บทท่ี 8
การขยายพนั ธ์ุพชื โดยการติดตา
เนื้อเร่ืองในบทเรียน
เรื่องที่ 1 ความหมายและประโยชน์ของการตดิ ตา
การติดตา (Budding)
การติดตา เป็ นวธิ ีการขยายพนั ธุพ์ ชื ที่นาเอาส่วนตาของพชื ตน้ หน่ึงไปตดิ เขา้ กบั พชื อีกตน้ หน่ึงเพอื่ ใหต้ า
ของพชื เจริญเติบโตเป็นพชื ตน้ ใหม่ ส่วนตน้ ตอน้นั เป็ นตน้ พชื ที่ แขง็ แรง หาอาหารเก่ง เจริญเติบโตเร็ว ทนตอ่
สภาพแวดลอ้ มที่ไม่เหมาะสมไดด้ ี พชื ทนี่ ิยมขยายพนั ธุด์ ว้ ยการติดตาไดแ้ ก่ ไมด้ อก ไมป้ ระดบั และไมผ้ ล
ประโยชน์ของการตดิ ตา
1. ใชข้ ยายพนั ธุพ์ ชื ท่ียากต่อการขยายพนั ธุโ์ ดยไม่ใชเ้ พศแบบอื่นๆ
2. เพอ่ื ใชต้ น้ ตอพชื บางชนิดใหเ้ กิดประโยชน์ พชื บางชนิดระบบรากดีมากแตผ่ ลผลิตไม่ดี ก็สามารถ
นาไปปลูกเป็นตน้ ตอเพอื่ ใชต้ ิดตากิ่งพนั ธุด์ ีท่ีใหผ้ ลผลิตสูงแต่ระบบรากไม่ดีหรือไม่ทนทานต่อสภาพดินฟ้ า
อากาศ
3. ใชใ้ นการเปลี่ยนยอดพชื พนั ธุเ์ ดิมทปี่ ลูกอยกู่ ่อนแลว้ ตน้ พนั ธุพ์ ชื บางตน้ ที่นามาปลูก เม่ือใหผ้ ลออกมา
ไม่ตรงกบั ความตอ้ งการของผปู้ ลูกกส็ ามารถเปล่ียนพนั ธุไ์ ด้
4. สามารถรวบรวมพนั ธุพ์ ชื หลายๆพนั ธุไ์ วบ้ นตน้ เดียวกนั ได้
5. ใชใ้ นการผลิตพนั ธุไ์ มด้ อกไมป้ ระดบั แฟนซี
เรื่องท่ี 2 วธิ ขี ยายพนั ธ์ุพชื โดยการตดิ ตา
การเลอื กต้นตอสาหรับการตดิ ตา
สามารถใชก้ บั ตน้ ท่มี ีอายนุ อ้ ยหรือกิ่งขนาดเลก็ ก่ิงท่มี ีขนาด เสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางต้งั แต่ 0.25-1.00 น้ิว อาจ
ไดม้ าจากการปักชากิ่งหรือ ตอนกิ่งกไ็ ด้ แตน่ ิยมเลือกใชต้ น้ ตอทไี่ ดม้ าจากการเพาะเมล็ดทม่ี ีอายุ ประมาณหน่ึงปี
หรือสองปี จะไดร้ ะบบรากแลว้ ของตน้ ตอดว้ ยตน้ ตอท่ีมี ความสมบรู ณ์จะ มีความแขง็ แรงและเกิดการเช่ือม
ประสานแผลไดด้ ี กวา่ ตน้ ที่ไม่ไดร้ บั การดูแลรักษาอยา่ งดี
วธิ ีการเตรียมต้นตอ
ตน้ ตอทล่ี อกเปลือกไดต้ อ้ งลอกเน้ือไมอ้ อกจากแผน่ ตา ดว้ ยเพอ่ื ใหเ้ น้ือเยอ่ื เจริญท่ีติดอยสู่ ามารถสมั ผสั
กนั ไดม้ ากตน้ ตอท่ีลอกเปลือกไม่ไดใ้ ชว้ ธิ ีการเฉือนก่ิงตน้ ตอน้นั แผน่ ตาจงึ ไม่จาเป็ นตอ้ งลอกเน้ือไมอ้ อกแตต่ อ้ ง
วางแผน่ ตา ใหแ้ นวเน้ือเยอ่ื เจริญสมั ผสั กนั แผน่ ตามีขนาดเล็กกวา่ ขนาดแผลของตน้ ตอทเ่ี ตรียมไวใ้ หว้ างแผน่ ตา
ชิด ไปทางขอบดา้ นใดดา้ นหน่ึง การตดิ ตาทุกวธิ ีจะไม่มีการตดั ยอดของตน้ ตอออกก่อนทีส่ ่วนของตาบนกิ่งพนั ธุ์
ดีจะเจริญเตบิ โตออกมาอยา่ งไรกต็ ามหลงั จากการตดิ ตาผา่ นไประยะหน่ึงแลว้ อาจทาการกรีด เป็ นแนวขวางหรือ
ลอก เน้ือเยอื่ ตน้ ตอตามแนวขวางทางดา้ นบนของแผน่ ตา เพอื่ บงั คบั ใหต้ าเจริญ ไดเ้ ร็วข้ึน
การเลือกกิ่งตาของกิง่ พันธ์ุดี
ควรไดจ้ ากกิ่งทสี่ มบูรณ์มีอายไุ ม่เกินหน่ึงปี ตาทจ่ี ะเลือกมา
ใชค้ วรอยใู่ นระยะ พกั ตวั ยงั ไม่เจริญออกมาเป็นใบอ่อนหรือก่ิง
กา้ นหรือตาที่สมบรู ณ์พร้อมท่จี ะ เจริญเตบิ โตเป็นก่ิงได้ ตาทเ่ี ล็ก
และไม่สมบรู ณ์เพยี งพอมกั จะใชไ้ ดไ้ ม่ดี ไม่มี การแตกตา
ออกมา ก่ิงพนั ธุท์ ีเ่ ลือกมาควรอยใู่ นสภาพใหม่และสด เมื่อตดั
