~ 211 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 6 รหสั วิชา 2101 – 1003
ช่ือวิชา งานเครื่องล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
หน่วยที่ 6
ศูนย์ล้อรถยนต์
การบงั คบั ลอ้ เล้ียวที่ดี พวงมาลยั รถยนต์ น้นั ถูกจดั ให้อยใู่ นตาแหน่งที่ถูกตอ้ ง ผขู้ บั ขี่เกิดความ
สะดวกสบาย ถา้ ส่วนใดส่วนหน่ึงเกิดความบกพร่องหรือผดิ พลาดจากมุมบงั คบั เล้ียวท่ีกาหนดไว้ จะ
ก่อใหเ้ กิดปัญหาดงั น้ี พวงมาลยั หนกั หรือเบากวา่ ปกติทาใหก้ ารควบคุมบงั คบั รถไมส่ ะดวก การบงั คบั
เล้ียวไมด่ ีเท่าท่ีควร ในระยะควบคุม การบงั คบั เล้ียวเขา้ โคง้ ไมด่ ี ทาใหด้ อกยางสึกผดิ ปกติ ยางอายสุ ้ันกวา่
กาหนด
มุมล้อหน้ารถยนต์
มุมลอ้ หนา้ รถยนต์ จะประกอบไปดว้ ยมุมท้งั หมด 5 มุมดว้ ยกนั คือ
1. มุมแคมเบอร์ (Camber angle)
2. มุมแคสเตอร์ (Caster angle)
3. มุมโทอินและมุมโทเอาต์
4. มุมเอียงสลกั ลอ้ หนา้ หรือมุมคิงพิน
5. มุมโทเอาตอ์ อนเทิร์น หรือมุมรัศมีมุมเล้ียว
1. มุมแคมเบอร์ (Camber angle)
มุมที่เส้นศนู ยก์ ลางของยางจะเอียงทามุมกนั แนวดิ่ง ซ่ึงสามารถแบ่งไดเ้ ป็นมุมแคมเบอร์บวก
และลบ โดยมีลกั ษณะของมุมของแคมเบอร์ต่อไปน้ี
1.1 มุมแคมเบอร์เป็ นศูนย์
ทาเครื่องหมาย ขีดเส้นตรงก่ึงกลางหนา้ ยาง จะเห็นเส้นเป็ นแนวด่ิงต้งั ฉากกบั พ้ืนราบคือถนน
หนา้ ยางสมั ผสั ถนนเตม็ ท่ี ลอ้ รถยนต์ ไดม้ ุมตามแนวดิ่ง จะเรียกวา่ มุมแคมเบอร์ เป็น 0 ไม่มีแคมเบอร์
ประมาณต้งั ฉาก ดงั รูปท่ี 6.1
รูปท่ี 6.1 แสดงมุมแคมเบอร์
นายวทิ ยา คงตนั วิทยาลยั เทคนิคพิษณุโลก มุมลอ้ รถยนต์
~ 212 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 6 รหสั วชิ า 2101 – 1003
ช่ือวิชา งานเครื่องล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
1.2 มุมแคมเบอร์เป็ นบวก + (positive camber)
ลอ้ ดา้ นบนเอียงออก ลอ้ จะไมอ่ ยใู่ นแนวด่ิง เอียงออกแบบน้ี คือ มุมแคมเบอร์เป็ นบวก จะช่วย
การขบั ขี่ทางตรงไดด้ ี ดงั รูปที่ 6.2
รูปที่ 6.2 แสดงมุมแคมเบอร์เป็นบวก
1.3 มุมแคมเบอร์เป็ นลบ - (negative camber)
ดา้ นบนของลอ้ เอียงเขา้ ดา้ นล่างแบะออก มีลกั ษณะ ขอ้ เข่าชิดและเทา้ แบะออก แบบน้ี คือ มุมแคม
เบอร์เป็นลบ โดยท่ีมุมแคมเบอร์ลบ จะช่วยใหย้ างตอบสนองต่อการเอียงของรถในขณะที่รถเกิดการเขา้
โคง้ ไดด้ ี ดงั รูปที่ 6.3
รูปที่ 6.3 แสดงมุมแคมเบอร์เป็นลบ
นายวทิ ยา คงตนั วิทยาลยั เทคนิคพษิ ณุโลก มุมลอ้ รถยนต์
~ 213 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 6 รหสั วชิ า 2101 – 1003
ชื่อวชิ า งานเครื่องล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
โดยส่วนมาก บริษทั ผผู้ ลิตรถยนตจ์ ะออกแบบใหม้ ุมแคมเบอร์มีคา่ เป็นบวก สรุปไดด้ งั น้ี
