ก
ค าน า
ั้
การจัดการเรียนการสอน ตามหลักสูตรการศกษานอกระบบระดับการศกษาขนพื้นฐาน
ึ
ึ
พุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรที่เป็นไปตามหลักการและปรัชญาการศึกษานอกโรงเรียน ได๎ปรับไปตามบริบท
ิ่
และความต๎องการของผู๎เรียน เพื่อต๎องการศกษาสมุนไพรพื้นบ๎านตามท๎องถน ความหมายของสมุนไพร
ึ
ประเภทของสมุนไพร ประโยชน์ของสมุนไพรในการแปรรูป ประกอบอาหาร ยารักษาโรค สีย๎อมผ๎า นํามาใช ๎
ในการเกษตร ซึ่งสามารถนําประโยชน์ของสมุนไพรพื้นบ๎านเอามาปรับใช๎ในชีวิตประจําวันได๎และทําให๎เป็นการ
ลดคําใช๎จํายในครัวเรือนและทําให๎รํางกายปลอดสารพิษที่เป็นอันตรายตํอรํางกายได๎ กศน.อําเภอเมืองพะเยา
จึงนํามาพัฒนาเป็นหลักสูตรรายวิชาเลือก สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษา
นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และบรรจุไว๎ในหลักสูตรสถานศกษาเพื่อนําไปใชใน
ึ
๎
การจัดการศึกษาในกับผู๎เรียน เพื่อให๎ผู๎เรียนมีความรู๎ ความเข๎าใจ เห็นคุณคําสมุนไพรพื้นบ๎าน และนําความรู๎ไป
๎
ใชเป็นแนวทางในการดําเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศัยอําเภอเมืองพะเยา ขอขอบคุณคณะครูกศน.
ึ
อําเภอเมืองพะเยา คณะกรรมการสถานศกษา ผู๎อํานวยการสํานักงานสํงเสริมการศกษานอกระบบและ
ึ
ึ
ั
ึ
ั
ึ
การศกษาตามอัธยาศยจังหวดพะเยาและอาจารย์อัญชลี ธรรมะวธกุล ศกษานิเทศก์เชยวชาญ อดีตหัวหน๎า
ี่
ี
ิ
ํ
ั
ึ
ึ
ึ
หนํวยศกษานิเทศก์ สํานักงานสํงเสริมการศกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศย ที่ให๎คาแนะนํา
ํ
ั
คาปรึกษา ในการจัดทําหลักสูตรครั้งนี้ได๎เสร็จสิ้นสมบูรณมา ณ โอกาสนี้ หวงวาเอกสารหลักสูตรรายวชา
ิ
์
ํ
เลือกฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ตํอ ผู๎บริหารสถานศกษา ครูการศกษานอกโรงเรียนและผู๎เกี่ยวของ ในการ
ึ
๎
ึ
นําไปใช๎ในการจัดการศึกษาให๎กับผู๎เรียน
(นายอดิสอน ขุํยคํา)
ผู๎อํานวยการ กศน.อําเภอเมืองพะเยา
21 มิถุนายน 2562
ข
สารบัญ
หน้า
ค าน า ก
สารบัญ ข
ค าอธิบายรายวิชา 1
มาตรฐานที่ 3.2 มีความรู๎ ความเข๎าใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินใจเลือก 1
3.3 มีความรู๎ ความเข๎าใจ ในการจัดการอาชีพอยํางมีคุณธรรม 1
มาตรฐานการเรียนรู๎ระดับ 1
ศึกษาและฝึกทักษะ 1
การจัดประสบการณ์การเรียนรู๎ 1
การวัดประเมินผล 1
รายละเอียดค าอธิบายรายวิชา 2
มาตรฐานการเรียนรู๎ระดับ 2
หัวเรื่อง 2
ตัวชี้วัด 2
เนื้อหา 3
จํานวนชั่วโมง 3
หลักสูตรวิชาสมุนไพรพื้นบ้าน 6
ความสําคัญ 6
จุดมุํงหมาย 6
จุดประสงค ์ 7
เนื้อหา 7
ระยะเวลาเรียนและจํานวนหนํวยกิต 8
สื่อประกอบการเรียนและแหลํงเรียนรู๎ 8
การวัดผลประเมินผล 8
ประโยชน์ที่คาดวําจะได๎รับ 8
โครงสร๎างหลักสูตร 9
คณะกรรมการจัดทําหลักสูตร 49
1
ค าอธิบายรายวิชา
รหัสวิชา อช 2200064 ชื่อรายวิชาสมุนไพรพื้นบ้าน จ านวน 2 หน่วยกิต ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
มาตรฐานที่ 3.2 มีความรู๎ ความเข๎าใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินใจเลือก
มาตรฐานที่ 3.3 มีความรู๎ ความเข๎าใจ ในการจัดการอาชีพอยํางมีคุณธรรม
มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ
มีความรู๎ความเข๎าใจทักษะในอาชีพตัดสินใจเลือกบนพื้นฐานความรู๎ กระบวนการผลิต
กระบวนการตลาดที่ใช๎นวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม
มีความรู๎ความเข๎าใจและสามารถจัดทําแผนงาน โครงการ ธุรกิจ
ที่เข๎าสูํตลาดแขํงขัน ตามศักยภาพ 5 ด๎านฯ
ศึกษาและฝึกทักษะ
1. ความรู๎พื้นฐานเรื่องสมุนไพรพื้นบ๎าน
2 .ประโยชน์ของสมุนไพร
3. สมุนไพรนําไปประกอบอาหาร
4. สมุนไพรที่เป็นยารักษาโรค
5. สมุนไพรนํามาย๎อมผ๎า
6. สมุนไพรนําไปใช๎ในการเกษตร
7. การบริหารจัดการและการตลาด
8. คุณธรรมจริยธรรมในการประกอบอาชีพ
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
1. ศึกษาจากใบความรู๎
2. ศึกษาจากแหลํงเรียนรู๎ บ๎านห๎วยหม๎อ หมูํ 5 ตําบลบ๎านตุํน อําเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
3. การเรียนรู๎โดยการทําโครงงาน
4. การทําใบงาน
5. การทําแบบฝึกหัด
6. การทําแบบทดสอบ
การวัดและประเมินผล
1. สังเกตการเข๎ารํวมกิจกรรมของผู๎เรียน
2. ประเมินโครงงาน
3. ประเมินผลงานจากการทําใบงาน
4. ตรวจแบบฝึกหัด
5. ตรวจแบบทดสอบ
2
รายละเอียดค าอธิบายรายวิชา
รหัสราย วิชา อช 2200064 ชื่อรายวิชาสมุนไพรพื้นบาน จ านวน 2 หน่วยกิต
้
ระดับมัธยมศึกษาต้น
มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ
1. มีความรู๎ความเข๎าใจทักษะในอาชีพตัดสินใจเลือกบนพื้นฐานความรู๎ กระบวนการผลิตกระบวนการ
ตลาดที่ใช๎นวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม
2. มีความรู๎ความเข๎าใจและสามารถจัดทําแผนงาน โครงการ ธุรกิจ ที่เข๎าสูํตลาดแขํงขัน ตามศักยภาพ 5
ด๎านฯ
จ านวน
ท ี่ หัวเรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา
(ชั่วโมง)
1. ความรู๎พื้นฐานเรื่อง 1. รู๎และเข๎าใจความ 1. ความเป็นมาและ 6
สมุนไพรพื้นบ๎าน เป็นมาและความสําคัญ ความสําคัญ
ของสมุนไพรพื้นบ๎าน ของสมุนไพรพื้นบ๎าน
2. รู๎และเข๎าใจประเภท 2. ประเภทของสมุนไพร
ของสมุนไพรอาหารยา อาหารยา สีย๎อมผ๎า และ
สีย๎อมผ๎า และสมุนไพร สมุนไพรใช๎ในการเกษตร
ใช๎ในการเกษตร
2. ประโยชน์ของสมุนไพร 1. รู๎และเข๎าใจ 1. สมุนไพรนํามาเป็น 6
ประโยชน์ของสมุนไพร อาหาร
นํามาเป็นอาหาร 2. สมุนไพรนํามาเป็นยา
2. รู๎และเข๎าใจ รักษาโรค
ประโยชน์ของสมุนไพร 3. สมุนไพรนํามาเป็นสี
นํามาเป็นยารักษาโรค ย๎อมผ๎า
3. รู๎และเข๎าใจ 4. สมุนไพรนํามาใช๎ใน
ประโยชน์ของสมุนไพร การเกษตร
นํามาเป็นสีย๎อมผ๎า
4. รู๎และเข๎าใจ
ประโยชน์ของสมุนไพร
นํามาใช๎ในการเกษตร
5. ตระหนักถึง
ประโยชน์ของสมุนไพร
พื้นบ๎าน
3
จ านวน
ท ี่ หัวเรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา
(ชั่วโมง)
3. สมุนไพรที่นําประกอบ 1. รู๎และเข๎าใจสมุนไพร 1. สมุนไพรประกอบอาหาร
อาหาร ประกอบอาหาร 2. การเตรียมวัตถุดิบเพื่อการ 18
1. รู๎และเข๎าใจการเตรียม ทําอาหาร
วัตถุดิบเพื่อการทําอาหาร 3. การปรุงอาหารจาก
3. รู๎และเข๎าใจการปรุง สมุนไพร
อาหารจากสมุนไพร 4. การนําสมุนไพรไปใช ๎
4. รู๎และเข๎าใจการนํา ประโยชน์ในการประกอบ
สมุนไพรไปใช๎ประโยชน์ อาหาร
ในการประกอบอาหาร
5.ทักษะในการนํา
สมุนไพรนํามาประกอบ
อาหาร
4. สมุนไพรทําเป็นยารักษา 1. รู๎และเข๎าใจสมุนไพร 1. สมุนไพรทําเป็นยารักษา 12
โรค ทําเป็นยารักษาโรค โรค
2. รู๎และเข๎าใจการเตรียม 2. การเตรียมวัตถุดิบเพื่อทํา
วัตถุดิบเพื่อทํายารักษา ยารักษาโรค
โรค 3. การปรุงยาสมุนไพร
3. รู๎และเข๎าใจการปรุงยา 4. การนําสมุนไพรไปใช ๎
สมุนไพร ประโยชน์ทําเป็นยารักษาโรค
4. รู๎และเข๎าใจการนํา
สมุนไพรไปใช๎ประโยชน์
ในการทําเป็นยารักษา
โรค
5. ตระหนักถึง
ความสําคัญของสมุนไพร
ทําเป็นยารักษาโรค
6. ทักษะในการนํา
สมุนไพรทําเป็นยารักษา
โรค
4
จ านวน
ท ี่ หัวเรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา
(ชั่วโมง)
5. สมุนไพรนํามาย๎อมผ๎า 1.รู๎และเข๎าใจเรื่องสมุนไพร 1. สมุนไพรนํามาย๎อมผ๎า 12
นํามาย๎อมผ๎า 2. การเตรียมวัตถุดิบเพื่อ
2.รู๎และเข๎าใจการเตรียม ทําสีย๎อมผ๎า
วัตถุดิบเพื่อทําสีย๎อมผ๎า 3. การผสมสมุนไพรเป็นสี
3.รู๎และเข๎าใจการผสม ย๎อมผ๎า
สมุนไพรเป็นสีย๎อมผ๎า 4. การนําสมุนไพรไปใช ๎
4. ตระหนักถึงความสําคัญ ประโยชน์ในการย๎อมผ๎า
ของสมุนไพรนํามาย๎อมผ๎า
5. ทักษะในการนําสมุนไพร
นํามาย๎อมผ๎า
๎
6. สมุนไพรนํามาใชใน 1.รู๎และเข๎าใจเรื่องสมุนไพร 1. สมุนไพรนํามานํามาใช ๎ 12
การเกษตร นํามาใช๎ในการเกษตร ในการเกษตร
2.รู๎และเข๎าใจ การเตรียม 2. การเตรียมวัตถุดิบเพื่อ
วัตถุดิบเพื่อนํามาใช๎ใน นํามาใช๎ในการเกษตร
การเกษตร 3. การผสมสมุนไพร
3.รู๎และเข๎าใจ การผสม นํามาใช๎ในการเกษตร
สมุนไพรนํามาใช๎ใน 4. การนําสมุนไพรไปใช ๎
การเกษตร ประโยชน์ในการเกษตร
4. ตระหนักถึงความสําคัญ (แก๎ให๎แล๎ว)
ของสมุนไพรนํามาใช๎ใน
การเกษตร
5. ทักษะในการนําสมุนไพร
นํามาใช๎ในการเกษตร
7 การบริหารจัดการตลาด 1. รู๎และเข๎าใจการบรรจุ 1. การบรรจุภัณฑ์ 8
ภัณฑ์ 2. การทําบัญชีรายรับ
2. รู๎และเข๎าใจการทําบัญช รายจําย
ี
รายรับ รายจําย 3. การวางแผนการตลาด
3. รู๎และเข๎าใจการวางแผน 4. การขายออนไลน์
การตลาด
4. รู๎และเข๎าใจการขาย
ออนไลน์
5. ทักษะในการบริหาร
จัดการตลาด
5
จ านวน
ท ี่ หัวเรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหา
(ชั่วโมง)
8 คุณธรรม จริยธรรมในการ 1. รู๎และเข๎าใจเรื่อง คุณธรรมจริยธรรมในการ 6
ประกอบอาชีพ คุณธรรม จริยธรรมในการ ประกอบอาชีพ
ประกอบอาชีพ ความขยัน ความอดทน
2. ตระหนักถึงความสําคัญ ความซื่อสัตย ์
ของคุณธรรม จริยธรรมใน
การประกอบอาชีพ
6
ื
้
้
หลักสูตรวิชาสมุนไพรพนบาน
ความสาคัญ
๎
พืชสมุนไพร เป็นผลผลิตจากธรรมชาติ ที่มนุษย์รู๎จักนํามาใชเป็นประโยชน์ เพื่อการรักษา
โรคภยไขเจ็บตั้งแตํโบราณกาลแล๎ว เชน ในเอเชยก็มีหลักฐานแสดงวามนุษย์รู๎จักใชพืชสมุนไพรมากวา
ํ
ี
๎
๎
ั
ํ
ํ
ิ
6,000 ปี แตํหลังจากที่ความรู๎ด๎านวทยาศาสตร์ มีการพัฒนาเจริญก๎าวหน๎ามากขน มีการสังเคราะห์ และ
ึ้
ํ
๎
๎
ผลิตยาจากสารเคมี ในรูปที่ใชประโยชน์ได๎งําย สะดวกสบายในการใชมากกวาสมุนไพร ทําให๎ความนิยมใช ๎
ยาสมุนไพรลดลงมาเป็นอันมาก เป็นเหตุให๎ความรู๎วทยาการด๎านสมุนไพรขาดการพัฒนา ไมํเจริญก๎าวหน๎า
ิ
เทําที่ควร ในปัจจุบันทั่วโลกได๎ยอมรับแล๎ววาผลที่ได๎จากการสกัดสมุนไพร ให๎คณประโยชน์ดีกวายา ที่ได๎
ํ
ํ
ุ
ิ
จากการสังเคราะห์ทางวทยาศาสตร์ประกอบกับในประเทศไทยเป็นแหลํงทรัพยากรธรรมชาติ อันอุดม
๎
๎
ิ
สมบูรณ์ มีพืชตําง ๆ ที่ใช๎เป็นสมุนไพรได๎อยํางมากมายนับหมื่นชนิด ยังขาดก็แตํเพียงการคนควาวจัยในทาง
ที่เป็นวทยาศาสตร์มากขนเทํานั้น ความตื่นตัวที่จะพัฒนาความรู๎ด๎านพืชสมุนไพร จึงเริ่มขนอีกครั้งหนึ่ง มี
ึ้
ึ้
ิ
การเริ่มต๎นนโยบายสาธารณสุขขนมูลฐานอยํางเป็นทางการของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2522 โดยเพิ่ม
ั้
๎
โครงการสาธารณสุขขั้นมูลฐานเขาในแผนพัฒนาการสาธารณสุข ตามแผนพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคม
แหํงชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2520-2524) ตํอเนื่องจนถึงแผนพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแหํงชาติ ฉบับที่ 7
ิ
(พ.ศ. 2535-2539) โดยมี กลวธการพัฒนาสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยในงานสาธารณสุขมูลฐาน วถ ี
ี
ิ
ชีวิตคนไทยมีการใช๎สมุนไพรมานาน อาหารสํวนใหญํ มีสมุนไพรเป็นสํวนประกอบในการทําอาหาร คนไทย
๎
จึงมักปลูกสมุนไพรหลายชนิดไวในเขตรั้วบ๎านเพื่อเป็นพืชผักสวนครัวใชในการประกอบอาหารใน
๎
๎
ิ
ั
ชวตประจําวน และใชเป็นยาแก๎ไขอาการตํางๆ ยามจําเป็น และใชเป็นสีย๎อมผ๎า เครื่องนุํงหํมตาม
ี
๎
๎
ธรรมชาติปลอดสารเคมี และยังนํามาใชในการเกษตรเพื่อกําจัดศตรูพืชในนาและขาว ทําให๎เป็นการลด
๎
ั
คําใช๎จํายในครัวเรือนและปลอดสารพิษที่เป็นอันตรายตํอรํางกายของมนุษย์
ิ
ดังนั้นการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกวชาสมุนไพรพื้นบ๎าน เพื่อนํามาใช๎ในการการจัด
การศึกษานอกระบบตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับ
ประถมศึกษา มาตรฐานการเรียนรู๎ระดับ สาระการประกอบอาชีพ ซึ่งกําหนดให๎ มีความรู๎ ความเข๎าใจ ทักษะใน
อาชีพที่ตัดสินใจเลือก และมีความรู๎ ความเข๎าใจ ในการจัดการอาชีพอยํางมีคุณธรรม
จุดมุ่งหมาย
เพื่อให๎ผู๎เรียนมีความรู๎ความเข๎าใจเห็นคุณคําของสมุนไพรพื้นบ๎าน และนําความรู๎ไปใช๎ ใน
ชีวิตประจําวัน และการประกอบอาชีพ
จุดประสงค ์
1. เพื่อให๎มีความรู๎ความเข๎าใจเรื่องสมุนไพรพื้นบ๎าน และการนําสมุนไพรไปใช๎ประโยชน์
2. เพื่อให๎ตระหนักถึงความสําคัญของสมุนไพรพื้นบ๎าน
๎
3. เพื่อให๎นําความรู๎ไปใชในชีวิตประจําวัน และ การประกอบอาชีพ
7
ื
้
เนอหาของหลักสูตร
1. ความรู๎พื้นฐานเรื่องสมุนไพรพื้นบ๎าน
1.1 ความเป็นมาและความสําคัญ
1.2 ประเภทของสมุนไพร อาหาร ยา สีย๎อมผ๎า และทางการเกษตร
2. ประโยชน์ของสมุนไพร
2.1 ประโยชน์ของสมุนไพรนํามาเป็นอาหาร
2.2 ประโยชน์ของสมุนไพรนํามาเป็นยารักษาโรค
2.3 ประโยชน์ของสมุนไพรนํามาเป็นสีย๎อมผ๎า
2.4 ประโยชน์ของสมุนไพรนํามาใช๎ในการเกษตร
3. สมุนไพรประกอบอาหาร
3.1 การเตรียมวัตถุดิบ สมุนไพรเพื่อการทําอาหาร
3.2 การปรุงสมุนไพร
3.3 การนําไปใช๎ประโยชน์
4. สมุนไพรยารักษาโรค
4.1 การเตรียมวัตถุดิบ สมุนไพรเพื่อการทํายารักษาโรค
4.2 การปรุงสมุนไพร
4.3 การนําไปใช๎ประโยชน์
5. สมุนไพรนํามาย๎อมผ๎า
5.1 การเตรียมวัตถุดิบ สมุนไพรนํามาย๎อมผ๎า
5.2 การปรุงสมุนไพร
5.3 การนําไปใช๎ประโยชน์
6. สมุนไพรใช๎ในการเกษตร
6.1 การเตรียมวัตถุดิบ สมุนไพรใช๎ในการเกษตร
6.2 การปรุงสมุนไพร
6.3 การนําไปใช๎ประโยชน์
7. การบริหารจัดการและการตลาด
7.1 การบรรจุภัณฑ์
7.2 การทําบัญชีรายรับ-รายจําย
7.3 การวางแผนการตลาด และการค๎าออนไลน์
8. คุณธรรมจริยธรรมในการประกอบอาชีพ
8.1 ความขยัน ความอดทน และ ความซื่อสัตย ์
8
ระยะเวลาเรียนและจ านวนหน่วยกิต
จํานวน 80 ชั่วโมง 2 หนํวยกิต
ภาคทฤษฎี 38 ชั่วโมง
ภาคปฏิบัติ 42 ชั่วโมง
สื่อประกอบการเรียนและแหล่งเรียนรู้.
