๓๘ จิตใจให้เบิกบาน สนทนาปราศรัยกับผู้อื่นเพื่อให้จิตใจเบิกบาน รู้จักใช้หลักธรรมมาเป็นเครื่องยึด เหนี่ยวจิตใจ๘๘ ๔. การประยุกต์ใช้หลักภาวนา ๔ เพื่อแก้ปัญหาผู้สูงอายุทางด้านการพัฒนาปัญญา ผู้สูงอายุนั้น ต้องรู้จักพัฒนาปัญญาของตนเอง ตามแนวทางของพระพุทธศาสนา โดยให้ความส าคัญ ต่อองค์ธรรม คือ ศรัทธา ศีล สมาธิ ปัญญา ว่าเป็นปัจจัยที่จะท าให้เกิดความเข้าใจในชีวิต รู้จัก ประพฤติปฏิบัติตนไปตามศีล คือ การควบคุมกาย วาจา ให้เป็นปกติ ประคองสติด้วย สมาธิ อันจะ น าไปสู่ปัญญา รู้เท่าทันสัจธรรม ความจริงของชีวิต เมื่อจิตได้รับการพัฒนาแล้ว ย่อมส่งผลให้เอื้อต่อ การพัฒนาปัญญา ซึ่งปัญญานั้นสามารถช่วยให้บุคคลสามารถพิจารณาทุกสิ่งตามความเป็นจริง เกิด ความเข้าใจ และสามารถส่งผลให้เกิดการแก้ปัญหา เพื่อหาทางออกที่ดีได้ การพัฒนาปัญญา หรือ ปัญญาภาวนา คือ การฝึกอบรมเจริญปัญญา เพื่อสร้างความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ให้รู้จักคิด พิจารณาแก้ปัญหาด้วยปัญญา การพัฒนาปัญญาต้องอาศัยสัมมาทิฏฐิ เพราะเป็นองค์ประกอบส าคัญ ของมรรคในฐานะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติธรรม การพัฒนาปัญญาของผู้สูงอายุนั้นจะเกิดขึ้นได้ ต้องออาศัย ๒ ปัจจัย คือ โลกียปัญญา หมายถึง ปัญญาทางโลกซึ่งเป็นแสงสว่างที่จะน าพาตนเอง และครอบครัวด าเนินไปตามทางแห่งความสุขความเจริญ เป็นทางของผู้ประพฤติธรรมรักษาศีล ท าบุญท าทานเป็นปกติมีสติรักษาตน ครองตนโดยธรรมเปรียบประหนึ่งบุรุษผู้มีแผนที่ชี้ทาง ทางใด ปฏิบัติแล้วเป็นสุขพึงปฏิบัติทางใดปฏิบัติแล้วทุกข์ก็ควรละ ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้มีปัญญาทางโลก ประเภทที่สองคือ โลกุตตรปัญญา หมายถึง ปัญญาที่เป็นแสงสว่างอย่างแท้จริงในธรรมของพระผู้มี พระภาคเจ้า เป็นเครื่องออกจากทุกข์ละจากกามคุณทั้งปวง เมื่อกล่าวถึงบ่อเกิดแห่งปัญญา กล่าวได้ ว่า ปัญญาเกิดจากการภาวนาตามรู้ก าหนดอินทรีย์ ตา หูจมูก ลิ้น กาย ใจ (อายตนะ ๖) อันจะ ท าให้เกิดปัญญาสูงสุด๘๙ ๒.๔ ข้อมูลพื้นที่วิจัย ๒.๔.๑ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุเทศบาลเมืองน่าน “น่าน...นครแห่งความสุข เมืองเก่าที่มีชีวิต” “Nan The City of Happiness : A Lively Old Town”เทศบาลเมืองน่านและองค์กรภาคีทุกภาคส่วน ต่างมีส่วนร่วมช่วยท าให้ “เมือง น่าน”เกิดการขับเคลื่อนและพัฒนาเมือง จนเกิดผลเป็นที่ประจักษ์ สู่ความยั่งยืนในทุกมิติด้วย ๖ พันธกิจหลัก ดังนี้ - เมืองที่สะอาด สวยงาม - เมืองสิ่งแวดล้อมที่ดี ๘๘ ส านักงานส่งเสริมสุขภาพกรมอนามันกระทรวงสาธารณะสุข, การเปลี่ยนแปลงและเตรียมตัวเพื่อ เข้าสู่วัยสูงอายุ, หน้า ๑๔. ๘๙ เรื่องเดียวกัน, หน้า 268.
๓๙ - เมืองปลอดภัย - เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นอันดีงาม - เมืองสังคมคุณภาพธรรมาภิบาล - และเมืองแห่งโอกาสทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันเทศบาลเมืองน่าน ประชากรผู้สูงอายุมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมี จ านวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นทุกปี ประกอบกับนโยบายของคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองน่าน มีแนวทาง ให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุขึ้น หนึ่งในกิจกรรมส าคัญ คือ โรงเรียน ผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุ เกิดการรวมกลุ่มเพื่อการพัฒนาตนเอง เสริมสร้างสุขภาพที่ดี ทั้งร่างกายและจิตใจ มีกิจกรรมร่วมกันของผู้สูงอายุ เสริมสร้างคุณค่าทางภูมิ ปัญญาและวัฒนธรรมให้เป็นที่ประจักษ์ ซึ่งจะช่วยสืบสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่ลูกหลาน เทศบาลเมืองน่าน เล็งเห็นถึงความส าคัญของผู้สูงอายุที่เปรียบดังปราชญ์ ที่พร้อม จะถ่ายทอดสรรพวิชาความรู้ให้แก่ลูกหลาน เป็นบุคคลที่ควรแก่การเคารพและสร้างโอกาส ที่กลุ่ม ผู้สูงอายุจะได้มีโอกาสและพื้นที่เพื่อพัฒนาตนเอง เสริมสร้างสุขภาพที่ดีทั้งร่างกาย และจิตใจผ่าน กิจกรรมกลุ่มร่วมกันของโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว ทั้งกิจกรรมในห้องเรียนประจ าสัปดาห์ ผ่าน เนื้อหาอันหลากหลาย อาทิ ศาสนาพาใจสงบ สุขภาพดีมีความสุข สังคม ศิลปะและวัฒนธรรมล้ าค่า กิจกรรมสร้างสรรค์ปัญญาเป็นเลิศและการศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกสถานที่ ทั้งนี้เพื่อ เสริมสร้างคุณค่าทาง ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมให้สมกับการรณรงค์หนึ่งในนโยบายส าคัญของเทศบาล เมืองน่าน คือ “เมืองแห่งคนอายุยืนและสังคมคุณภาพ” นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ลูกหลานได้อีกช่องทางหนึ่ง ในการ ด าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียนผู้สูงอายุนั้น นอกจากได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการ ร่วมด าเนินกิจกรรมของโรงเรียนเพื่อถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนความรู้ให้กับผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถ น าสิ่งที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว กลุ่มพลังส าคัญนั่นก็คือ นักเรียนผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม ในแต่ละครั้ง ที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้โรงเรียนผู้สูงอายุได้ด าเนินการและจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้ประสบ ผลส าเร็จ โดยได้น าชื่อ “เสี้ยวดอกขาว” ดอกไม้ประจ าจังหวัดน่าน มาตั้งเป็นชื่อโรงเรียนผู้สูงอายุ ดังกล่าว โรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่าน ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิด จากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น หากผู้สูงอายุขาดการดูแลตนเอง ไม่มี อาชีพ พึ่งพาลูกหลานมากขึ้น จะส่งผลต่อจ านวนผู้สูงอายุที่อาจปุวยด้วยโรคเรื้อรัง ปัญหาด้านการเงิน เนื่องจากไม่มีอาชีพ ปัญหาสุขภาพจิต เกิดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ จากการถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียง ล าพัง และปัญหาอื่นๆที่อาจจะตามมา เทศบาลเมืองน่านจึงมีแนวทางจัดท าโครงการส่งเสริมสุขภาพ กลุ่มผู้สูงอายุ ด าเนินโครงการในรูปแบบโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่านขึ้น เพื่อ กระตุ้นให้ผู้สูงอายุได้เกิดการรวมกลุ่มจัดกิจกรรมด้านการส่งเสริมและดุแลสุขภาพ ด้วยตนเองอย่าง ถูกวิธี ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ประกอบกับยังสามารถดูแลผู้สูงอายุ คนอื่นๆ รอบข้างได้อีกด้วย การเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุ แกนน า อาสาสมัคร ชุมชน องค์กร เครือข่าย จาก ภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนการด าเนินงานในการ
๔๐ ด าเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ “โรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว” มุ่ง ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่ในการจัดกิจกรรมและบริการเพื่อการพัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจ และ สุขภาพผู้สูงอายุและสมาชิกอื่นๆในชุมชน เพื่อเป็นศูนย์รวมการถ่ายทอดภูมิปัญญาของผู้สูงอายุใน ชุมชน เป็นศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ และเป็นศูนย์ข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่ ทั้งนี้มีคณะกรรมการฝุายต่างๆ ซึ่งจะท าหน้าที่ตามบทบาทและภารกิจส าคัญแตกต่างกันออกไป เพื่อให้ครอบคลุมการดูแลผู้สูงอายุ ให้ครบทุกมิติ อาทิ ด้านการส่งเสริมสุขภาพอนามัยผู้สูงอายุ ด้าน การส่งเสริมอาชีพ ด้านสวัสดิการ โดยเฉพาะด้านการศึกษาและการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ จัดให้มี กิจกรรมกระบวนการที่จะให้ผู้สูงอายุได้มีกิจกรรมสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างต่อเนื่อง ในรูปแบบโรงเรียน ผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่าน อย่างยั่งยืนต่อไป ๒.๔.๒ กิจกรรม วิทยากรบรรยายความรู้ โรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว โรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่านจึงได้ตระหนักถึงผลกระทบที่ อาจจะเกิดขึ้นทางคณะกรรมการโรงเรียนฯ จึงได้จัดท าโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุโรงเรียน ผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว เพื่อกระตุ้นให้ผู้สูงอายุได้รวมกลุ่มจัดกิจกรรมมีความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพ ทั้งร่างกาย และใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการดูแลสุภาพผู้สูงอายุ มีผู้สูงอายุร่วมโครงการในเขตเทศบาล เมืองน่าน จ านวน ๕๐ คน จัดกิจกรรมตามหลักสูตรอบรมให้ความรู้ Onsite และ Online ทุกวัน พฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน วันละ ๓ ชั่วโมง (เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.) เดือนละ ๑ ครั้ง รวม ทั้งหมด ๕ ครั้ง โดยเรียนเชิญวิทยากรในแต่ละรายวิชาที่เกี่ยวข้องมาให้ความรู้ ปฏิบัติตามมาตรการ ปูองกันและควบคุมโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) ของกระทรวงสาธารณสุข ในการปูองกันโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ อย่างเคร่งครัด โรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่าน ได้จัดท ากิจกรรมให้กับนักเรียน เช่น ท ากระเป๋าใส่โทรศัพท์ ท าที่รองครก ท าเข็มกลัด เพื่อฝึกสมาธิให้กับนักเรียน ส่งเสริมการใช้เวลา ว่างให้เกิดประโยชน์ มีกิจกรรมท า ไม่ว่าง ท าให้ผ่อนคลาย และสามารถท าเพื่อจ าหน่ายเกิดรายได้ ให้แก่ตนเองได้ ๒.๕ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ภัทราภรณ์ ด้วงเรือง๙๐ จากการศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเทศบาลนครนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี พบว่า คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุของเทศบาลนครนนทบุรี มีสภาพความเป็นอยู่ที่พัก อาศัยที่มีความปลอดภัย มีการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว สามารถด ารงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพา บุคคลอื่นและสามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงเรื่องราวต่าง ๆ ได้ การที่ผู้สูงอายุได้เข้าร่วมกิจกรรม ๙๐ ภัทราภรณ์ ด้วงเรือง, การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของเทศบาลนครนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี, บทความวิจัย, วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๑ (มกราคม – เมษายน ๒๕๖๓), หน้า ๑๓๑.
๔๑ จะท าให้ผู้สูงอายุได้พบปะกับบุคคลอื่นเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุและคนทุกวัย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ UNESCO (๑๙๗๘) ที่กล่าวไว้ว่า คุณภาพชีวิต คือ ความรู้สึกของความ เป็นอยู่ที่น่าพอใจ และมีความสุขต่อองค์ประกอบต่าง ๆ ของชีวิตที่มีส่วนส าคัญต่อบุคคลนั้นซึ่งจะ ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิต ได้แก่ สุขภาพ อนามัย การศึกษาสภาพแวดล้อม ทรัพยากร รายได้ อาคารและที่อยู่อาศัยลักษณะประชากรศาสตร์ ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ที่แตกต่างกันมีระดับคุณภาพชีวิตไม่แตกต่างกัน ทั้งนี้อาจกล่าวได้ว่า การที่ผู้สูงอายุ ทุกคนได้เข้าร่วมกิจกรรมและได้รับสวัสดิการแห่งรัฐได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งครอบครัวบุตรหลานยังให้ ความส าคัญต่อผู้สูงอายุในการดูแล การเอาใจใส่ ประกอบกับการศึกษาอาจจะมาจากเรียนรู้ที่มาจาก ประสบการณ์ การฝึกฝน และการพัฒนาการของผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๘๐ ปี มักจะสามารถไปไหนมาไหนได้ วรากรณ์ พูลสวัสดิ์,กล้า สมตระกูล,ปรารภ แก้วเศษ๙๑ ได้ศึกษาเรื่อง การดูแลผู้สูงอายุ วิถีพุทธ เพื่อเป็นแนวทางในการน าไปประยุกต์ใช้ในการจัดการดูแลผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์คนชรา และอื่น ๆ ตามความเหมาะสม บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์เรื่อง “สถานสงเคราะห์ คนชรา : การพัฒนาการจัดการดูแลตามวิถีพุทธ” ในการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงเอกสารโดยน า กรอบความคิดตามหลักอริยสัจสี่มาศึกษาผู้สูงอายุพบว่า สังคมไทยปัจจุบันได้กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุก าลังประสบปัญหาในทุกด้าน สาเหตุของปัญหาเกิดจากความเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้าน ร่างกาย สภาพแวดล้อมทางสังคม อารมณ์ และจิตวิญญาณ การดูแลผู้สูงอายุโดยน าหลักวิถีพุทธมา ประยุกต์ในการจัดการดูแลผู้สูงอายุสามารถตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุได้ซึ่งหลักธรรมที่จะ น ามาใช้ในการดูแลผู้สูงอายุคือ สัปปายะ ๗ สังคหวัตถุ ๔ พุทธธรรมบ าบัด ภาวนา ๔ และ กัลยาณมิตร ๗ มาประยุกต์ใช้การดุแลสุขภาพผู้สูงอายุวิถีพุทธได้เป็นอย่างดี อีกทั้งในยุคปัจจุบันมี การศึกษาเกี่ยวกับการน าหลักพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้การการดูแลสุขภาพ พระนาทกร สุจิณฺโณ (เศษสิน),พระครูโฆษิตวัฒนานุกูล,พระครูสิริธรรมาภิรัต๙๒ ได้ท าการศึกษาวิเคราะห์หลักพุทธธรรมที่ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอ าเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่าการเสนอให้ความรู้ความเข้าใจการฝึกฝนอบรมให้กับผู้สูงอายุใน อ าเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งได้จากการน าหลักพุทธธรรมมาเป็นแนวทางการในการ ประพฤติปฏิบัติจนเกิดความรู้ความเข้าใจแก่ผู้สูงอายุเมื่อน าหลักภาวนา ๔ มาปรับใช้ย่อมท าให้เกิด ปัญญาแก่ตนเองและสามมารถน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันรู้จักใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหารู้จักเหตุ ปัจจัยที่เกิดขึ้นและจะต้องใช้สติปัญญาวิเคราะห์ตรึกตรองตามความเป็นจริงอย่างรอบคอบจัดการ ๙๑ วรากรณ์ พูลสวัสดิ์, กล้า สมตระกูล,ปรารภ แก้วเศษ, การดูแลผู้สูงอายุวิถีพุทธ, ดุษฎีนิพนธ์, คณะ วัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, บทน า. ๙๒ พระนาทกร สุจิณฺโณ (เศษสิน), พระครูโฆษิตวัฒนานุกูล,พระครูสิริธรรมาภิรัต,ศึกษาวิเคราะห์หลัก พุทธธรรมที่ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอ าเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช, วารสารสังคมศาสตร์ และวัฒนธรรม, ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-มิถุนายน ๒๕๖๑), หน้า ๕.
๔๒ แก้ปัญหาให้ถูกต้องเป็นกระบวนการเมื่อท าได้เช่นนี้ ผู้สูงอายุก็จะเกิดการพัฒนาทางเจริญงอกงามแก่ ตนในการด าเนินชีวิตประจ าวัน พระปลัดวุฒิพงษ์, กิตฺติวณฺโณ; พระครูปริยัติพัชรธรรม, (พระมหาชัยฤทธิ์ ทองสี); พระมหาธนกร, กิตฺติปญฺโญ; พระสมุห์ชาญชัย, ญาณชาโต๙๓ การศึกษาเรื่องการดูแลสุขภาวะของ ผู้สูงอายุตามหลักพระพุทธศาสนาในโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดเพชรบูรณ์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัย แบบผสมผสาน ทั้งวิจัยในเชิงเอกสาร (Documentary Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ในภาคสนามโดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน โดยใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งในเชิงเอกสารและคุณภาพจาก พระไตรปิฎก เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑. เพื่อศึกษาสาเหตุและสภาพปัญหาของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดเพชรบูรณ์ ๒.เพื่อศึกษา หลักธรรมที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินชีวิตของผู้สูงอายุในพระพุทธศาสนา และ ๓. เพื่อศึกษาวิเคราะห์ ประเมินผลการน าหลักธรรมมาใช้ในการด าเนินชีวิตของผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบูรณ์ ดาเนินการวิจัย ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ ผลการศึกษา กลุ่มตัวอย่างของผู้สูงอายุทั้งชายและ หญิงในโรงเรียนผู้สูงอายุ ทั้ง ๘ แห่ง มีสาเหตุและสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน ด้วยบริบทและแนวคิด ของผู้สูงอายุแต่ละโรงเรียนแต่ละท่านได้พูดถึงสาเหตุและสภาพปัญญาที่ผู้สูงอายุอยากเข้ามาเรียน คือ อยากมีความรู้ อยากมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย อยากมีเพื่อน อยากมีวิชาชีพท ากับเพื่อน ๆ เพื่อคลายเหงาและซึมเศร้าของผู้สูงอายุเอง ผลการศึกษากลุ่มตัวอย่างของผู้สูงอายุทั้งชายและหญิงใน โรงเรียนผู้สูงอายุ ทั้ง ๘ แห่ง คณะผู้วิจัยได้วิเคราะห์ การน าหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ใน การดาเนินชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แต่ส่วนมากในอยู่หัวข้อธรรมทางพระพุทธศาสนาเหล่านี้ คือ ไตรสิกขา ๓ ภาวนา ๔ อายุสธรรม ๕ อิทธิบาท ๔ สัปปายะ ๗ โพชฌงค์ ๗ หลักธรรมทั้งหมดผู้สูงอายุ น ามาใช้ในการด าเนินชีวิตของตนเองที่แตกต่างกันออกไป ผลการศึกษากลุ่มตัวอย่างของผู้สูงอายุทั้ง ชายและหญิงในโรงเรียนผู้สูงอายุ ทั้ง ๘ แห่ง คณะผู้วิจัยได้วิเคราะห์ประเมินผลการนาหลักธรรมมาใช้ ในชีวิตประจ าวันของผู้สูงอายุ ส่วนมากแนวคิดของแต่ละท่านจะแตกต่างกันออกไป จากจ านวน โรงเรียนทั้ง ๘ แห่ง แต่ละแห่งโรงเรียนผู้สูงอายุมีแนวคิดแตกต่างกันทั้ง ๔ ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านทางจิตใจ การอยู่ร่วมกันในสังคม เศรษฐกิจและมีรายได้ ในแต่ละด้านผู้สูงอายุทั้งชายและหญิงใน จังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้ง ๘ แห่ง มีแนวคิดการน าหลักธรรมมาใช้ของแต่ละท่านแตกต่างกันออกไป สรุปผลการศึกษาการดูแลสุขภาวะผู้สูงอายุตามหลักธรรมทางพุทธศาสนาในโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัด เพชรบูรณ์ จากความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุทั้งชายและหญิงทั้ง ๘ แห่ง มีสาเหตุและสภาพปัญหาที่แตกต่างกันออกไปตามแนวความคิด หลักธรรมที่น ามาใช้ในการ ด าเนินชีวิตแตกต่างกัน การวิเคราะห์ประเมินผลการน าหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ในการ ๙๓ พระปลัดวุฒิพงษ์, กิตฺติวณฺโณ; พระครูปริยัติพัชรธรรม, (พระมหาชัยฤทธิ์ ทองสี); พระมหาธนกร, กิตฺติปญฺโญ,พระสมุห์ชาญชัย, ญาณชาโต,การดูแลสุขภาวะของผู้สูงอายุตามหลักพระพุทธศาสนาในโรงเรียนผู้สูงอายุ จังหวัดเพชรบูรณ์, รายงานการวิจัย, (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตวิทยาลัยสงฆ์พ่อขุนผา เมือง จังหวัดเพชรบูรณ์, ๒๕๖๑), บทคัดย่อ.