จาก ตน้ แลว้ ควรริดใบออกเหลือไวเ้ ฉพาะกา้ นใบสาหรบั ใชจ้ บั
ขณะทาการติดตา ถา้ ตดั มาก่ิงจากตน้ แม่แลว้ ควรใชใ้ นวนั น้นั จะ
ทาใหป้ ระสพผลสาเร็จไดด้ ีกวา่ เกบ็ กิ่งไวน้ าน แตถ่ า้ จาเป็ นตอ้ ง
เก็บรักษาก่ิงพนั ธุด์ ีไวจ้ ะตอ้ งคงสภาพความสด ไม่ควรอยใู่ น
สภาพแหง้ จงึ ใชก้ ระดาษห่อแลว้ นาใส่ถุงพลาสตกิ เก็บไวใ้ น
สภาพทมี่ ีอุณหภมู ิต่า
การเลือกตาทีจ่ ะนามาตดิ น้นั จะตอ้ งเป็ นตาใบ (leaf bud)
จะมีลกั ษณะเรียวแหลมกวา่ ตาดอก (flower bud) ตาแหน่งของ
ตาดอกมกั จะอยบู่ ริเวณโคนก่ิงหรือส่วนปลายกิ่งจงึ ควร
หลีกเลี่ยง ไม่นามาใช้
ตาแหน่งในการติดตาบนตน้ ตอควรอยทู่ างดา้ นทศิ เหนือ
ของก่ิงถา้ สามารถเลือกได้ เพอื่ หลีกเลี่ยงการถูกแดดโดยตรง
บริเวณที่ตดิ ตาควรอยรู่ ะหวา่ งขอ้ ของก่ิงท่ีเรียบ อาจสูงจาก
ระดบั ผวิ ดิน 1-2 น้ิว ข้ึนอยกู่ บั ขนาดของตน้ ตอและวตั ถุ
ประสงคข์ องการตดิ ตาดว้ ย ตน้ ตอทแ่ี ขง็ แรงสมบูรณ์จะช่วย ให้
ตาเจริญไดเ้ ร็ว หลงั จากตดิ ตาได้ 10-14 วนั จึงตดั ตน้ ตอ เหนือตา
หรือกรีดเป็นรอยเหนือตาทีต่ ดิ ไวเ้ พอ่ื กระตุน้ ใหแ้ ตก ตาไดด้ ีข้นึ
เม่ือตาเร่ิมเจริญแลว้ ใหก้ รีดวสั ดุพนั ตาออกดว้ ย ถา้ ปล่อยไวจ้ ะทา
ใหต้ าคุดอยู่ อาจตายไดแ้ ละตอ้ งคอยดูแลตดั ยอดของก่ิงทเ่ี จริญข้นึ
จากตน้ ตอเพอื่ ไม่ใหแ้ ยง่ อาหารและบม่ การเจริญของก่ิงพนั ธุด์ ีที่
เจริญจากตาท่ีติดไวไ้ ด้ ตาท่ีเจริญยาว ออกมามีใบมากพอสมควรอาจ
ใชห้ ลกั ผกู ยดึ ไวใ้ นระยะแรกป้ องกนั การฉีกหกั ก็ได้
การติดตาใหป้ ระสพผลสาเร็จจะตอ้ งเลือกใชต้ น้ ตอและกิ่งพนั ธุด์ ีท่ี
แขง็ แรง ผปู้ ฏบิ ตั งิ านจะตอ้ งมีความชานาญ สามารถเตรียมแผลบนตน้
ตอและเฉือนแผน่ ตา โดยไม่ทาใหเ้ น้ือเยอ่ื ช้าหรือเสียหายมากนกั
เคร่ืองมือทใ่ี ชใ้ นการทางาน เช่น มีด เฉือนก่ิงตอ้ งสะอาดและคม
เพยี งพอสาหรับใชง้ านไดด้ ี จงึ จะตอ้ งหมนั่ ทาความ สะอาดและลบั มีด
เป็ นประจา
การเตรียมตน้ ตอควรทาไวก้ ่อนการเฉือนแผน่ ตามาสอดเขา้ ไปบนก่ิงตน้ ตอ ทเ่ี ตรียมไวเ้ พราะ
เน้ือเยอ่ื แผน่ ตาของก่ิงพนั ธุด์ ีจะไดไ้ ม่แหง้ การทางานใหร้ วดเร็จจงึ อาจใชส้ องคนโดยคนหน่ึงทา
หนา้ ทีเ่ ตรียมกิ่งและเฉือนแผน่ ตา ส่วนอีกคนหน่ึงทา หนา้ ทีพ่ นั ผา้ พลาสติกให้ จะทางานไดส้ ะดวก
และรวดเร็วภายในหน่ึงวนั อาจติดตาได้ มากกวา่ หน่ึงพนั ตน้
การเลอื กวิธีการตดิ ตา
การเลือกวธิ ีการตดิ ตาใหเ้ หมาะสมน้นั พจิ ารณาจากระยะการพฒั นา
ของตน้ ตออยใู่ นระยะท่ีสามารถลอกเปลือกไดง้ า่ ยหรือไม่สามารถ
ลอกเปลือกได้ พชื ที่เจริญเติบโตในฤดูฝนจะลอกเปลือกไดง้ า่ ยกวา่ พชื
ทก่ี าลงั พกั ตวั ในฤดูหนาว
ลกั ษณะของเปลือกตน้ ตอมีความหนาหรือบางดว้ ย เช่น เฟื่ องฟ้ า
เป็นพชื ท่มี ีเปลือกบางเปราะลอกไดย้ าก หรือชบาเป็นพชื ที่มีเปลือก
หนา เหนียว ลอกไดง้ า่ ย ลกั ษณะเหล่าน้ีจะช่วยในการตดั สินใจวา่ ควร
จะเลือก ใชว้ ธิ ีการติดตาแบบใดจึงจะเหมาะสม
วธิ ีการขยายพนั ธ์ุพืชโดยการติดตา
การตดิ ตาแบง่ ออกเป็น 5 วธิ ี คือ
วิธีที่ 1 การตดิ ตาแบบตัวทีและแบบดัดแปลง (T-รุ่นและมกี ารปรับเปล่ียน)
1.1 การตดิ ตาแบบตวั ที (T-รุ่นหรือรุ่นโล่)