1. ใบความรู๎เรื่องสมุนไพรพื้นบ๎าน
2. แหลํงเรียนรู๎ บ๎านห๎วยหม๎อ หมูํ 5 ตําบลบ๎านตุํน อําเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
3. ใบงาน
4. แบบฝึกหัด
5. แบบทดสอบ
การวัดผลประเมินผล
1. สังเกต การเข๎ารํวมกิจกรรมของผู๎เรียน
2 .ประเมินโครงงาน
3. ประเมินผลงานจากการทําใบงาน
4. ตรวจแบบฝึกหัด
5. ตรวจแบบทดสอบ
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ผู๎เรียนมีความรู๎ความเข๎าใจเรื่องสมุนไพรพื้นบ๎าน และการนําสมุนไพรไปใช๎ประโยชน์
2. ผู๎เรียนตระหนักถึงความสําคัญของสมุนไพรพื้นบ๎าน
3. ผู๎เรียนนําความรู๎ไปใช๎ในชีวิตประจําวัน และ การประกอบอาชีพ
9
โครงสร้างหลักสูตร
1. ความรู๎พื้นฐานเรื่องสมุนไพร จํานวน 6 ชั่วโมง
1.1 ความเป็นมาและความสําคัญสมุนไพร
1.2 ประเภทของสมุนไพร อาหาร ยา และสีย๎อมผ๎า
2. ประโยชน์ของสมุนไพรพื้นบ๎าน จํานวน 6 ชั่วโมง
2.1 ประโยชน์ของสมุนไพรนํามาเป็นอาหาร
2.2 ประโยชน์ของสมุนไพรนํามาเป็นยารักษาโรค
2.3 ประโยชน์ของสมุนไพรนํามาเป็นสีย๎อมผ๎า
2.4 ประโยชน์ของสมุนไพรนํามาใช๎ในการเกษตร
3. สมุนไพรประกอบอาหาร จํานวน 18 ชั่วโมง
3.1 การเตรียมวัตถุดิบเพื่อการทําอาหาร
3.2 การปรุงอาหารสมุนไพร
3.3 การนําไปใช๎ประโยชน์
4. สมุนไพรทําเป็นยารักษาโรค จํานวน 12 ชั่วโมง
4.1 การเตรียมวัตถุดิบเพื่อทํายารักษาโรค
4.2 การปรุงยาสมุนไพร
4.3 การนําไปใช๎ประโยชน์
5. สมุนไพรนํามาย๎อมผ๎า จํานวน 12 ชั่วโมง
5.1 การเตรียมวัตถุดิบเพื่อทํายารักษาโรค
5.2 การผสมสมุนไพรเป็นสีย๎อมผ๎า
5.3 การนําไปใช๎ประโยชน์
6. สมุนไพรนําไปใช๎ในการเกษตร จํานวน 12 ชั่วโมง
6.1 การเตรียมวัตถุดิบเพื่อใช๎ในการเกษตร
6.2 การผสมสมุนไพรเพื่อใช๎ในการเกษตร
6.3 การนําไปใช๎ประโยชน์
7. การบริหารจัดการและการตลาด จํานวน 8 ชั่วโมง
7.1 การบรรจุภัณฑ์
7.2 การทําบัญชีรายรับ – รายจําย
7.3 การวางแผนการตลาด
7.4 การค๎าออนไลน์
8. คุณธรรมจริยธรรมในการประกอบอาชีพ จํานวน 6 ชั่วโมง
8.1 ความขยัน ความอดทน และความซื่อสัตย ์
10
ใบความรู้
วิชา สมุนไพรพื้นบ้าน
1.ความรู้พื้นฐานเรื่องสมุนไพรพื้นบ้าน
สมุนไพร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 หมายถง พืชที่ใชทําเป็นเครื่องยา
ึ
๎
ึ
สมุนไพรกําเนิดมา จากธรรมชาติและมีความหมายตํอชีวิตมนุษย์โดยเฉพาะ ในทางสุขภาพ อันหมายถงทั้งการ
ํ
สํงเสริมสุขภาพและการรักษาโรค ความหมายของยาสมุนไพรในพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ได๎ระบุวา ยา
ํ
์
ํ
สมุนไพร หมายความวา ยาที่ได๎จากพฤกษาชาติสัตวหรือแรํธาตุซึ่งมิได๎ผสมปรุงหรือแปรสภาพ เชน พืชก็ยัง
เป็นสํวนของราก ลําต๎น ใบ ดอก ผล ฯลฯ ซึ่งมิได๎ผํานขั้นตอนการแปร รูปใดๆ แตํในทางการค๎า สมุนไพรมักจะ
ถูกดัดแปลงในรูปแบบตํางๆ เชํน ถูกหั่นให๎เป็นชิ้นเล็กลง บดเป็นผงละเอียด หรืออัด เป็นแทํงแตํในความรู๎สึก
ของคนทั่วไปเมื่อกลําวถึงสมุนไพร มักนึกถึงเฉพาะต๎นไม๎ที่นํามาใช๎เป็นยาเทํานั้น
สมุนไพร หมายถึง พืชที่มีสรรพคุณในการรักษาโรค หรืออาการเจ็บปุวยตํางๆ การใชสมุนไพรสําหรับ
๎
ึ้
รักษาโรค หรือ อาการเจ็บปุวยตํางๆ นี้จะต๎องนําเอาสมุนไพรตั้งแตํสองชนิดขนไปมาผสมรวมกันซึ่งจะเรียกวา
ํ
"ยา" ในตํารับยา นอกจากพืช สมุนไพรแล๎วยังอาจประกอบด๎วยสัตวและแรํธาตุอีกด๎วย เราเรียกพืช สัตวหรือ
์
์
แรํธาตุที่เป็นสํวนประกอบของยานี้วา "เภสัช วตถ" พืชสมุนไพรบางชนิด เชน เรํว กระวาน กานพลูและ
ํ
ั
ํ
ุ
๎
จันทน์เทศ เป็นต๎น เป็นพืชที่มีกลิ่นหอมและมีรสเผ็ดร๎อน ใชเป็นยา สําหรับขบลม แก๎ท๎องอืด ท๎องเฟูอ พืช
ั
ํ
เหลํานี้ถ๎านํามาปรุงอาหารเราจะเรียกวา "เครื่องเทศ" ในพระราชบัญญัติยาฉบับที่ 3 ปีพุทธศกราช 2522 ได๎
ั
แบํงยาที่ได๎จากเภสัชวัตถุนี้ไว๎เป็น 2 ประเภทคือ
1.ยาแผนโบราณ หมายถึง ยาที่ใช๎ในการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณหรือในการบําบัด โรคของ
สัตว์ ซึ่งมีปรากฏอยูํใน ตํารายาแผนโบราณที่รัฐมนตรีประกาศ หรือยาที่รัฐมนตรีประกาศให๎เป็นยาแผนโบราณ
หรือ ได๎รับอนุญาตให๎ขึ้นทะเบียนตํารับ ยาเป็นยาแผนโบราณ
2. ยาสมุนไพร หมายถึง ยาที่ได๎จากพืชสัตว์แรํธาตุที่ยังมิได๎ผสมปรุงหรือแปรสภาพสมุนไพรนอกจาก
๎
จะใช๎เป็นยาแล๎วยังใช๎ประโยชน์เป็นอาหาร ใชเตรียมเป็นเครื่องดื่ม ใชเป็นอาหารเสริม เป็นสํวนประกอบใน
๎
ํ
๎
เครื่องสําอาง ใชแตํงกลิ่น แตํงสีอาหาร และยา ตลอดจนใชเป็นยาฆาแมลงอีกด๎วย ในทางตรงกันขาม มี
๎
๎
ึ
๎
สมุนไพรจํานวนไมํน๎อยที่มีพิษ ถ๎าใช๎ไมํถูกวิธีหรือใช๎เกินขนาด จะมีพิษถงตายได๎ดังนั้นการใชสมุนไพรจึงควรใช๎
ึ้
ด๎วยความระมัดระวังและใช๎อยํางถกต๎อง ปัจจุบันมีการตื่นตัวในการนํา สมุนไพรมาใชพัฒนาประเทศมากขน
ู
๎
สมุนไพรเป็นสํวนหนึ่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติกระทรวงสาธารณสุขได๎ ดําเนินโครงการ
สมุนไพรกับสาธารณสุขมูลเน๎นการนําสมุนไพรมาใช๎บําบัดรักษาโรคใน สถานบริการสาธารณสุขของ รัฐมากขน
ึ้
และ สํงเสริมให๎เพื่อใช๎ภายในหมูํบ๎านเป็นการสนับสนุนให๎มีการใช๎สมุนไพรมากยิ่งขน อันเป็นวธหนึ่งที่ จะชวย
ํ
ี
ึ้
ิ
ประเทศชาติประหยัดเงินตราในการสั่งซื้อยาสําเร็จรูปจากตํางประเทศได๎ปีละเป็น จํานวนมาก
11
ึ
สมุนไพร หมายถึง “พืชที่ใช๎ทําเป็นเครื่องยา” สํวน ยาสมุนไพร หมายถง “ยาที่ได๎จากสํวนของ
พืช สัตว์และแรํซึ่งยังมิได๎ผสมปรุง หรือ แปรสภาพ” สํวนการนํามาใช๎อาจดัดแปลงรูปลักษณะของสมุนไพรให๎
ใช๎ได๎สะดวกขึ้น เชํน นํามาหั่นให๎มี ขนาดเล็กลง หรือ นํามาบดเป็นผงเป็นต๎นมีแตํพืชเพียงอยํางเดียวหามิได๎
์
์
ํ
์
เพราะยังมีสัตวและแรํธาตุอื่นๆอีกสมุนไพร ที่เป็นสัตว ได๎แกํเขา หนัง กระดูก ดีหรือเป็นสัตวทั้งตัวก็มีเชน
ตุ๏กแก ไส๎เดือน ฯลฯ
1.1 ความเป็นมาและความส าคัญ
ํ
ุ
ื่
"พชสมุนไพร" นั้นตั้งแตํโบราณก็ทราบกันดีวามีคณคาทางยามากมายซึ่ง เชอกันอีกด๎วยวา ต๎นพืช
ื
ํ
ํ
ุ
ํ
ตําง ๆ ก็เป็นพืชที่มี สารที่เป็นตัวยาด๎วยกันทั้งสิ้นเพียงแตํวาพืชชนิดไหนจะมีคณคาทางยามากน๎อยกวากัน
ํ
ํ
เทํานั้น "พืชสมุนไพร" หรือวัตถุธาตุนี้หรือตัวยาสมุนไพร
ึ้
สมุนไพรเป็นสิ่งที่กําเนิดขนจากธรรมชาติ สามารถนําไปใชประโยชน์ได๎อยํางหลากหลาย ตาม
๎
ั
๎
วัตถุประสงค์ของผู๎นําไปใช๎ไมํวําจะเป็นการนําไปปรุงอาหารการนําไปใชเพื่อเป็น ผลิตภณฑ์เสริมอาหาร หรือ
การนําไปใช๎เพื่อการบรรเทา หรือรักษาโรค เพราะในสมุนไพรแตํละชนิด สามารถนําไปใชประโยชน์ได๎ทั้ง 3
๎
๎
ลักษณะ เชํน กระเทียม สามารถนําไปใช๎เพื่อแตํงกลิ่นและรสอาหาร ในขณะเดียวกันก็สามารถนําไปใชในการ
ควบคมความดันโลหิตหรือระดับคลอเลสเตอรอลที่สูง และในบาง แหํงก็จัดให๎อยูํในกลุํมของอาหารเสริม
ุ
สุขภาพ
ั
์
ในการสาธารณสุขมูลฐานสํวนใหญํจะให๎ความสําคญ ที่พืชสมุนไพร ซึ่งจะมีองคประกอบ
ที่สําคัญ ที่ควรศึกษา 5 สํวน ดังนี้
1. ราก เป็นสํวนประกอบของพืชสมุนไพร ที่เป็นอวัยวะหรือสํวนของพืชที่ไมํมี ข๎อ ปล๎อง
๎
ตาและใบเจริญลงสูํดินตามแรงดึงดูดของโลกรากมีหน๎าที่ในการคําจุนสํวนตํางๆของพืชให๎ทรงตัวอยูํได๎ดูดและ
๎
ึ้
ลําเลียงตลอดจนสะสมอาหารยึดเกาะและใชในการหายใจอาหารที่สะสมไวจะมีการดูดซึมขนไปสูํต๎นพืชเพื่อ
๎
บํารุงเลี้ยงต๎นพืชให๎มีความเจริญเติบโต และงอกงาม
ุ
ลักษณะของรากจะมีทั้งรากแท๎และรากฝอย ในการสังเกตราก ควรต๎องดูคณสมบัติ ของราก
ตั้งแตํความสด ความแห๎ง ขนาดของราก ความเปราะของเนือราก๎ สีกลิ่น รสของราก การนําราก ของพืช
สมุนไพรมาใช๎นั้น จําเป็นต๎องรู๎จักการสังเกตอยํางละเอียด เพื่อปูองกันการเก็บสมุนไพรผิดต๎น ไปทําการรักษา
โรค พืชสมุนไพรที่มีการนํารากมาใช๎ในการรักษาโรค ได๎แกํกระชาย แก๎อาการท๎องอืด ท๎องเฟูอ ปลาไหลเผือก
แก๎ไขและมะละกอ ใช๎ขับปัสสาวะ เป็นต๎น
๎
2. ล าต้น เป็นสํวนของพืชที่เจริญมาจากต๎นอํอน แตกตํางจากรากตรงที่มีข๎อ ปล๎อง และ
ยอด มีทั้งลําต๎นที่อยูํเหนือดิน และลําต๎นที่อยูํใต๎ดิน นับเป็นสํวนที่มีความสําคญสําหรับพืชในการ ที่จะตั้งเป็น
ั
โครงให๎กับต๎นพืช
12
ลักษณะของลําต๎น หากแบํงตามลักษณะภายนอก จะแบํงได๎เป็น ประเภทไม๎ยืนต๎น ไม๎พุํม
และไม๎เลื้อย การนําลําต๎นของพืชมาใช๎ประโยชน์จําเป็นต๎องรู๎จักการสังเกตเพื่อดูวํา ลําต๎นของพืช ทจะนํามาใช ๎
์
๎
นั้นี มีลักษณะเป็นอยํางไร สังเกตได๎จากลักษณะของตา ขอ และปล๎อง ความสมบูรณ ของสํวนตําง ๆ เหลํานี้
ั
๎
๎
ั
๎
ํ
นับเป็นสิ่งที่มีความสําคญ สมุนไพรสํวนที่ใชลําต๎นเป็นยา เชน อ๎อยแดง ใชแก๎อาการ ขดเบา ชงชาชาลี
บอระเพ็ดใช๎แก๎ไข๎เป็นต๎น
3. ใบ เป็นอวัยวะที่เจริญออกไปบริเวณด๎านข๎าง โดยมีตําเหนํงอยูํที่ข๎อ ปล๎องของต๎น และกิ่ง
ใบสํวนใหญํจะมีสีเขียวของคลอโรฟิลล์รูปรํางและขนาดของใบแตกตํางกันไปตามชนิดของพืชหน๎าที่หลักของใบ
คือ ใช๎ในการสังเคราะห์แสง การหายใจ
ลักษณะของใบ ประกอบด๎วยโครงสร๎างภายในใบ 3 สํวน คือ แผํนใบ ก๎านใบ และหูใบ ในการ
สังเกตเพื่อนํามาใช๎ประโยชน์ควรสังเกตดูรูปรํางของใบ ปลาย ริม เส๎นและเนื้อของใบอยํางละเอียด โดยอาจ
นําไปเปรียบเทียบลักษณะของใบที่มีความคล๎ายคลึงกัน เพื่อให๎สามารถจําแนกใบพืชได๎ อยํางถกต๎อง ปูองกัน
ู
๎
ข๎อผิดพลาดในการนําไปใช๎สมุนไพรที่ใช๎ใบเป็นยา เชํน กระเพรา ใชได๎ทั้งใบสด หรือใบแห๎ง แก๎ปวดท๎อง ท๎อง
๎
ขึ้น จุกเสียด ขี้เหล็ก รักษาอาการท๎องผูก ใบชุมเห็ดเทศ ขยี้หรือ ตําในครก ให๎ละเอียดเติมน้ําเล็กน๎อย ใชรักษา
โรคกลากได๎
ั้
4. ดอก สํวนประกอบของพืชในสํวนที่เป็นดอกสํวนใหญํจะมีองค์ประกอบเป็นชนๆ แบํง
ได๎เป็น 4 ชั้น ได๎แกํกลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรตัวผู๎และเกสรตัวเมีย นอกจากนี้ยังสามารถ แบํงออกเป็นดอก
