The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by parintorn64, 2021-03-21 23:32:03

CS Journal EX.05

โรงเรียนอนุบาลคริสตสงเคราะห์








ปรัชญา การศึกษาพัฒนาคนให้เป็นคนดี สร้างสรรค์อย่างเสรี

มีความพร้อมด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม


และสติปัญญา

คติพจน์ มีวินัย ใฝ่ความรู้ มุ่งสู่คุณธรรม

คำาขวัญ พัฒนาการดี มีความสุข


















โรงเรียนคริสตสงเคราะห์










วิสัยทัศน์ อัตลักษณ์เด่น เป็นโรงเรียนมาตรฐานการศึกษาคาทอลิก


มุ่งสัมฤทธิ์ผลแบบองค์รวม

ปรัชญา การศึกษา คือการพัฒนาคนทั้งครบ ให้เป็นคนดี มีความรู้


รักความจริงเพื่อการดำารงชีวิตอย่างมีความสุข


คติพจน์ มีระเบียบวินัย ใฝ่ความรู้ คู่คุณธรรม

คำาขวัญ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ ร่มเย็น เน้นความสะอาด

สารบัญ






โรงเรียนอนุบาลคริสตสงเคราะห์ สารจากแทนผู้รับใบอนุญาต.........................................................................................4


ที่ปรึกษา / Adviser : สารจากผู้อำานวยการ ร.ร.คริสตสงเคราะห์...................................................................5
สารจากผู้อำานวยการ ร.ร.อนุบาลคริสตสงเคราะห์.......................................................6
บาทหลวงวัชรินทร์ สมานจิต การยกระดับมาตรฐานการศึกษาเทียบเคียงมาตรฐานสากล........................................7
นายสุพรรณ สุวิชากร ประเมินสถานศึกษาพอเพียง........................................................................................9
นางยุพิน ฉันทพิริยกุล การเรียนการสอนโปรแกรม IEP.................................................................................11
นางอรทัย สุรทัตโชค Instruction Program IEP........................................................................................13
นางสาววาสนา ใจบุญ จาก MEP สู่ IEP.........................................................................................................15

นางพิมพ์มาลา เรขวัฒนะ การพัฒนาศักยภาพครู...............................................................................................16
นายสมจิตร์ ษรสกุลทรัพย์ Teaching research forum (เวทีวิจัยการสอน).......................................................17
นายอุเทน มูลผดุง การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียน.......................................................................18

สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข.........................................................19
บรรณาธิการ / Editor : ยาเสพติด : เยาวชนไทยต้องรู้... แต่ไม่ต้องลอง..........................................................20

นางสาวมณีรัตน์ โล่เรืองสมบูรณ์ เตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียน.................................................................................21
เตรียมลูกเข้า ร.ร อนุบาลอย่างไร...............................................................................26
กองบรรณาธิการ / Project based learning.........................................................................................30

Editorial Department : โครงงานสังขยาใบเตยจากนม....................................................................................31
นางสาวศิริวรรณ รักสงบ โครงงานตะกร้าจากฝาขวดน้ำา...................................................................................32
นางพัชรา สุวรรณพุ่ม มาตรการการป้อง COVID-19....................................................................................33
โรงเรียนคริสตสงเคราะห์ นายปรินทร หลิ่วพงศ์สวัสดิ์ เรียนรู้การป้องกันตนเองจาก COVID 19...................................................................34

ความเหมือนที่แตกต่าง (Covid 19 vs ไข้หวัดใหญ่)..................................................35
นายธนวัฏ เอี่ยมชะโอด
นางสาวธัญพิชชา ไข่แก้ว ทันโลกเทคโนโลยี.......................................................................................................36
เรียนรู้เรื่องดนตรี.........................................................................................................37

คริสตะพาเพลิน..........................................................................................................38
ประชาสัมพันธ์การรับสมัครนักเรียนเข้าใหม่...............................................................39


บทบรรณาธิการ



การเรียนการสอนในปัจจุบันล้วนแล้วแต่มีการนำาองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เป็นสื่อนวัตกรรม
ทางการศึกษารวมไปถึง รูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันออกไป โดยออกแบบให้มีสภาพการเรียนรู้
ที่เหมาะสมกับผู้เรียนและสภาพแวดล้อม ทำาให้เกิดแรงผลักดันที่สำาคัญ ซึ่งทำาให้หลายประเทศ
ต้องปฏิรูปคุณภาพการศึกษา การจัดการศึกษาจึงเป็นตัวบ่งชี้ที่สำาคัญประการหนึ่งสำาหรับกระบวนการ
การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การแข่งขันในเวทีโลกของแต่ละประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้ตระหนัก
ถึงความสำาคัญนี้จึงมีการปฏิรูปการศึกษาของไทยให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
โรงเรียนคริสตสงเคราะห์และโรงเรียนอนุบาลคริสตสงเคราะห์ ได้ปรับยุทธศาสตร์
การเรียนการสอนและกระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับศตวรรษที่ 21 และมีความเป็นสากล
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า วารสารสายใยเล่มนี้ จะเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ทำาให้ผู้ปกครอง ครู
นักเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้เช้าใจและร่วมมือกันในกระบวนการเรียนรู้ของศตวรรษที่ 21 และ
ความเป็นมาตรฐานสากลทางการศึกษาอย่างดี
ปีที่ 27 ฉบับที่ 43 เดือนตุลาคม 2563 บรรณาธิการ
ครูมณีรัตน์ โล่เรืองสมบูรณ์

สารจากผู้อำ นวยการ



โรงเรียนคริสตสงเคราะห์



















สารจากแทนผู้รับใบอนุญาต






สวัสดีท่านผู้ปกครอง ศิษย์เก่า คณะครู บุคลากรสนับสนุนและนักเรียนที่รักทุกท่าน

ปีการศึกษา 2563 เป็นปีการศึกษาแรกของพ่อที่ได้รับมอบหมายจากทางสังฆมณทลจันทบุรี
ให้มาปฏิบัติหน้าที่ผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต / ผู้จัดการโรงเรียนคริสตสงเคราะห์และโรงเรียนอนุบาล
คริสตสงเคราะห์ พ่อมุ่งเน้นที่จะสานต่อนโยบายการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของทั้งสองโรงเรียน

โดยได้ขับเคลื่อนนโยบายในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาเทียบเคียงมาตรฐานสากล (World - Class
Standard School) บนพื้นฐานอัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิกและได้ดำาเนินการลงสู่วิถีการปฏิบัติในโรงเรียน


ภายใตการสร้างความตระหนักให้แก่บุคลากรทุกระดับ ซึ่งความสำาเร็จจะเกิดจากความร่วมแรงรวมใจ

ในการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วน
ในปีการศึกษา 2563 ทางโรงเรียนได้มีการบูรณะอาคารสถานที่ ปรับภูมิทัศน์ เพื่อเอื้ออำานวย

ต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้ มีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนจากโปรแกรม MEP (Mini English
Program) ไปสู่หลักสูตรโปรแกรม IEP (Intensive English Program) เพื่อให้ผู้เรียนทุกระดับชั้นได้

พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและการเรียนรู้ 5 รายวิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
สังคมศึกษา พลศึกษา และวิทยาการคำานวณ และในก้าวต่อ ๆ ไป ทางโรงเรียนยังคงต้องมีการพัฒนา
อย่างต่อเนื่อง มุ่งพัฒนาให้นักเรียนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม โดยเฉพาะการปลูกฝัง

คุณธรรมจริยธรรมซึ่งเป็นรากแก้วของการดำาเนินชีวิต เพื่อพัฒนาเด็ก ๆ ทุกคนให้ “เป็นคนดี ใฝ่เรียนรู้
เป็นบุคคลเพื่อผู้อื่น” ภายใต้ต้นไม้แห่งความดีงาม คริสตสงเคราะห์

ขอพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าองค์อุปถัมภ์ของโรงเรียน โปรดประทานพระพรแด่ทุกท่าน ให้ประสบ



แตความสขสนตความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงในชีวิตตลอดไป




(บาทหลวงวัชรินทร์ สมานจิต)
ผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต/ผู้จัดการ


4

สารจากผู้อำ นวยการ



โรงเรียนคริสตสงเคราะห์




ปีการศึกษา 2563 เป็นปีการศึกษาที่มีการระบาดของโรค COVID-19
ทั่วประเทศไทยและทั่วโลก ทำาให้โรงเรียนต่าง ๆ เปิดปีการศึกษา ไม่เป็น

ไปตามกำาหนดการ แม้แต่โรงเรียนคริสตสงเคราะห์ของเรา แต่ก็ยังโชคดีที่
โรงเรียนของเราไม่มีใครติดโรค COVID-19 ทำาให้โรงเรียนของเราสามารถ

กลับมาเปิดเรียนและจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้ครบทุกคนตั้งแต่เริ่ม
เปิดภาคเรียนที่ 1
สำาหรับปีการศึกษา 2563 นี้ ทางโรงเรียนของเรามีผู้บริหารคนใหม่
สารจากแทนผู้รับใบอนุญาต คือ บาทหลวงวัชรินทร์ สมานจิต มาเป็นผู้แทนผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการ


ตามประกาศของทางสังฆมณฑลจันทบุรีโดยมีวาระการทำางาน 5 ปี ซึ่ง

ทางโรงเรียนร่วมกับผู้บริหารใหม่ ได้ร่วมกันกำาหนดนโยบายในการยกระดับ
มาตรฐานการศึกษาเทียบเคียงมาตรฐานสากล (World–Class Standard
School) บนพื้นฐานอัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก เพื่อใช้เป็นแนวทางใน

การบริหารจัดการและพัฒนาโรงเรียนไปสู่เป้าหมายที่สูงขึ้น และเกิดผลดี
ในการพัฒนานักเรียนทุกคนให้เป็นคนที่เหมาะสมกับศตวรรษที่ 21

ประเด็นสำาคัญของการยกระดับมาตรฐานการศึกษาเทียบเคียงมาตรฐานสากล นั้นทางโรงเรียนได้กำาหนด
นโยบายออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1.ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมบนพื้นฐานคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรม 2.พัฒนา
กระบวนการจัดการเรียนรู้เทียบเคียงมาตรฐานสากล (World-Class Standard School) 3.ส่งเสริมพัฒนาครู ผู้เรียน

