๓๕ ๒.3 หลักสังคหวัตถุ 4 จากการศึกษาจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่เกี่ยวกับหลักสังคหวัตถุ ดังนี้ 2.3.1 ความหมายของสังคหวัตถุ 4 หลักสังคหวัตถุ 4 ได้มีผู้ให้ความหมายไว้หลายแนวทางที่ส าคัญ ดังต่อไปนี้ภิกษุทั้งหลาย สังคหวัตถุ ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน คือ ทาน การให้ ๑ เปยยวัชชะความเป็นผู้มีวาจาน่ารัก ๑ อัตถจริยาความประพฤติประโยชน์ ๑ สมานัตตตา ความเป็นผู้มีตนเสมอ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลายสังคห วัตถุ ๔ ประการนี้แลฯ การให้ ๑ ความเป็นผู้มีวาจาน่ารัก ๑ ความประพฤติประโยชน์ ในโลกนี้ ๑ ความเป็นผู้มีตนสม่ าเสมอในธรรมนั้น ๆ ตามสมควร ๑ ธรรมเหล่านั้นแลเป็นเครื่องสงเคราะห์โลก ประดุจสลักเพลาควบคุมรถที่แล่นไปอยู่ไว้ได้ ฉะนั้นถ้าธรรมเครื่องสงเคราะห์เหล่านี้ ไม่พึงไซร้มารดา บิดาไม่พึงได้ความนับถือหรือบูชาเพราะเหตุแห่งบุตร ก็เพราะเหตุที่บัณฑิตพิจารณาเป็นธรรมเครื่อง สงเคราะห์เหล่านี้ ฉะนั้น พวกเขาจึงถึงความเป็นใหญ่และเป็นที่น่าสรรเสริญ ฯ๕๔ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเคยเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน ก าเนิดก่อนเป็นผู้ สงเคราะห์ประชาชนด้วยสังคหวัตถุ ๔ ๕๕ คือ การให้ การกล่าวค าเป็นที่รัก การประพฤติให้เป็น ประโยชน์ และความเป็นผู้มีตนเสมอ ตถาคตย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์เบื้องหน้าแต่ตาย เพราะกาย แตก เพราะกรรมนั้น อันตนท า สั่งสม พอกพูน ไพบูลย์ ฯลฯ ครั้นจุติจากโลกสวรรค์นั้นแล้ว มาสู่ความ เป็นอย่างนี้ ย่อมได้เฉพาะซึ่งมหาปุริสลักษณะ ทั้ง ๒ นี้ คือ พระหัตถ์และพระบาทมีพื้นอ่อนนุ่ม ๑ และมีพระหัตถ์และพระบาทมีลายดังว่าร่างข่าย ๑ พระมหาบุรุษสมบูรณ์ด้วยลักษณะทั้ง ๒ นั้น ถ้าอยู่ ครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ฯลฯ เมื่อเป็นพระราชาจะได้อะไร เมื่อเป็นพระราชาจะได้รับ ผลข้อนี้ คือ มีบริวารชนอันพระองค์ทรงสงเคราะห์แล้วเป็นอย่างดี บริวารชนที่พระองค์ ทรง สงเคราะห์เป็นอย่างดีนั้น เป็นพราหมณ์ เป็นคฤหบดี เป็นชาวนิคม เป็นชาวชนบท เป็นโหราจารย์ เป็นมหาอ ามาตย์ เป็นกองทหาร เป็นนายประตู เป็นอ ามาตย์ เป็นบริษัท เป็นเจ้า เป็นเศรษฐีเป็น ราชกุมาร ถ้าพระมหาบุรุษนั้นออกจากเรือนทรงผนวชเป็นบรรพชิต จะได้เป็นพระอรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้า มีหลังคา คือ กิเลสอันเปิดแล้วในโลก เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าจะได้อะไร เมื่อเป็น พระพุทธเจ้าจะได้รับผลข้อนี้ คือ มีบริวารชนอันพระองค์ทรงสงเคราะห์แล้วเป็นอย่างดี บริวารชนที่ พระองค์ทรงสงเคราะห์เป็นอย่างดีนั้น เป็นภิกษุ เป็นภิกษุณี เป็นอุบาสก เป็นอุบาสิกา เป็นเทวดา เป็นมนุษย์เป็นอสูร เป็นนาค เป็นคนธรรพ์ พระผู้มีพระภาคตรัสเนื้อความนี้ไว้ พระพุทธเจ้าทรงสอนหลักการสร้างมนุษยสัมพันธ์ไว้เรียกว่าสังคหวัตถุ หมายถึงวิธีผูกใจ คน พระองค์ตรัสว่า รถม้าแล่นไปได้เพราะมีลิ่มสลักคอยตรึงส่วนประกอบต่าง ๆ ของรถม้าเข้าด้วยกัน ฉันใด คนในสังคมก็ฉันนั้น คือท าหน้าที่เป็นกาวใจเชื่อมประสานคนทั้งหลายเข้าด้วยกัน ลิ่มสลัก 44 องฺ.จตุกฺก. (ไทย) ๒๑/๓๒/๕๑. 45 ที.ปา. (ไทย) ๑๑/๒๑๐/๑๗๐ - ๑๗๑
๓๖ ดังกล่าวนั้นคือ สังคหวัตถุนักบริหารจะสามารถผูกใจเพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชาไว้ได้ถ้า มีสังคหวัตถุ ๔ ประการ สังคหวัตถุ ๔ ประการ ได้แก่ ๑. ทาน หมายถึง การให้(โอบอ้อมอารี) นักบริหารที่ดีต้องมีน้ าใจรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้ ทานแก่เพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาการให้ทางจะช่วยให้ผูกคนอื่นไว้ได้ดังพุทธพจน์ที่ว่า “ทโทคนฺถติมิตฺตานิผู้ให้ย่อมผูกใจมิตรไว้ได้” นักบริหารอาจให้ทานได้๓ วิธีคือ ๑.๑ อามิสทาน หมายถึง การให้สิ่งของแก่เพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาโดยเฉพาะ การให้เพื่อผูกใจในยามที่เขาตกต่ าหรือมีความเดือดร้อน ดังภาษิตอังกฤษที่ว่า “เพื่อนแท้คือเพื่อนที่ ช่วยเหลือในยามตกยาก” การให้รางวัลหรือขึ้นเงินเดือนจัดเข้าในอามิสทาน ๑.๒ วิทยาทาน คือ ธรรมทาน หมายถึง การให้ค าแนะน าหรือสอนวิธีท างานที่ถูกต้อง รวมถึงการจัดหลักสูตรพัฒนาบุคลากรหรือส่งไปศึกษาและดูงาน ๑.๓ อภัยทาน หมายถึง การให้อภัยเมื่อเกิดข้อผิดพลาดในการท างาน หรือล่วงเกินซึ่งกัน และกัน การให้อภัยไม่ท าให้ผู้ให้ต้องสูญเสียอะไร เป็นการลงทุนราคาถูกแต่ได้ผลตอบแทนราคาสูงนั่น คือ ได้มิตรภาพกลับคืนมาและมีคนสนองงานเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งมีภาษิตจีนที่ว่า “มีมิตร ๕๐๐ คน นับว่ายังน้อยเกินไป มีศัตรู๑ คน นับว่ามากเกินไป” อับราฮัม ลินคอล์น กล่าวว่า “วิธีท าลายศัตรูที่ดี ที่สุด คือ เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร” เราจะท าอย่างนั้นได้ก็ต่อเมื่อเรารู้จักให้อภัย ๒. ปิยวาจา หมายถึง การพูดถ้อยค าไพเราะอ่อนหวาน (วจีไพเราะ) นักบริหารที่ดีจะรู้จัก ผูกใจคนด้วยค าพูดอ่อนหวาน ค าพูดหยาบกระด้างผูกใจใครไม่ได้ตามปกติคนเราจะมัดสิ่งของต้องใช้ ของอ่อน เช่น เชือก หรือลวดมัด ในท านองเดียวกันเราจะมัดใจคนได้ก็ด้วยถ้อยค าอ่อนหวานดังโคลง โลกนิติที่ว่า อ่อนหวานมานมิตรล้น เหลือหลาย หยาบบ่มีเกลอราย เกลื่อนใกล้ ดุจดวงศศิฉาย ดาวดาษ ประดับนา สุริยส่องดาราไร้ เมื่อร้อนแรงแสง ๓. อัตถจริยา หมายถึง การท าตัวให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น (สงเคราะห์ประชาชน) ตรงกับ ค าพังเพยที่ว่า “อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น” นักบริหารท าอัตถจริยาได้ หลายวิธีเช่น บริการช่วยเหลือยามเขาปุวยไข้หรือเป็นประธานในงานพิธีของผู้ใต้บังคับบัญชาดังโคลง โลกนิติที่ว่า อาศัยเรือนท่านให้ วิจารณ์ เห็นท่านท าการงาน ช่วยพร้อง แม้มีกิจโดยสาร นาเวศ พายค่อยช่วยค้ าจ้วง จรดให้จนถึง
๓๗ ๔. สมานัตตา หมายถึง การวางตัวสม่ าเสมอ (วางตนพอดี) เมื่อนักบริหารไม่ทอดทิ้ง ผู้ร่วมงานทั้งหลาย เขาจึงจะสามารถสร้างทีมงานขึ้นมาได้นั่นคือถือคติว่า “มีทุกข์ร่วมทุกข์มีสุขร่วม เสพ” นักบริหารต้องกล้ารับผิดชอบในผลการตัดสินใจของตนเอง ถ้าผลเสียตกมาถึงผู้ปฏิบัติตามค าสั่ง ของตน นักบริหารต้องออกมาปกปูองคนนั้น ไม่ใช่หนีเอาตัวรอดตามล าพัง ตัวอย่างคนที่มีสมานัตตาก็ คือ คนที่เป็น “เพื่อนตาย” ในโคลงบทนี้ เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้ว แหนงหนี หาง่าย หลายหมื่นปี มากได้ เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี- วาวาตม์ หายาก ฝากผีไข้ ยากแท้จักหา๕๖ สังคหวัตถุ ๔ คือ หลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ าใจคนและประสานหมู่ ชนไว้ให้มีความสามัคคีกันประกอบด้วย๕๗ ๑) ทาน ให้ปัน คือ ความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ เสียสละ แบ่งปัน ช่วยเหลือ สงเคราะห์ด้วยปัจจัยสี่ ทุน หรือ ทรัพย์สิน สิ่งของ ตลอดจนให้ความรู้ ความเข้าใจและศิลปวิทยา ๒) ปิยวาจา พูดอย่างรักกัน คือ กล่าวค าสุภาพ ไพเราะ น่าฟัง ชี้แจง แนะน าสิ่งที่ เป็นประโยชน์ มีเหตุผล เป็นหลักฐาน ชักจูงในทางที่ดีงามหรือแสดงความเห็นอกเห็นใจ ให้ก าลังใจ รู้จักพูดให้เกิดความเข้าใจดี สมานสามัคคี เกิดไมตรีท าให้รักใคร่นับถือและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ๓) อัตถจริยา ท าประโยชน์แก่กัน คือ ช่วยเหลือด้วยแรงกายและขวนขวายช่วยเหลือ กิจการต่าง ๆ บ าเพ็ญประโยชน์ รวมทั้งช่วยแก้ไขปัญหาและช่วยปรับปรุงส่งเสริมในด้านจริยธรรม ๔) สมานัตตตา เอาตัวเข้าสมาน คือ ท าตัวให้เข้ากับเขาได้ วางตนเสมอต้น เสมอปลายให้ความเสมอภาค ปฏิบัติสม่ าเสมอกันต่อคนทั้งหลาย ไม่เอาเปรียบและเสมอในสุขทุกข์ คือ ร่วมสุข ร่วมทุกข์ ร่วมรับรู้ ร่วมแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขร่วมกัน สังคหวัตถุ ๔ คือ ข้อปฏิบัติส าหรับการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน ดังนี้๕๘ ๑) ทาน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปัน มีน้ าใจต่อกันและกัน ได้แก่ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การแบ่งปันความสุขให้แก่กันและกัน ทั้งที่เป็นวัตถุสิ่งของ และแบ่งปันน้ าใจบุคคลใน ครอบครัวไม่ตระหนี่ถี่เหนียวใช้สอยหรือบริโภคสิ่งของแต่เพียงผู้เดียว ๒) ปิย ว า จ า ก า รพูด จ ากัน ด้ว ย ถ้อย ค าสุภ าพ อ ่อนโ ยน พูดด้ว ย จิตที่ ปรารถน ารู้จักกาลเวลาในการพูดอย่างเหมาะสม และรู้จักการใช้ค าพูด ไม่ใช้วาจาหักล้างเชือดเฉือน 46 พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต), พุทธวิธีการบริหาร, (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๙), หน้า ๗๐-๗๕. 47 พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต), ธรรมนูญชีวิต, พิมพ์ครั้งที่ ๘๒, (กรุงเทพมหานคร : บริษัท พิมพ์สวย จ ากัด, ๒๕๕๐), หน้า ๒๕. 48 พระมหาบุญเพียร ปุญฺวิริโย (แก้ววงศ์น้อย), “แนวคิดและวิธีการขัดเกลาทางสังคมในสถาบัน ครอบครัวตามแนวพระพุทธศาสนา”, วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๔).
๓๘ จิตใจของผู้อื่น หรือวาจาที่เป็นค าหยาบคาย กระด้างกระเดื่อง ดุด่าเสียดสี อันจะก่อให้เกิดการขัดใจ กันในครอบครัวได้ ๓) อัตถจริยา การช่วยเหลือ บ าเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น ได้แก่ การสงเคราะห์เกื้อกูลกัน ของบุคคลในครอบครัว เช่น การช่วยเหลือการงาน แบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน ๔ ) ส ม า นัต ต ต า ก า ร ป ฏิบัติต นใ ห้เ ห ม า ะ ส ม กับ ส ถ า น ภ าพ บ ท บ า ท หน้าที่ของตนโดยวางตนเสมอต้นเสมอปลาย สามารถเข้ากับผู้อื่นได้ ๒.3.๒ ประเภทของหลักสังคหวัตถุ 4 สังคหวัตถุ ๔ คือ สิ่งที่เป็นเครื่องสงเคราะห์และยึดเหนี่ยวน้ าใจซึ่งกันและกัน ๔ ประการ ดังนี้๕๙ ๑) ทาน คือ การแบ่งปันวัตถุสิ่งของ รวมถึงอุปกรณ์ในการท างานหรือเอกสารที่ใช้ ในการท างาน เช่น หากเพื่อนร่วมงานขาดเหลืออุปกรณ์สิ่งของ ก็น ามาแบ่งปันกันใช้ การเริ่มต้นด้วย การแบ่งปันวัตถุสิ่งของภายนอก จะช่วยสร้างนิสัยให้บุคลากรในหน่วยงานมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน มีการให้และรับ (Give and Take) เพราะนอกเหนือจากการแบ่งปันเรื่องของความรู้ประสบการณ์ อัน เป็นความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) แล้ว การแบ่งปันเอกสารต่าง ๆที่ใช้ในการท างานก็ เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้วงจรของความรู้มีการขับเคลื่อน โดยเป็นการแบ่งปันความรู้ที่เป็นความรู้ที่ชัด แจ้ง (Explicit Knowledge) ด้วย ๒) ปิยวาจา คือ การแบ่งปันค าพูดดี ๆ ค าพูดที่ไพเราะ พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เหมาะกับกาลเทศะ พูดให้ก าลังใจกัน ซึ่งในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า “ปิยวาจา” มีความส าคัญมาก ต่อการจัดการความรู้ในองค์กรเพราะการจะน าเครื่องมือต่าง ๆ มาใช้ในกระบวนการจัดการความรู้ เพื่อที่จะดึงความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) ออกมาแลกเปลี่ยนกันนั้นต้องใช้ลักษณะของ การ “พูดแลกเปลี่ยนกัน” เป็นหลัก ๓) อัตถจริยา คือ การแบ่งปันความรู้ การให้ความช่วยเหลือในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ ผู้อื่น การแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่เป็นความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge)เป็นสิ่งที่ ท าได้ยากกว่าการแบ่งปันความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ดังนั้น หากองค์กรใดสามารถ ปลูกฝังให้บุคลากรในองค์กรมี“อัตถจริยา” แล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปที่จะท าให้คนในองค์กรมีการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน รวมทั้งท าให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของการท างาน เพราะเมื่อเพื่อนร่วมงานขาดความรู้ในเรื่องใด หรือต้องการแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องใด ผู้ที่มีความรู้ก็ จะแบ่งปันให้โดยไม่หวงความรู้ หรือถ้าไม่ได้ขาดความรู้ แต่ขาดก าลังคนเพื่อนคนอื่น ๆ ก็ยินดีที่จะเข้า ไปช่วยให้งานส าเร็จ หรืออาจเรียกได้ว่า ท าให้พนักงานในองค์กรเป็นกัลยาณมิตรซึ่งกันและกัน ๔) สมานัตตตา คือ การมีความประพฤติเสมอต้นเสมอปลาย การเป็นผู้มีความ สม่ าเสมอจริงใจต่อกันความเสมอต้นเสมอปลายจะช่วยให้เกิดความรู้สึกปลอดภัย ไม่ระแวงกัน และ 49 อรศิริ เกตตุศรีพงษ์, “สังคหวัตถุ ๔ : วัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการจัดการความรู้”, วารสาร Productivity World เพื่อการเพิ่มผลผลิต, ปีที่ ๑๒ ฉบับที่ ๖๘ (พฤษภาคม - มิถุนายน, ๒๕๕๐) : ๔๓ - ๔๖.