สมบูรณ์และดอกไมํสมบูรณ์โดยพิจารณาจากสํวนประกอบของดอกเป็นเกณฑ์ ดอกสมบูรณ์เพศ และดอกไมํ
สมบูรณ์เพศ โดยพิจารณาจากการมีเกสรตัวผู๎และเกสรตัวเมีย ในดอกเดียวกัน หรือมีเพียงเกสรตัวผู๎หรือ
เกสรตัวเมียเพียงอยํางเดียว
ลักษณะของดอก จะมีความแตกตํางกันไป จึงจําเป็นต๎องรู๎จักการสังเกตอยํางละเอียด เชํน
จํานวนของกลีบดอก การเรียงตัวของกลีบดอก รูปรํางของกลีบดอก สีกลิ่น เป็นต๎น สมุนไพรที่ใช สํวนของ
๎
ิ
ดอกเป็นยา เชํน กานพลูน๎ํามันหอมระเหย ในดอกกานพลูมีฤทธิ์ขับลม ฆําเชื้อแบคทีเรีย ฤทธขบพยาธดีปลี
ิ์
ั
แก๎ท๎องอืด ท๎องเฟูอ เป็นต๎น
ั
ั
ึ่
5. ผล คือสํวนหนงของพืชที่เกิดจากการผสมระหวํางเกสรตวผู๎กับเกสรตวเมียในดอก
ํ
๎
เดียวกันหรือคนละดอกก็ไดมีลักษณะรูปรํางที่แตกตางกันออกไปตามประเภทและสายพันธุ์รูปรํางลักษณะ
ื
ของผล มีหลายอยําง ตามชนิดของต๎นไม๎ที่แตกตํางกัน แบํงตามลักษณะของการเกิดได๎ 3 ประเภท คอ ผล
เดี่ยว ผลกลุํม และผลรวม
ลักษณะของผลไม๎แตํละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะตัว ที่สามารถสังเกต หรือแยกแยะได๎
ํ
๎
โดยงําย ไมํวาจะเป็นรูปรําง สีหรือกลิ่น การเลือกใชประโยชน์จึงควรให๎ความสําคญที่ความถกต๎อง และ
ู
ั
ความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ไม๎นั้นๆ ผลที่มีการนํามาใช๎เป็นยา เชํน มะเกลือ ดีปลีมะแว๎งต๎น กระวาน เป็นต๎น
บางชนิดสามารถนําเมล็ดภายในผลมาใช๎เป็นยาได๎อีก เชํน สะแก ฟักทอง ฉะนั้นในการ สังเกตลักษณะของ
ผล ควรสังเกตลักษณะ รูปรํางของเมล็ดไปพร๎อมกันด๎วย
13
1.2 ประเภทของสมุนไพร
สมุนไพรแบ่งตามหลักวิชาออกเป็น 2 สาขา คือ สมุนไพรแผนโบราณ และสมุนไพรแผนปัจจุบัน
สมุนไพรแผนโบราณ พืช สัตว์หรือแรํธาตุที่เภสัชกร หรือแพทย์แผนโบราณ และประชาชนนํามาใช๎เป็น อาหาร
เครื่องดื่ม ยา หรือเครื่องสําอาง สําหรับปูองกัน รักษาโรค บํารุงสุขภาพ หรือเสริมสวย ตามหลักวิชาของแพทย์
และเภสัชกรรมไทยแผนโบราณแผนโบราณ หรือจากความรู๎และประสบการณ์ที่บรรพบุรุษในอดีตเคยใช๎สืบตํอ
กันมา
4.สมุนไพรแผนปัจจุบัน คือ พืชสัตว์หรือแรํธาตุที่แพทย์และเภสัชกรแผนปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ หรือ
นักโภชนาการนํามาศึกษาค๎นคว๎า ทดลอง วิจัย แล๎วสกัดเอาสารบางชนิดจากพืช สัตว์หรือแรํธาตุออกมา ใช ๎
เป็นอาหาร เครื่องดื่ม ยา หรือเครื่องสําอาง สําหรับปูองกัน รักษาโรค บํารุงสุขภาพ หรือ เสริมสวย ตามหลัก
และกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์โดยอาศัยข๎อมูล ความรู๎พื้นฐาน หรือประสบการณ์เดิมของแพทย์และเภสัชกร
แผนโบราณ หรือประชาชนที่เคยรู๎และเคยใช๎กันมาตั้งแตํอดีตเป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยวํา ในพืช สัตว์หรือ
แรํธาตุนั้นๆ มีสารเคมีอะไรจึงมีสรรพคุณตามที่คนโบราณกลําวไว๎โดยนํามาทดลองทั้งด๎านเภสัชวิทยา และทาง
คลินิก คือ ทดลองใช๎กับสัตว์และคนที่เจ็บปุวย
5.สมุนไพรแผนโบราณในประเทศไทยแบํงออกเป็น 2 ประเภท คือ สมุนไพรไทยแผนโบราณ และ
สมุนไพรจีนแผนโบราณสมุนไพรไทยแผนโบราณคือสมุนไพรที่มีอยูํในประเทศไทยและบางชนิดก็ต๎องนําเข๎ามา
จากตํางประเทศ ซึ่งแพทย์และเภสัชกรไทยแผนโบราณนํามาปรุงเป็นอาหาร เครื่องดื่ม ยา หรือเครื่องสําอาง
สําหรับปูองกัน รักษาโรค บํารุงสุขภาพ รักษาโรค บํารุงสุขภาพ หรือเสริมสวย ตามทฤษฎีหรือหลักวิชาของ
แพทย์และเภสัช กรรมไทยแผนโบราณ
สมุนไพรจีนแผนโบราณ คือ สมุนไพรที่มีอยูํในประเทศจีน ที่แพทย์และเภสัชกรจีนแผนโบราณนํามา
ปรุงเป็นอาหาร เครื่องดื่ม ยา หรือเครื่องสําอาง สําหรับปูองกัน รักษาโรค บํารุงสุขภาพ หรือเสริมสวย ตาม
ทฤษฎีหรือหลักวิชาของแพทย์และเภสัชกรรมจีนแผนโบราณ
14
คุณสมบัติของสมุนไพร
สมุนไพรนอกจากจะนํามาใช๎ประโยชน์เป็นยารักษาโรคแล๎วยังสามารถนํามาใช๎ ประโยชน์
ทางด๎านอื่น ๆ อีก เชํน นํามาบริโภคเป็นอาหาร อาหารเสริมสุขภาพ เครื่องดื่ม สีผสมอาหาร และสีย๎อม
ตลอดจนใช๎ทําเครื่องสําอางอีกด๎วย
คุณสมบัติของสมุนไพร
1. ทําลายหรือยับยั้งเชื้อโรค
2. สํงเสริมการสร๎างภูมิคุ๎มกันโรค
3. บรรเทาอาการเจ็บปุวย และปรับสภาพรํางกายให๎เป็นปกติ
4. มีผลข๎างเคียงหรือตกค๎างน๎อยมาก เนื่องจากเป็นสารธรรมชาติการเลือกเก็บ
สํวนที่เป็นพืชสมุนไพรอยํางถูกวิธีการนั้นจะมีผลอยํางมาก ตํอประสิทธิภาพของการที่จะนํามารักษาโรค หาก
ปัจจัยตําง ๆ ดังกลําวเปลี่ยนแปลงไป ปริมาณตัวยา ที่มีอยูํในสมุนไพรนั้น ๆ ก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด๎วย ทํา
ให๎คุณภาพของพืชสมุนไพรที่ได๎มานั้นไมํเกิดผลดี ในการบําบัดรักษาโรค ได๎เทําที่ควร
หลักในการเก็บพืชสมุนไพร มีดังน ี้
1.ประเภทรากหรือหัว ควรเก็บในชํวงเวลาที่พืชหยุดการเจริญเติบโต ใบ ดอกรํวง
หมดแล๎ว หรือในชํวงต๎นฤดูหนาวถึงปลายฤดูร๎อน เพราะเหตุวําในชํวงเวลานี้รากและหัวมีการสะสม
อาหารไว๎คํอนข๎างสูง
วิธีการเก็บ ให๎ใช๎วิธีการขุดด๎วยความระมัดระวัง อยําให๎รากหรือหัวเกิดการเสียหาย
๎
แตกชา หัก หรือขาดได๎ตัวอยํางรากหรือหัวของพืชสมุนไพรที่นิยมนํามาใช๎เชํน ขํา กระชาย ขิง เป็นต๎น
2.ประเภทใบหรือต๎น ควรจะเก็บใบที่เจริญเติบโตมากที่สุด หรือพืชบางอยํางอาจระบุ
ชํวงเวลาเก็บได๎อยํางชัดเจน เชํน เก็บใบอํอนหรือใบที่ไมํแกํเกินไป เก็บในชํวงออกดอก หรือชํวงเวลา ดอก
บาน เป็นต๎น การกําหนดชํวงเวลาในการเก็บที่เหมาะสม จะทําให๎ได๎รับประโยชน์เพราะ
ชํวงเวลานั้นจะเป็นชํวงเวลาที่ใบหรือต๎นที่เก็บมามีคุณประโยชน์ตามที่ต๎องการมากที่สุด
วิธีการเก็บก็ใช๎วิธีเด็ด เชํนใบกระเพราใบฝรั่ง ใบฟูาทะลายโจร เป็นต๎น
ํ
3. ประเภทเปลือกต๎นหรือเปลือกราก โดยมากจะเก็บชํวงฤดูร๎อนตอกับชํวงฤดูฝนเนื่องจากเป็นชํวง
ที่มีปริมาณยาในพืชสมุนไพรสูง และลอกออกได๎งําย สะดวก ในการลอกเปลือกต๎นนั้น ไมํควรลอกเปลือกออก
ทั้งรอบต๎น เพราจะกระทบกระเทือนในการสํงลําเลียงอาหารของพืช จะทําให๎ตาย ได๎ทางที่ดีควรลอกเปลือก
ิ
กิ่งหรือสํวนที่เป็นแขนงยํอย ไมํควรลอกจากลําต๎นใหญํของต๎นไม๎หรืออาจจะใช๎ วธีลอกออกในลักษณะครึ่ง
วงกลมก็ได๎
15
สํวนเปลือกราก ควรเก็บในชํวงฤดูฝนเหมาะมากที่สุด เนื่องจากการลอกเปลือกรากเป็น
ผลเสียตํอการเจริญเติบโตของพืช
4. ประเภทดอก โดยทั่วไปนิยมเก็บในชํวงดอกเริ่มบาน แตํบางชนิดเก็บในชํวงดอกตูม
เชํน กานพลูเป็นต๎น
5. ประเภทผลและเมล็ด พืชสมุนไพรบางอยําง อาจจะเก็บในชํวงที่ผลยังไมํสมบูรณหรือ ยังไมํสุกก็มี
์
เชํน ฝรั่ง เก็บเอาผลอํอนมาเป็นยาแก๎ท๎องรํวง แตํโดยทั่วไปมักเก็บเมื่อผลแกํเต็มที่แล๎ว ตัวอยํางเชํน มะแว๎งต๎น
มะแว๎งเครือ ดีปลีเมล็ดฟักทอง เมล็ดชมเห็ดไทย เมล็ดสะแก เป็นต๎นคุณภาพของสมุนไพรที่จะใช๎รักษาโรคได๎ด ี
หรือไมํนั้น สําคัญอยูํที่ชํวงเวลาการเก็บสมุนไพรและวิธีการเก็บ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่จะต๎องคํานึงถึงอีกคือ
พื้นดินที่ปลูกพืชสมุนไพร สภาพสิ่งแวดล๎อมในการเจริญเติบโต และภูมิอากาศ เป็นต๎น สิ่งเหลํานี้ตํางก็มีผล
ตํอพืชสมุนไพรด๎วยกัน ทั้งสิ้น จึงควรพิจารณาให๎ดีในเรื่องนี้ด๎วยการเก็บพืชสมุนไพรให๎ถูกต๎อง เหมาะสม
ในชํวงเวลาที่สมควรเก็บ จะทําให๎ได๎พืชสมุนไพรที่มีคุณภาพ มีคุณคํา และมีสรรพคุณทางยาดี
16
2. ประโยชน์ของสมุนไพร
ั
์
ื
ประโยชน์ของสมุนไพรในประเทศที่พฒนาแล้วจะเห็นว่าสมุนไพรมีประโยชนคอ
ั
1. เป็นวัตถุดิบในการผลิตตัวยาสําคญ เชํนใช๎ผลิตควินิน เป็นต๎น
2. เป็นวัตถุดิบในการผลิตสารตั้งต๎นในการสังเคราะห์ยา เชํน พืชสกุลกลอย เป็น วัตถุดิบในการผลิต
ไดออสเจนิน ซึ่งเป็นสารตั้งต๎นในการผลิตยาประเภทสเตียรอยด์หรือน๎ํามันพืชเป็น วัตถุดิบในการผลิตบีตาซิ
์
โตสเตียรอล ซึงใช๎ผลิตยาสเตียรอยดํเป็นต๎น
3.เป็นแบบอยํางในการสังเคราะห์ยา ยาสํวนใหญํที่ใช๎ในปัจจุบันมีต๎นกําเนิดจาก ธรรมชาติแทบทั้งสิ้น เมื่อ
ค๎นพบตัวยาสําคัญจากธรรมชาติแล๎วจึงมีการสังเคราะห์เลียนแบบขึ้น การศึกษา หายาใหมํๆ จากพืชยังคง
ดําเนินอยูํตํอไป
4. เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อบํารุงสุขภาพ ในชํวงเวลา 4 - 5 ปีที่ผํานมานี้ชาวตะวันตกได๎หัน มานิยมใช๎ผลิตภัณฑ์จาก
ธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกลัวความเป็นพิษรุนแรงจากยาสังเคราะห์และสาร ตกค๎างจากกระบวนการ
ั
สังเคราะห์ นอกจากนี้ยงเนื่องมาจากความเชื่อที่วําในพืชและสัตว์มีระบบการ ปูองกันตัวเองที่คล๎ายคลึงกัน
เชํน ระบบเอนไซม์เป็นต๎น จึงเชื่อวําผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์นําจะ ปลอดภัยกับคนด๎วย ตัวอยํางเชํน โสม
นมผึ้ง และเกสรผึ้ง เป็นต๎น
นอกจากนี้ยังสามารถกล่าวถึงประโยชน์โดยทั่วไปของสมุนไพร ได้ดังน
ี้
1.สามารถรักษาโรคบางชนิดได๎โดยไมํต๎องใช๎ยาแผนปัจจุบัน ซึ่งบางชนิดอาจ มีราคาแพง และต๎องเสียคําใช๎จําย
มาก อีกทั้งอาจหาซื้อได๎ยากในท๎องถิ่นนั้น
2.ให๎ผลการรักษาได๎ดีใกล๎เคียงกับยาแผนปัจจุบัน และให๎ความปลอดภัยแกํผู๎ใช๎ มากกวํายาแผนปัจจุบัน
3.สามารถหาได๎งํายในท๎องถิ่นเพราะสํวนใหญํได๎จากพืชซึ่งมีอยูํทั่วไปทั้งในเมืองและชนบท
17
4. มีราคาถูก สามารถประหยัดคําใช๎จํายในการซื้อยาแผนปัจจุบัน ในกรณีที่ต๎องสั่งซื้อ
จากตํางประเทศเป็นการลดการขาดดุลทางการค๎า
5. ใช๎เป็นยาบํารุงรักษาให๎รํางกายมีสุขภาพแข็งแรง
6. ใช๎เป็นอาหารและปลูกเป็นพืชผักสวนครัวได๎เชํน กะเพรา โหระพา ขิง ขํา ตําลึง
7. ใช๎ในการถนอมอาหารเชํน ลูกจันทร์ดอกจันทร์และกานพลู
8. ใช๎ปรุงแตํง กลิ่น สีรส ของอาหาร เชํน ลูกจันทร์ใช๎ปรุงแตํงกลิ่นอาหารพวกขนมปัง
เนย ไส๎กรอก แฮม เบคอน
9. สามารถปลูกเป็นไม๎ประดับอาคารสถานที่ตําง ๆ ให๎สวยงาม เชํน คูน ชุมเห็ดเทศ
