The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบรายงานการถอดบทเรียนชุมชนจืตอาสา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by duangtafah, 2021-06-12 02:12:53

เอกสารประกอบรายงานการถอดบทเรียนชุมชนจืตอาสา

เอกสารประกอบรายงานการถอดบทเรียนชุมชนจืตอาสา

|ก

คำนำ

เอกสารประกอบการถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาดีเด่น ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอเมืองพะเยา สงั กัดสานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศัยจังหวัดพะเยา ประจาปี พ.ศ.2564

ข้อมูลประกอบการถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาดีเด่น ประจาปี พ.ศ.256๔ เล่มนี้แบ่งเน้ือหา
ออกเปน็ 5 บท ประกอบดว้ ย

บทสรุปผู้บรหิ าร
บทท่ี 1 บทนา
บทที่ 2 วธิ ดี าเนินการถอดบทเรียน
บทที่ ๓ ผลการถอดบทเรยี น
บทท่ี 4 สรปุ ผลการถอดบทเรยี น
บทท่ี ๕ ข้อเสนอแนะ
โดยจัดทาขึ้นเพ่ือรายงานการถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาดเี ด่น เพ่ือเป็นแนวทางในการปรับปรุง
การปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย และสามารถเผยแพร่ศึกษาเรียนรู้ได้และเพ่ือให้การดาเนินงานมี
ประสิทธิภาพมากยงิ่ ขนึ้

กศน.อาเภอเมืองพะเยา
7 มิถนุ ายน 256๔

สำรบญั |ข

คานา หนำ้
สารบัญ ก
บทสรปุ ผูบ้ ริหาร ข
บทที่ ๑ บทนา 1
บทที่ 2 วธิ ดี าเนินการถอดบทเรยี น 2
บทที่ ๓ ผลการถอดบทเรยี น 4
บทที่ 4 สรปุ ผลการถอดบทเรียน ๗
บทที่ ๕ ข้อเสนอแนะ ๙
11
ภำคผนวก
- กาหนดการถอดบทเรียน 13
- ประมวลภาพกิจกรรรม จานวน 10 ภาพ
- เครอื่ งมอื ทใ่ี ช้ในการถอดบทเรยี น
- รายช่อื คณะผ้ถู อดบทเรยี น



บทสรปุ ผู้บริหำร

สรุปผลการถอดบทเรียนชมุ ชนจติ อาสาดีเด่น ชุมชนบา้ นตุน่ ใต้ หมู่ท่ี 1 ตาบลบ้านตุน่ อาเภอเมอื ง
พะเยา จงั หวดั พะเยา ของศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอเมืองพะเยา เพื่อศึกษา
ข้นั ตอน การปฏิบตั ิ จดุ แข็ง จุดอ่อน โอกาสพฒั นา และภาวะคุกคาม (SWOT) และเพือ่ ศึกษาข้อเสนอแนะ
และแนวทางการพฒั นา เพอ่ื ไปใชต้ อ่ ยอดใหเ้ กดิ การนาไปใช้อย่างมีประสิทธภิ าพ โดยสรุปได้ดงั น้ี

1. ควรส่งเสริมสนับสนนุ ให้มกี ารพฒั นาชุมชนจติ อาสาโดยใช้กระบวนการทางานแบบมสี ่วนรว่ มใช้
กระบวนการ PDCA ในการดาเนนิ งาน โดยมีการ SWOT ชุมชน เพอื่ ใหม้ ีการบรหิ ารจัดการได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ

2. ควรส่งเสรมิ สนับสนุนให้มกี ารจัดกจิ กรรมจิตอาสาพัฒนา เพอ่ื พฒั นาชมุ ชนบ้านตนุ่ ใตใ้ ห้เป็นชมุ ชน
ต้นแบบและสามารถเผยแพร่ใหเ้ กดิ การศึกษาเรยี นรูไ้ ด้

3. ควรมกี ารนาข้อมูลของชมุ ชนจติ อาสาดีเด่นบา้ นตุน่ ใต้ ที่ได้จากการถอดบทเรยี น มาวิเคราะห์
สงั เคราะห์ และนาผลการรายงานมาปรับใช้ เพื่อพฒั นาเปน็ แนวปฏิบตั ิทด่ี ี (Best practice) เผยแพรต่ อ่ ชุมชน
อน่ื ๆต่อไป

4. ควรสง่ เสรมิ สนับสนนุ การดาเนนิ งานแบบมีสว่ นร่วม เนน้ กระบวนการทางานร่วมกับภาคี
เครือข่าย เพอ่ื ใหเ้ กิดการทางานแบบมีสว่ นร่วมให้เกดิ การบรหิ ารจดั การไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

๕ . ควรมีแนวทางในการพัฒนาชมุ ชนจติ อาสาบา้ นตนุ่ ใต้ เพอ่ื นาไปใช้ในการบรหิ ารจดั การชุมชน และ
นามาเปน็ ส่วนหนงึ่ ในการวางแผน การพัฒนากจิ กรรมจติ อาสาและกิจกรรมต่างๆในชุมชนเพอ่ื ใหเ้ กิด
ประสิทธภิ าพสงู สดุ

ลงช่อื
(นางจารณุ ี แกว้ ประภา)

ผู้อานวยการศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอเมอื งพะเยา
วนั ท่ี 7 เดอื น มิถุนายน พ.ศ. 2564



บทท่ี ๑

บทนำ

สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเสาหลักให้กับชาติบ้านเมืองมาต้ังแต่สมัยโบราณ จวบจนรัชสมัยของ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชริ เกล้าเจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ 10แห่ง
กรุงรัตนโกสนิ ทร์ พระมหากษตั รยิ ์จึงเป็นสญั ลกั ษณ์ของการดารงอยขู่ องชาตไิ ทย มายาวนานกว่า 700 ปีและ
เป็นสถาบันทางสงั คมท่ีเขม้ แข็งยืนยง ทาใหป้ ระเทศไทยสามารถรักษาความเป็นไท ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร
ตราบจนปัจจุบัน ธ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทย และดารงอยภู่ ายใต้ทศพิธราชธรรม ทรงเป็นผนู้ าการ
พัฒนาประเทศในทุกด้าน อันได้แก่ การปกครองประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของ
ประเทศพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงน้อมนาพระราชดาริของในหลวง รัชกาลท่ี 9 เร่ือง
เศรษฐกิจพอเพียงมาเผยแพร่ให้ประชาชนได้เรียนรู้และนาไปปรับใช้ ทาให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนา
ไปสู่ความ “มั่นคง ม่ังคั่งย่ังยืน” สานักงาน กศน. ได้น้อมนาพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่
10 ท่ที รงห่วงใย และทรงคานงึ ถึงความอยู่ดีมีสขุ ของประชาชนเปน็ สาคญั พระองค์ทรงมพี ระราชปณธิ านแน่ว
แน่ท่จี ะทาให้ประเทศชาติม่ันคงเป็นปึกแผ่น มคี วามรักความสามัคคี ประชาชนมีชีวติ ความเปน็ อยู่ที่ดีขนึ้ และ
แนวพระราชดารติ ่าง ๆ ในการบาบดั ทุกขบ์ ารุงสขุ ใหป้ ระชาชน ด้วยเหตผุ ลดงั กลา่ วจึงนามาเปน็ แนวทางในการ
ดาเนนิ งานโครงการจิตอาสาของสานักงาน กศน. และเปน็ การขับเคลือ่ นโครงการใหเ้ กดิ เป็นรปู ธรรม ส่งผลถึง
ตัวประชาชนและผู้เรียนทุกกลุ่มวัยอีกท้ังเป็นการนานโยบายสู่การปฏิบัติลงสู่พื้นท่ีและเล็งเห็นผลที่ชัดเจน
ประชาชนยงั ได้รบั ผลประโยชน์ในการดาเนินโครงการทั้งทางตรงและทางอ้อม