๔๓ ด าเนินชีวิตที่แตกต่างกันออกไปตามแนวคิดของผู้สูงอายุ ส่วนปัญหาต่าง ๆ และอยากให้ผู้วิจัยช่วย แก้ไขปัญหา คือ ให้ช่วยแก้ปัญหาทางด้านงบประมาณเพราะงบประมาณไม่มีเพียงพอสาหรับโรงเรียน ผู้สูงอายุ มีครูท าการสอนที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น ให้มีหลักสูตรผู้สูงอายุที่ได้มาตรฐาน อยากให้มี พยาบาลเข้ามาช่วยรักษาเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนอยากให้พระสงฆ์เข้ามาช่วยพัฒนาจิตใจของผู้สูงอายุให้ มากขึ้น ทั้งหมดเป็นปัญหาและให้ช่วยแก้ไขของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดเพชรบูรณ์ ทิพวรรณ พุฒดอน๙๔ ได้ท าการศึกษาเรื่อง พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ ก่อนและหลังเข้าโรงเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลต าบลหนองหัวแรต อ าเภอหนองบุญมาก จังหวัด นครราชสีมา พบว่า กลุ่มตัวอย่าง มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองทั้งก่อนและหลังเข้าโรงเรียน ผู้สูงอายุโดยรวมอยู่ในระดับดี เมื่อจ าแนกรายด้านพบว่า ก่อนเข้าโรงเรียนผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการ ดูแลสุขภาพตนเอง เกือบทุกด้านอยู่ในระดับดี ยกเว้นด้านการออกก าลังกายอยู่ในระดับพอใช้ การ พัฒนาด้านจิตวิญญาณอยู่ในระดับดีมากส่วนหลังเข้าโรงเรียนผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ ตนเองทุกด้านอยู่ในระดับดีมาก ยกเว้นด้านการออกก าลังกายที่อยู่ในระดับดีโดยทั้งก่อนและหลังเข้า โรงเรียน ผู้สูงอายุ มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองด้านการพัฒนาด้านจิตวิญญาณ มากที่สุดและมี มีพฤติกรรมการออกก าลังกายน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ พบว่าผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองหลังเข้าโรงเรียนสูงกว่าก่อนเข้าโรงเรียนอย่างมี นัยส าคัญทางสถิติ จินดารัตน์ สมคะเณย์๙๕ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมการดูแล ผู้สูงอายุของเทศบาลต าบลสมเด็จ อ าเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ส ารวจสภาพการมีส่วนร่วมการดูแลผู้สูงอายุของเทศบาลต าบลสมเด็จ ปัญหาการมีส่วนร่วมการดูแล ผู้สูงอายุของเทศบาลต าบลสมเด็จ และแนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมการดูแลผู้สูงอายุของ เทศบาลต าบลสมเด็จ เป็นการศึกษาวิจัยเชิงส ารวจ (Survey research) ประชากรที่ใช้ศึกษาวิจัย ได้แก่ ผู้สูงอายุในเขตเทศบาลต าบลสมเด็จ จ านวน ๗๒๗ คน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจาก แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จ านวน ๒๕๗ คน ค านวณโดยใช้สูตร Taro Yamane ผู้วิจัยได้ข้อมูล ที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้วิธีการแจกแจงความถี่และการหาค่าร้อยละ จากนั้นจึงน าเสนอข้อมูลในรูป ตารางประกอบค าบรรยาย ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย โดยมี อายุระหว่าง ๖๑ – ๗๐ ปี ซึ่งมีวุฒิการศึกษา ระดับต่ ากว่าปริญญาตรีและมีสถานภาพเป็นผู้น าชุมชน หรือผู้สูงอายุ แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมการดูแลผู้สูงอายุของเทศบาลต าบลสมเด็จคือ องค์กร ๙๔ ทิพวรรณ พุฒดอน, พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุก่อนและหลังเข้าโรงเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลต าบลหนองหัวแรต อ าเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา, วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ, ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๒, ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา. ๙๕ จินดารัตน์ สมคะเณย์, แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมการดูแลผู้สูงอายุของเทศบาลต าบลสมเด็จ อ าเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์, บทความวิจัย, (วารสารวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์บูรพาปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ กาฬสินธุ์, ๒๕๕๘), บทคัดย่อ.
๔๔ ปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเข้ามามีส่วนร่วมดูแลผู้สูงอายุร่วมกันในชุมชน ควรจัดให้มีอาสาสมัครดูแล ผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน พัฒนาสภาพแวดล้อม ที่ปลอดภัยและเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนที่ด าเนินการ ของชมรมผู้สูงอายุ คนต้นแบบและครอบครัวที่เข้มแข็ง ส่วนสภาพการมีส่วนร่วมการดูแลผู้สูงอายุของ เทศบาลต าบลสมเด็จคือ การส่งเสริมด้านกิจกรรม เช่น การส่งเสริมสุขภาพ การส่งเสริมนันทนาการ การส่งเสริมอาชีพ รวมทั้งการบริการผู้สูงอายุ รองลงมาคือ ด้านการประสานงาน เช่น การ ติดต่อสื่อสาร การประสานงานกับกลุ่มผู้สูงอายุ องค์กรรัฐหรือเอกชน ส าหรับปัญหาการมีส่วนร่วมการ ดูแลผู้สูงอายุของเทศบาลต าบลสมเด็จ คือ ปัญหาด้านสวัสดิการสุขภาพอนามัย เช่น การตรวจ สุขภาพประจ าปี หรือการบริการ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ รองลงมาคือ ปัญหาด้านสวัสดิการนันทนาการ เช่น ชมรมผู้สูงอายุ สถานที่ออกก าลังกายหรือพักผ่อน รวมถึงกิจกรรมพบปะกัน ธีระวุฒิ อรุณเวช๙๖ ได้ศึกษา เรื่อง “แนวทางการพัฒนางานผู้สูงอายุตามยุทธศาสตร์การ พัฒนาสังคม พ.ศ. ๒๕๕๐ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” ผลการศึกษาพบว่า โครงการส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมพ.ศ.๒๕๕๐ ใน ยุทธศาสตร์ด้านสังคมไม่ทอดทิ้งกัน และยุทธศาสตร์สังคมเข้มแข็งมีเพียงโครงการส่งเสริมค่านิยมการ ใช้จ่าย(ลดรายจ่าย ) เพื่อสวัสดิการผู้สูงอายุและโครงการส่งเสริมศักยภาพใช้ภูมิปัญญาผู้สูงอายุที่มี ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์สังคมเข้มแข็ง และผลจากการด าเนินโครงการน าร่องอาสาสมัครดูแล ผู้สูงอายุที่บ้าน (Home Care) จะสามารถท าให้เกิดยุทธศาสตร์สังคมคุณธรรมได้หากมีการขยายผล การด าเนินงานอย่างต่อเนื่อง และในด้านกระบวนการท างาน ต้องการให้เกิดการดูแลผู้สูงอายุอย่าง เหมาะสมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม โดยใช้ครอบครัวและชุมชนเป็นฐานในการ ด าเนินงาน มีบางโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อศักยภาพของผู้สูงอายุ โดยมุ่งให้ผู้สูงอายุตระหนักเห็น คุณค่าของตนเองและสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้แก่ชุมชนเพื่อน าไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อครอบครัวและชุมชนต่อไป พิมพ์ชนก ไพรีพินาศ๙๗ ได้ศึกษาเรื่อง “แนวทางการพัฒนาการจัดสวัสดิการสังคม ส าหรับผู้สูงอายุในจังหวัดขอนแก่น”ผลการศึกษาพบว่า สภาพการจัดสวัสดิการของผู้สูงอายุทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนมีการจัดบริการสวัสดิการของผู้สูงอายุที่คล้ายคลึงกันประกอบด้วย ด้านการส่งเสริม สุขภาพอนามัย ด้านนันทนาการ ด้านการส่งเสริมอาชีพและด้านบริการสังคม ทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชน มีการจัดสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุ ๒ รูปแบบ คือ ๑)การจัดสวัสดิการสังคมของ ผู้สูงอายุภายในหน่วยงาน และ ๒) การจัดสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชน สภาพปัญหาการ จัดสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุ พบว่า ผู้สูงอายุที่เข้ามาใช้บริการสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุจาก ๙๖ ธีระวุฒิ อรุณเวช, แนวทางการพัฒนางานผู้สูงอายุตามยุทธศาสตร์การพัฒนา สังคม พ.ศ. ๒๕๕๐, (กรุงเทพฯ : กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ๒๕๕๑), บทคัดย่อ. ๙๗ พิมพ์ชนก ไพรีพินาศ, แนวทางการพัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมส าหรับผู้สูงอายุในจังหวัด ขอนแก่น, วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ๒๕๕๑), บทคัดย่อ.
๔๕ ภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งผู้สูงอายุในชุมชนที่ได้รับบริการสวัสดิการจากภาครัฐและภาคเอกชน มี ความคิดเห็นว่า ปัญหาด้านบริการเป็นปัญหามากที่สุด แนวทางการพัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมของ ผู้สูงอายุ พบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐมีความคิดเห็นว่า แนวทางการพัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมของ ผู้สูงอายุ ควรเป็นด้านร่างกายมากที่สุด เจ้าหน้าที่ภาคเอกชนมีความคิดเห็นว่า ผู้สูงอายุควรได้รับแนว ทางการพัฒนาด้านสังคมมากที่สุด ส าหรับผู้สูงอายุที่เข้ามารับบริการสวัสดิการสังคมจากภาครัฐ มี ความคิดเห็นว่า แนวทางการพัฒนาควรเป็นด้านสังคมมากที่สุด แมชีสุภาพ รักษประสูตร๙๘ ได้ท าการศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษาแนวทางการสราง ความสุขของผูสูงอายุตามวิถีพุทธ จากการวิจัยพบว่า จากการศึกษากลุ่มผู้สูงอายุตัวอย่าง พบว่า ส่วน ใหญ่ผู้สูงกลุ่มนี้จะเน้นเรื่องการรักษาสุขภาพกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ด้วยการออกก าลังกาย โดย ประยุกต์ใช้การเดินจงกรม พิจารณาอาหารที่รับประทาน ไม่เสพของมึนเมา รับประทานอาหารที่ย่อย ง่าย ท าบุญตักบาตรพระสงฆ์บริจาคทานต่าง ๆ รักษาศีลห้า สมาทานศีล ๘ ในวันพระ ส่วนทางด้าน จิตใจนั้นจะยึดหลักการปล่อยวาง เจริญสมถวิปัสสนาตามหลักสติปัฏฐาน ๔ ทางด้านครอบครัวนั้น ผู้สูงอายุจะปฏิบัติตามหลักพรหมวิหาร ๔ คือ มีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ส่วนทางด้านสังคม และการอยู่ร่วมกันนั้นจะสร้างความสุขด้วยการช่วยเหลือสังคมร่วมกิจกรรมการกุศลกับกลุ่มญาติธรรม มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านด้วยหลักสังคหวัตถุ ๔ คือ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่พูดคุยในสิ่งที่เป็นประโยชน์ และมีความเสมอต้นเสมอปลาย ด ารงชีวิตอย่างเรียบง่าย ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ไม่กังวลกับอดีต และอนาคต ทิพย์ธัญญา สรณะ,ประสพชัย พสุนนท์๙๙ ได้ท าการศึกษาวิจัยเรื่อง หลักธรรมกับการ ด าเนินชีวิตของผู้สูงอายุ กรณีศึกษา แหล่งชุมชน ณ บริเวณวัดศรีเมือง จังหวัดจันทบุรี จากการวิจัย พบว่า ผู้สูงอายุมีการด าเนินชีวิตที่สามารถอยู่ร่วมกันในครอบครัวและบุคคลอื่นในสังคมได้อย่าง ราบรื่นโดยการยึดหลักธรรมร่วมกับการปฏิบัติกิจตามศาสนาท าให้จิตใจของผู้สูงอายุสงบขึ้นจัดอยู่ใน ระดับมากที่สุดและหลักธรรมที่ผู้สูงอายุน ามาปฏิบัติสามารถท าให้ผู้สูงอายุพบหนทางแห่งความสุขใน ระดับมากซึ่งการเลือกปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนานั้นส่งผลให้ผู้สูงอายุรู้สึกปล่อยวาง มากขึ้น ท าให้ความกังวลว้าวุ่นใจความรู้สึกว่าการด าเนินชีวิตของตนยังมีความทุกข์อยู่และความเบื่อ หน่ายท้อแท้กับการด าเนินชีวิตประจ าวันที่คาดว่าอาจเกิดกับผู้สูงอายุที่อยู่ในระดับมากได้กลายเป็นผู้ อยู่ในระดับน้อยซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลังจากที่น าหลักธรรมมาปฏิบัติร่วมกับการด าเนินชีวิตสามารถท า ๙๘ แมชีสุภาพ รักษประสูตร, การศึกษาแนวทางการสรางความสุขของผูสูงอายุตามวิถีพุทธ,รายงาน การวิจัย, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐), บทคัดย่อ. ๙๙ ทิพย์ธัญญา สรณะ,ประสพชัย พสุนนท์, หลักธรรมกับการด าเนินชีวิตของผู้สูงอายุ กรณีศึกษา แหล่งชุมชน ณ บริเวณวัดศรีเมือง จังหวัดจันทบุรี, รายงานการวิจัย, การประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคล ครั้งที่ ๙ (๙th RMUTNC) และการประชุมวิชาการนานาชาติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ครั้งที่ ๘ (๘th RMUTIC) (RMUTCON ๒๐๑๗), ๒๕๖๐), หน้า ๑๓๗๔.
๔๖ ให้ผู้สูงอายุพ้นจากความทุกข์ได้และมีการด าเนินชีวิตที่ดีขึ้นรวมไปถึงการด าเนินชีวิตอย่างมีสติ ซึ่งสอดคล้องกับสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุไทยตามแบบแนววิถีพุทธ พระมหาเชาวฤทธ ทรัพย์สวัสดิ์ นรินฺโท, พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, พระครูสุธีคัมภีร ญาณ, หอมหวล บัวระภา ๑๐๐ ได้ท าการวิจัยเรื่อง การศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ตามหลักภาวนา ๔ กรณีศึกษา: ผู้สูงอายุบ้านห้วยหอย ต าบลธาตุทอง อ าเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ผลการวิจัย พบว่า หลักภาวนา ๔ ในพระพุทธศาสนา เป็นหลักการพัฒนาบุคคลโดยมีกรอบแห่งการ พัฒนา ๔ ประการ คือ การพัฒนาตนเองให้มีสติตั้งอยู่ในความไม่ประมาท การท าตนให้ตั้งอยู่ในกรอบ ระเบียบข้อประพฤติที่ดีงามของสังคม การอบรมจิตของตนให้มีความผ่องใส การพัฒนาปัญญา ให้เป็น ผู้มีเหตุมีผล หลักภาวนา ๔ นี้ เป็นหลักการพัฒนาตนเองในการด าเนินชีวิตประจ าวันและการอยู่ ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข บริบทวิถีการด าเนินชีวิตของผู้สูงอายุบ้านห้วยหอย พบว่า ผู้สูงอายุ ชาวบ้านห้วยหอยส่วนใหญ่เป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา เข้าวัดท าบุญ รักษาศีล ๕ ศีลอุโบสถใน เทศกาลเข้าพรรษาและชอบการปฏิบัติธรรม การฝึกอบรมตนเองในทางที่เป็นคุณมิให้เกิดโทษ ให้กุศล ธรรมงอกงาม สร้างความสัมพันธ์ที่ดีทางสังคม การรู้จักประมาณตน การใช้ชีวิตให้ผาสุก มีสุขภาวะที่ ดีผู้สูงอายุปฏิบัติตนตามหลักศีลธรรมในพระพุทธศาสนาและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมี ความสุข ปัญหาอุปสรรคการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ได้แก่ ๑) การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ยุคใหม่ ๒) การเข้ามาของวัฒนธรรมสมัยใหม่ ซึ่งผู้สูงอายุต้องมีการปรับการด าเนินชีวิตของตนเองใน การด าเนินชีวิตประจ าวันเพื่อให้มีความสมดุลและความสอดคล้องกับการด าเนินชีวิตในประจ าวัน ๓) ด้านโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากความชราภาพของร่างกาย ท าให้เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการด าเนิน ชีวิตของผู้สูงอายุอยู่มากและมีผลต่อการประกอบกิจวัตรประจ าวัน พระครูโกศลอรรถกิจ, นวินดา นิลวรรณ, สิทธิโชค ปาณะศรี๑๐๑ ได้ท าการศึกษาเรื่อง การประยุกต์ใช้หลักภาวนา ๔ ตามแนวพระพุทธศาสนาเถรวาทสู่สังคมผู้สูงอายุ ผลการวิจัย พบว่า ๑) สภาพปัญหาของสังคมผู้สูงอายุ ปัจจุบันประเทศไทย และต่างประเทศก าลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการแพทย์ซึ่งท าให้คนมีอายุที่ ยืนยาวขึ้น เป็นต้น การดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุซึ่งมีเพิ่มมากขึ้นในสังคมปัจจุบันจึงมีความจ าเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความสามารถ มีความพร้อมและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกาย ๑๐๐ พระมหาเชาวฤทธ ทรัพย์สวัสดิ์ นรินฺโท, พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, พระครูสุธีคัมภีรญาณ, หอมหวล บัวระภา, การศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตามหลักภาวนา ๔ กรณีศึกษา: ผู้สูงอายุบ้านห้วยหอย ต าบลธาตุทอง อ าเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ,รายงานการวิจัย, (บัณฑิตศึกษา:มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น, ๒๕๖๒), บทคัดย่อ. ๑๐๑ พระครูโกศลอรรถกิจ, นวินดา นิลวรรณ, สิทธิโชค ปาณะศรีม, การประยุกต์ใช้หลักภาวนา ๔ ตาม แนวพระพุทธศาสนาเถรวาทสู่สังคมผู้สูงอายุ, วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย, ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๓ (เดือนมีนาคม ๒๕๖๓) : ๓๘-๓๙.