10. ใช๎ปรุงเป็นเครื่องสําอางเพื่อเสริมความงาม เชํน วํานหางจระเข๎ประคําดีควาย
11. ใช๎เป็นยาฆําแมลงในสวนผัก, ผลไม๎เชํน สะเดา ตะไคร๎หอม ยาสูบ
12. เป็นพืชที่สามารถสํงออกทํารายได๎ให๎กับประเทศ เชํน กระวาน ขมิ้นชัน เรํว
13. เป็นการอนุรักษ์มรดกไทยให๎ประชาชนในแตํละท๎องถิ่น รู๎จักชํวยตนเองในการนําพืช
สมุนไพรในท๎องถิ่นของตนมาใช๎ให๎เกิดประโยชน์ตามแบบแผนโบราณ
14. ทําให๎คนเห็นคุณคําและกลับมาดําเนินชีวิตใกล๎ชิดธรรมชาตยิ่งขึ้น
ิ
15. ทําให๎เกิดความภูมิใจในวัฒนธรรม และคุณคําของความเป็นไทย
18
ประโยชน์ของสมุนไพรในประเทศที่พัฒนาแล้วจะเห็นว่าสมุนไพรมีประโยชน์คือ
ั
1. เป็นวัตถุดิบในการผลิตตัวยาสําคญ เชํนใช๎ผลิตควินิน เป็นต๎น
2. เป็นวัตถุดิบในการผลิตสารตั้งต๎นในการสังเคราะห์ยา เชํน พืชสกุลกลอย เป็น วัตถุดิบในการผลิตไดออสเจนิน
์
ซึ่งเป็นสารตั้งต๎นในการผลิตยาประเภทสเตียรอยดหรือน๎ํามันพืชเป็น วัตถุดิบในการผลิตบีตาซิโตสเตียรอล ซึงใช ๎
์
ผลิตยาสเตียรอยดเป็นต๎น
3.เป็นแบบอยํางในการสังเคราะห์ยา ยาสํวนใหญํที่ใช๎ในปัจจุบันมีต๎นกําเนิดจาก ธรรมชาติแทบทั้งสิ้นเมื่อค๎นพบ
ตัวยาสําคัญจากธรรมชาติแล๎วจึงมีการสังเคราะห์เลียนแบบขึ้น การศึกษา หายาใหมํๆ จากพืชยังคงดําเนินอยูํ
ตํอไป
4. เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อบํารุงสุขภาพ ในชํวงเวลา 4 - 5 ปีที่ผํานมานี้ชาวตะวันตกได๎หัน มานิยมใช๎ผลิตภัณฑ์จาก
ธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกลัวความเป็นพิษรุนแรงจากยาสังเคราะห์และสาร ตกค๎างจากกระบวนการ
สังเคราะห์ นอกจากนี้ยงเนื่องมาจากความเชื่อที่วําในพืชและสัตว์มีระบบการ ปูองกันตัวเองที่คล๎ายคลึงกัน เชํน
ั
ระบบเอนไซม์เป็นต๎น จึงเชื่อวําผลิตภณฑ์จากพืชและสัตว์นําจะ ปลอดภัยกับคนด๎วย ตัวอยํางเชํน โสม นมผึ้ง
ั
และเกสรผึ้ง เป็นต๎น
นอกจากนี้ยังสามารถกล่าวถึงประโยชน์โดยทั่วไปของสมุนไพร ได้ดังนี้
1.สามารถรักษาโรคบางชนิดได๎โดยไมํต๎องใช๎ยาแผนปัจจุบัน ซึ่งบางชนิดอาจ มีราคาแพง และต๎องเสียคําใช๎จําย
มาก อีกทั้งอาจหาซื้อได๎ยากในท๎องถิ่นนั้น
2.ให๎ผลการรักษาได๎ดีใกล๎เคียงกับยาแผนปัจจุบัน และให๎ความปลอดภัยแกํผู๎ใช๎ มากกวํายาแผนปัจจุบัน
3.สามารถหาได๎งํายในท๎องถิ่นเพราะสํวนใหญํได๎จากพืชซึ่งมีอยูํทั่วไปทั้งในเมืองและชนบท
19
4. มีราคาถูก สามารถประหยัดคําใช๎จํายในการซื้อยาแผนปัจจุบัน ในกรณีที่ต๎องสั่งซื้อ
จากตํางประเทศเป็นการลดการขาดดุลทางการค๎า
5. ใช๎เป็นยาบํารุงรักษาให๎รํางกายมีสุขภาพแข็งแรง
6. ใช๎เป็นอาหารและปลูกเป็นพืชผักสวนครัวได๎เชํน กะเพรา โหระพา ขิง ขํา ตําลึง
7. ใช๎ในการถนอมอาหารเชํน ลูกจันทร์ดอกจันทร์และกานพลู
8. ใช๎ปรุงแตํง กลิ่น สีรส ของอาหาร เชํน ลูกจันทร์ใช๎ปรุงแตํงกลิ่นอาหารพวกขนมปัง
เนย ไส๎กรอก แฮม เบคอน
9. สามารถปลูกเป็นไม๎ประดับอาคารสถานที่ตําง ๆ ให๎สวยงาม เชํน คูน ชุมเห็ดเทศ
๎
10. ใช๎ปรุงเป็นเครื่องสําอางเพื่อเสริมความงาม เชํน วํานหางจระเขประคําดีควาย
11. ใช๎เป็นยาฆําแมลงในสวนผัก, ผลไม๎เชํน สะเดา ตะไคร๎หอม ยาสูบ
12. เป็นพืชที่สามารถสํงออกทํารายได๎ให๎กับประเทศ เชํน กระวาน ขมิ้นชัน เรํว
13. เป็นการอนุรักษ์มรดกไทยให๎ประชาชนในแตํละท๎องถิ่น รู๎จักชํวยตนเองในการนําพืช
สมุนไพรในท๎องถิ่นของตนมาใช๎ให๎เกิดประโยชน์ตามแบบแผนโบราณ
ิ
14. ทําให๎คนเห็นคุณคําและกลับมาดําเนินชีวิตใกล๎ชิดธรรมชาตยิ่งขึ้น
15. ทําให๎เกิดความภูมิใจในวัฒนธรรม และคุณคําของความเป็นไทย
้
ประโยชน์ของสมุนไพรเด่นๆ เนนๆ โดนๆ
1. ประโยชน์ของสมุนไพรไทยน้ามาสกัดเป็นน ้ามันหอมระเหย เป็นที่รู๎กันดีอยูํแล๎ววําสมุนไพรไทยมักมี
กลิ่นที่แรง หรือออกจะฉุนสักหนํอยหากเรานําแบบสดๆ มาดม เนื่องจากสมุนไพรไทยเป็นพืชที่มี
น้ํามันหอมระเหยอยูํในตัว จึงทําให๎เราได๎กลิ่นที่คํอนข๎างแรง แตํสมองอันชาญฉลาดของคนไทยก็
สามารถสร๎างประโยชน์จากคุณสมบัติข๎อนี้ของสมุนไพรไทยได๎ โดยการนํามาสกัดเอาน้ํามันหอมระเหย
จากสมุนไพร ซึ่งจะมีกลิ่นที่หอมแบบไทยแตํไมํกลิ่นแรงเทําของจริง ปัจจุบันเราจึงพบสินค๎าหรือ
ผลิตภัณฑ์ตํางๆ ที่มีสํวนประกอบของน้ํามันหอมระเหยของสมุนไพรไทย เชํน น้ํามันตะไคร๎
หอม น้ํามันไพล แชมพูมะกรูด เครื่องสําอางประเภทตํางๆ ครีมบํารุงหรือเจล และสารไลํแมลง จากที่
กลําวมาจะเห็นวําเพียงแคํนําน้ํามันหอมระเหยที่มีอยูํในสมุนไพรไทยมาสร๎างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ตํางๆ
ก็มีมากมายหลายชนิด ซึ่งกลิ่นก็ถูกกับจริตคนไทยอยํางเราๆ ด๎วย
20
2. ประโยชน์ของสมุนไพรไทยใช้เป็นยารับประทานรักษาโรค ไมํใชํเพียงแคํกลิ่นที่หอมจากสมุนไพรไทยเทํานั้น
ที่เป็นประโยชน์ ตัวสมุนไพรไทยเองก็มีคุณคํามากพอสมควร สิ่งหนึ่งที่หลงลืมไปไมํได๎เลยคือ การใช๎เป็นยา
รับประทานรักษาโรคตํางๆ นั่นเอง เพราะเราจะสังเกตได๎วํา คนในสมัยกํอนแทบจะไมํต๎องไปหาหมอกันเลย
ทีเดียว เนื่องจากในสมัยกํอนนั้นคนก็มักนิยมปลูกพืชผักและสมุนไพรเอาไว๎กินใช๎กันในครัวเรือนอยํางเป็นปกติ
จึงเป็นยารักษาโรคชั้นดีที่ไมํต๎องไปซื้อหาให๎เสียเงินเสียทองและเสียเวลา
นอกจากการรับประทานเป็นยารักษาโรคแล๎วนั้น การรับประทานตั้งแตํตอนที่ยังไมํได๎เจ็บปุวยก็เป็นการ
ปูองกันโรคไปในตัวอีกด๎วย นับวํารับประทานเข๎าไปอยํางไรก็เกิดผลดี ได๎ประโยชน์เป็นสองเทํา นอกจาก
สามารถใช๎เป็นยารักษาโรคแล๎วนั้น ยังสามารถปูองกันโรคได๎อีกด๎วย จึงไมํนําแปลกใจเลยวําทําไมคนสมัยกํอน
ถึงมีอายุที่ยืนยาวและไมํเจ็บปุวยเป็นโรคแปลกๆ แบบในปัจจุบัน
3. ประโยชน์ของสมุนไพรไทยใช้เป็นยาทาภายนอกนอก จากจะใช๎รับประทานเป็นยารักษาโรคตํางๆ สมุนไพร
ไทยยังสามารถใช๎เป็นยารักษาภายนอกได๎อีกด๎วย จะเป็นแผลเล็กแผลน๎อย คันตามผิวหนัง สมุนไพรไทยก็ชํวย
คุณได๎ เนื่องจากสมุนไพรไทยบางชนิดมีฤทธิ์เย็น จึงสามารถที่จะชํวยสมานบาดแผลได๎ดี ลดอาการอักเสบของ
บาดแผล จึงทําให๎แผลเราไมํอักเสบ บวมแดงหรือติดเชื้อนั่นเอง เพียงแคํคุณนําสมุนไพรมาบด หั่น หรือฝาน
บางๆ แล๎วนํามาวางหรือทาถูๆ เทํานั้น ก็สามารถชํวยให๎แผลสด แผลเปื่อยของคุณดีขึ้นและหายเร็วขึ้น โดยไมํ
ต๎องไปรักษาที่โรงพยาบาลให๎ต๎องเปลืองคําน้ํามันรถ
4. ประโยชน์ของสมุนไพรไทยน้ามาท้าเป็นอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้ เรารู๎กันดีอยูํแล๎ววําสมุนไพรมัน
รับประทานได๎ ดังนั้นแนํนอนวําประโยชน์ข้อหนงของสมุนไพรไทยนั้นคือ การใช๎รับประทานเป็นอาหารหรือ
ึ่
เครื่องดื่ม แตํวํากลิ่นกับรสชาตินี่สิ อาจจะต๎องกล้ํากลืนฝืนทนสักหนํอย เพราะสํวนใหญํมักมีรสขมเฝื่อน และมี
กลิ่นที่ฉุน คนที่ไมํชอบก็ไมํอยากจะรับประทานสักเทําไร แม๎จะรู๎วํามันมีประโยชน์ตํอสุขภาพมากก็ตาม แตํการ
นํามาสกัดหรือนํามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ตํางๆ ก็อาจจะชํวยให๎เรารับประทานสมุนไพรไทยได๎งํายขึ้น แตํ
อาจจะได๎คุณคําไมํเทํากับการรับประทานสด แตํก็ตํางกันไมํมากนัก ดังนั้นปัจจุบันเราจึงพบอาหารและ
เครื่องดื่มที่สกัดมาจากสมุนไพรไทยให๎เราเลือกรับประทานเป็นจํานวนมาก
“สมุนไพรไทย” เป็นสิ่งที่ทรงคุณคําจากรุํนสูํรุํน เป็นสิ่งที่ให๎ประโยชน์กับรํางกายของเราทั้งในเรื่องของการ
บํารุงรักษาสุขภาพ และการรักษาโรค เป็นของใกล๎ตัวที่เราหาได๎งําย การที่เรารับประทานสมุนไพรในปริมาณที่
พอเหมาะ และรับประทานเป็นประจําจะทําให๎รํายกายของเราดีขึ้น โดยที่ไมํต๎องเจ็บปุวยจนต๎องไปหาหมอ
๎
บํอยๆ หรือต๎องไปจํายเงินเขาคอร์สโดยไมํสมควร เพียงแตํเรารู๎จักเห็นคุณคําของสิ่งใกล๎ตัว รู๎จักประโยชน์ของ
สมุนไพรไทย ของดีใกล๎ตัวเทํานั้นเอง เราก็จะมีความสุขทั้งรํางกายและจิตใจ
สําหรับสรรพคุณของสมุนไพรไทยตํางมีคุณสมบัติ และใช๎ประโยชน์ที่แตกตํางกันไป สํวนประโยชน์ของ
สมุนไพรไทยแตํละชนิดจะโดดเดํนในเรื่องใดบ๎าง ใช๎รักษาโรคใด ดูแลสุขภาพได๎ดีแคํไหน ลองดูเป็นรายชนิดกัน
ได๎เลย
21
3.สมุนไพรที่น ามาประกอบอาหาร
กระเทียม
ํ
ิ
สรรพคณ : ฆาพยาธ ลดอาการอักเสบบวมแดง บํารุงกระเพาะอาหาร
ุ
ี
ขับลม รักษาโรคบิด ท๎องรํวง ไส๎ติ่งอักเสบเฉยบพลัน ไอกรน ปอดบวม
วัณโรคปอด แก๎หวัด มาเลเรีย ชํองคลอดอักเสบเนื่องจากเชื้อรา ขกลาก
ี้
ที่หัว แผลเป็นหนอง แก๎อาการปวดฟัน ปูองกันโรคเส๎นเลือดหัวใจตีบตัน
ความดันโลหิตสูง ขับพยาธิเข็ม หมุด
ขมิ้น
สรรพคุณ : ทําให๎ถุงน้ําดีบีบตัวขึ้น รักษาอาการนิ่วในถุงน้ําดี ลด
ความดันเลือด ต๎านเชื้อแบคทีเรีย เป็นยากระจายเลือด กระจาย
ลม แก๎ปวด รักษาอาการปวดท๎อง ท๎องอืด ท๎องเฟูอ
ู
้ํ
ประจําเดือนขาด ปวดท๎องหลังคลอดบุตร ฟกชาเนื่องจากถกตี
ฝีหนอง ปวดบริเวณหัวใจ แก๎โรคกระเพาะ ปวดฟัน
คื่นช่าย
สรรพคุณ : ปรับประจําเดือนให๎เป็นปกติ แก๎อักเสบ ลดความดันเลือด ทําให๎
สงบ ดับร๎อน แก๎ไอ บํารุงกระเพาะ ขับปัสสาวะ รักษาตับอักเสบ ติดเชอใน
ื้
็
็
ทางเดินปัสสาวะ เพิ่มความแขงแรงให๎กระดูกและฟัน ปูองกันการแขงตัว
ของเส๎นเลือด ชํวยบํารุงครรภ์ บํารุงสมอง ชํวยความจํา
22
ต้นหอม
สรรพคณ : ขบเหงื่อ แก๎อักเสบบวมแดง ปูองกันโรคหวด
ั
ั
ุ
เย็น ปวดศีรษะ คัดจมูก ฝีหนองบวมปวด รักษาอาการฟก
ช้ําเนื่องจากถูกตี รักษาอาการปวดท๎องเนื่องจากความเย็น
ั
ปัสสาวะ อุจจาระขด บิด เป็นยาบํารุงไต บํารุงสายตา
เสริมสมรรถภาพทางเพศ กระจายเลือดคง ขบพยาธ รักษาอาการเลือดกําเดาไหล ทําให๎รํางกาย
ิ
ั่
ั
ั
ิ
ู
อบอุํน เพิ่มอุณหภมิรํางกาย บํารุงสมอง ขบพยาธเขมหมุด เด็กท๎องอืด ท๎องเฟูอ อาหารไมํยํอย
็
กระตุ๎นให๎หลั่งน้ํานม
ตะไคร้
ุ
ื้
ี
สรรพคณ : ต๎านเชอรา แก๎หวดลมเย็น ปวดศรษะ ปวดท๎อง ท๎องอืด
ั
ท๎องเฟูอ ไขข๎ออักเสบ ฟกช้ําเนื่องจากถูกตี ไอ รํางกายอํอนเพลีย
5.
