นกระจก
3. ขอ ใดคอื สาเหตขุ องการเกดิ ปญ หาหมอกควันมากทส่ี ุด
ก. การเผาปา เพ่อื ลา สัตว ข. การเผาขยะในชมุ ชน
ค. การเผาตอซงั ขา วทท่ี ุง นา ง. การกอไฟเพอ่ื หงุ หาอาหาร
4. ขอใดอธิบายความหมายของหมอกควันไดถ ูกตองทีส่ ุด
ก. ฝนุ ควนั และอนุภาคแขวนลอยในอากาศ รวมตัวกนั ในสภาวะท่ีอากาศปด
ข. หมอกซึ่งมคี วนั ผสมอยเู ปน จำนวนมากในอากาศ
ค. ควันไฟที่เกดิ จากการเผาขยะ
ง. ควนั ทีเ่ กิดจากการหงุ หาอาหารในชมุ ชน
5. จงั หวัดใดทีอ่ ยูในพ้ืนท่ไี ดรับผลกระทบจากหมอกควนั นอ ยท่สี ุด
ก. พิษณุโลก ข. กรุงเทพมหานคร
ค. แมฮอ งสอน ง. พะเยา
6. สถานการณก ารเกิดหมอกควนั ในยโุ รปเกดิ จากอะไรมากท่ีสดุ
ก. ภูเขาไฟระเบดิ ข. ไฟปา
ค. การทำเหมืองแร ง. โรงงานพลงั งานนิวเคลยี ร
7. อันตรายจากฝนุ ละอองในอากาศกอใหเ กดิ โรคใดบา ง
ก. โรคผิวหนงั บาดทะยัก ข. เชื้อวัณโรค เชือ้ แอนแทรกซ
ค. ไขเลือดออก ไขมาลาเรีย ง. งูสวดั กลากเกล้ือน
2
8. แนวทางการแกไขปญ หาและปองกันการเกิดหมอกควนั ในชมุ ชนควรทำอยางไร
ก. เตรียมน้ำไวดบั ไฟปา ข. พยายามเลือกใชวตั ถุดิบและเชื้อเพลงิ ท่ีไมมสี ารกอ มลพิษทางอากาศ
ค. รณรงคหา มเผาปา ง. ตง้ั เวรยามเฝาระวังไฟปา
9. หนวยงานใดทเ่ี กย่ี วของกบั ทางการแกไขและการปองกันปญหาหมอกควัน
ก. กรมปาไม ข. กรมควบคุมมลพิษ
ค. กรมสุขภาพอนามัย ง. กรมพัฒนาชมุ ชน
10. เมอ่ื เกิดไฟปาข้ึนจะโทรแจง สายดวนหมายเลขโทรศพั ทใด
ก. 191 ข. 1669
ค. 1784 ง. 1323
3
บทที่ 1 ความรูทั่วไปเกย่ี วกับหมอกควัน
สาระสำคัญ
หมอกควนั จัดไดวา เปนมลพิษทางอากาศทส่ี ำคญั เปนผลผลติ ของกระบวนการเผาไหม หรือสันดาป ที่ไม
สมบรู ณ เปนตนกำเนดิ ของสารมลพิษทางอากาศท่ผี งั ตวั อยูกบั อนุภาคฝุน ละอองขนาดเล็กทเี่ มื่อเขาไปใน ปอดแลว
ไมสามารถขับออกมาได สารมลพิษกลุมท่มี จี ำนวนชนิดมากที่สุด เปนสารประกอบอินทรยี ท ่ีมชี ่ือวา พอลีโซคลิกอะ
โรมาติกไฮโรคารบอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) ที่มักเรียกชื่อวา พีเอเอช หรือ พาห ซึ่งมีสาร
สมาชิกไมนอยกวาสิบชนิดเปนสารกอมะเร็ง และแทบทุกชนิดคงอยูในสิ่งแวดลอมไดนาน ไม สลายตัวไดงาย ชั้น
บรรยากาศที่มอี ุณหภูมิผกผนั และหมอกควันพิษเปรียบเสมือนกำแพงลองหนท่ีกนั ไมใหฝุน ควัน ลองลอยขึ้นไปยงั
บรรยากาศช้ันบนได มกั เกดิ ในชวงฤดหู นาวกอนเขา สูฤดรู อน เพราะเปน ชว งท่ีอากาศน่ิง ชน้ั ของอากาศเย็นมีความ
หนาแนนสูงกวา มีความชื้นนอยกวา จากสภาพความกดอากาศสูงดังกลาวทำใหฝุน ละอองขนาดเล็กไมถูกพัดพา
ขึน้ สูช ั้นบรรยากาศระดบั สูง แตจ ะวนเวียนอยใู นระดบั ท่ีประชาชนอยูอาศยั
ผลการเรยี นท่ีคาดหวงั
1. บอกความหมาย องคป ระกอบของหมอกควนั ได
2. บอกมลพษิ จากฝนุ ละอองของหมอกควนั ได
3. บอกพษิ ภัยจากหมอกควันที่เปน อนั ตรายตอรา งกายได
ขอบขา ยเน้ือหา
เรื่องที่ 1 ความหมายของหมอกควัน
เรอ่ื งท่ี 2 อนั ตรายจากพิษจากหมอกควนั
4
บทที่ 1 ความรูทวั่ ไปเก่ียวกับหมอกควัน
เรื่องท่ี 1 ความหมายของหมอกควนั
1.1.1 มลพิษทางอากาศ (Air Pollution) คือสภาพอากาศที่มีสารเจือปน และถาสารเจือปนน้ี สะสมอยู
ในอากาศเปนเวลานาน ๆ จะสง ผลกระทบตอสขุ ภาพของมนุษย สัตว และพชื ผลตา ง ๆ รวมทัง้ สง่ิ แวดลอ มรอบ ๆ
สภาพอากาศ ท่ีมสี ารเจอื ปนเหลาน้ัน
1.1.2 หมอก (Fog, Mist) คือ เมฆทเ่ี กดิ ในระดบั ใกลพนื้ ดนิ ซง่ึ ทำใหท ศั นวสิ ัยหรอื การมองเห็นเลวลง
เปนอันตรายทั้งทางบก และทางอากาศ ในวันที่มีอากาศช้ืน และทองฟาใส พอตกกลางคืนพื้นดินจะเย็น ตัวลง
อยางรวดเร็ว ทำใหไอน้ำในอากาศเหนือดินควบแนะเปนหยดน้ำ หมอกซึ่งเกิดขึ้นโดยวิธีนี้จะมีอุณหภูมิต่ำ และมี
ความหนาแนนสงู เคลอ่ื นตวั ลงสูทตี่ ่ำ และมอี ยูอยางหนาแนน ในหบุ เหว
1.2.3 หมอกควนั (Haze, Smog) คอื ปรากฎการณท ี่ฝุน ควนั และอนภุ าคแขวนลอยในอากาศ รวมตัวกัน
ในสภาวะที่อากาศปด หมอกควันเกินขึ้นไดงายในสภาพอากาศแหง (แตกตางจากหมอก ที่สภาพ อากาศตองมี
ความช้ืนสูงพอ) ลักษณะภูมิประเทศที่เอ้ือใหเกิดหมอกควนั ปกคลุม ไดแก พ้นื ที่แองกระทะ หรือ พ้ืนท่ีปดระหวาง
หุบเขา ประกอบกับอากาศเหนือภูมิประเทศนั้นมีชั้นอุณหภูมิผกผันเกิดขึ้น ตามทฤษฎีมวล อากาศเย็นจะอยูใกล
พื้นดิน เพราะมีความหนาแนน และมีน้ำหนักมากกวาอากาศรอน ถาหากมวลอากาศรอน (ที่ไหลอยูดานบนของ
มวลอากาศเย็น) เคลื่อนตัวอยางรวดเร็วและรุนแรงเพียงพอแลวจะสามารถปดกั้นการ ถายเทความรอนและ
อนภุ าคแขวนลอยในบรรยากาศดานลา งไมใหขึน้ มาดานบนได (ปรากฎการณเอลนีโญ เปนปจจยั หนึ่งทีม่ ีผลกระทบ
ตอความรุนแรงของมวลอากาศในชัน้ บรรยากาศ)
หมอกควัน จัดไดว า เปน มลพษิ ทางอากาศทส่ี ำคัญ เปนผลผลิตของกระบวนการเผาไหม หรอื สนั ดาป ท่ีไม
สมบรู ณ เปนตน กำเนิดของสารมลพิษทางอากาศท่ผี ังตวั อยูกบั อนภุ าคฝนุ ละอองขนาดเล็กท่เี ม่ือเขาไปใน ปอดแลว
ไมสามารถขับออกมาได สารมลพษิ กลมุ ทีม่ จี ำนวนชนดิ มากทสี่ ุด เปนสารประกอบอินทรยี ท่ีมีชื่อวา พอลีโซคลิกอะ
โรมาติกไฮโรคารบอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) ที่มักเรียกชื่อวา พีเอเอช หรือ พาห ซึ่งมีสาร
สมาชิกไมนอยกวาสิบชนิดเปนสารกอมะเร็ง และแทบทุกชนิดคงอยูในสิ่งแวดลอมไดนาน ไม สลายตัวไดงาย ช้ัน
บรรยากาศที่มีอุณหภูมิผกผันและหมอกควันพษิ เปรียบเสมือนกำแพงลอ งหนที่กนั ไมใหฝ ุน ควัน ลองลอยขึ้นไปยงั
บรรยากาศช้นั บนได มกั เกิดในชว งฤดูหนาวกอนเขา สูฤดรู อน เพราะเปน ชวงทอ่ี ากาศนิ่ง ช้นั ของอากาศเย็นมีความ
หนาแนนสูงกวา มีความชื้นนอยกวา จากสภาพความกดอากาศสูงดังกลาวทำใหฝุน ละอองขนาดเล็กไมถูกพัดพา
ขน้ึ สูช ัน้ บรรยากาศระดบั สูง แตจะวนเวยี นอยูในระดบั ทป่ี ระชาชนอยอู าศัย จึง กลายเปนฝาชีครอบชั้นบรรยากาศ
5
เปน ลกั ษณะโดมอากาศ ดงั นัน้ ฝุน ควัน ท่ถี กู กกั ไว จงึ สงผลกระทบทาง สุขภาพอยา งหลีกเล่ียงไมได ทงั้ ปญ หาการ
มองเหน็ การระคายเคอื งตา โรคท่ีเก่ียวขอ งกับทางเดนิ หายใจท่ี มักจะนำไปสกู ารเปนมะเร็งปอด
เร่ืองท่ี 2 อันตรายจากพษิ จากหมอกควัน
มลพิษจากฝุนละอองในอากาศมีที่มาหลากหลาย รวมถึงฝุนผง ละอองธุลี ขี้เถา และเขมาควัน และ
เกิดขึ้นทั้งจากแหลงธรรมชาติ (เชน เกลือทะเล) และที่มนุษยสรา งข้ึนอยางไอเสียจากรถยนตและรถบรรทุก เมือง
ใหญและเขตอุตสาหกรรมที่มีการจราจรหนาแนน โรงงาน และงานกอสรางมากมายมีแนวโนมที่จะมีอันตรายจาก
การเจอกับมลพิษจากฝุนละอองมากกวา แตเ ขตชนบทกม็ ีความเสี่ยงเชน กัน จากฝนุ บนถนนทยี่ ังไมไดลาดยางหรือ
โรยหนิ จากมลพษิ ทางเกษตรกรรมในรปู ของแอมโมเนยี ซ่ึงเขา มาอยูในอากาศในรูปของกาซจากพื้นที่เพาะปลูกที่มี
การใชปุยและมลู สัตว และจากหมอกควนั ท่ีเกิดขึน้ เม่ือชาวไรช าวนาเผาพ้นื ท่เี พ่ือเตรียมดินสำหรับการเพาะปลูกฤดู
ตอ ไป ยิง่ ละอองฝนุ มขี นาดเลก็ ลงเทาใด กย็ งิ่ เปนอันตรายคกุ คามตอสุขภาพเทา น้นั ขึน้ ชอื่ วามลพษิ กน็ ับวา เลวรา ย
ทั้งส้นิ แตม ลพิษจากฝุน ละอองในอากาศทมี่ ีขนาดเลก็ ลงไปอีกยิ่งเปน อันตรายตอสุขภาพอยา งแทจริง เน่ืองจากมัน
สามารถถูกสูดหายใจเขาไป และมีขนาดเล็กพอที่จะเขาไปลึกถึงปอดและทางเดนิ หายใจได บางอนุภาคอาจจะเขา
ไปถึงกระแสเลือดและไหลเวียนทว่ั รางกายของเราไดในท่สี ดุ ผลกระทบจากมลพิษละอองฝุนดังกลาวตอสุขภาพน้ัน
รา ยแรงกวา ทีเ่ คยคดิ กัน
PM2.5 หมายถึงฝุนละออง (ambient airborne particles) ที่มีขนาดเล็กไมเกิน 2.5ไมครอนมีสารเคมี
ตาง ๆ เปนองคประกอบ และมีแหลงกำ เนิดที่หลากหลาย PM2.5 ถูกพิจารณาวาเปนมลพิษที่มีผลกระทบกับ
สุขภาพมากที่สุดในบรรดามลพิษทางอากาศโดยทั่วไป เนื่องดวยขนาด ที่เล็กมาก PM2.5 สามารถเขาไปสูระบบ
ทางเดินหายใจของมนุษยได และจากนั้นก็ไปทั่วรางกาย เปนสาเหตุของ ผลกระทบดานสุขภาพทั้งระยะสั้นและ
ระยะยาวมากมายผลกระทบดานสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาวมากมาย ฝุนขนาดเล็กยังเปนกลุมสารมลพิษท่ี
สงผลกระทบตอผูคนท่ัวโลก ฝุนขนาดเล็กนีส้ ามารถ มาจากแหลงธรรมชาตแิ ละมนุษยสรางขึ้น โดยทั่วไปแหลงกำ
เนิด PM2.5 มาจากการ เผาไหม (จากเครื่องยนตของยานพาหนะ อุตสาหกรรม การเผาฟนและถานหิน) รวมท้ัง
ผานทางสารมลพิษอนื่ ๆ ทท่ี ำ ปฏกิ ริ ยิ าอยูในบรรยากาศ
จากงานศึกษาวิจัยสำคัญๆ ในระยะสิบปที่ผานมา เดี๋ยวนี้ เราไดรูแลววา มลพิษทางอากาศเปนอันตราย
คุกคามสุขภาพของเรามากกวาที่เราเคยเขาใจ องคการอนามัยโลกประมาณการวามีประชากรที่ตอง “ตายกอน
เวลาอันควร” เนื่องจากมลพิษในอากาศทั่วโลกมากกวาหกลา นคนในแตละป และในจำนวนนี้ เปนเด็กอายตุ ่ำกวา
หา ขวบราวรอ ยละสบิ คือประมาณ 600,000 คน มงี านวิจัยท่แี สดงดว ยวา เมอ่ื คุณภาพอากาศเลวลง
อัตราการไปหอ งฉุกเฉนิ และการเขาอยูโรงพยาบาลจะสงู ข้ึน เพราะมลพษิ ทำใหปญหาสุขภาพท่ีมีอยูกำเริบขึน้ และ
เปนเหตใุ หหัวใจวาย หลอดเลือดในสมองตีบ หอบหืดกำเรบิ และอื่นๆ อกี มากมาย
