๓๙ จิตรกรพื้นถิ่นเชื้อสายไทลื้อ ที่มีฝีมือการวาดภาพอันเป็นเอกลักษณ์ มีการใช้สีสันทันสมัย๒ มีการจัด กิจกรรมงานที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา และวันสาคัญของชาติมิได้ว่างเว้น เช่น จัดกิจกรรมงาน วันมาฆบูชา งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา (วันวิสาขบูชาและวันอัฏมีบูชา) งานพิธีบาเพ็ญพระ ราชกุศลอุทิศแด่พระมหากษัตริย์ เป็นต้น๓ ๔.๑.๒ วัดมิ่งเมือง ๑) ประวัติวัดมิ่งเมือง วัดมิ่งเมือง คือ เดิมเป็นวัดร้าง มีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุง ขนาดใหญ่สองคนโอบ พบที่ซากวิหาร ในราวปี ๒๔๐๐ เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าครองนครน่าน สถาปนาวัด ใหม่ ตั้งชื่อว่า วัดมิ่งเมือง ตามชื่อที่เรียกเสาหลักเมืองว่า เสามิ่งเมือง ต่อมาปี ๒๕๒๗ ได้มี การรื้อถอนและสร้างอุโบสถหลังใหม่เป็น แบบล้านนาร่วมสมัยแบบในป๎จจุบัน๔ ๒) กิจกรรมการท่องเที่ยววัดมิ่งเมือง ลักษณะเด่นของวิหารคือ ลายปูนป๎้นที่ผนัง ด้านนอกของพระอุโบสถ มีความสวยงามวิจิตรบรรจงมาก เป็นฝีมือตระกูลช่างเชียงแสน มีความวิจิตร งดงามมาก ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุค ป๎จจุบัน และในบริเวณวัดยังเป็นที่ ประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งอยู่ในศาลาจตุรมุข ด้านหน้าพระ อุโบสถ เสาหลักเมืองสูงประมาณ ๓ เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลาย ลงรักปิดทอง ยอดเสา แกะสลักเป็นรูปพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ๕ มีห้องนั่งสมาธิ ห้องเดินจงกรม ห้องสวดมนต์และห้องชมเนื้อหาธรรมะด้วยสไลด์มัลติวิชั่น มีห้องสนทนาธรรมเป็นวัดที่เป็นต้นแบบ ของการปฏิบัติวิป๎สสนากรรมฐาน ตามแนวสติป๎ฏฐาน ๔ ที่สะสมชื่อเสียงมาหลายปี ป๎จจุบันยังคง รักษาความเป็นวัดที่ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมอย่างดียิ่ง๖ มีการติดตั้งปูายตัวอักษรขนาดใหญ่เชิญชวน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาชมงานพุทธศิลป์และสถาป๎ตยกรรม และชาวไทยที่เข้ามาท าบุญ ไหว้ พระ ขอพร ขึ้นในบริเวณเขตพุทธาวาส ให้ได้ใช้โอกาสนี้เข้าไปร่วมปฏิบัติธรรม๗ มีการจัดกิจกรรมงาน ที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา และวันสาคัญของชาติมิได้ว่างเว้น เช่น จัดกิจกรรมงานวันมาฆบูชา งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และงานพิธีบาเพ็ญพระราชกุศลอุทิศแด่พระมหากษัตริย์๘ ๔.๑.๓ วัดหัวข่วง ๑) ประวัติวัดหัวข่วง วัดหัวข่วง ตั้งอยู่บนถนนมหาพรหม ต าบลในเวียง อ าเภอ เมืองน่าน เป็นวัดที่มีความส าคัญในเขตหัวแหวนเมืองน่าตั้งอยู่ใกล้หอค า หรือพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติน่าน มีวิหาร และเจดีย์ มีลักษณะศิลปกรรมแบบท้องถิ่นล้านนา สกุลช่างเมืองน่านฝีมือ ประณีตงดงาม วัดนี้ไม่ปรากฏว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใด มีเพียงหลักฐานว่าได้รับการบูรณะในราว พ.ศ. ๒ สัมภาษณ์ พระมหาสุดสาคร สุธมฺมทสฺสี, วัดภูมินทร์, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๓ สัมภาษณ์ ร้อยตรีนเรศ พรหมประภัศร, ข้าราชการบ านาญ, ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๔ ส านักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน, วัดมิ่งเมือง, [ออนไลน์], แหล่งที่มา: https:// nantourism.go.th/travel-detail.php?id=74 [๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๕]. ๕ สัมภาษณ์ พระสุนทรมุนี, รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน, เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๖ สัมภาษณ์ นายวิจิตร ไชยมงคล, ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน, ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๗ สัมภาษณ์ นางสาวสุวลี กันฟอง, ตัวแทนชุมชนวัดมิ่งเมือง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๘ สัมภาษณ์ พระสุนทรมุนี, รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน, เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๔๐ ๒๔๒๕ โดยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าเมืองน่าน และต่อมาราวปี พ.ศ. ๒๔๗๒ ในสมัยเจ้ามหาพรหมสุร ธาดา เจ้าผู้ครองน่าน องค์สุดท้าย ซึ่งต่อมาเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ กรมศิลปากรได้ส่ง เจ้าหน้าที่มาบูรณะเจดีย์วัดหัวข่วงและได้ประกาศเป็นโบราณสถานของชาติ เจดีย์วัดหัวข่วง ลักษณะ เป็นเจดีย์ทรงประสาทมณฑป หรือคล้ายกับเรือนทอง อิทธิพลแบบศิลปะล้านนา ฐานล่างท าเป็นหน้า กระดานสี่เหลี่ยม รับฐานบัวลูกแก้ว ๒ ชั้น มีชั้นหน้า กระดานคั่นกลาง ฐานบัวลูกแก้วชั้นบน ย่อเก็จ รับกับเรือนธาตุ ไปจรดชั้นบัวถลาใต้องค์ระฆัง ส่วนเรือนธาตุมีซุ้มจรนัมด้านละซุ้ม ประดิษฐาน พระพุทธรูปปางมารวิชัยส าริด ที่มุมผนังทั้งสองข้าง ป๎้นเป็นรูปเทวดาทรงเครื่องยืนพนมมือ เหนือชั้น อัสดงตอนสุดเรือนธาตุ เป็นชั้นบัวถลาซ้อนกัน ๓ ชั้น องค์ระฆัง มีขนาดเล็กไม่มีบัลลังก์ ลักษณะของ รูปทรง โดยส่วนรวมคล้ายกับเจดีย์วัดโลกโมลี อ าเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสร้างขึ้นระหว่าง รัชกาลพระเมืองเกษเกล้า รวม พ.ศ. ๒๐๗๑ แต่สวนฐานล่าง และชั้นบัวถลาของเจดีย์นี้ยึดสูงขึ้น ท าให้มีลักษณะเรียวสูงกว่า แสดงถึง พัฒนาการ ทรงรูปแบบที่ช่างเมืองน่าน ดัดแปลงน ามาใช้ในระยะ หลัง ซึ่งคงมีอายุไม่เก่าไปกว่า ครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ ๒๒ ๙ ๒) กิจกรรมการท่องเที่ยววัดหัวข่วง เป็นวัดที่เน้นการปฏิบัติธรรม แต่การจัด กิจกรรมที่ส่งเสริมด้านวัฒนธรรมและวิถีชุมชน ส่วนมากจะเกี่ยวเนื่องกับงานทางพระพุทธศาสนาเป็น หลักเช่น การสวดมนต์ข้ามปี การสาธยายมนต์ทุกวันพระ สวดมนต์มหาสันติงหลวงอันเป็นวัฒนธรรม ชาวเหนือ การท่องเที่ยวไหว้พระ ๙ วัด และมีการจัดกิจกรรมงานที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา และวันสาคัญของชาติมิได้ว่างเว้น๑๐ ๔.๒ ศึกษาการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านจังหวัดน่าน การท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน มีข้อมูลส าคัญดังนี้ ๔.๒.๑ บทบาทของวัดกับการท่องเที่ยวเชิงพุทธในเขตเทศบาลเมืองน่าน การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมให้กับ ประเทศเป็นอย่างมาก ถือเป็นสิ่งส าคัญที่มีผลต่อกลไกการพัฒนาประเทศไทย การส่งเสริมการ ท่องเที่ยว ก่อให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่างๆ ซึ่งน ามาสู่การสร้างอาชีพการจ้าง งานทั้งในภาคการท่องเที่ยว โดยตรงและการจ้างงานในภาคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามมา เกิดการกระจาย รายได้ไปสู่ชุมชนและท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งในภาพรวมจะน าไปสู่การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาถือเป็น การท่องเที่ยว เพื่อการชมหรือสัมผัสสถาป๎ตยกรรมด้านศาสนากับการท่องเที่ยววัด ศาสนสถานและ สถานที่ส าคัญทางพระพุทธศาสนา นับจากวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๒ ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบให้ท่องเที่ยวเป็น วาระแห่งชาติ มีการตั้งคณะกรรมการอ านวยการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติว่าด้วยการท่องเที่ยว โดย ๙ ส านักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน, วัดหัวข่วง, [ออนไลน์], แหล่งที่มา: https://nan tourism.go.th/travel-detail.php?id=71 [๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๕]. ๑๐ สัมภาษณ์ พระครูพิเศษนันทวุฒิ, เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๔๑ มอบหมายให้นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน และมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดท า(ร่าง)แผนยุทธศาสตร์กู้วิกฤตและ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๕๕ โดยเน้นที่ประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ประเภทโบราณสถานโบราณวัตถุ ประเพณีวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้วาง กรอบยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมให้การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย เน้นตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ ที่ก่อให้เกิดการ เรียนรู้ และการสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสถาบันครอบครัวและต่อสังคมโดยรวม โดยมีแนวโน้มการ พัฒนาท่องเที่ยว จะเป็นไปในลักษณะการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนให้มากขึ้น คือ นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่ จะเดินทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เห็น ความส าคัญของขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น วิถีชีวิตชุมชน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีจุดเด่นพิเศษ๑๑ ป๎จจุบันการท่องเที่ยวเชิงพุทธในจังหวัดน่าน เป็นการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจาก นักท่องเที่ยวจ านวนมากที่นิยมเดินทางไปวัด เพื่อร่วมกิจกรรมทางศาสนา การปฏิบัติธรรม ดังจะเห็น จากการเดินทางท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา ได้แพร่หลายไปในนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ซึ่งมักใช้ช่วงเวลา วันหยุดเทศกาล โดยเฉพาะช่วงเทศกาลวันส าคัญทางศาสนา จะมีการถือศีลปฏิบัติธรรมและ ประชาชน อันส่งผลเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและจิตใจเป็นส าคัญ และยังเป็นการจูงใจในการแสวงบุญ ในมิติทางศาสนาและความเชื่อ วัดในเขตเทศบาลเมืองน่านมีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่และมีความ สวยงาม ตลอดจนคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีโอกาสดึงดูดนักท่องเที่ยว ได้มากเกิดจากการที่ตัวของวัดเอง มีลักษณะทางสถาป๎ตยกรรม ศิลปกรรม หรือความส าคัญทางด้าน ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ที่น่าสนใจ๑๒ หรือวัดอาจอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีทรัพยากรการท่องเที่ยว ประเภทอื่นๆ เป็นตัวดึงดูดท าให้วัดเป็นผลพลอยได้จากทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภทอื่นๆ การ ท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาเป็นพฤติกรรมอีกประเภทหนึ่งที่กระแสสังคมในป๎จจุบันต้องการ เนื่องจากการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาเป็นการเดินทางที่นักท่องเที่ยวปฏิบัติตนให้กลายเป็นส่วนหนึ่ง ของวัฒนธรรมของสังคมไทย ดังนั้นพฤติกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จึงควรได้รับการส่งเสริมให้มี มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ วัดมีบทบาทส าคัญเป็นศูนย์รวมทางจิตใจผู้สูงอายุและชาวบ้านในชุมชน ในการประกอบ พิธีกรรมด้านศาสนา การใช้พื้นที่วัด รวมตัวของผู้สูงอายุโดยเฉพาะการท ากิจกรรมทางศาสนา ชาวบ้านโดยทั่วไปมีวัฒนธรรมประเพณีที่ปฏิบัติต่อกันมาอย่างโดยเฉพาะประเพณีที่เกี่ยวกับวันส าคัญ ทางพุทธศาสนา แต่ในป๎จจุบันวิธีการปฏิบัติลดความเข้มข้นลงมาก สังเกตได้จากคนเข้าร่วมกิจกรรม ทางศาสนา วัฒนธรรมประเพณีลดลง ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุดังนั้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธ ของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน จึงมีรูปแบบที่สามารถสรุปได้ดังนี้ สภาพการด าเนินงาน ของวัดทั้ง ๓ วัดในการวิจัยในครั้งนี้ พบว่า การด าเนินงานวัด มีการปกครองภายใน โดยมีองค์กรใน ๑๑ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, แนวทางการจัดการและส่งเสริมการท่องเที่ยว, (กรุงเทพมหานคร: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ๒๕๕๒), หน้า ๑๕. ๑๒ สัมภาษณ์ นายวิจิตร ไชยมงคล, ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน, ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๔๒ การดูแลการปกครอง โดยจะเรียงล าดับจากเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส เรื่อยไปตามล าดับ มีเจ้าหน้าที่ ของวัด ที่ท าหน้าที่ประชาสัมพันธ์และประสานงานส าหรับผู้ที่เข้ามาติดต่อ ๑๓ ด้านสิ่งอ านวยความ สะดวกให้กับนักท่องเที่ยว เช่น สถานที่ด าเนินกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ห้องน้ า ที่จอดรถ ร้าน ขายของต่างๆ ที่มีการพัฒนาและส่งเสริมอยู่เสมอ ห้องน้ าของสถานที่ท่องเที่ยว จะมีการแบ่งเพศของ นักท่องเที่ยวอย่างชัดเจน เช่นผู้หญิง ผู้ชายหรือพระภิกษุ เป็นต้น ด้านสถานที่จอดรถ ทางแหล่ง ท่องเที่ยว ก็มีสถานที่จอดรถพอเพียงแก่นักท่องเที่ยว๑๔ แต่ถ้ามีช่วงหน้าเทศกาลสถานที่จอดรถก็จะไม่ เพียงพอต้องมีการขอยืมสถานที่จอดรถสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียง ๑๕ ด้านการเข้าถึงแหล่ง ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน มีหลากหลายสถานที่ มีระยะทางไม่ห่างกันมากมี ถนนลาดยางเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวและมีปูายบอกทางไปสถานที่ท่องเที่ยวเพื่ออ านวยความสะดวก ในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว๑๖ ๔.๒.๒ การบริหารจัดการวัดเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพุทธในเขตเทศบาลเมืองน่าน การบริหารกิจการคณะสงฆ์ คือ กิจการที่คณะสงฆ์จะต้องท าหรือที่จะต้องถือเป็นธุระ หน้าที่เพราะเป็นการคณะสงฆ์และการพระศาสนาหรือเพราะเกี่ยวกับการคณะสงฆ์และการพระ ศาสนา มี ๖ ฝุาย คือ งานเพื่อความเรียบร้อยดีงาม (การปกครอง) การศาสนศึกษา การศึกษา สงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการและการสาธารณสงเคราะห์ ซึ่งในป๎จจุบัน อยู่ภายใต้การก ากับดูแลของมหาเถรสมาคม ส าหรับการบริหารจัดการวัด เป็นภาระหน้าที่โดยตรง ของเจ้าอาวาส ซึ่งตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๔๑)๑๗ การสร้างวัดมีมาแต่โบราณกาล เมื่อประชาชนมีจิตศรัทธาในบวรพุทธศาสนา ได้อพยพไป ตั้งถิ่นฐานอยู่ ณ ที่ใด ก็มักจะสร้างวัดขึ้นแล้วนิมนต์พระสงฆ์ไปพ านัก เพื่อบ าเพ็ญบุญกุศลประกอบ ศาสนกิจ ตามประเพณีที่ สืบต่อกันมา ในอดีตวัดเป็นสถานที่ที่พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้ใช้เป็น สถานศึกษาอบรม ให้มีความรู้ในด้านวิชาชีพ และศิลปกรรมแขนงต่างๆ๑๘ เป็นสถานที่ท าบุญบ าเพ็ญ กุศล เป็นศูนย์กลางการบริหารและการปกครอง รวมทั้งเป็นที่พึ่งทางจิตใจของประชาชน ดังนั้น วัดจึง เป็นสถานที่ที่ส าคัญยิ่งในการสืบทอด พระพุทธศาสนาตลอดมา จึงถือได้ว่าวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน ไทยทั้งอดีตและป๎จจุบัน๑๙ ป๎จจุบันการสร้างวัด ตั้งวัดจะต้องด าเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนของทาง ราชการ เมื่อการสร้างวัดตั้งวัดได้เสร็จสิ้น ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเป็นวัดที่ถูกต้อง และ ส านักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ขึ้นทะเบียนไว้ในทะเบียนวัด ของส านักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติแล้ว จึงถือว่าวัดนั้นเป็นวัดโดยสมบูรณ์ โดยเจ้าอาวาสมีหน้าที่ท านุบ ารุงรักษาวัด จัดกิจการ ๑๓ สัมภาษณ์ พระราชศาสนาภิบาล, เจ้าคณะจังหวัดน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๑๔ สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๒ (นักท่องเที่ยววัดภูมินทร์), ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๑๕ สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๑ (นักท่องเที่ยววัดมิ่งเมือง), ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๑๖ สัมภาษณ์ นายสุรพล เธียรสูตร, นายกเทศบาลเมืองน่าน, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๑๗ กรมการศาสนา, คู่มือพระสังฆาธิการว่าด้วยพระราชบัญญัติกฎระเบียบและค าสั่งของคณะสงฆ์, (กรุงเทพมหานคร: กองแผนงาน, ๒๕๔๒), หน้า ๒๐. ๑๘ สัมภาษณ์ พระราชศาสนาภิบาล, เจ้าคณะจังหวัดน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๑๙ สัมภาษณ์ พระสุนทรมุนี, รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน, เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๔๓ และศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี ในการนี้ต้องดูแลบริหารกิจการภายในวัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการปกครอง การศึกษา การปฏิบัติ และอื่นๆ ให้มีความก้าวหน้าถูกต้อง เป็นระเบียบ เพื่อให้ วัดเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมต่างๆ ของพุทธศาสนิกชนทั่วไป๒๐ ภาระงานในการบริหารจัดการวัดของพระสังฆาธิการ เพื่อการท่องเที่ยวเชิงพุทธในเขต เทศบาลเมืองน่านได้จ าแนกตามด้านต่างๆ ทั้ง ๖ ด้าน ดังต่อไปนี้ ๑) การปกครอง คือ การดูแล คุ้มครอง บริหาร โดยที่หลักการปกครอง เป็นภารกิจ ที่วัดโดยพระภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส หรือเจ้าคณะปกครอง ด าเนินการสอดส่อง ดูแล รักษาความ เรียบร้อยดีงาม เพื่อให้พระภิกษุสามเณรที่อยู่ในวัด หรือในปกครองปฏิบัติ ตามพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ค าสั่ง ประกาศของมหาเถรสมาคม หรือพระบัญชาของสมเด็จ พระสังฆราช ภารกิจด้านนี้ครอบคลุมถึงการที่พระภิกษุผู้ท าหน้าที่เป็นเจ้าคณะปกครองทุกระดับ นับตั้งแต่ผู้ช่วยเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส เจ้าอาวาส เจ้าคณะต าบล เจ้าคณะอ าเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค เจ้าคณะใหญ่ (หน) นอกจากนี้ ยังรวมถึงการที่พระภิกษุท าหน้าที่เป็นพระ กรรมวาจาจารย์ เป็นพระอุป๎ชฌาย์ ในการอุปสมบทกุลบุตร๒๑ การด าเนินการบริหารจัดการด้านการ ปกครอง มีแนวทางการด าเนินการ ดังนี้ ๑.