The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

4.หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by manussanan.l, 2023-09-21 00:49:12

4.หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

4.หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

สาระส าคัญ “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวพระราชด าริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิ พลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) โดยทรงเห็นว่าการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจ อย่างเดียวอาจเกิดปัญหาในอนาคตได้ จึงเน้นการพอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่ในเบื้องต้น ก่อน นั่นหมายถึงเน้นเศรษฐกิจพื้นฐาน รากหญ้าคือเศรษฐกิจระดับประชาชน เน้นการกระจายรายได้ แล้วจึงมุ่งเน้นการพัฒนาในระดับสูงต่อไป สาระการเรียนรู้ 1.ความหมายของ เศรษฐกิจพอเพียง 2.ประวัติความเป็นมาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3.ความส าคัญของเศรษฐกิจพอเพียง 4.องค์ประกอบปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5.ความสอดคล้องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 6.การด ารงชีพแบบเศรษฐกิจพอเพียง 7. การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สมรรถนะประจ าหน่วย แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.บอกความหมายของ เศรษฐกิจพอเพียงได้ 2.อธิบายความเป็นมาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3.บอกความส าคัญของเศรษฐกิจพอเพียง 4.อธิบายองค์ประกอบปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5.อธิบายความสอดคล้องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 6. บอกการด ารงชีพแบบเศรษฐกิจพอเพียง 7. อธิบายการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


2 บทที่ 4 หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวพระราชด าริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหา ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ได้พระราชทานมานานแล้ว โดยมีพระบรม ราโชวาทครั้งแรก ความตอนหนึ่งว่า “…การพัฒนาประเทศจ าเป็นต้องท าตามล าดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการ และใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้อง ตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอสมควร และปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยเสริมความเจริญ และ ฐานะเศรษฐกิจขึ้นที่สูงขึ้นโดยล าดับต่อไป... ” พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2517. พระองค์ทรงเน้นย้ า เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงอีกหลายครั้ง โดยทรงเห็นว่าการพัฒนาประเทศ ด้านเศรษฐกิจอย่างเดียวอาจเกิดปัญหาในอนาคตได้ จึงเน้นการพอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่ ในเบื้องต้นก่อน นั่นหมายถึงเน้นเศรษฐกิจพื้นฐาน รากหญ้าคือเศรษฐกิจระดับประชาชน เน้นการ กระจายรายได้ แล้วจึงมุ่งเน้นการพัฒนาในระดับสูงต่อไป 1.ความหมายของค าว่าเศรษฐกิจ เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง มีความหมายสองค า คือค าว่า “เศรษฐกิจ” กับค าว่า “พอเพียง” สองค านี้ มีความหมายแตกต่างกัน ดังนี้ พจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายของความพอเพียง ได้คือ ได้เท่าที่ กะไว้ เช่น “ได้เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว” อาจมีค าที่ใกล้เคียงกันเช่น “พอเหมาะ” หรือ “พอประมาณ” เศรษฐกิจ ความหมายตามพจนานุกรมไทยราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายว่า งานอัน เกี่ยวกับการผลิต การจ าหน่ายจ่ายแจกและการบริโภคใช้สอยสิ่งต่าง ๆ ของชุมชน ศุภลักษณ์ แสนยาพันธ์ (2558: 252) กล่าวถึงความหมายเศรษฐกิจพอเพียงว่า หมายถึง ปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชี้แนะแนวทางการด าเนินชีวิตและการปฏิบัติแก่ประชาชน โดยยึดหลักทางสายกลาง ท่ามกลางมรสุมทางเศรษฐกิจที่ต้องเผชิญในปัจจุบัน


3 วัลลภ พรหมทอง (2548: ม.ป.ป. ) กล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียงหมายถึง แนวทางในการ ด าเนินชีวิต ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิต เศรษฐกิจ ความมั่นคง วิถีชีวิต วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และธรรมชาติและที่ส าคัญที่สุดคือวิธีคิดและจิตส านึกของคน เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเศรษฐกิจพึ่งพา ตนเองและพออยู่พอกิน อันจะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป ดังนั้นเมื่อสรุปรวมแล้ว เศรษฐกิจพอเพียงจึงหมายถึง แนวพระราชด าริของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ โดยมีแนวทางช่วยเหลือประชาชนให้ด าเนินชีวิตบนความพอเพียง พออยู่ พอกิน และ ช่วยเหลือตนเองได้ มีชีวิตที่เรียบง่ายตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนาคือ มัฌชิมาปฏิปทาโดยเป็นการ ใช้ทรัพยากรให้เหมาะสมไม่ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการด าเนินชีวิต การจ าหน่ายจ่ายแจกและการบริโภค ใช้สอยต่าง ๆของตน และชุมชน ในทางพระพุทธศาสนาแล้ว ความพอเพียงน่าจะสอดคล้องกับหลักธรรม “มัฌชิมาปฏิปทา” หรือทางสายกลาง มีความหมายว่าไม่หย่อนยานเกินไป และไม่ตึงจนเกินไป ดังปรากฏในพุทธประวัติ ของพระพุทธเจ้าก่อนจะได้บรรลุอรหันต์ ทรงลองผิดลองถูกในการคิดหาหนทางในการดับทุกข์ ในสมัย นั้นชมพูทวีป (ประเทศอินเดีย) มีนักบวชอยู่หลายส านัก ทรงเข้าไปศึกษาทุกส านักก็ไม่มีส านักใดที่จะมี หนทางในการดับทุกข์ได้ พระองค์จึงบ าเพ็ญเพียรด้วยตนเองโดยการภาวนาจิต ไม่ดื่มน้ า ไม่กินอาหาร จนร่างกายผอมแห้งเหลือหนังหุ้มกระดูกแต่ยังไม่ลดละความเพียร พระอินทร์จึงได้ นิมิตมาดีดพิณให้ สดับรับฟัง เสียงพิณสายหนึ่งตึงมากจนท าให้เกิดเสียงแหลม และขาดลง อีกสายหนึ่งหย่อนยานเกินไป ท าให้เสียงไม่ไพเราะ พระองค์เมื่อทรงได้สดับรับฟังเช่นนั้นจึงมีสติคิดขึ้นได้ว่า การจะบรรลุอรหันต์นั้น ไม่ควรเคร่งครัดเกิน และในขณะเดียวกันก็ไม่หย่อนยานเกิน ควรเดินสายกลาง ดังนั้นจึงทรงกลับมา บริโภคอาหาร น้ า เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อมีพลังในการบ าเพ็ญเพียร อันเป็นทางสายกลาง เพื่อ การบรรลุจุดมุ่งหมายต่อไป ภาพทางสายกลาง แหล่งที่มา: https://pantip.com/topic/31935403