1.2 การตดิ ตาแบบตวั ทีหวั กลบั (Inverted T-รุ่น)
1.3 การติดตาแบบเข้ยี วรุ่น (Modified รุ่น T-I)
1.4 การติดตาแบบเทอร์มิรุ่น (Modified T -รุ่นทสี่ อง)
วธิ ีที่ 2 การติดตาแบบเพลทและแบบดดั แปลง (จานรุ่นและมีการปรับเปลย่ี น)
2.1 การตดิ ตาแบบจานรุ่น
2.2 การติดตาแบบ H-รุ่น
2.3 การติดตาแบบ I-รุ่น (รุ่นหนา้ ตา่ ง)
2.4 การติดตาแบบสามเหลี่ยมรุ่น
วธิ ีที่ 3 การตดิ ตาแบบแพทช์และแบบดดั แปลง (Patch รุ่นและมกี ารปรับเปลย่ี น)
3.1 การตดิ ตาแบบ Patch รุ่น
3.2 การติดตาแบบแหวนรุ่น (รุ่นวงแหวน)
3.3 การตดิ ตาแบบขลุ่ยรุ่น
3.4 การติดตาแบบรุ่นผวิ หนงั
วิธีท่ี 4 การติดตาแบบชิพและแบบดดั แปลง (ชิปรุ่นและมีการปรับเปล่ียน)
4.1 การตดิ ตาแบบชิปรุ่น
4.2 การตดิ ตาแบบชิปดดั แปลงรุ่นผม
4.3 การตดิ ตาแบบ Yema รุ่น
4.4 การติดตาแบบรุ่น Jone
วธิ ีที่ 5 การตดิ ตาซ้อน (double-ทางานตามรุ่น)
5.1 การตดิ ตาซอ้ นแบบ Intershield รุ่น (รุ่น Nicolin)
5.2 การตดิ ตาซอ้ นแบบคู่รุ่นโล่
วิธีที่ 1 การติดตาแบบตวั ทีและแบบดดั แปลง (T-budding and its modified)
การติดตาแบบตวั ที ( T-budding ) นิยมทากับพชื ทล่ี อกเปลือกง่าย และเปลอื กล่อน เช่น ส้ม พลับ ท้อ
1. 1 การตดิ ตาแบบตวั ที (T-budding) มีข้นั ตอนดงั น้ี
เป็ นวธิ ีที่ไดร้ ับความนิยมในการติดตามากทสี่ ุด สามารถทาไดง้ ่าย
และรวดเร็ว โดยการเตรียมตน้ ตอ เป็นรูปตวั ที จึงเรียกชื่อวธิ ีการตดิ
ตาตามรูปร่างของ แผลทเ่ี ตรียมของตน้ ตอหรืออาจเรียกอีกช่ือวา่
shield budding ก็ไดต้ ามลกั ษณะการเฉือนแผน่ ตาเป็ น รูปโล่ทใี่ ช้
สอดเขา้ ไปในแผลทีเ่ ตรียมไว้ ตน้ ตอที่ ใชค้ วรอยใู่ นระยะทีก่ าลงั มี
การเจริญเตบิ โต อายตุ น้ 1-2 ปี หรือตน้ ตอที่มีเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง 0.5
น้ิว สามารถลอกเปลือกของลาตน้ ไดง้ ่าย เปลือกไม่บาง หรือหนา
เกินไป นิยมใชก้ บั สม้ กุหลาบ พทุ รา
การเตรียมตน้ ตอ : เลือกตาแหน่งบนตน้ ตอบริเวณปลอ้ ง กรีดเปลือกเป็นแนวยาวลงมา 1 น้ิว
และกรีดขวางแนวบนรอยแรกทางดา้ นบนคลา้ ยรูปตวั ที ใชป้ ลายมีดและเปลือกจากหวั ตวั ที ใหเ้ ผย
ออกมาสาหรบั สอดแผน่ ตาได้
การเตรียมแผ่นตา
เฉือนแผน่ ตาของก่ิงพนั ธุด์ ีเป็ นรูปโล่ความยาวประมาณ 1 นิ้ว
ใหม้ ีเน้ือไมต้ ิดออกมาเลก็ นอ้ ย
ใชม้ ือจบั ขอบของแผน่ ตาหรือกา้ นใบทเี่ หลืออยู่ อยา่ แตะหรือ
จบั บริเวณเน้ือเยอ่ื ดา้ นใน
ลอกเอาเน้ือไมอ้ อกจากแผน่ ตา และระวงั อยา่ ใหจ้ ดุ เจริญของ
ตาหลุดออกมาดว้ ย
สอดแผน่ ตาเขา้ ไปในแผลของตน้ ตอท่ี
เตรียมไวด้ นั แผน่ ตาท้งั แผน่ ใหเ้ ขา้ ไปอยตู่ รง
กลางของตวั ทีถา้ มีส่วนบนของแผน่ ตายงั เลย
หวั ตวั ที ออกมาทบั เปลือกตน้ ตอตอ้ งใชม้ ีด
ตดั ส่วนเกินน้นั ออกมิฉะน้นั แผน่ ตา จะเน่า
และแหง้ ตายได้
การพนั ดว้ ยพลาสติกควรพนั จากดา้ นล่างข้นึ ดา้ นบนใหท้ บั ตาหรือ เปิ ดคร่อมตาไวก้ ไ็ ดเ้ พราะ
เปลือกตน้ ตอปิ ดทบั แผน่ ตาไวจ้ ึงไม่สูญเสีย ความช้ืนไดง้ ่ายนกั ถา้ ปิ ดผา้ พลาสติกทบั ตาไวต้ อ้ ง
สงั เกตในระยะท่ตี า เริ่มมีการเจริญเติบโตใหก้ รีดผา่ พลาสตกิ บริเวณตาใหส้ ามารถเจริญ ออกมาได้