๑) การจัดท าระเบียบปฏิบัติมีวิธีด าเนินการด าเนินการคือ ๑) มีระเบียบ ปฏิบัติกิจวัตรพระภิกษุสามเณร ๒) มีระเบียบปฏิบัติของศิษย์วัดและผู้อาศัยในวัด ๓) มีระเบียบปฏิบัติ ส าหรับบุคคลที่เข้ามาร่วมหรือจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในวัด๒๒ ๑.๒) การบริหารวัด มีวิธีด าเนินการด าเนินการคือ ๑) มอบหมายหน้าที่ให้ บุคลากรภายในวัดตามความรู้ความสามารถ ๒) มีการจัดท าทะเบียนประวัติพระภิกษุสามเณรและ บุคลากรภายในวัด ๓) จัดท าประวัติวัดไว้เป็นหลักฐาน ๔) จัดท าสมุดเยี่ยม๒๓ ๑.๓) การพัฒนาพระภิกษุ มีวิธีด าเนินการด าเนินการคือ ๑) มีการประชุม คณะกรรมการวัดสม่ าเสมอ ๒) มีการวางแผนการด าเนินงานและโครงการพัฒนาวัดอย่างต่อเนื่อง สรุปได้ว่า การบริหารจัดการวัดที่ดีนั้นจะต้องมีการร่วมมือจากบุคคลต่างๆ ให้เช้ามามีส่วน ในการบริหารจัดการ เช่น ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ที่เข้ามาอาศัยในวัด เพื่อการด าเนินกิจกรรมใน ลักษณะต่างๆ นอกจากนี้ในการบริหารจัดการจะต้องมอบหมายหน้าที่ให้สอดคล้องกับความรู้และ ความสามารถของแต่ละบุคคล และสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแนวทางที่เหมาะสมต่อไป ๒) การศาสนศึกษา คือ การเล่าเรียน ฝึกฝน และอบรม โดยที่หลักการศาสนศึกษา เป็นภารกิจด้านการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ทั้งแผนกธรรม–บาลี แผนสามัญการ อุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง ภารกิจด้านนี้ครอบคลุมถึงการที่พระภิกษุท าหน้าที่เป็นครู สอนศีลธรรมให้แก่เยาวชนนักเรียน มีการด าเนินการงเสริมด้านการศาสนศึกษา ดังนี้(๑) ส่งเสริมให้ ๒๐ กรมการศาสนา, คู่มือพระสังฆาธิการว่าด้วยพระราชบัญญัติกฎระเบียบและค าสั่งของคณะสงฆ์, หน้า ๒๑. ๒๑ สัมภาษณ์ พระราชศาสนาภิบาล, เจ้าคณะจังหวัดน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๒๒ สัมภาษณ์ พระสุนทรมุนี, รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน, เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๒๓ สัมภาษณ์ พระสุนทรมุนี, รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน, เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๔๔ พระภิกษุสามเณรศึกษาพระปริยัติธรรม (๒) ส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรและบุคลากรในวัดศึกษาต่อ ระดับอุดมศึกษา (๓) ส่งเสริมให้ศิษย์วัดได้รบการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ๓) การเผยแผ่คือ ท าให้ขยายออกไป ท าให้ขยาย กว้างขวางออกไป โดยที่หลักการ เผยแผ่ เป็นภารกิจด้านการด าเนินการประกาศพระพุทธศาสนาให้ประชาชนได้รับทราบในทุกๆ วิธีที่ ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมแล้ว น้อมน าไป ปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน ได้แก่ การเทศนา การปาฐกถาในโอกาสและสถานที่ต่างๆ ทั้งในวัดและนอก วัด การบรรยายธรรมทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ การเผยแผ่ธรรมด้วยสื่อต่างๆ เช่น หนังสือ หนังสือพิมพ์ หรือวีดีทัศน์ ภารกิจด้านนี้ครอบคลุมถึงการที่วัดหรือพระภิกษุจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้นในวัด กล่าวโดยสรุป การด าเนินการใดๆ ของพระภิกษุในพระพุทธศาสนาที่เป็นไปเพื่อการเผยแผ่ธรรมทาง พระพุทธศาสนาทั้งในวัด นอกวัด มีการด าเนินการด้านการเผยแผ่ ดังนี้ ๓.๑ การจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา มีวิธีด าเนินการด าเนินการคือ วัน มาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ประกอบด้วย การท าบุญตักบาตร มีการแสดง ธรรมเทศนา จัดกิจกรรเวียนเทียน การจัดนิทรรศการที่เกี่ยวเนื่องกับวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา๒๔ ๓.๒) การจัดกิจกรรมเนื่องในวันส าคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ มี วิธีด าเนินการด าเนินการคือ การท าบุญตักบาตร การจัดปฏิบัติธรรม การจัดนิทรรศการที่เกี่ยวกับพระ ราชกรณียกิจ๒๕ ๓.๓) การจัดกิจกรรมเนื่องในวันส าคัญตามประเพณีท้องถิ่น มีวิธีด าเนินการ ด าเนินการคือ ท าบุญตักบาตร การแสดงธรรมเทศนา กิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณี การจัด นิทรรศการเผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับวันส าคัญทางประเพณีท้องถิ่น๒๖ ๓.๔) ภายในวัดมีมุมเรียนรู้พระพุทธศาสนา มีวิธีด าเนินการด าเนินการคือ ปูายพุทธศาสนสุภาษิต๒๗ ๓.๕) มีการจัดโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่ เยาวชน ประชาชน ทั่วไปมีวิธีด าเนินการด าเนินการคือ จัดโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ค่ายคุณธรรม๒๘ ๔) การสาธารณูปการ คือ การก่อสร้างและการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถานภายใน วัด โดยที่หลักการด าเนินการสาธารณูปการ เป็นภารกิจที่วัดหรือพระภิกษุด าเนินการเกี่ยวกับการ พัฒนาวัด ด้านอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม การบูรณปฏิสังขรณ์ในเขตพุทธาวาส และเขตสังฆาวาส หรือกล่าวง่ายๆ ก็คือ ภารกิจด้านการก่อสร้าง การซ่อมแซม การจัดให้มีการบ ารุงดูแลรักษา ถาวรวัตถุ หรือสาธารณสมบัติของวัด๒๙มีการด าเนินการด้านสาธารณูปการ ดังนี้ ๒๔ สัมภาษณ์ พระราชศาสนาภิบาล, เจ้าคณะจังหวัดน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๒๕ สัมภาษณ์ พระครูพิเศษนันทวุฒิ, เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๒๖ สัมภาษณ์ พระครูพิเศษนันทวุฒิ, เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๒๗ สัมภาษณ์ พระครูสิรินันทวิทย์, เจ้าคณะอ าเภอเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๒๘ สัมภาษณ์ พระครูสิรินันทวิทย์, เจ้าคณะอ าเภอเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๒๙ สัมภาษณ์ พระราชศาสนาภิบาล, เจ้าคณะจังหวัดน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๔๕ ๔.๑) การปรับปรุงภายในบริเวณวัด วิธีด าเนินการด าเนินการคือ ๑) พัฒนา ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและภูมิทัศน์ภายในวัด บริเวณวัด สงบ ร่มรื่น มีการจัดบริเวณวัด สถานที่ เป็น ระเบียบและมีการจัดพื้นที่ส าหรับนั่งพักผ่อน ๒) มีจุดทิ้งขยะให้ชัดเจนและจัดวางให้เป็นระเบียบ เรียบร้อยแยกเป็นสัดส่วน ๔.๒) การบริหารจัดการและดูแลศาสนสมบัติของวัด มีวิธีด าเนินการ คือ (๑) การจัดท าบัญชีการเงินของวัด (๒) การจัดท าทะเบียนทรัพย์สินของวัด และ (๓) แต่งตั้งไวยาวัจกร ของวัด และแต่งตั้งคณะกรรมการวัด ๕) การศึกษาสงเคราะห์คือ การให้การสงเคราะห์ด้านการฝึกฝน อบรมแก่ ประชาชน โดยที่หลักการศึกษาสงเคราะห์ เป็นภารกิจด้านการด าเนินการจัดการศึกษาที่เน้นการ ปลูกฝ๎ง คุณธรรมจริยธรรมแก่เด็กและเยาวชน ให้มีความรู้ความเข้าใจหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อสามารถด ารงตนและด าเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขและเป็นพลเมืองที่มีความรู้คู่คุณธรรม ของประเทศ โดยมีความมุ่งหมาย ๔ ลักษณะ คือ (๑) การจัดการศึกษาเป็นโรงเรียนตามแผนการ ศึกษาแห่งชาติ โดยมุ่งให้ พระภิกษุสามเณร นักเรียน ได้ศึกษาเพื่อชีวิตและสังคม (๒) การสงเคราะห์ ให้เด็กและประชาชนได้รับการศึกษาในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ เช่น การเป็นผู้น าในการตั้งโรงเรียนในชนบทที่ตั้งวัด การให้สร้างสถานศึกษาในบริเวณวัด (๓) การ สอนศีลธรรมแก่นักเรียน นักศึกษาในระบบโรงเรียนตามแผนการศึกษาชาติ เช่น การสอนธรรมศึกษา การสอนศีลธรรม และ (๔) การสงเคราะห์เกื้อกูลแก่การศึกษา สถาบันการศึกษา หรือบุคลากรทาง การศึกษา เช่น มอบทุนการศึกษา มอบอุปกรณ์การศึกษา๓๐ ๖) การสาธารณสงเคราะห์คือ การช่วยเหลือเพื่อประชาชนทั่วไป โดยที่หลักการสา ธารณสงเคราะห์ เป็นภารกิจที่วัด หรือพระภิกษุสงฆ์ด าเนินการช่วยเหลือสังคมใน รูปแบบต่างๆ ที่ไม่ ขัดต่อพระธรรมวินัย โดยมุ่งเน้นเพื่อประโยชน์และความสุข แก่ประชาชนเป็นส าคัญได้แก่ การ สงเคราะห์พระภิกษุสามเณร และวัดที่ประสบภัยและขาดแคลน๓๑ วัดเป็นสถานที่ประกอบการกุศล เกี่ยวกับเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย เช่น การสวดศพ การเผาศพ การท าบุญอุทิศ การถวายสังฆทาน เป็น ต้น๓๒ วัดเป็นสถานที่จัดฝึกอบรมประชาชนด้านอาชีพต่างๆ การสงเคราะห์ผู้ปุวยโรคร้ายหรือผู้ปุวย ยากไร้ การจัดให้มีโรงทาน การบริจาคทรัพย์ส่วนตัว หรือชักชวนญาติโยมบริจาคทรัพย์จัดสร้าง โรงพยาบาล การให้ ความรู้ข่าวสารแก่ชุมชนด้านต่างๆ เช่น การศึกษา การสาธารณสุขมูลฐาน การ ปกครอง การช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัยหรือการบ าเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ๓๓ ๓๐ สัมภาษณ์ พระราชศาสนาภิบาล, เจ้าคณะจังหวัดน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๓๑ สัมภาษณ์ พระครูพิเศษนันทวุฒิ, เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๓๒ สัมภาษณ์ พระสุนทรมุนี, รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน, เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๓๓ สัมภาษณ์ พระครูสิรินันทวิทย์, เจ้าคณะอ าเภอเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๔๖ ๔.๒.๓ ปัจจัยด้านการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธในเขตเทศบาลเมืองน่าน ๑) ด้านสิ่งดึงดูดใจ จากการศึกษาป๎จจัยทางด้านกายภาพของแหล่งท่องเที่ยว เชิงพุทธศาสนาในเขตเทศบาลเมองน่าน พบว่า วัดในเขตเทศบาลเมืองน่านมีสถานที่ท่องเที่ยวทาง วัฒนธรรมที่หลากหลาย มีประเพณีที่ส าคัญที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วไป มีการส่งเสริมการ ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมควบคู่กับการท่องเที่ยววิถีพุทธ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับกลุ่มจังหวัด มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาที่สวยงามขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จัก จุดเด่นสถานที่ท่องเที่ยวทาง วัฒนธรรมและทางศาสนาที่เป็นที่รู้จักของกลุ่มนักท่องเที่ยวก็จะมีวัดภูมินทร์ ซึ่งจิตกรรมฝาผนังวัด ภูมินทร์ที่สวยงามและทรงคนค่าทางวัฒนธรรม๓๔ วิหารทรงจตุรมุขและที่เป็นไฮไลท์คือในพระวิหารมี “พระประธานจตุรทิศ” เป็นพระประธานปางมารวิชัยองค์ใหญ่สีทองอร่าม ๔ องค์ ประทับนั่งบนฐาน ชุกชีเดียวกัน หันพระปฤษฎางค์ชนกัน (หันหลังชนกัน) หันพระพักตร์ไปทางทิศทั้ง ๔ ๓๕ สถานที่ ท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่ดังๆ ในเทศเทศบาลมีอีกเยอะ อย่างเช่น ใกล้พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน วัดเก่าแก่ ที่สวยงามอีกวัดหนึ่งของน่าน ทั้งวิหารและเจดีย์มีลักษณะศิลปกรรมแบบท้องถิ่นล้านนา สกุลช่างเมืองน่านฝีมือประณีตงดงาม นอกจากนี้ยังมีหอไตรเก่าแก่ตั้งโดดเด่นอยู่บริเวณกลางวัด ลักษณะคล้ายวิหารแต่มีขนาดเล็ก และทรงสูงหน้าบันและฝาชั้นบน ประดับลายแกะสลักสวยงาม ตั้งอยู่ใกล้องค์เจดีย์คือวัดหัวข่วง๓๖ และ วัดมิ่งเมืองเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน ลักษณะเด่น คือ ลายปูนป๎้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ มีความสวยงามวิจิตรบรรจง เป็นฝีมือ ตระกูลช่างเชียงแสน ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง แสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่าง ท้องถิ่นยุคป๎จจุบัน๓๗มีเสาหลักเมือง ซึ่งอยู่ในศาลาจตุรมุข จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลส าคัญและการลงพื้นที่สังเกตการณ์ของผู้วิจัย สรุป ได้ว่า ในด้านสิ่งดึงดูดใจของสถานที่ท่องเที่ยวในเขตเทศบาลเมืองน่าน ส่วนใหญ่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมและเชิงพุทธศาสนา บางแห่งมีชื่อเสียงระดับประเทศ ซึ่งเป็นจุดเด่นของการท่องเที่ยว ของจังหวัดน่าน ๒) ด้านสิ่งอ านวยความสะดวก พบว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาที่มี ชื่อเสียงในเขตเทศบาลเมืองน่านที่ใช้ในการวิจัยมีการจัดเตรียมสิ่งอ านวยความสะดวกไว้รองรับ นักท่องเที่ยวพอสมควร เช่น ที่จอดรถภายในแหล่งท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านจ าหน่ายอาหารและ เครื่องดื่ม ร้านขายของที่ระลึก การจัดที่นั่งพักผ่อนภายในแหล่งท่องเที่ยว๓๘ ๓) ด้านการเข้าถึง พบว่า จังหวัดน่านมีการคมนาคมทั้งทางบกและทางอากาศ ที่สะดวก โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว มีสนามบินไว้รองรับนักท่องเที่ยว มีปูายบอกทาง ชัดเจน ถนนหลายสายได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว ถนน ๓๔ สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๒ (นักท่องเที่ยววัดภูมินทร์), ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๓๕ สัมภาษณ์ นายวิจิตร ไชยมงคล, ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน, ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๓๖ สัมภาษณ์ นางสาวสุวลี กันฟอง, ตัวแทนชุมชนวัดมิ่งเมือง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๓๗ สัมภาษณ์ นายวานิตธิวัฒน์ ค าเรือง, ช่างปูนป๎้นสกุลน่าน, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๓๘ สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๒ (นักท่องเที่ยววัดมิ่งเมือง), ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๔๗ หลายสายอยู่ในสภาพดี เดินทางได้สะดวก๓๙ แหล่งท่องเที่ยวแต่ละที่ไม่ห่างกันมากนักจึงเหมาะแก่การ เดินเที่ยว๔๐ มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดด้วยการจัดรถรางวัฒนธรรมสัญจรเที่ยวรอบเขต อ าเภอเมือง และก็มีพนักงานบรรยายประจ ารถ ไว้คอยให้บริการนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม นักท่องเที่ยวเองหรือกลุ่มหน่วยงานองค์กร หรือแม้แต่สถาบันการศึกษา๔๑ จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลส าคัญและการลงพื้นที่สังเกตการณ์ของผู้วิจัย สรุป ได้ว่า จังหวัดน่านมีจุดเด่นในด้านความสะดวกของการเดินทางทั้งทางอากาศ และทางบก สามารถ เข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว เนื่องจากถนนหลายสายได้รับการปรับปรุง พัฒนา ให้อยู่ในสภาพดี มีปูายบอกทางชัดเจน การเดินทางท่องเที่ยวภายในแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธ ศาสนาบางแห่งมีการจัดเตรียมรถรางไว้บริการนักท่องเที่ยว ๔) ด้านที่พัก พบว่า ที่พักในจังหวัดน่านที่ให้บริการนักท่องเที่ยว มีกระจายอยู่ เกือบทุกพื้นที่และมีหลายราคาให้เลือกใช้บริการ ๕) ด้านกิจกรรม จังหวัดน่านมีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธ ศาสนาอยู่เป็นประจ าตามเทศกาลและวันส าคัญต่างๆ แต่โดยส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่มีลักษณะ เดียวกันกับแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นๆ เช่น คนส่วนใหญ่มาร่วมกิจกรรมทางศาสนา อย่างเช่น วัน มาฆบูชา วันเข้าพรรษา หรือการท าบุญตามประเพณี การศึกษาข้อมูลป๎จจัยด้านการจัดการแหล่งท่องเที่ยวในเขตเทศบาลเมืองน่าน (วัดภูมินทร์ วัดมิ่งเมือง วัดหัวข่วง) สามารถสรุปได้ ดังนี้ ๑) วัดภูมินทร์ ๑.