เอกสารประกอบการเรยี น
วิชาสังคมศึกษา ส33102 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6
สาระภมู ศิ าสตร์
ผสู้ อน
นางสาวปิโยรส ใจเออื้
ช่อื ........................................................สกุล............................................................ช้ัน ม.6........ เลีท่.ี .........
ภมู ศิ าสตรี์ องประเทศไทย
ประเทศไทยแบ่งออกเปน็ 6 ภาค ได้แก่ เหนือ ตะวันออกเฉยี งเหนอื กลาง ใต้ ตะวนั ตก และ
ตะวันออก
1. การแบ่งภาคภูมศิ าสตร์ไทย
เกณฑ์การแบง่ ภาคภมู ศิ าสตร์ไทย
1. เกณฑ์ทางกายภาพ ใชภ้ ูมิศาสตรก์ ายภาพเปน็ เกณฑ์แบ่ง คือใช้ “ธรรมชาติ” เปน็ เกณฑแ์ บง่ เช่น
ภมู ิประเทศ (ท่ีราบ ท่รี าบสูง ทิวเขา)
ภมู อิ ากาศ (ปรมิ าณฝนเฉล่ีย อณุ หภูมเิ ฉลี่ย) เป็นต้น
2. เกณฑ์ทางวัฒนธรรม ใชว้ ัฒนธรรมเปน็ เกณฑแ์ บ่ง คือใช้ “วัฒนธรรม ส่ิงท่ีมนษุ ย์สร้างีึ้น”
เป็นเกณฑแ์ บ่ง เชน่
ภาษาถนิ่
การแตง่ กาย
การต้งั ถ่นิ ฐาน
การประกอบอาชีพ
ขนบธรรมเนียม
ประเพณี เปน็ ต้น
3. เกณฑ์ทางด้านเอกสารภูมิศาสตร์ ใช้เอกสารทางภมู ศิ าสตร์ เช่น
แผน่ ทีธ่ รณีวิทยา
ภาพถ่ายทางอากาศ
ภาพถ่ายจากดาวเทยี ม เป็นต้น
2. ภูมอิ ากาศีองไทย
ภูมิอากาศในไทยตามเกณฑ์ของเคปิ เปิน เปน็ แบบ A : แบบร้อน โดยแบง่ ยอ่ ยได้ 2 ประเภท คอื
1. Aw ภมู ิอากาศแบบทงุ่ หญ้าสะวนั นา หรอื ทงุ่ หญา้ เมอื งร้อน มีลกั ษณะเดน่ คือ
ฝนตกน้อย ฤดแู ลง้ ยาวนาน
ป่าไม้เปน็ แบบป่าไม้ผลัดใบ เป็นปา่ โปรง่ ไม่รกทึบ มีทุ่งหญ้า เชน่ ป่าเบญจพรรณ ปา่ แดง
พบเกอื บทกุ ภาคในไทย ยกเวน้ ภาคใต้
2. Am ภมู อิ ากาศแบบมรสมุ เขตร้อน หรอื มรสมุ เมอื งร้อน มลี กั ษณะเดน่ คือ
ฝนตกชกุ ฤดูแลง้ ส้นั
ป่าไมเ้ ป็นแบบปา่ ไมไ้ ม่ผลัดใบ เป็นป่าดงดิบ ต้นไมข้ น้ึ รกทบึ เขียวคร้ึมตลอดปี เช่น ป่าดิบชนื้
ป่าดบิ เขา
พบทภ่ี าคใตท้ ง้ั 2 ฝัง่ และท่ี จ.จันทบุรี จ.ตราด ในภาคตะวนั ออก
3. ลมมรสุมพายุหมนุ ทีส่ าคัญในประเทศไทย
1.ลมมรสุม
1.1 ลมมรสมุ ตะวนั เฉียงใต้ (ลมฝน)
เกิดท่บี รเิ วณทะเลอนั ดามัน (มหาสมุทรอินเดีย) หรอื ทางทศิ ตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไทย
จึงเป็นลมฝน
พดั จากพ้ืนนา้ ข้ึนสพู่ ื้นดิน
เป็นลมฝน เมื่อพัดเข้าไทยทา้ ใหเ้ กดิ ฤดูฝน ทุกภาคในไทยจะมีฝนตกกระจายท่ัวไป