4 เปรียบกับการด าเนินชีวิตของมนุษย์ปุถุชนโดยทั่วไป การที่ใช้ชีวิตแบบเคร่งครัดสุดโต่งในทุก ด้านเช่นท างานหนักหามรุ่งหามค่ าเพื่อต้องการได้มาซึ่งเงินทอง เพื่อความร่ ารวย หรือยึดถือในกฎ กติกามากเกินไปก็อาจด าเนินชีวิตล าบาก ท าให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาเช่นความเครียด ปัญหา สุขภาพ ปัญหาอาชญากรรม ฯลฯ หรือหากด าเนินชีวิตบนความประมาท ใช้จ่ายพุ่มมเฟือย ติดเกมส์ ยาเสพติด การพนัน ก็อาจท าให้ในอนาคตอาจท าให้ด่ าดิ่งลงถึงจุดต่ าสุดของชีวิตได้ เกิดปัญหาเป็นโรค ซึมเศร้า การฆ่าตัวตาย ก่อปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ ตามมาเป็นต้น ดังนั้นการด าเนินชีวิตบนความไม่ ประมาท รู้จักพอเพียง พอประมาณตามก าลังทรัพย์ และก าลังสติปัญญา ย่อมมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ตามแนวปฏิบัติปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความสมดุลที่ยั่งยืน 2.ประวัติความเป็นมาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก่อนปี พ.ศ.2540 ในภูมิภาคเอเชีย ประเทศที่มีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว มี 4 ประเทศคือ ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน โดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีการ พัฒนาสูงสุด อยู่ล าดับที่ 9 ของโลก และล าดับที่ 1 ของเอเชีย ประเทศไทย เป็นประเทศหนึ่งที่มีการ พัฒนาด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วจนเป็นที่จับตาว่า จะเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชียซึ่งขณะนั้นอยู่ในช่วง ของรัฐบาลของ พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ ที่มีการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่ว่า “เปลี่ยนสนามรบเป็น สนามการค้า” โดยมีการสนับสนุนให้เอกชนเข้ามาลงทุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ มากมาย แต่รัฐบาลชุดถูกรัฐประหารโดย คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) น าไปสู่ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี พ.ศ. 2535 ต่อด้วยเหตุการณ์ผันผวนทางเศรษฐกิจที่เรียกว่า ต้มย ากุ้ง ฉายา ประเทศไทยที่ได้รับว่าน่าจะเป็นเสือตัวที่ 5 แห่งเอเชียจึงหมดบทบาทลงไป เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ท าให้เกิดผลกระทบต่อการด าเนินชีวิตของคนไทยหลาย ด้านทั้งเรื่องของการถูกเลิกจ้างงาน เนื่องจากบริษัทห้างร้านปิดตัวลง หรือย้ายฐานไปประเทศเพื่อน บ้าน ภาวะเศรษฐกิจหยุดชะงักท าให้คนไทยเกิดภาวะว่างงานจ านวนมาก จึงมีการทบทวนแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในอดีตที่เน้นความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ (Economic Growth) เป็น ส าคัญ เน้นด้านอุตสาหกรรม มากกว่าเกษตรกรรมซึ่งเป็นรากฐานของคนส่วนใหญ่ในประเทศ การพัฒนาด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็วท าให้เกิดกระแสโลกาภิวัตน์ (Globalization) คือ สภาวะ โลกไร้พรมแดน เกิดจากการวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ผนวกกับความ เจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร เกิดการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารมากมายแม้จะอยู่ คนละซึกโลก แต่ก็สารมารถรับรู้ข่าวสารได้เพียงไม่กี่วินาที จึงไม่แปลกที่จะมีผลกระทบทุกด้านไม่ว่าจะ เป็นด้านการศึกษา การพาณิชย์ การเมือง สังคม ฯลฯ ตลอดรวมไปจนถึงวิถีการด าเนินชีวิตของมนุษย์ บนโลก รวมถึงประเทศไทย หากการด าเนินชีวิตของมนุษย์บนโลกขาดความเข้าใจในสาระส าคัญที่เป็น สาระหลักในสังคมเช่น หลักประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปล่อยให้กระแส


5 โลกาภิวัฒน์ครอบง า เช่นปล่อยให้ค่านิยมต่างชาติที่ไม่เหมาะสมเข้ามาเป็นค่านิยมแทนค่านิยมที่ดีงาน ของประเทศตน เป็นต้น เราก็ไม่สามารถรักษา ด ารง ความเป็นชาติของตนเองหรือถูกกลืนวัฒนธรรม คนไทยส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากตกงาน ซึ่งเป็นความเคยชินที่คนไทยส่วนใหญ่ เมื่อเรียนจบก็จะไปเข้าสู่ระบบบริษัท ห้างร้าน ซึ่งเป็นการไปพึ่งพานายทุนเสียส่วนใหญ่ ลืมนึกถึงการ พึ่งพาตนเอง เมื่อบริษัท ห้างร้าน ล้มเลิกการจ้างงานจึงหมดอาลัยตายอยาก บางคนคิดฆ่าตัวตาย บาง คนเลือกประกอบอาชีพทุจริตซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ถูกทาง เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาในการด าเนินชีวิตที่ รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชด ารัสครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2517 เพื่อเป็นแนวทางในการด าเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย แต่สมัยนั้นคนไทยยังไม่ได้ น้อมน ามาใช้อย่างจริงจัง และเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี พ.ศ.2540 จึงได้ทรงเน้นย้ าแนวทางในการ แก้ไขเพื่อให้คนไทยมีสติและได้รอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจในขณะนั้น และสามารถด ารงอยู่ได้อย่าง มั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน สังคม และระดับประเทศ เพื่อสร้างองค์ความรู้ พร้อมรับและปรับตัวต่อการ เปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อบุคคล สังคม กระทบทั้งภายนอกเช่น ความเจริญด้านวัตถุ และกระทบภายใน เช่นความเชื่อ ค่านิยม ทั้งนี้จึงมี ความรู้ เรื่องราวต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลง รอบคอบในการด าเนินชีวิต มีเหตุผล พอประมาณ และสร้าง ภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับตนเอง และที่ส าคัญรัฐบาลและหน่วยงาน และประชาชนทุกคนต้องพร้อมรับและ ปรับตัวไปตามยุกต์สมัย และเสริมสร้างพื้นฐานด้านจิตใจของประชาชน ให้มีจิตส านึก คุณธรรม จริยธรรมพื้นฐาน คามความเชื่อในศาสนาของตน 3.ความส าคัญของเศรษฐกิจพอเพียง 3.1 ขจัดความยากจน ด้วยการพึ่งพาตนเองของประชาชนเนื่องจาก แนวทางการปฏิบัติตน ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ 3.2 สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน หมู่บ้าน อันเป็นรากฐานของการพัฒนาชุมชน และสร้าง ความเข้มแข็งแก่ประเทศชาติต่อไป 3.3 มีความรู้ ความพอประมาณ และมีภูมิคุ้มกันตนเองในการด าเนินชีวิต 3.4 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถใช้เป็นแนวทางในการก าหนด นโยบายของชาติเพื่อ สร้างภูมิคุ้มกัน ต่อสถานการณ์ที่เข้ามากระทบโดยฉับพลัน เพื่อปรับเปลี่ยนนโยบายต่าง ๆ ให้ สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ยิ่งขึ้น 3.5 ปลูกฝังคุณธรรมปรับเปลี่ยนค่านิยมพอเพียง และความคิดของคนอันเป็นการสร้าง ภูมิคุ้มกันที่ดีเพื่อให้สามารถปรับตัวได้สอดคล้องกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงบไป


6 3.6 เน้นความพออยู่ พอกิน พอใช้ การพึ่งพาตนเอง มีความสุขตามอัตภาพใช้ชีวิตอยู่อย่าง เรียบง่ายตามวิถีชาวพุทธศาสนา จะเห็นได้ว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นการชี้แนะแนวทางการด าเนินชีวิต การปฏิบัติ ตนที่ควรจะเป็นโดยมีพื้นฐานชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย อันมีพื้นฐานเรียบง่ายตามหลักค าสอนของพุทธ ศาสนา การด าเนินชีวิตบนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ไม่ได้อยู่อย่างยากจนข้นแค้นหรือรอพึ่งพา ผู้อื่น แต่เป็นการน าความรู้ และคุณธรรมมาใช้เป็นพื้นฐานในการเนินชีวิตที่อยู่บนรากฐานของความ พอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ซึ่งสามารถน าเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงไปใช้ได้ทุกเพศ วัย สาขาอาชีพต่าง ๆ และทุกระดับชั้นในสังคม เงื่อนไขความรู้หมายถึง ความรู้ทุกอย่างเช่นการเรียนในชั้นเรียน ความรู้จากประสบการณ์ ความรู้จากบรรพบุรุษ ฯลฯ ส่วน ค าว่าคุณธรรมนั้นไม่ใช่เฉพาะหลักค าสอนของศาสนาเท่านั้น แต่หมายรวมถึงการปฏิบัติตามค าสอน และขนบประเพณี จริยธรรมอันไม่ผิดจารีตที่ดีงามของสังคม รวมถึงการมีจรรยาบรรณการประกอบ อาชีพ 4.องค์ประกอบปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบันความเจริญด้านต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความเจริญด้านวัตถุ มี การพัฒนาวัตถุเกิดขึ้นมากกมาย เช่นอาคาร ตึกราวฟ้า บ้านหรู รถยนต์หรู เครื่องประดับ รวมถึง เทคโนโลยีด้านวัตถุที่ทันสมัยอย่างเช่นโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้นแต่เมื่อวัตถุพัฒนาไปแต่ลืม พัฒนาจิตใจของมนุษย์ให้มีคุณธรรม จริยธรรม ปัญหาสังคมต่าง ๆ จึงตามมา การน้อมน าปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในทุกระดับจึงควรต้องมีองค์ความรู้เรื่องความพอเพียงให้ถ่องแท้ จึงสามารถ น าไปปรับใช้กับการด าเนินชีวิตของแต่ละบุคคล แต่ละองค์กร ให้สมดุลตามความเป็นจริงได้ โดยการ ด าเนินชีวิตอย่างมีสติบนทางสายกลาง หรือบนความพอเพียง ความพอเพียงในที่นี้ หมายถึง พอใจกับ สิ่งที่ตนเองมีก่อน พึ่งพาตนเองได้คือ ต้องขยันช่วยเหลือตนเอง สิ่งใดสามารถท าได้ ก็ท าเพื่อให้เกิด ความประหยัด ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อหา เมื่อพึ่งพาตนเองได้จึงเกิดภูมิคุ้มกันกับตนเอง ภูมิคุ้มกัน ครอบครัว ครอบครัวไม่เดือดร้อน มีความสุข ดังนี้จึงคลายปัญหาความทุกข์ ต่าง ๆ ได้ และต้องด าเนิน ชีวิตอย่างมีสติ และมีคุณธรรม คุณธรรมในที่นี้หมายถึง ธรรมะในใจที่มนุษย์สามารถท าได้ไม่ เบียดเบียนคนอื่น หรือสิ่งที่ดีงาม ที่สังคมยอมรับ และอยู่ในจิตส านึกของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์อยู่แล้ว และที่ส าคัญคือ ความรู้ ปัจจุบันนี้ความรู้เป็นสิ่งส าคัญอย่างยิ่งกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงผู้ไม่มีความรู้ ย่อมตกเป็นเหยื่อ ส าคัญอีกประการคือผู้มีความรู้มากควรมีคุณธรรม หาผู้รู้น าความรู้ไปใช้ในทางผิดก็ จะเกิดความไม่สงบในสังคม เช่นการสร้างอาวุธสงคราม ปืน หรือ ยาเสพติด ขายเพื่อสนองต่อความสุข สบาย ความเห็นแก่ตัวของตนเอง แบบนี้บ้านเมือง สังคมก็เดือดร้อน


7 จากการอธิยายข้างต้น นักวิชาการจึงสรุปองค์ประกอบของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นสามห่วง สองเงื่อนไข ดังรูปภาพต่อไปนี้ รูปภาพ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่มา: https://sites.google.com/site/maptaputpan/ 4.1 สามห่วง 4.1.1 ห่วงที่หนึ่ง ความมีเหตุผล คือมีเหตุผลตามหลักวิชาที่ได้เรียนรู้มามีเหตุผลตาม หลักกฎหมายที่เขียนไว้ชัดเจน มีเหตุผลตามหลักศีลธรรม ตามกฎเกณฑ์ทางสังคม และมีเหตุผลตาม ความจ าเป็นในการด าเนินชีวิต ยกตัวอย่างความมีเหตุผลด้านค่านิยมเช่นวัยรุ่นมีค่านิยมใส่กางเกงสั้น มาก เมื่อมาคิดถึงความมีเหตุผลจ าเป็นหรือไม่ที่ต้องใส่สั้นทั้งที่ไม่เหมาะสมกับสังคมไทยที่สั่งสอนให้รัก นวลสงวนตัว อาจก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมเช่นข่มขืน รุมโทรมที่มักปรากฏให้เห็นเป็นข่าวอยู่ บ่อยครั้ง เมื่อเป็นดังนี้ควรใส่ให้พอดี อยากใส่สั้นก็ไม่ต้องสั้นมากให้พอเหมาะพอดี ค่านิยม วัฒนธรรม ที่ดีของไทยจะได้ไม่ถูกลบเลือน และเพื่อความปลอดภัยของตัวเองด้วย ความมีเหตุผลในองค์กรบาง องค์กร เช่นบริษัทห้างร้านที่ตั้งขึ้นเพื่อการพาณิชย์ เขามีเหตุผลในการก่อตั้งก่อนจะก่อตั้งก็มีการ ค้นคว้าหาข้อมูล ความเป็นไปได้ ต้นทุน ก าไร และท าเลที่ตั้ง หากไม่หาข้อมูลก็จะเสี่ยงต่อการขาดทุน เป็นต้น 4.1.2 ห่วงที่สอง ความพอประมาณ หมายถึงความพอเหมาะต่อความจ าเป็น พอประมาณตามอัตภาพ ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป อธิบายง่ายๆ ได้ดังนี้คือ นอกจากการด าเนิน ชีวิตจะต้องมีเหตุผลที่ดีที่สุดแล้วต้องพอประมาณด้วย พอประมาณในที่นี้คือ พอดี ไม่มาก ไม่น้อย พอเหมาะ เช่นหากใช้เหตุผลในการเลือกซื้อสินค้าแล้ว สินค้านั้นมีกี่ยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติอย่างไร


8 และราคาเท่าไหร่ พอเหมาะ พอดีกับเงินในกระเป๋าหรือไม่ หากอยากได้ยี่ห้อดีแพงๆ เมื่อซื้อไปแล้ว เบียดเบียนตนเองหรือไม่ คือท าให้ตนเองเดือดร้อนหรือไม่ หรือเบียดเบียนผู้อื่นหรือไม่เช่นเงินไม่พอจึง ไปขอหยิบยืมเพื่อนเป็นต้น 4.1.3 ห่วงที่สาม ภูมิคุ้มกัน คือได้จากการวิเคราะห์จากความมีเหตุผล และความ พอประมาณ แล้วจึงเกิดภูมิคุ้มกัน ยกตัวอย่างเช่นในการเลือกซื้อสินค้าเมื่อได้ใช้เหตุผลในการเลือก แล้ว และซื้อในราคาที่พอประมาณตามก าลังของตนแล้วสิ่งที่ได้จากสองข้อนี้คือ สามารถด าเนินชีวิต อย่างมีความสุขเพราะไม่ต้องมีหนี้สินอันเกิดจากความพอประมาณ และยังเหลือเงินให้เก็บไว้ใช้อย่าง อื่นหรือเป็นเงินออมได้เป็นต้น อาจแยกภูมิคุ้มกันตามลักษณะแต่ละด้าน ได้ดังนี้ 1) ภูมิคุ้มกันด้านวัตถุ เมื่อเราใช้หลักเหตุผลเลือกใช้ประโยชน์จากวัตถุที่ให้ ประโยชน์มากที่สุด และพิจารณาว่าพอประมาณแล้วจึงเกิดภูมิคุ้มกัน คือมีการประกันความเสี่ยงใน อนาคต มีการลงทุนเพื่อพัฒนา มีการวางแผนระยะยาว รู้จักคิดวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจและมีเงินเหลือ ออม 2) ภูมิคุ้มกันด้านสังคม เมื่อทุกคนในชุมชนปฏิบัติตนเรื่องความมีเหตุผล ความ พอประมาณแล้ว ภูมิคุ้มกันก็จะเกิดกับชุมชนเช่น มีความรัก สามัคคี ร่วมมือร่วมใจ อยู่เย็นเป็นสุขคน ในชุมชนมีคุณธรรมจริยธรรม ใฝ่ศาสนธรรม ชมชนเข้มแข็ง 3) ภูมิคุ้มกันทางด้านศีลธรรม การมีเหตุผล พอประมาณด้านศีลธรรม คือการที่ คนนับถือศาสนาใดๆ ก็ควรมีศรัทธาในศาสนานั้นมีเหตุผลที่ต้องนับถือ และพอประมาณคือไม่เชื่ออะไร ง่ายนอกเหนือจากค าสอนของศาสนาตนเอง ก็จะมีภูมิคุ้มกันด้านจิตใจเข้มแข็ง ยึดมั่นในหลักค าสอนที่ สอนให้เป็นคนดีละเว้นความชั่ว มนุษย์ก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข 4) ภูมิคุ้มกันด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อคนในสังคม ชุมชน มีเหตุผลที่ต้องอยู่ร่วมกันต้อง ใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมร่วมกันบนความพอประมาณ หากชมชนใดปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงแล้วจะเกิดภูมิคุ้มกันคือ มีความรู้ส านึก และ หวงแหนในสิ่งแวดล้อม มีนโยบายด้าน สิ่งแวดล้อมจากฝ่ายบริหาร สร้างสุขนิสัยสะอาดเป็นระเบียบ 5) ภูมิคุ้มกันด้านวัฒนธรรม สังคมย่อมมีเหตุผลในเรื่องการส่งเสริมอนุรักษ์ วัฒนธรรมที่ดีงามของสังคมตนเอง เนื่องจากสังคมโลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอาจท าให้การ รับรู้เรื่องวัฒนธรรมของตนบิดเบือนไป เช่นการแล่นน้ าสงกรานต์ของประเทศไทยเป็นวัฒนธรรมที่ สวยงามเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก เล่นน้ าสงกรานต์พอประมาณน้ าสะอาด บริสุทธิ์ ปัจจุบันโดยเฉพาะวัยรุ่น มีความคึกคะนองบวกกับเรียนแบบวัฒนธรรมต่างชาติมีการแต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อย บางที่เต้นเปลื้องผ้า หรือโคโยตี้ สาดน้ าสกปรก น้ าโคลน น้ าเน่า น้ าปลาร้า น้ ามันเครื่องสารพัดที่จะคิดได้ ดังนั้นการจะ อนุรักษ์สิ่งดีงามไว้ ผู้หลักผู้ใหญ่ในประเทศต้องให้ความส าคัญและส่งเสริมวัฒนธรรมที่ถูกต้องใครผิด


