บทที่ 3 วิธีการด าเนินการวิจัย การวิจัยเรื่อง พฤติกรรมการซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาพฤติกรรมการซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช และ (2) เพื่อศึกษา ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอน ปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช และ (3) เพื่อเสนอแนะแนวทางการ พัฒนาสถาบันกวดวิชาออนไลน์ที่สอดคล้องตามความต้องการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ส าหรับระเบียบวิธีวิจัยมีดังนี้ 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.5 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.1.1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) ใน โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ (1) โรงเรียนเบญจมราชูทิศ (2) โรงเรียน กัลยาณีศรีธรรมราช (3) โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ (4) โรงเรียนทุ่งสง และ (5) โรงเรียนสตรีทุ่ง สงที่ซื้อหรือเคยซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ใน 6 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ 3.1.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) ใน โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราชเนื่องจากไม่ทราบจ านวนประชากรที่แน่นอน ดังนั้น ผู้วิจัยก าหนดกลุ่มตัวอย่างแบบไม่ทราบจ านวนประชากร
49 ดังนั้นตัวอย่าง สามารถค านวนณได้จากสูตรไม่ทราบขนาดตัวอย่างของ W.G. Cochran โดยก าหนดระดับค่าความ เชื่อมั่นร้อยละ 95 และระดับความคาดเคลื่อนร้อยละ 5 (กัลยา วาณิชย์ บัญชา, 2552) ซึ่งสูตรในการค านวณที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ n = P (1-P) Z 2 E 2 เมื่อ n แทน ขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่ต้องการเลือก P แทน สัดส่วนของประชากรที่ผู้วิจัยก าลังสุ่ม 0.5 Z แทน ระดับความเชื่อมั่นที่ผู้วิจัยก าหนดไว้ Z มีค่าเท่ากับ 1.96 ที่ระดับ ความเชื่อมั่น ร้อยละ 95 (ระดับ 0.5) E แทน ค่าความผิดพลาดสูงสุดที่เกิดขึ้น = 0.5 แทนค่าในสูตร ดังนี้ n = (0.5)(1-0.5)(1.96)2 (0.05)2 n = 385 n = 400 จากการค านวณได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัยจ านวน 385 คน ส ารองความ ผิดพลาดของแบบสอบถามที่ไม่สมบูรณ์ไว้ที่ร้อยละ 4 ได้เท่ากับ 15 คน ดังนั้น ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง มีอย่างน้อย 400 คน ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 การเลือกกลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยได้ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาโดยแบ่งการสุ่มออกเป็น 2 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1 ใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยก าหนด คุณสมบัติของกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) ในโรงเรียนขนาดใหญ่ของ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ซื้อหรือเคยซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ในปีรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ขั้นตอนที่ 2 ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบตามความสะดวก (Convenience Sampling) ผู้วิจัยท าการสุ่มตัวอย่างให้ครบตามจ านวนแบบสอบถาม 400 ชุด โดยเก็บแบบสอบถามออนไลน์ผ่าน โปรแกรม Google Form จากนั้นผู้วิจัยจะน าลิงก์ (Link) แบบสอบถามส่งให้กับนักเรียนชั้น
50 มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) ได้แก่ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช โรงเรียน เตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ โรงเรียนทุ่งสง และโรงเรียนสตรีทุ่งสง 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม (Questionnaire) โดยจะ เป็นการเก็บข้อมูลในรูปแบบของงานวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อคอร์สกวดวิชา ออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ ของจังหวัด นครศรีธรรมราชและปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งรายละเอียด แบบสอบถามจะแบ่งเป็น 4 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ คะแนนเฉลี่ยสะสม โรงเรียนที่ก าลัง ศึกษา ระดับการศึกษา อาชีพของบิดา อาชีพของมารดา และรายได้เฉลี่ยของครอบครัวต่อเดือน ซึ่งมี ลักษณะแบบสอบถามหลายตัวเลือก (Multiple Choice) ส่วนที่ 2 แบบสอบถามที่เกี่ยวกับแรงจูงใจของการซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราชลักษณะเป็น แบบสอบถามเลือกค าตอบเดียว ซึ่งลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบสอบถามเลือกค าตอบเพียงค าตอบ เดียว โดยแบ่งระดับการยอมรับเป็น 5 ระดับ เรียงจากค่าน้อยไปหาค่ามาก เป็นการวัดข้อมูลมาตรวัด แบบลิเคิร์ท (Likert rating scales) ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด โดยแบ่งเป็น 5 ด้าน (Spaulding ,1992) การให้คะแนนค าถามเป็นอันตรภาค (Interval Scale) มีค าตอบให้เลือก 5 ระดับ ดังนี้ เห็นด้วยมากที่สุด มีค่า 5 คะแนน เห็นด้วยมาก มีค่า 4 คะแนน เห็นด้วยปานกลาง มีค่า 3 คะแนน เห็นด้วยน้อย มีค่า 2 คะแนน เห็นด้วยน้อยที่สุด มีค่า 1 คะแนน เกณฑ์การประเมินผล โดยใช้เกณฑ์ประเมินผลจากสูตรต่อไปนี้ (วิเชียร เกตุสิงห์, 2538) ความกว้างของอันตรภาคชั้น = ค่าสูงสุด−ค่าต่ าสุด จ านวนชั้น = 5−1 5 = 0.8