อาจจะใชเ้ วลานานประมาณ 3 สปั ดาห์ เม่ือแผน่ ตาเชื่อมต่อ กบั ตน้ ตอดีแลว้ ใหต้ ดั ปลายยอดของตน้
ตอเหนือแผน่ ตาออก
วิธีการติดตาแบบตวั ที (T)
1.2 การตดิ ตาแบบตัวทหี ัวกลบั (Inverted T-budding)
คลา้ ยกบั การติดตาแบบตวั ที มีความแตกต่างกนั จากการกลบั หวั ตวั ทีลงดา้ นล่าง และการสอดแผน่ ตาจากหวั ตวั ทีทางดา้ นล่าง
นิยมใชก้ บั พ้นื ท่ีท่ีมีฝนตกชุกหรือพชื ทีม่ ีน้ายาง
1.3 การติดตาแบบ Prong budding
เป็นวธิ ีที่ปฏบิ ตั ิเช่นเดียวกบั การติดตาแบบตวั ที มี
ความแตกต่างกนั จากแผน่ ตาที่ใชจ้ ะเป็ นตาทีม่ ี
ลกั ษณะ เป็น spur ยน่ื ออกมาหรือมีการเจริญเติบโต
ออกมาบาง ส่วนแลว้ จงึ พนั พลาสติกคร่อมตาไวใ้ ห้
เจริญไดอ้ ยา่ งต่อเน่ือง
1.4 การติดตาแบบ Terminal budding
เป็ นวธิ ีดดั แปลงของการตดิ ตาแบบตวั ทใี ชก้ บั พชื ทม่ี ี
เปลือกหนา และแผน่ ตาทมี่ ีส่วนยน่ื ยาวออกมา
การเตรียมต้นตอ
กรีดเป็ นรูปตวั ทเี ช่นเดียวกบั การติดตาแบบตวั ที แตม่ ีการ
เฉือนเปลือกตน้ ตอเหนือตวั ทใี หเ้ ฉียงจาก ดา้ นบนลงมาท่หี วั
ของตวั ทีสาหรับใหแ้ ผน่ ตาประกบอยู่
การเตรียมแผ่นตา
เฉือนแผน่ ตาเป็นรูปโล่
เช่นเดียวกบั การติดตา
แบบตวั ที แผน่ ตาที่ใชม้ กั
เป็น spurโดยเฉือน
ดา้ นล่างของแผน่ ตาใต้
spur เฉียงลงเขา้ ไปในเน้ือ
ไม้ สาหรบั ใหแ้ นวเน้ือเยอ่ื
เจริญสมั ผสั กบั ดา้ นหลงั
ของเปลือกตน้ ตอได้ การ
พนั ดว้ ยผา้ พลาสตกิ ให้
คร่อมตาท่ีเป็น spur ยน่ื
ออกมาไว้
วิธีท่ี 2 การติดตาแบบเพลทและแบบดัดแปลง (จานรุ่นและมีการปรับเปลี่ยน)
การติดตาแบบเพลท ( Plate budding ) นิยมทากับพชื ท่ีลอกเปลือกง่าย เช่น ขนุน เงาะ มะขาม มะม่วง
2.1 การติดตาแบบแพลท (Plate budding) มีข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
ใชก้ บั พชื ทต่ี น้ ตอมีเปลือกหนากวา่ แผน่ ตาและสามารถลอกเปลือกได้ ขนาดของตน้ ตอควรมี
เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางมากกวา่ 0.5 นิ้วข้นึ ไป ใชไ้ ดด้ ีกบั พชื ทตี่ ิดตาไดย้ ากและมีน้ายางมาก เช่น ยางพารา มะม่วง เงาะ
อาโวกาโด
2.2 การตดิ ตาแบบ H-budding
การเตรียมตน้ ตอ : กรีดเปลือกของตน้ ตอเป็นแนวยาว
ลงมา สองแนวใหข้ นานกนั แลว้ กรีดขวางบริเวณกลาง
เสน้ จะเป็นรูปร่างตวั H และลอกเปลือกออกท้งั ดา้ นบน
และล่าง
การเตรียมแผน่ ตา : เฉือนแผน่ ตาเป็ นรูปสี่เหล่ียมหรือรูปโล่ และ
ลอกเน้ือไมห้ ลงั แผน่ ตาออกก่อนสอดเขา้ ไปในแผลทเ่ี ตรียมไว้้
2.3 การตดิ ตาแบบ I-budding (Window budding)
เป็นวธิ ีท่ีเตรียมตน้ ตอเป็นรูปตวั ไอแลว้ เปิ ด
เปลือกออกมาจงึ คลา้ ยกบั การเปิ ดหนา้ ตา่ งจึงอาจ
เรียกอีกช่ือหน่ึงวา่ window budding
2.4 การตดิ ตาแบบ Triangular budding
เป็ นวธิ ีดดั แปลงของแบบเพลทอีกแบบหน่ึง ใชก้ บั ตน้ ตอทมี่ ี
ขนาดไม่ใหญม่ ากได้ และลอก เปลือกไดน้ ิยมใชก้ บั ยางพารา
การเตรียมตน้ ตอ : กรีดเปลือกของตน้ ตอเป็น รูปสามเหล่ียม
ความยาว 2-3 น้ิว โดยใหห้ วั ข้นึ หรือ ลงกไ็ ด้ ใชป้ ลายมีดเปิ ดเปลือก
ออกเป็ นแผน่ เช่น เดียวกบั แบบเพลท