และบุคลากรสนับสนุนเต็มศักยภาพ 4.บริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ 5.มีอาคารสถานที่และจัดภูมิทัศน์ที่เอื้อ
ต่อกระบวนการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

โดยกระบวนการดำาเนินการ ทางโรงเรียนได้นำานโยบายทั้ง 5 ด้านไปจัดทำาพันธกิจ แนวทางการดำาเนินงาน
โครงการ/งาน/กิจกรรม และผู้รับผิดชอบ ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้เกิดผลแก่นักเรียนและบรรลุเป้าหมายตามที่ได้
กำาหนดไว้โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารโรงเรียน

โรงเรียนคริสตสงเคราะห์เป็นสถานศึกษาคาทอลิกที่มุ่งเน้นการพัฒนานักเรียนทุกคนให้เป็นมนุษย์ที่
สมบูรณ์ในทุก ๆ ด้าน มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นพื้นฐานในการดำาเนินชีวิต ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีศักยภาพเป็นพลโลก

สามารถเรียนรู้เพื่อตนเองและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข









(นายสุพรรณ สุวิชากร)

ผู้อำานวยการโรงเรียนคริสตสงเคราะห์





5

สารจากผู้อำ นวยการ



โรงเรียนอนุบาลคริสตสงเคราะห์



ในปีการศึกษา 2563 นี้โรงเรียนมีนโยบายในการจัดการศึกษา 5 นโยบายด้วยกันคือ



นโยบายที่ 1 ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมบนพื้นฐานคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรม
นโยบายที่ 2 การจัดการเรียนการสอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล
นโยบายที่ 3 ส่งเสริมพัฒนาครู ผู้เรียน และบุคลากรสนับสนุนเต็มศักยภาพ

นโยบายที่ 4 การบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ
นโยบายที่ 5 อาคารสถานที่และจัดภูมิทัศน์ที่เอื้อต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้

อย่างมีคุณภาพ

ซึ่งนโยบายทั้ง 5 นโยบายนี้ ทางโรงเรียนได้มีแนวทางการดำาเนินงานท ี ่

สอดคล้องกับโครงการ/งาน/กิจกรรม ที่เราได้ตั้งเป้าหมายไว้เพื่อยกระดับมาตรฐาน
การศึกษา เราได้ปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ IEP เพื่อให้ผู้เรียนทุกคน







ไดรบการศกษาทเทาเทยมกน และพัฒนาให้ทุกคนเป็น “คนเก่ง คนดี และมีความสุข”


เหมาะสมกับช่วงวัยเป็นไปตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ทั้งในด้านสุขภาพ
ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม จริยธรมและจิตสำานึกที่พึงประสงค์
นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้จัดห้องอัจฉริยะ บ้านวิทย์น้อย มีการจัดกระบวนการ
เรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำาคัญ ผู้เรียนได้ฝึกการคิด ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
ที่หลากหลาย และมีความสุขในการเรียนรู้







(นางยุพิน ฉันทพิริยกุล)
ผู้อำานวยการโรงเรียนอนุบาลคริสตสงเคราะห์

























6

“การยกระดับมาตรฐานการศึกษาเทียบเคียงมาตรฐาน


สากล (World - Class Standard School)
สารจากผู้อำ นวยการ บนพื้นฐานอัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก”



โรงเรียนอนุบาลคริสตสงเคราะห์
โดย ครูวาสนา ใจบุญ

โรงเรียนคริสตสงเคราะห์ ได้มีการกำาหนดนโยบายการจัดการศึกษา ปีการศึกษา 2563 – 2565

ที่มุ่งคุณภาพเพื่อการยกระดับมาตรฐานการศึกษาเทียบเคียงมาตรฐานสากล (World - Class Standard School)
บนพื้นฐานอัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก ซึ่งนโยบายดังกล่าวทางโรงเรียนนำามาใช้เป็นแนวทางในการดำาเนินงาน

ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน โดยเริ่มขับเคลื่อนนโยบายในปีการศึกษา 2563 ซึ่งมีกรอบแนวคิด
การพัฒนาในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมด้านคุณธรรมจริยธรรม การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอน
การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาด้านการบริหารจัดการ และการพัฒนาด้านอาคารสถานที่ โดยในเชิงปฏิบัติ

ได้มีการกำาหนดพันธกิจ แนวทางการดำาเนินงาน ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ทั้งนี้ ทางโรงเรียนขอนำาเสนอนโยบายการจัด
การศึกษาของโรงเรียน ทั้ง 5 ด้าน ดังนี้







นโยบายที่ 1
ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมบนพื้นฐาน

คุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรม
นโยบายที่ 2

การจัดการเรียนการสอนเทียบเคียง

มาตรฐานสากล
(World-Class Standard School)
นโยบายที่ 3
ส่งเสริมพัฒนาครู ผู้เรียน และบุคลากร

สนับสนุนเต็มศักยภาพ


นโยบายที่ 4
บริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ


นโยบายที่ 5

มีอาคารสถานที่และจัดภูมิทัศน์ที่เอื้อต่อ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
อย่างมีคุณภาพ















7

นโยบายการจัดการศึกษาโรงเรียนคริสตสงเคราะห์ ปีการศึกษา 2563-2565


ประเมินสถานศึกษาพอเพียง


นโยบายที่ 1

ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมบนพื้นฐานคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรม
พันธกิจ
1.1 พัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้บรรลุความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

1.2 ส่งเสริมผู้เรียนรักษ์ความเป็นไทยและเสริมสร้างระเบียบวินัย
1.3 ปลูกฝังผู้เรียนเคารพคุณค่าและศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ความเชื่อและวัฒนธรรมที่หลากหลาย







1.4 ปลกฝงคณคาปรชญาเศรษฐกจพอเพยง
1.5 สร้างภูมิคุ้มกันและทักษะการดำาเนินชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข
นโยบายที่ 2
การจัดการเรียนการสอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล (World-Class Standard School)
พันธกิจ
2.1 พัฒนากระบวนการ การจัดการศึกษาเทียบเคียงมาตรฐานสากล
2.2 พัฒนาการใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารและการเรียนรู้

2.3 พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคลและครอบคลุมทุกด้านของผู้เรียน

นโยบายที่ 3

ส่งเสริมพัฒนาครู ผู้เรียน และบุคลากรสนับสนุนเต็มศักยภาพ
พันธกิจ
3.1 มีกระบวนการพัฒนาจิตวิญญาณการเป็นครูและมีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ

3.2 พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพการศึกษาสูงกว่ามาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3.3 พัฒนาบุคลากรสนับสนุนให้มีทักษะในการทำางานอย่างเต็มศักยภาพ

นโยบายที่ 4


บริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ
พันธกิจ
4.1 พัฒนาระบบและกลไกการบริหารจัดการศึกษาเทียบเคียงมาตรฐานสากล
4.2 สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนการศึกษา (ชุมชนศาสนา/ครอบครัว/สังคม) ให้เข้มแข็ง


นโยบายที่ 5

มีอาคารสถานที่และจัดภูมิทัศน์ที่เอื้อต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
พันธกิจ
5.1 ใช้อาคารสถานที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

5.2 บำารุงรักษาและซ่อมแซมอาคารสถานที่ให้มีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย
พร้อมใช้งานอย่างเป็นระบบ
5.3 มีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐาน
5.4 ส่งเสริมสุขภาพอนามัย มีระบบคัดกรองตามมาตรฐานสาธารณสุข


ท้ายที่สุดแล้ว โรงเรียนคริสตสงเคราะห์คาดหวังว่าโรงเรียนแห่งนี้ จะเป็นเหมือนดั่งเบ้าหลอม
ที่จะสร้างเด็ก ๆ ให้มีคุณลักษณะตามอัตลักษณ์ของโรงเรียน “เป็นคนดี ใฝ่เรียนรู้ เป็นบุคคลเพื่อผู้อื่น”

8

ประเมินสถานศึกษาพอเพียง







โรงเรียนคริสตสงเคราะห์เป็นอีกหนึ่งสถานศึกษาที่ได้น้อมนำาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
มาสู่การปฏิบัติในสถานศึกษา โดยได้มีการกำาหนดนโยบายการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
เพื่อใช้เป็นหลักในการปฏิบัติงานของโรงเรียน ดังนี้








นโยบายเชิงปฏิบัติ จุดเน้น

สร้างคนดี สร้างคนเก่ง เน้นมาตรฐานวิชาการ มีวินัย ใส่ใจความสะอาด กิริยามารยาท ฉลาด

สืบสานความเป็นไปไทย ก้าวไกลด้านภาษา พัฒนาทุกมิติ ใช้ชีวิตพอเพียง เลี่ยงยาเสพติดและสิ่งเป็นพิษกับชีวิต
ของชีวิต เจริญชีวิตด้วยพระวาจา ยึดค่านิยมหลัก 12 ประการ ทั้งปวง

และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
โดย ครูศุภารัตน์ ษรสกุลทรัพย์





































ทางโรงเรียนมีหลักในการบริหารจัดการ ที่นำาไปสู่ความสำาเร็จและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยบูรณาการ

2 เงื่อนไข 3 ห่วง 4 มิติ ลงสู่การปฏิบัติผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 เป็นต้นมา
ด้วยปณิธานในการบริหารงานของคุณพ่อสุดเจน ฝ่นเรือง ทำาให้โรงเรียนคริสตสงเคราะห์ได้นำาหลักปรัชญา

ของเศรษฐกิจพอเพียงใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้ และยังสานต่อการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง








9

ทางโรงเรียนได้ประเมินตนเองเพื่อขอรับการประเมินสถานศึกษาแบบอย่างการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้และการบริหารจัดการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (สถานศึกษาพอเพียง) ข้อมูล

การประเมิน 5 ด้าน 17 องค์ประกอบ 62 ตัวบ่งชี้ ซึ่งประกอบไปด้วย




ด้านที่ 1 การบริหารจัดการสถานศึกษา (4 องค์ประกอบ 14 ตัวบ่งชี้)




ด้านที่ 2 หลักสูตรและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (4 องค์ประกอบ 14 ตัวบ่งชี้)


ด้านที่ 3 การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (3 องค์ประกอบ 15 ตัวบ่งชี้)




ด้านที่ 4 พัฒนาบุคลากรของสถานศึกษา (2 องค์ประกอบ 7 ตัวบ่งชี้)


ด้านที่ 5 ผลลัพธ์ / ภาพความสำาเร็จ (4 องค์ประกอบ 12 ตัวบ่งชี้)