9 ต้องตักเตือนไม่ปล่อยไว้ ดังนี้จึงเกิดภูมิคุ้มกันคือเกิดความมั่นคงในวัฒนธรรมไทยและเชิดชูวัฒนธรรม ท้องถิ่น เข้าใจและเป็นมิตรต่อวัฒนธรรมต่างถิ่น ต่างชาติ เกิดความรักศรัทธาหวงแหนในวัฒนธรรมตน สรุปได้ว่าสามห่วงคือ มีเหตุผล พอประมาณ และภูมิคุ้มกัน ก็จะด าเนินไปด้วยกันบน ความสมดุลย์และสามารถปรับใช้กับ บุคคลทุกเพศ ทุกวัย และทุกองค์กร การบริหาร หน่วยงานทุก ระดับ ทั้งนี้ยังต้องค านึงถึงสองเงื่อนไข คือ ความรู้ และ ความมีคุณธรรมด้วย ที่ต้องด าเนินควบคู่ไปกับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4.2 สองเงื่อนไข การสั่งสมประสบการณ์ ความรู้พื้นฐานเดิม ความรู้ใหม่ ค่านิยมที่ปลูกฝังให้กับบุคลว่าสิ่งใดดีสิ่งใดไม่ดี รูปภาพที่ ความรู้คู่คุณธรรม 4.2.1 เงื่อนไขที่หนึ่ง ความรู้ คือสิ่งที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้า การเรียน มีการสะสม ความรู้และความรอบคอบ และรวมไปถึงสิ่งที่ได้จากประสบการณ์ ความรู้ของแต่ละบุคคลจะมากหรือ น้อยก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่แต่ละบุคคลได้ประสบมา มีประสบการณ์มากก็ด ารงชีวิตด้วยความ ระมัดระวัง หรือตามความสนใจของบบุคคลเช่นอยากรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ต้องศึกษาค้นคว้า เข้าใจอย่างถ่องแท้ สามารถถ่ายทอดให้คนอื่น หรือน าไปปฏิบัติได้นอกจากนี้ความรู้ยังรวมไปถึง ความสนใจใฝ่รู้ เนื่องจากปัจจุบัน การเข้าถึงสารสนเทศ มีคามสะอาดรวดเร็ว สามารถศึกษาค้นคว้าได้ ด้วยตนเอง บนช่องทางต่าง ๆ เช่น ช่องทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น คนอ้วนต้องการลดน้ าหนัก อย่างถูกวิธี หรือผู้ป่วยมะเร็งต้องการทราบสาเหตุ วิธีการดูแลตนเอง และแนวทางในการปฏิบัติตน จะ เห็นได้ว่าเราสามารถศึกษาค้นคว้าความรู้ได้ด้วยตนเองทุกที่ ทุกเวลา สิ่งส าคัญคือการสร้างนิสัยรักการ อ่าน การอ่านมากท าให้มีความรู้มาก ผู้รู้มากมักได้เปรียบเสมอ 4.2.2 เงื่อนไขที่สอง คุณธรรม เป็นนามธรรมที่ไม่สามารถมองเห็นได้เป็นความรู้สึก จิตส านึกในจิตใจของแต่ละบุคคล เช่นความขยัน อดทน สุจริต แบ่งปัน และไม่ตระหนี่ เป็นต้น แต่ หากแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมเรียกว่าจริยธรรม คุณธรรมมักคู่กับจริยธรรมเพราะเมื่อมีจิตส านึกเรื่อง ใดมักมีพฤติกรรมสอดคล้องตามนั้น คุณธรรมควรปลูกฝังกันมาตั้งแต่ครอบครัว เพราะบิดามารดา ควร เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม


10 สั่งสอนบุตรให้เป็นผู้มีคุณธรรมพื้นฐาน มีจิตใจอ่อนโยน มีความเมตตา ช่วยเหลือเอื้ออาธรต่อเพื่อน มนุษย์ด้วยกัน ยกตัวอย่าง คุณธรรมในการเรียนสายอาชีพ เช่น นักศึกษาแผนกสาขาไฟฟ้าก าลัง ควรมีความรู้ เกี่ยวกับการเดินสายไฟ การประมาณราคาไฟฟ้า เมื่อไปท างานเกี่ยวกับวิชาชีพของตนก็ ควรมีคุณธรรมซื่อสัตย์ไม่คดโกง ประมาณราคาที่เกินความเป็นจริง นักศึกษาแผนกสาขาการบัญชี ควรมีความรู้เรื่องการบัญชี การคิดเงิน เกี่ยวกับตัวเลข หากไม่มีคุณธรรมน าความรู้ที่ได้ไปโกง ผู้ประกอบการหรือนายจ้าง จนเกิดความเสียหาย ดังนี้ เรียกว่าไม่มีคุณธรรมในด้านวิชาชีพ หรือ ผู้บริหารในองค์กร หากไม่มีความรู้ในการบริหารก็อาจท าให้การตัดสินใจนั้นเกิดความเสียหายให้กับ องค์กร และหากผู้บริหารที่มีความรู้มาก แต่กลับน าความรู้นั้นไปใช้ในทางที่ผิด เช่นคดโกง หรือปัญหา การช่อราษฎรบังหลวงที่สังคมไทยมีปัญหาและแก้ไขมานานแต่ไม่หายไปจากสังคมไทยเสียที ดังนั้นจะ เห็นได้ว่าเหนือความรู้คือคุณธรรม ที่ฝังอยู่ในจิตส านึกของคน หากคนมีคุณธรรมและจิตส านึกที่ดี บ้านเมืองจึงได้สงบสุขและพัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นไป ความรู้มักต้องคู่กับคุณธรรมเสมอ เพราะคนมีความรู้มาก หากไม่มีคุณธรรมอาจน า ความรู้นั้นไปใช้ในทางที่ไม่ดี จากศึกษาค้นคว้าพบว่าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นองค์ความรู้ที่ เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันเสมอดังแผนผัง สรุปได้ดังนี้