51 ดังนั้น เกณฑ์เฉลี่ยระดับความคิดเห็นของแรงจูงใจของพฤติกรรมการซื้อคอร์สกวดวิชา ออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัด นครศรีธรรมราช คะแนนเฉลี่ย การแปลความหมาย 4.21 – 5.00 อยู่ในระดับดีมาก 3.41 – 4.20 อยู่ในระดับดี 2.61 – 3.40 อยู่ในระดับพอใช้ 1.81 – 2.60 อยู่ในระดับไม่ดี 1.00 – 1.80 อยู่ในระดับไม่ดีมาก ส่วนที่ 3 แบบสอบถามการยอมรับเทคโนโลยีของการซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งลักษณะเป็น แบบสอบถามเลือกค าตอบเพียงค าตอบเดียว ซึ่งลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบสอบถามเลือกค าตอบ เพียงค าตอบเดียว โดยแบ่งระดับการยอมรับเป็น 5 ระดับ เรียงจากค่าน้อยไปหาค่ามาก เป็นการวัด ข้อมูลมาตรวัดแบบลิเคิร์ท (Likert rating scales) ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด โดยแบ่งเป็น 5 ด้าน (Davis, 1989) การให้คะแนนค าถามเป็นอันตรภาค (Interval Scale) มีค าตอบให้เลือก 5 ระดับ ดังนี้ เห็นด้วยมากที่สุด มีค่า 5 คะแนน เห็นด้วยมาก มีค่า 4 คะแนน เห็นด้วยปานกลาง มีค่า 3 คะแนน เห็นด้วยน้อย มีค่า 2 คะแนน เห็นด้วยน้อยที่สุด มีค่า 1 คะแนน เกณฑ์การประเมินผล โดยใช้เกณฑ์ประเมินผลจากสูตรต่อไปนี้ (วิเชียร เกตุสิงห์, 2538) ความกว้างของอันตรภาคชั้น = ค่าสูงสุด−ค่าต่ าสุด จ านวนชั้น = 5-1 5 = 0.80
52 ดังนั้น เกณฑ์เฉลี่ยระดับความคิดเห็นของการยอมรับเทคโนโลยีของการซื้อ คอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัด นครศรีธรรมราช คะแนนเฉลี่ย การแปลความหมาย 4.21 – 5.00 อยู่ในระดับดีมาก 3.41 – 4.20 อยู่ในระดับดี 2.61 – 3.40 อยู่ในระดับพอใช้ 1.81 – 2.60 อยู่ในระดับไม่ดี 1.00 – 1.80 อยู่ในระดับไม่ดีมาก ส่วนที่ 4 แบบสอบถามพฤติกรรมการซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งพิจารณาจากลักษณะ กลุ่มเป้าหมาย สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการซื้อ วัตถุประสงค์ในการซื้อ บทบาทของกลุ่มต่างๆ ที่มีอิทธิพล โอกาสในการซื้อช่องทางหรือแหล่งที่ผู้บริโภคไปท าการ (ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ, 2552) ส่วนที่ 4 มีจ านวน 11 ข้อ ได้แก่ โดยส่วนใหญ่ใครเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อคอร์สกวดวิชา ออนไลน์ของท่าน ท่านซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ผ่านช่องทางใด ในการพิจารณาซื้อคอร์สกวดวิชา ออนไลน์ท่านพิจารณาสิ่งใดเป็นอันดับแรก เหตุผลที่ท่านเรียนกวดวิชาออนไลน์วิชาที่เรียนกวดวิชา ออนไลน์ช่วงเวลาในการเรียนกวดวิชาออนไลน์ในวันจันทร์ – ศุกร์ช่วงเวลาในการเรียนกวดวิชา ออนไลน์ในวันเสาร์ – อาทิตย์ จ านวนคอร์สเรียนโดยเฉลี่ยต่อ 1 ปีค่าใช้จ่ายในการเรียนกวดวิชาโดย เฉลี่ยต่อ 1 เดือน และในปัจจุบันท่านเรียน พิเศษจากสถาบันกวดวิชาออนไลน์ใด 3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยด าเนินการเก็บข้อมูลส าหรับการวิจัยครั้งนี้ตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การท า แบบสอบถามออนไลน์ (Online Questionnaire) ผ่านโปรแกรม Google Form จากนั้นผู้วิจัยจะน า ลิงก์แบบสอบถามส่งให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของได้แก่ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ โรงเรียนทุ่งสง และโรงเรียนสตรีทุ่งสง ที่ซื้อหรือเคยซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา เมื่อเก็บแบบสอบถามครบจ านวน 400 ชุดแล้วจึงปิดรับการตอบแบบสอบถาม
53 2. ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) เป็นข้อมูลที่ได้จากการศึกษาข้อมูลจาก เอกสาร หนังสือทางวิชาการวิทยานิพนธ์ปริญญานิพนธ์ และรายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้องรวมทั้งข้อมูล ทาง อินเตอร์เน็ต ขั้นตอนการสร้างและพัฒนาเครื่องมือวิจัย 1. ผู้วิจัยศึกษาข้อมูลจากเอกสารต่าง ๆ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรที่จะศึกษา เพื่อ น ามาเป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถาม 2. น าข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาสร้างแบบสอบถามฉบับร่าง เพื่อเสนอท่านอาจารย์ ที่ปรึกษาสารนิพนธ์ เป็นผู้พิจารณาตรวจสอบความถูกต้อง ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ และ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม 3. ปรับปรุงแก้ไขแบบสอบถามให้ถูกต้อง เพื่อให้ข้อค าถามอ่านแล้วมีความเข้าใจง่าย ชัดเจนครอบคลุมวัตถุประสงค์และนิยามศัพท์เฉพาะ 4.