ชมุ ชนบ้านตุ่นใต้เป็นอกี หนึง่ ชุมชนท่ีเขม้ แข็ง เป็นชมุ ชนคุณธรรม เปน็ ชุมชนจิตอาสา ซ่ึงชุมชนบ้านตุ่น
ใต้ต้ังอยู่ท่ี หมู่ที่ 1 ตาบลบ้านตุ่น อาเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา มีจานวนครัวเรือน ท้ังหมด 112
ครัวเรือน มีประชากร 301 คนเป็นชาย 130 คนหญิง 171 คน โดยมีนายวิจิตร ใหม่นา เป็นผู้ใหญ่บ้าน
บ้านตุ่นใต้เป็นชุมชนพออยู่ พอกินอาศัยกันอยู่แบบญาติพ่ีน้องและเครือญาติ มีการขับเคล่ือนโดยใช้หลัก
“บวร” เปน็ ชมุ ชนท่เี ขม้ แข็ง บุคคลและครอบครัว สมาชิกในครอบครัวใช้ชวี ิตบน พื้นฐานของการ รู้จักตนเอง
สามารถพึ่งพาตนเองได้และดาเนินชีวิตอย่างพอกินพอใช้ โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่นทาให้เกิดความพอใจในการ
ดาเนินชีวิตอย่างพอเพียง พยายามพัฒนาตนเอง มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบวินัย มีจิตสานึกท่ีดีต่อสังคม
ส่วนรวม มที กั ษะความรู้ และความสามารถปรับตวั เท่าทนั กับการเปล่ยี นแปลงรอบตัวที่รวดเร็ว ทกุ คนในชุมชน
มสี ่วนรว่ มในการดาเนินการ แบง่ การดาเนนิ การขบั เคลอ่ื นออกเป็น 2 ระดับ ดังนี้

1) ระดับปัจเจกบุคคลและครอบครัว สมาชิกในครอบครัวใช้ชีวิตบน พ้ืนฐานของการรู้จักตนเอง
สามารถพึ่งตนเองได้และดาเนินชีวิตอย่างพอกินพอใช้ โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่นทาให้เกิดความพอใจในการ
ดาเนินชีวิตอย่างพอเพียง พยายามพัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถ อยู่อย่างพอเพียงได้ในทุก
สถานการณ์ เช่น ทุกครัวเรือนในหมู่ที่ 1 บ้านตุ่นใต้ เล้ียงไก่พันธ์ไข่ ระยะแรกเริ่มมีสมาชิก 60 ครัวเรือน
ต้นแบบ การดาเนินการกจิ กรรมร้วั กนิ ได้ ทว่ี ่างสรา้ งอาหาร (ปลกู พชื ผกั สวนครวั ) ทว่ี า่ งสรา้ งอาหาร เป็นต้น

2) ระดบั ชุมชน เกิดขึ้นเมื่อสมาชกิ มีระดับความเพียงพอในระดบั ครอบครัวเปน็ พ้ืนฐานแล้ว สมาชิก
สามารถนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาขยายผลในทางปฏิบัติไปสู่ระดับชุมชนได้รวมกลุ่มเพ่ือส่วนรวม
โดยอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้านและความสามารถท่ีตนมีอยู่ เป็นพื้นฐานประกอบการดาเนินชีวิตที่มีความ
ช่วยเหลือแบ่งปันกัน เช่น โรงทาน”บุญนาพา” เพื่อเป็นการสงเคราะห์ช่วยเหลือพ่ีน้องชาวบ้านในช่วงสถาน



การการแพร่ระบาดของไวรัส Covic-19 การสร้างสัมมาอาชีพ กลุ่มโคมตุง การจักสาน กลุ่มเลี้ยงปลาใน
กระชัง กลุ่มออมทรัพย์สหกรณ์เครคิตยูเน่ียน ซึ่งจะนาไปสู่ความเป็นอยู่ที่พอเพียงของชุมชนโดยรวมในการ
ดาเนินชีวิตทสี่ มดลุ อย่างแท้จรงิ

ชุมชนบ้านตุ่นใต้เป็นชุมชนที่มีจิตสาธารณะที่พร้อมอาสาสมัครในการบาเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม
และร่วมกันปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความรักความสามัคคีของประชาชน และขยายผล
โครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดาริในพ้ืนที่ อันจะส่งผลให้บุคลากรในสังกัดมีความรักชาติเกิดความรักความ
สามัคคี เป็นรากฐานท่ีเหนียวแน่นในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญม่ันคงเพราะถือว่าบุคลากรเป็น
ทรพั ยากรทมี่ ีคณุ ค่า และมีความสาคัญอยา่ งย่งิ ต่อการปฏิบัติงานทุกประเภท จงึ เป็นผลทาให้ ชุมชนบ้านตุ่นใต้
ไดร้ ับรางวัลหมู่บา้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง “อย่เู ย็นเป็นสุข” ชุมชนคุณธรรม บวร ออนทัวร์ และได้รบั งบประมาณ
ในการสร้างศูนย์การเรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดาริ หมู่ท่ี 1 บ้านตุ่นใต้ รวมทั้งมีกลุ่มออมทรัพย์เครดิต
ยูเนียนบ้านตุ่นใต้เพื่อส่งเสริมวินัยในการออมให้กับคนในชุมชน มีการจัดทาบัญชีครัวเรือนเพื่อแก้ไขปัญหา
เศรษฐกิจในครัวเรอื น มีการส่งเสริมอาชีพหลักและอาชีพเสริม เชน่ การลกู พืชผักสวนครวั การเลี้ยงปลา การ
เล้ียงกบ และการเลีย้ งไก่ไข่ การสนับสนนุ และพัฒนาขีดความสามารถด้านการผลิต การแปรรปู การตลาด การ
สนิ ค้าชุมชน และสินค้า OTOP ใหม้ ีคุณภาพ มีสัมมาอาชีพในชุมชน มีปราชญ์ชาวบ้านท่ีมีความเชี่ยวชาญใน
การถ่ายทอดความรู้ในการส่งเสริมอาชีพ รวมถึงกามีส่วนร่วมของภาคีเครอื ข่ายต่างๆ ท่ีร่วมกันบริหารจดั การ
ศนู ยก์ ารเรยี นรูใ้ ห้ประสบผลสาเรจ็

ด้วยเหตุนี้เพ่ือเป็นการขับเคล่ือนชุมชนต้นแบบด้านจิตอาสาให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจในเร่ืองจิต
อาสา รู้จักการปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองและรู้จักการเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพ่ือประโยชน์
ส่วนรวม เกดิ การสร้างความสามัคคใี นชุมชน และได้รบั การชว่ ยเหลอื หากไดร้ ับความเดือดร้อนจากสถานการณ์
วิกฤต รวมถงึ การสร้างการรับรู้เกย่ี วกับจิตอาสาให้กบั ชุมชน และการใช้ชีวติ อย่างการพึ่งพาตนเองและยดึ หลัก
ของความพอเพยี งตามพระราชดาริในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู ัวฯ (รชั กาลที่ 9) เป็นไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
และเกดิ ผลอย่างเป็นรปู ธรรม