1. เพอ่ื ใหจ้ ุดที่ยางสมั ผสั กบั พ้นื ถนนอยใู่ กลก้ บั ท่ีน้าหนกั กดลง เพ่ือใหเ้ กิดความแขง็ แรง
โดยเฉพาะลูกปื นลอ้ และแกนลอ้ หนา้
2. เพื่อทาใหพ้ วงมาลยั เบาลง มุมแคมเบอร์เป็ นบวก ดา้ นล่างของยางจะเอียงเขา้ ขา้ งในรถทาให้
ระยะห่างระหวา่ งตรงแนวแกนสลกั ลอ้ หนา้ และจุดท่ีสัมผสั ก่ึงกลางยางนอ้ ยลง เรียกวา่ รัศมีหมุนเล้ียว
ถา้ รัศมีหมุนเล้ียวยาวจะทาใหแ้ ขนของแรงยาวข้ึนทาใหแ้ รงกดท่ีสลกั ลอ้ เกิดมากข้ึน จะ ทาใหก้ ารเบียด
ตวั ขณะหมุนลอ้ เม่ือลอ้ เอียง รัศมีหมุนเล้ียวจะส้นั ลงทาใหแ้ รงเบียดลดลง ส่งผลให้ พวงมาลยั เบา
3. เพือ่ ลดปัญหาการใชเ้ บรกลอ้ หนา้ ถา้ การหมุนเล้ียวรัศมียาว เม่ือเบรกจะเกิดผลการปัดของ
ลอ้ หนา้ มากข้ึน ถา้ เบรกแตล่ ะลอ้ จบั ไมเ่ ท่ากนั จะทาใหก้ ารทรงตวั ของรถไม่ดีและมีการแฉลบข้ึนได้
4. เพ่อื ลดปัญหาการกระแทกกลบั ท่ีพวงมาลยั เมื่อรถวงิ่ ไปบนผวิ ถนนขรุขระเกิดแรงกระแทก
แกม้ ยางและจะส่งผลไปท่ีคนั ชกั คนั ส่ง ทาใหพ้ วงมาลยั แกวง่ ไปมา รัศมีหมุนเล้ียวยงิ่ ยาวแรงกระแทก
กลบั ก็ยง่ิ จะมากข้ึนตามลาดบั
การออกแบบใหม้ ุมแคมเบอร์ของลอ้ หนา้ รถยนตเ์ ป็นบวก ทาใหร้ ัศมีหมุนเล้ียวลดลงและลด
ปัญหาเรื่องพวงมาลยั หนกั ลงไดบ้ า้ ง ยงั คงเกิดมีปัญหาเรื่องแรงกระแทกกลบั มาท่ีพวงมาลยั ในการ
แกป้ ัญหา สามารถทาได้ โดยการ ลดแรงดนั ลมยางลง จะทาใหพ้ วงมาลยั มีแรงกระแทกกลบั ลดนอ้ ยลง
อยา่ งมาก การออกแบบยางใหใ้ ชแ้ รงดนั ลมยางลดลง
2. มุมแคสเตอร์ (Caster angle)
มุมแกนหมุนเล้ียวที่ออกจากแนวด่ิงไปตามแนวยาวของรถ หรือระยะเส้นศูนยก์ ลางแกนหมุน
เล้ียวกบั เส้นศูนยย์ างสัมผสั พ้นื ที่อยหู่ ่างกบั พ้นื บนระนาบ เช่น มุมแคสเตอร์ลอ้ รถจกั รยาน ดงั รูปที่ 6.4
รูปที่ 6.4 แสดงมุมแคสเตอร์ รถจกั รยาน มุมลอ้ รถยนต์
นายวิทยา คงตนั วทิ ยาลยั เทคนิคพิษณุโลก
~ 214 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 6 รหสั วิชา 2101 – 1003
ช่ือวชิ า งานเคร่ืองล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
ถา้ แกนหมุนเล้ียวส่วนบนเอียงไปทางหลงั รถ เรียกวา่ มุมแคสเตอร์บวก ถา้ เอียงไปในทิศทาง
ตรงกนั ขา้ ม จะเรียกวา่ มุมแคสเตอร์ลบ มุมแคสเตอร์หากมากจะมีแรงกระแทกที่พวงมาลยั ใหห้ มุนกลบั
เองมาก จึงทาใหล้ อ้ หนา้ รถรักษาเสถียรภาพการเคลื่อนที่ทางตรงได้ รถยนตส์ ่วนมากแนวของสลกั ลอ้
หนา้ ไมอ่ ยใู่ นแนวด่ิงแต่มกั จะเอนเป็ นมุมไม่มากนกั วตั ถุประสงคม์ ุมแคสเตอร์คือ
1. เพอ่ื ให้รถวงิ่ ทางตรงโดยผขู้ บั ข่ีไม่ตอ้ งขยบั พวงมาลยั ตลอดเวลา ผขู้ บั ขี่ไดพ้ กั อิริยาบถ
ในขณะขบั รถ ถา้ รถท่ีไม่มีทิศทางคงตวั หรือเรียกวา่ รถหนา้ ไว ผขู้ บั รถจะตอ้ งคอยหมุน หรือขยบั