การเฉือนแผน่ ตา : เฉือนแผน่ ตาเช่นเดียวกบั แบบเพลท
วธิ ีท่ี 3 การติดตาแบบแพทช์และแบบดัดแปลง (Patch รุ่นและมกี ารปรับเปลีย่ น)
การติดตาแบบแพทช์ ( Patch budding ) นิยมทากบั พืชท่ลี อกเปลือกง่าย เช่น ส้ม น้อยหน่า ยางพารา
อาโวคาโด ฯลฯ
3.1 การตดิ ตาแบบ Patch budding
เป็ นวธิ ีท่ีนิยมใชก้ บั พชื ท่ตี ิดไดง้ า่ ยมีเปลือกหนา และสามารถลอก
เปลือกได้ เช่น อาโวกาโด วอลนทั ขนาดของตน้ ตอและกิ่งพนั ธุด์ ี
ใกลเ้ คยี งกนั มีเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางประมาณ 1 นิ้ว ส่วนเปลือกตน้ ตอจะ
เอาแผน่ เปลือกออกท้งั หมด
การเตรียมตน้ ตอ : กรีดเปลือกตน้ ตอเป็นรูปส่ีเหล่ียมผนื ผา้ แกะ
เปลือกออกมาท้งั หมด อาจมีการกรีดแผลไวโ้ ดยยงั ไม่ลอกเปลือก
ออกมา เพอื่ ช่วยใหเ้ กิดการสรา้ งเน้ือเยอ่ื แคลลสั ไว้ ก่อนระยะหน่ึงก็
ได้
การเตรียมแผน่ ตา : เฉือนแผน่ ตาเป็ นรูปสี่เหล่ียมผนื ผา้ โดยใช้
วธิ ีการกรีดเปลือกตน้ ตอใหม้ ีขนาด เท่ากบั แผลของตน้ ตอทีเ่ ตรียมไว้
ควรใหส้ วมเขา้ ไปขนาดพอดีกนั
การพนั ดว้ ยพลาสตกิ ใหป้ ิ ดทบั แผน่ ตาท้งั หมด จะไดผ้ ลดีกวา่
คร่อมแผน่ ตาไว้ เพอ่ื ช่วยไม่ใหม้ ี การสูญเสียน้าจากรอยแผลได้
3.2 การติดตาแบบ Ring budding (Annular budding)
อาจเรียกอีกช่ือหน่ึงวา่ annular budding ตอ้ งเลือกตน้ ตอ
และก่ิงพนั ธุด์ ีทมี่ ีขนาดของก่ิงใกลเ้ คยี งกนั และเป็นพชื ท่มี ี
เปลือกเหนียวและลอกออกไดง้ ่าย ขนาดของกิ่งไม่ควรเกิน
0.25 น้ิว นิยมใชก้ บั อาโวกาโด
การเตรียมตน้ ตอ : ควนั่ เปลือกถึงเน้ือไมร้ อบกิ่งของตน้
ตอสองแนว ห่างกนั ประมาณ 0.25-0.30 นิ้ว กรีดเป็ นแนว
ยาวลงมาและลอกเปลือกออกท้งั หมด ตาแหน่งของรอยควน่ั
ควรอยบู่ ริเวณปลอ้ ง
การเฉือนแผน่ ตา : ทาเช่นเดียวกบั การ
เตรียมตน้ ตอ โดยเลือกขอ้ ใหส้ ่วนตาอยตู่ รง
กลางรอยควน่ั ลอกเปลือกออกมาท้งั หมด
เช่นกนั ระวงั อยา่ ใหเ้ ปลือกฉีกขาด และมี
ความยาวพอดีกบั แผลของตน้ ตอที่เตรียม
ไว้ ้้เพอื่ ใหส้ อดเขา้ ไปพอดีกบั วงเปลือกของ
ตน้ ตอ
การพนั ดว้ ยพลาสตกิ ใหป้ ิ ดทบั แผน่ ตา
ท้งั หมด
3.3 การตดิ ตาแบบ Flute budding
เป็ นวธิ ีท่คี ลา้ ยกบั ring budding มีความแตกต่างกนั ที่ส่วนของเปลือกตน้
ตอจะ ไม่ถูกลอกออกมาท้งั หมด แต่มีเปลือกตามแนวยาวเช่ือมอยรู่ ะหวา่ ง
รอยควน่ั ท้งั สองดา้ นทอ่ี ยดู่ า้ นบนและล่าง จงึ คลา้ ยกบั เป็ นทางเช่ือม ของ
เปลือกอยู่ และการเตรียมแผน่ ตาจะปฏบิ ตั เิ ช่นเดียวกนั ใหเ้ ปลือก สามารถ
สวมเขา้ กบั วงเปลือกของตน้ ตอขนาดพอดีกนั มีส่วนของตาอยกู่ ลางแผน่ ตา
3.4 การติดตาแบบ Skin budding
เป็นวธิ ีการถลกเปลือกของตน้ ตอใหล้ อกออก เป็นแผลฉีกยาวลงมา จงึ ตอ้ งเป็นพชื ทีม่ ีเปลือกหนา
และลอกไดง้ า่ ย
การเตรียมตน้ ตอ : ใชค้ มมีดกดเขา้ ไปในเปลือกไมใ้ หถ้ ึง
ช้นั ของเน้ือไมแ้ ลว้ ใชน้ ้ิวกดเพอื่ จบั เปลือกไมฉ้ ีกออกมาเป็น
แผลยาวลงมา 1-5 น้ิว กวา้ งประมาณ 0.75 นิ้ว อาจใชว้ ธิ ีการ
กรีดเป็น แนวยาวลงมาสองแนวก่อนถลกเปลือกไมก้ ไ็ ด้ จะ
ทาใหร้ อยฉีกของเปลือก ทาไดง้ า่ ยข้ึน จึงดูคลา้ ยกบั วธิ ีการ