6.
แตงกวา
สรรพคุณ : เพิ่มวิตามินซึ่งชํวยเสริมการทํางานของระบบประสาท ชํวย
ความจํา ลดอาการนอนไมํหลับ แก๎กระหายน้ํา ต๎านมะเร็ง ขับปัสสาวะ
ทําให๎ผิวหน๎าแจํมใส ลดอาการ
กะเพรา
สรรพคุณ : รักษาโรคหวัด ปวดหัว ปวดเอว ปวดฟัน หลั่งน้ํากามโดยไมํรู๎ตัว
ํ
ั
เป็นประจํา ปูองกันยุงกัด รักษาบิดไทฟอยต์ เป็นยาถายขบลมในเด็กอํอน
กระตุ๎นการหลั่งของน้ํานม
23
ผักชี
ั
ั
สรรพคุณ : ชํวยยํอย บํารุงกระเพาะ ชวยเจริญอาหาร ขบลมขบ
ํ
ี
พิษ กระตุ๎นการหมุนเวยนของเลือด แก๎หวด ขบเหงื่อ แก๎โรคหัด
ั
ั
ไอมากเมื่อโดนลม ไอ เสมหะมากเป็นฟอง
ผักบุ้ง
๎
สรรพคุณ : ใช๎รักษาผู๎ปุวยโรคเบาหวาน ใชถอนพิษของอาหารจําพวกเห็ดพิษ
เป็นยาดับร๎อน ขบปัสสาวะ รักษาอาการอาหารเป็นพิษ เลือดกําเดาออก
ั
อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด ฝีหนองบวม งูพิษกัด ไอเสมหะมีเลือด
ตะขาบตํอย ระดูขาว ถูกตีฟกช้ําบวม เด็กตัวร๎อน กระหายน้ํา ปัสสาวะเหลือง
การปลูกและบ ารุงรักษาพืชสมุนไพร
หลักการทั่วไปของการปลูกและบํารุงรักษาพืชทั่วไปและพืชสมุนไพร ไมํแตกตํางกัน แตํ
ความอุดมสมบูรณ์ของพืชสมุนไพร จะเป็นเครื่องชี้บอกคุณภาพของสมุนไพรได๎ พืชสมุนไพรต๎องการ
การปลูกและบํารุงรักษาใกล๎เคยงกับลักษณะธรราชาติของพืชสมุนไพรนั้นมากที่สุด เชน วานหาง
ี
ํ
ํ
ึ้
จระเข๎ ต๎องการดินปนทราย และอุดมสมบูรณ์ แดดพอเหมาะ หรือต๎นเหงือกปลาหมอชอบขนในที่ดิน
ิ
ุํ
เป็นเลน และที่ดินกรํอยชมชนเป็นต๎น หากผู๎ปลูกสมุนไพรเขาใจสิ่งเหลํานี้จะทําให๎สามารถเลือกวธ ี
๎
ื้
ปลูกและจัดสภาพแวดล๎อมของต๎นไม๎ได๎เหมาะกับพืชสมุนไพร ก็จะเจริญเติบโตได๎ เป็นผลทําให๎
คุณภาพพืชสมุนไพรที่นํามารักษาโรคมีฤทธิ์ดีขึ้นด๎วย
24
การปลูกและการบ ารุงรักษาพืชสมุนไพร
โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย ไมํจริงจังเทําที่ควร บางประเทศได๎ทดลอง
เพื่อหาคําตอบวํา สภาพแวดล๎อมอยํางไรจึงจะทําให๎สาระสําคัญในพืชสมุนไพรชนิดนั้นๆ มากที่สุด ซึ่ง
ิ
ุ์
ต๎องอาศัยความรํวมมือมากกวําหนึ่งหนํวยงาน หรือการหาคําตอบวําวธการขยายพันธพืชสมุนไพรแตํ
ี
ละชนิด จะทําอยํางไรจึงจะเหมาะสมและประหยัดมากที่สุด ในประเทศไทย หนํวยงานของกระทรวง
์
เกษตรและสหกรณ มีงานวิจัยด๎านนี้อยูํบ๎างและกําลังค๎นคว๎าตํอไป
การปลูก
เป็นการนําเอาสํวนของพืช เชํน เมล็ด กิ่ง หัว ผํานการเพาะหรือการชํา หรือวิธีการอื่นๆ ใสํลง
ในดิน หรือวัสดุอื่นเพื่องอกหรือเจริญเติบโตตํอไป การปลูกทําได๎หลายวิธีคือ
การปลูกด้วยเมล็ดโดยตรง
วิธีนี้ไมํต๎องเพาะเป็นต๎นกล๎ากํอน นําเมล็ดมาหวํานลงแปลงได๎เลย หลังจากนั้นใชดินรํวนหรือ
๎
ทรายหยาบโรยทับบางๆ รดน้ําให๎ชื้นตลอดทุกวัน เมื่อเมล็ดงอกเป็นต๎นอํอนจึงถอนต๎นที่อํอนแอออก
ํ
เพื่อให๎มีระยะหํางตามสมควร ปกติมักใชในการปลูกผักหรือพืชล๎มลุกและพืชอายุสั้น เชน กะเพรา
๎
โหระพา สํวนการหยอดลงหลุมโดยตรงมักใช๎กับพืชที่มีเมล็ดใหญํ เชํน ฟักทอง ละหุํง โดยหยอดในแตํ
ละหลุมมากวําจํานวนต๎อนที่ต๎องการ แล๎วถอนออกภายหลัง
การปลูกด้วยต้นกล้าหรือกิ่งช า
ุ
ปลูกโดยการนําเมล็ด หรือกิ่งชําปลูกให๎แข็งแรงดีในถงพลาสติกหรือในกระถาง แล๎วย๎ายปลูก
๎
ในพื้นที่ที่ต๎องการ การย๎ายต๎นอํอนจากภาชนะเดิมไปยังพื้นที่ที่ต๎องการ ต๎องไมํทําลายราก ถาเป็น
๎
ถุงพลาสติกก็ใช๎มีดกรีดถุงออก ถ๎าเป็นกระถาง ถอดกระถางออกโดยใชมือดันรูกลมที่ก๎นกระถาง ถา
๎
ดินแนํนมาก ให๎ใช๎เสียมเซาะดินแล๎วใช๎น้ําหลํอกํอน จะทําให๎ถอนงํายขึ้น หลุมที่เตรียมปลูกควรกวาง
๎
กวากระถางหรือถงพลาสติกเล็กน๎อย จึงทําให๎ต๎นอํอนเจริญเติบโตได๎สะดวก วางต๎นไม๎ให๎ระดับ
ุ
ํ
รอยตํอระหวํางลําต๎นกับรากอยูํเสมอกับระดับของขอบหลุมพอดี แล๎วกลบด๎วยดินรํวนซุย หรือดินรํวม
ื้
ปนทราย กดดินให๎แนํนพอประมาณ นําเศษไม๎ใบหญ๎ามาคลุมไวรอบโคนต๎น เพื่อรักษาความชมชน
ุํ
๎
และปูองกันแรงกระแทกเวลารดน้ํา หาไม๎หลัก ซึ่งสูงมากกวําต๎นไม๎มาปักไว๎ข๎างๆ ผูกเชือกยึดกับต๎นไม๎
คอยพยุงมให๎ต๎นไม๎ล๎มหรือโยกคลอนได๎ ปกติใชกับต๎นไม๎ยืนต๎น เชน คน แคบ๎าน ชมเห็ดเทศ สะแก
ํ
๎
ุ
ู
ุ์
ขี้เหล็ก เป็นต๎น หรือใช๎กับพันธไม๎ที่งอกยากหรือมีราคาแพง จึงจําเป็นต๎องเพาะเมล็ดกํอน
25
การปลูกด้วยหัว
ื่
ปกติจะมีหัวที่เกิดจากราก และลําต๎น เรียกชอแตกตํางกัน ในที่นี้จะรวมเรียกเป็นหัวหมด
โดยไมํแยกรายละเอียดไว๎ สําหรับการปลูกไม๎ประเภทหัว ควรปลูกในที่ระบายน้ําได๎ดี มิฉะนั้นจะเนํา
ได๎ การปลูกโดยการฝังหัวให๎ลึกพอประมาณ (ปกติลึกไมํเกิน 3 เทําของความกว๎างหัว) กดดินให๎แนํน
พอสมควร คลุมแปลงปลูกด๎วยฟาง หรือหญ๎าแห๎ง เชํน การปลูกหอม กระเทียม
เอกสารอ้างอิง : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs1-3.htm
26
4.สมุนไพรท าเป็นยารักษาโรค
สืบค๎นเข๎าไปในรั้วบ๎านของชาวล๎านนาแตํดั้งเดิม ทุกครัวเรือนนิยมปลูกพืชผักไว๎รอบบ๎าน เก็บกินเป็น
ทั้งอาหารและยา นี่คือภูมิปัญญาท๎องถิ่นแหํงล๎านนา เป็นการสร๎างความมั่นคงทางอาหารในบ๎านอยํางลุํมลึก
และสอดคล๎องกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมการกินอยูํ ผักไม๎ไส๎เครือหาเก็บได๎ใช๎ทําอาหารตามฤดูกาล พืชผักบางชนิด
มิใชํเพียงอาหารแตํยังคือยารักษาโรคมีไว๎พึ่งพาตนเองในครัวเรือน
ขอแนะนําพืชพรรณหลากหลายตามฤดูกาลที่คนเหนือรู๎จักใช๎และนิยมปลูกไว๎รอบบ๎าน เพื่อหยิบจับ
ใช๎ประโยชน์ได๎งําย นับเป็นผญาปัญญา ที่ต๎องสืบทอดสูํคนรุํนใหมํๆตํอไป
คาจิงจี่ หรือฮางคาว หรือวํานน้ํา รสจืดเฝื่อนเย็น คนเหนือใช๎ฝนใสํน้ําทาท๎องเด็ก และใช๎ลูบหัวเพื่อลด
อาการท๎องอืด ท๎องเฟูอ ปวดท๎องในเด็ก เป็นสํวนผสมสําคัญของยาอบสมุนไพร
สรรพคุณทางยา เหง๎า รสหอมร๎อน ต๎มหรือบด รับประทาน แก๎บิด แก๎ปวดท๎อง แก๎ท๎องขึ้นอืดเฟูอ
แนํนจุกเสียด ขับลมในกระเพาะและลําไส๎ ขับเสมหะ แก๎ไอ ระงับประสาท แก๎ตื่นเต๎น ขี้ลืม แก๎ชัก แก๎อาการ
สะลืมสะลือ แก๎ปวดตามข๎อ แก๎แผลมีหนอง ขับพยาธิ แก๎ปวดฟัน เลือดออกตามไรฟัน ต๎มชะล๎างแก๎คันตาม
ซอกขาและก๎น ฝนกับสุราทาหน๎าอกเด็ก แก๎ปอดและหลอดลมอักเสบ ต๎มดื่มหรือเคี้ยวแก๎หวัด แก๎หลอดลม
อักเสบ อมแก๎ไอ รับประทานแก๎หอบหืด บํารุงหัวใจ เผาเป็นถํานรับประทานแก๎พิษสลอด
ขมิ้น ปลูกไว๎เป็นเครื่องแกง ใบใช๎แทนใบตองหํอแอ๏บปลา เด็กๆถูกยุงกัดนําขมิ้นสดทาบริเวณถูกยุงกัด
หายดีนักแล
๎
สรรพคุณทางยา เหง๎า รสฝาดหวานเย็นเอียน แก๎ไข คลั่งเพ๎อ แก๎ไข๎เรื้อรัง ผอมเหลือง แก๎โรค
ผิวหนัง แก๎เสมหะและโลหิต แก๎ท๎องรํวง สมานแผล แก๎ธาตุ
ปูเลย หรือไพล พืชหัวสําหรับแมํก๋ําเดือนหรือแมํหลังคลอด ต๎มดื่มขับลม ลดอาการท๎องอืดท๎องเฟูอ
แนํนท๎อง นอกจากนี้ปูเลยยังใช๎เข๎ายาหลายตํารับของหมอเมืองล๎านนา
สรรพคุณทางยา ใบ รสขื่นเอียน แก๎ครั่นเนื้อครั่นตัว แก๎ปวดเมื่อย
ดอก รสขื่น แก๎ช้ําใน กระจายเลือดที่เป็นลิ่มเป็นก๎อน กระจายโลหิต ทําลาย
เลือดเสีย ขับระดู รสฝาดขื่นเอียน แก๎อุจาระพิการ แก๎ธาตพิการ
ุ
ราก รสขื่นเอียน แก๎เลือดกําเดาออกทางปากทางจมูก แก๎อาเจียนเป็นโลหิต
เหง๎า รสฝาดขื่นเอียน ขับระดู แก๎เหน็บชา แก๎ปวดท๎อง แก๎บิดมูกเลือด ขับลม
แก๎ท๎องเสีย แก๎ลําไส๎อักเสบ ขับเลือดร๎าย แก๎มุตกิดระดูขาว แก๎อาเจียน แก๎ปวดฟัน แก๎อาเจียนเป็นโลหิต แก๎
เด็กเป็นไข๎สูงตัวสั่นตาเหลือก แก๎เคล็ดขัดยอก ข๎อเท๎าแพลง แก๎โรคผิวหนัง แก๎ฝี ทาเคลือบแผลปูองกันการ
ติดเชื้อ ดูดหนอง สมานแผล แก๎ปวดเมื่อยกล๎ามเนื้อ เป็นยาชาเฉพาะที่
ูํ
หอมด่วน ผักพื้นบ๎านใสํคเคียงอาหารประเภท ลาบ แกง ต๎ม ยํา เพิ่มรสชาติและกลิ่นแล๎ว ยังมี
สรรพคุณทางยาชํวยขับลม มีฤทธิ์เย็น คนเหนือใช๎ตําผสมกับต๎นคาจิงจี่ ห๎อมเกี่ยว พอกกระหมํอมเด็ก ลดไข ๎
สรรพคุณทางยา ทั้งต๎นสด กินเป็นยาขับลม ขยี้ทาขมับแก๎ปวดหัว แก๎ปวดท๎อง จุกเสียด แนํน
เฟูอ ดมแก๎ลม ทาแก๎ฟกบวม
27
หอมแบ่ง ลักษณะเหมือนต๎นหอม ชาวเหนือนิยมปลูกใสํในกระถางเกํา กะละมัง กระป๋องเกําๆ ตั้ง
ํ
ไว๎บนจานเฮือน (ชานบ๎าน) หยิบฉวยใช๎งําย กินเป็นผักเคียง ใสํตํามะเขือเผา ยําบํะถั่วบํะเขือ ผัดใสํไข เพิ่ม
กลิ่นและรสชาติให๎อาหารอรํอย สรรพคุณ ชํวยขับลมดีนักแล
ผักไผ หรือผักแพรว ชู๎ผักหอมดํวนใสํคูํกัน มีหอมดํวนต๎องมีผักไผํ
่
สรรพคุณทางยา ยอดอํอนและใบอํอน ชํวยเจริญอาหาร ชํวยขับลมในกระเพาะอาหาร
ใบ คั้นผสมกับแอลกอฮอล์ทาแก๎กลากเกลื้อน ผื่นคัน
ผักเซียงดา ปลูกไวขึ้นรั้วบ๎าน เป็นผักพื้นบ๎านอีกชนิด ใช๎ได๎ทั้งแกง หรือกินกับน้ําพริก ตํามะมํวง หรือ
๎
แกงใสํปลาแห๎ง
สรรพคุณทางยา ใบนํามาตําให๎ละเอียดพอกกระหมํอม รักษาหวัดและรักษาไข๎ ชํวยลดน้ําตาลใน
เลือด
ี
ผักอิออ หรือผักชล๎อม คนเหนือปลูกใสํกะลังมังเกําวางบนชานบ๎าน กินเป็นผักเครื่องเคียง เวลา
ทําอาหารเสร็จไมํต๎องเดินหาผักแกล๎มไกล เด็ดเอาบนชานบ๎านได๎ทันที
สรรพคุณทางยา ต๎นใช๎ผสมตํารับยารักษาอาการเหน็บชา ขับเหงื่อ แก๎น้ําเหลืองเสีย
ผล เป็นยาขบลม แก๎ธาตุพิการ แก๎หอบหืด ไอ คลื่นไส๎อาเจียน ชํวยให๎เจริญอาหาร
ั
ี
ข่า สมุนไพรคูํบ๎าน นอกจากใช๎เป็นเครื่องแกงชั้นด ยังเป็นสมุนไพรฤทธิ์ร๎อนชํวยขับลม ลดอาการ
ผื่นคัน ลมพิษ คนเหนือเวลาเป็นลมพิษ หรือคันผิวหนังใช๎ขําสดตําสดผสมเหล๎าขาวทาบริเวณที่คัน หายคันด ี
นัก
ิ
สรรพคุณทางยา ใบ รสเผ็ดร๎อน ฆําพยาธ กลากเกลื้อน ต๎มอาบ แก๎ปวดเมื่อยตามข๎อดอก
รสเผ็ดร๎อน แก๎กลากเกลื้อน
ผล รสเผ็ดร๎อนฉุน ชํวยยํอยอาหาร แก๎ปวดท๎อง แก๎คลื่นเหียนอาเจียน ท๎องอืดเฟูอ แก๎บิดมีตัวและ
ไมํมีตัว
หนํอ รสเผ็ดร๎อนหวาน แก๎ลมแนํนหน๎าอก บํารุงไฟธาต ุ
เหง๎า รสเผ็ดร๎อนขม แก๎ปวดท๎อง จุกเสียดแนํน ขับลมให๎กระจาย แก๎ฟกบวม แก๎พิษ แก๎บิด แก๎
ตกโลหิต แก๎ลมปุวง แก๎กลากเกลื้อน ให๎สตรีรับประทานหลังคลอด ขับเลือดน้ําคาวปลา ต๎นแกํ รสเผ็ดร๎อน
ซํา ตําผสมน้ํามันมะพร๎าว ทาแก๎ปวดเมื่อยตามกล๎ามเนื้อ ตามข๎อ แก๎ตะคริว
ราก รสเผ็ดร๎อนปรํา ขับเลือดลม ให๎เดินสะดวก แก๎เหน็บชา แก๎เสมหะ และโลหิต
ตะไคร้ คนเหนือปลูกตะไคร๎ไว๎รอบบ๎าน สําหรับเป็นเครื่องแกง มีฤทธิ์เย็นชํวยขับลม ขับ
ปัสสาวะ นํามาต๎มรวมกับผักนังดีด หญ๎าฝากควาย เป็นยาแก๎กินผิด
สรรพคุณทางยา เหง๎า มีรสหอมปรํา แก๎กระษัย แก๎เบื่ออาหาร บํารุงไฟธาต ขับลมในลําไส๎ แก๎
ุ
ขัดปัสสาวะ แก๎ปัสสาวะผิดปรกติ แก๎นิ่ว
ต๎น มีรสหอมปรํา ขับลม แก๎โรคทางเดินปัสสาวะ แก๎นิ่ว ดับกลิ่นคาว เจริญอาหาร
ใบ มีรสหอมปรํา แก๎ไข ลดความดันโลหิต ทั้งต๎น มีรสหมอปรํา แก๎ปวดท๎อง หืด ขับปัสสาวะ
๎
ขับเหงื่อ บํารุงธาต ุ
28
5. สมุนไพรน ามาย้อมผ้า
การนําสํวนตํางๆ ของพืชหลายชนิด ที่ให๎สี มาใช๎แตํงสีอาหาร อันเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
ที่ไมํเป็นพิษภัยตํอรํางกาย หรือนําพืชที่ให๎สีย๎อม มาย๎อมผ๎า แห อวน หรือหนัง โดยเฉพาะผ๎าพื้นเมือง
จําพวกผ๎าไหม ผ๎าฝูาย ซึ่งให๎สีสันเป็นธรรมชาติ ดีกวําสีวิทยาศาสตร์
หรือสีสังเคราะห์ กลุํมพืชที่ให๎สีดังกลําว ดังนี้
- เหง๎าขมิ้นชัน (Curcuma longa) ใช๎แตํงสีเหลืองในอาหาร
- เมล็ดคําแสด (Bixa orellana) ใช๎แตํงสีแสดในอาหาร
- แกํนไม๎ฝาง (Caesalpinia sappan) ใช๎แตํงสีแดงในอาหาร และใช๎ย๎อมผ๎า สํวนรากให๎สีเหลืองใช
๎
ย๎อมผ๎า
- เมล็ดคําฝอย (Carthamus tinctorius) ใช๎แตํงสีแดงในอาหาร
- เนื้อผลฟักทอง (Cucurbita moschata) ใช๎แตํงสีเหลืองในอาหาร