บทที่ 2
วิธีดำเนินกำรถอดบทเรียน
การน้อมนาพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มาเป็นแนวทางเพ่ือให้ประชาชนมี
ความรู้ ความเข้าใจ มีจิตสาธารณะที่พร้อมอาสาสมัครในการบาเพ็ญ ประโยชน์ต่อส่วนรวม และขยายผล
โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริในพ้ืนที่ อันจะเป็นรากฐานท่ีเหนียวแน่นในการพัฒนาประเทศชาติให้มี
ความเจริญมนั่ คง ปัจจุบันจติ อาสาตามพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว รัชกาลท่ี 10 แบ่งเป็น
3 ประเภท ดังนี้ 1) จิตอาสาพฒั นา เปน็ กิจกรรมจติ อาสาพระราชทานที่มวี ัตถุปะสงคพ์ ฒั นาท้องถ่ินของแต่ละ
ชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีข้ึน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมบาเพ็ญสาธารณประโยชน์ การอนุรักษ์
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอานวยความสะดวก และความปลอดภัยในการดารงชีวิตชีวิตประจาวัน การ
ประกอบอาชีพรวมท้ังการสาธารณสุข เป็นต้น 2) จิตอาสาภัยพิบัติ เป็นกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานท่ีมี
วัตถุประสงค์เพื่อเฝ้า ตรวจ เตือน และเตรียมการรองรับภัยพิบัติทั้งที่เกิดจากธรรมชาติ และท่ีเกิดจากสาเหตุ
อื่นๆ ทีส่ ่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นท่ีโดยรวมและการเข้าช่วยเหลอื บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
จากภัยพิบัติดังกล่าว เช่น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย เป็นต้น และ 3) จิตอาสาเฉพาะกิจ เป็นกิจกรรมจติ อาสา
พระราชทานที่มีวัตถุประสงค์ให้ปฏิบัติในงานพระราชพิธีหรือการรบั เสด็จในโอกาสต่างๆ เป็นการใช้กาลังพล
จิตอาสาร่วมปฏิบัติกับส่วนราชการท่ีเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือหรืออานวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มา
ร่วมงานรวมท้งั การเตรียมการ การเตรียมสถานที่ และการฟ้ืนฟูสถานท่ีภายหลังการปฏิบัตใิ นพระราชพิธีและ
การเสดจ็ ฯ ใหเ้ ปน็ ไปด้วยความเรียบรอ้ ย
โครงการจิตอาสา สานักงาน กศน. “กิจกรรมชุมชนจิตอาสาดีเด่น ประจาปี 2564” เป็นการถอด
บทเรียนการดาเนินงานด้านจิตอาสาพัฒนาในพ้ืนท่ีบ้านตุ่นใต้ หมู่ท่ี 1 ตาบลบ้านตุ่น อาเภอเมืองพะเยา
จังหวัดพะเยา และกลุ่มเป้าหมายหลักในการถอดบทเรียนกิจกรรมชุมชนจิตอาสา ได้แก่ ผู้นาท้องถิ่น ผู้นา
ชุมชนและประชาชนในชุมชนบ้านตุ่นใต้ หมู่ที่ 1 ตาบลบ้านตุ่น อาเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา จำนวน
34 คน ซึ่งกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมบาเพ็ญสาธารณประโยชน์ การอนุรักษ์
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอานวยความสะดวก และความปลอดภัย ในการดารงชีวิตประจาวัน การ
ประกอบอาชีพรวมทั้งการสาธารณสุข เป็นต้น โดยการเขา้ รว่ มกิจกรรมจิตอาสาขา้ งต้นมีวัตถุประสงค์เพือ่ เป็น
การพฒั นาสงั คมและชมุ ชนบ้านตุน่ ใต้ หมทู่ ่ี 1 ใหค้ นในชมุ ชนมีคุณภาพชวี ิตและความเป็นอยู่ท่ีดขี ึ้น
ทางโครงการได้กาหนดกระบวนการดาเนินงานไว้โดยมุ่งให้ความสาคัญไปท่กี ารถอดบทเรียนจากการ
ดาเนินกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา จากผู้นาท้องถ่ิน ผนู้ าชุมชนและประชาชนในชุมชนบ้านตุ่นใต้ หมู่ที่ 1 ตาบล
บ้านตุ่น อาเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา และ บุคลากร กศน.อาเภอเมืองพะเยา ท่ีเป็นผู้ร่วมกันถอดบทเรยี น
หลักในการทบทวนหรือสรุปประสบการณ์การทางานท่ีผ่านมา เพื่อสืบค้นความรู้จากการปฏิบัติงานโดยใช้
วธิ กี ารสกดั ความรแู้ ละประสบการณ์จากกลุ่มเป้าหมายที่ไดร้ ว่ มการปฏิบตั งิ าน เพอ่ื เป็นแนวทางในการปรับปรุง
พัฒนาการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย และสามารถเผยแพร่ศึกษาเรียนรู้ ซึ่งมีการกาหนดแผนการดาเนิน
กจิ กรรม ดงั นี้



รำยกำร วตั ถปุ ระสงค์ กลุม่ เป้ำหมำย สถำนท่ี
Plan (การวางแผน) 1. บุคลากร กศน. ณ ศาลา
ประชุมชแี้ จงวัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือสรา้ งความเข้าใจ อาเภอเมืองพะเยา เอนกประสงคบ์ า้ น
และแนวทางในการ ท่ตี รงกนั และเปน็ การ จานวน 24 คน ตุน่ ใต้ หมทู่ ี่ 1
ดาเนนิ งานรว่ มกบั ชมุ ชน เตรยี มความพรอ้ มในการ 2. ผ้นู าท้องถิ่น ผนู้ า ตาบลบ้านตนุ่
บ้านตนุ่ ใต้ หมทู่ ี่ 1 ตาบล ดาเนนิ งานของบุคลากร ชมุ ชนและประชาชน อาเภอเมอื งพะเยา
บ้านตุ่น อาเภอเมอื งพะเยา กศน.อาเภอเมอื งพะเยา ในชมุ ชน จานวน 10 จงั หวดั พะเยา
จงั หวัดพะเยา และชมุ ชน คน
2. เพอื่ สรา้ งความเขา้ ใจ จานวนผู้เข้าร่วม บ้านตุ่นใต้ หมูท่ ่ี 1
Do (การดาเนนิ การ) และวางแผนการ ประชมุ ฯ รวมท้ังหมด ตาบลบา้ นตนุ่
ลงพ้นื ทเ่ี พอ่ื ปฏบิ ตั ิตามแผน ดาเนินงานการศกึ ษา 34 คน อาเภอเมอื งพะเยา
ทก่ี าหนด ข้อมลู ท่ีเกีย่ วขอ้ งกับเร่ืองที่ จงั หวัดพะเยา
จะศึกษาเพ่ือถอดบทเรยี น 1. บคุ ลากร กศน.
3. เพอื่ วางแผนและ อาเภอเมอื งพะเยา ณ ศาลา
กาหนดบทบาทหน้าท่ีใน จานวน 24 คน เอนกประสงคบ์ า้ น
การดาเนนิ งาน 2. ผู้นาทอ้ งถน่ิ ผู้นา ต่นุ ใต้ หมทู่ ่ี 1
ชุมชนและประชาชน ตาบลบา้ นตุ่น
เพ่อื ดาเนินงานให้บรรลุ ในชุมชน จานวน 10 อาเภอเมืองพะเยา
ตามวัตถุประสงค์ คน จังหวัดพะเยา
จานวนผเู้ ขา้ รว่ ม
Check (การตรวจสอบ) เพอื่ สบื ค้นความรู้จากการ ประชมุ ฯ รวมท้ังหมด ณ ศาลา
34 คน เอนกประสงค์บ้าน
ทบทวนหรือสรุป ปฏบิ ัติงานโดยใช้วิธีการ 1. บุคลากร กศน. ต่นุ ใต้ หมทู่ ี่ 1
อาเภอเมอื งพะเยา
ประสบการณ์การทางานจติ สกดั ความรูแ้ ละ จานวน 24 คน
2. ผู้นาทอ้ งถน่ิ ผูน้ า
อาสาพฒั นาบ้านตนุ่ ใต้ หมู่ท่ี ประสบการณจ์ าก ชุมชนและประชาชน
ในชุมชน จานวน 10
1 ตาบลบา้ นต่นุ อาเภอ กลุม่ เปา้ หมายท่ไี ด้ร่วมการ คน
จานวนผู้เขา้ ร่วม
เมืองพะเยา จงั หวดั พะเยา ปฏบิ ตั ิงาน ประชมุ ฯ รวมทัง้ หมด
34 คน
ทีผ่ า่ นมา 1. บคุ ลากร กศน.
อาเภอเมอื งพะเยา
Action(การปฏบิ ตั เิ พ่อื เพ่ือเป็นแนวทางในการ จานวน 24 คน
ปรบั ปรุงหลังการตรวจสอบ) ปรับปรุงพฒั นาการ
สรุปขอ้ มูลจากการสืบคน้ ปฏิบตั งิ านใหบ้ รรลุ