ติดตาแบบ plate budding แตว่ ธิ ีน้ีทาไดร้ วดเร็วกวา่
การเฉือนแผน่ ตา : สามารถใชว้ ธิ ีการถลกเปลือก
เช่นเดียวกนั หรือเฉือนเป็นรูปโล่ท่ลี อกเน้ือไมอ้ อกจาก
แผน่ ตาก่อนวางแผน่ ตาลงบนตน้ ตอ
การพนั ดว้ ยพลาสตกิ ใหป้ ิ ดทบั แผน่ ตาท้งั หมด
วธิ ีท่ี 4 การติดตาแบบชิพและแบบดัดแปลง (Chip budding and its modified)
การติดตาแบบชิพ ( Chip budding ) นิยมทากบั พชื ที่ลอกเปลือกยาก เช่น อง่นุ ฯลฯ
4.1 การติดตาแบบ Chip budding
เป็ นวธิ ีทีใ่ ชก้ บั พชื ท่ีไม่สามารถลอกเปลือกได้ มี
เปลือกบางหรือตน้ อยใู่ นระยะการพกั ตวั มกั ใช้ กบั
พชื ท่ีไม่มีน้ายาง และมีขนาดเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลาง ของ
ตน้ ตอประมาณ 0.5-1.0 นิ้ว เช่น องุ่น เป็น วธิ ีการ
เฉือนเขา้ ไปในเน้ือไมจ้ ึงเรียกช่ือตามการ ทางาน
การเตรียมตน้ ตอ : เฉือนตน้ ตอเขา้ ไปในเน้ือไมใ้ ห้
ลึก เลยแนวเน้ือเยอ่ื เจริญเขา้ ไปใหแ้ ผลยาวลงมา
ประมาณ 0.5-1.0 น้ิว ใชม้ ีด ตดั ปลายดา้ นล่างของรอย
แผลให้ จรดกบั รอยที่เฉือนไวเ้ อียงทามุม 45 องศา
จากน้นั เฉือนข้ึนดา้ นบนลึกตามแนวเดิมและตดั ปลาย
ดา้ นบน เอียงทามุม 45 องศาเช่นกนั สาหรบั เป็นส่วน
ยดึ แผน่ ตาไว้ เป็ นวธิ ีทเ่ี ตรียมตน้ ตอค่อนขา้ งชา้ กวา่ วธิ ี
อ่ืนๆ
การเฉือนแผน่ ตา : ทาเช่นเดียวกบั ขนาดของแผลที่
เตรียม บนตน้ ตอใหส้ ่วนของตาอยตู่ รงกลางแผน่ ตา
สอดแผน่ ตาเขา้ ไป ทางดา้ นขา้ งของแผลท่ีเตรียมไว้
บนตน้ ตอ การพนั ดว้ ยพลาสตกิ ใหป้ ิ ดมิดทบั แผน่ ตา
ท้งั หมด
4.2 การติดตาแบบ Modified chip budding I
เป็นวธิ ีดดั แปลงใหเ้ ตรียมตน้ ตอไดเ้ ร็วข้ึน นิยมใชก้ บั กุหลาบการเตรียมตน้ ตอ : เฉือนตน้ ตอเขา้ ไปใน
เน้ือไมใ้ หล้ ึกเลยแนว เน้ือเยอื่ เจริญเขา้ ไปใหแ้ ผลยาวลงมาประมาณ 0.5-1.0 น้ิว ใชม้ ีดตดั ปลาย
ดา้ นล่างของรอยแผลใหจ้ รดกบั รอยท่ีเฉือน ไวเ้ อียงทามุม 45 องศา และดึงส่วนท่เี ฉือนไวอ้ อก
การเฉือนแผน่ ตา: ทาเช่นเดียวกบั ขนาดของแผลทเ่ี ตรียม
บนตน้ ตอ ถา้ แผน่ ตามีขนาดเล็กกวา่ ตน้ ตอใหช้ ิดขอบของ
แผน่ ตา ไวท้ างดา้ นใดดา้ นหน่ึง ไม่ควรวางไวต้ รงกลางแผล
จะทาให้ แนวเน้ือเยอ่ื เจริญไม่สมั ผสั กนั การพนั ดว้ ย
พลาสติกใหป้ ิ ดมิด ทบั แผน่ ตาท้งั หมด
4.3 การตดิ ตาแบบ Yema budding
เป็นวธิ ีดดั แปลงที่เตรียมแผลบนตน้ ตอไวใ้ หย้ ดึ แผน่ ตาใหแ้ น่นมากข้ึน คลา้ ยกบั การติดตา
แบบ chip budding
การเตรียมตน้ ตอ : เฉือนตน้ ตอเขา้ ไปในเน้ือไมใ้ หล้ ึกเลยแนวเน้ือเยอื่ เจริญเขา้ ไป ใหแ้ ผลยาวลง
มาประมาณ 0.5-1.0 น้ิว ใชม้ ีดตดั ปลายดา้ นล่างของรอยแผล ใหจ้ รดกบั รอยท่เี ฉือนไวเ้ อียงทามุม 45
องศาแลว้ แกะเอาส่วนทเ่ี ฉือนออก จากน้นั เฉือนข้นึ ดา้ นบนลึกตามแนวเดิม โดยไม่ตอ้ งตดั ส่วนบน
ออก
การเฉือนแผน่ ตา : ทาเช่นเดียวกบั การเฉือนแผน่ ตาของ chip budding ทกุ ประการ วธิ ีน้ีจะสอด
แผน่ ตาเขา้ ไปตามแนวแผลดา้ นบน ช่วยใหย้ ดึ แผน่ ตาไดแ้ น่น การพนั ดว้ ยพลาสติกใหป้ ิ ดมิดทบั แผน่
ตาท้งั หมด
4.4 การตดิ ตาแบบ Jone budding
เป็ นวธิ ีดดั แปลงและคลา้ ยกบั Modified Chip budding I