ผู้วิจัยน าแบบสอบถามที่ได้รับการปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้กับกลุ่มผู้บริโภค จ านวน 30 คนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มตัวอย่างที่จะใช้ทดสอบจริงเพื่อหาคุณภาพความเที่ยงของ แบบสอบถาม โดยค านวณหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha) โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติโดย ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟามีค่าไม่น้อยกว่า 0.7 โดยในการวิจัยครั้งนี้แบบวัดแต่ละด้านได้ค่าความเชื่อมั่น วิธีการที่ใช้ในการทดสอบคณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. ความเที่ยงตรง (Validity) ในการทดสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหา ผู้วิจัยต้องน า แบบสอบถามที่สร้างขึ้นมาน ามาปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อให้ตรวจสอบและให้ค าแนะน าเพิ่มเติม พิจารณาความถูกต้องของเนื้อหาแล้วท าการปรับปรุงแก้ไขและหาค่าดัชนีความสอดคล้อง ( IOC: Index of Item – Objective Congruence) ก่อนน าไปทดสอบกับข้อมูลจริง โดยการหาค่า IOC นั้นผู้วิจัยได้น าไปตรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหาจาก ผู้เชี่ยวชาญ จ านวน 3 ท่าน โดยใช้สูตร IOC = ∑ เมื่อ IOC หมายถึง ค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item – Objective Congruence) R หมายถึง ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ค่า +1 หมายถึง แน่ใจว่าข้อค าถามสอดคล้องกับเนื้อหา ค่า 0 หมายถึง ไม่แน่ว่าข้อค าถามสอดคล้องกับเนื้อหา ค่า -1 หมายถึง แน่ใจว่าข้อค าถามนั้นไม่สอดคล้องกับเนื้อหา N หมายถึง จ านวนผู้เชี่ยวชาญ
54 หรือนิยามศัพท์เกณฑ์การแปลความหมาย มีดังนี้ ค่า IOC ≥ .50 หมายความว่า ค าถามนั้นตรงวัตถุประสงค์ของการวิจัย ค่า IOC < .50 หมายความว่า ค าถามนั้นไม่ตรงวัตถุประสงค์ของการวิจัย จากการตรวจแบบสอบถามของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 3 ท่าน โดยผลรวมของคะแนน ความคิดเห็นเพื่อท าการหาค่าความเที่ยงตรง พบว่า เกณฑ์การให้คะแนนแบบสอบถามมีระดับ +1 และ 0 ซึ่งเมื่อน ามาวิเคราะห์ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) พบว่า ค่า IOC ≥ .50 หมายความว่า ค าถาม นั้นตรงวัตถุประสงค์ของการวิจัย 2. การวิเคราะห์ความเชื่อถือได้ (Reliability) ของเครื่องมือโดยน าแบบสอบถาม ที่ได้ทดลองใช้กับผลตอบแบบสอบถามเพื่อหาค่าความเชื่อมั่น โดยวิธีหาค่าสมประสิทธ์แอลฟ่า ของ Cronbach’s Alpha ซึ่งค่าแอลฟ่าที่ได้จะแสดงถึงระดับความคงที่ของแบบสอบถาม โดยจะมี ค่าระหว่าง 0 ≤ ≤1 ค่าที่ใกล้เคียงกับ 1 แสดงว่า มีความเชื่อมั่นสูง (กัลยา วานิชย์บัญชา, 2546) เกณฑ์ในการประเมินผลค่า Cronbach’s Alpha กรณีค่า Cronbach’s Alpha น้อยกว่า 0.6 ค่าความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับไม่ดี กรณีค่า Cronbach’s Alpha ใกล้ 0.7 ค่าความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับยอมรับได้ กรณีค่า Cronbach’s Alpha มากกว่า 0.8 ค่าความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับดี 3.4 การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ ในการวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลจะมีการด าเนินการหลังจากการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก แบบสอบถามจ านวน 400 ชุด หลังจากการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างเรียบร้อยแล้วจะท าการ ตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของชุดข้อมูลแล้วท าการลงรหัส (Coding) ในคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล หลังจากลงรหัสข้อมูลในโปรแกรม เสร็จเรียบร้อยแล้วผู้วิจัยจะวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ดังนี้ 3.4.1 วิธีการศึกษาเชิงพรรณนา (Descriptive Study) เพื่อสามารถอธิบายคุณลักษณะ กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย ค่าความถี่ (Frequency) หาค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ยทาง เลขคณิต (Arithmetic mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 3.4.2 การวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) เพื่อทดสอบ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระ และตัวแปรตามในสมมติฐานต่าง ๆ เลือกใช้สถิติการทดสอบ ไคสแควร์ (Chi-Square Test)