ท้องฟา้ มีเมฆมาก มดื เขยี วครึ้ม
มฝี นตกชกุ ท่ีภาคใตฝ้ ่งั ตะวันตก (ฝัง่ อนั ดามนั ) ที่ จ.จนั ทบรุ ี และ จ.ตราด
มฝี นตกนอ้ ยทภี่ าคตะวันตก (ตาก กาญจนบุรี ราชบุร)ี และภาคอีสานซกี ตะวันตก
(ชยั ภมู ิ นครราชสีมา)
พดั เข้าไทยชว่ งกลางปี เดอื นพฤษภาคม-สงิ หาคม
1.2 ลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉียงเหนือ (ลมหนาว)
เกิดทบ่ี รเิ วณแผน่ ดินตอนกลางของประเทศจีน หรือทางทิศตะวันออกเฉยี งเหนือของ
ประเทศไทย จึงเป็นลมแหง้ แล้งและหนาวเยน็
พัดจากพน้ื ดนิ ลงสู่พนื้ น้า
เป็นลมแหง้ แล้งและหนาวเย็น เม่ือพัดเขา้ สูไ่ ทยทา้ ใหเ้ กิดฤดูหนาว ทกุ ภาคในไทยจะมีอากาศ
แห้งแลง้ และหนาวเย็น ทอ้ งฟา้ โปร่ง แตย่ กเว้นภาคใต้ฝ่ังตะวันออก (ฝง่ั อา่ วไทย) จะมฝี นตกชกุ
พัดเขา้ ไทยช่วงปลายปี-ต้นปี เดอื นพฤศจกิ ายน-กมุ ภาพนั ธ์
2. ลมพายุหมุนทะเลจีนใต้ หรือพายุหมุนเีตรอ้ น
เกดิ ที่บรเิ วณทะเลจีนใต้ (มหาสมุทรแปซิฟกิ )
เปน็ ลมท่ชี ่วยเพ่ิมปริมาณนา้ ฝนใหไ้ ทย
พดั เขา้ ไทยทางทิศตะวันออกเฉียงเหนอื ดงั นน้ั ภาคอสี านซีกตะวนั ออก
(นครพนม หนองคาย มกุ ดาหาร) จึงมีฝนตกชกุ เปน็ พิเศษ
ลมชนิดน้ีทีส่ ้าคัญในไทยมี 3 ประเภท
1. พายใุ ตฝ้ นุ่ แรงสุด มคี วามเร็วลมสงู กว่า 118 กม./ชม.
2. พายโุ ซนรอ้ น แรงปานกลาง มคี วามเรว็ ลม 63-118 กม./ชม.
3. พายดุ ีเปรสชัน เบาสุด มีความเรว็ ลมตา่้ กวา่ 63 กม./ชม.
4. ภมู ิศาสตร์ีองไทย 6 ภาค
1. ภาคเหนอื
ภมู ิประเทศ
เปน็ เขตเทอื กเขาสูง และมีทร่ี าบสลับหบุ เขา เทือกเขาในภาคเหนอื สว่ นใหญว่ างตัวในแนว
ทศิ เหนอื -ใต้ หรือในแนวตัง้ และมโี ครงสรา้ งธรณีวทิ ยาเป็นหินเก่า ท้าใหม้ ีแรธ่ าตเุ ยอะ เทอื กเขา
ในภาคเหนอื มี 4 เทือกเขา คือ เทือกเขาแดนลาว เทือกเขาถนนธงชยั เทอื กเขาผปี นั นา้
เทอื กเขาหลวงพระบาง
ภูมอิ ากาศ
อากาศเปน็ แบบ Aw ทงุ่ หญ้าสะวันนา มี 3 ฤดกู าล คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดหู นาว
ทรัพยากร
ป่าเบญจพรรณ (ไม้สัก) เปน็ ป่าไม้สา้ คญั ในภาคน้ี
แร่ธาตอุ ดุ มสมบูรณ์ เช่น ดีบกุ ทงั สเตน น้ามนั ปิโตรเลยี ม ดนิ เกาลิน (ดินขาว)
แมน่ ้าสา้ คัญ เช่น ปงิ วัง ยม น่าน
2. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื (อสี าน)
ภมู ปิ ระเทศ