- เนื้อจากผลตาลโตนด (Borassus flabellifer) ใช๎แตํงสีเหลืองทําขนมตาล
๎
- ผลสุกผักปลัง หรือผักปั๋ง (Basella alba) ใช๎แตํงสีแดงเขมในอาหาร
- เมล็ดข๎าวเหนียวดํา (Oryza sativa var. glutinosa) ใช๎แตํงสีแดงเข๎มในอาหาร
- กลีบดอกอัญชัน (Clitoria ternata) ใช๎แตํงสีน้ําเงิน สีฟูา สีฟูาอมมํวงในอาหาร
๎
- ดอกดอกดิน (Aeginetia indica)I ใช๎แตํงสีน้ําเงินเขม ทําขนมดอกดิน
- เนื้อไม๎สีเสียดเหนือ (Acacia catechu) ให๎สีน้ําตาล ใช๎ย๎อมผ๎า แห อวน หนัง
- ใบอํอนสัก (Tectona grandis) ให๎สีแดงใช๎ย๎อมผ๎า ย๎อมกระดาษ
- เปลือกและผลสมอพิเภก (Terminalia bellirica) ให๎สีขี้ม๎า ใช๎ย๎อมผ๎า
- เนื้อไม๎แกแล (Maclura cochinchinensis) ให๎สีเหลืองปนน้ําตาล ใช๎ย๎อมผ๎า
- เปลือกโกงกาง (Rhizophora spp.) ให๎สีน้ําตาล ใช๎ย๎อมแห อวน หนัง
29
- ยางรง (Garcinia hanburyi) ให๎สีเหลือง ใช๎ย๎อมผ๎า และผสมสี
- เปลือกสะเดา (Azadirachta indica var. amensis) ให๎สีแดง ใช๎ย๎อมผ๎า
- รากมะหาด (Artocarpus lakoocha) ให๎สีเหลือง ใช๎ย๎อมผ๎า
- เปลือก ราก เนื้อไม๎ และใบยอปุา (Morinda pubescens) ให๎สีแดง ใช๎ย๎อมผ๎า
- เนื้อไม๎ประดูํปุา (Pterocarpus macrocarpus) ให๎สีแดงคล้ํา และเปลือกให๎สีน้ําตาล ใช๎ย๎อมผ๎า
- เปลือกติ้วขน (Cratoxylum formosum ssp. pruniflorum) ให๎สีน้ําตาลเข๎ม ใช๎ย๎อมผ๎า
- ผลมะเกลือ (Diospyrus mollis) ให๎สีดํา ใช๎ย๎อมผ๎า
- เปลือกสนทะเล (Casuarina equisetifolia) ให๎สีน้ําตาลแกมแดง ใช๎ย๎อมผ๎า
- เปลือกคาง (Albizia odoratissima) ให๎สีน้ําตาล ใช๎ย๎อมผ๎า หนัง
- ดอกทองกวาว (Butea monosperma) ให๎สีเหลืองอมส๎ม ใช๎ย๎อมผ๎า
- ต๎นคราม (Indigofera tinctoria) สมัยกํอน นิยมใช๎ทําสีครามย๎อมผ๎า
- ต๎นฮํอม (Baphicacanthus cusia) ให๎สีน้ําเงินเข๎ม นิยมใชย๎อมเสื้อมํอฮํอมทางภาคเหนือ
๎
- ผลมะเกิ้ม หรือมะกอกเลื่อม (Canarium subulatum) ให๎สีดํา ใช๎ทําหมึกเขียนพื้นบ๎าน
30
6.สมุนไพรน ามาใช้ในการเกษตร
โดยธรรมชาติที่พืชบางชนิดซึ่งมีฤทธิ์ในการทําลายหรือแมลง กลัวไมํเข๎าใกล๎ หรือกลิ่นของพืชบางชนิด ที่
แมลง และเชื้อโรค ไมํชอบ ต๎องศึกษาวําสมุนไพรหรือพืชชนิดนั้น ๆ มีผลตํอโรคแมลงชนิดใด นํามาใช๎หมักกับ
จุลินทรีย์ แล๎วนําไปฉีดพํนขับไลํแมลงได๎ สมุนไพรที่ขับไลํแมลงได๎มีดังนี้
1. หนอนตายยาก - มีฤทธิ์ในการฆําหนอนหลายชนิด ,ฆําไส๎เดือนฝอย
2. เมล็ดสะเดา - มีสารอะซาดีน แร๏กติน มีฤทธิ์ทําให๎แมลง ด๎วงหมัดผัก เบื่ออาหาร ผีเสื้อ ฆําเพลี้ย ,ไร
3. ตะไคร๎หอม - มีกลิ่นในการขับไลํแมลงทุกชนิด
4. ใบยาสูบ - มีสารที่กําจัดพวกทาก หรือเพลี้ยบางชนิด ,หนอนชอนใบ
5. ขมิ้นชัน – มีฤทธิ์ในการกําจัดเชื้อรา
6. ไพล (ปูเลย) - มีฤทธิ์ในการทําลายแบคทีเรีย ,ไวรัส บางชนิด
7. ขําแกํ - มีสารออกฤทธิ์ใน ด๎วง ,เชื้อรา ,แมลงจั๊กจั่น บางชนิด
8. ใบและดอกดาวเรือง - แมลงหวีขาว ,ไส๎เดือนฝอย ,ด๎วงปีกแข็ง , เพลี้ยกระโดด
9. บอระเพ็ด - ทําลายเพลี้ยกระโดดมีน้ําตาล ,หนอนกอข๎าว
10. ฟูาทะลายโจร - มีรสขม กําจัดเชื้อแบคทีเรีย ,ไวรัส
11. สาบเสือ - เพลี้ยจั๊กจั่น ,เพลี้ยหอย, เพลี้ยอํอน ,หนอนใยผัก
12. สาระแหนํ - มีน้ํามันในใบขับไลํแมลง
13. กระเพราดํา - กําจัดเชื้อราบางชนิด
14. หางไหล (โลํติ๊น) - มีสารโรติโนน ทําให๎แมลงหายใจลําบาก
15. ผกากรอง - มีสารแลนดาดีน มีผลตํอระบบประสาทของแมลง
16. วํานน้ํา - ปูองกันและกําจัดแมลงผีเสื้อในข๎าว
17. ดีปลี - กําจัดแมลงศัตรูข๎าว .เพลี้ยบางชนิด
18. มะเขือเทศ - ใช๎ใบกําจัดด๎วงหมัดผัก , ด๎วงหนํอไม๎ฝรั่ง , ไรแดง , หนอนใยผัก
19. ใบน๎อยหนํา - กําจัดเพลี้ยอํอน ,หนอนใยผัก
20. กอมขม - กําจัดแมลงวันหัวเขียว , แมลงวันทอง ฯลฯ
31
สูตรการทาสมุนไพรขับไล่แมลง
ส่วนผสม - สมุนไพร (หลายชนิด) 50 กก.
- กากน้ําตาล 2 ลิตร - EM - T 2 ลิตร
- น้ําสะอาด 50 ลิตร
วิธีท า
1. นําสมุนไพร (หลายชนิด) นํามาสับหรือบดให๎ละเอียด
2. ผสมกากน้ําตาล กับสมุนไพร EM - T ใสํในกระสอบ มัดปากถุงให๎แนํน
ั
3. นําถุงมาใสํในถังหมัก (ประมาณ 100 ลิตร) ใสํน้ําแชํจนเกือบเต็มถง
4. ปิดฝาทิ้งไว๎ 7-15 วัน นําไปใช๎ได๎
ประโยชน์และวิธีใช้
-นําน้ําที่ได๎ ผสมน้ําใช๎อัตราสํวน 20-40 ซีซี ตํอน้ํา 20 ลิตร ฉีดพํนทุก ๆ 5-7 วัน จะทําให๎พืชมีภูมิต๎านทาน
โรคและขับไลํแมลงแตํกรณีที่เป็นหนอน หรือ เพลี้ยจั๊กจั่น หรือแมลงชนิดที่มีตัวใหญํ ๆ ให๎ผสมน้ําสมุนไพร 1 สํวน :
เหล๎าขาว 1 สํวน : น้ําสมสายชู 5 % 1 สํวน หมักทิ้งไว๎ 1 คืน (น้ําสมุนไพร 1 ลิตร : เหล๎าขาว 1 ลิตร : น้ําสมสายชู
5 % 1 ลิตร) นําน้ําที่หมักได๎ ผสมน้ําอัตราสํวน 20-40 ซีซี ตํอน้ํา 20 ลิตร ฉีดพํนในชํวงเช๎าหรือเย็น ใช๎ติดตํอกัน 3
วันแรก จะทําให๎หนอน แมลง คํอย ๆ ตายไปลดจํานวนแมลง 2.ถ๎าต๎องการกําจัดเหา,ไรไกํ ,เห็บ ,หมัด , ให๎ใช๎น้ํา
สมุนไพร +เหล๎า+น้ําส๎ม ที่หมักได๎ 50 ซีซี ตํอน้ํา 1 ลิตร หมักให๎ทั่ว หรือฉีดพํน จะสามารถรักษาและกําจัด เหา ,ไร
์
ไกํ, เห็บหมัดได๎ด๎วย และจะสามารถรักษาโรคผิวหนังในสัตวและคนได๎
https://www.kroobannok.com/46904
สมุนไพรป้องกันก าจัดแมลงศัตรูพืช
สมุนไพรที่มีประสิทธิภาพปูองกันกําจัดแมลงศัตรูพืช ได๎แกํ หางไหลขาว (โลํติ๊น) หางไหลแดง
(กะเพียด) ยาสูบ (ยาฉุน) เถาบอระเพ็ด สาบเสือ พริกไทย ขําแกํ ขมิ้นชัน ตะไคร๎หอม ตะไคร๎แกง ดีปลี พริก
โหระพา สะระแนํ กระเทียม กระชาย กะเพรา ใบผกากรอง ใบดาวเรือง ใบมะเขือเทศ ใบคําแสด ใบน๎อยหนํา ใบยอ
ใบลูกสบูํต๎น ใบลูกเทียนหยด ใบมะระขี้นก เปลือกวํานหางจระเข๎ วํานน้ํา เมล็ดโพธิ์ เมล็ดแตงไทย เปลือกมะมํวงหิม
พานต์ ดอกลําโพง ดอกเฟื่องฟูาสด กลีบดอกชบา ลูกทุเรียนเทศ รากเจตมูลเพลิงแดง วํานหางจระเข๎ ขมิ้นชัน
32
สมุนไพรที่มีประสิทธิภาพป้องกันก าจัดหนอนชนิดต่างๆ
ได๎แกํ สะเดา (ใบ+ผล) หางไหลขาว (โลํติ๊น) หางไหลแดง (กะเพียด) หนอนตายหยาก สาบเสือ ยาสูบ
(ยาฉุน) ขมิ้นชัน วํานน้ํา หัวกลอย เมล็ดละหุํง ใบและเมล็ดสบูํต๎น ดาวเรือง ฝักคูนแกํ ใบเลี่ยน ใบควินิน ลูกควินิน
ใบมะเขือเทศ เถาบอระเพ็ด ใบลูกเทียนหยด เปลือกใบเขมปุา เปลือกต๎นจิกและจิกสวน ต๎นส๎มเช๎า เมล็ดมันแกว ใบ
็
ยอ ลูกเปลือกต๎นมังตาล เถาวัลย์ยาง เครือบักแตก คอแลน มุยเลือด ส๎มกบ ตีนตั่งน๎อย ปลีขาว เกล็ดลิ้น ยํานสําเภา
พํวงพี เข็มขาว ขําบ๎าน บัวตอง สบูํดํา แสยก พญาไร๎ใบ ใบแกํ-ผลยี่โถ
สมุนไพรป้องกันก าจัดแมลงศัตรูพืช สามารถแยกตามชนิดของแมลงศัตรูพืชได้ดังน ี้
ู้
1. หนอนกระท - มันแกว สาบเสือ ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขือเทศ ดาวเรือง ขมิ้นชัน ขํา ขิง คูน
น๎อยหนํา
2. หนอนคบกะหล่ า -มันแกว สาบเสือ ยาสูบ ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขือเทศ ดาวเรือง ขมิ้นชัน คูน
ื
ตะไคร๎หอม
3. หนอนใยผัก -มันแกว ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขือเทศ ดาวเรือง ขมิ้นชัน คูน ตะไคร๎หอม
4. หนอนกอข้าว -ยาสูบ บอระเพ็ด ใบมะเขือเทศ
5. หนอนห่อใบข้าว -ผกากรอง
ื
6. หนอนชอนใบ -ยาสูบ ใบมะเขือเทศ ใบสะเดาต๎นมะเขอเทศ
7. หนอนกระทู้กล้า -สะเดา
8. หนอนหลอดหอม -ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขือเทศ ตะไคร๎หอม
9. หนอนหนังเหนียว -ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขือเทศ คูน
10. หนอนม้วนใบ -ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขอเทศ คูน ตะไคร๎หอม
ื
11. หนอนกัดใบ -ยี่โถ สะเดา หนอนตายหยาก ใบมะเขือเทศ คูน ตะไคร๎หอม
12. หนอนเจาะยอดเจาะดอก -ยี่โถ สะเดา ขมิ้นชัน คูน
ื
13. หนอนเจาะล าต้น -สะเดา ใบมะเขอเทศ คูน ใบยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนียกระเทียม
14. หนอนแก้ว -ใบมะเขือเทศ ขมิ้นชัน ตะไคร๎หอม
15. หนอนผีเสื้อหัวกะโหลก -ใบมะเขือเทศ ดาวเรือง
16. หนอนผีเสื้อต่างๆ -มันแกว หนอนตายหยาก สะเดา คูน
17. ด้วงหมัดกระโดด -มันแกว วํานน้ํา มะระขี้นก ยาสูบ กระเทียม
18. ด้วงเจาะเมล็ดถั่ว -ขมิ้นชัน ด๎วงกัดใบ มะระขี้นก คูน
19. ด้วงเต่าฟักทอง -สะเดา กระเทียม น๎อยหนํา
20. ด้วงหรือมอดท าลายเมล็ดพันธุ์ -ยี่โถ กระเทียม ขมิ้นชัน ขํา ขิง
21. มอดข้าวเปลือก -วํานน้ํา
33
22. มวนเขียว-มันแกว ยาสูบ
23. มวนหวาน -มันแกว ยาสูบ
24. แมลงสิงห์ข้าว-มะระขี้นก ดาวเรือง
25.เพลี้ยอ่อน-มันแกว ยาสูบ สะเดา หนอนตายหยาก ดาวเรือง กระเทียม น๎อยหนํา
26.เพลี้ยไฟ-ยางมะละกอ สะเดา สาบเสือ ยาสูบ หนอนตายหยาก กระเทียม
27.เพลี้ยกระโดดสีน้้าตาล - สะเดา สาบเสือ บอระเพ็ด
28.เพลี้ยจักจั่นสีเขียว - สะเดา สาบเสือ บอระเพ็ด
29.เพลี้ยหอย -สาบเสือ
30. เพลี้ยแป้ง-ยาสูบ สะเดา ไรแดง ยาสูบ ขมิ้นชัน ไรขาว ยาสูบ ขมิ้นชัน
31. แมลงหวี่ขาว-ดาวเรือง กระเทียม
32. แมลงวันแดง-วํานน้ํา น๎อยหนํา สลอด ขําเล็ก เงาะ บัวตอง ขิง พญาไร๎ใบ
33. แมลงวันทอง-วํานน้ํา หนอนตายหยาก บัวตอง มันแกว แสลงใจ
34. แมลงปากกัดผัก-วํานน้ํา
35. แมลงกัดกินรากและเมล็ดในหลุมปลูก-มะรุม
ตั๊กแตนจิ้งหรีด
36. จิ้งหรีด-ละหุ่ง สบูํดํา สลอด
37. ปลวก-ละหุํง
38.ตั๊กแตน-สะเดา
สมุนไพรไล่แมลง เป็นพืชที่มีสํวนตํางๆ เชํน ใบ ราก เปลือก ดอก ผล ที่มีสารออกฤทธิ์ทั้งทางตรงและ
ทางอ๎อม ในการปูองกันกําจัดแมลงศัตรูพืชผลทางตรง จะมีผลกระทบตํอระบบประสาท และระบบหายใจ ทําให๎
แมลงตายทันทีผลทางอ้อม จะมีผลตํอระบบอื่นๆ โดยการไปยับยั้งการกินอาหาร การลอกคราบ การเจริญเติบโตของ
แมลงการใช๎สมุนไพรไลํแมลงหรือกําจัดศัตรูพืชควรใช๎ให๎เหมาะสม คือ เลือกใช๎สํวนตํางๆ ของพืชสมุนไพรใน
ชํวงเวลาที่เหมาะสม ดังนี้ดอก ควรเก็บในระยะดอกตูมเพิ่งจะบาน
ผล ควรเก็บในระยะที่ผลยังไมํสุก เพราะสารตํางๆ ยังไมํถูกสํงไปเลี้ยงเมล็ด
เมล็ด ควรเก็บในระยะที่ผลสุกงอมเต็มที่ ซึ่งจะมีระยะที่เมล็ดแกํเต็มที่ และจะมีสารตํางๆ สะสมอยูํใน
ปริมาณมากหัวและราก ควรเก็บในระยะที่เริ่มมีดอก เพราะระยะนี้ต๎นพืชจะมีการสะสมสารตํางๆ ไว๎ที่ราก และควร
เก็บในฤดูหนาวปลายฤดูร๎อน เพราะเป็นชํวงที่กระบวนสังเคราะห์แสงหยุดทํางาน
เปลือก ควรเก็บกํอนที่จะมีการผลิใบใหมํ และควรเก็บในฤดูร๎อนและฤดูฝน
ดังนั้น กํอนที่จะนําสมุนไพรแตํละชนิดมาใช๎ในการปูองกันกําจัดหรือไลํแมลงศัตรูพืช ควรมีการศึกษาหาข๎อมูลให๎ดี
เสียกํอนวํา จะนําสํวนไหนมาใช๎และใช๎ในชํวงเวลาใด จึงจะกํอให๎เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปูองกันกําจัดแมลง
34
7.การบริหารการจัดการและการตลาด
มีความรู้เรื่อง
1. รู๎และเข๎าใจการบรรจุภัณฑ์
การบรรจุภัณฑ์ (Packaging) หมายถึงการออกแบบและผลิตสิ่งที่บรรจุหรือหํอหุ๎มผลิตภัณฑ์ ในอดีต
บรรจุภัณฑ์ทําหน๎าที่บรรจุและปูองกันผลิตภัณฑ์ แตํในปัจจุบันกิจการตํางๆ ใช๎การบรรจุภัณฑ์เป็นเครื่องมือทาง
การตลาด เนื่องจากการแขํงขันที่เพิ่มขึ้นและการจัดวางบนชั้นวางในร๎านค๎าปลีกทําให๎บรรจุภัณฑ์สร๎างยอดขายได๎
จากการดึงดูดความสนใจและการให๎คําอธิบายตัวผลิตภัณฑ์ ดังนั้นในในสภาพแวดล๎อมที่มีการแขํงขันอยํางรุนแรง
เชํนนี้ บรรจุภัณฑ์จึงเป็นโอกาสสุดท๎ายของผู๎ขายในการสร๎างอิทธิพลตํอผู๎ซื้อ นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์ควรเป็นแรงเสริม