พวงมาลยั ตลอดเวลาเพื่อแกท้ ิศทางของรถ จะมีแรงภายนอกมากระทา เช่น แรงลมที่ปะทะ ความเอียง
ของผวิ ถนน จะส่งผลทาใหท้ ิศทางของรถเปล่ียนไป ผขู้ บั ข่ีไม่อาจจะละสายตาไม่ตอ้ งมองที่พ้นื ผวิ ถนน
ตลอดเวลา เป็นการผอ่ นคลายจากความเครียดที่ตอ้ งขบั รถเป็นระยะทางไกล
2. เพ่ือใหพ้ วงมาลยั กลบั เองหลงั จากการเล้ียวรถ มุมคาสเตอร์จะทาใหพ้ วงมาลยั คืนตวั ไดเ้ อง
ภายหลงั จากการเล้ียว ค่าของคาสเตอร์ลดลงเหลือเป็นมุมเล็ก ๆ ผลจากมุมคาสเตอร์จึงมีนอ้ ย แต่จะเกิด
จากผลของมุมเอียงสลกั ลอ้ หนา้ เป็นส่วนใหญ่ขณะที่รถเล้ียว ถา้ มุมคาสเตอร์เป็นศูนย์ คืออยใู่ นแนวด่ิง
จะไม่เกิดผลกบั ตวั รถมุมคาสเตอร์เป็ นบวก เช่น ในการเล้ียวซา้ ย ปลายของแกนลอ้ หนา้ จะต่าลงกวา่ เม่ือ
รถวงิ่ อยใู่ นแนวตรง ขณะท่ีรถเล้ียวซา้ ย แกนลอ้ ซา้ ยจะช้ีต่าลง ทาใหด้ า้ นบนของยางเบนออก นนั่ คือ มุม
แคมเบอร์จะเพ่ิมข้ึนขณะเล้ียวซา้ ย
3. เพอ่ื ชดเชยความเอียงของถนน โดยทว่ั ไปสภาพพ้ืนผวิ ถนนจะถูกออกแบบใหเ้ อียงขา้ งใดขา้ ง
หน่ึงหรือมีลกั ษณะคลา้ ยหลงั เตา่ สภาพดงั กล่าวทาใหร้ ถเบนไปตามความลาดเอียงของถนน ผขู้ บั ข่ีจึง
ตอ้ งคอยดึงหรือบงั คบั พวงมาลยั ไวต้ ลอดเวลา ถา้ ปรับมุมคาสเตอร์ชดเชยก็จะช่วยลดปัญหาน้ีให้นอ้ ยลง
ได้
การท่ีรถจะวงิ่ ทางตรงถึงแมว้ า่ จะมีแรงมากระทา จากภายนอกมาทาใหร้ ถเบนออกก็ตาม มุมคา
สเตอร์เป็นบวกจะช่วยใหเ้ กิดทิศทางคงตวั แรงสลกั ลอ้ หนา้ จะอยดู่ า้ นหนา้ ขณะท่ีลอ้ หมุนไปทางดา้ นซา้ ย
หรือดา้ นขวาจะเกิดแรงตา้ นที่จะทาใหย้ างเกิดแรงหมุนกลบั มาตาแหน่งรถวง่ิ ทางตรง รถท่ีมีคา่ คาสเตอร์
เป็นบวกมากจะยงิ่ ทาใหเ้ กิดทิศทางคงตวั มากข้ึน แตผ่ ลเสียคือ จะทาใหพ้ วงมาลยั หนกั ข้ึน เน่ืองจากแรง
ตา้ นทานของลอ้ ถา้ มุมคาสเตอร์เป็นศูนย์ แรงที่จะทาใหล้ อ้ กลบั มาตาแหน่งวงิ่ ทางตรงจึงไม่มี จึงข้ึนอยู่
กบั ทิศทางการบงั คบั รถ ดงั รูปที่ 6.5
นายวทิ ยา คงตนั วทิ ยาลยั เทคนิคพษิ ณุโลก มุมลอ้ รถยนต์
~ 215 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 6 รหสั วิชา 2101 – 1003
ช่ือวชิ า งานเครื่องล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
รูปที่ 6.5 แสดงมุมแคสเตอร์ เป็นบวก
ถา้ มุมคาสเตอร์เป็นลบ แนวแกนสลกั ลอ้ หนา้ จะอยหู่ ลงั จุดที่ยางสัมผสั พ้ืนถนน ขณะท่ีเล้ียวแรง
ตา้ นของยางและพ้นื ผวิ ถนนมีทิศทางคงเดิม คือ เม่ือยางบิดไปในทิศทางใดก็จะมีแรงเสริมใหเ้ ล้ียวไปใน
ทิศทางเดียวกนั มากข้ึน จะทาใหร้ ถไมม่ ีทิศทางคงตวั หรือที่เรียกวา่ รถหนา้ ไวนน่ั เอง แต่จะมีผลดี คือ
ทาใหพ้ วงมาลยั ของรถเบาข้ึน แรงหมุนพวงมาลยั เพือ่ การบงั คบั เล้ียวเมื่อรถเคลื่อนท่ีไปขา้ งหนา้ จะมีแรง
ช่วยเสริมใหล้ อ้ เล้ียวไปทางเดียวกนั กบั ทิศทางที่บงั คบั