อันตรายคุกคามตอหัวใจ : งานวิจัยไดแสดงวาการเผชิญกับมลพิษในอากาศอาจทำใหเกิดเหตุรุนแรง
เฉียบพลันกบั กลา มเนอื้ หวั ใจได รวมท้ังหัวใจวาย หวั ใจเตนผิดจังหวะ หัวใจเตนแรงขึน้ อตั ราการผนั แปรการเตน
6
ของหวั ใจลดลง ตลอดจนมคี วามเส่ียงท่จี ะเกิดการตายจากภาวะหัวใจหยุดเตนเฉียบพลัน นอกจากนั้น ยัง
มหี ลกั ฐานปรากฏไมน านมานี้ดว ยวา ภาวะหลอดเลอื ดแข็ง และการเผชญิ กบั อนุภาคฝุนละอองขนาดเล็กเปนระยะ
ยาวมคี วามเชอื่ มโยงกนั โดยทมี่ ีการสะสมตะกอนที่เรยี กวา พลาคภายในหลอดเลือดซึ่งสามารถทำใหเกดิ ภาวะหัวใจ
วายและหลอดเลือดสมองตีบจนถงึ ตายได
อันตรายคุกคามตอปอดและทางเดินหายใจ : มลพิษในอากาศเปนทั้งสาเหตุและปจจัยที่ทำใหเกิดโรค
เกย่ี วกับปอดและระบบทางเดนิ หายใจและท่ีทำใหโ รคกำเริบข้ึนได ซึง่ รวมถงึ โรคหอบหืดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และ
โรคมะเรง็ ปอด
อันตรายคุกคามตอสมอง : เปน ทเ่ี ชือ่ กนั วา การเผชิญกบั มลพิษในอากาศเปนระยะยาวเพ่ิมความเสี่ยงที่
จะทำใหห ลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว ทำใหค วามดันโลหติ สงู ขึ้น และความหนืดของเลือดเพ่มิ ขึน้ ซึง่ ลวนแตเปน
ปจ จัยเสย่ี งทีท่ ำใหเ กิดลมิ่ เลอื ดในสมองได
คณุ อาจจะอยใู นกลมุ ท่มี ีภาวะความเสีย่ งสูง : การเผชิญกบั อนภุ าคฝุนละอองขนาดเล็กเปนอันตรายตอ
สขุ ภาพยง่ิ ขึ้นสำหรับเดก็ หญงิ มคี รรภ ผูสูงวยั และผทู ีเ่ ปน โรคปอดหรือโรคหัวใจ
เด็กอยูในกลุมที่มีความเสี่ยงสูงดว ยเหตุหลายประการ : สวนใหญแลว ยิ่งอายุนอยเทาใด ความเสี่ยง
ยิ่งมากขึ้นเทานั้น ปอดและระบบภูมิคุมกันของเด็กยังอยูในระยะที่กำลังพัฒนา มีงานศึกษาวิจัยที่แสดงวาการ
เผชญิ กับมลพิษในอากาศจะขดั ขวางการเจริญเตบิ โตของปอดในเด็กในวัยเรียน เมอี่ เปรียบเทียบกับผใู หญแลว เด็ก
ใชเวลาอยกู ลางแจงเพื่อเลน กีฬาและทำกจิ กรรมนอกบานมากกวา นอกจากนนั้ เด็กยงั มีอตั ราทีจ่ ะเปนโรคหอบหืด
และโรคระบบทางเดินหายใจท่ีรุนแรงอนื่ ๆ มากกวา ซ่งึ โรคเหลานก้ี ำเริบขึน้ ไดอยางงา ยดายเมอ่ื ระดับมลพิษสงู
หญิงมีครรภ : นาจะออนแอเปนพิเศษกับมลพิษในอากาศ งานศึกษาวิจัยเมื่อเร็วๆ มานี้แสดงวา การ
เผชิญกับมลพิษในอากาศจากฝุนละอองในระดับสูงระหวางตั้งครรภมีความเชื่อมโยงกันกับการคลอดกอนกำหนด
นำ้ หนกั ตวั ทารกแรกคลอดตำ่ และความเสีย่ งที่จะเกดิ การแทง บุตรและอตั ราการตายของทารกเพ่ิมขนึ้
7
ผูสูงวัย : ตองเผชิญกับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะมีปญหาที่เกี่ยวเน่ืองกับมลพิษ ทั้งนี้เพราะระบบภูมิคุมกันของ
ผูสูงอายุมักจะออนแอลง และรางกายมักจะมีความสามารถนอยลงที่จะรับมือกับมลพิษในอากาศ นอกจากนั้น
ผูสูงอายุยังมีแนวโนมมากขึ้นที่จะมีอาการเกี่ยวกับโรคหัวใจหรือระบบทางเดินหายใจที่ยังไมไดรับการวินิจฉัยซึ่ง
กำเริบขึ้นเนื่องจากมลพิษในอากาศผูที่เปนโรคปอดหรือโรคหัวใจ เชน โรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะหัวใจลมเหลว
โรคหอบหืด โรคถุงลมในปอดโปงพอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง มีความเสี่ยงมากขึ้นเนื่องจากอนุภาคฝุนละออง
สามารถทำใหส ภาวะโรคท่ีมอี ยูก อ นหนา นกี้ ำเริบขน้ึ ได
8
ใบงาน บทที่ 1 รายวิชา ภัยหมอกควนั
1.บอกความหมาย ของหมอกควัน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………...........................................................................……
2. จงบอกสาเหตขุ องการเกดิ หมอกควนั
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงอธบิ ายความหมายของ PM2.5 คอื อะไร
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................... 9
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
4. จงอธิบายภยั จากหมอกควนั เปน อนั ตรายตอ รา งกาย
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
10
บทที่ 2 สถานการณก ารเกดิ หมอกควันโลก
สาระสำคญั
ขอมูลจากองคการอนามัยโลกในป 2561 ระบุวา แตละปมีประชากรโลกเสียชีวิตกอนวัยอันควรเพราะ
มลพิษทางอากาศไมต่ำกวา 6,500,000 คนในจำนวนนีเ้ ปน เด็กถึง 1,700,000 คนและหากยอนกลับไปดูสถติ ิ ในป
2560 จีนและอินเดียเปนประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากมลพิษและฝุนละอองสูงที่สุดในโลก ลาสุดองคกร
Greenpeace องคการสาธารณประโยชนนานาชาติที่ดำเนินกิจกรรมดานสิ่งแวดลอมและสันติภาพฐานที่มั่นอยู
กรุงอัมสเตอรดัมประเทศเนเธอรแลนด และมีฐานที่มั่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใตอยูในประเทศไทย
Greenpeace Thailand ทวีตขอความ ระบุอันดับประเทศที่มีสภาพอากาศย่ำแยโดยกรุงเทพมหานคร ประเทศ
ไทย ติดอันดับมีคุณภาพอากาศแยเปนอันดับ 9 ของโลก โดย อันดับ 1 กรุงเดลี ประเทศอินเดีย อันดับ2 เมืองดา
กา ประเทศบังคลาเทศ อันดับ 3 เมืองโกลกาตา ประเทศอินเดีย อันดับ4 เมืองเสิ่นหยาง ประเทศจีน อันดับ5
เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล อันดับ6 เมืองอูลานบาตาร ประเทศมองโกเลีย อันดับ7 เมืองมุมไบ ประเทศ
อนิ เดีย อันดับ8 เมอื งอูฮ่นั ประเทศจนี และประเทศไทยซ่งึ ตดิ อันดบั มาเปน ที9่ ตามมาดว ยนครดูไบ ประเทศสหรัฐ
อาหรบั เอมิเรตส ที่ตดิ อันดบั มาเปน ลำดบั ที่ 10
ผลการเรียนท่ีคาดหวงั
1. บอกสถานการณการเกดิ หมอกควันในอเมริกาได
2. บอกสถานการณการเกดิ หมอกควันในออสเตรเลยี ได
3. บอกสถานการณการเกดิ หมอกควันในยุโรปได
ขอบขา ยเน้ือหา
เรอ่ื งที่ 1 สถานการณก ารเกิดหมอกควันในอเมริกา
เร่ืองท่ี 2 สถานการณการเกดิ หมอกควันในออสเตรเลยี
เรื่องที่ 3 สถานการณการเกิดหมอกควนั ในยโุ รป
11
บทท่ี 2 สถานการณการเกิดหมอกควนั โลก
เรือ่ งท่ี 1 สถานการณการเกดิ หมอกควันโลก
สถานการณการเกดิ หมอกควนั ในอเมรกิ า
อเมริกาเหนือเปน หน่งึ ในภมู ิภาคท่คี ุณภาพอากาศดีทส่ี ดุ ในรายงานฉบบั นี้ แมวา 18% ของเมืองจะยังเกิน
เปาหมาย รายปขององคการอนามัยโลกในป พ.ศ. 2561 นอกจากนี้ อเมริกาเหนือยังเปนหนึ่งในผูบุกเบิกระบบ
ตรวจวัดคุณภาพ อากาศภายในสหรัฐอเมริกา แหลงกำเนิดมลพิษทางอากาศที่สำคัญในอเมริกาเหนือ
ประกอบดว ยการขนสง การผลิตไฟฟา จากเช้ือเพลงิ ฟอสซลิ การใชพลงั งานในบานเรือน และไฟปา ในฐานะสาเหตุ
ทางธรรมชาติ ที่สำคัญ ป พ.ศ.2561 มีไฟปารุนแรงเปนชดุ ตอเนื่อง โดยเฉพาะ ในแคลิฟอรเนียและโอเรกอน ชวง
สิงหาคมและพฤศจิกายน อีกทั้งในเขต บริติชโคลอมเบีย ของแคนาดา ที่มีควันแพรกระจายอยางรุนแรงเหนือ
บริเวณใกลเคยี งอยา ง อลั เบอรตา ชวงเดอื นสงิ หาคม1 เหตุการณไฟปา ทง้ั สองน้ี เปน เหตกุ ารณทร่ี นุ แรงที่สุดในชวง
หลายปที่ผานมา ทำ ใหเกิด มลพิษสูงกวาระดับพื้นที่ปกตอิ ยางมากแบบชั่วคราว 16 ใน 20 เมืองที่มีมลพิษสูงสดุ
ในอเมริกาเหนือคือแคลิฟอรเนีย เมืองที่มีมลพิษสูงสุดของ 40 อันดับเมืองที่มีมลพิษสูงสุด ในภูมิภาคคือเมือง
แปซฟิ กเวสต ทซ่ี งึ่ โดยท่วั ไปไฟปามักสง ผลกระทบรุนแรงหน่ึงเดอื นโดยเฉลี่ย ลอสแองเจลิส ซง่ึ เปน เมืองที่รูกันวา
มปี ระวัตศิ าสตรต อ สกู บั หมอกควันในระดับสงู และการจราจรตดิ ขัด ติดอันดับ 31 ในภูมภิ าค และเพิม่ PM2.5 เขา
ไปในหมอกควันระดบั ชัน้ โอโซน2 สหรฐั อเมริกาเปน ผนู ำ ระดับโลกในโครงการตรวจวัดคุณภาพ อากาศ ดวยสถานี
ตรวจวัด PM2.5 จำนวน 914 แหงทั่ว ประเทศ ซึ่งขอมูลรวมอยูในรายงานฉบับนี้ เพิ่มเติมดวย โครงการตรวจวดั
คุณภาพอากาศในตา งประเทศของแผนก กิจการตางประเทศของสหรฐั อเมริกา นำ มาสูการตรวจวัด และรายงาน
ผลคุณภาพอากาศที่เปนประโยชนแกเมืองและ ประเทศจำนวนมากที่ขาดแคลนขาวสารขอมูลดานน้ีขอมูลจาก
องคก ารอนามัยโลกในป 2561 ระบวุ า แตละปมปี ระชากรโลกเสียชีวติ กอ นวยั อันควรเพราะมลพษิ ทางอากาศไมต่ำ
กวา 6,500,000 คนในจำนวนนี้เปนเด็กถึง 1,700,000 คนและหากยอนกลับไปดูสถิติ ในป 2560 จีนและอินเดีย
เปนประเทศทม่ี ีอตั ราการเสียชวี ติ จากมลพษิ และฝนุ ละอองสงู ทีส่ ดุ ในโลก
ลาสุดองคกร Greenpeace องคการสาธารณประโยชนนานาชาติที่ดำเนินกิจกรรมดานสิ่งแวดลอมและ
สันตภิ าพฐานท่ีม่ันอยูกรุงอัมสเตอรดัมประเทศเนเธอรแลนด และมีฐานท่ีมน่ั ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใตอยู
ในประเทศไทย Greenpeace Thailand ทวีตขอความ ระบุอันดับประเทศที่มีสภาพอากาศย่ำแยโดย
กรงุ เทพมหานคร ประเทศไทย ตดิ อันดับมคี ณุ ภาพอากาศแยเ ปน อนั ดับ 9 ของโลก โดย อันดับ 1 กรงุ เดลี ประเทศ
อินเดยี อันดบั 2 เมอื งดากา ประเทศบังคลาเทศ อนั ดับ 3 เมืองโกลกาตา ประเทศอนิ เดีย อนั ดบั 4 เมืองเสิ่นหยาง
ประเทศจีน อนั ดับ 5 เมอื งกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล อนั ดบั 6 เมืองอูลานบาตาร ประเทศมองโกเลยี .