เปน็ แอ่งทีร่ าบ หรอื แอง่ กระทะผนื ใหญ่ มี 2 แอ่งทร่ี าบ คอื
- แอ่งโคราชเป็นท่รี าบล่มุ แม่น้าผืนใหญ่ จึงเปน็ แหล่งเกษตรกรรม (เพาะปลกู เลีย้ งสตั ว)์
มีแมน่ า้ ส้าคัญ คือ แม่นา้ ชี (ยาวสุดในไทย) และแมน่ ้ามูล (ยาวอนั ดบั 2 ในไทย) มีทุ่งกลุ าร้องไห้
ซ่ึงปัจจบุ นั เปน็ แหลง่ ทา้ นาปลูกขา้ วหอมมะลทิ ส่ี า้ คัญ
- แอง่ สกลนคร อยู่ทางทิศเหนือของแอ่งโคราช มแี มน่ ้าส้าคัญ คือ แมน่ ้าสงคราม
เปน็ เขตฝนตกชุก
มีเทือกเขาสงู ลอ้ มรอบแอง่ โคราชไว้ มี 5 เทอื กเขา คอื เทือกเขาเพชรบรู ณ์ เทอื กเขาดงพญาเยน็
เทือกเขาสนั ก้าแพง เทือกเขาพนมดงรัก เทอื กเขาภพู าน
ภูมอิ ากาศ
อากาศเปน็ แบบ Aw ทุ่งหญา้ สะวันนา มี 3 ฤดกู าล
ทรัพยากร
ปา่ แดง (ป่าแพะ ป่าโคก ปา่ เตง็ รัง) เปน็ ป่าไมส้ ้าคญั ของอสี าน
แรธ่ าตมุ นี อ้ ย เชน่ แรเ่ กลอื หิน แร่เกลือโพแทซ แรท่ องแดง น้ามันปิโตรเลยี ม แร่รัตนชาติ
(พลอย)
แมน่ ้าส้าคญั เชน่ ชี มูล สงคราม
3. ภาคกลาง
ภูมิประเทศ
เปน็ ทร่ี าบดนิ ตะกอนผืนใหญ่ โดยไมม่ ีเทอื กเขาเปน็ ของตนเองเลย ทา้ ให้มแี รธ่ าตุนอ้ ย
ภูมิอากาศ
อากาศเป็นแบบ Aw ท่งุ หญ้าสะวันนา มี 3 ฤดูกาล
ทรัพยากร
พบปา่ เบญจพรรณอยูบ่ า้ งในเขตภาคกลางตอนบน (สโุ ขทัย พิษณุโลก)
มีแร่ธาตนุ อ้ ยท่ีสุดใน 6 ภาค พบบา้ งเล็กนอ้ ย เชน่ แรย่ ปิ ซมั (พิจติ ร นครสวรรค์) แรเ่ หลก็
น้ามันปโิ ตรเลยี ม เป็นต้น
แม่น้าส้าคัญ เช่น ปา่ สกั เจา้ พระยา ท่าจนี ลพบุรี แม่น้าน้อย เปน็ ต้น
4. ภาคใต้
ภมู ิประเทศ
มเี ทอื กเขาก้ันกลางภาค ทา้ ใหแ้ บง่ ทีร่ าบในภาคใตอ้ อกเป็นที่ราบชายฝง่ั ทะเลตะวันออก
(ฝัง่ อา่ วไทย) และท่ีราบชายฝงั่ ทะเลตะวันตก (ฝง่ั อันดามนั )
เทือกเขาในภาคใต้ วางตวั ในแนวต้งั และวางตวั ตอ่ มาจากภาคตะวันตก โดยมีเทอื กเขา
3 เทอื กเขา คือ เทือกเขาภูเก็ต เทอื กเขานครราชสมี า เทือกเขาสันกาลาคีรี
ทรี่ าบฝง่ั ตะวันออกมีที่ราบกว้างกว่าฝัง่ ตะวันตก จงึ เป็นแหล่งเกษตรกรรม
(เพาะปลูกผลไม้ ยางพารา และเลี้ยงสัตว์)
ที่ราบฝง่ั ตะวันตกแคปกว่า แต่มที ะเลลกึ และทะเลสวยงาม แปลกตา จึงเป็นแหลง่ ท่องเที่ยว
และสรา้ งทา่ เรือนา้ ลกึ ได้
ภูมิอากาศ
อากาศเปน็ แบบ Am มรสุมเมอื งรอ้ น ฝนตกชกุ ฤดูแล้งสัน้ มี 2 ฤดกู าล คอื ฤดูร้อน ฤดฝู น
ภาคใต้ไม่มฤี ดหู นาว
ทรพั ยากร