๓๙ เป็นการสร้างความไว้วางใจกัน เชื่อใจกัน (Trust) เพราะถ้าคนในองค์กรไม่มีความไว้วางใจกัน หรือไม่ เชื่อใจกันพนักงานก็จะไม่อยากน าความรู้ประสบการณ์ เทคนิคในการท างานต่าง ๆ มาแบ่งปัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันดังนั้น จึงถือได้ว่า “สมานัตตตา” เป็นแรงกระตุ้นในระยะยาวที่จะผลักดันให้คน ในองค์กรเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง หลักการบริหารคน ยังมีสิ่งที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ าใจ เราไว้ใจเขา เรารักเขา เราหวังดี ต่อเขา อย่างนี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ าใจ คงได้ยินได้ฟังมาแล้วจากหนังสือธรรมะทั่ว ๆ ไป เรื่อง สังหวัตถุ๖๐ ๑) การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ๒) การพูดจาไพเราะ ๓) การบ าเพ็ญประโยชน์ ๔) การท าตัวให้เป็นเกลอ หรือ เป็นเพื่อนมากกว่าที่จะเป็นนายหรือเรียกว่า ความงดงามในความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน อันเป็นเครื่องหน่วงเหนี่ยวให้เกิดความร่วมมือกันได้ ดังนั้น คุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้ จึงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจกันไว้ เสมือนหนึ่ง สลักเพลารถ ถ้าหลักธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวใจเหล่านี้ไม่มี บุคคลก็จะไม่เป็นที่น่าเคารพ รักใคร่ยกย่องนับถือเราจึง ต้องคอยศึกษาและหมั่นเตือนสติตนเองไว้ตลอดว่าในแต่ละฐานะที่เราเป็นอยู่นั้นมีหน้าที่อะไรบ้าง เมื่อ รู้แล้วก็ต้องปฏิบัติตามหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์ นอกจากนี้ เราก็ต้องท าตนให้เสมอต้นเสมอปลายด้วย คือ เคยวางตัวกับคนอื่นในทางที่ดีอย่างไร แม้ว่าเราจะได้ดิบได้ดีไปแล้วก็ต้องไม่ลืมตัวยังคงปฏิบัติตัว เหมือนเช่นเดิมนั้นไม่เปลี่ยนแปลง หรือว่าเมื่อเราเห็นคนอื่นเขาได้ดีก็ต้องแสดงออกให้เขารับรู้ว่าเรามี ความยินดีกับเขาอย่างจริงใจไม่คิดกลั่นแกล้งใส่ร้ายปูายสีเขาถ้าท าได้อย่างนี้เราก็ย่อมจะเป็นที่รักที่ พอใจของทุกคนรอบข้าง “งาน” ทุกอย่างไม่สามารถท าส าเร็จด้วยตนเพียงคนเดียว ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจ ซึ่งกันและกัน ดังนั้น ชุดเหมาะสมส าหรับการท างานร่วมกัน คือ สังคหวัตถุ ๔ ซึ่งหมายถึง หลักธรรม ที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ าใจของผู้อื่น ผูกไมตรี และเอื้อเฟื้อเกื้อกูล โดยหลักธรรมในสังคหวัตถุ ๔ ประกอบด้วย ๑) ทาน เกื้อกูลกันด้วยการให้ หมายถึง การให้ การเสียสละ หรือ การเอื้อเฟื้อ แบ่งปันสิ่งของ ๆ ตนเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่น ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว ไม่เป็นคนเห็นแก่ได้ฝุายเดียว ดังนั้นการท างานจะต้องช่วยเหลือกันแบ่งปัน ไม่เห็นแก่ตัว รวมถึง การมีน้ าใจที่ดีต่อกัน ๒) ปิยวาจา ใช้วาจาประสานไมตรี หมายถึง การพูดจาด้วยถ้อยค าที่ไพเราะ อ่อนหวานพูดด้วยความจริงใจ ไม่พูดหยาบคาย ไม่ก้าวร้าว พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์และเหมาะสมกับ กาลเทศะดังนั้น การท างานร่วมกันจะต้องพูดหรือปรึกษาหารือกันโดยยึดถือหลักเกณฑ์ ๔ ประการ 50 พุทธทาสภิกขุ, บริหารธุรกิจแบบพุทธ, (กรุงเทพมหานคร: อตัมมโย, ม.ป.ป.), หน้า ๑๕.
๔๐ คือ ๑. เว้นจากการพูดเท็จ ๒. เว้นจากการพูดส่อเสียด ๓. เว้นจากการพูดค าหยาบ และ ๔. เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ และที่ส าคัญอย่างยิ่ง คือ จะต้องพูดหรือเจรจากันด้วยไมตรีและความ ปรารถนาดีต่อกัน ๓) อัตถจริยา ร่วมสร้างสรรค์อุดมการณ์ หมายถึง การสงเคราะห์ทุกชนิดหรือการ ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ดังนั้น การท างานร่วมกันจะต้องช่วยเหลือกันด้วย ก าลังงาน (กาย) ก าลังความคิด และก าลังทรัพย์ ๔) สมานัตตตา ร่วมทุกข์ร่วมสุขในทุกคราว หมายถึง การเป็นผู้มีความสม่ าเสมอหรือ มีความประพฤติเสมอต้นเสมอปลาย ดังนั้น การท างานร่วมกันจะต้องถึงคติว่า “มีทุกข์ร่วมทุกข์มีสุข ร่วมเสพ” และผู้ท างานร่วมกันทุกคนจะต้องไม่ถือตัว มีความเสมอภาค วางตนเสมอต้นเสมอปลาย ท า ตนให้เป็นที่น่ารัก น่าเคารพนับถือ และน่าให้ความร่วมมือช่วยเหลือ รวมถึง การท าตนให้คงเส้นคงวา มีความมั่นคงในอารมณ์ (Maturity) หรือการมี EQ ที่ดี นอกจากนี้สังคหวัตถุ ๔ ยังอ านวยประโยชน์ที่มองเห็นได้เป็นรูปธรรมดังต่อไปนี้ ๑) ช่วยให้บุคคลด ารงตนอยู่ได้ในสังคมด้วยความสุข ๒) เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ าใจ สมานไมตรีระหว่างกัน ๓) เป็นเครื่องส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ให้มีความเคารพนับถือกัน ตามสมควรแก่ฐานะ ๔) เป็นเครื่องประสานองค์ประกอบต่าง ๆ ของสังคมให้คงรูปอยู่และด าเนินไปได้ ด้วยดี ๕) ช่วยส่งเสริมศีลธรรมและปูองกันความประพฤติที่เสื่อมเสียในสังคม สังคหวัตถุ ๔ เป็นหลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจกันไว้ ให้เกิดความรักความสามัคคีใน หมู่คน เป็นธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดเหนี่ยวจิตใจของกันและกัน ถ้าหลักธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวใจ เหล่านี้ไม่มี บุคคลก็จะไม่เป็นที่น่าเคารพ รักใคร่ ยกย่องนับถือ และเราต้องปฏิบัติตามหน้าที่ให้ สมบูรณ์ คอยช่วยเหลือผู้อื่น มีจิตใจที่ดีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ท าตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม เราก็ต้องท าตนให้เสมอต้นเสมอปลายด้วย คือ เคยวางตัวกับคนอื่นในทางที่ดีอย่างไรก็ต้องไม่ลืมตัว ยังคงปฏิบัติตัวเหมือนเช่นเดิมนั้นไม่เปลี่ยนแปลง หรือว่าเมื่อเราเห็นคนอื่นเขาได้ดีก็ต้องแสดงออกให้ เขารับรู้ว่าเรามีความยินดีกับเขาอย่างจริงใจ ไม่คิดกลั่นแกล้งใส่ร้ายปูายสีเขาไม่มีความอิจฉาริษยา ถ้า ท าได้อย่างนี้เราก็ย่อมจะเป็นที่รักที่พอใจของทุกคนรอบข้าง ดังเช่นเรื่องของหัตถกอุบาสก ชาวเมือง อาหวีผู้มีสังคหวัตถุธรรมประจ าใจ๖๑ พระพุทธองค์ได้ทรงกล่าวถึงอานิสงส์ที่เกิดจากการสงเคราะห์ประชาชนด้วย สังคหวัตถุ ๔ คือ ทาน (การให้) เปยยวัชชะ (วาจาเป็นที่รัก) อัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) สมานัตตตา (การวางตนสม่ าเสมอ) อยู่เป็นประจ า เมื่อจุติจากเทวโลกมาแล้ว บุญที่เกิดจากการให้ทานเป็นประจ า 51 องฺ.อฏฺฐก. (ไทย) ๒๓/๒๔/๒๖๗.
๔๑ จะท าให้ได้ลักษณะมหาบุรุษ คือ มีฝุามือและฝุาเท้าอ่อนนุ่มและมีเส้นที่ข้อพระองคุลีจุดกันเป็นรูปตา ข่ายงดงามน่าดูน่าชม๖๒ และบุญที่เกิดจากการใช้ปิยวาจานั้น จะท าให้มีพระชิวหาใหญ่ยาวและ มีพระสุรเสียงดุจเสียงพรหม ตรัสดุจเสียงร้องของนกการเวก๖๓ ที่ชัดเจน แจ่มใส ไพเราะ ก้องกังวาน สามารถเหนี่ยวรั้งใจผู้ฟังให้ดื่มด่ าไปกับน้ าเสียงนั้น ส่วนอานิสงส์ของอัตถจริยาและสมานัตตตานั้น จะท าให้มีญาติสนิทมิตรสหายตลอดจนพวกพ้องบริวารมากมาย รวมถึง พระราชา มหาอามาตย์ เศรษฐี มหาเศรษฐีพ่อค้า ประชาชนทุกชาติทุกภาษา ทั้งวรรณะต่าง ๆ ให้การยอมรับนับถือ ทั้งหมด จะมาเป็นพันธมิตรเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันและไม่ว่าจะไปที่ไหนย่อมได้รับการปฏิสันถารเป็นอย่างดี ๒.3.๓ ความส าคัญของหลักสังคหวัตถุ 4 สังคหวัตถุ ๔ คือ หลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ าใจคนและประสานหมู่ชนไว้ให้มี ความสามัคคีกัน ประกอบด้วย๖๔ ๑) ทาน ให้ปัน คือ ความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ เสียสละ แบ่งปัน ช่วยเหลือสงเคราะห์ด้วย ปัจจัยสี่ ทุน หรือ ทรัพย์สิน สิ่งของ ตลอดจนให้ความรู้ ความเข้าใจและศิลปวิทยา ๒) ปิยวาจา พูดอย่างรักกัน คือ กล่าวค าสุภาพ ไพเราะ น่าฟัง ชี้แจง แนะน าสิ่งที่ เป็นประโยชน์ มีเหตุผล เป็นหลักฐาน ชักจูงในทางที่ดีงามหรือแสดงความเห็นอกเห็นใจ ให้ก าลังใจ รู้จักพูดให้เกิดความเข้าใจดี สมานสามัคคี เกิดไมตรีท าให้รักใคร่นับถือและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ๓) อัตถจริยา ท าประโยชน์แก่กัน คือ ช่วยเหลือด้วยแรงกายและขวนขวายช่วยเหลือ กิจการงานต่าง ๆ บ าเพ็ญประโยชน์ รวมทั้งช่วยแก้ไขปัญหาและช่วยปรับปรุงส่งเสริมในด้านจริยธรรม ๔) สมานัตตตา เอาตัวเข้าสมาน คือ ท าตัวให้เข้ากับเขาได้ วางตนเสมอต้นเสมอ ปลายให้ความเสมอภาค ปฏิบัติสม่ าเสมอกันต่อคนทั้งหลาย ไม่เอาเปรียบและเสมอในสุขทุกข์ คือ ร่วมสุข ร่วมทุกข์ ร่วมรับรู้ ร่วมแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขร่วมกัน สังคหวัตถุ ๔ ยังเป็นหลักธรรมที่ช่วยให้เกิดความรู้รักสามัคคีขึ้นในกลุ่มคน ไม่ว่าจะเป็น ระดับครอบครัว ชุมชน หรือระดับประเทศ แม้แต่ระหว่างประเทศก็ตาม หากน าเอาพุทธธรรมหมวดนี้ ไปประยุกต์ใช้อยู่เนื่อง ๆ แล้ว การเบียดเบียนกัน ก็จะลดลงได้มาก โลกย่อมมีสันติภาพ สันติสุขยิ่งขึ้น ความมั่นคงของมนุษย์โดยรวมก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยเนื่องจาก๖๕ ๑) ทาน คือ การให้ การเสียสละแก่กันและกันก่อนไม่ว่าจะเป็น วัตถุทาน อภัยทาน หรือธรรมทาน ล้วนเป็นปัจจัยเสริมสร้างความกลมเกลียวกันในหมู่มนุษย์ได้ทั้งนั้น ความขัดแย้ง แย่ง ชิง จ้องแต่จะเอารัดเอาเปรียบกัน คงเกิดขึ้นยากในสังคมที่ผู้คนรักการให้ การเสียสละ 52 ที.ปา. (ไทย) ๑๑/๒๑๐/๑๗๐ - ๑๗๑. 53 ที.ปา. (ไทย) ๑๑/๒๓๖/๑๙๓. 54 พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต), ธรรมนูญชีวิต, พิมพ์ครั้งที่ ๘๒, (กรุงเทพมหานคร : บริษัท พิมพ์สวย จ ากัด, ๒๕๕๐), หน้า ๒๕. 55 ไพโรจน์ แก่สาร, หลักการคิดอย่างมีเหตุผลและกระบวนการตกลงใจ, (นครปฐม : สถาบัน วิชาการการทหารชั้นสูง, ๒๕๕๑), หน้า ๘๒.