๔๗ พฤติกรรม จิตใจ และการพัฒนาปัญญาเพื่อให้มีศักยภาพที่จะด ารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข อีกทั้งเป็นการปูองกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคตอีกด้วย ๒) หลักภาวนา ๔ ที่ปรากฏในพระพุทธศาสนาเถรวาท หลักภาวนา ๔ หมายถึง การเจริญ การท าให้เป็น ให้มีขึ้นการฝึกอบรมการพัฒนา ได้แก่ ๑) กายภาวนา หมายถึง การเจริญกาย ๒) สีล ภาวนา หมายถึงการเจริญศีล ๓) จิตภาวนา หมายถึง การเจริญจิต ๔) ปัญญาภาวนา หมายถึง การ เจริญปัญญา ๓) ประยุกต์ใช้หลักภาวนา ๔ ตามแนวพระพุทธศาสนาเถรวาทสู่สังคมผู้สูงอายุ แนวทาง ในการพัฒนา ตามหลักภาวนา ๔ ในพระพุทธศาสนา สามารถน ามาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาให้กับ ผู้สูงอายุในสังคมได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ด้านความต้องการทางร่างกาย โดยใช้หลัก กาย ภาวนา ด้านพฤติกรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม โดยใช้หลัก สีลภาวนา ด้านจิตใจโดยใช้หลัก จิตตภาวนา และด้านการพัฒนาปัญญา โดยใช้หลักปัญญาภาวนา พระศรีวินยาภรณ์, มงคล สารินทร์๑๐๒ ได้ท าการศึกษา การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุด้วยหลักภาวนา ๔ ในกรุงเทพมหานคร ผลการวิจัย พบว่า ผลการทดลองการใช้รูปแบบ การจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้วยหลักภาวนา ๔ ในกรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยพบว่าผู้สูงอายุมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางจิตใจ และทางกายของผู้สูงอายุด้วยหลักภาวนา ๔ในกรุงเทพมหานคร โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ( =๔.๑๐, S.D.= ๐.๕๐) เมื่อเรียงล าดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านจิตตภาวนา (การพัฒนาจิตหรือความคิด, การฝึกอบรมจิตใจ มีค่าเฉลี่ย ( = ๔๕๑S.D.= ๐๔๓๔ รองลงมาได้แก่ ด้านกายภาวนา (การพัฒนากาย, ฝึกอบรมกาย), ศีลภาวนา (การรักษาศีล ๕, พัฒนาความประพฤติ) และด้านปัญญาภาวนา (การพัฒนาปัญญา, ฝึกอบรมการใช้ปัญญา) ซึ่งอยู่ในระดับมากเท่ากัน ภาษิต สุขวรรณดี๑๐๓ ได้ท าการศึกษา การพัฒนามนุษยตามแนวภาวนา ๔ สรุปได้ว่า การพัฒนามนุษยตามหลักพระพุทธศาสนาโดยยึดยุทธศาสตรคือวิธีการภาวนา ๔ ตามหลัก พระพุทธศาสนา สามารถแกปญหาในการพัฒนามนุษย เพราะพุทธศาสนามีองคความรูที่สามารถ น ามาเปนเครื่องมือที่จะก าหนดเปนยุทธศาสตรในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย และพระพุทธศาสนายัง ถือวามนุษยเปนศูนยกลางเปนเปาหมายของการพัฒนายุทธศาสตรการพัฒนามนุษยตามแนวพุทธ ศาสนา ๔ ดาน การพัฒนาทางพุทธศาสนาเรียกวา ภาวนา ๔ หมายถึงกระบวนการสรางหรือท าให ๑๐๒ พระศรีวินยาภรณ์, มงคล สารินทร์, การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้วยหลักภาวนา ๔ ในกรุงเทพมหานคร, วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๑ (มกราคม–เมษายน ๒๕๖๔), หน้า ๖๖. ๑๐๓ ภาษิต สุขวรรณดี, การพัฒนามนุษยตามแนวภาวนา ๔ , บทความวิชาการ สิรินธรปริทรรศน์, มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย, ที่ ๑๗ ฉบับที่ ๑ (มกราคม – มิถุนายน ๒๕๕๙), หน้า ๓๒-๓๓.
๔๘ เกิดใหมีขึ้นสวนบุคคลหรือทรัพยากรมนุษยที่ผานการขัดเกลาพัฒนาแลว คือผูที่ผานขบวนการพัฒนา ดังนี้ ๑) กายภาวนา หมายถึง การพัฒนากายฝกอบรมกายใหรูจักติดตอสัมพันธกับโลก ภายนอกทั้งดายกายภาพ และชีวภาพดวยดีมิใหเกิดโทษมีประโยชนแกตนเองและสังคมบ าเพ็ญตนให เกิดประโยชน มิใหอกุศลเกิด ๒) ศีลภาวนา หมายถึง การพัฒนาพฤติกรรมของปจเจกบุคคล การพัฒนาความ ประพฤติ การฝกอบรมศีล ใหถูกตองสอดคลองกับระเบียบวินัย กฎเกณฑ กติกาของสังคม ตลอดถึง ขนบธรรมเนียม จารีตวิถี และมารยาทสากลนิยม มีจรรยาบรรณในวิชาชีพประกอบอาชีพที่สุจริต ใช ชีวิตถูกตองและขยันหมั่นเพียรสรางผลผลิต (product) ใหเพิ่มขึ้นโดยสุจริตในการประกอบอาชีพ (อุฏฐานสัมปทา) รูจักฉลาดอดออม (save) ทรัพยสินที่หามาได ดวยมาตรการตาง ๆ (อารักขสัมปทา) ๓) จิตตภาวนา หมายถึง การพัฒนาจิต การฝกอบรมจิต การขมอารมณความรูสึกใหไดมี ความเจริญงอกงามทางอารมณ (Emotional growth) การที่จิตที่ฝกอารมณดีแลวน าความสุขมาให จิตที่มีคุณภาพประกอบดวยคุณธรรมตามหลักศาสนา มีสมาธิ มีสติมั่นคง ใชงานไดดี เปนสุขผองใส เป็นตน ๔) ปญญาภาวนา หมายถึง การพัฒนาปญญา การฝกอมรมปญญา ใหรูเขาใจสิ่งทั้งหลาย ตามความ เปนจริง รูเทาทันเขาใจโลก และชีวิตตามสภาวะ เปนการไตรตรองวินิจฉัยเหตุการณตาม ความเปนจริง เปนอิสระ ไมตามกิเลส รูและเขาใจอะไรตามความเปนจริงการพัฒนามนุษยตามแนว ภาวนา ๔ จะสามารถเขาถึงเปาหมายสูงสุดของการพัฒนามนุษยตามแนวพุทธศาสนา คือการพัฒนา ใหเกิดปญญาซึ่งมีวิธีการเพื่อบรรลุถึงจุดหมายสูงสุดของพุทธศาสนา คือ การหลุดพน กันยา วงศ์ชัยวัฒน์๑๐๔ ได้ท าการศึกษาเรื่อง การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณ วัตถุประสงค์ของการวิจัย ศึกษาหลักพุทธธรรมที่ใช้พัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณและเสนอการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลัง เกษียณ มีระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ศึกษาข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้สูงอายุ หลังเกษียณกลุ่มตัวอย่างแล้วน าข้อมูลที่ได้น ามาวิเคระห์ ผลการวิจัยพบว่า หลักพุทธธรรมที่ใช้พัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณ ได้แก่ ภาวนา ๔ ประกอบด้วย พัฒนากาย พัฒนาศีล พัฒนาจิต และพัฒนาปัญญา เป็นหลักธรรมที่ใช้พัฒนาคนในสังคมให้มีสุขภาพร่างกาย ด ารงตนอยู่อย่างมี ความสุข ท าตนให้เป็นประโยชน์แก่สังคม ด าเนินชีวิตด้วยปัญญา ซึ่งการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณ คือ การด าเนินชีวิตประจ าวันตามหลักภาวนา ๔ ได้แก่ พัฒนาด้านร่างกาย บริโภคปัจจัย ๔ ให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง หมั่นออกก าลังกาย ๑๐๔ กันยา วงศ์ชัยวัฒน์, การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณ, บทความวิชาการ วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑ (๒๐๑๙) (๑ มกราคม-เมษายน ๒๕๖๒) : บทคัดย่อ.
๔๙ พัฒนาด้านสังคม ประพฤติตนอยู่ในศีลไม่เบียดเบียนผู้อื่น ท าประโยชน์แก่สังคม พัฒนาด้านจิตใจ ปฏิบัติธรรมพัฒนาจิตให้เข้มแข็ง มีคุณธรรม มีความสุข พัฒนาด้านปัญญา ฟังธรรมและสนทนาธรรม รู้เท่าทันโลก ด าเนินชีวิตด้วยปัญญา รู้จักแก้ปัญหา ณัฎฐวรรณ ค าแสน๑๐๕ ได้ศึกษาเรื่อง ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมในการปูองกัน ตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ของประชาชนในเขตอ าเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี การวิจัยเชิง ส ารวจนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับของความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการ ปูองกันตนเองจาก การติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ตลอดจนความสัมพันธ์กับปัจจัยส่วนบุคคลของประชาชนใน อ าเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรีในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ กลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชน ๔๔๕ คน เก็บ ข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการปูองกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโค วิด-๑๙ ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .๘๑ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และ สหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่า ๑. ประชาชนในอ าเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนใหญ่มีอายุ ระหว่าง ๓๐-๔๙ ปี การศึกษาระดับ ปริญญาตรีร้อยละ ๔๖.๐๗ มีความรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อโควิด-๑๙ ในระดับมาก ร้อยละ ๘๐.๗๐ เชื่อมั่นว่า ประเทศไทย จะเอาชนะโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ได้ และ ร้อยละ ๘๓.๔๐ มั่นใจว่าในที่สุดโรคติดเชื้อ ไวรัสโควิด-๑๙ จะถูกควบคุมได้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ ๙๙.๘๐ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน ๒. ระดับการศึกษา ความรู้ และทัศนคติมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการปูองกัน ตนเอง จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ (r = .๑๐, .๑๘, และ . ๑๖ ตามล าดับ) บุคลากรทางสุขภาพสามารถน าผลการศึกษาไปใช้เพื่อส่งเสริมประชาชนให้มีความรู้ และปูองกัน ตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ได้ นพ.บรรพต ปานเคลือบ๑๐๖ ได้ท าการศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับอาการ ของผู้ปุวยโรคโควิด-๑๙ ในโรงพยาบาลชุมชน อ าเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษา แบบการวิจัยเชิงพรรณนาโดยศึกษาแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional descriptive study) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะผู้ปุวยโรคโควิด-๑๙ และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ อาการของผู้ปูวยโรคโควิด-๑๙ ที่มารับบริการในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดภูเก็ต กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใน การศึกษา (Study population) คือ ผู้ปุวยโรคโควิด- ๑๙ (รหัสโรค U ๐๗๔)ที่มารับบริการใน โรงพยาบาลชุมชน จังหวัดภูเก็ตในช่วงเดือน มีนาคม – พฤษภาคม ๒๕๖๓ จ านวน ๑๔๒ คน ๑๐๕ ณัฎฐวรรณ ค าแสน, ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมในการปูองกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโค วิด-๑๙ ของประชาชนในเขตอ าเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี, บทความวิชาการ, วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอม เกล้า จังหวัดเพชรบุรี ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑ (มกราคม – เมษายน ๒๕๖๔), หน้า ๓๓. ๑๐๖ นพ.บรรพต ปานเคลือบ, ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับอาการของผู้ปุวยโรคโควิด-19 ใน โรงพยาบาลชุมชน อ าเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต, รายงานการวิจัย, ( โรงพยาพาลถลาง : ส านักงานสาธารณสุขจังหวัด ภูเก็ต, ๒๕๖๓), บทน า.
๕๐ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงเครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบรายงานการสอบสวนโรค ทะเบียนประวัติ การรักษาผู้ปุวยเก็บรวบรวมข้อมูลในเดือน มีนาคม – ธันวาคม ๒๕๖๓ วิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิง พรรณนา และ สถิติไคร์สแควร์(Chi-square Test) ศุทธิกานต์ คงคล้าย, วินิตรา ลีละพัฒนา๑๐๗ ศึกษาเรื่อง การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ของธุรกิจชุมชนในภาวะวิกฤติโควิด (Covid-๑๙) : กรณีศึกษา วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ กล้วยหอมทองทุ่งคาวัด ธุรกิจชุมชนมีความส าคัญในการช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐาน รากของประเทศเพื่อสร้างความเข้มแข็ง ทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ในปัจจุบันได้เกิดสถานการณ์โค วิด-๑๙ ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน การศึกษาครั้งนี้จึง ต้องการถอดบทเรียนธุรกิจชุมชน ของกลุ่ม วิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์กล้วยหอมทองทุ่งคาวัด ซึ่งเป็นธุรกิจชุมชนที่ ช่วยจ้างงาน และ กระจายรายได้ให้แก่คนในชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ๑) ปัญหาการจัดการธุรกิจชุมชนของ กลุ่ม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปกล้วยหอมทองทุ่งคาวัด และ ๒) แนวทางการปรับตัวของกลุ่มฯ ในช่วงโควิด-๑๙ เป็นการวิจัยเชิง คุณภาพ โดยรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และ การสนทนากลุ่ม ก าหนดกลุ่มผู้ให้ข้อมูลส าคัญด้วยวิธีเลือก แบบเจาะจง วิเคราะห์แบบอรรถาธิบาย และพรรณนาความ ผลการศึกษาพบว่า (๑) ปัญหาของการจัดการธุรกิจชุมชนของ กลุ่มฯ ในด้านการจัดการ นั้น กลุ่มยังไม่มีการท าแผนธุรกิจชุมชน ในส่วนของด้านการตลาด สินค้าไม่มีตราสินค้าและไม่มีการน า ระบบตลาดออนไลน์มาใช้ ด้านการบัญชีและการเงิน ยังไม่มีการท าบัญชีที่เป็นมาตรฐาน และขาด เงินทุนหมุนเวียน ในด้านการ ผลิต สินค้ายังไม่ได้มาตรฐาน อย. แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มมีจุดเด่นในด้าน ผู้น ากลุ่ม ที่มีภาวะผู้น าและทักษะการพลิกวิกฤติเป็น โอกาส และ (๒) กลุ่มมีแนวทางการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในช่วงโควิด-๑๙ โดย ๒.๑) น าแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดรายจ่าย ๒.๒) มีการด าเนินกิจกรรมแบบบูรณา การร่วมกับวัดตามหลัก “บวร” และ ๒.๓) การสร้าง เครือข่ายที่เข้มแข็ง ผลการศึกษาสามารถ น าไปใช้ส าหรับการวางแผน ก าหนดกลยุทธ์และแนวทางการปรับตัวเพื่อความอยู่ รอดให้แก่ประชาชน และธุรกิจชุมชนต่าง ๆ ในช่วงที่เกิดโควิด-๑๙ และภาวะวิกฤติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ธนัชชา จันคณา, พิพัฒน์ ไทยอารี, ศิรภัสสรศ์ วงศ์ทองดี๑๐๘ ท าการศึกษาเรื่อง คุณภาพชีวิตของบุคลากรในหน่วยงานราชการที่มีผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ๑๐๗ ศุทธิกานต์ คงคล้าย, วินิตรา ลีละพัฒนา, การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจชุมชนในภาวะ วิกฤติโควิด (Covid-19) : กรณีศึกษา วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์กล้วยหอมทองทุ่งคาวัด, บทความ วิชาการ, การประชุมสวนสุนันทาวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ ๙ เรื่อง “การยกระดับงานวิจัยสู่นวัตกรรม” ระหว่าง วันที่ ๑๗ – ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๔ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, หน้า ๗๖๑. ๑๐๘ ธนัชชา จันคณา, พิพัฒน์ ไทยอารี, ศิรภัสสรศ์ วงศ์ทองดี, คุณภาพชีวิตของบุคลากรในหน่วยงาน ราชการที่มีผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ กรณีศึกษา : กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ, วารสารวิชาการไทยวิจัยและการจัดการ, ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๓ (กันยายน–ธันวาคม ๒๕๖๔), หน้า ๖๔.