ความรู้จากการปฏบิ ตั งิ าน เปา้ หมาย และสามารถ 2. ผนู้ าทอ้ งถิน่ ผูน้ า ตาบลบ้านตุน่
โดยใช้วธิ ีการสกัดความรู้ เผยแพรศ่ กึ ษาเรยี นรู้ ชุมชนและประชาชน อาเภอเมอื งพะเยา
และประสบการณ์จาก ในชมุ ชน จานวน 10 จงั หวัดพะเยา

กลุ่มเป้าหมายทไี่ ดร้ ่วมการ คน
ปฏบิ ัติงาน จานวนผ้เู ขา้ ร่วม

ประชมุ ฯ รวมทั้งหมด
34 คน

2.2 เคร่อื งมอื ท่ใี ช้ในกำรดำเนนิ งำน

จากกระบวนการดาเนินงานโครงการจิตอาสา สานักงาน กศน. “กิจกรรมชุมชนจิตอาสาดีเด่น
ประจาปี 2564” เป็นการถอดบทเรียนการดาเนินงานด้านจิตอาสาพัฒนาในพื้นท่ีบ้านตุ่นใต้ หมู่ที่ 1 ตาบล
บ้านตุ่น อาเภอเมอื งพะเยา จงั หวดั พะเยา ไดใ้ ช้เคร่ืองมอื ในการดาเนินงานดงั น้ี

1. การประชุมแบบกลุ่มย่อย เป็นกระบวนการประชุม เพ่ือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นประเด็นปัญหาและทา
ความเข้าใจร่วมกันถึงความจาเป็นและความสาคัญของปัญหาเพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาการ

ปฏบิ ัตงิ านใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายและสามารถเผยแพร่ศึกษาเรียนรู้ได้
2. การประชุมแบบเวทขี องผ้นู าท้องถน่ิ ผนู้ าชุมชนและประชาชนในชุมชน และบุคลากร กศน.อาเภอเมือง

พะเยา เพ่ือระดมความคดิ สาหรบั เป็นข้อมลู ในการถอดบทเรยี น

3. การสอบถาม/สัมภาษณ์ เฉพาะบุคคล กลุ่มบุคคล หรือชุมชน ใช้สาหรับการสารวจข้อมูลเพิ่มเติมให้
ชัดเจนมากข้ึน



บทท่ี ๓
ผลกำรถอดบทเรยี น
การถอดบทเรียนชมุ ชนจิตอาสาดเี ดน่ บ้านตุน่ ใต้ หมู่ท่ี ๑ ตาบลบ้านตนุ่ อาเภอเมอื งพะเยา จังหวดั
พะเยา ตามหัวขอ้ ดังน้ี
๑. ควำมคำดหวังกอ่ นดำเนนิ กำร
ความคาดหมายและวัตถุประสงค์การถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาดีเด่นของชุมชนบ้านตุ่นใต้ หมู่ท่ี ๑
ตาบลบ้านตนุ่ อาเภอเมอื งพะเยา จังหวัดพะเยา ตามขั้นตอนการปฏิบัตกิ ารจดั กิจกรรมจิตอาสาและการปฏบิ ัติ
กิจกรรมต่างๆในชุมชน รวมถึงการใช้หลักการทางานของวงจรคุณภาพ Deming (PDCA) มาปรับใช้ใน
การดาเนินงานกิจกรรมต่าง ๆ ภายในชุมชน ซ่ึงประกอบไปด้วย ขั้นตอนการวางแผนการจัดกิจกรรม (P)
ตอ้ งวางแผนให้ครอบคลมุ คือการกหนดกรอบหัวขอ้ ท่ีต้องการ ปรับปรุง เปล่ียนแปลง รวมไปถึง แกไ้ ขข้อมูล
ท่ีเกิดข้ึนในการปฏิบัติงานและการดาเนินกิจกรรม ขั้นตอนการปฏิบัติ (D) การลงมือ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง
ตามทางเลือกท่ีกาหนดไว้ตามแผนเพ่ือให้เป็นไปตามแผนท่ีได้วางไว้ร่วมกัน ขั้นตอนการตรวจสอบ (C)
การประเมินผลที่ได้รับจากการปรับปรุง เปล่ียนแปลงเพ่ือให้ทราบว่าบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่ เพ่ือเป็น
ประโยชน์ในการตรวจสอบขน้ั ถัดไป ขัน้ ตอนการดาเนินงานให้เหมาะสม (A) จะพิจารณาจากการตรวจสอบซึ่ง
จะมี ๒ กรณี ท้ังนี้จะเป็นไปตามแผนท่ีกาหนดและไม่เป็นไปตามแผนท่ีกาหนด ถ้าหากเป็นไปตามแผนที่
กาหนดก็ควรมีการพัฒนาต่อยอดต่อไป หากไม่เป็นไปตามแผนทก่ี าหนดก็ควรหาแนวทางแกไ้ ขและวธิ ีการใหม่
การศึกษาข้อมูลจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค เป็นเคร่ืองมือในการวิเคราะห์สถานะขององค์กรว่าเป็น
อย่างไรท้ังในแงข่ องจุดอ่อน จดุ แข็ง รวมถึงวิเคราะห์สถานะภาพแวดล้อมภายนอกทม่ี ีผลกระทบ ทั้งในแง่บวก
และแงล่ บขององค์กรวา่ เป็นอย่างไรบ้าง แตด่ ัดแปลงมาใช้วิเคราะห์ชุมชน ขั้นตอนแรก คอื การให้ความรู้แก่
คณะกรรมการหมู่บ้าน คณะกรรมการชุมชน กลุ่มองค์กร เครือข่ายต่างๆ ในการใช้เทคนิค SWOT ในการ
วิเคราะห์ชุมชน SWOT เป็นคาย่อมาจากคาว่า Strengths, Weaknesses, Opportunities, and Threats
โดย Strengths คือ จุดแข็ง หมายถึง ความสามารถและสถานการณ์ภายในองค์กรท่ีเป็นบวก ซ่ึงองค์กร
นามาใชเ้ ป็นประโยชน์ในการทางานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ หรอื หมายถึง การดาเนนิ งานภายในท่อี งคก์ รทาได้ดี
Weaknesses คือ จุดอ่อน หมายถึง สถานการณ์ภายในองค์กรท่ีเป็นลบและด้อยความสามารถ ซ่ึงองค์กร
ไม่สามารถนามาใช้เป็นประโยชน์ในการทางานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ หรือหมายถึง การดาเนินงานภายใน
ท่ีองค์กรทาได้ไม่ดี Opportunities คือ โอกาส หมายถึง ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกที่เอ้ืออานวยให้
การทางานขององค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ หรือหมายถึง สภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นประโยชน์ต่อ
การดาเนินการขององค์กร Threats คืออุปสรรค หมายถึง ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกท่ีขัดขวางการ
ทางานขององค์กรไม่ให้บรรลุวัตถุประสงค์ หรือหมายถึงสภาพแวดล้อมภายนอกท่ีเป็นปัญหาต่อองค์กร
บางครั้งการจาแนกโอกาสและอุปสรรคเป็นส่ิงที่ทาได้ยาก เพราะทั้งสองสิ่งน้ีสามารถเปล่ียนแปลงไป ซึ่ง
การเปลี่ยนแปลงอาจทาให้สถานการณ์ท่เี คยเปน็ โอกาสกลับกลายเปน็ อุปสรรคได้ และในทางกลบั กัน อุปสรรค
อาจกลบั กลายเปน็ โอกาสไดเ้ ช่นกัน ด้วยเหตุนี้องคก์ รมีความจาเป็นอย่างย่ิงทจ่ี ะต้องปรบั เปลี่ยนกลยุทธ์ของตน
ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์แวดล้อม และเม่ือใช้หลักการทางานโดยวงจรคุณภาพ Deming
(PDCA) และการใชเ้ ครื่องมือ SWOT กับชุมชนแล้วนั้น จาเป็นต้องศึกษาข้อเสนอแนะ และแนวทางการแก้ไข
ปัญหาที่เกิดขึ้นในการทากิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน รวมไปถึงหลักการพัฒนาต่อยอดในการทากิจกรรม