55 บรรณานุกรม กรกช สุภาเนติรัตน์. (2559). การรับรู้คุณค่าของช่องทางออนไลน์และการยอมรับเทคโนโลยี ที่ส่งผล ต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์ ของกลุ่มข้าราชการครูในจังหวัดสมุทรสาคร.การค้นคว้า อิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ. กรุงเทพธุรกิจ. (2562). กวดวิชาออนไลน์เลือกอย่างไร ในมุมมองเด็กยุค 4.0. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2565, จาก https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/648668 กิ่งแก้ว ทรัพย์พระวงศ์. (2546). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพฯ: ไทยเจริญการพิมพ์. เกรียงไกร ศรีหริ่ง และ นวลฉวี แสงชัย. (2561). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกสถาบันกวดวิชา ภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับประถมศึกษาและผู้ปกครองในเขตอ าเภอบ้านไผ่ จังหวัด ขอนแก่น. วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ, 28 (2), 25-37. กฤตติกา อุตะเสน. (2563). พฤติกรรมการซื้อคอร์สเรียนการลงทุนออนไลน์กับสถาบันซุปเปอร์เทรด เดอร์รีพับบลิคของนักลงทุนในเขตกรุงเทพมหานคร. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชา การตลาด คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์. (2554). นวัตกรรมและเทคโนโลยีเทคนิคศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. ครีเดน ดาต้า (2565). จัดอันดับรายได้โรงเรียนกวดวิชาของไทย. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2565, จาก https://data.creden.co/ business/economy/544324 จักรกฤษณ์ โพดาพล. (2563). การจัดการเรียนรู้ออนไลน์: วีถีที่เป็นไปทางการศึกษา. เลย: มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย. จิราภรณ์ ตั้งกิตติภาภรณ์. (2556). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. จิรัฏฐิยา ชนะเคน และคณะ. (2557). ความนิยมของการเรียนพิเศษนอกสถานศึกษาของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ, วันที่สืบค้น 12 สิงหาคม 2565, จาก http://www.slideshare.net/oil_intira/is2-30617250 ฐิติรัตน์ บ ารุงวงศ์. (2555). การรับรู้ข่าวสารประชาสัมพันธ์และภาพลักษณ์ของกรมทางหลวงชนบท. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามค าแหง. ฐานเศรษฐกิจ. (2562). ร.ร.กวดวิชาดิ้นสู้ พลิกหลักสูตรรับภาคอินเตอร์-ออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2565,จาก https://www.thansettakij.com/content/business/400912
56 บรรณานุกรม (ต่อ) ชนินทร์ ตั้งพานทอง. (2560). ปัจจัยที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์เพื่อเสริมการเรียนการ สอน. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ณภัทคอร ปุณยาภาภัสสร. (2551). AIDA Model. วันที่สืบค้น 5 กันยายน 2565. จาก http://punyapapassorn.blogspot.com/2010/08/aida-model.html. ณฤทธิ์ วรพงษ์ดี. (2560). SET Your Startup Business Guide รู้จักธุรกิจสตาร์ทอัพ. กรุงเทพฯ: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. ธกรกฤษ ออมศิริ. (2558). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกเรียนภาษาอังกฤษด้วยระบบอีเลิร์นนิ่ง. .การศึกษาอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. ธัญลักษณ์ ถาวรจิต .(2564). การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคอาหารเพื่อสุขภาพในเทศบาลนคร หาดใหญ่. วารสารบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยแม่โจ้. 3(1), 41-56. นิคม ตังคะพิภพ, ภาวิณี ศรีสุขวัฒนานันท์ และแม้นมาศ สีลสัตยกุล. (2532ง). ปัญหาการกวดวิชา การสละสิทธิ์และการออกกลางคัน. วิทยานิพนธ์ ศค.ม. (บริหารการศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. นฤมล พัฒนจักร. (2555). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกสถาบันกวดวิชาของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาตอนปลายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น. นิตยสารโพซิชั่นนิ่ง. (2556). ตลาดกวดวิชายังคงเติบโต : จับตา ทางเลือกกว้างขึ้นของนักเรียน และ สินค้าติวเข้ามหาวิทยาลัย เป็นปัจจัยท้าทาย. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2565, จาก https://positioningmag.com/57097 ปัณณรุจน์ ดิศพงษ์สันต์ .(2565). ความพึงพอใจ ความคาดหวัง และความต้องการเรียนกวดวิชา รูปแบบออนไลน์ของนักเรียนในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19. วารสารมหาจุฬา นาครทรรศน์, 9 (4) : 140-154. ปัทมา ชูวงศ์. (2557). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเรียนภาษาอังกฤษทางเฟซบุ๊ก. มหาวิทยาลัย นานาชาติแสตมฟอร์ด.กรุงเทพฯ. ปริญ ลักษิตานนท์. (2544). จิตวิทยาและพฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพฯ: เหรียญบุญการพิมพ์. ปิยรัตนวดี เปทา. (2562). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจสั่งซื้ออาหารผ่านช่องทางออนไลน์ของ นักศึกษา มหาวิทยาลัยรามค าแหง วิทยาเขตหัวหมาก. สาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัย รามค าแหง. ผู้จัดการออนไลน์. (2563). AT HOME กวดวิชาออนไลน์ สตาร์ทอัปพลิกโฉมการศึกษาไทย. สืบค้น เมื่อ 1 พฤศจิยน 2565, จาก https://mgronline.com/smes/detail/9630000006960