สำ�นักง�นศึกษ�ธิก�รจังหวัดนครน�ยกได้แต่งต้งคณะกรรมก�รเข�ม�
ประเมินสถ�นศึกษ�พอเพียง ของโรงเรียนคริสตสงเคร�ะห์ เมื่อวันอังค�รที่ 15 กันย�ยน 2563













































10

การเรียนการสอนโปรแกรม
IEP










(Intensive English Program)














โรงเรียนคริสตสงเคราะห์



อำ เภอองครักษ์ 2.ภาระงานของหัวหน้ากล่มสาระ



จังหวัดนครนายก การเรียนร้ภาษาต่างประเทศ


2.1 ประชุมวางแผนการจัดการเรียนการสอน โดยให้
ครูต่างชาติและครูไทยที่สอนในรายวิชานั้น ได้ออกแบบ

หน่วยการเรียนรู้และเรื่องที่สอน พร้อมทั้งกำาหนดแนวทาง
การจัดการเรียนการสอนเช่น แนวทางปฏิบัติของครู
การวัดและประเมินผล เป็นต้น

2.2 จัดเตรียมและประชุมครูต่างชาติและครูไทย
1.วัตถุประสงค์ ในการจัดทำาข้อมูลหน่วยการเรียนรู้และเรื่องที่สอน


1.1 จัดการเรียนการสอนตามโครงสร้างหลักสูตร ทั้งภาคภาษาอังกฤษและภาคภาษาไทย
การศึกษาขั้นพื้นฐานใน 5 กลุ่มสาระหลักโดยครูไทย 2.3 จัดเตรียมและวางแผนการนิเทศการสอนของครู


และม่งเน้นการใช้ภาษาอังกฤษเพ่อการส่อสาร 2.4 จัดเตรียมและวางแผนการประเมินการเรียนการสอน


และการเรียนรู้โดยครูต่างชาติ คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โดยผู้เรียน ครูต่างชาติและครูคู่สอน
สังคมศึกษา พลศึกษา และวิทยาการคำานวณ 2.5 แจ้งผลการประเมินให้กับครูต่างชาติเพื่อนำาข้อเสนอ
แนะไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนต่อไป
1.2 เพื่อให้ผู้เรียนคุ้นชินกับการใช้ภาษาอังกฤษ 2.6 ประชุมประเมินผลการเรียนการสอนโปรแกรม IEP

เพื่อการสื่อสารและการเรียนรู้ในชีวิตประจำาวัน ตลอดปีการศึกษา
ตามมาตรฐานของ 5 กลุ่มสาระหลัก ในแต่ละระดับชั้น
อย่างมีคุณภาพต่อเนื่อง 3.รายการหนังสือ IEP

หนังสือของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ จำากัด ใช้เป็นคู่มือ

ในการสอน



11

4.หลักสูตรโปรแกรม IEP








รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน/
สัปดาห์


รายวิชา IEP 6

MATHEMATICS 2 การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ

ผ่านเนื้อหาสาระใน 5 กลุ่มสาระหลัก คือ
SCIENCE 1
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา
SOCIAL 1 พลศึกษาและวิทยาการคำานวณ โดย

H.P.E 1 เรียน 1 คาบเรียน/สัปดาห์


CODING 1 Christasongkroh School Ongkarak Nakhonnayok








5.กระบวนการจัดการเรียนการสอน 5.3 แจ้งผลการประเมินให้กับครูต่างชาติ เพื่อนำา
ข้อเสนอแนะไปพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอน
5.1 จัดการเรียนการสอนตามหน่วยการเรียนรู้และเรื่อง 5.4 ประเมินผลการเรียนการสอนโปรแกรม IEP

ที่สอน ทั้งภาคภาษาอังกฤษและภาคภาษาไทย โดยครู ภาคเรียนละสองครั้ง
ต่างชาติและมีครูคู่สอนในรายวิชานั้น ๆ ตามคาบ

เรียนของแต่ละสัปดาห์ 6.ขอบข่ายงานของครูต่างชาติ
5.2 นิเทศและติดตามการเรียนการสอนและการประกบ และครูคู่สอน
ของครูไทยโดยมี 3 รูปแบบ คือ

ก.การประเมินโดยใช้แบบประเมิน คือ ผู้เรียน 6.1 ประชุมวางแผนและแบ่งสาระการเรียนรู้ให้ครูต่างชาติ
ประเมินครูผู้สอน (ครูต่างชาติ) และครูคู่สอน และจัดทำาเป็นรายสัปดาห์ตลอดปีการศึกษา

ครูผู้สอน (ครูต่างชาติ) ประเมินผู้เรียนและครูคู่สอน 6.2 ร่วมกันวางแผนและออกแบบการจัดการเรียนรู้
ครูคู่สอนประเมินผู้เรียนและครูผู้สอน (ครูต่างชาติ) ในแต่ละสัปดาห์ ทั้งภาคภาษาอังกฤษและภาคภาษาไทย
ข.ประเมินการประชุม กำากับติดตาม สอบถาม 6.3 เข้าร่วมการสอนกับครูต่างชาติ โดยดูแล กำากับติดตาม

ปัญหาและข้อมูลต่างๆ ทุกเดือน ผู้เรียนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
ค.การประเมินโดยการนิเทศการสอน ม ี อย่างเต็มศักยภาพ

คณะกรรมการในการนิเทศ คือ ผู้ช่วยฝ่ายบริหาร 6.4 นิเทศและติดตามการเรียนการสอนซี่งกันและกัน
หลักสูตรและงานวิชาการ หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่าง ตามเวลาที่กำาหนด
ประเทศ หัวหน้ากลุ่มสาระรายวิชานั้นๆ และหัวหน้า 6.5 ประเมินผลการเรียนการสอนร่วมกับครูต่างชาติ

ครูต่างชาติ ภาคเรียนละสองครั้ง Textbook list of IEP








12

Instruction Program of
IEP










(Intensive English Program)
Christasongkroh School Ongkarak Nakhonnayok













Head of the group learning

foreign languages workload


1. Conference planning, teaching and learning
Objective by allowing foreign and Thai teachers to teach in that

course to design a learning unit and subject the guidelines
1. Organize teaching and learning according for the teaching practices of such teachers. Measurement
to the structure of basic education curriculum in and evaluation , etc.

5 main subject groups by Thai teachers and focus 2. Prepare and meeting foreign teachers and
on the use of English for communication and learning Thai teachers in the preparation of the information unit
by foreign teachers which are mathematics , science , and the subject is taught in both English and French in

social studies , physical education and computational Thailand.
science. 3. Planning, preparation and supervision of the

2. To make the students familiar with the teachers.
English language. of communication and learning in 4. Prepare and plan the evaluation of teaching and
daily life according to the standards of the 5 main learning by learners, foreign teachers and Thai teachers.

groups in each level with continuous quality. 5. Evaluate the foreign teacher and apply suggestions

to further develop teaching and learning strategy
6. Prepare evaluation of instructional programs

and IEP throughout the academic year.
Textbook list of IEP


Aksorn Charoen Tat ACT.Co.,Ltd use as
a teaching guide.



13

Course of IEP






Subject / Activity Class time
/ Week

List IEP 6

Teaching English through
MATHEMATICS 2
simulated crashes, the content
SCIENCE 1 of the 5 core mathematics , science ,


SOCIAL 1 social studies , physical education
and science is determined by the
H.P.E 1 class 1 lesson per week.

CODING 1






Teaching and Learning Process 3. The results of foreign teachers evaluation
which include suggestions to process of teaching จาก MEP สู่ IEP

1.Arrange teaching and learning according to and learning.
the unit and subject taught both the English language 4. Assessment of teaching and learning program

and Thai language section. In which the foreign teacher IEP twice time for semester.
and the Thai teacher dovetail in that course according

to the lessons of each week. Framework for foreign teachers
2. Supervision and monitoring of teaching with Thai teachers.
and teacher articulation of the three formats.

A.The evaluation by using the eval- 1. Meeting , planning and sharing of learning
uation form was the learners evaluating teachers. strategy and prepared weekly activity throughout

(Foreign teachers) and teachers coaxial cable (foreign the academic year.
teachers) to evaluate the student and the teacher 2. Jointly plan and design learning management
lines. Dual Teacher Assessment of learners and teachers each week Both the English language and Thai language

(foreign teachers) section.
B. Assess the meeting, follow up, inquire 3. Participate in teaching with foreign teachers

about problems and information every month by supervising , monitoring , and tracking learners in
C. Assessment by teaching supervision each unit of students to learn to their full potential.
there is a supervising committee which is to assist the 4. Supervision and follow-up with each other

curriculum and academic administration department. on schedule.
Chief Learning a foreign language , Chief Learning 5. Evaluation of teaching and learning with

courses, and any head of foreign teachers. foreign teachers twice a semester.




14

เป็นโปรแกรมการจัดการเรียนการสอนเพ่อส่งเสริม

ทักษะวิชาภาษาอังกฤษโดยเราเน้นไปที่วิชาคณิตศาสตร์และ
วิชาวิทยาศาสตร์เป็นหลัก มีการถ่ายทอดความรู้และมีเทคนิค Mini

การสอนที่ทำาให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการเรียนรู้ผ่าน
กิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม การจดจำาผ่าน English
บทเพลงหรือการทำากิจกรรมกลุ่ม ตลอดจนหนังสือแบบเรียนที่ใช้

ประกอบการเรียนรู้ที่มีเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยแบ่ง Program
เป็นคาบสอนของคุณครูต่างชาติในรายวิชาคณิตศาสตร์สัปดาห์ละ

5 คาบ รายวิชาวิทยาศาสตร์สัปดาห์ละ 3 คาบ เพื่อฝึกให้ผู้เรียนมี
ทกษะการฟง พูด อ่านและเขียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วน (MEP)