ปา่ ไมเ้ ปน็ แบบปา่ ไมไ้ มผ่ ลัดใบ ป่ารกทบึ เป็นป่าดงดบิ รกทึบ ต้นไม้เขียวครึม้ ทั้งปี
แร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ เช่น ดบี กุ ทงั สเตน ยิปซัม นา้ มนั ปิโตรเลียม และแก๊สธรรมชาติ
แม่น้าเปน็ แมน่ ้าสายเล็กและสั้น น้าไหลลงทะเลอย่างรวดเร็ว คล้ายภาคตะวันออก
ท้าให้สรา้ งเขือ่ นได้ยากมาก เชน่ แมน่ ้าตาปี แม่นา้ ชุมพร แมน่ ้าโกลก แมน่ ้าปัตตานี เป็นตน้
5. ภาคตะวนั ออก
ภมู ปิ ระเทศ
มเี ทอื กเขากนั้ แบง่ ทรี่ าบออกเป็น 2 สว่ น
- ที่ราบฉนวนไทย (ทรี่ าบลุ่มแมน่ ้าบางปะกง) ซ่ึงเปน็ ท่ีราบท่ีอยู่ก้นั กลางระหวา่ งไทย-กัมพูชา
โดยที่ไมม่ ีพรมแดนธรรมชาตเิ ลย ท้าให้ตอ้ งสรา้ งพรมแดนแบบเรขาคณิตขึน้ มา เพ่อื ตกลงปกั ปนั
เขตแดนต่อกนั
- ทีร่ าบชายฝั่งชายทะเล มีหาดทรายสวย จึงเปน็ แหลง่ ท่องเที่ยวช่ือดงั และเปน็ เขตมฝี นตกชุก
จึงเหมาะที่จะเพาะปลูกยางพารา ผลไม้
เทือกเขาในภาคตะวันออก มี 2 เทือกเขา คอื เทอื กเขาจันทบรุ ี เทือกเขาบรรทดั
ภมู ิอากาศ
อากาศมี 2 แบบ ในภาคเดียวกัน
- Am มรสมุ เมอื งร้อน พบที่ จ.จนั ทบุรี และ จ.ตราด
- Aw ทงุ่ หญ้าสะวนั นา พบในจังหวดั ที่เหลือ เช่น ชลบรุ ี ฉะเชิงเทรา ระยอง ปราจนี บุรี สระแกว้
ทรพั ยากร
ป่าไมม้ ที ้งั ปา่ ไม้ผลัดใบ และป่าไม้ไมผ่ ลดั ใบ
แร่ธาตสุ า้ คัญ เชน่ แรท่ รายแกว้ (เอาไว้ใชท้ ้าแกว้ ) แร่แมงกานสี น้ามนั ปิโตรเลยี ม
และแกส๊ ธรรมชาติ เปน็ ต้น
แม่น้าเปน็ แม่นา้ สายเล็กและส้ัน น้าไหลลงทะเลอยา่ งรวดเร็ว คลา้ ยภาคใต้ เช่น แมน่ ้าบางปะกง
แมน่ ้าจนั ทบุรี แมน่ า้ เวฬุ ท้าให้ไมเ่ หมาะทจ่ี ะสร้างเขือ่ นขนาดใหญ่ สร้างได้แตอ่ า่ งเกบ็ น้า
6. ภาคตะวนั ตก
ภมู ปิ ระเทศ
เป็นเขตเทอื กเขาสูง และมที ่รี าบสลบั หุบเขาคลา้ ยภาคเหนือ
เทอื กเขาในภาคตะวันตกวางตัวในแนวตั้ง โดยวางตวั ตอ่ มาจากภาคเหนือ มี 2 เทอื กเขา คอื
เทอื กเขาถนนธงชัย และเทอื กเขาตะนาวศรี
ภมู ิอากาศ
อากาศเป็นแบบ Aw ทงุ่ หญา้ สะวนั นา เป็นภาคทม่ี ีปรมิ าณน้าฝนเฉลยี่ ต่้าท่สี ุด
ทรัพยากร
ปา่ เบญจพรรณ (ไม้สกั ) เปน็ ปา่ ไมส้ ้าคญั ภาคตะวนั ตกมปี ่าเบญจพรรณมากเป็นอนั ดบั 2
รองมาจากภาคเหนือ
แร่ธาตอุ ุดมสมบูรณ์ เช่น ดีบุก ทงั สเตน ฟอสเฟต แร่ทองค้า เปน็ ตน้
แม่น้าสา้ คัญ เชน่ แควใหญ่ แควน้อย แม่กลอง เป็นต้น