โครงการต่าง ๆ เพ่ือให้เกิดประโยชน์ต่อสูงสุดต่อชุมชน และประชาชนสามารถนาความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์
ใชใ้ นการดาเนินชวี ิตและพัฒนาคณุ ภาพชีวิตของตนเองได้
๒. สิ่งที่เกิดขนึ้ จรงิ หลงั กำรดำเนินกจิ กรรม

กระบวนการเรียนรทู้ ่เี กิดขึน้ จากการถอดบทเรยี นของชุมชนบ้านตนุ่ ใต้ หมู่ที่ ๑ ตาบลบ้านตนุ่ อาเภอ
เมืองพะเยา จงั หวัดพะเยา คอื
๑. การที่ชุมชนมีความรัก ความสามัคคีในการทางานในชุมชนร่วมกันจะทาให้กิจกรรมในชุมชนประสบ
ความสาเร็จ
๒. การที่ชุมชนพ่ึงตนเองเป็นหลักในการทางานทาให้สามารถยืนได้ด้วยลาแข้งของตนเอง โดยไม่หวังความ
ชว่ ยเหลือจากภาครัฐและหน่วยงานราชการ ทาให้ชุมชนสามารถสามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง การช่วยเหลือจาก
ภาครฐั หรือหน่วยงานราชการถอื วา่ เป็นผลพลอยได้
๓. การทางานของชมุ นที่รว่ มกันระหว่าง บา้ น วดั โรงเรียน (บวร) ซ่ึงสังคมท่ีเก้ือกูล ส่งเสริม ช่วยเหลอื ซึ่งกัน
และกันในวงเวยี นชุมชนน้ันๆ ความเจริญที่แท้จรงิ ของชมุ ชนที่จะมีความสุขจงึ จะสมบูรณแ์ บบ
๔. มกี ารประชุมวางแผนการทางานและการทากิจกรรมรว่ มกันของคนในชมุ ชนทุกภาคส่วน ซึ่งทาให้กจิ กรรม
และการทางานสามารถสาเร็จเสรจ็ สน้ิ ได้ตามวัตถปุ ระสงค์ของงานหรือกิจกรรม หากมปี ัญหาเกิดขน้ึ ก็สามารถ
ชว่ ยกนั แกไ้ ขได้ทนั ที ทันเวลา
๕. มีผู้นาท่ีมีความสามารถ เข้าใจ เข้าถึงประชาชนในชุมชน ทาให้ความสามัคคี และการทางานต่าง ๆ ใน
ชมุ ชนมกั เกดิ ขน้ึ จากใจ ไม่มีการบังคบั
๖. รางวัลทช่ี มุ ชนไดร้ บั มีจานวนมาก เช่น รางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ รางวัลชมุ ชนคุณธรรม ฯลฯ
ทกุ รางวัลท่ีชุมชนไดร้ ับเกิดจากการปฏิบัติตนและการทางานแบบรวมใจของประชาชนในชุมชน และทกุ คนใน
ชมุ ชนยงั คงปฏบิ ตั ิตนตามแบบอย่างของรางวัลท่ไี ดร้ บั
๗. การทาสัมมาชีพของประชาชนในชุมชนสามารถขยายผลไปยังประชาชนในชุมชนได้อย่างท่ัวถึงทาให้
เศรษฐกิจของชุมชนมีการขบั เคล่อื นได้ด้วยตนเอง
๘. การนาแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใชก้ บั ชุมชนทาให้ชมุ ชนสามารถพึงพาตนเองได้
๙. การเคารพ รัก และเชิดชูซ่ึงสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ของประชาชนในชุมชน
ซึง่ แสดงออกผ่านกิจกรรมในชมุ ชนเสมอ เชน่ การทากิจกรรมจติ อาสาพัฒนาหมบู่ า้ นเนอ่ื งในวันสาคญั ต่าง ๆ