๕๑ โควิด ๑๙ กรณีศึกษา : กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงผลกระทบจากการ แพร่ระบาดต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากรกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจากสถานการณ์การแพร่ ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ และเพื่อแสวงหาแนวทางในการด าเนินการเพื่อก าหนดประเด็นเชิง นโยบายด้านคุณภาพชีวิตของบุคลากรในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีรูปแบบการ วิจัยในเชิงส ารวจ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย ประชากรที่ใช้คือบุคลากรในสังกัดกรม คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ก าหนดกลุ่มตัวอย่างจ านวน ๒๖๐ คน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นบุคลากรในกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพส่วนมาก เป็นเพศหญิง มีอายุอยู่ในช่วง ๓๖ – ๔๕ ปีมากที่สุด สถานภาพโสด ระดับการศึกษามากที่สุดคือ ปริญญาตรี รายได้ต่อเดือนอยู่ในช่วง ๑๕,๐๐๐ – ๑๗,๙๙๙ บาท ประเภทบุคลากรมากที่สุดคือ พนักงานจ้างเหมาบริการ ระยะเวลาในการปฏิบัติงานมากที่สุดคือมากกว่า ๑ ปี แต่ไม่เกิน ๒ ปี ใน ด้านคุณภาพชีวิตของของบุคลากรในหน่วยงานราชการกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพก่อนเกิด สถานการณ์การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ นั้นอยู่ในระดับที่ดีในทุกด้าน มีความพึงพอใจใน สถานภาพของตนเอง สามารถจัดการชีวิตการท างานและชีวิตส่วนตัวรวมถึงสถานภาพทางการเงินได้ อย่างไม่เดือดร้อน ส าหรับคุณภาพชีวิตของของบุคลากรในหน่วยงานราชการกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ นั้นอยู่ในระดับที่ดีในทุกด้านแต่ลดน้อยลง กว่าช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เริ่มมีการประกอบ อาชีพอื่นนอกจากอาชีพหลัก นอกจากนี้ผลดีที่ตามมาคือการได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว มีเวลาในการ พักผ่อน ดูแลตนเอง และพัฒนาตนเองมากขึ้น ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะงานวิจัยในการที่องค์กรจะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในสถานที่ท างานใน สถานการณ์โควิด ๑๙ ต้องมีแนวทางในการด าเนินงานเพื่อมุ่งสู่เปูาหมายของการมีคุณภาพชีวิตใน การท างานที่ดีร่วมกัน และเกิดความพึงพอใจทั้งสองฝุาย และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงานได้ ปัจจัย เหล่านี้ ได้แก่ ความส าเร็จของงาน การได้รับการยอมรับนับถือ ลักษณะงาน และความก้าวหน้าใน ต าแหน่งการงาน นอกจากนี้ปัจจัยค้ าจุน (Hygiene Factors) เป็นองค์ประกอบที่ไม่ใช่เกี่ยวกับตัวงาน โดยตรง แต่มีความเกี่ยวโยงกับการปฏิบัติงานเป็นปัจจัยที่ไม่ใช่สิ่งจูงใจแต่ สามารถท าให้บุคลากรพึง พอใจหรือไม่พึงพอใจที่จะปฏิบัติงานได้ ได้แก่ การบังคับบัญชา นโยบายบริหาร สภาพการท างาน ความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชา ความสัมพันธ์กับผู้ใต้บังคับบัญชา ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ต าแหน่ง ความมั่นคงในงาน เงินเดือน และชีวิตส่วนตัว
๕๒ ๒.๖ กรอบแนวคิดในการวิจัย การวิจัยเรื่อง “การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัด น่านในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙” ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าแนวคิดทฤษฎีเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องแล้วน ามาประมวลเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย ดังนี้ ภาพที่ ๒.๑ กรอบแนวคิดในการวิจัย นโยบายของรัฐบาล การดูแลสุขภาวะของผู้สูงอายุ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา การส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านใน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ๑) ด้านสุขภาวะทางกาย ๒) ด้านสุขภาวะทางจิตใจ ๓) ด้านสุขภาวะทางสังคม ๔) ด้านสุขภาวะทางปัญญา การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ จังหวัดน่านในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙
บทที่ ๓ วิธีด าเนินการวิจัย การวิจัยเรื่อง การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัด น่านในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ผู้วิจัยมีวิธีด าเนินการวิจัย ดังนี้ ๓.๑ รูปแบบการวิจัย ๓.๒ กลุ่มเปูาหมาย/ผู้ให้ข้อมูลหลัก ๓.๓ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ๓.๔ การเก็บรวบรวมข้อมูล ๓.๕ การวิเคราะห์ข้อมูล ๓.๑ รูปแบบการวิจัย การศึกษาวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยมีรูปแบบ การวิจัย ดังนี้ ๓.๑.๑ การวิจัยเชิงคุณภาพภาคเอกสาร (Documentary study) จากข้อมูลชั้นปฐม ภูมิ (Primary Source) ได้แก่ พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ และข้อมูลชั้นทุติยภูมิ (Secondary source) ได้แก่ งานวิจัย วิทยานิพนธ์ หนังสือ ต ารา บทความ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับหลักพุทธธรรมและแนวคิด การส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุและศึกษาท าความเข้าใจ ในมุมมองที่หลากหลายมิติซึ่งจะท าให้ ผู้วิจัยสามารถที่จะวิเคราะห์ในประเด็นที่น่าสนใจได้อย่างครบถ้วนและลึกซึ้ง เพื่อให้เกิดการพัฒนา กรอบแนวคิดในการวิจัยและแนวทางในการศึกษา ๓.๑.๒ การวิจัยเชิงคุณภาพภาคสัมภาษณ์เชิงลึก (In – depth Interview) จาก ๔ กลุ่ม คือ ๑) กลุ่มผู้บริหารและดูแลผู้สูงอายุ ๒ คน ๒) กลุ่มผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ๑๐ คน ๓) กลุ่ม นักวิชาการ ๒ คน ๔) กลุ่มพระสงฆ์ ๒ รูป รวม ๑๖ รูป/คน ๓.๒ กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ให้ข้อมูลหลัก ผู้ศึกษาวิจัยจะได้ส ารวจข้อมูลเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ จากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) โดยผู้วิจัยเลือกกลุ่มตัวอย่างที่จะศึกษาแบบเจาะจง (Purposive study) โดยได้ก าหนด ผู้ให้ข้อมูลหลัก ๔ กลุ่ม ดังนี้
๕๔ - กลุ่มพระสงฆ์ ๒ รูป ๑) พระครูสมุห์อุทัย อุทยเมธี อาจารย์ประจ าหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร บัณฑิต ๒) พระครูสังฆรักษ์พิทยา ญาณธโร อาจารย์ประจ าหลักสูตรพุทศาสตรบัณฑิต - กลุ่มผู้บริหารและดูแลผู้สูงอายุ ๒ คน ๑) นางรดา เพ็ชรขัน ผู้อ านวยการโรงเรียนนวัตกรรมการบริหาร จัดการสถานพยาบาล ๒) นางสมพร รอดจินดา โ รง เ รี ย น น วั ต ก ร ร ม ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร สถานพยาบาล - กลุ่มผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ๑๐ คน ๑) นายประสิทธิ์ชัย ก านนท์ ข้าราชการครูบ านาญ ๒) นายชัยโรจน์ ไชยช่อฟูา ข้าราชการบ านาญ ๓) นางทัศนียา จรเทศ แม่บ้าน (อสม.บ้านมงคลนิมิตร) ๔) นางปัญญารัตน์ มัคคพันธ์ แม่บ้าน (อสม.บ้านมณเฑียร) ๕) นางภคภรณ์ ธีรทัพเทวัญ ข้าราชการครูบ านาญ ๖) นางสาวสุนันท์ ธีระไพรพฤกษ์ นักเรียนโรงเรียนดอกเสี้ยวขาว ๗) นางพันธิสา กงพาน นักเรียนโรงเรียนดอกเสี้ยวขาว ๘) นางพรพรรณ ธนสุวรรณ นักเรียนโรงเรียนดอกเสี้ยวขาว ๙) นางเครือวัลย์ พรหมอารีย์ นักเรียนโรงเรียนดอกเสี้ยวขาว ๑๐) นางพิมพ์พา ไชยช่อฟูา นักเรียนโรงเรียนดอกเสี้ยวขาว - กลุ่มนักวิชาการ ๒ คน ๑) นางสาวจุลินดา พรมเสน ข้าราชการบ านาญ พยาบาลวิชาชีพ รพ.น่าน ๒) นางสาวเรืองศรี วาศาระ พยาบาลวิชาชีพ รพ.น่าน ๓.๓ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ผู้ศึกษาวิจัยมีความสนใจในประเด็นการศึกษาเรื่อง “การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการ ส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาวจังหวัดน่าน” มีโอกาสได้พบเห็นและ เข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสุขภาพในลักษณะต่างๆ มากมายขณะปฏิบัติงาน ทว่า การ แก้ปัญหาที่ผ่านมานั้น กลับท าให้ผู้ศึกษาเห็นว่าปัญหาดังกล่าวมิได้จางคลายไป จึงได้ท าการศึกษา ค้นคว้าหาข้อมูลและวิธีการต่าง ๆ ในการสร้างเสริมสุขภาพ ประกอบกับผู้ศึกษาได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก โรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาวจังหวัดน่าน มีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรม ท าให้มีประสบการณ์ที่น่าจะ
๕๕ น ามาเป็นประโยชน์ต่อการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา โดยการวิจัยเรื่องนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัยส าหรับการบันทึกข้อมูล ดังนี้ ๑. แบบสังเกต : โดยผู้วิจัยเป็นผู้สังเกตแบบมีส่วนร่วม โดยได้ตั้งประเด็นการสังเกต และ จดบันทึกการกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาวจังหวัดน่าน ๒. แนวค าถามประกอบการสัมภาษณ์ เป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ตามกรอบแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับหลักภาวนา ๔ ประการ ได้แก่ ๑) กายภาวนา ๒) ศีลภาวนา ๓) จิตภาวนา ๔) ปัญญาภาวนา ประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ทั้ง ๔ ด้าน ๑) ด้านสุขภาวะทางกาย ๒) ด้านสุขภาวะทางจิตใจ ๓) ด้านสุขภาวะทางสังคม ๔) ด้านสุขภาวะ ทางปัญญา ๑) การสร้างเครื่องมือ (๑.๑) ศึกษาเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวคิด ทฤษฎี และผลงานที่ เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ (๑.๒) ศึกษาวิธีการสร้างแบบสัมภาษณ์ จากผลงานวิจัยอื่นที่มีลักษณะเหมือนกัน หรือคล้ายกัน (๑.๓) สร้างแบบสัมภาษณ์ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยโดยผู้วิจัยจะใช้แบบ สัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi structured) หลังจากที่ผู้วิจัยได้เข้าไปสร้างความสัมพันธ์ และความคุ้นเคยกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูล ส าหรับการให้สัมภาษณ์กลุ่มประชากร แนวค าถามในการ สัมภาษณ์เพื่อน ามารวบรวมปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และ ตรงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย แบบสัมภาษณ์ เป็นประเด็นค าถามปลายเปิด แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับผู้ทรงคุณวุฒิให้สัมภาษณ์ ส่วนที่ ๒ ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นในการสัมภาษณ์ (ข้อค าถามเกี่ยวกับงานวิจัย) และส่วนที่ ๓ ข้อเสนอแนะอื่น ๆ (๑.๔) น าแบบสัมภาษณ์ที่สร้างขึ้น เสนอให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบความ เที่ยงตรงเชิงโครงสร้างและเนื้อหา และน ามาปรับปรุงแก้ไขตามข้อแนะน าของอาจารย์ที่ปรึกษาฯ (๑.๕) น าแบบสัมภาษณ์ ให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบและประเมินเครื่องมือ (๑.๖) ปรับปรุงแก้ไข และจัดพิมพ์เครื่องมือการวิจัยฉบับสมบูรณ์ ๓.๔ การเก็บรวบรวมข้อมูล การศึกษาวิจัยครั้งนี้เก็บข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi structured) ซึ่งเป็นวิธีการเก็บข้อมูลที่มีความยืดหยุ่นและเปิดกว้าง หลังจากที่ได้ท าการคัดเลือกผู้ให้ ข้อมูลและท าการนัดหมายในการสัมภาษณ์แล้วเสร็จ ผู้วิจัยจะด าเนินการรวบรวมข้อมูล โดยมีขั้นตอน การด าเนิน ดังนี้
๕๖ ๑. ด าเนินการขอหนังสือจากผู้อ านวยการหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา พระพุทธศาสนา วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถึงผู้ให้ข้อมูลส าคัญ (Key Informant) เพื่อขอ ความอนุเคราะห์ในการให้สัมภาษณ์ ๒. ทบทวนและท าความเข้าใจ แนวค าถามสัมภาษณ์ รวมถึงวัตถุประสงค์และกรอบ แนวคิดของการศึกษาอีกครั้งก่อนที่จะลงเก็บข้อมูล ผู้ศึกษาจะพูดคุยสนทนาอย่างเป็นกันเองกับผู้ให้ ข้อมูล เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน การถามค าถามจะไม่มีล าดับข้อค าถามขึ้นอยู่ กับสถานการณ์ โดยใช้ค าถามที่เข้าใจง่าย หากผู้ให้ข้อมูลไม่เข้าใจค าถามหรือตอบไม่ตรงค าถาม ๓. ตั้งค าถามใหม่ที่ท าให้เข้าใจง่ายขึ้น การสัมภาษณ์จะด าเนินการค่อยเป็นค่อยไป เปิด โอกาสให้ผู้ศึกษามีความยืดหยุ่นที่จะใช้เวลาในการสัมภาษณ์และเปิดโอกาสให้ผู้ตอบได้แสดงออกซึ่ง ความคิดเห็นและความรู้สึกโดยอิสระ ไม่มีค าตอบที่ก าหนดแน่นอนตายตัว ในขณะสัมภาษณ์จะให้ ความเคารพผู้ฟังและตั้งใจฟังด้วยความใส่ใจ ๔. ในการสัมภาษณ์มีการจดบันทึกข้อมูลไปพร้อม ๆ กันด้วยตนเอง โดยท าการสรุปและ จดรายละเอียด (field note) เกี่ยวกับเนื้อหาและข้อสังเกตที่ได้ รวมถึงรายละเอียดที่เป็นสาระและ ประโยชน์ต่อข้อมูลในการวิจัย การสัมภาษณ์แต่ละครั้งผู้ศึกษาก าหนดเวลาแน่นอนไม่ได้ บางรายอาจ มีการสัมภาษณ์มากกว่าหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่ที่ว่าข้อมูลที่ได้มีความละเอียดลึกซึ้งเพียงพอแล้วหรือยัง ก่อน สัมภาษณ์ได้ขออนุญาตผู้ให้ข้อมูลในการบันทึกเทป ผู้ให้สัมภาษณ์สามารถอนุญาตหรือปฏิเสธ ก็ได้ ก่อนการสัมภาษณ์ ในการสัมภาษณ์ผู้ศึกษาจะขออนุญาตผู้ให้ข้อมูลหรือผู้ให้ข้อมูลส าคัญในการ บันทึกเสียงทุกครั้ง การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลและผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ผู้ศึกษาท าการพูดคุย สนทนาอย่าง เป็นกันเองกับผู้ให้ข้อมูลและผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ๕. ผู้ศึกษากล่าวขอบคุณและท าการนัดหมายการสัมภาษณ์ต่อเนื่อง แต่ในกรณีที่ผู้ให้ ข้อมูลหรือผู้ให้ข้อมูลส าคัญไม่สะดวกในการสัมภาษณ์มากกว่า ๑ ครั้ง ผู้ศึกษาจะขออนุญาตผู้ให้ข้อมูล หรือผู้ให้ข้อมูลส าคัญในการโทรศัพท์ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมหากข้อมูลที่ได้ยังไม่ชัดเจน ๖. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสัมภาษณ์ และท าการเรียบเรียงข้อมูลที่ได้ตาม ประเด็นค าถาม ๓.๕ การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้น าข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi structured) มา ใช้ในกระบวนการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล โดยด าเนินการร่วมกับกระบวนการรวบรวมข้อมูล จากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากเอกสาร แล้ววิเคราะห์ข้อมูลโดยพิจารณาประเด็นหลักหรือแบบแผน
๕๗ หลักที่พบในข้อมูลที่ได้รับจากการสัมภาษณ์ทั้งหมด จากนั้นจึงน าประเด็นหลักมาพิจารณาแบ่งแยก ออกเป็นประเด็นย่อยและหัวข้อย่อยอันเป็นกระบวนการวิเคราะห์โดยการเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ ภาพรวม ไปสู่การวิเคราะห์ประเด็นย่อยของกระบวนการวิเคราะห์ตามแนวทางการวิจัยเชิงคุณภาพ นอกจากนี้ในระหว่างการด าเนินกระบวนการสัมภาษณ์เชิงลึกนั้น ผู้วิจัยได้ด าเนินกระบวนการสะท้อน ควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการด าเนินการกระบวนกระบวนสะท้อนในแต่ละช่วงหรือในแต่ละ ขั้นตอนควบคู่ไปกับการด าเนินกระบวนการวิจัย และจัดท าเป็นรูปเล่มสมบูรณ์ เพื่อน าเสนอ ผลการวิจัย
บทที่ ๔ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยนี้ด าเนินการวิจัยโดยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เกี่ยวข้องกับ การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านในสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคโควิด-๑๙ โดยมีแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับผู้สูงอายุ แนวคิดเกี่ยวกับการสนับสนุนทางสังคม และหลักธรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คือ หลักภาวนา ๔ โดยข้อมูลปฐมภูมิ ศึกษา ข้อมูลจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๓๙ รวมถึงต ารา และเอกสารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับหลักภาวนา ๔ ส่วนข้อมูลทุติยภูมิ ได้ศึกษา ข้อมูลจากเอกสาร ได้แก่ ต ารา เอกสารทางวิชาการ วารสาร บทความ ทั้งที่เป็นทฤษฎี แนวคิด รายงานการวิจัย และวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง และวิธีการสัมภาษณ์เจาะลึก (In-Depth Interview) จาก ๔ กลุ่ม คือ ๑) กลุ่มผู้บริหารและดูแลผู้สูงอายุ ๒ คน ๒) กลุ่มผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ๑๐ คน ๓) กลุ่มนักวิชาการ ๒ คน ๔) กลุ่มพระสงฆ์ ๒ รูป รวม ๑๖ รูป/คน ซึ่งสามารถสรุปผลการศึกษาของ งานวิจัยได้ดังนี้ ๔.๑ ผลการศึกษาการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านในสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ๔.๒ ผลการศึกษาการประยุกต์ใช้หลักธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัด น่าน ๔.๓ สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย ๔.๑ ผลการศึกษาการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านในสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคโควิด-๑๙ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ที่มีการแพร่ระบาด ในวงกว้าง ผู้สูงอายุถือเป็นประชากรกลุ่มเสี่ยงที่ส าคัญซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ เนื่องด้วยสังคมไทยปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) แล้ว ในปี ๒๕๖๔ กลุ่มผู้สูงอายุคือหนึ่งในกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูงของการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) ที่มีข้อมูลเชิงประจักษ์แสดงให้เห็นว่าผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะมีอาการข้างเคียง มากเมื่อติดเชื้อไวรัสเมื่อเทียบกับกลุ่มประชากรอื่น ซึ่งอาจจะน าไปสู่อาการปุวยที่มากขึ้นและเป็น อันตรายถึงชีวิต สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ที่ผ่านมาของอ าเภอเมืองน่านนั้น มีการแพร่ ระบาดในหลายพื้นที่ และได้มีการประกาศของจังหวัดออกมาตรการเชิงรุกเพื่อปูองกันและเฝูาระวัง