๔๒ ๒) ปิยวาจา มีองค์ประกอบสาม ได้แก่ ความสุภาพ ความสัตย์จริง และความมี ประโยชน์หรือเป็นถ้อยค าที่สร้างสรรค์ซึ่งนับวันผู้คนจะละเลยคุณธรรมข้อนี้กันมากขึ้น มีแต่ข่มขู่เชือด เฉือนกระทบกระเทียบเสียดสี หาสาระอะไรไม่ค่อยได้ แถมยังโกหกกันหน้าตาเฉย ปลิ้นปล้อน หลอกลวงกันเองอีกต่างหาก ความสามัคคีคงเกิดยากในหมู่คนที่ขาดปิยวาจาต่อกัน ๓) อัตถจริยา การท าแต่ในสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ทั้งต่อตนเองและส่วนรวม ไม่ชักน า พวกพ้องไปทางเสื่อมหรือร่วมมือกันอย่างผิด ๆ เช่น คิดเอาเปรียบเทียบคนกลุ่มอื่น ประเทศอื่นใช้ ก าลังที่เหนือว่า กดขี่ข่มเหงเขาอย่างไม่เป็นธรรม หากหลีกเลี่ยงการประพฤติเช่นนี้ได้ ย่อมมีส่วนช่วย เสริมสร้างสันติสุข และความมั่นคงให้มวลมนุษย์ทั้งโลกได้อีกทางหนึ่ง ๔) สมานัตตตา หมายถึง การวางตนเสมอกัน ไม่ยกตนข่มท่านหรือดูถูกดูแคลนผู้อื่น บางอาจารย์บอกว่า คือ ความเป็นกันเอง ไม่ถือเขาถือเราซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานที่ยอมรับกันอยู่แล้ว โดยทั่วไป จากที่ผู้วิจัยได้ค้นคว้า รวบรวม เอกสารที่เกี่ยวกับหลักพุทธธรรมเพื่อการให้บริการที่ได้ กล่าวมาแล้วข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า สังคหวัตถุ ๔ เป็นหลักธรรมที่สร้างความสงบสุขสมานสามัคคี สร้างความ เกือกลกัน สร้างความผูกมิตรรักใคร่กลมเกลียว และเชื่อมสัมพันธ์กันของคนในสังคม ประกอบไปด้วย ทาน คือ การให้ การแบ่งปัน ปิยวาจา คือ การสื่อสารกันด้วยถ้อยค าที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น อัตถจริยา คือ การสร้างสรรค์สิ่งที่ดีมีคุณประโยชน์แก่ส่วนรวมสัมพันธภาพ ที่ดีระหว่างกัน การร่วมกันท างานตามหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบให้ดีที่สุด รวมถึงการสงเคราะห์ การดูแล เอาใจใส่ การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การส่งเสริมกันให้เกิดผลส าเร็จของงานและสมานัตตตา คือ การ ประพฤติตนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย การไม่เลือกปฏิบัติ การรู้จักวางตนให้เหมาะสมตามเวลา สถานที่ และต าแหน่งหน้าที่ของตนเอง การร่วมทุกข์ร่วมสุขระหว่างเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา และ องค์กร เป็นเครื่องจรรโลงสังคม หรือหลักธรรมที่ช่วยประสานคนหมู่มากให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นเครื่องช่วยขจัดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นท าให้คนอยู่ร่วมกันด้วยความรักสามารถน าไปใช้ได้ตั้งแต่ ระดับครอบครัวจนถึงระดับสังคม ชุมชนได้เป็นอย่างดี จากการทบทวนเอกสารที่มาของหลักพุทธธรรมเพื่อการให้บริการดังกล่าวข้างต้นท าให้ ทราบที่มาของหลักสังคหวัตถุ ในหัวข้อนี้ผู้วิจัยจะได้กล่าวถึงความหมายของหลักสังคหวัตถุตามทัศนะ ของนักวิชาการ จากเนื้อหากับหลักที่เกี่ยวกับหลักพุทธธรรม (สังคหวัตถุ ๔) ของนักวิชาการต่าง ๆ ผู้วิจัยได้น าหลักพุทธธรรม (สังคหวัตถุ ๔) ดังกล่าว โดยสามารถสรุปได้ตาม ตารางที่ ๒.๗ ดังต่อไปนี้
๔๓ ตารางที่ ๒.๗ แนวคิดหลักสังคหวัตถุ ๔ นักวิชาการหรือแหล่งข้อมูล แนวคิดหลัก พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) สังคหวัตถุ ๔ ประการ ได้แก่ ๑. ทาน หมายถึง การให้ (โอบอ้อม อารี) นักบริหารที่ดีต้องมีน้ าใจรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้ทานแก่เพื่อน ร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาการให้ทางจะช่วยให้ผูกคนอื่นไว้ ๒. ปิยวาจา หมายถึง การพูดถ้อยค าไพเราะอ่อนหวาน (วจี ไพเราะ) นักบริหารที่ดีจะรู้จักผูกใจคนด้วยค าพูดอ่อนหวาน ๓. อัตถจริยา หมายถึง การท าตัวให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น (สงเคราะห์ ประชาชน) ตรงกับค าพังเพยที่ว่า “อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้น วัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น” ๔. สมานัตตา หมายถึง การวางตัว สม่ าเสมอ (วางตนพอดี) เมื่อนักบริหารไม่ทอดทิ้งผู้ร่วมงาน ทั้งหลาย เขาจึงจะสามารถสร้างทีมงานขึ้นมาได้นั่นคือถือคติว่า “มี ทุกข์ร่วมทุกข์มีสุขร่วมเสพ” พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) เครื่องยึดเหนี่ยวน้ าใจคนและประสานหมู่ชนไว้ให้มีความสามัคคีกัน ประกอบไปด้วย ๑. ทาน ให้ปัน คือ ความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ เสียสละ แบ่งปัน ช่วยเหลือสงเคราะห์ด้วยปัจจัยสี่ ทุน หรือ ทรัพย์สิน สิ่งของตลอดจนให้ความรู้ ความเข้าใจและศิลปวิทยา ๒. ปิยวาจา พูดอย่างรักกัน คือ กล่าวค าสุภาพ ไพเราะน่าฟังชี้แจง แนะน าสิ่งที่ เป็นประโยชน์ มีเหตุผล เป็นหลักฐานชักจูงในทางที่ดีงามหรือ แสดงความเห็นอกเห็นใจ ให้ก าลังใจ ๓. อัตถจริยา คือ ช่วยเหลือ ด้วยแรงกายและขวนขวายช่วยเหลือกิจการต่าง ๆ ๔. สมานัตตตา เอาตัวเข้าสมาน คือ ท าตัวให้เข้ากับเขาได้ วางตนเสมอต้นเสมอ ปลายให้ความเสมอภาค ปฏิบัติสม่ าเสมอกันต่อคนทั้งหลาย ไม่เอา เปรียบและเสมอในสุขทุกข์ ไพโรจน์ แก่นสาร ๑. ทาน การให้ การเสียสละแก่กันและกันก่อนไม่ว่าจะเป็นวัตถุ ทาน อภัยทานหรือธรรมทาน 2.ปิยวาจา ความสุภาพ ความสัตย์ จริง ๓. อัตถจริยา การช่วยเหลือ บ าเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น ได้แก่การสงเคราะห์เกื้อกูลกันของบุคคลในครอบครัว เช่น การ ช่วยเหลือการงาน แบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน ๔. สมานัตตตา การ ปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับสถานภาพ บทบาท หน้าที่ของตน โดย วางตนเสมอต้นเสมอปลาย สามารถเข้ากับผู้อื่น
๔๔ ตารางที่ ๒.๗ แนวคิดหลักสังคหวัตถุ ๔ (ต่อ) นักวิชาการหรือแหล่งข้อมูล แนวคิดหลัก อรศิริ เกตตุศรีพงษ์ ๑) ทาน คือ การแบ่งปันวัตถุสิ่งของ รวมถึงอุปกรณ์ในการท างาน หรือเอกสารที่ใช้ในการท างาน ๒) ปิยวาจา คือ การแบ่งปันค าพูดดี ๆ ค าพูดที่ไพเราะ พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์เหมาะกับกาลเทศะ พูด ให้ก าลังใจกัน ๓) อัตถจริยา คือ การแบ่งปันความรู้ การให้ความ ช่วยเหลือในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น การแบ่งปันความรู้และ ประสบการณ์ที่เป็นความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) เป็นสิ่งที่ท าได้ยากกว่าการแบ่งปันความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ๔) สมานัตตตา คือ การมีความประพฤติเสมอต้น เสมอปลาย การเป็นผู้มีความสม่ าเสมอจริงใจต่อกันความเสมอต้น เสมอปลายจะช่วยให้เกิดความรู้สึกปลอดภัย ไม่ระแวงกัน และเป็น การสร้างความไว้วางใจกัน เชื่อใจกัน (Trust) พระมหาบุญเพียร ปุญฺวิริโย ๑) ทาน ได้แก่ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่การแบ่งปันความสุขให้แก่กัน และกัน ทั้งที่เป็นวัตถุสิ่งของ และแบ่งปันน้ าใจบุคคลในครอบครัว ไม่ตระหนี่ถี่เหนียวใช้สอยหรือบริโภคสิ่งของแต่เพียงผู้เดียว ๒ ) ปิยวาจา การพูดจากันด้วยถ้อยคาสุภาพ อ่อนโยน พูดด้วยจิตที่ ปรารถนารู้จักกาลเวลาในการพูดอย่างเหมาะสม และรู้จักการใช้ ค าพูด ๓) อัตถจริยา การช่วยเหลือ บ าเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น ได้แก่ การสงเคราะห์เกื้อกูลกันของบุคคลในครอบครัว เช่น การ ช่วยเหลือการงาน แบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน ๔) สมานัตตตา การ ปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับสถานภาพ บทบาท หน้าที่ของตนโดยวาง ตนเสมอต้นเสมอปลาย สามารถเข้ากับผู้อื่นได้ 2.4 ข้อมูลบริบทเรื่องที่วิจัย 2.4.1 ประวัติความเป็นมาของอ าเภอเมืองตาก อ าเภอเมืองตากเป็นเมืองลูกหลวง ประจ าทิศตะวันตกของกรุงสุโขทัยตั้งแต่สมัยพ่อขุน รามค าแหงมหาราช ในอดีตเมืองตากมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เมืองระแหง” ตั้งอยู่ในพื้นที่ต าบล เกาะตะเภา อ าเภอบ้านตาก อยู่ทางทิศเหนือของตัวเมืองปัจจุบัน ขึ้นไปประมาณ 20 กิโลเมตร สาเหตุที่มีการย้ายเมืองสมเด็จกรมพระยาด ารงราชานุภาพสันนิษฐานไว้ว่า ที่ตั้งเดิมไม่เหมาะสมใน ยามศึกการตั้งรับหรือถอยทัพ เนื่องจากมีแนวแม่น้ าปิงขวางกั้น ข้าศึกพม่าซึ่งมาจากทางทิศตะวันตก ถึงตัวเมืองก่อน ส าหรับอาคารที่ว่าการอ าเภอเมืองตาก ครั้งแรกอยู่รวมกับศาลากลางจังหวัด ซึ่งเป็น ที่ตั้งส านักงานเทศบาลเมืองตากในปัจจุบัน ต่อมา พ.ศ. 2499 ย้ายไปสร้างที่ถนนพหลโยธิน ที่ตั้งด่าน ปุาไม้ตาก แล้วเกิดเพลิงไหม้เมื่อปี พ.ศ. 2508 จึงย้ายไปเช่าบ้านของหลวงสรรค์บุรานุรักษ์ จนกระทั่ง พ.ศ. 2510 ได้ก่อสร้างอาคารที่ว่าการอ าเภอ ซึ่งปัจจุบันเป็นอาคารกองร้อย อส. อ.เมือง
๔๕ ตากที่ 2 และปัจจุบันอาคารที่ว่าการอ าเภอเมืองตาก เป็นอาคารใหม่ที่กรมการปกครองได้จัดสรร งบประมาณอนุมัติให้ก่อสร้าง จ านวนเงิน 15,004,000 บาท โดยก่อสร้างบริเวณหลังที่ว่าการ อ าเภอเมืองตากหลังเดิม ขณะนี้มีผู้ด ารงต าแหน่งนายอ าเภอเมืองตากมาแล้ว 46 นาย ถึงปัจจุบัน๖๖ ที่ว่าการอ าเภอเมืองตากประกอบด้วย 14 ต าบล ดังนี้ 1) หนองหลวง 2) ระแหง 3) หัวเดียด 4) เชียงเงิน 5) หนองบัวเหนือ 6) ปุามะม่วง 7) แม่ท้อ 8) หนองบัวเหนือ 9) ไม้งาม 10) น้ ารึม 11) วังประจบ 12) วังหิน 13) โปุงแดง 14) ตลุกกลางทุ่ง 2.4.2 ค าขวัญอ าเภอเมืองตาก “เมืองพระเจ้าตาก ต้นกระบากใหญ่ รวมชาวเขาเผ่าไทย ประทับใจริมปิง” ๒.4.3 วิสัยทัศน์ “เมืองน่าอยู่ ประตูการค้าชายแดน” ๖๗ ๒.4.4 พันธกิจ 1. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 2. เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และปูองกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 3. เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรและเพิ่มมูลค่าสินค้าทาง การเกษตร 4. เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว สินค้า OTOP และส่งเสริมการค้า การลงทุน ในพื้นที่ การค้าชายแดน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 5. พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐและเพิ่มประสิทธิภาพการปูองกันรักษาความ มั่นคง ความสงบเรียบร้อย๖๘ 56 แผนพัฒนาอ าเภอ 5 ปี (พ.ศ. 2565 – 2570) อ าเภอเมืองตาก จังหวัดตาก, 2565, หน้า 1 57 เรื่องเดียวกัน, วิสัยทัศน์. หน้า 22. 58 เรื่องเดียวกัน, พันธกิจ. หน้า 22.
๔๖ ๒.4.5 โครงสร้างการบริหารงานของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก แผนภาพที่ ๒.๑ โครงสร้างการบริหารงานของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ๒.4.6 ภาระและหน้าที่และการให้บริการของที่ว่าการอ าเภอเมืองตาก จังหวัดตาก บทบาทหน้าที่ของที่ท าการปกครองอ าเภอ 1. กลุ่มงานบริหารงานปกครอง 1.1 งานปกครอง มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับ - การบริหารงานปกครองท้องที่ - การดูแลรักษาที่สาธารณะ - การก่อสร้างอาคารสถานที่ราชการ - การพัฒนาท้องที่ - การบริหารงานบุคคลของก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ - การด าเนินการเกี่ยวกับคณะกรรมการหมู่บ้าน - การบริหารงานบุคคลของข้าราชการและลูกจ้างกรมการปกครอง
๔๗ - การสนับสนุนการเลือกตั้ง - การส่งเสริมการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย - การด าเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม - การด าเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ - การด าเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจ าน า - การด าเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน - การด าเนินการตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน - การขออนุญาตให้มีมหรสพและการโฆษณาขยายเสียง - การด าเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม - งานอื่นที่ได้รับมอบหมาย 1.2 งานส านักงานอ าเภอ - ปฏิบัติงานบริหารทั่วไป งานธุรการ และงานสารบรรณ -จัดท าข้อมูล การบรรยายสรุป และการด าเนินงานประชาสัมพันธ์ของอ าเภอ - การด าเนินการเกี่ยวกับงานรับรอง ราชพิธีงานรัฐพิธี งานศาสนพิธี และ งานประเพณีต่าง ๆ - ด าเนินการงานกาชาด งานสังคมสงเคราะห์และงานสาธารณกุศลต่าง ๆ - ปฏิบัติงานเลขานุการนายอ าเภอ - ประสานการด าเนินการเกี่ยวกับการจัดท าแผนยุทธศาสตร์และ แผนปฏิบัติการ พัฒนาอ าเภอ - ให้ค าปรึกษาแนะน าเกี่ยวกับการจัดท าแผนพัฒนาต าบล หมู่บ้าน - จัดระบบการอ านวยความสะดวกในการให้บริการประชาชน - ด าเนินการเกี่ยวกับงานประชุมของอ าเภอ - ด าเนินงานโครงการอ าเภอเคลื่อนที่ - ด าเนินงานของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่มอบหมายให้อ าเภอ ด าเนินการ แทน - ด าเนินงานอื่นที่ก าหนดให้เป็นหน้าที่ของนายอ าเภอ เช่น การด าเนิน การตาม อ านาจหน้าที่ของนายอ าเภอตามที่ก าหนดในกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร ราชการ แผ่นดิน กฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ กฎหมายว่าด้วยการรักษา สิ่งแวดล้อม กฎหมายว่าด้วย โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น - ด าเนินการอื่นตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย เช่น โครงการอัน เนื่องมาจากพระราชด าริ โครงการปรับขยายการให้บริการประชาชนของ กระทรวงมหาดไทย โครงการประเทศไทยใสสะอาด การสนับสนุนส่งเสริมการ กีฬาและนันทนาการ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการส่งเสริมการท่องเที่ยว - งานอื่นที่ได้รับมอบหมาย 1.3 งานด้านการเงินและบัญชี ดังนี้ - เก็บรักษาดวงตราประจ าต าแหน่งนายอ าเภอ
๔๘ - จัดท าระบบการควบคุมการเงินของหน่วยงานย่อย - รวบรวมหลักฐานการขอเบิกจ่ายเงินงบประมาณ เงินเดือน เงินสวัสดิการ ต่าง ๆ ของข้าราชการ - รวบรวมหลักฐานการขอเบิกจ่ายเงินตอบแทนเงินสวัสดิการต่าง ๆ ได้แก่ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ สมาชิก อส. - ด าเนินการเกี่ยวกับการรับ – ส่ง หรือ น าฝากและรายงานเงินรายได้ แผ่นดิน รวมทั้งเงินนอกงบประมาณ - ด าเนินการเกี่ยวกับการขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี - ด าเนินการเกี่ยวกับการขอขยายเวลาเบิกจ่ายเงิน - ด าเนินการเกี่ยวกับการเบิกเงิน ฌปค. ของข้าราชการ และเงิน ฌกน. ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ - ควบคุมดูแลรักษาพัสดุ – ครุภัณฑ์ การขออนุมัติจ าหน่ายครุภัณฑ์ที่ช ารุด การตี ราคาทรัพย์สิน (พัสดุ – ่ครุภัณฑ์) ของที่ท าการปกครองอ าเภอ - ด าเนินการขออนุมัติจัดซื้อ/จัดจ้าง - รวบรวมและจัดท าค าขอรับการจัดสรรงบประมาณ - จัดท าทะเบียนควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ - บริหาร ควบคุม เร่งรัด และรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณ - ตรวจสอบและจัดท าบัญชีถือจ่ายเงินค่าตอบแทนก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ - รายงานผลการบริหารงบประมาณ - งานอื่นที่ได้รับมอบหมาย 1.4 งานอ านวยความเป็นธรรม มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงาน ดังนี้ - งานวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและงานคดีปกครอง - การด าเนินการเกี่ยวกับความผิดทางละเมิด คดีแพ่ง คดีล้มละลายและ คดีอาญา - การสอบสวนคดีอาญา - การอ านวยความเป็นธรรม - การแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ - งานศูนย์ด ารงธรรม - การชันสูตรพลิกศพ - การปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่น - การให้ค าปรึกษาด้านกฎหมาย - งานอื่นที่ได้รับมอบหมาย 2. ฝุายทะเบียนและบัตร 2.1 งานทะเบียนทั่วไป ปฏิบัติงานเกี่ยวกับ - ด าเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนตั้งชื่อสกุล, การอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อ ตัว ชื่อรอง การร่วมใช้ชื่อสกุล