ของคุณครูไทยแบ่งเป็นสัปดาห์ละ 1 คาบเพื่อช่วยสรุปเนื้อหา

และติดตามความรู้เข้าใจในเนื้อหาในแต่ละวิชาของผู้เรียน









จาก MEP สู่ IEP
























นกเรยนได้รบการเรยนการสอนในรายวชาเปนภาษาองกฤษทมความเขมขนมาก
ยิ่งขึ้นในหลายวิชา เป็นการปรับพื้นฐานทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียนและวิเคราะห์เพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพในด้านทักษะภาษาอังกฤษโดยมุ่งเน้นใน 5 วิชาหลัก ได้แก่วิชาคณิตศาสตร์
Intensive วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคมศึกษาฯ วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา และวิชาวิทยาการคำานวณ
(Coding) โดยคุณครูชาวต่างชาติ
English โดยนักเรียนในระดับปฐมวัย มีการจัดการเรียนวิชาภาษาอังกฤษแบบโฟนิคส์ (Phonics)
ซึ่งเป็นการเรียนโดยใช้หลักการถอดรหัสเสียงและการผสมเสียงตัวอักษร A ถึง Z ทำาให้มี
Program ความเข้าใจในระบบการออกเสียงที่ถูกต้อง ไม่ใช่การท่องจำาคำาศัพท์
นักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จะได้รับการเรียนการสอน
(IEP) ใน 5 วิชาหลักกับคุณครูชาวต่างชาติ (มีคุณครูคนไทยช่วยดูแล) โดยแบ่งคาบสอนเป็น
รายวิชาคณิตศาสตร์สัปดาห์ละ 2 คาบ และในส่วนของรายวิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคมศึกษาฯ

วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา และวิชาวิทยาการคำานวณ (Coding) แบ่งเป็นสัปดาห์ละ 1 คาบ














15

การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา





ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนคริสตสงเคราะห์ โดยฝ่ายสำานักบริหาร ได้ขับเคลื่อน
นโยบายที่ 4 การพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษา โดยได้ดำาเนินการจัดอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษา




จัดอบรมพัฒนา

ครูและบุคลากรทางการศึกษาด้าน IT




จัดอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาด้าน IT ครั้งที่ 1 เทคโนโลยีดิจิทัล
ในการเรียนรู้ ได้จัดเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 การใช้โปรแกรม Power Point

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2563 และกลุ่มที่ 2 การจัดทำาวีดีทัศน์ วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563




















จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ......



เรียนรู้สิทธิมนุษยชน..เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ



โรงเรียนของเราได้เล็งเห็นถึงปัญหาและการเข้าถึงสิทธิการคุ้มครอง ปกป้องสิทธิมนุษยชนโดยมุ่งเน้น

ไปที่เรื่องการคุ้มครองเด็กนักเรียนของพวกเราจึงมีการจัดอบรม บุคลากรครูทุกท่านเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน
เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติโดย รศ.ดร.วไล ณ ป้อมเพชร ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิ-มนุษยชนศึกษา คุณอัจฉา สมแสง
สรวง ผู้อำานวยการแผนกความยุติธรมและสันติ และคุณวาสนา เก้านพรัตน์ ผู้อำานวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

และประธานเครือข่ายสิทธิเด็กประเทศไทยในวันที่ 16 - 17 พฤศจิกายน 63 ที่ผ่านมา เพื่อตระหนักถึงวิถีปฏิบัติ
ซึ่งการเคารพสิทธิของความเป็นมนุษย์ของกันและกัน






















16

เวทีวิจัยการสอน หรือ Teaching research forum เป็นการนำาเอาหลักปฏิบัติ

ที่ควรค่าแก่การนำาไปใช้ในการเรียนการ สอนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและดึงดูดความสนใจ
เวทีวิจัยการสอน ของผู้เรียน โดยทางโรงเรียนของเราได้ส่งคุณครูชาวต่างชาติไปเข้ารับการอบรมในหัวข้อเรื่อง
Teaching research forum “21st Century Educators : Thriving in Multicultural Environment”

ในวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2563 ณ วิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซาอินติ เพื่อเพิ่มพูน
ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติ ดังนี้





1.
The beginning of knowledge.
(จุดเริ่มต้นของความรู้)

8knowledge is power. 8Enables us to make all
(ความรู้คือพลัง) advancement in our life.
(ช่วยให้เราก้าวหน้าในชีวิต)
2.
3.
Classroom based research.
Best practices in teaching
(การวิจัยในชั้นเรียน)
and learning.
8Help teachers develop (แนวปฏิบัติที่ดีในการเรียนการสอน).
new ideas of teaching. 8Offer a second chance.
(ช่วยครูพัฒนาแนวคิดใหม่ ๆ ในการสอน) เวทีวิจัยการสอน (เสนอโอกาสครั้งที่สอง)
8Promotes reflective teaching Teaching research forum 8Make learning active.
and thinking of the students. (ทำาให้การเรียนรู้มีความกระตือรือร้น)
(ส่งเสริมการสอนและการคิดเชิงไตร่ตรอง 8Encourage discussion.
ของนักเรียน) (ส่งเสริมการอภิปราย)




5.
Teaching ethical decision making
through educational games.

8Helps students to make the best decision
Present problem
(เสนอชื่อโครงงาน) and act on it. (ช่วยเหลือนักเรียนในการตัดสินใจ)

Student define the problem and brainstorm ideas based on prior knowledge.
(นักเรียนกำาหนดปัญหาและระดมความคิดตามความรู้เดิม)

4.
Project based learning Student engage in independent study.
(PBL) (นักเรียนมีส่วนร่วมในการศึกษาค้นคว้าอิสระ)

Student share information, engage in peer teaching and work toward a solution.
(นักเรียนแบ่งปันข้อมูลมีส่วนร่วมในการสอนแบบเพื่อนและทำางานเพื่อหาวิธีแก้ปัญหา)


Students present their solution and review what they have learned.
(นักเรียนนำาเสนอวิธีแก้ปัญหาและทบทวนสิ่งที่เรียนรู้)


Students engage their own discussion.
(นักเรียนมีส่วนร่วมในการอภิปรายของตนเอง)

17

นักเรียนชั้นป.1

โครงการพัฒนา



ทักษะการอ่าน













ฝ่ายหลักสูตรและวิชาการของทางโรงเรียนได้ร่วมกับคุณครูในกลุ่มสาระภาษาไทยเพื่อช่วย
คัดกรองนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ยังมีทักษะการอ่านที่ยังไม่คล่องแคล่วมาฝึกพัฒนา
การอานในชวงพกเทยง โดยมีคุณครูประจำาชั้นและคุณครูผู้สอนภาษาไทยเป็นผู้ดูแลและมีการจดบันทึกการ





พัฒนาด้านการอ่านของนักเรียนอย่างสม่ำาเสมอ

ซ่งทางฝ่ายหลักสูตรและวิชาการได้จัดประเมินผล และหากมีนักเรียนท่ยังไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน

การอ่านของนักเรียนช่วง วันที่ 14 – 16 ตุลาคม 2563 จะมีการฝึกพัฒนาทักษะการอ่านนี้ต่อไป ในภาคเรียนที่ 2
ที่ผ่านมา ปรากฏว่านักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ในส่วนของคุณครูยังคงกากับติดตามและให้กาลังใจ




โดยส่วนใหญ่มีทักษะกระบวนการอ่านท่ดีข้นซ่ง แก่นักเรียนทุกคนเพื่อให้นักเรียนมีกำาลังใจใน

มีผลดีต่อการเตรียมความพร้อมในการสอบปลาย การพัฒนาตัวเองด้านทักษะการอ่านให้ดีมากยิ่งขึ้น
ภาคเรียนที่ 1/2563 ของนักเรียน














































18

สถานศึกษาสีขาว





ปลอดยาเสพติดและอบายมุข









โรงเรียนคริสตสงเคราะห์เป็นโรงเรียนคาทอลิก ที่ส่งเสริม นอกจากนั้นส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมโดยการ
คุณธรรมจริยธรรมให้กับนักเรียนจัดการศึกษาตามหลักปรัชญา แต่งตั้งแกนนำานักเรียน 4 ฝ่าย ฝ่ายการเรียน ฝ่ายการงาน

การศึกษาคาทอลิกเพ่อเสริมสร้างให้นักเรียนเป็นมนุษย์ท ี ่ ฝ่ายสารวัตรนักเรียน ฝ่ายกิจกรรม เพื่อฝึกการเป็นผู้นำา มีการจัดตั้ง

สมบูรณ์และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในการดำาเนินชีวิต โดยเฉพาะ ชมนมเสมารักษ์ มีการประชุมวางแผนในการรวมกจกรรม




อย่างยิ่ง ปัญหายาเสพติดในปัจจุบัน ในห้องเรียนจัดทำากิจกรรมห้องเรียนสีขาว จัดทำาบอร์ดยาเสพติด
ทางโรงเรียนจึงได้จัดทาโครงการสถานศึกษาสีขาว แผนผังแกนนาและมีคาขวัญต้านยาเสพติดทุกห้องเรียน





ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากน้นยังมีต้แดงเสมารักษ์รับเร่องร้องเรียนและคลินิก




เป็นโครงการในการขับเคล่อนการดาเนินงานการสร้างภูมิค้มกัน เสมารักษ์ มีครูบริการให้คำาปรึกษาด้านยาเสพติด

และป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา ตามยุทธศาสตร์ 5 ด้าน จากการดำาเนินงานอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนคริสตสงเคราะห์์
ด้านการป้องกัน ด้านการค้นหา ด้านการรักษา ด้านการเฝ้าระวัง และ มีความภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัล สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด
ด้านการบริหารจัดการ เพื่อให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันในตนเอง รู้ถึง และอบายมุข ระดับดีเด่น ปีการศึกษา 2560 จากสำานักงานส่งเสริม
พิษภัยของยาเสพติดและวิธีหลีกเลี่ยงยาเสพติด คณะผู้บริหาร กิจการการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนคริสตสงเคราะห์
ครู นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมและรณรงค์ต่อต้าน มีความตระหนัก มุ่งมั่นให้ความสำาคัญและจะพัฒนางานในด้าน
ยาเสพติด ในรูปแบบของการจัดโครงการ เช่น โครงการวันงด การป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โรงเรียน

สูบบุหรี่ โครงการลูกเสือ - เนตรนารี โครงการต่อต้านยาเสพติด คริสตสงเคราะห์เป็นสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและ
โครงการกีฬาสี โครงการ Save Drug Save sex อบายมุขตลอดไป






















19

ยาเสพติด : เยาวชนไทยต้องรู้...แต่ไม่ต้องลอง




ความหมายสารเสพติด คือ สารใดๆก็ตามที่ไม่ใช่อาหารซึ่งสามารถมีผลกระทบต่อการทำางานของร่างกายและจิตใจ
ยาเสพติดสามารถเปลี่ยนความคิด ความรู้สึก และการกระทำาของบุคคลได้ โดยแบ่งตามประเภทการออกฤทธิ์ต่อจิต