๕๙ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ โดยจังหวัดน่านได้ออกประกาศ ซึ่งมีสาระส าคัญประกอบด้วย การ ออกนอกเคหสถานทุกแห่งจะต้องสวมหน้ากาก ๑๐๐% ร้านอาหารให้บริการจ าหน่ายสุราได้ถึงเวลา ๒๒:๐๐ น. จะมีการตรวจและกักตัวส าหรับจังหวัดที่มีความเสี่ยง การจัดกิจกรรมมากกว่าพันคน จะต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อ ส่วนกรณีที่จัดกิจกรรมที่มีผู้รวมกลุ่มมากกว่า ๓๐๐ คนจะต้องแจ้งขออนุญาตนายอ าเภอ ประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้รักษามาตรการอย่างโดยจะ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจังหวัดน่านจ านวนมาก จึงขอให้ประชาชนเฝูาระวัง และรับผิดชอบต่อ ตนเองและสังคม การเดินทางเข้าจังหวัดน่านจะต้องกรอกข้อมูลผ่าน Application "น่านปลอดภัย และรักษามาตรการ New Normal โดยเคร่งครัด ในส่วนของโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาวนั้น ก็ได้ให้ความส าคัญต่อมาตรการปูองกันการ แพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ด้วยเช่นกัน โดยได้ด าเนินการในมาตรการ คือ ด้านสิ่งแวดล้อม จะต้อง ท าความสะอาดและรักษาระยะห่าง ระบายอากาศ ด้านนักเรียนจะต้องฉีดวัคซีน จะต้องสวมหน้ากาก อนามัย มีจุดล้างมือ วัดอุณหภูมิ เป็นต้น และเชิญชวนให้ผู้สูงอายุ เข้ารับบริการฉีดวัคซีนอย่าง ต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ในส่วนของการเรียนการสอนนั้น ก็ได้มี กิจกรรมตามหลักสูตรอบรมให้ความรู้ Onsite และ Online ทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน วันละ ๓ ชั่วโมง (เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.) เดือนละ ๑ ครั้ง รวมทั้งหมด ๕ ครั้ง โดยเรียนเชิญวิทยากร ในแต่ละรายวิชาที่เกี่ยวข้องมาให้ความรู้ ปฏิบัติตามมาตรการปูองกันและควบคุมโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid-19) ของกระทรวงสาธารณสุข ในการปูองกันโรคติดเชื้อโควิด-๒๐๑๙ อย่างเคร่งครัด ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) มากกว่าช่วงวัยอื่น ๆ เนื่องด้วยผู้สูงอายุมีร่างกายที่ภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย สภาพ ร่างกายที่ไม่แข็งแรง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจ าตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคปอดเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคมะเร็ง เป็นต้น ท าให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคง่าย และอาจมี อาการอย่างรุนแรงมากกว่ากลุ่มวัยอื่น และมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนทั่วไป เมื่อได้รับเชื้อไวรัสโคโร นา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) ผู้วิจัยจึงได้น าเสนอผลการศึกษาการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัด น่านในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ดังนี้ ๔.๑.๑ การส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ ด้านสุขภาวะทางกาย การสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในจังหวัดน่านมีหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ องค์กร เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนได้ด าเนินการทั้งกิจกรรมเชิงรุกและกิจกรรมเชิงรับ แต่ อย่างไรก็ตามควรเน้นการสร้างค่านิยมในสังคม (value based society) ในการพัฒนาขีด ความสามารถของผู้สูงอายุเองด้วย ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างค่านิยมในสังคม สนับสนุนให้ ผู้สูงอายุมี สมรรถนะในการควบคุม และปรับปรุงสุขภาพของตนเองสู่การบรรลุซึ่งสุขภาวะทางร่างกาย ดังต่อไปนี้ การส่งเสริมสุขภาวะด้านกาย ของโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว อ าเภอเมืองจังหวัดน่าน พบว่า ๑) โรงเรียนเสี้ยวดอกขาว ได้มีส่งเสริมการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้สูงอายุ เกี่ยวกับสภาพ
๖๐ สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัวผู้สูงอายุ ซึ่งต้องมีส่วนร่วมการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้าน และสิ่งที่อยู่อาศัยรอบ ๆ บ้าน จะท าให้ผู้อาศัยรวมถึงผู้สูงอายุมีความอบอุ่น มีสุขภาพดี และปลอดภัย จากอุบัติเหตุต่าง ๆ อีกด้วย ๒) การส่งเสริมสุขภาวะด้านการออกก าลังกาย เป็นกระบวนการที่ท าให้ ผู้สูงอายุเกิดการขยับ เคลื่อนไหวเพื่อให้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายพร้อมที่จะท าอย่างได้อย่างมี ประสิทธิภาพ๑ โดยกิจกรรมที่โรงเรียนได้ด าเนินการนั้นมีความเหมาะสมกับวัยผู้สูงอายุ ซึ่งจะส่งผล โดยตรงต่อสุขภาพร่างกาย เช่น การเดิน หรือแกว่งแขนออกก าลังกายอย่างสม่ าเสมอ อย่างน้อยวันละ ประมาณ ๓๐ นาที หรือเท่าที่ท าได้ตามสภาพของผู้สูงอายุ๒ ๓) กิจกรรมการฝึกฝนการใช้ร่างกายใน การท ากิจกรรมระหว่างวัน หรือกิจกรรมเสริมอาชีพต่าง ๆ ช่วยสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแรง ให้กับร่างกายของผู้สูงอายุอีกทั้งยังเป็นการสร้างการเรียนรู้เพื่อให้เกิดงานเกิดอาชีพ เช่น ท ากระเป๋าใส่ โทรศัพท์ ท าที่รองครก ท าเข็มกลัด เพื่อฝึกสมาธิ ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีกิจกรรม ท าไม่ว่าง ท าให้ผ่อนคลาย และสามารถท าเพื่อจ าหน่ายเกิดรายได้ให้แก่ตนเองได้๓ ๔) การจัดการสุข ภาวะโดยชุมชน ได้แก่ การตรวจเยี่ยมผู้สูงอายุ การส่งเสริมในเรื่องของการตรวจสุขภาพของผู้สูงอายุ อย่างสม่ าเสมอ ภาพที่ ๔.๑ การท ากิจกรรมของโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่าน ๑ สัมภาษณ์ นายประสิทธิ์ชัย ก านนท์, กลุ่มผู้สูงอายุ (ข้าราชการครูบ านาญ), ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๒ กรมกิจการผู้สูงอายุ, แนวทางการดูแลผู้สูงอายุในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙. (กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ๒๕๖๓). ๓ สัมภาษณ์ นางสมพร รอดจินดา, โรงเรียนนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานพยาบาล, ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๖๑ ภาพที่ ๔.๒ การท ากิจกรรมเย็บกระเป๋าของโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่าน ภาพที่ ๔.๓ การท ากิจกรรมเย็บประเป๋าของโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่าน
๖๒ ๔.๑.๒ การส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ ด้านสุขภาวะทางจิตใจ “ผู้สูงวัยหรือผู้สูงอายุ” เป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงเหมือนวัยหนุ่มสาวและมี โรคประจ าตัว จึงจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ นอกจากการดูแลทางด้านร่างกาย แล้ว ทางด้านจิตใจก็ส าคัญ ซึ่งในสถานการณ์นี้ผู้สูงอายุอาจจะเกิดความวิตกกังวล เกิดความกลัว หรือ เกิดความเครียดได้ง่าย ไม่ว่าจะจากการต้องดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด หรือการต้องรักษาระยะห่าง จากครอบครัว คนสนิท คนใกล้ตัว ตามนโยบายของรัฐบาล ดังนั้น ผู้วิจัยจึงได้ศึกษาการส่งเสริมสุข ภาวะของผู้สูงอายุด้านการพัฒนาทางจิตใจ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ พบว่า การส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียนเสี้ยวดอกขาว พบว่า มีการจัดกิจกรรม นันทนาการให้แก่ผู้สูงอายุในระหว่างเรียน ด้วยการเรียนรู้เรื่องความเสียสละ การเป็นผู้มีจิตอาสาหรือ การสร้างกุศลในทุก ๆ ด้าน การเข้าร่วมกิจกรรมตามความพร้อมและความเหมาะสมของผู้สูงอายุแต่ ละคน เช่น การไหว้พระ การสวดมนต์ ท าวัตรเช้า-เย็น การท าบุญตามวัดต่าง ๆ การปล่อยปลา การ เข้าวัดปฏิบัติธรรมในวันพระ และฟังเทศน์ในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนาอย่างสม่ าเสมอ การท า ความสะอาดและพัฒนาวัดวาอาราม เป็นต้น อีกทั้งการปฏิบัติธรรม เพื่อช าระจิตใจให้ผ่อนคลาย สิ่งที่ ผู้สูงอายุท าได้ง่าย ๆ ที่สุดด้วยตนเอง คือ การนั่งในท่าสบายฝึกหายใจ การท าจิตใจให้สงบ ปล่อยวาง เพื่อคลายอารมณ์ และความเครียด ฝึกให้หยุดคิดโดยท่องค าพุทโธ ดูลมหายใจ๔ การท าบุญ ตักบาตร ท าทานในศาสนาพุทธก็เป็นสิ่งที่ดีและคู่กับผู้สูงอายุในสังคมไทยมาอย่างช้านาน๕ หาหนังสือธรรมะ อ่าน หรือเปิดเทปธรรมะฟัง นั่งสมาธิ คุยกับเพื่อนที่ปฏิบัติธรรมด้วยกัน เป็นต้น๖ ๔ สัมภาษณ์ พันธิสา กงพาน, โรงเรียนเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่าน, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๕ สัมภาษณ์ นางสมพร รอดจินดา, โรงเรียนนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานพยาบาล, ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๖ สัมภาษณ์ นางสาวสุนันท์ ธีระไพรพฤกษ์, โรงเรียนเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่าน, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๖๓ ภาพที่ ๔.๔ การท ากิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจของโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว ภาพที่ ๔.๕ การท ากิจกรรมสวดมนต์ของโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว ๔.๑.๓ การส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ ด้านสุขภาวะทางสังคม การส่งเสริมสุขภาวะทางสังคมในระหว่างมีการระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-๑๙) พบว่า การส่งเสริมสุขภาวะทางสังคมของโรงเรียนเสี้ยวดอกขาว ให้ความส าคัญกับนักเรียนผู้สูงอายุ โดยจะมีการจัดงานเพื่อส่งเสริมความมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุขึ้น เช่น กิจกรรมรดน้ าด าหัวขอพร ผู้สูงอายุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นการรักษาประเพณีที่มีมาตั้งแต่โบราณ มีห้องเรียนในการ
๖๔ พบปะกันของผู้สูงอายุ มีการรวมตัวกันเพื่ออ านวยความสะดวกในการเดินเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของ ผู้สูงอายุ การเข้าร่วมกิจกรรมของผู้สูงอายุในกิจกรรมสาธารณะต่าง ๆ รวมถึงการปรับเปลี่ยนการด าเนินกิจกรรมในชีวิตทุก ๆ อย่างเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ ปัจจุบัน ให้ความร่วมมือกับภาครัฐและโรงพยาบาลในการฉีด Vaccine เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และลด ความรุนแรงของชื้อโรคลงได้๗ อีกทั้งผู้สูงอายุต้องปรับตัวด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล จากที่ เคยพบปะพูดคุย สังสรรค์กัน ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใช้การสื่อสารทาง social ทดแทนการ พบปะพูดคุยตามปกติ๘ การปรับวิถีชีวิตของผู้สูงอายุ คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ผู้สูงอายุควรเก็บตัวอยู่บ้านให้มากที่สุด จากที่เราเคยออกจากบ้านเราต้องหันมาท า ทุกอย่างที่บ้าน หากมีความจ าเป็นต้องออกจากบ้านเพื่อกระท ากิจกรรมต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งไปพบ แพทย์ เราต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเพื่อปูองกันเชื้อโรค ชีวิตต้องเว้นระยะห่างส าหรับ บุคคล ล้างมือบ่อย ๆ โดยใช้น้ าและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ โดยการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ ด้านการพัฒนาทางสังคม ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ ภาพที่ ๔.๖ การท ากิจกรรมด้านสุขภาวะทางสังคมของโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว ๗ สัมภาษณ์ นางสาวเรืองศรี วาศาระ, ข้าราชการบ านาญ พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลน่าน, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๘ สัมภาษณ์ นางสมพร รอดจินดา, โรงเรียนนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานพยาบาล, ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๖๕ ภาพที่ ๔.๗ การท ากิจกรรมถวายทานสลากภัตรของโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว ๔.๑.๔ การส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ ด้านสุขภาวะทางปัญญา การส่งเสริมสุขภาวะทางปัญญาในระหว่างมีการระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-๑๙) พบว่า โรงเรียนเสี้ยวดอกขาว มีกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลและปูองกันตนเอง เพื่อปูองกัน ภาวะวิตกกังวล จากการรับข่าวสารมากเกินไป ค่อยปรึกษาพูดคุยกับผู้รู้หรือคนในครอบครัว ญาติ ๆ และเพื่อน เพื่อระบายความไม่สบายใจ ความกังวลและความกลัวเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ มีกิจกรรม รับฟัง พูดคุย และให้ก าลังใจให้ผู้สูงอายุ เมื่อผู้สูงอายุแสดงความวิตกกังวล โดยการรับฟังสิ่งที่ผู้สูงอายุ พูดหรือบ่น แสดงความเข้าใจในสิ่งที่ผู้สูงอายุกังวล และที่ส าคัญควรพูดให้ก าลังใจ และชื่นชมเมื่อ สามารถปฏิบัติตัวได้ตามแนะน า๙ นอกจากนี้ มีกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม การฟังเทศน์ เพื่อเป็นการน า หลักธรรมมาใช้ในการด าเนินชีวิตด้วยเช่นกัน เพราะหลักธรรมจะช่วยสร้างให้ผู้สูงอายุมีจิตใจที่เบิก บาน เหมาะสมแก่วัย รู้จักใช้หลักธรรมมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ท าผิดศีลธรรม เพื่อมีคุณภาพ ชีวิตที่ดี มีประสิทธิภาพและบรรลุเปูาหมายในการด ารงชีวิตในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโค วิด ๑๙ (COVID-๑๙) ได้อย่างมีความสุข ๑๐ ๙ สัมภาษณ์ นางสาวจุลินดา พรมเสน, โรงเรียนเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่าน, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๑๐ สัมภาษณ์ รดา เพ็ชรขัน, ผู้อ านวยการโรงเรียนนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานพยาบาล, ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๖๖ ภาพที่ ๔.๘ การท ากิจกรรมส่งเสริมปัญญาของโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยวดอกขาว สรุปได้ว่า การส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคโควิด-๑๙ คือ การปูองกันตนเองให้ดีที่สุด ได้แก่ ๑) การส่งเสริมสุขภาวะด้านกาย กิจกรรมการ ฝึกฝนการใช้ร่างกายในการท ากิจกรรมระหว่างวัน หรือกิจกรรมเสริมอาชีพต่าง ๆ เช่น ส่งเสริมการใช้ เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ท าให้ผ่อนคลาย เป็นต้น ๒) การส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจ มีการจัด กิจกรรมนันทนาการให้แก่ผู้สูงอายุในระหว่างเรียน ด้วยการเรียนรู้เรื่องความเสียสละ การเป็นผู้มีจิต อาสาหรือการสร้างกุศลในทุก ๆ ด้าน การเข้าร่วมกิจกรรมตามความพร้อมและความเหมาะสมของ ผู้สูงอายุแต่ละคน เช่น การไหว้พระ การสวดมนต์ ท าวัตรเช้า-เย็น เป็นต้น ๓) การส่งเสริมสุขภาวะ ทางสังคม สร้างความส าคัญกับนักเรียนผู้สูงอายุ โดยจะมีการจัดงานเพื่อส่งเสริมความมีส่วนร่วมของ ผู้สูงอายุขึ้น เช่น กิจกรรมรดน้ าด าหัวขอพรผู้สูงอายุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงการปรับเปลี่ยน การด าเนินกิจกรรมในชีวิตทุก ๆ อย่างเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และโรงพยาบาลในการฉีด Vaccine เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เป็นต้น ๔) การส่งเสริมสุขภาวะทาง ปัญญา มีกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลและปูองกันตนเอง กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม การฟังเทศน์ เพื่อเป็นการน าหลักธรรมมาใช้ในการด าเนินชีวิตด้วยเช่นกัน
๖๗ ๔.๒ ผลการศึกษาการประยุกต์ใช้หลักธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ จังหวัดน่าน ในทรรศนะของพุทธศาสนา “ผู้สูงอายุ” มีความหมายเช่นเดียวกับ“ชรา”และ“รัตตัญญู” พระพุทธศาสนาได้ยกย่องผู้สูงอายุว่าเป็นรัตตัญญู คือ ผู้ที่รู้ราตรีนาน หมายความว่าเป็นผู้มีความรอบ รู้ผ่านเหตุการณ์มามาก เปรียบผู้สูงอายุเสมือนคลังปัญญา เป็นบุคคลที่มีคุณค่าเป็นอย่างมาก พระพุทธศาสนามองว่าความแก่เป็นความทุกข์และมนุษย์สามารถพ้นทุกข์จากความแก่ได้โดยด าเนิน ชีวิตตามหลักวิถีพุทธ๑๑ ตามหลักค าสอนของพุทธศาสนา “ชรา” เป็นปรากฏการณ์หนึ่งของชีวิต ทุก ชีวิตที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาโดยตลอด ตั้งแต่เป็นทารกจนกระทั่งตาย และเป็นกฎธรรมชาติ หรือหลัก ความจริงที่มีอยู่โดยปกติ ที่เป็นไปตามหลักไตรลักษณ์ และปฏิจจสมุปบาท นั่นคือ กระบวนการ หมุนเวียนเกิดดับแห่งชีวิต และความทุกข์ของบุคคล การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น๑๒ หลักธรรมในทางพระพุทธศาสนาเป็นหลักพุทธธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ เพื่อให้ มนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลายหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด เพื่อเข้าสู่นิพพาน หลักพุทธธรรมเป็น หลักธรรมที่ให้บุคคลที่ได้ศึกษาน าไปปฏิบัติเพื่อใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในทางที่ถูกต้อง ด าเนินชีวิตไป ในทางที่ไม่ประมาท หลักธรรมในพระพุทธศาสนามีลักษณะเดียวกับหลักการในทางวิทยาศาสตร์ อัน ประกอบด้วย บททฤษฎี การปฏิบัติ การทดลอง และผลการทดลอง ซึ่งจะน าไปใช้ประโยชน์ต่อไป ดังนั้น หลักธรรมในทางพระพุทธศาสนาจึงมี ๓ ขั้นตอน คือ ปริยัติ ปฏิบัติ และปฎิเวธเช่นกัน ผู้วิจัยจึงได้น าเสนอหลักพุทธธรรม คือ หลักภาวนา ๔ อันได้แก่ กายภาวนา ศีลภาวนา จิตภาวนา และปัญญาภาวนา เพื่อเป็นแนวทางการประยุกต์ใช้หลักภาวนา ๔ ตามแนววิถีพุทธในใน การส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ นั้น ถือ เป็นแนวทางในการพัฒนาตามหลักภาวนา ๔ ในพระพุทธศาสนาที่จะสามารถน ามาประยุกต์ใช้เพื่อ การส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ได้อย่างครบถ้วนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านความต้องการทางร่างกาย โดยใช้หลักกายภาวนา ด้านพฤติกรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม หลักสีลภาวนา ด้านจิตใจ หลักจิตภาวนา และด้านการ พัฒนาปัญญา โดยใช้หลักปัญญาภาวนา เป็นต้น ในส่งเสริมให้สังคมเกิดการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จึงเป็นหลักธรรมที่จะสามารถน ามาประยุกต์ปรับใช้กับผู้สูงอายุในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด ๑๙ ท าให้เกิดความเท่าเทียมกันได้ หลักภาวนา ๔ จะช่วยให้ผ่อนหนักเป็นเบา และเกิดเป็น ภูมิคุ้มกันแก่ผู้สูงอายุเอง และกลายเป็นยาบ ารุงก าลังให้กับจิตใจ เพื่อให้ผู้สูงอายุในจังหวัดน่าน สามารถด ารงชีวิตอยู่ในสังคมวิถีใหม่ (New normal) ได้อย่างมีความสุข ดังนี้ ๑๑ สุกัญญา วชิรเพชรปราณี .บทบาทผู้สูงอายุที่อยู่กับครอบครัวอย่างมีสุขในชุมชนกึ่งเมือง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี, (นครราชสีมา. ๒๕๕๓); ๑๖ : ๕๐–๙. ๑๒ พระพิบูลสิน ญาณวฑฺฒโน (เฉลิมรัตน์), การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการดูแลสุขภาพของ ผู้สูงอายุในเขตต าบลในเมือง อ าเภอเมือง จังหวัดนครพนม. ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา พระพุทธศาสนา, (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑), หน้า ๘.