11 5.ความสอดคล้องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน รูปภาพที่ 3 ความสอดคล้องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระบบภูมิคุ้มกัน ผลที่ได้จากภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิคุ้มกันด้านวัตถุ มีเงินออม มีการประกันความเสี่ยงในอนาคต มีการลงทุนเพื่อพัฒนามีการวางแผนระยะยาว ระบบภูมิคุ้มกันด้านสังคม รู้รักสามัคคี ร่วมมือร่วมใจกัน มีคุณธรรม ช่วยเหลือสังคม ระบบภูมิคุ้มกันด้านศีลธรรม หลักธรรมค าสอนของครอบครัว ปลูกจิตส านึกที่ดีงาม ปฏิเสธความชั่ว ยึดมั่นความดี ระบบภูมิคุ้มกันด้านสิ่งแวดล้อม มีความรู้สึกหวงแหนสิ่งแวดล้อม มีนโยบายด้าน สิ่งแวดล้อมจากฝ่ายบริหาร สร้าง สุขนิสัยอนุรักษา สิ่งแวดล้อม สะอาดเป็นระเบียบ อยู่ดับธรรมชาติ ระบบภูมิคุ้มกันด้านวัฒนธรรม มั่นคงในวัฒนธรรมไทยและเชิดชูวัฒนธรรมท้องถิ่น เข้าใจวัฒนธรรมและเป็นมิตรกับวัฒนธรรมต่างถิ่น ต่างชาติ ความรู้ ประสบการณ์จากการเรียน หรือจากประสบการณ์ชีวิต คุณธรรม ลักษณะที่อยู่ในจิตใจคนอันแสดงให้เห็นถึงจิตส านึกที่ดี ครอบคลุม 4 มิติ ด้านวัตถุ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านวัฒนธรรม วิเคราะห์ความ จ าเป็นในด้านวัตถุ เลือกสิ่งที่เหมาะสม สังคมสงบสุข มีความ เอื้อเฟื้อต่อกัน สิ่งแวดล้อมไม่ถูก ท าลายมีการดูแล รักษา อนุรักษ์ สืบสานวัฒนา ธรรมที่ดีงาม การพัฒนาที่ยั่งยืน ความพอประมาณ -พอดีพอเหมาะต่อความ จ าเป็น - พอประมาณตามอัตภาพ - ไม่มากเกิน - ไม่น้อยเกิน ความมีเหตุผล -ตามหลักวิชา - ตามหลักกฎหมาย - ตามหลักศีลธรรม - ตามกฎเกณฑ์สังคม - ตามความจ าเป็นในการด าเนินชีวิต ภูมิคุ้มกันในตัว


12 การพัฒนาที่ยั่งยืน คือการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาที่ดีขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของคน ในปัจจุบัน และส่งผลดีต่ออนาคต เป็นการพัฒนาที่ค านึงถึงความเป็นองค์รวมของทุกๆ ด้านอย่าง สมดุล บนพื้นฐานของทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของประชากรทุก กลุ่ม เช่นความเอื้ออาทร เคารพซึ่งกันและกัน และมีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง การพัฒนาที่ ยั่งยืน ต้องมีการพัฒนาทั้ง 3 ด้าน คือด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อมที่เอและสัมพันธ์ กัน ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ควรค านึงถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นควรให้มีความสมดุล ทั้งสาม ด้านจึงมีองค์ประกอบที่ควรพัฒนาที่ยั่งยืนที่ควรค านึง คือทรัพยากรธรรมชาติ เช่นแม่น้ า ป่าไม้ แร่ธาตุ ควรส ารวจว่ามีเพียงพอหรือไม่ มีความจ าเป็นมากน้อยเพียงใด หากมีแนวโน้มไม่เพียงพอควรมีการหา พลังงานทดแทน เช่นพลังงานกล พลังงานชีวภาพ เป็นต้น เศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาที่ยั่งยืนควรเน้น ให้ชุมชนเข้มแข็ง มีเศรษฐกิจดีอย่างต่อเนื่องและครบวงจร เช่นในชุมชนมีพืชเศรษฐกิจที่ส าคัญคือ ข้าว ดังนั้นชาวบ้านควรมีความรู้เรื่องข้าวและเทคโนโลยีที่จ าเป็นต่อการผลิตข้าว เมื่อผลิตมากก็ควรมีการ ตั้งกองทุน สหกรณ์การเกษตรเพื่อให้ความช่วยเหลือเรื่องทุน ผลประโยชน์ของสมาชิกในกลุ่ม และ คุณภาพที่ดีของประชากรในชุมชน มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีตามอัตภาพ สุขภาวะอนามัยดี บุคคลใน ชุมชนได้รับการศึกษาทั่วถึง สิ่งแวดล้อมในชุมชนดี มีความช่วยเหลือเอื้อเฟื้อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ส าหรับประเทศไทย ได้ให้ความส าคัญกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นยุทธศาสตร์ในการ พัฒนาที่ยั่งยืนมี 4 ประการ ดังนี้ 1) การพัฒนาที่สมดุล คือ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างสมดุล เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรมนุษย์ สังคม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ฯลฯ ให้เกิดการ พัฒนาให้เจริญก้าวหน้า ภายใต้สภาวะที่เปลี่ยนแปลง 2) ประโยชน์ส่วนรวม ให้ความส าคัญกับความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันโดยที่ส าคัญคือ บุคคล ต้องท าหน้าที่ของตนให้ดี และต้องสอดคล้องกับเป้าหมายที่เป็นประโยชน์ของส่วนรวม 3) พัฒนารากฐานของสังคม คือ การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับครอบครัวให้ เข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ ในระดับหนึ่ง และมีการพัฒนาตามระดับอย่างมีขั้นตอน (Step-bystep development) คือครอบครัวต้องพออยู่พอกิน ไม่เบียดเบียนตนเอง คือท าให้ตนเองทุกข์ หรือ เบียดเบียนผู้อื่นคือท าให้ผู้อื่นทุกข์ และพัฒนาไปอีกระดับคือ ชุมชนเข้มแข็ง เช่นการพัฒนาสินค้า Otop การจัดตั้งสหกรณ์ การจัดสวัสดิการชุมชน เมื่อชุมชนพัฒนาเข้มแข็ง จึงพัฒนาไปสู่ ระดับประเทศชาติ เช่นการพัฒนาสินค้าเป็นเอกลักษณ์ของไทยออกสู่อาเซียน หรือตลาดโลก 4) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีความส าคัญเพราะมนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีความพิเศษ คือมีสมองที่ฉลาดกว่าสัตว์โลกอื่น มีความคิดสร้างสรรค์สามารถส่งเสริม พัฒนา สิ่งต่างได้ย่างไม่มีวัน สิ้นสุดด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงควรควบคู่ไปกับ