อันดบั 7 เมืองมมุ ไบ ประเทศอนิ เดีย อนั ดับ 8 เมอื งอูฮ ัน่ ประเทศจีน และประเทศไทยซ่งึ ติดอนั ดบั มาเปน
ที่ 9 ตามมาดว ยนครดูไบ ประเทศสหรฐั อาหรับเอมเิ รตส ท่ตี ิดอันดับมาเปน ลำดับท่ี 10
12
ขณะทเ่ี มืองที่มีมลพิษทางอากาศต่ำท่ีสุดอันดับ 1 ไดแก เมอื งเบรยี ดแคเลน ประเทศสวเี ดน มัลมแบรเยด
ประเทศสวีเดนตามมาเปนอันดับ 2 เมืองเบนิกาซิมประเทศสเปนตามมาเปนอันดับ 3 สวนอันดบั 4 เปนของเมือง
ปาลมเซอประเทศเอสโตเนยี สวนอันดับ 5 เปนของเมอื งและริกปิ ระเทศสวิตเซอรแลนด
วิธกี ารแกปญ หาและรบั มือกบั มลพิษทางอากาศในตางประเทศ
ขณะที่เมืองใหญทั่วโลกกำลังคิดหาทางแกปญหาฝุนละอองทางอากาศที่กำลังคุกคามสุขภาพ และความ
ปกติสุขของมวลมนุษยมากขึ้นทุกวัน ที่เห็นไดชัดคือประเทศจีน ที่รัฐบาลยกใหปญหาฝุนละอองทางอากาศ เปน
นโยบายระดับชาติ มีการผลักดันการใชพลังงานสะอาดแทนถานหินประกาศมาตรการในการเก็บภาษีอนุรักษ
สิ่งแวดลอมจำนวน 12 หยวนตอหนวยของการปลอยมลพิษทางอากาศ ผลจากการเอาจริงเอาจังของรัฐบาลจีน
สงผลใหคาPM ลดลง 3.5 ตอป โดยในกรุงปกกิ่งลดลงถึงรอยละ 20.5 ขณะเดียวกัน 4 เมืองใหญของโลกอยาง
ปารีส เอเธนส เม็กซโิ กซิตี และมาดริด มีแผนจะหามใชร ถยนตด เี ซลภายในป 2525
13
ขณะที่รัฐบาลอังกฤษประกาศแผนการจัดการกับปญหาฝุนละอองทางอากาศ หลังจากสหราชอาณาจักร
เปน1 ใน 6 ประเทศในกลุมสหภาพยุโรปที่ตองเสียคาปรับ ใหแกศาลยุติธรรมแหงยุโรปเนื่องจากมีการละเมิดขอ
จำกัด ดา นคณุ ภาพอากาศอยางตอเนอ่ื งสวนสหภาพยุโรปมีการผลักดันในการนำรองใชพลงั งานสะอาด ดวยการใช
รถยนตส าธารณะโดยในอนาคต การเดินทางดวยจักรยานจะกลายเปนตวั เลือกท่ีสำคัญในการสญั จรของประชาชน
เร่อื งท่ี 2 สถานการณก ารเกิดหมอกควันในออสเตรเลยี
ประเทศออสเตรเลียประกาศภาวะฉกุ เฉินในรฐั นิวเซาทเ วลสแ ลว หลังไฟปารุนแรงสุดในรอบ 40 ปยังลาม
ไมหยุด หลังจากที่ปญหาไฟปาไดลุกลามออกไปในหลายพื้นที่และสงผลใหบานเรือนของประชาชนไดรับความ
เสียหายไปแลว มากกวา 200 หลังคาเรือน และยงั ถอื เปนปญหาไฟปา ทีร่ นุ แรงมากท่ีสุดในรอบ 40 ปอ กี ดว ย
การประกาศภาวะฉุกเฉินดังกลาว ทำใหเจาหนาที่มีอำนาจในการสั่งการรับมือภัยพิบัติมากขึ้น ภายใน
ระยะเวลา 30 วันตอจากนี้ เชน การสั่งระงับการสง ทอแกส และสั่งใหประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่ ทาง
เจาหนาท่ีดับเพลิงระบุวา ปญหาไฟปาที่มาเร็วกวาปกติ ยังมีทีทาวาจะเลวรายมากขึ้น เนื่องจากสภาวะอากาศท่ี
แหงแลงจัด บวกกับลมพัดแรงสงผลใหไฟปาลุกลามไปหลายพื้นที่มากขึ้น โดยลาสุดควันไฟปาไดทำใหพื้นท่ี
บางสวนของเมืองดังกลาวถูกปกคลุมไปดวยหมอกควันแลวสำหรับพื้นที่ที่ไดรบั ผลกระทบจากปญหาไฟปารุนแรง
มากที่สุดคือ บริเวณเขตเทือกเขาบลูเมาทเทน ทางตะวันตกของนครซิดนีย ซึ่งในบางพื้นที่ทางการยังไมสามารถ
ควบคุมเพลิงไวได ทิม บอกซเวล เจาหนาที่ดับเพลิงรายหนึ่ง เปดเผยวา เจาตัวไดสูญเสียบานที่อยูในเมืองวินมาลี
ทางตะวันตกของเขตเทือกเขาบลเู มาทเ ทน ในระหวางที่กำลังปฏิบตั ิหนาที่อยู ทั้งนี้ ทุกๆปในชวงฤดูรอน ระหวาง
เดือน ธ.ค. – ก.พ. ออสเตรเลียมักจะเผชิญปญหาไฟปา แตจากสภาพอากาศที่รอนและแหงแลงจัด ทำใหไฟปา
เกดิ ข้ึนเร็วกวา ชวงฤดกู าลปกติ ( https://www.posttoday.com/world/254158 )
14
สถานการณไฟปา รฐั นิวเซาทเวลสแ ลว ประเทศออสเตรเลีย
ทางการออสซี่ประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐนิวเซาทเวลส หลังไฟปารุนแรงสุดในรอบ 40 ปยังลามไมหยุด
ทางการออสเตรเลยี ประกาศภาวะฉุกเฉนิ ในรัฐนิวเซาทเวลสแ ลว หลังจากที่ปญหาไฟปาไดลุกลามออกไปในหลาย
พื้นที่และสงผลใหบานเรือนของประชาชนไดรับความเสียหายไปแลวมากกวา 200 หลังคาเรือน และยังถือเปน
ปญหาไฟปา ท่ีรุนแรงมากท่สี ุดในรอบ 40 ปอ ีกดวย ขณะที่ ทางเจาหนาที่ดับเพลิงระบุวา ปญหาไฟปาที่มาเร็วกวา
ปกติ ยังมีทีทาวาจะเลวรายมากขึ้น เนื่องจากสภาวะอากาศที่แหงแลงจัด บวกกับลมพัดแรงสงผลใหไ ฟปาลุกลาม
ไปหลายพื้นทมี่ ากขึน้ โดยลาสุดควันไฟปา ไดทำใหพ้ืนท่ีบางสว นของเมืองดังกลา วถูกปกคลุมไปดวยหมอกควันแลว
สำหรับพ้นื ท่ที ีไ่ ดรบั ผลกระทบจากปญหาไฟปา รุนแรงมากท่สี ุดคอื บริเวณเขตเทอื กเขาบลเู มาทเ ทน ทางตะวันตก
ของนครซิดนีย ซึ่งในบางพื้นที่ทางการยังไมสามารถควบคุมเพลิงไวได ทิม บอกซเวล เจาหนาที่ดับเพลิงรายหน่ึง
เปดเผยวา เจาตวั ไดสูญเสียบา นท่ีอยูในเมืองวินมาลี ทางตะวนั ตกของเขตเทือกเขาบลูเมาทเทน ในระหวางที่กำลัง
ปฏิบัติหนาที่อยู “ผมยืนดูบานคนอื่นถูกไฟเผา และอารมณของผมตอนนั้นก็แยพอๆกับตอนที่บานผมโดนไฟไหม
เอง ซง่ึ ผมรูสึกชอ็ กมาก” บอ กซเ วล กลา ว
ทั้งนี้ ทุกๆปในชวงฤดูรอน ระหวางเดือน ธ.ค. – ก.พ. ออสเตรเลียมักจะเผชญิ ปญหาไฟปา แตจากสภาพ
อากาศทรี่ อนและแหง แลง จดั ทำใหไ ฟปาเกิดขน้ึ เรว็ กวาชว งฤดูกาลปกติ
เร่ืองท่ี 3 สถานการณก ารเกดิ หมอกควนั ในยโุ รป
15
หนว ยงานส่งิ แวดลอมยโุ รป หรอื ออี ีเอ ระบวุ า มลพษิ ทางอากาศยังคงเปนอนั ตรายตอสุขภาพส่ิงแวดลอม
ในยุโรป และทำใหมีผูเสียชีวิตกอนวัยอันควรกวา 430,000 คน โดยฝุนละออง รวมถึง โอโซนระดับพื้นดิน และ
ไนโตรเจนไดออกไซด เปน สาเหตใุ หเกิดปญ หาระบบหายใจ โรคหลอดเลือดหวั ใจ มะเรง็ และทำใหป ระชาชนมีชีวิต
ส้ันลง ผอู ำนวยการของอีอเี อ นายฮานส บรูยน คิ ส กลา ววา แมว า จะมีการปรบั ปรุงเกีย่ วกับมลพิษทางอากาศอยาง
ตอเนื่องในทศวรรษที่ผานมา มลพิษทางอากาศยังคงสงผลกระทบตอสุขภาพทั่วไปของชาวยุโรป นอกจากนี้
รายงานของอีอีเอยังระบุวา ฝุนละอองยังกอใหเกิดความสูญเสียอื่นๆ รวมถึง คาใชจายโรงพยาบาล สูญเสียเวลา
ทำงาน ปญหาสขุ ภาพ สรางความเสยี หายในการกอ สราง และผลผลิตพืชผลนอยลง ทง้ั น้ี ขอมูลของออี ีเอเผยวา ใน
ป 2556 ประชากรที่อยูอาศัยในเมืองในสหภาพยุโรป จำนวน 87% เผชิญกับระดับฝุนละอองที่เกินกวามาตรฐาน
คุณภาพอากาศขององคการอนามัยโลก หรือฮู ซึ่งมีความเขมงวดมากกวามาตรฐานของอียู และหากอียูนำ
มาตรฐานของฮูมาปรับใช ความเขมขนของฝุนละอองจะลดลงราวหนึ่งในสาม และสงผลใหผูเสียชีวิตกอนวัยอัน
ควรนอยกวา 144,000 คน และปญหาหมอกควันซึ่งกอใหเกิดมลพิษสวนมากเกิดจากระเบิดของภูเขาไฟประเทศ
ไอซแลนดมีทั้งภูเขาไฟที่ยังมีการปะทุและหลับไหลไปแลวจำนวนมาก (ทั้งหมดประมาณ 130 ลูก) เนื่องจาก
ประเทศตั้งอยูตรงกลางสันมหาสมุทรแอตแลนติก โดยปกติแลวประเทศที่ตั้งอยูตรงกลางหรือบนแผนเปลือกโลก
สองแผน จะมภี ูเขาไฟ 30 ลกู ทย่ี งั มกี ารปะทุอยูท่วั ทั้งเกาะการระเบดิ ของภูเขาไฟลูกใหญคร้ังสุดทายเกิดขึ้นระหวาง
เดือนสิงหาคมป 2014 และเดือนมีนาคมป 2015 ใน โฮลุเฮริน (Holuhraun) ในบารดารบุนกา (Bardarbunga)
ซง่ึ อยภู ายในประเทศ ใกลก ับทางเหนือของธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล (Vatnajökull).
16
ทงั้ นี้ ไมม ใี ครเสียชวี ติ จากเหตุการณร ะเบิดของภูเขาไฟโดยตรง (เชน จากการไหลของลาวา) แตภูเขาไฟก็
ยงั มีอันตรายในทางออม เชน ภยั จากหมอกควันทาองอากาศ สำนกั ขาวเอพี รายงานอางนายไบรอนั ฟลินน หวั หนา
ฝายปฏิบัติการดานเครือขายการบินของยูโรคอนโทรล ซึ่งเปนหนวยงานจราจรทางอากาศของยุโรปวา การ
แพรก ระจายของหมอกควันทีห่ นาทึบซึง่ ปะทุขึน้ จากภูเขาไฟในไอซแ ลนดนัน้ อาจจะสงผลใหมีการงดเที่ยวบินสูงถึง
500 เที่ยวในประเทศไอรแ ลนดเหนือ, สกอ็ ตแลนด, และบางสว นของกลุมประเทศสแกนดิเนเวีย ทงั้ นี้ นายไบรอัน
ระบุวา ไดมีการยกเลิกเที่ยวบินไปแลวประมาณ 200 ถึง 250 เที่ยวบิน พรอมระบุวา มีเที่ยวบินเฉลี่ยวันละกวา
30,000 เทยี่ วทีท่ ำการบินอยูในยุโรปในชวงเวลานี้
17
ใบงาน บทท่ี 2 สถานการณการเกดิ หมอกควันโลก
1. ปญ หาสว นใหญของการเกิดปญหาหมอกควนั ในอเมริกา เกิดจากอะไร?
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญหาสวนใหญข องการเกิดปญ หาหมอกควนั ในยุโรป เกิดจากอะไร?
