ชชุุมมชชนเก่าท่ามะะโโออ
คำนำ
สารคดีเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา ภาษาไทย เพื่อให้ใด้ศึกษา
หาความรู้ในเรื่องราวของชุมชนท่ามะโอ โดยได้ศึกษาผ่านแหล่งความรู้ต่างๆ
อาทิเช่นแหล่งความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆและมีการไปศึกษาจากการลงสถานที่จริง
โดยสารคดีเล่มนี้ต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสถานที่และ
วัฒนธรรมที่สะท้อนความเป็นอยู่ของคนในสมัยนั้น
ผู้จัดทำคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำเอกสารคดีฉบับนี้จะมีข้อมูลที่
เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ของชุมชนท่ามะโอเป็นอย่างดี
คณะผู้จัดทำ
ชุมชนท่ามะโอ
ตอนบ่ายในหน้าหนาวที่อากาศเย็นไปถึงหนาวมีลมพัดตลอดวันฉันได้นัดกับเพื่อนไป
เที่ยวชุมชนท่ามะ โอเป็นครั้งแรกก่อนจะมาพวกเราได้ศึกษาค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ต
เรื่องสถานที่จะไปภายในชุมชนและได้สอบถาม ในทาง facebook เรื่องการเดิน ทางไป
สถานที่ต่างๆ ทีแรกพวกเราตั้งใจจะนั่ง รถรางเพื่อเยี่ยมชมแต่ก็ต้องยกเลิกไป เพราะ
ต้องจองหลายๆเดือนโดยชุมชนท่ามะโอตั้งอยู่ที่ ถนนป่าไม้ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอ
เมือง จังหวัดลำปาง
วัดประตูต้นผึ้ง
วัดประตูต้นผึ้ง
จุดนัดพบแรกที่ฉันและเพื่อนเจอกัน เราจอดรถไว้ข้าง
นอกวัดและเดินเข้าไป ภายในวัดระหว่างที่เดินเข้าไป
จะมีกําแพงด้านในประดิษฐานพระเกจิอาจารย์ดัง
หลายท่านไว้ให้นักท่องเที่ยวไปกราบไหว้บูชา เช่น
หลวงปู่ทวด
ประวัติของวัดประตูต้นผึ้งฉบับรวบรวมหลักฐานได้มี
อยู่ภายในวัดคือ ตํานาน ประตูต้นผึ้งได้กล่าวว่า ประตู
เมืองเก่าจากจารึกที่ปรากฏมาเล่าว่าตอน พ.ศ1201-
1202 ในตอนนั้นพระสุพรหมฤาษีได้ สร้างนคราอันมี
นามว่า เขลางค์นคร เพื่อให้พระเจ้าอนันตยศ ราชบุตร
องค์รองของพระแม่จามเทวีวีรกษัตริย์ตรีแห่ง นคร
หริภุญไชยได้มาปกครองในส่วนนี้โดยพรานนามว่าเข
ลางค์ได้ยกที่นครานี้ให้แด่พระฤาษีเมื่อได้สร้างเมือง
มาแล้ว พระเจ้าอนันตยศจึงได้แบ่งออกเป็น 2 เวียง
คือ เวียงใต้ และเวียงเหนือ ซึ่งในเวียงเหนือ และเวียง
ใต้ได้มีการสร้าง
ประตูเมืองต่าง ๆ หนึ่งในนั้นด้านที่หันไปทางเวียงใต้ก็
คือ ประตูเมืองชื่อ ประตูต้นผึ้ง
หลวงพ่อเกษมเขมโก พ่อครูบาศรีวิชัย และอีก
หลายๆท่าน ใกล้ๆกันจะเป็นซุ้มศาลาที่ประดิษฐาน
พระพุทธรูป และ
องค์สาวกขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
หลังจากเดินชมสถานที่ในวัดแล้ว
และรู้ประวัติที่มาของวัด พวกเราพากันไปกราบไหว้
พระพุทธรูปใน และไปสถานที่ต่อไปที่แพลนไว
บ้านเสานัก
บ้านเสานัก
เพราะชุมชนท่ามะโอขึ้นชื่อที่แสดงให้เห็น
ถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตของนครลํา
ปาง แสดงให้เห็นถึง
สถาปัตยกรรมล้านนาที่มีความสวยงาน
ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นชุมชนที่เก่าแก่
ของเมืองลําปางเพราะเมื่อก่อนมีมา
ตั้งแต่สมัยที่พม่าเข้ามาทําการค้าไม้สักกับ
ชาวอังกฤษในจังหวัดลําปาง จึงได้มีการ
สร้างบ้านเรือนมากมาย รวมถึงวัดวาอา
รามที่สําคัญของชุมชนท่ามะโอ พวกเรา
จึงหลังเกิดความสนใจในการศึกษาทาง
ด้านสถาปัตยกรรมของทางล้านนาจึง
เลือกที่นี่บ้านไม้สักโบราณอายุร่วม 100
กว่าปี ที่มีนามว่า “บ้านเสานัก” ภาษาเหนือ
ที่แปลว่า “บ้านเสามาก”ซึ่งหม่อมราชวงศ์
ถนัดศรี
สวัสดิวัตน์เป็นผู้ตั้งชื่อให้เพราะว่าเป็นบ้าน
เรือนไม้สักที่มีเสาจํานวนมากถึง116ต้น
พวกเราได้เข้าชมแค่ภายนอกนับเสากันว่า
มีถึง116ต้นไหมเพราะปิดทําการพอดี
วัดประตูป่ อง
วัดประตูป่ อง
ที่นี่ตั้งอยู่ไม่ไกลมากขับเลยวัดประตูต้นผึ้งขึ้นมาอีกหน่อยตรงมาเรื่อยๆ
ๆ เจอไฟแดงขับไปเลี้ยวซ้ายแยกที่สอง ก็จะเป็นหน้าวัดประตูป่อง หลัง
จากลงจากรถพวกเราตะลึงกับความแปลกใหม่ของวัดมากดูมีความผสม
ผสานระหว่าง ความเป็นพม่าหรืออย่างไรนี่คือคําถามที่เราพูดคุยกัน
เพราะมันดูแปลกตาไม่ค่อยเห็นมาก่อนเพราะสิ่งที่พวกเรามองเห็น เบื้อง
หน้าก็คือซุ้มประตูโขงเก่าแก่คู่กับวัดประตูป่อง กับกําแพงแบบเดีย
วกับกําแพงเมืองโบราณ แต่เมื่อหลังจากเข้าไปเยยี่ มชม ภายในวัด และ
เจอคุณลุงท่าหนงึ่ พวกเราจึงได้สอบถามถงึ ความเป็นมาได้ว่าเมื่อ พ.ศ.
2409 โดยเจ้าญาณรังษีผู้ครอง นครลําปาง โบสถ์เป็นฝีมือช่างสิบสอง
ปันนา มีศิลปะลายจีนผสม วดั นี้มีสิ่งสําคัญทางประวัติศาสตร์ คือ ประตู
เมือง โบราณ (ประตูป่อง) มีซากหอรบสมัยพระยากา
วิละครองนครลําปาง เป็นปราการต่อสู้ทัพพม่า
ครั้งสําคัญ เมื่อ พ.ศ. 2330 ในฝั่ งเมืองด้าน
เหนือนี้เป็นที่ตั้งค่ายพม่าที่ยกพลมาล้อมเมือง
ห่างจากที่ตั้งเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร
และมีเจดีย์ วิหารที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2409
โดยเจ้าญาณรังสีผู้ครองนครลําปาง
สิ่งน่าชมของวัดนี้ ได้แก่โ่บสถ์อันเป็น
ฝีมือช่างสิบ สองปันนาที่มีการผสมผสาน
ศิลปะจีนเข้าไปเพื่อให้เกิดความน่าสนใจ
รวมทั้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่สําคัญ
คือ ประตูเมืองโบราณ (ประตูป่อง)
ที่มีซากหอรบสมัยพระยากาวิละ
ได้ครองนครลําปาง โดยประตูแห่งนี้เป็น
ปราการต่อสู้ ต้านทานทัพพม่าครั้งสําคัญ
เมื่อ พ.ศ. 2330 หลังชมความสวยงาม
ของวัดเสร็จพวกเราจึงแยกย้ายไปอีกที่หนึ่ง
วัดพระแก้วดอนเต้าสุ ชาดาราม
วัดพระแก้วดอนเต้า
สุ ชาดาราม
ต่อมาพวกเราก็เดินทางมายังวันพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม
ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่และสวยงาม มีอายุนับพันปี เคยเป็นที่
ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต)
ตั้งแต่ปี พ.ศ.1979 เป็นเวลานานถึง 32 ปี เหตุที่วัดพระแก้ว
ดอนเต้าได้ชื่อว่า วัดพระแก้วดอนเต้า มีตํานานกล่าวว่า นาง
สุชาดา ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (ภาษาเหนือเรียกว่าหมาก
เต้า) และนำมา ถวายเจ้าอาวาส เพื่อแกะสลักเป็นพระพุทธรูป
ซึ่งก็คือ พระแก้วดอนเต้า ต่อมาถูกอัญเชิญไปประดิษฐานที่
วัดพระธาตุ ลําปางหลวง จนถึงปัจจุบัน ปูชนียสถานที่สําคัญ
ในวัดพระแก้วดอนเต้า ได้แก่ พระเจดีย์องค์ใหญ่ บรรจุพระ
เกศาธาตุของพระพุทธเจ้า มณฑปศิลปะพม่า ลักษณะงดงาม
ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่
วิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์
ที่มีอายุเก่าพอๆกับวัดนี้
นอกจากนี้ยังมี วิหารหลวงและ
พิพิธภัณฑสถานแห่งล้านนานับ
ได้ว่าเป็นวัดที่สวยงามและมีอายุ
ยาวนาน
บ้านหลุยส์
บ้านหลุยส์
หลังจากที่เราไปวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามแล้วสถาน
ที่ต่อไปที่เราจะเดินทางไปก็คือ “บ้านหลุยส์”ซึ่งเป็นสถาน
ที่สุดท้ายที่เราจะมากันในวันนี้ บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้หลังสวย
ที่เราเห็นอยู่นี้คือ ‘บ้านหลุยส์’ คฤหาสน์อายุกว่า 112 ปีใน
จังหวัดลำปางที่เคยเป็นบ้านของนายห้างค้าไม้ชาวอังกฤษ
นามว่า หลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์ ใช่แล้ว-นี่คือบ้านของ
ลูกชายแหม่มแอนนา เลียวโนเวนส์ ครูสอนภาษาอังกฤษ
ในราชสำนักสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
บ้านหลุยส์คือหนึ่งในเหล่าบ้านโบราณจากยุคลำปาง
รุ่งเรืองเพราะมีการทำสัมปทานป่าไม้ ในมุมหนึ่ง บ้านของ
เศรษฐีเมื่อร้อยกว่าปีก่อนเหล่านี้คือมรดกล้ำค่าทาง
ประวัติศาสตร์ แต่ในปัจจุบันสถานการณ์ย่อมเปลี่ยนไป
ลำปางพ้นยุคเฟื่ องฟู ลูกหลานส่วนใหญ่ย้ายไปหางานทำ
และอาศัยที่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ บ้านเก่าเหล่านี้จึง
ถูกทิ้งให้รกร้าง และเมื่อไม่มีแผนจะกลับมาตั้งรกรากที่
บ้านเกิด เจ้าของยุคปัจจุบันก็พร้อมจะขายที่ดินซึ่งเป็นที่
ตั้งของบ้านโบราณสู่เจ้าของใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าพร้อมจะรื้อ
บ้านเหล่านี้ทิ้งเพื่อนำที่ดินไปใช้ แต่ในปัจจุบันบ้านหลังนี้ได้
เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้คนได้มาท่องเที่ยวและมาศึกษา
หาความรู้
คณะผู้จัดทำ
นายนันทภพ อินทิยศ เลขที่ ๒๒
นางสาวภคธีมา ภู่กิตติพันธ์ เลขที่ ๒๔
นางสาวณัฐกมล ไชยฟู เลขที่ ๓๒
นางสาวบวรลักษณ์ โพธิ์ทอง เลขที่ ๓๓
นางสาวสมัชญา ดวงใน เลขที่ ๓๘
นายภัทดนัย ทองพิไล เลขที่ ๓๙
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่๕/๑๔