ประสาท ได้แก่
สารกระตุ้นประสาท คือ สารที่กระตุ้นร่างกายและการทำางานของสมองให้ทำางานเร็วขึ้น ได้แก่ บุหรี่ โคเคน
ยาบ้า ไอซ์ กระท่อม
สารกดประสาท คือ สารที่ทำาให้ร่างกายและการทำางานของสมองช้าลง ได้แก่ เหล้า เฮโรอีน

ยาหลอนประสาท คือ สารที่ทำาให้การมองเห็น ความรู้สึก และการได้ยินเปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ ยาอี ยาเค
สารที่ออกฤทธิ์ผสมผสาน คือ สารที่มีการออกฤทธิ์กดประสาท กระตุ้นประสาท หรือหลอนประสาทได้พร้อม ๆ กัน
ได้แก่ กัญชา
เราทุกคนจะป้องกันสารเสพติดอย่างไร? ครอบครัว



ตนเองเป็นบทบาทสาคัญท่สามารถป้องกันและ ควรสอดส่องดูแลเด็กและบุคคลในครอบครัว
แก้ไขปัญหาสารเสพติดได้ ดังนี้ อย่าให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อบรม สั่งสอน ให้รู้ถึงโทษภัย
1.ศึกษาความรเกยวกบโทษ และพิษภัยของสารเสพติด ของยาเสพติด ดูแลเรื่องการคบเพื่อน คอยส่งเสริมให้รู้จัก





ไม่ทดลองเสพสารเสพติดทุกชนิด รู้เท่าทันการหลอกลวง ชักจูง ใช้เวลาในทางที่เป็นประโยชน์ เช่น การทำางานบ้าน การเล่นกีฬา
จากกลุ่มผู้ค้าสารเสพติด เลือกคบเพื่อนที่ไม่ใช้สารเสพติดและ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหันเหไปสนใจในยาเสพติด ทุกคนในครอบครัว
ใช้ทักษะการปฏิเสธเมื่อถูกชักชวน ควรสร้างความรักความเข้าใจ และสัมพันธภาพอันดีต่อกัน ที่พึ่ง
2.มีทัศนคติที่ดีต่อชีวิต มีความภาคภูมิใจในตนเอง เป็นที่ปรึกษาและให้กำาลังใจแก่กันและกัน นอกจากนี้พ่อแม่
ว่ามีคุณค่าทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ไม่ควรทำาลาย ควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการไม่ใช้สารเสพติด เช่น ไม่สูบบุหรี่
ชีวิตที่ได้มาด้วยการติดสารเสพติด ไม่ดื่มเหล้า

3.ตระหนกในบทบาทหน้าที่ของตนเอง ระลึกเสมอ โรงเรียน
ว่าขณะนี้ตนเองมีบทบาทหน้าที่อะไรเช่น มีหน้าที่เรียนหนังสือก ็ ควรมีกิจกรรมให้ความรู้เร่องพิษภัยสารเสพติด

ควรตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเชื่อฟังคำาสั่งสอนของพ่อ แม่ ครู อาจารย์ อย่างสมาเสมอครูควรเอาใจใส่ในการดูแลนักเรียน เป็นท่ปรึกษาท่ด ี




เป็นต้น และมีการจัดกิจกรรมให้แก่นักเรียนอย่างสร้างสรรค์ เพ่อส่งเสริม

4.รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและทาจิตใจให ้ ให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

แจ่มใสใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ในการทำากิจกรรมต่าง ๆ ผลกระทบจากปญหาสารเสพติด ทำาให้เกิดความเสยหาย


เช่น อ่านหนังสือ เล่นกีฬา หรือทำางานอดิเรกต่าง ๆ ทั้งต่อตัวผู้เสพ ครอบครัว สังคม เศรษฐกิจและประเทศชาติ
5. มีทักษะในการดำาเนินชีวิต รู้จักแก้ไขปัญหาใน การแก้ไขปัญหาสารเสพติดต้องเร่มต้นจากครอบครัวซ่งใกล้ชิด


ทางที่ถูกที่ควร กล้าเผชิญปัญหา รู้จักคิดไตร่ตรองด้วยเหตุผล กับเด็กและเยาวชนมากที่สุด โดยการให้เวลากับบุตรหลานและ
ไม่หลีกหนีปัญหาด้วยการเสพสารเสพติด ร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น นอกจากนี้สังคมโรงเรียนและ
6. ขอคำาปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ สถานศึกษาต้องมีการติดตาม สังเกตพฤติกรรมนักเรียน-นักศึกษา
ผู้ปกครอง เพราะการแก้ไขปัญหาโดยลำาพังแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับสารเสพติด การมุ่งให้ความรู้ในเรื่องอันตราย

อาจนำาไปสู่การใช้ชีวิตที่ผิดพลาดได้ ผลกระทบที่เกิดจากการใช้สารเสพติด สร้างการรับรู้ ความตระหนัก
ถึงภัยอันตรายน่าจะการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติด
และเป็นหน้าที่ของทุกคนจะต้องร่วมมือกัน













20

เตรียมความพร้อม




ก่อนเปิดภาคเรียน










































































21

ประชุมเครือข่ายรถรับ - ส่ง

นักเรียนโรงเรียนคริสตสงเคราะห์






































สาธารณสุข อำ เภอองครักษ์










































22

ถวายพระพรรัชกาลที่ 10 พิธีบูชาขอพรพระ


เปิดปีการศึกษา 2563


































วันไหว้ครู









































23

กิจกรรมฟังเทศน์ - ฟังธรรม






















มิสซาศุกร์ต้นเดือน ครู - นักเรียนคาทอลิก





















วันแม่แห่งชาติ



















วันเกิดแม่พระ

















24

ภาพกิจกรรมโรงเรียนอนุบาลคริสตสงเคราะห์




















































































25

เตรียมลูกเข้าโรงเรียนอนุบาลอย่างไร...





เข้าอนุบาล วันแรกถือเป็นวันสำาคัญในชีวิตของทั้งลูกน้อย และพ่อแม่เลย หลายบ้าน
อดกังวลไม่ได้ว่าลูกจะร้องงอแงแค่ไหน จะชอบโรงเรียนมั้ยนะ?

โรงเรียนอนุบาลเรื่องใหญ่สำาหรับลูก
การส่งลูกเข้าอนุบาล หรือวันแรกที่ลูกต้องห่างจากพ่อแม่ ทำาไมถึงได้ดูเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เพราะ

ความผูกพันแนบชิดระหว่างลูกกับพ่อแม่นั้น มีเรื่องของฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในขณะที่พ่อแม่
มีปฎิสัมพันธ์ อุ้มชูดูแลลูก ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytozin) ที่ช่วยลดความวิตกกังวลลง
พ่อแม่จึงเหมือนเป็นฐานความมั่นคงปลอดภัยทางจิตใจของลูก เมื่อลูกต้องห่างจากพ่อแม่

ต้องไปโรงเรียน ต้องเจอกับคนแปลกหน้า อาจเพิ่มความวิตกกังวลให้กับลูกได้ ดังนั้นการเตรียมพร้อมลูก
เพื่อไปโรงเรียนอนุบาลวันแรกจึงเป็นเรื่องสำาคัญ เพื่อลดความกังวลใจ วิตกกังวลของลูกลง











26

เข้าอนุบาล ควรเตรียมตัวลูกอย่างไรบ้าง ?





1.ฝึกจับดินสอ ก่อนเข้าโรงเรียนควรฝึกฝนกล้ามเนื้อมัดเล็กลูกให้แข็งแรง ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อส่วนสำาคัญ
เพื่อใช้ในการจับดินสอ เขียนหนังสือ โดยสามารถฝึกฝนลูกได้จากหลาย ๆ กิจกรรม เช่น ให้ลูกเล่นต่อบล็อก
หลังจากนั้นลองให้ลูกวาดรูประบายสีด้วยสีเทียนแท่งใหญ่ แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็นหยิบดินสอวาดรูป ขีด
เขียน


2.สอนท่อง ก-ฮ หรือ นับตัวเลข ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่พ่อแม่หลายบ้านจะสอนลูกกันตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน
หากสอนให้ลูกท่อง อ่าน ก. ไก่ A B C หรือ นับตัวเลข 1-10 ได้บ้าง ก็จะเป็นพื้นฐาน ให้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ
กับเพื่อน ๆ ได้ดีขึ้น แต่หากลูกยังทำาไม่ได้ก็ไม่ต้องกังวลไป



3.เลิกใส่ผ้าอ้อม ฝึกนั่งส้วม ช่วงวัยที่เหมาะสมสำาหรับการฝึกเข้าส้วมของลูก อาจจะไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่ อยู่ที่
ประมาณ 1 ขวบครึ่ง ถึง 2 ขวบ โดยดูความพร้อมจากการที่ลูกบอกความต้องการ ของตัวเองได้ เช่น บอกได้
ว่าลูกปวดฉี่ ลูกอยากเข้าห้องน้ำา อาจจะต้องคอยสังเกตแล้ว พาลูกไปเข้าห้องน้ำาก่อน เพื่อให้ลูกค่อย ๆ เรียนรู้
จากนั้นก็ฝึกให้ลูกใช้โถส้วมด้วยตัวเอง เมื่อเข้าโรงเรียนอนุบาล ลูกควรเลิกผ้าอ้อมและเข้าห้องน้ำาได้เอง



4.สอนลูกช่วยเหลือตัวเอง เมื่อเข้าอนุบาล ถึงแม้จะมีคุณครูคอยช่วยเหลือ แต่ลูกควรช่วยเหลือตัวเอง
ในเรื่องง่าย ๆ ได้ เช่น แต่งตัว ใส่เสื้อผ้า เข้าห้องน้ำา ใส่รองเท้า ตักข้าวกินเอง เพราะคุณครูอาจจะดูแล
เด็ก ๆ ได้ไม่ทั่วถึง




5.จำาชื่อตัวเองให้ได้ ควรฝึกลูกให้รู้จักชื่อจริง นามสกุลของตัวเอง นอกจากการเรียกชื่อเล่น
หากลูกพอเขียนตัวหนังสือได้ อาจจะสอนให้ลูกเขียนชื่อตัวเองให้ได้