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………
18
3. ปญหามลพิษจากหมอกควันกอ ใหเ กิดปญ หาอะไรบาง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงบอกวธิ ีการแกปญ หาและรับมือกบั มลพษิ ทางอากาศในตา งประเทศ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
19
บทท่ี 3 สถานการณก ารเกิดหมอกควันในเอเชยี
สาระสำคญั
ปญหาไฟปาและหมอกควัน มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอันเกิดจากทั้งสาเหตุไฟปา และการเผาในที่โลง สงผล
ตอความเสียหายทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ และความสัมพันธระหวางประเทศ อันกลายเปนปญหาระหวางชาติ ใน
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต ประสบปญหาไฟปาและหมอกควันเชนเดียวกับภูมิภาคอื่นๆ จึงไดเกิด "ความตก
ลงอาเซียนวาดวยมลพิษจากหมอกควันขามแดน - ASEAN Agreement on Transboundary Haze
Pollution" [2]อันมีวัตถุประสงคเพื่อปองกัน ลด และติดตามตรวจสอบมลพิษจากหมอกควันขามแดน อันเปนผล
เนื่องจากไฟบนพ้ืนดิน และ/หรือไฟปา โดยอาศัยความพยายามรว มกันในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับ
นานาชาติ ขอตกลงนี้มีผลบังคับใชเมือ่ มีประเทศสมาชิก 6 ประเทศไดใหสตั ยาบันในความตกลงนี้ ซึ่งประเทศไทย
พรอมดวยประเทศสมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศไดรวมลงนามในขอ ตกลงฯ นี้ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2545
ณ กวั ลาลมั เปอร ประเทศมาเลเซีย และไดดำเนินการใหสัตยาบันครบ 6 ประเทศเม่ือปลายป พ.ศ. 2546 สงผลให
ขอตกลงฯ มีผลบังคับใชเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 ประเทศที่ใหสัตยาบันทั้ง 9 ประเทศ ไดแก บรูไน
มาเลเซีย พมา สิงคโปร เวยี ดนาม ไทย ลาว กมั พชู า และฟลิปปนส
ผลการเรียนรูทค่ี าดหวงั
1. บอกสถานการณการเกิดหมอกควนั ในเอเชียได
2. บอกสถานการณก ารเกิดหมอกควนั ในภาคกลางได
3. บอกสถานการณก ารเกิดหมอกควนั ในภาคเหนือได
ขอบขา ยเน้ือหา
เร่อื งที่ 1 สถานการณการเกดิ หมอกควันในไทย
เร่ืองที่ 2 สถานการณการเกิดหมอกควันในภาคกลาง
เรื่องที่ 3 สถานการณการเกิดหมอกควนั ในภาคเหนือ
20
บทท่ี 3 สถานการณการเกิดหมอกควนั ในเอเชีย
เรื่องท่ี 1 สถานการณก ารเกิดหมอกควนั ในเอเชีย
สถานการณก ารเกดิ หมอกควนั ในไทย
ในปจจุบันปญหามลพิษสิ่งแวดลอมนับวาเปนปญหาสำคัญที่หลายฝายใหความสนใจเปนอยางมาก โดย
มลพิษส่ิงแวดลอมมักเกิดข้ึนจากการดำเนินชวี ิตประจำวันหรือการผลติ ส่ิงอำนวยความสะดวกของมนุษย เชน การ
คมนาคมขนสงการผลิตสินคาทั้งในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม การใชเชื้อเพลิงจากซากฟอสซิลฯลฯ ซ่ึง
สามารถทำใหเกิดผลกระทบตอสุขภาพของมนุษยเปนอยางมาก ในปจจุบันพบวาปญหามลพิษสิ่งแวดลอมมี
แนวโนม ความรนุ แรงเพิ่มข้ึนอยางตอเน่ือง โดยเฉพาะอยา งย่ิงสถานการณป ญหาหมอกควันทีเ่ กดิ ข้นึ เปนประจำทุก
ป ทั้งในภาคเหนือและภาคใตของประเทศไทย ท่ีทำใหเกิดผลกระทบตอการคมนาคม การทองเที่ยว วิถีชีวิต ฯลฯ
และที่สำคัญปญหาหมอกควันทำใหเกิดผลกระทบตอสุขภาพรางกายของประชาชนในพื้นที่เปนอยางมาก ปญหา
หมอกควันนับวาเปนปญหาสิ่งแวดลอมที่สงผลกระทบตอประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปญหา เปนอยางมาก
นอกจากจะทำใหเกิดผลกระทบตอสภาพเศรษฐกิจและสังคมแลว ยังทำใหเกิดผลกระทบตอสุขภาพ รางกายอีก
ดว ย เจา หนา ทีส่ าธารณสุขภายในพน้ื ท่ีท่ีประสบปญหาจึงจำเปนตองเขาใจถึงสถานการณปญหามลพิษ จากหมอก
ควันที่เกิดขึ้นรวมถึงสถานการณปญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นในชวงที่เกิดปญหา เพื่อใชในการวางแผน การทำงานดาน
การเฝาระวงั ทางสุขภาพของประชาชนในพ้ืนทท่ี ไี่ ดรบั ผลกระทบจากปญ หาหมอกควัน
21
สำหรับแนวคดิ การเฝาระวังและดูแลปญหาสขุ ภาพของประชาชนจากปญหาหมอกควันน้ัน หนวยงาน สาธารณสุข
ทีเ่ ก่ียวขอ งสามารถประยุกตใชหลักการของการจัดบริการเวชกรรมสิ่งแวดลอม เพือ่ นำมาใช ในการทำงานเพื่อเฝา
ระวังสุขภาพของประชาชนที่ไดรับผลกระทบ เชน การพิจารณาขอมูลทางดานมลพิษสิ่งแวดลอม ที่เกิด
จากหมอกควัน คือฝุนละอองขนาดเล็กกวา 10 ไมครอน (PM10) และคามาตรฐานดชั นีคณุ ภาพอากาศ(AQI) ที่ได
จากการเก็บรวบรวมขอมูลจากหนวยงานที่เกี่ยวของ เชน กรมควบคุมมลพิษ เพื่อนำมาวิเคราะหเชื่อมโยงกับ
ขอมูลผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดขึ้นจากปญหาหมอกควัน เชน จำนวนผูปวยโรคระบบทางเดินหายใจและ
โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ฯลฯ เพื่อใชเปนขอมูลเบื้องตนสำหรับคาดการณสถานการณปญหาผลกระทบที่
เกดิ ข้นึ ซง่ึ จะนำไปสกู ารวางแผนในการเฝา ระวังและการดแู ลสขุ ภาพของประชาชนในพืน้ ที่อยา งเหมาะสมตอไป
เรือ่ งที่ 2 สถานการณก ารเกิดหมอกควนั ในภาคกลาง
กระทรวงมหาดไทย โดยกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี
สมุทรปราการ สมทุ รสาคร นครปฐม และกรุงเทพมหานคร คณุ ภาพอากาศในภาพรวมอยใู นระดับเร่ิมมีผลกระทบ
ตอสขุ ภาพ ทั้งนี้ ปภ. ไดป ระสานใหจงั หวัดแกไขปญหาหมอกควัน โดยสนับสนนุ การฉดี พนนำ้ เพ่มิ ความชื้นและลด
ปริมาณฝุนละอองในอากาศอยางตอเนื่อง พรอมจัดเจาหนาที่เฝาระวังสถานการณ ติดตามขอมูลคุณภาพอากาศ
และประเมินสถานการณอยางใกลชิด ตลอดจนขอความรวมมือประชาชนใชรถโดยสารสาธารณะ งดเวนการเผา
ขยะและเศษวัสดทุ างการเกษตร เพ่อื ปองกนั สถานการณหมอกควันมใิ หรนุ แรงมากขึน้
22
นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปดเผยวา จากการประสานขอมูล
คุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 เวลา 05.00 น. พบวา มีจังหวัดที่มีปริมาณฝุน
ละอองขนาดเล็กไมเกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินคามาตรฐาน คือ 50 ไมโครกรัมตอลูกบาศก
เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินคามาตรฐาน 100 ไดแก กรุงเทพมหานคร (ริมถนนกาญจนาภิเษก เขต
บางขุนเทียน แขวงบางนา เขตบางนา แขวงคลองจั่น เขตบางกะป แขวงดินแดง และริมถนนดินแดง เขตดินแดง
ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน ริมถนนอินทรพิทักษ เขตธนบุรี ริมถนนลาดพราว และแขวงพลับพลา เขตวัง
ทองหลาง) นนทบุรี (ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย) ปทุมธานี (ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง)
สมุทรปราการ (ตำบลทรงคะนอง และตำบลบางตลาด อำเภอพระประแดง ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง)
สมทุ รสาคร (ตำบลออ มนอย อำเภอกระทมุ แบน รมิ ถนนคขู นานพระราม 2 อำเภอเมอื งสมทุ รสาคร) และนครปฐม
(ตำบลนครปฐม อำเภอเมอื งนครปฐม) มีคา PM2.5 ระหวาง 54 – 87 ไมโครกรัมตอ ลูกบาศกเ มตร และ AQI มีคา
ระหวา ง 109 – 192 ซ่ึงคณุ ภาพอากาศในภาพรวมอยใู นระดับเร่มิ มีผลกระทบตอ สุขภาพ
ทั้งนี้ กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ไดประสานจังหวัดแกไขปญ หาหมอกควัน โดยสนับสนุน
ปฏิบัติการฉีดพนน้ำ เพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุนละอองในอากาศอยางตอเนื่อง พรอมจัดเจาหนาที่เฝาระวัง
สถานการณ ติดตามขอมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณอยางใกลชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุม
การเผาอยางเครงครัด สวนพื้นที่ริมทางหลวงใหเฝาระวังการเผาในเขตริมทางหลวงอยางเขมขน อีกท้ัง
ประชาสมั พนั ธผลกระทบของหมอกควันตอสุขภาพอนามยั และขอ มูลคณุ ภาพอากาศใหคำแนะนำในการปฏิบัติตน
แกประชาชน ตลอดจนขอความรวมมือประชาชนใชรถโดยสารสาธารณะ งดเวนการเผาขยะและเศษวัสดุทาง
การเกษตร เพื่อปองกันสถานการณหมอกควันมิใหรุนแรงมากขึ้น สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควัน
ปกคลุมใหหลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่โลงแจงเปนเวลานาน เพราะจะสูดดมฝุนละอองจำนวนมากเขาสู
รางกายอาจทำใหเจ็บปวยได รวมถึงใชผาเช็ดหนาหรือหนากากอนามัยปดปากและจมูกทุกครั้งที่ออกนอกบาน
เพื่อปองกันมิใหสูดดมฝุนละอองเขาสูรางกาย สวนผูขับขี่ใหเพิ่มความระมัดระวังในการใชรถใชถนนเปนพิเศษ
เพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นเสนทางอยูในระดับต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงตอการเกิดอุบัติเหตุทางถนน สำหรับ
ประชาชนที่ไดรับผลกระทบจากหมอกควัน สามารถติดตอไดท่ีสายดวนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพ่ือ
ประสานแกไขปญ หาโดยดวนตอไป
เร่อื งที่ 3 สถานการณการเกดิ หมอกควันในภาคเหนือ
มลพิษหมอกควันในภาคเหนือมาจากไหน ทำไมปนี้ถึงขั้นวิกฤต? ปญหาหมอกควันอยูคูภาคเหนือมานาน
นับ 10 ป ตนกำเนิดสำคัญคือการเผาพื้นที่เกษตรและไฟปาในภาคเหนือ รวมทั้งในประเทศเมียนมารและลาว ซึ่ง
สวนใหญเปนการเผาซากขาวโพดเลี้ยงสัตวเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับเพาะปลูกรอบตอไป การที่หมอกควันในปนี้
รุนแรงเพราะมีปจจัยหลายอยางเกิดขึ้นพรอมกัน คือ (1) ราคาขาวโพดเลี้ยงสัตวสูงจูงใจใหเกษตรกรปลูกเพิ่ม
ปรมิ าณซากทต่ี องทำลายก็เพ่มิ ขนึ้ ตาม (2) ปรมิ าณน้ำฝนท่ีชว ยชะลา งหมอกควนั ต่ำกวา ปกติ และ (3) ปจจยั อนื่ ๆ
เชน การจุดไฟเพื่อหาของปาและการแกลงจุดไฟจากความขัดแยงในพื้นที่ แมวาในปจจุบันปญหาหมอกควันได
บรรเทาลงแลว แตสิ่งท่นี า กงั วลคือ ปญหานม้ี โี อกาสเกดิ ขึ้นซ้ำอกี ในปต อ ๆ ไป ทำไมการควบคุมหมอกควันจึงเปน
เรือ่ งยาก? การแกไ ขปญ หาหมอกควนั เปนประเด็นท่ีทางการไมไดน ิ่งนอนใจ มแี นวทางการแกไขอยางตอ เนื่องและ
23
หลากหลายวธิ ี ท้งั มาตรการเชิงควบคุมการเผาและมาตรการเชิงปองกัน อยา งไรก็ดี ผลของมาตรการตาง
ๆ ยังมีขอจำกัด สำหรับมาตรการเชิงควบคุมการเผานั้นทำไดยาก เนื่องจาก (1) เกษตรกรมองวาการเผาเปนวิธีที่
คุมคาที่สุดเพราะตนทุนต่ำสุด ใชเวลานอย และทำไดงาย เกษตรกรมีเวลาสั้นเพียง 2 สัปดาหในการทำลายซาก
กอนที่จะปลูกรอบใหม การทำลายดวยวิธีอื่นที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม เชน เกษตรกรรมอินทรีย เกษตรกรรม
ชีวภาพ และนวัตกรรมอื่น ๆ ใชเงินลงทนุ สูงและยงั ไมคุมคาตอ การลงทุน (2) การเขาถึงพื้นที่ปลูกเพือ่ ควบคุมการ
เผาทำไดยาก และตองอาศัยเจาหนาที่จำนวนมาก เพราะพนื้ ทปี่ ลกู สว นใหญเปนแปลงขนาดเล็กอยูในปาเขาสูงชัน
เปนพ้ืนทบี่ ุกรกุ ปา และ (3) การเกบ็ ภาษีสิ่งแวดลอมเพ่ือควบคุมมลพิษหมอกควัน ยงั ขาดกฎหมายส่งิ แวดลอมและ
หลักปฏิบัติท่ชี ดั เจนใหใชบงั คบั ได
ในดานมาตรการเชิงปองกันและลดพื้นที่เพาะปลูกมีขอ จำกัดเชนกัน อาทิ การชักจูงใหเ กษตรกรเปลีย่ นไป
ปลูกพืชอื่น คืนผืนปา หรือเปลี่ยนพื้นที่ปลูกไปพื้นที่ราบยังไดผลนอย เพราะเกษตรกรตองใชเวลาในการปรับตัว
และสรางความชำนาญ และโครงการปาชุมชนตนแบบยังทำไดในวงจำกัด การขยายผลใหครอบคลุมทุกพื้นที่ตอง
อาศัยเงินงบประมาณ และตองปรับเปลี่ยนกรอบความคิดของผูที่เกี่ยวของ นอกจากนี้ ราคาขาวโพดเลี้ยงสัตวใน
ประเทศท่สี งู จงู ใจใหเกษตรกรปลูกมากข้นึ สว นหนงึ่ เปนผลจากมาตรการภาครฐั พยายามชว ยเหลือเกษตรกร โดย
การจำกัดปริมาณนำเขาวัตถุดิบอาหารสัตวทั้งขาวโพดเลี้ยงสัตวและขาวสาลี ทั้งที่ราคานำเขาถูกกวา ในภาวะ
ปจจุบันที่ผลผลิตภายในประเทศนอยกวาความตองการใช มาตรการดังกลาวยิ่งทำใหราคาขาวโพดเลี้ยงสัตวใน
ประเทศชวงป 2561-2562 ปรบั สูงขึ้น เกษตรกรจึงขยายพ้นื ทีป่ ลูกมากข้ึน
เมื่อมองยอนกลับไปพบวาการแกไขที่ปลายเหตุโดยควบคุมการเผาไมคอยไดผล ทางออกจึงนาจะเปน
แนวทางเชงิ ปองกันมากกวา แตจะสำเรจ็ ไดต องอาศัยความเขม ขนในการดำเนินการ เชน การจูงใจใหเกษตรกรใน
พื้นท่สี งู ปรบั เปลย่ี นไปปลูกพืชอืน่ นอกจากภาครัฐจะเขาไปแนะนำทางเลอื กอ่นื เพือ่ สรา งรายไดทดแทนแลว ควร
24
ชวยดูแลรายไดของเกษตรกรในชวงแรก เพื่อใหมีเวลาเพียงพอในการปรับตัว เชน ในบางพื้นที่อาจ
จางใหปลูกปาตนน้ำและดูแลตน ไมที่ปลูก รวมกับการผลักดันปาชุมชนตนแบบอยางตอ เนื่อง เพื่อใหชาวบานรูสกึ
เปนเจาของ ไดใชประโยชนมีรายไดจากปา และชวยรักษาปา สรางความตื่นตัวใหคนทั้งชุมชนเห็นผลกระทบตอ
สุขภาพของตนเองและสวนรวม ขณะที่โครงการสงเสริมปลกู ขาวโพดเลี้ยงสตั วหลังการทำนาเพื่อยายพื้นทีป่ ลูกลง
มาที่ราบ อาจเพิ่มแรงจูงใจใหโรงงานอาหารสัตวรับซื้อเฉพาะในพื้นที่สงเสริมเปนหลัก โดยแลกกับการใหโควตา
นำเขาวัตถุดิบอาหารสัตวเพื่อถัวเฉลี่ยตนทุน ใหมีปริมาณเพียงพอเพื่อไมตองไปซื้อในสวนที่ปลูกบนปาเขา หรือ
ควบคุมใหร บั ซื้อเฉพาะพ้ืนที่ท่ีมีเอกสารสิทธิ รวมท้ังเรงพัฒนาสายพันธุใหเ หมาะสมกับพื้นที่นาเพื่อใหดูแลงายและ
ไดผลตอบแทน จูงใจ สวนการผลิตภายในประเทศที่ยังไมเพียงพอกับความตองการตองอาศัยการพัฒนา
นวัตกรรมและเทคโนโลยี ทั้งการพัฒนาสายพันธุ เทคนิคการเพาะปลูก และวิธีทำลายซาก เพื่อเพิ่มผลิตภาพและ
ลดตน ทนุ ใหสามารถแขง ขันกบั ตางประเทศไดในระยะยาว ปจ จยั สำคัญในการแกป ญ หาหมอกควนั ใหส ำเร็จ คือทุก
หนวยงานตองรวมมอื กนั อยางบูรณาการ จริงจัง และตอเน่อื ง จงึ จะสามารถผลักดันใหเกดิ การปรับเปลย่ี นการผลิต
ของเกษตรกรบนพื้นทสี่ ูง และยา ยพ้นื ทป่ี ลูกสทู ่ีราบใหดแู ลบริหารจัดการไดดีขน้ึ รวมทัง้ ไมสรา งผลกระทบตอพ้ืนที่
ใหม ซงึ่ ทา ยทส่ี ดุ การแกปญ หาหมอกควนั ในภาคเหนอื จึงจะสำเร็จไดอยางยงั่ ยนื
25
ใบงานบทที่ 3 สถานการณการเกิดหมอกควันในเอเชีย
1. ปญหาสวนใหญข องการเกิดปญ หาหมอกควันในประเทศไทยสว นใหญเ กดิ ขึน้ ในภาคไหน และสาเหตเุ กดิ จาก
อะไร?
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ในสวนของภาคกลางปญหาหมอกควันซ่ึงไมไ ดเกดิ จากการเผาปาเกิดจากสาเหตใุ ดบาง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
26
3. จังหวดั ทม่ี ีปริมาณฝุนละอองขนาดเล็กไมเกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉล่ยี 24 ชว่ั โมง เกนิ คา มาตรฐาน คือ 50
ไมโครกรัมตอ ลูกบาศกเมตร และดัชนคี ณุ ภาพอากาศ (AQI) เกนิ คา มาตรฐาน 100 มจี ังหวดั ใดบาง?