๖๘ ๔.๒.๑ การประยุกต์ใช้หลักกายภาวนา ในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัด น่านในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ การประยุกต์ใช้หลักกายภาวนา ในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านใน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ พบว่า ผู้สูงอายุในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด ๑๙ นั้นคือการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง มีสุขภาพดี ปราศจากโรคภัย เริ่มต้นจากกิจกรรม การพัฒนากาย คือ ผู้สูงอายุ ต้องปฏิบัติให้ตนเองมีร่างกายที่แข็งแรง มีสุขภาพที่ดี เป็นกระบวนการ เสริมสร้างปูองกัน และการดูแลตนเองของผู้สูงอายุเพื่อปูองกันโรคโควิด คือ การออกก าลังกายเพื่อ สร้างภูมิคุ้มกันโรค การเตรียมความพร้อม โดยการรู้จักการใช้ชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสม ให้รู้จัก กิน อยู่ ดู ฟัง อย่างรู้คุณ รู้โทษ เสพสิ่งเหล่านี้อย่างไม่เกินความจ าเป็นคือเป็นการฝึกให้รู้ถึงความพอดีที่ ร่างกายต้องการ และไม่ก่อให้เกิดโทษแก่ร่างกายตนเองดังนั้น การมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสุขภาพ ร่างกายของผู้สูงอายุที่ดี ในทางพระพุทธศาสนาจะช่วยส่งเสริมให้ผู้นั้นมีอายุที่ยืนยาว ปราศจาก โรคภัยต่าง ๆ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน การปฏิบัติที่เกื้อหนุนอายุ ประกอบไปด้วยอาหาร หมายถึง การรู้จักประมาณในการบริโภคเป็นสิ่งส าคัญ และรู้จักกับการเปลี่ยนแปลง การพลัดพราก ครองตนอยู่กับโลกธรรม ๘ ประการ ได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งการเจริญสติ คือ การก าหนดอิริยาบถให้ ทันปัจจุบันและรับรู้ความรู้สึกตามทวารต่างๆ อย่างสม่ าเสมอตลอดเวลาให้มากที่สุด ความรู้สึกของคน มีทางรู้อยู่ ๖ ทาง คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ให้ก าหนดรู้ไปตามจริงที่ใจรู้พร้อมกับกิริยาเคลื่อนไหว อื่น ๆ ท าอะไรก็ให้มีสติ ก าหนดให้รู้ให้ทันปัจจุบันให้มากที่สุด อิริยาบถใหญ่ คือ การฝึกปฏิบัติกายโดย ใช้แนวทางตามหลักสติปัฏฐานนสติในการใช้ชีวิตประจ าวัน ฝึกการปฏิบัติ ยืน เดิน นั่ง นอน อย่างมี สติ๑๓ กิจกรรมการฝึกอบรมต่าง ๆ โดยโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ได้มีกิจกรรมปฏิบัติที่ดีต่อ การด ารงชีวิตประจ าวันที่ต้องปรับตัวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ อีกทั้งต้องใส่ใจ กับสภาพแวดล้อมที่มีผลในทางที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุเองด้วยการด ารงชีวิตอยู่ใน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดอย่างมีคุณภาพ มีความสุข และมีคุณค่า ๑๔ เช่น การ รวมกลุ่มเล็ก ๆ ท ากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์๑๕ ซึ่งการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน โดยการรวมกลุ่มจัดกิจกรรมด้านการ ส่งเสริมและดุแลสุขภาพ ด้วยตนเองอย่างถูกวิธี ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ประกอบกับยังสามารถดูแล ผู้สูงอายุ คนอื่นๆ รอบข้างได้อีกด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ๑๓ สัมภาษณ์ พระครูสังฆรักษ์พิทยา ญาณธโร, อาจารย์ประจ าหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๑๔ สัมภาษณ์ พระครูสมุห์อุทัย อุทยเมธี, อาจารย์ประจ าหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๑๕ สัมภาษณ์ นางเครือวัลย์ พรหมอารีย์, โรงเรียนเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่าน, ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๖๙ เนื่องจากโรงเรียนผู้สูงอายุเป็นตัวผลักดันให้ผู้สูงอายุมาพบปะกันตามที่ชมรมนัดหมาย และด าเนิน กิจกรรมได้พบปะสังสรรค์ ท าให้มีโอกาสได้รับความรู้เกี่ยวกับสุขภาพและการปฏิบัติตัวเพื่อส่งเสริม สุขภาพ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ได้ประโยชน์ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยโรงเรียนผู้สูงอายุเสี้ยว ดอกขาว เทศบาลเมืองน่าน ได้จัดท ากิจกรรมให้กับนักเรียนสูงอายุ เช่น ท ากระเป๋าใส่โทรศัพท์ ท าที่ รองครก ท าเข็มกลัด เพื่อฝึกสมาธิ ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีกิจกรรมท าไม่ว่าง ท าให้ ผ่อนคลาย และสามารถท าเพื่อจ าหน่ายเกิดรายได้ให้แก่ตนเองได้ สิ่งเหล่านี้เป็นการสนับสนุนทางด้าน จิตใจ ท าให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตดี และเกิดความพึงพอใจในชีวิต ด ารงชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพ และ เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ๔.๒.๒ การประยุกต์ใช้หลักศีลภาวนา ในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ การประยุกต์ใช้หลักศีลภาวนา ในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านใน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มาร่วมกันปฏิบัติธรรมที่วัดทุก วันพระ และวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา ฟังธรรม ท าจิตอาสา หรือการบริจาคทรัพย์ รู้จักเสียสละ ปล่อยวาง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ท าให้เกิดความเบิกบานอยากช่วยเหลือส่วนรวม เป็นต้น อีกทั้งการใช้เวลา ว่างในการเรียนรู้หรือศึกษาธรรม เพื่อให้ผู้สูงอายุมีจิตใจที่สงบแจ่มใสสามารถด ารงชีวิตในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ได้อย่างปลอดภัย มีสติ และตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม และมีสติต่อสิ่งที่ เกิดขึ้นรอบตัวของเราเองได้ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นภัยแก่ตนเองและสังคมพร้อมทั้งเป็นผู้มีจิตใจที่ดีอยู่ใน ศีลธรรมอันดีอยู่เสมอ การประยุกต์ใช้หลักศีลภาวนา ถือเป็นการพัฒนาเรื่องของความสัมพันธ์ด้านบุคคลและ สังคมด้วย คือการด ารงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม โดยการพัฒนาศีล ๕ หรือศีล ๘ ก็คือ ไม่เบียดเบียน หรือสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นเป็นเบื้องต้น และประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ต่อผู้อื่น การมีระเบียบ วินัย การอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยดีและการประกอบอาชีพ สุจริตด้วยความ ขยันหมั่นเพียร อยู่ร่วมในสังคมด้วยดีมีระเบียบวินัย อยู่ในกฎเกณฑ์กติกาของสังคม๑๖ มีชีวิตที่เกื้อกูล เป็นประโยชน์และมีอาชีพที่ถูกต้องโดยประกอบสัมมาชีพ การยึดหลักศีลภาวนา ถือเป็นพัฒนาการ ทางสังคม ซึ่งหลักสีลภาวนานั้น ผู้สูงอายุสามารถน ามาปรับใช้กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตใ น สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ ได้เป็นอย่างดี โดยการใช้ชีวิตให้อยู่ในแนวทางการ ประพฤติปฏิบัติตนที่ตั้งอยู่ในระเบียบวินัยของศีล โดยสามารถอยู่ร่วมกันกับคนหรือโรคภัยไข้เจ็บ มี โรคโควิด ๑๙ เป็นต้น ได้เป็นอย่างดี ซึ่งถ้าเราตั่งมั่นอยู่ในศีล โดยไม่ไปเบียดเบียนหรือก่อความ เดือดร้อนเสียหายแก่ผู้อื่น และสังคมให้เกิดความเสียหาย เช่น การอยู่ร่วมกับผู้อื่นสามารถที่จะปฏิบัติ ตนโดยการยึดมั่นในกฎระเบียบของสังคม และปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐอย่างเคร่งคัด เช่น D : อยู่เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย ๑ เมตร หลีกเลี่ยงพื้นที่ปิด, M : สวมใส่ Mask ตลอดเวลาเมื่ออก ๑๖ สัมภาษณ์ นางพันธิสา กงพาน, โรงเรียนเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่าน, ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๗๐ นอกบ้าน, H: ล้างมือบ่อย ๆ โดยใช้น้ าและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์, T: ตรวจวัดอุณภูมิและตรวจหา เชื้อ covic-๑๙ เมื่อเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง, T: สแกนไทยชัยชนะก่อนเข้า-ออก สถานที่สาธารณะ, ฉีด vaccine เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน เป็นต้น๑๗ หรือการไม่เข้าร่วมกิจกรรมในสังคมเพื่อลดการเสี่ยงต่อการติด เชื้อโรคโควิด-๑๙ ๑๘ หากผู้สูงอายุสามารถประพฤติปฏิบัติตนให้ตั้งอยู่ในระเบียบวินัยของศีลได้ สังคม ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ ก็จะไม่เกิดการทะเลาะเบาะแวง โทษกันไปมา และ ไม่สร้างปัญหาให้แก่ตนเองในภายหลังหากด าเนินชีวิตอยู่ในสังคม ๔.๒.๓ การประยุกต์ใช้หลักจิตภาวนา ในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ การประยุกต์ใช้จิตภาวนา ในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-๑๙) เป็นการส่งเสริมจิตใจของผู้สูงอายุให้เจริญงอกงาม เป็นการฝึกอบรมจิตใจให้พร้อมสมบูรณ์ด้วย คุณธรรมต่าง ๆ คือ การประยุกต์ใช้จิตภาวนาด้วยจาคะ คือ ความเสียสละ การเป็นผู้มีจิตอาสาหรือการสร้างกุศลในทุก ๆ ด้าน เข้าร่วมกิจกรรมตามความ พร้อมและความเหมาะสมของผู้สูงอายุแต่ละคน เช่น การไหว้พระ การสวดมนต์ ท าวัตรเช้า-เย็น การ ท าบุญตามวัดต่าง ๆ การปล่อยปลา การเข้าวัดปฏิบัติธรรมในวันพระ และฟังเทศน์ในวันส าคัญทาง พระพุทธศาสนาอย่างสม่ าเสมอ การท าความสะอาดและพัฒนาวัดวาอาราม เป็นต้น๑๙ อีกทั้งเน้นการ สร้างกุศลแบบต่อเนื่องตลอดทั้งปีในการเรียน รวมถึงการมีความสุขและความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วม สร้างวัดหรือสถานปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ผู้สูงอายุควรฝึกสมาธิ การแผ่เมตตา หรือที่มุ่งเน้นการ ปฏิบัติธรรมตามส านักปฏิบัติธรรมต่าง ๆ๒๐ เพราะผู้สูงอายุควรได้รับการแลกเปลี่ยนส่งเสริมสุขภาพ ร่างกายและจิตใจที่เหมาะสม รวมทั้งในการจ าเป็นจะต้องรู้จักการน าหลักธรรมมาใช้ในการด าเนินชีวิต ด้วยเช่นกัน เพราะหลักธรรมจะช่วยสร้างให้ผู้สูงอายุมีจิตใจที่เบิกบาน เหมาะสมแก่วัย รู้จักใช้ หลักธรรมมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ท าผิดศีลธรรม เพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีประสิทธิภาพและ บรรลุเปูาหมายในการด ารงชีวิตในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ (COVID-๑๙) ได้ อย่างมีความสุข การประยุกต์ใช้หลักจิตภาวนา อีกประการที่ส าคัญ ได้แก่ การปฏิบัติวิปัสสนา เมื่อมี โอกาส ยิ่งถ้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด เราสามารถปฏิบัติธรรมอยู่ที่บ้านได้ รวมถึง ๑๗ สัมภาษณ์ นางพรพรรณ ธนสุวรรณ, โรงเรียนเสี้ยวดอกขาว เทศบาลเมืองน่าน, ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๑๘ สัมภาษณ์ พระครูสังฆรักษ์พิทยา ญาณธโร, อาจารย์ประจ าหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๑๙ สัมภาษณ์ พระครูสังฆรักษ์พิทยา ญาณธโร, อาจารย์ประจ าหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๒๐ สัมภาษณ์ นางปัญญารัตน์ มัคคพันธ์, กลุ่มผู้สูงอายุ (อสม.บ้านมณเฑียร), ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๗๑ การฟังธรรมจากช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ที่สามารถรับชมหรือรับฟังได้๒๑ จะท าให้รู้และเข้าใจในเรื่อง ของชีวิตในอดีตที่ผ่านมา ไตร่ตรองสถานการณ์ในปัจจุบันและสามารถน าหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนามาปรับใช้ในชีวิตได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งการปฏิบัติธรรมและการฝึกจิตในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ (COVID-๑๙) สามารถลดอาการซึมเศร้า คิดมากได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การประยุกต์ใช้จิตภาวนา เป็นการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ ท าให้มีจิตที่มีสุขภาพดีจิตใจที่ เป็นสุข สดชื่นร่าเริง เบิกบาน ผ่องใส มีปีติ ความชื่นใจ ผ่อนคลาย ไม่หม่นหมองหดหู่เหี่ยวแห้งหรือ โศกเศร้า อะไรต่าง ๆ ๔.๒.๔ การประยุกต์ใช้หลักปัญญาภาวนา ในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ จังหวัดน่านในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ การประยุกต์ใช้หลักปัญญาภาวนา ในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านใน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ พบว่า ผู้สูงอายุในยุคปัจจุบัน จะต้องมีการพัฒนา ปัญญาของตนเอง โดยตามแนวทางของพระพุทธศาสนานั้น พยายามที่จะให้ความส าคัญต่อปัญญา ๒ ระดับ คือ โลกิยปัญญา คือ ปัญญารอบรู้วิชาทางโลก ได้แก่ การเรียนรู้ข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับโรคโควิด-๑๙ เพราะผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแอ และมีภูมิ ต้านทานต่ า จึงจ าเป็นต้องใช้ปัญญาเพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส เช่น การ ดูแลสุขภาพ ท าความสะอาดร่างกาย ตรวจวัดไข้ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ การใส่หน้ากากอนามัย และการปฏิบัติตัวตามมาตรการที่ก าหนดอย่างเคร่งครัด เป็นต้น อีกทั้งให้ความส าคัญกับการฉีด วัคซีนโควิด เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ และจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ลดความ รุนแรงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ลงได้อีกด้วย และโลกุตตรปัญญา คือ ปัญญารอบรู้วิชาทางธรรมรู้ความจริงว่าทุกสิ่งเป็นไปตามหลักไตร ลักษณ์ถึงที่สุดแล้วทุกชีวิตก็ไม่มีอะไรที่ต้องไปยึดมั่นถือมั่น๒๒ เมื่อพบเจอกับสถานการณ์ต่าง ๆ ใน ชีวิตโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ (COVID-๑๙) ที่แพร่กระจายอยู่ใน ทุกหยอมหญ้าของสังคม ไม่ว่าจะพบเจอสิ่งใดสามารถที่จะประคับประคองสติซึ่งจะท าให้ผู้สูงอายุนั้น เกิดปัญญาที่จะไม่ตื่นตระหนกกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ มากเกินไป และ สามารถรู้เท่าทันในสัจธรรมความจริงของชีวิต (เกิด แก่ เจ็บ ตาย) อยู่เสมอ๒๓ ไม่ปฏิบัติตนอยู่ในความ ประมาทหรือความคึกคะนองตามสภาพแวดล้อมที่แปรผันไปเมื่อเผชิญต่อสถานการณ์ที่เลวร้าย ๒๑ สัมภาษณ์ นางภคภรณ์ ธีรทัพเทวัญ , กลุ่มผู้สูงอายุ (ข้าราชการครูบ านาญ), ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๒๒ สัมภาษณ์ พระครูสมุห์อุทัย อุทยเมธี, อาจารย์ประจ าหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๒๓ สัมภาษณ์ นางณัฐธยา หิมเวช, กลุ่มผู้สูงอายุ (ข้าราชการบ านาญ), ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๗๒ รับข้อมูลข่าวสาร ด้วยจิตพร้อมโดยสติสัมปชัญญะ คือ ความระลึกได้ และความรู้ตัว ด้วย ความรอบคอบไม่เผลอสติ และ ปฏิบัติตนเพื่อความสงบของจิตใจ โดยมีสมาธิ มีจิตเป็นปกติสุข ผู้สูงอายุ สามารถน าหลักปัญญาภาวนา น ามาปรับใช้ศึกษาเรียนรู้ให้รู้แจ้ง รู้จักต่อสิ่งทั้งหลายตาม สถานการณ์และความเป็นจริงในสังคมปัจจุบัน สามารถคิดหาเหตุผลต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้ง เป็นผู้ที่รู้วิธีแก้ไข ปัญหา และรู้จักด าเนินการต่าง ๆ ด้วยปัญญาที่ฉลาดและพิจารณาทุกอย่างด้วยเหตุ และผลซึ่งจะได้เป็นผู้ชื่อว่าผู้ใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ๑๙ ได้โดย แท้ เพราะได้รับการเรียนรู้ และพัฒนาปัญญามาแล้วอย่างชัดเจน สามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติของ ตัวเองตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่พบเจอได้อยู่เสมอ๒๔ การพัฒนาด้านปัญญา การท าปัญญาให้เจริญงอกงามหรือพัฒนาปัญญาในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยการจัดการกับความเครียดในสถานการณ์เช่นนี้ คือ“ปัญญาภาวนา” มองเพื่อนมนุษย์ด้วยความรู้ ความเข้าใจ ในระหว่างผู้ติดเชื้อ กับกลุ่มเสี่ยง บุคคลในหมู่บ้าน ในชุมชน ท าให้เกิดความเห็นสุขเห็น ทุกข์ของเขา “ปัญญา” เราก็เจริญงอกงาม เราพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตนี้เนื่องอยู่ในธรรมชาติแวดล้อม เนื่องด้วยตัวผู้อื่น สุขทุกข์ของเราและเพื่อน อาศัยซึ่งกันและกัน สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นก็ท าให้สิ่งอื่นเกิดขึ้น สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นในทางที่ดี ส่งผลกระทบดีต่อสิ่งอื่น ถ้าสิ่ง หนึ่งเกิดในทางไม่ดี เช่น ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ก็จะส่งผลไม่ดีต่อสิ่งอื่น เมื่อ เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่าง ๆ ก็จะมี“ปัญญา” มองกว้างออกไป สามารถปรับตัวการด าเนินชีวิต และพฤติกรรมให้ถูกต้องขึ้น จนกระทั่งรู้เข้าใจ โลกธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งหลายเป็น “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” ซึ่งเป็น “กฎธรรมชาติ” สิ่งทั้งหลายมันเป็นไปตามกฎของมันอย่างนั้น ดังสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ เพราะฉะนั้น ทุกข์ในธรรมชาติก็มีอยู่ตามกฎธรรมชาติของมัน ไม่ มาเป็นทุกข์ในใจเรา๒๕ สรุปได้ว่า การประยุกต์ใช้หลักภาวนา ๔ ในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ นั้น เพราะตามหลักภาวนา ๔ นั้น เป็นการแสดงให้ เห็นแต่ละขั้นตอนของกระบวนการพัฒนา ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคโควิด ๑๙ อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่สุด เนื่องจากสามารถเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า หลักภาวนา ๔ นั้น เป็นหลักค าสอนทางพระพุทธศาสนาที่ผู้สูงอายุควรค่าแก่การน ามาปฏิบัติในชีวิต เพื่อที่จะด ารงชีวิตของตนเองให้ปลอดภัยจากโรคภัยต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นหรือที่พบเจอในสังคม ปัจจุบัน ดังนั้น หากน าหลักภาวนา ๔ ไปปรับใช้ปฏิบัติจะท าให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีพร้อมทั้ง ๔ ด้าน คือ กาย ศีล จิต และปัญญา สามารถที่จะน าแนวทางไปใช้ในการด าเนินชีวิตในสถานการณ์การ แพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน สามารถที่จะปรับตนเองให้เป็นผู้มีความสุขได้ ๒๔ สัมภาษณ์ นางสาวเรืองศรี วาศาระ, พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลน่าน, ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕. ๒๕ สัมภาษณ์ พระครูสมุห์อุทัย อุทยเมธี, อาจารย์ประจ าหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕.