6.ฝึกลูกให้เข้าสังคม สอนการแบ่งปัน เมื่อเข้าโรงเรียนต้องเจอกับเพื่อนใหม่ ๆ การทำาความรู้จักกับ
เพื่อนใหม่ อาจเป็นเรื่องยากสำาหรับเด็กเล็ก ๆ ควรฝึกให้ลูกเข้าสังคม ไม่เขินอาย เมื่อเจอคนเยอะ ๆ เช่น
พาไปเล่นที่สนามเด็กเล่น พาออกไปนอกบ้านเจอญาติ ๆ เพื่อน ๆ และ ต้องสอนการรู้จักแบ่งปันของเล่น
ให้กับลูกด้วย


7.ซ้อมปรับเวลานอน เวลาตื่น เมื่อเข้าโรงเรียนแล้ว หลายบ้านอาจจะต้องตื่นเร็วขึ้นกว่าเดิม ยิ่งในกรุงเทพฯ
ที่รถติดมาก ลองวางแผนว่าจะออกจากบ้านกี่โมง ต้องตื่นกี่โมง ใช้เวลาเตรียมตัวก่อนออกจากบ้านนาน
แค่ไหน ดังนั้นจึงควรซ้อมปรับเวลานอน เวลาตื่นใหม่ เพื่อให้ลูกเคยชิน อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
ก่อนเปิดเทอม


8.ไปทำาความคุ้นเคยกับโรงเรียน ก่อนเปิดเทอมควรพาลูกไปทำาความคุ้นเคยกับโรงเรียน ให้ลูกดูห้องเรียน
ชวนลูกเล่นที่สนามเด็กเล่น ถึงวันเปิดเทอมจริง เผลอ ๆ ลูกอาจจะวิ่งไปสนุกใน สนามเด็กเล่นจนลืม
แม่ไปเลย




เมื่อถึงวันที่ลูกไปโรงเรียนจริง ๆ ถึงจะเตรียมพร้อมมาดีแค่ไหน แต่ก็อาจจะมีที่ลูกร้องไห้

งอแงบ้าง พ่อแม่ไม่ต้องเครียดเกินเหตุไป เพราะว่าเป็นธรรมชาติที่ลูกจะร้องไห้บ้าง

เมื่อต้องห่างจากแม่ แต่เมื่อได้ เจอเพื่อน ๆ ได้เจอสังคมใหม่ ๆ ไม่นานการไปเรียน

ของลูกจะกลายเป็นเรื่องสบาย ๆ แน่นอน




27

การจัดการเรียนการสอนฝั่งอนุบาล












ู้
โลกไม่เคยหยุดหมุน เวลาไม่เคยหยุดเดิน กาลเวลามีการ บูรณาการให้นักเรียนเกิดทักษะการเรียนร เช่น ทักษะการคำานวณ


เปล่ยนแปลงตลอดเวลา โลกเปล่ยน สังคมเปล่ยน วัฒนธรรม ซึ่งเป็นพื้นฐานของวิชาคณิตศาสตร์ ทักษะภาษาไทยสงเสริมให ้


เปล่ยน ระบบการศึกษาจึงต้องมีการปรับปรุงพัฒนาระบบการ นักเรียนสามารถอ่านออก เขียนได้ และทกษะดานภาษา โดยจด






จัดการศึกษาเพ่อให้ตามเท่าทันการเปล่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน ให้มีการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ
ในการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรก็ยังคงต้องยึดหลักสูตรแกนกลาง ให้สามารถสื่อสาร สนทนา โต้ตอบและนำาไปใช้ในชีวิตประจำา

ในการจัดกระบวนการเรียนร ซ่งยึดหลัก 6 กิจกรรมหลักเป็นตัว วันได้ ทักษะด้าน คอมพิวเตอร์ พลศึกษา ว่ายนา และการจัด

ู้


ตงและแนวทางในการจัดการเรียนรู้นอกจากน้ทางโรงเรียน กิจกรรมการสอนในรูปแบบโครงงาน เป็นการจัดกิจกรรมที่



ได้มีนโยบายยกระดับมาตรฐานการศกษาเทยบเทียงมาตรฐาน หลากหลายพัฒนานักเรียนให้มีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้ง

สากล (World – class Standard School) โดยมีการเพิ่ม 3 ด้านร่างกาย อารมณ์ - จิตใจ สังคม และสติปัญญา
วิชาหลัก คือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ นามา


















28




โรงเรียนจดกิจกรรมการเรยนการสอนภาษาองกฤษ
ในรูปแบบ หลักสูตร IEP (Intensive English Program)
เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนมีทักษะการเรียนภาษา
อังกฤษแบบเท่าเทียมและทั่วถึง พัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน
เขียน สนทนาโต้ตอบ การออกเสียงแบบ Phonics เรียนรู้

คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ความรู้ทั่วไปด้วยภาษาอังกฤษ โดย
กระบวนการใช้สื่อการเรียนรู้ และกิจกรรมที่หลากหลายโดย

ครูต่างชาติ








โรงเรียนจดแหล่งเรยนร้เพอให้นกเรยนได้มแหล่งเรียน
ู้

รู้ท่หลากหลายในการแสวงหาความร เช่น ห้องคอมพิวเตอร์ท ่ ี


เป็นแหล่งเรียนรู้ด้าน IT มเครองคอมพิวเตอร์อำานวยความ



สะดวกในการเรียนรู้อย่างพอเพยง และมระบบอินเตอร์เน็ต
ความเร็วสูงในการสืบค้นข้อมูล พัฒนาห้อง Learning center
เพ่อให้มีความทันสมัยเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้กับนักเรียนในการ


สร้างจินตนาการผ่านการเล่นท่หลากหลาย ผสมผสานการเรียน
วิทยาศาสตร์ผ่านการทดลอง เปรียบเทียบสืบค้นข้อมูลด้วย
กระบวนการของบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย

การศึกษาก็เปรียบเสมือนการเดินทางในปัจจุบัน ท่ใช้ระบบ
GPS ในการนำาทางเพื่อมุ่งสู่จดหมายปลายทางที่ต้องการ เช่น
เดียวกับระบบการศึกษาก็ต้องใช้ GPS G = Great (ผลสัมฤทธ ์ ิ
ของนักเรียน) P = People (บุคคลท่มีส่วนเก่ยวข้องกับนักเรียน)



S = School (โรงเรียน) เป็นเพ่อนร่วมทางในการเรียนรู้ทักษะ
และประสบการณ์ต่าง ๆ นักเรียนจะประสบความสำาเร็จได ้

ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่ายท้งคุณพ่อคุณแม่
ผู้ปกครอง ครอบครัว คุณครู โรงเรียน ซึ่งเป็นผู้อบรมชี้แนะ

แนวทางที่ถูกต้องให้กับนักเรียนเป็นคนดี และคนเก่งประสบ
ความสำาเร็จในชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข










29

โครงงานนักเรียน


PROJECT BASED LEARNING :PBL







(การจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานเป็นฐาน )









PBL คืออะไร คือการจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานเป็นฐาน เป็นกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งให้



ผ้เรียนได้เช่อมโยงประสบการณ์จากชีวิตจริงส่การเรียนร้ค้นหาคาตอบด้วยการลงมือค้นคว้าปฏิบัติจริงเน้นประสบการณ์ใน


การปฏิบัติงานให้แก่ผู้เรียนเหมือนกับการทำางานในชีวิตจริงอย่างเป็นระบบ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์ตรง
ได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา ได้ทำาการทดลอง ได้พิสูจน์สิ่งต่างๆ ผ่านการวางแผน การทำางานเป็นทีมและการคิดเชิงวิพากษ์
อย่างเป็นระบบโดยเน้นให้สามารถบูรณาการวิชาการด้านต่างๆ มาใช้ในการทำาโครงการนั้นๆ ได้






เราจะสร้างการเรียนรู้จาก PBL ได้อย่างไร?

5 คุณลักษณะหลักที่ทำาให้เกิดการเรียนรู้
1. การเชื่อมโยงกับชีวิตจริง (Real-World Connection) :
2. มีสาระหลักเชื่อมสู่การเรียนรู้ (Core to Learning) :

3. การสร้างความร่วมมือในเชิงโครงสร้าง (Structured Collaboration) :
4. พลังขับเคลื่อนของนักเรียน (Student Driven)

5. มีการแนวทางการประเมินผลที่หลากหลาย (Mutifacted Assessment)







การทำา PBL ทำาอย่างไร?
บทบาทของครู : ครูทำาหน้าที่เป็นผู้แนะนำาและกระตุ้นการเรียนรู้

(Teacher as Coach)
บทบาทของนักเรียน : นักเรียนเป็นผู้ออกแบบ (Designer ) และ

ฝึกปฏิบัติ (Practice) รวมถึงสะท้อนและประเมินผลการเรียนรู้
โดย 1. ฟังเสียงเด็กให้เขาเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้
2.. ลงมือค้นคว้าปฏิบัติจริง

3. สะท้อนการเรียนรู้และปรับปรุงโครงงาน
4. นำาเสนองานสู่สาธารณะ

5. เริ่มต้นจากการกระตุ้นให้เกิดการตั้งคำาถาม
6. อยากรู้อะไร แก้ปัญหาเรื่องอะไรแบบไหน







30

โครงงานนักเรียน






โครงงานการงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง “สังขยาใบเตยจากนม”



(การจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานเป็นฐาน )



โครงงานการงานอาชีพและเทคโนโลยี
เรื่อง “สังขยาใบเตยจากนม”

จัดทำาโดย 1. เด็กหญิงกิตติ์จิรทีปต์ ยอดมณี ชั้น ม.3
2. เด็กหญิงชฎาภรณ์ ผิวอ่อน ชั้น ม.3

3. เด็กชายณัฐนนท์ เพาะบุญ ชั้น ม.3
ครูที่ปรึกษา นายอนุชัย พงษ์ประสิทธิ์ไพร
นางพิมพ์มาลา เรขวัฒนะ





โครงการธนาคารความดี




















บทคัดย่อ
โครงงานการงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง สังขยาใบเตยจากนมนี้








มวัตถุประสงคเพอฝกทักษะทางอาชีพและเสรมสร้างความร้ความเข้าใจตอ

วชาการงานอาชพฯ โดยผู้จัดทำาได้ใช้นมจืด ซึ่งมีรสชาติที่ไม่อร่อยสำาหรับ


ใครหลาย ๆ คนมาเป็นส่วนผสมในการทำาสังขยา จึงช่วยกันคิดค้นวิธีที่จะ
แปรสภาพนมให้เกิดประโยชน์และเกิดคุณค่า จึงได้ทดลองทาสงขยาใบเตย