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงแสดงแนวคดิ ทางดานมาตรการเชงิ ปองกันและแกไขปญหาหมอกควันในภาคเหนือ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
27
บทท่ี 4 ผลกระทบจากหมอกควัน
สาระสำคัญ
ชว งเดือน มี.ค.- เม.ย. 2562 เชยี งใหมถูกปกคลุมดว ยมลพิษหมอกควนั ผูคนในเมืองตองอยูกับอากาศท่ีมี
ฝุนละอองขนาดเล็กเกนิ กวาคามาตรฐาน ทำใหช วงนน้ั เชียงใหมติดอันดับเมืองท่ีมีมลพิษทางอากาศแยที่สุดในโลก
โดยขอมูลจากทั้งภาคธุรกิจและราชการ พบวาปญหาหมอกควันสงผลกระทบตอคุณภาพชีวิตและสุขภาพของ
ประชาชนในวงกวาง ทำใหจำนวนผูปวยดวยโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ ผิวหนัง และดวงตาเพิ่มขึ้น
ครัวเรือนมีรายจายเพิ่มขึ้นจากทั้งคารักษาพยาบาลและคาซื้ออุปกรณปองกันมลพิษ กระทบไปถึงภาคการ
ทองเที่ยวโดยเฉพาะนักทองเที่ยวชาวไทย ซึ่งเปนกลุมที่รับรูสถานการณจากสื่อตาง ๆ มาอยางตอเนื่อง ขณะที่
นักทองเที่ยวตางชาติชะลอลงจากความกังวลในสถานการณ นอกจากนี้ ยอดขายในรานอาหารและรานคาปลีก
สินคาอุปโภคบริโภคปรับลดลง เพราะทุกคนพยายามลดการออกจากบา น สงผลใหการคา ขายออนไลนเปนที่นิยม
มากขน้ึ อยา งเหน็ ไดช ัด
ผลการเรียนรูท่คี าดหวงั
1. บอกผลกระทบจากการเกดิ หมอกควันในประเทศไทยได
2. บอกผลกระทบจากการเกดิ หมอกควันได
3. บอกผลกระทบจากการเกดิ หมอกควันทางดา นสภาพแวดลอ มได
ขอบขา ยเน้ือหา
เรือ่ งท่ี 1 ผลกระทบจากการเกิดหมอกควันในประเทศไทย
เร่ืองท่ี 2 ผลกระทบจากการเกิดหมอกควัน
เร่อื งท่ี 3 ผลกระทบจากการเกดิ หมอกควันทางดานสภาพแวดลอม
28
บทท่ี 4 ผลกระทบจากหมอกควนั
เร่อื งท่ี 1 ผลกระทบจากการเกิดหมอกควนั ในประเทศไทย
สถานการณหมอกควันในเขตพื้นท่ีภาคเหนือ เริ่มจากที่เปนปญ หาเฉพาะพื้นที่ ขณะนี้ไดกลายเปนปญหา
ระดับชาติ ที่ทุกหนวยงานที่เกีย่ วของใหความสำคัญในการแกไ ขปญหาอยางจริงจัง เนื่องจากปญหาดังกลาวสงผล
กระทบในวงกวา งทั้งดา นสงิ่ แวดลอ ม สงั คม เศรษฐกจิ การทอ งเทย่ี ว และที่สำคัญคือ ผลกระทบโดยตรงตอ สขุ ภาพ
ของประชาชนเปนวงกวางในเวลานี้ เห็นไดจากรายงานสถิติของหลายจังหวัดพบวา มีผูปวยที่ไดรับผลกระทบเขา
รักษาในโรงพยาบาลแลวจำนวนมาก สวนใหญเปนผูปวยจากโรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคติดเช้ือ
ทางเดินหายใจสวนบน หอบหืด และโรคตาอักเสบ แตเมื่อไมสามารถหลีกเลีย่ งได ศูนยวิจัยสขุ ภาพกรุงเทพ เครือ
โรงพยาบาลกรุงเทพ มีวิธีการปรับตัวเพื่อปองกันและการดูแลตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากฝุนละอองใน
อากาศ ฝุนละอองในอากาศนั้นมีทั้งชนิดที่เปนอินทรียและอนินทรีย ทั้งนี้ขึ้นกับแหลงที่มาของฝุนละออง ซึ่งจะ
เปนตัวบงชี้ความอันตราย ซึ่งอันตรายจากฝุนละอองในอากาศมักจะหมายถึงการทำใหเกิดปฏิกิริยาแพ (allergic
reaction) การอดุ ตนั จนเกิดปอดอักเสบ (pneumonitis) และการเกดิ พังผืดในปอด (fibrosis) ซ่ึงสวนมากเปนอนิ
นทรียสาร แตจะไมรวมอันตรายที่เกิดจากกลุมอินทรียสารที่เปนกลุมโรคหรือสารพิษ เชน เชื้อวัณโรค เชื้อแอน
แทรกซ เชอ้ื ไวรสั หัด เช้อื ไขทรพิษ (ฝดาษ) เชือ้ ราชนิด Histoplasmosis หรอื สารอนิ ทรยี เ คมี เชน ยากำจดั ศัตรพู ืช
เปน ตน
เรอื่ งท่ี 2 ผลกระทบจากการเกิดหมอกควนั ดา นสขุ ภาพ
ผลกระทบจากมลพิษละอองฝุนดังกลาวตอสุขภาพนั้นรายแรงกวาที่เคยคิดกัน : จากงานศึกษาวิจัย
สำคัญๆ ในระยะสิบปที่ผานมา เดี๋ยวนี้ เราไดรูแลววา มลพิษทางอากาศเปนอันตรายคุกคามสุขภาพของเรา
มากกวาที่เราเคยเขาใจ องคการอนามัยโลกประมาณการวามีประชากรที่ตอง “ตายกอนเวลาอันควร” เนื่องจาก
มลพิษในอากาศทั่วโลกมากกวาหกลานคนในแตละป และในจำนวนนี้ เปนเด็กอายุต่ำกวาหาขวบราวรอยละสิบ
คือประมาณ 600,000 คน มีงานวจิ ัยทแ่ี สดงดวยวา เมือ่ คุณภาพอากาศเลวลง อัตราการไปหองฉุกเฉินและการเขา
อยูโ รงพยาบาลจะสงู ขึ้น เพราะมลพิษทำใหป ญหาสุขภาพท่ีมีอยูกำเริบขึ้น และเปนเหตุใหห วั ใจวาย หลอดเลือดใน
สมองตบี หอบหืดกำเริบ และอน่ื ๆ อีกมากมาย
- อันตรายคุกคามตอหัวใจ งานวิจัยไดแสดงวาการเผชิญกับมลพิษในอากาศอาจทำใหเกิดเหตุรุนแรง
เฉียบพลันกับกลามเนื้อหัวใจได รวมทั้งหัวใจวาย หัวใจเตนผิดจังหวะ หัวใจเตนแรงขึ้น อัตราการผันแปรการเตน
ของหวั ใจลดลง ตลอดจนมคี วามเส่ยี งทจ่ี ะเกิดการตายจากภาวะหัวใจหยุดเตนเฉยี บพลนั
29
นอกจากน้นั ยังมีหลกั ฐานปรากฏไมน านมาน้ดี วยวา ภาวะหลอดเลอื ดแขง็ และการเผชญิ กบั อนุภาคของ
ฝุนละอองขนาดเล็กเปนระยะยาวมคี วามเชื่อมโยงกัน โดยที่มีการสะสมตะกอนที่เรียกวาพลาคภายในหลอดเลือด
ซึง่ สามารถทำใหเกดิ ภาวะหัวใจวายและหลอดเลือดสมองตีบจนถงึ ตายได
-อันตรายคุกคามตอปอดและทางเดินหายใจ : มลพิษในอากาศเปนทั้งสาเหตุและปจจัยที่ทำใหเกิดโรค
เกี่ยวกับปอดและระบบทางเดินหายใจและที่ทำใหโรคกำเริบขึ้นได ซึ่งรวมถึงโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
และโรคมะเร็งปอด
- อนั ตรายคุกคามตอสมอง : เปน ทเี่ ชอ่ื กนั วา การเผชิญกบั มลพิษในอากาศเปน ระยะยาวเพ่ิมความเส่ียงท่ี
จะทำใหหลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว ทำใหค วามดันโลหิตสงู ขึ้น และความหนดื ของเลือดเพิ่มข้นึ ซ่งึ ลวนแตเปน
ปจจัยเสี่ยงที่ทำใหเกิดลิ่มเลือดในสมองไดคุณอาจจะอยูในกลุมที่มีภาวะความเสี่ยงสูง : การเผชิญกับอนุภาคฝุน
ละอองขนาดเล็กเปนอันตรายตอ สุขภาพยิ่งขึ้นสำหรับเด็ก หญิงมีครรภ ผูสูงวัย และผูที่เปนโรคปอดหรือโรคหัวใจ
เด็กอยูในกลุมที่มีความเสี่ยงสูงดวยเหตุหลายประการ – สวนใหญแลว ยิ่งอายุนอยเทาใด ความเสี่ยงยิ่งมากข้ึน
เทา น้นั ปอดและระบบภมู คิ ุม กันของเด็กยังอยูในระยะทีก่ ำลงั พฒั นา มงี านศกึ ษาวจิ ัยที่แสดงวา การเผชญิ กับมลพิษ
ในอากาศจะขัดขวางการเจริญเติบโตของปอดในเด็กในวัยเรียน เม่ือเปรียบเทียบกับผูใหญแลว เด็กใชเวลาอยู
กลางแจงเพื่อเลนกีฬาและทำกิจกรรมนอกบานมากกวา นอกจากนั้น เด็กยังมีอัตราที่จะเปนโรคหอบหืดและโรค
ระบบทางเดนิ หายใจท่รี ุนแรงอ่ืนๆ มากกวา ซ่งึ โรคเหลา นีก้ ำเริบข้ึนไดอ ยา งงา ยดายเมือ่ ระดับมลพษิ สงู
- หญิงมีครรภ นาจะออนแอเปนพิเศษกับมลพิษในอากาศ งานศึกษาวิจัยเมื่อเร็วๆ มานี้แสดงวา การ
เผชิญกับมลพิษในอากาศจากฝุนละอองในระดับสูงระหวางตั้งครรภมีความเช่ือมโยงกันกับการคลอดกอนกำหนด
นำ้ หนักตวั ทารกแรกคลอดต่ำ และความเสย่ี งทีจ่ ะเกดิ การแทง บุตรและอตั ราการตายของทารกเพ่มิ ขนึ้
- ผูสูงวัย ตองเผชิญกับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะมีปญหาที่เกี่ยวเนื่องกับมลพิษ ทั้งนี้เพราะระบบภูมิคุมกัน
ของผูสงู อายุมักจะออนแอลง และรางกายมักจะมีความสามารถนอ ยลงทจี่ ะรับมือกับมลพิษในอากาศ นอกจากน้ัน
ผูสูงอายุยังมีแนวโนมมากขึ้นที่จะมีอาการเกี่ยวกับโรคหัวใจหรือระบบทางเดินหายใจที่ยังไมไดรับการวินิจฉัยซึ่ง
กำเริบขึน้ เนอ่ื งจากมลพษิ ในอากาศ
- ผูที่เปนโรคปอดหรือโรคหัวใจ เชน โรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะหัวใจลมเหลว โรคหอบหืด โรคถุงลมใน
ปอดโปงพอง โรคปอดอดุ กั้นเรื้อรัง มีความเส่ียงมากข้ึนเน่ืองจากอนุภาคฝนุ ละอองสามารถทำใหสภาวะโรคท่ีมีอยู
กอ นหนานก้ี ำเริบขนึ้ ได
30
เร่อื งท่ี 3 ผลกระทบจากการเกดิ หมอกควันทางดา นสภาพแวดลอ ม
-ผลตอพืชและสตั ว
สารมลพิษตางๆในอากาศจะเขาสูตนพืชทางใบดวยกระบวนการหายใจของพืช ภายหลังการไดรับมลพิษ
ของตนพืชมลพิษในอากาศ เชน สารพวกออกซิแดนซ จะไปทำใหสวนของใบแหงเหี่ยว และทำใหเซลลใบ
ยุบตัว ซัลเฟอรไดออกไซดทำใหพืชเกิดพิษเรื้อรังทำใหพืชไมเจริญเติบโตเกิดจากการสูญเสียคลอโรฟลล หรือการ
หยุดสรางคลอโรฟล ล ไนโตรเจนออกไซดจ ะทำใหเกิดแผลที่ใบและทำใหเกิดพิษเฉยี บพลัน
สวนสัตวจะไดรับสารมลพิษเขาสูรางกายโดยการที่หายใจเอาอากาศที่มีมลพิษปะปนอยูดวยเขาสูรางกาย
โดยตรง หรือโดยการที่สัตวกินหญาหรือพืชอื่น ๆ ที่มีมลพิษทางอากาศตกสะสมอยูดวยปริมาณมากพอที่จะเกิด
อันตรายได มลพิษทางอากาศที่พบวาทำใหเกิดอันตรายตอปศุสัตวมากที่สุด ไดแก อารเซ
นกิ หรือสารหนู ฟลอู อรีน ตะกว่ั และแคดเมียม เปนตน
-การบดบงั แสงสวา ง
สารมลพิษเหลานี้ เปนสารพวกแอโรซอล ในรูปของ หมอก ควัน หมอกผสมไอควัน หรือฝุน มีผลทำใหลด
การมองเห็นไดใน ระยะไกลเกินกวา 8 กิโลเมตร บดบังแสงสวางจากดวงอาทิตยที่สองที่สองมายังพื้นโลก ทำให
เกดิ ปญหาตา งๆ ไดแ ก การคมนาคม ขนสง ทัศนยี ภาพไมส วยงาม
4.2.2 ผลกระทบจากการเกิดหมอกควันทางดา นเศรษฐกิจ
สภาพอากาศขั้นวิกฤติ” นี้ยังไดสรางผลกระทบตอบรรยากาศการใชจาย ความเชื่อมั่น และกิจกรรมทาง
เศรษฐกจิ ของไทยเพิ่มข้ึนดว ย หลังจากทม่ี ีขาววากรงุ เทพฯติดอนั ดับ 1 ใน 10 เมืองท่มี ีคาฝุนละอองเกินมาตรฐาน
โลกโดยกอนหนา นี้ “ศูนยวิจยั กสกิ รไทย” ประเมนิ ในเบื้องตนวา ผลกระทบทางเศรษฐกจิ จากปญหาท่ีประสบอยูน้ี
หากเกิดขึ้นในกรอบเวลา 1 เดือน จะสรางความเสียหายทางเศรษฐกิจเปนเงินข้ันต่ำ 2,600 ลานบาท หรืออาจพุง
สงู ถงึ 6,600 ลานบาท ในกรณเี ลวรา ย ทัง้ ในประเดน็ สุขภาพ การเสียโอกาสการใชจา ยและการทอ งเทยี่ ว
ภายใตสมมติฐานวา กรณีดังกลาวอาจจะทำให 50% ของผูที่ปวยเปนโรคภูมิแพในกรุงเทพฯ และปริมณฑลตอง
เดินทางไปพบแพทย คิดเปนคารักษาพยาบาล คาใชจายในการเดินทาง และคาเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ
เฉลี่ยอยูที่ 1,000 บาทตอคน ขณะที่คาใชจายในสวนหนากากอนามัย คิดเฉลี่ยขั้นต่ำที่ 22.50 บาทตอวัน ทำให
ประเมินคาเสียโอกาสจากประเด็นดานสุขภาพ คิดเปนเม็ดเงินราว 1,600-3,100 ลานบาทสวนคาเสียโอกาสดาน
การทองเที่ยว เกิดท้ังจากกรณีนักทองเที่ยวเลี่ยงมาเที่ยวกรุงเทพฯ และกรณีเลี่ยงไมมาเที่ยวเมืองไทยไปเลย คิด