๑) ด้านสิ่งดึงดูดใจ ภายในวัดมีจิตกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ที่สวยงาม วิหาร ทรงจตุรมุขและที่เป็นไฮไลท์คือในพระวิหารมี “พระประธานจตุรทิศ” เป็นพระประธานปางมารวิชัย องค์ใหญ่สีทองอร่าม ๔ องค์ ประทับนั่งบนฐานชุกชีเดียวกัน หันพระปฤษฎางค์ชนกัน (หันหลังชนกัน) หันพระพักตร์ไปทางทิศทั้ง ๔ ๑.๒) ด้านสิ่งอ านวยความสะดวก มีสถาน ที่จอดรถไว้รองรับ นักท่องเที่ยว แต่ มีทางลาดส าหรับรถเข็นเพื่อขึ้นไปยัง ตัวอาคารและทางลาดขึ้นห้องน้ า มีร้านจ าหน่ายอาหารและ เครื่องดื่มไว้รองรับนักท่องเที่ยว และที่นั่งพักผ่อนภายในบริเวณวัด ๑.๓) ด้านการเข้าถึง วัดภูมินทร์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองน่าน ด้วย ชื่อเสียงของวัดจึง มีปูายบอกทางที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ตัววิหารเป็นทรงจตุรมุขจึงท าให้เป็นที่สังเกตได้ง่าย มีทางเข้าออก ได้ ๒ ทาง ๑.๔) ด้านที่พัก เนื่องจากวัดตั้งอยู่ใจกลางเมือง จึงมีที่พักไว้ บริการ นักท่องเที่ยวกระจายอยู่โดยรอบ มีหลากหลายรูปแบบและหลากหลายราคา ๓๙ สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๒ (นักท่องเที่ยววัดมิ่งเมือง), ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๔๐ สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๑ (นักท่องเที่ยววัดภูมินทร์), ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๔๑ สัมภาษณ์ นายสุรพล เธียรสูตร, นายกเทศบาลเมืองน่าน, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๔๘ ๑.๕) ด้านกิจกรรม วัดมีการจัดกิจกรรมทางศาสนา อย่างเช่น วันมาฆบูชา วัน เข้าพรรษา หรือการท าบุญตามประเพณี ๒) วัดมิ่งเมือง ๒.๑) ด้านสิ่งดึงดูดใจ ตัวพระวิหารลักษณะเด่น คือ ลายปูนป๎้นที่ผนังด้านนอก ของพระอุโบสถ มีความสวยงามวิจิตรบรรจง เป็นฝีมือตระกูลช่างเชียงแสน ภายในมีภาพจิตรกรรมฝา ผนัง แสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคป๎จจุบัน มีเสาหลักเมือง ซึ่งอยู่ในศาลา จตุรมุข ๒.๒) ด้านสิ่งอ านวยความสะดวก มีสถาน ที่จอดรถไว้รองรับ นักท่องเที่ยว แต่ มีทางลาดส าหรับรถเข็นเพื่อขึ้นไปยัง ตัวอาคารและทางลาดขึ้นห้องน้ า มีร้านจ าหน่ายอาหารและ เครื่องดื่มไว้รองรับนักท่องเที่ยว และที่นั่งพักผ่อนภายในบริเวณวัด ๒.๓) ด้านการเข้าถึง วัดมิ่งเมืองตั้งอยู่ใจกลางเมืองน่าน ด้วย ชื่อเสียงของวัดจึง มีปูายบอกทางที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ภายในวัดจะมีลักษระพิเศษคือตัวอาคารและสิ่งก่อสร้างภายใน วัดจะเป็นสีขาวทั้งหมดจึงท าให้เป็นที่สังเกตได้ง่าย ๒.๔) ด้านที่พัก เนื่องจากวัดตั้งอยู่ใจกลางเมือง จึงมีที่พักไว้ บริการ นักท่องเที่ยวกระจายอยู่โดยรอบ มีหลากหลายรูปแบบและหลากหลายราคา ๒.๕) ด้านกิจกรรม วัดมีการจัดกิจกรรมทางศาสนา อย่างเช่น วันมาฆบูชา วันเข้าพรรษา หรือการท าบุญตามประเพณีและจัดกิจกรรมอื่นๆ เช่น การสวดมนต์ข้ามปี ๓) วัดหัวข่วง ๓.๑) ด้านสิ่งดึงดูดใจ วิหารและเจดีย์มีลักษณะศิลปกรรมแบบท้องถิ่นล้านนา สกุลช่างเมืองน่านฝีมือประณีตงดงาม นอกจากนี้ยังมีหอไตรเก่าแก่ตั้งโดดเด่นอยู่บริเวณกลางวัด ลักษณะคล้ายวิหารแต่มีขนาดเล็ก และทรงสูงหน้าบันและฝาชั้นบน ประดับลายแกะสลักสวยงาม ๓.๒) ด้านสิ่งอ านวยความสะดวก ตัวอาคารและทางลาดขึ้นห้องน้ า มีร้านมีที่นั่ง พักผ่อนภายในบริเวณวัด ๓.๓) ด้านการเข้าถึง วัดหัวข่วงตั้งอยู่ใจกลางเมืองน่าน ด้วยชื่อเสียงของวัดจึงมี ปูายบอกทางที่ชัดเจน ด้านหน้าวัดอยู่ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน ๓.๔) ด้านที่พัก เนื่องจากวัดตั้งอยู่ใจกลางเมือง จึงมีที่พักไว้ บริการ นักท่องเที่ยวกระจายอยู่โดยรอบ มีหลากหลายรูปแบบและหลากหลายราคา ๓.๕) ด้านกิจกรรม วัดมีการจัดกิจกรรมทางศาสนา อย่างเช่น วันมาฆบูชา วันเข้าพรรษา หรือการท าบุญตามประเพณีและจัดกิจกรรมอื่นๆ เช่น งานกฐินประจ าปี ๔.๒.๔ กระบวนการจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ๑) กระบวนการจัดการท่องเที่ยวตามเทศกาล จะเน้นการให้ความส าคัญกับ กิจกรรมและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยส่วนใหญ่จะเป็นความร่วมมือขององค์กรด้านการ ท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนการสนับสนุนด้านทรัพยากรบุคคลและความรู้จาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเครือข่ายชุมชน ทั้งนี้เพื่อหวังผลระยะสั้นในการสร้างการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อให้เป็นที่รู้จัก
๔๙ ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยรูปแบบของกระบวนการจัดการท่องเที่ยวนั้นมี วัตถุประสงค์อย่างชัดเจนว่าเป็นการส่งเสริมการขยายตัวของจ านวนนักท่องเที่ยวและการพัฒนาทาง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหลักมาในประเทศไทยนั้น จากการวิจัยพบว่า กระบวนการจัดการ ท่องเที่ยวลักษณะนี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านนั้นส่วนใหญ่จะต้องอาศัยช่วง ปฏิทินเทศกาลที่ส าคัญทางพระพุทธศาสนาและความเชื่อทางวัฒนธรรมของคนสังคมไทย เพราะวัน ส าคัญทางพระพุทธศาสนาและความเชื่อทางวัฒนธรรมของสังคมไทยนั้น สามารถสะท้อนให้เห็นคุณ ของวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ ตลอดจนมรดกทางอารยธรรมที่สั่งสมกันมานาน๔๒ ดังนั้นการท่องเที่ยวเชิง พุทธในรูปแบบต่างๆจึงให้ความส าคัญกับการสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวผ่านทรัพยากรและทุนทาง วัฒนธรรมในมิตินี้เป็นอย่างดี โดยทั้งเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลเข้าพรรษาและออกพรรษา เทศกาล วันขึ้นปีใหม่๔๓ ถือเป็นระยะเวลาส าคัญของกระบวนการจัดการท่องเที่ยวลักษณะนี้ เพราะสามารถ ขยายตลาดนักท่องเที่ยวตลอดจนพัฒนากิจกรรมที่เชื่อมโยงหลักคิดทางพระพุทธศาสนา การแสดง ทางวัฒนธรรม ตลอดจนคุณค่าทางพุทธศิลปกรรมไปเผยแผ่สู่นักท่องเที่ยวได้ ๒) กระบวนการจัดการท่องเที่ยวเชิงเครือข่ายชุมชน เป็นการมุ่งเน้นให้แหล่ง ท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาความส าคัญกับการส่งเสริมการจัดการความรู้ โดยเฉพาะการสร้าง การบูรณาการจากข้อมูลองค์ความรู้ของท้องถิ่น กระบวนการจัดการท่องเที่ยวในลักษณะนี้ จะเน้น การเชื่อมโยงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและความเป็นชุมชนท้องถิ่น เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยว สนใจเข้ามาเรียนรู้และศึกษาวัฒนธรรม จากการท่องเที่ยวที่องค์กรทางพระพุทธศาสนาและชุมชน ท้องถิ่นพยายามพัฒนาขึ้น จากการศึกษาครั้งนี้นั้นพบว่า มุ่งเน้นการบริหารจัดการการท่องเที่ยวและ ผลประโยชน์แก่ชุมชน๔๔ อีกทั้งการผลักดันให้เครือข่ายชุมชนมีบทบาทในการก าหนดกิจกรรม ตลอดจนทิศทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาและการส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วม ของวัดและท้องถิ่นร่วมกัน๔๕ ทั้งนี้กระบวนการจัดการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้ จะมีความหลากหลาย ของทั้งกิจกรรมและแนวทางการด าเนินงานกล่าวคือ กิจกรรมที่ค้นพบนั้นอาจเป็นรูปแบบของการ พัฒนาพุทธกิจกรรมเชิงบูรณาการทั้งการดูแลรักษาสุขภาพ การส่งเสริมการปฏิบัติสมาธิ ศีล ภาวนา ตลอดจนการส่งเสริมให้เกิดกระบวนการท่องเที่ยวเชิงพุทธ๔๖ ๓) กระบวนการจัดการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการ เป็นกระบวนการจัดก ารท่องเที่ยว ที่สามารถพัฒน าองค์ความรู้พระพุทธศาสนาประจ าวัดและท้องถิ่นคุณค่าของพุทธศิลปะธรรม ตลอดจนการวางระบบการบริหารจัดการได้อย่างสมดุล สร้างให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวทาง พระพุทธศาสนาและวัดที่มีพร้อมยกระดับเข้าสู่สกล สามารถรองรับการท่องเที่ยวได้อย่างเป็นที่ ๔๒ สัมภาษณ์ ร้อยตรีนเรศ พรหมประภัศร, ข้าราชการบ านาญ, ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๔๓ สัมภาษณ์ นางประกายแก้ว บุญมี, กรรมการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต าบลในเวียง, ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๔๔ สัมภาษณ์ นายสุรพล เธียรสูตร, นายกเทศบาลเมืองน่าน, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๔๕ สัมภาษณ์ นายมนูญ กันฟอง, นักปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิการเทศบาลเมืองน่าน, ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๔๖ สัมภาษณ์ นายสุเมษ สายสูง, ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน, ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๕๐ ยอมรับ จากการวิจัยพบว่า การจัดการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการนั้น ส่วนใหญ่จะมีองค์กรต่างๆ เข้า มาร่วมประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะวัดหลายส่วน เช่น องค์กรปกครองส่วนถิ่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส านักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือ องค์กรทางวิชาการต่างๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนการจัดการความรู้และการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยว เชิงพุทธ ตลอดจนการจัดการผลประโยชน์และการจัดการพัฒนาอย่างยั่งยืน๔๗ ๔.๓ ศึกษาสภาพปัญหาในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาล เมืองน่านจังหวัดน่าน สภาพป๎ญหาในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัด น่าน แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้เนื่องจากบริบทของวัดที่แตกต่างกันออกไป ฉะนั้นผู้วิจัยจึงวิเคราะห์ สภาพป๎ญหาของแต่ละวัดแยกจากกัน โดยใช้องค์ประกอบในการวิเคราะห์ ๕ ด้าน คือ ด้านการ อนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม ด้านการจัดการความรู้ ด้านการบริหารจัดการด้านความสัมพันธ์กับชุมชน ด้านเศรษฐกิจของวัด ด้านการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม ด้านสิ่งอ านวยความสะดวก ด้านระบบการ จัดก่ารนักท่องเที่ยว ๔.๓.๑ วัดภูมินทร์ วัดภูมินทร์ (Wat Phumin) จังหวัดน่าน เดิมชื่อว่าวัด “พรหมมินทร์” สร้างใน พ.ศ. ๒๑๓๙ โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครน่าน มีความโดดเด่นกว่าวัดอื่นๆ ตรงที่เป็น วัดทรงจตุรมุขที่เป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร และพระเจดีย์ประธานในอาคารเดียวกัน ซึ่งกรม ศิลปากรสันนิษฐานว่าเป็นพระอุโบสถทรงจตุรมุขแห่งแรกในประเทศไทย ส าหรับอุโบสถทรงจตุรมุขนี้ จะเห็นนาค ๒ ตัวเอาหลังหนุนบันไดไว้ตามความเชื่อเกี่ยวกับ นาคในพระพุทธศาสนาว่า “เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พระองค์ได้เสด็จผ่าน บันไดแก้วที่เทวดาเนรมิตขึ้นและมีพญานาค ๒ ตัวหนุนหลังเอาไว้” โครงสร้างของหลังคาถูกค้ าด้วย เสาไม้สัก ๑๒ ต้น ลงรักปิดทองเคลือบเงาเป็นรูปดอกไม้และช้าง ใจกลางพระอุโบสถ ประดิษฐาน พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย ๔ องค์ ประทับนั่งบนฐานชุกชี ปางมารวิชัย ซึ่งพระกรรณ(หู) และพระ นาสิก (จมูก) ของพระพุทธรูปได้รับอิทธิพลจากศิลปะลาว หันพระพักตร์ออกไปสู่ประตูทั้งสี่ทิศ หัน เบื้องพระปฤษฏางค์(หลัง) ของแต่ละองค์เข้าหากันที่ตรงกลางของพระอุโบสถ อีกจุดหนึ่งที่น่าใจและควรชี้ชวนกันไปชมคือ จิตรกรรมฝาผนังหรือ “ฮูบแต้ม” ซึ่งได้แบ่ง ออกเป็น ๓ เรื่อง ได้แก่ พุทธชาดก ต านานพื้นบ้าน และความเป็นอยู่ของชาวน่านในอดีต ตลอดผนัง ทั้ง ๔ ด้าน วัดภูมินทร์ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๐ (ปลาย สมัยรัชกาลที่ ๔) ใช้เวลาซ่อมนานถึง ๗ ปี ถ้าพิจารณารายละเอียดของวิถีชีวิตของคนเมืองในสมัยนั้น มีภาพที่น่าสนใจอยู่หลายภาพ เช่น ภาพของ “ปูุม่าน ย่าม่าน” ซึ่งเป็นค าเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อ ในสมัยโบราณกระซิบสนทนากัน ผู้ชายสักหมึก ผู้หญิงแต่งกายไทลื้ออย่างเต็มยศ ภาพวาดของหนุ่ม สาวคู่นี้มีความประณีตมาก และได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่งามเป็นเยี่ยมของวัดภูมินทร ๔๗ สัมภาษณ์ นางอริสา บุญสม, รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๕๑ ๑) สภาพปัญหาด้านการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม วัดภูมินทร์มีสิลปะวัฒนธรรมที่เป็น เอกลักษณ์นับว่าเป็นจุดข ายที่ส าคัญของการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน แต่ป๎จจุบันวัดส่วนใหญ่อยู่ใน สภาวะล่อแหลมต่อการสูญเสียเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น เพราะได้มีการท าลายศาสนสถานและ สถาป๎ตยกรรมแบบดั้งเดิม ท าให้ขาดอัตลักษณ์ท างวัฒนธรรม และสูญเสียเสน่ห์ในแบบฉบับของ ตนเอง เพราะบางจุดได้สร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ไม่เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตแต่ดั้งเดิม และบิดเบือนความหมาย อันดีงามที่มีมาแต่เก่าก่ออาทิเช่นการสร้างวัตถุต่างๆ ภายในวัดทีทสร้างขึ้มาใหม่โดยใช้สถาป๎ตยกรรม ของภาคกลางเข้ามาสผสมผสานเช่น ศาลาบาตร กุฏิ และหอไตร๔๘ ๒) สภาพปัญหาด้านการจัดการความรู้ วัดยังไม่มีระบบการบริหารจัดการที่ชัดเจนในทุก ด้าน ท าให้ประสบป๎ญหาที่จะไม่พร้อมต่อการรับคลื่นมหาชน และก่อให้เกิดป๎ญหาด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ จ านวนขยะที่เพิ่มมากขึ้นจากนักท่องเที่ยว การใช้น้ า ระบบนิเวศธรรมชาติ การรับวัฒนธรรมที่ เข้ามาอย่างรวดเร็ว๔๙ เกิดกระแสการเลียนแบบ มีความขัดแย้งทางความคิด เสียความเป็นส่วนตัวใน การที่จะต้องรองรับนักท่องเที่ยว และที่ส าคัญคืออาจถึงกับสูญเสียเอกลักษณ์ของวัด และเสีย ประโยชน์ของชุมชน หรือองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งผลกระทบในด้านลบ เช่น ก ารขาดบุคลากรใน การสื่อส ารหรือพระสงฆ์ที่จะมาท าหน้าที่ในการอธิบายหลักธรรมและการปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ป๎ญหาการจัดการด้านสถานที่เพื่อรองรับการปฏิบัติของผู้ที่สนใจ ป๎ญหาจาก ความไม่เข้าใจด้านภาษาและวัฒนธรรม ป๎ญหาการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างวัดด้วยกัน เป็นต้น๕๐ ๓) สภาพปัญหาด้านสิ่งอ านวยความสะดวก โดยเฉพาะห้องน้ าที่สามารถรองรับผู้สูงอายุ และผู้พิการได้ซึ่งป๎จจุบันไม่พอเพียงต่อนักท่องเที่ยวของกลุ่มผู้สูงอายุในช่วงวันหยุดหรอเทศกาลวัน ส าคัญต่างๆ จัดทางลาดส าหรับรถเข็นจัดเตรียมพื้นที่จอดรถให้เพียงพอในช่วงเทศกาลและจัดพื้นที่ ส าหรับจอดรถให้กับผู้สูงอายุ๕๑ จัดเตรียมรถเข็นไว้บริการ รวมทั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อให้ ข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ รวมถึงการจัดเจ้าหน้าที่ไว้บริการและช่วยเหลือผู้สูงอายุ กรณีเกิด อุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน๕๒ที่จอดรถไม่เพียงพอในช่วงเทศกาลที่มีนักท่องเที่ยวจ านวน๕๓ ๔) สภาพปัญหาด้านบุคลากร การบริหารจัดการภายในชุมชนวัดภูมินทร์ยังไม่เป็นระบบ ท าให้ไม่สามารถบริหารจัดการชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากความไม่เป็นระบบระเบียบของ การท างาน และไม่มีการวางแผนการท างานที่ดี๕๔ การขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ทางด้านภาษา และการสื่อสาร เช่น มัคคุเทศก์ ท าให้เวลามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเที่ยวไม่สามารถสื่อสารกันได้ ตรงประเด็นและเกิดความล าบากในการสื่อสาร๕๕ ๔๘ สัมภาษณ์ พระมหาสุดสาคร สุธมฺมทสฺสี, วัดภูมินทร์, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๔๙ สัมภาษณ์ พระครูใบฏีกาวชิรวิทย์ ธีรสุวณฺโณ, วัดมิ่งเมือง, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๕๐ สัมภาษณ์ นายเฉลิม อินทร์จันทร์, ตัวแทนชุมชนบ้านหัวข่วง, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๕๑ สัมภาษณ์ นางค ามอญ จันทร์แก้ว, ตัวแทนชุมชนบ้านหัวข่วง, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๕๒ สัมภาษณ์ นางสาวสุวลี กันฟอง, ตัวแทนชุมชนบ้านมิ่งเมือง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๕๓ สัมภาษณ์ นางประกายแก้ว บุญมี, ตัวแทนชุมชนบ้านภูมินทร์, ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๕๔ สัมภาษณ์ นางอริสา บุญสม, รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๕๕ สัมภาษณ์ นายสุรพล เธียรสูตร, นายกเทศบาลเมืองน่าน, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๕๒ ๕) สภาพปัญหาด้านระบบการจัดก่ารนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวบางคนยังขาดความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งท าให้ไม่เข้าใจวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของคนใน ชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว และเกิดป๎ญหาความขัดแย้งระหว่าง นักท่องเที่ยวและชุมชนตามมา๕๖ราคาสินค้าที่ขายในวัดสูง โดยผู้ที่สัมปทานจ าหน่ายสินค้ารอบวัดหรือ ในวัด จ าหน่ายสินค้าราคาสูงเกินจริง หรือ รบเร้าให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้า ท าให้นักท่องเที่ยวล าบาก ใจและไม่ประทับใจ ซึ่งส่งผลต่อซื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของวัด ๔.๓.๒ วัดมิ่งเมือง วัดมิ่งเมือง ยังเป็นที่ประดิษฐานเสาพระหลักเมืองน่าน คนเมืองน่านในสมัยโบราณเรียก ขานว่า "เสามิ่งเมือง" หรือ "เสามิ่ง" โดยสมเด็จเจ้าฟูาอัตถะวรป๎ญโญ เจ้าผู้ครองเมืองน่านองค์ที่ ๕๗ โปรดให้ฝ๎งเสาประหลักเมืองน่านลง ณ จุดนี้ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๓๑ หลังจากที่พระองค์ได้เข้าเฝูา สมเด็จพระพุทธยอดฟูาจุฬาโลกมหาราช รัชการที่ ๑ ณ กรุงเทพฯ และร่วมพระราชทานพิธีฝ๎งเสา พระหลักเมือง กรุงเทพมหานคร เมื่อปีพุทธศักราช ๒๑๒๙ พระองค์จึงได้คตินั้นมาฝ๎งเสาพระหลัก เมืองน่านขึ้น ๑) สภาพปัญหาด้านการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม วัดมิ่งเมือง เป็นอีกหนึ่งวัดที่ขึ้นชื่อ เรื่องความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงเป็นที่ตั้งของ เสาพระหลักเมืองน่าน ที่ใครไปเที่ยวน่าน ต้องไปไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถของวัดมิ่งเมือง เป็นที่ตั้งของ เสาพระหลักเมืองน่าน (แต่เดิมเรียก เสามิ่งเมือง) ซึ่งประดิษฐานอยู่ในศาลาจตุรมุขสีขาวที่มีลวดลาย ปูนป๎้นวิจิตรงดงาม มียอดพรหมสี่หน้าเป็นตัวอาคาร เสาหลักเมืองมีความสูงประมาณ ๓ เมตร ฐาน ประดับด้วยไม้แกะลวดลายลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพระพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา๕๗ภายในวิหารมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงประวัติความเป็นมาของเมืองน่านและวิถี ชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคป๎จจุบันแต่ป๎จจุบันวัดส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะล่อแหลมต่อการ สูญเสียเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น เพราะบางจุดได้สร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ไม่เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตแต่ ดั้งเดิม และบิดเบือนความหมายอันดีงามที่มีมาแต่เก่าก่ออาทิเช่นการสร้างวัตถุต่างๆ ภายในวัดที่ สร้างขึ้มาใหม่โดยใช้สถาป๎ตยกรรมของภาคกลางเข้ามาสผสมผสานเช่น ศาลาบาตร กุฏิ และหอไตร๕๘ ๒) สภาพปัญหาด้านการจัดการความรู้ วัดยังขาดบุคลากรในการสื่อสารมัคคุเทศหรือ พระสงฆ์ที่จะมาท าหน้าที่ในการอธิบายหลักธรรมและการปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะ ภาษาอังกฤษ ป๎ญหาการจัดการด้านสถานที่เพื่อรองรับการปฏิบัติของผู้ที่สนใจ ป๎ญหาจากความไม่ เข้าใจด้านภาษาและวัฒนธรรม ป๎ญหาการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างวัดด้วยกัน เป็นต้น๕๙ ๓) สภาพปัญหาด้านสิ่งอ านวยความสะดวก โดยเฉพาะห้องน้ าที่สามารถรองรับผู้สูงอายุ และผู้พิการได้ซึ่งป๎จจุบันไม่พอเพียงต่อนักท่องเที่ยวของกลุ่มผู้สูงอายุในช่วงวันหยุดหรอเทศกาลวัน ๕๖ สัมภาษณ์ นายวานิตธิวัฒน์ ค าเรือง, ตัวแทนชุมชนบ้านมิ่งเมือง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๕๗ สัมภาษณ์ นายวานิตธิวัฒน์ ค าเรือง, ตัวแทนชุมชนบ้านมิ่งเมือง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๕๘ สัมภาษณ์ พระมหาสุดสาคร สุธมฺมทสฺสี, วัดภูมินทร์, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๕๙ สัมภาษณ์ นายเฉลิม อินทร์จันทร์, ตัวแทนชุมชนบ้านหัวข่วง, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๕๓ ส าคัญต่างๆ จัดทางลาดส าหรับรถเข็นจัดเตรียมพื้นที่จอดรถให้เพียงพอในช่วงเทศกาลและจัดพื้นที่ ส าหรับจอดรถให้กับผู้สูงอายุ๖๐ จัดเตรียมรถเข็นไว้บริการ รวมทั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อให้ ข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ รวมถึงการจัดเจ้าหน้าที่ไว้บริการและช่วยเหลือผู้สูงอายุ กรณีเกิด อุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน๖๑ที่จอดรถไม่เพียงพอในช่วงเทศกาลที่มีนักท่องเที่ยวจ านวน๖๒ สิ่งอ านวย ความสะดวกต่าง ๆ ได้แก่ ถังขยะห้องสุขา และจุดนั่งพัก มีน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของ นักท่องเที่ยว๖๓ ๔) สภาพปัญหาด้านบุคลากร ขาดการร่วมมือจากคนในพื้นที่ ในการแสดงความคิดเห็น หรือวางแผน พัฒนาพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมกัน ๖๔ การขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ทางด้านภาษา และการสื่อสาร เช่น มัคคุเทศก์ ท าให้เวลามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเที่ยวไม่สามารถสื่อสารกันได้ ตรงประเด็นและเกิดความล าบากในการสื่อสาร๖๕ ๕) สภาพปัญหาด้านระบบการจัดก่ารนักท่องเที่ยว ขาดการประชาสัมพันธ์ทั้งในเชิงลึก และเชิงกว้าง กล่าวคือ น าเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวให้ครอบคลุมทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ความส าคัญ และกิจกรรมส าคัญของสถานที่นั้น ๆ และจัดท าปูายบอกทางให้ชัดเจน เด่นชัด น่าสนใจ และทั่วถึง โดยมีช่องทางการประชาสัมพัน๖๖ ๔.๒.๓ วัดหัวข่วง วัดหัวข่วงเป็นวัดเก่าแก่และสวยงามอีกวัดหนึ่งของน่าน ทั้งวิหารและเจดีย์มีลักษณะ ศิลปกรรมแบบท้องถิ่นล้านนา สกุลช่างเมืองน่านฝีมือประณีตงดงาม นอกจากนี้ยังมีหอไตรเก่าแก่ตั้ง โดดเด่นอยู่บริเวณกลางวัด ลักษณะคล้ายวิหารแต่มีขนาดเล็ก และทรงสูงหน้าบันและฝาชั้นบน ประดับลายแกะสลักสวยงาม ตั้งอยู่ใกล้องค์เจดีย์ วัดนี้ไม่ปรากฏว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใด มีเพียง หลักฐานว่าได้รับการบูรณะในราวพ.ศ. ๒๔๒๕ โดยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าเมืองน่าน และต่อมาราว ปี พ.ศ.๒๔๗๒ ในสมัยเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองน่านองค์สุดท้าย ซึ่งต่อมากรมศิลปากรได้ส่ง เจ้าหน้าที่ มาบูรณะเจดีย์วัดหัวข่วงและได้ประกาศเป็นโบราณสถานของชาติ ๑) สภาพปัญหาด้านการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม อนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมโบราณสถาน นั้น ต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ซึ่งจะเป็นการปลูกฝ๎งให้ประชาชนในพื้นที่เกิด ความรัก ความหวงแหนในโบราณสถาน และ ป๎จจุบันเทศบาลได้ด าเนินการปลูกฝ๎งความรัก ความหวง แหนแหล่งโบราณสถาน โบราณวัตถุ โดยผ่านกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในแต่ละเทศกาล เช่น วัน เข้าพรรษา วันออกพรรษา วันมาฆะบูชาวันสงกรานต์ และประเพณีไม้ค้ าสลีซึ่งเป็นประเพณีของชาว ๖๐ สัมภาษณ์ นางค ามอญ จันทร์แก้ว, ตัวแทนชุมชนบ้านหัวข่วง, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๖๑ สัมภาษณ์ นางสาวสุวลี กันฟอง,, ตัวแทนชุมชนบ้านมิ่งเมือง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๖๒ สัมภาษณ์ นางประกายแก้ว บุญมี, , ตัวแทนชุมชนบ้านภูมินทร์, ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๖๓ สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๑ (นักท่องเที่ยววัดมิ่งเมือง), ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๖๔ สัมภาษณ์ นางอริสา บุญสม, รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๖๕ สัมภาษณ์ นายนายสุรพล เธียรสูตร, นายกเทศบาลเมืองน่าน, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๖๖ สัมภาษณ์ นายวานิตธิวัฒน์ ค าเรือง, , ตัวแทนชุมชนบ้านมิ่งเมือง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๕๔ ล้านนาที่ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านานแล้ว โดยมีความเชื่อว่าเป็นวิธีการสืบทอดและจรรโลง พระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนตลอดไป๖๗ และประเพณีดังกล่าวยังเป็นไปเพื่อขจัดภยันตรายทั้งปวงที่จะ ขึ้นกับครอบครัวและชุมชนอีกด้วยสภาวัฒนธรรมเชียงแสน ยังให้ความร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาค ส่วนทุกโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่๖๘ กรมศิลปากรและหน่วยงานในพื้นที่ที่ เกี่ยวข้อง ต้องประสานการปฏิบัติร่วมกันทั้งด้านบุคลากรและงบประมาณเพื่อมิให้อยู่ในสภาวะ ล่อแหลมต่อการสูญเสียเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น๖๙ ๒) สภาพปัญหาปัญหาด้านการจัดการความรู้วัดยังขาดบุคลากรในการสื่อสารมัคคุเทศ หรือพระสงฆ์ที่จะมาท าหน้าที่ในการอธิบายแหล่งท่องเที่ยวทังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ๗๐ขาดแผ่น ปูายประชาสัมพันธ์และให้ความรู้๗๑ ๓) สภาพปัญหาด้านสิ่งอ านวยความสะดวก สิ่งอ านวยความสะดวกต่าง ๆ ได้แก่ ถัง ขยะห้องสุขา และจุดนั่งพัก มีน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว๗๒ สถานที่จอดรถไม่ เอื้ออ านวยต้องจอดริมถนน๗๓ ห้องน้ าไม่เพียงพอต่อนักท่องเที่ยว๗๔ ๔) สภาพปัญหาด้านบุคลากร วัดขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ทางด้านภาษาและการ สื่อสาร เช่น มัคคุเทศก์ ท าให้เวลามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเที่ยวไม่สามารถสื่อสารกันได้ตรง ประเด็นและเกิดความล าบากในการสื่อสาร๗๕ ๕) สภาพปัญหาด้านระบบการจัดการนักท่องเที่ยว ขาดการประชาสัมพันธ์ทั้งในเชิงลึก และเชิงกว้าง กล่าวคือ น าเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวให้ครอบคลุมทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ความส าคัญ และกิจกรรมส าคัญของสถานที่นั้น ๆ และจัดท าปูายบอกทางให้ชัดเจน เด่นชัด น่าสนใจ และทั่วถึง โดยมีช่องทางการประชาสัมพัน๗๖ ๔.๔ ศึกษาแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด–๑๙ ส าหรับแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัด น่าน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด–๑๙ นั้น จากการศึกษาพบว่า แนวส่งเสริมการ ท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านจังหวัดน่าน สามารถปรับปรุงและพัฒนาไปสู่การ ๖๗ สัมภาษณ์ พระครูพิเศษนันทวุฒิ, เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๖๘ สัมภาษณ์ พระครูสิรินันทวิทย์, เจ้าคณะอ าเภอเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๖๙ สัมภาษณ์ พระราชศาสนาภิบาล, เจ้าคณะจังหวัดน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๗๐ สัมภาษณ์ พระครูพิเศษนันทวุฒิ, เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๗๑ สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๑ (นักท่องเที่ยววัดหัวข่วง), ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๗๒ สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๒ (นักท่องเที่ยววัดหัวข่วง), ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๗๓ สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๒ (นักท่องเที่ยววัดหัวข่วง), ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๗๔ สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๑ (นักท่องเที่ยววัดหัวข่วง), ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๗๕ สัมภาษณ์ นายสุรพล เธียรสูตร, นายกเทศบาลเมืองน่าน, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๗๖ สัมภาษณ์ นายวานิตธิวัฒน์ ค าเรือง, ตัวแทนชุมชนบ้านมิ่งเมือง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๕๕ เป็นวัดต้นแบบ ตลอดจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเหมาะสมต่อการเรียนรู้และการแสดงออก เชิงคุณค่า ทั้งในมิติประวัติศาสตร์และพุทธศิลปกรรมดังนี้ ๔.๔.๑ แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านใน การพัฒนาบุคคลเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ระดับสากล ผลการวิจัยพบว่า วัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน มีการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาบุคลากรของแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ทั้งใน เชิงการบริหารจัดการความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ทางพระพุทธศาสนาที่เป็นเอกลักษณ์และ สะท้อนให้เห็นคุณค่าของวัดของตนเอง ตลอดจนการจัดการเชิงผลประโยชน์และกฎหมายเกี่ยวกับ องค์กรทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้ในอนาคตองค์กรทางพระพุทธศาสนามีบุคลากรที่มีความพร้อม ส าหรับการพัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ให้มีความพร้อมสู่รองรับความร่วมมือ ระหว่างประเทศกับภูมิภาคต่างๆ นอกจากนี้การพัฒนาบุคลากรขององค์กรทางพระพุทธศาสนา ยัง สามารถช่วยให้เกิดการพัฒนาด้านการบริหารจัดการเชิงเศรษฐกิจวัฒนธรรม กล่าวคือช่วยให้บุคลากร มีความเข้าใจการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และ คุณค่าของแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนา๗๗ ๔.๔.