การเตรียมตน้ ตอ : ทาเช่นเดียวกบั การ
เฉือนตน้ ตอของ modified chip budding I
แตกตา่ งกนั ตรงบริเวณแนวจรดของโคน
แผลดา้ นล่าง ใหเ้ ฉือนยาวลงไปดา้ นล่างอีก
ประมาณ 0.5 นิ้ว สาหรับใชส้ อดแผน่ ตาเขา้
ไปใหไ้ ดแ้ น่นมากข้นึ
การเฉือนแผน่ ตา : ทาเช่นเดียวกบั การเฉือนแผน่ ตาของ modified
chip budding I ทกุ ประการ วธิ ีน้ีจะสอดแผน่ ตาเขา้ ไปตามแนวแผลท่ี
เฉือนยาวลงไปดา้ นล่าง ช่วยใหย้ ดึ แผน่ ตาไดแ้ น่นและแขง็ แรงมาก
ข้ึน การพนั ดว้ ยพลาสติกใหป้ ิ ดมิดทบั แผน่ ตาท้งั หมด
วิธีท่ี 5 การติดตาซ้อน (Double-working by budding)
การตดิ ตาแบบซอ้ น ( Double working by budding ) นิยมทากบั พชื ท่กี ิ่งพนั ธุแ์ ละตน้ ตอไม่สามารถ
ประสานกนั ได้ เช่น สาลี่ และพชื เมืองหนาวอื่นๆ
เป็นวธิ ีการติดตาโดยใช้ interstock เป็ นชิ้นส่วนช่วยใหเ้ กิดรอยเชื่อมประสานท้งั กบั ตน้ ตอและกิ่ง
พนั ธุด์ ี เพอื่ หลีกเลี่ยงปัญหาการเขา้ กนั ไม่ได้ วธิ ีการน้ีจะเป็ นการติดตาโดยใชเ้ น้ือเยอ่ื ของ interstock
วางแนบกบั ตน้ ตอ และเฉือนแผน่ ตาสอดทบั interstock อีกทีหน่ึง ใหเ้ กิดการต่อเช่ือมในคร้ัง
เดียวกนั ของการติดตา เพอ่ื ช่วยล่นระยะเวลาในการตดิ ตาทีต่ อ้ งทาถึงสองคร้งั และใชเ้ วลานานกวา่
5.1 การติดตาซ้อนแบบ Intershield budding (Nicolin budding)
เป็ นวธิ ีทีแ่ นบชิ้นส่วนของ interstock และก่ิงพนั ธุด์ ี
ปะกบกนั แลว้ สอดเขา้ ไปยงั แผลบนตน้ ตอทเี่ ตรียมไว้
เป็ นรูปตวั ที อาจเรียกอีกชื่อหน่ึงวา่ nicolin budding
การเตรียมตน้ ตอ : ทาเช่นเดียวกบั การเตรียมแผล
บนตน้ ตอในการตดิ ตาแบบตวั ที
การเฉือน interstock : เฉือนแผน่ เน้ือเยอื่ เช่นเดียวกบั การ
เฉือนแผน่ ตา เป็นรูปโล่แลว้ ท้งิ ไว้ จากน้นั เฉือนใหล้ ึกขนาน
กบั รอยแผน่ ตา เดิมเป็นแผน่ บางๆ
การเฉือนแผน่ ตา : เฉือนแผน่ ตาของกิ่งพนั ธุด์ ีเป็ น
รูปโล่เช่นเดียวกบั การติดตาแบบตวั ที วางแผน่ ตาที่
ไดป้ ะกบกบั แผน่ ของ interstock แลว้ สอดเขา้ ไปใน
แผลทีเ่ ตรียมไวบ้ นตน้ ตอ
การพนั ผา้ พลาสติก ใหป้ ิ ดมิดทบั แผน่ ตาท้งั หมด
5.2 การติดตาซ้อนแบบ Double shield budding
การเตรียมตน้ ตอ : ทาเช่นเดียวกบั การเตรียมแผลบนตน้ ตอในการตดิ ตาแบบตวั ที
การเฉือน interstock : เฉือนแผน่ เน้ือเยอ่ื เป็ นรูปโล่
แลว้ สอดเขา้ ไปในแผลบน ตน้ ตอ จากน้นั ใชม้ ีดตดั ขวาง
แผน่ เน้ือเยอ่ื ออกคร่ึงหน่ึง ใหร้ อยตดั เฉียงลงเป็นมุม 45
องศา ดึงส่วนบนของแผน่ เน้ือเยอ่ื ท้งิ ไป
การเฉือนแผน่ ตา : เฉือนแผน่ ตาเป็นรูปโล่ แลว้ ตดั ขวางแผน่
ตาทางดา้ นล่างตาออกใหร้ อยตดั เฉียงลงเป็นมุม 45 องศา
แลว้ นาไปสอดเขา้ ในแผลบนตน้ ตอ และใหแ้ ผน่ ตาอยู่
ส่วนบนของแผน่ เน้ือเยอ่ื interstock รอยตดั ของท้งั สอง
จะตอ้ งสมั ผสั กนั พอดี
การพนั ผา้ พลาสตกิ ใหป้ ิ ดมิดทบั แผน่ ตาท้งั หมด
หนังสืออ้างองิ
http://www.kanngan.com/40241/Menu.htm
หนงั สืออา้ งอิงใน : กรมอาชีวศกึ ษา กระทวงศึกษาธิการ. คูม่ ือการเรียนการสอน รายวชิ าหลกั การขยายพนั ธุ์
พชื .โรงพมิ พค์ ุรุสภาลาดพรา้ ว. 2524. หนา้ 16-40.