เปนเม็ดเงินคาเสียโอกาสเบื้องตนที่ประมาณ 1,000-3,500 ลานบาท ผลกระทบจากปญหาฝุนพิษยังกอใหเกิด
คำถามถึงความจำเปนในการกอสรางโครงสรางพื้นฐานขนาดใหญของรัฐ และโครงการกอสรางเอกชนที่กำลัง
เดินหนาอยู การหยุดทำงานของโรงงานอุตสาหกรรมเพือ่ ลดการปลอยมลพิษ รวมท้งั การแกปญหาสภาพ
การจราจรติดขัดและการลดการใชน้ำมันดีเซลทั้งหมดกระทบตอแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจภาพรวมของไทยใน
ระยะตอไปยิ่งไปกวานั้น “พิษของฝุน” ยังกระทบลึกลงไปถึง “เศรษฐกิจขางทาง” เศรษฐกิจระดับรากฐานของ
ประเทศ คนท่ีตอ งทำงานในพื้นท่เี มืองที่เตม็ ไปดวยฝุนละออง ไมวาจะเปน คนงานกอสราง บรรดาแมคาหาบเรแผง
ลอย รานคา ริมถนน แมก ระท่งั วินมอเตอรไ ซคร บั จา ง ทัง้ ผลกระทบในดานสขุ ภาพ และรายได
31
ในวนั ท่ีเรายงั ไมเหน็ แนวโนมทช่ี ัดเจนวาเราจะผา นพน “วิกฤติฝุน พิษ” นไ้ี ปไดอยา งไร “ทีมเศรษฐกิจ” ได
สัมภาษณถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ ผลกระทบตอความเปนอยู และมาตรการนำมาใชบรรเทา “ฝุนพิษ” จาก
ภาครัฐ นักวิชาการ และประชาชนที่ไดรับผลกระทบ เพื่อสะทอนใหเห็นปญหาและหาทางรับมือ เริ่มตนจาก
ผลกระทบตอเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ และการทองเที่ยว “ผศ.ดร.ธนวรรธน พลวิชัย” ผูอำนวยการศูนย
พยากรณเศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการคาไทย ระบุวา ฝุนจิ๋วแมวาจะเกิดขึ้นในระยะสั้นๆ แตสงผล
กระทบในหลายดาน คิดเปนมูลคา 5,000-10,000 ลานบาทโดยประเมินจากผลกระทบตอเศรษฐกิจและ
ชีวิตประจำวัน คิดเปนมูลคา ไมต่ำกวา 50-1,000 ลานบาท เพราะตองซื้อหนากากอนามัยมาใช จนเกิดภาวะขาด
แคลน ทำใหผ ูป ระกอบการตองผลิต และนำเขาเพม่ิ ขนึ้ โดยคาดวายอดนำเขา เพ่ิมขึ้นไมต่ำกวา 200-300 ลานบาท
รวมท้ังเงินท่ีประชาชนตอ งใชจายไปกบั การรักษาอาการเจบ็ ปว ย
นอกจากนี้ ยังกระทบตอรายไดของผูคาอาหารขางทางและหางรานตางๆ เพราะประชาชนออกจากบาน
นอยลง เดินช็อปปงหรือซื้ออาหารขางทางนอยลง เพราะกังวลตอความสะอาด นาจะทำใหรายไดผูประกอบการ
หายไป 1,000-2,000 ลานบาท ขณะเดียวกัน จะมีผลกระทบตอการทองเที่ยว เพราะนักทองเที่ยวตางชาติกังวล
ปญหาสุขภาพ และอาจไมมาเทีย่ วไทย ทำใหรายไดหายไปไมตำ่ กวา 1,000-2,000 ลานบาท“หากสถานการณฝ ุน
ขนาดจิ๋วยังไมคลี่คลายใน 1 เดือน จะเห็นภาพผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาคสวนตางๆ คิดเปนมูลคาอยางต่ำ
5,000-10,000 ลานบาท แตห ากในอนาคตรฐั บาลยงั แกป ญหาไมไดจะกระทบตอเศรษฐกิจภาพรวมมากขึน้ เพราะ
รายไดจากการทองเที่ยวจะหายไปมากขึ้น และกระทบตอระบบประกันสุขภาพของประเทศ เพราะประชาชนจะ
เจบ็ ปว ยและเขารบั การรักษามากขึน้ ”
อยางไรก็ตาม ในระยะสั้น รัฐบาลตองใหความรูกับประชาชนถึงวิธีการปองกันตัว การตรวจคุณภาพ
รถยนต และดูแลการกอสรางไมใหเกิดฝุนละออง สวนระยะปานกลาง ตองเช็กปริมาณฝุนละอองเปนประจำ
โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซ่งึ เปนเมืองหลวง และเมืองทองเทยี่ ว เพราะยงั ตองมีการกอสรา งรถไฟฟาหลายสายอีกอยาง
นอย 3-5 ป รวมถึงฝนุ ละอองในโรงงานอตุ สาหกรรม และในระยะยาว รัฐบาลตองวางแผนทำใหค ุณภาพอากาศดี
32
ขึ้น เชน สงเสริมใหใชรถยนตไฟฟา ใชกาซธรรมชาติเปนเชื้อเพลิงแทนน้ำมันดีเซล จำกัดอายุการใชงาน
ของรถยนต เปนตน
4.2.4 การเตรยี มพรอมรบั มือกับหมอกควนั
สถานการณหมอกควันในเขตพืน้ ที่ภาคเหนือ เริ่มจากที่เปนปญหาเฉพาะพื้นที่ ขณะนี้ไดกลายเปนปญหา
ระดับชาติ ที่ทุกหนวยงานที่เกีย่ วของใหความสำคัญในการแกไ ขปญหาอยางจริงจัง เนื่องจากปญ หาดังกลาวสงผล
กระทบในวงกวา งทงั้ ดานส่งิ แวดลอ ม สงั คม เศรษฐกิจ การทองเทยี่ ว และท่ีสำคญั คือ ผลกระทบโดยตรงตอสุขภาพ
ของประชาชนเปน วงกวา งในเวลาน้ี
เห็นไดจากรายงานสถิติของหลายจังหวัดพบวา มีผูปวยที่ไดรับผลกระทบเขารักษาในโรงพยาบาลแลว
จำนวนมาก สวนใหญเ ปน ผูปว ยจากโรคหวั ใจ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคตดิ เชือ้ ทางเดนิ หายใจสวนบน หอบหืด
และโรคตาอักเสบ แตเมื่อไมสามารถหลีกเลี่ยงได มีวิธีการปรับตัวเพื่อปองกันและการดูแลตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยง
ผลกระทบจากฝนุ ละอองในอากาศมาแนะนำ ฝนุ ละอองในอากาศมีทั้งชนดิ ที่เปนอินทรียและอนินทรีย ทั้งน้ีขึ้นกับ
แหลง ทีม่ าของฝุน ละออง ซึ่งจะเปนตวั บง ชีค้ วามอนั ตราย ซง่ึ อันตรายจากฝนุ ละอองในอากาศมักจะหมายถงึ การทำ
ใหเกิดปฏิกิริยาแพ (allergic reaction) การอุดตันจนเกิดปอดอักเสบ (pneumonitis) และการเกิดพังผืดในปอด
(fibrosis) ซึ่งสวนมากเปนอนินทรียส าร แตจ ะไมรวมอันตรายที่เกิดจากกลุมอินทรียส ารทีเ่ ปน กลุมโรคหรือสารพิษ
เชน เช้อื วัณโรค เชือ้ แอนแทรกซ เชอ้ื ไวรัสหัด เชือ้ ไขท รพิษ (ฝดาษ) เชื้อราชนดิ Histoplasmosis หรือสารอนิ ทรีย
เคมี เชน ยากำจัดศัตรูพืช เปนตน เมื่อฝุนละอองเขาสูระบบทางเดนิ หายใจ อาจทำใหเกิดปฏิกริ ยิ าภายในรางกาย
เริ่มตั้งแตเกิดอาการแพหรืออักเสบในโพรงจมูก โพรงไซนัส ชองคอ และหลอดลม จนทำใหเกิดโรคระบบทางเดิน
หายใจ หรือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจสวนบน หอบหืด เนื่องจากเมื่อฝุนละอองเขาไปถึงสวนที่อยูลึกที่สุดของ
ทางเดินหายใจ ซึ่งก็คือถุงลมปอด เมื่อฝุนละอองสะสมเปนปริมาณมากเกินกวา ความสามารถที่มาโครฟาจจะกำจัด
ออกไปได จึงทำใหเกิดการบาดเจ็บของเนื้อปอด จนเกิดเปนโรคปอดอักเสบ เมื่อเปนเรื้อรังก็จะทำใหเกิดพังผืด
หรือเกิดรอยแผลเปนภายในปอดได ปจจัยที่มีผลตอปฏิกิริยาเหลานี้ไดแก ปริมาณ ขนาด ชนิดของฝุนละออง
รูปแบบการหายใจ อตั ราการหายใจ และระยะเวลาที่หายใจอากาศที่มฝี นุ ละอองเหลา น้ี
33
ใบงาน บทที่ 4 ผลกระทบจากหมอกควัน
1. ภาคใดของประเทศไทยทีเ่ กิดปญหาหมอกควนั มากทีส่ ดุ และมีก่จี ังหวัดที่เกดิ ปญหาหมอกควัน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. โรคท่ีเกดิ จากมลพษิ ละอองฝุนมโี รคอะไรบาง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงบอกแนวทางการเตรียมความพรอมรบั มือกับหมอกควัน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
34
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงบอกผลกระทบจากการเกดิ หมอกควนั ในชุมชนทต่ี นเองอาศยั
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………
35
บทที่ 5 การแกไขและการปองกันการเกิดหมอกควนั
สาระสำคญั
ปญหามลพิษทางอากาศกำลังเปนภัยคุกคามผูคนทั่วโลก โดยเฉพาะผูที่อาศัยอยูตามเมืองใหญรวมทั้ง
กรุงเทพฯ ซึ่งมีกิจกรรมที่กอใหเกิดมลพิษที่เปนอันตรายตอสุขภาพมากมาย ดวยเหตุนี้เมืองตาง ๆ ทั่วโลกจึง
พยายามหาทางออกในการแกป ญ หามลพิษทางอากาศท่ีกำลงั คุกคามสขุ ภาพของชาวเมือง
ผลการเรยี นรทู ่ีคาดหวัง
1. บอกแนวทางการแกไขปญ หาและการปองกนั การเกิดหมอกควนั ได
2. บอกรายช่ือบคุ คลท่ีเก่ียวของกบั ทางการแกไขและการปองกนั ปญหาหมอกควันได
3. บอกรายชื่อหนว ยงานที่เกีย่ วขอ งกบั ทางการแกไขปญ หาหมอกควนั ได
ขอบขายเน้ือหา
เรื่องที่ 1 แนวทางการแกไ ขปญ หาและการปองกันการเกิดหมอกควัน
เรอื่ งที่ 2 บุคคลที่เก่ียวของกับทางการแกไ ขและการปองกนั ปญหาหมอกควัน
เร่ืองที่ 3 หนวยงานทเ่ี กย่ี วของกบั ทางการแกไขปญหาหมอกควนั
36
บทท่ี 5 การแกไขและการปอ งกันการเกดิ หมอกควนั
เรื่องท่ี 1 แนวทางการแกไ ขปญ หาและปองกนั การเกดิ หมอกควัน
อากาศเปน ปจจยั สำคญั ในการดำรงชวี ิต ดงั น้นั จงึ มีความจำเปนอยา งยงิ่ ท่ีจะตองควบคุมคุณภาพอากาศให
อยูในสภาพที่ไมเปนอันตรายตอชีวิตและทรัพยสิน จึงจำเปนตองหามาตรการตาง ๆ เพื่อปองกันและแกไขปญหา
มลพิษทางอากาศ ซ่ึงสามารถทำไดห ลายวธิ ีดว ยกนั คอื
1. การเฝา ระวังคณุ ภาพอากาศ
การตรวจวัดคุณภาพอากาศดวยหนวยเคล่ือนที่ ซึ่งอาจทำไดโดยอาศัยเจาหนา ที่ของรัฐติดตามตรวจสอบ
ศึกษาแนวโนม คุณภาพอากาศตามจุดตาง ๆ ทีต่ องการ การตดิ ตั้งสถานตี รวจวัดคุณภาพอากาศ เปน การเฝาระวังที่
ติดตั้งสถานีตรวจวัดแบบถาวร เพื่อเฝาระวังคุณภาพอากาศในทุก ๆ ยาน เชน ยานที่พักอาศัย ยานอุตสาหกรรม
ยานธุรกิจ ไมใหเกินมาตรฐาน หากพบวา คุณภาพ อากาศในยานใดเปลีย่ นแปลงไปในทางที่กอใหเกิดอันตรายตอ
สุขภาพอนามัยของประชาชน พืช สัตว และทรัพยสินตาง ๆ จะไดหาทางปองกันหรือแกไขมิใหเกิดผลเสียหายอกี
ตอไปการสังเกตการเปลี่ยนแปลงโดยประมาณ ซึ่งอาจสังเกตไดโดยประชาชนทั่วไปพบหรือสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ
เกยี่ วกบั คณุ ภาพอากาศ เชน เหน็ หมอกควันควรรบี แจง หนว ยงานทีเ่ กี่ยวขอ งทราบ
2. การควบคุมและปองกนั การปลอ ยมลพิษจากแหลง กำเนิด
การใชเทคโนโลยีหรืออุปกรณควบคุมมลพิษประเภทตาง ๆ นั้น จะติดตั้งเขากับแหลงกำเนิดของมลพิษ เพื่อทำ
หนาที่กำจัดหรือลดปริมาณของมลสารที่ถูกปลอยออกสูบรรยากาศ ซึ่งในการควบคุมสภาวะอากาศเปนพิษน้ัน
จะตอ งพิจารณาเลอื กวธิ กี ารทเ่ี หมาะสมประหยดั และไดผลดที ีส่ ุด โดยมหี ลกั การใหญ ๆ ดังน้ี
2.1 พยายามเลอื กใชว ัตถุดิบและเชือ้ เพลงิ ทไี่ มม สี ารกอมลพิษทางอากาศ
2.2 ปรับปรุงคุณภาพวัตถุดิบหรือเชื้อเพลิงที่ใชในกระบวนการผลิตใหมีองคประกอบของสาร ที่อาจ
กอ ใหเกดิ สารเปน พษิ ขนึ้ ในภายหลังนอ ยทีส่ ุด
2.3 ปรับปรุงแกไขวิธีการในกระบวนการผลิตใหสามารถชวยลดการเกิดสารมลพิษจากขั้นตอน การผลิต
ใหเ หลอื นอยหรือไมมีเลย
2.4 ติดตั้งระบบบำบัดหรือปรับปรุงอุปกรณการกำจัดมลพิษทางอากาศใหเหมาะสมและมี ประสิทธิภาพ
ซึ่งสามารถทำไดหลายวิธี ขึ้นอยูกับชนิดและลักษณะของแหลงกำเนิดมลพิษ ซึ่งจะตองพิจารณาถึงปริมาณและ
ชนิดของอากาศเสีย มาตรฐานปริมาณอากาศเสียที่ยอมใหปลอยออกสูบรรยากาศ คาใชจายในการลงทนุ และการ
ใชงาน