13 คุณธรรม การที่มนุษย์ฉลาดเป็นสิ่งที่ดี แต่หากมนุษย์ขาดคุณธรรม อาจสร้างปัญหาและท าให้สังคม วุ่นวายได้ 6.การด ารงชีพแบบเศรษฐกิจพอเพียง 1). ยึดความประหยัด อันนี้ไม่ได้หมายถึงความตระหนี่ถี่เหนียวแต่หมายถึงไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ ตัดทอนรายจ่ายที่ไม่จ าเป็นเช่น เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ เป็นต้นจึงเรียกว่าการ ประหยัดที่ถูกต้อง 2) .ประกอบอาชีพอย่างสุจริต แม้จะล าบากหรืออยู่ในสภาวะที่ขาดแคลนก็ไม่ทุจริต สอดคล้องกับความเชื่อในศาสนาที่ประกอบอาชีพสุจริตจะท าให้ผู้นั้นเจริญก้าวหน้า 3) .ละเลิกการแก่งแย่งแข่งกัน ในด้านการค้า และด้านอื่น ๆ อันจะท าให้เกิดการเบียดเบียน ตนเองและผู้อื่น 4) แสวงหาแนวทางในการหลุดพ้นความทุกข์ยากโดยควรหาความรู้เพิ่มเติมในวิชาชีพเพื่อให้ เกิดรายได้เพิ่มขึ้น อันเป็นสิ่งส าคัญท าให้เราสามารถยืนได้ด้วยตนเอง 5). ลดละความชั่ว ท าแต่ความดี เพื่อให้สังคมด ารงอยู่ได้อย่างสงบสุข 7. การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มนุษย์มีความต้องการไม่สิ้นสุด เพราะเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วมักจะอยากได้อีกและความ ต้องการของมนุษย์นี้ยังมีหลากหลายอีกด้วย และหนึ่งในความต้องการนั้นคือ ความต้องการด้าน เศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันความต้องการด้านเศรษฐกิจนั้นอาจมีมากขึ้นและรุนแรง เนื่องจากอิทธิพลของ เศรษฐกิจแบบทุนนิยม ท าให้คนอยากมี อยากเป็น อยากได้ เกิดปัญหาต่างๆ ที่เป็นมาจากความ ต้องการนี้ หากเรามีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว เราจะมีภูมิคุ้มกันในเรื่องของ เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นจึงควรมีแนวปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงดังนี้ 1. พึ่งตนเอง การพึ่งตนเองเป็นแนวทางที่จะท าให้ตนเองเข้มแข็งขึ้น สามารถยืนหยัดได้ด้วย ตนเอง มีความรักความศรัทธาในตนเอง ดังสุภาษิตในพุทธศาสนากล่าวว่า “อัตตา หิ อัตตโน นาโถ” แปลว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน นั่นเอง การพึ่งตนเองนั้นฝึกฝนได้ ฝึกหัดตนเอง เพื่อเกิดการพัฒนาตนได้ ดังนี้ 2.ประพฤติตนดีมีระเบียบวินัย การมีวินัยเช่นตื่นแต่เช้า ตรงต่อเวลา แต่งการสะอาด เรียบร้อยถูกกฎระเบียบ มาเรียนเช้า ไม่เข้าเรียนสาย ท าให้ครู อาจารย์ และเพื่อนรักใคร่ นักเรียน นักศึกษาที่เข้ามาพักหอพักเพื่อที่จะเรียนหนังสือในตัวเมือง จึงควรพึ่งพาตนเองให้มากเช่นเสื้อผ้าควร ซักเอง รีดเอง ไม่ต้องไปจ้าง กินอาหารแล้วภาชนะ ถ้วย ชาม ก็ควรล้างเอง ดูแลห้องพักให้สะอาด


14 เมื่อไม่ได้อยู่กับครอบครัว ควรจะท าเอง เป็นการประหยัดเงินที่บิดา มารดา ให้มาเล่าเรียน ถือว่าเป็น การพึ่งตนเองได้อีกทางหนึ่ง 3.ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะเมื่อเสร็จสิ้นการ เรียนการสอน จะมีการวัดผลประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอน เมื่อเรียนเข้าใจ เกิดความรู้ก็ สามารถท าข้อสอบได้ ไม่ลอกใคร เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ส ารับคนที่ไม่ตั้งใจเรียนก็ท าข้อสอบ ไม่ได้ หรือลอกข้อสอบเพื่อนเมื่อถูกจับได้ก็จะท าให้สอบตกวิชานั้น 4.มีคุณธรรมจริยธรรมในวิชาชีพ เช่น อาชีพครู อาจารย์ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียน ท าหน้าที่ในสอนให้ลูกศิษย์มีความรู้ และมีคุณธรรมจริยธรรม ไปโรงเรียนก่อนนักเรียน กลับบ้านหลัง นักเรียนทุ่มเวลาเพื่อประโยชน์แก่ราชการ ได้รับความดีความชอบ ได้ค าชมเชยยกย่อง อาชีพพ่อค้า แม่ค้า มีความขยันขันแข็งค้าขายด้วยความเป็นธรรมไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ผลิตสินค้าดี มีคุณภาพ ท า ให้สินค้านั้นมีเชื่อเสียงในตลาด การค้าเจริญรุ่งเรือง พ่อค้าแม่ค้าบางคนเอาเปรียบผู้บริโภคโดยลด ต้นทุนเพื่อให้ได้ก าไรมาก ๆ ท าให้สินค้าไม่มีคุณภาพสุดท้ายก็กิจการก็ไม่ไม่รอดเป็นต้น 5.ความขยันหมั่นเพียร เป็นคุณธรรมที่ตอบการพึ่งตนเองได้ดี ใช้ได้ทุกเพศวัย ทุกอาชีพ คนเราจะท าอะไร ประสบผลส าเร็จเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับความขยันหมั่นเพียรของตนเอง เช่นแม่บ้านก็ ต้องท าหน้าที่เป็นแม่บ้านที่ดีขยันท างานบ้าน ดูแลครอบครัวดี เสื้อผ้า ของใช้ช ารุดเล็กๆ น้อยๆ ก็ ซ่อมแซมเองได้ไม่ต้องเสียเวลาไปจ้างคนอื่นท า สิ่งไหนที่ควรรู้สิ่งไหนที่เราควรท าได้ก็ท า ถือว่าเป็นการ พึ่งพาตนเอง อาชีพเกษตรกรก็เป็นอีกอาชีพที่ต้องพึ่งพาตนเองอย่างสูงเนื่องจากต้องลงทุนแล้วต้องลง แรงด้วย ปัจจุบันปุ๋ยเคมีนั้นมีราคาแพง เมื่อใช้มากๆ จะก่อให้เกิดมลพิษและสารพิษตกค้างในผลผลิต เกษตรกรควรหาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้เช่นเกษตรต าบล เกษตรอ าเภอ เกษตรจังหวัด หรือนักวิชาการ หรือค้นคว้าในอินเทอร์เน็ต เพื่อท าปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ เพื่อเป็นการลดต้นทุนและลดการใช้ สารเคมีลงด้วย 6. ด าเนินชีวิตบนหลักธรรมความไม่ประมาท ปัจจุบันข่าวสารเรื่องเกี่ยวกับความประมาท หนีไม่พ้นเรื่องอุบัติเหตุเพราะมีให้เห็นกันเป็น ประจ าแทบทุกวัน จึงได้ยกตัวอย่างความประมาทบนท้องถนนที่เกิดจาก ความประมาทของบุคคลเช่น ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร มีเหตุผลมากมายในความจ าเป็นที่ต้องให้ยานพาหนะในการเดินทาง แต่มีไม่ น้อยที่ประมาทเลินเล่อท าให้เกิดอุบัติเหตุ ท าให้ได้รับบาดเจ็บ เสียทรัพย์สิน หรือบางครั้งอาจถึงแก่ ชีวิต หากเรากลับมาทบทวนทางสายกลาง เรื่องความไม่ประมาท ปฏิบัติตามกฎจราจร เอาใจใส่มี น้ าใจต่อผู้ให้ถนนด้วยกัน ก็จะท าให้เกิดภูมิคุ้มกันคือ การไม่มีอุบัติเหตุทางจาจร หรือสถิติอุบัติเหตุ ทางจราจรลดลง ประชาชนใช้รถใช้ถนนปลอดภัยยิ่งขึ้น เป็นต้น