๗๓ อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ ในปัจจุบันโลก เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ปัญหาที่พบเจอในแต่ละวันล้วนไม่ซ้ ากัน ผู้สูงอายุต้องรู้จักปูองกันตนเอง เพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ตนได้พร้อมกับสถานการณ์ที่พบเจออย่างมีสติและเกิดปัญญาอีกด้วย ๔.๓ สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย ภาพที่ ๔.๙ สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย การประยุกต์ใช้หลักภาวนา ๔ ในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านใน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ นั้น พบว่า การส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุตามหลัก ภาวนา ๔ นั้นสามารถจับคู่กันได้ ดังนี้ ๑) การส่งเสริมสุขภาวะด้านกาย มีความสัมพันธ์เกื้อกูลกับกายภาวนา มีความเกื้อกูลกัน เพราะการมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุที่ดี ในทางพระพุทธศาสนาจะช่วย ส่งเสริมให้ผู้นั้นมีอายุที่ยืนยาว ปราศจากโรคภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะสถานการณ์ใดก็สามารถปรับตัวได้เป็น อย่างดี ๒) การส่งเสริมสุขภาวะด้านสังคม มีความสัมพันธ์เกื้อกูลกับศีลภาวนา การมี ความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นในสังคม โดยตั้งอยู่ศีล จะท าให้สามารถด ารงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วยดี โดย ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นและช่วยเหลือเกื้อกูลกันก็จะท าให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้นแม้ในสถานการณ์ โควิด-๑๙ แพร่ระบาด ๓) การส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจ มีความสัมพันธ์เกื้อกูลกับจิตภาวนา เพราะผู้สูงอายุต้อง ได้รับการพัฒนาจิตใจ ด้วยการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มาร่วมกิจกรรมตามความพร้อมและความ เหมาะสมของผู้สูงอายุแต่ละคน เช่น การไหว้พระ การสวดมนต์ ท าวัตรเช้า-เย็น การท าบุญตามวัด การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ ๑) กายภาวนา การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ๒) ศีลภาวนา การรักษาศีล การเป็นเพื่อนมนุษย์ที่ดี ๓) จิตภาวนา การส่งเสริมจิตใจให้เจริญงอกงาม ๔) ปัญญาภาวนา ศึกษาเรียนรู้ให้รู้แจ้ง สุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิตใจ สุขภาวะทางสังคม สุขภาวะทางปัญญา
๗๔ ต่าง ๆ การปล่อยปลา การเข้าวัดปฏิบัติธรรมในวันพระ และฟังเทศน์ในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา อย่างสม่ าเสมอ ๔) การส่งเสริมสุขภาวะทางปัญญา มีความสัมพันธ์เกื้อกูลกับปัญญาภาวนา เพราะใน สถานการณ์โควิด-๑๙ ผู้สูงอายุต้องเรียนรู้และรับข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับโควิดด้วยปัญญา เช่น การปฏิบัติตัว การฉีดวัคซีน ฯลฯ และรู้จักศึกษาเรียนรู้ต่อสิ่งทั้งหลายตามสถานการณ์และความ เป็นจริงในสังคมปัจจุบัน สามารถคิดหาเหตุผลต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งเป็นผู้ที่รู้วิธีแก้ไขปัญหา และรู้จักด าเนินการต่าง ๆ ด้วยเหตุและผลซึ่งจะได้เป็นผู้ชื่อว่าผู้ใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโควิด ๑๙ (COVID-๑๙) ได้โดยแท้
บทที่ ๕ สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจัยเรื่อง “การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ จังหวัดน่านในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙” เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยมีแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับผู้สูงอายุ แนวคิดเกี่ยวกับการสนับสนุนทางสังคม และหลักธรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ คือ หลักภาวนา ๔ โดยข้อมูลปฐมภูมิ ศึกษา ข้อมูลจากพระไตรปิฎก รวมถึงต าราและเอกสารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับหลัก ภาวนา ๔ ส่วนข้อมูลทุติยภูมิ ได้ศึกษาข้อมูลจากเอกสาร ได้แก่ ต ารา เอกสารทางวิชาการ วารสาร บทความ ทั้งที่เป็นทฤษฎี แนวคิด รายงานการวิจัย และวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง และวิธีการสัมภาษณ์ เจาะลึก (In-Depth Interview) จาก ๔ กลุ่ม คือ ๑) กลุ่มผู้บริหารและดูแลผู้สูงอายุ ๒ คน ๒) กลุ่ม ผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ๑๐ คน ๓) กลุ่มนักวิชาการ ๒ คน ๔) กลุ่มพระสงฆ์ ๒ รูป รวม ๑๖ รูป/คน ผู้วิจัยท าการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ได้มาซึ่งผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังนี้ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย ๕.๓ ข้อเสนอแนะ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๕.๑.๑ การส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านในสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคโควิด-๑๙ (COVID-๑๙) การส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด๑๙ (COVID-๑๙) พบว่า ๑) การส่งเสริมสุขภาวะด้านกาย กิจกรรมการฝึกฝนการใช้ร่างกายในการท า กิจกรรมระหว่างวัน หรือกิจกรรมเสริมอาชีพต่าง ๆ เช่น ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ท า ให้ผ่อนคลาย เป็นต้น ๒) การส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจ มีการจัดกิจกรรมนันทนาการให้แก่ผู้สูงอายุใน ระหว่างเรียน ด้วยการเรียนรู้เรื่องความเสียสละ การเป็นผู้มีจิตอาสาหรือการสร้างกุศลในทุก ๆ ด้าน การเข้าร่วมกิจกรรมตามความพร้อมและความเหมาะสมของผู้สูงอายุแต่ละคน เช่น การไหว้พระ การ สวดมนต์ ท าวัตรเช้า-เย็น เป็นต้น ๓) การส่งเสริมสุขภาวะทางสังคม สร้างความส าคัญกับนักเรียน ผู้สูงอายุ โดยจะมีการจัดงานเพื่อส่งเสริมความมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุขึ้น เช่น กิจกรรมรดน้ าด าหัวขอ พรผู้สูงอายุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนการด าเนินกิจกรรมในชีวิตทุก ๆ อย่าง เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ให้ความร่วมมือกับภาครัฐและโรงพยาบาลในการฉีด Vaccine เพื่อ
๗๖ สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เป็นต้น ๔) การส่งเสริมสุขภาวะทางปัญญา มีกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแล และปูองกันตนเอง กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม การฟังเทศน์ เพื่อเป็นการน าหลักธรรมมาใช้ใน การด าเนินชีวิตด้วยเช่นกัน ๕.๑.๒ การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน พบว่า การประยุกต์ใช้หลักภาวนา ๔ ในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ผู้สูงอายุน าหลักภาวนา ๔ ไปปรับใช้ปฏิบัติจะท าให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีพร้อมทั้ง ๔ ด้าน คือ กาย ศีล จิต และปัญญาได้ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน สามารถที่จะปรับตนเองให้เป็นผู้มีความสุขได้ ได้แก่ ๑) กายภาวนา การมี คุณภาพชีวิตที่ดี และสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุที่ดี ในทางพระพุทธศาสนาจะช่วยส่งเสริมให้ผู้นั้นมี อายุที่ยืนยาว ปราศจากโรคภัยต่าง ๆ ๒) ศีลภาวนา การประยุกต์ใช้หลักศีลภาวนา ถือเป็นการพัฒนา เรื่องของความสัมพันธ์ด้านบุคคลและสังคม คือการด ารงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม โดยการรักษาศีล ๕ หรือศีล ๘ เพื่อการไม่เบียดเบียน หรือสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เป็นต้น๓) จิตภาวนา การ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มาร่วมกิจกรรมตามความพร้อมและความเหมาะสมของผู้สูงอายุแต่ละคน เช่น การไหว้พระ การสวดมนต์ ท าวัตรเช้า-เย็น การท าบุญตามวัดต่าง ๆ การปล่อยปลา การเข้าวัดปฏิบัติ ธรรมในวันพระ และฟังเทศน์ในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนาอย่างสม่ าเสมอ เป็นต้น ๔) ปัญญา ภาวนา การประยุกต์ใช้หลักปัญญาภาวนา คือ ปัญญาทางโลก ได้แก่ การเรียนรู้ข้อมูลข่าวสารที่ น่าเชื่อถือเกี่ยวกับโควิด เช่น การปฏิบัติตัว การฉีดวัคซีน ฯลฯ และปัญญาทางธรรม คือ รู้ความจริงว่า ทุกสิ่งเป็นไปตามหลักไตรลักษณ์ไม่ยึดมั่นถือมั่น เป็นต้น และรู้จักด าเนินการต่าง ๆ ด้วยปัญญาที่ฉลาด ซึ่งจะได้เป็นผู้ชื่อว่าผู้ใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ๑๙ (COVID-๑๙) ได้โดยแท้ ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย การส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่านในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด๑๙ (COVID-๑๙) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูงของการติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-๑๙) ซึ่งเทศบาลเมืองน่าน ได้มีการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ โดยการจัดตั้งโรงเรียนเสี้ยว ดอกขาวขึ้น เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุ ประกอบด้วย ๑) การส่งเสริมสุขภาวะด้านกาย ท าให้ ผู้สูงอายุได้เข้าร่วมกิจกรรมการฝึกฝนการใช้ร่างกายในการท ากิจกรรมระหว่างวัน หรือกิจกรรมเสริม อาชีพต่าง ๆ เช่น ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ท าให้ผ่อนคลาย ๒) การส่งเสริมสุขภาวะ ทางจิตใจ มีการจัดกิจกรรมนันทนาการให้แก่ผู้สูงอายุในระหว่างเรียน ด้วยการเรียนรู้เรื่องความ เสียสละ การเป็นผู้มีจิตอาสาหรือการสร้างกุศลในทุก ๆ ด้าน การเข้าร่วมกิจกรรมตามความพร้อม และความเหมาะสมของผู้สูงอายุแต่ละคน เช่น การไหว้พระ การสวดมนต์ ท าวัตรเช้า-เย็น เป็นต้น ๓) การส่งเสริมสุขภาวะทางสังคม สร้างความส าคัญกับนักเรียนผู้สูงอายุ โดยจะมีการจัดงานเพื่อส่งเสริม ความมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุขึ้น เช่น กิจกรรมรดน้ าด าหัวขอพรผู้สูงอายุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนการด าเนินกิจกรรมในชีวิตทุก ๆ อย่างเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน
๗๗ ให้ความร่วมมือกับภาครัฐและโรงพยาบาลในการฉีด Vaccine เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เป็นต้น ๔) การ ส่งเสริมสุขภาวะทางปัญญา มีกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลและปูองกันตนเอง กิจกรรมส่งเสริม คุณธรรมจริยธรรม การฟังเทศน์ เพื่อเป็นการน าหลักธรรมมาใช้ในการด าเนินชีวิตด้วยเช่นกัน ซึ่ง สอดคล้องกับแมชีสุภาพ รักษประสูตร๑ ได้ท าการศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษาแนวทางการสราง ความสุขของผูสูงอายุตามวิถีพุทธ จากการวิจัยพบว่า จากการศึกษากลุ่มผู้สูงอายุตัวอย่าง พบว่า ส่วน ใหญ่ผู้สูงกลุ่มนี้จะเน้นเรื่องการรักษาสุขภาพกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ด้วยการออกก าลังกาย โดย ประยุกต์ใช้การเดินจงกรม พิจารณาอาหารที่รับประทาน ไม่เสพของมึนเมา รับประทานอาหารที่ย่อย ง่าย ท าบุญตักบาตรพระสงฆ์บริจาคทานต่าง ๆ รักษาศีลห้า สมาทานศีล ๘ ในวันพระ ส่วนทางด้าน จิตใจนั้นจะยึดหลักการปล่อยวาง เจริญสมถวิปัสสนาตามหลักสติปัฏฐาน ๔ ทางด้านครอบครัวนั้น ผู้สูงอายุจะปฏิบัติตามหลักพรหมวิหาร ๔ คือมีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ส่วนทางด้านสังคม และการอยู่ร่วมกันนั้นจะสร้างความสุขด้วยการช่วยเหลือสังคมร่วมกิจกรรมการกุศลกับกลุ่มญาติธรรม มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านด้วยหลักสังคหวัตถุ ๔ คือ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่พูดคุยในสิ่งที่เป็นประโยชน์ และมีความเสมอต้นเสมอปลาย ด ารงชีวิตอย่างเรียบง่าย ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ไม่กังวลกับอดีต และอนาคต การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน เป็นการ ประยุกต์ใช้หลักภาวนา ๔ ในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ผู้สูงอายุน าหลักภาวนา ๔ ไปปรับใช้ปฏิบัติจะท าให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีพร้อมทั้ง ๔ ด้าน คือ กาย ศีล จิต และปัญญาได้ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ได้แก่ ๑) กายภาวนา การมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุที่ ดี ในทางพระพุทธศาสนาจะช่วยส่งเสริมให้ผู้นั้นมีอายุที่ยืนยาว ปราศจากโรคภัยต่าง ๆ ๒) ศีลภาวนา การประยุกต์ใช้หลักศีลภาวนา ถือเป็นการพัฒนาเรื่องของความสัมพันธ์ด้านบุคคลและสังคม คือการ ด ารงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม โดยการรักษาศีล ๕ หรือศีล ๘ เพื่อการไม่เบียดเบียน หรือสร้าง ความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เป็นต้น ๓) จิตภาวนา การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มาร่วมกิจกรรมตามความ พร้อมและความเหมาะสมของผู้สูงอายุแต่ละคน เช่น การไหว้พระ การสวดมนต์ ท าวัตรเช้า-เย็น การ ท าบุญตามวัดต่าง ๆ การปล่อยปลา การเข้าวัดปฏิบัติธรรมในวันพระ และฟังเทศน์ในวันส าคัญทาง พระพุทธศาสนาอย่างสม่ าเสมอ เป็นต้น ๔) ปัญญาภาวนา การประยุกต์ใช้หลักปัญญาภาวนา คือ ปัญญาทางโลก ได้แก่ การเรียนรู้ข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับโควิด เช่น การปฏิบัติตัว การฉีด วัคซีน ฯลฯ และปัญญาทางธรรม คือ รู้ความจริงว่าทุกสิ่งเป็นไปตามหลักไตรลักษณ์ไม่ยึดมั่นถือมั่น เป็นต้น สอดคล้องกับสมบูรณ์ วัฒนะ๒ ได้ท าการศึกษาวิจัยเรื่อง “แนวคิดการดูแลผู้สูงอายุตามแนว พระพุทธศาสนาเถรวาท” ผลการวิจัยพบว่า หลักค าสอนเรื่อง ภาวนา ๔ ค าว่า “ภาวนา” เป็นภาษา ๑ แมชีสุภาพ รักษประสูตร, การศึกษาแนวทางการสรางความสุขของผูสูงอายุตามวิถีพุทธ,รายงานการ วิจัย, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐), บทคัดย่อ. ๒ สมบูรณ์ วัฒนะ, แนวคิดการดูแลผู้สูงอายุตามแนวพระพุทธศาสนาเถรวาท, วารสารวิชาการ, มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 2559), หน้า 173–93.