กลุ่มหนงั สือเกษตร. ขยายพนั ธุด์ ว้ ยภาพ. คณะเกษตรศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์. 2523. หนา้ 8-130.
จนิ ตนา เรืองฤทธ์ิ และปัญญา โพธ์ิฐิติรัตน์. สูตรการเพม่ิ ผลผลิตการเกษตร. หนา้ 43-44.
จลุ จกั ร โนพนั ธุ์ และวทิ ยา สิริอนุวฒั น์. หนงั สือเรียน วชิ าการงานรายวชิ า ง 321-322 โครงงานเกษตรกรรม . โรง
พมิ พค์ ุรุสภาลาดพรา้ ว. 2522. หนา้ 49-55.
พานิช ทนิ นิมิตร. หลกั การเกษตร. โรงพมิ พก์ รุงสยามการพมิ พ.์ 2527. หนา้ 111-112
สมชาย สุคนธสิงห์. เกษตรยคุ ใหม่. หจก.ฟันนิ่ง พบั บลิชชิ่ง. 2531. หนา้ 15-19.
สมั ฤทธ์ิ เฟื่องจนั ทร์. หลกั พชื สวน. โรงพมิ พก์ รุงสยามการพมิ พ.์ 2527. หนา้ 89.
กจิ กรรมท้ายบทที่ 8
จงตอบคาถามต่อไปนี้
1. จงบอกความหมายของการติดตา
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
2. จงบอกประโยชน์ของการตดิ ตา
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
3. จงอธิบายวธิ ีการตดิ ตาแต่ละวธิ ีพรอ้ มยกตวั อยา่ งพชื ที่เหมาะสม
วิธีการติดตา วิธีการปฏิบัติ พืชที่นิยม
ธีการตดิ ตา วธิ ีการปฏบิ ตั ิ พืชท่นี ิยม
วธิ ีการติดตา วธิ ีการปฏบิ ตั ิ พืชท่นี ิยม
4. จงเขยี น Mind mapping เร่ืองการตดิ ตา
บทปฏบิ ัติการบทท่ี 8
จุดประสงค์การเรียนรู้
นกั เรียนสามารถปฏบิ ตั กิ ารขยายพนั ธุพ์ ชื โดยการตดิ ตาได้
เนื้อหา
ใหน้ กั เรียนตดิ ตา โดยวธิ ีการตดิ ตาแบบตา่ งๆ
วสั ด-ุ อปุ กรณ์
1. มีดคตั เตอร์สะอาด
2. พลาสติกพนั กิ่ง
3. ตน้ ตอกุหลาบ โกสน ชบา เล็บครุฑ เป็นตน้
4. ก่ิงพนั ธุด์ ีกหุ ลาบ โกสน ชบา เลบ็ ครุฑ เป็นตน้
5. ป้ ายเขยี น วนั เดือน ปี ทตี่ ิดตาและวธิ ีการติดตา
ลาดับข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิ
1. เลือกพชื ท่จี ะตดิ ตาและเลือกวธิ ีท่ีเหมาะสมกบั พชื โดยตดิ ตาอยา่ งนอ้ ย 5 กิ่ง
2. ทารอยแผลบนตน้ ตอ
3. เฉือนกิ่งตาพนั ธุด์ ี เป็นรูปโล่ ใหม้ ีเน้ือไมต้ ิดเลก็ นอ้ ย
4. สอดแผน่ ตาลงบนรอยแผลใหต้ าอยกู่ ลางรอยแผล
5. ตดั ส่วนเกินของแผน่ ตาดา้ นบนออก
6. พนั พลาสติกพนั ก่ิงจากล่างข้ึนบน
7. ผกู ป้ ายวนั เดือน ปี ท่ตี ดิ ตาและวธิ ีการทารอยแผล
8. ดูแลรักษาและสงั เกตการณ์แตกของตา และพนั พลาสตกิ ใหม่เม่ือตาของก่ิงพนั ธุด์ ีเร่ิมแตก
9. จดบนั ทกึ ขอ้ มูลการเจริญเตบิ โต การแตกของตาของก่ิงพนั ธุด์ ีแต่ละก่ิง
10. แกะพลาสติกออกเมื่อตาของกิ่งพนั ธุด์ ีตดิ กบั ตน้ ตอแลว้
11. สรุปผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ระยะเวลาท่ใี ชใ้ นการติดตาแต่ละกิ่ง
ตารางบนั ทึกการเจริญเติบโต การตดิ ตาของก่ิงพนั ธ์ุดี โดย
วัน เดือน ปี ลักษณะการเจริญเตบิ โ
แผ่นตาที่ 2
ที่ติดตา/ แผ่นตาท่ี 1 พชื .......................................... พชื .....
บันทกึ พชื ..........................................
ยติดตาแบบ.......................................................................
โตของตากงิ่ พนั ธ์ุดบี นต้นตอ/แผ่นตาท่ี
แผ่นตาท่ี 3 แผ่นตาท่ี 4 แผ่นตาท่ี 5
พชื ..........................................
...................................... พืช.........................................
สรุปผล
...................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
การประเมนิ ผล
1. แบบทดสอบ
2. สงั เกตการปฏิบตั ิ
3. ผลงานทีป่ ฏบิ ตั ิ