15 ความไม่ประมาทคือ การมีสติระลึกได้อยู่เสมอว่าปัจจุบัน ตนคิด พูด ท าอะไร การกระท านั้น จะเกิดผลอย่างไร ควรท าหรือไม่ คนไม่ประมาทย่อมด าเนินชีวิตอย่างมีจุดหมายรู้จักการกินการใช้แต่ พอดีตามฐานะ ดังนี้ย่อมมีภูมิคุ้มกันให้ด าเนินชีวิตไปอย่างราบรื่น และมีความสุขตามอัตภาพของตน 7. การท างานด้วยความสุข ในการด าเนินชีวิตของมนุษย์หนีไม่พ้นเรื่องการท างาน เพราะการ ท างานท าให้มีอาชีพ มีรายได้ท าให้ตนมีความรู้สึกมีคุณค่า มีความภาคภูมิใจ การท างานเปิดโอกาสให้ ได้ใช้และพัฒนาความสามารถส่วนตัว รู้จักปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น และได้มาซึ่งผลผลิตและบริการอัน เป็นพื้นฐานจ าเป็นในการด าเนินชีวิตของมนุษย์ 8. ความประหยัด การใช้ชีวิตตามอัตภาพคือ ตามฐานะของตนเอง ไม่ให้ขาดแคลน หรือ ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย ให้พอดี พอเหมาะแก่ฐานะ ไม่เปรียบเทียบตนเองกับบุคคลอื่น บางคนเห็นคนอื่น ใช้ของหรูหรา แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแพงๆ จึงอยากจะมีอยากเป็นและอยากได้บ้างจนเกิดความทุกข์ อยากท าตัวเหมือนคนอื่น เกิดพฤติกรรมเลียนแบบจนท าความเดือดร้อนให้พ่อแม่ ครอบครัว และ สังคม ความประหยัดไม่ใช้ความตระหนี่ถี่เหนียว แต่คือการใช้ให้พอดี พอเหมาะ เช่นเสื้อผ้าเครื่อง แต่งกายก็ใช้ให้พอดี ไม่แพงมากเกินความจ าเป็น เมื่อพูดถึงความประหยัดกับเศรษฐกิจพอเพียง อธิบายได้ดังนี้ ตัวอย่างการพึ่งพาตัวเอง อาชีพ พฤติกรรมพึ่งพาตนเอง 1.นักเรียน นักศึกษา ตื่นเช้า แต่งกายเรียบร้อยถูกระเบียบ ไปโรงเรียนเช้า เข้าเรียนไม่ขาด ดูแลที่พัก หอพักให้ สะอาด ซักเสื้อผ้า รีดผ้าเอง ฯลฯ 2.ครู อาจารย์ เข้าสอนตรงเวลา ให้ความรู้กับนักเรียน เป็นแบบอย่างที่ดี จัดท า แผนการสอนทุกครั้ง 3.แม่ค้า พ่อค้า ค้าขายอย่างสุจริต ไม่เอาเปรียบลูกค้า ขยัน อดทน 4.เกษตรกร ขยันท างาน ไม่ใช้สารเคมี


16 แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน หน่วยที่ 4 ตอนที่ 1 จงตอบค าถามต่อไปนี้ 1.จงบอกความหมายของค าว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ................................................................................................... ..........................................................… ...................................................................................................................................................... .......… .......................................................................................................................... ...................................… 2. บอกความส าคัญของ“เศรษฐกิจพอเพียง” ............................................................................................................................. ................................… ..................................................................................................................................................... ........… ......................................................................................................................... ....................................… 3. อธิบาย เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน ............................................................................................................................. ................................… ................................................................................................................................... ..........................… ....................................................................................................... ......................................................… ............................................................................................................................. ................................… 4.อธิบายหลักการพึ่งพาตาเองตามหัวข้อต่อไปนี้ หัวข้อ พฤติกรรมการพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1.หน่วยงาน องค์กร บริษัท 2.ผู้บริหาร 3.ข้าราชการ 4.ชุมชน หมู่บ้าน 5.ครอบครัว 5.ในฐานะนักเรียน นักศึกษา สามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างไรบ้าง .............................................................................................................................................. ...............… .................................................................................................................. ...........................................…


17 ตอนที่ 2 จงเลือกค าตอบที่ถูกต้องเพียงค าตอบเดียว ค าสั่ง จงท าเครื่องหมาย ล้อมรอบตัวอักษร (ก) (ข) (ค) (ง) หรือ (จ)หน้าค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียง ค าตอบเดียว 1. ข้อใดคือ ความหมาย ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก. เป็นหลักปรัชญาที่คิดค้นมาจากต่างประเทศเพื่อน ามาใช้กับสังคมไทย ข. เป็นหลักปรัชญาที่น าไปใช้ในการด าเนินชีวิต บนความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน ค. เป็นหลักปรัชญาที่สอนเกี่ยวกับหลักธรรมความเรียบง่ายในการด าเนินชีวิตของสังคมไทย ง. เป็นหลักธรรมเดียวที่สอนเกี่ยวกับ มัฌชิมาปฏิปทา คือการเดินทางสายกลาง จ. การน าหลักมีเหตุผล พอประมาณ มีภูมิคุ้มกันไปใช้ในการด าเนินชีวิตของครอบครัวเท่านั้น 2.ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก. มีภูมิคุ้มกัน ข. มีความพอประมาณ ค. มีความมั่นคงทางด้านการเมือง ง. มีคุณธรรม จ.มีเหตุผล 3.ข้อใดเป็นความหมายของความพอประมาณ ก. ด า ซื้อของที่ต้องการได้ทุกอย่างเพราะมีฐานะร่ ารวย ข. แดง ปล้นบ้านคนรวยแล้วน าเงินมาบริจาคช่วยเหลือคนจน ค. ขาว ซื้อของตามก าลังเงินของตนและเป็นของชอบที่ต้องซื้อสะสมไว้ ง. ขม จ้างคนท านาเพราะมีที่นามากท าเองไม่ไหวจึงต้องจ้างแต่ได้ก าไรน้อย จ. ขื่น อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ท างานการเพราะไม่ออกไปไหนจะช่วยทางบ้านประหยัดได้ 4.ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก. หากปฏิบัติอย่างจริงจังท าให้ฐานะร่ ารวยขึ้นมาได้ ข. มีการวางแผนการใช้จ่ายในครัวเรือน ค. ในครอบครัวมีความรัก เอื้ออาทรต่อกัน ง. รู้จักใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติให้ได้มากที่สุด จ. ปลูกจิตส านึกในการด าเนินชีวิตแบบพอประมาณ 5. ข้อใดกล่าวถึงประวัติความเป็นมา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ถูกต้อง ก. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นพระราชด ารัสของรัชกาลที่ 9 ข. สอนให้คนไทยรู้จักเหตุผล พอประมาณ และมีภูมิคุ้มกัน ค. รัชกาลที่ 9 ทรงศึกษาปรัชญาจากนักวิชาการต่าง ๆ แล้วน ามาปรับปรุง ง. ปี 2540 ประเทศไทยพบกับวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ า รัชกาลที่ 9 จึงทรงแนะน าวิธีการแก้ไข จ. ราษฎรที่น้อมรับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ สามารถด าเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข


18 6. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดกล่าวผิด ก. มีสามห่วงคือ มีเหตุผล มีความพอประมาณ และมีภูมิคุ้มกันที่ดี ข. มีสองเงื่อนไข คือ ความเข้าใจ และคุณธรรม ค. สร้างความสมดุลกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ง. เกิดความยั่งยืนในการด าเนินชีวิต จ. เกิดความรัก ความสามัคคี ในชุมชน 7. ประโยชน์ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการน้อมน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน ก. ปลูกผักสวนครัว ข. ซอมแซมเสื้อผ้า ค. ประดิษฐ์สิ่งของใช้แทนกันได้ ง. น าของเก่ามาใช้ใหม่ จ. เก็บออมให้ได้มากที่สุด 8. ข้อใดอธิบายถึงหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไขไม่ถูกต้อง ก. มีเหตุผล คือ การท าสิ่งใดก็ตามย่อมมีเหตุผลที่ดีเสมอ ข. มีความพอประมาณ คือ สิ่งที่ท านั้นควรให้มีความพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป ค. มีภูมิคุ้มกัน คือ สิ่งที่ท านั้นมีคนช่วยเหลือเสมอ ง. มีความรู้ คือ การตัดสินใจท าอะไรควรมี พื้นฐานจากความรู้ เมื่อไม่รู้ควรศึกษาก่อน จ. มีคุณธรรม คือ การคิดดี ท าดี ไม่ทุจริต 9. ข้อใดเป็นการปฏิบัติตนตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้ถูกต้องมากที่สุด ก. ดี เก็บเงินทุกบาทไม่ยอมซื้ออะไร เพราะต้องเก็บไว้ให้ได้มากที่สุด ข. แดง แอบกินขนมเพื่อนเพราะไม่อยากซื้อเอง ค. ด า ท างานหนักทุกวันเพื่อเก็บเงินไว้ซื้อโทรศัพท์ที่อยากได้ ง. ดอย แบ่งเงินเป็นส่วน ๆ ไว้ใช้ ซื้อของจ าเป็น และเก็บออม จ. ดาว ให้แฟนซื้อของให้เสมอเวลาไปเที่ยวด้วยกัน 10. ข้อใดเป็นการน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปใช้ในการพัฒนาชุมชนได้ถูกต้อง ก. การรวมตัวของชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน ข. การชักชวนคนในชุมชนให้ไปท างานในกรุงเทพฯ ค. การรวมกลุ่มเกษตรกร ขายสินค้าเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน ง. การสร้างความเจริญเข้าไปสู่ท้องถิ่น จ. การดูแลผู้สูงอายุในชุมชน