๔๙ - ด าเนินการเกี่ยวกับการรับค าร้องตรวจสอบกลั่นกรองการจดทะเบียนตั้ง มูลนิธิ จดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการ มูลนิธิ จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ มูลนิธิ การเลิกมูลนิธิ รวมทั้งการตรวจตราดูแลการด าเนินงานของ มูลนิธิ - ด าเนินการเกี่ยวกับการรับค าร้องตรวจสอบกลั่นกรองจดทะเบียนสมาคม จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการ สมาคม การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม ข้อบังคับสมาคม การเลิก สมาคม - ด าเนินการเกี่ยวกับการขายทอดตลาดและค้าของเก่า - ด าเนินการเกี่ยวกับทะเบียนครอบครัว - ด าเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนพินัยกรรม - ด าเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนเกี่ยวกับนิติกรรม - ด าเนินการเกี่ยวกับการจัดตั้งและอนุญาตให้ด าเนินการสุสานและฌาปน สถานนอกเขตกรุงเทพมหานคร เทศบาล และเมืองพัทยา - ด าเนินการเกี่ยวกับการตรวจตราและควบคุมดูแลศาลเจ้า - ด าเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนสัตว์พาหนะ - ด าเนินการเกี่ยวกับการทะเบียนเกาะ เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และความมั่นคง - งานอื่นที่ได้รับมอบหมาย 2.2 งานทะเบียนราษฎร ปฏิบัติงานเกี่ยวกับ - ปฏิบัติงานทะเบียนราษฎร ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และระเบียบส านักทะเบียนกลางว่าด้วยการปฏิบัติงานทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2535 - ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของส านักทะเบียนอ าเภอ - ด าเนินการเกี่ยวกับการทุจริตทางการทะเบียน - ด าเนินการเกี่ยวกับการจัดท าทะเบียนประวัติ และบัตรประจ าตัว ชนกลุ่มน้อยและ ชาวเขา - ด าเนินการรับค าร้อง ตรวจสอบกลั่นกรองและพิจารณาเสนอให้จังหวัด ด าเนินการเกี่ยวกับการก าหนดสถานะชนกลุ่มน้อยและชาวเขา ได้แก่ การ พิจารณาให้สัญชาติกับบุตร ชนกลุ่มน้อย และการพิจารณาให้สถานะคนเข้าเมือง โดยชอบด้วยกฎหมายแก่ชนกลุ่มน้อยและ ชาวเขา - ด าเนินการเกี่ยวกับการบันทึกและตรวจสอบฐานข้อมูลทางการทะเบียน ต่าง ๆ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ - รายงานข้อมูลทางทะเบียน - ดูแลรักษาเครื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทางการทะเบียน - จัดท าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น - งานอื่นที่ได้รับมอบหมาย
๕๐ 2.3 งานบัตรประจ าตัวประชาชน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับ - ด าเนินการเกี่ยวกับการให้บริการจัดท าบัตรประจ าตัวประชาชน การจัดส่ง บ.ป.1ไปยังส านักงานทะเบียนบัตรประจ าตัวประชาชน รวมทั้งการจัดเก็บ บ.ป. 1 ที่ได้รับ คืนจากส านักงานทะเบียนบัตรประจ าตัวประชาชน - การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการท าบัตรครั้งแรกให้แก่ผู้มีอายุครบ 15 ปี - งานอื่นที่ได้รับมอบหมาย 3. ฝุายความมั่นคง โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้ - งานกิจการชายแดน - งานกิจการผู้อพยพ - งานกิจการชนกลุ่มน้อย - งานกิจการศาสนาอิสลาม - งานกิจการมวลชน - การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ - งานกิจการหมู่บ้านอาสาพัฒนาและปูองกันตนเอง (หมู่บ้าน อพป.) - งานกิจการการข่าว - งานเกี่ยวกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝุายรักษาความสงบ - งานกิจการอาสารักษาดินแดน (อส.) - งานด้านการสื่อสาร - การจัดระเบียบสังคม - การปูองกันและปราบปรามยาเสพติด - การประสานการปูองกันและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ - งานอื่นที่ได้รับมอบหมาย ๒.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ๒.5.๑ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหลักสังคหวัตถุ ๔ จากการทบทวนแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหลักสังคหวัตถุ ๔ ผู้วิจัย พบว่ามีผู้สนใจที่จะศึกษาอยู่เป็นจ านวนมาก ผู้วิจัยจึงได้ศึกษารวบรวมข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กับหลักสังคหวัตถุ ๔ ส าหรับเป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ซึ่งมีหัวข้องานวิจัยที่น่าสนใจ ดังนี้ ศิวพร สัจจวัฒนา ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การใช้หลักสังคหวัตถุ ๔ ในการให้บริการของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลโนนฝรั่งตามการรับรู้ของประชาชน" ผลการศึกษาพบว่าโดยภาพ รวมอยู่ในระดับมาก คือ การใช้หลักสังคหวัตถุ ๔ ประการ ถือเป็นหัวใจส าคัญของงานบริการเริ่ม ตั้งแต่โอบอ้อมอารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ประชาชน วางตนเหมาะสม เพราะการอยู่ร่วมกันในสังคม นั้น มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาเป็นที่รักของคนรอบข้าง เป็นที่ยอมรับนับถือของทุก ๆ คนและยังเป็น เครื่องยึดใจบุคคลและประสานหมู่ชนไว้ในสามัคคี สามารถแบ่งเป็น ๔ ประการ คือ (๑) ทานคือ การ
๕๑ ให้ คือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ แบ่งปัน ช่วยเหลือกันด้วยสิ่งของ ตลอดถึงให้ความรู้และแนะน าสั่ง สอน (๒) ปิยวาจา หรือ เปยยวัชชะ คือ วาจาเป็นที่รัก วาจาดูดดื่มน้ าใจ หรือวาจาซาบซึ้งใจคือ กล่าว ค าสุภาพไพเราะอ่อนหวานสมานสามัคคี ให้เกิดไมตรีและความรักใคร่นับถือ ตลอดถึงค าแสดง ประโยชน์ประกอบด้วยเหตุผลเป็นหลักฐาน จูงใจให้นิยมยอมตาม (๓) อัตถจริยา การประพฤติ ประโยชน์ คือ ขวนขวายช่วยเหลือกิจการ บ าเพ็ญสาธารณประโยชน์ ตลอดถึงช่วยแก้ไขปรับปรุง ส่งเสริมในทางจริยธรรม (๔) สมานัตตตา คือ ความมีตนเสมอ คือ ท าตนเสมอต้นเสมอปลาย ปฏิบัติ สม่ าเสมอกันในชนทั้งหลาย และเสมอในสุขทุกข์โดยร่วมรับรู้ร่วมแก้ไข ตลอดถึงวางตน เหมาะสมแก่ ฐานะ ภาวะ บุคคล เหตุการณ์และสิ่งแวดล้อม ถูกต้องตามธรรมในแต่ละกรณี๖๙ สังขพงศ์ ชมภูได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการประยุกต์ใช้ หลักสังคหวัตถุธรรมในการให้บริการขององค์การบริหารส่วนต าบลโค้งไผ่ อ าเภอขาณุวรลักษบุรี จังวัด ก าแพงเพชร” ผลการวิจัยพบว่า ๑) ความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการประยุกต์ใช้หลักสังคหวัตถุ ธรรมในการบริการขององค์การบริหารส่วนต าบลโค้งไผ่ อ าเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดก าแพงเพชร โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อจ าแนกเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านอัตถ จริยา การให้บริการที่เป็นประโยชน์ ด้านปิยวาจา การให้บริการด้วยการพูดจาไพเราะ ด้านสมานัตต ตา การให้บริการที่ดีอย่างสม่ าเสมอ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ ด้านทาน การเอื้อเฟื้อแบ่งปัน การให้บริการ ๒) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า เพศ อายุ ระดับการศึกษา และรายได้ของ ประชาชนที่แตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการประยุกต์ใช้ หลักสังคหวัตถุธรรมในการบริการขององค์การบริหารส่วนต าบลโค้งไผ่ อ าเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัด ก าแพงเพชร ไม่แตกต่างกัน ส่วนอาชีพของประชาชนที่แตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อความพึงพอใจ ของประชาชนที่มีต่อการประยุกต์ใช้หลักสังคหวัตถุธรรมในการบริการขององค์การบริหารส่วนต าบล โค้งไผ่ อ าเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดก าแพงเพชร แตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ๓) ข้อเสนอแนะต่อความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการประยุกต์ใช้หลักสังคหวัตถุธรรม พบว่า เจ้าหน้าที่ควรปฏิบัติต่อทุกคนให้เท่าเทียมกัน เสมอต้นเสมอปลายกับทุกคน โดยไม่ค านึงถึงฐานะ มี ความสนใจเอาใจใส่ให้บริการประชาชนด้วยความถูกต้อง และเป็นธรรม รักในการบริการด้วยความ เต็มใจ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาไพเราะอ่อนหวานและควรมีการจัดอบรมแก่เจ้าหน้าที่ทุกท่านใน อบต. ในหัวข้อการให้บริการประชาชน การติดต่อประสานงานที่มีประสิทธิภาพอีกทั้งควรมีสิ่งอ านวย 59 ศิวพร สัจจวัฒนา, “การใช้หลักสังคหวัตถุ ๔ ในการให้บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล โนนฝรั่งตามการรับรู้ของประชาชน", วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๕).
๕๒ ความสะดวกภายในที่ท าการ อบต. เช่น มีที่จอดรถหรือห้องน้ าที่สะอาด มีบริการแจกบัตรคิวเพื่อ ความเสมอภาคแก่ประชาชน๗๐ จิตรา แสงผาบ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การให้บริการตามหลักสังคหวัตถุธรรมของส านักงาน ที่ดินจังหวัดล าพูน” ผลการวิจัยพบว่า ระดับความคิดเห็นของประชาชนผู้ตอบแบบสอบถามมีค่าเฉลี่ย รวมอยู่ในระดับมากและเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านอรรถจริยาอยู่ในระดับมาก ส่วนด้าน ทาน ปิยะวาจา และอัตถจริยาอยู่ในระดับปานกลาง การเปรียบเทียบความพึงพอใจการให้บริการตาม หลักสังคหวัตถุ ๔ โดยการวิเคราะห์ความแตกต่างกันจ าแนกตามปัจจัยบุคคลได้แก่ เพศ อายุระดับ การศึกษา อาชีพ ความถี่ในการมาใช้บริการ พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาและอาชีพต่างกันมี ความพึงพอใจต่อการให้บริการแตกต่างกันอย่างมีนัยยะส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส าหรับเพศ อายุและจ านวนครั้งที่มาใช้บริการ มีความพึงพอใจต่อการให้บริการไม่แตกต่างกัน ปัญหาและอุปสรรค ในระดับความพึงพอใจในการให้บริการตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของส านักงานที่ดินจังหวัดล าพูน สรุปได้ คือเจ้าหน้าที่มีความมีจ านวนจ ากัดจึงท าให้การบริการไม่ครอบคลุมเท่าที่ควร เจ้าหน้าที่บางครั้งพูดไม่ เพราะไม่มีความกระตือรือร้นในการให้บริการ และให้บริการอย่างไม่มีความเท่าเทียมกันซึ่งเจ้าหน้าที่ ควรมีการจัดเวรเพื่อให้บริการค าแนะน าต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นควรมีการพูดจาไพเราะขณะให้บริการ ควร มีความกระตือรือร้นในการให้บริการ และควรให้บริการด้วยความยุติธรรมแก่ประชาชนทุกคน ผล การศึกษาเชิงคุณภาพผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เน้นเรื่องการให้บริการที่สอดคล้องกับคหบดีโดยเฉพาะ รูปแบบการให้บริการที่สะดวกรวดเร็วเป็นธรรมกับทุกฝุายมีการทุจริยาไพเราะช่วยเหลือได้ต่าง ๆ แก่ ประชาชนเพื่อให้เกิดความประทับใจแก่ประชาชนผู้มาใช้บริการ๗๑ สมบุญ พูลเกลี้ยง และคณะ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ประสิทธิผลการให้บริการสาธารณะตาม หลักสังคหวัตถุธรรมขององค์การบริหารส่วนต าบลท่างิ้ว อ าเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์” ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิผลการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนต าบลท่างิ้ว อ าเภอ บรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ขณะเดียวกันประสิทธิผลการ ให้บริการสาธารณะตามหลักสังคหวัตถุธรรมขององค์การบริหารส่วนต าบลท่างิ้ว อ าเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านทาน ด้าน 60 สังขพงศ์ ชมภู, “ความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการประยุกต์ใช้หลักสังคหวัตถุธรรมในการ ให้บริการขององค์การบริหารส่วนต าบลโค้งไผ่ อ าเภอขาณุวรลักษบุรี จังวัดก าแพงเพชร” วิทยานิพนธ์หลักสูตร ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย, ๒๕๕๘). 61 จิตรา แสงผาบ, “การให้บริการตามหลักสังคหวัตถุธรรมของส านักงานที่ดินจังหวัดล าพูน”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗).
๕๓ ปิยวาจา ด้านอัตถจริยา และด้านสมานัตตตา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน ส่วน ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสังคหวัตถุธรรม กับประสิทธิผลการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหาร ส่วนต าบลท่างิ้ว อ าเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์โดยภาพรวมมีความสัมพันธ์กันอย่างมี นัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีค่าความสัมพันธ์กันในทางบวกหรือมีความสัมพันธ์กันใน ลักษณะที่คล้อยตามกันเป็นคู่ โดยภาพรวมอยู่ในระดับสูงมาก(0.835) เมื่อพิจารณารายละเอียดใน แต่ละด้าน พบว่าคู่ของด้านอัตถจริยากับด้านการจัดระเบียบชุมชนสังคมและการรักษาความสงบ เรียบร้อย มีค่าความสัมพันธ์สูงที่สุด (r = 0.765) รองลงมา คือ คู่ของด้านปิยวาจากับด้านการจัด ระเบียบชุมชนสังคมและการรักษาความสงบเรียบร้อย (r =0.763) และค่าที่น้อยที่สุด คือ คู่ด้าน สมานัตตตากับด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (r =0.575)๗๒ พระจักรพันธ์ จกฺกวโร (จันทร์แรง) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ประสิทธิผลการบริหารตาม หลักสังคหวัตถุธรรมของเทศบาลต าบลศรีเตี้ย อ าเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดล าพูน” ผลการวิจัยพบว่า ๑. ระดับประสิทธิผลการบริหารตามหลักสังคหวัตถุธรรมของเทศบาลต าบลศรีเตี้ย อ าเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดล าพูน ค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อจ าแนกเป็นรายด้าน พบว่า ด้านเจ้าหน้าที่ผู้ ให้บริการมีค่าเฉลี่ยสูงสุดรองลงมาคือ ด้านอาคารสถานที่ ส่วนค่าเฉลี่ยน้อยสุด ได้แก่ด้านสิ่งอ านวย ความสะดวก และระดับการประยุกต์ใช้หลักหลักสังคหวัตถุธรรมกับประสิทธิผลการบริหารของ เทศบาลต าบลศรีเตี้ย อ าเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดล าพูน ค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อจ าแนกเป็น รายด้าน พบว่า ด้านอัตถจริยา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ด้านปิยวาจาด้านสมานัตตตา ส่วน ค่าเฉลี่ยน้อยสุด คือ ด้านทาน ๒. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อประสิทธิผลการ บริหารตามหลักสังคหวัตถุธรรมของเทศบาลต าบลศรีเตี้ย อ าเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดล าพูน โดยจ าแนก ตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ พบว่า เมื่อจ าแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษาอาชีพ และรายได้ ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐาน ๓. ความสัมพันธ์ระหว่าง หลักสังคหวัตถุธรรมกับประสิทธิผลการบริหารของต าบลศรีเตี้ย อ าเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดล าพูน พบว่า หลักสังคหวัตถุธรรมมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูง (R=.796**) กับประสิทธิผลการบริหารของ 62 สมบุญ พูลเกลี้ยง และคณะ, “ประสิทธิผลการให้บริการสาธารณะตามหลักสังคหวัตถุธรรมของ องค์การบริหารส่วนต าบลท่างิ้ว อ าเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์”, วารสารวิจยวิชาการ, ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน 2564), หน้า 225-234.