3. การกำหนดมาตรฐานคณุ ภาพอากาศ
ตอ งครอบคลมุ สารมลพิษอากาศทุกประเภทจากแหลงกอมลพิษประเภทตา ง ๆ มีวตั ถปุ ระสงคเพื่อปองกัน
ผลกระทบตอสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดลอมเปนสำคัญ และควรมีการปรับปรุงมาตรฐานให
สอดคลอ งกบั สถานการณและปญหาท่เี กิดขนึ้ อยูตลอดเวลา
4. การออกกฎหมาย
โดยมงุ หมายเพ่ือใชเปน กฎเกณฑและมาตรการที่มีผลบังคบั ใชต ามกฎหมาย ซ่ึงกฎเกณฑตาง ๆ ท่ีออกมา
นั้น ตอ งมคี วามเหมาะสมและถูกตองตามหลักวชิ าการเสมอ รวมทง้ั เจาหนาท่ีที่ปฏิบตั ิตองสามารถบังคับใหเปนไป
ตามท่กี ฎหมายบัญญัตไิ วไ ด
37
5. การกำหนดนโยบายและวางแผน เพื่อควบคุมมลพษิ อากาศ
5.1 การแบงแยกเขตเฉพาะ (Proper Zone) คือ การวางผังเมอื งหรือชมุ ชนออกเปนเขตหรือยาน ตาง ๆ
ใหมีความเหมาะสมตามสภาพทองถิ่นและกิจกรรมของชุมชนโดยแบงออกเปนยานตาง ๆ ไมปะปนกัน เชน ยาน
การคา ยานอุตสาหกรรมและยานที่อยูอาศัย การกำหนดผังเมืองออกเปนยานตาง ๆ จะชวยใหสามารถควบคุม
และปฏิบัติงานเก่ยี วกบั มลภาวะอากาศไดมปี ระสิทธิภาพมากย่งิ ข้ึน
5.2 การควบคุมกิจกรรมตาง ๆ (Control of Activities) คือการดำเนินงาน เพื่อควบคุมกิจกรรม ตาง ๆ
ในชุมชนโดยเฉพาะกิจกรรมที่เปนแหลงกอใหเกิดสารที่เปนตนเหตุทำใหเกิดสภาวะอากาศเปนพิษ จะตองไดรับ
การควบคุมอยางใกลชิด เพื่อใหการดำเนินกิจกรรมนั้นอยูในมาตรฐานถูกตองตามหลักวิชาการ การดำเนินการ
ดงั กลา วนี้จะตองมกี ารรวมมอื ประสานกันระหวา งหนว ยราชการท่เี ก่ยี วของ
5.3 การใหก ารศกึ ษาและเผยแพรประชาสมั พนั ธ ซึง่ จะตองจัดทำในหลายระดับ หลายรปู แบบ และใหก ับ
กลุมชนทุกกลมุ โดยเรมิ่ ตงั้ แตการสอนแนวความคิดรวบยอดขัน้ พน้ื ฐานเกยี่ วกับ สง่ิ แวดลอ มใหกับประชาชนท่ัวไป
เดก็ นกั เรยี นในระดับประถม และคอ ย ๆ เพิม่ เนอื้ หา และ ความลึกซง้ึ มากขนึ้ ไปโดยตอเน่ืองจนถงึ ระดับอุดมศึกษา
รวมทั้งการใหขอมูลขาวสารกับ มวลชนในวาระตาง ๆ โดยอาศัยส่ือมวลชนในรูปแบบตาง ๆ เชนเกร็ดความรู
วิธีการลดควนั ดำ การรณรงคล ดควันขาวรถจกั รยานยนต เปนตน
5.4 กำหนดเขตควบคมุ และจำกัดจำนวนแหลงมลพิษ มใิ หม ีมากขน้ึ จนเปนเหตใุ นการเกดิ ปญหามลพิษ
6. การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเปนแหลงผลิตอากาศบริสุทธิ์เชน การสรางสวนสาธารณะ การปลูกตนไมใน
เขตเมือง เปน ตน
เร่ืองที่ 2 บุคคลทีเ่ ก่ียวขอ งกบั ทางการแกไขและการปอ งกันปญ หาหมอกควนั
1. ตัวอยาง บุคคลทีเ่ ก่ียวขอ งกบั ทางการแกไขและการปอ งกนั ปญหาหมอกควัน
นายศุภชัย เอย่ี มสุวรรณ ผวู าราชการจงั หวัดเชยี งใหม ส่ังการใหท ุกอำเภอระดมกำลังพลจิตอาสา “เราทำ
ความดี ดวยหัวใจ” รวมสนับสนุนปฏิบัติการแกไขปญหาหมอกควันและไฟปา โดยใหนายอำเภอกำหนด พื้นที่
เปาหมายจดั กิจกรรมเชงิ ปองกันฯ อาทิ การทำแนวกันไฟ พรอมการชวยสนับสนุนการดับไฟปา ตลอดจน จัดใหมี
ครวั สนามพระราชทาน เพ่อื ประกอบอาหารเลยี้ งกำลังพลทป่ี ฏบิ ัตหิ นาที่ โดยดำเนนิ การใน 3 อำเภอ ไดแก อำเภอ
พราว อำเภอจอมทอง และอำเภอเชียงดาว ซึ่งจะดำเนินการในอำเภออื่นๆ ตอไป ทั้งน้ีพันเอก อโนทัย ชัยมงคล
รองผูบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 กลาววา มณฑลทหารบกที่ 33 ไดสนับสนุนรถประกอบอาหารโรงครัว
พระราชทาน จัดทำอาหารเลี้ยงเจาหนาที่ผูปฏิบัติงาน ตลอดจนประชาชนจิตอาสา เราทำความดี ดวยหัวใจ เปน
การใหกำลงั ใจทไ่ี ดร ว มกันปฏิบตั ิหนา ที่ในการปอ งกันและแกไขปญหาหมอกควนั ไฟปา อยางเขมขน ซึง่ ที่
อำเภอพราว มีผูมารวมกิจกรรมกวา 300 คน โดยไดมอบเวชภัณฑ หนากากอนามัย N95 ใหกับชุมชน
และประชาชนในพ้ืนท่ี จำนวนกวา 2,000 ชน้ิ
นางสุพัตรา นิ่มกุล นายอำเภอเวียงหนองลอง ไดมอบหมายใหนายสวัสดิ์ ลือยศ ปลัดอาวุโสนายสวัสด์ิ
เรืองผ้ึง ปลดั อำเภอฝา ยความม่นั คง สมาชกิ อส.อำเภอหนองลอง ท่ี 8 และเจาหนา ท่ีทหารรอย.รส.ที่ 2 (ร.7 พัน.
2) เจา หนาท่ตี ำรวจ สภ.เวียงหนองลอ ง ออกตรวจตราปอ งปรามไมใ หเ กดิ การลักลอบเผา ในเขตพน้ื ท่ี ต.หนองลอง
อ.เวียงหนองลอง พื้นที่เอกชนที่มีความเสี่ยงภัย ผลการปฏิบัตหิ นาที่เปนไปดวยความเรียบรอย ไมพบการลักลอบ
เผาแตอยา งใด
38
นายพงศพีระ ชูชื่น นายอำเภอเมืองแมฮองสอน ในฐานะผูอำนวยการศูนยปฏิบัติการปองกนั แกไขปญ หา
ไฟปา และหมอกควันระดับอำเภอ เปดเผยวา ชดุ ปฏิบัติการรวมเฉพาะกจิ ฯ (ชป.ฉก.) ต.ปางหมู ไดส ำรวจพื้นท่ีเพ่ือ
ใชใ นการวางแผนใชอ ากาศยานสนบั สนุนการดับไฟ ขอ มูลการใชเ ฮลคิ อปเตอร MI-17 ดับไฟ ประกอบดวย 1 พนื้ ที่
ติดตั้งแบมบี้ MI-17 ประมาณ 1 สนามฟุตบอล กวาง 50 ยาว 100 ม. โดยการเลือกพื้นที่จะตองใกลแหลงน้ำมาก
ที่สุด โดยมีระยะหา งพื้นที่ไฟไหม ไมเกิน 10 กม. แหลงน้ำ กวาง 50 ยาว 100 ม. เปนอยางนอย ลึก 5 เมตร เปน
อยางนอย ไมมีตอไม ไมมีแหดักปลา ไมมีวัชพืช ซึ่ง จนท.สำรวจแหลงน้ำ จะตองเขาสำรวจเพื่อยืนยันทุกครั้ง อีก
ทัง้ พ้ืนทไี่ ฟปาปกติ 1 วงรอบการบนิ ท้ิงน้ำ ประมาณ 1 ช่วั โมงบิน สามารถทง้ิ น้ำได 4-6 เทีย่ ว หากแหลงน้ำอยูไกล
กวา 10 กม. สามารถปฏิบัติได แตจะไดจำนวนเที่ยวในการทิ้งน้ำนอยลง อาจไดผลไมเต็มประสิทธิภาพ โดยการ
สำรวจดังกลาวเปนการเตรียมการใชอากาศยานตักน้ำไปดบั ไฟปา บนเทือกเขารอบตัวเมืองแมฮองสอน เนื่องจาก
จุดเกิดไฟปา ในพื้นทภ่ี เู ขาสูง เจาหนา ทไี่ มสามารถเขาไปทำการดับไฟได
พลโท สุภโชค ธวัชพีระชัย แมทัพนอยที่ 3 ผูอำนวยการปองกันแกไขปญหาไฟปาและหมอกควันระดับ
ภาค (สว นหนา ) ไดเดนิ ทางตรวจเยีย่ มดสู ถานการณในพื้นที่ และรวมประชมุ กบั คณะผูบริหาร หัวหนาสว นราชการ
ทหาร ตำรวจ ปาไม จิตอาสา 904 ผูแทนหนวยงานองคกรทุกภาคสวนในพื้นที่ เพื่อติดตามการแกไขปญหาไฟปา
และหมอกควันในพ้ืนท่ีอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ป 2562 โดยมีพนั เอก สณั ธวฒั น วงศวัฒนะ รองผบู ญั ชาการ
มณฑลทหารบกที่ 32 พันเอก บรรจง คะวงศดอน หัวหนากองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่ 32 พันตรี
ธีรวัฒน พรหมสุรีย ผูบังคับกองรอยฝกรบพิเศษที่ 3 คายฝกการรบประตูผา ปลัดปกครอง ปลัดฝายความมั่นคง
เจาหนาทีตำรวจ สภ.วังเหนือ ปาไมอำเภอวังเหนือ ราษฏรในพื้นที่เสี่ยง และจิตอาสาผูนำชุมชนในพื้นที่เสี่ยง 3
ตำบล ไดแก ตำบลรองเคาะ ตำบลวังแกว ตำบลวังทอง เขารวมประชุมและรวมใหการตอนรับ ซึ่งการประชุมใน
ครั้งนี้ ปลัดปกครองอำเภอวังเหนือ ไดรายงานสรุปขอมูลสถานการณในพื้นที่อำเภอวังเหนือที่กำลังประสบปญหา
ไฟปาอยูในขณะนี้ และไดเกิดเหตไุ ฟไหมปารุนแรงบรเิ วณดอยสูงในเขตทองที่ 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง ตำบลวัง
ใต ตำบลรองเคาะ อำเภอวังเหนือ การแกไขสถานการณโดยเจาหนาที่หลายภาคสวนไดสนธิกำลังรวมกันเขาทำ
การควบคุมระงบั และดับไฟปา ทางภาคพ้นื ดนิ พรอมไดรับการสนับสนนุ เฮลคิ อปเตอรทง้ั ของหนว ยงานทหารจาก
กองทัพบกนำน้ำขึ้นไปพนบริเวณที่เกิดไฟปาวันละ 6 เที่ยวบิน ตามมาตรการของนายกรัฐมนตรีที่สั่งการ
ใหเ ปน ภารกิจเรงดว นในการแกไขปญหาไฟปา และหมอกควนั ในพื้นที่ๆกำลงั ประสบปญหา ซ่งึ พลโท สภุ โชค ธวัชพี
ระชยั แมทัพนอ ยท่ี 3 ผอู ำนวยการปอ งกันแกไขปญหาไฟปา และหมอกควนั ระดับภาค (สวนหนา ) กลาววา ในสวน
ของพืน้ ที่ท่ียังไมประสบปญหาไฟปาและหมอกควนั เกดิ ข้ึนไดเนนย้ำใหทุกภาคสวนชว ยกันเฝา ระวัง ดำเนินการทุก
รูปแบบ เพื่อปองกันไมใหเกิดการเผา หรือมีการเผาในพื้นที่ใหนอยที่สุด โดยการปฏิบัติไดเนนหลักการทำงานใน
เรื่องการประชาสัมพันธ การปองกัน การเตรียมพรอมการรับมือและการฟนฟู พรอมวางมาตรการปฏิบัติตาม
กฎหมาย ในการนี้ไดจัดตั้งศูนยปฏิบัติการควบคุมสถานการณไฟปา ทั้งในระดับหมูบาน ระดับตำบลและองคกร
ปกครองสวนทองถนิ่ ครอบคลุมพืน้ ทดี่ งั กลา ว
39
วาที่ รอยตรี ณรงค โรจนโสทร รองผูวาราชการจังหวัดเชียวราย เปนประธานเปดกิจกรรมจิตอาสา
พระราชทาน “เราทำความ ดี ดวยหัวใจ” ที่หอประชุมที่วาการอำเภอแมสรวย จ.เชยี งราย โดยมีพลตรี สชั ฌาการ
คณุ ยศยง่ิ ผูบัญชาการมณฑลทหารบกท่ี 37 พนั เอก พศนิ แสงคำ รองผอู ำนวยการรกั ษาความม่ันคงภายในจังหวัด
เชียวรายฝายทหาร นายกิตติ ชัยดรุณ นายอำเภอแมสรวย พรอมทั้งหัวหนาสวนราชการจิตอาสา ประชาชนจิต
อาสาพระราชทาน กำลังพลจิตอาสาพระราชทานทั้งพลเรือน ทหาร ตำรวจ ผูนำทองที่ ผูนำทองถิ่น นักเรียน
เยาวชน และผูนำชุมชนรวมกิจกรรมกวา 1,200 คน การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เปนโครงการจิตอาสาพระราชทาน
“เราทำความ ดี ดวยหัวใจ” ในโครงการจิตอาสาปองกันไฟปาและจัดทำแนวกันไฟในพืน้ ท่ีทั้ง 7 ตำบลของอำเภอ
แมสรวย จังหวัดเชียงราย โดยศูนยอำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 ไดรวมกับศูนยอำนวยการจิตอาสา
จังหวัดเชียงรายจัดขึ้น เพื่อเปนตนแบบในการปฏิบัติการประชาชนจิตอาสาพระราชทานดับไฟปา ดวยการเขา
สนับสนุนการดับไฟปารวมกับชุดปฏิบัติการศูนยอำนวยการรวมตดิ ตามสถานการณปอ งกันและแกไขปญหาไฟปา
หมอกควันจังหวัดเชียงราย และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟปา และมีการจัดโรงครัวพระราชทานเขา
สนับสนุนภารกิจของประชาชนจิตอาสาพระราชทานในครั้งนี้อีกดวย พรอมกันนี้ วาที่ รอยตรี ณรงค โรจนโสทร
รองผูวาราชการจังหวัดเชียงราย พรอมดวย นายกิตติ ชัยดรุณ นายอำเภอแมสรวย และจิตอาสาพระราชทานได
รวมกันลงพื้นที่ดับไฟปาบริเวณจุดเกิดไฟปาบานหวยสลัก ม.21 ต.ปาแดด อ.แมสรวย จ.เชียงราย โดยไดรับการ
สนับสนุนอากาศยานปกหมุน MI-17 ลำเลียงน้ำครั้งละ 13,500 ลิตร จำนวน 4 เที่ยวบินเขาสนับสนุนการดับไฟ
ทางอากาศอีกดว ย ซง่ึ เปนการพัฒนารปู แบบการดับไฟปา ดว ยนวตั กรรมเครื่องมือที่ทันสมัยและองคความรูดานปา
ไม สภาพแวดลอม ตลอดทงั้ ลกั ษณะภูมิประเทศ พรอมกับการทำแนวกันไฟ โดยพฒั นาการดบั ไฟใหไดผลดีอยางมี