57 บรรณานุกรม (ต่อ) พัชรา คงเหมาะ. (2559). แนวทางการพัฒนาห้องเรียนออนไลน์ส าหรับอาจารย์มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. ส านักวิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. พัชรา คงเหมาะ. (2560). แนวทางการพัฒนาห้องเรียนออนไลน์ส าหรับอาจารย์มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์. วารสารสหศาสตร์, 21 (1), 75-88. พิชญมาศ วรรณทอง. (2557). แนวทางการจัดท าแผนการตลาดของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เพื่อ สุขภาพ.วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, สาขาวิชาธุรกิจการบิน, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต. ไพบูลย์ สุทธิสุภา. (2553). ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการยอมรับวิทยาการเกษตรแผนใหม่ของ เกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. โพสต์ทูเดย์. (2556). ธุรกิจกวดวิชามูลค่ารวมเกือบ8พันล้าน. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2565, จาก https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/648668 พิรานันท์ แกล่งกล้า. (2562). การวิเคราะห์คุณลักษณะขอของบริการแอพพลิเคชั่นเพื่อการสั่งอาหาร เดลิเวอรี่ในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ภัทราวดี วงศ์สุเมธ. (2556). ปัจจัยที่มีอิทธิพลตอการยอมรับและการใช้งานระบบการเรียนผ่านเว็บ. การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ รุ่งกานต์ กันทะวงศ์. (2550). อุปสรรคการน าระบบ E –Learning มาใช้ในการเรียนการสอนของ 86 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ไลน์ทูเดย์. (2561). ติวเตอร์ออนไลน์ เขย่าธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา. สืบค้นเมื่อ 10 มิถุนายน 2563, จาก https://today.line.me/th/v2/article/ติวเตอร์ออนไลน์+เขย่าธุรกิจโรงเรียนกวด วิชา-JQ8alK วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์. (2563). กสทฯ ส่งแพลตฟอร์มชิงตลาดการศึกษาออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2563, จาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/882782 วฤณดา ทองเนื้อสุก. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ ออนไลน์. นิเทศศาตร์มหาบัณฑิต, สาขาการสื่อสารการตลาด, มหาวิทยาลัยบูรพา วรลักษณ์ ชีพประกิต .(2558). อิทธิพลของคุณค่าที่รับรู้ด้านความคุ้มค่า และการรับรู้ความยุติธรรมต่อ ความไว้เนื้อเชื่อใจความพึงพอใจ การบอกต่อ และการกลับมาใช้บริการซ้ า ของผู้ฝากเงิน ธนาคารออมสินสาขาคลอง 10 ธัญบุรีจังหวดปทุมธานี. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
58 บรรณานุกรม (ต่อ) ศิริวรรณ เสรีรัตน์และคณะ. (2538). การบริหารการตลาดยุคใหม่. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์บริษัท. ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ. (2552). การบริหารการตลาดยุคใหม่ (Marketing management) ฉบับปรับปรุงใหม่ ปี 2552. กรุงเทพฯ: ธรรมสาร. ศิริวรรณ เสรีรัตน์, ศุภรกร เสรีรัตน์, องอาจ ปทะวานิช, สุพีร์ ลิ่มไทย และปริญ ลักษิตานนท์. (2543). หลักการตลาด. กรุงเทพฯ : บริษัทธีระฟิล์มและไซเท็กซ์ จ ากัด. ศุภพิชญ์ บุญแต่ง. (2550). ข้อดีข้อเสียของการเรียนการสอนผ่านเว็บ. วันที่สืบค้น 18 กันยายน 2565, จาก https://www.l3nr.org/posts/84286. ศูนย์ความรู้นโยบายเด็กและครอบครัวไทย. (2565). เมื่อโรงเรียนไม่อาจพาเด็กไปถึงฝั่ง. สืบค้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2565, จาก https://www.the101.world/shadow-education-inthailand/ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2556). บทวิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจ. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2565, จาก https://kasikornresearch.com/th/analysis/k-econ/business/Pages/32118.aspx ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2563). บทวิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจ. สืบค้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2565, จาก https://kasikornresearch.com/th/analysis/k-econ/business ศศิณัณฐ นาไทย. (2560). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจในการเรียนปริญญาโท หลักสูตร การบริหาร เทคโนโลยี รูปแบบออนไลน์. วิทยานิพนธ์หลักสูตรการบริหารเทคโลโลยี รูปแบบออนไลน์, สาขาวิชาการบริหารเทคโนโลยีวิทยลัยนวัตกรรม, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สิทธิโชค วรานุสันติกูล. (2561). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ : รวมสาส์น. สมถวิล ผลสะอาด. (2555). การรับรู้ ของประชาชนที่มีต่องานบริการด้านสาธารณสุขของเทศบาล ต าบลวังเย็น อ าเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา. งานนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรเพื่อความมั่นคง (พนัสนิคม), คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา. สุกัญญา เอียดขาว. (2554). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนสอน ภาษาญี่ปุ่นในกรุงเทพมหานคร. ค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. สุดารัตน์ วุฒิมงคลพานิช .(2559).ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อคอร์สเรียนพิเศษจากสถาบันกวดวิชา ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 ในเขตกรุงเทพมหานคร.บริหารธุรกิจ มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