๕๔ เทศบาลต าบลศรีเตี้ย อ าเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดล าพูน ในภาพรวมอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ ๗๓ เบญจวรรณ สีตะระโส ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การให้บริการตามสังคหวัตถุธรรมของศาล เยาวชนและครอบครัว จังหวัดนครสวรรค์” ผลการวิจัยพบว่า ผลการศึกษาพบว่า ๑. ประชาชนมี ความคิดเห็นว่า การให้บริการประชาชนตามสังคหวัตถุธรรมของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด นครสวรรค์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นราย ด้าน มีค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ตามล าาดับ คือ ด้านทาน คือ การให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันและกัน ด้านสมานัตตตา คือ ความ เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ด้านอัตถจริยา คือ การประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น ด้านปิยวาจา คือ พูดอย่างน่ารัก วาจาสุภาพอ่อนหวานน่าฟัง ๒. ผลการเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นต่อ การ ให้บริการประชาชนตามสังคหวัตถุธรรมของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์ จ าแนกตาม ข้อมูลของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ และรายได้ พบว่า ประชาชนที่มารับ บริการมี เพศ, อายุ, การศึกษา, อาชีพ, และรายได้ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการให้บริการประชาชน ตามสังคหวัตถุ ธรรม ของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์ ไม่แตกต่างกัน อย่างมี นัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จึงปฏิเสธสมมุติฐานที่ตั้งไว้ปัญหา อุปสรรคต่อการให้บริการตาม สังคหวัตถุธรรมของศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดนครสวรรค์ พบว่า ๑) ข้อมูลบางครั้งมี ความล่าช้าในการให้บริการประชาชน ๒) บางแผนกงานมีระยะเวลาและขั้นตอนในการปฏิบัติงาน นานเกินไป ท าให้ต้องเสียเวลาคอยนาน ๓) บางครั้งมีประชาชนมาติดต่อในเวลาเดียวกันเป็นจ านวน มาก เจ้าหน้าที่มีน้อยและบางคนขาดประสบการณ์ท าให้ไม่เพียงพอแก่การบริการ ท าให้เกิดความ ล่าช้าและไม่ค่อยเต็มใจให้บริการและปูายบอกทางไปห้องพิจารณาและปูายให้ความรู้ต่าง ๆ ไม่ชัดเจน และมีขนาดตัวอักษรเล็กเกินไป ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการให้บริการตามสังคหวัตถุธรรมของศาล เยาวชนและครอบครัว จังหวัดนครสวรรค์พบว่า ควรปรับปรุงลดขั้นตอนในการปฏิบัติงานให้น้อยลง เพื่อให้เกิดความรวดเร็วมากขึ้น ๒) ควรจัดให้เจ้าหน้าที่คอยรับบริการในเวลาเร่งด่วน และเพิ่มช่อง การให้บริการ๗๔ 63 พระจักรพันธ์ จกฺกวโร (จันทร์แรง), “ประสิทธิผลการบริหารตามหลักสังคหวัตถุธรรมของเทศบาล ต าบลศรีเตี้ย อ าเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดล าพูน”, วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐ ประศาสนศาสตร์, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖0). 64 เบญจวรรณ สีตะระโส, “การให้บริการตามสังคหวัตถุธรรมของศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัด นครสวรรค์”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗).
๕๕ สรุปได้ว่า หลักสังคหวัตถุ ๔ เป็นหลักธรรมที่สร้างความสงบสุขสมานสามัคคีสร้าง ความเกื้อกูลกัน สร้างความผูกมิตรรักใคร่กลมเกลียว และเชื่อมสัมพันธ์กันของคนในสังคม ประกอบ ไปด้วย ทาน คือ การให้ การแบ่งปัน ปิยวาจา คือ การสื่อสารกันด้วยถ้อยค าที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อ ผู้อื่น อัตถจริยา คือ การสร้างสรรค์สิ่งที่ดีมีคุณประโยชน์แก่ส่วนรวม สัมพันธภาพที่ดีระหว่างกัน การร่วมกันท างานตามหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบให้ดีที่สุด รวมถึง การสงเคราะห์ การดูแลเอาใจใส่ การ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การส่งเสริมกันให้เกิดผลส าเร็จของงานและสมานัตตตา คือ การประพฤติตน อย่างเสมอต้นเสมอปลาย การไม่เลือกปฏิบัติ การรู้จักวางตน ให้เหมาะสมตามเวลา สถานที่ และ ต าแหน่งหน้าที่ของตนเอง การร่วมทุกข์ร่วมสุขระหว่างเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา และองค์กร เป็น เครื่องจรรโลงสังคม หรือหลักธรรมที่ช่วยประสานคนหมู่มาก ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เป็น เครื่องช่วยขจัดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นท าให้คนอยู่ร่วมกันด้วยความรัก สามารถน าไปใช้ได้ตั้งแต่ระดับ ครอบครัวจนถึงระดับสังคม ชุมชนได้เป็นอย่างดี ตารางที่ ๒.8 งานวิจัยที่เกี่ยวกับหลักพุทธธรรม (สังคหวัตถุ ๔) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ศิวพร สัจจวัฒนา การใช้หลักสังคหวัตถุ ๔ ในการให้บริการของโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพต าบลโนนฝรั่งตามการรับรู้ของประชาชนโดยภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมาก จ านวน ๓ ด้าน และระดับปานกลาง จ านวน ๑ ด้าน และเรียงล าดับค่าเฉลี่ย ในแต่ละด้านจากมากไปหาน้อย พบว่า การรับรู้การใช้หลักสังคห วัตถุ ๔ ในการให้บริการ ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลโนน ฝรั่ง ตามการรับรู้ของประชาชน ด้านสมานัตตตา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านปิยวาจา ด้านทาน และด้านอัตถจริยา สังขพงศ์ ชมภู ความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการประยุกต์ใช้หลักสังคหวัตถุ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อจ าแนกเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านอัตถจริยา การให้บริการที่เป็น ประโยชน์ ด้านปิยวาจา การให้บริการด้วยการพูดจาไพเราะ ด้าน สมานัตตตา การให้บริการที่ดีอย่างสม่ าเสมอ และด้านที่มีค่าเฉลี่ย น้อยที่สุดคือ ด้านทาน การเอื้อเฟื้อแบ่งปันการให้บริการ
๕๖ ตารางที่ ๒.8 งานวิจัยที่เกี่ยวกับหลักพุทธธรรม (สังคหวัตถุ ๔) (ต่อ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย จิตรา แสงผาบ ระดับความคิดเห็นของประชาชนพบว่า ด้านอรรถจริยาอยู่ในระดับ มาก ส่วนด้านทาน ปิยะวาจา และอัตถจริยาอยู่ในระดับปานกลาง ปัญหาและอุปสรรคคือเจ้าหน้าที่มีความมีจ านวนจ ากัด พูดไม่เพราะ ไม่มีความกระตือรือร้นในการให้บริการ และให้บริการอย่างไม่มี ความเท่าเทียมกัน และควรให้บริการด้วยความยุติธรรมแก่ ประชาชนทุกคน สมบุญ พูลเกลี้ยง และคณะ ประสิทธิผลการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนต าบล ท่างิ้ว อ าเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์โดยภาพรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด ขณะเดียวกันประสิทธิผลการให้บริการสาธารณะ ตามหลักสังคหวัตถุธรรมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ส่วน ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสังคหวัตถุธรรม กับประสิทธิผลการ ให้บริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนต าบลท่างิ้ว อ าเภอ บรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์โดยภาพรวมมีความสัมพันธ์กัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 พระจักรพันธ์ จกฺกวโร (จันทร์แรง) ระดับประสิทธิผลการบริหารตามหลักสังคหวัตถุธรรมของเทศบาล ต าบลศรีเตี้ย อ าเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดล าพูน ค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับ มาก ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างหลักสังคหวัตถุธรรมกับประสิทธิผล การบริหารของต าบลศรีเตี้ย อ าเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดล าพูน พบว่า หลักสังคหวัตถุธรรมมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูง เบญจวรรณ สีตะระโส การให้บริการประชาชนตามสังคหวัตถุธรรมของศาลเยาวชนและ ครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผลการ เปรียบเทียบระดับความคิดเห็นต่อการให้บริการประชาชนตาม สังคหวัตถุธรรม จ าแนกตามข้อมูลของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ และรายได้ พบว่า ประชาชนที่มารับ บริการมี เพศ, อายุ, การศึกษา, อาชีพ, และรายได้ต่างกัน มีความ คิดเห็นต่อ การให้บริการประชาชนตามสังคหวัตถุธรรม ของศาล เยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์ ไม่แตกต่างกัน อย่างมี นัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕
๕๗ ๒.5.๒ งานวิจัยที่เกี่ยวกับการให้บริการ จากการทบทวนแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ ผู้วิจัยพบว่ามี ผู้สนใจที่จะศึกษาอยู่เป็นจ านวนมาก ผู้วิจัยจึงได้ศึกษารวบรวมข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการ ให้บริการส าหรับเป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ซึ่งมีหัวข้องานวิจัยที่น่าสนใจ ดังนี้ ปรีชา ศรีสุข ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “คุณภาพการให้บริการประชาชนของส านักทะเบียน ท้องถิ่น เทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชน มีความคิดเห็นต่อคุณภาพการให้บริการประชาชนของส านักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก คุณภาพการให้บริการประชาชนของส านักทะเบียน ท้องถิ่นเทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ด้านเสมอภาค มีปัญหาการแซงคิวให้บริการ ประชาชนที่เป็นคนรู้จักหรือมีต าแหน่งหน้าที่ และควรส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่มีจิตส านึกในการให้บริการ โดยไม่เลือกปฏิบัติ ด้านทันต่อเวลา มีปัญหาปูายแสดงไม่ชัดเจน และควรเพิ่มช่องบริการพิเศษ ส าหรับคนพิการ และผู้สูงอายุ ด้าน ความเพียงพอ มีปัญหาที่จอดรถไม่ค่อยเป็นระเบียบ และควรมี เจ้าหน้าที่ในการให้บริการครบทุกช่อง บริการ ด้านความต่อเนื่อง มีปัญหามีเจ้าหน้าที่จ านวนน้อยกว่า งาน และควรแจ้งให้ประชาชนทราบว่า ต้องกลับมาหาเจ้าหน้าที่คนเดิม และด้านความก้าวหน้า มี ปัญหาขั้นตอน ระยะเวลาปฏิบัติงานที่ไม่ ชัดเจน และควรอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการอย่างต่อเนื่อง๗๕ นิภา อาจริยาภิบาล ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การปรับใช้หลักสังคหวัตถุ ๔ ในการให้บริการ ประกันชีวิตในจังหวัดกาฬสินธ์” ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัญหาของการบริการของบริษัทประกันชีวิต ในจังหวัดกาฬสินธุ์ คือ ตัวแทนขายประกันขาดความเต็มใจในการให้บริการ ให้ความช่วยเหลือแนะน า และให้ความรู้ไม่ชัดเจน การพูดจาไม่ประทับใจลูกค้า ให้บริการแบบไม่เสมอต้นเสมอปลาย หลักสังคห วัตถุมีความสัมพันธ์กับการให้บริการในแง่ของการให้โอกาส ให้เวลาและให้ค าแนะน าดีๆ แก่ผู้มารับ บริการด้านประกันชีวิต การพูดคุยที่ไพเราะนุ่มนวล เพื่อสร้างความสุขความมั่นคงในชีวิต การให้บริการ ที่ดีถือว่าเป็นการบ าเพ็ญประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น และเมื่อมีการคิดดี พูดดี ท าดีต่อผู้มารับบริการแล้ว ตัวแทนขายประกันจะต้องให้บริการดีอย่างสม่ าเสมอ และเป็นไปอย่างเสมอต้นเสมอปลายมีการน า หลักสังคหวัตถุ ๔ ไปปรับใช้กับการให้บริการใน ๔ ด้าน คือ ๑. ตัวแทนประกันชีวิตมีความจริงใจในการ เป็นผู้ให้อย่างแท้จริง เห็นผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นส าคัญ มีจิตคิดให้การบริการที่ดีอยู่เสมอ ๒. ตัวแทนประกันชีวิตเป็นผู้มีการเจรจาที่ดี รู้จักใช้ถ้อยค าไพเราะเพื่อให้เกิดความประทับใจและประโยชน์ สูงสุดของผู้มารับการบริการ ๓. ตัวแทนประกันชีวิตรู้จักเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อประโยนช์สุขแก่ ผู้อื่น และ ๔. ตัวแทนประกันชีวิตต้องถือว่าลูกค้าผู้ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตคือบุคคลส าคัญที่สุด จึง ต้องให้การบริการเป็นอย่างดีแบบเสมอต้นเสมอปลาย สามารถให้ค าปรึกษากับลูกค้าได้อย่างทันท่วงที และสร้างความรักความอบอุ่นความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลต่อกันด้วยน้ าใสใจจริงอยู่เสมอ ส่วนกลุ่มเปูาหมายที่ ๗๕ ปรีชา ศรีสุข, “คุณภาพการให้บริการประชาชนของส านักทะเบียนท้องถิ่น เทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๘).
๕๘ ประสบความส าเร็จในการให้บริการประกันชีวิต ได้มีการน าหลักสังคหวัตถุไปใช้ในบริบทที่แตกต่างกัน ไปในแต่ละกลุ่มคน๗๖ กมลวรรณ แสนค าลือ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การให้บริการตามหลักสังคหวัตถุธรรมของ ส านักทะเบียนทองถิ่นเทศบาลเมืองล าพูน อ าเภอเมือง จังหวัดล าพูน”ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนผู้มา ใช้บริการ มีระดับความพึงพอใจในค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละด้านพบว่า ประชาชนผู้มาใช้บริการมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทุกด้าน เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้าน ทาน เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความโอบอ้อมารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปัน เสียสละ ให้ค าปรึกษาแนะน า ประชาชนผู้มารับบริการอย่างทั่วถึง เอาใจใส่ให้บริการด้วยความถูกต้องรวดเร็ว ทันต่อเวลา ท าให้ ประชาชนผู้มาใช้บริการเกิดความพึงพอใจ ด้านปิยวาจา เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยวจีไพเราะ โดยกล่าว ถ้อยค าที่ไพเราะอ่อนหวาน สุภาพ น่าฟัง ตอบค าถามด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส จริงใจ และเป็น กันเอง ด้านอัตถจริยาให้บริการด้วยวจีไพเราะ โดยกล่าวถ้อยค าที่ไพเราะอ่อนหวาน สุภาพ น่าฟัง ตอบ ค าถามด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส จริงใจ และเป็นกันเอง ด้านสมานัตตา ให้บริการด้วยการวางตนที่ เหมาะสม โดยเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ให้บริการด้วยความเป็นกันเอง มีอัธยาศัยไมตรีท าให้ไม่รู้สึก อึดอัด และมีความยืดหยุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้มา ใช้บริการ แนวทางการ ให้บริการตามหลักสังคหวัตถุธรรมของส านักทะเบียนท้องถิ่น ได้แก่ การให้บริการที่สะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรมกับประชานผู้มาใช้บริการ โดยปรารถนาให้ผู้มาใช้บริการมีความพึงพอใจมาก ที่สุด ด้วยการพูดจาที่สุภาพ ไพเราะ อ่อนหวาน มีหางเสียง ควบคุมสติอารมณ์ การช่วยเหลือ แก้ไข ปัญหาต่างๆด้วยความเต็มใจ โดยไม่เลือกปฏิบัติ ให้ความเสมอภาค และเท่าเทียมกันทุกคน๗๗ เกรียงไกร พิมพ์สวรรค์ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “คุณภาพการให้บริการประชาชนของสถานี ต ารวจภูธรตะคร้อ อ าเภอไพศาลีจังหวัดนครสวรรค์” ผลการวิจัยพบว่า ระดับคุณภาพการให้บริการ ประชาชนของสถานีต ารวจภูธรตะคร้อ อ าเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงล าดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยคือ ด้านการให้บริการอย่าง ทันเวลา ด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ด้านการให้บริการอย่าง เพียงพอ และด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค ข้อเสนอแนะ พบว่า เจ้าหน้าที่สถานีต ารวจภูธร ตะคร้อ ควรมีความตั้งใจเอาใจใส่ในการให้การบริการ จัดเจ้าหน้าที่ให้ค าแนะน าและชี้แจงถึงขั้นตอน และระยะเวลาเสร็จของงานก่อน การให้บริการประชาชนที่มาขอรับบริการในทุกด้าน และควร 65 นิภา อาจริยาภิบาล, “การปรับใช้หลักสังคหวัตถุ ๔ ในการให้บริการประกันชีวิตในจังหวัดกาฬสินธ์” วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑). 66 กมลวรรณ แสนค าลือ, “การให้บริการตามหลักสังคหวัตถุธรรมของส านักทะเบียนทองถิ่นเทศบาล เมืองล าพูน อ าเภอเมือง จังหวัดล าพูน” วิททยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐ ประศาสนศาสตร์, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕7).