ประสทิ ธภิ าพ ปลอดภัย และควบคมุ การเกดิ ไฟปา ซำ้ ไดอยางมปี ระสิทธภิ าพ สามารถนำรปู แบบไปปรบั ใชใน พ้ืนท่ี
ที่มีสภาพแวดลอมบนพื้นที่สูง พื้นที่ลาดชัน หนาผา และพื้นที่เสี่ยงในลักษณะตางๆ ขณะเดียวกันนายภาษเดช
หงสลดารมภ รองผูว าราชการจงั หวดั เชียงราย เปนประธานเปด โครงการจิตอาสาพระราชทาน
“เราทำความดี ดวยหวั ใจ” ในโครงการจิตอาสาปองกันไฟปา อำเภอเวียงแกน จงั หวัดเชยี งราย โดยมีพัน
เอก สุวิทย วังยาว รองผูบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 พรอมดวยหัวหนาหนวยงาน ประชาชนจิตอาสา
พระราชทาน และกำลังพลเขารวมกจิ กรรม ดวยการจดั ทำแนวกันไฟในพื้นทเี่ สี่ยงเกิดไฟปา ในพื้นที่บานดอน ม.3
ต.ปอ อ.เวียงแกน ซึ่งมีจิตอาสาจำนวน 700 คนเขารวมกิจกรรมประชาชนจิตอาสาพระราชทานในครั้งนี้อีกดวย
การพัฒนาสภาพแวดลอมดวยการดับไฟปาและทำแนวกันไฟของจังหวัดเชียงรายในครั้งนี้ ยังประโยชนใหเกิด
ความสมัครสมานสามัคคีรวมมือรวมใจทำความดีในหมูประชาชน ขาราชการ เจาหนาที่ และนักทองเที่ยวทั้งชาว
ไทยและชาวตา งประเทศ นับเปน กิจกรรมท่สี รา งความสามัคคีหลอหลอมใหเกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากร
และสรางสมดุลในสภาพแวดลอมรวมถึงระบบนิเวศวิทยา ถวายแดสมเด็จพระเจาอยูหัว ตลอดทั้งเปนการรวมกัน
แสดงออกซง่ึ ความรักเทดิ ทนู จงรกั ภักดีตอสถาบันพระมหากษตั รยิ อ นั เปน สถาบันหลักทส่ี ำคัญของชาติ
40
เร่ืองที่ 2 หนว ยงานทเ่ี กีย่ วของกบั ทางการแกไ ขและการปองกนั ปญหาหมอกควนั
1. กรมควบคุมมลพิษ
กอ ตง้ั เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2535 อันเปน ผลสืบเนื่องมาจากประกาศใชพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษา
คณุ ภาพส่งิ แวดลอ มแหงชาติ พ.ศ. 2535 และยกเลกิ พระราชบญั ญตั ิสง เสรมิ และรักษาคุณภาพสิง่ แวดลอมแหงชาติ
พ.ศ. 2518 บทบาทและภารกิจทั่วไป ซึ่งถือปฏิบัติตามบทบัญญัติที่เกี่ยวของในพระราชบัญญัติสงเสริมและรักษา
คุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 โดยใหอำนาจคณะกรรมการสิ่งแวดลอ มแหง ชาติ คณะกรรมการควบคุม
มลพิษ และเจาพนักงานควบคุมมลพิษ ในการบังคับใชมาตรการตา งๆ ตามกฎหมาย เพื่อประโยชนในการควบคมุ
ปองกันและแกไขปญหาสิ่งแวดลอมอันเนื่องมาจากภาวะมลพิษ ไดแก การเสนอความเห็นในการจัดทำนโยบาย
ดานการควบคุมมลพิษของประเทศ การกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดลอม (มาตรฐานคุณภาพน้ำในแมน้ำลำ
คลอง น้ำทะเลชายฝง คุณภาพอากาศในบรรยากาศ ฯลฯ) (การกำหนดมาตรฐานควบคุมมลพิษจากแหลงกำเนิด
(มาตรฐานน้ำทิ้งจากอาคารตางๆ น้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรม มาตรฐานไอเสียจาก
ยานพาหนะตางๆ ฯลฯ) การจัดทำแผนการจัดการคุณภาพสิ่งแวดลอม และมาตรการควบคุมมลพิษ (การจัดการ
ขยะมูลฝอย การจัดการของเสียอันตราย การประกาศเขตควบคุมมลพิษ ฯลฯ) การติดตามตรวจสอบสถานการณ
มลพิษ รับเรื่องราวรองทุกขดานมลพิษ และดำเนินการตามกฎหมายวาดวยการสงเสริมและรักษาคุณภาพ
ส่ิงแวดลอมดา นการควบคมุ มลพษิ
บทบาทและภารกิจดังกลาวตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.ราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม
แหงชาติ พ.ศ. 2535 มิไดมีเจตนารมณท่ีจะใหกรมควบคุมมลพิษมอี ำนาจลบลางหรอื เขาแทนที่อำนาจการจัดการ
น้ำเสียหรือของเสียอื่นๆ ที่ออกตามกฎหมายอื่นหรือของหนวยงานอื่น แตมีวัตถุประสงคเพื่อใหมีหนวยงาน
รับผดิ ชอบดา นการควบคมุ มลพิษโดยเฉพาะ เพอ่ื สนับสนุนและผลักดันการดำเนนิ งานของหนว ยงานทีม่ ีอำนาจตาม
กฎหมายที่มีอยูเดิม และอุดชองวางในกรณีที่ไมมีกฎหมายใดบัญญัติไวเปนการเฉพาะ ตัวอยางเชน เจา
พนักงานควบคุมมลพิษแมมีอำนาจเขาไปทำการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม หากพบวามีการละเมิดหรือฝาฝน
กฎหมายกไ็ มม ีอำนาจดำเนนิ การตามกฎหมายไดทันที แตม ีหนาท่ีตองแจง ใหเ จาพนักงานซ่งึ มีอำนาจหนา ท่ีโดยตรง
ตามกฎหมายโรงงานใหเปนผูด ำเนินการ ตอ เมอื่ ปรากฎวาเจาพนักงานดังกลาวไมดำเนินการแกผูกระทำผิดภายใน
เวลาอันสมควร เจาพนักงานควบคุมมลพิษจึงจะมีอำนาจดำเนินการตามอำนาจหนาที่ของตนตามกฎหมาย หรือ
กรณีการกำหนดมาตรฐานควบคุมมลพิษจากแหลงกำเนิด โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายอื่นก็สามารถดำเนินการ
ได แตมาตรฐานดังกลาวตองเขมงวดกวามาตรฐานควบคุมมลพิษจากแหลงกำเนิดที่ออกตาม พ.ร.บ.ราชบัญญัติ
สง เสรมิ และรกั ษาคุณภาพส่ิงแวดลอ มแหงชาติ พ.ศ. 2535 เปน ตน
2 สว นควบคุมไฟปา สงั กัดกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ ม
มภี ารกจิ หนา ที่
- ศึกษา วเิ คราะหห ามาตรการ แนวทาง รปู แบบ และวิธกี ารเกยี่ วกบั การปองกนั และแกไ ขปญหาไฟปา
41
- สำรวจและรวบรวมขอมูลไฟปาวิเคราะหตรวจตดิ ตามพยากรณสภาพปญหาไฟปา และสถานการณไฟปา
- ดำเนินการจัดทำแผนการปองกันและควบคุมไฟปา รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของเจาหนาที่และ
อาสาสมคั รปองกนั ไฟปา
-ปฏิบตั ิงานดานวชิ าการไฟปา
- ศกึ ษา วจิ ัย และพฒั นางานดานการควบคุมไฟปา
- ประสานงานกับองคกรและหนวยงานตา งๆ ที่เกีย่ วของท้ังในและตางประเทศ ประสานงานและปฏบิ ัติ
ตามพันธะขอตกลง ASEAN Agreement on Haze Transboundary Pollution
- ติดตามประเมินผลการดำเนินงานของหนวยปฏิบตั งิ านใหเ ปน ไปตามแผนปฏบิ ัตงิ าน
- ปฏบิ ตั งิ านรวมกบั หรอื สนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานของหนว ยงานอ่นื ที่เก่ียวของหรอื ท่ไี ดร บั มอบหมาย
ประกอบดว ย
1. ฝายธรุ การ มีหนา ที่รับผดิ ชอบเกี่ยวกับงานดา ยธรุ การ งานสารบรรณทั่วไป งานการเงนิ บญั ชี พสั ดุ
และงานดานบคุ ลากร ของสวน (เสนอสำนกั ผานสวนอำนวยการ)
2. ฝา ยวิชาการ มีหนาที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานดา นสำรวจและรวบรวมขอ มลู ไฟปา วเิ คราะห ตรวจสอบ
ต ิ ด ต า ม พ ย า ก ร ณ ส ภ า พ ป ญ ห า ไ ฟ ป า แ ล ะ ส ถ า น ก า ร ณ ท ำ ห น า ท ี ่ Webmasterข อ ง ไ ฟ ป า
www.dnp.go.th/forestfire ศึกษาวิจัยดานการควบคุมไฟปา ปฏิบัติงานดานวิชาการไฟปา ประสานงานกับ
องคกรและหนวยงานตางๆที่เกี่ยวของทั้งในและตางประเทศประสานงานและปฏิบัติตามพันธะขอตกลง ASEAN
Agreement on Trans boundary Pollution และปฏิบัตงิ านอน่ื ๆตามท่ีไดรบั มอบหมาย
3. ฝายแผนงาน รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณและแผนปฏิบัติงานควบคุมไฟปาทั่วประเทศ ตลอดจน
ตรวจตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบตั งิ านควบคมุ ไฟปาท่วั ประเทศ และปฏิบัติงานอ่ืนๆตามท่ี
ไดรับมอบหมาย
4. ฝายปฏิบัติการและพัฒนาการควบคุมไฟปา รับผิดชอบเกีย่ วกับการฝกอบรมชุดปฏบิ ัติการพิเศษดับไฟ
ปา(หนวยเสือไฟ) และพนักงานดับไฟปาของกรม ตลอดจนฝกอบรมอาสาสมัครปองกันไฟปา และกำลังพลของ
หนวยงานตางๆ พัฒนากลยุทธและเทคนิคการควบคุมไฟปา การประสานการระดมพลดับไฟปาในสถานการณ
รุนแรงและสถานการณวิกฤต ตลอดจนประสานและสนับสนุนการกูภัยทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปาไมและ
ปฏบิ ัตงิ านอน่ื ๆตามท่ไี ดร บั มอบหมาย
43
ใบงาน บทที่ 5 การแกไขและการปองกนั การเกิดหมอกควนั
1. จงบอกแนวทางการแกไ ขและปองกันการเกิดหมอกควนั ที่เกิดข้ึนในปจจบุ ัน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงบอกหนวยงานทีเ่ กยี่ วของกบั การแกไขปญหาหมอกควนั ในจงั หวดั ทต่ี นเองอาศยั
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………
44
แบบทดสอบหลังเรียน รายวิชา ภยั หมอกควัน
1. ขอใดอธบิ ายความหมายของหมอกควันไดถ ูกตองท่ีสุด
ก. ฝุน ควัน และอนภุ าคแขวนลอยในอากาศ รวมตวั กันในสภาวะทอี่ ากาศปด
ข. หมอกซึ่งมีควันผสมอยเู ปนจำนวนมากในอากาศ
ค. ควนั ไฟทเ่ี กดิ จากการเผาขยะ
ง. ควนั ทเี่ กดิ จากการหุงหาอาหารในชุมชน
2. ขอ ใดคือสาเหตุของการเกิดปญหาหมอกควนั มากท่สี ุด
ก. การเผาปาเพื่อลาสตั ว ข. การเผาขยะในชุมชน
ค. การเผาตอซงั ขา วท่ีทุงนา ง. การกอ ไฟเพอื่ หงุ หาอาหาร
3. ขอ ใดเปนสาเหตขุ องการเกดิ ปญหาหมอกควันท่ีเกิดขน้ึ โดยธรรมชาติ
ก. การตดั ไมท ำลายปา ข. เกิดไฟไหมป า
ค. การเผาตอซังตน ขา ว ง. ผลกระทบจากภาวะเรือนกระจก
4. จังหวัดใดทีอ่ ยูในพนื้ ทีไ่ ดรบั ผลกระทบจากหมอกควันนอยท่ีสุด
ก. พิษณโุ ลก ข. กรงุ เทพมหานคร
ค. แมฮอ งสอน ง. พะเยา
5. สถานการณก ารเกิดหมอกควันในยโุ รปเกดิ จากอะไรมากทส่ี ุด
ก. ภูเขาไฟระเบดิ ข. ไฟปา
ค. การทำเหมืองแร ง. โรงงานพลังงานนวิ เคลียร
6. สถานการณห มอกควนั ของประเทศไทย สว นใหญเกิดข้นึ ในภาคใดมากที่สดุ
ก. ภาคเหนอื ภาคใต ข. ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออก
ค. ภาคเหนอื ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ง. ภาคตะวนั ออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
7. แนวทางการแกไ ขปญ หาและปอ งกนั การเกิดหมอกควันในชุมชนควรทำอยางไร
ก. เตรียมนำ้ ไวด บั ไฟปา ข. พยายามเลือกใชว ัตถดุ ิบและเชอื้ เพลิงท่ีไมมสี ารกอมลพษิ ทางอากาศ
ค. รณรงคหามเผาปา ง. ตั้งเวรยามเฝาระวงั ไฟปา
45
8. อันตรายจากฝนุ ละอองในอากาศกอใหเกดิ โรคใดบาง
ก. โรคผิวหนงั บาดทะยัก ข. เชือ้ วัณโรค เช้อื แอนแทรกซ
ค. ไขเ ลอื ดออก ไขม าลาเรยี ง. งูสวดั กลากเกล้อื น
9. หนว ยงานใดท่เี ก่ียวขอ งกับทางการแกไ ขและการปองกนั ปญหาหมอกควนั
ก. กรมปา ไม ข. กรมควบคุมมลพษิ
ค. กรมสขุ ภาพอนามัย ง. กรมพฒั นาชมุ ชน
10. เม่อื เกดิ ไฟปาขนึ้ จะโทรแจงสายดว นหมายเลขโทรศพั ทใ ด
ก. 191 ข. 1669
ค. 1784 ง. 1323