บริษทั ผอู้ อกแบบผลิตรถยนต์ จะทาใหร้ ถมีทิศทางคงตวั ได้ แมว้ า่ จะออกแบบใหม้ ุมคาสเตอร์
เป็นลบเพราะมีมุมอื่นมาช่วย การใชย้ างหนา้ กวา้ ง ยางเรเดียล ซ่ึงมีพ้ืนสัมผสั ท่ีมากกวา่ จะทาใหก้ ารวง่ิ
ตรงไปขา้ งหนา้ ไดด้ ี
พ้นื ผวิ ถนนอาจจะทาใหล้ อ้ เล้ียวออกทางซา้ ยอยตู่ ลอดเวลา ถา้ ต้งั มุมคาสเตอร์ใหล้ อ้ ซา้ ยมีค่าเป็น
บวกมากกวา่ ลอ้ ขวา จะช่วยลดปัญหาน้ีได้ ลอ้ จะเล้ียวไปทางดา้ นท่ีมีค่าคาสเตอร์เป็นลบมากกวา่ ผลท่ี
เกิดข้ึนของมุมคาสเตอร์พอสรุปไดด้ งั น้ี
1. เม่ือคา่ เป็ นบวกมากไป พวงมาลยั ของรถจะหนกั ส่งผลให้ ลอ้ เตน้ มากขณะวง่ิ
2. เมื่อค่าเป็ นลบมากไป ทิศทางไมค่ งที่เมื่อความเร็วสูง ส่งผลให้ หนา้ ส่ายและรถแฉลบง่าย
3. เมื่อค่ามุมคาสเตอร์ไม่เท่ากนั จะทาใหร้ ถกินซา้ ยหรือขวา ข้ึนอยกู่ บั วา่ ดา้ นใดที่คาสเตอร์มีคา่
ลบมากกวา่
นายวทิ ยา คงตนั วิทยาลยั เทคนิคพิษณุโลก มุมลอ้ รถยนต์
~ 216 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 6 รหสั วชิ า 2101 – 1003
ชื่อวชิ า งานเคร่ืองล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชีพ
3. มุมโทอนิ และมุมโทเอาต์
มุมโทอิน (Toe-in) คือ ผลความตา่ งระหวา่ งดา้ นหนา้ ยางและดา้ นหลงั ยาง ตามทิศทางหนา้ รถซ่ึง
โดยปกติจะมีคา่ เป็ นบวกประมาณ1-2 มม. แต่จะยกเวน้ รถขบั ลอ้ หนา้ และรถโดยสารซ่ึงจะมีค่าเป็น 0
หรือเป็นลบ ดงั รูปที่ 6.6
รูปท่ี 6.6 แสดงมุมโทอิน
มุมโทเอาต์ (Toe-Out) คือ ผลตา่ งมุมเล้ียวลอ้ หนา้ ที่ลอ้ ดา้ นนอกหมุนเล้ียวไดน้ อ้ ยกวา่ ลอ้ ดา้ น
ในเพราะลอ้ ดา้ นในจะมีรัศมีในการเล้ียวส้ันกวา่ ลอ้ ดา้ นนอกประมาณ 20 องศา โดยที่มุมโทเอาตจ์ ะ
เป็นมุมไม่สามารถปรับต้งั ไดจ้ ึงมีผลต่อการสึกหรอของยาง ดงั รูปที่ 6.7
รูปท่ี 6.7 แสดงมุมโทเอาต์
โทอิน ระยะดา้ นหนา้ ของยางเอียงเขา้ หากนั เป็นมุมลอ้ ท่ีมีผลต่อการ สึกของยางอยา่ งรวดเร็ว
โดยมุมโทอินผดิ ไม่ถูกตอ้ งตามที่กาหนด จาเป็ นท่ีจะตอ้ งตรวจสอบตลอดเวลา ยางรถยนตม์ ากกวา่ 90 %
สึกเพราะโทอินผดิ ไมถ่ ูกตอ้ ง เม่ือรถวง่ิ ทางตรง คา่ ของโทอินควรเป็น 0 คือ โดยปกติจะมีระยะห่างที่
นายวิทยา คงตนั วทิ ยาลยั เทคนิคพิษณุโลก มุมลอ้ รถยนต์
~ 217 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 6 รหสั วชิ า 2101 – 1003
ช่ือวิชา งานเครื่องล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชีพ
อยคู่ นั ชกั คนั ส่ง จึงจะตอ้ งต้งั ค่าเผอ่ื เพราะการต้งั ศูนยล์ อ้ รถ รถยนตจ์ ะอยกู่ บั ท่ี จึงตอ้ งเผอื่ ไวใ้ นลกั ษณะ
เป็นโทอิน ความสาคญั มุมโทอินมีดงั น้ี
1. มีแรงกระทาดา้ นหนา้ ของยางใหถ้ ่างออก โดยแรงกระทาจากมุมตา่ ง ๆ เช่น มุมแคมเบอร์