๕๙ ปฏิบัติงานด้วยความเป็นธรรมไม่มีอคติต่อประชาชนผู้มาใช้บริการโดยยึดกฎหมาย และระเบียบของ หน่วยงานให้ตรงเวลาที่ก าหนดนัดไว้๗๘ เสาวลักษณ์ ดีมั่น ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการ สาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอ าเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา” ผลการวิจัยพบว่า ระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอ าเภอ แปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากโดยเรียงอันดับตามค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย ดังนี้คือ การให้บริการอย่างเสมอภาค การให้บริการอย่างต่อเนื่อง การให้บริการอย่างก้าวหน้า ระดับ การให้บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอ าเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา โดย ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากโดยเรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ คือ ศิลปะวัฒนธรรม จริยประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น งานส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการบริหารจัดการและ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอ าเภอแปลกในอ าเภอแปลงยาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกันพยากรณ์ การให้บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอ าเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ร้อย ละ ๔๖.๕๐ ยังมีนัยยะส าคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๕67 ๗๙ ศรินทิพย์ อรุณสวัสดิ์ฤกษ และคณะ, “ประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะของ องค์การบริหารส่วนต าบลบางกร่างอ าเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี” ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนต าบลบางกร่าง อ าเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุก ด้านโดยเรียงล าดับจากมากไปหาน้อย ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค มีค่าเฉลี่ยสูงสุดรองลงมา ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ ด้านการให้บริการอย่างตรงเวลา ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่องและ ด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้ามีค่าเฉลี่ยต่ าสุดตามล าดับ 2) ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการ ให้บริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนต าบลบางกร่าง อ าเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ปัจจัยส่วนบุคคลที่ต่างกันในเรื่อง เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน แตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05๘๐ 67 เกรียงไกร พิมพ์สวรรค์, “คุณภาพการให้บริการประชาชนของสถานีต ารวจภูธรตะคร้อ อ าเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗). 68 เสาวลักษณ์ ดีมั่น, “ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นในอ าเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา”, วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, (มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์, ๒๕๖๐). 69 ศรินทิพย์ อรุณสวัสดิ์ฤกษ และคณะ, “ประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหาร ส่วนต าบลบางกร่างอ าเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี” วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา, ปีที่ 11 ฉบับที่ 4 (ตุลาคม-ธันวาคม 2564), หน้า 732-745.
๖๐ สรุปได้ว่า การให้บริการเป็นการบริการเป็นกิจกรรมหนึ่งหรือกิจกรรมหลายกิจกรรม เป็นกระบวนการของการปฏิบัติงานตามภาระหน้าที่ของตนเพื่อให้บริการผู้อื่นท าให้ผู้อื่นมีความสุข และความสะดวกสบาย การให้บริการยังเป็นการกระท าที่เกิดจากจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดี มีลักษณะเฉพาะเพื่อสอดรับและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ที่มารับบริการและสามารถสร้าง ความพึงพอใจให้แก่ผู้มารับบริการ ท าให้ผู้ที่มารับบริการเกิดความประทับใจเกิดทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ตารางที่ ๒.๙ งานวิจัยที่เกี่ยวกับการให้บริการ นักวิจัย สรุปผลการวิจัย ปรีชา ศรีสุข ประชาชนมีความคิดเห็นต่อคุณภาพการให้บริการประชาชนของ ส านักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านเสมอ ภาค มีปัญหาการแซงคิว และควรส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่มีจิตส านึก ในการให้บริการโดยไม่เลือกปฏิบัติด้านทันต่อเวลา มีปัญหาปูาย แสดงไม่ชัดเจน และควรเพิ่มช่องบริการพิเศษส าหรับคนพิการ และผู้สูงอายุ ด้านความเพียงพอ มีปัญหาที่จอดรถไม่ค่อยเป็น ระเบียบ และควรมีเจ้าหน้าที่ในการให้บริการครบทุกช่องบริการ ด้านความต่อเนื่อง มีปัญหามีเจ้าหน้าที่จ านวนน้อยกว่างาน และ ควรแจ้งให้ประชาชนทราบว่าต้องกลับมาหาเจ้าหน้าที่คนเดิม และ ด้านความก้าวหน้า มีปัญหาขั้นตอน ระยะเวลาปฏิบัติงานที่ไม่ ชัดเจน และควรอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการอย่างต่อเนื่อง ศรินทิพย์ อรุณสวัสดิ์ฤกษ และคณะ ประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วน ต าบลบางกร่าง อ าเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมาก ทุกด้าน ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะ ขององค์การบริหารส่วนต าบลบางกร่าง อ าเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ปัจจัยส่วนบุคคลที่ต่างกันในเรื่อง เพศ อายุ ระดับ การศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน แตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.05
๖๑ ตารางที่ ๒.9 งานวิจัยที่เกี่ยวกับการให้บริการ (ต่อ) นักวิจัย สรุปผลการวิจัย นิภา อาจริยาภิบาล หลักสังคหวัตถุมีความสัมพันธ์กับการให้บริการในแง่ของการให้โอกาส ให้เวลาและให้ค าแนะน าดีๆ แก่ผู้มารับบริการด้านประกันชีวิต การ พูดคุยที่ไพเราะนุ่มนวล เพื่อสร้างความสุขความมั่นคงในชีวิต การ ให้บริการที่ดีถือว่าเป็นการบ าเพ็ญประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น และเมื่อมีการ คิดดี พูดดี ท าดีต่อผู้มารับบริการแล้ว ตัวแทนขายประกันจะต้อง ให้บริการดีอย่างสม่ าเสมอ และเป็นไปอย่างเสมอต้นเสมอปลายมีการ น าหลักสังคหวัตถุ ๔ ไปปรับใช้กับการให้บริการ กมลวรรณ แสนค าลือ ประชาชนผู้มาใช้บริการมีระดับความพึงพอใจในค่าเฉลี่ยรวมอยู่ใน ระดับมาก แนวทางการให้บริการตามหลักสังคหวัตถุธรรมของ ส านักทะเบียนท้องถิ่น ได้แก่ การให้บริการที่สะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรมกับประชาชนผู้มาใช้บริการ โดยปรารถนาให้ผู้มาใช้ บริการมีความพึงพอใจมากที่สุด ด้วยการพูดจาที่สุภาพ ไพเราะ อ่อนหวาน ควบคุมสติอารมณ์ การช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยความเต็มใจ โดยไม่เลือกปฏิบัติ ให้ความเสมอภาค และเท่า เทียมกันทุกคน เกรียงไกร พิมพ์สวรรค์ ระดับคุณภาพการให้บริการประชาชนของสถานีต ารวจภูธรตะคร้อ อ าเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ข้อเสนอแนะ พบว่า เจ้าหน้าที่สถานีต ารวจภูธรตะคร้อ ควรมีความ ตั้งใจเอาใจใส่ในการให้การบริการ จัดเจ้าหน้าที่ให้ค าแนะน าและ ชี้แจงถึงขั้นตอนและระยะเวลาเสร็จของงานก่อน การให้บริการ ประชาชนที่มาขอรับบริการในทุกด้าน และควรปฏิบัติงานด้วย ความเป็นธรรมไม่มีอคติต่อประชาชนผู้มาใช้บริการโดยยึด กฎหมาย และระเบียบของหน่วยงานให้ตรงเวลาที่ก าหนดนัดไว้ เสาวลักษณ์ ดีมั่น ระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอ าเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการ ให้บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอ าเภอแปลก ในอ าเภอแปลงยาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกันพยากรณ์การ ให้บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอ าเภอแปลง ยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ร้อยละ ๔๖.๕๐ ยังมีนัยยะส าคัญทาง สถิติที่ระดับ ๐.๕67
๖๒ ๒.6 กรอบแนวคิดในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมุ่งศึกษาเรื่อง “การบรูณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการให้บริการ ประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก” จากการทบทวนแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัย ที่ เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยก าหนดกรอบแนวคิดการวิจัย (Conceptual Framework) ประกอบด้วยตัวแปร อิสระ (Independent Variable) และตัวแปรตาม (Dependent Variable) ดังนี้ ๑. ตัวแปรอิสระ (Independent Variable) คือ ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วย เพศ, อายุ, ระดับการศึกษา, อาชีพ, รายได้และหลักสังคหวัตถุ ๔ ๘๑ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ๑) ทาน การเอื้อเฟื้อแบ่งปันการให้บริการ ๒) ปิยวาจา การบริการด้วยการพูดจาไพเราะ ๓) อัตถจริยา การให้บริการที่เป็นประโยชน์๔) สมานัตตตา การให้บริการที่ดีอย่างสม่ าเสมอ 2. ตัวแปรตาม (Dependent Variable) คือ การให้บริการประชาชนของที่ว่าการ อ าเภอเมือง จังหวัดตาก โดยผู้วิจัยสังเคราะห์จากแนวคิดทฤษฎีความพึงพอใจในการให้บริการ ประชาชนของจอห์น ดี. มิลเลทท์ (John D. Millet)๘๒ แบ่งออกเป็น ๕ ด้าน ได้แก่ ๑) ด้านการ ให้บริการอย่างเสมอภาค ๒) ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา ๓) ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ ๔) ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ๕) ด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า ดังนี้ 70 องฺ.จตุกฺก. (ไทย) ๒๑/๓๒/๕๑. 71 John D. Millet, J.D., Management in the Public Service, (New York: McGraw-Hill Book Company, 1954), pp. 397-400.
๖๓ ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม (Independent Variable) (Dependent Variable) แผนภาพที่ ๒.2 กรอบแนวคิดในการวิจัย ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคล ของผู้ตอบแบบสอบถาม ๑. เพศ ๒. อายุ ๓. ระดับการศึกษา ๔. อาชีพ ๕. งานบริการที่ติดต่อขอรับบริการ การให้บริการประชาชน ของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ๑. ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค ๒. ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา ๓. ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ ๔. ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ๕. ด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า หลักสังคหวัตถุ ๔ ๑. ทาน การเอื้อเฟื้อแบ่งปันการ ให้บริการ ๒. ปิยวาจา การบริการด้วยการ พูดจาไพเราะ ๓. อัตถจริยา การให้บริการที่เป็น ประโยชน์ ๔. สมานัตตตา การให้บริการที่ดี อย่างสม่ าเสมอ
บทที่ ๓ วิธีด าเนินการวิจัย การศึกษาวิจัยเรื่อง “การบรูณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการให้บริการประชาชนของที่ว่า การอ าเภอเมือง จังหวัดตาก” เป็นการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี(Mixed Methods Research) กล่าวคือ การใช้ระเบียบวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิง คุณภาพ (Qualitative Research) ซึ่งผู้วิจัยได้ก าหนดวิธีการวิจัยตามล าดับขั้นตอน ดังนี้ ผู้วิจัยได้ ด าเนินการตามล าดับขั้นตอน ดังนี้ ๓.๑ รูปแบบการวิจัย ๓.๒ การวิจัยเชิงปริมาณ ๓.๒.๑ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ๓.๒.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ๓.๒.๓ การเก็บรวบรวมข้อมูล ๓.๒.๔ การวิเคราะห์ข้อมูล ๓.๓ การวิจัยเชิงคุณภาพ ๓.๓.๑ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ๓.๓.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ๓.๓.๓ การเก็บรวบรวมข้อมูล ๓.๓.๔ การวิเคราะห์ข้อมูล ๓.๑ รูปแบบการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี(Mixed Methods Research) กล่าวคือ โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ใช้วิธีวิจัยเชิงส ารวจ (Survey Research) จากแบบสอบถาม (Questionnaire) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เก็บข้อมูลในการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กับผู้ให้ข้อมูลส าคัญ (Key Informants)
๖๕ ๓.๒ การวิจัยเชิงปริมาณ ๓.๒.๑ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ๑) ประชากร (Population) ได้แก่ จ านวนประชากรที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในพื้นที่ อ าเภอเมืองตาก จังหวัดตาก ข้อมูลเดือนมกราคม 2564 ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีสิทธิออกเสียง เลือกตั้ง จ านวน 59,779 คน 1 ๒) กลุ่มตัวอย่าง (Sample) ผู้วิจัยได้ก าหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง (Sample Size) และวิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง (Sampling) ซึ่งได้มาจากประชาชนผู้มาใช้บริการของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก จ านวน 59,779 ขอรับบริการ(ครั้ง) ก าหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรค านวนของ ทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane)2 ซึ่งใช้ระดับความคลาดเคลื่อนที่ ๐.๐๕ ดังนี้ สูตร โดย N = จ านวนประชากรรวมทั้งหมดที่ใช้ในการศึกษา n = จ านวนของขนาดกลุ่มตัวอย่าง ℮ = ความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้(ก าหนดให้เท่ากับ 0.05 ) ประชากรทั้งหมด 59,779 คน เมื่อแทนค่าในสูตรจะได้ดังนี้ 397.35 398 จ านวนกลุ่มตัวอย่าง เท่ากับ ๓98 คน 1 ส านักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง, ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๖4, ที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก, มกราคม 2564. 2 สุจิตรา บุญยรัตพันธ์, ระเบียบวิธีวิจัยส าหรับรัฐประศาสนศาสตร์, พิมพ์ครั้งที่ ๑๔ , กรุงเทพมหานคร : เสมาธรรม, ๒๕๕๗), หน้า ๒.
๖๖ ๓.๒.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ๑) ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ ๑. ศึกษาวิธีการสร้างแบบสอบถามที่ใช้ในการเก็บข้อมูลจากเอกสาร ต ารา และงานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการก าหนดกรอบแนวคิดในการสร้างแบบสอบถาม ๒. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและเอกสารงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาถึง รายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ของการวิจัยที่ก าหนดไว้ ๓. ขอค าแนะน าจากอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถาม ๔. สร้างแบบสอบถามให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อใช้เป็นเครื่องมือใน การเก็บรวบรวมข้อมูล ๕. น าเสนอร่างแบบสอบถามต่ออาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไข ๖. น าเครื่องมือการวิจัยไปทดลองใช้(Try out) กับประชาชนที่มีลักษณะคล้ายกับ กลุ่มตัวอย่างที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจริง จ านวน ๓๐ ชุด เพื่อหาค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น (Reliability) ๗. น าเสนออาจารย์ที่ปรึกษา ๘. จัดพิมพ์แบบสอบถามฉบับจริง และน าไปแจกกับกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ๙. รวบรวมแบบสอบถาม แล้วน ามาวิเคราะห์ ๒) ลักษณะเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ตามกรอบของการวิจัยเรื่อง “การบรูณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการให้บริการประชาชนของที่ว่าการ อ าเภอเมือง จังหวัดตาก” ซึ่งผู้วิจัยได้ด าเนินการวิจัยโดยการสร้างแบบสอบถามตามกรอบปัจจัยที่ก าหนด โดยแบ่ง ออกเป็น ๔ ตอน ดังนี้ ตอนที่ ๑ เป็นแบบสอบถามเกี่ยวข้องกับข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบปลายปิดให้เลือกตอบ (Check List) จ าแนกตาม เพศ, อายุ, ระดับการศึกษา, อาชีพ และรายได้จ านวน ๕ ข้อ ตอนที่ ๒ เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับหลักพุทธธรรม (สังคหวัตถุ ๔) เพื่อการให้บริการ ประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ประกอบด้วย ๔ ด้าน จ านวน 20 ข้อ ได้แก่ ๑. ด้านทาน การให้ จ านวน ๕ ข้อ ๒. ด้านปิยวาจา การพูดไพเราะ จ านวน ๕ ข้อ ๓. อัตถจริยา การท าประโยชน์แก่กัน จ านวน ๕ ข้อ 4. สมานัตตตา การเอาตัวเข้าสมาน จ านวน ๕ ข้อ ตอนที่ ๓ เป็นแบบสอบถามที่เกี่ยวกับการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก โดยแบ่งเป็น ๕ ด้าน จ านวน ๒๕ ข้อ ดังนี้
๖๗ ๑. ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค จ านวน ๕ ข้อ ๒. ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา จ านวน ๕ ข้อ ๓. ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ จ านวน ๕ ข้อ ๔. ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง จ านวน ๕ ข้อ ๕. ด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า จ านวน ๕ ข้อ โดยแบบสอบถามตอนที่ 2 และตอนที่ 3 มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประเมินค่า (Rating Scale) 3 ๕ ระดับ ตามหลักการลิเคิร์ท (Likert) มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ระดับ ๕ พุทธธรรมเพื่อการให้บริการ อยู่ในระดับมากที่สุด ระดับ ๔ พุทธธรรมเพื่อการให้บริการ อยู่ในระดับมาก ระดับ ๓ พุทธธรรมเพื่อการให้บริการ อยู่ในระดับปานกลาง ระดับ ๒ พุทธธรรมเพื่อการให้บริการ อยู่ในระดับน้อย ระดับ ๑ พุทธธรรมเพื่อการให้บริการ อยู่ในระดับน้อยที่สุด ตอนที่ ๔ เป็นแบบสอบถามที่เกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะแนวทาง พัฒนาการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ซึ่งมีลักษณะเป็นค าถามปลายเปิด (Open ended Questionnaire) ๓) การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ ผู้วิจัยได้น าแบบสอบถาม เพื่อหาคุณภาพของแบบสอบถาม โดยการหาความเที่ยงตรง (Validity) และความเชื่อมั่น (Reliability) ดังนี้ ๑. ขอค าแนะน าจากอาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบเครื่องมือ ที่สร้างไว้ ๒. หาความเที่ยงตรง (Validity) โดยการนาแบบสอบถามที่สร้างเสร็จ เสนอประธาน คณะกรรมการที่ปรึกษาสารนิพนธ์ เพื่อขอความเห็นชอบและน าเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ แล้วน ามา ปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม จ านวน 5 ท่าน ได้แก่ ๑) พระครูสมุห์อุทัย อุทฺธเมธี, ดร. ต าแหน่ง ประธานหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร บัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ 2) ผศ.ดร.ธีรทัศน์โรจน์กิจจากุล ต าแหน่ง อาจารย์ประจ าหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร มหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ 3) อาจารย์ธัชพล ยรรยงค์ต าแหน่ง อาจารย์ประจ าหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร บัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติฯ 4) ดร.ภานุวุธ บูรณพรหม ต าแหน่ง นักวิชาการรัฐประศาสนศาสตร์ 5) นายกิตติคุณ ใจวงษ์ ต าแหน่ง เจ้าพนักงานปฏิบัติการ ที่ท าการปกครองจังหวัด ตาก 3 สุวรีย์ ศิริโภคารภิรมย์, การวิจัยทางการศึกษา, (ลพบุรี : สถาบันราชภัฏเทพสตรี, ๒๕๔๖), หน้า ๑๔๐.