59 บรรณานุกรม (ต่อ) สุนีย์ ศีลพิพัฒน์ และคณะ. (2550). การเรียนการสอนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ชุดวิชาเศรษฐศาสตร์ ระหว่างประเทศโดยใช้ T5 Model. การวิจัยครั้งนี้ได้รับทุนอุดหนุนจากสถาบันวิจัยและ พัฒนามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สิงหะ ฉวีสุข, และสุนันทา วงศ์จตุรภัทร. (2555). ทฤษฎีการยอมรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ. KMITL Information Technology Journal, (Jan. – Jun. 2012). สุพัฒน์ สุกมลสันต์. (2530). การวิเคราะห์งานวิจัย (Meta-Analysis of Research). ข่าวสารวิจัย การศึกษา. 11(1): 19-28. สุนีรัตน์ เสริมประสาทกุล. (2541). การยอมรับแนวคิดใหม่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม. แห่งชาติ. (ฉบับที่ 8). กรุงเทพฯ: คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก. ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่12. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2565, จาก https://www.nesdc.go.th/ewt_w3c/ewtdl_link.php?nid=6422 เสรี วงษ์มณฑา. (2542). การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค.กรุงเทพฯ : ธีระฟิล์มและไซเท็กซ์. อมร โทท า. (2555). การรับรู้ของบุคลากรต่อปัจจัยระบบการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วารสารมนุษยศาสตร์ และสังศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหาสารคาม, 31(4), 156-169. อภิชัย พันธเสน. (2530). กวดวิชา: เหตุและผลที่จะเกิดขึ้น. วารสารการศึกษาแห่งชาติ, 21 (2), 5-6. Clark & Mayer. (2003). e-learning and the science of instruction. San Francisco: JosseyBass. Cheng & Mitomo. (2017). Impact of media form on the perceived image of the television news media in the age of media convergence, 14th ITS Asia-Pacific Regional Conference, Kyoto 2017: Mapping ICT into Transformation for the Next Information Society 168479, International Telecommunications Society (ITS). Foster. (1973). Temperature-sensitive mutations in Drosophila melanogaster. XIII. Temperature- sensitive periods of lethal and morphological phenotypes of selected combinations of Notch-locus mutations. Dev. Biol. 32(2): 282--296.
60 บรรณานุกรม (ต่อ) Gao & Rasouli. (2017). Effects of traveller’ s mood and personality on ratings of satisfaction with daily trip stages. Travel Behaviour and Society, 7, 1-11. Irvine, V., Code, J., & Richards, L. (2013) Realigning higher education for the 21st centurt learner through multi-access learning. Journal of Online Learning & Teaching, 9(2), 172-186. Kotler. (2003). Marketing Management. 11 th ed. Upper Saddle River, N.J.: Pearson Prentice Hall. Koller. (2011). Further insights into perceived value and consumer loyalty: A “green” perspective. Psychology & Marketing, 28(12), 1154-1176. Kotler & Keller. (2009). Marketing management (13 th ed.). Pearson Prentice Hall. Kotler & Keller. (2016). Marketing Management (14th edition). Shanghai: Shanghai People’s Publishing House. Lacroix & Jolibert. (2017). Targeting Consumers Who Care about Future Generations. Psychology and Marketing 32(8):783-794. Philip Kotler, Kevin Lane Keller. (2016). Marketing Management. (15th ed.). New York: Pearson Education Inc. Riel, Mortanges & Streukens. (2005). Marketing Antecedents of Industrial Brand Equity: An Empirical Investigation in Specialty Chemicals. Industrial Marketing Management. 34(8): 841-847. Rogers. (2003). Diffusion of Innovation (5th Ed.), New York, NY: Free Press. Rogers & Shoemaker. (1971). Communication of Innovation: A Cross-Cultural Approach. 2 nd Edition, The Free Press, New York. Schiffman and Kanuk. (1994). Consumer behavior (5th ed.). New Jersey: Prentice – Hall. Schneider. (2013). The Shadow Economy. The Institute of Economic Affairs, London. Solomon. (2013). Consumer Behavior: Buying, Having, and Being (8th ed.). NJ: Prentice-Hall. Stallworth. (2008). Consumer Behaviour and Marketing Strategic, online, pp.9. Sweeney. (2001). Consumer Perceived Value: The Development of a Multiple Item Scale. Journal of Retailing, 77, 203-220.