สําหรับการวางตําแหนํงผลิตภัณฑ์ด๎วย เชํน ขวดที่มีรูปรํางเป็นทรวดทรงซึ่งเป็นที่คุ๎นเคยของโคคา-โคลํา (Coca –
Cola) ทําให๎คนที่เห็นรับรู๎ได๎ถึงผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยูํในขวดนั้น ผู๎เชี่ยวชาญด๎านบรรจุภัณฑ์กลําววํา “แม๎อยูํในเงามืด
ิ
ลูกค๎าก็รู๎วํานั่นคือโค๎ก” สิ่งนี้เป็นคําจํากัดความที่งดงามของวธีการที่บรรจุภัณฑ์สามารถมีอิทธิพลตํอแนวทางที่
ผู๎บริโภครับรู๎ถึงผลิตภัณฑ์
2. รู๎และเข้าใจการท าบัญชีรายรับ รายจ่าย
ั
บัญชีรายรับรายจ่าย คืออะไร ถ๎าลองมองตัวเราเป็นหนึ่งบริษท แนํนอนวําเราจะต๎องทํางบดุล (เพื่อแสดง
สินทรัพย์ หนี้สิน และสํวนความเป็นเจ๎าของ) และงบกระแสเงินสด (เพื่อแสดงสภาพคลํองของบริษัท) บัญชีรายรับ
รายจ่ายส่วนบุคคล คือ การทํางบกระแสเงินสดเพื่อให๎ตัวเราทราบถึงสภาพคลํองของเราวํารายได๎เรามากกวํา
รายจํายหรือเรียกงําย ๆ วํา ตอนนี้ สภาพคล่องของเรา “ขาดทุน” หรือไม่
ประโยชน์ของการทําบัญชีรายรับรายจําย
1. เพื่อทราบวําตอนนี้ รายรับ มากกวํา รายจําย หรือน๎อยกวํา
การที่เรามีรายรับมากกวํารายจําย เรียกวํา สภาพคลํองเป็นบวก หรือมี Survival ratio มากกวํา 1 แสดง
2. วํามีโอกาสในการกํอหนี้สินต่ํา แตํหากมีรายจํายมากกวํารายรับ เรียกวํา สภาพคลํองเป็นลบ หรือมี
Survival ratio น๎อยกกวํา 1 แสดงวํามีโอกาสในการกํอหนี้สูง
หลายคนอาจเคยได๎ยินคําวํา “ชักหน๎าไมํถึงหลัง” ซึ่งมักจะเกิดกับคนที่มีเงินสภาพคลํองต่ํา หรือ มีรายจําย
มากกวํารายได๎ จนต๎องนําเงินเก็บออกมาใช๎ และเงินเก็บนั้นหมดไป เป็นจุดเริ่มต๎นของการเกิดหนี้สิน
35
3. เพื่อทราบวําคําใช๎จํายมาจากสํวนไหนมากที่สุด
หากเราไมํเคยทําบัญชีรายจํายเลยเราจะไมํทราบวําคําใช๎จํายของเราไปอยูํสํวนไหนบ๎าง คํากิน คาเดินทาง
ํ
หรือคําสันทนาการ ทําให๎การบริหารจัดการเงินทําได๎ยากและมีโอกาสที่จะใช๎เงินเกินตัว เพราะเราจะใช๎ไป
เรื่อย ๆ โดยไมํมีกรอบ ยกตัวอยํางเชํน กินกาแฟทุกวัน (รวมเสาร์-อาทิตย) วันละ 2 แก๎ว (เช๎าแก๎ว บําย
์
แก๎ว) เฉลี่ยแล๎ววันละ 160 บาท หนึ่งเดือน คือ 4,800 บาท หนึ่งปี คือ 57,600 บาท หากเราลดการทาน
กาแฟเป็นวันละแก๎ว เราจะมีเงินเก็บ 28,800 บาทตํอปี สมมติวําเรานําเงินก๎อนนี้ไปลงทุนในกองทุนรวมหุ๎น
ในไทยเป็นระยะเวลา 5 ปีตํอเนื่องกัน (เฉลี่ยผลตอบแทนที่ 6%) จะทําให๎เรามีเงินเก็บรวมประมาณ
162,000 บาท ถ๎า 10 ปี จะมีคําเทํากับประมาณ 380,000 บาท คิดวําเงินก๎อนนี้มากหรือน๎อย?
4. เป็นหนึ่งเครื่องมือที่ชํวยระงับความต๎องการที่ไมํจําเป็น
เมื่อเรามีการจดรายจํายทุกวันนั่นจะทําให๎เราเห็นคําใช๎จํายที่แท๎จริงเป็น “ตัวเลข” เมื่อเราต๎องซื้อหรือ
อยากได๎อะไร จะทําให๎เราใช๎ความคิดหรือเหตุผลในการตัดสินใจมากขึ้น พูดงําย ๆ คือ เป็นเครื่องมือที่ชํวย
ทําให๎เราแยก Need กับ Want ออกจากกันได๎งํายขึ้น หรืออีกวิธีหนึ่งนอกจากการทําบัญชีรายจําย คือ การ
๎
กําหนดงบประมาณในการใชจํายในแตํละหมวด เชํน คํากินห๎ามเกินวันละ 300 บาทตํอวัน หรือ 9,000
บาทตํอเดือน, คํา Shopping เดือนละ 1,000 บาท ถ๎าเดือนไหนใช๎เกินอีกเดือนต๎องใช๎ให๎
น๎อยลง
5. เพื่อให๎เห็นไลฟ์สไตล์ของการดําเนินชีวิตของเรา
ี
เมื่อเราจดบัญชรายรับรายจํายเป็นประจํา เปรียบเสมือนการจดบันทึกกิจกรรมชีวิตของเราไปด๎วย วําเรามัก
ชอบทําอะไร กินอะไร ซื้ออะไร ที่ไหน เมื่อไร และราคาเทําไร เมื่อมองในมุมการวางแผนการเงิน หรือการ
บริหารการเงินจะมาชํวยกําหนดวิธีเก็บเงิน วิธีการลงทุน รวมถึงอัตราเงินเฟูอที่จะนํามาใช๎ในการวางแผน
การเงิน
6. เป็นหนึ่งเครื่องมือในการฝึกวินัย และใช๎ในการวางแผนการเงิน
ถ๎าอยากหุํนดีต๎องมีวินัยในการออกกําลังกาย แตํถ๎าอยากมีเงินใช๎จนวันตายต๎องมีวินัยในการออมและ
บริหารเงินเชํนกัน เมื่อเราทําบัญชีรายรับรายจําย เราจะรู๎สถานะการเงินของตัวเอง, จัดการรายจํายได๎ดีขึ้น
และเข๎าใจไลฟ์สไตล์ ซึ่งจะสํงผลให๎เราอยากเก็บเงิน และบริหารเงินให๎งอกเงยอยํางดีและเหมาะสมที่สุด
อยํางสม่ําเสมอ ทําให๎เราเกิด “วินัย” ทางด๎านการเงินที่ดีอยํางไมํรู๎ตัว
หากบัญชีรายรับรายจํายยังคงเป็นเรื่องนําเบื่อและไมํนําทํา อยากให๎ลองทําสัก 1-2 เดือน เพื่อให๎เห็นภาพ
ของตัวเองมากขึ้น หลังจากนั้นถ๎าไลฟ์สไตล์ในชีวิตไมํมีอะไรเปลี่ยนแปลง เราสามารถหยุดทําและใช๎ข๎อมูลบัญชีรับ
จํายเดิมในการวางแผนการเงินได๎ แตํต๎องคอยหมั่นอัพเดททุก ๆ ปี (สรุปคือ ทําอยํางน๎อย 1-2 เดือนตํอปี)
36
3. รู้และเข้าใจการวางแผนการตลาด
แผนการตลาด คือ การกําหนดทิศทางและแนวทางในการทุํมเทความพยายามทางการตลาด ตลอดจน
กลไกในการตรวจสอบและประเมินผลกิจกรรมการตลาดไว๎ลํวงหน๎าโดยใช๎ประโยชน์จากความ เข๎าใจที่ไดรับจาก
๎
การวิเคราะห์สถานการณ์ในองคประกอบที่ 3 มาพิจารณารํวมกับวัตถุประสงค์และเปูาหมายทางธุรกิจที่กําหนด
์
ไว๎ในองค์ประกอบที่ 4
ดังนั้น การวางแผนการตลาดจึงเป็นการกําหนดกลยุทธ์และวิธีในการดําเนินกิจกรรมทางการตลาดเพื่อ
ให๎กิจการสามารถบรรลุวัตถุประสงค์และเปูาหมายที่มุํงหวัง โดยคํานึงถึงการใช๎ทรัพยากรทางการตลาดให๎เกิด
ุ
ประโยชน์สูงสุดในการตอบรับกับความเป็นไปและ แนวโน๎มการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล๎อมในดําเนินธรกิจ
ทั้งภายนอกและภายในกิจการ
เนื้อหาของแผนการตลาดต๎องตอบคําถามหลักๆ ให๎กับผู๎ประกอบการอยํางน๎อยดังตํอไปนี้ คือ
- เปูาหมายทางการตลาดที่ต๎องทําให๎ได๎ในระยะเวลาของแผนคือเรื่องอะไรบ๎าง
- ใครคือลูกค๎ากลุํมเปูาหมาย ทั้งกลุํมเปูาหมายหลักและกลุํมเปูาหมายรอง
- จะนําเสนอสินค๎า/บริการอะไรให๎กลุํมเปูาหมาย ในราคาเทําใด และด๎วยวิธีการใด
- จะสร๎างและรักษาความพึงพอใจให๎กับกลุํมเปูาหมายเหลํานั้นได๎ด๎วยวิธีการใดบ๎าง
ถ๎าสถานการณ์ไมํเป็นไปตามที่คาดหวังไว๎จะปรับตัวหรือแก๎ไขอยํางไร
ในการตอบคําถามดังกลําวข๎างต๎น ผู๎ประกอบการจําเป็นต๎องใช๎ความรู๎ ความสามารถ ตลอด
์
จนประสบการณ์และความวิจารณญาณที่ดี ในการกําหนดเปูาหมาย กลยุทธ และวิธีการทางการตลาด สําหรับ
์
กิจการตามองคประกอบที่สําคัญของ แผนการตลาดซึ่งมีเนื้อหาหลัก 4 สํวน ดังตํอไปนี้ คือ
1. เปูาหมายทางการตลาด
2. การวิเคราะห์กลุํมเปูาหมาย
3. กลยุทธ์และกิจกรรมทางการตลาด
3.1 กลยุทธ์การตลาดเพื่อความได๎เปรียบในการแขงขัน
ํ
3.2 กลยุทธ์เพื่อการเติบโตทางการตลาด
3.3 กลยุทธ์สํวนประสมทางการตลาด
4. การควบคุมและประเมินผลทางการตลาด
5. รู๎และเข๎าใจการขายออนไลน์
6. ทักษะในการบริหารจัดการตลาด
37
ี
8. คุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชพ
1.รู้และเข้าใจเรื่องคุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ
จริยธรรม เป็นมาตรฐานความประพฤติของมนุษย์จะเกิดขึ้นได๎ต๎องอาศัยความสัมพันธ์ระหวําง จรรยาคือ
ความประพฤติ และธรรม คือเครื่องรักษาความประพฤติ การประกอบอาชีพใด ๆ ก็ตามผู๎ประกอบอาชีพจะต๎องคํา
นึกถึงผลกระทบตํอสังคมภายนอกเสมอ ทั้งนี้ก็คือจะต๎องไมํใช๎ความรู๎ความสามารถในทางที่ผิด หากประกอบอาชีพ
โดยไร๎จริยธรรมผลเสียหายจะตกอยูํกับสังคมและประเทศชาติฉะนั้น จริยธรรมจึงมีบทบาทสําคัญอยํางยิ่งที่จะลด
ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ความสําคัญของจริยธรรมในการประกอบอาชีพ มีดังนี้
1.1 ชํวยให๎ผู๎ประกอบอาชีพแตํละสาขาได๎ใช๎วิชาชีพในทางที่ถูกต๎องเหมาะสม และเป็นประโยชน์ตํอสังคม
และประเทศชาต ิ
1.2 ชํวยควบคุมและสํงเสริมให๎ผู๎ประกอบอาชีพทํางานอยํางมีประสิทธิภาพ โดยมีความสํานึกในหน๎าที่และมี
ความรับผิดชอบในงานของตน
1.3 ชํวยสํงเสริมและควบคุมการผลิต และการปฏิบัติงานให๎มีคุณภาพเป็นที่เชื่อถือและไว๎วางใจได๎ในเรื่อง
ของความปลอดภัยและการบริการที่ดี
1.4 ชํวยสํงเสริมให๎ผู๎ประกอบอาชีพไมํเอารัดเอาเปรียบผู๎บริโภค และไมํเห็นแกํตัว ทั้งนี้ต๎องยึดหลักโดยคํา
นึกถึงผลกระทบที่จะเกิดแกํผู๎บริโภคเสมอ
1.5 ชํวยให๎วงการธุรกิจของผู๎ประกอบอาชีพมีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม และมีความเอื้อเฟื้อตํอสังคมสํวนรวม
มากขึ้น อาชีพ (Occupation) ดํารง ฐานดพี (2536 : 2) ได๎ให๎ความหมายไว๎ ดังนี้ หมายถึง กิจกรรมที่เกี่ยวข๎องกับ
งานทุกประเภทและเกี่ยวข๎องกับองค์ประกอบทางด๎าน เทคนิค เศรษฐกิจ และสังคม ดังนั้นคําวําอาชีพจึงครอบคลุม
ไปถึงงานที่ใคร ๆ ก็ทําได๎โดยไมํต๎องอาศัยการฝึกหัดมากํอน เชํน งานที่ต๎องใช๎แรงงาน (Manual works) และเป็น
งานที่ผู๎กระทําจะต๎องได๎รับการฝึกฝนเป็นพิเศษหรือเป็นงานที่ใช๎ทักษะ และการฝึกหัดขั้นสูง (Technic worls)”
อาชีพมีส่วนเกี่ยวข้องกับสังคมเปนอย่างมาก ในทัศนะของนักสังคมวิทยานน อาชีพอาจก่อให้เกิดผลต่อ
ั้
็
สังคมได้ ดังน ี้
1). อาชีพสามารถแบํงแยกกลุํมคนในสังคมออกเป็นสํวน ๆ ตามสาขาอาชีพ เชํน ผู๎ประกอบธุรกิจ
ุ
อุตสาหกรรม ผู๎ประกอบธุรกิจการเกษตร ผู๎ประกอบธรกิจการบริการ ข๎าราชการ เป็นต๎น ในกลุํมอาชีพดังกลําว
สามารถแยกยํอยออกไปได๎อีก เชํน ข๎าราชการก็มีทั้งข๎าราชการครู ข๎าราชการทหาร ข๎าราชการตํารวจ ผู๎ประกอบ
ธุรกิจการเกษตรก็มีทั้งชาวนา ชาวสวน ชาวประมง เป็นต๎น
2.) อาชีพแตํละอาชีพนั้นกํอให๎เกิดเป็นแหลํงรวมผู๎คนจากถิ่นตําง ๆ เข๎าด๎วยกันทําให๎กลายเป็นกลุํมคนที่
มีอุดมการณ์ และความสนใจไปในแนวเดียวกัน
3.) อาชีพมีผลตํอบุคลิกภาพของแตํละบุคคล
4.) อาชีพมีสํวนเชื่อมโยงบุคคลรวมกันเป็นสังคม
5.) อาชีพกํอให๎เกิดความสามารถและความชํานาญแกํผู๎ประกอบอาชีพนั้น ๆ วิธีการสร๎างจริยธรรมใน
การประกอบอาชีพ วิธีการสร๎างจริยธรรมต๎องอาศยการฝึกฝนเป็นหลัก ปัจจุบันนี้โลกเรากําลังมีปัญหาด๎านศีลธรรม
ั
ปัญหาการขาดคุณธรรม จริยธรรม ในหลาย ๆ อาชีพ ฉะนั้นจะต๎องมีการพัฒนาสิ่งที่มีอยูํแล๎วให๎ดียิ่งขึ้น และสร๎าง
เสริมเติมตํอสิ่งที่ยังขาดอยูํให๎มีขึ้น
38
วิธีการที่น ามาใช้สร้างจริยธรรมสามารถท าได้ ดังน ี้
1. การอบรมตามหลักของศาสนา
2. การปลูกฝังพฤติกรรมที่พึงประสงค ์
3. การสอนให๎รู๎จักความเมตตาตํอผู๎อื่น
4. การสร๎างคํานิยมที่พึงประสงค ์
5. การใช๎อิทธิพลของกลุํมให๎เกิดความคล๎อยตาม
6. การใช๎หลักมนุษยสัมพันธ ์
7. การจัดสิ่งแวดล๎อมและประสบการณ์ในทางที่ดี จริยธรรมที่ผู๎ประกอบอาชีพควรประพฤติ
หลักในการยึดถือปฏบัติของผประกอบอาชีพทั่วไปพึงกระท าเพื่อความเจริญก้าวหน้าใน
ิ
ู้
อาชีพของตน และร่วมรับผิดชอบในสังคม ควรมีดังน ี้
1. ความซื่อสัตย์สุจริต และมีความรับผิดชอบตํอสังคม
2. การมีจริยธรรมตํอสิ่งแวดล๎อม
3. ความนําเชื่อถือและความปลอดภัยในบริการ
4. การมีจรรยาอาชีพและดําเนินกิจการอยํางมีคุณภาพ
5. การสร๎างสัมพันธภาพที่ดีตํอลูกค๎า
6. การเคารพสิทธิและรักษาผลประโยชน์ของผู๎อื่น
7. การใช๎จริยธรรมในการติดตํอสื่อสาร
8. การสร๎างสัมพันธภาพกับชุมชน
9. การสร๎างวินัยในการประกอบอาชีพ
10. การดําเนินงานอยํางถูกต๎องตามกฎหมาย
11. การให๎แหลํงข๎อมูลขําวสารอยํางถูกต๎อง
12. การประกอบอาชีพด๎วยความขยันหมั่นเพียร
2. ตระหนักถึงความส าคัญของคุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชพ
ี
- มี ความขยัน ความอดทน และ ความซื่อสัตย ์
39
ชื่อ – สกุล ..............................................................รหัสนักศึกษา.............................................ระดับ..................