๒ แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านใน การบริหารจัดการเชิงเครือข่ายชุมชน ผลการวิจัยพบว่า วัดในเขตเทศบาลเมืองน่านมีการส่งเสริมให้ มีการพัฒนานโยบายและแนวทางการบริหารจัดการร่วมระหว่างองค์กรทางพระพุทธศาสนากับ เครือข่ายชุมชน เพื่อให้ในอนาคตการจัดการสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมชุมชน ตลอดจนกจนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและพุทธศาสนสถานของท้องถิ่น ได้รับการอนุรักษ์และ พัฒนาไปสู่ความยั่งยืน๗๘ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการ ท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมนั้นความจ าเป็นต้องขยายความร่วมมือสู่ชุมชนท้องถิ่น องค์กรทางพระพุทธศาสนาและชุมชนท้องถิ่น ให้เป็นกลไกที่มีความสามารถในการบริหารจัดการเชิง เครือข่ายชุมชน๗๙ การบริหารจัดการเชิงเครือข่ายชุมชนคือการพัฒนาการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ จะสามารถประสบความส าเร็จได้ มีเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตและเชื่อมโยงกันเป็นสังคมสวัสดิการเป็นพลังหลักในการพัฒนาฐานรากของประเทศให้มั่นคง ชุมชนพึ่งตนเองสามารถบรรเทาป๎ญหาเศรษฐกิจสังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับ ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมาวัดบางวัดมีความสัมพันธ์อันดีต่อชุมชน๘๐ แต่บางวัดมีป๎ญหา ขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ความขัดแย้งความไม่เข้าใจกันน าไปสู่การไม่ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ป๎ญหาส าคัญอีกประการหนึ่งคือความไม่พร้อมของบุคคลากรทางศาสนาที่จะให้บริการภายในวัด เจ้าหน้าที่ของวัดหรือชุมชนที่มาช่วยงานวัดไม่สื่อความเป็นท้องถิ่นชุมชน ไม่สามารถแสดงอัตลักษณ์ ๗๗ สัมภาษณ์ นายสรศักดิ์ พรหมจักร, สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๗๘ สัมภาษณ์ นายวานิตธิวัฒน์ ค าเรือง, ตัวแทนชุมชนบ้านมิ่งเมือง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๗๙ สัมภาษณ์นายสุเมษ สายสูง, ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๘๐ สัมภาษณ์ นางสาวสุวลี กันฟอง, ตัวแทนชุมชนบ้านมิ่งเมือง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๕๖ ท้องถิ่น บุคลากรภายในวัดไม่มีน้ าใจไมตรีทักทายนักท่องเที่ยวชุมชนไม่เป็นผู้คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัด ท่องเที่ยวนั้นๆ อันจะเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวประทับใจ๘๑ ๔.๔.๓ แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน สนับสนุนด้านการท่องเที่ยวและการจัดการความรู้ผลการวิจัยพบว่า วัดในเขตเทศบาลเมืองน่านมี การส่งเสริมสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวและการจัดการความรู้ให้เกิดพื้นที่ต้นแบบในการใช้การจัดการ ความรู้เป็นพื้นฐานของการต่อยอดการพัฒนาให้แหล่งท่องเที่ยวประเภทวัดสามารถเป็นพื้นที่เชิง เครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ที่ไม่เพียงแต่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังค านึงถึงบทบาทของ การเป็นผู้ให้ธรรม ให้ความรู้น าป๎ญญาสู่การพัฒนาสังคมและจิตใจควบคู่ไปด้วย๘๒ มีหน่วยงานและ องค์กรทั้งด้านการท่องเที่ยว องค์กรทางวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคม เข้ามามีบทบาทช่วย ส่งเสริมการบริหารจัดการท่องเที่ยวและการจัดการองค์ความรู้ให้กับวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง พระพุทธศาสนาในเขตเทศบาลเมืองน่าน ๘๓ เพื่อการพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง พระพุทธศาสนา เพราะที่ผ่านมาการเข้ามาจัดการความรู้ เพื่อสร้างมิติความก้าวหน้าและความ หลากหลายเช่นในระดับสากล ยังขาดความพร้อมและการคล่องตัวในการปฏิบัติงานจริง ดังนั้น การ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ควรร่วมกันพัฒนาพุทธพิธภัณฑ์ต้นแบบ เพื่อเป็นแหล่งของการจัดการ เรียนรู้ ที่สามารถยกระดับและสามารถพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาในชุมชนให้มี ความก้าวหน้าเทียบเท่าระดับสากล๘๔ ๔.๔.๔ แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านใน ความร่วมมือกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผลการวิจัยพบว่า วัดในเขตเทศบาลเมืองน่านมีการ ส่งเสริมร่วมมือกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระหว่างองค์กรทางพระพุทธศาสนาและองค์กร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ โดยเป็นการพยายามประสานให้เกิดการมีส่วนร่วมใน ลักษณะของการพึ่งพาในด้านการเรียนรู้และการใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวไปสร้างสรรค์ในเชิง คุณค่าทางสังคมและประโยชน์ในทางธุรกิจ เช่น การเสริมสร้างการเรียนรู้ของวัดกับชุมชน การจัดการ ร้านขายสินค้าภายในวัด๘๕ มีการร่วมมือกับมัคคุเทศก์ และสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้ของ บุคลากรในการเรียนรู้จากศิลปกรรมที่มีอยู่ภายในวัดนั้นๆ ๘๖ ส่วนชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องนั้น จะมีหุ้นส่วนในการมีส่วนร่วมการเป็นภาคีเพื่อการ พัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัด และการส่งเสริมเพื่อให้เกิดประโยชน์ของวัดและการท่องเที่ยวของในมิติ อื่นๆ รวมทั้งการน าไปสู่การพัฒนาในพื้นที่ โดยอาศัยวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ความเลื่อมใสใน พระพุทธศาสนาเป็นขบวนการของชุมชนที่น าไปสู่การพัฒนาสังคมในมิติต่างๆ ที่ทุกฝุายได้ ๘๑ สัมภาษณ์ พระราชศาสนาภิบาล, เจ้าคณะจังหวัดน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๘๒ สัมภาษณ์ พระครูสิรินันทวิทย์, เจ้าคณะอ าเภอเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๘๓ สัมภาษณ์ พระครูสิรินันทวิทย์, เจ้าคณะอ าเภอเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๘๔ สัมภาษณ์ พระราชศาสนาภิบาล, เจ้าคณะจังหวัดน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๘๕ สัมภาษณ์ นางประกายแก้ว บุญมี, กรรมการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต าบลในเวียง, ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๘๖ สัมภาษณ์ นางอริสา บุญสม, รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๕๗ ผลประโยชน์ด้านการเรียนรู้และด้านเศรษฐกิจร่วมกัน๘๗ป๎จจุบันการด าเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวบาง ชนิดไม่ค านึงความเหมาะสม หรือผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยว มุ่งแต่ผลประโยชน์หรือด้วยความ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนท าให้เกิดป๎ญหาความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว ดังนั้นแหล่งท่องเที่ยวควร ก าหนดจ านวนนักท่องเที่ยวขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ อีกทั้งต้องให้เกิดการจัดการ สิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิทัศน์แบบส่งเสริมคุณค่า เพื่อให้เกิดความสวยงามให้แก่แหล่งท่องเที่ยว นั้นๆ๘๘ ป๎จจุบันแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งกลับถูกท าลายด้วยเหตุของการขาดการบริหารจัดการจาก ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น จึงกลายเป็นป๎ญหาการสร้างสิ่งแปลกปลอมหรือการท าลายทรัพยากรในการ ท่องเที่ยว ดังนั้น ควรมีก ารจัดก ารสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ๘๙ ๔.๔.๕ แนวทางการส่งเสริมกิจกรรมทางการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาให้มีลักษณะ พิเศษและแปลกใหม่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน และสามารถเชื่อมโยงเส้นทางการ ท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส านักงานพระพุทธศ าสนาประจ าจังหวัด ควรมีการจัดท า แผนปฏิบัติการในการสนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้และท่องเที่ยวร่วมกับวัด โดยด าเนินการตาม รูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับการปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา เช่น การฝึกอบรมสมาธิวิป๎สสนา แก่นักท่องเที่ยวผู้ที่สนใจ๙๐ ๔.๔.๖ แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่านในสถานการการระบาดของโรคระบาดโควิด–๑๙ ผลการวิจัยพบว่า มีแนวทางเตรียม ความพร้อมทางด้านการท่องเที่ยวเพื่อรองรับกับการระบาดของโควิด-๑๙ และการเตรียมความพร้อม ส าหรับการปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่ หรือ New normal ดังนี้ ๑. วัดมีการจัดท าแผนปูองกันโควิด-๑๙ ซึ่งต้องมีแนวทางการปฏิบัติพร้อม Checklist ส าหรับการปูองกันการติดเชื้อ การน าเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อลดการติดต่อโดยตรงระหว่างบุคคล จัดให้มีเครื่องมืออุปกรณ์ปูองกันส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐานให้เพียงพอ ๒. วัดได้จัดหาอุปกรณ์เครื่องมือท าความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคให้กับนักท่องเที่ยวทีเข้ามา เที่ยววัด จัดที่นั่งส าหรับนักท่องเที่ยวให้เป็นไปตามกฎระเบียบของภาครัฐที่ก าหนดไว้จัดให้มีเครื่องมือ ตรวจสอบการเข้า-ออก (Check-in /Check-out) ที่ไม่ต้องมีการสัมผัส ๓. การสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือในการท่องเที่ยวให้กลับคืนมา เช่น วัดจัดให้ มีคู่มือค าแนะน าการปฏิบัติตนล่วงหน้าก่อนการเดินทางบนพื้นฐานของกฎระเบียบของภาครัฐ การ สวมหน้ากาก จัดให้มีสถานที่ล้างมือด้วยสบู่และฉีดด้วยแอลกอฮอล์และการเว้นระยะห่าง รวมทั้ง กระบวนการรักษาพยาบาลเมื่อเกิดเหตุจ าเป็นเร่งด่วน พร้อมสื่อสารการตลาดว่าสถานที่ท่องเที่ยวใน เขตเทศบาลเมืองน่านยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาตินึกถึงและจะเน้น ๘๗ สัมภาษณ์ นายสุรพล เธียรสูตร, นายกเทศบาลเมืองน่าน, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๘๘ สัมภาษณ์ นายสรศักดิ์ พรหมจักร, สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๘๙ สัมภาษณ์ พระครูสิรินันทวิทย์, เจ้าคณะอ าเภอเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๙๐ สัมภาษณ์ นางค ามอญ จันทร์แก้ว, ตัวแทนชุมชนบ้านหัวข่วง,๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๕๘ นักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีการควบคุมโรคได้ดี สามารถเดินทางได้โดยมีใบอนุญาตจากแพทย์ แต่ การเดินทางยังต้องอยู่ในการควบคุมเพื่อปูองกันการระบาดซ้ า ร่วมหารือกับภาคเอกชนเพื่อหาวิธีการ ฟื้นฟูภาคท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และให้ความส าคัญกับการปรับเปลี่ยนบริการของตนเองให้ สอดคล้องกับการท่องเที่ยววิถีใหม่ และให้ความส าคัญกับเรื่องของสุขภาพความสะอาด และความ ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น๙๑ ๔.๕ องค์ความรู้จากการวิจัย จากการศึกษาเรื่อง การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ผู้วิจัยได้สรุปเนื้อหาโดยด าเนินการตามกรอบแนวคิด เพื่อใช้เป็นหลักการในการด าเนินวิธี วิจัย เริ่มต้นจากศึกษารูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา โดยมีวัดเป็นแหล่งข้อมูลทั้งในเขต เทศบาลเมืองน่านจ านวน ๓ วัดจากการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมพบว่า การท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา ในจังหวัดน่านในป๎จจุบันนี้ มีการเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิมมาก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ชาวต่างชาติ ให้ความสนใจกับการปฏิบัติธรรมในวัดกันมากขึ้น มิใช่มาท่องเที่ยวที่วัด เพียงเพื่อชม ความสวยงามของพุทธศิลป์ และท าบุญ ไหว้พระขอพร เท่านั้น แต่ยังให้ความสนใจในเรื่องของการ เจริญจิตตภาวนา ซึ่งเป็นเรื่องนามธรรมภายในส่วนลึกของจิตใจด้วย และวัดเองก็ได้ตอบรับกระแส นิยมใหม่นี้ด้วยการแสดงบทบาทที่ให้ทุกกิจกรรมที่จัดขึ้นภายในวัด สามารถสอดแทรกให้มีการเรียนรู้ หลักพุทธธรรมแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องมีพิธีและขั้นตอนที่ยุ่งยาก และเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่ายส าหรับ ผู้สนใจใหม่ ดังนั้นเมื่อจับประเด็นการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนายุคใหม่ได้ จึงให้ความสาคัญกับรูปแบบ ของการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาว่า ในด้านชมงานพุทธศิลป์ ท าบุญ ไหว้พระ ขอพร และด้านการ ปฏิบัติธรรม การท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา วัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจะต้องพยายามรักษาภาพลักษณ์ที่ ดี ในการดูแลนักท่องเที่ยวให้มีความพึงพอใจกับการที่เข้ามาเยี่ยมเยือนดังนั้น การจัดสภาพแวดล้อม บริเวณทั้งภายนอกวัดและภายในวัด ให้มีความเรียบร้อยสะอาดตาจัดท าสิ่งอานวยความสะดวกให้อยู่ ในสภาพที่ดีอยู่เสมอเช่น ปูายผังของวัด ปูายบอกทิศทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่เข้าใจง่ายและเป็น สากล การดูแลห้องน้า ห้องสุขามีความสะอาดอยู่เสมอและเพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว ทุกเพศ ทุกวัยและผู้พิการ ส่วนสาคัญอีกจุดหนึ่งที่มีความสาคัญในยุคสมัยนี้คือ การจัดสถานที่พักผ่อน หย่อนอารมณ์ที่เปิดโล่ง สบายตาและสงบ มีแผ่นพับแนะนาสถานที่ หนังสือ แผ่นปูายเชิญชวนให้ ผู้สนใจและมีเวลาพอได้ฝึกทดลองการปฏิบัติธรรมและเรียนรู้พุทธธรรมตามสมควร รวมทั้งติดตั้งแผ่น ปูายปฏิทินการจัดกิจกรรมของวัดตลอดปีที่ผ่านมาการออกแบบสวยงามเข้าใจง่าย บทบาทและการ ๙๑ สัมภาษณ์ นางอริสา บุญสม, รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน, ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นางประกายแก้ว บุญมี, กรรมการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต าบลในเวียง, ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นางสาวสุวลี กันฟอง, ตัวแทนชุมชนบ้านมิ่งเมือง, ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๕๙ จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่วัดจัดขึ้น สามารถสร้างความเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวที่เคยสนใจเฉพาะการชมความ งดงามของงานพุทธศิลป์ที่เป็นวัตถุธรรม ไปสู่การเรียนรู้พุทธธรรมที่เป็นนามธรรมภายในจิตใจได้
บทที่ ๕ สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจัยเรื่อง การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ๒) เพื่อศึกษาสภาพป๎ญหาในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาล เมืองน่าน จังหวัดน่าน ๓) เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาล เมืองน่าน จังหวัดน่าน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด–๑๙ และ ผู้วิจัยได้ท าการศึกษา งานวิจัยอื่น ๆ ตามแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงพุทธ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิง คุณภาพ (Qualitive Research) ศึกษาข้อมูลจากเอกสารและภาคสนาม เพื่อรวบรวมข้อมูลและท า การสัมภาษณ์ สรุปผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ดังนี้ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๕.๑.๑ ศึกษาการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านจังหวัดน่าน ๑) บทบาทของวัดกับการท่องเที่ยวเชิงพุทธในเขตเทศบาลเมืองน่าน การท่องเที่ยว เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศเป็นอย่างมาก ถือเป็นสิ่ง ส าคัญที่มีผลต่อกลไกการพัฒนาประเทศไทย การส่งเสริมการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดการกระจายตัวของ นักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่างๆ ซึ่งน ามาสู่การสร้างอาชีพการจ้างงานทั้งในภาคการท่องเที่ยว โดยตรง และการจ้างงานในภาคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามมา เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนและท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งในภาพรวมจะน าไปสู่การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของ ประเทศ ซึ่งการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาถือเป็นการท่องเที่ยว เพื่อการชมหรือสัมผัส สถาป๎ตยกรรมด้านศาสนากับการท่องเที่ยววัด ศาสนสถานและสถานที่ส าคัญทางพระพุทธศาสนา วัดมีบทบาทส าคัญเป็นศูนย์รวมทางจิตใจผู้สูงอายุและชาวบ้านในชุมชน ในการประกอบ พิธีกรรมด้านศาสนา การใช้พื้นที่วัด รวมตัวของผู้สูงอายุโดยเฉพาะการท ากิจกรรมทางศาสนา ชาวบ้านโดยทั่วไปมีวัฒนธรรมประเพณีที่ปฏิบัติต่อกันมาอย่างโดยเฉพาะประเพณีที่เกี่ยวกับวันส าคัญ ทางพุทธศาสนา แต่ในป๎จจุบันวิธีการปฏิบัติลดความเข้มข้นลงมาก สังเกตได้จากคนเข้าร่วมกิจกรรม ทางศาสนา วัฒนธรรมประเพณีลดลง ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุดังนั้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธ ของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน จึงมีรูปแบบที่สามารถสรุปได้ดังนี้ สภาพการด าเนินงาน ของวัดทั้ง ๓ วัดในการวิจัยในครั้งนี้ พบว่า การด าเนินงานวัด มีการปกครองภายใน โดยมีองค์กรใน การดูแลการปกครอง โดยจะเรียงล าดับจากเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส เรื่อยไปตามล าดับ มีเจ้าหน้าที่ ของวัด ที่ท าหน้าที่ประชาสัมพันธ์และประสานงานส าหรับผู้ที่เข้ามาติดต่อด้านสิ่งอ านวยความสะดวก ให้กับนักท่องเที่ยว เช่น สถานที่ด าเนินกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ห้องน้ า ที่จอดรถ ร้านขายของ