จากนมโดยได้ทดลองทาแล้วนามาขายให้ผ้ปกครองและนักเรียนในวันวิชาการ

และวันแม่ของโรงเรียนคริสตสงเคราะห์
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ปกครองและนักเรียนให้ความสนใจและชอบ
รับประทานสังขยาใบเตยจากนมนี้จึงทำาให้ใช้เป็นฐานในการต่อยอด การนำา
นมไปเป็นส่วนผสมกับอาหารหรือขนมชนิดต่างๆ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการ
ประกอบอาชีพต่อไป







31

โครงงานนักเรียน





โครงงานการงานอาชีพและเทคโนโลยีประเภทสิ่งประดิษฐ์



เรื่อง “ตะกร้าจากฝาขวดน้ำ พลาสติก”








โครงงานการงานอาชีพและเทคโนโลยีประเภทสิ่งประดิษฐ์

เรื่อง “ตะกร้าจากฝาขวดน้ำาพลาสติก”
จัดทำาโดย 1.เด็กชายณัฐดนัย แก้วสวัสดิ์ลาภ ชั้น ป.6

2.เด็กหญิงธนพร เอกสกุลพัน ชั้น ป.6
3.เด็กหญิงปริยาภัทร สุขเจริญ ชั้น ป.6
ครูที่ปรึกษา นางพิศมร ทองศรีจันทร์

นางสาวศลิษา อยู่ยงค์
นางสาวทิวาพร โคตรภักดี



















บทคัดย่อ

โครงงานเรื่องตะกร้าจากฝาขวดน้ำาพลาสติก มีวัตถุประสงค์




เพ่อศึกษาการนาฝาขวดนาพลาสติดมาใช้ประดิษฐ์เป็นตะกร้าและเพ่อ

ประดิษฐ์ตะกร้าจากฝาขวดน้ำาพลาสติก โดยการนำาฝาขวดน้ำามาเรียง

ต่อกันและติดด้วยกาวร้อนตามท่ออกแบบไว้และหลังจากน้นผ้จัดทา



โครงงานได้มีการแจกแบบประเมินให้กับผู้ปกครองและเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน
เพื่อประเมินประสิทธิภาพของตะกร้า ผลจาการวิเคราะห์แบบประเมิน
สรุปได้ว่าตะกร้ามีนาหนักเบาเหมาะสมกับการใช้งานและการออกแบบ


วัสดุอุปกรณ์มีความเหมาะสม สามารถใช้งานได้ตามความเหมาะสม
ของขนาดตะกร้าและมีขนาดและรูปทรงที่สวยงาม ส่วนความแข็งแรง
ทนทานของตะกร้า โดยภาพรวมประสิทธิภาพการใช้งานตะกร้าจาก

ฝาขวดน้ำาพลาสติก มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับดี









32

การบูรณะอาคารสถานที่และปรับภูมิทัศน์



เพื่อเอื้ออำ นวยต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้















ในปีการศึกษา 2563 ทางโรงเรียนคริสตสงเคราะห์ และโรงเรียนอนุบาลคริสตสงเคราะห์ ได้บูรณะ



อาคารสถานท และปรับภูมิทัศน์ เพ่อเอ้ออำานวยต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ ท่ดำาเนินการเสร็จ



แลว มีการสร้างอาคารเซนต์ฟรังซิสเซเวียร์ ที่พักรอสำาหรับผู้ปกครอง และ หลังคาคลุม (Cover way) เชื่อม
ต่อ อาคารเซนต์ฟรังซิสเซเวียร์ อาคารเซนต์ลอเรนซ์ อาคารดอนบอสโก อาคารเซนต์แมรี่ สร้างห้องนาบริเวณ


อาคารเซนต์ลอเรนซ์และปรับปรุงสนามบาสเกตบอล และ สนามวอลเลย์บอล นอกจากนี้ ทางโรงเรียนกำาลัง

จะสร้างโรงครัวใหม่ พร้อมห้องนา จัดทำาเวทีท่อาคารเซนต์ลอเรนซ์ และปรับปรุงสนามเด็กเล็กอนุบาล



เม่อแล้วเสร็จจะได้เก็บภาพบรรยากาศมาฝากทุก ๆ คน
















































33

เรียนรู้การป้องกันตัวเอง


จาก COVID-19



ในโรงเรียนคริสตสงเคราะห์ – โรงเรียนอนุบาลคริสตสงเคราะห์

























- มีจุดคัดกรองวัดไข้ และตรวจสอบอาการไข้สูง ไอ จาม เจ็บคอ เหนื่อยหอบ หายใจลำาบาก

- การกำาหนดจุดรับส่งเด็กสำาหรับผู้ปกครองที่เฉพาะเจาะจง โดยแยกพื้นที่ให้ชัดเจน

- ก่อนปฏิบัติงานครูหรือผู้ดูแลเด็กควรมีการล้างมือให้สะอาดอย่างถูกต้อง,

สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และปฏิบัติงานตามปกติ
- หมั่นทำาความสะอาดพื้นผิวสัมผัส, สถานที่, ห้องเรียน, อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องใช้

เป็นประจำารวมถึงยานพาหนะรับส่งเด็ก

- การจัดกิจกรรมใด ๆ ก็ตามแต่ ควรมีการเว้นระยะห่างระหว่างกัน อย่างน้อย 1-2 เมตร

- สำาหรับการรับประทานอาหารนั้น เน้นอาหารที่ ปรุงสุกใหม่มีความสะอาดและ

มีคุณค่าทางสารอาหารตามหลักโภชนาการ พื้นที่รับประทานอาหารควรนั่งห่างกัน

เว้นระยะ 1-2 เมตร หรือมีฉากกั้นให้เรียบร้อย และล้างมือก่อนและหลังรับประทาน

อาหารทุกครั้ง กำาหนดระยะห่างสำาหรับพื้นที่ในการนอนของเด็กเล็ก
- สอนเด็ก ๆ ที่มีอายุมากกว่า 2 ปี ในการสวมถอดหน้ากาก และการเกบ

หน้ากากผ้าอย่างถูกต้อง

- สอนเด็ก ๆ ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่นและสอนวิธีการเก็บของใช้ส่วนตัวอย่าง

ถูกต้อง

- ให้ความเห็นและคำาแนะนำาเกี่ยวกับการแพร่ กระจายของเชื้อไวรัสที่น่าสนใจหรือ

COVID-19

- สอนให้เด็กล้างมืออย่างถูกวิธีด้วยสบู่และน้ำาสะอาดหรือสอนการใช้เจล

ทำาความสะอาดมือ




34

ในโรงเรียนคริสตสงเคราะห์ – โรงเรียนอนุบาลคริสตสงเคราะห์ ไข้หวัดใหญ่ & COVID-19 ความเหมือนที่แตกต่าง






การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด 19 (COVID-19) นับวันยิ่งขยายวงกว้างไปเรื่อย ๆ จนในที่สุด


องค์กรอนามัยโลก (WHO) มีการประกาศให้ COVID-19 เป็นโรคระบาดทั่วโลก (Pandemic) แตดวยความทอาการของ


COVID-19 มีความคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ วันนี้เราได้รวบรวมคำาถามยอดฮิต เพื่อมาแถลงไขข้อสงสัย มาตรวจดูกัน
CHECK LIST สังเกตอาการ ไข้หวัดใหญ่ VS COVID-19 !!

อาการ ไข้หวัดใหญ่ COVID-19

มีไข้สูงเฉียบพลัน a -

มีไข้อ่อนๆ (หลายวัน) - a
ปวดศีรษะ a a

อ่อนเพลีย (ปวดเมื่อยตามร่างกาย) a a

เริ่มเบื่ออาหาร - a
ไอแห้ง (ไม่มีเสมหะ) - a



มีนามูก a -
หายใจติดขัด หอบเหนื่อย - a
เจ็บคอ a a


...HOW TO…วิธีป้องกัน !!...
ไข้หวัดใหญ่ COVID-19

• เข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ทุก ๆ 1 ปี เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน
ให้กับร่างกาย และลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ • สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง
2M
• สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง • หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์
• หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์ • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด

• หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด

...การรักษา...

ไข้หวัดใหญ่ COVID-19

• การรักษาแบ่งตาม อาการโรคร่วม ความรุนแรงของโรค
• ชุดตรวจมีแพร่หลาย รู้ผลตรวจภายใน 1 ชั่วโมง
และการพบปอดอักเสบร่วมด้วย
• ยาต้านไวรัสที่เฉพาะเจาะจง ยังมีจำานวนจำากัด เนื่องจากพึ่งเริ่มผลิต
• มียาต้านไวรัสใช้อย่างแพร่หลาย กินครั้งละ 3-8 เม็ด เช้า เย็น กิน 5-10 วัน
กินครั้งละ 1 เม็ด เช้า เย็น เป็นเวลา 5-10 วัน
ร่วมกับยาต้านไวรัสชนิดอื่นๆ อีก 2-3 ชนิด

สนับสนุนข้อมูลโดย : นพ. กันต์ โอโกโนกิ สาขาอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ,

สาขาเวชบำาบัดวิกฤต โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1745 35

โดย ม.ธนวัฏ เอี่ยมชะโอด (ครูแบงค์)

คาฮูท! (Kahoot!) เป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผ่านเกมแบบไม่มีค่าใช้จ่าย โดยใช้เป็นเทคโนโลยี

การศึกษา เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2556 ที่ประเทศนอร์เวย์ ขณะนี้มีจำานวนผู้เล่นกว่า 50 ล้านคน
ใน 180 ประเทศ ด้วยความที่ถูกออกแบบให้เข้าถึงได้ในห้องเรียน และสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้แบบอื่น ๆ
ทั่วโลก ทุกคนสามารถสร้างเกมทางการเรียนรู้ของคาฮูท! ได้เอง โดยปราศจากข้อจำากัดทางอายุหรือ

หัวข้อ คาฮูท สามารถเข้าถึงได้ผ่านอุปกรณ์หลากหลาย เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือแบบพกพารวมไป
ถึงโทรศัพท์มือถือผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ ทำาให้ได้รับความสนใจในห้องเรียนที่มีนโยบาย”นำาอุปกรณ์
ของคุณมาเอง”