61 แบบสอบถามเพื่อการศึกษาอิสระ เรื่อง การศึกษาพฤติกรรมการซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายใน โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ค าชี้แจง แบบสอบถามฉบับนี้จัดท าขึ้นเพื่อการศึกษาข้อมูลการค้นคว้าแบบอิสระของนักศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาพฤติกรรมการซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้วิจัยขอ ความอนุเคราะห์จากท่านในการตอบแบบสอบถามด้วยความเป็นจริงที่สุดและครบทุกข้อ ทั้งนี้ข้อมูล ส่วนตัว และความคิดเห็นของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับและใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาเท่านั้น แบบสอบถามประกอบด้วย 4 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนที่ 3 ข้อมูลเกี่ยวกับการยอมรับเทคโนโลยีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายใน โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนที่ 4 ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้วิจัยขอขอบคุณท่านผู้ตอบแบบสอบถามเป็นอย่างยิ่งที่ได้สละเวลา และให้ความร่วมมือใน การตอบแบบสอบถามมา ณ โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือ พิมลพรรณ ขวัญสุด
62 ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ค าชี้แจง กรุณาท าเครื่องหมาย ✓ ลงในช่อง ( ) ที่ตรงกับความเป็นจริงของท่านมากที่สุด 1. เพศ ( ) ชาย ( ) หญิง 2. คะแนนเฉลี่ยสะสมจนถึงปัจจุบัน ( ) ต่ ากว่า 1.50 ( ) 1.51-2.00 ( ) 2.01-2.50 ( ) 2.51-3.00 ( ) 3.01-3.50 ( ) 3.51-4.00 3. โรงเรียนที่ก าลังศึกษา ( ) โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ( ) โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ( ) โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ ( ) โรงเรียนทุ่งสง ( ) โรงเรียนสตรีทุ่งสง 4. ระดับการศึกษา ( ) มัธยมศึกษาปีที่ 4 ( ) มัธยมศึกษาปีที่ 5 ( ) มัธยมศึกษาปีที่ 6 5. อาชีพของผู้ปกครอง ( ) พนักงานบริษัทเอกชน ( ) อาชีพอิสระ ( ) พนักงานรัฐวิสาหกิจ ( ) ข้าราชการ/ลูกจ้างภาครัฐ ( ) เจ้าของกิจการ / ธุรกิจส่วนตัว ( ) พ่อบ้าน/แม่บ้าน ( ) เกษตรกรรม ( ) อื่นๆ(โปรดระบุ)……………. 6. รายได้เฉลี่ยของครอบครัวต่อเดือน ( ) น้อยกว่า 20,000 บาท ( ) 20,000-29,999 บาท ( ) 30,000-39,999 บาท ( ) 40,000-49,999 บาท ( ) 50,000 บาทขึ้นไป
63 ส่วนที่ 2 แรงจูงใจการซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียน ขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ค าชี้แจง กรุณาท าเครื่องหมาย ✓ลงในช่องว่างที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด แรงจูงใจ ระดับความคิดเห็น มาก ที่สุด (5) มาก (4( ปาน กลาง (3( น้อย (2( น้อย ที่สุด (1( แรงจูงใจภายใน 1. ท่านต้องการความรู้จากคอร์สกวดวิชาออนไลน์ 2. ท่านต้องการความรู้ที่มีความเหมาะสมกับความ ต้องการ 3. ท่านต้องการคอร์สกวดวิชาออนไลน์มีความเหมาะสม กับเวลา 4. ท่านต้องการคอร์สกวดวิชาออนไลน์ที่เหมาะสมกับ ค่าใช้จ่าย 5. สถาบันกวดวิชาสามารถเพิ่มทักษะในการเรียนได้จริง 6. สถาบันมีความน่าเชื่อถือ 7. สถาบันมีความหมาะสมกับเงินที่ท่านจ่าย 8. ท่านใช้เวลาไม่นานในการค้นหาช้อมูลเพื่อ ประกอบการตัดสินใจซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ แรงจูงใจภายนอก 9. ท่านมีเป้าหมายเพื่อเป็นการเพิ่มความรู้ในรายวิชาที่ ท่านไม่ถนัด 10. ท่านมีเป้าหมายเพื่อเป็นน าความรู้ที่ได้ไปใช้ในการ สอบแข่งขัน 11. ท่านมีการวางเป้าหมายในการสอบเข้าแข่งขันใน สถาบันที่มีชื่อเสียง
64 แรงจูงใจ ระดับความคิดเห็น มาก ที่สุด (5) มาก (4( ปาน กลาง (3( น้อย (2( น้อย ที่สุด (1( 12. ท่านมีเป้าหมายในการพัฒนาการเรียนรู้ในรายวิชาที่ ท่านไม่ถนัด 13. คอร์สกวดวิชาออนไลน์มีครูผู้สอนมีความเชี่ยวชาญ และเทคนิคพิเศษ 14. บริการที่ท่านได้รับจากคอร์สกวดวิชาออนไลน์มี ความสะดวก 15. ท่านรู้สึกคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นเมื่อได้เรียนกวดวิชากับ ครูผู้สอนท่านนั้น 16. คอร์สกวดวิชาออนไลน์มีครูผู้สอนกวดวิชาออนไลน์ที่ มีความเชี่ยวชาญและสามารถออกแบบการสอนได้ เหมาะสม