๖๑ ต่างๆ ที่มีการพัฒนาและส่งเสริมอยู่เสมอ ห้องน้ าของสถานที่ท่องเที่ยว จะมีการแบ่งเพศของ นักท่องเที่ยวอย่างชัดเจน เช่นผู้หญิง ผู้ชายหรือพระภิกษุ เป็นต้น ด้านสถานที่จอดรถ ทางแหล่ง ท่องเที่ยว ก็มีสถานที่จอดรถพอเพียงแก่นักท่องเที่ยว แต่ถ้ามีช่วงหน้าเทศกาลสถานที่จอดรถก็จะไม่ เพียงพอต้องมีการขอยืมสถานที่จอดรถสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงด้านการเข้าถึงแหล่ง ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน มีหลากหลายสถานที่ มีระยะทางไม่ห่างกันมากมี ถนนลาดยางเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวและมีปูายบอกทางไปสถานที่ท่องเที่ยวเพื่ออ านวยความสะดวก ในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ๒) การบริหารวัดจัดการวัดเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพุทธในเขตเทศบาลเมืองน่าน การ บริหารกิจการคณะสงฆ์ คือ กิจการที่คณะสงฆ์จะต้องท าหรือที่จะต้องถือเป็นธุระหน้าที่เพราะเป็นการ คณะสงฆ์และการพระศาสนาหรือเพราะเกี่ยวกับการคณะสงฆ์และการพระศาสนา มี ๖ ฝุาย คือ งาน เพื่อความเรียบร้อยดีงาม (การปกครอง) การศาสนศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่ พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการและการสาธารณสงเคราะห์ ซึ่งในป๎จจุบันอยู่ภายใต้การก ากับดูแล ของมหาเถรสมาคม ส าหรับการบริหารจัดการวัด เป็นภาระหน้าที่โดยตรงของเจ้าอาวาส ซึ่งตามกฎ มหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ภาระงานในการบริหารจัดการวัดของพระสังฆาธิการ เพื่อ การท่องเที่ยวเชิงพุทธในเขตเทศบาลเมืองน่านได้จ าแนกตามด้านต่างๆ ทั้ง ๖ ด้าน ดังต่อไปนี้๑. การ ปกครอง ๒. การศาสนศึกษา ๓. การเผยแผ่ ๔. การสาธารณูปการ ๕. การศึกษาสงเคราะห์๖. การสา ธารณสงเคราะห์ ๓) ปัจจัยด้านการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธในเขตเทศบาลเมืองน่าน (๑) ด้านสิ่งดึงดูดใจ พบว่า วัดในเขตเทศบาลเมืองน่านมีสถานที่ท่องเที่ยวทาง วัฒนธรรมที่หลากหลาย มีประเพณีที่ส าคัญที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วไป มีการส่งเสริมการ ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมควบคู่กับการท่องเที่ยววิถีพุทธ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับกลุ่มจังหวัด มี สถานที่ท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาที่สวยงามขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จัก (๒) ด้านสิ่งอ านวยความสะดวก พบว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาที่มี ชื่อเสียงในเขตเทศบาลเมืองน่านที่ใช้ในการวิจัยมีการจัดเตรียมสิ่งอ านวยความสะดวกไว้รองรับ นักท่องเที่ยวพอสมควร เช่น ที่จอดรถภายในแหล่งท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านจ าหน่ายอาหารและ เครื่องดื่ม ร้านขายของที่ระลึก การจัดที่นั่งพักผ่อนภายในแหล่งท่องเที่ยว (๓) ด้านการเข้าถึง พบว่า จังหวัดน่านมีการคมนาคมทั้งทางบกและทางอากาศ ที่สะดวก โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว มีสนามบินไว้รองรับนักท่องเที่ยว มีปูายบอกทาง ชัดเจน ถนนหลายสายได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว ถนน หลายสายอยู่ในสภาพดี เดินทางได้สะดวก (๔) ด้านที่พัก พบว่า ที่พักในจังหวัดน่านที่ให้บริการนักท่องเที่ยว มีกระจายอยู่ เกือบทุกพื้นที่และมีหลายราคาให้เลือกใช้บริการ (๕) ด้านกิจกรรม จังหวัดน่านมีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธ ศาสนาอยู่เป็นประจ าตามเทศกาลและวันส าคัญต่างๆ แต่โดยส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่มีลักษณะ เดียวกันกับแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นๆ เช่น คนส่วนใหญ่มาร่วมกิจกรรมทางศาสนา อย่างเช่น วัน มาฆบูชา วันเข้าพรรษา หรือการท าบุญตามประเพณี
๖๒ ๔) กระบวนการจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านจังหวัดน่าน (๑) กระบวนการจัดการท่องเที่ยวตามเทศกาล จากการวิจัยพบว่า กระบวนการจัดการท่องเที่ยวลักษณะนี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านนั้นส่วน ใหญ่จะต้องอาศัยช่วงปฏิทินเทศกาลที่ส าคัญทางพระพุทธศาสนาและความเชื่อทางวัฒนธรรมของคน สังคมไทย เพราะวันส าคัญทางพระพุทธศาสนาและความเชื่อทางวัฒนธรรมของสังคมไทยนั้น สามารถ สะท้อนให้เห็นคุณของวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ ตลอดจนมรดกทางอารยธรรมที่สั่งสมกันมานานดังนั้น การท่องเที่ยวเชิงพุทธในรูปแบบต่างๆจึงให้ความส าคัญกับการสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวผ่าน ทรัพยากรและทุนทางวัฒนธรรมในมิตินี้เป็นอย่างดี โดยทั้งเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลเข้าพรรษาและ ออกพรรษา เทศกาลวันขึ้นปีใหม่ถือเป็นระยะเวลาส าคัญของกระบวนการจัดการท่องเที่ยวลักษณะนี้ เพราะสามารถขยายตลาดนักท่องเที่ยวตลอดจนพัฒน ากิจกรรมที่เชื่อมโยงหลักคิดทาง พระพุทธศาสนา การแสดงทางวัฒนธรรม ตลอดจนคุณค่าทางพุทธศิลปกรรมไปเผยแผ่สู่นักท่องเที่ยว ได้ (๒) กระบวนการจัดการท่องเที่ยวเชิงเครือข่ายชุมชน จากการศึกษาครั้งนี้นั้น พบว่า มุ่งเน้นการบริหารจัดการการท่องเที่ยวและผลประโยชน์แก่ชุมชน อีกทั้งการผลักดันให้ เครือข่ายชุมชนมีบทบาทในการก าหนดกิจกรรม ตลอดจนทิศทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทาง พระพุทธศาสนาและการส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของวัดและท้องถิ่นร่วมกัน ทั้งนี้กระบวนการ จัดการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้ จะมีความหลากหลายของทั้งกิจกรรมและแนวทางการด าเนิน งาน กล่าวคือ กิจกรรมที่ค้นพบนั้นอาจเป็นรูปแบบของการพัฒนาพุทธกิจกรรมเชิงบูรณาการทั้งการดูแล รักษาสุขภาพ การส่งเสริมการปฏิบัติสมาธิ ศีล ภาวนาตลอดจนการส่งเสริมให้เกิดกระบวนการ ท่องเที่ยวเชิงพุทธ (๓) กระบวนการจัดการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการ จากการวิจัยพบว่า การ จัดการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการนั้น ส่วนใหญ่จะมีองค์กรต่างๆ เข้ามาร่วมประสานความร่วมมือเพื่อ พัฒนาการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะวัดหลายส่วน เช่น องค์กรปกครองส่วนถิ่น การ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส านักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือองค์กรทางวิชาการต่างๆ เข้ามา ช่วยสนับสนุนการจัดการความรู้และการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงพุทธ ตลอดจนการจัดการ ผลประโยชน์และการจัดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ๕.๑.๒ ศึกษาสภาพปัญหาในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาล เมืองน่าน จังหวัดน่าน ๑) สภาพปัญหาด้านการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์นับว่าเป็น จุดข ายที่ส าคัญของการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน แต่ป๎จจุบันวัดส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะล่อแหลมต่อการ สูญเสียเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น เพราะได้มีการทาลายศาสนสถานและสถาป๎ตยกรรมแบบดั้งเดิม ท าให้ขาดอัตลักษณ์ท างวัฒนธรรม และสูญเสียเสน่ห์ในแบบฉบับของตนเอง เพราะวัดบางแห่งได้สร้าง วัฒนธรรมใหม่ที่ไม่เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตแต่ดั้งเดิม และบิดเบือนความหมายอันดีงามที่มีมาแต่เก่าก่อน ๒) สภาพปัญหาด้านการจัดการความรู้ วัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวไม่มีระบบการบริหาร จัดการที่ชัดเจนในทุกด้าน ท าให้ประสบป๎ญหาที่จะไม่พร้อมต่อการรับคลื่นมหาชน และก่อให้เกิด ป๎ญหาด้านสิ่งแวดล้อม
๖๓ ๓) สภาพปัญหาเรื่องสิ่งอ านวยความสะดวก โดยเฉพาะห้องน้ าที่สามารถรองรับ ผู้สูงอายุและผู้พิการได้ซึ่งป๎จจุบันไม่พอเพียงต่อนักท่องเที่ยวของกลุ่มผู้สูงอายุในช่วงวันหยุดหรอ เทศกาลวันส าคัญต่างๆ จัดทางลาดส าหรับรถเข็นจัดเตรียมพื้นที่จอดรถให้เพียงพอในช่วงเทศกาลและ จัดพื้นที่ส าหรับจอดรถให้กับผู้สูงอายุจัดเตรียมรถเข็นไว้บริการ รวมทั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อให้ ข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ รวมถึงการจัดเจ้าหน้าที่ไว้บริการและช่วยเหลือผู้สูงอายุ กรณีเกิด อุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินที่จอดรถไม่เพียงพอในช่วงเทศกาลที่มีนักท่องเที่ยวจ านวน ๔) สภาพปัญหาด้านบุคลากร การบริหารจัดการภายในชุมชนอย่างไม่เป็นระบบท าให้ไม่ สามารถบริหารจัดการชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากความไม่เป็นระบบระเบียบของการ ท างาน และไม่มีการวางแผนการท างานที่ดีการขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ทางด้านภาษาและการ สื่อสาร เช่น มัคคุเทศก์ ท าให้เวลามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเที่ยวไม่สามารถสื่อสารกันได้ตรง ประเด็นและเกิดความล าบากในการสื่อสาร ๕) สภาพปัญหาด้านระบบการจัดการนักท่องเที่ยว ท าให้ไม่เข้าใจวิถีชีวิต และ วัฒนธรรมของคนในชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว และเกิดป๎ญหาความ ขัดแย้งระหว่างนักท่องเที่ยวและชุมชนตามมา ๕.๑.๓ แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาล เมืองน่าน จังหวัดน่าน ๑) แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านในการ พัฒนาบุคคลเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ระดับสากล วัดในเขตเทศบาลเมืองน่านมีการส่งเสริมให้เกิด การพัฒนาบุคลากรของแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ทั้งในเชิงการบริหาร จัดการความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ทางพระพุทธศาสนาที่เป็นเอกลักษณ์และสะท้อนให้เห็น คุณค่าของวัดของตนเอง ตลอดจนการจัดการเชิงผลประโยชน์และกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรทาง พระพุทธศาสนา เพื่อให้ในอนาคตองค์กรทางพระพุทธศาสนามีบุคลากรที่มีความพร้อมส าหรับการ พัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ให้มีความพร้อมสู่รองรับความร่วมมือระหว่าง ประเทศกับภูมิภาคต่างๆ นอกจากนี้การพัฒนาบุคลากรขององค์กรทางพระพุทธศาสนา ยังสามารถ ช่วยให้เกิดการพัฒนาด้านการบริหารจัดการเชิงเศรษฐกิจวัฒนธรรม กล่าวคือช่วยให้บุคลากรมีความ เข้าใจการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และคุณค่า ของแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนา ๒) แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านในการ บริหารจัดการเชิงเครือข่ายชุมชน วัดในเขตเทศบาลเมืองน่านมีการส่งเสริมให้มีการพัฒนานโยบาย และแนวทางการบริหารจัดการร่วมระหว่างองค์กรทางพระพุทธศาสนากับเครือข่ายชุมชน เพื่อให้ใน อนาคตการจัดการสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมชุมชน ตลอดจนกจนการอนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรมและพุทธศาสนสถานของท้องถิ่น ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนส่งเสริม ให้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาและ วัฒนธรรมนั้นความจ าเป็นต้องขยายความร่วมมือสู่ชุมชนท้องถิ่นองค์กรทางพระพุทธศาสนาและ ชุมชนท้องถิ่น ให้เป็นกลไกที่มีความสามารถในการบริหารจัดการเชิงเครือข่ายชุมชน การบริหาร จัดการเชิงเครือข่ายชุมชนคือการพัฒนาการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆจะสามารถประสบความส าเร็จ
๖๔ ได้ มีเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเชื่อมโยงกันเป็นสังคม สวัสดิการเป็นพลังหลักในการพัฒนาฐานรากของประเทศให้มั่นคงชุมชนพึ่งตนเองสามารถบรรเทา ป๎ญหาเศรษฐกิจสังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ ผ่านมาวัดบางวัดมีความสัมพันธ์อันดีต่อชุมชนแต่บางวัดมีป๎ญหาขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจกันน าไปสู่การไม่ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ป๎ญหาส าคัญอีกประการหนึ่งคือความไม่ พร้อมของบุคคลากรทางศาสนาที่จะให้บริการภายในวัดเจ้าหน้าที่ของวัดหรือชุมชนที่มาช่วยงานวัดไม่ สื่อความเป็นท้องถิ่นชุมชน ไม่สามารถแสดงอัตลักษณ์ท้องถิ่น บุคลากรภายในวัดไม่มีน้ าใจไมตรี ทักทายนักท่องเที่ยวชุมชนไม่เป็นผู้คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัดท่องเที่ยวนั้นๆ อันจะเป็นแรงดึงดูดให้ นักท่องเที่ยวประทับใจ ๓) แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน สนับสนุนด้านการท่องเที่ยวและการจัดการความรู้วัดในเขตเทศบาลเมืองน่านมีการส่งเสริม สนับสนุนด้านการท่องเที่ยวและการจัดการความรู้ให้เกิดพื้นที่ต้นแบบในการใช้การจัดการความรู้เป็น พื้นฐานของการต่อยอดการพัฒนาให้แหล่งท่องเที่ยวประเภทวัดสามารถเป็นพื้นที่เชิงเครือข่ายด้าน การท่องเที่ยว ที่ไม่เพียงแต่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังค านึงถึงบทบาทของการเป็นผู้ให้ ธรรม ให้ความรู้น าป๎ญญาสู่การพัฒนาสังคมและจิตใจควบคู่ไปด้วย มีหน่วยงานและองค์กรทั้งด้านการ ท่องเที่ยว องค์กรทางวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคม เข้ามามีบทบาทช่วยส่งเสริมการบริหาร จัดการท่องเที่ยวและการจัดการองค์ความรู้ให้กับวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาในเขต เทศบาลเมืองน่าน เพื่อการพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนา เพราะที่ผ่านมาการ เข้ามาจัดการความรู้ เพื่อสร้างมิติความก้าวหน้าและความหลากหลายเช่นในระดับสากล ยังขาดความ พร้อมและการคล่องตัวในการปฏิบัติงานจริง ดังนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ควรร่วมกันพัฒนา พุทธพิธภัณฑ์ต้นแบบ เพื่อเป็นแหล่งของการจัดการเรียนรู้ ที่สามารถยกระดับและสามารถพัฒนาการ จัดการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาในชุมชนให้มีความก้าวหน้าเทียบเท่าระดับสากล ๔) แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านในความ ร่วมมือกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว วัดในเขตเทศบาลเมืองน่านมีการส่งเสริมร่วมมือกับ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระหว่างองค์กรทางพระพุทธศาสนาและองค์กรผู้ประกอบการอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวต่างๆ โดยเป็นการพยายามประสานให้เกิดการมีส่วนร่วมในลักษณะของการพึ่งพาใน ด้านการเรียนรู้และการใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวไปสร้างสรรค์ในเชิงคุณค่าทางสังคมและ ประโยชน์ในทางธุรกิจ เช่น การเสริมสร้างการเรียนรู้ของวัดกับชุมชน การจัดการร้านขายสินค้า ภายในวัด มีการร่วมมือกับมัคคุเทศก์ และสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้ของบุคลากรในการ เรียนรู้จากศิลปกรรมที่มีอยู่ภายในวัดนั้นๆ ส่วนชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว และ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องนั้น จะมีหุ้นส่วนในการมีส่วนร่วมการเป็นภาคีเพื่อการพัฒนาการ ท่องเที่ยวจังหวัด และการส่งเสริมเพื่อให้เกิดประโยชน์ของวัดและการท่องเที่ยวของในมิติอื่นๆ รวมทั้ง การน าไปสู่การพัฒนาในพื้นที่ โดยอาศัยวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็น ขบวนการของชุมชนที่น าไปสู่การพัฒนาสังคมในมิติต่างๆ ที่ทุกฝุายได้ผลประโยชน์ด้านการเรียนรู้และ ด้านเศรษฐกิจร่วมกันป๎จจุบันการด าเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวบางชนิดไม่ค านึงความเหมาะสม หรือ ผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยว มุ่งแต่ผลประโยชน์หรือด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนท าให้เกิดป๎ญหา