บทท่ี 4
สรปุ ผลกำรถอดบทเรยี น
บ้านตุ่นใต้ หมู่ท่ี 1 ตาบลบ้านตุ่น ได้ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจครัวเรือนมีรายได้น้อย รายรับไม่
เพียงพอกับรายจ่ายทาให้เกิดปัญหาหนี้สิน ชุมชนในหมู่บ้านร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่มีจิตอาสาที่
ตอ้ งการพัฒนาชมุ ชน ร่วมกันวิเคราะหป์ ญั หาและแนวทางแก้ไขโดยขั้นตอนการปฏิบตั ิการจัดกจิ กรรมจิตอาสา
และการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน รวมถึงการใช้หลักการทางานของวงจรคุณภาพ Deming (PDCA) มา
ปรับใชใ้ น การดาเนินงานกิจกรรมตา่ ง ๆ ภายในชมุ ชน ซึ่งประกอบไปดว้ ย ขัน้ ตอนการวางแผนการจดั กจิ กรรม
(P) ต้องวางแผนให้ครอบคลุม คือ การกาหนดกรอบหัวข้อท่ีต้องการ ปรับปรุง เปลีย่ นแปลง รวมไปถึง แก้ไข
ข้อมูลท่ีเกิดขึ้นในการปฏิบัติงานและการดาเนินกิจกรรม ข้ันตอนการปฏิบัติ (D) การลงมือ ปรับปรุง
เปล่ียนแปลงตามทางเลือกท่ีกาหนดไว้ตามแผน เพื่อให้เป็นไปตามแผนท่ีได้วางไว้ร่วมกัน ขั้นตอนการ
ตรวจสอบ (C) การประเมินผลท่ีได้รับจากการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทราบว่าบรรลุตามวัตถุประสงค์
หรือไม่ เพ่ือเปน็ ประโยชน์ในการตรวจสอบขั้นถดั ไป ข้ันตอนการดาเนินงานให้เหมาะสม (A) จะพิจารณาจาก
การตรวจสอบซึง่ จะมี ๒ กรณี ทัง้ น้ีจะเป็นไปตามแผนที่กาหนดและไม่เป็นไปตามแผนที่กาหนด ถา้ หากเป็นไป
ตามแผนที่กาหนดก็ควรมีการพฒั นาต่อยอดตอ่ ไป หากไมเ่ ป็นไปตามแผนท่กี าหนดกค็ วรหาแนวทางแก้ไขและ
วิธีการใหม่ การศึกษาข้อมูลจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์สถานะของ
องคก์ รวา่ เป็นอย่างไรท้ังในแง่ของจุดอ่อน จดุ แข็ง รวมถึงวเิ คราะหส์ ถานะภาพแวดล้อมภายนอกทีม่ ีผลกระทบ
ทง้ั ในแง่บวกและแง่ลบขององค์กรวา่ เป็นอยา่ งไรบ้าง แต่ดัดแปลงมาใช้วิเคราะห์ชุมชน ข้ันตอนแรก คือ การ
ให้ความรู้แก่คณะกรรมการหมู่บา้ น คณะกรรมการชุมชน กล่มุ องค์กร เครือข่ายตา่ งๆ ในการใชเ้ ทคนิค SWOT
ในการวิเคราะห์ชุมชน SWOT ย่อมาจากคาว่า Strengths, Weaknesses, Opportunities, and Threats
โดย Strengths คือ จุดแข็ง หมายถึง ความสามารถและสถานการณ์ภายในองค์กรท่ีเป็นบวก ซึ่งองค์กร
นามาใชเ้ ป็นประโยชนใ์ นการทางานเพ่อื บรรลวุ ตั ถุประสงค์ หรือหมายถึง การดาเนินงานภายในท่ีองคก์ รทาได้ดี
Weaknesses คือ จุดอ่อน หมายถึง สถานการณ์ภายในองค์กรที่เป็นลบและด้อยความสามารถ ซึ่งองค์กรไม่
สามารถนามาใช้เป็นประโยชน์ในการทางานเพ่ือบรรลุวัตถุประสงค์ หรือหมายถึง การดาเนินงานภายในที่
องค์กรทาได้ไม่ดี Opportunities คือ โอกาส หมายถึง ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกท่ีเอ้ืออานวยให้
การทางานขององค์กรบรรลุวัตถุประสงค์หรือหมายถึงสภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นประโยชน์ต่อ การ
ดาเนินการขององค์กร Threats คืออุปสรรค หมายถึง ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกที่ขัดขวางการทางาน
ขององค์กรไม่ให้บรรลุวัตถุประสงค์ หรือหมายถึงสภาพแวดลอ้ มภายนอกท่ีเป็นปัญหาต่อองค์กร บางคร้ังการ
จาแนกโอกาสและอุปสรรคเป็นสิ่งที่ทาไดย้ าก เพราะท้งั สองสิ่งนี้สามารถเปล่ียนแปลงไป ซง่ึ การเปลี่ยนแปลง
อาจทาให้สถานการณ์ที่เคยเป็นโอกาสกลับกลายเป็นอุปสรรคได้ และในทางกลับกัน อุปสรรคอาจกลับ
กลายเปน็ โอกาสได้เชน่ กัน ด้วยเหตนุ ี้องค์กรมีความจาเป็นอยา่ งย่ิงทีจ่ ะตอ้ งปรบั เปล่ียนกลยุทธข์ องตนให้ทนั ต่อ
การเปลี่ยนแปลงของสถานการณแ์ วดลอ้ ม และเมอ่ื ใชห้ ลักการทางานโดยวงจรคณุ ภาพ Deming (PDCA) และ
การใช้เคร่ืองมือ SWOT กับชุมชนแล้วน้ัน จาเป็นต้องศึกษาข้อเสนอแนะ และแนวทางการแก้ไขปัญหาท่ี
เกิดข้นึ ในการทากิจกรรมตา่ ง ๆ ของชุมชน รวมไปถงึ หลกั การพฒั นาต่อยอดในการทากจิ กรรม
บ้านตุ่นใต้ หมู่ที่ 1 ตาบลบ้านตุ่น ได้จัดทาโครงการต่าง ๆ เพ่ือให้เกิดประโยชน์ต่อสูงสุดต่อชุมชน
และประชาชนสามารถนาความรู้ที่ได้รับไปประยุกตใ์ ช้ในการดาเนนิ ชวี ิตและพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตของตนเองได้
ทาให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงสู่ความม่ันคง ม่ังค่ัง ยั่งยืน เฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 10 เป็นหมู่บ้าน
ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่มีความเข้มแข็ง จุดเด่นหมู่บ้านคือ ผู้นา และคนในชุมชน มีศักยภาพ ทุ่มเท
เสียสละ มีจิตสาธารณะ จึงทาให้การดาเนินกิจกรรมต่างๆ ในชุมชนประสบความสาเร็จ ชุมชนได้รับ

๑๐

งบประมาณในการสร้างศูนย์การเรียนรู้ อันเน่ืองมาจากพระราชดาริ บ้านตุ่นใต้ หมู่ท่ี 1 รวมท้ังมีกลุ่มออม
ทรัพยเ์ ครดิตยูเนยี นบ้านตุ่นดาเนินการจัดตั้งกองทุนกลุม่ ออมทรัพย์เครดิตยเู นี่ยน สมาชิกมีความรับผิดชอบไม่
มีหนี้เสีย รวมถึงกลุ่มออมทรพั ย์อืน่ ๆ ไมน่ ้อยกว่า 5 กลมุ่ เป็นหมู่บ้านศีล 5 ปลอดอบายมุข ปลอดเหล้า บุหร่ี
การพนัน มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี ส่งิ แวดลอ้ มชุมชน มีจิตอาสาท่ีมีความเสียสละ มีการร่วมกิจกรรม
พฒั นาในแต่ละเดือนไม่น้อยกวา่ 4-5 กิจกรรม มีศนู ย์สามวัยท่ีมีกิจกรรมอยา่ งต่อเน่ืองทกุ อาทิตย์ โดยเฉพาะ
กิจกรรมผูส้ ูงอายุ เปน็ หม่บู า้ นทอ่ งเท่ยี วนวัตวถิ ี มีแหลง่ ท่องเทีย่ วในชมุ ชน ธรรมมาสนโ์ บราณ บา้ นมะเก่า และ
วิถีชมุ ชน มคี รวั เรือนต้นแบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง ทม่ี ีผู้มาศกึ ษาดงู านอย่างตอ่ เนือ่ ง มกี ลุ่มวสิ าหกิจชมุ ชน 3 กลุ่ม
สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน มีสัมมาชีพท่ีเป็นต้นแบบขยายผลให้ให้ครอบครัวและชุมชนอ่ืนๆ มีการจัดทา
บัญชีครัวเรือนเพ่ือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในครัวเรือน มีการส่งเสริมอาชีพหลักและอาชีพเสริม เช่น การลูก
พชื ผักสวนครัว การเลย้ี งปลา การเลี้ยงกบ และการเลี้ยงไกไ่ ข่ การสนับสนุนและพัฒนาขีดความสามารถด้าน
การผลิต การแปรรูป การตลาด การสินค้าชุมชน และสินค้า OTOP ให้มีคุณภาพ มีปราชญ์ชาวบ้านที่มีความ
เชี่ยวชาญในการถ่ายทอดความร้ใู นการส่งเสริมอาชีพ รวมถึงการมีส่วนรว่ มของภาคีเครือข่ายต่างๆ ท่ีร่วมกัน
บริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ให้ประสบผลสาเร็จและแนวทางการแกไ้ ขปญั หาที่เกิดขึ้นในการทากิจกรรมต่าง
ๆ ของชุมชน รวมไปถงึ หลกั การพัฒนาต่อยอดในการทากจิ กรรมโครงการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสูงสุด
ตอ่ ชุมชน และประชาชนสามารถนาความรู้ที่ได้รับไปประยกุ ต์ ใช้ในการดาเนินชีวิตและพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของตนเองได้