๖๘ เพื่อพิจารณาทั้งในด้านเนื้อหาสาระและโครงสร้างของค าถาม ตลอดจนภาษาที่ใช้และ ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ โดยหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อค าถาม และวัตถุประสงค์ (Item Objective Congruence Index: IOC)4 โดยใช้สูตรดังต่อไปนี้ ใช้สูตร IOC= ∑ IOC คือ ค่าดชันีความสอดคล้อง R คือ คะแนนพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ ΣR คือ ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N คือ จ านวนผู้เชี่ยวชาญ โดยก าหนดเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้ +๑ หมายถึง แน่ใจว่าข้อคาถามสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย ๐ หมายถึง ไม่แน่ใจว่าข้อคาถามสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย -๑ หมายถึง แน่ใจว่าข้อคาถามไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย เกณฑ์การแปลความหมาย ค่าดัชนีความสอดคล้องที่ยอมรับได้ซึ่งเครื่องมือการวิจัยฉบับ นี้ได้ค่า IOC ระหว่าง 0.60-1.00 ซึ่งถือว่าเครื่องมือใช้ได้ การหาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือ (Reliability) น าแบบสอบถามที่ได้ปรับปรุงแก้ไข แล้ว ไปทดลองใช้(Try Out) กับประชากรที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง แต่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มตัวอย่าง ในการวิจัยครั้งนี้จ านวน ๓๐ ชุด แล้วน าผลการตอบแบบสอบถามไปหาค่าเชื่อมั่นของเครื่องมือโดยใช้ สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา (α Coefficient) ตามวิธีการของครอนบาค (Cronbach)5 โดยใช้โปรแกรม ส าเร็จรูปทางสังคมศาสตร์โดยใช้สูตรค านวณได้ค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือทั้งฉบับเท่ากับ ๐.895 การน าแบบสอบถามที่ได้ปรับปรุงแก้ไขตามค าแนะนาของผู้เชี่ยวชาญและกรรมการ ควบคุมสารนิพนธ์ และจัดพิมพ์แบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ เพื่อใช้สอบถามกลุ่มตัวอย่างจริงในการ ศึกษาวิจัยต่อไป 4 สมนึก ภัททิยธนิ, การวัดผลการศึกษา, พิมพ์ครั้งที่ 5, (กาฬสินธุ์ : ประสานการพิมพ์, 2549), หน้า 220. 5 สิน พันธุ์พินิจ, เทคนิคการวิจัยทางสังคมศาสตร์, พิมพ์ครั้งที่ ๑, (กรุงเทพมหานคร: บริษัทจูนพับ ลิชชิ่งจ ากัด, ๒๕๔๗), หน้า ๑๙๑.
๖๙ ๓.๒.๓ การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบสอบถามตามขั้นตอน ดังนี้ ๑. ผู้วิจัยได้ขอหนังสือจากผู้อ านวยการหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติฯ ถึงนายอ าเภอ เมือง จังหวัดตาก เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการตอบแบบสอบถามจากประชาชนผู้มาใช้บริการของ ที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ๒. ผู้วิจัยได้น าแบบสอบถามที่ผ่านการปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้วไปเก็บข้อมูล โดยน า แบบสอบถาม จ านวน ๓98 ฉบับ โดยแจกให้กับประชาชนที่มาใช้บริการของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ๓. ผู้วิจัยน าข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์และประมวลผลโดยโปรแกรมส าเร็จรูปเพื่อการวิจัยทาง สังคมศาสตร์ต่อไป ๓.๒.๔ การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ท าการวิเคราะห์ข้อมูล โดยน าแบบสอบถามที่ได้รับคืนมา วิเคราะห์และประมวลผลด้วยโปรแกรมส าเร็จรูปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ โดยใช้สถิติ ดังนี้ ๑) สถิติพรรณนา (Descriptive Analysis) ดังนี้ ๑. วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง วิเคราะห์โดยการหาค่าความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) ๒. วิิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เพื่อใช้อธิบายถึงข้อมูลเกี่ยวกับ การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก เกณฑ์ที่ใช้แปลผลข้อคาถามที่ได้จากการประเมินผล ดังนี้ ช่วงค่าเฉลี่ย การแปลความหมาย ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ ๔.๕๐ - ๕.๐๐ มีระดับการให้บริการอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ ๓.๕1 - ๔.50 มีระดับการให้บริการอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ ๒.๕1 - ๓.50 มีระดับการให้บริการอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ ๑.๕1 - ๒.50 มีระดับการให้บริการอยู่ในระดับน้อย ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ ๑.๐๐ - ๑.50 มีระดับการให้บริการอยู่ในระดับน้อยที่สุด6 ๒) สถิติอนุมาน (Inferential Statistics Analysis) ในการทดสอบสมมติฐานนั้น ผู้วิจัยจะท าการวิเคราะห์วิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson product - 6 ประกอบ กรรณสูตร, สถิติเพื่อการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์, พิมพ์ครั้งที่ ๓, (กรุงเทพมหานคร : ด่านสุทธาการพิมพ์, ๒๕๔๒), หน้า ๑๐๘.
๗๐ moment correlation coefficient) เพื่อศึกษาทิศทางและความสัมพันธ์ของตัวแปร ได้แก่ หลักสังคหวัตถุ 4 มีความสัมพันธ์กับการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์โดยทั่วไปนิยมใช้สัญลักษณ์ ( r ) แทนสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ของกลุ่มการบอกระดับหรือขนาดของความสัมพันธ์ จะใช้ตัวเลขค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ หากค่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์มีค่าเข้าใกล้-๑ หรือ +๑ แสดงถึงการมีความสัมพันธ์กันในระดับสูง แต่หากมี ค่าเข้าใกล้ ๐ แสดงถึงการความสัมพันธ์กันในระดับน้อยหรือไม่มีเลย ส าหรับการพิจารณาค่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์โดยทั่วไปอาจใช้เกณฑ์ดังนี้7 เกณฑ์การพิจารณาความสัมพันธ์โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน มีดังนี้ ค่า ( r ) ระดับของความสัมพันธ์ ค่าเฉลี่ย ๐.๘๐ - ๑.๐๐ ก าหนดให้หมายถึง มีความสัมพันธ์สูงมาก ค่าเฉลี่ย ๐.๖๐ - ๐.๗๙ ก าหนดให้หมายถึง มีความสัมพันธ์ค่อนข้างสูง ค่าเฉลี่ย ๐.๔๐ - ๐.๕๙ ก าหนดให้หมายถึง มีความสัมพันธ์ปานกลาง ค่าเฉลี่ย ๐.๒๐ - ๐.๓๙ ก าหนดให้หมายถึง มีความสัมพันธ์ค่อนข้างน้อย ค่าเฉลี่ย ๐.๐๐ - ๐.๑๙ ก าหนดให้หมายถึง มีความสัมพันธ์น้อยมาก8 เครื่องหมาย ( + , - ) หน้าตัวเลขตัวเลขสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ จะบอกถึงทิศทางของ ความสัมพันธ์โดยหากว่า r มีเครื่องหมาย + (บวก) หมายถึง การมีความสัมพันธ์กันไปในทิศทางเดียวกัน (ตัวแปร หนึ่งมีค่าสูง อีกตัวหนึ่งจะมีค่าสูงไปด้วย) r มีเครื่องหมาย – (ลบ) หมายถึง การมีความสัมพันธ์กันไปในทิศทางตรงกันข้าม (ตัวแปร หนึ่งมีค่าสูงตัวแปรอีกตัวหนึ่งจะมีค่าต่ า) ยกเว้นค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์บางชนิดที่มีลักษณะ ๐ ≤ r ≤ ๑ ซึ่งจะบอกได้เพียงขนาด หรือระดับของความสัมพันธ์เท่านั้น ไม่สามารถบอกทิศทางของความสัมพันธ์ได้ การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามปลายเปิด (Open ended Question) วิเคราะห์ โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis Technique) ประกอบบริบทน าเสนอเป็น ความเรียงประกอบตาราง โดยการแจกแจงความถี่ของผู้ตอบค าถามปลายเปิด 7 Hinkle, D.E., Applied Statistics for the Behavioral Sciences, (Boston: Houghton Mifflin, 1998), p. 118. 8 ยุทธพงษ์ กัยวรรณ์, การวิจัยเบื้องต้น, (กรุงเทพมหานคร : สุวิริยาศาสตร์, ๒๕๔๓), หน้า ๑๖๑.
๗๑ ๓.๓ การวิจัยเชิงคุณภาพ ๓.๓.๑ ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ ผู้วิจัยท าการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ผู้ให้ข้อมูลส าคัญ (Key Informants) จ านวน ๙ รูปหรือคน แบ่งออกเป็น ๕ กลุ่ม ได้แก่ ๑. ผู้บริหารระดับสูงของอ าเภอเมือง ตาก ๒. นักวิชาการด้านรัฐประศาสน์ศาสตร์๓. นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา ๔. ข้าราชการ ๕. ผู้น าท้องที่ฝุายปกครองในพื้นที่อ าเภอเมืองตาก ล าดับที่ ชื่อ-ฉายา/นามสกุล ต าแหน่ง กลุ่มที่ ๑ ผู้บริหารระดับสูงของอ าเภอเมืองตาก ๑. นายสมพงษ์ ฟุูงทวีวงศ์ นายอ าเภอเมืองตาก กลุ่มที่ 2 นักวิชาการด้านรัฐประศาสนศาสตร์ 2. นายเสน่ห์ ไชยมงคล ปลัดอ าเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง กลุ่มที่ 3 นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา 3. พระครูโสภณชยาภรณ์ เจ้าคณะอ าเภอเมืองตาก วัดชัยชนะสงคราม(ท่าแค) กลุ่มที่ ๔ ข้าราชการ ๔. นายปรีชา เครือยา หัวหน้าฝุายความมั่นคง ๕. นางสาวจันทนา พงษ์เมน ปลัดอ าเภอกลุ่มงานส านักงานอ าเภอ ๖. นายบุญฤทธิ์ รัตนพร ปลัดอ าเภอกลุ่มงานปูองกัน กลุ่มที่ ๕ ผู้น าท้องที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่อ าเภอเมืองตาก ๗. นายกิตติชัย ยิ้มยวน ก านันต าบลหนองบัวใต้ หมู่ 5 ต าบลหนองบัวใต้ อ าเภอเมืองตาก 8. นายสันติภาพ จันทร์ชุ่ม ผู้ใหญ่บ้านปากร้อง หมู่ 6 ต าบลปุามะม่วง อ าเภอเมืองตาก 9. นายสรัญ ฝึกฝน ผู้ใหญ่บ้านไม้งาม หมู่ 6 ต าบลไม้งาม อ าเภอเมืองตาก ๓.๓.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ส าหรับการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็น แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ๑) ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ ดังนี้ ๑. ศึกษาวิธีการสร้างแบบสอบถามที่ใช้ในการเก็บข้อมูลจากเอกสาร ต ารา งานวิจัยที่ เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการก าหนดกรอบความคิดในการสร้างแบบสัมภาษณ์ ๒. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและเอกสารงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยพิจารณาถึง รายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์การวิจัยที่ก าหนดไว้
๗๒ ๓. ขอค าแนะน าจากอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างแบบสัมภาษณ์ ๔. สร้างแบบสัมภาษณ์ให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อใช้เป็นเครื่องมือใน การเก็บรวบรวมข้อมูล จากผู้ให้ข้อมูลส าคัญ (Key Informant) เพื่อน ามาวิเคราะห์ ๒) ลักษณะของเครื่องมือ แบบสัมภาษณ์แบ่งออกเป็น ๒ ตอน ดังนี้ ตอนที่ ๑ แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้สัมภาษณ์ ตอนที่ ๒ แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับการบรูณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการให้บริการ ประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ๓.๓.๓ การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบสัมภาษณ์ตามขั้นตอน ดังนี้ ๑. ขอหนังสือจากหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติฯ ถึงผู้ให้ข้อมูลส าคัญ (Key Informants) เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการสัมภาษณ์ ๒. ก าหนด วัน เวลา และสถานที่กับผู้ให้ข้อมูลส าคัญ (Key Informants) เพื่อสัมภาษณ์ ตามวันเวลา และสถานที่ที่ก าหนดไว้ ๓. น าข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์มารวบรวมเพื่อวิเคราะห์โดยวิธีการที่เหมาะสมและ น าเสนอต่อไป ๓.๓.๔ การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์เชิงลึกโดยวิธีการ ดังนี้ ๑. น าข้อมูลที่ได้จากแบบสัมภาษณ์มาถอดเสียงและบันทึกเป็นข้อความ ๒. น าข้อความจากการสัมภาษณ์และการจดบันทึกมาจ าแนกเป็นประเด็นและเรียบเรียง เฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย ๓. วิเคราะห์ค าสัมภาษณ์ของผู้ให้ข้อมูลส าคัญตามวัตถุประสงค์การวิจัย โดยใช้เทคนิคการ วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis Technique) ประกอบบริบท (Context) ๔. สังเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์การวิจัยและน าเสนอต่อไป
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาวิจัยเรื่อง “การบรูณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการให้บริการประชาชนของที่ว่าการ อ าเภอเมือง จังหวัดตาก” ผู้วิจัยได้น าแบบสอบถามที่รวบรวมได้จากกลุ่มตัวอย่างจ านวน 398 ชุด มาวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปการวิเคราะห์ข้อมูลทางสังคมศาสตร์และได้น าค าตอบจากการ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลส าคัญจ านวน 9 รูปหรือคน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่สามารถตอบวัตถุประสงค์ ทั้ง ๓ ข้อ โดยน าเสนอดังต่อไปนี้ ๔.๑ ระดับการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ๔.๒ ความสัมพันธ์ระหว่างหลักพุทธธรรมกับการให้บริการประชาชนของที่ว่าการ อ าเภอเมือง จังหวัดตาก ๔.๓ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะแนวทางพัฒนาการให้บริการ ประชาชนของที่ว่า การอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ๔.4 องค์ความรู้ 4.4.1 องค์ความรู้ที่ได้รับจากการวิจัย ๔.4.2 องค์ความรู้ที่สังเคราะห์จากการวิจัย 4.1 ระดับการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ๔.๑.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามจ านวน 398 คน จ าแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ แสดงด้วยความถี่และร้อยละ มีรายละเอียดดังแสดงในตารางที่ ๔.๑ ดังนี้
74 ตารางที่ ๔.๑ แสดงจ านวน และค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม (n=398) ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน ร้อยละ เพศ ชาย 185 46.48 หญิง 213 53.52 100.00 อายุ 18-20 ปี 7 1.76 20-35 ปี 66 16.58 36-50 ปี 199 50.00 51 ปีขึ้นไป 126 31.66 รวม 398 100.00 ระดับการศึกษา ประถมศึกษา 165 41.16 มัธยมต้น 132 33.17 มัธยมปลาย/ปวช. 46 11.56 ปริญญาตรี 47 11.81 สูงกว่าปริญญาตรี 8 2.01 รวม 398 100.00 อาชีพ เกษตรกรรม 109 27.39 ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว/เจ้าของกิจการ 134 33.67 ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ 42 10.55 พนักงานบริษัท 29 7.29 นักเรียน/นักศึกษา 14 3.52 อื่นๆ รับจ้างทั่วไป 70 17.59 รวม 398 100.00 รายได้ ต่ ากว่า 10,000 บาท 137 44.34 10,000-20,000 บาท 111 35.92 20,001-30,000 บาท 19 6.15 30,001 ขึ้นไป 10 3.24 รวม 398 100.00