ท่ีต้งั บวกและจุดตดั อนั เกิดจากมุมรวมอยตู่ ่ากวา่ ระดบั ถนน รัศมีหมุนเล้ียวซ่ึงเกิดข้ึนทาใหล้ อ้ ถ่างออก
ขณะรถเคล่ือนที่ไป
2. รถยนต์ ขบั เคล่ือนลอ้ หลงั ลอ้ หนา้ จะถ่างออกขณะรถเคลื่อนท่ี ลอ้ หลงั เป็นตวั ขบั ลอ้ หนา้ จะ
เป็นลอ้ ที่หมุนอิสระ สลกั ลอ้ หนา้ เป็นจุดหมุนของลอ้ แรงตา้ นของหนา้ ยางจะทาใหย้ างหมุนรอบจุดหมุน
ซ่ึงลอ้ จะแบะออก โดยมีคนั ส่งบงั คบั
รถยนตข์ บั เคล่ือนลอ้ หนา้ เป็ นลอ้ ตะกยุ เพื่อให้รถแล่นไปขา้ งหนา้ สลกั ลอ้ หนา้ ซ่ึงอยดู่ า้ นในของ
ลอ้ จะเป็นจุดหมุนใหล้ อ้ หมุนรอบตวั เอง รถขบั ลอ้ หนา้ จึงเป็นโทอินขณะรถวงิ่ ส่วนรถยนตข์ บั ลอ้ หลงั จะ
เป็นโทเอาตข์ ณะวงิ่ มากกวา่ ท่ีจะเป็นโทอิน เนื่องจากชุดคนั ชกั คนั ส่งจะมีความหลวมอยบู่ า้ ง ถา้ ต้งั โทอิน
ใหเ้ ป็นศนู ย์ ขณะรถวง่ิ จะเป็ นโทเอาต์ เพอ่ื ให้โทอินเป็นศูนยข์ ณะรถวงิ่ จึงต้งั เผอื่ เป็นโทอินไวเ้ ลก็ นอ้ ย
รถท่ีขบั ลอ้ หนา้ บางรุ่นกาหนดคา่ ไวใ้ หต้ ้งั เป็ นโทเอาต์
จากการใชง้ านของรถยนต์ เน่ืองจากสภาพพ้ืนถนนลกั ษณะภูมิประเทศท่ีแตก ตา่ งกนั จะมีส่งผล
ใหล้ อ้ เป็นโทเอาต์ จะเกิดปัญหาทาใหล้ อ้ เล้ียวออกนอกจะเกิดการสึกหรอของลูกหมากคนั ชกั คนั ส่งและ
จุดหมุนต่าง ๆ ทาใหเ้ กิดช่องวา่ งมากข้ึน ยางจะสึกหล่อเป็ นโทเอาต์ ดงั น้นั เม่ือใชร้ ถยนตร์ ะยะหน่ึง
จะตอ้ งนาไปตรวจและปรับใหเ้ ป็นโทอิน
ลอ้ ที่เป็นโทอินหรือโทเอาตข์ ณะรถเคลื่อนที่ จะส่งผลใหย้ างสึกหรอผดิ ปกติท้งั คู่ ยางท่ีสึก
เน่ืองจากมุมโท จะมีลกั ษณะสึกคลา้ ยปลายขนนก การสึกของยางแบบน้ีเรียกวา่ แบบเหงือกปลาหมอ
เอามือลูบหนา้ ยางจะรู้สึกสะดุดมือ แตย่ างมีการหยนุ่ ตวั ดา้ นที่มีแรงขดั สีจะสึกมาก ส่วนดา้ นหลงั เป็ น
ร่องดอกยางจะสึกนอ้ ย
4. มุมเอยี งสลกั ล้อหน้าหรือมุมคงิ พนิ
มุมเอียงสลกั ลอ้ หนา้ คือ มุมที่เกิดจากสลกั ลอ้ หนา้ หรือแนวลูกหมาก ปี กนกเอียงเขา้ หาขา้ งในรถ
มุมแกนบงั คบั เล้ียวเป็นมุมท่ีส่งผลเก่ียวกบั การควบคุมทิศทางของรถ และเป็นมุมที่ไม่สามารถปรับได้
ถา้ ตอ้ งการมอง ใหม้ องจากทางดา้ นหนา้ ของรถ ค่าวดั ไดข้ องมุมน้ี จะเป็ นองศา เป็นมุมท่ีไม่มีค่าบวก
หรือลบเพราะจะตอ้ งออกแบบใหเ้ อียงทางเดียว มุมเอียงสลกั ลอ้ หนา้ มีหนา้ ที่สาคญั ดงั น้ี
1. ลดมุมแคมเบอร์ นอ้ ยลงโดยท่ีไม่เกิดผลเสีย
2. พวงมาลยั หมุนคืนกลบั เองหลงั จากเล้ียว และมีทิศทางคงที่
นายวทิ ยา คงตนั วทิ ยาลยั เทคนิคพิษณุโลก มุมลอ้ รถยนต์
~ 218 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 6 รหสั วชิ า 2101 – 1003
ช่ือวชิ า งานเคร่ืองล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
3. พวงมาลยั จะเบาลง เน่ืองจากรัศมีการหมุนเล้ียวลดลง ความฝืดของจุดหมุนจะลดลง