ผลผลติ และผลลพั ธท์ ี่มตี อ่ พ้นื ทแี่ ละชุมชน/ประชำชนในพนื้ ท่ี
ผลผลติ (Output)
- บา้ นตุน่ ใต้ หมู่ที่ 1 ตาบลบา้ นตุน่ อาเภอเมอื ง จังหวดั พะเยา เปน็ ตน้ แบบชุมชนจิตอาสา

ผลลัพธ์ (Outcomes)
- ชุมชน บ้านตุ่นใต้ หมู่ที่ 1 ตาบลบ้านตุ่น อาเภอเมือง จังหวัดพะเยา ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและ
แนวทางแก้ไขโดยขั้นตอนการปฏิบตั กิ ารจัดกจิ กรรมจติ อาสาและการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตา่ งๆ ในชมุ ชน รวมถึงการ
ใช้หลักการทางานของวงจรคุณภาพ Deming (PDCA) มาปรับใช้ใน การดาเนินงานกิจกรรมต่าง ๆ ภายใน
ชุมชน มีรปู แบบกระบวนการการจัดการเรยี นรู้ทด่ี ี มกี จิ กรรมการเรียนรู้ของชมุ ชนจิตอาสาอย่างตอ่ เน่ือง ท่เี กิด
จากการลงมือปฏบิ ัติ ทั้งที่ชมุ ชนดาเนินการเอง องค์ความรู้ทีเ่ กิดข้ึนในชุมชนที่สามารถนามาใช้เป็นแนวทางใน
การเลือกตดั สนิ ใจในการไขแกป้ ญั หาของชุมชนจิตอาสา และเพอ่ื พัฒนาการดาเนนิ ชีวิตให้มคี วามเหมาะสมกับ
สภาพบริบทของชมุ ชน และสามารถเป็นตน้ แบบชมุ ชนจิตอาสาให้กบั พื้นทีอ่ น่ื ท่ีมีบริบทคล้ายคลงึ กันได้ รวมท้ัง
การมีส่วนร่วมของภาคเี ครอื ข่ายตา่ งๆ ท่ีรว่ มกนั บรหิ ารจัดการศนู ยก์ ารเรียนรู้และกจิ กรรมจิตอาสาในชมุ ชนให้
ประสบผลสาเร็จและแนวทางการแก้ไขปัญหาท่เี กิดข้ึนในการทากิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน รวมไปถึงหลักการ
พฒั นาตอ่ ยอดในการทากิจกรรมโครงการตา่ ง ๆ เพือ่ ให้เกิดประโยชน์ตอ่ สูงสดุ ต่อชมุ ชน และประชาชนสามารถ
นาความรู้ท่ไี ด้รบั ไปประยกุ ต์ ใชใ้ นการดาเนินชวี ติ และพัฒนาคุณภาพชวี ติ ของตนเองได้

๑๑

บทท่ี ๕
ข้อเสนอแนะ

จากการถอดบทเรียนชมุ ชนจิตอาสาดีเด่น ชุมชนบา้ นตุ่นใต้ หมู่ท่ี๑ ตาบลบ้านตุ่น อาเภอเมืองพะเยา
จงั หวดั พะเยา มขี อ้ เสนอแนะ ดังนี้

1. ส่งเสริมให้คนในชุมชนได้มีการปฏิบัติตนระเบียบข้อบังคับของหมู่บ้านให้เป็นไปตามวัฒนธรรม
ประเพณีสบื เนอ่ื งตอ่ ไป

2. ในการจดั กระบวนการเรียนรู้หรอื กิจกรรมต่างๆไมค่ วรจดั กจิ กรรมในช่วงฤดทู านาของคนในชุมชน
3. ปรบั เปลี่ยนแผนการปฏบิ ตั งิ านประจาปใี ห้เหมาะสมกับสภาพบรบิ ทของชุมชน
๔. การพฒั นาบคุ ลากร ของท้ังชุมชนและ กศน. ในบทบาทการเปน็ จติ อาสาที่สามารถเผยแพร่ความรู้

ใหก้ บั บุคคลอน่ื ๆหรือชุมชทีม่ ีบริบทคล้ายคลึงกันได้
๕. ควรทา MOU เพ่ือประสานความรว่ มมือกับหนว่ ยงานภาคีเครอื ข่ายที่เกยี่ วข้องในการขับเคล่อื น

โครงการจติ อาสา เพื่อพัฒนาองคก์ รและชุมชนใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพ

๑๒

ภำคผนวก

กรอบแนวคิดกำรถอดบทเรียน ขน้ั ตอนการถอดบทเรียน/เครอื่ งมอื ๑๓

การรถอดบทเรยี น ผลลพั ธ์

ก่อนดำเนินกจิ กรรม จดั ประชุม ช้ีแจงวัตถปุ ระสงค์ และวางแผนแนวทางใน - ขอ้ มลู ชุมชนจติ อาสาบา้ นตุ่น
การถอดบทเรยี นกิจกรรมชมุ ชนจิตอาสาร่วมกับชุมชน ใต้ หมู่ 1
ศึกษาข้อมูลชุมชน เพอ่ื สร้างความเขา้ ใจใหไ้ ปในทศิ ทางเดยี วกัน - องค์ความรแู้ ละแนวทางการ
ปฏิบัตกิ ารตอ่ ยอดและขยายผล
จติ อาสาการนาข้อมลู ใช้การจัดเวทีวิเคราะห์ SWOT และแนวทางการพัฒนา ของชุมชนจติ อาสา
วตั ถปุ ระสงค์มาวางแผนการถอด ให้ชุมชนจิตอาสาบ้านตุ่นใต้ เป็นชุมชนต้นแบบในการ
ตอ่ ยอดชมุ ชนจิตอาสา - การถอดบทเรยี นและองค์
บทเรยี น ความรู้
จดั เวทรี วบรวมองคค์ วามรู้ท่ไี ดจ้ ากการวเิ คราะหข์ ้อมลู - ไดร้ บั ความรู้กระบวนการ
ของชุมชนจติ อาสาเป็นขอ้ มลู แนวทางการตอ่ ยอดและ เรียนรู้และแนวทางการบริหาร
ขยายผลชุมชนจิตอาสา จัดการชมุ ชนจิตอาสาบา้ นต่นุ ใต้
หม่ทู ี่ 1
หลงั การดาเนินกิจกรรม สรุปองค์ความรู้ท่ีได้จากการถอดเรียนชุมชนจิตอาสา
รว่ มกบั ชมุ ชนและภาคีเครอื ข่ายทเี่ กยี่ วขอ้ ง กระบวนการเรียนรู้ เทคนิค
เกิดกระบวนการเรียนรู้ ปัจจยั และรูปแบบการบริหาร
จดั เวทแี ลกเปล่ยี นเรยี นร้ผู ลการถอดบทเรียนและ จัดการของชุมชนจติ อาสาบา้ น
แนวทางการปฏบิ ัติของ นาเสนอสรปุ ผลต่อชุมชนและภาคเี ครอื ขา่ ยที่เกี่ยวข้อง ตุน่ ใต้หมู่ 1
ชมุ ชนจิตอาสา
องคค์ วามรชู้ มุ ชนจิตอาสา
ส่ิงดๆี ทีเ่ กิดขึน้ /ปัจจัย ทบทวนองค์ความรแู้ ละสิ่งท่ไี ดร้ บั ในการถอดบทเรยี น บา้ นตนุ่ ใตห้ มู่ 1 ท่สี ามารถ
แหง่ ควำมสำเร็จ นาไปประยุกต์ใช้ในการ
ปัจจัยแห่งความสาเร็จของชุมชนจิตอาสา การวางแผน แกป้ ัญหาของชุมชน การต่อ
การส่ือสารและความ การดาเนินงานของชมุ ชน ยอด ขยายผล และการจัดทา
รว่ มมอื ของชมุ ชนจติ
อาสาบ้านตุ่นใต้ หมู่ 1 กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนจิตอาสากับหน่วยงานท่ี รายงานสรปุ
เก่ียวข้องทั้ง กศน. ภาคีเครือข่าย บ้าน วัด โรงเรียน
องคค์ วำมร้ทู ่ีไดจ้ ำกกำรถอด องค์การบรหิ ารสว่ นตาบลบ้านตนุ่
บทเรยี น
สรปุ องคค์ วามรู้ ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางการ
และการจัดทารายงานสรุป พฒั นาต่อยอดชมุ ชนจิตอาสาและจัดทารายงานสรปุ