๗๘ บาลี แปลว่า ท าให้เจริญ ท าให้มีขึ้น เป็นขึ้น การท าให้เกิดขึ้น การเจริญ การบ าเพ็ญ การพัฒนา ภาวนา ๔ จึงหมายถึง การพัฒนา ๔ ด้าน มีความหมาย ดังนี้๑. กายภาวนา คือ การฝึกอบรมกาย ให้ รู้จักติดต่อเกี่ยวข้องกับสิ่งทั้งหลาย ภายนอกทางอินทรีย์ทั้งห้าด้วยดี และปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านั้นในทางที่ เป็นคุณ มิให้เกิดโทษ ให้กุศลธรรมงอกงาม ให้อกุศลธรรมเสื่อมสูญ การพัฒนาความสัมพันธ์กับ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ๒. สีลภาวนา คือ การฝึกอบรมให้มีระเบียบวินัย ไม่เบียดเบียน หรือ ก่อ ความเดือดร้อนเสียหายอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วยดี เกื้อกูลแก่กัน ๓. จิตภาวนา คือ การฝึกอบรมจิตใจ ให้ เข้มแข็งมั่นคงเจริญงอกงามด้วยคุณธรรมทั้งหลายเช่น มีเมตตากรุณา ขยันหมั่นเพียร อดทน มีสมาธิ และสดชื่นเบิกบาน เป็นสุขผ่องใส เป็นต้น ๔. ปัญญาภาวนา คือ การฝึกอบรมปัญญา ให้รู้เข้าใจสิ่ง ทั้งหลายตามเป็นจริง รู้เท่าทันโลก และชีวิตตามสภาวะ สามารถท าจิตใจ ให้เป็นอิสระท าตนให้ บริสุทธิ์จากกิเลส และปลอดพ้นจากความทุกข์ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ด้วยปัญญา ๕.๓ ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ๑) หน่วยงานภาครัฐ ควรปรับปรุงนโยบายเชิงรุกในการเสริมสร้างสุขภาวะของผู้สูงอายุใน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ เพื่อยกระดับจากนโยบายสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ชัดเจนยิ่งขึ้น ๒) ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุ ได้มีแนวทางในการเรียนรู้ในการประยุกต์ใช้ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุอย่างทั่วถึงและสามารถเข้าถึงการ เรียนรู้ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ๓) ผู้สูงอายุควรเรียนรู้และปรับตัวเพื่อสามารถด ารงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขด้วยหลัก พุทธธรรมในชีวิตวิถีใหม่ ข้อเสนอแนะในการท าวิจัยครั้งต่อไป ๑) ควรศึกษาวิธีการปฏิบัติวิปัสสนาส าหรับมาประยุกต์ใช้ในการด าเนินชีวิตในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ ๒) ควรศึกษาเกี่ยวกับการประยุกต์หลักพุทธธรรมอื่น ๆ ที่ตรงต่อความต้องการของ ผู้สูงอายุในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ ๓) ศึกษาสภาพปัญหาเกี่ยวกับการประยุกต์หลักพุทธธรรมที่ตรงต่อความต้องการของ ผู้สูงอายุในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙
๗๙ บรรณานุกรม ๑. ภาษาไทย ก. ข้อมูลปฐมภูมิ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙. ข. ข้อมูลทุติยภูมิ (๑) หนังสือ: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์. ยุทธศาสตร์กรมกิจการผู้สูงอายุ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สามลดา, ๒๕๖๑. กรรณิการ์ นลราชสุวัจน์. ทฤษฏีการบ าบัด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ๒๕๔๔. กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. แนวคิด ทฤษฏี และการน าไปใช้ในการด าเนินงานสุข ศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ. นนทบุรี : โรงพิมพ์กองสุขศึกษา กระทรวง สาธารณสุข, ๒๕๔๒. เกษม ตันติผลาชีวะ และกุลยา ตันติผลาชีวะ. การรักษาพยาบาลผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคร : อรุณ การพิมพ์, ๒๕๒๘. จุมพล หนิมพานิช. การอบรมขัดเกลาทางสังคมและการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ ๒, นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๘. จิราภา เต่งไตรรัตน์ และคณะ. จิตวิทยาทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๗. ธีระวุฒิ อรุณเวช. แนวทางการพัฒนางานผู้สูงอายุตามยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคม พ.ศ. ๒๕๕๐. กรุงเทพมหานคร : กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ๒๕๕๑. ประเวศ วะสี. สุขภาพในฐานะอุดมการณ์ของมนุษย์, พิมพ์ครั้งที่ ๓. นนทบุรี : ส านักปฏิรูปสุขภาพ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, ๒๕๔๓. ประคอง อินทรสมบัติ. การประเมินภาวะสุขภาพในผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ : รามาธิบดีพยาบาลสาร, ๒๕๓๙. ปรีชา อุปโยคิน. ความสุขของผู้สูงอายุ. ส านักงานแพทย์ทางเลือก, ๒๕๕๓. พุทธทาสภิกขุ. เรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม. กรุงเทพมหานคร : จักรานุกุลการพิมพ์, ๒๕๒๙. พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). พุทธธรรมกับการพัฒนาชีวิต. กรุงเทพมหานคร: ธรรมสภา, ๒๕๔๐. พระธรรมกิตติวงศ์(ทองดีสุรเตโช). หลักการพัฒนาตน. กรุงเทพมหานคร: เลี่ยงเชียง, ๒๕๔๒. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม, พิมพ์ครั้งที่ ๓๑. กรุงเทพมหานคร: ผลิธัมม์, ๒๕๕๘.
๘๐ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). พุทธธรรม (ฉบับเดิม), พิมพ์ครั้งที่ ๑๐. กรุงเทพมหานคร: บริษัท เอส. อาร์พริ้นเตอร์แมส โปรดักส์จ ากัด, ๒๕๔๖. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). สุขภาวะองค์รวมแนวพุทธ, พิมพ์ครั้งที่ ๓๓. กรุงเทพมหานคร: ผลิธัมม์, ๒๕๕๗. พระนารทถเถระ และพระมหาติปิฎกจูฬาภยเถระ รจนา. มิลินฺทปญฺหอฏฺฐกถา – ฏีกา, ตรวจช าระ โดยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์วิญญาณ, ๒๕๔๑. เพ็ญพิไล ฤทธาคณานนท์, พัฒนาการมนุษย์. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร : คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๐. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒. กรุงเทพมหานคร : บริษัท นานมีบุคส์พับลิเคชั่นส์ จ ากัด, ๒๕๔๖. ศรีเรือน แก้วกังวาล. จิตวิทยาพัฒนาการชีวิตทุกช่วงวัย เล่ม ๒ วัยรุ่น-วัยสูงอายุ, พิมพ์ครั้งที่ ๙, กรุงเทพมหานคร : ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๕๓. สุรางค์ โควตระกูล. ปัญหาผู้สูงอายุ. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. กรุงเทพมหานคร : สมชายการพิมพ์, ๒๕๓๖. สุรกุล เจนอบรม, วิสัยทัศน์ผู้สูงอายุและการศึกษานอกระบบส าหรับผู้สูงอายุไทย. กรุงเทพฯ : นิชิน แอดเวอร์ไทชิ่งกรุ๊ฟ, ๒๕๔๑. สุชาดา ทวีสิทธิ์, สวรัย บุณยมานนท์, ประชากรและสังคม ๒๕๕๓ คุณค่าผู้สูงอายุในสายตา สั ง คมไทย. พิ มพ์ค รั้งที่ ๑ . นค รป ฐ ม : ส ถ าบัน วิ จั ยป ร ะ ช า ก ร แ ล ะ สัง ค ม มหาวิทยาลัยมหิดล, ๒๕๕๓. สมศักดิ์ ศรีสันติสุข, สังคมวิทยาภาวะสูงอายุ : ความเป็นจริงและการคาดการณ์ในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : ส านักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๙. สมจิต หนุเจริญกุล. การพยาบาลทางอายุรศาสตร์(เล่ม ๑), พิมพ์ครั้งที่ ๑๒. กรุงเทพมหานคร : วี. เจ. พริ้นติ้ง, ๒๕๓๙. อุบลรัตน์ เพ็งสถิต, อ้างถึงใน สุคี ศิริวงศ์พากร, การศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารที่มี ความสัมพันธ์กับความสามารถในการพึ่งตนเองของผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร, (คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, ๒๕๕๖. (๒) ดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์ จิตนภา ฉิมจินดา. “ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสุขในชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน จังหวัดนครปฐม” . วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน. บัณฑิตวทยาลัย : มหาวิทยาลัย คริสเตียน, ๒๕๕๕. ชูฤทธิ์ เต็งไตรสรณ์. “การศึกษาความสัมพันธ์ของแนวคิดสุขภาวะองค์รวมเชิงพุทธกับหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง”, วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๒.
๘๑ ณัฐกานต์ ส าเนียงเสนาะ. “ปัจจัยท านายความสุขของผู้สูงอายุในชุมชน.”. วิทยานิพนธ์พยาบาล ศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๕๖. เดชา เส็งเมือง. พฤติกรรมและการด าเนินชีวิตของผู้สูงอายุในชนบท. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๓๘. เทียมศรี จักแก้ว. พุทธธรรมกับปรัชญาการรักษาโดยกิจกรรมบ าบัด. วิทยานิพนธ์ศิปลปศาสตร มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย:มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๓๖. ธนเนตร ฉันทลักษ์วงค์. ความคาดหวังของผู้ปฏิบัติงานในสถานสงเคราะห์คนชราต่อบทบาทในการ ให้บริการสงเคราะห์ผู้สูงอายุของสถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค. วิทยานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๔๖. ปิยะกมล วิจิตรศิริ. “ความเป็นปราชญ์ การสนับสนุนทางสังคม และความผาสุกทางใจของผู้สูงอายุใน ชมรมอายุวัดสารอด เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร”. ปริญญาวิทยาศาสตร มหาบัณฑิต, (จิตวิทยาชุมชน) บัณฑิตวิทยาลัย . มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๕๕. พิมพ์ชนก ไพรีพินาศ. แนวทางการพัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมส าหรับผู้สูงอายุในจังหวัดขอนแก่น, วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ๒๕๕๑. วรากรณ์ พูลสวัสดิ์,กล้า สมตระกูล,ปรารภ แก้วเศษ. การดูแลผู้สูงอายุวิถีพุทธ. ปริญญาดุษฎีนิพนธ์. คณะวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. (๓) รายงานวิจัย ถนัด ใบยา และคณะ. การพัฒนาประชาคมสุขภาพจังหวัดน่านในการส่งเสริมสุขภาพและปูองกัน โรค. รายงานการวิจัย. ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน, ๒๕๖๑. ทิพย์ธัญญา สรณะ,ประสพชัย พสุนนท์. หลักธรรมกับการด าเนินชีวิตของผู้สูงอายุ กรณีศึกษา แหล่ง ชุมชน ณ บริเวณวัดศรีเมือง จังหวัดจันทบุรี, รายงานการวิจัย. การประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล. พระปลัดวุฒิพงษ์กิตฺติวณฺโณ, พระครูปริยัติพัชรธรรม, (พระมหาชัยฤทธิ์ ทองสี), พระมหาธนกร, กิตฺ ติปญฺโญ,พระสมุห์ชาญชัย, ญาณชาโต. การดูแลสุขภาวะของผู้สูงอายุตามหลัก พระพุทธศาสนาในโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดเพชรบูรณ์. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตวิทยาลัยสงฆ์พ่อขุนผาเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์, ๒๕๖๑. พระมหาเชาวฤทธ ทรัพย์สวัสดิ์ นรินฺโท, พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ, พระครูสุธีคัมภีรญาณ, หอมหวล บัวระภา. การศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตามหลักภาวนา ๔ กรณีศึกษา: ผู้สูงอายุบ้านห้วยหอย ต าบลธาตุทอง อ าเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ, รายงาน การวิจัย. บัณฑิตศึกษา:มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น, ๒๕๖๒.
๘๒ แม่ชีสุภาพ รักษประสูตร. การศึกษาแนวทางการสรางความสุขของผูสูงอายุตามวิถีพุทธ. รายงานการ วิจัย. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐. สุทธิพงศ์ บุญผดุง. การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในท้องถิ่นโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานตามหลัก เศรษฐกิจพอเพียง (ระยะที่ ๑). กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สถาบันวิจัยและพัฒนา, ๒๕๕๔. (๔) บทความ จุฬาภรณ์ โสตะ. แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ. วารสารศูนย์บริการวิชาการ ๑๔,๔, (ตุลาคม-ธันวาคม, ๒๕๔๙). จินดารัตน์ สมคะเณย์. แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมการดูแลผู้สูงอายุของเทศบาลต าบลสมเด็จ อ าเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์. บทความวิจัย. วารสารวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์บูรพา ปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์, ๒๕๕๘. ฉัตรฤดี ภาระญาติ วารี กังใจ และ สิริลักษณ์ โสมานุสรณ์. ปัจจัยท านายพลังสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ, วารสารคณะพยาบาลศาสตร์. มหาวิทยาลัยบูรพา ๒๔,๒, เมษายน – มิถุนายน ๒๕๕๙. ทิพวรรณ พุฒดอน. พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุก่อนและหลังเข้าโรงเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลต าบลหนองหัวแรต อ าเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยและ พัฒนาด้านสุขภาพ. ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๒. ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา. ปัทมา ยมศิริ และคณะ. การบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒, วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, ปีที่ ๕ ฉบับ ที่ ๙ (กันยายน ๒๕๖๓). พระสุธีวรญาณ (ณรงค์จิตฺตโสภโณ). “พระสงฆ์กับสาธารณะสุขชุมชน”, ใน พุทธศาสตรปริทรรศน์ รวมบทความทางวิชาการเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา, จัดพิมพ์โดย พระสุธีวรญาณ, (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๑. พระครูโกศลอรรถกิจ, นวินดา นิลวรรณ, สิทธิโชค ปาณะศรีม. การประยุกต์ใช้หลักภาวนา ๔ ตาม แนวพระพุทธศาสนาเถรวาทสู่สังคมผู้สูงอายุ. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๓ (เดือนมีนาคม ๒๕๖๓). พระนาทกร สุจิณฺโณ (เศษสิน), พระครูโฆษิตวัฒนานุกูล,พระครูสิริธรรมาภิรัต. ศึกษาวิเคราะห์หลัก พุทธธ รรมที่ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอ าเภอหัวไทร จังหวัด นครศรีธรรมราช, วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม,ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๑ (มกราคมมิถุนายน ๒๕๖๑). พระศรีวินยาภรณ์, มงคล สารินทร์. การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้วยหลักภาวนา ๔ใน กรุงเทพมหานคร. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์. มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย. ที่ ๗ ฉบับที่ ๑ (มกราคม –เมษายน ๒๕๖๔).
๘๓ ภัทราภรณ์ ด้วงเรือง,การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของเทศบาลนครนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี, บทความวิจัย, วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๑ (มกราคม – เมษายน ๒๕๖๓). สมบูรณ์ วัฒนะ. แนวคิดการดูแลผู้สูงอายุตามแนวพระพุทธศาสนาเถรวาท. วารสารวิชาการ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. ๒๕๕๙. สุชาดา ทวีสิทธิ์, บทบรรณาธิการ : การเปลี่ยนกระบวนทัศน์เพื่อการวิจัยผู้สูงอายุ, ในสุชาดา ทวี สิทธิ์ และ สวรัย บุณยมานนท์ (บรรณาธิการ), ประชากรและสังคม, ๒๕๕๓. เสาวนิจ นิจอนันต์ชัย และมาลี สันติถิรศักดิ์. การสนับสนุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการ ดูแลตนเองของผู้สูงอายุในจังหวัดสมุทรปราการ. วารสารกองการพยาบาล ๓๗,๒, (พฤษภาคม – สิงหาคม ๒๕๕๓). (๕) สื่ออิเล็กทรอนิกส์ กัลยาณมิตร. หลัก ๘ ประการของการดูแลรักษาสุขภาพ. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : htt://www.kalyanamitra.org. (๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔). เทศบาลเมืองน่าน. แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี (พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๔) เทศบาลเมืองน่าน, http://frontend.nancity.go.th. (๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๔). ๒. ภาษาอังกฤษ Adranam H. Maslow. “A Theory of Human Motivation”. (Psychological Review. ๕๐, ๑๙๔๓. Antonovsky. A. The Structure and Properties of the Sense of Coherence Scale. Social Science Medicine, ๑๙๙๓. Barrow. G.M. and P.A. Smith. Aging Ageism and Society. (St. Paul. Minn: West Publishing Company), ๑๙๗๙. De Brito. T. R. P.. Nunes. D. P.. Corona, L. P.. da Silva Alexandre. T.. & de Oliveira Duarte. Y. A. Low supply of social support as risk factor for mortality in the older adults. Archives of Gerontology and Geriatrics, ๒๐๑๗. Gottlieb. B. H.. & Bergen. A. E. Social support concepts and measures. Journal of psychosomatic research, ๒๐๑๐. Glascock. A.. &Feinman. S. Social asset or social burden: Treatment of the Aged in non-industrial societies. In C. Fry (Ed.). Dimensions: Aging. Culture. and health . Hadley: Ma: Bergin & Garvey, ๑๙๘๑.
๘๔ Graven. L. J.. & Grant. J. S. Social support and self-care behaviors in individuals with heart failure: an integrative review. International Journal of Nursing Studies, ๒๐๑๔. Havighurst. R.J. Personality and Patterns of Aging. Gerontologist, ๑๙๖๘. Krause.N. (๒๐๑๖). Providing emotional support to others. self-esteem. and self-rated health.Archives of gerontology and geriatrics, ๖๕. Lee. O. S.. Lee. Y. M.. & Oh. Y. J. (๒๐๐๗). A study on the job satisfactions of school food service employees. Journal of the Korean Dietetic Association. Nguyen. A.. Chatters. L.. Taylor. R.. & Mouzon. D. (๒๐๑๖). Social Support from Family and Friends and Subjective Well-Being of Older African Americans. Journal Of Happiness Studies, ๑๗. Poulin. J.. Deng. R.. Ingersoll. T.. Witt. H.. & Swain. M. Perceived Family and Friend Support and the Psychological Well-Being of American and ChineseElderly Persons. Journal Of Cross-Cultural Gerontology, ๒๐๑๒.
ภาคผนวก
๘๖ ภาคผนวก ก รายนามผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบเครื่องมือวิจัย/ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ
๘๗ ๑. รายนามผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบเครื่องมือวิจัย ๑) พระครูปลัดวัชรพงษ์ วชิรปญโญ, ผศ.ดร. ผู้อ านวยการหลักสูตรรัฐประศาสน ศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ ๒) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรปรัชญ์ ค าพงษ์ อาจารย์ประจ าหลักสูตรรัฐประศาสน ศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ ๓) ดร.โสภณ บัวจันทร์ อ า จ า ร ย์ ป ร ะ จ า ห ลั ก สู ต ร พุ ท ธ ศ า ส ต ร บั ณ ฑิ ต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ ๒. รายนามผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ๑) พระครูสมุห์อุทัย อุทยเมธี อาจารย์ประจ าหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร บัณฑิต ๒) พระครูสังฆรักษ์พิทยา ญาณธโร อาจารย์ประจ าหลักสูตรพุทศาสตรบัณฑิต ๓) นางรดา เพ็ชรขัน ผู้อ านวยการโรงเรียนนวัตกรรมการบริหาร จัดการสถานพยาบาล ๔) นางสมพร รอดจินดา โ รง เ รี ย น น วั ต ก ร ร ม ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร สถานพยาบาล ๕) นายประสิทธิ์ชัย ก านนท์ ข้าราชการครูบ านาญ ๖) นายชัยโรจน์ ไชยช่อฟูา ข้าราชการบ านาญ ๗) นางทัศนียา จรเทศ แม่บ้าน (อสม.บ้านมงคลนิมิตร) ๘) นางปัญญารัตน์ มัคคพันธ์ แม่บ้าน (อสม.บ้านมณเฑียร) ๙) นางภคภรณ์ ธีรทัพเทวัญ ข้าราชการครูบ านาญ ๑๐) นางสาวสุนันท์ ธีระไพรพฤกษ์ นักเรียนโรงเรียนดอกเสี้ยวขาว ๑๑) นางพันธิสา กงพาน นักเรียนโรงเรียนดอกเสี้ยวขาว ๑๒) นางพรพรรณ ธนสุวรรณ นักเรียนโรงเรียนดอกเสี้ยวขาว ๑๓) นางเครือวัลย์ พรหมอารีย์ นักเรียนโรงเรียนดอกเสี้ยวขาว ๑๔) นางพิมพ์พา ไชยช่อฟูา นักเรียนโรงเรียนดอกเสี้ยวขาว ๑๕) นางสาวจุลินดา พรมเสน ข้าราชการบ านาญ พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาล น่าน ๑๖) นางสาวเรืองศรี วาศาระ พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลน่าน