4. น้าหนกั ของรถที่กดลงใกลก้ บั จุดก่ึงกลางของยางมากข้ึน
ส่วนเส้นแบ่งก่ึงกลางของแกนบงั คบั เล้ียวกบั เส้นแนวกลางลอ้ ที่พ้นื เรียกวา่ ระยะเย้อื งศูนย์ ระยะเย้อื ง
ศนู ยน์ อ้ ยกวา่ ช่วยลดแรงหมุนพวงมาลยั และแรงส่ันสะเทือนในการเบรก ดงั รูปท่ี 6.8
มุมแนวแกนบังคบั เลยี้ ว
ตรงเหมือนเดิม เส้นแบ่งกง่ึ กลาง
แกนบังคบั เลยี้ ว
เส้นแบ่งกง่ึ กลางล้อ
ระยะเยอื้ งศูนย์
รูปที่ 6.8 แสดงมุมเอียงสลกั ลอ้ หนา้ หรือมุมคิงพนิ
ทม่ี า: http://www.headlightmag.com.2555
5. มุมโทเอาต์ออนเทริ ์น (Toe out on turn)
มุมโทเอาตอ์ อนเทิร์น หรือมุมรัศมีมุมเล้ียวจะเป็นมุมลอ้ หนา้ เกิดในขณะเล้ียวเมื่อลอ้ หนา้
ดา้ นขวาและซา้ ยเล้ียวทามุมที่เท่ากนั จึงทาใหล้ อ้ หนา้ ท้งั สองมีรัศมีมุมเล้ียวเดียวกนั จึงทาใหล้ อ้ ดา้ นใน
พยายามเล้ียวเป็นมุมมากกวา่ ลอ้ ดา้ นนอกเน่ืองจากมีรัศมีในการเล้ียวท่ีส้นั กวา่ ในขณะเล้ียวจึงเกิดจาก
การล่ืนไถลออกดา้ นขา้ งเป็นมุมโทเอาต์ ซ่ึงเป็นผลทาใหล้ อ้ ท้งั ส่ีหมุนไมร่ าบเรียบเป็ นสาเหตุใหเ้ กิด
เสียงดงั และการสึกหล่อของยาง ถึงแมจ้ ะลอ้ ท้งั ส่ีจะมีแรงดา้ นลมภายในยางแต่ละเส้นเท่ากนั และมี
ศูนยล์ อ้ ที่ถูกตอ้ ง มุมโทเอาตอ์ อนเทิร์น เป็นมุมที่มีผลตอ่ การสึกหรอของยาง เป็ นมุมท่ีไมต่ อ้ งปรับต้งั
ดงั รูปที่ 6.9 มุม
นายวทิ ยา คงตนั วทิ ยาลยั เทคนิคพษิ ณุโลก มุมลอ้ รถยนต์
~ 219 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 6 รหสั วชิ า 2101 – 1003
ช่ือวชิ า งานเคร่ืองล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชีพ
รูปท่ี 6.9 แสดง มุมโทเอาตอ์ อนเทิร์น
ทม่ี า: http://www.curbsideclassic.com.2555
การบริการตรวจสอบก่อนการต้งั ศูนย์ล้อ
ก่อนการปรับต้งั ศนู ยล์ อ้ จะตอ้ งมีการตรวจเช็ดระบบช่วงล่างชิ้นส่วนตา่ งมีผลต่อมุมลอ้ เป็น
อยา่ มาก จึงตอ้ งตรวจสอบ ก่อนการปรับต้งั ดงั ต่อไปน้ี
- ลูกหมากปี กนก ลูกหมากคนั ชกั วา่ หลวมคลอนหรือไม่
- ลูกยางกนั โคลง ลูกยางหนวดกุง้ สึกหล่อหรือหมดสภาพ
- ลูกปื นลอ้ หลวมคลอน มีจาระบีหล่อล่ืนหรือไม่
- โช็กอบั มีการรั่วของน้ามนั
- สปริงหรือระบบรองรับ ชารุด ยางรองสปริงฉีกขาด
- แรงดนั ลมยางไดต้ ามค่าท่ีกาหนดหรือไม่
- โครงรถยนต์ แชสซีส์ มีความผดิ ปกติหรือไม่
ลกั ษณะ การปรับต้ังศูนย์ล้อหน้ารถยนต์
1. การปรับต้งั มุมโทอินสามารถกระทาไดโ้ ดยการเปลี่ยน ความยาวของคนั ส่งท่ีต่ออยกู่ บั แขน
บงั คบั เล้ียว ดงั รูปท่ี 6.10
นายวิทยา คงตนั วทิ ยาลยั เทคนิคพิษณุโลก มุมลอ้ รถยนต์
~ 220 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 6 รหสั วิชา 2101 – 1003
ชื่อวิชา งานเคร่ืองล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
ปรับคนั ส่ง