ประมวลสรปุ และวเิ คราะหผ์ ลการดาเนนิ งานการถอด
บทเรยี นเพอ่ื การบริหารจัดการชุมชนจติ อาสา

ประมวลภำพกจิ กรรม

ชมุ ชนจิตอาสาดีเด่น โครงการโรงเรียนศูนยส์ ามวยั กจิ กรรมศนู ยอ์ นุรกั ษค์ วายไทย

ชมุ ชนจติ อาสาดเี ดน่ โครงการโรงเรียนศนู ยส์ ามวยั กิจกรรมดนตรีพ้นื บ้าน (ปา้ ดแน , สะลอ้ ซอ ซงึ )

ชมุ ชนจติ อาสาดเี ด่น โครงการโรงเรยี นศนู ยส์ ามวัย กจิ กรรมธนาคารน้าใตด้ นิ

ชมุ ชนจติ อาสาดเี ด่น โครงการโรงเรยี นศนู ยส์ ามวยั กจิ กรรมโรงเรียนชาวนา

ชมุ ชนจติ อาสาดเี ดน่ โครงการโรงเรียนศนู ยส์ ามวยั กิจกรรมโฮงทานบญุ นาพา ฝ่าวกิ ฤตโควิด-19

ชมุ ชนจติ อาสาดเี ด่น โครงการโรงเรยี นศูนยส์ ามวยั กจิ กรรมจิตอาสาพัฒนาชมุ ชน

ชมุ ชนจติ อาสาดเี ดน่ โครงการโรงเรยี นศนู ย์สามวัย กจิ กรรมศลิ ปะปูนป้นั กระถางดอกไม้

ชมุ ชนจติ อาสาดเี ด่น โครงการโรงเรยี นศนู ยส์ ามวยั กจิ กรรมตรวจสขุ ภาพประจาสปั ดาห์ (ทกุ วันอาทิตย)์

ชมุ ชนจติ อาสาดเี ดน่ โครงการโรงเรยี นศนู ยส์ ามวยั กิจกรรมเยี่ยมผ้ปู ว่ ยติดเตยี ง

ชมุ ชนจติ อาสาดเี ด่น โครงการโรงเรยี นศูนยส์ ามวยั กจิ กรรมการสรา้ งฝายชะลอนา้

เคร่ืองมอื ทีใ่ ช้ในกำรถอดบทเรยี น

เคร่อื งมอื ที่ใช้ในกำรดำเนินงำน
จากกระบวนการดาเนินงานโครงการจิตอาสา สานักงาน กศน. “กิจกรรมชุมชนจิตอาสาดีเด่น

ประจาปี 2564” เป็นการถอดบทเรียนการดาเนินงานด้านจิตอาสาพัฒนาในพ้ืนท่ีบ้านตุ่นใต้ หมู่ที่ 1 ตาบล
บา้ นตุน่ อาเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ไดใ้ ชเ้ ครือ่ งมือในการดาเนินงานดังน้ี

1. การประชมุ แบบกล่มุ ยอ่ ย เปน็ กระบวนการประชมุ เพือ่ แลกเปลย่ี นขอ้ คิดเหน็ ประเดน็ ปญั หาและทา
ความเข้าใจร่วมกันถึงความจาเป็นและความสาคัญของปัญหาเพื่อหาแนวทางในการปรับปรุง
พัฒนาการปฏบิ ัติงานให้บรรลุเป้าหมายและสามารถเผยแพร่ศึกษาเรียนรู้ได้

2. การประชุมแบบเวทขี องผนู้ าทอ้ งถิ่น ผู้นาชุมชนและประชาชนในชุมชน และบคุ ลากร กศน.อาเภอเมอื ง
พะเยา เพอ่ื ระดมความคิดสาหรับเปน็ ขอ้ มลู ในการถอดบทเรียน

3. การสอบถาม/สัมภาษณ์ เฉพาะบุคคล กลุ่มบุคคล หรือชุมชน ใช้สาหรับการสารวจข้อมูลเพ่ิมเติมให้
ชัดเจนมากขนึ้
เคร่อื งมือ/กระบวนกำร
-การสมั ภาษณ์ สอบถาม
- การจัดเวทแี ลกเปล่ยี นเรียนรู้
– การทา Mind Map
- การประชมุ
- บันทกึ ภาพถ่าย

คณะผถู้ อดบทเรี

ที่ปรึกษำ

นางจารณุ ี แก้วประภา ผูอ้ านวยการกศน.อาเภอเมอื งพะเยา
นางสาวเมธาพร ฝอยทอง บรรณารกั ษช์ านาญการ

คณะทำงำน

๑. นางสาวเนตรนภา ประเสรฐิ สังข์ ครูผ้ชู ว่ ย
ครอู าสาสมคั รฯ
๒. นางสาวรินทรภ์ ศา ชยั วร ครอู าสาสมัครฯ
๓. นางกรชนก ตาปัญโญ ครูอาสาสมคั รฯ
ครอู าสาสมคั รฯ
๔. นายวุฒิภัทร์ เผ่าฟู ครูอาสาสมัครฯ
๕. นายอานวย ขยันขาย ครกู ศน.ตาบล
๖. นางกฤตกรณ์ ธนะเพทย์ ครกู ศน.ตาบล
ครูกศน.ตาบล
๗. นางวิลาวลั ย์ เมอื งสวุ รรณ ครกู ศน.ตาบล
๘. นางสาววิมลพรรณ จันทรข์ าว ครกู ศน.ตาบล
ครกู ศน.ตาบล
๙. นางวนั วิสาข์ งามเมือง ครูกศน.ตาบล
๑๐.นางสาวเบญญาภา ต่อมคา ครูกศน.ตาบล
๑๑.นางธารนิ รดา ขนั ธ์รตั น์ ครูกศน.ตาบล
ครกู ศน.ตาบล
๑๒.นางสาวสายสมร ยานะ ครกู ศน.ตาบล
1๓.นางบานเย็น กลมไล ครกู ศน.ตาบล
ครูกศน.ตาบล
1๔.นายธนธัส ใจยืน ครูกศน.ตาบล
1๕.นายวชิรานวุ ฒั น์ พัฒใหม่ บรรณารกั ษ์อตั ราจ้าง
1๖.นายรณชติ ใจหม่นั เจ้าหนา้ ที่บนั ทึกขอ้ มูล

1๗.นายธนพตั อ้อยมูล ครูผูช้ ว่ ย
๑๘.นายญาณพฒั น์ ขัติยศ ครูกศน.ตาบล

1๙.นายธเนศ ปณุ วิจติ ร
๒๐.นายธีราภวิ ัฒน์ เบกิ บาน
๒๑. นายวีรณฐั บุญเรือง

๒๒.นางสาวเกศรา หิติ

รวบรวม และจัดทำรูปเลม่
๑. นางสาวเนตรนภา ประเสรฐิ สังข์
๒. นางสาววิมลพรรณ จันทรข์ าว


Click to View FlipBook Version