65 ส่วนที่ 3 การยอมรับเทคโนโลยีใจการซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอน ปลายในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ค าชี้แจง กรุณาท าเครื่องหมาย ✓ลงในช่องว่างที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุดเพียงข้อละ 1 ช่อง การยอมรับเทคโนโลยี ระดับความคิดเห็น มาก ที่สุด (5) มาก (4( ปาน กลาง (3( น้อย (2( น้อย ที่สุด (1( การรับรู้ถึงประโยชน์ในการใช้งาน 1. การใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์ มีความทันสมัย เข้ากับสังคมและการด ารงชีวิตในปัจจุบัน 2. การใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์ ท าให้เกิด ประโยชน์ต่อท่าน 3. การใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์สามารถทดแทน การเรียนกวดวิชาแบบเดิมได้ 4. การใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์สามารถตอบ โจทย์รูปแบบการด าเนินชีวิตในปัจจุบันของท่านได้ การรับรู้ถึงใช้งานง่าย 1. การใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์ สามารถใช้ได้กับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเทคโนโลยีการสื่อสารดิจิทัลได้ หลากหลายประเภท 2. การใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์ มีวิธีการในการ ใช้บริการสะดวกกว่าที่คิด 3. การใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์ ท่านสามารถ เรียนรู้การใช้บริการได้ด้วยตนเอง ถึงแม้จะไม่เคยใช้งาน มาก่อน 4. การใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์ มีความง่ายต่อ การใช้งาน ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อนในการใช้งาน ทัศนคติเกี่ยวกับการใช้งาน
66 การยอมรับเทคโนโลยี ระดับความคิดเห็น มาก ที่สุด (5) มาก (4( ปาน กลาง (3( น้อย (2( น้อย ที่สุด (1( 1. การใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์ช่วยประหยัด ระยะเวลาในการเดินทาง เมื่อเทียบกับการเรียนแบบเดิม 2. การใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์ มีค่าใช้จ่ายใน การเรียนถูกกว่าการเรียนแบบเดิม 3. การใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์มีน่าเชื่อถือและ สามารถถามข้อสงสัยต่างๆในการเรียนได้ ไม่ต่างจากการ เรียนแบบเดิม 4. การใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์มีความเหมาะสม กับเทคโนโลยีในปัจจุบัน พฤติกรรมความตั้งใจว่าจะใช้ 1. ท่านมีความต้องการที่จะค้นหาสถานที่เรียนคอร์สกวด วิชาออนไลน์เพื่อใช้บริการ 2. ท่านมีความตั้งใจที่จะใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์ 3. ท่านมีความต้องการที่จะทดลองใช้บริการได้เพื่อใช้ใน การประกอบตัดสินใจซื้อของท่าน 4. ท่านตั้งใจจะใช้บริการคอร์สกวดวิชาออนไลน์เป็น อันดับแรกเมื่อมีความต้องการจะเรียนรายวิชาที่ท่าน สนใจ
67 ส่วนที่ 4 พฤติกรรมการซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียน ขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัดนครศรีธรรมราช ค าชี้แจง กรุณาท าเครื่องหมาย ✓ลงในช่องว่าง หรือเติมข้อความในช่องที่ว่างที่ตรงกับความจริง 1. โดยส่วนใหญ่ ใครเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ของท่าน ( ) ตนเอง ( ) เพื่อน / คนรู้จัก ( ) สมาชิกในครอบครัว / ญาติ ( ) เจ้าหน้าที่ของสถาบัน ( ) สื่อโฆษณา ( ) อื่นๆ (โปรดระบุ)………… 2. ท่านซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ผ่านช่องทางใด ( ) Website Blog ( ) Facebook Page ( ) Instagram ( ) Mobile Application ( ) YouTube ( ) อื่นๆ (โปรดระบุ)………………….. 3. ในการพิจารณาซื้อคอร์สกวดวิชาออนไลน์ท่านพิจารณาสิ่งใดเป็นอันดับแรก ( ) ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของสถาบัน ( ) ครูผู้สอน ( ) เนื้อหาของคอร์สเรียน ( ) ราคาของคอร์สเรียน ( ) อื่นๆ (โปรดระบุ)…………………. 4. เหตุผลที่ท่านเรียนกวดวิชาออนไลน์ ( ) เสริมความรู้นอกจากชั้นเรียนในโรงเรียน ( ) ทบทวนความรู้เพื่อสอบในโรงเรียน ( ) เตรียมตัวเพื่อสอบเข้าสถาบันการศึกษา ( ) ทบทวนความรู้เพื่อสอบแข่งขันต่างๆ ( ) อื่นๆ โปรดระบุ....... 5. วิชาที่เรียนกวดวิชาออนไลน์ (เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ) ( ) ฟิสิกส์ ( ) เคมี ( ) ชีววิทยา ( ) คณิตศาสตร์ ( ) ภาษาไทย ( ) ภาษาอังกฤษ ( ) อื่นๆ โปรดระบุ....... 6. ช่วงเวลาในการเรียนกวดวิชาออนไลน์ในวันจันทร์ – ศุกร์ ( ) 8.00- 12.00 ( ) 13.00-15.00 ( ) 15.00- 18.00 ( ) 18.00 น. เป็นต้นไป ( ) ไม่มีเรียนในช่วงวัน เวลาดังกล่าว
68 7. ช่วงเวลาในการเรียนกวดวิชาออนไลน์ในวันเสาร์ – อาทิตย์ ( ) 8.00-12.00 ( ) 13.00-15.00 ( ) 15.00-18.00 ( ) 18.00 น. เป็นต้นไป ( ) ไม่มีเรียนในช่วงวัน เวลาดังกล่าว 8. จ านวนชั่วโมงที่เรียนต่อคอร์ส ( ) 1-10 ชั่วโมง ( ) 11-15 ชั่วโมง ( ) 16-20 ชั่วโมง ( ) มากกว่า 20 ชั่วโมง 9. ค่าใช้จ่ายในการเรียนกวดวิชาต่อคอร์สที่เรียน ( ) น้อยกว่า 2,000 บาท ( ) 2,001-4,000 บาท ( ) 4,001-6,000 บาท ( ) มากกว่า 6,000 บาทขึ้นไป 10. ค่าใช้จ่ายในการเรียนกวดวิชาต่อ 1 ปี ( ) น้อยกว่า 10,000 บาท ( ) 15,001-20,000 บาท ( ) 20,001-30,000 บาท ( ) มากกว่า 30,000 บาทขึ้นไป 11. ในปัจจุบันท่านเรียนพิเศษจากสถาบันกวดวิชาออนไลน์ใด (โปรดระบุเพียง 1 ที่เท่านั้น) ............................................................................................................................. .................... โปรดให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาสถาบันกวดวิชาออนไลน์ ………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………….......................