75 จากตารางที่ ๔.๑ ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามเรื่อง “การบรูณาการหลักพุทธ ธรรมเพื่อการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก” จ าแนกได้ดังนี้ เพศ จากการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมีจ านวน 213 คน คิดเป็นร้อยละ 53.52 และเพศชาย มีจ านวน 185 คน คิดเป็นร้อยละ 46.48 ของผู้ตอบ แบบสอบถาม อายุจากการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุ 36-50 ปี จ านวน 199 คน คิดเป็นร้อยละ 50.00 อายุ 51 ปีขึ้นไป จ านวน 126 คน คิดเป็นร้อยละ 31.66 อายุ 20-35 ปี จ านวน 66 คน คิดเป็นร้อยละ 16.58 และอายุระหว่าง 18-20 ปีจ านวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 1.76 ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระดับการศึกษา จากการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีระดับการศึกษา ประถมศึกษาจ านวน 165 คน คิดเป็นร้อยละ 41.46 ระดับมัธยมศึกษาต้น จ านวน 132 คน คิด เป็นร้อยละ 33.17 ระดับปริญญาตรี จ านวน 47 คน คิดเป็นร้อยละ 11.81 ระดับมัธยมปลาย/ ปวช. จ านวน 46 คน คิดเป็นร้อยละ 11.56 และระดับสูงกว่าปริญญาตรี จ านวน 8 คน คิดเป็นร้อย ละ 2.01 ของผู้ตอบแบบสอบถาม อาชีพ จากการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขายธุรกิจส่วนตัว/ เจ้าของกิจการ จ านวน 134 คน คิดเป็นร้อยละ 33.67 อาชีพเกษตรกร จ านวน 109 คน คิดเป็น ร้อยละ 27.39 อาชีพอื่นๆ (รับจ้างทั่วไป) จ านวน 70 คน คิดเป็นร้อยละ 17.59 อาชีพข้าราชการ/ รัฐวิสาหกิจ จ านวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 10.55 อาชีพพนักงานบริษัท จ านวน 29 คน คิดเป็น ร้อยละ 7.29 และอาชีพนักเรียน/นักศึกษา จ านวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 3.52 ของผู้ตอบ แบบสอบถาม รายได้ จากการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีรายได้ต่ ากว่า 10,000 บาท จ านวน 188 คน คิดเป็นร้อยละ 47.24 รายได้ 10,000-20,000 บาท จ านวน 149 คน คิดเป็น ร้อยละ 37.44 รายได้ 20,001-30,000 บาท จ านวน 40 คน คิดเป็นร้อยละ 10.05 รายได้ 30,001 บาทขึ้นไป จ านวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 5.28 ของผู้ตอบแบบสอบถาม
76 4.1.2 ผลการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นการ ให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ผลการวิเคราะห์ข้อมูลระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ด้านพุทธธรรม ได้แก่ หลักสังคหวัตถุ 4 ประกอบด้วย ๑) ทาน การเอื้อเฟื้อแบ่งปันการ ให้บริการ ๒) ปิยวาจา การบริการด้วยการพูดจาไพเราะ ๓) อัตถจริยา การให้บริการที่เป็นประโยชน์ ๔) สมานัตตตา การให้บริการที่ดีอย่างสม่ าเสมอ และการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก 5 ด้าน ประกอบด้วย 1) ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค ๒) ด้านการให้บริการอย่าง ทันต่อเวลา ๓) ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ ๔) ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ๕) ด้านการ ให้บริการอย่างก้าวหน้า รายละเอียดดังแสดงในตารางต่อไปนี้ ตารางที่ ๔.2 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการ อ าเภอเมือง จังหวัดตาก ด้านหลักสังคหวัตถุ 4 โดยภาพรวม (n=398) หลักสังคหวัตถุ 4 ในการให้บริการประชาชน ระดับการปฏิบัติ S.D. แปลผล 1. ด้านทาน คือ การเอื้อเฟื้อแบ่งปันการให้บริการ 3.98 0.52 มาก 2. ด้านปิยะวาจา คือ การบริการด้วยการพูดจาไพเราะ 3.92 0.40 มาก 3. ด้านอัตถจริยา คือ การให้บริการที่เป็นประโยชน์ 4.04 0.42 มาก 4. ด้านสมานัตตตา คือ การให้บริการที่ดีอย่างสม่ าเสมอ 4.32 0.47 มาก ภาพรวม 4.06 0.35 มาก จากตารางที่ 4.2 พบว่า ระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอ เมือง จังหวัดตาก ด้านหลักสังคหวัตถุ 4 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.06, S.D. = 0.35) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน
77 ตารางที่ ๔.3 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการ อ าเภอเมือง จังหวัดตาก ด้านทาน คือ การเอื้อเฟื้อแบ่งปันการให้บริการ (n=398) ด้านทาน คือ การเอื้อเฟื้อแบ่งปันการให้บริการ ระดับการปฏิบัติ S.D. แปลผล 1. เจ้าหน้าที่เอาใจใส่ในการบริการตามค าร้องขอ ด้วยความ เต็มใจ มีความพร้อมในการให้บริการ 4.14 0.59 มาก 2. เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มารับบริการ ในด้านต่าง ๆ ไม่มีพฤติกรรมส่อในทางทุจริตแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ 3.82 0.66 มาก 3. เจ้าหน้าที่สามารถแก้ไขปัญหา ข้อขัดข้องต่างๆ มีความยืดหยุ่น ผ่อนปรน สร้างความพึงพอใจ แก่ผู้มาติดต่อขอรับบริการ 3.93 0.69 มาก 4. หน่วยงานจัดให้มีปูาย แผ่นพับ ใบปลิว ให้ทราบ ถึงขั้นตอน ระยะเวลาการให้บริการไว้ซัดเจน 4.02 0.56 มาก 5. หน่วยงานจัดให้มีสถานที่สิ่งอ านวยความสะดวก ไว้คอย ให้บริการระหว่างนั่งรอ เพียงพอ เหมาะสม เซ่น ที่นั่งรอรับ บริการ น้ าดื่ม หนังสือพิมพ์ ฯลฯ 3.97 0.61 มาก ภาพรวม 3.98 0.52 มาก จากตารางที่ 4.3 พบว่า ระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอ เมือง จังหวัดตาก ด้านทาน คือ การเอื้อเฟื้อแบ่งปันการให้บริการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.98, S.D. = 0.52) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า อยู่ในระดับมากทุกข้อ
78 ตารางที่ ๔.4 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการ อ าเภอเมือง จังหวัดตาก ด้านปิยะวาจา คือ การบริการด้วยการพูดจาไพเราะ (n=398) ด้านปิยะวาจา คือ การบริการด้วยการพูดจาไพเราะ ระดับการปฏิบัติ S.D. แปลผล 1. เจ้าหน้าที่อ านวยความสะดวกแก่ผู้มาติดต่อ ด้วยการตอบ ข้อซักถามให้ค าแนะน าได้เป็นอย่างดี 4.07 0.51 มาก 2. เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ด้วยความ เป็นมิตรไมตรี เอาใจใส่ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อผู้มารับบริการ 4.37 0.61 มาก 3. เจ้าหน้าที่พูดจาด้วยถ้อยค าสุภาพ อ่อนหวาน น่าฟัง ต่อผู้มา ที่รับบริการ 3.81 0.54 มาก 4. เจ้าหน้าที่พูดจาชัดเจน เข้าใจง่าย เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มา รับบริการ 3.58 0.62 มาก 5. เจ้าหน้าที่มีการชี้แจง รับฟังความคิดเห็น ของผู้มารับบริการ ด้วยความจริงใจ 3.74 0.57 มาก ภาพรวม 3.92 0.40 มาก จากตารางที่ 4.4 พบว่า ระดับความคิดเห็นหลักสังคหวัตถุ 4 ในการให้บริการประชาชน ของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ด้านปิยะวาจา คือ การบริการด้วยการพูดจาไพเราะ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.92 S.D. = 0.40) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า อยู่ในระดับ มากทุกข้อ
79 ตารางที่ ๔.5 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการ อ าเภอเมือง จังหวัดตาก ด้านอัตถจริยา คือ การให้บริการที่เป็นประโยชน์ (n=398) อัตถจริยา คือ การให้บริการที่เป็นประโยชน์ ระดับการปฏิบัติ S.D. แปลผล 1. เจ้าหน้าที่มีความกระตือรือร้น ตรงต่อเวลาคอยให้ความ ช่วยเหลือแก่ผู้มาขอรับบริการ 3.69 0.57 มาก 2. เจ้าหน้าที่ให้ค าอธิบายเกี่ยวกับระเบียบและขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง 4.08 0.43 มาก 3. เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจ า ณ จุดบริการตลอดเวลา 3.99 0.59 มาก 4. เจ้าหน้าที่มีจ านวนเพียงพอ พร้อมที่จะอธิบายขั้นตอนการ ให้บริการได้เป็นอย่างดี 4.23 0.55 มาก 5. เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อประสานงานการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว 4.19 0.50 มาก ภาพรวม 4.04 0.42 มาก จากตารางที่ 4.5 พบว่า ระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอ เมือง จังหวัดตาก ด้านอัตถจริยา คือ การให้บริการที่เป็นประโยชน์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.04, S.D. = 0.42) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า อยู่ในระดับมากทุกข้อ
80 ตารางที่ ๔.6 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการ อ าเภอเมือง จังหวัดตาก ด้านสมานัตตตา คือ การให้บริการที่ดีอย่างสม่ าเสมอ (n=398) สมานัตตตา คือ การให้บริการที่ดีอย่างสม่ าเสมอ ระดับการปฏิบัติ S.D. แปลผล 1. เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความยุติธรรม และให้ความเสมอ ภาคเท่าเทียมกัน แก่ผู้มาขอรับบริการเป็นอย่างดี 4.11 0.51 มาก 2. เจ้าหน้าที่ให้บริการแก่ผู้มาติดต่อราชการตามล าดับ บัตรคิว 4.46 0.52 มาก 3. เจ้าหน้าที่ให้บริการแก่ผู้มารับบริการ เรียงล าดับ ก่อน - หลัง 4.31 0.70 มาก 4. เจ้าหน้าที่สามารถแก้ไขปัญหาข้อชัดข้องต่างๆ มีความยืดหยุ่น ผ่อนปรน สร้างความพึงพอใจ แก่ผู้มาติดต่อขอรับบริการ 4.44 0.55 มาก 5. เจ้าหน้าที่แต่งกายสุภาพเรียบร้อยวางตัวได้เหมาะสม กับ การเป็นเจ้าหน้าที่ช่องหน่วยงานภาครัฐ 4.26 0.58 มาก ภาพรวม 4.32 0.47 มาก จากตารางที่ 4.6 พบว่า ระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอ เมือง จังหวัดตาก ด้านอัตถจริยา คือ การให้บริการที่ดีอย่างสม่ าเสมอ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.32, S.D. = 0.47) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า อยู่ในระดับมากทุกข้อ
81 ตารางที่ ๔.7 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการ อ าเภอเมือง จังหวัดตาก โดยภาพรวม (n=398) การให้บริการประชาชน ระดับการปฏิบัติ S.D. แปลผล ๑. ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค 4.19 0.54 มาก ๒. ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา 3.67 0.46 มาก ๓. ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ 3.80 0.40 มาก ๔. ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง 3.27 0.60 ปานกลาง ๕. ด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า 3.85 0.49 มาก ภาพรวม 3.75 0.37 มาก จากตารางที่ 4.7 พบว่า ระดับความเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.75, S.D. = 0.37) เมื่อจ าแนกเป็นรายด้านพบว่า ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนด้านอื่นๆ อยู่ในระดับมาก
82 ตารางที่ ๔.8 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการ อ าเภอเมือง จังหวัดตาก ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค (n=398) ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค ระดับการปฏิบัติ S.D. แปลผล 1. เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความสุภาพอ่อนน้อม 4.22 0.63 มาก 2. เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความเสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติ 4.16 0.67 มาก 3. เจ้าหน้าที่ให้บริการแก่ผู้มารับบริการตามล าดับก่อน - หลัง 4.23 0.57 มาก 4. เจ้าหน้าที่ให้บริการโดยยึดถือความถูกต้องยุติธรรม 4.16 0.64 มาก 5. เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความเต็มใจและเป็นกันเอง 4.16 0.57 มาก ภาพรวม 4.19 0.54 มาก จากตารางที่ 4.8 พบว่า ระดับความเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.19, S.D. = 0.54) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า อยู่ในระดับมากทุกข้อ
83 ตารางที่ ๔.9 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการ อ าเภอเมือง จังหวัดตาก ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา (n=398) ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา ระดับการปฏิบัติ S.D. แปลผล 1. เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความตรงต่อเวลา 4.17 0.55 มาก 2. หน่วยงานได้ก าหนดขั้นตอนในการให้บริการ มีความ เหมาะสมไม่ยุ่งยากซับซ้อน 3.42 0.66 ปานกลาง 3. เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความสะดวกรวดเร็ว ทันต่อเวลาที่ ก าหนดไว้ 3.66 0.61 มาก 4. จุดหรือช่องการให้บริการมีความเหมาะสมและเข้าถึงง่าย สะดวกในการติดต่อเพื่อขอรับบริการ 3.43 0.65 ปานกลาง 5. เจ้าหน้าที่สามารถให้บริการ แก้ไขปัญหาให้แก่ผู้มาขอรับ บริการทันทีโดยไม่ต้องรอ 3.67 0.60 มาก ภาพรวม 3.67 0.46 มาก จากตารางที่ 4.9 พบว่า ระดับความเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.67, S.D. = 0.46) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า หน่วยงานได้ก าหนดขั้นตอนในการให้บริการ มีความเหมาะสม ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และจุดหรือช่องการให้บริการมีความเหมาะสมและเข้าถึงง่ายสะดวกในการติดต่อ เพื่อขอรับบริการ อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนข้ออื่นๆ อยู่ในระดับมาก
84 ตารางที่ ๔.10 ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความคิดเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่า การอ าเภอเมือง จังหวัดตาก ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ (n=398) ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ ระดับการปฏิบัติ S.D. แปลผล 1. สถานที่ของหน่วยงานสะดวกในการเดินทางมารับบริการ 3.64 0.60 มาก 2. หน่วยงานจัดสถานที่ สิ่งอ านวยความสะดวก ให้ส าหรับผู้มา รับบริการระหว่างนั่งรอ เพียงพอ เหมาะสม 3.62 0.65 มาก 3. หน่วยงานจัดให้มีห้องน้ า สะอาด ถูกสุขลักษณะ เพียงพอ ส าหรับผู้มารับบริการ 3.92 0.46 มาก 4. หน่วยงานจัดให้มีปูาย สัญลักษณ์ บอกจุด การให้บริการที่ ชัดเจน เข้าใจง่าย 3.95 0.41 มาก 5. สภาพแวดล้อมภายนอกอาคารจัดให้มีสถานที่จอดรถ เพียงพอ ส าหรับผู้มารับบริการ 3.88 0.49 มาก ภาพรวม 3.80 0.40 มาก จากตารางที่ 4.10 พบว่า ระดับความเห็นการให้บริการประชาชนของที่ว่าการอ าเภอ เมือง จังหวัดตาก ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.80, S.D. = 0.40) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า อยู่ในระดับมากทุกข้อ