ใบงานที่ 1
้
วิชาสมุนไพรพื้นบ้าน (ความรู้พื้นฐานเรื่องสมุนไพรพื้นบาน)
ี้
จงตอบค าถามต่อไปน
1. สมุนไพร หมายถึง ....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
2. ยาแผนโบราณ หมายกถึง..........................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
3. สมุนไพร มีกี่ประเภท ...............................................................................................................................................
อะไรบ๎าง……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
4.เครื่องเทศ ได๎แกํ ......................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
6. เภสัชวัตถุ หมายถึง .................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
7.ลักษณะของพืชสมุนไพร ได๎แกํ .................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
8. สํวนตํางๆของพืชที่ใช๎เป็นสมุนไพร ได๎แกํ ................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
9. จงอธิบายการเก็บรักษาพืชสมุนไพรประเภทเปลือกต๎นหรือเปลือกราก....................................................................
.....................................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
10. การอบยา คือ .......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
40
ชื่อ – สกุล ..............................................................รหัสนักศึกษา.............................................ระดับ..................
ใบงานที่ 2
วิชาสมุนไพรพื้นบ้าน (ประโยชน์ของสมุนไพร)
1. ให๎บอกประโยชน์ของสมุนไพรที่ได๎ศึกษามาพอเข๎าใจ
........................................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ลักษณะของราก มีกี่ชนิดอะไรบ๎าง จงอธิบาย
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
3. รสฝาดของสมุนไพร มีสรรพคุณอยํางไรบ๎าง จงอธิบาย
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
4. รสขมของสมุนไพร มีสรรพคุณอยํางไร จงอธิบาย
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
5. ประโยชน์สํวนใดของขิงที่นํามาใช๎เป็นสมุนไพรมากที่สุด จงอธิบาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
6. ให๎บอกขมิ้นชันวํามีสรรพคุณอยํางไรและแก๎โรคอะไรบ๎างจงอธิบาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
7. จงบอกประโยชน์ของสมุนไพรที่มีผลตํอการดําเนินชีวิตประจําวันของนักศึกษา.
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
41
ชื่อ – สกุล ..............................................................รหัสนักศึกษา.............................................ระดับ..................
ใบงานที่ 3
วิชาสมุนไพรพื้นบ้าน (สมุนไพรประกอบอาหาร)
1. สมุนไพรเพื่อทําอาหาร ได๎แกํ
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
2. ให๎บอกวธีการเตรียมวัตถุดิบสมุนไพร จงอธิบาย
ิ
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
3. จงอธิบายการต๎มยาสมุนไพรวํามีข๎อดีอยํางไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
4. วิธีการนําสมุนไพรมาใช๎ในท๎องถิ่นของตนเองมีกี่วิธี อะไรบ๎าง จงอธิบาย
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
5. คําวํา หยิบมือ มีความหมายอยํางไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
6. คําวํา กํามือ คืออะไร จงอธิบาย
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
42
ชื่อ – สกุล ..............................................................รหัสนักศึกษา.............................................ระดับ..................
ใบงานที่ 4
วิชาสมุนไพรพื้นบ้าน (สมุนไพรรักษาโรค)
1. สมุนไพรต่อไปนี้มีความแตกต่างในด้านคุณสมบัติของการรักษาโรคอย่างไร
1.1 กระเทียม มีคุณสมบัติ..................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 มะละกอ มีคุณสมบัติ.....................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………….
1.3 กระชาย มีคุณสมบัติ......................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.4 ใบชุมเห็ดเทศ มีคุณสมบัติ.............................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.5 อ๎อยแดง มีคุณสมบัติ.......................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
1.6 ขี้เหล็ก มีคุณสมบัติ.................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
1.7 มะละกอ มีคุณสมบัติ..............................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.8 กระชาย มีคุณสมบัติ...............................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
1.9 ใบชุมเห็ดเทศ มีคุณสมบัติ......................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
43
ชื่อ – สกุล ..............................................................รหัสนักศึกษา.............................................ระดับ..................
ใบงานที่ 5
วิชาสมุนไพรพื้นบ้าน (สมุนไพรน ามาย้อมผ้า)
1.เหง๎าขมิ้นชัน ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร…………………………………………………………..
2.เมล็ดคําแสด ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร…………………………………………………………..
3.แกํนไม๎ ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร……………………………………………………………….
4.เมล็ดคําฝอย ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร………………………………………………………….
5.เนื้อผลฟักทอง ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร………………………………………………………..
6.ดอกอัญชัญ ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร…………………………………………………………….
7. ผลสุกผักปลัง ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร…………………………………………………………
8.เมล็ดข๎าวเหนียวดํา ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร………………………………………………….
9.เนื้อไม๎สีเสียดเหนือ ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร………………………………………………….
10.เปลือกและผลสมอพิเภก ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร………………………………………..
11.เปลือกสะเดา ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร………………………………………………………
12.เปลือกสะเดา ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร………………………………………………………
13. รากมะหาด ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร………………………………………………………….
14. รากใบยอ ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร…………………………………………………………….
15. เนื้อไม๎ประดูํปุา ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร…………………………………………..………
16. ผลมะเกลือ ใช๎สําหรับทําสีย๎อมผ๎า หรือทําขนม ให๎สีอะไร………………………………………………………..
44
ชื่อ – สกุล ..............................................................รหัสนักศึกษา.............................................ระดับ..................
ใบงานที่ 6
วิชาสมุนไพรพื้นบ้าน (สมุนไพรน าไปใช้ในการเกษตร)
สมุนไพรต่อไปนี้ใช้ขับไล่ ก าจัด แมลง อะไรบ้าง
1. ตะไคร๎หอม ……………………………………………………………………………………………………………………………….………….
2. ใบยาสูบ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. ขมิ้นชัน …………………………………………………………………………………………………………………………………………….
4. ไพล (ปูเลย) …………………………………………………………………………………………………………………………………..........
5. ขําแกํ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
6. ใบและดอกดาวเรือง ………………………………………………………………………………………………………………………………
7.บอระเพ็ด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
8.ฟูาทะลายโจร ………………………………………………………………………………………………………………………………………….
9.ใบน๎อยหนํา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
10. ดีปลี …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
45
ึ
ชื่อ – สกุล ...................................................รหัสนักศกษา.............................................ระดับ..................
ใบงานที่ 7
วิชาสมุนไพรพื้นบ้าน (การบริหารจัดการและการตลาด)
1.การบรรจุภัณฑ์ (Packaging) หมายถึง ……………………………………………………………………………….....................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2.บัญชีรายรับรายจ่าย คืออะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3.ประโยชน์ของการท าบัญชีรายรับรายจ่าย มีอะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. แผนการตลาด คือ อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
46
ชื่อ – สกุล ..........................................................รหัสนักศึกษา.............................................ระดับ..................
ใบงานที่ 8
วิชาสมุนไพรพื้นบ้าน (คุณธรรมจริยธรรมในการประกอบอาชีพ)
ื
1.คุณธรรม คออะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จริยธรรม คืออะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.
ู้
3.หลักในการยึดถือปฏิบัติของผประกอบอาชีพ เพื่อความเจริญก้าวหน้าในอาชีพของตน และร่วมรับผิดชอบใน
สังคม ควรมีดังนมีอะไรบ้าง
ี้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ข้อควรตระหนักถึงความส าคัญของคุณธรรม จริยธรรม ในการประกอบอาชีพ มีอะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………
47
แบบทดสอบวิชาสมุนไพรพื้นบ้าน
จงเลือกคําตอบที่ถูกต๎องที่สุด จํานวน 10 ข๎อ
ข๎อ 1. รสเปรี้ยว กัดเสมหะ กระตุ๎นความรู๎สึกทางเพศ แก๎พยาธิตัวจี๊ด เป็นประโยชน์ทางยาของพืชชนิดใด
ก) กระเจี๊ยบแดง ข) ดีปลี ค) ตะลิงปลิง ง) ทองพันชง
ั่
ข๎อ 2. ภาพนี้เป็นลักษณะของพืชชนิดใด
ก) ชุมเห็ดเทศ ข) ผักปลัง ค) มะแว๎งต๎น ง) มะขามแขก
ข๎อ 3. มาเก๏าะ มะกํองแก๎ว มะก๏อ พิลา พิลาขาว เป็นชื่อพื้นเมืองของพืชชนิดใด
ก) ตะลิงปลิง ข) ทับทิม ค) ชุมเห็ดเทศ ง) บุก
ข๎อ 4. จากข๎อความตํอไปนี้ ข๎อใดถูก
ั่
1. ใบของทองพันชง แก๎โรคมะเร็ง วัณโรค เรื้อน
ั่
2. ใบของทองพันชง แก๎พยาธิ กลากเกลื้อน ดับพิษไข๎ แก๎ไอเป็นเลือด
ก) ข๎อ 1. ถูก ข๎อ 2. ผิด ข) ข๎อ 2. ถูก ข๎อ 1. ผิด
ค) ถูกทั้ง 2 ข๎อ ง) ผิดทั้ง 2 ข๎อ
ข๎อ 5. ข๎อความใดตํอไปนี้ผิด
ก) ยอดอํอนและใบอํอนของแคมีรสหวาน ดอกอํอนและฝักอํอนมีรสหวานเล็กน๎อย
ข) ต๎น ราก ใบ ของชุมเห็ดเทศ แก๎กษัยเส๎น ทําหัวใจให๎ปกติ แก๎ท๎องผูก ขับปัสสาวะ
ค) ใบของพลู แก๎ภูมิแพ๎ผิวหนัง กระชับมดลูก แก๎ปวดหลังปวดเส๎น
ั
ง) เมล็ดของฟักทองสามารถขบพยาธิตัวตืด ขับปัสสาวะ บํารุงรํางกาย แก๎พิษปวดบวม
ข๎อ 6. มันซูรัน เบีย เบือ เป็นชื่อพื้นเมืองของพืชชนิดใด
ก) ตําลึง ข) ผักปลัง ค) มะแว๎งต๎น ง) บุก