๖๕ ความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว ดังนั้นแหล่งท่องเที่ยวควรก าหนดจ านวนนักท่องเที่ยวขีด ความสามารถในการรองรับของพื้นที่อีกทั้งต้องให้เกิดการจัดการสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิทัศน์แบบ ส่งเสริมคุณค่า เพื่อให้เกิดความสวยงามให้แก่แหล่งท่องเที่ยวนั้นๆป๎จจุบันแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งกลับ ถูกท าลายด้วยเหตุของการขาดการบริหารจัดการจากผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น จึงกลายเป็นป๎ญหาการ สร้างสิ่งแปลกปลอมหรือการท าลายทรัพยากรในการท่องเที่ยว ดังนั้น ควรมีการจัดก ารสิ่งแวดล้อมที่ เหมาะสม ๕) แนวทางการส่งเสริมกิจกรรมทางการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาให้มีลักษณะพิเศษ และแปลกใหม่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน และสามารถเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว เชิงพุทธศาสนา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส านักงานพระพุทธศ าสนาประจ าจังหวัด ควรมีการจัดท าแผนปฏิบัติการ ในการสนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้และท่องเที่ยวร่วมกับวัด โดยด าเนินการตามรูปแบบการท่องเที่ยว ที่เหมาะสมกับการปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา เช่น การฝึกอบรมสมาธิวิป๎สสนาแก่นักท่องเที่ยวผู้ที่ สนใจ ๖) แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่านในสถานการการระบาดของโรคระบาดโควิด – ๑๙ ผลการวิจัยพบว่า มีแนวทางเตรียม ความพร้อมทางด้านการท่องเที่ยวเพื่อรองรับกับการระบาดของโควิด-๑๙ และการเตรียมความพร้อม ส าหรับการปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่ หรือ New normal ดังนี้ (๑) วัดมีการจัดท าแผนปูองกันโควิด๑๙ ซึ่งต้องมีแนวทางการปฏิบัติพร้อม Checklist ส าหรับการปูองกันการติดเชื้อ การน าเทคโนโลยีมา ประยุกต์ใช้เพื่อลดการติดต่อโดยตรงระหว่างบุคคล จัดให้มีเครื่องมืออุปกรณ์ปูองกันส่วนบุคคลที่ได้ มาตรฐานให้เพียงพอ (๒) วัดได้จัดหาอุปกรณ์เครื่องมือท าความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคให้กับ นักท่องเที่ยวทีเข้ามาเที่ยววัด จัดที่นั่งส าหรับนักท่องเที่ยวให้เป็นไปตามกฎระเบียบของภาครัฐที่ ก าหนดไว้จัดให้มีเครื่องมือตรวจสอบการเข้า-ออก (Check-in /Check-out) ที่ไม่ต้องมีการสัมผัส (๓) การสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือในการท่องเที่ยวให้กลับคืนมา เช่น วัดจัดให้มีคู่มือ ค าแนะน าการปฏิบัติตนล่วงหน้าก่อนการเดินทางบนพื้นฐานของกฎระเบียบของภาครัฐ การสวม หน้ากาก จัดให้มีสถานที่ล้างมือด้วยสบู่และฉีดด้วยแอลกอฮอล์และการเว้นระยะห่าง รวมทั้ง กระบวนการรักษาพยาบาลเมื่อเกิดเหตุจ าเป็นเร่งด่วน ๕.๒ อภิปรายผล ผลการศึกษาข้อมูลการวิจัย เรื่อง การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาล เมืองน่าน จังหวัดน่าน มีการจัดรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงพุทธ โดยมีการจัดสภาพแวดล้อมภายในวัด ให้เกิดความร่มรื่นสวยงาม มีการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงพุทธระหว่างหน่วยงานภาครัฐ บ้าน วัดโรงเรียน เพื่อร่วมกันส่งเสริมกิจกรรมในทุกวันส้าคัญทางพุทธศาสนา มีการส่งเสริมกิจกรรมวัน ส าคัญทางพระพุทธศาสนา วันส าคัญของชาติ งานวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชุมชน มีการสอดแทรก ปฏิบัติวิป๎สสนาเข้าไปร่วมด้วยอยู่เสมอตามโอกาสเพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความสงบเมื่อเข้ามารับชม
๖๖ ตามโบราณสถาน และยังส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของวัดให้อยู่อย่างคงเดิม ซึ่งมีความ สอดคล้องกับ พระศรีสังคม ชยานุวฑฺโฒ (ธนาวงษ์)๑ ได้ศึกษาเรื่อง การท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา : รูปแบบและเครือข่ายการจัดการท่องเที่ยวของวัดในสังคมไทย การส่งเสริมกิจกรรมวันส าคัญทาง พระพุทธศาสนา วันส าคัญของชาติ งานวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชุมชน คือ ๑. รูปแบบของวัดที่ ส่งเสริมให้เป็นแหล่งชมความงดงามของงานพุทธศิลป์และทาบุญ ไหว้พระขอพร ที่มีการจัด สภาพแวดล้อมทางกายภาพทั้งภายนอกและภายในตามบริบทของวัด มีการใช้สัญลักษณ์และการ สื่อสารที่ทันสมัย เข้าใจง่าย ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงมากนับตั้งแต่อดีตถึงป๎จจุบัน ๒. รูปแบบของวัดที่เน้นส่งเสริมให้เป็นสถานที่ส าหรับการปฏิบัติธรรม ก าลังได้รับความสนใจมากจาก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติบทบาทของวัดที่ส่งเสริมให้เป็นแหล่งชมความงดงามของงาน พุทธศิลป์ทาบุญ ไหว้พระ ขอพร พบว่า มีการส่งเสริมกิจกรรมวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา วันส าคัญ ของชาติ งานวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชุมชน โดยกิจกรรมที่ส่งเสริมให้มีขึ้นนี้ เป็นการพึ่งพาเกื้อกูล ซึ่งกันและกันระหว่างวัดกับชุมชน และวัดจะสอดแทรกให้มีการนั่งสมาธิ การปฏิบัติวิป๎สสนาเข้าไป ร่วมด้วยอยู่เสมอตามโอกาสเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่สนใจงานด้านพุทธศิลป์ซึ่งเป็นวัตถุธรรม ได้มีการ เรียนรู้พระพุทธศาสนาในเชิงลึกที่เป็นนามธรรมไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างความเชื่อมโยง ให้เกิดพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงขึ้นในจิตใจของนักท่องเที่ยวให้สนใจกับการปฏิบัติธรรม ในวัดที่ ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องและจริงจัง และยังสอดคล้องกับ จุฑาภรณ์ หินซุย และสถาพร มงคลศรีสวัสดิ์๒ ได้ศึกษาเรื่อง แนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธ กรณีศึกษาวัดประชาคมวนา ราม อ าเภอศรีสมเด็จ จังหวัด ซึ่งตรงกับผลจากการศึกษาคือ (๑) วัดมีการปกครองภายในวัด มีองค์กร ในการดูแลการปกครอง โดยเรียงจากเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส เรื่อยไปตามล้าดับ มีเจ้าหน้าที่ของวัด ท้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์และประสานงานส าหรับผู้ที่เข้ามาติดต่อปฏิบัติธรรม มีคณะกรรมการวัดซึ่ง คัดเลือกจากคณะสงฆ์ จ้านวน ๒๐ รูป และคณะกรรมการวัดซึ่งเป็นบุคลากรภายนอก คัดเลือกจาก ผู้แทนหน่วยงานราชการและลูกศิษย์ ท้าหน้าที่ติดต่อและประสานงานการด้าเนินกิจกรรมต่าง ๆ มีการแยกเขตพื้นที่ฝุายคณะสงฆ์และแม่ชีอย่างชัดเจน (๒) วัดขาดกิจกรรมในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ในวันส้าคัญทางพุทธศาสนา เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัดร้อยเอ็ด ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน องค์กรเอกชนและหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ในการวางแผนการ ตัดสินใจ และการด้าเนินการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธแบบมีส่วนร่วมอย่างจริงจังและ ต่อเนื่อง ซึ่งการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ด้านการประชาสัมพันธ์ การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอ้า นวยความสะดวก เส้นทางคมนาคมยังไม่สามารถสนองต่อความสะดวกนักท่องเที่ยวได้ (๓) ข้อเสนอแนะในการส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงพุทธ คือ สร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงพุทธระหว่าง ๑ พระศรีสังคม ชยานุวฑฺโฒ (ธนาวงษ์), “การท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา: รูปแบบและเครือข่ายการ จัดการท่องเที่ยวของวัดในสังคมไทย”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑), หน้า ก. ๒ จุฑาภรณ์ หินซุย และสถาพร มงคลศรีสวัสดิ์, “แนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธ กรณีศึกษาวัด ประชาคมวนาราม อ าเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด”, วารสารวิชาการการท่องเที่ยวไทยนานาชาติ, ปีที่ ๑๐ ฉบับ ที่ ๑ (มกราคม–พฤษภาคม ๒๕๕๗): ๕๑.
๖๗ หน่วยงานภาครัฐ บ้าน วัดโรงเรียน เพื่อร่วมกันส่งเสริมกิจกรรมในทุกวันส้าคัญทางพุทธศาสนา ระดม ทรัพยากร ทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับ แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัดร้อยเอ็ด พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางคมนาคมการ เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว สิ่งอ้านวยความสะดวก ให้สามารถสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปได้รู้จักมากขึ้น สอดคล้องกับพระปลัดบุญเลิศ กตปุํฺโญ (สุทธิ มาลย์)๓ ได้ศึกษาเรื่อง การจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธ: กรณีศึกษาวัดใหญ่ บางปลากด มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธ : กรณีศึกษาวัดใหญ่ บางปลากด และเพื่อศึกษาป๎ญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไขป๎ญหา เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่ม ตัวอย่างได้แก่ ประชาชนที่มาท่องเที่ยวภายในวัดใหญ่ บางปลากด จ านวน ๓๒๒ คน เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัย เป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) ผลการวิจัยพบว่า นักท่องเที่ยวของวัดใหญ่ บางปลากด ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จ านวน ๑๖๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๑.๘ เพศชาย จ านวน ๑๕๕ คน คิดเป็น ร้อยละ ๔๘.๒ ส่วนใหญ่มีอายุ ๒๑-๓๐ ปี ร้อยละ ๒๙.๑ อายุ ๓๑-๔๐ ปีร้อยละ ๒๕.๗ มีระดับ การศึกษาอนุปริญญา/ปวส. ร้อยละ ๓๖.๔ และมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัท/โรงงาน ร้อยละ ๓๑.๙ นักท่องเที่ยวมีความเห็นเกี่ยวกับการจัดการ ด้านพุทธศิลป์ เห็นว่า เป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม ของท้องถิ่น เป็นแหล่งพักผ่อนและให้ความเพลิดเพลินใจได้ดี มีความสวยงามของพุทธศิลป์ภายในวัด ในด้านการให้บริการ โดยภาพรวม อยู่ในระดับดีมาก (x = ๔.๑๐) มีภาชนะรองรับขยะตามจุดต่าง ๆ ไว้บริการอย่างทั่วถึง ด้านความสะดวกสบายในการท่องเที่ยว โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (x = ๔.๐๔) เห็นว่า ห้องน้ าสะอาดเหมาะสมกับเป็นวัดท่องเที่ยว มีที่จอดรถเพียงพอด้านแหล่งเรียนรู้ที่มี สาระประโยชน์ โดยภาพรวม อยู่ในระดับดีมาก (x = ๓.๙๖) นักท่องเที่ยวมีความเห็นเกี่ยวกับการ จัดการ เห็นว่า แหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรมที่มีในวัดเป็นแหล่งเรียนรู้ ได้เหมาะสม นักท่องเที่ยวมีความเห็นว่าแนวทางในการพัฒนาจิตใจและป๎ญญา คือได้รับความรู้และ หลักการในท าบุญท าทานได้รับแนวทางในการด าเนินชีวิตคือไม่ประมาทในชีวิตด าเนินชีวิตด้วยความมี สติและผลที่ได้รับจากการเดินทางมาท่องเที่ยวคือรู้สึกมีความสุข ๕.๓ ข้อเสนอแนะ ๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส านักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ควรมีการจัดท าแผนปฏิบัติการในการ สนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้และท่องเที่ยวร่วมกับวัด ๓ พระปลัดบุญเลิศ กตปุํฺโญ (สุทธิมาลย์), “การจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธ: กรณีศึกษาวัดใหญ่ บางปลากด”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑), หน้า ก.
๖๘ ๕.๓.๒ ข้อเสนอแนะในการน าผลวิจัยไปใช้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องควรน าผลงานวิจัยไปส่งเสริมสนับสนุนการส่งเสริมการ ท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในจังหวัดน่านต่อไป ๕.๓.๓ ข้อเสนอแนะส าหรับการวิจัยครั้งต่อไป ควรท าวิจัยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดที่มีชื่อเสียงในจังหวัด และการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมของวัดในจังหวัดน่าน
บรรณานุกรม ๑. ภาษาไทย ก. ข้อมูลปฐมภูมิ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙. ข. ข้อมูลทุติยภูมิ (๑) หนังสือ: กรมการศาสนา. คู่มือพระสังฆาธิการว่าด้วยพระราชบัญญัติ กฎ ระเบียบและค าสั่งของคณะสงฆ์. กรุงเทพมหานคร: กองแผนงาน, ๒๕๔๒. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. แนวทางการจัดการและส่งเสริมการท่องเที่ยว. กรุงเทพมหานคร: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ๒๕๕๒. กุลวรา สุวรรณพิมล. ความหมายของนักท่องเที่ยว. กรุงเทพมหานคร: เพียร์สัน เอ็ดดูเคชั่น อินโด ไชน่า, ๒๕๔๘. จิตติมงคลชัยอรัญญา. การศึกษาชมชนเพื่อการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๐. ฉลองศรี พิมลสมพงศ์. กา รวางแผนแล ะพัฒน าตล าดกา รท่อ งเที่ยว. พิมพ์ค รั้งที่ ๔. กรุงเทพมหานคร: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๔๖. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. วิถีไทย: การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: โครงการวิถีทรรศน์, ๒๕๔๐. ฐิรชญา มณีเนตร. ไทยศึกษาเพื่อการท่องเที่ยว. คณะวิทยาการจัดการ มหาวทิยาลยัขอนแก่น. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา, ๒๕๕๒. ฐิรชญา มณีเนตร. ไทยศึกษาเพื่อการท่องเที่ยว. คณะวิทยาการจัดการ. มหาวทิยาลยัขอนแก่น, ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา, ๒๕๕๒. ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์. การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร: ศักดิ์โสภณการพิมพ์, ๒๕๒๗. ธนกฤต สังข์เฉย. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ. คณะวิทยาการจัดการ. เพชรบุรี: มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศ, ๒๕๕๐. ธาดา สุทธิธรรม. สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคใต้ ภาคอีสาน และภาค ตะวันอออก. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, ๒๕๔๖. บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. การพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน. กรุงเทพมหานคร: เพรส แอนด์ ดีไซน์, ๒๕๔๘. ประเวศ วะสี. บนเส้นทางใหม่การส่งเสริมสุขภาพ อภิวัฒนชีวิตแลสังคม. กรุงเทพมหานคร: หมอ ชาวบ้าน, ๒๕๔๑.