รูปที่ 6.10 แสดงการปรับต้งั มุมโทอินคนั ส่งอยหู่ ลงั แกนลอ้
2. การปรับต้งั มุมแคมเบอร์โดยเฉพาะจะใชก้ ลไกลูกเบ้ียวเย้อื งศูนยท์ ี่ถูกยดึ ไวท้ ี่ขอ้ ต่ออยู่
ระหวา่ งโชก้ อพั กบั แกนบงั คบั เล้ียว โดยจะนิยมใชก้ บั ระบบรองรับแบบแมก็ เฟอร์สันสตรัท ดงั รูปท่ี
6.11
ลูกเบีย้ วปรับ
รูปท่ี 6.11 แสดงการปรับต้งั มุมแคมเบอร์กลไกลูกเบ้ียวเย้อื งศนู ย์
นายวทิ ยา คงตนั วิทยาลยั เทคนิคพษิ ณุโลก มุมลอ้ รถยนต์
~ 221 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 6 รหสั วชิ า 2101 – 1003
ชื่อวิชา งานเครื่องล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
3. การปรับต้งั มุมแคสเตอร์สามารถทาการปรับต้งั ไดโ้ ดยการเปล่ียนระยะ 1 ระหวา่ งปี กนกล่าง
กบั เหลก็ หนวดกงุ้ ดว้ ยการคลายนอตหรือแผน่ รองเหลก็ หนวดกุง้ ดงั รูปที่ 6.12
แผ่นรองเหลก็ หนวดก้งุ
รูปที่ 6.12 แสดงการปรับต้งั มุมแคมเบอร์เหล็กหนวดกุง้
4. การปรับต้งั สามารถทาไดโ้ ดยการสไลดเ์ ลื่อนรูน็อต จึงทาใหศ้ ูนยก์ ลางเลื่อนตวั เบี่ยงเบน
ออกไป 1 มม. มีค่าเท่ากบั 1 องศา ดงั รูปที่ 6.13
แผ่รนูนร็อตงเสหไลลก็ ดห์เลนอื่ วนดก้งุ
รูปท่ี 6.13 แสดงการปรับต้งั มุมแคมเบอร์การสไลดเ์ ล่ือนรูน็อต
นายวทิ ยา คงตนั วิทยาลยั เทคนิคพษิ ณุโลก มุมลอ้ รถยนต์
~ 222 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 6 รหสั วิชา 2101 – 1003
ชื่อวิชา งานเคร่ืองล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชีพ
5. การปรับต้งั มุมแคมเบอร์และแคสเตอร์ โดยวธิ ีการ คลายนอตท่ียดึ โชก้ อพั กบั โครงรถยนต์
จนกวา่ สามารถท่ีจะ ขยบั เบา้ หวั โชค้ อพั ออกไปได้ ประมาณ ดงั รูปที่ 6.14
กนารอ็ ปตรทับย่ี ใดึ สโแชผ้กน่อพชั ิม
รูปท่ี 6.14 แสดงขยบั เบา้ หวั โชก้ อพั อ
6. การปรับต้งั มุมแคมเบอร์และแคสเตอร์ดา้ นการเพม่ิ หรือลดแผน่ ชิม ที่แกนของปี กนกบนท่ี
ยดึ ติดอยกู่ บั โครงรถ จานวน 2 ชุด ดงั รูปที่ 6.15
แผก่นารปองรเับหใลสก็ แหผน่ วชดิมก้งุ
รูปที่ 6.15 แสดงการปรับการเพมิ่ หรือลดแผน่ ชิม
ทมี่ า: http://netisak.lpru.ac.th/bmw_e34_diy/steering_ball_joint.php.2555
นายวทิ ยา คงตนั วทิ ยาลยั เทคนิคพษิ ณุโลก มุมลอ้ รถยนต์
~ 223 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 6 รหสั วิชา 2101 – 1003
ช่ือวิชา งานเครื่องล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
7. การปรับต้งั มุมแคมเบอร์และแคสเตอร์ดว้ ยลูกเบ้ียวเย้อื งศูนย์ ทาไดด้ ว้ ยการหมุนใหล้ ูกเบ้ียว
เปล่ียนมุม จึงทาใหต้ าแหน่งของลูกหมากปี กนกล่างเปลี่ยนไป โดยจะมีลกั ษณะท่ีคลา้ ยกบั การปรับต้งั
ดว้ ยแผน่ ชิม ดงั รูปท่ี 6.16
ลูกเบยี้ วปรับ
รูปท่ี 6.16 แสดงการปรับต้งั ท่ีลูกเบ้ียว