19 11. การพึ่งพาตนเองทางด้าน ความพอประมาณด้านการใช้จ่ายเงิน จะเกิดภูมิคุ้มกันตามข้อใด ก. มีเงินซื้อของเพิ่มมากขึ้น ข. ท าให้ฐานะร่ ารวยขึ้น ค. มีเงินเหลือเก็บเมื่อเกิดความจ าเป็นต้องการใช้ ง. มีเงินไปลงทุนอย่างอื่นได้อีก จ. มีเงินเหลือไว้บริจาคให้กับผู้ยากไร้ 12. การอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวที่ใช้เหตุผลและเคารพให้เกียรติกันจะเกิดภูมิคุ้มกันด้านใดมากที่สุด ก. มีความซื่อสัตย์ รัก เอื้ออาธรต่อกัน ข. ระงับความโกรธได้หากทะเลาะกัน ค. มีเงินเหลือให้ลูก ๆ ซื้อของได้มากมาย ง. ครอบครัวใครอยากได้อะไรก็จะสามารถหามาให้ได้หมด จ. เกิดความตระหนี่ถี่เหนียวเพราะเป็นแนวทางแห่งการประหยัด 13.การที่คนสองคนตัดสินใจแต่งงานกัน ใช้ชีวิตเป็นครอบครัวที่อบอุ่นควรใช้คุณธรรมในข้อใดมาก ที่สุด ก. ความขยัน ข. ความอดทน ค. ความเพียร ง. ความซื่อสัตย์ จ. ความประหยัดอดออม 14. การน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปใช้ในการท างานในองค์กร ท าให้เกิดภูมิคุ้มกัน ตามข้อใด ก. คนในองค์กรจะมีความดีความชอบเท่าเทียมกัน ข. ทุกคนท ารายได้เข้าองค์กรมากขึ้น ค. ได้รับการยกย่องสรรเสริญ ง. ลดค่าใช้จ่ายเช่นค่าไฟ จ. องค์กรจะท างานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่นับถือ 15. ข้อใดไม่ได้มีความหมายด้านความพอประมาณด้านการแต่งกาย ก. สวมใส่เสื้อผ้าถูกต้องตามกาลเทศะ ข. ซักผ้าเอง ค. น าเสื้อผ้าที่มีเยอะเอาไปบริจาคให้คนยากไร้ ง. ซ่อมแซมเสื้อผ้าใช้เอง จ. เสื้อผ้าไม่มากแต่มียี่ห้อราคาแพง ๆ จะได้ใช้นาน ๆ


20 16. ผลของการดูแลสุขภาพ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกก าลังการสม่ าเสมอ จะเกิด ภูมิคุ้มกันตามข้อใด ก. ห่างไกลโรคมะเร็ง ข. ดูดี มีระดับ มีความสามารถ ค. มีความฉลาดมากกว่าเพื่อน ง. ร่างกายแข็งแรง รูปร่างบุคลิคภาพดีสมส่วน จ. มีความสุขกับความผอม 17. การคบเพื่อนให้พอประมาณ มีความหมายตามข้อใด ก. คบเพื่อนน้อย เพราะมากคนก็มากความ ข. รู้จักคบเพื่อนที่ดี ตักเตือนเพื่อนหากเพื่อนท าไม่ดี ค. รู้จักแบ่งปัน มีอะไรให้เพื่อนหมดไม่ขี้เหนียว ง. รักเพื่อน ตามใจเพื่อนทุกอย่าง จ. ดูแลเพื่อนและครอบครัวของเพื่อนด้วย 18. การรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม จึงเกิดภูมิคุ้มกันด้านใด ก. เป็นการเปลี่ยนแปลงประเพณีที่ล้าสมัย ข. เกิดวัฒนธรรมใหม่ๆ เช่น งานเลี้ยงต้องมีโคโยตี้ ค. เกิดการผสมผสานด้านวัฒนธรรมเป็นสากลเช่นการเลี้ยงโต๊ะจีน ง. มีความเชื่อความศรัทธาต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ จ. มีความเป็นเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักของตนทั่วโลก เกิดความเลื่อมใสศรัทธา 19.การตัดสินใจเลือกท าสิ่งใด เหตุใดจึงต้องมีความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงก่อนเสมอ ก. เพราะความรู้เป็นพื้นฐานของการตัดสินใจท าสิ่งใดบนความพอเพียง ข. เพราะความรู้ท าให้ได้เปรียบผู้อื่นได้ทุกครั้ง ค. เพราะความรู้สามารถท าให้ร่ ารวยได้ ง. ความรู้มีอ านาจรู้มาก สามารถได้เปรียบคู่แข่งได้มาก จ. ควรมีความรู้เฉพาะสิ่งที่เราต้องการรู้เท่านั้น 20.เหตุใดการเรียนสายจึงต้องมีคุณธรรมด้านความซื่อสัตย์ให้มาก ก. เพราะอาชีพที่ดีต้องสุจริตย์ และซื่อสัตย์ จะท าให้ร่ ารวย ข. เพื่อให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ค. ท าตามกฎหมายเพื่อจะได้ไม่โดนจับ ง. เพราะความซื่อสัตย์ ท าให้เกิดความสุขที่ยั่งยืนความเจริญในหน้าที่การงาน จ. เพราะบรรพบุรุษสอนไว้ให้ซื่อสัตย์ ให้ท าตามเท่าที่ท าได้


ใบงานที่ 4.1 กิจกรรม วิเคราะห์ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ค าชี้แจง ยกตัวอย่างสถานการณ์ตามหัวข้อ ให้นักศึกษาวิเคราะห์การกระท า/พฤติกรรมที่สอดคล้อง กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข 1.การประกอบอาชีพ การท างานในองค์กร หรือหน่วยงานของตนเอง ควรมีพฤติกรรมสอดคล้องกับ หลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไขอย่างไรบ้าง ห่วงที่ 1 มีเหตุผล ............................................................................................................................. ............................ ......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................ ................................................................................................................................. ........................ ห่วงที่ 2 พอประมาณ ......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................ ......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................ ห่วงที่ 3 ภูมิคุ้มกัน ............................................................................................................................. ............................ ......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................ ........................................................................................................................................ ................. เงื่อนไขที่ 1 ความรู้ ......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................ ......................................................................................................................................................... เงื่อนไขที่ 2 คุณธรรม ..................................................................................................................... .................................... ............................................................................................................................. ............................ .........................................................................................................................................................


2 ใบงานที่ 4.2 กิจกรรม วิเคราะห์ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ค าชี้แจง ยกตัวอย่างสถานการณ์ตามหัวข้อ ให้นักศึกษาวิเคราะห์การกระท า/พฤติกรรมที่สอดคล้อง กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข 1.การอยู่ร่วมกันในสังคม ควรมีพฤติกรรมสอดคล้องกับหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไขอย่างไรบ้าง ห่วงที่ 1 มีเหตุผล ............................................................................................................................. ............................ ............................................................................................................................. ............................ ......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................ ห่วงที่ 2 พอประมาณ .......................................................................................................................................... ............... ................................................................................................................... ...................................... ............................................................................................................................. ............................ ......................................................................................................................................................... ห่วงที่ 3 ภูมิคุ้มกัน ............................................................................................................................. ............................ ............................................................................................................................. ............................ ......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................ เงื่อนไขที่ 1 ความรู้ ............................................................................................................................................. ............ ...................................................................................................................... ................................... ............................................................................................................................. ............................ เงื่อนไขที่ 2 คุณธรรม ......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................ ............................................................................................................................. ............................


Click to View FlipBook Version