=ประโยชน์ที่ได้รับจากการนำ แอพพลิเคชั่น (Kahoot!) มาใช้งาน


ผู้สอน ผู้เรียน
o สามารถนำา Kahoot มาใช้ประกอบการสอน o มีความตื่นตัวในการเรียนมากขึ้น

เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้เรียน o เข้าใจเนื้อหาการเรียนรู้ได้มากขึ้น
o สามารถประเมินความรู้พื้นฐานของผู้เรียนได้ o ไม่เบื่อหน่ายในระหว่างเรียน



= วิธีการเล่น



คาฮูท! ถูกออกแบบสำาหรับการเรียนรู้ ในเกม คำาถามและตัวเลือก (มากสุด 4 ตัวเลือก)
ทางสงคม โดยผู้เรียนรวมตัวรอบหน้าจอเดียวกัน จะปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลัก แต่ละคำาตอบจะมาพร้อมกับ

เช่น หน้าจอ โทรทัศน์ กระดานอัจฉริยะ หรือ สีและรูปร่างที่ต่างกัน ผู้เรียนจะต้องเลือกหนึ่งในตัวเลือก



หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทตองการตอบ โดยเกมถูกออกแบบมาเพื่อที่ผู้เล่นจะ
เมื่อเปิดคาฮูท จะพบกับเลข PIN ที่ ต้องเงยหน้าจากจอของตนเอง เพื่อมองจอรวมเป็นระยะ
ระบบจะสุ่มขึ้นมา ผู้เล่นเข้าเว็บไซต์ kahoot.it เป็นการเพิ่มปฏิกิริยาทางสังคมกับทั้งครูและเพื่อนร่วมชั้น



ตามด้วยการใส่ รหัส PIN และชื่อเล่น โดยการ ผ้เรียนจะได้รับคะแนนเม่อตอบคาถามถูก
ใช้อุปกรณ์ใดก็ได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ จากนั้นจะ (สูงสุด 1000 แต้ม โดยให้ตามเวลาที่ใช้ก่อนจะตอบ)


หลงจบแตละคำาถาม ผู้เรียนจะเห็นคะแนนของตนเอง
ถูกนำาไปหน้าจอ เมื่อชื่อเล่นของ ผู้เล่นทุกคน รวมไปถึงลาดับของตนเองเม่อเทียบกับคนอ่นใน



ปรากฏบนหน้าจอแล้ว หัวหน้า (ปกติจะเป็นครู) ห้องเรียนบนหน้าจอของตนเอง รายชื่อผู้เรียนที่มี
กดปุ่มเริ่มเพื่อเริ่มการเล่นเกมการเรียนรู้ คะแนนมากที่สุด 5 อันดับแรกจะถูกแสดงบนหน้าจอ
หลักเพื่อกระตุ้นการ แข่งขันระหว่างผู้เล่น





นักเรียนสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมจากที่นี่..!! กดเลย..!! https://www.youtube.com/watch?v=CV071O33ZG


36

เสียงกระทบจากกระบอกไม้ไผ่
“อังกะลุง”

โดย ม.ธนวัฏ เอี่ยมชะโอด (ครูแบงค์)











โดย ครูธัญพิชชา ไข่แก้ว (ครูโม)


“อังกะลุง” คำาที่ค่อนข้างแปลกหูทางสำาเนียงภาษาคำานี้มีที่มาจากประเทศอินโดนีเซีย (ชวา)

เป็นชื่อของเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่ผู้อ่านหลายท่านอาจจะเคยคุ้นหูกันมาบ้าง และอังกะลุงได้เข้ามาสู่ประเทศไทย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงแนะนำาและอนุญาตให้สมเด็จเจ้าน้องยาเธอ

เจ้าฟ้าพระยาภานุพันธ์ วงศ์วรเดช เสด็จประพาสยังประเทศชวาพร้อมด้วยหลวงประดิษฐ์ไพเราะหรือที่
นักดนตรีไทยหลายท่านรู้จักกันในนาม “ศรศิลป์บรรเลง”




“อังกะลุง”เป็นเคร่องดนตรีท่ทาจาก โนตเพลงไทยสำาเนียงเขมร (เพลงเขมรลออองค ์
กระบอกไม่ไผ่เป็นท่อน ๆ ที่มีขนาดแตกต่างกัน เขมรไล่ควาย) โน้ตเพลงไทยสำาเนียงพม่า (เพลง
โดยกระบอกไม้ไผ่จะถูกแขวนอยู่ในตัวราง พม่ารำาขวาน เพลงพม่าเขว) โน้ตเพลงไทยสำาเนียง
ให้ส่วนล่างของกระบอกไม่ไผ่กระทบกับ มอญ (มอญอ้อยอิ่ง มอญรำาดาบ) จะเหนไดวา






รางให้เกิดเป็นเสียงดังข้นและเม่อมีคาถามว่า เพลงไทยล้วนได้รับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบ้าน





“อังกะลุง เป็นเครื่องดนตรีประเภทใด?” ทาใหเกดสาเนียงภาษาในการพูดท่แตกต่างกัน


หลายท่านอาจจะคิดไล่เรียงลาดับในใจว่า และยงสงผลมาถงสาเนยงภาษาของเสยงเพลง





ดนตรีไทยมี 4 ประเภท คือ ดีด สี ตี เป่า แล้ว ไทยอีกด้วย




องกะลุงจะจัดอยู่ในประเภทใด บ่อยครังมคา ซ่งโรงเรียนของเราก็ให้ความสาคัญกับ


ตอบกลับมาว่า “เขย่า” และแน่นอนว่านั่นเป็น การเรยนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง เด็ก ๆ ของเรา

คำาตอบที่ไม่จัดอยู่ในประเภทใดเลย จึงให้วิธี สามารถเล่นอังกะลุงส่อสารออกมาได้เป็น

การเล็กๆน้อยในการตอบคำาถามว่า ต้นกำาเนิด บทเพลงที่ไพเราะ นอกจากจะได้ความสนุกสนาน
ของเสียงมาจากสิ่งใด วิธีการใด นั่นคือการจัด แล้วยังเป็นการฝึกสมาธิและความสามัคคีกัน
ประเภทของเครื่องดนตรีไทยนั้น ๆ เพราะฉะนั้น ในวง เพราะการเล่นอังกะลุง 1 คน จะถือ 1-2 ตัว
คำาตอบที่ได้คือ อังกะลุง เป็นเครื่องดนตรี และจะมีตัวโน๊ตที่แตกต่างกัน ทุกตัวโน๊ตจะต้อง
ประเภทตี กระบอกไม้ไผ่กระทบกับราง ตีกับราง เล่นให้ถูกต้องตามจังหวะที่กำาหนดไว้โดยเสียง


นั่นคือต้นกำาเนิดของเสยง และโนตทใช้ในการบรรเลง นั้นจะต้องต่อเนื่องไม่ให้ขาดเพื่อให้เกิดเสียงที่


จะเป็นโน้ตเพลงไทยที่หลากหลายสำาเนียง เช่น สมบูรณ์และไพเราะ

โน้ตเพลงไทยสำาเนียงลาว (เพลงลาวดวงเดือน
เพลงลาวเสี่ยงเทียน)
37

คริสตฯ....พาเพลิน






สวัสดีค่ะเด็ก ๆ คอลัมน์คริสตฯพาเพลิน ฉบับนี้เรามีเกม Body



เกยวกับส่วนประกอบของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของเรา มาให้เด็ก ๆ
ช่วยกันหาคำาศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่ตรงกับอวัยวะในร่างกายมาเติมในช่อง
ว่างที่กำาหนดไว้ โดยเกมนี้มีชื่อว่า The Parts of the Body น้อง ๆ

พร้อมกันหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วเราเริ่มกันเลยค่ะ GO!!!









































































38

คริสตฯ....พาเพลิน


เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่






ปีการศึกษา 2564



















โรงเรียนอนุบาล


คริสตสงเคราะห์


โรงเรียนอนุบาลคริสตสงเคราะห์

ระดับช้นอนุบาล 1 2 และ 3


(* ระดับช้น อนุบาล 1 นักเรียนต้องเกิดก่อน


วันท 16 พฤษภาคม 2561)
จ�าหน่ายใบสมัคร โรงเรียนคริสตสงเคราะห์


: วันที 4 มกราคม – 31 มีนาคม 2564
ประเมินพัฒนาการ ระดับช้นประถมศึกษาปท 1 – มัธยมศึกษาปท 3








: ตามวันทีทางโรงเรียนนัดหมาย จ�าหน่ายใบสมัคร
ประกาศผลการประเมิน : วันที 4 มกราคม – 31 มีนาคม 2564


: ตามวันทีทางโรงเรียนนัดหมาย ประเมินความร


มอบตัว : ตามวันทีทางโรงเรียนนัดหมาย


: ตามวันทีทางโรงเรียนนัดหมาย ประกาศผลการประเมิน

: ตามวันทีทางโรงเรียนนัดหมาย
มอบตัว


: ตามวันทีทางโรงเรียนนัดหมาย







39

โรงเรียนคริสตสงเคราะห์

โรงเรียนอนุบาลคริสตสงเคราะห์




เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1

ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3



=ให้ความสำาคัญกับการพัฒนาความเป็นคนทั้งครบ

ด้วยหลักศาสนา คุณธรรม จริยธรรม
=การเรียนการสอนเหมาะกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

=มีหลักสูตร IEP 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้
=มีมาตรฐานด้านวิชาการ บูรณาการในการเรียนรู้

=ฝึกทักษะด้านภาษาต่างประเทศโดยครูเจ้าของภาษา
=ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในกระบวนการเรียนรู้ สนใจติดต่อแผนกธุรการ

=เรียนด้วยการปฏิบัติจริง ทำาให้เกิดทักษะ โทร 037-391695 (อนบาล)

037-391693 (ประถม)
=สถานที่ ห้องเรียน ห้องฝึกทักษะต่าง ๆ เหมาะแก่การเรียนรู้










































โรงเรียนคริสตสงเคราะห์ CHRISTASONGKROH SCHOOL
184 หมู่ 2 ถ.รังสิต - นครนายก อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120 โทร. 037-391693, 086-7119073 โทรสาร 037-391085
184 MOO 2, RANGSIT - NAKHONNAYOK ROAD, ONGKHARAK, NAKHONNAYOK 26120
TEL. 037-391693, 086-7119073 FAX: 037-391085 WWW.CS.AC.TH


Click to View FlipBook Version
Previous Book
ROSLINAH BINTI ROSLI
Next Book
798