ทมี่ า:http://netisak.lpru.ac.th.2555
เครื่องมอื ต้ังมุมล้อหน้ารถยนต์
มุมลอ้ หนา้ ประกอบดว้ ย 5 มุม คือ มุมแคมเบอร์ มุมคาสเตอร์ มุมเอียงสลกั ลอ้ หนา้ มุมโทอิน
และมุมโทเอาตอ์ อนเทิร์น มุมท่ีสามารถปรับต้งั ไดค้ ือ มุมแคมเบอร์ มุมคาสเตอร์ มุมและโทอิน มุมท้งั 3
เป็นมุมท่ีมีผลต่อการสึกของยาง มุมเอียงสลกั ลอ้ หนา้ กบั มุมโทเอาตอ์ อนเทิร์นปรับไมไ่ ด้ เม่ือใชง้ านไป
ชิ้นส่วนในระบบมุมลอ้ หนา้ ยอ่ มสึกหรอ และทาใหม้ ุมตา่ ง ๆ ผดิ ไปจากมาตรฐาน จาเป็นตอ้ งทาการ
ปรับใหถ้ ูกตอ้ งชิ้นส่วนบางชิ้นอาจจะตอ้ งเปลี่ยนใหม่ทาใหม้ ุมตา่ ง ๆ เปลี่ยนไปหมด ดงั น้นั จึงตอ้ งต้งั มุม
ลอ้ ใหม่ ดงั น้นั จะทาใหม้ ุมลอ้ ผดิ ไปเป็นเหตุทาใหย้ างสึกเร็วข้ึน และทาใหก้ ารบงั คบั รถไม่ดี
เครื่องมอื ทป่ี รับต้งั มุมล้อแบบระดับนา้
เคร่ืองมือต้งั มุมลอ้ แบบน้ี ใชห้ ลกั เกณฑก์ ารวดั โดยใชร้ ะดบั น้าวดั มุมเช่นเดียวกบั การใช้
ระดบั น้าวดั แนวดิ่งและหาระดบั ประกอบดว้ ย
1. เกจวดั สามมุม เป็นเคร่ืองมือใชส้ าหรับวดั มุมแคมเบอร์ มุมคาสเตอร์ และมุมเอียงสลกั
ลอ้ หนา้ เกจวดั แบบน้ีจะมีระดบั น้า 3 ในชุดเรือนตวั เดียวกนั ระดบั น้าจะจดั ไวใ้ นแนวขวางกบั ตวั รถ
ในการวดั มุมแคมเบอร์และมุมคาสเตอร์ โดยจะจดั ใหข้ นานกบั แนวลอ้ หนา้ เกจวดั มุมแคมเบอร์ระดบั น้า
นายวิทยา คงตนั วิทยาลยั เทคนิคพษิ ณุโลก มุมลอ้ รถยนต์
~ 224 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 6 รหสั วิชา 2101 – 1003
ชื่อวชิ า งานเคร่ืองล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชีพ
จะตายตวั สาหรับเกจวดั มุมคาสเตอร์ระดบั น้าจะปรับได้ ส่วนมุมเอียงสลกั ลอ้ หนา้ ระดบั น้าท่ีใชว้ ดั จะ
อยใู่ นแนวตามยาวของตวั รถ ดงั รูปที่ 6.17
ลูกนา้ ต้งั ระดบั
รูปที่ 6.17 แสดงเกจวดั แบบระดบั น้า
2. แทน่ องศา (Turn Table of Turning Radius Gauge) แท่นน้ีหมุนไดร้ อบตวั และมีองศา
บอกไว้ เป็นชุดที่ใชส้ าหรับรองลอ้ หนา้ เวลาวดั มุมลอ้ จะตอ้ งใหล้ อ้ หนา้ ต้งั อยบู่ นแท่นองศาน้ีเพ่อื วดั มุม
คาสเตอร์ มุมโทเอาตอ์ อนเทิร์น และมุมเอียงสลกั ลอ้ หนา้ ดงั รูปท่ี 6.18
รูปท่ี 6.18 แสดงแท่นองศา มุมลอ้ รถยนต์
นายวทิ ยา คงตนั วิทยาลยั เทคนิคพษิ ณุโลก
~ 225 ~
เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 6 รหสั วชิ า 2101 – 1003
ช่ือวชิ า งานเครื่องล่างรถยนต์ ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
3. เกจวดั ระยะโทอิน วดั มุมโทอินใชล้ กั ษณะการขีดยาง เพื่อวดั ระยะความแตกตา่ ง
ดา้ นหนา้ ยางกบั ดา้ นหลงั ของยาง ดงั รูปที่ 6.19
รูปท่ี 6.19 แสดงเกจวดั ระยะมุมโทอิน
นายวทิ ยา คงตนั วิทยาลยั เทคนิคพิษณุโลก มุมลอ้ รถยนต์