๗๐ ปรัชญา เวสารัชช์. การมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจกรรมเพื่อพัฒนาชนบท. กรุงเทพมหานคร: สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๒๘. ปรีชา แดงโรจน์. อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่ศตวรรษที่ ๒๑. กรุงเทพมหานคร: บริษัทไฟว์แอนด์โฟร์ พริ้นติ้ง จ ากัด, ๒๕๔๔. พจนา สวนศรี. คู่มือการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน. กรุงเทพมหานคร: โครงการท่องเที่ยวเพื่อ ชีวิตและธรรมชาติ, ๒๕๔๖. พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). พระไตรปิฎก สิ่งที่ชาวพุทธต้องรู้. พิมพ์ครั้งที่ ๕. กรุงเทพมหานคร: เอส อาร์พริ้นติ้งแมสโปรดักส์, ๒๕๔๗. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต). พุทธธรรม ฉบับปรับปรุงและขยายความ. พิมพ์ครั้งที่ ๙. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๐. ไพฑูรย์ พงศะบุตร และวิลาสวงศ์ พงศะบุตร. คู่มือการอบรมมัคคุเทศก์. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ การศึกษาต่อเนื่องแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๒. รัชพร จันทร์สว่าง. ความหมายของนักท่องเที่ยว. ภาควิชารัฐศาสนศาสตร์: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๖. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕. กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๓๐. ศุภลักษณ์ อัครางกูร. พฤติกรรมนักท่องเที่ยว. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา, ๒๕๕๑. สรัสวดี อ๋องสกุล. ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ ๙. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์, ๒๕๕๕. สัญญา สัญญาวิวัฒน์. การพัฒนาชุมชน. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๒๕. สุวัฒน์ จุธากรณ์ และจริญญา เจริญสุขใส. เอกสารการสอนชุดวิชาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว(หน่วยที่๒). นนทบุรี: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๔. อาภรณ์พันธ์ จันทร์สว่าง. ค าบรรยายลักษณะวิชาทฤษฏีและหลักการพัฒนาชุมชน ๒. ภาค การศึกษาที่ ๒. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๒๒. (๒) ดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์: พระปลัดบุญเลิศ กตปุํฺโญ (สุทธิมาลย์). “การจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธ: กรณีศึกษาวัดใหญ่ บางปลากด”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตศึกษา: มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑. พระศรีสังคม ชยานุวฑฺโฒ (ธนาวงษ์). “การท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา: รูปแบบและเครือข่ายการ จัดการท่องเที่ยวของวัดในสังคมไทย”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิต วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑.
๗๑ พระสมุห์อนุรักษ์ ธีรสกฺโก (ช้างเมือง). “การพัฒนาวัดเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพุทธในจังหวัด สมุทรสาคร”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๕. พันธ์ศักดิ์ ภักดี. “การวิเคราะห์สัดส่วนวิหารล้านนาในจังหวัดเชียงใหม่โดยวิธีการท าภาพเชิงซ้อน”. วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๕๕. พีรพล ไชยพงศ์. การมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน:ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาลต าบลอ้อมน้อย อ าเภอกระทุม แบน จังหวัดสมุทรสาคร. ภาคนิพนธ์พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิตสาขาพัฒนาสังคม. คณะพัฒนาสังคม: สถาบัณฑิตพัฒนบัณฑิตบริหารศาสตร์, ๒๕๓๙. ภูสวัสดิ์ สุขเลี้ยง. “การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม: กรณศึกษาหมู่บ้านห้วยโปุงผาลาด อ าเภอเวียงปุาเปูาจังหวัดเชียงราย”. การค้นคว้าแบบอิสระปริญญาศิลปศาสตรมหา บัณฑิต สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรมการท่อ งเที่ยว. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัย เชียงใหม่, ๒๕๔๕. วรรณิการ์ ภูมิวงศ์พิทักษ์. “ป๎ญหาและอุปสรรคของการมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการครอบครัว และชุมชนพัฒนา: ศึกษาเฉพาะกรณีชุมชนดวงแขเขตปทุมวัน”. วิทยานิพนธ์สังคม สังเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารและนโยบายสวัสดิการสังคม. คณะ สังคมศาสตร์: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๐. (๓) รายงานวิจัย เถกิงศักดิ์ ชัยชาญ. “การพัฒนาคุณภาพการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”. รายงานการวิจัย. สาขาวิชาเทคโนโลยีสังคม: มหาวิทยาลัยสุรนารี, ๒๕๕๖. พระครูอุดรภาวนาคุณ (สจฺจาสโภ). “แนวทางการส่งเสริมการจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดใน อ าเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี”. รายงานวิจัย. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์: มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๓. พระมหาสุทิตย์ อาภากโร และคณะ. “การพัฒนารูปแบบและกระบวนการจัดการท่องเที่ยวทาง พุทธศาสนาในประเทศไทย”. รายงานวิจัย. กรุงเทพมหานคร: ส านักงานกองทุน สนับสนุนการวิจัย, ๒๕๕๖. สราวรรณ์ เรืองกัลปวงศ์ และอรรนพ เรืองกัลปวงศ์. “การจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒธรรมแบบมีส่วน ร่วมของชุมชนเกาะเกร็ด อ าเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี”. รายงานวิจัย. คณะ วิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, ๒๕๕๖.
๗๒ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยแห่งประเทศไทย. “รายงานขั้นสุดท้าย การด าเนินการก าหนด นโยบายการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ”. รายงานวิจัย. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยแห่งประเทศไทย, ๒๕๔๒. (๔) บทความ: กฤษณา รักษาโฉม และคณะ. “รูปแบบและกระบวนการจัดการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาในภาค ตะ วันออกเฉียงเหนือ : ก ระบวนก า รเปลี่ยนเส้นท างบุญ สู่เส้นท าง ธ ร รม ”. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๒ (กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๐): ๘๓. กษิด์เดช เนื่องจ านงค์. “การจัดการความรู้ทางวัฒนธรรม”. วารสารทีทัศน์วัฒนธรรม. ปีที่ ๑๙ ฉบับ ที่ ๒ (๒๕๖๓): ๒๑๔-๒๒๘. จุฑาภรณ์ หินซุย และสถาพร มงคลศรีสวัสดิ์. “แนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธ กรณีศึกษาวัด ประชาคมวนาราม อ าเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด”. วารสารวิชาการการท่องเที่ยว ไทยนานาชาติ. ปีที่ ๑๐ ฉบับที่ ๑ (มกราคม – พฤษภาคม ๒๕๕๗): ๕๑. มาโนช พรหมป๎ญโญ และคณะ. “แนวทางการเตรียมความพร้อมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของจังหวัด อุบลราชธานี เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน”. วารสารการบริการและการ ท่องเที่ยวไทย. ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๒ (กรกฏาคม-ธันวาคม ๒๕๕๖). บทน า. ชูสิทธิ์ชูชาติ. “ตามรอยพระยุคลบาทเรื่อง ชีวิต วัฒนธรรม”. ใน ประมวลพระบรมราโชวาท และ พระราชด ารัสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร. (ศูนยศึกษาศาสตร พระราชาเพื่อการพัฒนาทองถิ่น: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม, ๒๕๖๑): ๑๐. สายชล ป๎ญญชิต และคณะ. “การท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมของภาคใต้: การพัฒนาเส้นทางและผลกระทบ”. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ปีที่ ๑๘ (มกราคม-ธันวาคม ๒๕๕๘): ๒๔๘. สิปปนนท์เกตุทัต. “การพัฒนาการวิจัย: สร้างสรรค์ป๎ญญาเพื่อพัฒนาประเทศ”. วารสารประชาคม วิจัย. ฉบับที่ ๒๗ (กันยายน ๒๕๔๒): ๒๓-๒๖. (๕) สื่ออิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. สถิติด้านการท่องเที่ยว ปี ๒๕๖๔. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https:// www.mots.go.th/more_news_new.php?cid=628 [๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔]. _________________. COVID-19 กับผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.mots.go.th/download/TourismEconomicReport/4-1TourismEco nomicVol4.pdf [๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๕]
๗๓ กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเทียวและกีฬา. สถานการณ์ด้านการท่อง เที่ยวไทย. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://secretary.mots.go.th/policy/ [๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๕]. ดไนยา ตั้งอุทัยสุข. ศักยภาพและความพร้อมของทรัพยากรการท่องเที่ยวในจังหวัดนครสวรรค์. วารสารวิชาการอิเล็กทรอนิกส์การท่องเที่ยวไทยนานาชาติฉบับที่ ๓ ปี ๒๕๕๒. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.ttresearch.org/home/images/๒๕๕๓_๓/ ๓.pdf [๒๙ กันยายน ๒๕๕๔]. ปัญหาพยศ. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.setthasarn.econ.tu.ac.th/blog/ detail/59/ [๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๕]. รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด. มาท าความรู้จักกับโควิด-19. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www. fti.or.th/wp-content/uploads/2020/07/A-COVID-19-1.pdf [๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๕]. ส านักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน. วัดหัวข่วง. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://nan tourism.go.th/travel-detail.php?id=71 [๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๕]. ส านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน. ประวัติวัดภูมินทร์. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://nan. onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/7096 [ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕]. ส านักงานพัฒนาการท่องเที่ยว. ความหมายของการท่องเที่ยว. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https:// tourismatbuu.wordpress.com [ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๔]. ส านักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.). ผลส ารวจสภาวะทางสังคม วัฒนธรรม และสุขภาพจิต ปี ๒๕๖๑. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.nso.go.th/sites/2014/Pages/News/2561/ N21-09-61-1.aspx [๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔]. (๖) สัมภาษณ์: สัมภาษณ์ พระราชศาสนาภิบาล. เจ้าคณะจังหวัดน่าน. ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ พระสุนทรมุนี. รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน. เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง. ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ พระครูสิรินันทวิทย์. เจ้าคณะอ าเภอเมืองน่าน. ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ พระครูพิเศษนันทวุฒิ. เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง. ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ พระมหาสุดสาคร สุธมฺมทสฺสี. วัดภูมินทร์. ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ พระครูใบฏีกาวชิรวิทย์ ธีรสุวณฺโณ. วัดมิ่งเมือง. ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นายสุรพล เธียรสูตร. นายกเทศบาลเมืองน่าน. ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นายสรศักดิ์ พรหมจักร. สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน. ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นางประกายแก้ว บุญมี. ตัวแทนชุมชนบ้านภูมินทร์. ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นายวานิตธิวัฒน์ ค าเรือง. ตัวแทนชุมชนบ้านมิ่งเมือง. ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นายวิจิตร ไชยมงคล. ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน. ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นางสาวสุวลี กันฟอง. ตัวแทนชุมชนบ้านมิ่งเมือง. ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ ร้อยตรีนเรศ พรหมประภัศร. ข้าราชการบ านาญ. ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๗๔ สัมภาษณ์ นายมนูญ กันฟอง. นักปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิการเทศบาลเมืองน่าน. ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์นายสุเมษ สายสูง. ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน. ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นางอริสา บุญสม. รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน. ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นายเฉลิม อินทร์จันทร์. ตัวแทนชุมชนบ้านหัวข่วง. ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นางค ามอญ จันทร์แก้ว. ตัวแทนชุมชนบ้านหัวข่วง. ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๑ (นักท่องเที่ยววัดภูมินทร์). ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๒ (นักท่องเที่ยววัดภูมินทร์). ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๑ (นักท่องเที่ยววัดมิ่งเมือง). ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๒ (นักท่องเที่ยววัดมิ่งเมือง). ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๑ (นักท่องเที่ยววัดหัวข่วง). ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวคนที่ ๒ (นักท่องเที่ยววัดหัวข่วง). ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๒. ภาษาอังกฤษ (I) Books: World Tourism Organization. Global Code of Ethics for Tourism. Madrid Spain: World Tourism Organization, 2012.
๗๕ ภาคผนวก
๗๖ ภาคผนวก ก. รายนามผู้ให้สัมภาษณ์
๗๗ รายนามผู้ให้สัมภาษณ์ ๑. พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน ๒. พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน ๓. พระครูสิรินันทวิทย์ เจ้าคณะอ าเภอเมืองน่าน ๔. พระครูพิเศษนันทวุฒิ เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง ๕. พระมหาสุดสาคร สุธมฺมทสฺสี วัดภูมินทร์ ๖. พระครูใบฏีกาวชิรวิทย์ ธีรสุวณฺโณ วัดมิ่งเมือง ๗. นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ๘. นายสรศักดิ์ พรหมจักร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน, ๙. นางประกายแก้ว บุญมี กรรมการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ต าบลในเวียง อ าเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ๑๐. นายวานิตธิวัฒน์ ค าเรือง ช่างปูนป๎้นสกุลน่าน, ๑๑. นายวิจิตร ไชยมงคล ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน ๑๒. นางสาวสุวลี กันฟอง ปราชญ์ชุมชน ๑๓. ร้อยตรีนเรศ พรหมประภัศร ข้าราชการบ านาญ ๑๔. นายมนูญ กันฟอง นักปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติการเทศบาล เมืองน่าน ๑๕. นายสุเมษ สายสูง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ๑๖. นางอริสา บุญสม รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน ๑๗. นายเฉลิม อินทร์จันทร์ ปราชญ์ชุมชน ๑๘. นางค ามอญ จันทร์แก้ว ปราชญ์ชุมชน ๑๙. นักท่องเที่ยว ไม่ระบุนาม ๒๐. นักท่องเที่ยว ไม่ระบุนาม ๒๑. นักท่องเที่ยว ไม่ระบุนาม ๒๒. นักท่องเที่ยว ไม่ระบุนาม ๒๓. นักท่องเที่ยว ไม่ระบุนาม ๒๔. นักท่องเที่ยว ไม่ระบุนาม
๗๘ ภาคผนวก ข. แบบสัมภาษณ์เพื่อการวิจัย
๗๙ แบบสัมภาษณ์วิทยานิพนธ์เรื่อง “การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านจังหวัดน่าน” ค าชี้แจง วิทยานิพนธ์เรื่อง “การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน” มีวัตถุประสงค์ ๓ ข้อ คือ ๑) เพื่อศึกษาการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ๒) เพื่อศึกษาสภาพป๎ญหาในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ๓) เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด–๑๙ แบ่งแนวทางการสัมภาษณ์ออกเป็น ๔ ตอน คือ ตอนที่ ๑ สัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ให้สัมภาษณ์ ตอนที่ ๒ สัมภาษณ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ตอนที่ ๓ สัมภาษณ์เกี่ยวกับสภาพป๎ญหาในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัด ในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ตอนที่ ๔ สัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขต เทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด–๑๙ ตอนที่ ๑ แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ให้สัมภาษณ์ ๑.๑ ชื่อ-นามสกุล.................................................................................................................... ๑.๒ เพศ................................................................................................................................... ๑.๓ อาชีพ................................................................................................................................ ๑.๔ การศึกษา.......................................................................................................................... ๑.๕ ต าแหน่ง/ประสบการณ์ท างาน.......................................................................................... ๑.๖ สถานที่สัมภาษณ์............................................................................................................... ๑.๗ วัน/เดือน/ปีสัมภาษณ์ ......................................................................................................
๘๐ ตอนที่ ๒ แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัด น่าน ๒.๑ บทบาทของวัดกับการท่องเที่ยวเชิงพุทธในเขตเทศบาลเมืองน่าน ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๒.๒ การบริหารจัดการวัดเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพุทธในเขตเทศบาลเมืองน่าน ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๒.๓ ป๎จจัยด้านการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธในเขตเทศบาลเมืองน่าน ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๒ .๔ ก ระบวน ก า ร จัดก า รท่ องเที่ย วเชิงพุทธของ วั ดใน เขตเทศบ าลเมืองน่ าน จังหวัดน่าน ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ตอนที่ ๓ แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับสภาพปัญหาในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขต เทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ๓.๑ สภาพป๎ญหาด้านการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๓.๒ สภาพป๎ญหาด้านการจัดการความรู้ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
๘๑ ๓.๓ สภาพป๎ญหาด้านสิ่งอ านวยความสะดวก ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๓.๔ สภาพป๎ญหาด้านบุคลากร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๓.๕ สภาพป๎ญหาด้านระบบการจัดการนักท่องเที่ยว ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ตอนที่ ๔ แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาล เมืองน่าน จังหวัดน่าน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – ๑๙ ๔.๑ แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านในการพัฒนา บุคคลเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ระดับสากล ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๔.๒ แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านในการบริหาร จัดการเชิงเครือข่ายชุมชน ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๔.๓ แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านสนับสนุนด้าน การท่องเที่ยวและการจัดการความรู้ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................
๘๒ ๔.๔ แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่านในความ ร่วมมือกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๔.๕ แนวทางการส่งเสริมกิจกรรมทางการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาให้มีลักษณะพิเศษและ แปลกใหม่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน และสามารถเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงพุทธ ศาสนา ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๔.๖ แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของวัดในเขตเทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในสถานการการระบาดของโรคระบาดโควิด – ๑๙ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง ในการให้ความอนุเคราะห์การสัมภาษณ์
๘๓ ภาคผนวก ค. ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย
๘๔
๘๕
๘๖
๘๗ ภาคผนวก ค. ภาพการลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูล
๘๘ สัมภาษณ์ พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ พระสุนทรมุนีรองเจ้าคณะจังหวัดน่าน ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. สัมภาษณ์ พระครูสิรินันทวิทย์เจ้าคณะอ าเภอเมืองน่าน ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.